สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย เสนอแนะให้รัฐบาลและสภาเสนอข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอย่างจริงจัง เพื่อให้ประชาชนมีข้อมูลในการตัดสินใจ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตเริ่มต้นกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าเมื่อวานผมได้นั่งฟังการอภิปราย ของเพื่อนสมาชิกตลอดเวลาเป็นเวลามากกว่า ๑๖ ชั่วโมง ประเด็นที่จับได้ก็คือเรายังมี ความเห็นแตกต่างกันในเรื่องของการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ และผมเชื่อว่า ท่านประธานซึ่งนั่งฟังอยู่ตลอดเวลาเช่นเดียวกันคงได้ข้อยุติเช่นเดียวกับผมแล้วนะครับว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับนั้นมิใช่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการร่างเพื่อเสนอให้ มีการยกเลิกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แล้วนําไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยการเพิ่มเติม หมวดใหม่ขึ้นมา ๑ หมวด คือหมวด ๑๖ ว่าด้วยการยกร่างรัฐธรรมนูญ เหตุผลที่นํามาเสนอ เพื่อนําไปสู่การพิจารณายกเลิกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แล้วนําไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่นั้น ก็ปรากฏเหตุผลชัดเจนอยู่ในหลักการและเหตุผลของร่างทั้ง ๓ ฉบับนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าหลายเหตุผลที่เขียนแล้วให้รู้สึกดูดีในร่างกฎหมาย ทั้ง ๓ ฉบับนั้นแท้ที่จริงแล้วมีบทบัญญัติอยู่ในรัฐธรรมนูญที่สามารถปรับปรุงแก้ไขได้ ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าความจริงแล้วหลาย ๆ เรื่องที่ปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เพื่อนสมาชิกไม่ได้นํามาอภิปรายเพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับพี่น้องประชาชน ที่ติดตามรับฟังข่าวสารการอภิปรายการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญของสภาแห่งนี้ เราพยายาม จะนําเสนอข้อมูลเพียงแง่มุมเดียวเพื่อให้พี่น้องประชาชนคล้อยตาม ตรงนี้ครับท่านประธาน ผมถือว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยของบ้านเมือง ถ้าเรากล้า ที่จะเสนอให้มีการยกเลิกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เรากล้าเอาความจริงมาบอกกับพี่น้องประชาชน ทั้งหมดให้ครบถ้วนทุกด้าน เพื่อที่พี่น้องประชาชนจะได้มีมิติของความคิดอย่างครบด้าน และนําไปสู่กระบวนการตัดสินใจว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เหตุผลที่ผมพูดอย่างนี้ ก็เพราะว่าในร่างทั้ง ๓ ฉบับนั้นเราก็คงทราบดีว่ามีการนําเสนอให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ขึ้นมา แล้วก็เขียนให้ดูดีต่อไปว่าเมื่อยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วจะนําไปสู่การทําประชามติ ของพี่น้องประชาชน ให้พี่น้องประชาชนเป็นคนตัดสินใจ ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียน ก็คือว่าท่านประธานและเพื่อนสมาชิกคงทราบดีว่าขณะนี้เรามีกฎหมายว่าด้วยประชามติ ประกาศใช้บังคับแล้ว กระบวนการหนึ่งซึ่งจะต้องถูกกําหนดให้ทําในขั้นตอนของการทํา ประชามตินี้ก็คือกระบวนการของการให้ข้อมูลกับพี่น้องประชาชนอย่างถูกต้องครบถ้วนทุกด้าน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสไปตัดสินใจว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่เมื่อสภาแห่งนี้ ยังเลือกที่จะพูดความจริงเพียงด้านเดียว มิติเดียว แล้วจะเป็นหลักประกันได้อย่างไรครับ ท่านประธานว่าเมื่อถึงกระบวนการที่เราต้องไปทําประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถึงขั้นตอน ที่เราจะต้องเอาข้อมูลไปชี้แจงกับพี่น้องประชาชนเราจะไม่ใช้วิธีเดียวกันแบบนี้ ก็คือเลือกที่จะ ให้ข้อมูลกับพี่น้องประชาชนเพียงบางด้าน เพื่อโน้มน้าวให้พี่น้องประชาชนคล้อยตามไป ในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ผมจะยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้รับทราบถึงสิ่งที่มีการอภิปราย เมื่อวานนี้ แต่ให้ข้อมูลอย่างไม่ครบถ้วน อย่างนี้ครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ผมกราบเรียนว่า การยกร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แท้ที่จริงแล้วก็ใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งพวกเราหลายคน