พงศ์เอก อภิรักษ์โยธิน อภิปรายเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเจตนารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเรียกร้องการพิจารณาความเห็นของสภาคองเกรสแห่งสหพันธ์ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และการป้องกันการเซ็นเช็คเปล่า ในการดำเนินการของรัฐสภา
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม พลโท พงศ์เอก อภิรักษ์โยธิน สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดพะเยา ผมขออนุญาตอภิปรายในร่างรัฐธรรมนูญในฉบับนี้ดังต่อไปนี้
ในส่วนที่คณะวุฒิสภาได้คุยกันในหลาย ๆ เรื่อง รวมทั้งสมาชิกรัฐสภาได้กล่าว ในที่ประชุมแห่งนี้ ผมก็คิดว่ามีเรื่องที่จะต้องศึกษาอยู่มากมาย ในฐานะที่ผมอยู่ใน คณะกรรมาธิการการทหาร วุฒิสภา ผมก็มีความเป็นห่วงในรัฐธรรมนูญที่เราจะร่างขึ้นมานี้ วันนี้เราได้อภิปราย ผมคาดว่ามันจะล่วงเกินรัฐธรรมนูญที่เราอภิปรายมานี้ เกินกว่าที่เรา ควรจะใช้พิจารณา เพราะว่าเราได้อภิปรายถึงรัฐธรรมนูญฉบับที่เรายังไม่ได้ร่าง ขณะเดียวกัน รัฐธรรมนูญที่ยังไม่ได้ร่างเราก็ยังไม่รู้ว่า สสร. ที่จะร่างนั้นคือใคร ความกังวลทั้งหลายแหล่นั้น ที่เกิดขึ้นมานี้อันเกิดจากว่าตามความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภาหลาย ๆ ท่านด้วยกัน ควรจะได้พิจารณาในเรื่องของการร่างรัฐธรรมนูญโดย สสร. ที่จะตั้งขึ้นมาใหม่นี้ ให้มันเป็นไป ตามแนวทางที่พวกเราได้คิดไว้ ผมก็ไม่ทราบว่าในส่วนของผู้ที่ร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ ท่านมีเจตนาให้มันเป็นไปอย่างไรในปลายทางคือรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ส่วนผู้ที่มีความคิดเห็น ตรงข้ามก็ยังไม่ทราบว่าเจตนาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ออกมานั้น โดย สสร. ที่ร่างมานั้น มันทําให้เกิดผลดี ผลเสียอย่างไร สิ่งที่ผมเป็นกังวลอยู่ขณะนี้
ประการที่ ๑ ก็คือว่าในส่วนของร่างทั้ง ๓ ฉบับ ซึ่งสมาชิกได้ร่างขึ้นมานั้น ในหลักการนี้ได้กําหนดไว้ว่าเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เป็นร่างใหม่ทั้งฉบับ อันนี้ ผมคิดว่ามันจึงได้เกิดปัญหาขึ้นมาว่ามันมีปัญหาเรื่องการเซ็นเช็คเปล่า การเปิดช่องว่าง ให้ สสร. ได้ดําเนินการเขียนเอาเอง ในส่วนของความกังวลใจของผมก็คือว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะทําได้ เพราะว่า ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ซึ่งได้ยืนยันไปแล้ว ในที่ประชุมแห่งนี้ รวมทั้งท่านนายแพทย์เหวง โตจิราการ รวมทั้งท่าน พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย หลายคนนะครับ แล้วก็เพื่อนสมาชิกหลายคนได้กล่าวยืนยันไว้ว่าเราจะไม่ทําในส่วนนี้ แต่จะ ให้มันคมชัดถึงขนาดว่าจะไม่แตะต้องในมาตรา ๘ ถึงมาตรา ๒๕ ของหมวด ๒ นั้น ก็คงจะ เป็นไปไม่ได้เพราะว่าได้มอบหมายให้กับทาง สสร. ได้ดําเนินการไปแล้วนะครับ สําหรับ ฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้นคิดว่าในส่วนของผู้ที่ร่างมานั้นทําไมถึงต้องแก้ไขทั้งฉบับ คิดว่า เหตุมันเกิดจากว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เราจะร่างขึ้นมานี้เราก็ต้องการให้เกิดความบริสุทธิ์ ให้มันปลอดจากมลทินอันเกิดจากรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ซึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องมาจาก การปฏิวัติรัฐประหาร ผมก็มีความหวังว่าตามที่ท่านนายแพทย์เหวง โตจิราการ นั้นได้กล่าวไว้ว่า ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทิ้งไปเสีย