รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

เกียรติคุณตรึงใจ บูรณสมภพ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยวิจารณ์ข้อเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคการเมืองและกลุ่มผู้ต้องการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการแก้ไขในหมวดพระมหากษัตริย์ และเรียกร้องให้สมาชิกสภาที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่แก้ไขในหมวดนี้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นรัฐเผด็จการ โดยเฉพาะการแก้ไขมาตราที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง การซื้อพรรคการเมือง การสรรหาองค์กรอิสระ และที่มาของวุฒิสภา เพื่อให้พรรคการเมืองมีอิทธิพลในการควบคุมสภา และยังหารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 โดยเน้นย้ำว่าไม่ควรแก้ไขมาตราที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ สถาบันตุลาการ และสถาบันทหาร เพื่อป้องกันการยึดครองสถาบันประชาชน

ศาสตราจารย์เกียรติคุณตรึงใจ บูรณสมภพ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ดิฉัน ศาสตราจารย์เกียรติคุณตรึงใจ บูรณสมภพ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ การแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้สามารถ แก้ไขได้ เพราะว่าสังคมย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคและสมัย เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ หรือที่เราเรียกกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นี้ ก็มีมาตรา ๒๙๑ ที่ระบุ ให้สามารถที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตราต่าง ๆ ได้ แต่อย่างไรก็ดีการแก้ไขหรือจะ เปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญก็จะต้องมีเหตุมีผล มีประเด็นว่ามาตราใดก็ต้องระบุว่ามาตราไหน เมื่อบังคับใช้แล้วมีปัญหาอะไร และการบริหารประเทศเพื่อประโยชน์ของประเทศ เพื่อประโยชน์สาธารณะมีการติดขัดหรือขัดข้องอย่างไร ซึ่งท่านสามารถแก้ไขในรายมาตราได้ ไม่จําเป็นจะต้องไปแก้ไขในมาตรา ๒๙๑ เพราะการแก้ไขมาตรา ๒๙๑ ก็จะเป็นการแก้ไข รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งท่านสามารถจะแก้ไขในมาตราไหนก็ได้ทั้งนั้น เพราะมาตรา ๒๙๑ จะระบุไม่ให้แก้ไขบางมาตรา เช่นมาตราที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ เป็นต้น การที่ พรรคการเมืองและกลุ่มผู้ต้องการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ระบุประเด็นปัญหา ให้ชัดเจน ดิฉันก็เกรงว่าสมาชิกสภาที่ร่างรัฐธรรมนูญหรือที่เรียกว่า สสร. ที่กําลังจะได้รับ การแต่งตั้งขึ้นมาอาจจะมีความประสงค์ใหญ่ ๆ อยู่ ซึ่งดิฉันจับประเด็นได้ ๓ ประเด็น

ประเด็นที่ ๑ จะแก้ไขในหมวดของพระมหากษัตริย์ ดิฉันไม่ค่อยเชื่อ ท่านรองนายกรัฐมนตรี ขออภัยนะคะ เพราะหลายครั้งที่ท่านพูดแล้วก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญฉบับนี้อาจจะมีเจตนาเพื่อที่ให้สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นเพียง สัญลักษณ์หรือเป็นเพียงตรายาง ดังเช่นที่มีผู้ออกมาแสดงความเห็นในทํานองที่ว่า พระมหากษัตริย์จําเป็นจะต้องสาบานตนต่อรัฐสภาเมื่อเข้ารับตําแหน่ง หรือห้ามมิให้ พระมหากษัตริย์มีพระราชดํารัสต่อสาธารณชน เป็นต้น ดิฉันไม่ทราบว่าคิดอย่างนี้ออกมาได้ อย่างไร ในฐานะที่ดิฉันเป็นสมาชิกวุฒิสภา ดิฉันขอไม่ให้แก้รัฐธรรมนูญในหมวดนี้นะคะ ไม่ทราบได้หรือเปล่า

