สุพจน์ เลียดประถม หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด แต่การแก้ไขไม่ใช่ปัญหาสำคัญ แต่ปัญหาสำคัญอยู่ที่จิตสํานึกของผู้ที่เกี่ยวข้อง และเรียกร้องให้รัฐบาลอธิบายความเหมาะสมของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สุพจน์ยังอภิปรายเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ โดยถามเหตุผลที่รัฐบาลเลือกใช้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และขอให้รัฐบาลอธิบายความชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญและผลกระทบต่อประชาชน
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายสุพจน์ เลียดประถม สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดตราด ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเองใคร่ขออภิปรายในประเด็นของการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนอื่นผมก็ต้องเรียน ต่อท่านประธานว่าโดยหลักการแล้วผมเห็นด้วยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ แต่ผมมีประเด็นที่จะเสนอข้อคิดเห็นต่อท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ในประเด็นของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ต้องเรียนว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด ที่เป็นกติกาของประเทศ แต่บ้านเมืองจะดีจะเลวไม่ได้อยู่ที่กฎหมายเสียทั้งหมดนะครับ ต้องเรียนต่อท่านประธานว่าหลักสําคัญอยู่ที่การบังคับใช้กฎหมาย อยู่ที่จิตสํานึกของผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะนักการเมือง เจ้าหน้าที่ข้าราชการทั้งหลาย วันนี้เราเองเราถกเถียงกันมากเรื่องการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ เสมือนหนึ่งว่าถ้าเรามีรัฐธรรมนูญที่ดีเลิศแล้วนี่ประเทศชาติเรา ก็จะเดินหน้าไปอย่างไม่มีปัญหาหรือมีอุปสรรคใด ๆ แต่แท้ที่จริงเราก็ใช้รัฐธรรมนูญ มาหลายฉบับแล้วนะครับ ๑๗-๑๘ ฉบับแล้วนะครับ บ้านเมืองเราก็ยังมีปัญหาอยู่ แสดงว่า ตัวรัฐธรรมนูญไม่ใช่เป็นปัญหาเสียทีเดียว ปัญหาที่สําคัญอยู่ที่จิตสํานึกของผู้ที่เกี่ยวข้อง ก็เลยต้องเรียนต่อท่านประธานว่าวันนี้เองเราใช้สภาแห่งนี้ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้ ผมได้เรียนแต่ต้นแล้วว่า ผมเห็นด้วยในหลักการ แต่หลาย ๆ สิ่งที่อยากจะพูดคุยกันในวันนี้ ก็ต้องเรียนต่อท่านประธานว่าพี่น้องประชาชนจะได้อะไรจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ประเทศชาติจะได้อะไร ก็ต้องถามไปยังรัฐบาลนะครับว่า สิ่งที่เราทําในวันนี้เป็นปัญหา เร่งด่วนสําคัญอย่างยิ่งหรือไม่ ถ้าเราเทียบกับปัญหาอุทกภัย ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ หรือปัญหาทางด้านก่อการร้าย ก็ต้องตอบต่อสภาแห่งนี้ผ่านไปยังพี่น้องประชาชน จะได้รับทราบกันว่าสิ่งที่เรากําลังเร่งทํากันอยู่นี้ มันมีความเร่งด่วนมากน้อยแค่ไหน และจะอธิบายสังคมอย่างไรว่าสิ่งที่เราทําอยู่นี้มีความเหมาะสม
ประการต่อมา รัฐบาลคงต้องตอบคําถามให้ชัดเจนนะครับว่า เหตุใดถึงไม่แก้ รัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑ เดิม ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่เรามาแก้กันวันนี้คือวิธีการ ที่เราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องเรียนต่อท่านประธานว่าเดิมก็มีอยู่แล้ว การแก้ไข รัฐธรรมนูญ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญให้แก้ไขไว้ได้อยู่แล้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๑ ใน ๓ คณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ๑ ใน ๓ ประชาชน ๕๐,๐๐๐ คน สามารถเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แต่วันนี้รัฐบาลเองใช้ทางเลือกที่จะเลือกเป็น สสร. ซึ่งมาจาก การเลือกตั้ง ๗๗ คน แล้วก็ที่ให้สภาแห่งนี้เลือกอีก ๒๒ คน รัฐบาลคงต้องตอบสภาแห่งนี้ ให้ชัดว่านอกจากการมีส่วนร่วมแล้วนี่ มีเหตุผลอะไรซึ่งรัฐธรรมนูญเดิมมีอยู่แล้ว