เหวง โตจิราการ หารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม และเรียกร้องการพิจารณาร่างทั้งสามของรัฐบาลพร้อมกับร่างที่เสนอจากประชาชน 3 ร่าง โดยอธิบายว่าการยกร่างใหม่ไม่ใช่การรัฐประหาร แต่เป็นการใช้อำนาจรัฐธรรมนูญของประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่
คืออย่างนี้นะครับ คือมีสมาชิกหลายท่านเอ่ยอ้างถึงอาจารย์คณิต เอ่ยอ้างถึงคําท้วงติงของ คปก. นะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ จริง ๆ ผมไม่ทราบว่าท่านสมาชิกอ่านแล้วเข้าใจหรือเปล่า ผมสงสัยจริง ๆ ครับ ถ้าหากท่านเข้าใจท่านคงไม่มาโต้แย้งเป็นอันขาดเลยครับ คือข้อท้วงติง ของอาจารย์คณิตเรารับฟังด้วยความเคารพนะครับ คืออาจารย์คณิตเกรงว่าสภาแห่งนี้ จะไม่ได้เอาเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมของทั้ง ๖ ร่างมาพิจารณาร่วมกัน ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานฟังและให้สมาชิกทุกท่านฟังด้วยนะครับ ท่านจะได้เข้าใจ ตรงกับที่ผมเข้าใจ หากว่าท่านเข้าใจไม่ตรงเหมือนที่ผมเข้าใจได้โปรดแย้งผมได้นะครับ คือ ข้อความสุดท้ายก็คือ เพื่อที่ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... โดยภาคประชาชน มีโอกาสได้รับการพิจารณาด้วยในที่สุดนะครับ ท่านประธาน ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าประชาชน ๑๕๐,๐๐๐ คน ถ้าเรา เปิดโอกาสให้เขาพูดเขาก็อยากจะพูดนะครับ แต่ในความเป็นจริงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ ๑๕๐,๐๐๐ คนพูด เมื่อเป็นอย่างนี้เขาก็แยกเป็น ๓ กลุ่มและแต่ละกลุ่มเขาก็ไปถอด เอาใจความสําคัญของประชาชน แต่ละ ๕๐,๐๐๐ คนที่เขาคิด จึงคลอดออกมาเป็น ร่างแก้ไขเพิ่มเติมของแต่ละฉบับ เพราะฉะนั้นในมือของท่านประธานหรือในมือ ของสํานักงานเลขาธิการรัฐสภาขณะนี้มีร่างแก้ไขเพิ่มเติมของประชาชนทั้ง ๓ ร่างอยู่แล้ว แล้วในขณะเดียวกันแต่ละร่างก็จะมีคนซึ่งเข้าใจและสกัดเอาแก่นพร้อมที่จะแถลงได้ ทั้ง ๓ ร่างอยู่แล้ว ดังนั้นกราบเรียนท่านประธานนะครับถึงแม้เราจะพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมของรัฐบาล หรือว่าอีก ๒ ฉบับ ของพรรคเพื่อไทยและของพรรคชาติไทยพัฒนาก็ไม่ได้หมายความว่า เราทําลายเจตจํานงของอาจารย์คณิตนะครับ คือเพื่อให้เจตจํานงของรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ของภาคประชาชนได้มีโอกาสรับการพิจารณาด้วยในที่สุด เพราะว่ากระบวนการ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสักนิดหนึ่งนะครับ สมมุติว่าถ้าเราสามารถเดินหน้าต่อไปได้ แล้วสภารับร่าง ๓ ร่างนี้นะครับ แล้วก็เดินหน้าต่อไป มันก็จะไปบรรจบกับเวลาที่ทางรัฐสภา ตรวจสอบบัญชีรายชื่อของประชาชนทั้ง ๓ ร่างครบถ้วนเรียบร้อย เมื่อเป็นอย่างนี้ เราก็สามารถที่จะหยิบยกเอาข้อ ๖๔ ประกอบกับข้อ ๙๕ ของข้อบังคับรัฐสภามาใช้ ให้เป็นประโยชน์ได้ เพราะฉะนั้นเราก็สามารถที่จะนําเอาคณะกรรมาธิการมีอํานาจ ตั้งคณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาปัญหาใด ๆ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอํานาจหน้าที่ตามแต่ ที่จะมอบหมายได้ ในจังหวะนั้นนะครับ คณะกรรมาธิการก็สามารถตั้งคณะอนุกรรมาธิการ จากทั้ง ๓ ชุดได้ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ใครก็ตาม ที่จะมาบิดเบือนว่าร่างทั้งสามของรัฐบาลนี่นะครับ พิจารณาไปโดยไม่ได้ใส่ใจหรือไม่ได้เคารพ เจตจํานงของร่างประชาชน ๓ ร่าง ขอด้วยความเคารพนะครับ ไม่จริงครับ ข้อต่อมาก็คือว่า ประธานวิปรัฐบาลให้ความเคารพต่อร่างทั้ง ๓ ร่าง ดังนั้นจึงได้เปิดประชุมนอกรอบกับตัวแทน ที่มีอํานาจเต็มของทั้ง ๓ ร่างนี้ อย่างที่ผมกราบเรียนท่านประธานไปแล้วนะครับว่า เราไม่สามารถ เชิญคน ๑๕๐,๐๐๐ คนมาประชุมร่วมกันได้ ดังนั้นพวกเขาดังกล่าวจึงสามารถที่จะมีผู้นํา ซึ่งสามารถที่จะกลั่นกรองความคิดของพวกเขาออกมาได้ ประธานวิปรัฐบาลได้ให้เกียรติ ทั้ง ๓ ร่าง โดยเชิญผู้ที่มีความรับผิดชอบเต็ม มีอํานาจเต็มในการตัดสินใจของทั้ง ๓ ร่าง มาปรึกษาหารือ ซึ่งทั้ง ๓ ร่าง ตัวแทนที่มีอํานาจรับผิดชอบเต็มก็ยินยอมนะครับ อนุญาต ที่จะให้ทางรัฐบาลพิจารณา ๓ ร่าง และสภาพิจารณา ๓ ร่างที่เสนอเข้ามาก่อน โดยยอมรับ กติกาข้อนี้ก็คือว่า ในเวลาที่พิจารณารายชื่อครบถ้วนเรียบร้อยแล้วสามารถที่จะ ตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมาได้ นี่ประการที่ ๑ นะครับ
ประการที่ ๒ ที่ต้องกราบเรียนท่านประธาน ในวันนั้นได้มีการแลกเปลี่ยนกัน แล้วก็ในวันนั้นก็มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราไปรับฟังความคิดเห็นของเนื้อหาที่สําคัญ ของทั้ง ๓ ร่าง แล้วประธานวิปรัฐบาลก็ได้ให้คํามั่นสัญญาในที่ประชุมนะครับว่าจะเก็บเอา ข้อความที่แตกต่างกันของทั้ง ๓ ร่างดังกล่าวนะครับ คือรวมเป็น ๖ ร่างนี่มาประกอบ การพิจารณาของคณะกรรมาธิการถ้าเราจะมีการตั้งขึ้นในวันนี้นะครับ
ประการที่ ๓ ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ ผมขออนุญาตที่จะชี้แจง สักนิดหนึ่ง มิเช่นนั้นจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ก็คือมีท่านสมาชิกผู้มีเกียรติอภิปรายบอกว่า การยกร่างใหม่ทั้งร่างเป็นการปฏิวัติรัฐประหาร ผมต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า รัฐธรรมนูญที่ร่างใหม่มาได้ ๒ ทางครับ ทางหนึ่งก็คือมาจากกระบอกปืน มาจากรถถัง หรือมาจากศาลเตี้ย อีกทางหนึ่งมาจากการร่างโดยประชาชน ซึ่งในประวัติศาสตร์ ของรัฐธรรมนูญประเทศไทยนี้ก็มี ๓ ร่างนะครับ ที่สามารถร่างได้โดยที่มีสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็มีรัฐสภาอยู่แล้วนะครับ ก็คือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๔๘๙ ของอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ ปี ๒๕๑๗ ในสมัยอาจารย์คึกฤทธิ์ และปี ๒๕๔๐ ดังนั้นขอกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพนะครับ การดําเนินการแก้มาตรา ๒๙๑ ของเราในวันนี้ไม่ใช่ เป็นการรัฐประหารโดยใช้ปืน หรือโดยใช้รถถังนะครับ ถ้าหากจะเป็นอะไรก็คือว่า เป็นการร่างรัฐธรรมนูญโดยใช้อํานาจรัฏฐาธิปัตย์ของประชาชน เพื่อที่จะยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มาจากปากกระบอกปืนนะครับ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตที่ท่านประธานได้โปรดกรุณา เห็นด้วยกับการพิจารณาร่างทั้ง ๓ ร่างในวันนี้ครับ ขอบคุณมากครับ