ประเด็นที่ ๒ จะแก้ไขมาตราและหมวดอื่น ๆ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่บุคคลหนึ่ง หรือหลายคนที่ต้องคําพิพากษาให้ตัดสินให้ริบทรัพย์สมบัติ ทรัพย์นั้นก็อาจจะมาด้วย การประพฤติมิชอบ แล้วทรัพย์สมบัตินี้ก็ถูกริบเข้าคลังไป ถ้าแก้หมวดนี้ผู้ที่ถูกริบทรัพย์ ก็ได้เงินคืน แถมยังมีมาตราที่แก้ว่าถ้าได้รับนิรโทษกรรมก็มาสมัคร ส.ส. ได้ หรือผู้ที่ถูก ริบทรัพย์ซึ่งไม่สามารถมาสมัคร ส.ส. ได้ เขาก็กลับมาสมัครได้ มาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ข้อนี้น่ากลัวมากนะคะ

ประเด็นที่ ๓ จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อปูทางสู่ฐานอํานาจของกลุ่มบุคคล เพื่อเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นรัฐไทยใหม่ ที่เป็นเผด็จการโดยทุนผูกขาดด้วยวิธีการดังนี้นะคะ

ข้อแรก แก้ไขมาตราที่ขัดขวางการทุจริตในการเลือกตั้ง การใช้เงินซื้อเสียง ในการเลือกตั้ง ถ้าแก้ไขมาตรานี้อีกหน่อยประเทศไทยซึ่งนับวันก็จะขึ้นลําดับประเทศ ที่มีการทุจริตภายในประเทศขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งในโลก

ข้อต่อไป แก้ไขให้พรรคการเมืองสามารถซื้อพรรคอื่น พรรคเล็ก พรรคน้อย มาควบรวม รวมกับพรรคของตนเพื่อควบคุม ส.ส. ในสภา อันนี้ก็นําไปสู่ระบบเผด็จการ นําไปสู่สภาทาส สภาผัวเมีย ซึ่งเป็นมาแล้วในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐

ข้อ ค แก้ไขที่มาและวิธีการสรรหาองค์กรอิสระและที่มาของวุฒิสภาด้วยนะคะ ทําให้พรรคการเมืองมีอิทธิพลในการคัดเลือกคนของตนให้เข้ามาในสภาเข้าไปดําเนินการได้

การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ในหลาย ๆ มาตราที่ดิฉันได้กล่าวไปแล้ว ไม่เป็นประโยชน์อันใดต่อประชาชน มีแต่จะทําให้เกิดระบบทุนผูกขาดเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทุกสถาบันในสังคมจะถูกทําให้อ่อนแอ ในที่สุดสถาบันประชาชนเองจะถูกยึดครอง ประชาชนที่ต้องการประชาธิปไตย ท่านถูกหลอกนะคะ ท่านจะถูกยึดครองโดยอยู่ภายใต้ การควบคุมของนายทุนพรรคการเมืองค่ะ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ได้ผ่านการลงประชามติ มาแล้ว แล้วนับเป็นครั้งแรกด้วยที่มีการผ่านประชามติ ก็นับว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับ ที่มีความชอบธรรมถือเป็นรัฐธรรมนูญที่มีเหตุมีผลเป็นส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นถ้าจะแก้ ท่านแก้บางมาตรา เช่น มาตรา ๑๙๐ แต่บางมาตราไม่ควรแก้ เพราะฉะนั้นเมื่อจะถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะนําไปสู่เป้าหมายอะไร คําตอบก็คือนโยบายหลัก ของรัฐธรรมนูญนี้ คือนําอดีตผู้ทําความผิดกลับบ้านโดยปราศจากความผิด ซึ่งกระบวนการ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่จะต้องสอดแทรกข้อนี้ไว้อย่างแน่นอน การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ นี้ สถาบันจะทํางานก็จะมีอุปสรรค ดิฉันก็ขอว่าอย่าได้แก้ไขข้อที่เกี่ยวกับ สถาบันทหาร สถาบันตุลาการ สถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อจะยึดครองสถาบันประชาชนค่ะ ขอบคุณค่ะ