ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง เสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมีหลักการและเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับการจัดทํารัฐธรรมนูญ เพื่อปรับปรุงโครงสร้างทางการเมืองให้มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแก้ไขมาตรา ๒๙๑ ในรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีโอกาสเลือก สสร. จังหวัดละคน และเรียกร้องให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและประมวลกฎหมายอาญา
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ที่ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้กรุณามอบหมายให้ผม เป็นตัวแทนนําเสนอร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ซึ่ง คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ ต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา โดยมีหลักการ และเหตุผลดังต่อไปนี้
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ดังต่อไปนี้
(๑) กําหนดให้รัฐสภาประชุมร่วมกันในกรณีการให้ความเห็นชอบสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญซึ่งมาจากการคัดเลือกโดยที่ประชุมรัฐสภา และกรณีการให้ ความเห็นชอบญัตติให้มีการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (เพิ่ม (๑๗) และ (๑๘) ของมาตรา ๑๓๖)
(๒) กําหนดให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อมีหน้าที่จัดทําร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่และกําหนดกระบวนการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (เพิ่มหมวด ๑๖ การจัดทํา รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๑๗)
(๓) กําหนดให้มีการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีผลใช้บังคับ (มาตรา ๕)
เหตุผล โดยที่เป็นการสมควรกําหนดให้มีวิธีการจัดทํารัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ ทั้งฉบับเพื่อเป็นพื้นฐานสําคัญในการปฏิรูปการเมือง โดยให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกสองประเภท ประเภทที่หนึ่งมาจากการเลือกตั้งในจังหวัด จังหวัดละ หนึ่งคน และประเภทที่สองมาจากรัฐสภาคัดเลือกบุคคลจากหลายสาขาอาชีพ รวมเป็น องค์กรในการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อปรับปรุงโครงสร้างทางการเมืองขึ้นใหม่ให้มี เสถียรภาพและประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการอนุมัติ รัฐธรรมนูญโดยการออกเสียงประชามติได้ด้วย ทั้งนี้ โดยยังคงรักษาระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขไว้ตลอดไป จึงจําเป็นต้องตรารัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย
ผมย้ํากับท่านประธานและท่านผู้ชมทางบ้าน บรรยากาศสับสน หลายคน แสดงความคิดเห็นว่าจะมีการรื้อโครงสร้างประเทศ จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสถาบัน ซึ่งเหตุผลได้บอกไว้แล้วว่า ทั้งนี้โดยยังคงรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขไว้ตลอดไป เพราะฉะนั้นใครที่พูดจาสองแง่สองง่ามก็ให้ประชาชนตัดสินได้ว่า บุคคลเหล่านั้นกําลังสร้างความเท็จ และรัฐบาลเสนอแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ไม่ใช่การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ตามที่เอาไปพูดจากันริมถนนรนแคม ย้ําอีกครั้งครับท่านผู้ชมทางบ้าน รัฐบาลขอแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ไม่ได้แก้ไข ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ประมวลกฎหมายอาญานั้นเป็นกฎหมายบังคับใช้ ในการลงโทษ แต่บทบัญญัติรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่จะแก้ไขโดย สสร. ต่อไปนี้ ซึ่งจะว่ากันวันข้างหน้า จะไปยกโทษ ยกผิดให้ใครไม่ได้ทั้งนั้น เพราะเราเห็นว่าพวกผมได้รณรงค์หาเสียง ตั้งแต่พรรคพลังประชาชน บอกเอาไว้ว่าถ้าพี่น้องประชาชนเลือกพวกผมเข้ามาเยอะ ๆ เราจะแก้ไขบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ เพราะเราปฏิเสธ เป็นรัฐธรรมนูญที่เริ่มต้นจากการปฏิวัติรัฐประหาร แล้วคณะปฏิวัติตั้ง สมช. เรียนตรง ๆ พวกผมไม่ชอบ พวกผมไม่เอา แต่พอเลือกตั้งได้ ๒๓๒ คน ก็ไม่สามารถแก้ไขได้ ในระหว่างเป็นฝ่ายค้าน ๒ ปี ๗ เดือน ผมนั่งรถตระเวน ๒๐ จังหวัด ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง ๒๗๐,๐๐๐ กิโลเมตร ได้บอกกับ พี่น้องประชาชนอย่างเปิดเผยว่าถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลและมีเสียงมากพอจะแก้ไข บทบัญญัติรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นที่บอกว่าไม่ยอมบอก ไม่เปิดเผย ไม่แสดง เจตจํานง ใครที่พูดอย่างนั้นกล่าวเท็จ ผมพูดทุกเวที พูดทุกที่ว่าถ้าพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง จะแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ และการแก้ไขครั้งนี้ ถ้ารัฐบาลเอาเปรียบ รัฐบาลอยากแก้ตามอําเภอใจ รัฐบาลจะแก้ไข มาตรา ๒๙๑ ทําไม
