รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๑๗ (สมัยสามัญทั่วไป) เป็นพิเศษ
วันพุธที่ ๙ และวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๔
ณ ตึกรัฐสภา
๓. อันดับที่ ๖๖ คุณอุดมรัตน์ อาภรณ์รัตน์ แทนท่านวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ครับ
ขอเชิญทั้ง ๓ ท่านกรุณายืนขึ้นเพื่อกล่าวคําปฏิญาณตนโดยผมจะเป็นผู้กล่าวนํา และโปรดระบุชื่อท่านด้วยในตอนต้นนะครับ เชิญครับ ครบทั้ง ๓ ท่านนะครับ พร้อมนะครับ ผมจะกล่าวนําก่อนนะครับ
“ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้ และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”
ครับ ขอแสดง ความยินดีด้วยทั้ง ๓ ท่านครับ
กราบขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับ เชิญนั่งครับ
รับทราบเรื่องการถ่ายทอดการประชุมทางสถานีวิทยุกระจายเสียงและ วิทยุโทรทัศน์ครับ
ด้วยในการประชุมเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ นอกจากจะมีการถ่ายทอดทางวิทยุกระจายเสียง แห่งประเทศไทยและสถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภาตามปกติแล้วนะครับ ผมได้อนุญาตให้มี การถ่ายทอดการประชุมทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทยตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑ วรรคสอง จนเสร็จสิ้นการประชุมครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วเสร็จ ไม่มี
ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องด่วนครับ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านมีอะไรครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอความชัดเจน จากท่านประธานเรื่องของการถ่ายทอดสดสักหน่อยนะครับ เพราะว่าเวลาถ่ายทอดสด ก็จะมีการตัดไปเสนอข่าวของช่อง ๑๑ อยู่เป็นประจํานะครับ อยากจะขอความชัดเจน จากท่านประธานในครั้งนี้ว่าจะมีการตัดข่าวในช่วงไหนบ้าง กี่นาที กี่ชั่วโมงนะครับ ใจพวกเราแล้วคิดว่าเรื่องของงบประมาณเป็นเรื่องที่สําคัญของบ้านเมือง โดยเฉพาะเป็นเงิน ภาษีของพี่น้องประชาชนล้วน ๆ อยากจะให้มีแค่ข่าว ถ้าจะตัดข่าวนะครับ ขอให้ตัดเฉพาะ ข่าวในพระราชสํานักเท่านั้น นอกนั้นแล้วก็ควรจะถ่ายทอดจนตลอด ไม่ทราบว่าท่านประธาน จะดําเนินการอย่างนี้ได้หรือเปล่าครับ
ขอบคุณ คุณหมอครับ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจะมีการตัดเข้าเสนอข่าวตามที่เคย ปฏิบัติมาทุกปีนะครับที่เราได้มีการประชุมเรื่องงบประมาณ ก็ยึดหลักเดิมครับ โดยที่จะมี ช่วงข่าวภาคเที่ยงนะครับ ตั้งแต่เที่ยงถึงเที่ยงครึ่งครับ แล้วก็จะมีเวลาช่วงข่าว ๑ ทุ่มครับ ๑๙.๐๐–๒๐.๓๐ นาฬิกา แล้วก็มีข่าวภาคดึกตอน ๒๓.๕๐-๐๐.๒๐ นาฬิกา เชิญคุณหมอครับ
ท่านประธานครับ นายแพทย ์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ครับ ขอลดได้ไหมครับ เพราะว่ามันดูเหมือนจะมากเกินนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ข่าวนี่ อย่างเช่น ข่าวส่วนใหญ่เท่าที่สังเกตก็เป็นข่าวเรื่องน้ําท่วม ซึ่งผมเชื่อว่าผู้ชมพี่น้องประชาชนสามารถ ติดตามจากช่องอื่น ๆ ได้อยู่แล้วนะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนให้ความสนใจมาก เพราะเป็นเรื่องเงินงบประมาณ เป็นเงินภาษีอากรของเขาครับ เขาอยากจะติดตามอยากจะฟังดู แล้วสภาของเราก็ไม่ได้ ประชุมเรื่องนี้มานานเหลือเกิน เราเลื่อนกันมาตลอดนะครับ ผมว่าเป็นเรื่องที่ควรให้ ความสนใจ ถ้าจะขอข่าวเฉพาะข่าวในพระราชสํานักได้ไหมครับ ใช้เวลาประมาณสัก ๒๐ นาทีหรือครึ่งชั่วโมง ที่เหลือก็ให้ ส.ส. ได้แสดงบทบาทกันเต็มที่ทั้งฝ่ายค้านทั้งฝ่ายรัฐบาล อยู่แล้วครับ เรื่องนี้ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ แต่ผมเห็นว่าเรื่องนี้มันเป็นประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของเงินภาษีอากร ถ้าขอให้เป็นไปแบบนี้ได้ไหมครับท่านประธาน
คุณหมอครับ ขอบคุณมากครับ ผมในฐานะประธานผมได้ยึดแนวปฏิบัติเดิมนะครับ แนวปฏิบัติเดิม เป็นอย่างไรผมก็ได้พยายามเดินตามนั้น แต่ในเมื่อคุณหมอเสนอความเห็นอย่างนี้นะครับ ผมขออย่างนี้ได้ไหมครับ ให้วิป (Whip) ฝ่ายค้านกับวิปฝ่ายรัฐบาลหารือร่วมกับรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบ ได้คําตอบอย่างไรแล้วแจ้งผมอีกทีเราจะได้ไม่ต้องเสียเวลานะครับ เอาอย่างนั้นนะครับ ผมขออนุญาต เชิญท่านนายกรัฐมนตรีเลยครับ
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในนาม คณะรัฐมนตรีขอเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ โดยมีหลักการและเหตุผล ดังนี้
หลักการ ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นจํานวนไม่เกิน ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น จํานวน ๒,๓๒๖,๐๘๒,๐๔๘,๖๐๐ บาท และเพื่อชดเชยเงินคงคลัง เป็นจํานวน ๕๓,๙๑๗,๙๕๑,๔๐๐ บาท
เหตุผล
๑. เพื่อให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นได้มีงบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ สําหรับใช้เป็นหลักในการจ่ายเงินแผ่นดิน
๒. เพื่อปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และกฎหมายว่าด้วย เงินคงคลัง ที่กําหนดให้ตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลังที่จ่ายไปแล้ว ท่านประธานที่เคารพ
รัฐบาลเสนอคําแถลงประกอบงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ฉบับสมบูรณ์เป็นเอกสาร และขอเรียนสรุปสาระสําคัญดังนี้
รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันอังคารที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ว่าจะบริหารราชการแผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และมีประสิทธิภาพ มุ่งมั่นให้ประเทศไทย มีความเจริญรุ่งเรือง มีความสามัคคี ปรองดอง มีความยุติธรรม พร้อมทั้งสามารถแข่งขันได้ อย่างมีศักดิ์ศรีในเวทีโลก และที่สําคัญ รัฐบาลจะนําความสุขกลับคืนมาให้พี่น้องประชาชน แต่ก็เป็นที่ทราบกันดีว่าขณะนี้ ปัญหาอุทกภัยได้สร้างผลกระทบอย่างรุนแรงเป็นวงกว้าง กระทบต่อสภาวะทางเศรษฐกิจ สังคมทั้งในระดับมหภาค และในระดับครัวเรือน ซึ่งรัฐบาล ได้พยายามทุกวิถีทางที่จะเร่งรัดแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้บังเกิดผลชัดเจนและเป็นรูปธรรม ตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามารับหน้าที่บริหารประเทศ
ดิฉันขอเรียนว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ที่คณะรัฐมนตรีนําเสนอต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติฉบับนี้ รัฐบาล ได้กําหนดแนวทางในการบริหารจัดการเป็น ๒ ระยะ คือ
๑. ระยะเร่งด่วนที่จะเริ่มดําเนินการในปีแรก เพื่อแก้ไขปัญหาและฟื้นฟู ให้กลไกทางเศรษฐกิจและสังคมสามารถดําเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ การสร้าง ความสมานฉันท์และความสันติสุขของคนในชาติ การแก้ไขปัญหายาเสพติด ปัญหาอุทกภัย การยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มกําลังซื้อของประชาชน เป็นต้น
๒. ระยะการบริหารราชการ ๔ ปีของรัฐบาล เพื่อให้มีการพัฒนาอย่างมี คุณภาพ สมดุล ยั่งยืน และมีภูมิคุ้มกันตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ก่อนที่ดิฉันจะแถลงสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ดิฉันขอรายงานให้ทราบถึงภาวะเศรษฐกิจทั่วไป ฐานะ และนโยบายการเงินการคลังของประเทศดังต่อไปนี้ ภาวะเศรษฐกิจทั่วไป
เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีแรกของปี ๒๕๕๔ ได้รับผลกระทบจากปัจจัย ภายนอกประเทศ อาทิ ภัยพิบัติทางธรรมชาติในประเทศญี่ปุ่นที่ส่งผลให้ผลผลิตของ ภาคอุตสาหกรรมไทยในไตรมาสที่สองหดตัว ความไม่แน่นอนในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ สหรัฐอเมริกาและวิกฤตการณ์หนี้สาธารณะของสหภาพยุโรป ซึ่งได้สร้างความกังวล และกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน รวมทั้งการปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ํามันซึ่งส่งผล ต่อแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ประกอบกับแรงกระตุ้นการใช้จ่ายและการลงทุนในภาครัฐ ได้ชะลอตัวลดลงเมื่อเทียบกับในช่วงเดียวกันของปีก่อนส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีแรก ของปี ๒๕๕๔ ขยายตัวร้อยละ ๒.๙ ดังนั้นในการจัดเตรียมงบประมาณประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ จึงคาดว่าเฉลี่ยทั้งปี พ.ศ. ๒๕๕๔ เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ ๓.๕ ถึงร้อยละ ๔.๐ ตามการฟื้นตัวของภัยธรรมชาติของประเทศญี่ปุ่น การขยายตัว อย่างต่อเนื่องของตลาดอาเซียนและความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นของนักลงทุนจากสถานการณ์ ทางการเมืองหลังการเลือกตั้งโดยมีอัตราเงินเฟ้อร้อยละ ๓.๖ ถึงร้อยละ ๔ อย่างไรก็ตาม จากสภาวะวิกฤติอุทกภัยในปัจจุบันรวมถึงความล่าช้าของการนํางบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ มาใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมี ปัจจัยลบและมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายของปี และคาดว่าจะส่งผลให้ เศรษฐกิจไทยในปี ๒๕๕๔ ขยายตัวต่ํากว่าที่คาดการณ์ไว้
สําหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี ๒๕๕๕ ภาคการผลิตบางส่วนในช่วงต้นปี ยังคงได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากความเสียหายอันเกิดเนื่องมาจากอุทกภัยในช่วง ปลายปี ๒๕๕๔ แต่เมื่อปัญหาดังกล่าวบรรเทาเบาบางลงแล้วรัฐบาลจะเร่งรัดการลงทุน เพื่อปรับปรุงฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหาย ดําเนินมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับ ผลกระทบอย่างเร่งด่วนและจัดมาตรการสนับสนุนสินเชื่อและมาตรการภาษีที่จะเป็นส่วน สําคัญต่อการฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการลงทุนเครื่องจักรใหม่และซ่อมแซม เครื่องจักรซึ่งจะช่วยสร้างงานเพิ่มขึ้น รวมถึงการดําเนินนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ ต่อรัฐสภาซึ่งมุ่งเน้นจะเพิ่มรายได้ของประชาชนและศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งจะขยายฐานเศรษฐกิจภายในประเทศและช่วยกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศให้ขยายตัว ได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นเศรษฐกิจในปี ๒๕๕๕ ยังมีแรงสนับสนุนจากปัจจัยอื่น ๆ ที่สําคัญ ได้แก่ การเคลื่อนย้ายเงินลงทุนระหว่างประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในภูมิภาค เอเชียซึ่งเป็นคู่ค้าที่สําคัญของไทย และความชัดเจนของมาตรการแก้ไขวิกฤตการณ์ หนี้สาธารณะในสหภาพยุโรป ประกอบกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอก ของประเทศไทยยังอยู่ในเกณฑ์ดี เช่น ทุนสํารองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง ดุลบัญชีเดินสะพัดยังอยู่ในภาวะเกินดุล หนี้ต่างประเทศและหนี้สาธารณะอยู่ในระดับต่ํา ทําให้คาดว่าเศรษฐกิจไทยใน พ.ศ. ๒๕๕๕ จะยังสามารถขยายตัวได้ประมาณร้อยละ ๔.๕ ถึง ร้อยละ ๕.๕ และในส่วนของอัตราเงินเฟ้อรัฐบาลได้กําหนดเป้าหมายไว้ให้อยู่ในช่วงร้อยละ ๓.๐-๔.๐ ฐานะและนโยบายการคลัง
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ รัฐบาลประมาณการว่าจะสามารถจัดเก็บรายได้ สุทธิทั้งสิ้น จํานวน ๒,๐๖๖,๙๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๒.๑ จากปีก่อน และเมื่อหัก การจัดสรรภาษีมูลค่าเพิ่มให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติกําหนดแผนและ ขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปี พ.ศ. ๒๕๔๒ จํานวน ๘๖,๙๐๐ ล้านบาทแล้ว คงเหลือเป็นรายได้สุทธิที่สามารถนํามาจัดสรรเป็นรายจ่ายของ รัฐบาล จํานวน ๑,๙๘๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือร้อยละ ๑๖.๘ ของผลิตภัณฑ์มวลรวม ในประเทศ
สําหรับการบริหารจัดการรายจ่าย รัฐบาลได้ให้ความสําคัญกับการฟื้นฟู สภาพเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากปัญหาอุทกภัย ร้ายแรงในช่วงปลายปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ควบคู่กับการเร่งรัดสร้างรายได้ของประชาชน เพื่อกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม รวมทั้งให้ความสําคัญ ในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ และการสร้างภูมิคุ้มกันจากภาวะความผันผวน ของเศรษฐกิจโลก โดยน้อมนําแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักในการพัฒนา และจัดสรรทรัพยากรของประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ รัฐบาลได้กําหนดแนวทางในการจัดทํางบประมาณและนโยบายงบประมาณไว้ ๔ ประการ ดังนี้
ประการที่หนึ่ง เพิ่มสัดส่วนรายจ่ายลงทุน เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงฟื้นฟู โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพและการผลิต โดยให้ความสําคัญกับการดําเนินงานของ หน่วยงานที่มีผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศและการเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขัน ของประเทศ
ประการที่สอง ให้ความสําคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่าย งบประมาณของหน่วยงาน ควบคู่กับการพิจารณาแหล่งเงินอื่น รวมทั้งพิจารณาทบทวน เพื่อเพิ่มเป้าหมายในภารกิจสําคัญที่ส่งผลต่อประโยชน์โดยรวมของประเทศ และลด เป้าหมายการดําเนินงานที่มีลําดับความสําคัญลดลง หรือหมดความจําเป็น หรือไม่สอดคล้อง กับนโยบายของรัฐบาลและสถานการณ์ในปัจจุบัน
ประการที่สาม ส่งเสริมการสร้างศักยภาพทางการคลังขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการถ่ายโอนภารกิจการจัดบริการสาธารณะระดับท้องถิ่นให้แก่ ประชาชน และลดความเหลื่อมล้ําทางการคลังระหว่างท้องถิ่น รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพ การจัดเก็บรายได้และประสิทธิผลการใช้จ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ประการที่สี่ ดําเนินนโยบายงบประมาณขาดดุล ภายใต้กรอบความยั่งยืน ทางการคลังและความจําเป็นของการใช้จ่ายภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัว อย่างมีเสถียรภาพ
