จิรายุ ห่วงทรัพย์ หารือเรื่องรัฐธรรมนูญ โดยกล่าวถึงเหตุการณ์สำคัญในอดีต เช่น พฤษภาทมิฬ พ.ศ. 2535 และวิกฤตการณ์ทางการเงิน พ.ศ. 2540 และ พ.ศ. 2547 นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 และ พ.ศ. 2550 และเรียกร้องให้ฝ่ายค้านส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ได้ฟัง ท่านสมาชิกวุฒิสภาผู้ทรงเกียรติพูดแล้วผมก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาครับ ที่บอกใจชื้นเพราะว่า เป็นพวกผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งนั้นที่ได้กรุณาพูดถึงรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ผมอยู่จากเส้นทาง การดํารงชีวิตที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญในฐานะประชาชนมาหลายปี ท่านประธานครับ เหตุการณ์พฤษภาทมิฬก็อยู่ในวงจรนั้นด้วยครับ จนกระทั่งเปลี่ยนแปลงไปจนถึงปัจจุบันนี้ ท่านประธานครับ ย้อนความกลับนิดเดียว ท่านประธานครับ ๒-๓ ปีก่อนผมไปเมืองปุตราจายา ที่ประเทศมาเลเซียครับ ไปชมเมืองเขา ไปดูประเทศมาเลเซีย เห็นแล้วก็ตื่นเต้น ท่านประธานครับ ที่ตื่นเต้นเพราะว่าเดี๋ยวนี้ประเทศมาเลเซียเจริญกว่าเราเยอะ พอเราไปค้นในข้อมูลต่าง ๆ เราก็เห็นทันทีว่าประเทศมาเลเซียที่เจริญได้ก็เพราะว่าดอกเตอร์มหาเธร์ บิน โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ท่านประธานครับ หลังจากที่ประเทศอังกฤษปลดปล่อยประเทศ มาเลเซีย ปี ๒๕๐๐ ท่านประธานครับ บริหารราชการแผ่นดินมาต่อเนื่อง ๒๒ ปี มีนายกรัฐมนตรีแค่ ๕ คน สมัยก่อนเราเรียกว่าเสือเหลืองมาเลเซียนี่ละครับ วันนี้ ท่านประธานครับ เขาเขียนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมการเมืองแห่งชาติมาเลเซีย ปี ๒๐๒๐ เราก็ตามหลังเขาอยู่ต่อไปครับ สมัยก่อนเขาตามเรานะครับ ไม่ว่าจะด้านใดก็แล้วแต่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ท่านประธานครับ มีหลักประกันยืนยันได้จากการสํารวจการเมืองในเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ หรือที่เรียกกันว่าอาเซียน
เรื่องต่อมาท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตพูดถึงเรื่องอดีตเป็นหลัก ท่านประธานครับ ไม่ใช่คนที่จะไปจมปลักกับอดีตนะครับ แต่ผมจะนําอดีตมาเป็นสติ ทําปัจจุบันให้เกิดสุขครับ และวางทางแห่งอนาคตที่สดใสให้กับประเทศไทยและคนไทยทุกคน เมื่อมีอดีตแน่นอนครับ มันต้องมีอนาคต เพราะฐานของอดีตนําไปสู่การแก้ไขครับ หลายท่าน มีบ้านท่านก็อยากจะแก้ไขปรับปรุงบ้านของท่านครับ ถ้าอยู่แล้วถ้าเกิดมันมีกับระเบิด มากมาย เดินเข้าไปเดี๋ยวจะต้องคอยกู้ระเบิด แทนที่จะทํามาหากินกัน วัน ๆ ไม่ต้องทําอะไร ท่านประธานครับ มันก็ลักษณะคล้ายกับรัฐธรรมนูญนั่นละครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราออกแบบ บ้านที่ดี เข้าไปแล้วคนในบ้านอยู่มีความสุข ผมก็เชื่อว่าเศรษฐกิจปากท้อง บ้านเมือง มันก็เดินหน้าได้ครับ ท่านประธานครับ ผมย้อนความกลับไปไกลหน่อยครับ ก่อนพฤษภาทมิฬ ปี ๒๕๓๕ ท่านประธานก็มีเหตุการณ์ดังที่ทราบความกันแล้ว หลังจากนั้นก็มีการพยายาม ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยยึดหลักประชาชน ท่านประธานครับ ฉบับปี ๒๕๔๐ ที่เราพูดกันว่า เป็นฉบับของประชาชน ถ้าท่านจําได้นะครับ ถ้าฝ่ายค้านท่านจําได้ตอนนั้นมีการแก้ไข มาตรา ๒๑๑ เหมือนกัน มาตรา ๒๑๑ เขียนอย่างไรครับ ก็เขียนเหมือนกับมาตรา ๒๙๑ วันนี้ละครับท่านประธาน ท่านจะตื่นเต้นอะไร เพียงแต่ว่าลักษณะเป้าหมายการเดินทาง เหมือนกัน แต่ระหว่างเดินมันอาจจะไม่เหมือนกัน แต่เป้าหมายการแก้ไขเพื่อประชาชน เหมือนกันครับ ที่ผมอ้างมาตรา ๒๑๑ ในยุคนั้น คืออะไรครับ ก็คือการตั้ง สสร. ให้จังหวัด เลือกกันมาครับ จะมี ๕๐ คน ๑๐๐ คน ท่านเลือกไป แต่สุดท้ายปลายทาง สสร. ทั้งหลาย ก็ไปเลือกมา แล้วก็ช่วยกันร่างจนกระทั่งเป็นฉบับประชาชนครับ ปี ๒๕๔๐ หลังจาก ประกาศใช้ ขออภัยนะครับที่เอ่ยนามท่าน ก็ ฯพณฯ นายชวน หลีกภัย นี่ละครับ ท่านก็เป็น นายกรัฐมนตรีบริหารประเทศ ปี ๒๕๔๐ ก็ว่ากันไป จะเกิดต้มยํากุ้ง ไครซิส (Crisis) หรือวิกฤตการณ์ในประเทศไทย ทางด้านของธุรกิจการเงิน ต่อเนื่องจนกระทั่งเป็นท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ มารัฐบาลท่านชวน ๒ ครับ ต่อเนื่องมาปี ๒๕๔๔ รัฐบาล ท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร พรรคไทยรักไทยก็อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แล้วก็ทํากันมาต่อเนื่องยาวนานครับ สุดท้ายปลายทางผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ที่แน่ ๆ รถถังวิ่งออกมาวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ตอนนั้นผมเป็นผู้สื่อข่าวอยู่ไอทีวี (ITV) ก็บุกขึ้นไป กองบรรณาธิการ ยังมีภาพปรากฏเลย ท่านประธานครับ เราไม่รู้หรอกครับว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ที่แน่ ๆ เรารู้สึกว่าเอาละเผด็จการมาอีกแล้ว หลังจากพฤษภาคม ๒๕๓๕ ตั้งแต่วันที่ ๑๘ พฤษภาคม วันที่ ๑๙ พฤษภาคม เหตุการณ์แบบนั้นย้อนกลับคืนมา ที่ผมบอกว่าผมไม่เห็นด้วย กับรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นัยสําคัญอย่างนี้ท่านประธานครับ ประเด็นที่น่าสนใจก็คือว่า รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ พูดกันมาตั้งแต่เช้าครับ มาจากเผด็จการ อันนี้แปลเป็นคําอื่น ไม่ได้เลยครับ ก็คือมาจากการยึดอํานาจครับ ไม่ได้มาจากรากฐานของประชาชนเหมือน ฉบับปี ๒๕๔๐ อย่างแน่นอนครับ แม้ท่านจะอ้างว่ามีการร่างรัฐธรรมนูญ มีการตั้ง สสร. จะมาจากไหน อย่างไร คัดมาจาก ๒,๒๐๐ คน แล้วเหลือเพียงแค่ไม่กี่ร้อยคน สุดท้ายปลายทางแล้วทําประชามติ ท่านประธานครับ ผมจําแม่นเลยตอนที่ทําประชามติ ท่านก็พูดกันบ่อยว่ารับไปก่อน สุดท้ายปลายทางแล้วรับไปแล้วเกิดอะไรขึ้นละครับ เดี๋ยวค่อยแก้กัน มันไม่ค่อยจะเหมาะสม ไม่ดีเท่าไร แล้วที่น่าแปลกอีก ท่านประธานครับ ท่านจําได้ไหมครับ ตอนเขาทําประชามติ เขาทํากันท่ามกลางปลายกระบอกปืนครับ ที่ผมพูด อย่างนี้อะไรรู้ไหมครับ ทําในขณะที่ประเทศไทยประกาศกฎอัยการศึก และชาวบ้านต่างถิ่น รู้กันบ้างไหมครับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนั้นเป็นอย่างไร หลายคนก็บอกว่าอยากให้บ้านเมืองสงบ เอาละก็รับร่างกันไป
