วันชัย สอนศิริ อภิปรายเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำว่าคณะรัฐมนตรี ส.ส. และ ส.ว. คือผู้ใช้รัฐธรรมนูญและผู้ที่รู้จุดอ่อน จุดแข็ง จุดด้อย จุดดีของรัฐธรรมนูญที่สุด ดังนั้นควรให้คณะรัฐมนตรี ส.ส. และ ส.ว. มีอำนาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ควรให้ สสร. มีบทบาทในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ โดยไม่ยุบสภา แต่ให้เริ่มต้นใหม่ด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญนี่แก้ไขได้อยู่แล้ว ถ้าเห็นว่าตรงไหน ส่วนไหนมีข้อบกพร่อง ตรงไหนเป็นอุปสรรค ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน และตรงไหนไม่เหมาะสมกับยุคสถานการณ์หรือยุคสมัย กับการดําเนินการในขณะนั้น ท่านประธานที่เคารพ มีท่านสมาชิกหลายท่านกล่าวไว้แล้วว่า รัฐธรรมนูญในแต่ละฉบับไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใดที่สมบูรณ์แบบที่สุด และไม่มีรัฐธรรมนูญ ฉบับใดที่ดีที่สุดครับ รัฐธรรมนูญแต่ละฉบับมีจุดอ่อน มีจุดแข็ง มีจุดด้อย และมีจุดดีอยู่ในตัว ทั้งนั้น ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้มีการอภิปรายกันมา ๒ วันจนกระทั่ง ณ วันนี้ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการยุบพรรคตามมาตรา ๒๓๗ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขององค์กรอิสระ รวมทั้งที่มาของ ส.ว. หรืออื่น ๆ ถ้าจะเอามาเถียงกันนี่เถียงกันได้ทั้งวันครับ เพราะแต่ละประเด็นนั้นมีจุดด้อย จุดดี จุดอ่อน จุดแข็งอยู่ในตัวของมันครับท่านประธาน เอาละครับ เมื่อเราใช้รัฐธรรมนูญ ที่เห็นว่าเป็นปัญหามาแล้วระยะหนึ่ง แล้วตอนนี้ต้องการแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขาเปิดช่องให้ แก้ไขอยู่แล้วครับท่านประธาน ในมาตรา ๒๙๑ ที่ว่านี่ ใครแก้ไขครับ ได้บอกกันมาแล้วก็คือ ครม. ส.ส. ส.ว. ที่รัฐธรรมนูญเขากําหนดอย่างนี้เพราะเขาเห็นว่า ครม. หรือคณะรัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. นี่เป็นผู้ใช้รัฐธรรมนูญและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญโดยตรง เมื่อเห็นว่ามีอุปสรรค มีปัญหาใด ๆ ก็ย่อมจะเสนอแก้ไขขึ้นมาได้ และคนที่รู้เรื่องรัฐธรรมนูญและใช้รัฐธรรมนูญ และผมถือว่าน่าจะเป็นผู้รู้ดีที่สุดครับท่านประธาน นั่นก็คือคณะรัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. ที่นั่งอยู่ ที่นี่ละครับ การที่มี สสร. มาเป็นผู้พิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถามจริง ๆ เถอะครับท่านประธาน คนอื่นจะรู้ดีกว่าผู้ใช้ได้อย่างไรครับ ผมถือว่าเป็นการเสนอแก้รัฐธรรมนูญโดยดูถูกตัว ส.ส. ส.ว. และคณะรัฐมนตรีด้วยตัวเองครับท่านประธาน และเป็นการเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่รังเกียจตัวเอง และก็เป็นการบิดบังซ่อนเร้นตัวเอง เอาคนอื่นมาเป็นเกราะกําบังตัวเอง และที่สําคัญผมถือว่าเป็นการปัดความรับผิดชอบอย่างสิ้นเชิงครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เราจะเห็นได้และเรามักจะได้ยินกันมาโดยตลอดว่า คนร่างไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ร่าง เหมือนโลงศพนะครับ คนทําไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ทํา ก็เมื่อท่านเองนี่ในฐานะ เป็นผู้ใช้รัฐธรรมนูญและเป็นผู้ที่เห็นจุดอ่อนจุดแข็งของรัฐธรรมนูญ และท่านเป็นผู้ที่มีโอกาส ในการที่จะทํารัฐธรรมนูญ ถามว่าท่านโยนภาระอันนี้ไปให้กับคนอื่นทําไม คันเองนะท่านประธาน แล้วไปให้คนอื่นมาเกา มันจะหายคันไหมครับ นอกจากเราไปบอกเขาว่าเกาตรงโน้นเกาตรงนี้ นั่นแปลว่าเรายังมีอํานาจแฝงอยู่ ผมจึงกราบเรียนว่าคันเองแล้วไปให้คนอื่นเกา ผิดที่ผิดทาง ผิดตัวผิดฝาครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ สสร. ๙๙ คนตามรัฐธรรมนูญ ที่ท่านเสนอแก้ไขนั้นผมขออนุญาตเรียนถามท่านประธานว่าเขาเป็นผู้วิเศษหรือเป็นเทวดา มาจากไหนครับ เขาจะรู้ดีไปกว่าท่านคณะรัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. ที่ใช้รัฐธรรมนูญนี้ได้อย่างไรครับ ทั้งหมดที่อภิปรายกันมาในสภานี่ชี้จุดอ่อน จุดบกพร่อง จุดแข็ง ก็ท่าน ส.