ภายใต้กรอบแนวทางและนโยบายงบประมาณดังกล่าว รัฐบาลได้กําหนด วงเงินงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ รวมทั้งสิ้น จํานวน ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับงบประมาณปี ๒๕๕๔ จะเพิ่มขึ้น จํานวน ๒๑๐,๐๓๒.๕ ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ ๙.๗ โดยเป็นการกําหนดนโยบายขาดดุล งบประมาณ จํานวน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ ๓.๔ ของผลิตภัณฑ์ มวลรวมในประเทศ ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ที่มีสัดส่วนร้อยละ ๓.๗ ทั้งนี้ การกําหนดวงเงินงบประมาณขาดดุลดังกล่าว เป็นการแสดงความตั้งใจของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ รวมทั้งยังคงสนับสนุนการเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันฐานะเงินคงคลัง ณ วันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ มีจํานวนทั้งสิ้น ๓๒๑,๔๐๑.๕ ล้านบาท โดยรัฐบาลจะบริหารเงินคงคลังให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และบริหารรายรับและรายจ่ายของรัฐบาลให้มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ได้จัดสรรงบประมาณเป็นรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง จํานวนทั้งสิ้น ๕๓,๙๑๘ ล้านบาท เพื่อชดใช้รายจ่ายที่ได้ใช้เงินคงคลังจ่ายไปก่อน ตามที่ กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๖๙ วรรคหนึ่ง
สําหรับสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ณ วันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๔ มีจํานวนร้อยละ ๔๐.๒๒ ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้กรอบความยั่งยืน ทางการคลังที่กําหนดไว้ ฐานะและนโยบายการเงิน
เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวจากวิกฤตการณ์การเงินโลกในทุกองค์ประกอบ ส่งผลให้ แรงกดดันด้านเงินเฟ้อทยอยเพิ่มขึ้น คณะกรรมการนโยบายการเงินจึงเริ่มดําเนินการ นโยบายการเงินให้เข้าสู่ภาวะสมดุล สอดคล้องกับเศรษฐกิจโลกที่กําลังเข้าสู่ภาวะปกติ โดยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั้งหมด ๙ ครั้ง เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๓ ถึงเดือนสิงหาคม ๒๕๕๔ จากร้อยละ ๑.๒๕ เป็นร้อยละ ๓.๕ ต่อปี เพื่อดูแลอัตราเงินเฟ้อและคาดการณ์ เงินเฟ้อของประชาชนให้มีเสถียรภาพและเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ดีตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี ๒๕๕๔ เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบ ทั้งเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอและปัญหาอุทกภัย ขณะที่แรงกดดันด้านราคาเริ่มทรงตัว คณะกรรมการนโยบายการเงินจึงให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ ๓.๕ ต่อปี ซึ่งเป็นไปตามผลการประชุมครั้งล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๕๔
ฐานะการเงินของประเทศอยู่ในเกณฑ์มั่นคง ปริมาณเงินสํารองระหว่าง ประเทศ ณ สิ้นเดือนกันยายน ๒๕๕๔ มีจํานวน ๑๘๐,๑๑๒.๗ ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณ ๓ เท่าของหนี้ต่างประเทศระยะสั้น ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูง สาระสําคัญของงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ท่านประธานที่เคารพ
การจัดทํางบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ นั้น รัฐบาลได้กําหนดยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณไว้ ๘ ยุทธศาสตร์ และรายการ ค่าดําเนินการทางภาครัฐ เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการปฏิบัติราชการตามภารกิจ ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่น ให้บรรลุผลสําเร็จตามเป้าหมาย การบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๘ และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและ ประเทศชาติ โดยมีรายละเอียดการดําเนินงานที่สําคัญและวงเงินงบประมาณ ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ : การสร้างรากฐานการพัฒนาที่สมดุลสู่สังคม
จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๔๗๕,๐๖๒.๖ ล้านบาท เพื่อดําเนินงานในเรื่อง สาระประกอบไปด้วย
๑.๑ การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ ฟื้นฟูประชาธิปไตย และปฏิรูปการเมือง งบประมาณ จํานวน ๕๒๘.๑ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริม การให้ความรู้ ความเข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข โดยรณรงค์ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ปลูกฝังจิตสํานึก ความสามัคคี ความปรองดองและสมานฉันท์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนในชาติ
๑.๒ การแก้ไขและป้องกันปัญหายาเสพติด งบประมาณ จํานวน ๙,๖๙๕.๒ ล้านบาท เพื่อให้สังคมเข้มแข็ง มีความปลอดภัยและมีภูมิคุ้มกันจากภัยยาเสพติด โดยใช้มาตรการ ทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นระบบปราบปรามลงโทษ ผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้นําเข้า ผู้มีอิทธิพล และผู้ประพฤติมิชอบ ๙๙,๗๐๐ ราย ประสานความร่วมมือกับ ต่างประเทศในการควบคุมและสกัดกั้นยาเสพติด สารเคมี สารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติด มิให้มีการลักลอบเข้าสู่ประเทศ และป้องกันมิให้กลุ่มเสี่ยงเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ได้แก่ เยาวชนกลุ่มเสี่ยง ๒๐๐,๐๐๐ คน หมู่บ้านและชุมชน ๖๐,๕๘๔ แห่ง รวมทั้งบําบัดรักษา ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดให้สามารถดําเนิน ชีวิตได้ตามปกติ ๔๐๐,๐๐๐ ราย โดยมีกลไกติดตามช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ
๑.๓ การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ งบประมาณ จํานวน ๒๐๖.๓ ล้านบาท เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติ มิชอบอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมการปลูกจิตสํานึก ค่านิยมของสังคมในเรื่องของความซื่อสัตย์ สุจริต และถูกต้องชอบธรรม โดยการให้ความรู้ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เร่งดําเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดําเนินคดีการทุจริต รวมทั้งสร้างเครือข่ายเฝ้าระวัง ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ
๑.๔ การส่งเสริมการบริหารจัดการน้ําอย่างบูรณาการ งบประมาณ จํานวน ๔๕,๒๘๖.๓ ล้านบาท เพื่อเป็นแนวทางการบริหารจัดการน้ําอย่างเป็นระบบให้สามารถ ป้องกัน บรรเทาอุทกภัยและแก้ไขปัญหาภัยแล้งซ้ําซาก โดยการสนับสนุนปฏิบัติการฝนหลวง เพิ่มปริมาณกักเก็บน้ําและขยายเขตพื้นที่ชลประทาน ๓๐๑,๙๕๐ ไร่ บริหารจัดการระบบ ชลประทาน ๒๔ ล้านไร่ ผันน้ําและกระจายน้ําในพื้นที่วิกฤติ รวมทั้งพัฒนาแหล่งน้ําชุมชน และแหล่งน้ําในไร่นา
๑.๕ การแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ งบประมาณ จํานวน ๑๖,๒๗๗.๖ ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเสริมสร้าง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รักษาความสงบเรียบร้อยและให้ ความสําคัญกับระบบข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับ ผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบและอํานวยความยุติธรรมอย่างทั่วถึง เป็นธรรม ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยมุ่งเน้นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา การให้บริการสาธารณสุข การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการส่งเสริมอาชีพบนพื้นฐานของ วิถีชีวิตประชาชนทั้งทาง ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม
๑.๖ การฟื้นฟูความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือกับประเทศในภูมิภาค งบประมาณ จํานวน ๓๗๓.๔ ล้านบาท เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน สนับสนุนการพัฒนานโยบายยุทธศาสตร์และประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ในปี ๒๕๕๘ เสริมสร้างเครือข่ายด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมกับประเทศ สมาชิกอาเซียน ทั้งในรูปแบบการเยือนของผู้นําระดับสูงของประเทศ การดําเนินการ ความร่วมมือทวิภาคี ควบคู่กับการส่งเสริมกิจกรรมทางการทูตในระดับประชาชน และสร้าง ความเข้าใจและตระหนักรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียนในทุกภาคส่วน
๑.๗ การแก้ไขความเดือดร้อนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน งบประมาณ จํานวน ๗๒,๒๗๓.๔ ล้านบาท เพื่อส่งเสริมการจ้างงานและยกระดับรายได้ของ แรงงาน การเพิ่มเงินค่าครองชีพให้บุคลากรภาคราชการสําหรับผู้จบการศึกษาระดับ ปริญญาตรี ฟื้นฟูและพักชําระหนี้ให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกรรายย่อย สนับสนุนหลักประกันด้านรายได้แก่ผู้สูงอายุ ๗,๐๐๐,๐๐๐ คน ให้ได้รับเบี้ยยังชีพรายเดือน เพิ่มขึ้นแบบขั้นบันได รวมทั้งสนับสนุนมาตรการด้านพลังงานและการบริหารจัดการกองทุน น้ํามันเชื้อเพลิงให้มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์ต่อประชาชน
๑.๘ การยกระดับราคาสินค้าเกษตรและส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึง แหล่งเงินทุน งบประมาณ จํานวน ๙๒,๓๕๖.๒ ล้านบาท เพื่อให้ภาคเกษตรเป็นฐานการผลิต ที่ทําให้เกิดความมั่นคงในอาชีพและรายได้ โดยดําเนินการยกระดับรายได้เกษตรกร ตามโครงการรับจํานําผลผลิตทางการเกษตร จัดหาสินเชื่อปัจจัยการผลิตสําหรับเกษตรกร ผ่านบัตรสินเชื่อเกษตรกร ส่งเสริมให้หมู่บ้านและชุมชนมีศักยภาพและขีดความสามารถในการพัฒนาระดับฐานราก พัฒนากองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติให้ยกระดับเป็นสถาบันการเงินชุมชน และหมู่บ้าน โดยสนับสนุนการเพิ่มทุนระยะที่ ๓
๑.๙ การเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว งบประมาณ จํานวน ๖,๖๔๒.๖ ล้านบาท เพื่อเพิ่มรายได้จากการส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงปีเฉลิมฉลองพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๘๔ พรรษา และปีมหัศจรรย์ ไทยแลนด์ โดยจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตามรอยพระบาทวิถีเศรษฐกิจพอเพียง เชิดชูพระอัจฉริยภาพทางด้านการกีฬา สนับสนุนโครงการส่งเสริมปีมหัศจรรย์ไทยแลนด์ ส่งเสริมและเผยแพร่สินค้าและบริการทางวัฒนธรรม รวมทั้งสนับสนุนการดําเนินงาน ด้านการตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ ส่งเสริมนักเดินทางทางธุรกิจ กลุ่มการจัดประชุม การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล และจัดแสดงสินค้าและ นิทรรศการนานาชาติ ให้เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยเพิ่มขึ้น ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้ นักท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยสนับสนุนการประกันภัยให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ
๑.๑๐ การสนับสนุนการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมและผลิตภัณฑ์ชุมชน งบประมาณ จํานวน ๕๗๑.๒ ล้านบาท เพื่อส่งเสริมการดําเนินงานของวิสาหกิจชุมชน ให้มีศักยภาพและประสิทธิภาพในการประกอบธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น สนับสนุนโครงการ หนึ่งตําบลหนึ่งผลิตภัณฑ์จากการใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นควบคู่กับ องค์ความรู้สมัยใหม่ ให้มีศูนย์กระจายและแสดงสินค้าในพื้นที่เป้าหมาย ส่งเสริมภารกิจของ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ และพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพและผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน เข้าสู่ระดับสากล
๑.๑๑ การพัฒนาระบบประกันสุขภาพ งบประมาณ จํานวน ๑๐๘,๙๑๖.๑ ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับบริการสุขภาพอย่างทั่วถึง และมีคุณภาพ โดยสนับสนุนค่าใช้จ่ายรายหัวเพิ่มขึ้นเป็น ๒,๗๕๕.๖ บาทต่อคนต่อปี เพื่อพัฒนาคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าแก่ประชาชน ที่ขึ้นทะเบียน ๔๘.๓ ล้านคน รวมทั้งการให้บริการและรักษาพยาบาลผู้ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) และผู้ป่วยเอดส์ ๑๕๗,๖๐๐ ราย ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ๒๑,๕๐๐ ราย และให้บริการรักษาพยาบาลควบคุมและป้องกันโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคเบาหวานและ โรคความดันโลหิตสูง ๑.๖ ล้านราย บริการผู้ป่วยจิตเวช ๑๑๑,๒๐๐ ราย โดยดําเนินการ ควบคู่กับมาตรการลดปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อสุขภาพและภาวะโภชนาการ ส่งเสริมการมีส่วนร่วม ของภาคีเครือข่าย ตลอดจนการส่งเสริมงานวิจัยเพื่อพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพ ให้ดียิ่งขึ้น
๑.๑๒ การสนับสนุนเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาเพื่อการศึกษา งบประมาณ จํานวน ๑,๙๓๖.๒ ล้านบาท เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยสนับสนุนการจัดหา เครื่องคอมพิวเตอร์พกพาหรือแท็บเล็ต (Tablet) ให้กับนักเรียนระดับชั้นประถมปีที่ ๑ ในโรงเรียนที่มีความพร้อมไม่น้อยกว่า ๕๖๙,๔๐๐ คน ควบคู่กับการพัฒนาและปรับปรุง หลักสูตรการเรียนการสอนให้เหมาะสมเพื่อบรรจุลงในคอมพิวเตอร์พกพา
๑.๑๓ การเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ งบประมาณ จํานวน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเสียหายอันเกิดจากอุทกภัย ในลักษณะบูรณาการทุกภาคส่วน โดยให้ความช่วยเหลือเยียวยาควบคู่ไปกับการฟื้นฟู คุณภาพชีวิตและสภาพจิตใจของผู้ประสบอุทกภัย รวมทั้งปรับปรุงซ่อมแซม ก่อสร้าง ฟื้นฟู โครงสร้างพื้นฐาน โบราณสถาน แหล่งท่องเที่ยวสําคัญและสาธารณประโยชน์อื่นที่ได้รับ ความเสียหายจากอุทกภัย ให้สามารถป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนได้อย่างยั่งยืน ซึ่งเมื่อรวมกับเงินอุดหนุนให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามโครงการช่วยเหลือฟื้นฟูความเสียหายจากภัยพิบัติธรรมชาติ และสาธารณภัยอีกจํานวน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท จะมีวงเงินรวมทั้งสิ้น ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ยุทธศาสตร์ที่ ๒ : ความมั่นคงแห่งรัฐ
จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๑๘๙,๑๐๙.๙ ล้านบาท เพื่อดําเนินงานในเรื่อง สําคัญประกอบด้วย
๒.๑ การเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ งบประมาณ จํานวน ๑๑,๒๐๙.๙ ล้านบาท เพื่อเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์มิให้มี ผู้ใดล่วงละเมิด และน้อมนําพระราชดําริไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม รวมทั้งส่งเสริมและเผยแพร่ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
๒.๒ การเสริมสร้างระบบป้องกันประเทศ งบประมาณ จํานวน ๑๖๓,๓๒๔.๔ ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาระบบป้องกันประเทศให้มีความพร้อม มีศักยภาพในการพิทักษ์รักษาเอกราช อธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์ของชาติ ปลอดภัยจากการคุกคามทั้งภายในและภายนอกประเทศ รวมทั้งสนับสนุนสิทธิและหน้าที่ และปรับปรุงสวัสดิการกําลังพลทุกระดับ
