ไพจิต ศรีวรขาน หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทย ยืนยันไม่แก้ไขมาตรา 309 ที่เป็นผลทำให้เกิดการยึดอำนาจ และเรียกร้องให้มีการแก้ไขให้เป็นประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ การทําหน้าที่ในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของสมาชิกของพรรคเพื่อไทย ซึ่งกระผมเป็นหนึ่งในจํานวนของคณะที่ได้ยื่นขอแก้ไข รัฐธรรมนูญ ถือว่าเป็นภารกิจของนักการเมืองร่วมสมัยที่ต้องสร้างประวัติศาสตร์ของชีวิต การเป็นผู้แทนราษฎรที่มีความสําคัญ ท่านประธานครับ ฉบับปี ๒๕๕๐ นี้ คือมรดกบาป ที่เกิดจากการยึดอํานาจของประชาชน คนที่ได้อํานาจโดยสุจริตต้องถูกการใช้อํานาจที่มิชอบ แล้วก็ร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นี่ ผมกราบเรียนว่าข้อกําหนดที่ทําลาย คุ้มครองจนให้ คณะที่ทําการรัฐประหารมีอํานาจล้นฟ้า ล้นแผ่นดิน ก็คือมาตรา ๓๐๙ ที่บอกว่าทําทั้ง ก่อนการปฏิวัติ ก่อนยึดอํานาจ ขณะยึดอํานาจ หลังการยึดอํานาจแล้วยังชอบ ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการสร้างเกราะที่ปกป้องและเป็นพิษเป็นภัยอย่างยิ่ง ผมกราบเรียน ท่านประธานว่า ผมไม่ถือว่าเป็นความบกพร่องหรือเกิดเหตุที่เกิดแทรกซ้อน แต่มันเป็นผล ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ไม่ได้คิดวาดฝันว่าจะมีเหตุการณ์ปราบปรามการชุมนุมผู้บริสุทธิ์ มีการเสียชีวิตมากมาย โหดเหี้ยมและที่สุดของที่สุดกลางกรุงเทพมหานคร ตาย ๙๑ คน บาดเจ็บ ๒,๐๐๐ คน กลางกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศ บรรยากาศทั้งหลาย เสียหายไปหมด เพราะผลพวงจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ท่านประธานครับ ทําลายพรรคการเมือง นักการเมืองต่างมีอุดมการณ์ มีความใฝ่ฝันที่จะทํา หน้าที่ตามระบอบประชาธิปไตย แต่ที่สุดพอรัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกมา มีการให้อํานาจ และเป็นผลที่ทําให้เกิดการยุบพรรค ตัดสิทธินักการเมือง ที่สุดแล้วนักการเมืองหลายคน พรรคการเมืองเสียหายครับ ท่านประธานครับ เกิดงูเห่าภาค ๒ ภาค ๓ ที่สุดแล้วก็เป็นผล ที่ทําให้นักการเมืองอ่อนแอ ได้รับการดูหมิ่นดูแคลนจากประชาชน วันนี้จึงเป็นเหตุที่สําคัญ ที่จําเป็นที่ต้องพยายามทํากันอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ได้พยายามที่จะให้มีการแก้ไข แต่ยังไม่สําเร็จ ได้สําเร็จไปบ้างเป็นบางส่วน แต่คราวนี้ท่านประธานครับ กระผมและคณะพรรคเพื่อไทย ต้องถือว่าแม้นของรัฐบาลเอง ๑ ฉบับที่รัฐบาลเสนอขึ้นมาได้แสดงความจริงใจ ต่อพี่น้องประชาชน ทั้งต่อหน้าและลับหลังการมีอํานาจ การแสวงหาอํานาจระหว่าง การเลือกตั้ง หลังจากเป็นรัฐบาลก็บอกว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องทําให้เสร็จ ให้เริ่มต้นทํา ภายใน ๑ ปี วันนี้รัฐบาลก็เสนอเข้ามาปากและใจตรงกันครับ ผมต้องชื่นชมรัฐบาลนะครับ ที่พูดแล้วก็ทํา บางคนบอกว่าทําไมไม่ไปแก้ปัญหาเรื่องน้ําท่วม มันเร่งด่วนจําเป็นกว่า แต่รัฐบาลก็เสนอพระราชกําหนดเพื่อที่จะเอาเงินมาฟื้น ก็บอกว่าไม่จําเป็น ไม่เร่งด่วน ก็ไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ดีนะครับวันนี้ยังได้มีเหตุผลอันสมควรว่ารัฐบาลได้ทํา ในสิ่งที่ถูกแล้ว นี่คือความจริงใจของพรรคการเมือง ความทุ่มเทใจให้กับประชาชน ของนักการเมืองครับ ท่านประธานครับ ไม่มีการแก้ไขในหมวดที่เกี่ยวข้องกับความจงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแน่นอนนะครับ ในร่างที่ของคณะกระผมและของรัฐบาลก็ดี และของพรรคชาติไทยพัฒนาก็ดีนะครับ ไม่เกี่ยวกับการแก้ ป. วิ. อาญา มาตรา ๑๑๒ ดังที่ มีคนพยายามที่จะบิดเบือนแล้วก็ใส่ร้าย ผมกราบเรียนท่านประธานให้ทราบว่าตรงนี้ไม่เกี่ยว แล้วก็ยืนยันว่าเป็นเจตนารมณ์ที่สําคัญที่เป็นเรื่องที่เป็นคอขาดบาดตายของพรรคเพื่อไทยที่มี