ในมาตรา ๒๙๑ ในวิธีการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้นผมจะเรียนท่านประธานต่อไปว่า ในประเด็นที่สําคัญที่ผมอยากจะขออภิปรายก็คือตัวเหตุผลของร่างทั้ง ๓ ร่าง โดยเฉพาะร่าง ของทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็จะเห็นว่าเหตุผลอธิบายความไปถึง เช่น มีบทบัญญัติ หลายประการที่ไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย ไม่ส่งเสริมระบบพรรคการเมือง ทําให้ระบบพรรคการเมืองอ่อนแอ เกิดความไม่มั่นคงและต่อเนื่องในการบริหารราชการแผ่นดิน ผมต้องขออนุญาตเรียนต่อท่านประธานว่า ก็คงจะอ่านเพียงย่อ ๆ เท่านี้นะครับ ในสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๒ ร่างมีเหตุผลเหมือนกัน ซึ่งตัวเหตุผลนี้ต้องเรียน ต่อท่านประธานว่ามันน่าจะเป็นเหตุผลในการที่เราจะอภิปรายในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มากกว่า เหตุผลตรงจุดนี้เราน่าจะพูดถึงว่าเหตุผลใดท่านถึงใช้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งการที่เราพูดถึงเรื่องการยุบพรรค พูดถึงเรื่ององค์กรอิสระ ท่านทราบได้อย่างไรครับว่า สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเขาจะแก้ในประเด็นเหล่านี้ รัฐบาลเองก็ตอบในสภาแห่งนี้ว่า ยังไม่รู้เลย สสร. เป็นใคร ยังไม่รู้เลยผู้แทนจากสถาบันอุดมศึกษา หรือนักกฎหมาย ทางด้านกฎหมายมหาชนหรือรัฐศาสตร์จะเป็นใคร แต่ประเด็นของท่านท่านเสนอเหตุผลนะครับ ท่านเสนอเหตุผลในประเด็นของเนื้อหา ท่านทราบหรือเปล่าครับแล้วเขาจะแก้ตามที่ ท่านเขียนไหมครับ ประเด็นวันนี้เรากําลังพูดกันถึงที่มาของการที่จะได้ สสร. ซึ่งเป็นวิธีการ แก้ไขรัฐธรรมนูญมากกว่า ในประเด็นเหล่านี้เราน่าจะอธิบายความให้ชัดเจนนะครับว่า สสร. ท้ายที่สุดแล้วประชาชนเขาจะมีส่วนร่วมอย่างไร เหตุผลยืดยาวเลยนะครับของท่านที่ท่าน เขียนมานี่นะครับ โดยหลักแล้วท่านจะไปแตะเข้าไปในเนื้อหาของการยุบพรรคการเมือง ผมก็ต้องเรียนต่อท่านประธานว่าผมเองก็ไม่เห็นด้วยเรื่องการยุบพรรคการเมือง คงไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับไหนในโลกนี้ ผมเคยเปรียบเทียบอุปมาอุปไมยเหมือนกรรมการ ผู้จัดการบริษัททําผิด ท้ายที่สุดเราจะยุบบริษัทไหม ผมเองก็ไม่เห็นด้วยในหลักการ แต่ว่า ในร่างหลักการเหตุผลถ้าเราเสนอวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยใช้ สสร. ตัวเหตุผลท่านน่าจะ สอดคล้องกับร่าง ในร่างท่านท่านได้ถึงวิธีการได้มาของ สสร. การเลือกตั้ง ผลตอบแทน ของ สสร. การที่จะร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายในกี่วันต่อกี่วัน ท่านพูดในประเด็นเหล่านั้น มากกว่า แต่ตัวเหตุผลท่านก็เอาร่างนั้นให้มันตรงกัน อันนี้ผมอยากจะตั้งข้อสังเกต อยากให้ ทางผู้ที่เสนอร่างได้อธิบายถึงประเด็นเหล่านี้ ในขณะที่ตัวร่างของคณะรัฐมนตรีเองก็ได้พูดถึงเหตุผล ผมเองก็คงต้องอธิบายเพียงสั้น ๆ เพราะเนื่องจากเวลาจํากัดว่ามีอยู่ท่อนหนึ่งว่าท่านเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการ อนุมัติรัฐธรรมนูญโดยการออกเสียงประชามติได้ด้วย ผมก็ต้องเรียนต่อท่านประธานว่า เหตุผลนี้รัฐธรรมนูญฉบับที่แล้วก็ออกเสียงประชามตินะท่านประธาน เพราะฉะนั้นก็เรียนว่า การจะเขียนตัวหลักการผมไม่ขัดข้อง แต่ตัวเหตุผลไม่ตรงไม่สอดคล้องกับร่าง เพราะฉะนั้น ถ้าเราเขียนให้สอดคล้องกับร่างสมาชิกอ่านแล้วก็จะเห็นว่ามีการเตรียม มีการเขียนร่าง มาอย่างดี ผมเลยอยากอภิปรายในประเด็นเหล่านี้ว่าท่านเขียนตัวร่างประหนึ่งว่าท่านมีธง หรือมีแนวจะแก้ไขอยู่ในใจทั้ง ๆ ที่ท่านตอบสภาแห่งนี้ว่าท่านไม่ทราบว่า สสร. หรือตัวแทน ของสถาบันต่าง ๆ หรือตัวแทนของนักกฎหมาย ของรัฐศาสตร์ท่านยังไม่รู้ว่าเป็นใคร ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งเหล่านี้ผมอยากขออนุญาตตั้งข้อสังเกตเอาไว้ ในระยะเวลาที่จํากัดนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