ร้อยตํารวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์ หารือเรื่องรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ไม่ได้มาจากประชาธิปไตย และเรียกร้องให้แก้ไขเพียงมาตราเดียว เพื่อคืนอํานาจให้กับประชาชน
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นิติภูมิ นวรัตน์ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา คือผมอยากจะเรียนกับท่านประธานสภานะครับว่า มนุษย์เรา มันก็เหมือนกับเป็นบริษัท คือบางคนก็เรียกว่าตามกระแสโลกแบบไม่ทัน คิดแบบตกโลก ผมว่าแนวโน้มของโลกทุกวันนี้เรากําลังเข้าหาสู่หลักที่เป็นแบบประชาธิปไตย แต่ว่ามีคนตกโลก บางกลุ่ม บางพวกพยายามจะดึงประเทศให้พ้นจากความเป็นประชาธิปไตย คือผมอยากจะ เรียนกับท่านประธานรัฐสภานะครับว่าผมเองชอบเรื่องของกิจการระหว่างประเทศ ผมก็พาตัวผมเองไปคบหาสมาคมกับบรรดาทูตหรือบรรดาผู้คนที่อยู่ในแวดวงของการ ระหว่างประเทศ คือในห้วงช่วงหลายปีที่ผ่านมาผมก็จะไปคบค้าสมาคมกับบรรดาทูตต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทูตที่มาจากทางซีกของโลกตะวันตก แล้วก็รวมทั้งของโลกยุโรป ตะวันออกนะครับ มาช่วงหนึ่งผมก็ไปทานข้าวที่ทําเนียบทูตบ้าง เชิญท่านมาทานข้าว ที่บ้านผมบ้างนะครับ ก็คบค้าสมาคมกันแบบอย่างนี้นะครับ จนมีอยู่วันหนึ่งผมไปสมัคร สมาชิกวุฒิสภาได้ แล้วก็ได้ลําดับดีของประเทศไทยนะครับ ผู้คนที่เป็นแวดวงแบบเพื่อนฝูงก็ดีใจ ก็ชักชวนเชื้อเชิญกันให้ผมเดินทางไปเยือนประเทศพวกเรา แล้วผมก็รออยู่ครับ แต่ในห้วง ช่วงนั้นในขณะที่ผมเป็นว่าที่สมาชิกวุฒิสภานี่นะครับ ได้ที่ ๑ ของประเทศไทยด้วยนะครับ ที่ ๑ ของ กทม. ก็ปรากฏว่ามีการปฏิวัติรัฐประหาร ผมก็กลายเป็น ส.ว. ที่ว่าเป็นพวกสอบตก ก็ไม่เชิงสอบตก หมายความว่าเป็น ส.ว. ที่เรียกว่ารอเก้อ เพราะพรรคพวกบอกว่าเป็น ส.ว. แบบรอเก้อครับ ความที่ได้คะแนนดีแบบนิดหน่อยนี่นะครับ เขาก็แต่งตั้งผมเป็นสมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผมก็เป็นแบบ สนช. พอเป็นแบบ สนช. ผมก็ได้รับเลือกให้เป็น ประธานของสมาชิกกลุ่มมิตรภาพรัฐสภาไทยกับฮังการี แล้วก็เป็นกรรมการบริหารของไทย กับออสเตรเลีย พอในห้วงช่วงนี้นะครับ จากผู้คน จากเอกอัครราชทูตที่เคยคบค้าสมาคมกันนี่ เคยไปทานข้าวที่บ้านท่านนะครับ เคยเชิญท่านมาทานข้าวที่บ้านผม ครั้งหนึ่งบรรดาสมาชิก ของผมก็บอกกับผมว่าน่าจะพาสมาชิกกลุ่มมิตรภาพรัฐสภาเดินทางไปเยือนประเทศฮังการี คนที่เคยคบค้าสมาคมกันนี่พอผมไปขอท่านอีกครั้งหนึ่ง บอกนี่ผมอยากจะพาคณะสมาชิก รัฐสภาของไทยไปเยือนฮังการี ปรากฏว่าได้รับการปฏิเสธ คนที่เคยคบกันมาก่อนท่านก็ พูดความจริงให้ฟังว่าผมเองคราวนี้มาเป็นสมาชิกรัฐสภานี่แต่ผมคลอด ไม่ได้คลอดมาจาก หลักการแบบประชาธิปไตย ผมคลอดมาจากหลักเผด็จการ ผมคลอดมาจาก ปฏิวัติรัฐประหาร อันนั้นสร้างความเจ็บช้ําน้ําใจให้ผมมาก แล้วผมก็นึกอยู่ตลอดเวลาครับ พอมาเหตุการณ์ต่อมาคราวนี้เราก็อยากไปออสเตรเลีย ผมในฐานะที่เป็นกรรมการบริหาร กลุ่มสมาชิกรัฐสภาไทย-ออสเตรเลีย ก็เตรียมตัวไปพบกับเอกอัครราชทูต แล้วก็ปรากฏว่า ไม่ได้รับการตอบรับอีกครับ ท่านก็นั่งนิ่งเป็นลิงป่วย ไม่ยอมจะตอบจะพูดจาอะไรกับเราเลยครับ แล้วพอสุดท้ายครับ ท่านก็มากระซิบบอกว่ารอให้มีการเลือกตั้งอย่างสมบูรณ์ก่อน รอให้ผม กระโจนเข้ามาสู่การเลือกตั้งแบบประชาธิปไตยก่อนครับ นี่ละครับ คือผมอยากจะบอกว่า วันนี้ทําไมเราจึงไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็เพราะว่ามันไม่ได้มาจากประชาธิปไตย อย่างสมบูรณ์ครับ ในห้วงช่วงที่ผ่านมานี่นะครับ ผมก็ออกไปกับทีมของพรรคเพื่อไทย ออกไปพูดจาปราศรัยกับผู้คนก่อนที่จะมีการเลือกตั้งนี่นะครับ เป็นการรณรงค์หาเสียง เลือกตั้งผมก็ไปสัญญาทางโน้น ก็ไปพูดจากับประชาชนแบบคนทั่วไปละครับ สัญญาแบบที่ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมบอกนี่นะครับ สัญญา ข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๕ และหนึ่งใน บรรดามากมายหลายข้อนั้นก็คือว่า ถ้าได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถ้าพรรคเพื่อไทย ได้เป็นรัฐบาล เราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้ววันนี้เวลานาทีนั้นก็มาถึงแล้วครับ จะให้พวกผม นั่งนิ่งเป็นลิงป่วยคาสภาอยู่ได้อย่างไรครับ ดังนั้นผมอยากจะเรียนว่าวันนี้เราถึงเวลาแล้วที่ ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วก็ไม่ได้แก้อะไรมากเลยนะครับ แก้เพียงมาตราเดียวเท่านั้น โอนอํานาจของเรานี่ คือโอนอํานาจต่าง ๆ ไปให้สู่ประชาชน เพียงแค่มาตรา ๒๙๑ เท่านั้นเองนะครับ บังเอิญว่าคนขับรถของผมนี่มาจากจังหวัดระยองแล้วก็เป็นคนที่ ก็อยากจะเรียนกับ ท่านประธานรัฐสภาแบบตามตรงนะครับ ผมอยู่พรรคเพื่อไทย เป็น ส.ส. ของพรรคเพื่อไทย แต่คนขับรถนี่อยู่ในพรรคอื่นนะครับ แล้วก็อยู่กันอย่างแบบมีความสุข แต่ในห้วงช่วงพักหลัง ๆ นี่ เขาก็มักจะเข้าใจผิดแล้วก็มักจะถามผมถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถามเขาจินตนาการ ไปไกลมากอย่างกับที่ผู้คนคุยกันเลยครับว่าเราจะแก้ไขมาตราโน้น แก้มาตรานี้ ผมต้อง อรรถาธิบายขยายความให้ฟังว่าแก้เพียงมาตราเดียวคืนอํานาจไปให้กับประชาชน เรา ส.ส. ส.