รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

ประสงค์ นุรักษ์ หารือเรื่องร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐธรรมนูญ การเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ และการลงประชามติ โดยมีความเห็นว่าควรใช้เวลาในการลงประชามติให้ยาวนานขึ้น และไม่ควรยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในขณะนี้ เนื่องจากยังมีปัญหาที่ต้องแก้ไขหลายประการ

นายประสงค์ นุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายประสงค์ นุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนปวงชนชาวไทยครับ ก่อนที่ผมจะร่วมอภิปรายในร่างแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญ (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ผมขออนุญาตท่านประธานสื่อกับพี่น้องประชาชน ซึ่งฟังอยู่ทางบ้านก่อนครับ ช่วงเวลา ๒๐ ชั่วโมงต่อจากนี้ไปเป็นช่วงเวลาซึ่งพี่น้องประชาชน จะได้มีโอกาสติดต่อหรือประสานงานกับตัวแทนของประชาชนทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. หรือ ส.ว. เพราะว่าทุกคนคือตัวแทนของพี่น้องประชาชนในการที่จะให้ความเห็นกับตัวแทน ของท่านว่าอีก ๒๐ ชั่วโมงข้างหน้านี้ ท่านจะลงคะแนนในเรื่องของการเสนอในวันนี้ ในทางหนึ่งทางใด เพราะการติดต่อของประชาชนกับผู้แทนนั้นถือว่าเป็นหน้าที่อันหนึ่ง ของพลเมืองที่ต้องกระทําในประเทศซึ่งมีความเจริญแล้วทางการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย ผมมีความเชื่อมั่นครับ ว่าขณะนี้ เดี๋ยวนี้ประเทศไทยเรามีความเจริญก้าวหน้า พอที่จะใช้ระบอบประชาธิปไตยครอบคลุมถึงทุกคนครับ

ท่านประธานครับ การร่วมอภิปรายของผมในวันนี้อาจจะถูกใจใคร หรือไม่ถูกใจใคร ผมไม่สามารถที่จะหยั่งได้ แต่ที่สําคัญที่สุดเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของผม ตามที่ผมได้ให้สัตย์ปฏิญาณไว้ในสถานที่แห่งนี้ถึง ๒ ครั้งว่า ผมจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความ ซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตาม ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ ท่านประธานครับ ผมได้ฟังมาตลอดทั้งวันวันนี้ ว่าการที่จะได้มีการร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น เป็นการร่างซึ่งมีที่มาซึ่งไม่เป็นที่พอใจของ ประชาชนหลายคน หลายหมู่ หลายเหล่า แต่ความจริงตามหลักรัฐศาสตร์ที่ผมได้ศึกษามา เป็นเวลานานพอสมควรประกอบกับที่ผมได้มีชีวิตอยู่ในประเทศซึ่งมีความชื่นชมในระบอบ ประชาธิปไตยอย่างแท้จริงคือประเทศสหรัฐอเมริกามา ๓๗ ปี ผมมีความเข้าใจครับว่า ตามหลักรัฐศาสตร์นั้นการได้มาซึ่งอํานาจรัฐนั้นมีหลายประการครับ แล้วก็ถ้าหากว่า มีความสําเร็จในการได้มาซึ่งอํานาจรัฐแล้วก็ได้มีการปฏิบัติข้ามขั้นตอนในระบอบ ซึ่งเรียกว่า เป็นที่ยอมรับของประชาชนได้ ทําให้ประชาชนมีความสุข ประชาชนมีความพอใจ ผมว่า ผมรับได้ครับ จะมาด้วยระบอบไหนก็ตามแต่ จะด้วยวิธีการเลือกตั้ง หรือโดยวิธีอื่นก็ตามครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ศึกษาร่างทั้ง ๓ ฉบับ ซึ่งถือว่าเป็นร่างฝาแฝดสาม มีข้อความ มีเนื้อหาสาระที่ไม่แตกต่างกัน ผมมีความเห็นอย่างนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพ เริ่มจาก หลักการของการร่าง เหตุผลของการที่จะนําเสนอขึ้นมานั้นเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของปี ๒๕๕๐ ในมาตรา ๒๙๑ ตามหลักการที่มานั้นเป็นการแก้ไขเหมือนกับว่าเอาปลาตัวเล็ก ไปตกปลาตัวใหญ่ ผลของการที่จะแก้ไขนั้นคือการแก้ไขไม่ใช่เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเลยนะครับ เป็นการสร้างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมา ซึ่งเขียนว่าเป็นการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้น ทั้งฉบับ ผมได้ให้สัตย์ปฏิญาณต่อหน้าสถานที่แห่งนี้ไว้แล้วว่า ผมจะรักษารัฐธรรมนูญ ฉบับที่ผมให้สัตย์ปฏิญาณไว้ เพราะไม่มีสิ่งใดที่จะก่อให้เกิดความสูญเสียและความเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น ประเทศชาติที่มีความมั่นคงในระบอบประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญเป็นการบ่งบอก ลักษณะหนึ่งว่ามีความมั่นคงหรือไม่ การอยู่ของรัฐธรรมนูญที่ยาวนานเท่าไร แสดงถึง ความมั่นคงของประชาธิปไตยมากเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้งจะเป็นการเปลี่ยนแปลง ทั้งฉบับหรือบางส่วนก็ตามแต่ เป็นสิ่งที่ไม่น่าพึงปรารถนาในระบอบประชาธิปไตยที่มั่นคง แต่ถ้าหากว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่จําเป็น สามารถจะรับรองได้ครับ รัฐธรรมนูญ เป็นหลักการเมืองและการปกครอง ไม่ใช่เป็นส่วนหนึ่งของพระไตรปิฎกในพุทธศาสนา หรือคัมภีร์อัลกุรอานในศาสนาอิสลาม หรือคัมภีร์ไบเบิลในศาสนาคริสต์ ซึ่งไม่อาจจะ เปลี่ยนแปลงได้ ผมขอยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงบางครั้งยอมรับได้ครับ แต่ถ้าถามว่าครั้งนี้ จะยอมรับได้ไหม ผมมีข้อสงสัยหลายประการครับ