๒.๓ การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ งบประมาณ จํานวน ๑๔,๕๗๕.๖ ล้านบาท เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติและความสงบเรียบร้อย ภายในประเทศ โดยเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศและประชาคมโลก ในการอํานวยความปลอดภัย เตรียมความพร้อมและจัดการวิกฤตการณ์ที่เกิดจาก ภัยก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ และภัยคุกคามทุกรูปแบบ ป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมือง และแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายอย่างมี ประสิทธิภาพ พัฒนาระบบการกําหนดสถานะและสิทธิของบุคคลที่ไม่มีสถานภาพให้ชัดเจน ส่งเสริมการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวด รวมทั้งส่งเสริมประสิทธิภาพงาน ด้านข่าวกรองของประเทศ ยุทธศาสตร์ที่ ๓ : การสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน
รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๑๗๓,๑๒๑.๘ ล้านบาท เพื่อดําเนินงาน ในเรื่องสําคัญประกอบด้วย
๓.๑ การบริหารจัดการเศรษฐกิจมหภาคให้เกิดความยั่งยืน งบประมาณ จํานวน ๒๐,๑๑๙.๓ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ และสร้างเสถียรภาพ ทางการคลัง โดยดําเนินนโยบายการเงินการคลังให้เกิดความสมดุล เพิ่มประสิทธิภาพ ด้านการงบประมาณและบริหารจัดการหนี้สาธารณะ พัฒนาระบบสถาบันการเงินให้มี ความเข้มแข็งเพื่อพัฒนาไปสู่ความยั่งยืนมีเสถียรภาพ และสามารถสนับสนุนการพัฒนา เศรษฐกิจของประเทศ
๓.๒ การส่งเสริมประสิทธิภาพการผลิตและการสร้างมูลค่าภาคเกษตรกร งบประมาณ จํานวน ๓๓,๑๑๖ ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างให้ฐานการผลิตภาคการเกษตร มีความเข้มแข็ง สามารถผลิตอาหารที่มีคุณภาพเพียงพอสําหรับผู้บริโภคภายในประเทศ และมีเหลือสําหรับการผลิตพลังงานทางเลือกและส่งออก สนับสนุนการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ มวลรวมภาคเกษตรกร โดยจัดทําบัญชีต้นทุนอาชีพเกษตรกร การถ่ายทอดเทคโนโลยี ทางการเกษตร การพัฒนาที่ดิน การพัฒนาศักยภาพเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกร พัฒนาการผลิตและจัดการสินค้าเกษตร พัฒนาและฟื้นฟูอาชีพการทําเกษตรยั่งยืน ตามแนวพระราชดําริ และเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวทางของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งอนุรักษ์ ปรับปรุงฟื้นฟูพื้นที่ทางการเกษตรไม่น้อยกว่า ๒,๐๗๖,๐๐๐ ไร่ อนุรักษ์พันธุกรรมพืชและสัตว์ กํากับดูแลแหล่งผลิต ปัจจัยการผลิต ผลผลิต และผลิตภัณฑ์ของเกษตร พัฒนาคุณภาพมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าเกษตร และอาหาร ตลอดจนติดตามดูแลรักษาระดับราคาสินค้าเกษตรเพื่อให้เกษตรกรได้รับ ผลตอบแทนภายใต้ระบบตลาดที่เป็นธรรม
๓.๓ การยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม งบประมาณ จํานวน ๘,๖๘๓.๒ ล้านบาท เพื่อสร้างคุณค่าสินค้าอุตสาหกรรมและ อุตสาหกรรมเกษตร พัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ส่งเสริม เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ สนับสนุนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริม ภาคอุตสาหกรรมให้เข้าสู่ระบบธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม เร่งฟื้นฟูการลงทุน กํากับดูแล สถานประกอบการให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมและได้มาตรฐาน ส่งเสริม สนับสนุน พัฒนา และถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบการ ตลอดจนส่งเสริมให้เกิด ผู้ประกอบการรายใหม่ในลักษณะกองทุนตั้งตัวได้ รวมทั้งดําเนินมาตรการเพื่อรองรับ ผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า
๓.๔ การเพิ่มประสิทธิภาพภาคการเกษตร การค้า และการลงทุน งบประมาณ จํานวน ๖,๙๕๙.๕ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนนโยบายการแข่งขันอย่างเสรี และเป็นธรรม ผ่านกลไกมาตรการทางการค้า การลงทุน การตลาด ตลอดจนการสร้าง มูลค่าเพิ่มในภาคการส่งออก โดยการรักษาตลาดเดิมและขยายการส่งออกไปตลาดใหม่ ผลักดันมูลค่าการส่งออกให้เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๐ สนับสนุนให้ผู้ประกอบการและเครือข่าย ได้รับความรู้ ความเข้าใจ ใช้ประโยชน์จากข้อตกลงทางเศรษฐกิจการค้าเพื่อขยายตลาด การค้าและการลงทุนกับต่างประเทศ ส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้มีศักยภาพ ในการดําเนินธุรกิจ และสามารถแข่งขัน ดูแลให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรมในด้านราคา ปริมาณและคุณภาพสินค้า รวมทั้งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบการคุ้มครองและ ใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา ให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่วิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม รวมถึงผู้ประกอบการกลุ่มโลจิสติกส์ (Logistics) ไทย เพื่อเพิ่มศักยภาพ ในการดําเนินธุรกิจและปรับตัวของธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้
๓.๕ การส่งเสริมธุรกิจและอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์ งบประมาณ จํานวน ๒๗๐ ล้านบาท เพื่อเพิ่มมูลค่าในการปรับโครงสร้างภาคการผลิตสินค้าและบริการ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยส่งเสริมการศึกษา วิจัย และพัฒนากลุ่มสินค้าเศรษฐกิจ เชิงสร้างสรรค์ สนับสนุนการใช้ความคิดเชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรมผสมผสานภูมิปัญญา เอกลักษณ์ วัฒนธรรมไทยในการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อพัฒนาบุคลากรและผู้ประกอบการให้มี ความคิดสร้างสรรค์ นําไปสู่เศรษฐกิจสมดุลอย่างยั่งยืน
๓.๖ การพัฒนาการท่องเที่ยวและบริการ งบประมาณ จํานวน ๒,๖๙๒.๑ ล้านบาท เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการท่องเที่ยวและบริการของไทยทั้งในและต่างประเทศ โดยส่งเสริมฟื้นฟู และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน พัฒนามาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวและบริการ ตลอดจน พัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านสารสนเทศเพื่อการท่องเที่ยว ส่งเสริมการประกอบธุรกิจนําเที่ยว มัคคุเทศก์ ผู้นําเที่ยว และการถ่ายทําภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย รวมทั้ง เสริมสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นกับกลุ่มนักท่องเที่ยว โดยอํานวยความสะดวกและ เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยและการให้บริการแก่นักท่องเที่ยว
๓.๗ การส่งเสริมและพัฒนากีฬาและนันทนาการ งบประมาณ จํานวน ๗,๖๕๓ ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างสุขภาพและสมรรถภาพทางกายที่ดี โดยส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน ผู้พิการ และประชาชนได้เข้าร่วมกิจกรรมทางการกีฬาและกิจกรรมนันทนาการ สนับสนุนการจัดการศึกษาด้านกีฬาแก่นักเรียนและนักศึกษา พัฒนาบุคลากรและงานวิจัย ด้านกีฬาและนันทนาการ ส่งเสริมการให้บริการด้านวิชาการ และอาคารสถานที่แก่ผู้รับบริการ รวมทั้งสนับสนุน การพัฒนาการบริหารจัดการด้านกีฬาและนันทนาการ เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านกีฬา สู่ความเป็นเลิศและอาชีพในระดับนานาชาติ
๓.๘ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน งบประมาณ จํานวน ๘๙,๓๔๐.๔ ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางบก ทางน้ํา และทางอากาศ ให้การขนส่งสินค้าและบริการ เป็นไปด้วยความสะดวกปลอดภัย เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายทั้งภายในและระหว่างประเทศ สามารถลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยก่อสร้างและพัฒนาท่าเรือเพื่อสนับสนุนระบบโลจิสติกส์ ๕ แห่ง และเพื่อการสัญจร ทางน้ํา ๓ แห่ง ก่อสร้างเขื่อนกันทรายและกันคลื่น ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล และป้องกันตลิ่งพัง ขุดลอกร่องน้ําภายในประเทศและชายฝั่งไม่น้อยกว่า ๙๐ ร่องน้ํา ก่อสร้างและพัฒนาท่าอากาศยานและสํานักงานขนส่งสาขา เร่งรัดขยายทางสายประธาน ให้เป็น ๔ ช่องทางจราจร ก่อสร้างทางและสะพานเชื่อมโยงระหว่างประเทศ สร้างทางแก้ไข ปัญหาจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และเมืองหลัก บูรณะทางหลวงสายหลัก ก่อสร้างถนนลาดยางและบํารุงรักษาโครงข่ายทางหลวงชนบทกว่า ๑๑๕,๑๐๐ กิโลเมตร ศึกษาออกแบบเพื่อพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงระหว่างกรุงเทพฯ-พิษณุโลก กรุงเทพฯ-นครราชสีมา กรุงเทพฯ-หัวหิน และศึกษาออกแบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนสายใหม่ สายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว-สําโรง
๓.๙ การพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน งบประมาณ จํานวน ๑,๕๙๔.๕ ล้านบาท เพื่อจัดหาพลังงานให้เพียงพอมีเสถียรภาพ และลดสัดส่วนการนําเข้า จากต่างประเทศ ส่งเสริมประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และสิทธิประโยชน์การลงทุนเพื่อ การประหยัดพลังงาน โดยสนับสนุนการสํารวจและผลิตปิโตรเลียม ๗๐ แปลง จัดทําข้อเสนอแนะนโยบายและแผนการบริหารจัดการพลังงาน จัดทําพลังงานระดับชุมชน ๖๗๕ ชุมชน ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในภาคอุตสาหกรรมและอาคารธุรกิจ ๑๑๕ แห่ง และพัฒนาพลังงานทดแทน พลังงานไฟฟ้าจากพลังงาน น้ําจํานวน ๖ โครงการ
๓.๑๐ การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร งบประมาณ จํานวน ๒,๖๙๓.๘ ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงข่ายสื่อสารความเร็วสูงให้ครอบคลุมทั่วถึง พัฒนาข้อมูล สถิติและสารสนเทศแห่งชาติให้เป็นเอกภาพในภาครัฐ รวมทั้งพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ (Software) ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรม ที่เกี่ยวข้องให้มีศักยภาพและได้มาตรฐาน เสริมสร้างและพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยี สารสนเทศและสื่อสาร ส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมให้ใช้เทคโนโลยี สารสนเทศ คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า ๑,๘๐๐ ล้านบาท บ่มเพาะผู้ประกอบการและจัดให้มี ระบบโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงเครือข่ายสื่อสารข้อมูลจากภาครัฐ ๑๑๒ หน่วยงาน ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนภาครัฐ เอกชน และประชาชนให้สามารถเข้าถึงและใช้ข้อมูลและ ข่าวสาร ยุทธศาสตร์ที่ ๔ : การศึกษา คุณธรรม จริยธรรม คุณภาพชีวิต และความเท่าเทียมกัน ในสังคม
รัฐบาลได้จัดจัดสรรงบประมาณ จํานวน ๕๙๗,๔๖๘.๔ ล้านบาท เพื่อดําเนินงานในเรื่องสําคัญประกอบด้วย
๔.๑ การสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน งบประมาณ จํานวน ๘๓,๑๔๔.๙ ล้านบาท เพื่อให้ประชากรวัยเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย ทั้งสายสามัญและสายอาชีพ ๑๒.๘ ล้านคน ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพ และมาตรฐานโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย รวมทั้งสนับสนุนการจัดหาหนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน และค่าใช้จ่ายที่จําเป็นอื่น ๆ
๔.๒ การขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษา งบประมาณ จํานวน ๓๓๖,๓๖๒.๔ ล้านบาท เพื่อให้คนไทยทุกคนทุกวัยได้มีโอกาสเข้าถึงการบริการการศึกษาที่มี คุณภาพตามมาตรฐานอย่างทั่วถึงเป็นธรรมและต่อเนื่อง ตั้งแต่ระดับปฐมวัยต่อเนื่องไปจน ตลอดชีวิต ปฏิรูประบบการผลิตครู สร้างครูเก่ง ครูดี มีคุณธรรม สนับสนุนให้มีครูเพียงพอ ในโรงเรียน ส่งเสริมการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา สรรหาผู้มีความรู้ความสามารถ และปราชญ์ชาวบ้านให้เป็นครูคลังสมอง สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ในสถานศึกษา ๓๒,๐๐๐ แห่ง ส่งเสริมการสอนภาษาต่างประเทศเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ ประชาคมโลก สนับสนุนการศึกษาต่อระดับปริญญาตรีทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตามโครงการหนึ่งอําเภอหนึ่งทุน ๑,๖๐๖ คน จัดสรรเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ไม่น้อยกว่า ๙๙๑,๑๐๐ คน รวมทั้งสนับสนุนให้เอกชน มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา สนับสนุนให้สถาบันอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาของรัฐ ผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพมาตรฐานสอดคล้องตามความต้องการของประเทศ นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนการให้บริการทางวิชาการแก่ชุมชนและสังคมอย่างทั่วถึง จัดตั้ง ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนกว่า ๗,๘๐๐ แห่ง เพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพแก่ประชาชน และสนับสนุนศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจและการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผลงานวิจัย ของสถาบันอุดมศึกษา เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของชุมชน
๔.๓ การพัฒนาและยกระดับมาตรฐานแรงงาน งบประมาณ จํานวน ๒๖,๑๐๘.๕ ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการข้อมูลข่าวสาร ด้านตลาดแรงงาน ๗,๐๐๐,๐๐๐ คน สร้างโอกาสการมีงานทําไม่น้อยกว่า ๑.๗ ล้านคน รวมทั้งผู้สูงอายุและคนพิการอีกจํานวน ๖,๗๐๐ คน จัดทําฐานข้อมูลแรงงานทักษะพิเศษ ๕,๐๐๐ คน จัดกิจกรรมนัดพบตลาดงานเชิงคุณภาพและพัฒนาฝีมือแรงงาน ในสถานประกอบการไม่น้อยกว่า ๓.๓ ล้านคน ส่งเสริมการขยายตลาดแรงงานไทย ในต่างประเทศ ดูแลความปลอดภัยในการทํางานของแรงงาน สนับสนุนการจัดตั้งและพัฒนา ศูนย์เลี้ยงเด็กสําหรับบุตรผู้ใช้แรงงานในสถานประกอบการในชุมชนในพื้นที่ที่มีศักยภาพ ทางเศรษฐกิจ ให้การคุ้มครองสิทธิประโยชน์ลูกจ้างในระบบประกันสังคม ๙.๙ ล้านคน ควบคู่กับการคุ้มครองแรงงานนอกระบบที่ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายไม่น้อยกว่า ๒.๔ ล้านคน ส่งเสริมระบบแรงงานสัมพันธ์ให้เป็นธรรมภายใต้กรอบของกฎหมาย รวมทั้ง บริหารจัดการควบคุมแรงงานต่างด้าวให้เป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ตลอดจน ให้ความสําคัญในการพัฒนาระบบรองรับมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ การฝึกอบรม เทคโนโลยีขั้นสูง และการพัฒนาขีดความสามารถของแรงงานไทย เพื่อการเตรียม ความพร้อมรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
