อภิรักษ์ โกษะโยธิน ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับ โดยระบุว่าสถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบันไม่มีความเร่งด่วนที่จะต้องมีการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการปัญหาน้ำท่วม ปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาพืชผลการเกษตร นอกจากนี้ยังหารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญและข้อเสนอแนะในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 และเรียกร้องการพิจารณาและตรวจสอบรายชื่อของผู้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประชาชนมีโอกาสเสนอร่างร่วมกัน
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อจากพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๓ ฉบับที่เสนอและพิจารณาในรัฐสภาแห่งนี้ในวันนี้
โดยประเด็นที่มีความสําคัญประการที่ ๑ ก็คือว่าสถานการณ์บ้านเมือง ในปัจจุบันไม่มีความเร่งด่วนที่จะต้องมีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่น้องประชานที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งในเรื่องของปัญหาน้ําท่วม ซึ่งทางรัฐบาลก็พยายามเร่งที่จะ เข้าไปเยียวยาแก้ไข หรือแม้แต่มีมาตรการในการป้องกันน้ําท่วมในปีนี้
ประการที่ ๒ ก็คือในเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจปากท้องข้าวของแพง น้ํามันแพง และที่สําคัญก็คือราคาพืชผลการเกษตรตกต่ํา ซึ่งก็เป็นประเด็นที่รัฐบาลควรให้ความสําคัญ ในการไปแก้ไข แม้ว่ารัฐบาลจะมีการอ้างว่าวันนี้จะมีข้อเสนอแนวทางในเรื่องการปรองดอง แล้วก็มีความหวังว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการที่จะเดินหน้าสู่ ความปรองดอง แต่ว่าอย่างไรก็ตามถ้าท่านประธานจะไปได้ดูข้อคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ที่มีการสํารวจจากสถาบันการศึกษา ทั้งนิด้าโพลและเอแบคโพลล์ก็จะพบว่า ๗๒.๙ เปอร์เซ็นต์ ของพี่น้องประชาชนแสดงความคิดเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะนําไปสู่ความขัดแย้ง ในทางการเมืองอีก และ ๔๙ เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปโดย เพื่อประโยชน์ของนักการเมือง ถ้าท่านประธานได้ไปดูในผลสํารวจของเอแบคโพลล์ก็จะพบว่า กว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ของพี่น้องประชาชนไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันและแม้ว่า ประมาณเกือบ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ของพี่น้องประชาชนจะเคยอ่านบ้าง แต่ส่วนใหญ่จําไม่ได้ว่า สาระสําคัญในร่างรัฐธรรมนูญจะมีประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาปากท้องและเกิดประโยชน์อะไร จากรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็แปลว่าความเร่งด่วนในการที่รัฐบาลหรือร่างรัฐธรรมนูญอีก ๒ ฉบับ ที่เสนอโดยพรรคเพื่อไทยและพรรคชาติไทยพัฒนา ขออนุญาตที่เอ่ยนาม เป็นสิ่งที่ พี่น้องประชาชนในปัจจุบันยังไม่เห็นความจําเป็นที่จะต้องมีการแก้ไข
ประเด็นต่อไปที่ผมเองอยากที่จะกล่าวถึง ซึ่งจริง ๆ แล้วก็คือข้อเสนอแนะ ของประธานคณะกรรมการปฏิรูปการเมือง ดอกเตอร์คณิต ณ นคร ซึ่งได้มีจดหมายผ่านถึง ท่านประธานรัฐสภาและรัฐบาลได้เสนอแนะในเรื่องของการพิจารณาที่จะชะลอและเลื่อน การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อรอให้มี กระบวนการตรวจสอบรายชื่อของผู้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนทั้ง ๓ ฉบับ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสได้เสนอร่างเพื่อร่วมพิจารณาแก้ไขในวันนี้ด้วย เพราะฉะนั้นในประเด็นดังกล่าวก็เป็นประการที่ ๑ ที่ผมไม่เห็นด้วยในแนวทางที่จะเสนอ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ ในวันนี้