ก็ชื่นชมครับว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนดีที่สุดในจํานวน ๑๖ ฉบับที่ประเทศไทยเคยมีมา แต่เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้เราไม่เอามาพูดกันว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เป็นหลักในการพิจารณายกร่าง แล้วเอาปัญหาข้อบกพร่องถอดบทเรียนของการบังคับใช้ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ประมาณ ๙ ปีมาเป็นต้นแบบและพัฒนาต่อยอดความคิดออกมาเป็น รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ผมเรียนว่าหมวด ๑ ถึงหมวด ๕ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ถูกถ่ายทอดมา เป็นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ โดยไม่มีการแก้ไขเลยครับ แต่มีการต่อยอดความคิดเข้าไปเพื่อให้เกิด พัฒนาการของกระบวนการประชาธิปไตยในประเทศไทยมากขึ้น ผมจึงเรียนอย่างนี้ครับว่า ยกตัวอย่างเช่นในหมวด ๕ ซึ่งเป็นหมวดว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ เราก็มาเขียนใส่ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ให้แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐเป็นสิ่งที่ผู้บริหารคือรัฐบาลต้องทํา จากเดิมที่ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ กําหนดให้เป็นเพียงแนวทางในการตรากฎหมายเท่านั้นเอง เหตุผลนั้นก็คือว่าต้องการให้มีการบรรจุวาระสําคัญของประเทศชาติให้เป็นวาระแห่งชาติ ผ่านรูปแบบการกําหนดให้เป็นนโยบายขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าพรรคการเมืองใดเข้ามาบริหารประเทศ แล้วจะต้องเป็นคนดําเนินการตามนโยบายขั้นพื้นฐานเหล่านั้น
อีกประเด็นหนึ่งซึ่งพูดกันมากเหลือเกินครับ เรื่องของการปฏิรูปกระบวนการ ยุติธรรมว่าที่ผ่านมาของการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เรามีกระบวนการยุติธรรมที่เป็น ๒ มาตรฐาน ผมกราบเรียนว่าประเด็นนี้เขามองกันตั้งแต่ตอนร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แล้ว ด้วยเหตุนี้ในมาตรา ๘๑ (๓) (๔) เขาถึงกําหนดให้มีการจัดตั้งองค์กรปฏิรูปกฎหมายในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ จึงกําหนดให้มีการตั้งองค์กรปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ และรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศชาติ ๗-๘ เดือนนี้ท่านได้เลือกทําแล้วหรือยังในเรื่องของ การที่จะปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมผ่านกลไกที่มีอยู่แล้วในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แต่บางที ท่านก็เลือกที่จะไม่ทํา ยกตัวอย่างเช่นเมื่อวานที่มีการเสนอความเห็นของคณะกรรมการ ปฏิรูปกฎหมายที่ให้ชะลอการยกเลิกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ไปก่อน ท่านก็รีบเร่งขึ้นไปทําครับ ทั้ง ๆ ที่ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็เขียนไว้แล้วว่าให้มีองค์กรขึ้นมาปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และการปฏิรูปกระบวนการกฎหมาย นอกจากนี้ผมขอกราบเรียนว่ายังมีอีกหลาย ๆ เรื่องในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ซึ่งเป็นข้อดี ในการที่เพิ่มเติม เช่น เรื่องของสิทธิเสรีภาพของประชาชน กําหนดให้ประชาชนมีส่วนร่วม เพิ่มหมวดใหม่ว่าด้วยหมวดการมีส่วนร่วมของประชาชน เพิ่มหลักประกันในการคุ้มครอง ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของประเทศว่าจะต้องไม่ถูกครอบงําโดยทุนเอกชน จะต้อง ไม่ถูกครอบงําโดยการผ่านกระบวนการแปรรูปรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ซึ่งใช้โครงข่ายขั้นพื้นฐาน ที่ใช้อํานาจรัฐไปเวนคืนที่ดินของประชาชนมาสร้างโครงข่ายต่าง ๆ เหล่านี้ นี่คือข้อดี ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แต่เราไม่หยิบมาพูดกันครับ
ประเด็นสุดท้าย เนื่องจากเวลาผมมีน้อยมากสําหรับการพูดเรื่องของบ้านเมือง ภายใน ๘ นาที ผมกําลังจะกราบเรียนว่าเมื่อเราเลือกที่จะยกเลิกรัฐธรรมนูญ หรือบางคน พูดหนักหนาไปถึงขึ้นการฉีกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ผมถึงกราบเรียนท่านประธานครับว่า ผมไม่อาจที่จะเห็นด้วยได้ และผมเห็นว่าเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏชัดเจนว่าสิ่งที่เรากําลังพิจารณา ณ วันนี้ไม่ใช่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญ