วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิรูปการเมืองและแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประเทศไทยมีความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง และเสนอแนะแก้ไขมาตราเกี่ยวกับการปฏิรูปการเมือง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยและขอสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ที่เรากําลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ทั้ง ๓ ฉบับ เพราะว่าทั้ง ๓ ฉบับนั้นก็มีวัตถุประสงค์ เช่นเดียวกัน คือการเข้าไปแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๙๑ ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ทั้งนี้เพื่อเป็นการเปิดทางให้มีการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของ ประชาชนทั้งประเทศและจากการเลือกตั้งของรัฐสภาเพื่อที่จะให้ สสร. หรือสภาร่างรัฐธรรมนูญนี้เข้าไปทําหน้าที่ในการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ ให้มีความเป็นประชาธิปไตยตามปรัชญาและอุดมการณ์ของการเมืองการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริงเหมือนกับนานาอารยประเทศทั้งหลายที่เขาถือปฏิบัติกันอยู่ ในขณะนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าหากเราจะถามว่าบ้านไหน เมืองไหน สังคมไหน ประเทศไหนมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยหรือไม่เขาดูอะไรกัน เขาดูกันที่ตรงไหน คําตอบก็คือเขาดูที่องค์ประกอบ ๓ ประการด้วยกัน
ประการแรก บ้านไหน เมืองไหน สังคมไหน มีโครงสร้างของการเมือง การปกครองที่เป็นประชาธิปไตยหรือไม่ เป็นต้นว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน มีรัฐสภา มีสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน มีระบบ พรรคการเมืองที่ตั้งอยู่บนฐานมวลชนของคนทั้งประเทศหรือไม่ อย่างไร
ประการที่ ๒ เขาดูที่เนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญที่เป็นแม่บทในการบริหาร ปกครองประเทศว่าเป็นประชาธิปไตยหรือไม่
ประการที่ ๓ ก็ดูที่วิถีชีวิตของผู้คนในสังคม ในบ้าน ในเมือง ว่าเขามี วิถีประชาธิปไตยหรือมีวัฒนธรรมประชาธิปไตยหรือไม่ อย่างไร ถ้าสังคมไหน ประเทศไหน มีครบทั้ง ๓ องค์ประกอบที่กล่าวมาแล้วก็ถือได้ว่าประเทศนั้น สังคมนั้น มีความเป็น ประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่ในทางตรงกันข้ามถ้าสังคมไหนหรือประเทศไหนมีองค์ประกอบ ไม่ครบทั้ง ๓ ประการ ไม่อาจจะเรียกได้ว่าสังคมนั้นมีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราหันมาดูประเทศไทยของเราในขณะนี้เราก็จะเห็นได้ชัดเจนว่า เรามีโครงสร้างในการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย มีรัฐบาล มีสภาผู้แทนราษฎร มีรัฐสภา มีระบบพรรคการเมือง เรามีวิถีประชาธิปไตย มีวัฒนธรรมประชาธิปไตยมากพอสมควร แต่ถ้าเรามาดูที่เนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญที่จะเป็นแม่บทกฎหมายในการปกครองประเทศแล้ว โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้คือฉบับปี ๒๕๕๐ แม้เนื้อหาสาระบางส่วนจะมีข้อดีอยู่ มากพอสมควร เป็นต้นว่าหมวดที่ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ และหมวดที่ว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพ ของปวงชนชาวไทยเป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามสาระสําคัญบางส่วนของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็ยังมีความบกพร่องไม่มีความเป็นประชาธิปไตย มิหนําซ้ําบางส่วนยังขัดแย้งหรือสวนทางกับ การพัฒนาประชาธิปไตยด้วยซ้ําไป ดังเห็นได้จากรายงานและข้อเสนอแนะของ คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งประกอบไปด้วย ส.ส. จากพรรคร่วมรัฐบาล ส.ส. จากซีกฝ่ายค้าน ตัวแทนจากวุฒิสมาชิก และรัฐสภาสมัยที่แล้ว รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหมด ๓๙ ท่าน ที่ได้รับแต่งตั้งจากรัฐสภาสมัยที่แล้ว ให้มาทําหน้าที่ในการศึกษาการใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งก็ได้รับรายงานจากคณะกรรมการชุดนี้ ต่อรัฐสภาว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีข้อบกพร่องอยู่บางประการที่สมควรจะได้รับการแก้ไข อย่างน้อยที่สุดก็ ๖ ประเด็นด้วย ประกอบด้วย
ประเด็นที่ ๑ มาตรา ๒๓๗ ที่เกี่ยวกับการยุบพรรคการเมืองและการเพิกถอน สิทธิทางการเมืองของหัวหน้าพรรค หรือของคณะกรรมการบริหารพรรคที่เกี่ยวเนื่องจาก การกระทําความผิดกฎหมายเลือกตั้งของสมาชิกพรรคในพรรคของตน
ประเด็นที่ ๒ มาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ ที่เกี่ยวเนื่องกับที่มาของ ส.ส. ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้มีการแก้ไขไปแล้วในรัฐบาลที่แล้ว
ประเด็นที่ ๓ มาตรา ๑๑๑ ถึงมาตรา ๑๒๑ ที่เกี่ยวกับที่มาของ ส.ว.
