ชรินทร์ หาญสืบสาย หารือเรื่องรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และการขึ้นร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยมีการตั้ง สสร. ขึ้นมาเพื่อดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ และหวังว่าจะมีเนื้อหาสาระที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น โดยรวมข้อดีจากรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ และแก้ไขข้อเสีย นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีสภาสังคมศึกษาสมัชชาแห่งชาติ (สสส.) เพื่อให้รัฐธรรมนูญมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นและยอมรับจากประชาชน
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายชรินทร์ หาญสืบสาย สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดตาก ผมก็ขอร่วม แสดงความคิดเห็นในร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ ด้วยเช่นเดียวกันนะครับ
ประเด็นแรก ซึ่งพวกเราสมาชิกรัฐสภาได้ยินได้ฟังตั้งแต่เช้าแล้วนะครับว่า หลายฝ่ายไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ประเด็นก็คือเราควรจะแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันคือ ฉบับปี ๒๕๕๐ หรือไม่นะครับ เมื่อคํานึงถึงความวุ่นวาย ทางการเมืองระยะ ๒-๓ ปีที่ผ่านมา ก็เห็นว่าน่าจะถึงเวลาแล้วที่ควรจะต้องมีการแก้ไข รัฐธรรมนูญเสียที เมื่อในช่วงสมัยที่ผ่านมาปีที่แล้วนะครับ รัฐบาลเองก็มีการพยายามที่จะ แก้ไขรัฐธรรมนูญยื่นมาสภาหลายครั้ง เกือบทุกครั้งเมื่อยื่นมาแล้วก็มีการเลื่อนวาระทุกครั้งไป ในคราวนี้ฝ่ายค้านตอนนั้นได้เป็นรัฐบาล แล้วก็ถือเป็นสิ่งชอบธรรมที่รัฐบาลจะนําขึ้นมา ดําเนินการอีกครั้งหนึ่งนะครับ เมื่อเห็นว่ารัฐบาลจะต้องมีการดําเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ ก็มีว่าควรจะมีการตั้ง สสร. ขึ้นมาหรือไม่ ซึ่งแน่นอนนะครับ ถ้าหากว่าเรายังใช้ฉบับเดิม ก็ยังจะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่หลายฝ่ายเขาบอกว่ามาจากการรัฐประหาร ก็อยากให้ เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง นั่นก็คือว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ยกร่างโดยเสียงของประชาชน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งหรือว่ามีที่มามาจากการเลือกตั้ง จึงจะเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันนั้นก็เป็นความคิดเห็นที่อาจจะแตกต่างกันได้นะครับ เมื่อมี สสร. ขึ้นมา ผมคิดว่า มันก็มีที่มาหลายทาง คือเหตุผลที่ว่าควรจะยกร่างหรือไม่หลายฝ่ายได้พูดไปแล้ว ทางฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะรัฐบาล แล้วก็เพื่อนสมาชิกหลายท่านที่เห็นว่าที่มาของ ที่มีข้อบกพร่องหลายประการ เช่น ที่มาของ ส.ว. ก็ดี วิธีการสรรหาที่อาจจะไม่โปร่งใส หรือการลงโทษพรรคในการหากว่ากรรมการบริหารท่านใดท่านหนึ่งทุจริตการเลือกตั้ง หรือผิดรัฐธรรมนูญ ก็อาจจะถูกยุบพรรคได้นะครับ ซึ่งตรงนี้เองก็คิดว่าไม่น่าจะเป็น ประชาธิปไตย ควรจะต้องคํานึงถึงให้รอบคอบว่าสมควรจะต้องแก้ไขประเด็นนี้นะครับ ทีนี้กลับมาเรื่องที่จะต้องตั้ง สสร. นี่นะครับ ก็คิดว่าถ้าหากว่าจะมีการตั้ง สสร. ขึ้นมาแล้ว ก็มีปัญหาว่าที่มาของ สสร. นั้นจะมาอย่างไร ซึ่งหลายฝ่ายก็อ้างว่าที่มาของ สสร. นั้น อาจจะเป็นการครอบงําจากรัฐบาล นั่นก็คือรัฐบาลอาจจะมีวิธีการต่าง ๆ ที่จะทําให้ผู้ที่จะ เข้าเป็น สสร. นั้นเป็นพวกรัฐบาลทั้งหมดนะครับ ซึ่งผมก็คิดได้แต่ผมก็เชื่อว่าวิธีการต่าง ๆ นั้น ก็คงจะมีการดําเนินการที่โปร่งใสแล้วก็เป็นที่ยอมรับของสังคม เพราะหากว่าใครก็ตามที่ ดําเนินการออกไปไม่เป็นที่ยอมรับของประเทศ ของประชาชนโดยส่วนรวมแล้ว สสร. ไม่เป็นที่ยอมรับแล้วก็ยากที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะผ่านไปได้ ถึงแม้จะผ่านไปแล้วก็คงจะมี ปัญหาวุ่นวายตามมาอีกมากมายนะครับ โดยเหตุนี้ผมคิดว่าฝ่ายค้านก็ดีผมว่าผู้ที่คัดค้าน ไม่เห็นด้วยก็ไม่ควรจะตีตนไปก่อนไข้ ควรจะให้โอกาส สสร. ที่จะตั้งขึ้นมานี้ดําเนินการดู สักพักหนึ่งก่อนว่าองค์ประกอบ ที่มา และคุณสมบัตินั้นจะเป็นไปประชาธิปไตย หรือว่าโปร่งใสมากน้อยเพียงใดนะครับ