ประการที่ ๒ ที่มีความสําคัญที่อยากกราบเรียนท่านประธานถึงแนวทาง ในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ ซึ่งมีสาระที่มีความใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเสนอให้มีการเลือกตั้งและแต่งตั้ง สสร. หรือสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญให้ไปเป็น ผู้ดําเนินการจัดทํารัฐธรรมนูญ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ซึ่งถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่แม้ว่าจะมีการอ้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร และมีข้ออ้างของผู้เสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในประเด็นต่าง ๆ ที่มีความสําคัญ ๔ ประการ ด้วยกันก็คือ
ประการที่ ๑ เป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่ส่งเสริมระบบพรรคการเมือง คือพูดง่าย ๆ ทําให้พรรคการเมืองอ่อนแอ มีการยุบพรรคได้ตามมาตรา ๒๓๗ กระบวนการได้มาในเรื่องของ องค์กรอิสระขาดการยึดโยงกับอํานาจของประชาชน และ
ประการที่ ๒ ก็คือไม่มีระบบถ่วงดุลอํานาจขององค์กรตุลาการ องค์กรอิสระ
ประการสุดท้าย ที่ผมได้พูดไปแล้วก็คือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากอํานาจรัฐประหาร แต่อย่างไรก็ตามถ้าท่านประธานจะได้พิจารณา ถึงแนวทางและกระบวนการจัดทํารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็จะพบว่าเป็นรัฐธรรมนูญ ที่มีแนวทางที่ชัดเจนในการยึดถือระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นวิถีทางในการปกครองประเทศ มีแนวทางในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของ พี่น้องประชาชนและส่งเสริมบทบาทของพี่น้องประชาชนให้มีส่วนร่วมในการปกครอง และตรวจสอบการใช้อํานาจของรัฐอย่างเป็นรูปธรรม และมีกลไกของสถาบันทางการเมือง นิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และมีดุลยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องของการตรวจสอบ ขององค์กรอิสระที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสุจริต เที่ยงธรรม รวมทั้งกระบวนการที่ได้มา ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็ได้ผ่านกระบวนการในเรื่องของการแสดงประชามติ ประเด็นที่ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานถึงข้อห่วงใยที่ผมเองและพรรคประชาธิปัตย์มีต่อ ร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งดูเหมือนว่ารัฐบาลเองหรือร่างอีก ๒ ฉบับ ไม่ได้มีกรอบในการที่จะสร้าง ความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนว่ารัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ร่างนี้จะไม่มีการลดทอนอํานาจ ไม่มีการแก้ไขในประเด็นที่ผมถือว่ามีสาระสําคัญที่อยากกราบเรียนท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้กล่าวไปบ้างแล้ว แต่ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีความสําคัญ ก็คือแม้ว่าในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมีการกล่าวว่ายังคงยึดแนวทางการปกครองประเทศ ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่ว่าพี่น้องประชาชนจะมั่นใจ ได้อย่างไรว่าในแนวทางที่ได้มีการกําหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวจะไม่รวมถึง โอกาสที่จะมีการไปแตะต้องหรือการแก้ไขในหมวด ๒ หรือหมวดพระมหากษัตริย์ตั้งแต่ มาตรา ๘ ถึงมาตรา ๒๕ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา ๘ ที่พูดถึงว่าองค์พระมหากษัตริย์ ทรงดํารงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้อง พระมหากษัตริย์ในทางใดมิได้ ซึ่งเป็นประเด็น ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าพี่น้องประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ได้แสดงความคิดเห็นห่วงใยถึงกระบวนการที่มีการขับเคลื่อนในการที่จะ มีการแก้ไขแม้ว่าจะเป็นเรื่องมาตรา ๑๑๒ แต่ก็มีทิศทางในการที่จะไปกระทบถึงแนวทาง ในเรื่องของการที่จะละเมิดพระราชอํานาจของสถาบันพระมหากษัตริย์ อันนี้ก็เป็นประเด็นที่ ๑ ที่มีความสําคัญ