ประเด็นที่ ๔ มาตรา ๑๙๐ ที่เกี่ยวกับการทําหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับ ความเห็นชอบจากรัฐสภาของรัฐบาล
ประเด็นที่ ๕ มาตรา ๒๖๕ ที่เกี่ยวกับการเข้าดํารงตําแหน่งทางการเมืองของ ส.ส. และ
ประเด็นที่ ๖ มาตรา ๒๖๖ ที่เกี่ยวกับบทบาทการทําหน้าที่ของ ส.ส. ในการ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งรายละเอียดผมจะไม่ขอพูดในที่นี้ เพราะว่า หลายท่านได้กล่าวกันมาแล้ว ซึ่งผลจากการบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ท่านประธานที่เคารพ ก่อให้เกิดปัญหาอุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดินในบางเรื่อง แล้วก็ต้องถือว่า เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของการขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยอย่างที่เราประสบอยู่ในขณะนี้ที่ทุกฝ่ายต่างพยายามที่จะ เรียกร้อง แล้วก็แสวงหาความสามัคคีปรองดองสมานฉันท์ของสังคมไทยให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ดังนั้นท่านประธานที่เคารพ ส่วนหนึ่งของกระบวนการในการแก้ไขปัญหาทางการเมือง ของประเทศเพื่อการบรรลุสู่ความสามัคคีปรองดองความสมานฉันท์ของคนในชาติ จึงจําเป็นต้องปฏิรูปการเมืองเสียใหม่ด้วยการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นทั้งฉบับ เพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีความเป็นประชาธิปไตยและเป็นรัฐธรรมนูญฉบับของประชาชน อย่างแท้จริงต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ ในขณะนี้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าโลกทุกวันนี้ ต่างยอมรับกันว่าการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเท่านั้นที่ถือว่า เป็นการปกครองที่ดีที่สุดในปัจจุบันที่จะนําพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญก้าวหน้าและนําพา ชีวิตของผู้คนในบ้านในเมืองไปสู่ความมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจน ได้แก่ ประเทศต่าง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เคยปกครองด้วยระบบอื่นที่มิใช่ระบอบเสรีประชาธิปไตย โดยเฉพาะประเทศที่ปกครองด้วยระบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ทั้งหลาย ในปัจจุบันนี้ต่างพากัน หันหลังให้กับลัทธิคอมมิวนิสต์กันหมด แล้วก็หันหน้าเข้าสู่การปฏิรูปการเมืองการปกครอง ของประเทศเสียใหม่ด้วยการจัดการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนับตั้งแต่ประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นลูกพี่ใหญ่ในค่ายคอมมิวนิสต์กลุ่มประเทศต่าง ๆ ที่อยู่ในเครือของสหภาพโซเวียตเดิม กลุ่มประเทศยุโรปตะวันออกและแม้กระทั่งประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนที่ขณะนี้ ก็มีความพยายามในการเปลี่ยนแปลงไปสู่การปกครองแบบประชาธิปไตยมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านของเราด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ศาสตราจารย์อมาตยา เซน ศาสตราจารย์ทางด้านเศรษฐศาสตร์ ชาวอินเดียผู้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกคนหนึ่ง ซึ่งเป็น อาจารย์ในมหาวิทยาลัยที่สําคัญที่มีชื่อเสียงหลายแห่งทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นในอเมริกา