ชานิ ศักดิเศรษฐ์ อภิปรายเปรียบเทียบเหตุผลที่แตกต่างในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ร่าง โดยชี้ว่าหลักการเดียวกันแต่เหตุผลต่างกัน และวิเคราะห์จุดยืนของแต่ละพรรคการเมือง ชานิ ศักดิเศรษฐ์ หารือประเด็นการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยระบุว่ากระบวนการจัดทำมีลักษณะคล้ายกับปี ๒๕๔๐ และ ๒๕๕๐ จึงไม่เห็นด้วยกับการร่างใหม่ซ้ำซ้อน พร้อมยืนยันว่าเนื้อหาต้องเป็นประชาธิปไตยและประชาชนมีส่วนร่วมผ่านการออกเสียงประชามติ ชานิ ศักดิเศรษฐ์ ยืนยันหลักการประชาธิปไตยโดยเน้นการตรวจสอบองค์กรอิสระ การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเสนอกฎหมายและตรวจสอบ ชานิ ศักดิเศรษฐ์ แสดงความไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ โดยยืนยันว่าสภาผู้แทนราษฎรต้องพิทักษ์รักษาหลักการพื้นฐานของระบบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ไว้
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชํานิ ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมได้ฟังผู้เสนอร่างญัตติ แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ร่าง ได้ฟังคําอภิปรายของเพื่อนสมาชิกทั้ง ๓ ฝ่าย ซึ่งเป็น การอภิปรายที่ให้ความเห็นบนจุดยืนทางการเมืองที่ตัวเองตั้งใจ หลังจากที่ผมได้ศึกษา ทั้ง ๓ ร่าง และได้ฟังคําชี้แจงของผู้เสนอร่างทั้ง ๓ ร่างแล้ว พบว่าหลักการเป็นหลักการ เดียวกัน แต่ว่าเหตุผลที่นําเสนอนั้นต่างกัน ซึ่งผมจําเป็นที่จะต้องอภิปรายและพูดจาถึงเรื่องนี้ ก่อนเข้าสู่รายละเอียดกับท่านประธานสักเล็กน้อย
ท่านประธานครับ ข้อเสนอของพรรคเพื่อไทยที่บอกให้เหตุผลว่าจําเป็นต้อง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น เพราะกระบวนการได้มาซึ่งองค์กรที่ใช้อํานาจอธิปไตย และการได้มาซึ่งบุคคลในองค์กรอิสระต่าง ๆ ขาดการเชื่อมโยงกับอํานาจของประชาชน และขัดต่อหลักความเป็นประชาธิปไตย ไม่มีการถ่วงดุลอํานาจขององค์กรตุลาการ และองค์กรอิสระ นี่เป็นเหตุผลหลักของพรรคเพื่อไทยที่นํามาเสนอเพื่อการแก้ไขในวันนี้
ส่วนเหตุผลของพรรคชาติไทยพัฒนาบอกว่าปัญหาทั้งหลายทั้งปวงดังกล่าว เป็นผลมาจากกระบวนการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มิได้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์ของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่อํานาจสูงสุดเป็นของประชาชน แต่เป็นรัฐธรรมนูญที่สืบทอดมาจากอํานาจของการทํารัฐประหาร ฉบับนี้ผู้เสนอมี พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นผู้ร่วมเสนอด้วย
ฉบับที่ ๓ เป็นของรัฐบาลที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรีบอกว่ากําหนดให้มี การจัดทําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และใช้เหตุผลของการเสนอครั้งนี้ โดยที่เป็นการสมควร กําหนดให้มีวิธีการจัดทํารัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งฉบับเพื่อเป็นพื้นฐานสําคัญในการปฏิรูปการเมือง
ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าประเทศไทยเราไม่เคยมีรัฐธรรมนูญที่ดี อย่างเช่น รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๑๗ มาก่อน ถ้าประเทศไทยไม่เคยมีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มาก่อน และถ้าวันนี้ประเทศไทยเราไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ซึ่งเป็นฉบับที่ ๑๘ ที่กําลังใช้อยู่ ในปัจจุบันมาก่อน ข้อเสนอที่ให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นจึงเป็นข้อเสนอที่น่าเร้าใจ เป็นข้อเสนอที่น่าสนใจ แต่ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลทั้ง ๓ ฉบับ ที่ผมต้องกราบเรียนกับ ท่านประธานก็คือว่าผมไม่เห็นด้วยกับการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทําไมถึงไม่เห็นด้วยกับ การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญที่กําลังแก้ไขเพื่อไปสู่การร่างใหม่นั้น มีกระบวนการเดียวกันกับที่เราเคยมีรัฐธรรมนูญเมื่อปี ๒๕๔๐ และมีกระบวนการเดียวกัน กับการทํารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นี่เป็นสิ่งที่เราจะพิจารณาอะไร ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่ต้องการ เผด็จการ พรรคประชาธิปัตย์ปฏิเสธทั้งเผด็จการทหาร และปฏิเสธทั้งเผด็จการทุนนิยม สามานย์ รูปแบบและวิถีแห่งเผด็จการเป็นวิถีที่ต้องปฏิเสธและเราไม่อาจรับได้ ดูรัฐธรรมนูญ มันเป็นเรื่องของอะไรกันแน่ เป็นเรื่องของใครร่าง หรือว่าเป็นเรื่องของเนื้อหา นี่เป็นสิ่งที่สภานี้ จะต้องพิจารณา ผมพูดอย่างนี้ได้เพราะว่าเมื่อวันที่จัดทํารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ผมก็อยู่ วันที่ทํารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ผมก็ไม่ได้อยู่ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติอะไรกับเขา แต่ว่า กระบวนการไปจัดทํารัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ มันเป็นกระบวนการเดียวกันกับกระบวนการที่เรากําลังจะใช้และได้ใช้ มาแล้วทั้งปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐ นี่คือเหตุผลที่ผมบอกว่าผมเองก็ไม่ใช่เป็นคนที่จะเชื่อว่า รัฐธรรมนูญนั้นดีที่สุดจนแตะต้องไม่ได้ ไม่ใช่รัฐธรรมนูญนั้นดีที่สุดจนกระทั่งว่า จะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แน่นอนครับ ผมยืนยันและความเชื่อของผม และความเชื่อ ของพรรคประชาธิปัตย์ก็คือว่ารัฐธรรมนูญต้องแก้ได้ และแน่นอนมีปัญหาตรงไหนต้องเสนอ แก้ตรงนั้น ประเทศไทยการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเราล้มลุกคลุกคลานก็จริงครับ แต่เราเดินมาไกลกว่าที่จะไปนับ ๑ ใหม่กันอีกแล้ว ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญแล้ว มีวิถี แห่งประชาธิปไตยแล้ว และมีอนาคตต้องเป็นประชาธิปไตยด้วย ระบอบอื่นแทนที่ระบอบนี้ ของประเทศไทยไม่ได้แน่นอน ไม่ว่าจะมาจากวิถีแห่งใด ไม่ว่าจะมาจากเส้นทางใด และไม่ว่า จะมาจากบุคคลกลุ่มคณะใด นี่เป็นจุดยืนยันของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ทําไมผมจึงบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นั้นถึงไม่ได้แตกต่างจากปี ๒๕๔๐ ได้กราบเรียนท่านไปแล้วว่ากระบวนการมันเป็นกระบวนการเดียวกันและเป็นเรื่องที่อยู่ ในเงื่อนไขเดียวกัน เรากลับมาดูเนื้อหาของประชาธิปไตยเถอะครับ เรากลับมาดูวิถี ของระบอบประชาธิปไตยที่เรากําลังใช้อยู่เดี๋ยวนี้เถอะครับ มีตรงไหนที่บอกว่า ไม่เป็นประชาธิปไตย ถ้าท่านตอบได้ อธิบายได้ ก็เสนอแก้ตรงนั้นสิครับ นี่มันเป็นวิธีการ ออกแบบของรัฐธรรมนูญและมีวิถีทางที่เดินมาตามเงื่อนไขของระบอบประชาธิปไตย ผมยืนยันกับท่านประธานครับว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เป็นรัฐธรรมนูญของใครกันแน่ มาจากไหนกันแน่ มาได้อย่างไรกันแน่ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มันต่างกับปี ๒๕๔๐ นิดเดียวครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มาหลังรัฐบาลชวน หลีกภัย เพียงแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มันมาหลัง รัฐบาลของคณะรัฐประหาร แต่มันไม่ใช่เป็นรัฐธรรมนูญของคณะรัฐประหาร ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับเดียวกันนี้ท่านประธานเปิดดูสิครับ ที่เขียนไว้อย่างชัดเจนก่อนที่จะนําความ ขึ้นกราบบังคมทูล บอกไว้เลยครับว่าจัดทําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับสําหรับ เป็นแนวทางการปกครองประเทศ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น อย่างกว้างขวางทุกขั้นตอนและนําความคิดเห็นเหล่านี้มาเป็นข้อคํานึงพิเศษในการยกร่าง และพิจารณาแปรญัตติโดยต่อเนื่อง