มณเฑียร บุญตัน หารือเรื่องร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยเรียกร้องให้รัฐสภาเผยแพร่ร่างนั้นให้ประชาชนเข้าถึงได้สะดวก และเสนอแนวคิดที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญทีละประเด็น เพื่อหลีกเลี่ยงการล้มกระดานและเขียนใหม่ นอกจากนี้ยังขอให้รัฐบาลให้หลักประกันการไม่แก้ไขหมวด ๒ ของรัฐธรรมนูญ การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน และการไม่ลดทอนสิทธิของคนพิการและผู้ด้อยโอกาสทางสังคม
ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหาภาคอื่น ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นกระผมขอขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสตัวแทนคนเล็กคนน้อย ซึ่งเป็นคนกลุ่มแรกที่ถูกลืม และเป็นคนกลุ่มสุดท้ายที่ได้รับการระลึกนึกถึงในทุกบรรยากาศ ได้มีโอกาสนําเสนอความเห็นต่อร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในครั้งนี้นะครับ และผมขออนุญาต บังอาจเรียนเตือนท่านประธานในลักษณะเดียวกันกับที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไป ๒-๓ ครั้ง เมื่อวานและวันนี้นะครับ กรณี ข้อ ๘๘ ของข้อบังคับกําหนดให้มีการเผยแพร่ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวกนั้น กระผม ได้ตรวจสอบดูแล้วนะครับปรากฏว่าร่างรัฐธรรมนูญที่ปรากฏบนเว็บไซต์ของรัฐสภานั้น ไม่สามารถเข้าถึงได้โดยสะดวกของพี่น้องประชาชนหลายกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่น้องประชาชนที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการอ่านอย่างตัวกระผม เพราะว่าร่างแก้ไขเพิ่มเติม ดังกล่าวเป็นพีดีเอฟ (PDF) แบบสแกน (Scan) นะครับ เพราะฉะนั้นไม่สามารถที่จะเซิร์ช (Search) ไม่สามารถจะอ่านได้ ผมจึงเกรงว่าจะเป็นการสุ่มเสี่ยงต่อการขัดข้อบังคับ และขัดรัฐธรรมนูญนะครับ เดี๋ยวจะมาตกม้าตายหลังจากที่เราอภิปรายไปแล้ว ๒ วันครับ
ประการต่อมาครับ ผมยังไม่สามารถในขณะนี้ ยังไม่อาจที่จะเห็นด้วย กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในลักษณะที่เป็นการเสนอมานี้ นั่นไม่ได้หมายความว่าผมไม่เห็นด้วย กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญนะครับ ผมพูดมาโดยตลอดว่ากฎหมายมนุษย์เขียนขึ้นก็สามารถ เปลี่ยนแปลงได้ รัฐธรรมนูญก็เช่นกันครับ ประเทศสหรัฐอเมริกามีรัฐธรรมนูญฉบับเดียวครับ มีการแก้ไขในรอบ ๒๐๐ ปี ๑๗ ครั้ง และมีประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติม ๒๗ ประเด็น แต่ไม่มี การแก้ไขทั้งฉบับ กระผมเห็นว่าการแก้ไขมาตราเดียวคือ มาตรา ๒๙๑ ตามข้อเขียน หรือตามมิติวิธีที่นําเสนอมานี้ถูกต้องครับ แต่นัยที่นําเสนอในร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนั้น สุ่มเสี่ยงต่อการเป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งกระผมไม่แน่ใจนะครับว่าเป็นการขัดต่อ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันหรือไม่ และไม่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะทําคลอดโดยใคร หรือมีที่มาอย่างไร ท่านสมาชิกท่านอื่นก็ได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้แล้วว่าไม่ได้เป็นตัวชี้วัด เนื้อหาหรือความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงที่สมบูรณ์ ดังที่หลายประเทศได้มีการระบุไปแล้วนะครับ เช่น รัฐธรรมนูญของประเทศญี่ปุ่น ร่างโดยกองกําลังต่างชาติที่ยึดครอง หลังแพ้สงครามโลก ก็ไม่ได้หมายความว่าประเทศญี่ปุ่นไม่เป็นประชาธิปไตยครับ อย่างไรก็ตามผมคิดว่า ในท้ายที่สุดแล้วการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยมิติประเพณีที่เป็นการยกร่างใหม่ทั้งหมดย่อมไม่ได้เป็น เครื่องแสดงวุฒิภาวะของความเป็นประชาธิปไตย แต่ประชาธิปไตยที่แท้จริงนั้น ย่อมประกอบด้วยความอดทน อดกลั้นต่อความแตกต่าง เป็นวัฒนธรรมประชาธิปไตยที่เชื่อใน หลักเหตุและผล ตราบใดที่สังคมไทยนั้นยังเต็มไปด้วยการบนบานศาลกล่าว เชื่อเรื่องดวง มากกว่าเรื่องกรรม เชื่อในเรื่องระบบอุปถัมภ์ ลูกน้องลูกพี่ เชื่อในเรื่องการฝากในเรื่องเส้นสาย เชื่อในเรื่องการลัดคิว ผมเชื่อว่าวัฒนธรรมประชาธิปไตยก็ยังไม่เกิด และผมเชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในเชิงประเด็นซึ่งแน่นอนครับ รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นั้นมีจุดอ่อนหลายประการ ผมเอง ไม่เห็นด้วยกับมาตรา ๒๓๗ เป็นอย่างยิ่ง และยินดีที่จะสนับสนุนการแก้ไขมาตรานี้ครับ ถ้ามีการเสนอเป็นเชิงประเด็นอย่างที่ผมได้เรียนไปแล้วนะครับว่าการแก้ไขแบบยกเครื่องใหม่ เป็นเพียงวัฏจักรของการล้มล้างรัฐธรรมนูญโดยอํานาจเผด็จการทั้งการทหารและอํานาจทุน สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไม่ว่าจะเป็นขุนศึกหรือนายทุนก็พอ ๆ กันนะครับ
