รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

วรวิทย์ บารู หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงจุดอ่อนและจุดแข็งของรัฐธรรมนูญ ปี 2550 และเรียกร้องให้มีการแก้ไขเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและความน่าเชื่อถือของสถาบันตุลาการ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู สมาชิกวุฒิสภา ปัตตานี

วรวิทย์ บารู สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดปัตตานี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบพระคุณ ที่ทางวิปวุฒิสภาได้ให้โอกาสผม ถึงแม้ว่าจะเป็นคนสุดท้ายที่จะต้องมานั่งคอยอยู่นานครับ ก็ยินดีที่จะคอย เพราะว่ามีประเด็นที่จะต้องพูดคุย ตลอดระยะเวลา ๒ วัน ๒ คืนที่พวกเรา ในฐานะที่เป็นสมาชิกรัฐสภาได้ร่วมกันประชุมเพื่อที่จะรับฟังเหตุและผลของการที่มีการเสนอ ร่างเข้ามา ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... และเท่าที่ติดตามดูการอภิปรายของบรรดาไม่ว่าจะเป็น ส.ส. หรือว่าจะเป็น ส.ว. ก็ปรากฏว่า แทบจะไม่มีผู้ใดที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญนะครับ เพียงแต่ว่าจากการติดตามดูของการอภิปราย บรรดา ส.ส. ทั้งหลายมีประเด็นที่มีความเห็น ที่แตกต่างกันก็คือ ๑. เรื่องของเวลา แล้วก็อีกอันหนึ่งก็คือเรื่องของวิธีการแล้วก็รูปแบบ ในการแก้ไข ในส่วนของเวลานั้นมีสมาชิกอภิปรายเรื่องของจังหวะเวลาในการเสนอในขณะที่ ปัญหาต่าง ๆ ที่รบเร้าสังคมของประเทศไทยยังไม่ได้รับการแก้ไข ความเดือดร้อนแผ่กระจาย ไปทั่วทุกระดับของประชาชนทุกชนชั้น และในฐานะที่ผมเป็น ส.ว. ที่มาจากทางชายแดนใต้ ก็อดที่จะเห็นด้วยกับสิ่งเหล่านั้นไม่ได้ เพราะว่าปัญหาทางภาคใต้นั้นก็ต้องการการแก้ไข อย่างเข้มข้นและจริงจังจากรัฐบาล เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จึงมีสมาชิกที่อภิปรายว่า จังหวะเวลา จริงอยู่อาจจะทําในคราวเดียวกันพร้อม ๆ กัน แต่แน่นอนปัญหาที่มันเกิดขึ้น แทบจะทนไม่ได้ มีการฆ่ากันทุกวี่ทุกวัน คนทางใต้ก็ต้องการอยากจะเห็นนายกรัฐมนตรี ไปนั่งคุยไปอะไรกับเขา จากผู้ซึ่งสูญเสียก็เป็นกําลังใจในการที่จะอยู่ต่อ อันนั้นจะเป็นประเด็น ซึ่งจังหวะเวลาของการเสนอเข้ามานะครับ ส่วนวิธีการนั้นมีผู้เสนอมากมายว่าจริง ๆ แล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็สามารถจะกระทําได้โดยกระทําไปเป็นทีละมาตราแล้วก็มีการพูดคุย มีการท้าทายกันมากมายนะครับ ไม่ว่าจะเป็นซีกจากของรัฐบาลเป็นส่วนใหญ่ที่เป็นผู้เสนอ จริง ๆ แล้วเพชรแท้ย่อมไม่กลัว แล้วก็ไม่แพ้การเจียระไนด้วย ผมว่าไม่ควรที่จะไปห่วงอะไร ที่ตรงนี้นั่นละครับ ไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นสิ่งซึ่งถ้ามีการแก้ไขแล้วก็มีการเสนอเพื่อที่จะตีความ ตามศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่ต้องไปกลัว เพราะว่าถ้าทําด้วยความบริสุทธิ์ใจ ความบริสุทธิ์ใจ จะช่วยเราครับ ไม่มีการเมืองที่มากมายเข้าไปอยู่เบื้องหลังนั่นละครับ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือสิ่งซึ่งอยากจะเรียน ท่านประธานที่เคารพ ส่วนตัวผมเองยึดมั่นอยู่ตลอดเวลาว่า ความสมบูรณ์พร้อมนั้นเป็นคุณสมบัติที่ไม่มีอยู่ในสิ่งที่ถูกสร้าง ดังนั้นนับประสาอะไร กับรัฐธรรมนูญที่มนุษย์เป็นผู้สร้างมันขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับไหน ๆ มีฐานที่มา จากที่ใด มาจากกลุ่มไหนจะเป็นผู้สร้างก็ตามก็มีทั้งจุดอ่อนและจุดด้อย จุดแข็ง ในแต่ละฉบับ อยู่แน่นอน กรณีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็เช่นเดียวกัน ตลอด ๒ วันนี้ก็มีการพูดกันเช่นเดียวกัน มีทั้งที่จุดอ่อนมากมายที่ควรแก้ไข และแน่นอนทีเดียว จุดแข็งและที่ดีนั้นก็มีมากมาย เช่นเดียวกัน มีมากกว่าจุดด้อยแน่นอน อย่างไรก็ตามในจุดด้อยในเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่มีการพูดกันมากและส่งผลกระทบมากมายก็คือการเพิ่มอํานาจตุลาการ มากเกินไปในการสรรหาสมาชิกองค์กรอิสระ และ ส.