ชวลิต วิชยสุทธิ์ หารือเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 โดยเน้นย้ำถึงข้อบกพร่องและปัญหาในการบังคับใช้ พร้อมนำเสนอข้อมูลและรายงานต่างๆ ที่มีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับประชาธิปไตยของประเทศไทยที่ลุ่มๆ ดอนๆ และเรียกร้องการสนับสนุนจากทุกฝ่ายในการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและระบอบประชาธิปไตย
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเป็นผู้ หนึ่งที่ได้ร่วมลงชื่อขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ซึ่งกระผมมีเหตุผลประกอบ หลายประการ ดังนี้
ประการแรก ทําไมต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน มีข้อบกพร่อง หรือมีปัญหาในการบังคับใช้หรือไม่ ท่านประธานครับ เป็นที่ทราบกันดีว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศที่กําหนดกรอบกติกา โครงสร้าง ทางการเมืองการปกครอง กําหนดที่มาของอํานาจอธิปไตยซึ่งเป็นเสาหลักในการปกครอง ประเทศ หากเปรียบประเทศเป็นบ้าน กฎหมายรัฐธรรมนูญก็คือแบบแปลนของบ้าน หากวิศวกรออกแบบของบ้านไม่ดี ไม่ถูกหลักวิชา หลังคารั่ว น้ําฝนก็ซึมได้ หน้าต่าง ปิดไม่สนิท ลมเข้า ฝนเข้า แดดเข้า ผู้คนที่อยู่ในบ้านก็อยู่อย่างไม่เป็นสุข ซึ่งจะต้องแก้ไข ปรับปรุงแบบแปลนให้สมบูรณ์ เพื่อให้ผู้คนที่อยู่ในบ้านนั้นอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญก็เช่นกัน หากมีการศึกษาพบว่ามีข้อบกพร่อง ที่จะทําให้บ้านเมืองไม่เป็นอารยะ กฎ กติกาไม่เป็นธรรม มีปัญหาการบังคับใช้ ผู้แทนปวงชน ก็มีสิทธิที่จะแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญตามที่มีกฎหมายเปิดช่องไว้ ท่านประธานครับ สภาผู้แทนราษฎรของเรามีการศึกษาอย่างเป็นทางการหรือไม่ว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ นี้มีปัญหาการบังคับใช้ ผมได้ตรวจข้อมูลย้อนหลังพบว่าอย่างน้อยมีรายงาน ๒ ฉบับครับท่านประธาน ในรายงานฉบับแรกเป็นรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาการบังคับใช้ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ โดยมีผู้เสนอญัตติ ด้วยกันถึง ๗ ญัตติครับท่านประธาน ไม่ใช่น้อยทีเดียว ทุกพรรคการเมือง แล้วก็ออกรายงานมา ๑ ฉบับ ท่านประธานครับ รายงานนี้ ๑ ฉบับ มีการศึกษาปัญหาอะไรบ้าง ศึกษาปัญหา เกี่ยวกับรูปแบบโครงสร้างของรัฐธรรมนูญและบทเฉพาะกาล ศึกษาปัญหาเกี่ยวกับ สิทธิเสรีภาพ หน้าที่ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ศึกษาปัญหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ ระหว่างสถาบันตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ศึกษาองค์กรตามรัฐธรรมนูญและการตรวจสอบ การใช้อํานาจรัฐ ศึกษาปัญหาเกี่ยวกับการปกครองท้องถิ่น นี่จะเห็นได้ว่าเป็นการศึกษา ปัญหาการบังคับใช้เป็นรายงานฉบับแรกที่ผมไปตรวจสอบ มีรายงานอะไรอีกที่ทํา อย่างเป็นทางการ ท่านอดีตประธานรัฐสภา คือท่านชัย ชิดชอบ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านได้มีคําสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข กฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีท่านดิเรก ถึงฝั่ง สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนนทบุรี เป็นประธาน มีคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล นักวิชาการ และวุฒิสภา มีการศึกษาเรื่องนี้อย่างละเอียดเป็นข่าวเป็นคราว เป็นที่ทราบกันดีทั้งประเทศ มีการเสนอแนะออกมาเป็นรายงานฉบับนี้อีก ๑ เล่ม ๖ ประเด็นด้วยกันว่า กฎหมาย รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ มีปัญหาการบังคับใช้ มีข้อบกพร่อง นี่ก็อยากจะเรียนว่า เป็นการศึกษาอย่างเป็นทางการ ไม่นับวงเสวนาทางวิชาการซึ่งมีนับครั้งไม่ถ้วนที่กล่าวว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีประเด็นปัญหาและข้อบกพร่องมากมาย และถ้าท่านประธาน ได้ฟังตั้งแต่เช้าจะเห็นได้ว่ามีสมาชิกรัฐสภาทั้งฝ่ายวุฒิสภา ทั้งฝ่ายสภาผู้แทนราษฎรได้บอกกล่าว ถึงประเด็นที่เป็นปัญหาซึ่งผมจะไม่กล่าวซ้ําในประเด็นที่ได้อภิปรายไปแล้ว แต่ผมจะยก บางประเด็นที่กระผมเห็นว่ามีความสําคัญยิ่งและคิดว่าเป็นประเด็นที่จะต้องนําเสนอในที่นี้ อีกครั้งหนึ่ง นั่นก็คือว่าที่มาของกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐
ท่านประธานที่เคารพครับ นับแต่มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมือง การปกครอง ในวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ บ้านเมืองของเราตกต่ําอย่างขีดสุด ซึ่งเป็น ที่ทราบกันดีว่านับจากการปฏิวัติรัฐประหารบ้านเมืองของเราตกต่ํา ไม่มีใครคบค้าสมาคม กับเราด้วย มีการฉีกกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับที่พี่น้องประชาชนว่าเป็นของเขา คือฉบับ ปี ๒๕๔๐ และมีการร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี ๒๕๔๙ แล้วก็นํามาสู่ กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะย้อนหลังไป สักนิดหนึ่งนับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ เป็นต้นมา เรามีกฎหมาย รัฐธรรมนูญถึง ๑๘ ฉบับ เราใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญเปลืองที่สุดในโลกเฉลี่ยแล้ว ๔ ปีเศษ ต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ ๑ ฉบับ ซึ่งใน ๑๘ ฉบับนั้น ๑๐ กว่าครั้งมาจากการปฏิวัติ รัฐประหาร นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่มาจากประชาชนเลือกจริง ๆ เมื่อนับเวลา ในการบริหารประเทศนับว่าทั้งน้อยและไม่ต่อเนื่อง ประชาธิปไตยของประเทศไทยจึงลุ่ม ๆ ดอน ๆ อย่างที่เห็น และบางครั้งก็ถึงกับถอยหลังเข้าคลอง
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีผู้ช่วย ส.ส. อยู่คนหนึ่ง เขาจบการศึกษา ชั้นปริญญาตรีจากประเทศญี่ปุ่น ผมเห็นว่าประเทศญี่ปุ่นกับประเทศไทยอยู่ในเอเชีย เหมือนกัน มีสถาบันพระมหากษัตริย์เหมือนกัน ผมลองให้เขาไปค้นประวัติศาสตร์การเมือง การปกครองของประเทศญี่ปุ่น เพราะมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมืองการปกครอง ใกล้ ๆ กับประเทศไทย ประเทศญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลงการเมืองการปกครองในสมัยราชวงศ์เมจิ แต่ประเทศญี่ปุ่นไม่มีการปฏิวัติรัฐประหารเลย ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการเมือง การปกครองมานี่ ปฏิวัติรัฐประหารไปหลายครั้ง เปลี่ยนแปลงฉีกกฎหมายรัฐธรรมนูญ อย่างที่ผมได้กราบเรียนมาตั้งแต่ต้น นี่ทําไมถึงแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยของเราถึงยังไม่ไปไหน เพราะการเมืองมันไม่ต่อเนื่อง การเมืองมันไม่นิ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ มีครั้งหนึ่ง ที่การเมืองเริ่มนิ่ง เริ่มต่อเนื่อง ตั้งแต่พรรคไทยรักไทยเข้ามาบริหารประเทศในปี ๒๕๔๔ จนครบเทอมในปี ๒๕๔๘ เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลประชาธิปไตยอยู่ครบเทอม เราสามารถ ใช้หนี้ไอเอ็มเอฟ (IMF) ได้ก่อนกําหนด เราสามารถตั้งงบประมาณสมดุลได้เป็นครั้งแรก แสดงถึงภาวะเศรษฐกิจของบ้านเมืองที่แข็งแกร่ง บ้านเมืองเจริญเติบโต ชาวนา พี่น้องเกษตรกรขายข้าวได้ในราคาดี