อีกประการหนึ่งผมคิดว่าเวลาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้ไม่ได้เป็น ตัวแสดงการตกผลึกหรือกระแสสังคมที่มีความสมานฉันท์และการเห็นพ้องต้องกัน ผมคิดว่า รัฐบาลซึ่งผมเชื่อแน่ว่าท่านอยู่ครบวาระอย่างแน่นอนจะใจเย็นอีกสักนิดหนึ่งให้สังคมได้มีการถก ตกผลึกทางความคิด ลดความขัดแย้งลง แล้วก็ค่อย ๆ เสนอประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยที่เราไม่จําเป็นต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่ ล้มกระดานแล้วเขียนใหม่ เพราะว่าจะเป็นการต่ออายุ ต่อวงจรการเลิกล้มรัฐธรรมนูญแบบที่นักรัฐประหารหรือนักผูกขาดอํานาจนิยมทํากันในทุกประเทศ เราอาจจะต้องอดทนแก้ทีละประเด็นไปอีกสัก ๒๐๐-๓๐๐ ปี แบบประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ต้องเป็นไปครับ เพราะนั่นคือครรลองของประชาธิปไตย ต้องยุติวงจรของการคว่ํากติกาทั้งฉบับ จึงจะถือว่าเป็นการแสดงวุฒิภาวะของวัฒนธรรมประชาธิปไตย
ประการต่อมา ผมคิดว่าถึงผมจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยผมคะเนดูแล้ว เสียงของรัฐบาลอย่างไรก็ผ่านอยู่แล้ว ผมคิดว่ามีประเด็นที่จะต้องแสดงความเป็นห่วง ผมมีความเคารพในสิทธิของพี่น้องประชาชนและวุฒิภาวะของประชาชนในการเลือก แต่ผมมีความเป็นห่วงว่าความเชื่อมโยงของการเลือกตั้งระหว่างการเลือกตั้ง สสร. นั้น ไม่อาจมีหลักประกันว่าได้มีการขาดกันกับระบบฐานเสียงของการจัดตั้งในระบบ พรรคการเมือง ไม่ได้เป็นพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่ทุกพรรค เราจะทําอย่างไรมีหลักประกันละครับว่า สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นไม่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับระบบฐานเสียงการเลือกตั้ง ซึ่งมีพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่สามารถเข้าไปจัดตั้งหรือเข้าไปกําหนดโดยมีอิทธิพลเหนือ การตัดสินใจของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญได้ อันนี้ผมหมายถึงทุกพรรคนะครับ เพราะฉะนั้นกรอบการออกแบบลักษณะของ สสร. นั้นจะต้องทําอย่างระมัดระวัง จะทําอย่างไรให้คนเหล่านี้ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนหลังจากที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้วครับ จะมีหลักประกันอะไรว่าเขาเหล่านี้จะไม่กลับไปได้รับตําแหน่งแล้วใช้อํานาจเสียเอง ทางการเมืองหลังจากมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ
ประการต่อมา หลักประกันที่กระผมยังไม่มีความมั่นใจและผมอยากจะ ขอความมั่นใจจากรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็คือหลักประกันว่า ประเด็นที่เป็นความห่วงใยอย่างยิ่งของพี่น้องปวงชนชาวไทยก็คือว่าท่านจะมีหลักประกัน ในกรอบซึ่งสามารถแก้ไขได้ในขั้นกรรมาธิการนะครับว่าจะไม่มีการแก้ไขหมวด ๒ ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเลย ท่านให้หลักประกันได้ไหมครับ
หลักประกันต่อมาก็คือว่าในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่จะทําขึ้นมาใหม่นี้ ถึงผมจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ตาม ผมไม่แน่ใจว่าท่านสามารถคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ของประชาชนไม่น้อยไปกว่าที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้หรือไม่ ไม่มีการลิดรอน ไม่มีการลดทอนสิทธิเสรีภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนพิการและผู้ด้อยโอกาสทางสังคม เฉพาะเรื่องคนพิการก็บัญญัติไว้ถึง ๖ มาตราแล้วครับ ในมาตรา ๓๐ มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๙ มาตรา ๕๔ มาตรา ๘๐ และมาตรา ๑๔๒ ท่านจะให้หลักประกันไหมครับว่าคนตัวเล็กตัวน้อยเหล่านี้ จะไม่ถูกลดทอนสิทธิ เพราะท่านบอกท่านยังไม่รู้ว่ารัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร และท่านจะให้ หลักประกันไหมครับว่าคลื่นความถี่ซึ่งเป็นสมบัติของชาติจะต้องจัดสรรไว้สําหรับประโยชน์ สาธารณะจะไม่ถูกแปรเปลี่ยน ไม่ถูกแก้ไขจนกระทั่งกลับไปสู่ระบบสัมปทานหรือระบบที่ อํานาจทุนสามารถจะเข้ามาแทรกแซงได้ ท่านจะให้หลักประกันไหมครับว่าสิทธิของชุมชน สิทธิในการที่จะดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพตามมาตรา ๖๗ จะไม่ถูกลดทอนโดยการเขียน ของ สสร. ถ้าท่านสามารถให้หลักประกันและท่านออกมาแถลงอย่างเป็นทางการ ก่อนการลงคะแนนได้ไม่แน่ครับผมอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ ขอบพระคุณมากครับท่านประธานครับ