รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

บุญเลิศ ไพรินทร์ หารือเรื่องรัฐธรรมนูญ ประชาธิปไตย และเผด็จการ และเรียกร้องให้พิจารณาว่าพฤติกรรมของนักการเมืองมีความสําคัญมากกว่าระบบการเมือง

นายบุญเลิศ ไพรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉะเชิงเทรา

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม บุญเลิศ ไพรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมนั่งฟังมาทั้งวัน ก็ได้ประโยชน์มากครับ ได้ความรู้มากมาย จะเห็นว่ามีเพื่อนสมาชิกของผมซึ่งผมเคารพนับถือนะครับ ซึ่งจะไม่ขอเอ่ยนาม ท่านพูดถึงรัฐธรรมนูญเผด็จการซ่อนรูป ซึ่งหมายถึงรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน แต่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตเพื่อให้ประชาชนได้ติดตามได้ว่ารัฐธรรมนูญ ประชาธิปไตยอําพราง เผด็จการ ทุนสามานย์ อํามหิต ต้องระวังให้ดีเหมือนกัน อยากจะให้ ประชาชนติดตามว่ารัฐธรรมนูญเผด็จการซ่อนรูปกับรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยอําพราง เผด็จการ ทุนสามานย์ อํามหิต ใครจะอํามหิตมากกว่ากัน ใครจะเป็นโทษ เป็นภัยแก่สังคม ใครจะทําให้เกิดความแตกแยกในหมู่มวลประชาชนคนไทยด้วยกัน เพราะฉะนั้นผมอยากจะ กราบเรียนว่ารูปแบบการเมืองการปกครองของโลกมันมีอยู่ เผด็จการกับประชาธิปไตย เผด็จการก็มีฝ่ายซ้ายก็คือพวกคอมมิวนิสซึม (Communism) พวกฝ่ายซ้ายก็คืออํานาจนิยม เผด็จการทหาร ส่วนประชาธิปไตยก็มี ๒ แบบ ก็คือแบบรัฐสภาและประธานาธิบดี แต่ระบบ ทั้งหลายทั้ง ๔ ประการนั้นความสําคัญมันจะมีน้อยกว่าพฤติกรรมของนักการเมืองและบุคคล ที่เกี่ยวข้องครับ ท่านประธานครับ พฤติกรรมของนักการเมืองจะต้องมีความรู้ความสามารถ ทักษะ และมีคุณธรรมจริยธรรม ทําประโยชน์เพื่อส่วนรวมเพื่อประเทศชาติและประชาชน ส่วนใหญ่ของประเทศ อย่างนี้เราเรียกว่าจะเป็นระบบเผด็จการก็ยังประโยชน์ เพื่อประเทศชาติและประชาชนส่วนใหญ่ ถ้าเป็นประชาธิปไตยก็เป็นไปเพื่อประโยชน์สุข ของประเทศชาติและประชาชนส่วนใหญ่ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สําคัญนะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนว่าระบบการเมืองสําคัญครับ แต่สําคัญน้อยกว่า พฤติกรรมของนักการเมือง ผมได้กราบเรียนมาตลอดเวลาในที่ประชุมแห่งนี้ว่าการที่ประเทศไทย ไม่เป็นประชาธิปไตย ที่เป็นของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชนอย่างแท้จริงนั้น เป็นเพราะว่ารัฐธรรมนูญเป็นบ่อเกิดหรือเป็นเหตุแห่งปัญหา หรือมันเป็นเพราะว่าพฤติกรรม ของนักการเมืองและบุคคลที่เกี่ยวข้องกันแน่ ถ้ามันเกิดขึ้นทั้ง ๒ ทาง คือเกิดจากระบบ คือรัฐธรรมนูญไม่เหมาะสมก็ควรจะแก้บางมาตราที่มันไม่เหมาะสม ๓๐๙ มาตรานี้มันไม่ใช่ว่า มันไม่ดีทั้งหมด รัฐธรรมนูญฉบับนี้แม้ที่มาจะมาจากรัฐประหาร แต่มันเป็นการต่อยอด และปรับปรุงจากปี ๒๕๔๐ ซึ่งเราบอกว่าที่มาจากประชาชน แต่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ เราบอกว่ามันมาจากปฏิวัติ ต้นไม้มันเสีย ออกดอกออกผลมันก็เสีย มันไม่จริงอย่างนั้นนะครับ มันไม่ใช่ผลไม้ มันไม่ใช่ต้นไม้ เพราะว่ามนุษย์ที่ไปร่างนั้นเป็นคนเก่งคนดีมากพอสมควร ทีเดียว เพราะฉะนั้นมันไม่ได้เสียหายทั้งหมด การที่เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียง ๒ มาตรา คือมาตรา ๑๓๖ กับมาตรา ๒๙๑ เพื่อยกเลิกฉบับปัจจุบันทั้งฉบับ เป็นจริงหรือไม่อยากจะถาม ที่ประชุมแห่งนี้ เพราะว่าที่ประชุมแห่งนี้จะเป็นจําเลย เพราะว่าเราจะกําหนด เราจะเขียน รัฐธรรมนูญฉบับปรับปรุงแก้ไข