รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

สามารถ ราชพลสิทธิ์ หารือเรื่องรัฐธรรมนูญ โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการยกเลิกรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 18 และวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญในปัจจุบัน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมีบรรยากาศปรองดองสมานฉันท์ และกระบวนการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่โปร่งใส และไม่ล้มเอียง และเตือนภัยว่า หากไม่ดำเนินการประชาธิปไตยไทยจะล้มลุกคลุกคลานไปตลอด

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ๘๐ ปีภายใต้ การปกครองในระบอบประชาธิปไตย เราใช้รัฐธรรมนูญเพื่อเป็นเครื่องมือในการสืบทอดอํานาจ และเป็นเครื่องมือในการปฏิรูปการเมืองมาแล้ว ๑๘ ฉบับ มาถึงวันนี้รัฐบาลเตรียมที่จะ จัดทํารัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑๙ ต้องการยกเลิก ฉบับที่ ๑๘ โดยอ้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญ ที่มาจากระบอบเผด็จการ ทั้ง ๆ ที่รัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑๘ หรือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่มาจากประชามติของประชาชน ท่านประธานครับ แม้ว่ารัฐบาล จะยกภาระหน้าที่ในการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญให้กับสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือ สสร. ก็ตาม แต่รัฐบาลก็หนีความรับผิดชอบในผลที่เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญไม่ได้ ดังนั้นกระผม ขอตั้งคําถาม ๑๐ ข้อไปถึงรัฐบาล เพื่อความกระจ่างชัดของพี่น้องประชาชน คําถาม

ข้อที่ ๑ การเสนอให้แก้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ โดยอ้างว่าไม่ดี เมื่อเห็นว่าไม่ดี ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ดังนั้นเมื่อแก้รัฐธรรมนูญแล้วและมีผลบังคับใช้แล้วรัฐบาล ก็คือรัฐบาลจะกล้าที่ประกาศยุบสภาทันทีหรือไม่

ข้อที่ ๒ หากทําประชามติเพื่อรับร่างรัฐธรรมนูญแล้วปรากฏว่ามีประชามติ ไม่เห็นชอบรัฐบาลจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไรเมื่อเสียงส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ ร่างรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลเป็นผู้เสนอให้จัดทํา

ข้อ ๓ รัฐบาลยอมรับหรือไม่ว่าที่ผ่านมาการเลือกตั้งทุกระดับมีการซื้อสิทธิขายเสียง กันเป็นจํานวนมาก รัฐบาลมีหลักประกันอะไรที่จะยืนยันว่ารัฐธรรมนูญที่จะร่างนี้มีระบบ และมาตรการป้องกัน ควบคุมและลงโทษอย่างเข้มงวดกวดขันจริงจังและมีประสิทธิภาพ

ข้อ ๔ รัฐบาลมีหลักประกันอะไรที่ยืนยันว่าจะให้อํานาจที่เข้มแข็งกับ การเมืองภาคประชาชนในการตรวจสอบนักการเมือง

ข้อ ๕ ในช่วงที่มีการรณรงค์เพื่อรับร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ คนในฝั่งรัฐบาล ในขณะนี้หลายคนได้เคยกล่าวไว้หลายครั้งหลายหนว่าให้กลับไปใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ โดยอ้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากวิถีประชาธิปไตย และเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด ถึงวันนี้ เหตุใดจึงคิดจะร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เหตุใดจึงไม่เสนอให้กลับไปใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งสามารถประหยัดเวลาและงบประมาณได้เป็นจํานวนมาก

ข้อ ๖ มีคํากล่าวอ้างว่าถ้าผู้ร่างกฎหมายกับผู้ใช้กฎหมายเป็นคนคนเดียวกัน หรือกลุ่มเดียวกัน ก็ย่อมจะร่างกฎหมายเพื่อให้ตนเองหรือกลุ่มของตนเองได้รับประโยชน์ ฉะนั้นการร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ รัฐบาลมีหลักประกันใดที่จะยืนยันว่าคํากล่าวนี้ ไม่เป็นความจริง

ข้อ ๗ รัฐบาลมีหลักประกันอะไรที่จะยืนยันว่ารัฐธรรมนูญที่จะร่างนี้ ไม่มีผลกระทบต่อสถาบันอันเป็นที่เคารพรักยิ่งของประชาชน

ข้อ ๘ รัฐบาลมีหลักประกันอะไรที่จะยืนยันว่าจะไม่ช่วยเหลือ ไม่เอื้อประโยชน์ให้แก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด และจะไม่มีการลบล้างความผิดในคดีอาญา ให้แก่ผู้ใดทั้งสิ้น

ข้อ ๙ รัฐบาลมีหลักประกันอะไรที่ยืนยันว่ารัฐธรรมนูญที่จะร่างนี้ จะไม่มีผลแทรกแซง ๓ อํานาจหลักตามระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะอํานาจตุลาการ

ข้อ ๑๐ รัฐบาลมีหลักประกันอะไรที่จะยืนยันว่าจะคงมีองค์กรอิสระ และองค์กรอิสระจะไม่ถูกแทรกแซงจากรัฐบาลหรือผู้มีอํานาจ

ท่านประธานครับ กระบวนการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ดูเหมือนว่า เป็นประชาธิปไตย แต่เป็นประชาธิปไตยในรูปแบบมากกว่าประชาธิปไตยในเนื้อหา เป็นประชาธิปไตยด้วยวิธีการมากกว่าประชาธิปไตยที่สามารถสนองตอบความต้องการของ พี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง ท่านประธานครับ ถ้าเราไม่สามารถจัดทํารัฐธรรมนูญภายใต้ เงื่อนไขดังต่อไปนี้

๑. มีบรรยากาศปรองดองสมานฉันท์ มีความต้องการที่จะปฏิรูปการเมือง ไม่มีบรรยากาศความขัดแย้งทางการเมืองเช่นในเวลานี้ ซึ่งเป็นความขัดแย้งอย่างร้าวลึก ยากที่จะประสาน

๒. กระบวนการได้มาซึ่ง สสร. ต้องมีความโปร่งใส

๓. ผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญต้องเป็นธรรมไม่ลําเอียง ไม่หวังที่จะช่วยเหลือ ผู้หนึ่งผู้ใดเป็นการเฉพาะ และ

๔. ประชาชนต้องมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไขดังกล่าวนี้ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญใหม่ที่เราจะได้มาก็จะเป็นเพียงรัฐธรรมนูญฉบับผู้ชนะเท่านั้น ซึ่งอาจจะถูกครหาได้ว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการรัฐสภาก็ได้ ท่านประธานครับ การเมืองไทยก็จะไม่สามารถหนีวงจรแห่งความเลวร้ายไปได้ ประชาธิปไตยไทยก็จะยังคง ล้มลุกคลุกคลานเช่นนี้ตลอดไป ขอบพระคุณครับ