ว. ซึ่งเป็นการดึงสถาบันศาลยุติธรรม มาพัวพันกับการเมืองมากเกินไป เมื่อเข้ามาพัวพันมากแน่นอนมันก็มีผลกระทบมาก ตุลาการรัฐธรรมนูญเข้าไปในลักษณะเข้าไปพัวพันกับการเมือง แน่นอนทีเดียวนะครับว่า มันเกิดกระทบในลักษณะของขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษว่า ทรัสต์ เอฟเฟกต์ (Trust effect) มีปัญหาต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งมีการพูดกันมากมายทีเดียวนะครับ ทําให้ ความน่าเชื่อถือของสถาบันตุลาการมีปัญหา ตัวอย่างเช่น กรณีของยกตัวอย่างประเด็นเดียว ซึ่งสะเทือนกรณีของคลิปวิดีโอในศาลรัฐธรรมนูญก็มีปัญหานะครับ นอกจากนั้นในกรณี การมอบให้องค์กรอิสระทั้ง ๗ เป็นผู้เลือกสรรหา ส.ว. ก็เกิดปัญหาคาใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสังคมประเทศไทยที่มีพี่น้องมุสลิมอยู่ประมาณเกือบ ๑๐ ล้านคน ซึ่งเมื่อเช้าก็มีคนพูดกัน อยู่แล้ว ที่ผู้สมัครเข้ารับการสรรหานี่ผมเข้าใจว่ามีทั้งหมด ๒๒ คน ไม่ได้รับการสรรหา แม้สักคนเดียว ซึ่งทั้งหมดนี้ถ้าเราดูจาก ๒๒ คน ๘ คนที่จบปริญญาเอก แล้วก็มีศาสตราจารย์ แล้วก็มีรองศาสตราจารย์ผู้ซึ่งเป็นที่ปรึกษาทั้งของรัฐบาลแล้วก็ของในต่างประเทศด้วย ถ้าจะดูในประสบการณ์ไม่มีคําตอบสําหรับที่จะตอบแก่ชาวบ้านนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เหล่านี้เป็นตัวอย่างของประเด็นที่ต้องการมีการแก้ไขเพื่อให้ เกิดความเป็นธรรม เพราะประชาธิปไตยเป็นระบอบที่เชื่อกันว่าสามารถที่จะสรรค์สร้าง สังคมสันติสุขขึ้นมาได้ สังคมแห่งการปรองดองขึ้นมาได้ ดังที่ปรากฏว่าความมีคุณค่า ของประชาธิปไตยที่ต้องแสวงหาให้ในประเทศต่าง ๆ ที่ปรากฏ ไม่ว่าจะในแอฟริกาเหนือ ตะวันออกกลาง กรณีของเกิดเหตุการณ์อาหรับสปริง (Arab spring) เป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชน โดยทั่วไป ผมว่าไม่เฉพาะแต่ในเอเชียหรือว่าในประเทศไทยเท่านั้น แม้กระทั่งในทางยุโรป หรือว่าในทางประเทศอเมริกาเองก็มองนะครับว่าสิ่งซึ่งเป็นความต้องการของประชาชน ไม่อาจที่จะยับยั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากว่ามีประเด็นของเผด็จการเข้าไปด้วยนี่นะครับ เผด็จการโดยผ่านกระบวนการขั้นตอนของการเลือกตั้งก็ดี หรือเผด็จการที่ออกมาในลักษณะ ที่ชัดเจนก็ดี ประชาชนได้รับการปฏิบัติเช่นนั้นจะไม่ยอม มาถึงจุดหนึ่ง ไม่ว่าใครที่จะขวางทาง อย่างไร หรือจะมีอาวุธมากมายเพียงใด เชื่อเหลือเกินว่าประชาชนที่ถูกกดดันด้วยระบอบ ซึ่งไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยจะลุกขึ้นมาสู้แล้วก็สามารถที่จะมีชัยชนะในที่สุด การเขียน กฎหมายรัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้นนี้ก็เช่นเดียวกัน เราควรที่จะมองนะครับ กรณีที่จะมีการสรรหา สสร. นี่นะครับ มีวิธีการหลายวิธีการ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการที่เราคิดอยู่ที่มีการเสนอขึ้นมาก็ตาม มีหลายประเทศที่มองถึงชาติพันธุ์ มุ่งสู่ที่ชาติพันธุ์ ทุกชาติพันธุ์สามารถที่จะมากําหนด อนาคตของตัวเองในระบอบประชาธิปไตยมาเป็นส่วนหนึ่งของประเทศชาติได้ สิ่งเหล่านี้คือ สิ่งซึ่งเป็นวิธีการที่สามารถจะกระทําได้ มันไม่ใช่มีวิธีการเดียว อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่า ระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบที่สามารถสรรค์สร้างสังคมที่เป็นสันติสุข สังคมที่มีความผาสุก หรือว่าฮาร์โมเนียส โซไซตี้ (Harmonious society) ได้ ขอขอบคุณครับ