ว. นี่เราทําได้ครับ เราสามารถจะมาอธิบายขยายความในสภา แต่ทางที่ดีที่สุดมันน่าจะ คืนอํานาจไปให้กับประชาชน คือวันนี้ผมเดินทางไปพบกับพี่น้องประชาชนในภาคอีสาน เขาก็บอกว่าอยากจะแก้รัฐธรรมนูญ ผมไปพบประชาชนในภาคใต้ วันที่ ๒๐ มกราคมที่ผ่านมา ไปพบกับประชาชนที่จังหวัดสงขลา วันที่ ๒๑ มกราคมที่ผ่านมาไปพบกับประชาชนที่จังหวัดพัทลุง เขาก็บอกว่าเขาไม่อยากจะแก้ไข คราวนี้มันเกิดความแตกแยกไปในสังคมแล้วครับ คนบางพวก อยากจะแก้ไข คนบางพวกไม่อยากจะแก้ไข ผมคิดว่าความแตกแยกแบบขัดแย้งอันนี้ มันจะดํารงคงต่อไปยาวนานมาก ในทางที่ดีที่สุดนี่น่าจะโยนอํานาจอันนี้ไปให้กับกลุ่มคนที่ เราเรียกว่า สสร. นี่นะครับ แล้วคนพวกนี้ก็มาจากการเลือกตั้งแล้วเราก็ยังไม่รู้เลยว่า เขาจะแก้อะไร วันนี้ผู้คนอธิบายขยายความพูดคุยกันเต็มสภาไปหมดว่าจะแก้มาตราโน้นว่า จะแก้อย่างนี้ โดยแท้ที่จริงยังไม่รู้เลยว่าใครจะมาเป็น สสร. ด้วยซ้ํา ดังนั้นผมอยากจะเรียนว่า วันนี้บางคนจินตนาการไปไกลมากครับ ความคิดพวกเขานี่กลายเป็นพวกแบบโทรเลข วันนี้ โลกเรานี่ไปสู่โลกแบบดิจิตอล (Digital) แล้วนะครับ เราไม่ได้ใช้โทรเลข ไม่ได้ใช้จดหมาย หรือบางคนเราไม่ได้ใช้แฟกซ์ (Fax) แล้วแต่ความคิดของเขานี่ยังล้าหลังอยู่ ผมจึงอยากจะ ขอถือโอกาสนี้ขอเรียกร้องผ่านท่านประธานรัฐสภานี้ไปยังบรรดาเพื่อนสมาชิกว่าเราน่าจะ กลับมาสู่กระแสของโลก กระแสของโลกวันนี้ก็คือกระแสแบบประชาธิปไตยและท่านจะเห็นว่า บางประเทศ แม้แต่ก่อนเก่านี่เขาอาจจะไม่เป็นประชาธิปไตย แต่พอเขาขยับตัวมาเป็น ประชาธิปไตยเราจะเห็น เอาใกล้ ๆ กับบ้านเรานี่นะครับ ในการประชุมดาวอส ที่ผ่านมา ท่านจะเห็นว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมของประเทศพม่าเป็นรัฐมนตรีที่ได้รับ ความนิยมอย่างมากจริง ๆ บรรดาผู้คน บรรดารัฐมนตรีของประเทศต่าง ๆ บรรดาผู้นํา นายกรัฐมนตรี ประธานาธิบดี ตัวนายกรัฐมนตรีหรือตัวประธานาธิบดีต่างก็เข้าไปพูดคุยกับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมของประเทศพม่าครับ ที่เขาพูดคุยเพราะว่า ประเทศพม่ากําลังเนื้อหอม ที่ว่ากําลังเนื้อหอมเพราะอยู่ในช่วงของกําลังปฏิรูปประชาธิปไตย แต่ในขณะประเทศที่มีพรหมแดนประชิดติดกันใกล้ ๆ กันอย่างนี้ เรากลับถอยห่างจาก หลักประชาธิปไตยมากขึ้นเรื่อย ๆ ผมจึงอยากจะเรียกร้องและผมเห็นด้วยครับที่เราจะแก้ไข รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ เพื่อนําประเทศนี้ไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ แล้วก็ อยากจะเรียกร้องครับว่าอย่ากลายเป็นคนประเภทตกโลกครับ ขอขอบพระคุณมาก สวัสดีครับ