มาตรา ๑๓๖ กับมาตรา ๒๙๑ เพื่อให้เรามีอํานาจ ในการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ เรามีอํานาจหรือเปล่า ถ้าเราคิดว่าเราจะให้สภาร่างรัฐธรรมนูญนี้ไปยกร่างใหม่ทั้งหมด โดยไม่คํานึงถึงมาตราใด ๆ เลย นอกจากมาตรา ๑๓๖ และมาตรา ๒๙๑ แต่ถ้าดูที่กําหนดไว้ในมาตรา ๔ ในร่างรัฐธรรมนูญ ที่เสนอมาทั้ง ๓ ฉบับนั้น เขาบอกให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด ๑๖ การจัดทํารัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ มาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๑๗ มาตรา ๒๙๑/๑ กําหนดให้มี สภาร่างรัฐธรรมนูญ ทําหน้าที่จัดทําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อันนี้สุ่มเสี่ยงมากนะครับ ท่านประธานที่เคารพ สุ่มเสี่ยงอย่างไรครับ สุ่มเสี่ยงที่เราจะทําผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๘ มาตรา ๖๘ มาตรา ๒๙๑ มาตรา ๒๗๐ มาตรา ๒๗๕ เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนว่า ถ้าเอาให้ดี เอาให้ชัด เพราะเรารัฐสภาแห่งนี้จะเป็นจําเลย การกระทําถ้าที่ประชุมรัฐสภาแห่ง นี้ต้องการยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยใช้วิธีการแก้มาตรา ๑๓๖ และมาตรา ๒๙๑ เป็น เครื่องมือย่อมไม่อาจกระทําได้ ด้วยเหตุผลว่าการกระทําเช่นนั้นจะขัดกับข้อห้ามการใช้สิทธิ และเสรีภาพตามมาตรา ๒๘ และมาตรา ๖๘ มาตรา ๒๘ บอกว่าการจัดทํารัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่แทนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ต้องถือได้ว่าเป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน หรือไม่ บุคคลหรือกลุ่มบุคคลผู้เสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทําตัวเป็นปฏิปักษ์ ต่อรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันหรือไม่ มีเวลาจํากัดเหลือเกินนะ ส่วนมาตรา ๖๘ ก็เช่นเดียวกัน ถ้าเรายกเลิกทั้งฉบับเท่ากับว่าเราล้มล้างรัฐธรรมนูญ เราล้มล้างรัฐธรรมนูญเราก็ล้มล้าง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แล้วก็เป็นการได้มาซึ่งอํานาจ โดยมิชอบที่จะปกครองประเทศไทยโดยไม่ได้มีวิถีตามที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะฉะนั้นก็สุ่มเสี่ยงที่พรรคที่เสนอก็อาจจะถูกยุบได้ ถูกถอดถอนตามมาตรา ๒๗๐ ได้ ถูกดําเนินคดีอาญา โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองได้ เพราะฉะนั้นทําอย่างไรถึงจะหลีกพ้นไม่ให้รัฐสภาแห่งนี้ตกเป็นเหยื่อหรือเป็นเครื่องมือ หรือเป็นจําเลยของสังคม ซึ่งบุคคลภายนอกสามารถนําความขึ้นเสนอให้อัยการสูงสุด ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหลาย แล้วนําเรื่องเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย ถ้าวินิจฉัย ได้ความจริงว่าผิดรัฐธรรมนูญก็จะต้องถูกยุบพรรค และเพิกถอนสิทธิ ๕ ปี อะไรต่าง ๆ นั้น เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนว่าเราจะทําอย่างไรถึงจะให้ทั้งระบบ คือรัฐธรรมนูญ และพฤติกรรมของมนุษย์ คือนักการเมืองและผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นประโยชน์ต่อแผ่นดิน อย่างแท้จริง จะไม่ใช้รัฐธรรมนูญเพื่อแสวงหาผลประโยชน์และอํานาจเพื่อพรรคตัวเอง เพื่อกลุ่มตัวเอง เพื่อเพื่อนฝูงตัวเอง แต่จะต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน เพื่อประโยชน์ ของประเทศชาติและประชาชนส่วนใหญ่ให้จงได้ ทั้งนี้เพราะสมาชิกรัฐสภาไม่ใช่เป็นเพียงแค่ เป็นตัวแทนของพรรคการเมือง แต่เป็นตัวแทนปวงชนชาวไทยทั้งประเทศครับ ขอขอบพระคุณครับ