- ๔๔/๑ เพราะมาตรา ๒๙๑ ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน อนุญาตให้ ๔ ฝ่าย แก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญได้ ๑. คือรัฐบาล ๒. ผู้แทน ๑ ใน ๓ เสียงพวกผมก็พอ ๓. ส.ส. บวก ส.ว. ๑ ใน ๓ แต่ ส.ว. ขอแก้เองไม่ได้ ๔. ประชาชน นี่ชัดเจนว่าพวกผมไม่ได้เอาใจเป็นตัวตั้ง ไม่ได้เอาความรู้สึก ไม่ได้เอาความคิดเห็นส่วนตัวที่จะแก้รัฐธรรมนูญ เราจึงนําเสนอมาเพื่อขอแก้ไขมาตรา ๒๙๑ เพิ่มให้มีโอกาสเลือก สสร. จังหวัดละคน ใครบังคับได้ครับว่าใครจะเลือกใคร สถาบันการศึกษาส่งมา นิติศาสตร์มหาชน รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ วิชาชีพ เสนอมา ๒๒ คน เราก็เลือกให้เหลือทั้งหมดจากนิติศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ ๖ คน เลือกให้เหลือ รวมแล้ว ๒๒ คน เป็น ๙๙ คน พอเลือกเสร็จระหว่างยกร่างก็รับฟังประชาชน ยกร่างเสร็จ ต้องทําประชามติ ต้องถามประชาชนอีกครั้งหนึ่ง ข้อห่วงใย ข้อกังวลเลิกเสียทีเถอะครับ ฝนไม่ตก แดดไม่ออกอย่าเพิ่งกางร่ม ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ยังไม่มีใครรู้ว่า ๗๗ คน ใครจะได้เป็น ยังไม่มีใครรู้นักปราชญ์ราชบัณฑิตอีก ๒๒ คน ใครจะได้เป็น ก็เลือกโดยรัฐสภา กระผม มีเหตุผลสําคัญแล้วสมควรกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาและสมาชิกรัฐสภาที่เคารพ ตลอดจนท่านผู้ชมทางบ้าน พรรคเพื่อไทยเสนอฉบับหนึ่ง ประชาชนร่วมด้วยหรือไม่แล้วแต่ พรรคชาติไทยพัฒนาก็ว่าไป แต่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยขอแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ที่พาดพิงสถาบัน ใครพูดเท็จขอให้เวรกรรม ลงโทษ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญกับประมวลกฎหมายอาญามันคนละเรื่อง ใครที่ประท้วงอยู่ กลับไปนั่งฟังที่บ้าน แล้วท่านจะมีสติ ท่านจะมีความคิด รัฐบาลชุดนี้ก็จงรักภักดี ใครล่ะครับ ที่ไม่จงรักภักดี ผมเล่นการเมืองมาเป็นรัฐมนตรีมา ๖ ครั้ง รองนายกรัฐมนตรี ๑ ครั้ง ก็ ๗ ครั้ง ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระพักตร์ พรรคเพื่อไทยมีความจงรักภักดี ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ยิ่งหย่อน แต่พรรคเพื่อไทยมีมารยาทไม่เคยกล่าวหาใครว่าไม่จงรักภักดี เพราะผมรู้ว่าพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่ามีความจงรักภักดีและเทิดทูนสถาบันเป็นล้นพ้น ผมมีสิ่งสําคัญแล้วสมควรที่จะกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาและสมาชิกรัฐสภา บางคนบอกว่า เราต้องการให้เกิดปัญหา มีรัฐบาลที่ไหนจะให้บ้านเมืองมีปัญหา เราเป็นรัฐบาลนะ ผมไม่ได้เป็นฝ่ายค้านนะ มีหน้าที่บริหารราชการบ้านเมือง แล้วก็ไปบอกว่าไหนว่าจะแก้ ไม่แก้ วันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์มอบหมายผมนี่ละครับ เป็นคนแถลงเรื่องการแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ถือว่าเป็นวาระเร่งด่วนภายใน ๑ ปี ผมไม่ปฏิเสธ ผมเคยบอกว่าเอาสัก ๖ เดือนก่อนไหม เอา ๘ เดือนก่อนไหม แต่ภายใน ๑ ปี เราเสนอแก้ ท่านวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่ความจริงไม่ใช่ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่ายังไม่คิดแก้ แต่เมื่อดูแล้วไทม์เทเบิ้ล (Time table) ตารางเวลามันถึง เพราะได้แถลงต่อรัฐสภา รัฐบาลไม่แก้รัฐบาลก็เสียหาย สิ่งสําคัญและสมควรที่ผมจะต้องกราบเรียนก็คือว่าตามที่ คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ โดยได้กําหนดให้การเร่งรัดและผลักดันการปฏิรูปการเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วม อย่างกว้างขวาง โดยมีสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นอิสระยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นนโยบายเร่งด่วนที่จะดําเนินการในปีแรก ข้อกล่าวหาว่าใครอยู่เบื้องหลัง ก็บอก ท่านประธานรัฐสภาอย่างนี้ครับ คือประชาชนที่เลือกพวกผมมาด้วยเสียงข้างมากอยู่เบื้องหลัง ไปมา ๗ ย่านน้ํา เลือกให้ขาด เลือกพรรคเพื่อไทยให้ขาด เลือกให้ขาด แล้วก็ขาดจริง ๆ นี่มีคนเขาแอบกระซิบตอนหลังนะว่าขนาดโกงแล้วยังได้ ๒๖๕ ส่วนใครโกงไม่มีใครบอก ก็เลยไม่รู้ว่าใครโกง ท่านประธานครับ