ดิเรก ถึงฝั่ง หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550 และเรียกร้องการตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เพื่อพิจารณารัฐธรรมนูญทั้งฉบับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม นายดิเรก ถึงฝั่ง สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดนนทบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมนั้นดีใจอย่างยิ่งที่วันนี้รัฐสภาของเราได้นําเสนอ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าผมเองนั้นในฐานะประธานคณะกรรมการ สมานฉันท์ได้เป็นผู้เปิดประเด็นในการเสนอแก้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ นี้ เหตุผลที่เรา ได้เสนอแก้มานั้นเนื่องจากภาวะนั้นบ้านเมืองเราเกิดวิกฤติเป็นอย่างยิ่งและในภาวะนั้น ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ๑ ชุด เพื่อแก้ปัญหา ซึ่งประกอบ ไปด้วยคู่กรณีทั้งหลายทั้งปวง และชุดนั้นเราได้นําเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญไป ๖ ประเด็น นอกจากเราเสนอแก้ ๖ ประเด็นแล้ว เราได้บอกว่าในระยะยาวนั้นเราจะต้องมี สสร. เพื่อนํา รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นี้มาพิจารณาและแก้ทั้งฉบับ เราได้เสนอเรื่องนี้มาและติดตามเรื่องนี้ มาโดยตลอด แต่ ๖ ประเด็นกว่าเราจะแก้ได้ ทําให้เกิดปัญหาไปหลายประการ ซึ่งผม ไม่อยากจะย้อนกลับไปพูดอีก ผมจึงอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าเหตุผลที่เรา ขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น เพราะเราอยากเห็นรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตยนั้น เป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนจริง ๆ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้นหมายถึง การปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน ฉะนั้นรัฐธรรมนูญ ของประชาธิปไตย ก็คือรัฐธรรมนูญที่ต้องมาจากประชาชน ด้วยเหตุนี้เองรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ จึงเกิดความขัดแย้งเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากการปฏิวัติ รัฐประหาร แล้วเนื้อหาของรัฐธรรมนูญนั้นผมคงไม่มีเวลาพูดอย่างละเอียด ความจริงอยากได้ เวลาสักชั่วโมงหนึ่งจะได้อธิบายอย่างละเอียดว่าเหตุใดเราถึงจําเป็นต้องแก้เป็นอย่างยิ่ง รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้นในหลาย ๆ มาตรามันขัดกับหลักการของการร่างรัฐธรรมนูญ ขัดกับหลักการของการสร้างรัฐธรรมนูญที่ทั่วโลกเขาทํากัน หลักของการร่างรัฐธรรมนูญนั้น ๑. เขาต้องการจํากัดอํานาจของผู้ปกครองและคุ้มครองสิทธิของประชาชน ๒. ต้องการ สร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม ๓. สร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กับรัฐบาล นี่เป็นหลักสากลที่ทั่วโลกในระบอบประชาธิปไตยเขาใช้กันในการร่างรัฐธรรมนูญ ทีนี้เรามาดู รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ของเรา ในหลาย ๆ มาตรามันขัดกับหลักการตรงนี้ เราจึงได้เสนอแก้ แล้วเราได้ยกประเด็นที่แก้ไว้ให้อย่างชัดเจน คือมาตรา ๒๓๗ ซึ่งผมพูดอย่างนี้มา ไม่รู้จะกี่ครั้งแล้วว่า มาตรา ๒๓๗ นี้เองมันเป็นประเด็นที่ขัดกับหลักการในการ ร่างรัฐธรรมนูญหลายเรื่องหลายประการ ไม่มีที่ไหนหรอกครับ ที่เขาเอาคนที่ไม่ได้ ทําความผิดไปลงโทษ เพราะฉะนั้นตรงนี้เองมันจึงขัดกับหลักของสิทธิมนุษยชน เพราะฉะนั้น เราจึงเสนอให้แก้มาตรา ๒๓๗ เป็นประเด็นแรกใน ๖ ประเด็นนั้น แต่จนบัดนี้เราก็ยังไม่ได้ ดําเนินการแก้ไข และใน ๓ ข้อของหลักการในการที่สร้างรัฐธรรมนูญนั้น ข้อที่ ๓ บอกว่า สร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กับรัฐบาล รัฐบาลจะมีเสถียรภาพได้อย่างไรในเมื่อ พรรคการเมืองนั้นถูกยุบ ยุบแล้วยุบอีก พรรคใดขึ้นมาเป็นรัฐบาลก็หวาดระแวงไปหมดว่า จะถูกฟ้อง แล้วในที่สุดก็ถูกยุบพรรค นี่คือเสถียรภาพทางการเมืองที่มันขัดกับหลักการ ในการร่างรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นผมจึงได้เสนอว่าหลังจากแก้ ๖ ประเด็นแล้วให้มี สสร. ๓ ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อพิจารณารัฐธรรมนูญทั้งฉบับ อะไรดีเราเก็บไว้ ผมพูดมาตลอด รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ของดีเราก็มีเยอะ แต่สิ่งที่ไม่ดีเราก็แก้เสีย แก้เสียโดยให้ สสร. เป็นคนแก้ ผมค้านมาตลอดที่มีผู้เสนอว่าไม่ต้องตั้ง สสร. หรอก ให้วุฒิสภามาแก้ก็ได้ ให้ตั้งคณะทํางาน ชุดหนึ่งมาแก้ก็ได้ ผมจึงค้านในสิ่งเหล่านี้มาโดยตลอด ค้านอาจารย์อุกฤษ ค้านนิติราษฎร์ ค้านท่านสดศรี ขอประทานโทษที่ต้องพูดถึง ๓ ท่านเหล่านั้น เพราะว่าถ้าตั้งเอามาแก้ โดยคณะหนึ่งคณะใดมันไม่จบหรอกครับ มันไม่จบเนื่องจากว่าก็จะต้องถูกกล่าวหาโดยตลอดว่า มันเกิดจากคณะหนึ่งคณะใด ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ของตัวรัฐธรรมนูญที่ต้องมาจากประชาชน เพราะฉะนั้นเราจึงเสนอว่าต้องตั้งเป็น สสร. ๓ ให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญมาจากประชาชน โดยตรง เมื่อมาจากเขาโดยตรงแล้ว แล้วเมื่อเขาช่วยกันคิด ช่วยกันทํา ช่วยกันแก้ ใครจะมา บอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ชอบ รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมาจากผู้หนึ่งผู้ใด ไม่มีใครที่จะมาพูด ในสิ่งเหล่านั้นได้ ผมอยากจะยกเอาพระราชหัตถเลขาของล้นเกล้า รัชกาลที่ ๗ ที่พระองค์ ได้สละราชสมบัติและพระราชทานรัฐธรรมนูญ พระราชทานสิ่งที่เป็นประชาธิปไตยที่ถูกต้อง ให้กับพี่น้องปวงชนชาวไทย ก็คือว่าพระองค์มีพระราชหัตถเลขาว่า ข้าพเจ้ามีความเต็มใจ ที่จะสละอํานาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอม ยกอํานาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใดโดยเฉพาะ เพื่อใช้อํานาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร พระราชหัตถเลขานี้ถ้าเราพิจารณาให้ชัด พระองค์พูดไว้ชัดเจนเลยว่าท่านมิต้องการยกอํานาจของพระองค์ท่านนั้นให้กับผู้หนึ่งผู้ใด คณะหนึ่งคณะใด ท่านต้องการให้สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นเป็นของประชาชน เพราะฉะนั้นการที่ คณะปฏิวัติรัฐประหารปฏิวัติเสร็จร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา ก็ขัดกับเจตนารมณ์ของล้นเกล้า รัชกาลที่ ๗ แล้ว สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมจึงหยิบยกมาเพื่อชี้แจงให้ท่านทั้งหลายได้เห็นว่า รัฐธรรมนูญนั้นแก้ได้ครับ ประเทศสหรัฐอเมริกาแม้ว่าเขาจะมีรัฐธรรมนูญฉบับเดียว แต่เขา แก้มาแล้ว ๓๐ กว่าครั้ง ไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับไหนที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยในโลกนี้ แก้ไขไม่ได้ เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้นต้องแก้ไขได้ และจะต้องแก้โดย สสร. เท่านั้น จึงจะไม่ทําให้เกิดปัญหาติดตามมา และจึงจะสมกับเจตนารมณ์ของล้นเกล้า รัชกาลที่ ๗ ที่ได้พระราชทานให้แก่พี่น้องปวงชนชาวไทยไว้ ผมต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานรัฐสภาเป็นอย่างยิ่ง ผมมีเวลา ๘ นาที ก็คงจะพูดได้เพียงแค่นี้ ผมยืนยันว่า รัฐธรรมนูญนั้นแก้ไขได้ และรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ต้องแก้ไขต่อไปครับ