รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

ตวง อันทะไชย หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยชี้ว่าไม่สามารถยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ได้ แต่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้ ตวง อันทะไชย อ้างถึงมาตรา 136 (16) และ 123 เพื่ออธิบายว่าทำไมการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงยาก และเรียกร้องให้รัฐบาลใช้มาตรา ๒๙๑ เพื่อแก้ไขได้ทุกมาตรา โดยไม่ต้องยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่

นายตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม ตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ความจริงก่อนที่ผมจะอภิปรายนี้ ผมคิดว่า ๒ ประเด็นที่เราพูดกันมา ๒ วันนี้

ประเด็นแรก ก็คือเรื่องของความรับผิดชอบทางการเมืองของรัฐสภา เราพูดตรงกันว่าเราจะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ หรือว่าเราจะให้มี สสร. นั้น รัฐสภาไม่อาจจะปฏิเสธความรับผิดชอบได้ นั่นประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ผมเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อไปนี้ คือความรับผิดชอบ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา

ประการที่ ๓ ผมเรียนท่านประธานว่าก่อนที่จะอภิปรายต่อไปนี้ ผมเรียน ท่านประธานว่าผมเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกฉบับ และผมก็ยืนยันมาตลอดเวลาทุกที่ ทุกเวลาว่ารัฐธรรมนูญทุกฉบับสามารถแก้ไขได้และฉบับนี้ก็สามารถแก้ไขได้ แก้ไขได้ด้วย ตัวของรัฐธรรมนูญ คือมาตรา ๒๙๑ เอง ซึ่งรัฐบาลที่แล้วได้ใช้ช่องทางนี้ทํา แล้วก็สามารถที่จะ ดําเนินการได้ ไม่ต้องไปตั้ง สสร. หรือแม้จะแก้ไข มาตรา ๒๙๑ เพิ่มผู้ที่มีอํานาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จาก ครม. ส.ส. สมาชิกวุฒิสภาและ ส.ส. ประชาชน หรือจะให้มี สสร. ในมาตรา ๒๙๑ ก็สามารถทําได้ ประเด็นที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานต่อไปนี้เป็นประเด็นความเห็น ในข้อกฎหมายที่แตกต่างกันที่ไม่มีคนพูดถึงก็คือ ผมกลับเห็นว่ารัฐบาลได้เลือกเอาวิธีการที่ ไม่อาจจะกระทําได้ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็คือรัฐบาลได้ยกร่างให้มีหมวดใหม่ว่าด้วย การยกร่างรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลใช้คําว่า หมวด ๑๖ การจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในทัศนะผมนั้น ผมคิดว่ารัฐบาลเลือกเส้นทางนี้ไม่อาจจะกระทําได้ด้วยเหตุผลในข้อกฎหมายดังต่อไปนี้

ท่านประธานที่เคารพ หลักการแรก ก็คือว่าในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่มี บทบัญญัติรัฐธรรมนูญในมาตราใดที่ให้รัฐบาลไปทํายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ท่านประธาน อย่าลืมนะครับว่าแก้ไขตามมาตรา ๒๙๑ นั้น กับการยกร่างฉบับใหม่นั้นแตกต่างกัน พอไปยกร่าง ฉบับใหม่นั้นรัฐบาลก็ไม่อาจที่จะดําเนินการได้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถ้าจัดประเภทแล้ว เป็นประเภทรัฐธรรมนูญที่แก้ไขยากเหมือนสหรัฐอเมริกา คนที่ร่างรัฐธรรมนูญเขาก็ให้เหตุผลว่า ถ้าปล่อยให้มีการแก้ไขได้ง่ายก็ไม่สามารถจะพัฒนารัฐธรรมนูญต่อไปได้