๔.๔ การพัฒนาด้านสาธารณสุข งบประมาณ จํานวน ๑๑๓,๓๑๔ ล้านบาท เพื่อเพิ่มคุณภาพการให้บริการสุขภาพและประชาชน เสริมสร้างสุขภาพอนามัยที่ดี พัฒนาองค์ความรู้และศักยภาพเทคโนโลยีด้านงานเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค ส่งเสริมการให้บริการรักษาและฟื้นฟูสภาพโรคติดต่อสําคัญ โรคอุบัติใหม่และภัยสุขภาพ สนับสนุนการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นเลิศในผลิตภัณฑ์บริการสุขภาพ และเป็น ศูนย์กลางด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาลในภูมิภาคอาเซียนและระดับนานาชาติ พัฒนาศักยภาพและการแก้ไขปัญหาความแออัดของโรงพยาบาลทั่วประเทศ ยกระดับ สถานีอนามัยเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลอย่างต่อเนื่อง เพิ่มศักยภาพใน โรงพยาบาลชุมชน และสนับสนุนครุภัณฑ์และสิ่งก่อสร้างประกอบ จัดศูนย์อภิบาล ผู้ป่วยเรื้อรังแบบครบวงจร พัฒนาศูนย์ดูแลอุบัติภัย พัฒนาระบบสื่อสารสารสนเทศ การแพทย์ฉุกเฉินและระบบส่งต่อผู้ป่วยที่มีประสิทธิภาพ สนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ ครุภัณฑ์ สิ่งก่อสร้างทดแทน และปรับปรุงซ่อมแซมสถานบริการสาธารณสุข เร่งการผลิตและเพิ่มสมรรถนะบุคลากรแพทย์ พยาบาล และบุคลากรด้านสาธารณสุข ให้เพียงพอกับประชากร และกระจายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ สนับสนุนการปฏิบัติงานของ มูลนิธิแพทย์อาสา (พอ.สว.) โครงการฟันเทียมพระราชทาน พัฒนาขีดความสามารถของ อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน
พัฒนาคุณภาพชีวิตประชากรตั้งแต่ในครรภ์และทุกช่วงวัย รวมทั้งส่งเสริม สุขภาพผู้สูงอายุ สนับสนุนโภชนาการและสุขภาพอนามัยแม่และเด็กในถิ่นทุรกันดาร จํานวนไม่น้อยกว่า ๔๕๙ แห่ง พัฒนาสุขภาพอนามัยครอบครัว สนับสนุนศูนย์เด็กเล็ก ในชุมชน ศูนย์สามวัยสานสายใยรัก ในโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว และโครงการ เสริมสร้างสุขภาพเพื่อสตรีไทย รวมทั้งสนับสนุนการมีส่วนร่วมของมัสยิดในการส่งเสริม สุขภาพ ควบคุม และกํากับโรค ๔๐๐ แห่ง ให้มีความสําคัญกับการป้องกันและแก้ไขตั้งแต่ การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรของวัยรุ่น และสนับสนุนการดําเนินงานของสภากาชาดไทย เพื่อความเป็นเลิศและครบวงจร
๔.๕ การอนุรักษ์ ส่งเสริมและพัฒนาศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม งบประมาณ จํานวน ๙,๐๔๘.๙ ล้านบาท เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีคุณภาพ จริยธรรม จิตสํานึก และค่านิยมที่ดีงาม มีหลักธรรมทางศาสนาเป็นแนวทางในการดํารงชีวิต โดยจัด ให้มีการบวชและอบรมจริยธรรมเด็กภาคฤดูร้อน ๒๐๐,๐๐๐ คน สนับสนุนการจัดการเรียน การสอนของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ๘๕๐,๐๐๐ คน สนับสนุนการอบรม ศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจํามัสยิด ๘๙,๐๐๐ คน ส่งเสริมการเรียนรู้วัฒนธรรมและ ศาสนาผ่านโครงการลานบุญลานปัญญา ๑,๑๕๐ แห่ง สนับสนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม บูรณปฏิสังขรณ์วัด และศาสนสถานของศาสนาอื่น ตลอดจนส่งเสริม ฟื้นฟู และรักษา ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น สนับสนุนองค์กรเครือข่ายสภาวัฒนธรรมทุกระดับ ทั่วประเทศ ๗,๙๓๐ แห่ง อนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานที่เป็นมรดกโลก ทํานุบํารุงมรดก ทางศิลปวัฒนธรรม เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วยทุนทางวัฒนธรรม พัฒนาและเผยแพร่ ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย รวมทั้งให้บริการและเผยแพร่องค์ความรู้ทางวัฒนธรรมให้แก่ ประชาชน
๔.๖ การเสริมสร้างความมั่นคงของชีวิตและสังคม งบประมาณ จํานวน ๒๒,๕๔๕.๓ ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยเสริมสร้าง หลักประกันความมั่นคงในการดํารงชีวิตการทํางาน และจัดสวัสดิการทางสังคม เพิ่มพูนความรู้ พัฒนาอาชีพ และพัฒนาศักยภาพเพื่อการพึ่งตนเองของประชาชน พัฒนาวิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่น โดยสร้างความเข้มแข็งและภูมิคุ้มกันให้ชุมชนท้องถิ่นใน ศูนย์พัฒนาครอบครัว ๗,๗๗๕ แห่ง รวมทั้งสนับสนุนยุติความรุนแรงในครอบครัว การเลือกปฏิบัติการละเมิดสิทธิมนุษยชน สนับสนุนการพัฒนาแม่และเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จนเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ สนับสนุนบทบาทสตรีไทยให้มีส่วนร่วมในการพัฒนา ประเทศอย่างเสมอภาค ส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ๗๗ จังหวัด เสริมสร้างโอกาสในการเข้าถึงหลักประกันทางสังคม หาอาชีพที่เหมาะสมให้กับผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส และคนพิการ สร้างหลักประกันความมั่นคงในการดําเนินชีวิตให้คนพิการ โดยสนับสนุนเงินอุดหนุนเบี้ยคนพิการ ๑.๑ ล้านคน ตลอดจนสนับสนุนให้ประชาชน ผู้มีรายได้น้อยมีความมั่นคงในชีวิต และดํารงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี สร้างโอกาสในการ ประกอบอาชีพ และใช้ประโยชน์จากที่ดินของรัฐ
๔.๗ การป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติภัยทางถนน งบประมาณ จํานวน ๖,๙๔๔.๔ ล้านบาท เพื่อลดการเกิดอุบัติภัยและความสูญเสียทางอุบัติเหตุจราจรอย่างเป็น ระบบและยั่งยืน โดยแก้ไขจุดเสี่ยงและบริเวณอันตรายบนโครงข่ายทางหลวงให้มี ความปลอดภัย ๔๘๐ แห่ง อํานวยการจราจรเพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยจากการใช้ ยานพาหนะ รณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสําคัญ ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ความรู้ด้านอุบัติภัยเพื่อลดอุบัติภัยทางถนน ยุทธศาสตร์ที่ ๕ : การอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๔๕,๑๔๘.๙ ล้านบาท เพื่อดําเนินการในเรื่อง สาระสําคัญประกอบด้วย
๕.๑ การอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรธรรมชาติ จํานวน ๒๐,๓๖๘.๗ ล้านบาท เพื่อคุ้มครอง อนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาทรัพยากรที่ดิน ป่าไม้ สัตว์ป่า สัตว์น้ํา ทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่ง และทรัพยากรธรณี ให้มีความสมดุลและคงความหลากหลายทางชีวภาพ อย่างยั่งยืน โดยการผลักดันให้มียุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ จัดตั้งธนาคารที่ดิน เพื่อกระจายการถือครองที่ดิน ๗๐๐ ครัวเรือน ป้องกันและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่ ป่าสงวนและป่าอนุรักษ์ ๑๔๑ ล้านไร่ พื้นที่ป่าไม้ทางทะเลและชายฝั่ง ๑.๗ ล้านไร่ ให้บริการ การท่องเที่ยวในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ๓๐๐ แห่ง ฟื้นฟูพื้นที่ป่าเศรษฐกิจที่เสื่อมโทรม ๑๔,๖๐๐ ไร่ จัดทําแปลงสาธิตการปลูกป่าเศรษฐกิจ ๖,๑๐๐ ไร่ จัดทํารังวัดแนวเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ออกเอกสารการถือครองการใช้ประโยชน์ที่ดิน ของประชาชน ๑๐๐,๐๐๐ แปลง จัดทําฐานข้อมูลรูปแปลงที่ดินในระบบสารสนเทศ ๑.๗ ล้านแปลง อนุรักษ์และขยายพันธุ์สัตว์ป่าที่หายากใกล้สูญพันธุ์ ๓๔ ชนิด เพาะพันธุ์สัตว์น้ํา เพื่อปล่อยลงสู่แหล่งน้ําธรรมชาติในพื้นที่แหล่งน้ําให้ได้รับการจัดการและฟื้นฟู ๙ ไร่ ให้บริการ ด้านทรัพยากรธรณีและธรณีวิทยา ๔๕๐,๐๐๐ ราย และส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์ซากดึกดําบรรพ์ เป็นแหล่งการศึกษาและเรียนรู้ของประชาชน
๕.๒ การจัดการสิ่งแวดล้อม งบประมาณ จํานวน ๒,๘๗๑.๓ ล้านบาท เพื่อบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษอย่างเหมาะสมต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน โดยการป้องกัน ควบคุม ลด และขจัดมลพิษเพื่อรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม อากาศ น้ําเสีย กลิ่น เสียง และขยะทุกประเภทในพื้นที่เป้าหมาย ๙๕ แห่ง จัดตั้งเครือข่ายที่มีการดําเนินงาน ด้านสิ่งแวดล้อม ๒๒๘ เครือข่าย กําหนดเครื่องมือและกลไกในการบริหารจัดการคุณภาพ สิ่งแวดล้อม ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติการแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้สามารถบริการ จัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมของตนเองได้
๕.๓ การจัดการทรัพยากรน้ํา จํานวน ๗,๙๒๔.๒ ล้านบาท เพื่อพัฒนากลไก ในการบริหารจัดการและฟื้นฟูทรัพยากรน้ําอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม สอดคล้องกับความจําเป็นในการดํารงชีวิตและการผลิตที่มีผลต่อเศรษฐกิจ โดยการถ่ายทอด องค์ความรู้ด้านบูรณาการน้ําผ่านเครือข่ายประชาชนองค์กรลุ่มน้ําและองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ส่งเสริมการอนุรักษ์ฟื้นฟูพัฒนาแหล่งน้ําและบริหารจัดการเพื่อแก้ไขปัญหา อุทกภัยและภัยแล้ง ๒๘๗ แห่ง จัดหาแหล่งน้ําบาดาลสะอาดสําหรับโรงเรียนและหมู่บ้าน ภัยแล้ง ๑,๐๔๗ แห่ง และการเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยงภัย ๘๓๒ หมู่บ้าน
๕.๔ การป้องกันเตือนภัยแก้ไขและฟื้นฟูความเสียหายจากภัยพิบัติ งบประมาณ จํานวน ๑๓,๙๓๗ ล้านบาท เพื่อจัดให้มีระบบป้องกัน เตือนภัย และบรรเทา ความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยทางธรรมชาติและสาธารณภัย รวมทั้งบริเวณพื้นที่ชายแดน และชายฝั่งโดยการเฝ้าระวังและเตือนภัย การวางแผนช่วยเหลือ การฟื้นฟูบูรณะ จัดตั้งอาสาสมัครเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนธรณีพิบัติ ๑,๕๐๐ คน และพื้นที่เสี่ยงธรณีพิบัติ ๕๐๓ แห่ง ก่อสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมพื้นที่ชุมชน ๓๔ แห่ง ศึกษาความเหมาะสมและ ออกแบบระบบป้องกันน้ําท่วมพื้นที่ชุมชน ๑๐ แห่ง ก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพื้นที่ชายแดน และชายฝั่งทะเลกว่า ๔๕,๔๐๐ เมตร และจัดทําผังนโยบายบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ํา ๑๐ ผัง
๕.๕ การแก้ไขปัญหาและการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ งบประมาณ จํานวน ๑๐๑.๗ ล้านบาท เพื่อจัดทําแผนและกําหนดมาตรการแก้ไขปัญหาและบรรเทา ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลกอย่างมีส่วนร่วม โดยส่งเสริมและพัฒนา ศักยภาพการจัดการก๊าซเรือนกระจกแก่ผู้รับบริการ ๔๐๐ ราย ผู้ประกอบการและภาคธุรกิจ เอกชน ๕๐๐ ราย และส่งเสริมผลิตภัณฑ์สินค้าที่เข้าร่วมโครงการฉลากลดก๊าซ ๖๐ ผลิตภัณฑ์ ยุทธศาสตร์ที่ ๖ : ยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม
รัฐบาลจัดสรรงบประมาณ จํานวน ๑๘,๐๓๗.๗ ล้านบาท เพื่อดําเนินงาน ในเรื่องสําคัญประกอบด้วย
๖.๑ การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม งบประมาณ จํานวน ๗,๓๗๐ ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นสังคมที่อยู่บนพื้นฐานของ องค์ความรู้ โดยประชาชนได้รับการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไม่น้อยกว่า ๑.๒ ล้านคน ให้บริการสารสนเทศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดกิจกรรม การเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพิ่มมูลค่าและคุณภาพการผลิตให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และบริการข้อมูลพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สนับสนุนนักเรียนทุนรัฐบาล ๑,๔๐๐ ทุน พัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒๐,๐๐๐ คน และผู้ประกอบการนําผลวิจัยไปใช้ประโยชน์ ๒๙๐ ราย บริการข้อมูลดาวเทียมและ ภูมิสารสนเทศ ๕,๐๐๐ รายการ ตลอดจนส่งเสริมผู้ที่มีความรู้ความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี กว่า ๑๘,๐๐๐ คน
๖.๒ การส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย งบประมาณ จํานวน ๑๐,๖๖๗.๗ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการลงทุนและความร่วมมือ ทางภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาขั้นสูง ให้มีการวิจัย พัฒนา และถ่ายทอด เทคโนโลยี รวมทั้งการบริหารงานวิจัยให้เกิดประสิทธิภาพสูง สนับสนุนการวิจัยที่สามารถ นําผลไปสู่การใช้ประโยชน์ ทั้งทางด้านเกษตร อุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อมและการป้องกัน ด้านสาธารณภัย ยกระดับนวัตกรรมไปสู่เชิงพาณิชย์ ๑๐๐ เรื่อง ขอจดสิทธิบัตร ๒๔ เรื่อง มีบทความวิชาการที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ ๖๒๐ เรื่อง และมีการถ่ายทอด องค์ความรู้และนวัตกรรมไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไม่น้อยกว่า ๕,๐๐๐ โครงการ ยุทธศาสตร์ที่ ๗ : การต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๗,๘๓๙.๔ ล้านบาท เพื่อดําเนินงานในเรื่องสําคัญ ดังนี้
๗.๑ การขับเคลื่อนนโยบายการต่างประเทศและความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ งบประมาณ จํานวน ๗,๘๓๙.๔ ล้านบาท เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยได้รับ การยอมรับจากนานาประเทศ และได้รับประโยชน์จากการเป็นภาคีความตกลงระหว่าง ประเทศ ให้ความช่วยเหลือทางการเงินและวิชาการแก่ประเทศเพื่อนบ้าน ส่งเสริมสถานะ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศต่าง ๆ สนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ระหว่าง ประเทศและการให้บริการด้านต่างประเทศ ด้านกงสุล ด้านพิธีการทูต การให้คําปรึกษา ด้านกฎหมายและการให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับประเทศไทย ยุทธศาสตร์ที่ ๘ : การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๓๑๓,๒๙๓.๙ ล้านบาท เพื่อดําเนินงานในเรื่อง สําคัญประกอบด้วย
๘.๑ การพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดิน งบประมาณ จํานวน ๔๔,๒๓๔.๓ ล้านบาท เพื่อยกระดับการบริหารระบบราชการ ให้มีการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศ และเพิ่มคุณภาพการให้บริการของหน่วยงานภาครัฐแก่ประชาชน ปรับปรุงการให้บริการ เชิงรุกของภาครัฐ บริหารทรัพยากรบุคคล และเพิ่มสมรรถนะข้าราชการไปสู่ระบบสากล อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเผยแพร่ข่าวสารของทางการสู่สาธารณชนได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง เป็นธรรม
๘.๒ การส่งเสริมการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น งบประมาณ ๑๔๒,๓๔๐.๖ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการกระจายอํานาจให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมีอิสระในการจัดบริการสาธารณะตามความต้องการของประชาชนและ ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ เพิ่มประสิทธิภาพการจัดบริการให้ครอบคลุมการพัฒนา คุณภาพชีวิตของประชาชน ส่งเสริมสร้างศักยภาพและเร่งรัดการเพิ่มประสิทธิภาพ การจัดเก็บรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้สูงขึ้น นอกจากนี้ยังมุ่งพัฒนาบุคลากร ของท้องถิ่นให้มีศักยภาพในการรองรับการถ่ายโอนภารกิจจากส่วนกลาง
