วรชัย เหมะ หารือเรื่องการเมืองที่ไม่มั่นคงของประเทศไทย และเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเป็นประชาธิปไตย โดยมองว่าประเทศไทยหยุดอยู่กับที่และถอยหลังเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาการใช้อำนาจสองมาตรฐานภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2550
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณ ส.ว. ครับ ที่ร่วมอภิปรายสนับสนุนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครับ แล้วก็ขอบคุณรัฐบาลครับ แล้วก็ขอบคุณพี่น้องประชาชนครับที่เสนอร่างขึ้นมา ท่านประธานสภาที่เคารพ วันนี้ ประเทศไทยนั้นต้องยอมรับว่ามีปัญหาอย่างจริง ๆ ครับ เราจะเห็นว่าประเทศเพื่อนบ้าน เขานิ่งครับ การเมืองเขานิ่งครับ ประเทศเขาไม่เกิดวิกฤติ แม้แต่ประเทศในอาเซียนด้วยกันครับ ท่านประธาน แม้แต่ประเทศพม่าในวันนี้ท่านทราบไหมครับว่าเขามีการปรองดอง มีการเลือกตั้ง มีประชาธิปไตย เขามีการเจรจากับชนกลุ่มน้อย เขามีการเจรจากับฝ่ายค้าน ประเทศกัมพูชาเขามีนายกรัฐมนตรีคนเดียวมาหลายปี ประเทศมาเลเซีย ประเทศลาว ก็เหมือนกันครับ หลายประเทศการเมืองสงบ รัฐบาลเป็นรัฐบาลเดียวหลายสมัยหลายปีครับ ทําให้ประเทศชาติเขาสามารถเดินไปข้างหน้าได้อย่างสบาย พัฒนาประเทศได้อย่างดีกว่า ประเทศไทย วันนี้เราจะเห็นว่าประเทศไทยนั้นหยุดอยู่กับที่แล้วก็ถอยหลังครับ ๔ ปี ๕ ปี หลังจากมีการยึดอํานาจ มีการทํารัฐประหารครับ ท่านประธาน หลังจากนั้นปัญหา ของประเทศมีความขัดแย้งอย่างรุนแรง ใน ๕ ปีนั้น มีรัฐบาลถึง ๔ รัฐบาลครับ มีนายกรัฐมนตรีถึง ๔ ท่านด้วยกันครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าประเทศไทยนั้น รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพขึ้นมาอยู่ไม่ถึงปี ขึ้นมาอยู่แค่ ๓ เดือนก็ต้องมีอันเป็นไปครับ เพราะฉะนั้นในเมื่อประเทศมีการเมืองไม่มั่นคง รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพแล้วรัฐบาลจะเอา นโยบายไปแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้อย่างไรครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ เพราะฉะนั้นวันนี้เราคงจะคิดว่าทําไมประเทศไทยจึงเป็นอย่างนี้
อีกเรื่องหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ถามว่าวันนี้เราแก้รัฐธรรมนูญเพื่อคน คนเดียวหรือเปล่าครับ ท่านประธานครับ อย่าดูถูกพี่น้องประชาชน เราบอกว่าเราแก้ มาตรา ๒๙๑ ครับ ส.ส. ไม่ว่าฝ่ายค้านหรือว่าท่าน ส.ว. ท่านไม่ได้แก้รัฐธรรมนูญด้วยตัว ของท่าน ส.ส. หรือพรรคเพื่อไทยจะมาแก้รัฐธรรมนูญเพื่อตั้ง สสร. แล้วก็เราแก้กันเองครับ แต่วันนี้พรรคเพื่อไทยเสนอให้มีการตั้ง สสร. แก้มาตรา ๒๙๑ เพื่อที่จะไปร่างรัฐธรรมนูญครับ แล้ว สสร. นั้นให้มาจากประชาชนอย่างแท้จริง ประชาชนนั้นไม่โง่หรอกครับ ที่จะเลือก ตัวแทนของตัวเองที่ไม่รู้เรื่องมาสร้างรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชน ประชาชนคนไทย ได้รับรู้แล้วว่าวันนี้ประเทศมันมีปัญหา เพราะฉะนั้นกับดักของประเทศที่มีปัญหา เพราะการยึดอํานาจรัฐประหาร แล้วตั้งองค์กรอิสระใช้อํานาจแทนคณะยึดอํานาจ แล้วเขียน รัฐธรรมนูญฉบับที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ท่านประธานครับ ที่อ้างว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น มีการทําประชามติ มีพี่น้องประชาชน ๑๔ ล้านเสียงครับ เรื่องจริงครับ ท่านประธานครับ แต่ท่านทราบไหมครับว่าในการทําประชามตินั้นภายใต้กฎอัยการศึก มีการใช้กําลังทหาร ออกไปทุกหมู่บ้าน มีการสั่งผู้ว่าราชการจังหวัด สั่งนายอําเภอ สั่งกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ไปบอก พี่น้องประชาชนว่าต้องรับ ถ้าไม่รับอาจจะมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการข่มขู่ แล้วก็ ที่สําคัญบอกว่าถ้ารัฐธรรมนูญมีการทําประชามติไม่ผ่าน จะเอารัฐธรรมนูญฉบับไหนก็ได้ ที่ คมช. เห็นว่าที่จะเอามาใช้ได้เลยทันที นี่คือข้อเท็จจริงครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ เพราะฉะนั้นวันนี้ประเทศไทยถือว่ามีรัฐธรรมนูญที่ผ่านการยอมรับจากพี่น้องประชาชน ๑๔ ล้านเสียงก็จริง แต่ว่าเป็นการบังคับประชาชนให้ลงมติหรือเปล่าครับ ผมขอถามเรื่องนี้ครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ เพราะฉะนั้นอํานาจอธิปไตยที่แท้จริงต้องเป็นของประชาชน รัฐธรรมนูญนั้นต้องเป็นของประชาชนอย่างแท้จริงครับ การใช้อํานาจนั้นต้องพี่น้องประชาชน มอบให้ครับ การยึดอํานาจ ท่านลองคิดดูครับ ว่าอํานาจในสมัยยุคท่าน จอมพล สฤษดิ์ ท่านถนอม ท่านยึดอํานาจ ท่านลูกผู้ชายตัวจริงครับ ยอมรับว่าฉันยึดอํานาจแล้ว ฉันเป็น นายกรัฐมนตรี แต่ยุคปัจจุบันนี้ท่านทราบไหมครับ ว่าสังคมโลกไม่ยอมรับการยึดอํานาจ การทํารัฐประหาร เพราะฉะนั้นต้องการซ่อนรูปไว้ภายใต้องค์กรอิสระและรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ เราจะเห็นว่าการเกิดคําครหาที่ว่าสองมาตรฐาน มันมาอย่างไรครับ เราจะเห็นว่าการเคลื่อนไหวของประชาชนมีอยู่ ๒ กลุ่ม หลายสีเสื้อครับ สีเสื้อหนึ่ง ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย สีเสื้อหนึ่งออกมาเคลื่อนไหวต้าน ท่านทราบไหมครับว่า บางเรื่องขับรถทับตํารวจทําผิดกฎหมายอาญาไม่ติดคุกครับ นี่คือแสดงออกให้เห็นถึงว่า การใช้กฎหมายสองมาตรฐานภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ภายใต้องค์กรอิสระครับ คนบางสีโดนจับ ศาลตัดสินในทันทีข้อหาไม่จงรักภักดีครับท่านประธาน กลุ่มสีเสื้อหนึ่ง ออกมาพูดเหมือนกันคดีเดียวกัน แต่อีกกลุ่มหนึ่งไม่เป็นอะไรครับ อีกกลุ่มหนึ่งติดคุกไปแล้วครับ นี่คือสองมาตรฐานหรือเปล่าครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะเห็นว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันมีปัญหาจริง ๆ เป็นกับดักของประเทศจริง ๆ ครับ ในยุครัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เราได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ เราเห็นว่าในยุครัฐบาลนั้นสามารถแก้ปัญหา ให้ประเทศได้อย่างมั่นคง แก้ปัญหายาเสพติด แก้ปัญหาหนี้สินของประเทศ สร้างความมั่นคง ให้ประเทศ ประเทศไทย คนไทยไปไหนทั่วโลกมีศักดิ์ศรีได้รับการยอมรับจากคนทั่วโลก ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นักลงทุนแห่มาลงทุนในประเทศไทยในยุคนั้นทุกคนก็ทราบครับ ท่านประธาน ความมั่นคงของประเทศมันต้องเกิดจากการที่รัฐบาลมีเสถียรภาพ วันนี้ ท่านเห็นแล้วใช่ไหมครับว่าประเทศ ความขัดแย้งมันขยาย ๆ มากขึ้นทุกวัน ท่านลองคิดดูสิครับว่า พรรคการเมืองที่อ่อนแอหรือเปล่า พรรคการเมืองซีกหนึ่งทําอะไรผิดหมด ถูกยุบครับ พรรคการเมืองอีกซีกหนึ่งทําอะไรก็ไม่เป็นอะไร คดีคล้าย ๆ กันครับ นี่ที่มาของรัฐธรรมนูญ และการใช้อํานาจตามรัฐธรรมนูญขององค์กรอิสระหรือเปล่าครับ นี่คือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านประธานครับ เราจําเป็นต้องแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย วันนี้เราต้องแก้รัฐธรรมนูญ เพราะถ้าไม่แก้ ๕ ปีที่ผ่านมานั้นเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้นเป็นกับดักของประเทศ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้นไม่สามารถ ทําให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้าได้เลยครับท่านประธาน เราต้องแก้ครับ วันนี้ ผมต้องขอบคุณรัฐบาล ขอบคุณภาคประชาชน ผมขอบคุณท่าน ส.ว. ที่เห็นความสําคัญ ในการแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ ขอขอบคุณครับ ท่านประธานครับ