เมื่อจัดทําร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วสภาร่างรัฐธรรมนูญ ได้เผยแพร่ให้ประชาชนทราบและได้จัดให้มีการออกเสียงประชามติเพื่อให้ความเห็นชอบ แก่ร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ การออกเสียงลงประชามติปรากฏว่าประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยเสียงข้างมากของผู้มาออกเสียงประชามติเห็นชอบให้นําร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาบังคับใช้ นี่คือก่อนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงลงพระปรมาภิไธย ได้กราบบังคมทูลไปอย่างนี้ ท่านประธานครับ นี่เป็นข้อเท็จจริงของรัฐธรรมนูญ ผมไม่อยากให้เราใช้ความรู้สึกชอบ หรือไม่ชอบ มากําหนดความเป็นประชาธิปไตยหรือเผด็จการ แต่ต้องกําหนดจากเนื้อหา ของความเป็นหรือไม่เป็นประชาธิปไตย วิถีอย่างนี้เป็นหรือไม่เป็นประชาธิปไตย ถ้ามัน เป็นประชาธิปไตยมันก็เป็นครับ มันเป็นเผด็จการทหารมันก็เป็นเผด็จการครับ มันเผด็จการ ของทุนนิยมสามานย์มันก็เป็นเผด็จการครับ ด้วยวิถีแห่งเผด็จการที่ผมกราบเรียน จึงไม่ใช่ เป็นเรื่องที่เราจะใช้เป็นเงื่อนไขของการร่างหรือไม่ร่าง เพราะมันไม่มีข้อเท็จจริงอย่างนั้น ผมมีอยู่ ๗ ประการ ท่านประธานครับ ที่จะกราบเรียนกับท่านประธานก็คือว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้นเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกของประเทศไทยที่ได้มีการทําประชามติ แน่นอนครับ การลงประชามติมีคนเห็นด้วยกับไม่เห็นด้วย แต่เสียงข้างมากเป็นตัวกําหนดของการเห็นด้วย และบังคับใช้ คนไม่เห็นด้วยเขาก็อาจจะชอบหรือไม่ชอบ นั่นเป็นเรื่องของความคิด นั่นเป็นเรื่องของวิถีที่เขาจะตัดสินใจเองได้ แต่ยืนยันว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับเดียว ที่มาจากการทําประชามติ ชีวิตผมท่านประธานครับ เดินในถนนการเมืองมานานเป็นครั้งแรก ที่ได้มีโอกาสไปลงมติกับเขา
ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นี้ ได้สร้าง หลักประกันอะไร รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ได้สร้างหลักประกันให้กับระบอบประชาธิปไตย และระบบการเมืองไทย อะไรคือระบบการเมืองไทยครับ ระบบการเมืองไทยคือการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อํานาจอธิปไตย เป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อํานาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาลตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคของบุคคลย่อมได้รับการคุ้มครอง ประชาชนชาวไทย ไม่ว่าเหล่ากําเนิด เพศหรือศาสนาใดย่อมอยู่ในความคุ้มครองแห่งรัฐธรรมนูญนี้เสมอกัน นี่คือ ปัญหาที่ผมจะต้องกราบเรียนกับท่านประธานว่ามันเป็นปัญหาทางหลักการ และรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ได้ออกแบบมาและค้ําประกันให้การปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นระบบการเมืองไทย เป็นอย่างไรครับมีประชาธิปไตย แต่ไม่มีพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่ระบบนี้แน่นอน มีพระมหากษัตริย์แต่ไม่มีประชาธิปไตย ไม่ใช่ ระบบนี้แน่นอน เพราะฉะนั้นระบบการเมืองที่ว่านี้ได้ถูกค้ําประกันไว้อย่างชัดเจน ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมไม่เห็นว่ามีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปเปลี่ยนแปลง