๘.๓ การส่งเสริมการพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด งบประมาณ จํานวน ๑๘,๕๘๘.๓ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้จังหวัดและกลุ่มจังหวัดดําเนินโครงการภายใต้ แผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดอย่างบูรณาการร่วมกันในทุกภาคส่วน ในการพัฒนา ด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การรักษาความมั่นคง รวมทั้งการพัฒนาจังหวัด โดยมุ่งเน้นการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนของภาคเอกชนและ การสร้างรายได้ ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและพัฒนาการบริหารจัดการ ให้มีการติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานที่เป็นระบบ
๘.๔ การสนับสนุนการจัดการของรัฐสภา ศาล และองค์กรตามรัฐธรรมนูญ งบประมาณ จํานวน ๓๒,๗๕๐.๒ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการบริหารงานของรัฐสภา ศาล และองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ให้ดําเนินงานได้อย่างอิสระ มีประสิทธิภาพ และเน้นความสําคัญ ในการให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง และให้การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของ ประชาชน รวมทั้งพัฒนาระบบอํานวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนอย่างเสมอภาค ทั่วถึง รวดเร็ว และเป็นธรรม ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพการดําเนินงานของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน เสริมสร้าง มาตรการในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ส่งเสริมให้ภาครัฐ และประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทุจริตประพฤติมิชอบให้เกิดความโปร่งใส
๘.๕ การพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรม งบประมาณ จํานวน ๗๕,๓๘๐.๕ ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลไกการบังคับใช้กฎหมายที่มี ประสิทธิภาพ โปร่งใส รวดเร็ว และเป็นธรรม พัฒนากระบวนการยุติธรรม และอํานวย ความยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมด้วยมาตรฐาน เชิงรุก รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมสิทธิและเสรีภาพของประชาชนให้มากขึ้น เสริมสร้างการป้องกัน ปราบปรามอาชญากรรม และพัฒนาระบบการสืบสวน ยุทธศาสตร์ที่ ๙ : รายการค่าดําเนินการภาครัฐ
จัดสรรงบประมาณ จํานวน ๕๖๐,๙๑๗.๔ ล้านบาท เพื่อดําเนินการ ในเรื่องสําคัญประกอบด้วย
๙.๑ การบริหารเพื่อรองรับกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็น งบประมาณ จํานวน ๖๘,๗๐๐ ล้านบาท เพื่อสํารองไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาในสภาวะฉุกเฉินให้แก่ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่น สามารถนําไปใช้ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยมิได้ คาดหมาย เพื่อให้สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
๙.๒ บริหารบุคลากรภาครัฐ จํานวน ๒๑๖,๒๐๑.๑ ล้านบาท เพื่อเป็น ค่าใช้จ่ายสําหรับการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ เงินเบี้ยหวัด บําเหน็จบํานาญ เงินช่วยเหลือข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ เงินเลื่อนเงินเดือน และเงินปรับวุฒิข้าราชการ เงินสํารอง เงินสมทบและเงินชดเชยของข้าราชการ เงินสมทบ ของลูกจ้างประจําตามสิทธิตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
๙.๓ การบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ จํานวน ๒๒๒,๐๙๘.๓ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการหนี้ภาครัฐให้เกิดเสถียรภาพทางการเงินการคลังของประเทศ การดําเนินการและติดตามการชําระหนี้ของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ได้ ผูกพันไว้
๙.๔ รายจ่ายเพื่อชดเชยเงินคงคลัง เพื่อชดใช้รายจ่ายที่ได้ใช้เงินคงคลังจ่าย ไปแล้วตามพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. ๒๔๙๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม จํานวน ๕๓,๙๑๘ ล้านบาท เพื่อเป็นการดําเนินการตามบทบัญญัติของกฎหมายและสนับสนุน เสถียรภาพความมั่นคงทางการคลัง ท่านประธานที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ
สาระสําคัญของงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ตามที่รัฐบาลได้แถลงมานั้น เป็นส่วนหนึ่งที่นํามาแถลงให้ทราบ สําหรับรายละเอียดปรากฏ อยู่ในเอกสารงบประมาณที่ได้นําเสนอต่อท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านแล้ว
ดิฉันและคณะรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่าการร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ที่นํามาเสนอนี้ ได้แสดงให้เห็นถึงเจตนาอันแน่วแน่ของ รัฐบาลในการใช้งบประมาณรายจ่ายเป็นเครื่องมือสําคัญ เพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วนที่สําคัญ ของชาติให้เกิดเป็นรูปธรรมและพัฒนาสังคมไทยให้เข้มแข็ง สามารถที่จะพึ่งตนเอง และแข่งขันในเวทีโลกได้ รวมทั้งเกิดความยั่งยืนในการพัฒนาประเทศบนพื้นฐานของ ความพอเพียงในระยะยาว ทั้งนี้ โดยคํานึงถึงความกินดีอยู่ดีและประโยชน์ที่จะตกอยู่กับ ประชาชนเป็นสําคัญ จึงหวังว่าท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจะได้ให้ การสนับสนุนและพิจารณารับหลักการของพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อรัฐบาลจะได้ยึดถือ เป็นหลักในการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนสืบไป ขอบคุณค่ะ
ครับ เชิญท่านผู้นําฝ่ายค้านครับ เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ
ท่านผู้นําฝ่ายค้าน ขอโทษทีครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธาน กระผม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผมขออนุญาตใช้โอกาสที่จะแจ้งต่อ ท่านประธานและที่ประชุมก่อนที่จะเริ่มการอภิปรายนะครับว่าในมาตรา ๑๙ หน้า ๒๒ และหน้า ๒๓ มีการจัดพิมพ์เรียงลําดับหน่วยงานของกระทรวงแรงงานที่คลาดเคลื่อน กระทรวงแรงงานมีหน่วยงานที่ขอรับงบประมาณทั้งสิ้น ๕ หน่วยงาน ลําดับที่กํากับหน่วยงาน กรมการจัดหางานมีการพิมพ์ลําดับซ้ํา จึงขออนุญาตแก้ไขลําดับของกรมการจัดหางาน เป็นลําดับที่ ๒ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเป็นลําดับที่ ๓ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เป็นลําดับที่ ๔ สํานักงานประกันสังคมเป็นลําดับที่ ๕ ครับ กราบขอบพระคุณครับ
ก็แก้ไขตามที่ ท่านได้นําเสนอนะครับ เชิญท่านผู้นําฝ่ายค้านครับ เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร วันนี้เรามาประชุมเพื่อพิจารณางบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ แต่ก็เป็นการพิจารณาในภาวะที่บ้านเมืองของเราไม่ปกติ ที่จริงแล้วก็ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องของงบประมาณเป็นเรื่องที่มีความสําคัญมาก เพราะว่าเรากําลังพูดถึงการใช้จ่ายเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชน แต่ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ยังคงใจจดใจจ่อกังวล และที่สําคัญที่สุดก็คือทุกข์ร้อน เดือดร้อนจากปัญหาน้ําท่วม ซึ่งทราบว่าท่านประธานก็จะนัดให้มีการประชุมร่วมของรัฐสภา ในอีก ๒ วันจากนี้ไป แต่อย่างไรก็ตามก่อนที่ผมจะได้เข้าสู่เนื้อหาสาระของงบประมาณนั้น ก็อยากจะขอถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ผ่านไปยัง คณะรัฐมนตรีว่าในช่วง ๔ วันข้างหน้าที่เราประชุมสภานั้นยังคงเป็นภาวะที่จะต้องมี การติดตามเฝ้าระวังแก้ไขปัญหาและแก้ไขความทุกข์ร้อนของประชาชนอย่างเกาะติด โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวโน้มก็คือใน ๔ วันข้างหน้ามวลน้ํานั้นก็จะกระจายเข้าสู่อีกหลายพื้นที่ ทั้งในฝั่งพระนคร ธนบุรี แม้กระทั่งในปริมณฑลอย่างสมุทรสาคร ซึ่งจะมีปัญหามากยิ่งขึ้น ในเรื่องของการสัญจรไปมา ในเรื่องของที่พี่น้องประชาชนนั้นจะได้รับบริการพื้นฐานหรือ สามารถเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีความจําเป็นต่อการประทังชีวิต เพราะฉะนั้น ผมตระหนักดีครับว่าภาระของพวกเราอยู่ในที่นี้ก็จริง แต่ขอความกรุณาว่าทางรัฐบาลก็คง ต้องทํางานเป็น ๒ เท่านะครับ ด้านหนึ่งก็คือต้องรับผิดชอบต่อสภาในเรื่องของงบประมาณ แต่อีกด้านหนึ่งก็คือต้องดูแลเกาะติดและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่กําลังจะเกิดขึ้นกับ พี่น้องประชาชนอีกจํานวนมาก ขอแสดงความเห็นใจแล้วก็เป็นกําลังใจให้กับทุกท่านที่ทํางาน เพื่อพี่น้องประชาชนครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้กล่าวว่าเรามาพิจารณางบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ในภาวะที่ไม่ปกติ โดยข้อเท็จจริงแล้วงบประมาณปีนี้จะมีความไม่ปกติทั้งในแง่ของ กระบวนการ ทั้งในแง่ของเนื้อหาสาระอยู่จาก ๓ เรื่องด้วยกัน
เรื่องแรกก็คือการเคลื่อนของปฏิทินงบประมาณ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า ปีงบประมาณของเรานั้นจะเริ่มต้นในวันที่ ๑ ตุลาคม ขณะนี้เราอยู่ในเดือนพฤศจิกายน แล้วนะครับ แล้วก็ตามปฏิทินที่รัฐบาลได้กําหนดเอาไว้ก็คือกฎหมายงบประมาณนั้น จะประกาศใช้ได้จะเป็นประมาณสิ้นเดือนมกราคม ซึ่งกระบวนการนี้ก็ถือว่าเป็นการบีบ การพิจารณาของคณะกรรมาธิการของสภาลงมาอยู่ที่ประมาณ ๔๕ วัน ก็ขอกราบเรียน ท่านประธานว่าพวกเราที่อยู่ในฝ่ายค้านนั้นก็ประสงค์ที่จะเห็นกฎหมายงบประมาณออกมา บังคับใช้ได้โดยเร็ว เพราะว่านอกเหนือจากเรื่องของความเดือดร้อนเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นแล้ว เราก็ไม่ประสงค์ที่จะเห็นกระบวนการของการพัฒนาประเทศต้องหยุดชะงัก แต่อย่างไรก็ตาม ก็ขอให้รัฐบาลได้เข้าใจถึงภาระหน้าที่ของเพื่อนสมาชิก ความจริงไม่ได้จํากัดเฉพาะฝ่ายค้าน ในการที่จะต้องติดตามตรวจสอบ และเมื่อจําเป็นก็ขอให้รัฐบาลนั้นได้เปิดใจกว้างในการที่ จะปรับเปลี่ยนงบประมาณตามความเหมาะสม ซึ่งกระผมก็จะได้มีข้อเสนอแนะจาก การอภิปรายในวันนี้เป็นเบื้องต้นด้วย นอกจากนั้นผมก็หวังว่าการอภิปรายใน ๒ วันที่เราจะ ดําเนินการกันต่อไปนี้จะเป็นไปในบรรยากาศที่ดี เพราะผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนไม่ต้องการ ที่จะเห็นนักการเมืองทะเลาะกันในภาวะที่บ้านเมืองเป็นอย่างนี้ และเราก็ต้องการที่จะให้ การพิจารณานั้นว่ากันด้วยเหตุด้วยผลแล้วก็เอาข้อเท็จจริงเอาเหตุผลต่าง ๆ นั้นมาแสดง ซึ่งในบางเรื่องก็ต้องขอกราบเรียนท่านประธานว่า แม้ว่าที่ผ่านมาพวกกระผมจะพยายาม หลีกเลี่ยงไม่ทําให้บรรยากาศเสียโดยการหลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์การทํางานของรัฐบาล โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของน้ําท่วมนั้น แต่วันนี้และวันพรุ่งนี้ก็คงมีความจําเป็น ที่เพื่อนสมาชิกจะต้องพูดจาบางสิ่งบางอย่างตรงไปตรงมาเหมือนกัน เพราะอย่างน้อยที่สุด วันนี้รัฐบาลกําลังจะขอเงินไปจากประชาชนถึง ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็นอย่างน้อยในการที่ จะเข้ามาดูแลแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้นจากปัญหาน้ําท่วม
ท่านประธานที่เคารพครับ ปัจจัยที่ ๒ ที่ทําให้การจัดทํางบประมาณนั้นต้อง ถือว่าอยู่ในภาวะเศรษฐกิจซึ่งไม่ปกติ ก็คือเรื่องของวิกฤติเศรษฐกิจโลกซึ่งยังไม่ได้ผ่านพ้นไป ซึ่งตรงนี้ในคําแถลงของท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ในเอกสารของงบประมาณก็ได้ยอมรับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เฉพาะที่เกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติที่ญี่ปุ่นในช่วงไตรมาสแรก ไตรมาสที่ ๒ ข อ ง ปี นี้ แต่ว่าปัญหาที่ยังค้างคามาจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะในตลาดสําคัญ ๆ เช่น สหภาพยุโรป ซึ่งจนถึงวันนี้ต้องยอมรับว่ายังมีความไม่แน่นอนสูงมากก็ย่อมที่จะส่งผลกระทบ ต่อการค้าขาย การค้าระหว่างประเทศ รายได้ของประเทศไทย เศรษฐกิจไทยซึ่งเป็นเศรษฐกิจ ที่เปิดก็ย่อมจะส่งผลต่อเรื่องของอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ รวมไปจนถึงมีปัจจัย ที่เกี่ยวข้องกับภาวะเงินเฟ้อจากเรื่องของราคาน้ํามันด้วย
แล้วก็แน่นอนที่สุดครับ ปัจจัยที่ ๓ ที่ทําให้การจัดทํางบประมาณปีนี้ต้องถือว่า ไม่ปกติก็คือผลกระทบที่เกิดขึ้นจากน้ําท่วมครั้งใหญ่ที่พวกเราทุกคนกําลังประสบอยู่ในขณะนี้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากน้ําท่วมนั้นคงไม่ได้วัดเฉพาะจากในแง่ของชีวิต ทรัพย์สินที่สูญเสีย ไปแล้ว แต่ผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจและสังคมซึ่งจะขยายวงกว้างต่อไป ซึ่งตรงนี้ก็ทําให้ การจัดทํางบประมาณนั้นก็ต้องมีความซับซ้อนแล้วก็มีความยากลําบากมากขึ้น
อย่างไรก็ตามสิ่งที่กระผมต้องขอกราบเรียนก็คือว่า ฐานะของประเทศในการ ที่จะเผชิญกับวิกฤติครั้งนี้ ผมถือว่าเราเริ่มต้นจากฐานที่ดีพอสมควร การบริหารเศรษฐกิจ ในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมาทําให้ขณะนี้มีปัจจัยหลายปัจจัยที่ช่วยทําให้เราสามารถผ่านวิกฤติครั้งนี้ ไปได้ถ้ามีการบริหารจัดการที่ดี เช่น ตามที่เอกสารงบประมาณได้ระบุเอาไว้ว่าเราก็ได้สะสม ทุนสํารองระหว่างประเทศอยู่ในระดับที่สูง เงินคงคลังก็อยู่ในระดับที่สูง หนี้ต่างประเทศก็อยู่ ในระดับที่ต่ํา แล้วเราก็ยังอยู่ในภาวะของการเกินดุลการค้าดุลบัญชีเดินสะพัด ซึ่งก็จะเป็น แรงส่งที่จะช่วยให้เศรษฐกิจสามารถที่จะฟันฝ่าวิกฤติครั้งนี้ไปได้ แต่สิ่งที่กระผมอยากจะขอ กราบเรียนท่านประธานตั้งแต่ต้นก็คือว่า การจัดทํางบประมาณที่รัฐบาลกําลังนําเสนอต่อ สภาในขณะนี้ซึ่งว่าที่จริงแล้วก็เป็นคล้าย ๆ กับโครงสร้างที่รัฐบาลชุดที่แล้วเตรียมไว้ เพียงแต่ได้มีการตัดสินใจที่จะเพิ่มการขาดดุลงบประมาณจาก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็น ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็มีการตัดทอนงบประมาณจากกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ เพื่อให้ได้เงินจํานวนหนึ่งก็คือประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทมาสํารองเอาไว้ หรือมาจัดสรร เอาไว้ในการที่จะดูแลแก้ไขปัญหาน้ําท่วม ซึ่งรัฐบาลก็ระบุว่าเงินยอดนี้จะครอบคลุม ทั้งในเรื่องของการชดเชย การเยียวยา การฟื้นฟู ไปจนถึงการที่จะลงทุนในโครงการ ในอนาคตที่จะมีการป้องกันในเรื่องของน้ําท่วม แต่สิ่งที่กระผมจะอภิปรายต่อไปนี้ก็คือว่า กระผมมีความเห็นและมีข้อสังเกตว่า งบประมาณที่ได้จัดสรรและเสนอต่อสภาในขณะนี้ ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์และไม่สอดคล้องกับปัญหาที่ประเทศจะต้องเผชิญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อสังเกตของกระผม ๔ ข้อ ก็คือ