ความจงรักภักดี แล้วชื่นชมต่อการมีประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ท่านประธานครับ สาระสําคัญจริง ๆ คณะสมาชิกพรรคเพื่อไทยเห็นว่าอํานาจอันนี้ เป็นของประชาชน การที่จะต้องมีการแก้ไข ขอให้เป็นรายละเอียด ด้วยเหตุผลว่าพวกเรา เป็นนักการเมือง ความพยายามที่จะแก้รัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๙๑ แม้มีอํานาจที่จะต้องทํา ถ้าหากพวกกระผมทําก็จะถูกข้อกล่าวหาว่าใช้เสียงข้างมาก แก้เพื่อประโยชน์ให้กับ ท่านทักษิณก็ดี ให้กับพวกผมก็ดีนะครับ นี่คือข้อกล่าวหากันทั้งหมด ทั้ง ๆ ที่โดยกฎหมายรัฐธรรมนูญได้ให้ไว้ พวกผมก็ใจกว้างครับ ท่านประธานครับ ก็บอกว่าถ้าอย่างนั้นไปหาตัวแทนของประชาชนเข้ามา ก็คือให้มี สภาร่างรัฐธรรมนูญ มาจากไหนครับ มาจากการเลือกของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ๗๗ จังหวัด ๗๗ คน จะยากดีมีจนขอให้เป็นคนที่อยู่กับพี่น้อง มีคุณลักษณะอยู่ในพื้นที่ สัมพันธ์ความยากความจนปัญหาเดือดร้อนทั้งหลายที่เกิดขึ้นเขาก็จะรู้กัน คนที่จะมีคุณสมบัติ เป็น สสร. ที่สําคัญที่สุดก็คือมีภูมิลําเนาเคยอยู่ติดต่อกัน ๕ ปี ก็ถือว่าเป็นเวลาที่พอเหมาะ พอควรที่จะซึมซับต่อความเป็นตัวแทนของแต่ละจังหวัด ๆ ได้ นี่คือเค้าโครงที่ควรที่จะมี เป็นหลัก เพราะตัวแทนของท่านเหล่านี้นะครับ ผู้แทนเป็นไม่ได้นะครับ คนที่เกี่ยวข้อง เป็นข้าราชการการเมืองไม่สามารถที่จะไปสมัครแล้วก็เลือกตั้ง การดําเนินการเลือกตั้งโดย คณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งวันนี้ต้องถือว่าเป็นองค์กรที่ดีที่สุดแม้ยังจะมีข้อบกพร่อง แต่ก็ถือว่าเราเคารพกันปล่อยให้ท่านทําภาระหน้าที่ในการเลือกตั้งจากตัวแทน ของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ตัวแทนของพี่น้องประชาชนโดยในชั้นนี้ ทุกพรรคการเมือง พี่น้องก็มีสิทธิเท่ากันคนละ ๑ เสียง ก็ไปกาใครที่ได้คะแนนมากที่สุด ก็มาเป็นตัวแทนร่างรัฐธรรมนูญ แม้เวลาจะกําหนดว่าต้องเสร็จภายใน ๑๘๐ วัน นี่คือ เจตนาของพวกผม เห็นว่ามีความจําเป็น มันรอมานานอยากแก้มานานทําไม่สําเร็จ เสียงไม่พอ วันนี้ก็เลยกําหนดว่าเอา ๑๘๐ วัน ทําเสียให้เสร็จ ก็เป็นภาระหน้าที่ของ คณะสภาร่างรัฐธรรมนูญที่จะต้องไปดําเนินการกัน ส่วนจะมีเนื้อหาประการใดนะครับ ท่านประธานครับ ที่สําคัญจะต้องมีการทําประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็น ของพี่น้องประชาชนโดย สสร. ชุดนี้ละครับ โอกาสที่ตัวแทนภาคประชาชนที่มีความตั้งใจ ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมก็จะมีบทบาท โดยคณะกรรมาธิการที่จะตั้งให้ไปทํางาน เอาความรู้สึก เอาความเห็นทั้งหมดมาสู่การทําให้สมบูรณ์ แล้วไม่ต้องกลับมาสภาผู้แทนราษฎร ไม่ต้อง กลับมานะครับ ทําเสร็จปุ๊บก็เข้าให้ กกต. ทําประชามติเลย ประชามติก็คือการสอบถาม ตัวเลข ปี ๒๕๕๐ บอก ๑๔ ล้านเสียง ไม่เอา ๑๐ ล้านเสียงเศษ ผมก็จะเฝ้าคอยว่า พอ กกต. ประชามติ ทําของ สสร. ชุดนี้เสร็จ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะทุ่มเททั้งเห็นด้วยไม่เห็นด้วย อย่างล้นหลามนะครับ มากมาย และใช้เหตุใช้ผลของบทบาทในการที่จะทําในเรื่องการแก้ไข รัฐธรรมนูญ เพราะมันเห็นผลแล้วนะครับ ปี ๒๕๕๐ นี้ ๑๔ ล้านเสียงแล้วเป็นอย่างไร ชีวิตตลอด ๔-๕ ปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นไม่ได้บอกขอให้รับไปก่อน ๆ แล้วค่อยมาแก้ แต่พอจะแก้จริง ๆ กลับไม่แก้ ผมเรียนอย่างนี้นะครับปากกับใจผมมันตรงกัน รักก็บอกรัก ชอบก็บอกชอบ วันนี้เอาหัวใจมาสู่มือของพี่น้องประชาชนก็เชื่อมั่นว่าโดยวิธีการเหล่านี้ละครับ ท่านประธานครับ จะนําไปสู่ความสําเร็จเพราะพี่น้องจะเป็นผนังทองแดงกําแพงเหล็ก แล้วตัดสินในเรื่องที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตเพื่อชีวิตที่มีความสุข ขอบพระคุณครับท่านประธาน