ยุโรป หรือที่อื่น ๆ เช่น มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เหล่านี้เป็นต้น เป็นผู้ที่ค้นคิดต้นแบบในการนําเอาแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ไปใช้ในการแก้ไข ปัญหาความยากจนของผู้ยากไร้ แล้วก็เป็นเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ในปี ๑๙๙๘ ได้กล่าวไว้ว่า ที่ใดมีประชาธิปไตยที่นั่นไม่มีคนอดอาหารตาย ซึ่งประเด็นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาและอุดมการณ์ทางการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อย่างแท้จริง เพราะรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย รัฐบาลที่มาจากประชาชนนั้นย่อมต้องมี ความจริงจังและใส่ใจในการที่ดูแลแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกหย่อมหญ้า ในทุกระดับตั้งแต่ระดับรากหญ้าขึ้นมา ท่านประธานที่เคารพ ผมคิดว่าบัดนี้ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะต้องปฏิรูปการเมืองของเราเสียใหม่คือการขับเคลื่อนประเทศให้ไปสู่ ความเจริญก้าวหน้าในทุก ๆ มิติ ทั้งด้านการเมืองเศรษฐกิจและสังคม โดยการจัดทํา ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาใช้บังคับ เพื่อสนองตอบเจตนารมณ์ของประชาชนส่วนใหญ่ ทั้งประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในขณะนี้ เช่นเดียวกับนานาอารยประเทศทั้งหลายที่เขามี การปกครองในระบอบประชาธิปไตย เขาก็มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญของเขา เช่นเดียวกันเป็นประจํา ยกตัวอย่างเช่น ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งถือว่าเป็นต้นแบบในการ ปกครองประชาธิปไตยระบบประธานาธิบดีซึ่งเขามีรัฐธรรมนูญที่ใช้มาแล้ว ๒๒๐ กว่าปี เขาก็มีการแก้ไขมาแล้ว ๑๘ ครั้ง ประเทศฝรั่งเศสก็เช่นเดียวกัน ประเทศฝรั่งเศส มีรัฐธรรมนูญหลายฉบับ ฉบับสุดท้ายที่ประกาศใช้ในปี ๑๙๕๘ ที่เรียกว่าคอนสทิทิวชัน ออฟ เดอะ ฟิฟท์ รีพับลิก (Constitution of the Fifth Republic) ใช้มาแล้ว ๕๔ ปี ก็ได้มี การแก้ไขถึง ๑๘ ครั้ง ประเทศเยอรมนีใช้มาตั้งแต่ปี ๑๙๔๖ ๖๖ ปีที่ผ่านมาก็มีการแก้ไขไปถึง ๔๓ ครั้ง ครั้งสุดท้ายเมื่อไม่นานมานี้ ท่านประธานที่เคารพ ท่านคงจะจําได้ว่าการจัดทํา ประชามติของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก่อนหน้าที่มีการใช้ หลายคนคัดค้าน หลายฝ่ายคัดค้าน แต่ก็มีการรณรงค์บอกว่าให้ใช้ไปก่อนข้อบกพร่องต่าง ๆ นั้นค่อยมาแก้ทีหลังเพื่อจะให้มี การเลือกตั้งโดยเร็ว ผมคิดว่าบัดนี้ถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ เหล่านั้น โดยการจัดทํา ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ เพราะถ้าหากเราจะเอาไปแก้ไขในส่วนที่บกพร่องคงไว้ ในส่วนดีบางส่วนนั้นอาจจะมีการยากลําบากในกระบวนการแก้ไข เพราะฉะนั้นเราสามารถที่จะ คงส่วนที่ดีของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไว้ แล้วก็แก้ไขเพิ่มเติมส่วนใหม่ ด้วยวิธีการยกร่างทั้งฉบับ ซึ่งอาจจะสะดวกกว่า เพราะฉะนั้นผมจึงขอสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และเห็นสมควรที่รัฐสภาจะให้การสนับสนุนต่อไป ขอบคุณมากครับ