เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเสนอให้ใช้สมาชิกสภาสามัญเพื่อการพัฒนารัฐธรรมนูญ โดยมีเงื่อนไขว่าสมาชิกที่เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาสามัญมาก่อน 40 ปี จะไม่สามารถดำรงตำแหน่งได้ เพื่อให้มีสมาชิกที่มีวุฒิภาวะสูงขึ้น และไม่ให้พรรคการเมืองใดได้ใช้อิทธิพลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดราชบุรี ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา กระผมเป็นผู้หนึ่ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่ได้ลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ จนกระทั่งถูกหลาย ๆ ท่านลงชื่อยื่นถอดถอนต่อ ป.ป.ช. ป.ป.ช. ก็ได้ยุติเรื่องนี้ ไปเรียบร้อยแล้ว มาวันนี้ซึ่งผมรอคอยมาเป็นเวลา ๔ ปี ที่จะได้เห็นมีการแก้รัฐธรรมนูญ ทั้งฉบับ โดยการแก้มาตรา ๒๙๑ เสียก่อน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สําคัญอย่างยิ่งนะครับ ตลอดระยะเวลาที่ใช้รัฐธรรมนูญนี้มา ๕ ปีที่รอคอยกันมา ผมมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ทั้งเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านด้วยที่จะรอคอยวันนี้นะครับ ผมได้เห็นชื่อของท่าน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ ท่านเป็นผู้หนึ่งด้วยที่ลงชื่อในการแก้ไข ร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ซึ่งเมื่อ ๖ ปีที่แล้ว ท่านเองเป็นผู้นําการฉีกรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ ผมได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาทั้ง ๒ ฉบับ ทั้งฉบับปี ๒๕๔๐ เลือกตั้งเมื่อปี ๒๕๔๙ แล้วฉบับปี ๒๕๕๐ เลือกตั้งเมื่อปี ๒๕๕๑ จึงได้เป็น ส.ว. ๒ สมัยติดต่อกันนะครับ การที่ ผู้เสนอแก้มาตรา ๒๙๑ จะตั้ง สสร. ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นส่วนร่วมของ ภาคพี่น้องประชาชนที่ได้แก้ให้ครอบคลุมทุก ๆ ประเด็นนะครับ ไม่ต้องมีเรื่องซ่อนเร้น อย่างที่เคยทํากันมา ที่มาทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ท่านก็เห็นอยู่ปัจจุบันนี้ทํางานแล้วเป็นอย่างไร มีหลายท่านโทรศัพท์หาผมว่าการแก้ครั้งนี้จะเป็นการแก้ทั้งฉบับ ผมก็บอกว่าการแก้ครั้งนี้ ก็เหมือนการปรับปรุง แต่แก้โดยพี่น้องประชาชน ฉบับที่ ๑๘ แล้วจะมีอีกสักกี่ฉบับ ถ้าจําเป็นต้องแก้ก็แก้ได้ตลอด ไม่ได้บอกว่าฉบับนี้แล้ว ไม่สามารถแก้ได้ต้องใช้ไปตลอด ฉบับหน้าที่จะมีฉบับที่ ๑๙ จะมีหรือเปล่ายังไม่ทราบ ถ้าไม่สมบูรณ์ก็ต้องแก้อีกได้ แต่ผมยังเห็นด้วยกับท่าน พันเอก อภิวันท์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม หลังจากที่ สสร. เสร็จแล้วให้สภาให้ความเห็นชอบหรือรับรอง แล้วจึงนําไปให้ลงประชามติ ประชามติครั้งนี้เขียนไว้ไม่น้อยกว่า ๔๕ แต่ไม่เกิน ๖๐ เรามี พ.ร.บ. ร่างประชามติเขียนไว้ว่า ไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ไม่เกิน ๑๒๐ วัน แต่ครั้งนี้เราก็มาปรับเปลี่ยนไปนะครับ ก็ไม่ทราบว่า การใช้ระยะเวลาเร่งรัดนั้นจะเกิดประโยชน์มากมายแค่ไหนนะครับ
มีประเด็นหนึ่งนะครับเกี่ยวกับเรื่องการเปิดกว้างให้กับพี่น้องประชาชน ได้เข้ามามีส่วนร่วม ในเรื่องคุณสมบัติต้องห้ามผู้สมัคร สสร. ผมขอเสนอไว้อย่างหนึ่งว่าท่านที่ เคยเป็น สสร. เมื่อปี ๒๕๕๐ ผมว่าในครั้งนี้คุณสมบัติต้องห้ามผมว่าน่าจะห้ามชุดนี้ไว้ ได้ให้ชุดอื่นได้ทําหน้าที่อย่างนี้บ้าง เพราะว่าท่านทําแล้วนี่ หลายท่านก็บอกว่าไม่ดี หรืออะไรก็แล้วแต่ วันที่ไปรับร่างประชามติผมอยู่ในชนบทก็จะมีนะครับไปบอกว่าให้รับ ๆ กันไปก่อน ถ้าไม่รับ คมช. จะเขียนเอง ก็จะรุนแรงมากกว่านี้ก็ให้รับฉบับนี้เสียแล้ววันหน้า ค่อยว่ากัน พอวันนี้จะมีการแก้หลาย ๆ ท่านก็ไม่เห็นด้วย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทําไม รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงไม่สามารถที่จะแตะได้ ทั้ง ๆ ที่ท่านผู้ฉีกรัฐธรรมนูญนี้ก็ยังเห็นด้วย ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
มีเรื่องหนึ่งที่บอกว่าเป็นคําพูดที่พูดยากมาก แต่พูดแล้วเกิดความสําคัญ ที่ยิ่งใหญ่ ก็คือคําว่า ให้อภัย ซึ่งตรงนี้เรากําลังยึดติดเกี่ยวกับเรื่องกลัวคนโน้น กลัวคนนี้ ว่าเขาจะเป็นอะไรหรือเปล่า แก้เพื่อใครไหม ผมเชื่อว่าการแก้ด้วยส่วนรวมนั้น โดยพี่น้องประชาชนคงไม่สามารถที่จะไปแก้เพื่อประโยชน์แก่คนใดคนหนึ่งได้ ทั้งนี้ อีกประเด็นหนึ่งที่สมาชิก สสร. ที่ท่านระบุไว้ทั้ง ๓ ฉบับ เพียง ๓๕ ปี ผมว่าจริง ๆ แล้ว น่าจะได้ผู้ทรงวุฒิที่สูงกว่านี้ ถ้าสัก ๔๐ ปีจะดีขึ้นไหมก็ไปว่ากันต่อในวาระต่อไป ผมเห็นด้วย กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยใช้ สสร. เพื่อการพัฒนารัฐธรรมนูญนั้นให้ดียิ่งขึ้น ขึ้น ๆ ไป ท่านอาจจะเกรงกลัวว่าพรรครัฐบาลอาจจะมีเสียงข้างมากจะไปได้ สสร. มากหรือเปล่า ผมว่าท่านกลัวตีตนไปก่อนไข้ คงไม่มีใครไปยินยอมให้รัฐบาล หรือว่าฝ่ายค้าน หรือพรรคหนึ่ง พรรคใดได้กระทําปู้ยี้ปู้ยํากับประเทศไทยของเรา พระสยามเทวาธิราชของเรานั้นมีจริง ทุกคนก็เห็นอยู่ ระเบิดกี่ครั้งแล้วนะครับ ระเบิดไม่ได้ อีกครั้งสุดท้ายนี้ก็ระเบิดตัวเองไป นี่คือความศักดิ์สิทธิ์ของประเทศไทยเรานะครับ ก็ในโอกาสนี้ผมและเพื่อน ๆ อีกหลายท่าน ที่ได้พูดคุยกันนั้นก็เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่งครับ ขอบคุณมากครับ