ธนิก มาสีพิทักษ์ เสนอข้อเสนอในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้การสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับ และขอให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญที่มาจากคณะรัฐประหาร ธนิก มาสีพิทักษ์ เสนอแนวคิดในการป้องกันการปฏิวัติรัฐประหารในอนาคต โดยเสนอให้มีคณะมนตรีประจํา 1 ใน 3 ของคณะรัฐมนตรี และมีการแต่งตั้งคณะมนตรีนี้เพื่อที่จะทําหน้าที่เป็นรัฐบาลพลัดถิ่นในกรณีที่มีการปฏิวัติรัฐประหาร
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ธนิก มาสีพิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ที่ได้มีผู้นําเสนอร่างทั้ง ๓ ฉบับ ซึ่งตัวกระผมเองนั้น ขอสนับสนุนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ ต่อร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งที่ผ่านมามีหลายฉบับ แต่ส่วนมากร่างโดยคณะรัฐประหารที่มาจากประชาชนนั้นถือว่า เป็นส่วนน้อยแทบจะพูดได้ว่ามีเพียงแค่ฉบับเดียวด้วยซ้ําไป ท่านประธานที่เคารพครับ ทุกครั้งที่มีการปฏิวัติรัฐประหารนั้น คณะปฏิวัติรัฐประหารก็จะมีการฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งทั้งนั้น แต่ผมยังไม่เห็นมีใครไปคัดค้านหรือไปแสดงออกที่บ่งบอกว่าไม่เห็นด้วย หลายครั้ง ที่บุคคลเหล่านั้นเพียงไม่แสดงออกอย่างเดียว ยังให้การสนับสนุนด้วยซ้ําไป ทั้งที่ปากก็บอกว่า ต้องการประชาธิปไตย ในโอกาสนี้เป็นโอกาสอันดีในการที่เราจะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อที่จะให้เป็นประชาธิปไตย ผมขออนุญาตย้อนไปถึงภาพในอดีตเกี่ยวกับเรื่องของ การปฏิวัติรัฐประหารเพื่อที่จะได้มาซึ่งอํานาจ ท่านประธานที่เคารพครับ ในการปฏิวัติ รัฐประหารทุกครั้งนั้นมักจะอ้างเหตุผลต่าง ๆ นานา โดยเฉพาะเรื่องของการคอร์รัปชันก็บอกว่า ในฝ่ายการเมืองนั้นส่วนมากแล้วหวังเพื่อผลประโยชน์ แต่เมื่อมีการปฏิวัติตั้งรัฐบาลขึ้นมา ผมไม่ทราบว่ามีการหวังผลประโยชน์หรือเปล่า แต่ที่แน่ ๆ ไม่มีฝ่ายตรวจสอบ อันนั้นคือสิ่งที่ เกิดขึ้นในส่วนของหลังการปฏิวัติ ทีนี้เมื่อมีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาก็เพื่อที่จะปกป้องตัวเอง ฉะนั้นแล้วในโอกาสนี้ผมก็ต้องขอร้องพรรคฝ่ายค้านเหมือนกันว่าในการยกร่างเพื่อที่จะ ล้างคราบ เพื่อที่จะทําลายภาพที่เกิดขึ้นที่เป็นประวัติศาสตร์ชาติไทย นั่นหมายถึงว่าขอให้มัน จบไปเสียกับรัฐธรรมนูญที่มาจากคณะรัฐประหาร ขอให้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ร่างโดย พี่น้องประชาชนเหมือนกับหลาย ๆ ท่านที่กล่าวมาว่าในการร่างกฎหมายนั้นไม่ว่าชนชั้นไหน ที่ร่างก็เพื่อชนชั้นนั้น ฉันใดก็ฉันนั้นในการร่างกฎหมายนั้นถ้าประชาชนร่างก็เพื่อประชาชน แน่นอนในการตั้ง สสร. ก็เช่นกันเห็นหลายท่านเป็นห่วงเป็นใยกลัวว่า สสร. ที่เลือกมานั้น จะเป็นร่างทรง หลายท่านก็บอกว่ากลัวว่าจะร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญขึ้นมาเพื่อบุคคลคนเดียว ต้องกราบเรียนครับ คําก็คนเดียว ๒ คําก็บุคคลคนเดียว ที่ผ่านมานั้นถามว่าหลาย ๆ ท่าน ที่รวมกลุ่มกันกลั่นแกล้งทําลายบุคคลคนเดียวนั้น ถามว่าประชาชนไม่รู้หรือและไม่เห็นหรือ ว่าบุคคลคนนั้นถูกกลั่นแกล้ง จึงเป็นที่มาของการเลือกตั้งที่ผ่านมาทําให้พรรคเพื่อไทย ชนะถล่มทลาย เพราะว่าแน่นอนคนไทยขี้สงสาร นั่นคือประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ชอบเชียร์คนที่อ่อนแอกว่าในขณะซึ่งถูกรังแก หรือในขณะ ซึ่งถูกกลั่นแกล้งนั่นคือสิ่งที่สําคัญ ก็เหมือนที่เขาบอกว่าคนไทยชอบเชียร์มวยรอง นี่ละครับ ท่านประธานที่เคารพ จึงเป็นเหตุให้ผลการเลือกตั้งออกมาอย่างที่หลาย ๆ ท่านได้เห็น ก็อยากจะบอก แล้วก็สื่อไปถึงผู้ที่ชอบพูด แล้วก็ย้ําพูดทุกครั้งทุกคราที่บอกว่าทําเพื่อ คนคนเดียว ทําเพื่อคนคนเดียว ควรจะเลิกพูดได้แล้วนะครับ ฉะนั้นแล้วในการแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ กับการที่ต้องยกร่างใหม่สมควรแล้วนะครับ เพราะจะได้ ให้มันเป็นเพียงแค่ประวัติศาสตร์ไป ในส่วนของรัฐธรรมนูญที่มาจากคณะรัฐประหาร อันไหน ที่ไม่ดีก็ควรจะมีการแก้ไข อันไหนที่ดีก็ควรจะนํามาใช้ในรัฐธรรมนูญฉบับต่อไปนะครับ ทีนี้ ถามว่าทําไมต้องยกร่างใหม่ แน่นอนนะครับ อย่างที่ผมกราบเรียนไปแล้วนะครับว่า สําคัญ คือเรื่องของที่มา เพราะว่าฉบับเก่านั้นที่มาก็เสมือนหนึ่งว่ามาจากที่ที่ในหลักประชาธิปไตย เขาไม่เห็นด้วย เขาไม่ยอมรับ ที่มานี้เป็นส่วนสําคัญในการบอกถึงคุณภาพ ไม่ว่าอะไร ก็แล้วแต่ อย่างข้าวหอมมะลิที่อร่อยที่สุด หอมที่สุดก็ต้องมาจากทุ่งกุลาร้องให้ ส้มโอหวานที่สุด ก็ต้องมาจากจังหวัดราชบุรี กล้วยไข่ที่อร่อยก็ต้องมาจากจังหวัดกําแพงเพชร ฉันใดก็ฉันนั้น รัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดต้องมาจากพี่น้องประชาชน ในการยกร่างตามมาตรา ๒๙๑ แห่งรัฐธรรมนูญซึ่งจะต้องมี สสร. อย่างที่ผมกราบเรียนไป ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องเป็นห่วงว่า จะต้องมีใครไปครอบงํา ไม่ต้องไประแวง เพราะว่าอย่างไรก็แล้วแต่นั้นต้องผ่านการเลือกตั้ง ของพี่น้องประชาชน และที่สําคัญก็ไม่ต้องไปดูถูกพี่น้องประชาชนว่าจะต้องเลือกตั้ง มาอย่างไร