รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

สมชาย แสวงการ แสดงความกังวลเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงที่มาของ ส.ว. และองค์กรอิสระต่าง ๆ เช่น ศาลปกครอง ป.ป.ช. และ กกต. ซึ่งเข้าใจว่าเป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญ และขัดรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องการตอบกลับชัดเจนจากรัฐบาลว่าประชาชนเห็นด้วยหรือไม่กับการยกเลิกรัฐธรรมนูญ

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

ท่านประธาน ที่เคารพครับ สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา คงต้องเรียนว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ใน ๓ ร่างของรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลนั้น ผมต้องเรียนเลย ครับว่าผมไม่เห็นด้วย เหตุผลที่ไม่เห็นด้วยดังนี้ครับ

รัฐธรรมนูญแก้ไขได้ แล้วก็เคยแก้ไขแล้ว แต่สิ่งที่ท่านและได้ทํามาตลอดก็คือ บอกว่ารัฐบาลที่แล้วแก้ ๒ มาตรา ๓ มาตรา รัฐบาลนี้แก้เพียงมาตราเดียว แต่สิ่งที่ท่านแก้นั้น เป็นมาตราหัวใจ เป็นสิ่งที่แก้แล้วเป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญ เป็นการขัดรัฐธรรมนูญครับ ผมเรียนว่าท่านกําลังทําผิดรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ ในหมวด ๑๖ ที่ท่านเขียนไว้ ถัดจากนั้นครับ สสร. ที่กล่าวอ้างว่าจะเป็นประชาธิปไตยนั้น เป็นภาพลวงตาที่ท่านบอกกับสังคมว่าประชาธิปไตยคือการเลือกตั้งแต่เพียงอย่างเดียว ที่มา ของ สสร. ๙๙ คน ผมจะลองชี้ให้ดูนะครับ ๒๒ คนผ่านสถาบันการศึกษา แล้วผ่านจากไหนครับ เข้ามาผ่านในสภานี้ ท่านมีมือที่เยอะกว่า ได้คนที่เลือกไปแน่นอน ๒๒ คน มีการล็อกมาจาก ในสถาบันการศึกษาซึ่งหลายส่วนก็เข้าไปเป็นกรรมการสถาบัน ๗๗ คน ไม่ต้องพูดถึงครับ อาจจะมีหลงมาบ้างสักคน ๒ คนอย่าง ส.ว. ในกรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้นใน ๙๙ คน ๙๒-๙๕ คน ก็เป็นคนของท่านนั่นละครับ ผมก็ต้องเรียนว่าเพราะฉะนั้นสิ่งที่จะถามต่อไปนี้ สิ่งที่ท่านยังไม่ได้ตอบ แล้วผมก็คงจะ ไม่พยายามไปแอบอ้างสถาบันเหมือนที่หลายคนกําลังจะพยายามกล่าวหา แต่ผมคิดว่า รัฐบาลผู้เสนอกฎหมายต้องมีความชัดเจนครับว่าหลายสิ่งหลายอย่างที่สงสัยอยู่นั้นจะต้อง เคลียร์ให้ชัดก่อนลงมติ การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเรายอมรับครับว่าทําได้ แต่ทําแล้ว พอยกร่างรัฐธรรมนูญสิ่งต่าง ๆ จะหายไปหมดตั้งแต่มาตรา ๑ ถึงมาตรา ๓๐๙ คณะกรรมการสมานฉันท์เองก็เสนอประเด็น ความจริงถ้าอยากจะแก้รัฐธรรมนูญ เราก็รู้ครับว่า อยากจะแก้มาตราไหน จะแก้ที่มาของ ส.ว. ก็แก้สิครับ จะแก้เรื่องมาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ แก้สิครับ จะแก้มาตรา ๒๓๗ เพื่อแก้เรื่องการยุบพรรค ก็แก้สิครับ หรือจะแก้มาตรา ๓๐๙ เพื่อช่วยเหลือใครบางคน ก็แก้เลยครับเสนอมาเลย อันนี้เป็นสิ่งที่ผมคิดว่ากล้าหาญ และชัดเจน แต่การที่ไปแอบอ้างแล้วใช้ สสร. หลอกลวงประชาชน จะทําให้เกิดความสับสน สิ่งที่ยังไม่ได้มีคําตอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่มาขององค์กรอิสระต่าง ๆ ซึ่งในเหตุผล และหลักการได้เขียนแล้วครับว่ามีหลายองค์กรที่อาจจะต้องถูกยกเลิกไป หรือเปลี่ยนที่มา ไม่ว่าจะเป็นคําถามเรื่องศาลปกครอง ไม่ว่าจะเป็นคําถามเรื่องที่มาของ ป.ป.