ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง หารือเรื่องการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยเรียกร้องให้ตรวจสอบความถูกต้องของบทบัญญัติ และให้ความอิสระแก่สภาร่างรัฐธรรมนูญในการยกร่าง พร้อมวิพากษ์วิจารณ์การปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 และการแทรกแซงของ กกต. และการฟ้องร้อง กกต.
คือตั้งแต่เมื่อวานนี้ เมื่อเช้า สาย บ่าย เย็น คําก็ว่า เช็คแบลงก์ คําก็เช็คเปล่า ในฐานะที่ผมนําเสนอ ผมขออนุญาตชี้แจงประเด็นนี้ครับ เพราะที่อภิปรายกันมามี ๓ เรื่อง
๑. อย่าแก้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ เราบอกว่านี่แก้รัฐธรรมนูญ มันคนละเรื่อง
๒. ไม่เกี่ยวข้องในหมวดพระมหากษัตริย์ มาตรา ๒๙๑/๑๑ พารากราฟ (Paragraph) ที่ ๕ ถ้าหากไปทําให้ไม่ดี พารากราฟที่ ๖ รัฐสภาวินิจฉัยตกไป หรือยืนยัน อีกครั้งหนึ่ง รัฐบาลไม่ทําอย่างที่หลายคนห่วงใย แต่เรื่องเช็คเปล่า ผมอยากจะกราบเรียนว่า ทําไมเราต้องยกร่างรัฐธรรมนูญโดยให้มี สสร. ทั้ง ๆ ที่เรามีอํานาจทําเอง บทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ปัจจุบันก็ให้ได้ ถ้าทําเองพวกปากหอยปากปูก็บอกว่ารวบอํานาจ ชนะมาแล้วทําตามอําเภอน้ําใจ เราก็บอกอย่ากระนั้นเลย แล้วผมเองนี่ไปหาเสียงทางจังหวัดสกลนคร มาจังหวัดศรีสะเกษ มาจังหวัดมหาสารคามว่าชนะเลือกตั้งครั้งใหญ่เมื่อไรจะยกร่าง แก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ให้มี สสร. ในพรรคก็ติดหูติดตา พอแถลงนโยบาย นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ผม ผมก็แถลงว่าจะให้มีการเลือก สสร. ๗๗ คน ๗๗ จังหวัด ๒๒ คน นักปราชญ์ราชบัณฑิต ไม่ได้มีประเด็นอื่นเลยครับ ท่านจะไปวิตกจริตอย่างไร นั่นเป็นความคิด แต่พวกผมไม่ได้คิด จึงขออธิบายว่า
๑. รัฐบาลมีความประสงค์จะให้ สสร. มีอิสระในการยกร่างรัฐธรรมนูญ ดังจะเห็นได้ว่าตามมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคสอง บัญญัติว่า ในการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญ สภาร่างรัฐธรรมนูญอาจนํารัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งที่เห็นว่ามีความเป็นประชาธิปไตยสูง มาเป็นต้นแบบในการยกร่างก็ได้ เห็นไหมครับ รัฐบาลล็อกสเปกเฉพาะที่บัญญัติใน มาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคห้า กล่าวคือร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ จะกระทําไม่ได้ ล็อกสเปกอันเดียว อันอื่นไม่มีครับ
๒. ต่อมาก็เหตุผลที่ สสร. ต้องมีความเป็นอิสระ ในการยกร่างรัฐธรรมนูญ รัฐบาลภายใต้การนําของท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีจุดประสงค์ให้ร่างรัฐธรรมนูญมีที่มาจาก เจตนารมณ์อันแท้จริงของประชาชนโดยผ่านตัวแทนที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของ ประชาชนคือ สสร.
๓. เหตุที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่กําหนดให้ ส.ส. และ ส.ว. เข้าไปเกี่ยวข้อง ในการยกร่างรัฐธรรมนูญ รวมทั้งเมื่อร่างเสร็จแล้วไม่ต้องนําเสนอขอความเห็นชอบจาก ส.ส. หรือ ส.ว. ก็เพราะ ส.ส. และ ส.ว. มีส่วนได้เสียโดยตรงจากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หากให้ ส.ส. และ ส.ว. เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น กําหนดที่มาของคุณสมบัติ การขาดคุณสมบัติ รวมทั้ง การยุบพรรคการเมืองของนักการเมืองก็ไม่สมควรเพราะมีผลประโยชน์ทับซ้อน
๔. ดังนั้นร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงไม่ได้ล็อกสเปก แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ สสร. ได้พิจารณาโดยอิสระ ปราศจากการครอบงําและไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
๕. ที่ท่านทั้งหลายอ้างว่าตีเช็คเปล่า ไม่จริงหรอกครับ เพราะหาก สสร. ร่างรัฐธรรมนูญไม่ดี เมื่อมีการนําร่างรัฐธรรมนูญไปดําเนินการออกเสียงประชามติ ตามมาตรา ๒๙๑/๑๓ วรรคสอง หากประชาชนไม่เห็นชอบ ประชาชนย่อมมีอํานาจฉีกเช็คทิ้ง ทําให้ร่างรัฐธรรมนูญตกไป ฝ่ายค้านหรือใครก็ตามไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ นี่ผมขอชี้แจง รอบสุดท้าย ส่วนท่านสมาชิกรัฐสภาไม่เข้าใจไม่เป็นอะไรครับ วันนี้ผมชี้แจงเอาคะแนนเสียง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคกลางและคนกรุงเทพมหานคร บางส่วนจะได้หูตาสว่างขึ้น จะได้ชัด ท่านไม่เชื่อไม่เป็นอะไร
เอาละ ทีนี้มาถึงพาดพิง ท่านรัฐมนตรีนิพิฏฐ์บอกว่าหลังปฏิวัติเอแบคโพลล์ คนเห็นด้วยเปอร์เซ็นต์สูง ท่านช่วยบอกอีกสักนิดสิครับว่าท่านก็เห็นด้วยในการปฏิวัติ เปล่าครับ ผมไม่ได้บอกนะครับ ผมไม่ได้บอกว่าท่านพูดว่าท่านเห็นด้วย ท่านบอกว่าเอแบคโพลล์ คนเห็นด้วย ถ้าคนเห็นด้วยเยอะ ๆ เดี๋ยวผมนั่ง คุณนิพิฏฐ์ยืนขึ้นสิ ว่าปฏิวัติ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ท่านเห็นด้วย ไม่ได้บังคับ แต่อยากให้ท่านแสดงจุดยืน เพราะท่านเอาเรื่องเอแบคโพลล์มาพูด คนเห็นด้วยเยอะ ๆ ท่านเอาด้วยสิ บอกเลย เห็นด้วยในการปฏิวัติ แต่ไม่บอกก็แล้วแต่ท่าน ทีนี้ท่านพูดว่ามีการแทรกแซง กกต. และมีการฟ้องร้อง กกต. ท่านประธานที่เคารพ ท่านนิพิฏฐ์ก็เป็นนักกฎหมายเหมือนผมเป็น คดีนี้เป็นคดีแรกในประเทศไทยที่รัฐเสียหายแล้ว เอกชนไปฟ้องแล้วศาลรับซึ่งเป็นดุลยพินิจ แต่ไม่เคยมีมาก่อน เรื่องนี้การกระทําของ กกต. ถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และผู้เกี่ยวข้องไม่ได้ฟ้อง คนฟ้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง แต่ศาลรับแล้ว มีการตัดสินก็เป็นดุลยพินิจของศาล แต่ผมมาบอกให้ประธานรัฐสภาทราบว่ามันเป็น กรณีพิเศษ สเปเชียล เคส (Special case) จริง ๆ ไม่เคยมี ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมอยู่ ๑ ปีกว่า เรียนกฎหมายก็มีเพื่อนเยอะ มานั่งตั้งวง ถกกัน แม้กระทั่งผู้พิพากษาหลายคนยังตกใจว่าคดีนี้เป็นอย่างนี้ก็ไม่เป็นอะไร แล้วไปแล้ว แต่ต้องบอกให้หมด ต้องบอกให้ครบ ท่านบอกว่าพวกผมเหมือนจะรื้อองค์กรอิสระ ยังไม่รู้เลยครับ สสร. เขาจะร่างอย่างไร อํานาจอธิปไตย นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ แต่พวกผมนิยมตุลาการ ที่ตรวจสอบได้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองผมนิยม เพราะมีคดีหนึ่ง ก็เลือกกันทีหนึ่งจากที่ประชุมใหญ่ คนไหนมีพฤติกรรมไม่ดีก็ร้องเรียนได้ ศาลก็เปลี่ยนให้ ถ้ายังไม่ดีร้อง กกต. ผมนิยม ไม่รังเกียจ แต่บางหน่วยงานที่ทําหน้าที่พิพากษามีจํานวนเท่าไร เท่านั้น ร้องไปก็ไม่ได้ ใครก็ควบคุมไม่ได้ อินดิเพนเด้นท์ (Independent) อย่างนี้พวกผม ไม่เกี่ยวบอกกันตรง ๆ อํานาจอธิปไตยมันต้องนิติบัญญัติโดยรัฐสภา บริหารโดย คณะรัฐมนตรี ตุลาการโดยศาล แล้วศาลต้องอยู่ภายใต้การกํากับของคณะกรรมการตุลาการ และศาลที่ถูกร้อง ศาลต้องเปลี่ยนให้ได้ ถ้าอย่างนั้นกระผมนิยม ถ้าท่านยังออกมาบอกอีกว่า ถ้าเกิด สสร. ไปยกเลิก มาตรา ๓๐๙ เอาละ ท่านไม่ระบุก็เป็นที่รู้ คนนั้นจะได้ประโยชน์ คนนี้จะได้ประโยชน์ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ หลังจาก คมช. ปฏิวัติในบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๗ เขาได้นิรโทษการกระทําความผิดทั้งหมดให้คณะปฏิวัติ แปลว่าจบแล้ว แต่มาตรา ๓๐๙ กลับมาเขียนว่าการใดที่กระทําก่อนการปฏิวัติรัฐประหาร ถือว่า ไม่มีความผิด และการใดที่จะทําต่อไปก็ไม่ถือว่าเป็นความผิด ตั้งแต่มีประเทศไทย ตั้งแต่มี รัฐธรรมนูญไทย ปฏิวัติกี่รอบเขาออกครั้งเดียวครับ ถ้าใครนิยมก็ว่าไป แต่ผมไม่นิยม แต่ สสร. จะเอาอย่างไรก็แล้วแต่และบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมันเป็นกฎหมายปกครองสูงสุด มันไม่ใช่เป็นกฎหมายยกเลิกโทษ เว้นโทษให้ใคร ผมรับกับท่านประธานรัฐสภาตรง ๆ ขอบคุณคุณนิพิฏฐ์ที่ยุยงผมให้เตรียมยื่นพระราชบัญญัติปรองดอง ผมเอาแน่ ผมรอเวลา เท่านั้นละครับ เพราะไปหาเสียงนี้ผมพูดเอาไว้
๑. ปราบยาเสพติด พวกผมทําใช้ได้พอสมควร ไม่ได้เกี่ยวกับพวกท่านก็ถือว่า พอสมควร โพลล์ออกมาว่าอันดับหนึ่ง ๆ
๒. แก้ปัญหาเศรษฐกิจ
๓. ขจัดการทุจริต
๔. สร้างความปรองดองในบ้านเมือง เหตุการณ์ทะเลาะเบาะแว้งมาถึงวันนี้ มันควรจะจบได้แล้วและไม่ออกอภัยโทษ ไม่ออกนิรโทษ จะออกเป็นพระราชบัญญัติปรองดอง ผมเขียนเองนะครับ ๖ มาตรา แต่ยังไม่บอกคุณนิพิฏฐ์ ให้คุณตื่นเต้น รอไปก่อน และผมจะทําให้ทุกภาคส่วน จบกันที ไม่อย่างนั้นบ้านเมืองไม่จบ ขนาดผมถูกบีบคั้นขนาดไหน พวกผม ผมยังชนะเลือกตั้ง ผมเป็นรัฐบาลถูกยุบพรรค ขอประทานโทษพูดไปก็ไปแทงใจดํา ไม่พูดก็ทางการเมืองผมเสีย เสียครับ ท่านก็บอกว่าต้องดูพฤติกรรมว่าใครรักประชาธิปไตย ท่านไม่ได้บอกว่าผมไม่รักครับ แต่ผมต้องพูดสิครับ ผมรักประชาธิปไตย รักพรรคเพื่อไทย รักประชาธิปไตยไม่น้อยกว่าพรรคประชาธิปัตย์ ชนะเลือกตั้ง จัดตั้งรัฐบาลได้ พอยุบพรรค พวกผมก็ไปอยู่กับท่านก็ไม่ว่ากัน ท่านก็เป็นรัฐบาล ๒ ปี ๗ เดือน พวกผมก็ขมขื่น ประชาชน เขาเจ็บปวด เอาละพอ ๒ ปี ๗ เดือน เลือกตั้งใหม่ เพราะความเจ็บปวดของประชาชน เพราะประชาชน เขารู้ว่าพรรคไหนเป็นพรรคประชาธิปไตย ประชาชนก็เลยเลือกพวกผมมา ๒๖๕ ที่นั่ง เราก็ไปสัญญาไว้เยอะเราก็จึงได้มาเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก ถามว่าพวกผมรักประชาธิปไตยไหม รัก และวันใดก็ตามถ้าแพ้เลือกตั้งก็เป็นฝ่ายค้าน ผมเป็นคนหนึ่งที่เล่นการเมืองมีความสุข จะตายไปถ้าผมเป็นฝ่ายค้าน เป็นรัฐบาลสิไม่ค่อยได้พูด นี่ต้องขออนุญาตเขา ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ นักการเมืองใหม่ ๆ อาจจะจําไม่ได้ พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมือง ที่โชคดีที่สุด เลือกตั้งปี ๒๕๓๙ แพ้คะแนนหรือ ๒ คะแนน พี่ชวนของผมเยี่ยมไม่ตั้งรัฐบาลแข่ง พลเอก ชวลิต มาเป็นรัฐบาลได้ ๑๐ เดือน ม็อบสีลมเต็มหน้าสภานําโดยไอ้หน้าแหลมฟันดํา