ประเด็นต่อมาท่านประธานครับ ผมอยากจะเหลียวหลังและแลหน้า เหลียวหลังไปดูก่อนครับ ผมจําได้ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ในปัจจุบัน ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน เห็นใจท่านครับ บ้านเมืองไม่สงบ ทะเลาะเบาะแว้งกัน วุ่นวาย มากมาย พูดง่าย ๆ ก็คือเกิดปัญหากลางกรุงนี่ละครับ วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๒ ตั้งแต่ดินแดงเกิดเหตุ จนกระทั่งมีคนเจ็บ คนตาย ผมถามมีใครมีความสุขบ้างครับ เป็นผู้นําประเทศ มีคนตายในประเทศไทย ไม่มีหรอกครับ ผมก็เชื่อว่าใครเป็นผู้นําประเทศไหน ก็ไม่อยากให้มีใครเจ็บใครตายในประเทศครับ ถ้าคุยกันรู้เรื่องครับ
ประเด็นต่อมาที่น่าสนใจ ตอนนั้นผมฟังแล้วผมเข้าท่าเข้าทางกับตัวเอง แล้วที่บอกอย่างนี้เพราะอะไรรู้ไหมครับ ท่านประธานครับ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านก็มี การเรียกประชุมครับ ประชุมตั้งแต่ท่านประธานรัฐสภา ท่านประธานวิปร่วมรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน กรรมาธิการวิสามัญ กิจการวุฒิสภา เรื่องประชุมโต๊ะกันครับ แล้วตั้งคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาแก้รัฐธรรมนูญครับ มีใครนั่งอยู่ละครับ ท่านสมาชิกวุฒิสภาผู้ทรงเกียรติของผมครับ ท่านดิเรก ถึงฝั่ง ท่านเสนอออกมา ๖ ประเด็น ท่านประธานจําได้ไหมครับ อยู่ในรายงานฉบับนี้ครับ
ประเด็นที่ ๑ ก็คือการยุบพรรคการเมืองและเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง หัวหน้าพรรค อย่างที่ท่านพูดกันนี่ครับ กรรมการบริหารพรรคไปทําอะไรก็แล้วแต่ยุบพรรค พูดกันไปทั้งวันแล้ว แต่ผมถามหน่อยครับ ตอนนั้นทําไมรัฐบาลชุดที่แล้วไม่แก้ครับ หรือว่า ท่านนั่งทางในได้ว่า คดียุบพรรคประชาธิปัตย์อย่างไรก็ไม่ยุบเพราะหนังเหนียวหรือเปล่าครับ
แต่ประเด็นต่อมาท่านประธานครับ ข้อ ๒ ที่มาของมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ ก็คือแก้แบบแบ่งเขต ๓ เขตเรียงเบอร์ก็แก้ไป ท่านรู้อยู่แล้ว อันนี้ท่านแก้
เรื่องต่อมาครับ ประเด็นของสมาชิกวุฒิสภาในประเด็นที่ ๓ ที่คณะชุดนี้ เขาพูด ท่านไม่ได้แก้ครับ
ประเด็นที่ ๔ ท่านแก้ครับเรื่องมาตรา ๑๙๐
ประเด็นที่ ๕ เรื่องของการดํารงตําแหน่งของผู้แทนราษฎร มาตรา ๒๖๕ และมาตรา ๒๖๖ ผมโดนเต็ม ๆ ท่านประธานครับ ผู้แทนสมัยแรกครับ ช่วยน้ําท่วมจําได้ ใช่ไหมครับ อภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมถามว่าถ้าเกิดท่านแก้ประเด็นนี้ ท่านประธานครับ ท่านอภิสิทธิ์และท่านหมอวรงค์ ขออภัยที่เอ่ยนาม ไม่ต้องร่วมชะตากรรมกับผมในมาตรา เดียวกันนี้ครับ จิตบริสุทธิ์ด้วยกันทั้งนั้นครับ เอาของไปช่วยบริจาคประชาชน พวกผมก็ทําเหมือนกัน ถ้าแก้มาตรานี้ตั้งแต่ตอนสมัยรัฐบาลท่าน ท่านไม่ต้องไปศาลรัฐธรรมนูญแบบพวกผมครับ อย่างนี้น่าเสียใจครับว่าทําไมจึงไม่มีการแก้ วาระนี้ก็ค้างต่อไป ท่านประธานครับ
