วีรวิท คงศักดิ์ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญและผลกระทบจากการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยวิพากษ์วิจารณ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยไม่ได้รับการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องการแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ยังไม่สมบูรณ์ นอกจากนี้ยังพูดถึงการปฏิวัติและรัฐประหารที่ไม่เหมาะสม และต้องตัดสินใจในการยกเลิกรัฐธรรมนูญ ซึ่งเหมือนกับการเข้าร่วมการล้มล้างระบบการปกครอง
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมได้รับฟังที่ท่านเพื่อนสมาชิกได้ให้ข้อคิดเห็น ในเรื่องของการพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับมาเป็นเวลาเกือบ ๒๐ ชั่วโมง ซึ่งผมคิดว่าสิ่งที่หลายท่านให้ข้อคิดที่ดีและเป็นข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์นะครับ แต่ในส่วนที่ ผมอยากจะกราบเรียนว่าสิ่งที่เราต้องทําความเข้าใจให้ตรงกันเสียก่อนว่าขณะนี้เรากําลัง ทําอะไรกัน หลายคนได้พูดกันว่าขณะนี้เรากําลังแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าเราดูหลักการ และเหตุผลของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ ทั้งของรัฐบาลและของทั้ง ๒ พรรคการเมือง ที่เสนอเข้ามานั้นเป็นการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อจัดร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมีเหตุผลที่คล้ายคลึงกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ ไม่เป็นประชาธิปไตย และมีที่มาจากรัฐประหาร เพราะฉะนั้นหลักการของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับนั้นคงไม่ใช่เรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการที่จะยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับเดิมแล้วจัดทําขึ้นใหม่โดยใช้กระบวนการ สสร. เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้กล่าว อาจจะใช้ถ้อยคําที่รุนแรงไปว่าการยกเลิกนั้นเสมือนกับ การฉีกรัฐธรรมนูญฉบับเดิมแล้วก็กําหนดร่างใหม่ขึ้นมา แล้วก็มอบให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. เป็นผู้จัดทํา หลายท่านได้ให้ข้อกังวลว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นจะเป็นผู้ใด ก็ยังไม่ทราบและจะมีกระบวนการอย่างไรเขาจะเห็นด้วยกับสิ่งที่เราอภิปรายกันตลอด ๒ วันนี้ หรือไม่ในจุดอ่อนที่เราได้ชี้ประเด็นกันก็ยังไม่ทราบนะครับ แต่อย่างไรก็ตามผมคิดว่า การแก้รัฐธรรมนูญนั้นผมยอมรับว่าสมควรแก้ สาระที่ควรแก้นั้นก็มีเพื่อนสมาชิกได้ให้ ข้อคิดเห็นมากมายนะครับ มีประเด็นที่น่าสนใจแม้กระทั่งเรื่องของที่มาของสมาชิกวุฒิสภา ที่ผมเป็นอยู่ ผมก็ยินดีที่จะมีการพิจารณากัน แต่อย่างไรก็ตามในสิ่งที่เราต้องยอมรับว่า การเล่นการเมืองหรือการดําเนินบริหารราชการแผ่นดินนั้นจําเป็นจะต้องอาศัยกฎกติกา ที่มีอยู่แล้วและเป็นผู้ดําเนินการ ในร่างที่เสนอมาบอกว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยอ้างอิง รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ นั้น ได้บอกกระบวนการในการดําเนินการต่าง ๆ ที่ชัดเจน มีข้อบังคับของรัฐสภาหมวด ๗ ตั้งแต่ข้อ ๘๖-๑๐๖ กําหนดขั้นตอนไว้ทุกอย่าง กระบวนการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะมีความโปร่งใสชัดเจนนะครับ จะนําทุกสิ่งทุกอย่างมาอธิบายกันในรัฐสภาแห่งนี้ ถ่ายทอดโทรทัศน์ไปทั่วประเทศและเราสามารถจะมีกระบวนการในการที่จะรับฟังความเห็น ของประชาชนได้ทุกขณะ ขณะนี้ประเทศชาติได้เจริญก้าวหน้าไปมากแล้ว ระบบโซเชียล มีเดีย (Social media) หรือสื่อสารสาธารณะนั้นสามารถที่จะทําให้ข้อมูลต่าง ๆ ความต้องการ ของประชาชน อย่างเมื่อวานนี้มีเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาท่านหนึ่งบอกว่าใครเห็นด้วยอย่างไร ให้โทรศัพท์หรือส่งแมสเสจ (Message) เข้ามายังโทรศัพท์ของท่านเป็นต้น เพราะฉะนั้น ในสิ่งที่ผมเรียนว่าผมเห็นด้วยกับการที่จะแก้ไขแต่ถามว่าทําไมเราถึงไม่แก้ไขด้วย กระบวนการปกติล่ะครับ ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้ยกมานั้น ผมคิดว่าเป็นประเด็นที่ดี ควรแก้ทั้งนั้น ก็กระทําตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๙๑ คือเสนอร่างเข้ามาแล้วก็ปฏิบัติ ตามข้อบังคับที่ระบุว่าจะแก้ไขมาตราใด ด้วยเหตุผลอะไร มีหลักการและเหตุผลอย่างไร เสนอเข้ามาจะแก้สัก ๒๐-๓๐ มาตราก็สามารถจะทําได้ แล้วก็ผ่านกระบวนการ ทั้ง ๒๐ ขั้นตอนที่กําหนดไว้ในข้อบังคับรัฐสภา เพราะฉะนั้นในสิ่งอันนี้การพิจารณา ในเรื่องหลักการและเหตุผล ผมมีข้อกังวลอยู่ ๔ ประการครับ