ประการแรก สมมุติฐานการจัดทํางบประมาณของรัฐบาลในครั้งนี้ ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ความเป็นจริงทางเศรษฐกิจ
ประการที่ ๒ งบประมาณที่ได้นําเสนอต่อสภาในครั้งนี้รวมไปจนถึง การดําเนินการของรัฐบาลจนถึงวันนี้ยังขาดความชัดเจนในแง่ของการบริหารจัดการทางด้าน เศรษฐกิจไปจนถึงทางด้านการเงินการคลัง หรือการพัฒนาในระยะกลางหลังจากที่เรา ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไป
ประการที่ ๓ รัฐบาลยังไม่ได้มีการทบทวนจัดลําดับความสําคัญกันเสียใหม่ ในภาวะซึ่งประเทศและเศรษฐกิจต้องประสบกับความเสียหายใหญ่หลวงขนาดนี้ โดยยังมีการจัดสรรงบประมาณในแบบเดิม ๆ ซึ่งก็จะทําให้เกิดภาระในช่วง ๑-๒ ปีงบประมาณข้างหน้า และถ้าหากไม่ระมัดระวังก็จะไม่เป็นไปตามนโยบายงบประมาณ ที่รัฐบาลเพิ่งแถลงไปเมื่อสักครู่ว่าได้คํานึงถึงเรื่องของความยั่งยืนทางด้านการคลัง
ประการสุดท้าย ข้อสังเกตที่สําคัญที่สุดก็คือ เงินงบประมาณที่รัฐบาล ได้จัดสรรไว้ในเรื่องของน้ําท่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จัดไว้ใน งบกลางนั้นจะทําให้เกิดปัญหาในเรื่องของความโปร่งใส และในเรื่องของประสิทธิภาพ ในการใช้จ่ายเงินในการที่จะดูแลแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอเริ่มต้นจากข้อสังเกตแรก รัฐบาลนี้เข้ามา บริหารประเทศ ความจริงแล้วก็คืออย่างที่ผมกราบเรียนว่าตามปฏิทินงบประมาณก็คือ ต้องเร่งเสนองบประมาณต่อสภาให้เร็วที่สุด รัฐบาลที่แล้วก็เตรียมเอาไว้แล้วครับ ก็คือเตรียมเอาไว้โดยมีการประมาณการรายรับเอาไว้ที่ ๑.๙ ล้านล้านบาท แล้วก็ตั้งใจที่จะ ขาดดุลงบประมาณอยู่ที่ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า เราจะเริ่มลดการขาดดุลทั้งในแง่ของจํานวนตัวเลข เงินงบประมาณ และทั้งในแง่ของการที่ จะคิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้ประชาชาติ นอกจากนั้นสิ่งที่เราได้มีการเตรียมการเอาไว้ก็คือว่า งบประมาณนี้ก็จะเริ่มปรับประเทศเข้าสู่ความสมดุลหลังจากที่เราได้ผ่านวิกฤติทางการเงิน ของโลก ซึ่งถือว่ารุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งมาในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมา แต่ว่าหลังจากที่รัฐบาลนี้ เข้ามาบริหารประเทศความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเรื่องของน้ําท่วมได้ทําให้ทุกฝ่ายต้องมี การทบทวนในเรื่องของสมมุติฐานทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจครึ่งปีแรกขยายตัวร้อยละ ๒.๙ เดิมนั้นก็หวังกันว่าในไตรมาสที่ ๓ ในไตรมาสที่ ๔ เศรษฐกิจจะเริ่มขยายตัวได้รวดเร็วมากขึ้น ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่าอุตสาหกรรมอย่างเช่นอุตสาหกรรมยานยนต์ซึ่งได้รับผลกระทบ จากวิกฤติที่เกิดขึ้นที่ญี่ปุ่นมีปัญหาในเรื่องของชิ้นส่วน มีปัญหาในเรื่องของห่วงโซ่อุปทาน ก็มีการลดกําลังการผลิตในช่วงไตรมาสที่ ๒ อาจจะต่อเนื่องมาจนถึงไตรมาสที่ ๓ แล้วก็ตั้งใจ เอาไว้ว่าจะสามารถทํายอดให้กลับไปเป็นไปตามเป้าได้ในช่วงปลายปี แต่วันนี้ต้องยอมรับ ความจริงครับว่าเป็นไปไม่ได้แล้ว มิหนําซ้ําสถานการณ์ความเสียหายกลับรุนแรงมากขึ้น ไปอีก จากปัญหาที่เกิดขึ้นความจริงไม่ใช่เฉพาะ ๗ นิคมอุตสาหกรรมหรอกครับ แต่ธุรกิจ อุตสาหกรรมในหลายต่อหลายจังหวัดที่อยู่นอกนิคมอุตสาหกรรมก็เป็นตัวป้อนในเรื่องของ ชิ้นส่วนอะไหล่หรือวัตถุดิบที่จะเข้ามาสู่กระบวนการการผลิตของประเทศ อย่างน้อยที่สุด ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้ปรับลดประมาณการในเรื่องของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ลงมาแล้ว จากเดิมซึ่งคิดว่าจะขยายตัวร้อยละ ๔ ร้อยละ ๔.๕ วันนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย ตัวเลขที่ประกาศเมื่อกลางเดือนที่แล้วก็คือเศรษฐกิจจะขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ ๒.๖ สิ่งที่ผม สงสัยก็คือท่านประธานครับ สมมุติฐานของการจัดทํางบประมาณของรัฐบาลที่เสนอต่อสภา ในวันนี้ไม่ได้ใช้ตัวเลขล่าสุด ยังคงอยู่กับตัวเลขร้อยละ ๓.๕ อยู่กับตัวเลขร้อยละ ๔
ข้อสังเกตแรก ก็คือว่าท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี หรือท่านรองนายก มีความมั่นใจอย่างไร ทั้ง ๆ ที่หน่วยงานอย่างธนาคารแห่งประเทศไทยได้ปรับลดตัวเลข การขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้และต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้าแล้ว แต่ยังใช้ตัวเลขเดิมซึ่งเป็น ตัวเลขสูงกว่าเป็นสมมุติฐานในการจัดทํางบประมาณ สิ่งที่ตามมาชัดเจนก็คือว่าประมาณการ รายรับของรัฐบาลซึ่งผูกติดอยู่กับการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะต้องได้รับผลกระทบ ที่พวกเรา แปลกใจกันในวันนี้ก็คือว่าในขณะที่รัฐบาลที่แล้วในภาวะที่เศรษฐกิจยังปกติอยู่ คิดว่ารายรับ จะอยู่ที่ประมาณ ๑.๙ ล้านล้านบาท จริงอยู่การจัดเก็บรายได้จากเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา อาจจะเกินเป้า แต่เราก็ได้คํานึงถึงจุดนั้นแล้ว วันนี้รัฐบาลเข้ามามีความเสียหายเกิดขึ้นกับ เศรษฐกิจ หน่วยงานหลายหน่วยงานปรับลดประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลกลับเพิ่มประมาณการรายรับไปอีก ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท นอกจากนั้นก็ยังตัดสินใจ ที่จะเพิ่มการขาดดุลงบประมาณ นั่นหมายถึงการกู้เงินเพิ่มจากที่เคยมีการวางแผนเอาไว้ จาก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็น ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เสร็จสรรพก็คือเอาอีก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปบวกกับ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือ ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่เป็นตัวเลข ที่เพิ่มขึ้นมา กระผมคิดว่าตัวเลขตรงนี้อันตรายครับ อันตรายก็เพราะว่ามันไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง เพราะนอกจากปัญหาในเรื่องของ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเรื่องของน้ําท่วมแล้ว ยังมีนโยบายรัฐบาลที่จะมีปัญหากับ เรื่องประมาณการรายรับของท่านอีก ท่านบอกว่ามาปรับเพิ่มประมาณการรายรับขึ้นไป ๘๐,๐๐๐ แต่ข้อเท็จจริงก็คือนโยบายที่ท่านประกาศไปแล้วว่าจะลดภาษีเงินได้นิติบุคคล ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ตรงนี้ทําให้ท่านสูญเสียรายได้ในปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ อีกประมาณ ๕๕,๐๐๐ ล้านบาท นี่เป็นตัวเลขที่ทางกระทรวงการคลังยืนยันกับพวกเรา นอกจากนั้นยังมี การบริหารจัดการในเรื่องของน้ํามันครับ ที่ภาษีสรรพสามิต มีการยกเว้นต่อเนื่องมาจาก รัฐบาลที่แล้วจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม แต่รัฐบาลมั่นใจหรือครับว่าพอเริ่มต้นปีใหม่ เดือนมกราคม รัฐบาลจะไม่เปลี่ยนนโยบาย คือถ้าเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในขณะนี้ เดือนมกราคมท่านต้องกลับมาเก็บภาษีสรรพสามิตน้ํามันขึ้นมาอีก จากขณะนี้ไม่กี่สตางค์ เป็น ๓ บาท ๕ บาท ถ้าท่านไม่จัดเก็บนั่นก็หมายถึงการสูญเสียรายได้มหาศาลนะครับ ในอีก ๙ เดือนของปีงบประมาณนี้ นี่ยังไม่รวมถึงการที่ท่านใช้เงินกองทุนน้ํามันเข้าไป สนับสนุนในเรื่องของการที่จะตรึงราคาน้ํามัน ซึ่งก็ได้มีการกู้เงินไปแล้ว ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ถ้ายังทําอย่างนี้ต่อไป แต่ละเดือน ๆ ก็จะมีภาระอีกหลายพันล้านบาท ซึ่งรัฐบาล ก็ยังไม่เคยมีคําตอบที่ชัดเจนว่าสุดท้ายหนี้ของกองทุนน้ํามันที่สร้างขึ้นมาท่านจะใช้ ด้วยวิธีการใด ท่านจะใช้หนี้นี้ด้วยวิธีการใด ในที่สุดคือไปขึ้นราคาน้ํามันเพื่อที่จะเก็บเงิน จากผู้ใช้น้ํามันหรือในที่สุดก็คือต้องเอาเงินงบประมาณคือเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชน เองนั่นแหละ กลับไปคืนให้กับกองทุนน้ํามัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมกราบเรียนก็คือว่า โดยสภาพข้อเท็จจริงของภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้ โดยนโยบายของรัฐบาลเองทั้งในเรื่องของ ภาษีเงินได้นิติบุคคลทั้งในเรื่องของภาษีสรรพสามิตน้ํามัน ทั้งในเรื่องของกองทุนน้ํามัน ทําให้ ตัวเลขที่นําเสนอต่อสภาในวันนี้ไม่น่าที่จะสอดคล้องกับความเป็นจริง นั่นหมายความว่า ในทางปฏิบัติ การขาดดุลงบประมาณจะต้องมากกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งตรงนี้ละครับ ก็จะมีผลกระทบต่อเนื่องไปสู่ประเด็นที่ว่าเรามียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนหรือยังว่าจะนําเรื่องของ ปัญหาการขาดดุลงบประมาณ และความยั่งยืนทางการคลังมาดูแลแก้ไขวางแผนกัน อย่างเป็นระบบในช่วงระยะเวลาอีกหลายปีข้างหน้าจากนี้ไป ที่สําคัญที่สุดก็คือว่า ถ้าหากว่า ประมาณการรายรับที่เสนอไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ถึงเวลาที่รัฐบาลที่จะต้องเผชิญกับ ที่ขาดเงิน สิ่งที่พวกเรากลัวที่สุดครับก็คือสุดท้ายหน่วยงานที่จัดเก็บภาษีอากรจะต้องไป หาทางไล่บี้จัดเก็บภาษีจากพี่น้องประชาชน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จะโดนเป็นประจําก็คือ ธุรกิจขนาดกลาง ธุรกิจขนาดเล็ก พี่น้องประชาชนและธุรกิจนั้นเดือดร้อนหนักหนาสาหัส จากการที่ประสบกับภัยน้ําท่วมอยู่แล้ว แต่ถ้าหากว่าในช่วงกลางหรือปลายปีงบประมาณนี้ เพราะรัฐบาลประมาณการรายรับไว้ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงไปพยายามไล่เก็บภาษี จากเขาอีก นั่นจะเป็นการซ้ําเติมซึ่งผมเห็นว่าจะเป็นการสร้างความเดือดร้อนต่อ พี่น้องประชาชนจํานวนมาก อันนี้เป็นข้อสังเกตแรก แล้วก็อยากจะได้คําตอบว่าเหตุไฉน รัฐบาลจึงมีความมั่นใจไม่ใช้ตัวเลขการประมาณการ การขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างเช่น ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยใช้อยู่ เหตุใดรัฐบาลจึงสามารถที่จะเพิ่มประมาณการรายรับ จากที่รัฐบาลที่แล้วประมาณการไว้ทั้ง ๆ ที่เศรษฐกิจทรุดลง พร้อม ๆ กับการที่มีนโยบาย หลายนโยบายของรัฐบาลเองที่จะเป็นการลดรายรับของตัวเอง และผมเชื่อด้วยนะครับว่า จากวันนี้ไปในช่วงปีงบประมาณรัฐบาลก็จะมีมาตรการยกเว้นภาษี ยกเว้นอากร เพื่อช่วยเหลือ ภาคธุรกิจอีกหลายมาตรการที่จะต้องออกมา เพื่อที่จะฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมและภาคเอกชน ดังนั้นตรงนี้จึงเป็นเครื่องหมายคําถามใหญ่ว่ารัฐบาลจะสามารถจัดเก็บรายได้ และสามารถ ทําให้งบประมาณขาดดุลตามที่เสนอมาต่อสภาในวันนี้ได้จริงหรือไม่
ข้อสังเกตข้อที่ ๒ ท่านประธานครับ ก็คือในภาวะซึ่งมีการขาดดุลอย่างที่ กระผมกราบเรียนว่าอาจจะมากกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทอยู่แล้วนั้น สิ่งที่หลายท่านอาจจะ ยังไม่ทราบก็คือภาระงบประมาณที่เกิดขึ้นจากนโยบายของรัฐบาลอีกหลายเรื่องยังไม่ได้ อยู่ในงบประมาณฉบับนี้ แต่จะไปปรากฏในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ นั่นหมายความว่า โดยข้อเท็จจริงแล้วถ้ารัฐบาลยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ยังไม่มีการทบทวนนโยบายต่าง ๆ ภาระการขาดดุลงบประมาณและฐานะทางการคลังนั้นจะต้องทรุดลงไปอีก ต่อเนื่องไปจนถึง ปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ผมจะยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นนะครับ งบประมาณที่เกี่ยวข้อง กับโครงการจํานําข้าว ที่ปรากฏอยู่ในงบประมาณฉบับนี้ที่มาขอจากพวกกระผม จะเป็นเงิน ค่าบริหารจัดการตีเสียว่าประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เหลือคือใช้หนี้เก่า แต่การขาดทุน ที่จะเกิดขึ้นจากการจํานําข้าวทั้งหมดยังไม่ได้อยู่ในงบประมาณฉบับนี้ ยังไม่รวมอยู่ใน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะขาดดุลเลยครับ แล้วถ้าเราตีตัวเลขคร่าว ๆ นะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีแถลงว่าจะจํานําข้าว ๒๕ ล้านตัน ถ้าตีคร่าว ๆ ราคาที่จะจํานํากับราคา ที่เป็นราคาตลาดในขณะนี้จะขาดทุนอยู่ประมาณตันละ ๕,๐๐๐ บาท คูณ ๒๕ ล้านบาท เข้าไปครับ เรากําลังพูดถึงเงินอีกเป็นหลักแสนล้านบาทที่ต้องไปปรากฏเป็นรายการอยู่ใน งบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ผมมาดูนโยบายรถยนต์คันแรกของรัฐบาล รัฐบาลประกาศจะต้องใช้ เงินในโครงการนี้ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ปรากฏอยู่ในงบประมาณฉบับนี้ ๑๐๐ ล้านบาท คือเฉพาะค่าบริหารโครงการ แต่เงินอีก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนั่นคือภาระที่ท่านสร้างไว้ ล่วงหน้าสําหรับปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ผมไม่เห็นรายการเรื่องบ้านหลังแรกในงบประมาณ ฉบับนี้ แต่สันนิษฐานว่าท่านก็ยังเดินหน้าโครงการแล้วก็จะต้องมีภาระบางอย่างปรากฏอยู่ใน งบประมาณ ปี ๒๕๕๖ เช่นเดียวกัน ผมดูนโยบายที่ท่านประกาศเอาไว้ว่าจะทําให้เงินเดือน ข้าราชการขั้นต่ําอยู่ที่ ๑๕,๐๐๐ บาท งบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ที่ท่านเสนอขณะนี้ไม่มีรายการ การปรับบัญชีเงินเดือนข้าราชการ มีเฉพาะมาตรการที่ท่านต้องถือว่าเป็นมาตรการชั่วคราว เปลี่ยนผ่าน คือบอกว่าจะเริ่มต้นจากการทําเงินเพิ่ม ซึ่งเป็นเรื่องของการช่วยเหลือ ค่าครองชีพให้แก่ข้าราชการ แต่ไม่ใช่เงินเดือนนะครับ ซึ่งตรงนี้ใช้เงินประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทที่ปรากฏอยู่ในรายการของงบประมาณฉบับนี้ ที่จริงน้อยกว่าที่รัฐบาล ที่แล้วใช้ในการปรับขึ้นเงินเดือนให้กับข้าราชการทุกคน ถ้ารัฐบาลยังยืนยันและผมเห็นว่า รัฐบาลต้องทํานะครับ และยืนยันว่าเงินเดือนข้าราชการขั้นต่ําอยู่ที่ ๑๕,๐๐๐ บาทสําหรับ ปริญญาตรี นั่นหมายความว่าเงินงบประมาณที่จะต้องไปเป็นภาระของปีงบประมาณ ๒๕๕๖ เป็นต้นไปก็จะต้องเพิ่มขึ้นอีกมหาศาลเช่นเดียวกัน ตรงนี้แหละครับที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าเราขาดยุทธศาสตร์หรือความชัดเจนในการวางแผนล่วงหน้า และที่สําคัญ ก็คือว่าในการขาดดุล ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครั้งนี้มีเงินที่มาเกี่ยวกับเรื่องน้ําท่วมอยู่ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมตีคร่าว ๆ ประมาณครึ่งหนึ่งจะเป็นเรื่องของการชดเชยเยียวยา อีกครึ่งหนึ่งก็จะเป็นเรื่องของการฟื้นฟู หรือเรื่องของการที่จะลงทุนเพิ่มเติม ซึ่งกระผมจะได้ กราบเรียนในเรื่องนี้ต่อไป แต่ประเด็นก็คือว่ามันไม่พอหรอกครับสําหรับแผนที่พวกเรา ทุกคนจะต้องช่วยกันคิดช่วยกันทําในเรื่องของการลงทุนเพื่อจัดการบริหารในเรื่องของน้ํา เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นอีก โครงการที่ปรากฏอยู่ในงบประมาณฉบับนี้ เรื่องการบริหารจัดการน้ําเป็นโครงการต่อเนื่องมาจากที่รัฐบาลที่แล้วทําไว้ทั้งสิ้น แต่โครงการใหม่ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตนี่ครับซึ่งบางทีรัฐบาลนี้พูดไปแล้วว่าจะต้องใช้เงิน ถึง ๘๐๐,๐๐๐-๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เรายังไม่มีคําตอบเลยครับว่าแหล่งเงินจะมาจากที่ไหน อย่างไร ตรงนี้คือข้อสังเกตข้อที่ ๒ ที่กระผมกราบเรียนว่าจําเป็นแล้วครับที่เราจะต้องมี ความชัดเจนในเรื่องของยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทางด้านการเงินการคลัง เพื่อรองรับ การฟื้นตัวของประเทศจากวิกฤติครั้งนี้
