เหวง โตจิราการ หารือเรื่องรัฐธรรมนูญ ปี 2550 และเรียกร้องการยกเลิก พร้อมเสนอวิธีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รวมถึงการเคารพประชาชนและผลงานของสมาชิกสภา และเรียกร้องให้ประชาชนมีอำนาจในการตัดสินใจ และร่วมกันร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดของประเทศไทย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่เป็นสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ที่จะกราบเรียนถามข้อมูลขั้นต้นเสียก่อนนะครับ ที่จะนําไปสู่ข้อสรุปว่าทําไมเราต้องรับรอง ร่างแก้ไข มาตรา ๒๙๑ ท่านประธานครับ มีประมวลกฎหมายอาญามาตราหนึ่ง ถูกทําลายแล้ว ทําลายอีก ถูกเหยียบย่ําแล้วเหยียบย่ําอีกจากคณะรัฐประหาร ผมกราบเรียนท่านประธาน อย่างนี้นะครับ ก็คือมาตรา ๑๑๓ ผู้ใดใช้กําลังประทุษร้ายหรือเพียงแค่ขู่เข็ญว่าจะใช้กําลัง ประทุษร้ายเพื่อล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ล้มล้างอํานาจนิติบัญญัติ อํานาจบริหาร หรืออํานาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญ หรือให้ใช้อํานาจดังกล่าวแล้วไม่ได้ หรือแบ่งแยก ราชอาณาจักร หรือยึดอํานาจปกครองในส่วนใดส่วนหนึ่งแห่งราชอาณาจักร ผู้นั้นกระทํา ความผิดฐานเป็นกบฏครับ ท่านประธานครับ ปรากฏว่าคณะรัฐประหารชุดแล้วชุดเล่าที่ชนะ เขาใช้วิธีการออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมครับ อ้ายนี่ผิดแล้วนะครับ ผมรับไม่ได้แล้วนะครับ แต่คณะรัฐประหารชุดวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ วางอํานาจบาตรใหญ่และเหิมเกริม ยิ่งกว่านั้นครับ ก็คือเอาเรื่องนิรโทษกรรมนี่ ยกระดับกลายเป็นรัฐธรรมนูญครับ ผมต้อง กราบเรียนท่านประธานนะครับ นี่จึงเป็นที่มาว่าทําไมเราจะต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้ได้ คือรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ปี ๒๕๔๙ ก่อนนะครับ ท่านเขียนไว้ในนี้เลยครับ ท่านไม่มียางอายเลย ไม่มีความอายแก่ฟ้าแก่ดินเลย คณะรัฐประหารชุดก่อน ๆ นี้เขายังมี ความอายต่อฟ้าต่อดินบ้าง ไม่เอาเรื่องการนิรโทษกรรมไปปรากฏไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่คณะรัฐประหารชุดนี้ มาตรา ๓๗ บรรดาการกระทําทั้งหลายซึ่งได้กระทําเนื่องในการยึดอํานาจ และควบคุมอํานาจการปกครองแผ่นดิน เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ของหัวหน้า และคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมตลอดทั้งการกระทําของบุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทําดังกล่าว หรือของผู้ซึ่งได้รับ มอบหมายจากหัวหน้า หรือคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือของผู้ซึ่งได้รับคําสั่งจากผู้ที่ได้รับมอบหมาย จากหัวหน้าหรือคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขอันได้กระทําไปเพื่อการดังกล่าวข้างต้นนั้น การกระทําดังกล่าวมาทั้งหมดนี้ ไม่ว่าจะเป็นการกระทําเพื่อให้มีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ รวมทั้งการลงโทษและการกระทําอันเป็นการบริหารราชการอย่างอื่น ไม่ว่ากระทําในฐานะ ตัวการผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทํา หรือผู้ถูกใช้ให้กระทํา และไม่ว่ากระทําในวันที่ดังกล่าว หรือก่อน หรือหลังวันที่กล่าวนั้น หากการกระทํานั้นผิดต่อกฎหมายให้ผู้กระทํานั้นพ้นจาก ความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง ผมไม่เคยเห็นครับ การรัฐประหารในประเทศไทยที่วางอํานาจบาตรใหญ่และเหยียบย่ํา ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ มากขนาดนี้นะครับท่านประธาน นอกจากนี้ คณะรัฐประหารชุดดังกล่าวยังคิดการณ์ไกลนะครับ ท่านประธานครับ จึงเป็นที่มา ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่เราพูดกันอยู่นะครับ ดังนั้นผมก็กราบเรียนท่านประธานนะครับ ว่าใครก็ตามที่ประกาศว่าต่อต้านรัฐประหาร ท่านต้องคัดค้านรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ และท่านต้องฉีกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ อย่างสันติวิธี โดยใช้อํานาจรัฐาธิปัตย์ของประชาชนไทย ทั่วทั้งประเทศ ผมยืนยันต้องฉีกครับ ใช้อํานาจรัฐาธิปัตย์ของประชาชนทั่วประเทศเป็นผู้ฉีกครับ ท่านประธานครับ เพราะว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาจากคณะรัฐประหารโดยตรงครับ ท่านไปอ่านดูสิครับ มาตรา ๑๙ ถึงมาตรา ๓๒ ท่านประธานครับเมื่อสักครู่ผมเสียเวลาในการอ่าน มาตรา ๓๗ ไปมากพอสมควร ผมจะสรุปคร่าว ๆ ของมาตรา ๑๙ จนถึงมาตรา ๓๒ นะครับ คณะรัฐประหารเขาจะตั้งคนมา ๒,๐๐๐ คน และเขาบอกว่าให้คน ๒,๐๐๐ คน เลือกกันเอง เหลือ ๒๐๐ คน แต่ในนั้นมีโผครับ ๒๐๐ คน แล้วคณะรัฐประหารเลือกเหลืออีก ๑๐๐ คน เขาชี้นิ้วลงไปเลยครับ แล้วให้ ๑๐๐ คนดังกล่าวนี้ตั้ง ๒๕ คนขึ้นมาร่าง ๒๕ คนไม่พอ คณะรัฐประหารใส่เข้าไปอีก ๑๐ คน เป็น ๓๕ คน แล้ว ๓๕ คนดังกล่าวนี้ไปเลือกหัวหน้ากัน ขึ้นมา เขาไม่พอใจครับ จึงเป็นที่มาของประธานร่าง ซึ่งชาวบ้านชาวช่องทั่วไปเขาเรียกกันนะครับ ผมไม่ทราบว่าเขาชื่ออะไร แต่เขาเรียกกันว่าหน้าแหลมฟันดํา ไม่ทราบจริงหรือเปล่า เขาไม่พอใจประธานที่ ๓๕ คนนั้นเลือก แต่เขาก็เลยตั้งใจจะไปเลือกคนซึ่งชาวบ้านเขาเรียกกัน ชื่ออะไรผมบังเอิญลืมไปเสียแล้ว นี่อย่างไรครับจึงเป็นที่มาของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ช่วยตอบผมหน่อยสิครับว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เป็นประชาธิปไตยที่ตรงไหน ลําพังเฉพาะ แค่มาตราเดียวของมาตรา ๓๐๙ เราก็สามารถที่จะฉีกรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้แล้วครับ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญจะต้องเป็นบทบัญญัติสูงสุดในการตราไว้ซึ่งในแผ่นดินนี้ว่า แผ่นดินนี้เป็นประชาธิปไตย แต่มาตรา ๓๐๙ มาตราเดียวครับ ท่านประธานครับ บรรดา การใด ๆ ที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๙ ว่าเป็นการ ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทําที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าวไม่ว่าก่อน หรือหลัง ไม่ว่าก่อนหรือหลังด้วยนะครับ และไม่มีกําหนดเริ่มต้นเมื่อไร แล้วไปสิ้นสุดเมื่อไร ให้ถือว่าการนั้นและการกระทํานั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้ ดังนั้นแค่มาตราเดียวนะครับ ท่ านประธานครับ ก็สมควรแล้วที่จะต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้วก็ร่างกันใหม่
คราวนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ พรรคเพื่อไทย นี่ใจใหญ่ครับ จริง ๆ พรรคเพื่อไทยสามารถจัดตั้งรัฐบาล ๓๐๐ เสียงขึ้นมา แล้วด้วยความ เคารพนะครับ ในการทําความเข้าใจต่อวุฒิสมาชิก ผมก็เชื่อมั่นนะครับว่าจะมี พี่น้องวุฒิสมาชิกจํานวนหนึ่งที่เขาสนับสนุนเรานะครับ ดังนั้นเรามีความเป็นไปได้ที่เราจะเอา ๓๐๐ บวกอีก ๓๐ ดังนั้นการแสวงหาคะแนนเสียงสัก ๓๓๐ เพื่อไปร่างของฉบับรัฐบาลขึ้นมา แล้วก็เอามาเรียกว่าใช้อํานาจบาตรใหญ่ใส่เข้าไปในรัฐสภา อันนี้ผมเชื่อว่าทําได้ครับ แต่พรรคเพื่อไทยไม่ทําครับ รัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไม่ทําครับ ใช้วิธีการเคารพอํานาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย ใช้วิธีการต้องการให้ประชาชนชาวไทย ทั่วทั้งประเทศมีส่วนร่างรัฐธรรมนูญ จึงเป็นที่มาในการที่จะไปแก้มาตรา ๒๙๑ เพื่อให้ พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศได้มีโอกาสเลือก สสร. กับตัวเองโดยตรงครับ ตรงนี้หลักการ ตรงกันทั้ง ๖ ฉบับนะครับท่านประธาน เพียงแต่ว่าผมอาจจะมีข้อคิดเห็นที่แตกต่างจาก ทางรัฐบาลหรือทางพรรคสักนิดเดียวเท่านั้นเอง ก็คือว่าใจผมไหน ๆ เราจะต้องการ รัฐธรรมนูญฉบับที่เป็นประชาธิปไตยเต็มที่แล้ว ไฉนเลยตั้งแต่ก้าวแรกเราไม่ทําให้มันเป็น ประชาธิปไตยเต็มสมบูรณ์ครับ ดังนั้นในความเห็นของผม ผมเห็นด้วยกับการแก้มาตรา ๒๙๑ ผมเห็นด้วยกับของรัฐบาล แต่ผมก็อยากจะฝากไว้นะครับว่ากรรมาธิการครับ หากว่าร่างแก้ไข มาตรา ๒๙๑ ของรัฐบาล ผ่านไปแล้ว ท่านได้ช่วยโปรดพิจารณาได้ไหมครับว่าที่มาของ สสร. กระผมอยากจะฝาก ความคิดเห็นไว้นะครับว่าควรจะเอาจํานวนประชาชนทั่วทั้งประเทศเป็นหลัก เพื่อจะได้เคารพ สิทธิประชาธิปไตยที่เท่าเทียมกันของประชาชนทุกคนครับ ไม่อย่างนั้นเราอธิบายไม่ได้นะครับ ท่านประธานครับ เพราะว่ากรุงเทพฯ มี ๑๐ ล้านคน แล้วทําไมเราจึงได้ สสร. คนเดียวครับ ของกรุงเทพมหานคร เมื่อเปรียบเทียบกับจังหวัดระนอง นี่พูดถึงจํานวนประชากรนะครับ เขามี ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคนเท่านั้นเอง แต่กลับได้ สสร. ๑ คนเท่ากัน ดังนั้นเท่ากับเป็น การทําลายสิทธิประชาธิปไตยที่เท่าเทียมกันของระหว่างคนกรุงเทพฯ กับคนระนอง ไปโดยสิ้นเชิง อันนี้ประการที่ ๑ ที่ผมเห็นแตกต่างจากทางรัฐบาลนิดหน่อย
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมเห็นแตกต่างจากทางรัฐบาลนิดหน่อย ซึ่งขออนุญาต ได้กราบเรียนท่านประธานไว้ แต่อย่างไรก็ตามผมสนับสนุนร่างรัฐบาล เพียงแต่ให้ข้อคิดไว้ว่า กรรมาธิการที่จะมาปรับแก้กรุณานําเอาความคิดเห็นผมไปประกอบด้วย นั่นก็คือผมต้อง กราบเรียนท่านประธานนะครับว่าผมมีความเป็นห่วงประเทศไทยมาก ทั้งนี้เนื่องจากว่าเวลา คณะรัฐประหารชุดต่าง ๆ เวลาเขาได้อํานาจแล้วนี่นะครับ สิ่งที่เขาทํา เขาฉลาดมากเลยก็คือ เขาไปยึดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาครับ หลังจากที่ยึดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาแล้ว เขาอัดฉีด ความคิดอนุรักษ์นิยม จารีตนิยมเต็ม ๆ เข้าไปในสถาบันการศึกษาครับ ถ้าหากนับเนื่องตั้งแต่ ปี ๒๔๙๐ เป็นต้นมาจนถึงวันนี้ ปี ๒๕๕๕ นี้ก็ประมาณเกือบ ๖๐ ปีแล้ว ๖๐ ปี ที่สถาบันอุดมศึกษาถูกยัดความคิดอนุรักษ์นิยมและจารีตนิยม ผมจึงเป็นห่วงว่าเราจะไป ควานหานักวิชาการที่เขามีความคิดเสรีนิยม ที่มีความคิดประชาธิปไตยและยอมรับหลักนิติรัฐ นิติธรรมได้หรือไม่ครับ ผมเกรงว่าจะไม่ได้ครับ เพราะว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในทัศนะส่วนตัวผมและในสายตาของประชาชนทั่วทั้งประเทศ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นมหาวิทยาลัยที่ก้าวหน้าที่สุดครับ แต่ท่านประธานก็เห็นแล้วใช่ไหมครับว่าอธิการบดี คนปัจจุบัน ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม ปิดกั้นเสรีภาพทางปัญญาครับ เป็นการสะท้อนออกว่า จิตวิญญาณของเขานั้นไม่รักประชาธิปไตยเลยแม้แต่น้อย กระทั่งเสรีภาพทางปัญญา ยังไม่อนุญาตให้มีในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แม้แต่น้อยครับ เมื่อเป็นอย่างนี้เราจะไป ควานหานักวิชาการที่เขามีเสรีนิยม แล้วก็มีจิตวิญญาณที่เป็นประชาธิปไตยมาจากไหน ดังนั้นกลับมาประเด็นนี้ผมสนับสนุนให้ประชาชนเลือกโดยตรง ๑๐๐ คนเลยครับ หรืออาจจะ ๑๑๑ คน ดังที่ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอภิวันท์ท่านได้เสนอไว้ ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ ทัศนะอันนี้มันซ่อนเร้นด้วยทัศนะที่ไม่เชื่อมั่นประชาชนด้วย คุณดูแคลนประชาชนหรือเปล่า จึงคิดว่าถ้าให้ประชาชนเลือกโดยตรงแล้วประชาชนจะขาดแคลนคนซึ่งมีความสามารถ ในการที่จะร่างรัฐธรรมนูญได้ อันนี้เป็นความคิดที่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง ผมเคยอภิปราย ในสภาแห่งนี้แล้วนะครับว่าขอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอให้สมาชิกรัฐสภาทุกคนกรุณา กวาดล้างความคิดดูหมิ่นดูแคลนประชาชนออกจากสมองให้สิ้นเชิงด้วยครับ
แล้วข้อต่อมาท่านประธานครับ ผมเข้าใจครับว่าในความเป็นห่วงเป็นใย ของสมาชิกสภาของเรานะครับว่าจะไปแตะต้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานนะครับว่าประชาชนไทยทุกท่านเคารพรักและจงรักภักดีครับ ดังนั้นถ้าคุณ ไปสงสัยคนอื่นแสดงว่าคุณไม่เคารพคนอื่น หลักการของทุกศาสนาบอกไว้ชัดนะ ทันทีที่คุณ ไม่เคารพคนอื่นแปลว่าคุณไม่เคารพตัวคุณเองครับ หลักการศาสนาบอกไว้ชัดเลยนะครับ คุณต้องเคารพคนอื่นเพื่อเป็นการสะท้อนออกว่าคุณเคารพตัวคุณเอง คุณไม่เคารพคนอื่นได้ อย่างไร คุณไปตั้งข้อสงสัยคนอื่นเขาได้อย่างไรว่าเขาไม่จงรักภักดี ผมถามกลับ แสดงว่าลึก ๆ คุณมีความไม่จงรักภักดีแฝงเร้นอยู่หรืออย่างไรครับ เพราะฉะนั้นท่านสมาชิกที่เคารพครับ อย่าติเรือทั้งโกลน ตีตนไปก่อนไข้ แล้วช่วยกรุณาเคารพประชาชนด้วยนะครับ
แล้วข้อต่อมามีการพูดกันมากเหลือเกิน ท่านประธานครับ พูดแบลงก์เช็ค (Blank cheque) แบลงก์เช็ค ผมว่าพวกท่านนี้นะครับไม่ทราบว่าพวกท่านดูแคลน ดูข้าม ผลงานของพวกท่านเองหรือเปล่า จริง ๆ หลายเรื่องผมไม่เห็นด้วยนะครับ แต่ผมเคารพว่า เป็นผลงาน อาทิเช่น ผลงานของท่านอาจารย์ดิเรก ถึงฝั่ง ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ เป็นผลงานอันทรงคุณค่าที่ทุกคนเคารพครับ กระทั่งผลงานของสมบัติ ธํารงธัญวงศ์ ซึ่งผม ไม่เห็นด้วยเยอะเลยนะครับ อันนี้ก็เป็นผลงานที่ตั้งเอาไว้แล้วครับ และท่านคิดว่า สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เขาจะมองข้ามผลงาน ๒ ชิ้นนี้หรือ แล้วท่านคิดว่า สสร. เขาจะมองข้ามการอภิปรายทางการเมืองที่สะสมมาใน ๕ ปีนี้หรือ ผมว่าคุณดูหมิ่นดูแคลนคน มากเกินไปแล้วครับ แล้วก็ตีตนไปก่อนไข้มากเกินไปครับ ไม่ได้แบลงก์เช็คครับ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้การที่เราเลือก สสร. เพราะว่าเราต้องการให้ สสร. มาร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่เป็นประชาธิปไตยที่สุดของประเทศ และหากเป็นไปได้ก็คือว่า ต้องป้องกันไม่ให้เกิดรัฐประหารด้วยครับ
ผมมีแง่มุมทางกฎหมายของผมนะครับ ท่านประธาน ขออนุญาตไม่ว่า นักการเมืองคนไหนหรือพรรคการเมืองคนไหนกรุณาอย่ามาใส่ร้ายป้ายสี ผมว่าจะเอา ความคิดของผมไปยัดเยียดใส่ สสร. ไม่ใช่ เพราะเรามีเสรีภาพในการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ ผมคิดว่าวิธีการในการที่จะทําให้การรัฐประหารหมดสิ้นไปก็คือว่าในช่วงที่รัฐประหาร มีอํานาจอยู่ เขาออกกฎหมายอะไรของเขา ออกรัฐธรรมนูญอะไรของเขา ไม่เป็นไรคุณมีปืนอยู่ คุณใช้ปืนของคุณจี้ศีรษะคนบังคับให้เขายอมรับ แต่ทันทีที่ปืนคุณวางลงกับพื้น แล้วประชาชนมีอํานาจขึ้นมา ผมกราบเรียนท่านประธานประชาชนมีสิทธิและมีอํานาจ ในการที่จะยกเลิกผลพวงของกฎหมายทุกประการที่รัฐประหารทิ้งเอาไว้ให้ประชาชนครับ
หัวข้อต่อมามีคนพูดมากเรื่องประชามติ ต้องกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพ ผมก็เงี่ยหูฟังแล้วจะพยายามไม่ซ้ําประเด็น ท่านประธานทราบไหมครับว่า ประชามติ ปี ๒๕๕๐ เป็นประชามติที่ไม่เป็นประชาธิปไตยครับ เอาเฉพาะเรื่องเดียว ท่านประธานครับ มีการประกาศกฎอัยการศึก ๔๗ จังหวัดใน ๗๖ จังหวัดของประเทศไทย คิดเป็น ๖๒ เปอร์เซ็นต์ครับ ในจังหวัดที่มีการประกาศกฎอัยการศึก นั่นก็หมายความว่า อํานาจปืนเสียงปืนดังที่สุด และในความเป็นจริง คมช. ในระยะนั้นส่งทหารลงไป ถ้า คมช. ต้องการโต้แย้งกับผม ผมพร้อมที่จะโต้แย้งกับคุณ ผมมีหลักฐานครับ เพราะว่าตรงข้ามคลินิกผม มีสลัม มีคนประมาณ ๕๐,๐๐๐ คน เขามาร้องไห้ร่ําไห้กับผมเพราะเขาถูกดูแคลน เหยียดหยาม ดูหมิ่น คือมีทหาร ๓ คนพกปืนเอ็ม ๑๖ ไป บอกชาวบ้านบอก ขออนุญาต ท่านประธานใช้ภาษาชาวบ้าน มึงต้องลงรับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นะโว้ย ไม่อย่างนั้นมีเรื่อง นี่คืออะไรครับท่านประธาน แล้วคุณจะบอกว่าเป็นประชามติที่เป็นประชาธิปไตยได้อย่างไร แล้วเราจะเคารพได้อย่างไร กระทั่งเราไม่ยอมรับ แต่ว่าความที่เราเคารพประชาธิปไตย บ้านเมืองต้องมีขื่อมีแป เราจึงเคารพรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาจนถึงวันนี้ เราเห็นช่อง ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ในการที่จะแก้ได้ เราถึงแก้ไปตามครรลอง เราไม่ใช้ อํานาจบาตรใหญ่ของเราในการที่จะยัดใส่เข้าไปในนั้น เพราะฉะนั้นที่ท่านบอกว่าประชามติ มันมีผล ๑๔ ล้านคนของท่านมีเอ็กซิทโพล (Exit Poll) บอกชัด ๓๐ เปอร์เซ็นต์ บอกว่า เขากาไปเพราะต้องการให้ คมช. พ้นไป เขากาไปต้องการให้รัฐบาลสุรยุทธ์ จุลานนท์ พ้นไป เขากาไปต้องการให้มีการเลือกตั้งใหม่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของ ๑๔ ล้านคน นั่นก็คือ ๔,๒๐๐,๐๐๐ คน เขาสักแต่ว่ากาไปครับ เมื่อสักแต่ว่ากาไปต้องเอา ๔,๒๐๐,๐๐๐ คน ไปบวกกับคนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ผมไม่ต้องการฟื้นฝอยหาตะเข็บ แต่ต้องกราบเรียนประธานนะครับ คนที่พูดเอาแต่ได้โปรดโต้แย้งผมหน่อยว่า สิ่งที่ผมพูด ผิดอะไรบ้าง กลับมาประเด็นนะครับท่านประธาน ผมอาจจะพูดเสียงดังหน่อย แต่ว่าในใจ ผมต้องการเห็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดของประเทศไทย ดังนั้นต้องกราบเรียนประธาน ด้วยความเคารพ ในวันนี้ผมขอยื่นมือแห่งมิตรไมตรี ไมตรีจิตมิตรภาพไปยังสมาชิกรัฐสภาทุกคน กระทั่งคนที่มีความเห็นทางการเมืองไม่ตรงกับผม แล้วผมอยากจะยื่นไมตรีจิตมิตรภาพ ด้วยมืออันนี้ ไปยังประชาชนไทยทั่วทั้งประเทศ เราช่วยกันได้ไหม เราช่วยกันร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ดีที่สุดของประชาชนเท่าที่มีอยู่ในประเทศไทยจนถึงวันนี้ ขอบคุณท่านครับประธานครับ