ประการต่อมารัฐธรรมนูญก็จะถูกพรรคการเมืองที่อาศัยเสียงข้างมากนั้น แก้รัฐธรรมนูญเปลี่ยนแปลงแล้วเปลี่ยนแปลงอีก เขาจึงได้เขียนบังคับเอาไว้ในรัฐธรรมนูญว่า จะแก้ไขต้องเป็นไปตามบทบัญญัติดังต่อไปนี้ ผมชวนท่านประธานไปดูบทบัญญัติหลัก ที่เขียนเอาไว้ ตั้งแต่บทบัญญัติมาตรา ๖๘ เป็นสิทธิของการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ท่านประธาน ดูตามผม ท่านประธานจะพบว่าไม่สามารถจะยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ได้ ในมาตรา ๖๘ นั้น ได้เขียนเอาไว้ว่าบุคคลจะใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองโดยวิธีการ ซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ ผมขีดเส้นใต้ ๑๐๐ เส้น คําว่า นี้ มิได้ นั่นหมายความว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่อนุญาตให้ยกร่างได้ แต่ท่านสามารถแก้ไขเพิ่มเติมให้มี สสร. ไปแก้ไขได้ แต่ไม่อาจที่จะไปยกร่างหมวดใหม่ให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ได้

ประการต่อมารัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ไม่ได้เปิดช่องทางให้ไปใช้อํานาจนั้นได้ วรรคสองได้เขียนต่อไปว่า ในกรณีบุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทําการตามวรรคหนึ่ง เขาใช้คําว่า ผู้ทราบการกระทําดังกล่าว ย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องต่ออัยการสูงสุดสอบข้อเท็จจริง ยื่นคําร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญยกเลิกการกระทําดังกล่าว และบทบัญญัติในมาตรานี้ ก็เขียนต่อไปว่า ให้ศาลรัฐธรรมนูญนั้นยุบพรรคด้วย และบุคคลที่เป็นกรรมการพรรค และหัวหน้าพรรคก็จะต้องเว้นระยะการเมืองไป ๕ ปี แล้วเขียนต่อไปว่าสิทธิอันนี้เป็นสิทธิ ของบุคคลตามมาตรา ๖๙ เขียนต่อไปว่า เพื่อให้องค์ประกอบที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ไขยากนั้น รัฐธรรมนูญได้เขียนเอาไว้ในมาตรา ๑๓๖ (๑๖) ท่านประธานไปดูครับ เขียนไว้ในมาตรา ๑๒๓ เพื่อแสดงให้เห็นว่าการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นไม่อาจจะกระทําได้ แม้แต่การที่จะปฏิญาณตน ผมเรียนท่านประธานว่ามาตรา ๖๘ นั้น ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ไม่มีครับ เพิ่งจะเขียนไว้ใน รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ถ้าเป็นเช่นนั้นเหตุผลใหญ่ที่รัฐธรรมนูญได้ออกแบบเอาไว้อย่างนั้น ผมพบว่า

