รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

ขจิตร ชัยนิคม หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา ๒๙๑ และ ๒๓๖ เพื่อเพิ่มหมวด ๑๖ ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเสนอให้เลือกสมาชิกสภาสมัยพิเศษ (สส.ส.) และนักวิชาการมาร่างรัฐธรรมนูญใหม่

นายขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๔ สมาชิกรัฐสภา ขณะนี้เรากําลังพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ สาระสําคัญหลักก็อยู่ที่ มาตรา ๒๙๑ แล้วก็ทําให้ ไปแก้มาตรา ๒๓๖ ด้วย ประเด็นสําคัญก็คือให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเพิ่มหมวด ๑๖ ในการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมา ถามว่าในความคิดของผมเองนั้น ถ้าหากจะแก้ โดยสภาผู้แทนราษฎรหรือรัฐสภา ผมเห็นด้วยไหม ผมก็เห็นด้วย แล้วผมอยากแก้แบบนั้น แล้วผมก็เชื่อว่าผมทําได้ ผมเป็นกรรมาธิการและทําได้ดีด้วย แต่ว่าเมื่อเราพิจารณากันในพรรค ความเห็นของผมก็ต้องยอมรับเหตุผลว่านักการเมืองประเภทเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่นมีอยู่เยอะ ๒๐ ปีอย่างไรก็ ๒๐ ปีอย่างนั้น บางคนก็ร้ายแรงกว่าเดิมอีก เพราะฉะนั้นเพื่อที่จะให้เป็น กลางนําไปสู่การแก้ไข โดยเคารพต่อประชาชนเจ้าของประเทศ เราจึงเสนอกฎหมายนี้มา เพื่อให้มีการเลือก สสร. แล้วก็นักวิชาการเข้ามาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้น ถามว่าผมทําไม สนับสนุนแล้วก็เห็นด้วย ผมเห็นด้วยตั้งแต่เป็นผู้แทนราษฎรหรือยังไม่ได้เป็นผู้แทนราษฎรแล้ว ท่านประธานครับ พี่น้องผมอยู่เขตเลือกตั้งที่ ๔ จังหวัดอุดรธานี กว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ แล้วลงมติไม่เห็นด้วยมาแล้ว แล้ววันเลือกตั้ง พี่น้องผมเขาเลือกผมมา เลือกมาด้วยความรักและความศรัทธาต่อพรรคเพื่อไทย ด้วยความประทับใจในผลงานของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ เขาพูดชัดเจนอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ผมจึงจะต้องเห็นด้วยสอดคล้องกับพี่น้องประชาชนผม แล้วผมก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง โดยความเห็นของผม ผมไม่ต้องอธิบายเป็นมาตราเพราะมีคนพูดมากแล้วว่ามันไม่ดีตรงไหน อย่างไร คนที่ฟัง ๆ แล้วก็ยังลุกขึ้นมาพูดเหมือนเดิม ยังไม่เข้าใจว่ามันดี ก็ยังเข้าใจว่า ที่ว่าดีวิเศษ ก็ยังดีวิเศษอยู่เหมือนเดิม ไม่พูดแล้วครับ มันควรแก้ไขมาตราอะไร จะไม่พยายามพูด แต่สิ่งที่ผมได้รับจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทั้งก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญ ทั้งหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ผมไม่มีอะไรประทับใจเลยครับ สิ่งที่เกิดขึ้นขณะที่ใช้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมไม่มีเวลาอธิบายว่าชาวบ้านเป็นอย่างไร สภาเป็นอย่างไร ผมอธิบาย คนที่บริหารประเทศ อธิบายตัวนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะเกิดรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อดีตนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ก็ถูกกระทํา ถูกยึดอํานาจ โดยไม่ถูกต้อง นี่ผมไม่คิดว่าผมจะได้ยินซ้ําซากว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจาก การเลือกตั้งที่ประกาศตัวเองว่านิยมชมชอบระบอบประชาธิปไตย รังเกียจเผด็จการ ไม่นิยมการยึดอํานาจ แต่ว่ายินดีเสวยผล แล้วก็ดีใจลุกขึ้นมาเชียร์กันใหญ่ว่ารัฐธรรมนูญนี้ดี ไม่คิดว่าจะได้ยินซ้ําซาก ไม่เป็นไรครับ ผมจะอธิบายเหตุผลว่าผมทําไมอยากจะแก้ รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นอกจากพูดมาแล้วว่าพี่น้องประชาชนที่เลือกผมมาเขาไม่เห็นด้วย เขาอยากให้แก้ไข สิ่งที่ผมได้รับและได้รู้ในฐานะที่คนไทยคนหนึ่งที่อยู่ในประเทศนี้ ทั้งขณะที่เป็น ผู้แทนราษฎรและไม่เป็นผู้แทนราษฎรอยู่นอกสภา ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านว่าหลังจากประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ สิ่งที่เกิดขึ้นกับ นายกรัฐมนตรี ผมถือว่าคนที่มีอํานาจบริหารสูงสุด เป็นตัวแทนนักการเมืองที่จะเข้ามา บริหารประเทศ นายกรัฐมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรีบางท่านถูกออกเพราะว่าไปทํากับข้าวออกทีวี ต่างประเทศเขาก็งงกันไปหมดครับ แล้วร้ายกว่านั้นครับจากผลของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถ้าท่านบอกว่ารัฐธรรมนูญดีหรือไม่ดีมันไม่ใช่อยู่ที่หนังสือ อยู่ที่ตัวผู้ปฏิบัติ นี่ผมก็เห็นด้วย รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมได้เห็นอดีตนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง บอกเคารพประชาชน เสียงประชาชน ๑ คนก็ต้องฟัง แต่คนมาเป็นแสน อดีตนายกรัฐมนตรีตัดสินใจใช้กําลังทหารครับ ใช้กําลังทหารเข้ายุติเหตุการณ์ ทหารเขาก็พูดชัดครับ อยู่เฉย ๆ เขาออกมาไม่ได้ ต้องมีคนที่มี อํานาจตัดสินใจใช้เขาถึงออกมา ผมไม่ว่าหรอกครับ ผมว่าอะไรไม่ได้ เพราะท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านใช้อํานาจแล้วมันเกิดอะไรขึ้น คนล้มตายทั่วบ้านทั่วเมืองเลือดท่วมแผ่นดิน ตายเป็นร้อย เจ็บเกินพัน หนีสูญหายเท่าไรไม่ทราบ แต่วันนี้ใครรับผิดชอบครับ คนที่สั่งตัดสินใจ รับผิดชอบไหมครับ แสดงความรับผิดชอบอย่างไรครับ ผมไม่เห็นมีแน่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทําไมถึงลอยนวลอยู่ได้ ในอดีตประเทศไทยไม่เคยมีที่ใช้กําลังทหาร ประชาชนตายเป็นร้อย จะยืนหยัดอยู่ได้ก็เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช่ไหมละ ผล ผมถึงอยากให้มีการแก้ไขอย่างไรครับ แก้เร็วเท่าไรดีเท่านั้น แก้เยอะเท่าไรดีเท่านั้น แก้ในสิ่งที่แก้ได้ ไม่ต้องวิตกวิจารณ์อะไร สิ่งที่แก้ไม่ได้ก็ไม่ต้องมาแก้เขาเขียนห้ามไว้ชัดเจนแล้ว ผมไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ อยู่อีกอย่างหนึ่ง มีเพื่อนผมบางคนก็กล่าวไว้บอกว่าทําไมไม่เขียนไว้ว่าคนที่มาร่าง สสร. ไม่ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้ไหม ผมเห็นแต่ที่มาร่างปี ๒๕๕๐ ผมไม่ยอมรับ เพราะว่าคนที่มาร่างเขาไม่ได้สนใจการเมืองในระบอบประชาธิปไตย เพราะว่าเขียนกําหนดไว้ ใครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองเข้ามาเขียนไม่ได้ รัฐธรรมนูญฉบับที่แล้ว ปี ๒๕๕๐ แล้วประเทศนี้มันปกครองด้วยระบอบอะไรล่ะ คนที่สนใจพรรคการเมือง สนใจเข้าร่วมกับ ขบวนการประชาธิปไตยในประเทศนี้ เข้าไปเป็นสมาชิกพรรคการเมืองถูกเขียนห้ามไว้ ไม่ให้มาเขียนรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ แล้วจะเขียนไปเป็นอะไรละครับ ถ้าไม่เขียนไป เพื่อส่งเสริมประชาธิปไตย ถ้าเขียนให้เป็นประชาธิปไตย คนที่สนใจประชาธิปไตย เขาต้องสนใจพรรคการเมือง เขาต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมือง แล้วกฎหมายเขียนห้ามไว้ แล้วจะให้เขียนไปเป็นอะไร เพราะฉะนั้นเขาถึงพูดว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ท่านมานิต จิตต์จันทร์กลับ พูดทุกครั้ง ที่ลุกขึ้นพูดเที่ยวนี้ท่านไม่ได้มา ผมเลยไม่ได้ยิน ท่านบอกว่ารัฐธรรมนูญนี้ เป็นรัฐธรรมนูญโจร ก็ไม่ได้เห็นใครฟ้องท่านนี่ตลอดการเป็นผู้แทน แต่วันนี้ท่านไม่ได้มาเป็นผู้แทนเลย ไม่ได้พูดไม่ได้ยิน ท่านประธานครับ ผมอยากจะเห็นประเทศนี้เป็นประชาธิปไตย ผมจึงเห็นด้วยกับการแก้ไขที่จะมอบอํานาจให้ประชาชน ผมไม่วิตกหรอกครับ ผมเคารพประชาชนของผมครับ วันนี้ประชาธิปไตยมันเดินมามากแล้ว ประชาชนรู้อะไร มากกว่าพวกเราในหลายเรื่อง ผมจึงเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญวันนี้ครับ ขอบคุณมากครับ