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ หลักประกันของสถาบันหลักทางการเมือง ของประเทศ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้กําหนดวิถีทางของระบอบประชาธิปไตยกําหนด ให้มีอํานาจหน้าที่ให้รัฐสภามีอํานาจหน้าที่มีบทบาท มีกระบวนการในฐานะผู้แทนปวงชน มีบทบาทในการตรวจสอบอย่างเข้มข้น ทําหน้าที่อย่างเข้มแข็งและชัดเจน ให้รัฐบาล มาจากการเลือกตั้งของสภาผู้แทนราษฎรที่มีกระบวนการที่แน่นอน มีคุณสมบัติที่เหมาะสม มีอํานาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มีศาลยุติธรรมที่มีความเที่ยงธรรม เป็นอิสระ ปราศจาก การถูกแทรกแซง นี่เป็นระบบที่ถูกค้ําประกันโดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมไม่มีเหตุผลอะไรเลย ที่เราจะต้องไปเปลี่ยนแปลงสถาบันทางการเมืองของประเทศด้วยการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่
ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ หลักประกันขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ และองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ นี่เป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องสําคัญ การตรวจสอบโดยประชาชน การตรวจสอบโดยผู้แทนปวงชนและการตรวจสอบโดยองค์กรอิสระและองค์กรรัฐธรรมนูญ เป็นวิถีทางของระบอบประชาธิปไตย เป็นวิถีทางแห่งการมีส่วนร่วมของประชาชน อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ หลักประกันองค์กรอิสระเหล่านี้ถูกค้ําประกันโดยรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ ผมไม่เห็นมีเหตุผลอะไรเลยที่เราจะปฏิเสธองค์กรแห่งการตรวจสอบนี้ เพื่อพิทักษ์สิทธิ โอกาส และเงื่อนไขที่ดีของประชาชน
ประการที่ ๔ ท่านประธานครับ หลักประกันสําหรับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นและกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นี่เป็นวิถีอีกอันหนึ่ง ที่เราต้องยืนยันในระบอบประชาธิปไตย วันนี้การควบรวมอํานาจเข้าสู่ส่วนกลาง การขายตรง จากทําเนียบ การมีบทบาทเหนือประชาคมของท้องถิ่นและการกดดันท้องถิ่นให้แปลกแยก ไปจากอํานาจของรัฐบาล เป็นสิ่งที่เรายอมไม่ได้อีกแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ได้ค้ําประกันสิ่งนี้ และนี่คือวิถีทางที่ผมยืนยันได้ว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เป็นรัฐธรรมนูญ แห่งวิถีของประชาธิปไตยและเราต้องก้าวเดิน
ประการที่ ๖ ท่านประธานครับ การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน เป็นหัวใจของรัฐธรรมนูญเมื่อปี ๒๕๔๐ และบทบัญญัติฉบับปี ๒๕๕๐ ก็ยังค้ําประกันในเรื่องนี้ และรักษาเรื่องนี้ไว้ให้ประชาชนได้มีบทบาทในการมีส่วนร่วมดําเนินการตั้งแต่เสนอกฎหมาย และตรวจสอบทั้งสิ้น นี่เป็นเรื่องที่ผมยืนยันอีกว่ามันเป็นหลักการที่ดีที่รัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ ได้ค้ําประกันไว้
มีเรื่องสุดท้ายท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่รัฐธรรมนูญค้ําประกัน ก็คือ เรื่องที่ ๗ ผมจําเป็นต้องพูดเรื่องนี้เพราะว่าเมื่อสักครู่นี้เรามีการพูดถึงเรื่องการปรองดอง ผมไม่เห็นเหตุผลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อการปรองดองหรือไม่ปรองดอง รัฐธรรมนูญ มันเป็นวิถีของระบบการเมือง เป็นเงื่อนไขเรื่องสิทธิเสรีภาพ ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และองค์กรแห่งการบริหารจัดการแห่งรัฐ มันไม่มีเรื่องของการปรองดองหรือไม่ปรองดอง อยู่ในรัฐธรรมนูญ แต่มันมีเรื่องของการปฏิบัติต่อฝ่ายต่าง ๆ อย่างเหมาะสมและเที่ยงธรรม นั่นคือเป็นวิถีทาง เป็นอย่างไรครับท่านประธาน ในประการที่ ๗ ก็คือว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ ได้มีการพูดจาไว้บางเรื่องที่แตกต่างไปจากอดีต นั่นก็คือการดําเนินคดีอาญา ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งเป็นผลมาจากการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ ไม่ว่า เป็นการตรวจสอบทรัพย์สิน การกระทําที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ หรือการถอดถอน ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ดําเนินการไว้ด้วยเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ค้ําประกันในเรื่องนี้ครับ ค้ําประกันว่าคนที่ทําผิดมาแล้วยังต้องดํารงความผิดต่อไป ผมถึงไม่ประหลาดใจเลยว่าทําไม ประเด็นนี้จึงเป็นประเด็นที่มีคนเชื่อว่าถ้าถูกแก้ไข ถูกรื้อออกไปจากการค้ําประกัน โดยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มันมีผลต่อใครสักคนหนึ่ง หรือมีผลต่อใครบางคนในการที่จะ รอดพ้นจากการเป็นความผิด เพราะตลอดระยะเวลาได้เพียรพยายามที่ขออภัยโทษแล้ว ก็ไม่ได้ หรือเพียรพยายามที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรมก็ไม่อยู่ในเงื่อนไข รัฐธรรมนูญ จึงเป็นปัจจัยที่ถูกอ้างว่าเป็นเงื่อนไขของการปรองดอง ท่านประธานครับ ถ้าเรา จะแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วยเพียงเหตุผลว่าเพราะเป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่ปรองดอง เพราะแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เพียงแต่ให้ใครบางคนพ้นผิด หรือว่าแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อให้ โอกาสกับเงื่อนไขของยุติความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นเพราะความขัดแย้ง นั่นไม่ใช่ เป็นประเด็นที่จัดทําอันนี้ได้เลย ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ผมไม่คิดว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ จะเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด แต่สําหรับผมผมคิดว่าประเทศไทย ได้เดินทางมาไกลเกินไปแล้ว ถ้าเราออกแบบรัฐธรรมนูญครั้งหน้าให้เป็นฉบับที่ ๑๙ ท่านประธานครับ มีหลักประกันอะไรอีกว่าประเทศไทยนี้ไม่มีฉบับที่ ๒๐ มีหลักประกันอะไร ที่ไม่มีฉบับที่ ๒๑ ผมคิดว่าประเทศไทยที่เดินทางไกลมาถึงรัฐธรรมนูญฉบับที่ ๑๘ นั้น เพราะเงื่อนไขใหญ่อันหนึ่งก็คือว่า รัฐธรรมนูญแก้ไขไม่ได้ รัฐธรรมนูญแก้ไขยาก และในที่สุด มีการเปลี่ยนแปลง แล้วก็ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมคิดว่าวันนี้ประเทศไทยได้เดินผ่านจุดนั้น ไปแล้วครับ วันนี้ประเทศไทยได้เดินผ่านจุดประชาธิปไตยเผด็จการว่ามันเป็นของใครไปแล้วครับ ไม่ว่าเป็นของใคร ไม่อยู่ในเงื่อนไขที่เราจะรับได้และอยู่ที่นั่นได้ เพราะฉะนั้นถ้าวันนี้ เป็นข้อเสนอของทั้ง ๓ ฉบับนี้ เสนอแล้วบอกผมว่าเราจะแก้เรื่องอะไร มีหลักการอย่างไร ผมยินดีที่จะให้การสนับสนุน ท่านประธานคงจําได้ว่าเมื่อสักครู่นี้เหตุผลอันหนึ่งที่ก่อน ๆ ที่จะเริ่มพิจารณากัน ท่านประธานวิปได้เสนอเลื่อนการพิจารณาของญัตตินี้ออกไป เพื่ออะไรครับ ไม่ใช่เพื่อที่ว่าเราเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยกับญัตติ แต่ว่าพอมันมีญัตติของภาคประชาชนอยู่ ญัตติที่ภาคของการมีส่วนร่วมอยู่ มันไม่ว่าเป็นของใครครับ มันไม่ว่าถูกหรือผิดละครับ แต่เมื่อเสนอมาแล้วมันต้องพิจารณาไปด้วยกัน เราละเลยหลักเกณฑ์แห่งวิถีทางของระบอบ ประชาธิปไตยเสียเองต่างหาก
เพราะฉะนั้นมาถึงขณะนี้ด้วยเหตุผลทั้งหมดที่ผมได้กราบเรียน กับท่านประธาน หลักประกันทั้ง ๗ ประการนี้ เป็นหลักประกันยืนยันว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ได้ค้ําประกันให้กับระบบการเมืองไทย และระบบของวิถีทางของระบอบ ประชาธิปไตยไทย ผู้เสนอแก้วันนี้ยืนยันอย่างนี้ได้ไหมครับว่า เราจะพิทักษ์รักษาหลักการ พื้นฐานแห่งความเข้มแข็งของระบบนี้ไว้กับรัฐธรรมนูญในการที่เราจะต้องร่างขึ้นใหม่ วันนี้สภาผู้แทนราษฎรลงมติไป รัฐธรรมนูญฉบับนั้นที่จะมาในอนาคตเราคงได้เห็นพร้อมกัน ตอนลงประชามติ ท่านละครับ ผู้แทนปวงชนที่อยู่ในสภาแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือที่จะ ถ่ายโอนในการให้ใครไปทําอะไรก็ได้ และถ่ายโอนให้ใครไปช่วยเหลือใครเพื่อให้เขาพ้นผิด ได้เพียงเพื่อใช้สิ่งที่เรียกว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมจึงไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับครับ ท่านประธานครับ