สุดท้ายในรัฐบาลของท่านอีกเช่นเดียวกันครับ ผมทบทวนความหลัง เพื่อจะมองว่าอดีตทําไมเราต้องแก้รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ครับ ที่น่าสนใจก็คือท่านได้มี การตั้งคณะกรรมการพิจารณาแนวทางของชุดท่านดิเรก ถึงฝั่ง คือคณะกรรมการเขาบอก ๖ ประเด็นแล้ว ท่านประธานครับ แล้วก็ให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาอีก สุดท้ายปลายทางท่านประธานครับ ก็อย่างที่เป็นข่าวนี่ละครับ อะไรละครับ ก็แก้ ๒ ประเด็นครับ แก้ที่มาของ ส.ส. แก้แบ่งเขตเลือกตั้ง แก้มาตรา ๑๙๐ ประเด็นที่น่าสนใจ ท่านประธานครับ ทําไมละครับ การยุบพรรคเกิดขึ้นมากมายหลากหลายจนกระทั่งท่านเลือกตั้งใหม่ ท่านมีความหวังอะไรหรือครับ ผมพูดอย่างนี้เพราะอะไรรู้ไหมครับท่านประธานครับ เมื่อวัน ๒ วันนี้ท่านประธานดูภาพข่าวภาพนี้นะครับ ผมขออนุญาตแล้วนะครับ อยากจะให้ ขึ้นจอให้ท่านสมาชิกได้ดูครับ ขอภาพหน่อยครับ ผมเห็นแล้วประทับใจ ท่านประธานครับ คนรักประชาธิปไตยนี่ปลื้มเลยท่านประธานครับ เพราะอะไรรู้ไหมครับ ชัดเจนครับ ภาพยนตร์เดอะเลดี้กําลังดังฉายอยู่ในกรุงเทพมหานครครับ อองซาน ซูจี ผู้นําสัญลักษณ์ ประชาธิปไตยครับ โอโห้ผมเห็นนี่ผมตื่นเต้นเลยนะ ที่ตื่นเต้นเพราะเห็นตั้งแต่คุณเกียรติ พี่องอาจ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ในอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ไป ตอนท่านเป็น นายกรัฐมนตรีท่านไม่ได้ไปท่านประธานครับ ท่านเพิ่งมาไปตอนเป็นฝ่ายค้าน พอไปแล้ว ผมใจชื้นครับ อยากจะไปเงี่ยหูฟังว่าท่านคุยอะไรกันนอกเหนือจากที่เป็นข่าวบ้างไหม เพราะอะไรรู้ไหมครับท่านประธานครับ สัญลักษณ์ของคําว่า ประชาธิปไตย ที่ท่านออง ซาน ซูจี ได้กรุณาจนกระทั่งมาเป็นภาพยนตร์จนมิเชล โหย่ว เล่นเสียจนโด่งดัง ผมเชื่อว่า มันคือสัญลักษณ์ของประชาธิปไตยครับ เพราะฉะนั้นท่านเดินทางกลับมา ท่านเห็น ฝ่ายรัฐบาลกําลังจะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่มาจากเผด็จการ ถ้าผมเป็น ผมก็ไม่อยากคิด ไม่คิดขนาดนั้นหรอกครับ ถ้าผมคิดนะครับ ถ้าผมได้มีโอกาสไปเจอผมกลับมา ผมจะ พลังแห่งชีวิต ประชาธิปไตยมันคือออง ซาน ซูจี อะไรก็แล้วแต่ที่มาโดยประชาชน ท่านดัน ให้สุดลิ่มทิ่มประตูครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ ท่านประธานครับ ผมขอเรียกร้องไปยังฝ่ายค้านครับ ถ้าท่านมีโอกาสนะครับ ท่านส่งเสริมไปเถอะครับระบอบประชาธิปไตย อย่างน้อยการตั้ง สสร. มาจาก ๗๗ คน มาจากแต่ละจังหวัด ๒๒ คน มาจากนักวิชาการมันก็ยังดีกว่า มาจากปลายกระบอกปืน ท่านประธานครับ สุดท้ายปลายทางครับยังดีกว่าปี ๒๕๔๐ ด้วยซ้ํา ที่ สสร. นั้นมาจากการเลือกตั้งโดยตรง แล้วก็ยังดีกว่าปี ๒๕๕๐ แน่นอนที่ประชามติ ท่ามกลางปลายกระบอกปืนครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