ก็มาสู่ข้อสังเกตข้อที่ ๓ ครับ และตรงนี้สําคัญที่สุด ก็คือในภาวะอย่างนี้ครับ ซึ่งเป็นภาวะวิกฤติรัฐบาลต้องจัดลําดับความสําคัญว่าจะเอาเงินซึ่งมีอยู่จํากัดและเป็นเงินที่ เก็บมาจากพี่น้องประชาชนในรูปของภาษีอากรนั้นมาใช้เพื่อพัฒนาหรือเพื่อช่วยเหลือใคร อย่างไร ต้องมีความชัดเจนตรงนี้ กระผมคิดว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ไม่ใช่หรอกครับ ผมดูการตัด งบประมาณ การตัดงบประมาณเพื่อที่จะหาเงินมาให้ได้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ครับ มากอง ไว้ที่งบกลาง ผมเห็นรายการหลายรายการซึ่งผมเห็นว่าไม่ควรจะต้องตัดครับ แต่ก็ถูกตัด ผมให้ความสําคัญสูงสุดนะครับว่าเวลาที่เกิดวิกฤติอะไรก็ตามเรื่องคุณภาพชีวิตคน เรื่องการวางรากฐานสําหรับอนาคตต้องไม่ตัด แต่ผมเห็น ยกตัวอย่างนะครับ กองทุนกู้ยืม เพื่อการศึกษา ท่านไปตัด ๗,๐๐๐ ล้านบาท จาก ๑๘,๐๐๐ ล้านบาทเหลือ ๑,๑๐๐ ล้านบาท โดยประมาณ ๗,๐๐๐ ล้านบาท ผมทราบนะครับว่าท่านก็อาจจะบอกว่าไม่เป็นไรกองทุนนี้ ยังมีเงินสํารองอยู่ แต่ผมคํานวณแล้วครับ ถ้าอยากจะรักษาระดับของการบริการหรือการให้ กู้ยืมแต่เด็กที่ยากจนในระดับที่เป็นอยู่ เงินสํารองก็จะหมดภายในปีหน้าครับ ใช้หมดเลยครับ เพราะงบที่ท่านจัดสรรให้ปีนี้ท่านไปตัด ๗,๐๐๐ ล้านบาทจากปีที่แล้ว นี่ตัวอย่างแรก
ตัวอย่างที่ ๒ ท่านไปตัด จริง ๆ ไม่ใช่ตัดจากปีที่แล้วนะครับ แต่ตัด งบประมาณในเรื่องของโครงการรักษาฟรีซึ่งท่านกําลังจะเก็บ ๓๐ บาทนี่ จากตัวเลข ซึ่งรัฐบาลที่แล้วได้เตรียมเอาไว้ แต่ละปีนี่ครับในโครงการนี้ สปสช. เขาก็จะทําตัวเลขขอมาว่า ค่าใช้จ่ายต่อหัวในเรื่องของการรักษาพยาบาลมันควรจะเป็นเท่าไร แล้วก็ต้องยอมรับครับว่า ทุกปีไม่มีรัฐบาลชุดไหนสามารถที่จะสนองตอบ สปสช. ได้อย่างที่ขอ คุณภาพการให้บริการ จึงถูกกระทบมาโดยตลอด แต่รัฐบาลที่แล้วพยายามอย่างมากที่สุดที่จะสนองตอบต่อคําขอ ของ สปสช. และที่เตรียมไว้ในงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ นี่ครับก็เป็นตัวเลข ซึ่งได้ตกลงกัน หลังจากที่ได้มีการประชุมกันหลายรอบ แต่วันนี้ค่าใช้จ่ายต่อหัวที่ท่านเสนอมาในงบประมาณ ฉบับนี้ท่านลดลงไปประมาณ ๑๕๐ บาทต่อหัวจากที่รัฐบาลที่แล้วเตรียมไว้ คํานวณเป็นเงิน เนื่องจากมีผู้รับบริการอยู่ประมาณ ๔๘ ล้านคน ก็จะอีกประมาณ ๗,๐๐๐ ล้านบาทที่หายไป จากบริการพื้นฐานตรงนี้
การแก้ไขปัญหาความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเมื่อเราบอก จะเอาการเมืองนําการทหาร เอาการพัฒนา เอาความยุติธรรมเข้าไปดูแล ออกกฎหมาย ศอ.บต. มา วันนี้เรื่องนี้ถูกตัดงบประมาณอีก ๓,๐๐๐ ล้านบาทจากปีที่แล้วครับ ผมเชื่อครับ ว่าจริง ๆ แล้วถ้าหากว่าเราได้พิจารณาอย่างจริงจังในเรื่องของการปรับลดงบประมาณ ตามเหตุตามผลมากกว่าที่จะบอกว่าแต่ละกระทรวงแต่ละหน่วยงานพยายามไปลดมา ร้อยละ ๑๐ เราจะสามารถจัดงบประมาณให้ได้เหมาะสมกว่านี้ครับ เพราะผมถือว่าเรื่องความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้และ เป็นปัญหาความมั่นคงใหญ่ก็ดี ปัญหาคุณภาพการให้บริการในเรื่องการรักษาพยาบาลก็ดี โอกาสของลูกหลานของเราที่จะได้เรียนต่อในมหาวิทยาลัยก็ดี ไม่ว่าจะวิกฤติเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติน้ําท่วม เราต้องไม่ให้กระทบครับ ผมจึงกราบเรียนว่าอยากจะให้รัฐบาล ใจกว้างนะครับ ถ้าคณะกรรมาธิการสามารถปรับลดงบประมาณที่ไหนได้ กรุณาเติม งบประมาณเหล่านี้คืนให้ลูกหลานของเรา คืนให้ประชาชนของเรา ไม่ว่าจะเป็นที่ไป รักษาพยาบาล หรือไม่ว่าจะเป็นที่อยู่ที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และที่สําคัญไปกว่านั้น ก็คือว่าวันนี้เราก็ยังไม่ได้ยินรัฐบาลมีการทบทวนในแง่ของนโยบายหลัก ๆ ที่กําลังจะเป็น ภาระงบประมาณที่กระผมกราบเรียนไปเมื่อสักครู่ เพื่อที่จะมาฟื้นภาวะเศรษฐกิจ และที่สําคัญกว่าภาวะเศรษฐกิจก็คือฟื้นชีวิตของคนไทยหลังน้ําท่วม แน่นอนเงินชดเชย เยียวยาซึ่งรัฐบาลนี้ก็ได้ทําต่อเนื่องจากรัฐบาลที่แล้วในเรื่องเกณฑ์นะครับ เช่น ๕,๐๐๐ บาท หรือ ๕๕ เปอร์เซ็นต์ของต้นทุนในเรื่องของการเกษตร แต่นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งนะครับ มันฟื้นชีวิตพี่น้องประชาชนให้กลับไปเหมือนเดิมจากเฉพาะเงินตรงนั้นเป็นไปไม่ได้หรอกครับ มีพี่น้องประชาชนที่สูญเสียไม่รู้กี่เท่าของเงินที่เขาจะได้รับการชดเชย แล้วก็ที่สําคัญที่สุด จากความเสียหายที่ขยายไปในวงกว้าง เพราะว่าที่ผ่านมาน้ําท่วมมากี่ครั้ง จะท่วมใหญ่ กี่จังหวัดก็ตามก็ยังไม่กระทบเท่ากับกระบวนการการผลิตในทางเศรษฐกิจเท่ากับครั้งนี้ จะมีคนตกงานมากมายครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ยุทธศาสตร์ของการจัดสรรงบประมาณ ต้องมุ่งไปที่การฟื้นฟูชีวิตของคนเสียก่อน ให้คนยังมีงานทํา ให้คนยังสามารถมีรายได้ พอที่จะประทังชีวิตได้ ควบคู่ไปกับการที่จะต้องไปช่วยภาคธุรกิจในการที่จะฟื้นฟูหรือไป สร้างความเชื่อมั่นในเรื่องของการลงทุน ผมคิดว่ารัฐบาลน่าจะทบทวนบางเรื่อง บางเรื่อง ผมไม่ให้ทบทวนนะครับ ผมเห็นด้วย ค่าแรง ๓๐๐ บาทว่าไปเลย เงินเดือนปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท ทําเถอะครับ เพื่อที่จะรักษากําลังซื้อ เพื่อที่จะรักษาความเป็นอยู่ของ ประชาชน แต่ผมถามตัวอย่างนะครับว่า ท่านยังคิดว่าเราควรจะใช้เงินถึง ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท สนับสนุนคนประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คนให้ซื้อรถยนต์คันแรกหรือครับ ผมคิดง่าย ๆ นะครับ เงิน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปจ้างงานคนสัก ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนดีไหมครับ เพื่อรองรับ การว่างงานที่กําลังจะเกิดขึ้น ให้ค่าแรง ๓๐๐ บาทด้วย จ้างได้ ๓ เดือนครับ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน ตัดสินใจได้ไหมครับว่าเอาเงินไปทําอย่างนี้ดีกว่าที่จะยังยืนนโยบายรถคันแรกให้คน เพียงกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่ง ท่านตัดสินใจลดภาษีเงินได้นิติบุคคล ความจริงเรื่องนี้เดิมท่าน ผูกไว้กับเรื่องค่าแรง ๓๐๐ บาท วันนี้ท่านชัดเจนแล้ว ๑ มกราคม ท่านให้ในส่วนของ ภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่ ๓๐๐ บาทยังไม่ชัดเจนนะครับ แต่การลดภาษีเงินได้นิติบุคคล ในขณะนี้ผมไม่แน่ใจว่ากลุ่มที่จะได้ประโยชน์จริง ๆ มันจะตรงกับความต้องการของประเทศ และของเศรษฐกิจในขณะนี้หรือไม่ เพราะกลุ่มใหญ่ ๆ ที่จะได้ประโยชน์นะครับ กลุ่มพลังงาน กลุ่มโทรคมนาคม กลุ่มธนาคาร แล้วก็กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ๔ กลุ่มนี้เป็นผู้จ่ายภาษีเงินได้ นิติบุคคลรายใหญ่ให้กับรัฐบาล แต่ธุรกิจอีกจํานวนมากผมไม่แน่ใจด้วยซ้ําครับว่าจะสามารถ ประกอบการเลยครับ อย่าว่าแต่ว่ามีกําไรที่จะจ่ายเงินภาษีตัวนี้ และเมื่อตัวเลขมันออกมาว่า จากนโยบายนี้จะต้องทําให้รัฐบาลสูญเสียรายได้ไปประมาณ ๕๕,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่า ถ้ามีเงินสัก ๕๕,๐๐๐ ล้านบาทเอามาช่วยทําโครงการเพื่อจ้างงานประชาชนก็น่าจะดีกว่า หรือถ้าอยากจะใช้วิธีการในการที่จะยกเว้นภาษีหรือลดภาระภาษีให้กับผู้ประกอบการนี่ครับ แทนที่จะเป็นการไปลดอัตราภาษีเป็นการทั่วไป ทําเป็นโครงการเลยครับว่าจะลดหรือให้ สิทธิประโยชน์ทางภาษีกับธุรกิจที่ไม่เลิกจ้าง หรือธุรกิจที่มีความชัดเจนว่าได้รับผลกระทบ จากน้ําท่วมเสียหายไป ให้มันตรงเป้าครับ วันนี้เราไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะใช้เงินอย่างไรก็ได้แล้ว ทําไมไม่ทบทวนนโยบายเหล่านี้เพื่อที่จะมาฟื้นฟูประเทศ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนให้มันตรงจุด แท็บเล็ตคอมพิวเตอร์เร่งด่วนแค่ไหนครับ ตั้งไว้ ๑,๙๐๐ ล้านบาท อาจจะบอกเงินไม่เยอะครับ แต่เงิน ๑,๙๐๐ ล้านบาทจะมีความหมายมากนะครับสําหรับ พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จําเป็นแค่ไหนครับที่เรายังต้องไปส่งเสริมคนที่จะซื้อบ้าน หลังแรกราคา ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ในภาวะที่คน จํานวนมากไม่มีเงินซ่อมแซมบ้านที่เสียหายจากน้ําท่วม หรือรถยนต์ที่จมไปกับน้ํานี่ครับ ผมว่าวันนี้น่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่รัฐบาลจะได้ทบทวนนโยบายต่าง ๆ เหล่านี้ครับ เพื่อให้ การใช้จ่ายเงินงบประมาณนั้นสามารถที่จะไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและนําไปสู่ การฟื้นฟูประเทศได้อย่างแท้จริง
ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อสังเกตข้อสุดท้ายของกระผม ก็คือในส่วนของ งบประมาณที่เกี่ยวกับน้ําท่วมเองนี่ครับ ท่านใช้วิธีในการนําเงินไปกองรวมไว้ที่งบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ความจริงงบกลางที่เป็นเงินสํารองฉุกเฉินปีนี้ก็ได้เพิ่มขึ้นจาก ๔๗,๖๐๐ ล้านบาท เป็น ๖๖,๐๐๐ ล้านบาทด้วยนะครับ เรื่องงบกลางนั้นความจริง ก็เป็นเรื่องซึ่งวิพากษ์วิจารณ์กันมาตลอด ผมมีโอกาสไปทํางานผมก็ทราบครับว่างบกลาง จําเป็นแต่ช่วงที่ผมทํางานผมก็ถือหลักการมาโดยตลอดว่างบประมาณที่เป็นงบกลางนี่เป็นงบ ที่ตรวจสอบได้ยาก และไม่มีการตรวจสอบล่วงหน้าโดยผู้แทนของประชาชนก็คือรัฐสภา ที่จริงถ้าท่านไปอ่านรัฐธรรมนูญก็จะเขียนชัดเจนว่าการที่จะกําหนดงบกลางนี่มันต้อง มีเหตุผลความจําเป็นจริง ๆ ว่าไม่สามารถกําหนดเป็นรายการที่จะตั้งไว้ให้กับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจตามปกติได้ จึงจะอนุญาตให้ตั้งเป็นงบกลาง ถ้าท่านประธานจําได้นะครับ เกิดน้ําท่วมใหญ่รอบที่แล้วนี่ ช่วงที่จะต้องฟื้นฟูกันรัฐบาลที่แล้วขอเงินงบประมาณประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทครับไปทํางาน แต่ไม่ได้ตั้งไว้เป็นงบกลาง ให้มีการสํารวจถึงขั้นที่ว่า โครงการน้อยกว่า ๑๐ ล้านบาท ซึ่งปกติจะไม่มีรายละเอียดให้สํารวจและถ่ายรูปมาเลยครับ ว่าถนนเส้นไหน โรงเรียนที่ไหน สถานีอนามัย โรงพยาบาลที่ไหนเสียหาย จําเป็นต้องมาขอ งบประมาณ แล้วก็ให้สภาตรวจสอบ จําได้กรรมาธิการยังเคยตรวจสอบพบว่ามีความผิดพลาด ไม่ตรงข้อเท็จจริง ก็มีการปรับมีการตรวจสอบกันได้ แต่วันนี้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่มีรายการ ไม่มีรายละเอียด โดยที่รัฐบาลระบุเอาไว้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ครอบคลุม ทั้งเรื่องการชดเชย เยียวยา ฟื้นฟู ป้องกัน ผมก็คิดว่าความจริงรัฐบาลน่าจะต้องมี ความชัดเจนระดับหนึ่งแล้วละครับว่าเงินก้อนนี้จะใช้ทําอะไรบ้าง บางเรื่องไม่ยากนี่ครับ การชดเชยพี่น้องประชาชน ๕,๐๐๐ บาท หรือถ้าท่านนายกรัฐมนตรีที่ไปพูดที่นครสวรรค์ เอาไว้ว่า จะมีรายการ ๓๐,๐๐๐ บาทด้วย ขณะนี้กี่ครัวเรือนก็มีตัวเลขที่ผมถือว่าน่าจะชัดเจนพอสมควร ก็กําหนดเป็นรายการได้เลยครับ ว่าเงินชดเชยเรื่องที่อยู่อาศัย เรื่องความเป็นอยู่ จะ ๕,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาท กี่ครัวเรือน เงินเท่าไร ก็คือก้อนนี้ พืชผลทางการเกษตรวันนี้ท่านต้องทราบแล้วละครับว่า เสียหายทั้งหมดกี่ไร่ก็คูณตามหลักเกณฑ์ไป ๒,๒๒๒ บาท ผมคํานวณคร่าว ๆ ๒ ส่วนนี้ ออกมาประมาณ ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้ไม่มีใครว่าท่านละครับ เป็นหลักเกณฑ์ ซึ่งรัฐบาลที่แล้วคิดไว้เอง ขอให้รีบจ่าย ให้เงินนี้ตกไปถึงมือพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด เพื่อที่จะรักษาการทั้งชีวิตของพี่น้องประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่เป็นปกติให้มากที่สุด แล้วก็จะเป็นตัวที่จะช่วยพยุงประคองเศรษฐกิจไปในยามซึ่งภาคการผลิต หรือภาคธุรกิจ ภาคเศรษฐกิจอาจจะยังไม่ฟื้นตัว แต่หักจาก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท หักไปประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ครับ อีก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านจะทําอะไรครับ ยังไม่มีรายละเอียด แล้วที่สําคัญก็คือว่า ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องใช้จ่ายในลักษณะของเงินงบกลาง ไม่สามารถ ที่จะไปทําโครงการ ๒ ปี ๓ ปี ซึ่งผมเชื่อว่าจะมีความจําเป็นนะครับในหลายกรณี โครงการทําไม่เสร็จหรอกครับภายในปีงบประมาณนี้ มันจะผิดหลักงบประมาณครับว่า งบกลางเอามาใช้ไป ๑ ปี ๒ ปี ๓ ปี เพราะงบกลางคืองบที่ต้องจ่ายขาดแล้วก็จบอยู่ใน ปีงบประมาณ เมื่อวานนี้เราพยายามสอบถามเจ้าหน้าที่เหมือนกันครับ ก็ยังตอบไม่ตรงกันนะครับ บางคนบอกว่าถ้าสมมุติจะไปทําโครงการฟื้นฟู สมมุติว่า ๑๐๐ ล้านบาท แต่มันเกิด ต้องข้ามปีไป เขาบอกถ้าปีนี้ทําได้ ๕๐ ล้านบาท อาจจะต้องไปตั้งเป็นรายการต่างหากปีหน้า อีก ๕๐ ล้านบาท เพราะไม่แน่ใจว่ามันจะผูกพันไปได้หรือเปล่า ผมถามท่านประธานนะครับ ว่ารัฐบาลระบุซึ่งเราบีบการพิจารณาของสภาแล้วนะครับ งบประมาณประกาศใช้ปลายเดือน มกราคม มีเวลาอย่างเก่ง ๗-๘ เดือน ท่านจะใช้เงิน ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ได้อย่าง มีประสิทธิภาพและโปร่งใสหรือครับ จะมีเพื่อนสมาชิกได้ชี้ให้เห็นนะครับว่าเฉพาะในช่วง น้ําท่วมฉุกละหุกที่ผ่านมาการจัดการเกี่ยวกับเรื่องของเงินทองสิ่งของบริจาคใน ศปภ. เอง ก็ยังมีปัญหาข้อครหาอยู่เยอะ แล้วเงินภาษีอากร ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท หรืออาจจะเป็น ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทจะวางใจได้อย่างไร จะมีการเลือกปฏิบัติไหมครับ สิ่งแรกที่จะเกิดขึ้น ผมกราบเรียนท่านได้ครับ รัฐมนตรีทุกกระทรวงละครับก็จะต้องจ้องที่จะหาทางเอาเงินไป ในส่วนของภาระหน้าที่ของตนเอง กลไกที่จะมาพิจารณา กลไกที่จะมาตรวจสอบจะเป็นอย่างไร และที่สําคัญที่สุดครับ ในที่สุดผมไม่เชื่อว่าการบริหารจัดการกระบวนการงบประมาณ จนถึงปลายทาง นั่นหมายถึงการจัดซื้อจัดจ้าง ทําสัญญา ทํางานเสร็จ จะสามารถดําเนินการได้ ภายใต้กรอบความคิดของการมีงบกลางมากมายมหาศาลขนาดนี้ เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเป็น ประเด็นที่อยากจะขอตั้งข้อสังเกตไว้กับงบประมาณฉบับนี้ ก็จึงมาจบลงตรงที่ข้อเสนอ ที่ผมอยากจะกราบเรียน ๓ ข้อ ซึ่งถ้าท่านนายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาลจะกรุณารับไป แล้วถ้าดียิ่งไปกว่านั้นก็คือยืนยันได้ใน ๒ วันนี้ พวกกระผมก็จะมีความสบายใจในการที่จะให้ งบประมาณฉบับนี้ผ่านไป