เพราะการเลือกตั้งนั้นเลือกตั้งทั้งจังหวัด เอาเพียงแค่คนคนเดียว แล้วผมเชื่อว่า มีคนสมัครที่มีความรู้ความสามารถไม่น้อยทีเดียวในแต่ละจังหวัด และประชาชนนั้นตื่นตัวมาก ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ก็เช่นกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ที่จังหวัดขอนแก่น ถือว่าตื่นตัวมาก มีการดําเนินการโดยพี่น้องประชาชนในการเข้าชื่อเพื่อเสนอให้มีการแก้ไข รัฐธรรมนูญด้วยตัวเอง ไม่มีใครไปบอก ไม่มีใครไปกระตุ้น หลายแสนฉบับที่ส่งมา หรือที่รวบรวมกัน และที่สําคัญนั้นพี่น้องประชาชนก็บอกว่าถึงแม้ว่าจะไม่ได้ร่วมลงชื่อ ในส่วนหนึ่ง แต่ก็เป็นกําลังใจให้กับการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น ฉะนั้นแล้ว โอกาสอย่างนี้เป็นโอกาสอันดีมาก ๆ ในการที่เราในฐานะที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน จะได้ทําตามเจตนารมณ์ หรือความตั้งใจของพี่น้องประชาชน
ในโอกาสสุดท้ายนี้ผมอยากจะฝากไปถึงคณะ สสร. ที่จะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อยากจะฝากถึงว่าจะทําอย่างไรที่จะไม่ให้มีการปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้นในอนาคต และไม่มี การฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งอีก จะทําอย่างไรที่จะให้รู้สึกเกิดการกริ่งเกรงกลัวในการที่จะปฏิวัติ รัฐประหาร ซึ่งผมก็มีแนวความคิดว่าน่าจะมีคณะอีกคณะหนึ่งเป็นลักษณะคณะมนตรี ประจําให้สหประชาชาติให้มีจํานวน ๑ ใน ๓ ของจํานวนคณะรัฐมนตรี ขอท่านประธานนะครับ ผมคนสุดท้ายพอดีขอแป๊บหนึ่งครับ ถ้าคณะรัฐมนตรีมี ๓๖ ท่าน ก็มีคณะมนตรี ๑๒ ท่าน ให้มีการแต่งตั้งในระหว่างนั้นก็ไปประจําอยู่ที่สหประชาชาติ ถ้าเมื่อไรมีการปฏิวัติรัฐประหาร คณะมนตรีนี้สามารถทําหน้าที่ในการเป็นรัฐบาลพลัดถิ่นเพื่อที่จะทําหน้าที่ในการเป็นรัฐบาล ของประเทศไทย เพราะอย่างไรก็แล้วแต่นะครับ ถ้าไม่มีวิธีการป้องกันอย่างเหนียวแน่น ผมเชื่อว่าในอนาคตก็จะมีคนมาอ้างเพื่อที่จะใช้ประโยชน์ให้กับตัวเองในการที่จะทําปฏิวัติ รัฐประหาร จึงขอเสนอให้คณะ สสร. ได้หาวิธีการป้องกันเพื่อที่จะไม่มีการปฏิวัติรัฐประหาร เกิดขึ้นในอนาคต ส่วนที่ผมนําเรียนนี้ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่ง ในโอกาสนี้ก็เป็นกําลังใจให้กับ ผู้ร่างรัฐธรรมนูญในอนาคต ขอให้ท่านตั้งใจ แล้วก็มั่นใจว่าพี่น้องประชาชนส่วนมาก ให้การสนับสนุนในการที่จะทําหน้าที่ของท่านในการร่างรัฐธรรมนูญในฉบับใหม่ ซึ่งจะเป็น ฉบับประวัติศาสตร์ของประเทศชาติไทยเราแน่นอน กราบขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