ประเด็นสําคัญก็คือเรื่ององค์ประกอบที่มาแล้วก็คุณสมบัติจะต้องเป็นที่ ยอมรับของประชาชน เพราะว่าประเด็นสําคัญที่เป็นห่วงกันก็คือเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญ ที่ถ้าหากว่า สสร. มีที่มาไม่โปร่งใสแล้ว การร่างรัฐธรรมนูญนี้อาจจะเป็นการตามใจ พรรครัฐบาลมากเกินไป เช่น อาจจะมีการก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างการเมือง การปกครองประเทศในปัจจุบัน อาจจะกระทบต่อสถาบันเบื้องสูง หรือว่าอาจจะทําให้ ฝ่ายค้านเสียเปรียบในเชิงการเมืองด้วยก็ได้นะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในประเด็นเหล่านี้ เราอาจจะกลัวกันมากจนเกินไปและผมก็เชื่อว่า สสร. ที่ตั้งมานี้ก็จะประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายฝ่ายด้วยกันเป็นผู้ที่ทรงเกียรติที่ไม่น่าจะมาเป็นเครื่องไม้เครื่องมือ ของรัฐบาลโดยเสียชื่อเสียงโดยไม่จําเป็น ผมก็หวังว่าถ้าหากว่า สสร. ที่ตั้งขึ้นมานี้ได้คํานึง ถึงประชาชน ได้คํานึงถึงผลประโยชน์บ้านเมืองในอนาคตแล้วก็คงจะทําหน้าที่ได้ดีพอสมควร ก็คงจะรออีกสักพักหนึ่งครับว่าเนื้อหาจะเป็นอย่างไรนะครับ
และอีกประการหนึ่งข้อสําคัญประการสุดท้ายเลย เมื่อรัฐธรรมนูญร่างเสร็จแล้ว ก็จะต้องผ่านความเห็นชอบจากประชาชนในการลงมติอีกครั้งหนึ่ง ลงประชามติ ตามรัฐธรรมนูญนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่ามีสาระสําคัญ สาระต่าง ๆ ที่กระทบ ต่อโครงสร้างการเมืองการปกครองในปัจจุบันนั้นก็คงจะไม่ผ่านไปง่าย ๆ ครับ ท่านประธาน ที่เคารพ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้นเป็นที่ยอมรับของนักรัฐศาสตร์ทั่วโลกครับว่า เป็นการปกครองที่เลวน้อยที่สุดถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้เป็นการปกครองที่ดีที่สุดก็ตาม เพราะฉะนั้นการดําเนินการใด ๆ ที่เขาดําเนินกันมาตามระบอบประชาธิปไตย หรือตามครรลองประชาธิปไตยนั้นก็น่าจะเป็นที่ยอมรับของประชาชน จริงอยู่อาจจะมี ผู้ไม่เห็นด้วยหรือผู้ที่คัดค้านก็เป็นเรื่องปกติที่จะต้องมีคนไม่เห็นด้วย แต่ว่าการคัดค้านนั้น ก็ควรจะเป็นไปในระบอบประชาธิปไตย ไม่ควรจะใช้วิธีการรุนแรงหรือว่าผิดกฎหมาย เพราะสิ่งนั้นจะทําให้เกิดปัญหาตามมาไม่เป็นที่สิ้นสุดนะครับ ส่วนฝ่ายรัฐบาลเองนะครับ ถึงแม้ว่าจะเป็นฝ่ายเสียงข้างมากนะครับ ก็หวังว่ารัฐบาลนั้นจะไม่ใช้เสียงข้างมากนั้นทําอะไร ตามอําเภอใจโดยไม่คํานึงถึงเสียงส่วนน้อยตามหลักการที่กล่าวกันว่าที่ว่ามาจอริตี้ รูล (Majority rule) ไมนอริตี้ ไรท์ (Minority right) บ้านเมืองจึงสงบเรียบร้อยได้ ท่านประธาน ที่เคารพ ในการยกร่างฉบับนี้กระผมก็หวังว่าจะมีเนื้อหาสาระออกมาหลังจาก ร่างเสร็จเรียบร้อยนะครับ มีสาระออกมาที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น โดยนําข้อดี จากรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ รวมทั้งฉบับที่ใช้ปัจจุบันด้วย หลายท่านได้บอกแล้วว่า รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นั้นมีข้อดีมากมาย มีข้อเสียตรงไหนเราก็แก้ไข ส่วนข้อดีนั้น ก็ควรจะนํามาใส่ไว้ อันนี้คือทําให้รัฐธรรมนูญของเราเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายมากขึ้นนะครับ ข้อสําคัญครับ สสร. ที่จะตั้งขึ้นมานี้จะต้องคํานึงถึงเสียงคัดค้านที่ประชาชนวิตกกังวลว่า จะกระทบต่อสถาบันหรือว่าจะทําให้เอารัดเอาเปรียบไปกระทบต่อองค์กรอิสระต่าง ๆ ซึ่งหลายองค์กรทําให้การเลือกตั้งคดโกงกันง่าย ทุจริตง่าย และสิ่งเหล่านี้ สสร.จะต้องนําไป พิจารณาแล้วก็ดําเนินการให้ดีที่สุดนะครับ
โดยสรุปนี้กระผมคิดว่าการมี สสร. จะทําให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับที่ เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น และเป็นที่ยอมรับของประชาชน และการมี สสร. เป็นการบอกให้ ทราบว่าอย่าได้มีการปฏิวัติรัฐประหารอีก เพราะไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมโลก ถ้าเกิดขึ้นอีก ก็จะมีการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่อีกเช่นเดียวกันนี้อีกครับ ขอบพระคุณครับ