ส. ส.ว. ทั้งสิ้น และคณะรัฐมนตรี ถ้าท่านบอกว่าต้องการให้มันเป็นประชาธิปไตยมาจากการเลือกตั้งก็ ส.ส. ๔๐๐ เขตนี้ก็มาจากการเลือกตั้งครับท่านประธาน ส.ว. ๗๖ จังหวัดก็มาจากการเลือกตั้งครับ แล้วท่านก็บอกว่าต้องการมีนักวิชาการจากสถาบันการศึกษาก็ภาคสัดส่วน ๑๐๐ คนนี่ ก็เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ หรือ ส.ส. สรรหาก็เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับนักวิชาการ ๒๒ คนนั้นเลย รวม ๆ แล้วท่านมีทั้ง ส.ส. ส.ว. ไม่น้อยกว่า ๖๕๐ คน ถามจริง ๆ เถอะ คนพวกนี้อ่อนด้อยอะไรกว่า สสร. ๙๙ คน คนทั้งหมด ๖๕๐ คน ครบถ้วน รอบด้าน เป็นทั้งนักวิชาการและเป็นผู้ที่ใช้กฎหมายเองโดยตรง นี่คือประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนว่า เรื่องอย่างนี้เป็นสิ่งที่เราเห็นเรากลับไม่ทําและหลายท่านได้มีการอภิปรายกันมาแล้ว ซึ่งผมก็เห็นด้วยว่าการมี สสร. ไปนั้นก็สิ้นเปลืองงบประมาณไปเปล่า เขาไม่ได้เป็นผู้รู้ และเป็นผู้ใช้รัฐธรรมนูญโดยตรงและรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ครับท่านประธาน เขาก็ไม่ได้ กําหนดไว้ว่าให้มี สสร. นั้นเป็นผู้แก้ เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องไม่ตรงถูกต้องตามรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งอาจจะเป็นประเด็นเป็นปัญหาข้อกฎหมายซึ่งจะต้องตีความกันต่อไป
ประการต่อมาครับ ท่านประธานครับ สุดท้ายในเวลาจํากัด ๘ นาที ของ ส.ว. ที่มีการอ้างว่าเป็นผลไม้พิษมาจากซากเดนเผด็จการ เอากันอย่างนี้ไหมครับท่านประธาน ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กันเสร็จ เริ่มต้นกันใหม่เลย ยุบสภาแล้วเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ เพราะทุกวันที่นั่งอยู่แม้แต่ตัวประธานนั่งอยู่ นั่นก็มาจากผลไม้พิษเหมือนกันครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าถ้าจะล้างพิษทั้งหมดมีรัฐธรรมนูญใหม่แล้วไปกันให้หมดเริ่มนับหนึ่ง จะเอากันอย่างนี้ไหมครับท่านประธาน และผมอยากจะตั้งข้อสังเกตอีกสักเล็กน้อยครับ ท่านประธาน มีคนกล่าวหาว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น ร่างมาท่ามกลางความเกลียดชัง พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร และรัฐธรรมนูญฉบับที่จะแก้ไขนี้เห็นเขาบอกว่า ร่างมาท่ามกลางความรัก พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ถ้าท่านเอาความรัก ความเกลียด มาเป็นตัวตั้งในการร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ผมเชื่อเหลือเกินว่าบรรยากาศแห่งความรัก และความเกลียดนั้นจะบานปลายมากยิ่งขึ้น และผมไม่แน่ใจว่าวันหนึ่งจะเอาอยู่ หรือเอาไม่อยู่ครับ ท่านประธาน อีกนิดเดียวท่านประธานครับ จบแล้วครับ ผมอยากจะยืมคําพูดของ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ที่พูดเมื่อวานนี้ ถามว่าแก้รัฐธรรมนูญวันนี้มีใครจะเป็นจะตายไหม มีใครเดือดร้อนไหม ผมอยากจะถามกลับไปเหมือนกันว่าถ้าไม่แก้รัฐธรรมนูญวันนี้มีใครจะเป็นจะตายไหม มีใครเดือดร้อนไหม ข้าราชการ ทหาร ตํารวจ พ่อค้า ประชาชนเดือดร้อนไหม เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนว่าคนไทยในประเทศไทยทุกคนไม่น่าจะมีใครเดือดร้อน เพราะฉะนั้นจึงไม่เห็น มีประเด็นอะไรที่จะไปสร้างความเดือดร้อนให้ใคร แต่กราบเรียนเป็นประการสุดท้ายว่า ผมเห็นด้วยที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ไม่เห็นด้วยต่อวิธีการในการแก้ไขครับ ท่านประธานครับ