ฉบับปี ๒๕๕๐ ถ้าจะร่างขึ้นมาใหม่ก็คาดไว้ว่าในหมวด ๒ ก็ต้องหยิบฉบับที่ฉีกขึ้นมาเขียนอีก ทั้งนี้ก็เพราะว่าทุก ๆ ฉบับที่เรานํามาใช้ ไม่ว่าจะเป็น รัฐธรรมนูญอันเกิดจากการเลือกตั้งประชาธิปไตยเต็มใบหรือเกิดจากการปฏิวัติรัฐประหาร หรือครึ่งใบใด ๆ ก็ตาม ลอกหมวด ๒ มาทุกฉบับ เพราะฉะนั้นในฉบับใหม่ที่กําลังจะร่างนี้ ผมก็คาดว่าไม่น่าที่จะเอามาตราใดมาตราหนึ่งในหมวด ๒ ออก เพราะถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญ เต็มใบ แล้วก็ทําให้มันเกิดความใสสะอาด เพราะฉะนั้นก็อย่าไปวิตกจริตกันให้มากในการที่ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะออกมาในรูปใด ขณะนี้ท่านได้วิพากษ์วิจารณ์กันไปเสียเต็มประดานะครับ ในขณะที่ร่างฉบับใหม่ยังไม่ได้ร่างเลย สสร. อยู่ไหนก็ยังไม่ทราบ ข้อเสนอแนะของผมก็คือว่า ในส่วนของ สสร. ที่จะเกิดขึ้นอย่างไรก็ต้องเกิดแน่ เราก็ไม่ได้มีความกังวลใจว่า สสร. ที่ได้เกิด ขึ้นมาใหม่นี้จะมีคุณสมบัติหรือลักษณะแบบใด แต่เราก็คาดหวังไว้ว่าผู้ที่จะต้อง ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ฉบับนี้ คงจะต้องได้พิจารณาให้รอบคอบในหลาย ๆ เรื่องด้วยกัน คงไม่เอาตัวเข้าไปเสี่ยงในเวลาอันสั้นในบั้นปลายของชีวิต
ประการที่ ๑ ก็คือว่าตัว สสร. ตอนนี้เราอภิปรายรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อเป็นการตีลูกกันไว้ก่อนไม่ทราบว่าในโอกาสข้างหน้าในระหว่างที่มันมีการแปรญัตติ หรือกรรมาธิการต่าง ๆ ที่จะได้ไปพิจารณานั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่ เราอาจจะไม่มีโอกาส ได้ไปชี้แจง เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ถึงแม้ว่าท่านประธานจะได้กล่าวหลายครั้งก็ตามว่า หยุดทีเถอะครับ พอทีเถอะครับ เรื่องหมวดที่ ๒ เรื่องพระมหากษัตริย์นั้นเราน่าจะเลิกพูดกันได้แล้ว แต่มันก็คงไม่มีเรื่องใดที่จะได้กล่าวถึงมากกว่านี้ เพราะว่าสมาชิกหลาย ๆ ท่านก็ได้อ่าน ทั้ง ๓ ฉบับมาแล้ว รวมทั้งทุก ๆ ท่านก็ยังไม่ได้มีความรู้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะฉะนั้น ก็ยังคงมีข้อกังวลใจเช่นเดียวกับผมในหมวด ๒ นี้นะครับ ผมว่าในส่วนของ สสร. ที่จะเกิดขึ้นใหม่นี้ น่าจะนําเอารัฐธรรมนูญฉบับที่ประชาชนได้ร่างขึ้นถึงแม้ว่าจะยังไม่เสร็จ ส่งไม่ทัน หรือไม่สามารถ จะเข้าดําเนินการมาให้รัฐสภาแห่งนี้ได้พิจารณาได้ ก็น่าจะหยิบมาได้ในโอกาสนั้นนะครับ ถึงแม้ว่าขณะนี้ยังล่ารายชื่อไม่ทัน แต่ผมคิดว่าร่างมีหมดแล้วไม่อย่างนั้นคนก็จะไม่ลงรายชื่อ เราจะได้เห็นบ้างหรือไม่ได้เห็นก็ตามก็อาจจะหยิบขึ้นมาได้จากคณะกรรมาธิการ หรืออนุกรรมาธิการที่เราจะตั้งขึ้นตามที่ท่านนายแพทย์เหวงได้กล่าวขึ้นไว้แต่ต้นนะครับ
เรื่องที่ ๒ ก็คือว่ามีเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งได้กรุณาว่าขอให้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ รับปากไว้ว่าจะไม่ไปแตะต้องหมวด ๒ มาตรา ๘ ถึงมาตรา ๒๕ ผมคิดว่าท่านคงไม่แตะต้อง หรอกครับ เพราะว่าท่านไม่ได้เป็นคนร่าง เพราะฉะนั้นท่านรับปากได้ว่าไม่แตะต้อง แต่คนร่าง คือ สสร. เราก็ต้องไปพิจารณาตรงนั้น ไปช่วยกันพิจารณาตรงนั้น วันนี้ถ้าเราอาจจะไม่มี ความเห็นใด ๆ ว่าท่านจะพิจารณาเลือก สสร. แบบใด แต่คิดว่าเราควรจะผ่านรัฐธรรมนูญ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ เพื่อที่จะได้นํามาพิจารณา คือเปิดโอกาสให้ทางผู้ที่เสนอนั้น มีโอกาสได้ชี้แจงบ้าง มันคงไม่ง่ายเกินไปที่จะแก้ไขอะไรได้ง่าย ๆ ในโอกาสต่อไป ผมขอขอบพระคุณครับ