ผุสดี ตามไท หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยสาระการแก้ไขและให้มีการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉันผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ ก่อนอื่นดิฉันต้องขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานว่าดิฉัน แล้วก็พรรคประชาธิปัตย์เห็นตรงกันว่ารัฐธรรมนูญ แม้ว่าจะเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ แต่ก็แก้ไขได้ค่ะ บางท่านเปรียบเทียบรัฐธรรมนูญ เหมือนกับบ้าน ถ้าเผื่อว่าคนอยู่ไม่มีความสุขก็ต้องแก้ไข ท่านประธานคะ บ้านจะเป็นอย่างไร สวยเก๋ขนาดไหน แก้ไขกี่ครั้งถ้าคนที่อยู่ในบ้านนั้นไร้คุณธรรม จริยธรรม บ้านก็ลุกเป็นไฟได้เสมอ รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ที่หลายคนรังเกียจนี้นะคะ ก็มีฐานมาจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นั่นล่ะค่ะ แล้วก็แก้ไขให้ดีไปกว่าเดิมในหลายเรื่อง ดิฉันขออนุญาตท่านประธานยกตัวอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งก็ใช้ได้เลยโดยไม่ต้องรอให้มีการบัญญัติ กฎหมาย หรือจะเป็นเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนทั้งหญิงและชายในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ตามมาตรา ๘๗ หรือว่าการให้การตรวจสอบการใช้อํานาจนายกรัฐมนตรีนั้นทําได้ง่ายขึ้น แล้วก็อีกหลายมาตรา ซึ่งล้วนแต่สะท้อนถึงแนวคิดที่ก้าวหน้าไปพอสมควร ท่านประธานคะ บางมาตราอาจต้องแก้ไขก็แก้ไขได้ค่ะ การกล่าวอ้างว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น เป็นผลไม้ พิษที่มาจากต้นไม้พิษต้องฉีกทิ้ง จึงเป็นเพียงวาทกรรมที่ชักนําให้ประชาชนจํานวนไม่น้อย หลงเชื่อโดยไม่ทันได้มีโอกาสดูเนื้อใน น่าประหลาดนะคะท่านประธาน การสํารวจ ของสํานักวิจัยเอแบคโพล เรื่องประชาชนเคยอ่านรัฐธรรมนูญหรือไม่ รวมไปถึงความเห็น ต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งดําเนินการในช่วงต้นเดือนมกราคมปีนี้เอง พบว่าเกือบ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญเลย เกือบ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เคยอ่านบ้างค่ะ แล้วก็ มีเพียง ๓.๘ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ได้อ่านอย่างละเอียด แล้วก็ยังพบนะคะว่าขนาดไม่เคย อ่านกันเลยหรืออ่านกันบ้างในจํานวนมาก แต่ ๕๔ เปอร์เซ็นต์รู้สึกว่าควรจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ บางประเด็น แต่ก็ต้องทําเพื่อประโยชน์ของสังคมโดยส่วนใหญ่ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ท่านประธานคะ ง่ายมากที่จะพูดว่าให้เราหันหน้ามาร่วมมือกัน ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้ ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ง่ายมากนะคะที่จะพูดว่าให้อภัยกันเถอะแล้วก็เดินหน้าต่อไป ง่ายมากเลยนะคะที่จะให้สัมภาษณ์ กล่าวหาว่าพวกที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ เป็นพวกตีตนไปก่อนไข้ เพราะยังไม่รู้เลยว่า สสร. จะเป็นใคร มาจากไหน เนื้อหาสาระ ของการแก้ไขจะเป็นอย่างไรแล้วแต่ สสร. ก็เป็นเพราะอย่างนี้ล่ะค่ะ ท่านประธานคะ ที่ทําให้ ดิฉันกังวล ไม่ไว้ใจ ไม่เชื่อใจ แล้วก็ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในลักษณะนี้ คือ เพียงให้มี สสร. แต่ไม่บอกสาระที่จะแก้ไขให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น รัฐบาลไปหาเสียง รัฐบาล กําหนดไว้เป็นนโยบายเร่งด่วนที่จะดําเนินการในปีแรกตามข้อ ๑.๑๖ ที่รัฐบาลแถลงไว้ ต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคมปีที่แล้ว ซึ่งระบุว่าจะเร่งรัดและผลักดันการปฏิรูปการเมือง ที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางโดยมีสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นอิสระยกร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อวางกลไกการใช้อํานาจอธิปไตยที่ยึดหลักนิติธรรม และองค์กรที่ใช้ อํานาจรัฐที่มีความรับผิดชอบต่อประชาชนและพร้อมรับการตรวจสอบ ทั้งนี้ให้ประชาชน เห็นชอบผ่านการออกเสียงประชามติ ท่านประธานคะ ชัดอยู่แล้วว่ารัฐบาลมีความประสงค์ จะทําอะไรในเรื่องนี้ แน่ ๆ ค่ะ ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นอิสระ แน่ค่ะ จะยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แล้วจะมีสาระอะไรบ้างท่านประธานคะ ก็มีเรื่องการวางกลไก การใช้อํานาจอธิปไตยที่ยึดหลักนิติธรรม อย่างไรคะท่านประธาน อะไรบ้างคือกลไกที่ท่านว่า แล้วอะไรคะคืออํานาจอธิปไตยที่ท่านพูดถึง แล้วก็อะไรคะคือหลักนิติธรรมของท่าน นอกจากนั้นก็ยังจะมีเรื่ององค์กรที่ใช้อํานาจรัฐที่มีความรับผิดชอบต่อประชาชนและพร้อมรับ การตรวจสอบ องค์กรที่ใช้อํานาจรัฐที่ท่านพูดถึงคือองค์กรใดบ้างคะ คณะรัฐมนตรี องค์กร อิสระ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ศาล หรือว่าทุกองค์กรอื่น ยกเว้นนายกรัฐมนตรีหรือเปล่าคะ หรือว่าท่านคิดจะยุบเลิกองค์กรอิสระต่าง ๆ ที่คอยติดตามตรวจสอบนักการเมืองอยู่ แล้วก็ ที่พูดว่าพร้อมรับการตรวจสอบคืออย่างไรคะ เอาง่าย ๆ ท่านประธานคะ การตรวจสอบ การใช้อํานาจของคณะรัฐมนตรีไม่ว่าจะโดยภาคส่วนใดทั้งในสภา นอกสภา ไม่ง่ายเลยค่ะ จะตั้งกระทู้ถามสดนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีก็ไม่ค่อยมาตอบ จะตรวจสอบกันนอกสภา ก็จะมีคณะออกมาปกป้องกันอลหม่านไปหมด อะไรกันนักหนาคะท่านประธานคะ จริง ๆ แล้วในสังคมประชาธิปไตยหลักการที่สําคัญอย่างหนึ่งที่ทุกคนโดยเฉพาะรัฐบาล ต้องยอมรับ แล้วก็นักประชาธิปไตยทั้งหลายต้องยอมรับก็คือว่าต้องมีการตรวจสอบ การใช้อํานาจเสมอโดยเฉพาะเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ฉะนั้น ท่านประธานคะ จริง ๆ แล้ว รัฐบาลก็รู้อยู่แก่ใจแล้วว่าจะแก้ไขสาระอะไรบ้าง