ช. ไม่ว่าจะเป็น คําถามเรื่องที่มาของ กกต. และองค์กรตรวจสอบทั้งหมด รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีครับ มาจาก สสร. แต่ สสร. ที่มาก็ต่างกันกับ สสร. ที่ท่านกําลังจะเขียน รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มาจากการตกผลึกของสังคมร่วมกัน มีกรอบ มีกติกาก่อนจะมาเขียน แต่นี่ท่านกําลังจะร่าง สสร. ที่ไม่มีกรอบ ไม่มีกติกา แล้วองค์กรอิสระตรวจสอบถ่วงดุล ซึ่งเคยมีมาจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แล้วก็มาแก้ไขในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาจากจุดโหว่ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งทําให้อํานาจรัฐมากเกินการตรวจสอบ ทําให้องค์กรอิสระ ท่านลองนึกภาพดูสิครับว่าที่มาของ ป.ป.ช. ในขณะนั้นเป็นอย่างไร ที่มาของ กกต. ขณะนั้น เป็นอย่างไร บัดนี้กําลังจะทําสิ่งเหล่านั้นกลับไปเช่นเดิมใช่หรือไม่ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีข้อดีเยอะมากครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหมวดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ไม่ว่าจะเป็น หมวดในเรื่องของการให้ความเป็นธรรมต่าง ๆ ที่สําคัญครับ มาตราที่ผมคิดว่ารัฐบาล ต้องตอบ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม อยู่บํารุง ขึ้นมาตอบ แล้วยังไม่เกิดความชัดเจน ผมคิดว่า ตอบเสียให้ชัดเจน หมวด ๒ เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ได้มีเพียงมาตราเดียว มีตั้งแต่ มาตรา ๘ ถึงมาตรา ๒๕ ซึ่งผมต้องเรียนในชัดเจนว่ามันมีความสงสัยอยู่หลาย ๆ ประการ เพราะในการเคลื่อนไหวของกลุ่มที่ขนานเป็นแนวเดียวกันกับมวลชนของท่านนั้น ไม่ว่า จะเป็นกลุ่มนิติราษฎร์ กลุ่มของคุณธิดา กลุ่มต่าง ๆ นั้นเคยพูดถึงเรื่องการจะเปลี่ยนแปลง องคมนตรีซึ่งเป็นที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่จะ ห้ามพระมหากษัตริย์แสดงปาฐกถาหรือแสดงพระราชดํารัส ไม่ว่าจะต้องเป็นการสาบานตน อะไรต่าง ๆ ของนักวิชาการกลุ่มหนึ่ง มาตรา ๘ ยังคงเขียนไว้ชัดเจนเรื่องของ องค์พระมหากษัตริย์ทรงยังดํารงอยู่ในฐานะอันเป็นที่สักการะผู้ใดจะละเมิดมิได้ ท่อนสําคัญ คือวรรคต่อมาอีกครับ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดมิได้ นั่นก็คือ ต่อเนื่องไปถึงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ซึ่งมีคณะกลุ่มหนึ่งกําลังออกไปรณรงค์ ควบคู่กับการแจกใบปลิวเถื่อน ซีดีเถื่อน โจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมก็เรียนครับว่า กลุ่มที่เดินเคลื่อนไหวไปพร้อม ๆ กันนั้นไม่อยากจะกล่าวหาครับว่ารัฐบาลปากว่าตาขยิบ ขณะเดียวกันที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที (ICT) บอกว่าจะปราบเว็บไซต์เถื่อน วันนี้ ท่านเข้าไปในเว็บไซต์เถื่อนที่ไหนก็ได้ครับ ก็ยังเจอสิ่งเหล่านี้อยู่เต็มไปหมด นั่นคือความสงสัย และความระแวงต้องตอบละครับว่าในมาตราต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับองค์พระมหากษัตริย์ ในมาตราที่เกี่ยวข้องกับการเลือกและแต่งตั้งองคมนตรี การสืบสันตติวงศ์ การแต่งตั้ง ผู้สําเร็จราชการต่าง ๆ ตั้งแต่มาตรา ๘ ถึงมาตรา ๒๕ นั้น ท่านจะดํารงไว้ทุกถ้อยคํา ทุกมาตราโดยไม่มีการแตะ อย่าพูดลอย ๆ ผมคิดว่าอันนี้เป็นสัญญาที่ผมอยากให้บันทึกไว้ ในสภาแห่งนี้

นอกเหนือจากสิ่งที่ต้องบันทึกต่อไป ก็คือว่าในเรื่องของกระบวนการยุติธรรม เราคงไม่อยากเห็นครับว่าท่านยึดอํานาจฝ่ายบริหารแล้ว ท่านยึดอํานาจฝ่ายนิติบัญญัติแล้ว ท่านกําลังจะยึดอํานาจฝ่ายตุลาการและองค์กรอิสระอีก มิเช่นนั้นสิ่งที่จะเกิดการตรวจสอบ ถ่วงดุลกันใน ๓ อํานาจอธิปไตยของไทย ของชาตินั้นคงทําไม่ได้นะครับ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ ผมคิดว่ารัฐบาลต้องตอบให้ชัดเจน แล้วก็ต้องบอกกับประชาชนครับ เพราะวันนี้ผลสํารวจ ของนิด้าโพลเขาออกมาแล้วครับว่า ๕๘.๔ เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของการยกเลิก รัฐธรรมนูญที่รัฐบาลกําลังทําอยู่