ประการที่ ๑ ผมขอยกตัวอย่างมาตรา ๒๙๑ ที่เสนอแก้มา (๑๓) ที่จะให้ มีการลงประชามติภายใน ๖๐ วัน หรือ ๔๕ วัน รัฐธรรมนูญผมคิดว่าคงจะเป็น ๑๐๐ มาตรา เวลาเพียงแค่นั้นจะเพียงพอหรือครับ ที่จะรับฟังความเห็นของประชาชนที่จะให้ลงประชามติ ในเวลาดังกล่าว ผมว่าเวลาสัก ๖๐ เดือน หรือ ๔๕ เดือน น่าจะมีความเหมาะสมมากกว่า ที่จะให้ประชาชนได้มีโอกาสเรียนรู้อย่างแท้จริง จะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลหรือ กกต. ก็ตามแต่ ในการให้ความรู้แก่ประชาชนในเรื่องของความเป็นจริงของรัฐธรรมนูญที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ถ้าหากมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขว่าเราเองจะยอมรับหรือไม่ ขนาดไหน ก่อนจะลงประชามติ ท่านประธานครับ เวลา ๖๐ วันนั้นผมคิดว่าน้อยเกินไป บางครั้งบางประเทศเขาใช้เวลา การเปลี่ยนแปลงมาตราเดียวเวลานับเป็นปีกว่าจะสําเร็จได้ นี่เป็นประการหนึ่งทําให้ผม มีความสงสัยว่าถ้าหากมีการลงประชามติกันแล้วจะได้สาระสําคัญที่แท้จริงจากพี่น้องประชาชน หรือไม่

อีกอันหนึ่งครับ ท่านประธานครับ หากว่าการลงมตินั้นประชาชนไม่ยอมรับ หรือปฏิเสธ แต่การเสนอร่างนี้อ้างว่าเห็นความสําคัญของประชาธิปไตย ถือเสียง ของประชาชนเป็นใหญ่ ถ้าหากประชาชนลงประชามติรับก็จะนําเสนอต่อไปตามขั้นตอน ที่ระบุไว้ แต่ถ้าหากประชาชนไม่รับ ยังมีวิธีการอื่นที่จะปฏิเสธการไม่ยอมรับของประชาชน อีกครั้งหนึ่ง นี่หรือครับเป็นแนวทางและความคิดที่จะยอมรับประชามติของประชาชน ผมเห็นว่าวิธีการดังกล่าวนั้นเป็นวิธีการที่จะสร้างความสลับซับซ้อน เป็นการที่จะสร้าง ความมึนงงให้กับพี่น้องประชาชนในการที่จะยอมรับหรือไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับที่คิด จะร่างขึ้นมาในโอกาสข้างหน้า ชื่อของสภาร่างรัฐธรรมนูญก็เป็นการบ่งบอกอันหนึ่งว่า นี่ไม่ใช่เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการร่างฉบับใหม่ ถ้าหากว่าจะเป็นสภาแก้ไขก็ควรจะ เป็นสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญครับ ไม่ใช่สภาร่าง ผมจึงเห็นว่าวิธีการใช้คําพูด กลไกต่าง ๆ ที่ซ่อนอยู่ในร่าง พ.ร.บ. ที่ส่งเสนอมาในวันนี้มีข้อสงสัยมากครับ ผมเองพยายาม ยกผลประโยชน์ให้กับข้อสงสัยผม แต่ผมถือว่าผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน มีความสําคัญมากกว่ายิ่งนัก ผมมีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าเมื่อไรก็ตามแต่ ถ้าหากว่าการเสนอเพื่อการแก้ไขนั้นยึดมั่นในประโยชน์ ของพี่น้องประชาชนเป็นเกณฑ์ ขณะนี้ เวลานี้รัฐบาลมีภารกิจมากมายมหาศาลที่จะแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทยหลายประการปัญหาน้ําท่วมครั้งที่แล้วมา ปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่มีอยู่ในขณะนี้ยังเป็นปัญหาที่มากมายที่รัฐบาลแก้ไข ผมเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะมีการ ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถ้าหากเป็นการแก้ไขเพียงบางมาตราผมก็ยังพอจะรับได้ เพราะฉะนั้นในวันพรุ่งนี้ผมเองจะรอรับฟังพี่น้องประชาชนครับ เบอร์โทรศัพท์ของผม เบอร์ ๐๘๓-๑๓๑-๑๐๒๔ ขอให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ที่บ้านใช้เบอร์โทรศัพท์นี้ร่วมแสดง ความเห็นชี้แจงมาที่ผม เพราะผมจะใช้ความเห็นของพี่น้องประชาชนเป็นการตัดสินใจของผม ในฐานะเป็นตัวแทนของท่านวันพรุ่งนี้ครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