มีการกล่าวหาว่าเป็นเผด็จการรัฐสภาถ้าอยู่ครองอํานาจนาน ๆ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อเรามองไปดูที่ประเทศญี่ปุ่น ประเทศญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลง การปกครองมา พรรคแอลดีพี (LDP) ครองอํานาจมา ๕๐ กว่าปี ไม่เห็นมีใครไปกล่าวหาว่า เขาเป็นเผด็จการรัฐสภา ไม่เห็นมีใครไปปฏิวัติรัฐประหารพรรคแอลดีพี ท่านประธานที่เคารพครับ แต่หากพรรคแอลดีพีบริหารบกพร่อง ทุจริต คอร์รัปชัน ประชาชนของประเทศญี่ปุ่น เขาเปลี่ยนของเขาเองครับ ปัจจุบันนี้พรรคดีพีเจ (DPJ) ซึ่งเป็นฝ่ายค้านเข้ามาครองอํานาจ เขาเปลี่ยนแปลงการเมืองการปกครองของเขาโดยประชาชน นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะฝาก ไปยัง สสร. ผมมีประเด็นเดียวเท่านั้นละครับว่าทําอย่างไรถึงจะให้ความสําคัญกับการต่อต้าน รัฐประหาร ผมมีประเด็นที่เคยอ่านคําพิพากษาของผู้พิพากษาศาลฎีกาท่านหนึ่งที่เขียน ชัดเจน ไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติรัฐประหาร ทําอย่างไรในการร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถึงจะมีบทบัญญัติข้อนี้ จะเอาไว้ตรงไหน อย่างไรหรือจะไปอยู่ในพระธรรมนูญศาลยุติธรรม หรือจะทําอย่างไรประการใดก็ได้ ที่จะให้ทุกฝ่ายได้สํานึกว่าการที่บ้านเมืองของเราไม่ได้ ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่องเหมือนนานาอารยประเทศของเขานั้น ทําให้ บ้านเมืองของเราไม่ไปถึงไหน ขณะนี้ประเทศเพื่อนบ้านของเรา เขากําลังค่อย ๆ แซงเราไป แซงเราไป เรายังติดกับดักแห่งความขัดแย้งอยู่ นี่คือสิ่งที่ผมมีประเด็นเดียว
ประการสุดท้ายครับ ท่านประธานครับ ผมได้โอกาสอันดีจากเพื่อนสมาชิก เลือกให้เป็นกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ผมได้รับ เลือกเป็นเลขานุการ ประชุมทุกวันอังคารครับท่านประธาน นั่งคู่กับประธาน ซึ่งได้รับเลือก ให้เป็นประธานกรรมาธิการวิสามัญ นั่นก็คือ พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ท่านประธาน ที่เคารพครับ เมื่อวันอังคารที่แล้ว ซึ่งอยู่ในช่วงของการยื่นญัตติแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมได้มีโอกาสเรียนถามท่าน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน หลังเลิกประชุม ท่านครับ ท่านกรุณา เสียสละมาเป็นประธานกรรมาธิการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ แสดงว่า ท่านมีสปิริต (Spirit) ท่านเคยเป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ ท่านเคยฉีกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แล้วก็ทําคลอดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ด้วยการร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ท่านจะเซ็นรับรองหรือเป็นผู้เสนอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ หรือไม่ ท่านตอบผม โดยท่านไม่ลังเลเลยครับท่านประธาน ท่านบอก ชวลิตประสานเลย เอามาให้ผมลงนาม นี่แสดงถึงสปิริตของท่าน
ท่านประธานครับ ผมจบแล้ว จบในที่นี้คืออะไร คนที่เคยปฏิวัติ แล้วก็มา ขอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นซากหรือกากเดนของคณะปฏิวัตินั้นด้วยตนเอง ผมถือว่า นี่คือสปิริตสูงสุดที่เราทุกฝ่ายควรจะร่วมไม้ร่วมมือกันทําให้กฎหมายรัฐธรรมนูญที่ สสร. จะร่างขึ้นนั้นเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน เป็นประโยชน์ต่อระบอบประชาธิปไตยของเรา และผมหวังว่าในอนาคตประเทศไทยจะไม่มีการปฏิวัติรัฐประหารอีกแล้ว การเปลี่ยนแปลง ขอให้เป็นเรื่องของพี่น้องประชาชน ขอบคุณครับท่านประธาน