ประการแรก ถ้าปล่อยให้เสียงข้างมากในการที่จะยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขึ้นมา ก็จะกลายเป็นว่าวันนี้พรรค ก ได้เป็นรัฐบาลแล้วไปหาเสียงกับประชาชนเอาไว้ว่า จะต้องมายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พอครบ ๓ ปีหรือ ๔ ปีตามรัฐธรรมนูญ พรรค ข ได้รับเลือกเข้ามาด้วยเสียงข้างมากก็จะกลับมายกร่างโดยอาศัยหมวด ๑๖ ในการจัดทํา รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างนี้ไปเรื่อย ปัญหาที่จะตามมา ด้วยเหตุผลของการเขียนรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ นั้นก็คือ เขาต้องการให้รัฐธรรมนูญนั้น เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาและพัฒนาไปด้วย ถ้าไม่สามารถที่จะทําให้รัฐธรรมนูญนั้น เป็นหลักในการปกครองประเทศก็จะทําให้การเมืองไม่มั่นคง การเมืองไม่มั่นคงก็จะส่งผลต่อ ระบบเศรษฐกิจ ส่งผลต่อสังคมโดยรวม ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลสําคัญก็คือว่า ประเทศใดก็ตามถ้าระบบเศรษฐกิจ สังคม การเมือง โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญไม่แน่นอน ไม่มั่นคงมีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงทุก ๔ ปีนั้น ไม่มีประเทศใดในอาเซียนหรือในเวที ประชาคมโลกจะมาทําความตกลงกับเรา แม้แต่ความมั่นใจของนักลงทุนหรือนักธุรกิจ ที่จะมาลงทุนในประเทศไทยก็ไม่มีใครมาครับ เพราะ ๔ ปีก็จะต้องเปลี่ยนแปลงนโยบาย หรือข้อตกลงระหว่างประเทศ ผมยกตัวอย่างเช่น มาตรา ๑๙๐ ถ้าพรรคหนึ่งเข้ามาก็ยกเลิก เพิกถอน แต่พอพรรคหนึ่งเข้ามาก็จะมาเขียนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญใหม่ก็จะเป็นวัฏจักรอย่างนี้ ต่อไปเรื่อย ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด ด้วยเหตุผลที่รัฐธรรมนูญได้เขียนประกอบกันเอาไว้ในมาตรา ๖๘ ประกอบมาตรา ๑๓๖ (๖๖) และมาตรา ๑๒๓ นั้น จึงให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ไขได้ในเฉพาะ มาตรา ๒๙๑ ความจริงถ้ารัฐบาลเลือกมาตรา ๒๙๑ นั้นรัฐบาลสามารถแก้ได้ทุกมาตรา แล้วก็ไม่ต้องหมิ่นเหม่ต่อการกระทําผิดหรือกระทําขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เรื่องที่ กระผมนํากราบเรียนท่านประธานคือความรับผิดชอบ อย่างน้อยผมได้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังสภาแล้วว่าในมุมของกฎหมายนั้น ผมมองอย่างนี้ ท่านอาจจะเถียงแตกต่างจากผม แต่ที่สุดคนจะตัดสินใจเรื่องนี้ไม่ใช่สภาครับ ก็คือศาลรัฐธรรมนูญครับ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าประเด็นสําคัญถ้าถามว่าข้อเสนอ ของผมคืออะไร ข้อเสนอของผมก็คือว่ารัฐบาลนี้สามารถที่จะใช้ มาตรา ๒๙๑ ได้ และแก้ไขได้ทุกมาตรา รัฐบาลนี้สามารถที่จะแก้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ เพิ่มกระบวนการของ สสร. ได้ แล้วก็ให้ สสร. นั้นเข้าไปช่วยในการยกร่าง ซึ่งข้อเสนอ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานไม่ใช่เรื่องใหม่ครับ เป็นข้อเสนอที่มาจากคณะกรรมการ สมานฉันท์ ความจริงคณะกรรมการสมานฉันท์ผมกับท่านประธานดิเรกอาจจะเห็นต่างกัน ก็ตรงว่าจะแก้ มาตรา ๒๙๑ ให้มี สสร. หรือว่าไปยกร่างหมวดเดิม หมวดใหม่ว่าด้วย การยกร่างรัฐธรรมนูญ ผมเรียนท่านประธานว่าส่วนตัวผมนั้นกราบเรียนท่านประธาน ในฐานะความรับผิดชอบของสมาชิกรัฐสภาว่าผมเห็นว่าไม่อาจจะกระทําในการยกร่าง หมวดใหม่ขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญนั้นจะยกเลิก เพิกถอนได้ ๒ วิธี ก็คือยกเลิก เพิกถอนโดยวิถีทางทางรัฐธรรมนูญ ยกเลิกประการที่ ๒ ก็คือนอกรัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านประธานก็ทราบดีแล้ว จึงกราบเรียนท่านประธานเพื่อเป็นประเด็นสําคัญที่จะให้ ที่ประชุมแห่งนี้ได้ช่วยกันพิจารณาร่วมกัน ขอบพระคุณครับ