เจือ ราชสีห์ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลรีบร้อน และไม่จริงใจในการแก้ไข โดยมีเหตุผล 3-4 ประเด็น และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาที่เกิดจากตนเองก่อน
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเป็นอีกผู้หนึ่งท่านประธานรัฐสภาครับ ที่ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งในการขอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญในครั้งนี้นะครับ ผมไปดูไปฟัง คําอภิปรายของเพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ก็ตกใจเหมือนกันนะครับว่า ไม่ใช่เป็นการแก้ไข เพิ่มเติมนะครับ บอกว่าจะฉีกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ก็ดูแล้วรู้สึกจะมีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ผมเองที่ผมไม่เห็นด้วยต่อการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมมีเหตุผลสนับสนุนอยู่ ๓-๔ ประเด็นครับ ผมคิดว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นการแก้ไขที่รีบร้อนซ่อนเงื่อน มากมาย การรีบร้อนแสดงให้เห็นได้เลยนะครับว่าวันนี้เรารีบ แม้แต่ประชาชนที่จะมีส่วนร่วม ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเราก็ไม่ได้รอ เราบอกว่าเดินไปข้างหน้าไม่ต้องรอ นั่นคือแสดงให้เห็น ถึงความรีบร้อน แล้วก็ทางรัฐบาลบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องนโยบายเร่งด่วนที่จะต้องทําให้เสร็จ ภายในปีแรก ผมเองก็ฟังท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายวันแรกเหมือนกันครับ นโยบาย เร่งด่วนปีแรกไม่ใช่ทําเรื่องนี้เรื่องเดียวหรอกครับ มีทําประมาณเกือบ ๓๐ เรื่อง ถ้าผมจําได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่รัฐบาลยังไม่ได้ทําก็คือว่าปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน รัฐบาล ละเลยยังไม่ได้คิดแก้ปัญหาเลย ตอนนี้ราคาสินค้าแพงขึ้น ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ลําบากลง นั่นก็คือความเร่งด่วนเหมือนกันที่รัฐบาลจะต้องแก้ปัญหา ราคาน้ํามันแพง สิ่งนี้ มันก็อยู่ในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลเหมือนกันนะครับ รัฐบาลก็ยังไม่คิดจะทํา ผมคิดว่า เรื่องรัฐธรรมนูญยังไม่ได้เป็นปัญหา เป็นอุปสรรคในการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดนี้เลย เรื่องเร่งด่วนอื่น ๆ ปัญหาของพี่น้องประชาชนต่างหาก ที่น่าจะทําก่อน ปัญหาเรื่องน้ําท่วม เป็นการบริหารผิดพลาดของรัฐบาล เงินค่าชดเชยที่ประชาชนคอยอยู่ เรื่องเหล่านี้ต่างหาก ที่รัฐบาลน่าที่จะคิดแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนก่อน เรื่องการปรองดองก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ท่านประธานครับ ที่รัฐบาลพูดเอาไว้ นายกรัฐมนตรีพูดตลอดก่อนเลือกตั้งก็พูด ปรองดองท่านก็พูดเหมือนกับผู้สื่อข่าวให้สมญานาม เป็นนกแก้ว ท่านก็ท่องไปเรื่อยปรองดอง ๆ มานโยบายก็ปรองดองอีกเหมือนกันครับ ปรองดองรัฐบาลก็ยังไม่ได้ทํา ปรองดองถ้ารัฐบาลไม่ให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องทั้งประเทศ ไม่ให้มีมาตรฐานเดียวกัน มีหลายมาตรฐานเกิดปรองดองไม่ได้หรอกครับ นั่นก็คือสิ่งที่รัฐบาล ต้องทํา ปรองดองได้อย่างไรครับ ปรองดองที่จะแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญคราวนี้ท่านดูหนังสือ ของประธานสภาเอง หนังสือของสภาไปบอกว่าสํารวจโพลล์มาแล้ว ตอนนี้นิด้าโพลบอกว่า การแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญจะเผชิญหน้าเกิดความขัดแย้งเกือบเท่าไรครับท่าน ไม่รู้ตั้ง ๗๒ เปอร์เซ็นต์ นี่หรือครับนายกรัฐมนตรีต้องการความปรองดอง มันเป็นไปไม่ได้ครับ จะต้องเกิดความขัดแย้งวิกฤติของประเทศจะเกิดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ไม่ใช่ผมพูดคนเดียวนะครับ นี่คือโพลล์ของสถาบันนิด้าบอกว่าจะเผชิญความขัดแย้ง ความสุขของพี่น้องประชาชนลดลงครับ เมื่อพูดถึงการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ นั่นแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้มีความจริงใจที่พูดถึง เรื่องการปรองดอง ปรองดองเหมือนที่ผมบอกว่าต้องมีความเป็นธรรมครับ ไม่ใช่ว่าในกรณีที่ ถ้าเสื้อแดงถ้าเกิดค่าชดเชยต้องให้ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท ในกรณีที่นโยบายของรัฐบาล คราวที่แล้วผิดพลาด ให้พี่น้องประชาชน ตํารวจ ทหารตายที่ภาคใต้จ่ายค่าชดเชยนิดเดียวครับ ขณะนี้เรื่องนี้ก็จะทําให้สังคมแตกแยกอีกครั้งหนึ่งสวนทางกับนโยบายของรัฐบาลอย่างสิ้นเชิงครับ นั่นคือสิ่งที่ผมคิดว่ารัฐบาลต้องทํา พูดไว้แล้วต้องทํานะครับ ไม่ใช่เลือกทําเฉพาะ เรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างเดียว เรื่องปรองดองความเป็นธรรมให้กับพี่น้องทั่วประเทศ ท่านก็ต้องทําครับ บุคคลทั่วไปไม่เชื่อว่าคราวนี้การแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ จะแก้ กฎหมายรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ผมก็อ้างเอกสารของท่านที่แจกมา ในนิด้าโพลเหมือนกัน ๔๙ เปอร์เซ็นต์ เขาบอกว่าแก้กฎหมายคราวนี้เพื่อให้นักการเมืองเอง เท่านั้นละครับได้ประโยชน์ เพราะอะไรครับ คนไม่เชื่อรัฐบาลครับ ไม่เชื่อเพราะอะไรครับ เพราะมีสิ่งบอกเหตุมาหลายครั้งว่ารัฐบาลชุดนี้จะทําเพื่อคนคนเดียว ตอนที่คณะรัฐมนตรี เตรียมจะออกพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษให้กับบางคนนะครับ นั่นก็เตรียมไว้ คราวนี้ ก็เหมือนกันรีบร้อนซ่อนเงื่อนเพื่อใครหรือเปล่า มันมีลางบอกเหตุมาเรื่อย ๆ นะครับ พวกผม ไม่ได้วิตกจริตกันตามที่มีการอภิปรายหรอกครับ มันมีลางบอกเหตุ มันมีสิ่งบอกเหตุ ผมไม่ได้ ไม่เชื่อคนเดียว คนทั่วประเทศ ๔๙ เปอร์เซ็นต์ ก็ไม่เชื่อเหมือนกัน เพราะว่า ๗-๘ เดือน ที่ผ่านมาได้ช่วยเหลือให้กับคนบางคนหลายเรื่องครับ เตรียมที่จะออกพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ ให้พาสปอร์ต (Passport) สีแดง ทํามาหลายอย่างครับ คราวนี้ ก็เหมือนกันคนคิดว่ารัฐบาลชุดนี้กําลังเตรียมกฎหมายรัฐธรรมนูญ เตรียมที่จะช่วยเหลือใคร บางคนหรือไม่ นั่นคือสิ่งที่สังคมไม่เชื่อถือ สิ่งที่คนทั่วประเทศไม่เชื่อถือ ผมเองต้องมา เรียนกับท่านประธานว่า ผมเองไม่เห็นด้วยครับ เพราะว่ามันไม่มีความจําเป็น ไม่มี ความเร่งด่วนที่จะต้องแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ เรื่อง สสร. ก็เหมือนกันครับ สสร. ขณะนี้ กําลังถูกหยิบยืมมาเพื่อที่จะอ้างว่า ให้เป็นผู้พิจารณาตามที่ สสร. เห็นสมควร แต่เมื่อตอนเช้า พอถามกันไปถามกันมาว่าแล้ว ๒-๓ ประเด็น สถาบันพระมหากษัตริย์แก้ไหม ตอนแรก ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ไม่ตอบ แต่พอบอกว่าแก้ไหม ยืนยันว่าแก้ ตอนแรกบอกว่าต้องให้ สสร. ว่ากันไป โยนกันไปโยนกันมา แต่ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เหมือนกับที่สื่อมวลชนพูดว่ามีการสับขาหลอก สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ พวกผมไม่มีทางที่จะไว้ใจได้หรอกครับว่าการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญคราวนี้ เป็นการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญเพื่อพวกพ้อง เพื่อบุคคลคนใดคนหนึ่งหรือไม่ สถาบัน พระมหากษัตริย์ องค์กรอิสระจะถูกลดทอนหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ถ้ารัฐบาลมีความจริงใจ รัฐบาล ต้องให้คํามั่นสัญญา รัฐบาลจะต้องบอกให้กับสภาได้รับรู้ ได้รับทราบให้ชัดเจนครับ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็แก้เหมือนกันกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่แก้ไม่ได้นะครับ แก้ได้ แต่ว่าเราก็บอกกับพี่น้องประชาชนอย่างชัดเจนว่า สิ่งที่เราแก้ต้องเป็นประโยชน์กับ ประเทศชาติจริง ๆ กฎหมายมาตรา ๑๙๐ เป็นปัญหา เป็นอุปสรรค เราแก้ครับ ก็แก้ได้ เหมือนท่านสมาชิกพูดเมื่อสักครู่ว่าทําไมท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ไม่ได้แก้ทุกเรื่อง ที่ได้ศึกษามา ผมอยากเรียนให้กับสมาชิกได้เข้าใจว่าเราเองไม่ได้เห็นผลประโยชน์ของตัวเอง เป็นหลักหรอกครับ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ รู้ว่าพวกเรามีปัญหา มีอุปสรรค แต่ว่า ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คิดว่าถ้าเราแก้น่าจะเป็นปัญหาของประเทศชาติมากกว่า เราก็เลย ได้หยิบยกบางประเด็นขึ้นมาเท่านั้นเพื่อจะแก้ให้กับประเทศชาติ เราไม่ได้ฉวยจังหวะ เพื่อพวกเรากันเอง อันนั้นต้องเรียนทําความเข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นเจตนารมณ์ มันเป็น สิ่งที่ชัดเจนว่าเราได้ทําเพื่อประเทศชาติ หรือทําเพื่อตัวเราหรือเปล่า ฉะนั้นในวันนี้ผมเอง ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งในการที่จะแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นมาทั้ง ๓ ฉบับ แล้วก็เห็นว่า ยังไม่มีความจําเป็นตามเหตุผลที่ได้อธิบายประกอบแล้ว ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