ประการแรก ในส่วนตัวผมเองนั้น ผมมีความคิดว่าผมยืนเข้ามาในสภาแห่งนี้ วันแรกแล้วผมปฏิญาณตนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๓ ว่า ผมจะรักษาไว้และปฏิบัติตาม ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ ผมขอเน้นว่าจะปฏิบัติตาม แต่ขณะนี้ เรากําลังจะมาสู่มติว่าเราจะไม่ปฏิบัติตามอันนั้น เราจะแก้ไขกฎกติกาที่กําหนดไว้ ซึ่งในร่างทั้งหมดก็ไม่ได้อธิบายเหตุผลว่ามันมีปัญหาอะไรหรือเราจะไม่สามารถทําตาม มาตรา ๒๙๑ เดิมได้ แล้วท่านจะต้องมาแก้ใหม่โดยให้ สสร. ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ผมมีความรู้สึก ว่าสิ่งอันนี้เป็นสิ่งที่เราจะต้องตระหนักไว้นิดหนึ่งว่าเราได้เปล่งวาจาในสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ แล้วเราจะลบล้างสิ่งที่เราปฏิญาณไว้หรือไม่ นอกจากนั้นประมวลจริยธรรมของวุฒิสภา ในข้อ ๗ ก็ต้องบอกว่าเราจะเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติและรักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญ เราจะเป็นแบบอย่างไหม อันนี้คือประเด็นที่ผมถามตัวเองนะครับ ผมไม่ได้ถามเพื่อนสมาชิก แต่ผมคิดว่าผมยังอยากจะเป็นในสิ่งที่เป็นแบบอย่างในเรื่องของการดํารงไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญ
ในประการที่ ๒ เราปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่รัฐธรรมนูญได้ให้เราเป็น ผู้ดําเนินการด้านนิติบัญญัติก็คือการแก้และออกกฎหมายต่าง ๆ รวมทั้งเรื่องของ มาตรา ๒๙๑ ที่กําหนดให้เราเป็นผู้แก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่วันนี้เรากําลังจะแก้กฎหมาย เพื่อจะให้คนอื่นเขาทําหน้าที่แทนเรา เราลองนึกภาพสิครับว่าเราทําไม่ได้หรือเปล่า เราไม่มีขีดความสามารถเท่าเทียมกับ สสร. ที่จะเรียกมาหรือไม่ เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้ พูดแล้วว่ามันคงไม่ใช่แต่ถามว่าทําไมล่ะ เราหาเหตุผลให้กับตัวเองได้ไหมว่าทําไมเราไม่ทํา ในสิ่งที่รัฐธรรมนูญได้กําหนดบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบให้เรา แล้วเราโอนหน้าที่ รับผิดชอบอันนี้ไปให้ผู้อื่น ซึ่งเราไม่ทราบว่าเป็นใครแล้วเขาจะมีความรู้ความสามารถ เท่าเทียมกับพวกเราที่นั่งกันอยู่ทั้ง ๖๐๐ ท่านได้ไหม อันนี้ก็เป็นประเด็นที่อยากถาม ซึ่งผมยังหาคําตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน
ประการที่ ๓ เราคงต้องมองผลกระทบจากการร่างรัฐธรรมนูญใหม่นะครับ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้งหมดจะต้องมีการยกร่างใหม่ ผมจําได้ว่าเมื่อตอน รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เข้ามาในสภานิติบัญญัติแห่งชาตินั้นจะต้องเพิ่มพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ ๓ ฉบับเข้ามาก็คือ กรรมการการเลือกตั้ง การเลือกตั้ง และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเรื่องพรรคการเมือง เพื่อจะให้มีกลไกในการที่เดิน ตามรัฐธรรมนูญนั้นทําได้ เพราะฉะนั้นสภาร่างรัฐธรรมนูญก็จะต้องทําทั้ง ๓ ร่าง พระราชบัญญัตินี้เข้ามาอีกในเวลา ๑๘๐ วัน จะทําได้ไม่ได้ก็คงจะเป็นสิ่งที่พวกเราคงจะคิดกันได้ นอกจากนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นในเรื่องรัฐธรรมนูญไม่ดี เราถามตัวเราเองหรือเปล่าว่าเรานั้นได้ ออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้ครบถ้วนแล้วหรือยังโดยเฉพาะฝ่ายบริหาร หรือหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบ อันนี้เป็นจุดหนึ่งซึ่งทําให้รัฐธรรมนูญไม่สามารถเดินไป ในสิ่งที่เป็นสิ่งที่เราต้องการได้
ในประการสุดท้าย ที่ผมอยากเรียนว่าผมก็เหมือนกับเพื่อนสมาชิกครับ ผมเป็นอดีตทหารก็จริง แต่ผมไม่ค่อยชอบการปฏิวัติเพราะว่าเป็นการใช้การรุนแรง และในสิ่งที่ฝืนใจคน เพราะฉะนั้นผมมีความตั้งใจตั้งแต่รับราชการแล้วว่าผมจะไม่ทําการ ไปร่วมกับการรัฐประหารและจะไม่ยอมฉีกรัฐธรรมนูญ แต่วันนี้ผมกําลังจะต้องตัดสินใจ บนทางเลือกที่ผมจะต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญเอง ซึ่งก็เสมือนกับว่าผมกําลังจะต้องเข้าไป มีส่วนร่วมในการที่จะล้มล้างระบบการปกครอง ซึ่งอนาคตเป็นอย่างไรยังไม่ทราบ ผมก็ฝากเพื่อนสมาชิกได้ช่วยกันคิดไว้ว่าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราจะตัดสินใจอย่างไรในคืนนี้ ในทางแพร่ง ๒ แพร่งว่าเราจะทําหน้าที่ของเรา หรือเราจะมอบหน้าที่ให้คนอื่นเขาทําแทนเรา ขอบคุณครับ