ประเด็นที่ ๒ ที่มีการกล่าวในเหตุผลของร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับก็คือ ในเรื่องของกระบวนการซึ่งอาจจะไปลดทอนอํานาจหรือแม้แต่การแทรกแซงอํานาจของศาล ซึ่งมีการระบุชัดในหมวด ๑ ของมาตรา ๓ ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่กล่าวว่า อํานาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์เป็นผู้ใช้อํานาจทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรีและศาลตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล รวมทั้งองค์กรรัฐธรรมนูญและหน่วยงานของรัฐต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม ซึ่งอันนี้ก็เป็นประเด็นที่มีความสําคัญที่ท่านประธานและรัฐบาลในฐานะที่เป็นผู้ยื่นร่าง จะสร้างหลักประกันได้อย่างไรว่าจะไม่มีการไปแทรกแซงอํานาจของศาลตามมาตรา ๓ และรวมถึงมาตรา ๑๙๗ ในหมวดของศาลที่ได้มีการระบุชัดเจนว่าศาลมีความเป็นอิสระ ในการที่จะพิจารณาในกระบวนการยุติธรรมตามหลักนิติธรรมและนิติรัฐ
ประการที่ ๓ ที่มีความสําคัญก็คือการส่งเสริมบทบาทของการมีส่วนร่วม ของพี่น้องประชาชนซึ่งก็ถือว่ามีความสําคัญที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้มีความแตกต่าง และได้มีพิจารณาเพิ่มเติมเมื่อเทียบกับรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในมาตรา ๑๖๓ ที่มีการกําหนดให้ประชาชนไม่น้อยกว่า ๑๐,๐๐๐ คน มีอํานาจในการที่จะ เสนอร่างพิจารณากฎหมายหรือแม้แต่มาตรา ๑๖๔ ที่กําหนดให้ประชาชนไม่น้อยกว่า ๒๐,๐๐๐ คน มีอํานาจที่จะเสนอต่อประธานวุฒิสภาในการถอดถอนนายกรัฐมนตรี และผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองซึ่งก็เห็นว่าส่งเสริมในเรื่องของกระบวนการการมีส่วนร่วม ของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง
ประการที่ ๔ ก็คือในเรื่องของการตรวจสอบถ่วงดุลอํานาจรัฐโดยองค์กรอิสระ ซึ่งเป็นประเด็นที่เป็นเหตุผลสําคัญของร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับที่จะได้เสนอให้มีการแก้ไข ในเรื่องของบทบาทขององค์กรอิสระในการที่จะตรวจสอบประเด็นที่ถือว่ามีความสําคัญ ที่เป็นสาระสําคัญของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ทั้งในเรื่องของหมวด ๑๑ ก็คือหมวดของ องค์กรตามรัฐธรรมนูญในหัวข้อที่ว่าด้วยองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการ กกต. ที่มากํากับดูแลในเรื่องการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะมีบทบาทสําคัญในเรื่องของ การตรวจสอบทั้งในเรื่องจริยธรรมของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง บทบาทของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งมีบทบาทที่สําคัญในเรื่องของการตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชัน รวมถึงมาตราในหมวด ๑๒ ของการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ได้มีการกําหนดในเรื่องของการตรวจสอบอํานาจรัฐอย่างเข้มแข็ง รวมถึงในเรื่องของ การกําหนดในเรื่องของประเด็นที่จะส่งเสริมในเรื่องของความเป็นอิสระและการส่งเสริม ในเรื่องของการปกครองส่วนท้องถิ่นตามหมวด ๑๔ ในมาตรา ๒๘๑ ที่รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ได้ส่งเสริมในเรื่องของความเป็นอิสระให้ท้องถิ่นสามารถที่จะปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ ของพี่น้องประชาชนในท้องถิ่นนั้น ซึ่งผมถือว่าเป็นสาระสําคัญของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่ได้กําหนดให้มีความแตกต่าง
ประเด็นสุดท้ายก็คือหลังจากที่ได้มีการร่างแล้วไม่ได้มีการกําหนดให้ ร่างรัฐธรรมนูญจาก สสร. ต้องกลับมาพิจารณาในรัฐสภาแห่งนี้อีกครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้น ในประเด็นทั้งหมดที่ผมกล่าวถึงทําให้ผมไม่อาจจะไว้วางใจร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับว่า มีเจตนารมณ์ที่แท้จริง เพื่อการแก้ไข เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและพี่น้องประชาชน และส่งเสริมในเรื่องของกระบวนการยุติธรรมและการส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริง ขอบพระคุณมากครับ