แต่ไม่มีความกล้าหาญที่จะบอกต่อสมาชิก รัฐสภา ต่อสาธารณะเพื่อให้ประชาชนนั้นได้มีส่วนร่วมคิดกันอย่างกว้างขวางตามที่ท่าน ได้ระบุไว้ในนโยบายเร่งด่วน แถมในช่วงแรก ๆ ท่านประธานคะ รัฐบาลก็ยังมีทีท่ายึกยัก ไม่มีความกล้าหาญที่จะเริ่มเป็นผู้แก้ไข บอกให้เป็นหน้าที่ของสภา คงจะรอชิมลางปฏิกิริยา ของสังคมหรืออย่างไร ดิฉันไม่แน่ใจนะคะ จนต้องให้ประชาชนที่สนับสนุนรัฐบาลเป็นผู้ริเริ่ม น่าเสียดายจริง ๆ ท่านประธานคะ ที่วันนี้รัฐบาลชิงเสนอร่างเข้าสู่สภาและทิ้งของประชาชนไปเลย ด้วยคําอธิบายง่าย ๆ ว่าเข้าใจกันแล้วนะคะ ท่านประธานคะ หากรัฐบาลจะเริ่มต้นแก้ไข ด้วยความซื่อสัตย์ต่อกัน ด้วยความจริงใจ ด้วยความตั้งใจก็จะดีมาก ท่านให้มี สสร. แต่ท่าน ก็ควรบอกให้สาธารณะทราบเลยโดยไม่ต้องปิดบัง ให้มีข้อสงสัยกังวล เพื่อนสมาชิก ท่านประธานคะ ที่จริงก็ได้อภิปรายก่อนหน้านี้ในสาระที่ดูเสมือนว่าจะแก้ไขในอนาคตไปบ้างแล้ว บางประเด็นมีคุณค่าที่จะให้ทุกคนได้ถกเถียงแล้วก็แลกเปลี่ยนความคิดเห็น แล้วก็ประเด็นใดที่ท่านมั่นใจว่าจะไม่แตะต้อง เช่น เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่เพื่อนสมาชิกบางท่านได้อภิปรายไปแล้ว ท่านก็ ประกาศเลยค่ะ ดิฉันมองไม่เห็นว่าจะเสียหายที่ตรงไหน ดิฉันจะสนับสนุนให้ด้วยซ้ํา จะดีกว่าไหมคะ ถ้าเผื่อท่านบอกให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นเลยว่าจะแก้ไขสาระอะไร ประชาชนจะได้ ร่วมคิดร่วมสร้างรัฐธรรมนูญด้วยกันอย่างจริงจังตามที่ท่านปรารถนา แทนที่จะบอกว่า แล้วแต่ สสร. ยังไม่รู้เลยว่า สสร. เป็นใคร รัฐบาลจะไปรู้ได้อย่างไรว่าจะแก้ไขอะไร สับขาหลอกอีกแล้วหรือคะท่านประธานคะ น่าเสียดายจริง ๆ รัฐบาลน่าจะใช้โอกาสนี้ละค่ะ เป็นจุดเริ่มต้นของการปรองดองได้ แต่ท่านเลือกที่จะไม่ทํา ยิ่งไปกว่านั้นท่านประธานคะ จุดมุ่งหมายของการแก้รัฐธรรมนูญที่ไม่ได้เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรก็ถูกเปิดเผย ในเวลาต่อมา ทําไมดิฉันทราบและทําไมดิฉันถึงพูดเช่นนี้ ท่านประธานคะ เมื่อช่วงหัวค่ํา เราทุกคนก็ได้ฟังได้ดูจากบนจอในสภานี้ล่ะคะ ชัดเจนที่ฟังพร้อม ๆ กันทุกคน เพื่อนสมาชิก ที่อยู่ในที่นี้ เช่น หลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญพรรคประชาธิปัตย์จะสูญพันธุ์ หลังการ แก้ไขรัฐธรรมนูญคุณทักษิณจะกลับมาอย่างสง่างาม ถ้าเป็นเช่นนั้นท่านประธานคะ ดิฉัน ก็ขออนุญาตเรียนถามว่าท่านจะแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไรกันจึงจะบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว ข้างต้น หรือท่านประธานคะ การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะเป็นการยึดครองประเทศตามที่สื่อ ดิฉันต้องขออภัยที่เอ่ยนาม แต่ว่ามันลงไปในสื่อแล้วนะคะ คือคุณเปลว ศรีเงิน ใช้คําว่า แดงทั้งแผ่นดินทักษิณเป็นใหญ่แต่ผู้เดียว ขอบพระคุณค่ะ