ประการแรก ก็คือผมเสนอว่าจะต้องมีการทบทวนตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับ สถานะการเงินการคลังของประเทศในช่วง ๒-๓ ปีข้างหน้าครั้งใหญ่ตามความเป็นจริง แล้วท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมทั้งหน่วยงานอย่างธนาคารแห่งประเทศไทย ถึงเวลาแล้วครับที่จะต้องมาประเมินว่าภาระของการฟื้นฟูประเทศจากความเสียหายที่เกิดขึ้น ใน ๒-๓ ปีข้างหน้าจะมีวิธีการจัดการในเรื่องของการเงินการคลังอย่างไร จะต้องมาเป็นภาระ งบประมาณเท่าไร จะต้องมีเงินกู้เท่าไรเพื่อให้เกิดภาพของความชัดเจนที่จะเรียก ความเชื่อมั่นในทางหนึ่งด้วยกับประชาคมโลก เรายังไม่เคยได้ยินตรงนี้ครับ เรามักจะได้ยิน แต่ว่าจะต้องมีการลงทุนถึงขั้นเรียก นิวไทยแลนด์ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขาดดุล ปีนี้ผมก็เชื่อว่าจะต้องมากกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามเหตุผลที่กระผมได้ กราบเรียนไปแล้ว ขาดดุลปีหน้าเพราะนโยบายหลายเรื่อง ภาระไปอยู่ปีหน้าหมดก็จะมากกว่านี้ ถึงเวลาครับที่จะต้องมียุทธศาสตร์การคลังระยะปานกลางออกมาเพื่อให้เกิดความชัดเจน ง่ายต่อการตรวจสอบและเป็นการเรียกความเชื่อมั่น
ข้อเสนอข้อที่ ๒ ก็คือขอให้รัฐบาลใจกว้างทบทวนนโยบายของตัวเอง ทบทวนโครงการหลายโครงการที่กระผมหยิบเป็นตัวอย่างเพียงแค่ ๒-๓ ประการเท่านั้น คงจะมีเพื่อนสมาชิกเสนอเรื่องอื่น ๆ เข้ามาอีก วันนี้ไม่ใช่สถานะหรือสภาวะที่ปกติ แต่ต้อง ตัดสินใจครับ อะไรจําเป็น อะไรเร่งด่วน อะไรที่จะช่วยชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ได้อย่างแท้จริงทําไปเถอะครับ แต่อะไรที่ยังไม่ใช่ความจําเป็นเร่งด่วนวันนี้ต้องบอกกับ พี่น้องประชาชนตรงไปตรงมา เพื่อที่จะสามารถทําให้การจัดงบประมาณมันมีประสิทธิภาพ อย่างแท้จริงและตอบโจทย์ของประเทศของส่วนรวม ซึ่งที่สุดก็คือไปตอบโจทย์ชีวิตความ เป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศอย่างแท้จริง ขอให้รัฐบาลใจกว้างนะครับในเรื่องนี้ เพื่อที่จะรับข้อเสนอแนะของพวกเราไปทบทวนโครงการและนโยบายหลายประการ
และข้อเสนอข้อสุดท้ายครับ การพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ตามตารางที่รัฐบาลกําหนดไว้ก็จะทําตั้งแต่ ก็คงจะเป็นวันมะรืนนี้ไปจนถึงกลางเดือนธันวาคม ถึงกลางเดือนธันวาคมรัฐบาลต้องทราบแล้วละครับว่าเงินที่จะมาบริหารที่เกี่ยวข้องกับ น้ําท่วมจะเอาไปทําอะไร ถ้าถึงกลางเดือนธันวาคมท่านยังไม่ทราบ ผมไม่เชื่อว่าท่านจะใช้จ่าย เงินก้อนนี้ได้ภายในสิ้นเดือนกันยายนปีหน้าที่อยู่ในงบกลาง ดังนั้นจากวันนี้ถึงกลางเดือน ธันวาคมเมื่อกระทรวง ทบวง กรมทั้งหลายทราบแล้วว่าจะเอาเงินไปทําเรื่องการฟื้นฟู เรื่องน้ําท่วมอะไร ขอความกรุณาเถอะครับ ให้กรรมาธิการวิสามัญงบประมาณตัดออกจาก งบกลางแล้วรัฐบาลไปแปรญัตติเพิ่มกลับมาให้อยู่ตามกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ เอางบประมาณเหล่านี้เข้าสู่งบประมาณปกติ นั่นจะเป็นการยืนยันว่าท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ประสงค์ที่จะไปรวบอํานาจหลีกเลี่ยงการตรวจสอบในเรื่องนี้ แต่จะตอบโจทย์ในเรื่องน้ําท่วม อย่างแท้จริงแล้วก็เปิดใจกว้างที่จะให้งบประมาณนั้นกลับไปสู่ช่องทางกระบวนการตามปกติ ของมัน เพื่อยืนยันในเรื่องของความโปร่งใส ถ้ารัฐบาลจะกรุณารับทั้งข้อสังเกตและ ข้อเสนอแนะไป ผมคิดว่าจะทําให้งบประมาณ ปี ๒๕๕๕ สามารถตอบโจทย์ของประเทศ และเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ จากข้อตกลงของวิปทั้ง ๒ ฝ่ายนะครับ เราแบ่งเวลากันฝ่ายละ ๑๓ ชั่วโมง ซึ่งรวมทั้ง ท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หัวหน้าพรรคด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นทุกท่านต้องบริหารเวลาของท่านเองนะครับ ฝ่ายละ ๑๓ ชั่วโมง แล้วผมก็จะใช้ วิธีสลับข้างละคนเพื่อที่จะได้พูดสลับกัน เชิญท่านสุชาติ ธาดาธํารงเวช ๑๗ นาทีครับ
ท่านพี่น้องประชาชน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผมขอใช้โอกาสนี้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับวิธีการจัดสรร งบประมาณรายจ่ายของรัฐบาล ในปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีอยู่ว่า เศรษฐกิจโลกอาจจะมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะความถดถอย โดยเฉพาะในยุโรปหลายประเทศ และในสหรัฐอเมริกา ปัญหาเดิม ๆ ก็คือปัญหาที่ประเทศเหล่านั้นมีหนี้ภาครัฐบาลสูงมาก แล้วอาจเกิดการผิดนัดชําระหนี้ ทําให้ต้องเข้าโครงการประหยัดลดขนาดเศรษฐกิจ ทําให้ ทรัพย์สินของชาติเรานั้นลดมูลค่าลง และความสามารถในการซื้อสินค้าบริการลดลง อันนี้ ก็อาจจะทําให้ประเทศไทยนี้มีความเสี่ยงที่จะทําให้มูลค่าทรัพย์สินโดยเฉพาะในตลาดหุ้น แล้วก็อัตราการเพิ่มของการส่งออกลดลงไปด้วย ซึ่งจะทําให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจและ รายได้ของประชาชนเพิ่มขึ้นไม่มาก
ประการที่ ๒ ก็คือเรื่องภาวะอุทกภัยครั้งใหญ่มาก ณ วันนี้ ความจริงฝนก็ตก ไม่มากนักในช่วงกลางปี ในช่วงพฤษภาคม กรกฎาคม แต่ว่ามีน้ําลงจากทางเหนือมากมาย เข้าใจว่าวิธีการจัดสรรน้ํา วิธีการดูแลระบบการจัดการน้ํามีข้อจํากัด ดังนั้นทําให้น้ําจากเขื่อน หลายแห่งทางภาคเหนือท่วมพี่น้องประชาชนซึ่งเกิดขึ้นในช่วงหน้าแล้ง คือประมาณ เดือนพฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม นะครับ สิ่งเหล่านี้ผมเข้าใจว่ารัฐบาลคงต้องเริ่มทํางาน อย่างจริงจังในแง่ของการดูแลวิธีการจัดการบริหารน้ํา แล้วก็วิธีการดูแลการเชื่อมโยงลุ่มน้ํา ๒ อันนี้นะครับที่ผมได้ฟังสมาชิกหลายท่านก็บอกว่า ขนาดเศรษฐกิจในปี ๒๕๕๔ จะหายไป ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือจีดีพี (GDP) ที่คาดกันไว้เดิมที่จะมี ๑๐.๘ ล้านล้านบาทนั้น ก็จะเหลือประมาณ ๑๐.๖ ล้านล้านบาทนะครับ ดังนั้นผมก็เห็นว่าชีวิตประชาชนก็อยู่ใน ภาวะความยากลําบาก ทรัพย์สินได้เสียหายไปนะครับ รัฐบาลจึงมีความจําเป็นที่จะต้อง เตรียมนโยบายและแผนงานที่ดีสําหรับพี่น้องประชาชนในหลายปีข้างหน้า การบริหารจัดการ ระบบเศรษฐกิจทางด้านนโยบายการคลังและการเงินที่ดีจึงเป็นสิ่งจําเป็น และผมเห็นว่า รัฐบาลนี้จัดงบประมาณที่สอดคล้องกับปัญหาของพี่น้องประชาชนและของประเทศ เป็นอย่างยิ่ง พี่น้องประชาชนครับ เราพูดความจริงเสมอ โดยเฉพาะตัวผมพูดความจริงเสมอ ไม่ได้เสแสร้งที่จะบอกสิ่งหนึ่งแล้วก็ก่อให้พี่น้องประชาชนไปเชื่อในสิ่งที่สร้างขึ้นมา ในขณะเดียวกันความชัดเจนของนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเดิมผมก็มีส่วนร่างก็ชัดเจนมากครับ เราบริหารประเทศนี้เหมือนดูแลพี่น้องประชาชนในครอบครัวครับ เราดูแลพี่น้องประชาชน เหมือนคนในครอบครัวครับ ดังนั้นเป้าหมายที่ชัดเจนก็คือ แก้ไขปัญหาความทุกข์ยากของ พี่น้องประชาชนครับ น้ําท่วมภาคกลางทั่วทุกจังหวัด ดังนั้นจึงมีความจําเป็นที่จะต้องจัด งบกลางจํานวนมากมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนครับ ผมก็เห็นว่าเงิน ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ อยู่ในส่วนงบกลางก็เท่าที่คํานวณกันก็มีเรื่องเยียวยา เรื่องฟื้นฟู เรื่องของการจ่ายเงินฉุกเฉิน ให้ครอบครัวละ ๕,๐๐๐ บาท เงินฉุกเฉิน ๕,๐๐๐ บาทนี้ความจริงผมเป็นผู้เสนอเองครับ เมื่อรัฐบาลที่แล้ว แล้วก็ยินดีที่รัฐบาลที่แล้วได้รับไปปฏิบัตินะครับ เช่นเดียวกับเงินชดเชย บ้านนี่นะครับ เดิมใส่ไว้ประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่นะครับ อันนี้เรามีเดิมอยู่แล้ว ดังนั้น ชดเชยที่เรือกสวนไร่นา ความเสียหายทางด้านการเกษตรครับ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๒,๒๐๐ กว่าล้านบาทแล้วก็บวกกับ ๑,๓๔๗ บาทต่อไร่นะครับ อันนี้ก็ได้มีการเสนอแล้วก็มี ความจําเป็นที่จะต้องช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชนครับ ผมก็มองว่างบกลางของรัฐบาลเอาไว้ช่วยเหลือประชาชน ในอดีตนี้ผมมองเห็นว่ามีงบกลาง ของรัฐบาลบางแห่งเอาไปทําร้ายประชาชนก็มีนะครับ เวลาประชาชนมาเรียกร้อง ความยุติธรรม ประชาชนก็บาดเจ็บ เสียหาย ล้มตายไปก็มี ผมจึงหวังว่างบกลางจํานวนนี้ แหละครับ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท นอกจากที่จะเยียวยาฟื้นฟูแล้วนี่ก็ยังจะต้องไปเยียวยา พี่น้องประชาชนที่ถูกทําร้ายเมื่อเมษายน พฤษภาคม ๒๕๕๓ ก็หวังว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นนะครับ พี่น้องประชาชนครับ ความชัดเจนของงบประมาณนี่เราชัดเจนครับ เราดูแลพี่น้องประชาชน ในแง่ของการให้กองทุนหมู่บ้าน ให้เงินเอสเอ็มแอล (SML) โครงการพัฒนากองทุนสตรี โครงการโอทอป (OTOP) ผมก็เรียกร้องภายในมาเสมอว่าเงินเหล่านี้ต้องจัดสรรให้เต็มที่ แล้วก็คาดว่าถ้าช่วงงบประมาณในช่วงแรกนี้ยังจัดสรรไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ก็หวังว่าจะมี งบกลาง งบกลางปีนี่ขึ้นมาจัดสรรให้พี่น้องประชาชนครับ การแก้ไขปัญหาความยากจน ไม่ยากหรอกครับ โอนเงินจํานวนมาก ๆ ไปให้คนยากคนจนสิครับ แทนที่จะใช้จ่ายเป็นเรื่อง สร้างถนน บางคนเรียกว่า ปลอดฝุ่น แล้วก็ถนนบาง ๆ หรือก็โกงกันไปมากนี่ ประชาชน ก็ต้องยากจนสิครับ ดังนั้นก็ฝากกรอบคิดแก่ภาครัฐบาลไว้ว่ารัฐบาลก็ต้องดูแลโครงการเหล่านี้ และผมเชื่อว่ารัฐบาลนี้ต้องไม่มีคอร์รัปชัน (Corruption) เพราะผมก็ไปพูดหลายที่แล้ว รัฐบาลที่มาจากประชาชนของประชาชนจะต้องไม่ทํา ๒ ประการนะครับ ก็คือต้องไม่โกงประชาชน แล้วก็ไม่ยิงประชาชนนะครับ ก็ฝากพี่น้องประชาชนช่วยตรวจสอบดูแลแทนพวกเราด้วยนะครับ
พี่น้องครับ มีหลายอันที่มีหลายท่านเสนอว่าให้ปรับเปลี่ยนโครงสร้าง งบประมาณครับ ผมก็กราบเรียนว่าผมมีส่วนช่วยในการหาเสียงของพรรครัฐบาลด้วย ของอะไรที่เราพูดไปแล้ว บอกไปแล้ว สัญญาไปแล้ว เราไม่คืนครับ เราไม่ใช่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา วันหนึ่งก็บอกว่าอย่างหนึ่ง อีกวันหนึ่งก็เปลี่ยนไป จนกระทั่งเป็นที่ไม่น่าเชื่อถือนะครับ แม้กระทั่งในช่วงน้ําท่วมของบางฝ่ายที่ได้เกิดไปทํากิจกรรมในต่างประเทศที่พี่น้องประชาชน ได้เห็นแล้วนะครับ ในส่วนนี้ผมฝากนะครับว่าการขาดดุลงบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ความจริงแล้วมันขาดดุลลดลงครับ เป็นเพราะว่าเวลาเราคิดเรื่องของการขาดดุลงบประมาณ เราหารด้วยรายได้ประชาชาตินะครับ ที่เรียกว่าจีดีพีปีที่แล้วขาดดุลงบประมาณ ๓.๗ เปอร์เซ็นต์ ปีนี้เหลือ ๓.๔ เปอร์เซ็นต์ ก็ลดลงนี่ครับ ประเทศยากจนอย่างประเทศไทย จะไปมุ่งเน้นเรื่องของการทํางบประมาณน้อย ๆ มีรายได้เท่าไรก็เก็บก็ทํางบประมาณเท่านั้น มันไม่ถูกต้องตามหลักเศรษฐศาสตร์ใด ๆ เลยนะครับ จริง ๆ แล้วยิ่งมีภาวะความเดือดร้อน แร้นแค้นมากรัฐบาลก็ต้องยิ่งเพิ่มรายจ่าย เพิ่มแล้วทําอะไรรู้ไหมครับ ทําให้ประชาชนมีงานทํา มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น แล้วก็ภาษีจะเพิ่มขึ้นในหลาย ๆ ปี จากนั้นมากกว่า รายจ่ายที่เพิ่มด้วยซ้ําไป สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องทําความเข้าใจกันครับ กระผมก็อยากจะ ยืนยันว่าเรื่องของการใช้จ่ายที่จําเป็นซึ่งสัญญาต่อประชาชนนี่ครับ เช่น ค่าแรงขั้นต่ําวันละ ๓๐๐ บาท ก็คงต้องกระทํานะครับ เพราะว่าพี่น้องกรรมกรได้สินเนื้อประดาตัวไปแล้ว จะมี รายได้จํานวนนี้มาฟื้นฟูรายได้และทรัพย์สินที่หายไป รัฐบาลสามารถชดเชยภาคเอกชน ในหลายรูปแบบครับ มีการถกแถลงกันทั่วไปอยู่แล้ว กระผมเชื่อว่ารัฐบาลจําเป็นต้อง ยกระดับราคาข้าวเปลือกให้เป็นเกวียน เกวียนละ ๑๕,๐๐๐ บาท นี่ข้าวเปลือกเจ้านะครับ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ก็ว่ากันไปตามที่ได้หาเสียงกันไว้ ผมเชื่อว่าราคาสินค้าเกษตรอื่น ๆ เช่น มันสําปะหลัง ข้าวโพด ลําไย จําเป็นที่จะต้องดูแลทางด้านราคาครับ ผมเชื่อว่าการพักหนี้ครัวเรือน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ๓ ปีเป็นสิ่งที่จําเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะนอกจากพี่น้องประชาชนจะ ตกงานแล้ว พืชผลเกษตรเสียหายไปแล้ว ทรัพย์สินต่าง ๆ ยังละลายไปกับน้ําท่วมจนหมดเนื้อ หมดตัว ผมฝากเรียนครับในแง่ของปรัชญาโครงสร้างรายจ่ายรัฐบาลครับ เดิมนี่เรียกว่าไม่มี ในรัฐบาลอื่น ๆ เรียกว่าขาดความชัดเจน ขาดการจัดระดับความสําคัญ ผมกลับมองว่า การจัดงบประมาณคราวนี้ชัดเจนแน่นอนครับ เราเป็นรัฐบาลของประชาชนคนยากคนจนครับ เราทําเพื่อพี่น้องประชาชนคนยากคนจนครับ และผมพูดความจริงเสมอต่อพี่น้องครับ ดังนั้น งบประมาณที่เราจัดเตรียมไว้ไม่ว่ากองทุนหมู่บ้าน เงินเอสเอ็มแอลกองทุนพัฒนาสตรี โอทอปนี่นะครับ เราต้องจัดก่อนครับ งบการใช้จ่ายซื้อของแพง ๆ มาใช้ ซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ วันนี้น่าจะมีความจําเป็นน้อยลง เป็นเพราะว่าวันนี้พี่น้องประชาชนก็ยังขัดสน ลูกหลาน ต้องเรียนหนังสือ อันนี้ก็เห็นด้วยกับผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ ดังนั้นก็ให้ไปลด งบประมาณ ถ้าจําเป็นนะครับ งบซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์นี่ซื้อทีหลังก็ได้ แต่ถ้าจําไม่ผิดก็คือเมื่อ ๒ ปีที่ผ่านมางบทางด้านนี้เพิ่มมากมายเลยครับ
ก็ขอเข้ามาในส่วนของเรื่องนโยบายดอกเบี้ยและค่าเงินนิดหนึ่งครับ ความจริงแล้วปรัชญาการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลนี้ก็คือการสร้างโอกาสให้คนยากคนจน ได้มีฐานะดีขึ้น โดยการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและที่ดินทํากินเพื่อเศรษฐกิจขยายตัวจากภายในชาติ มากขึ้น เรามีศัพท์ครับ เรียกว่าเศรษฐกิจ ๒ แนวทาง ดูเอิล แทรค อีโคโนมี (Dual track Economy) เราจะลดการพึ่งพิงรายได้จากการส่งออก กระผมเห็นว่านอกจากกลไกทางด้าน การคลังแล้ว รัฐบาลยังสามารถปรับปรุงกลไกอัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยน ให้เหมาะสมเพื่อสร้างความสามารถและสร้างรายได้ให้แก่คนส่วนใหญ่ของชาติ อัตราดอกเบี้ยที่สูงเกินไปจะทําให้การลงทุนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ลดโอกาสการจ้างงาน การสร้างรายได้ การขึ้นดอกเบี้ยเพื่อกุมเงินเฟ้อจึงต้องแยกแยะว่าเงินเฟ้อนั้นมาจากทางด้าน อุปสงค์ ก็คือการที่มีคนมีเงินมากมายมาแย่งกันซื้อของ หรือมาจากทางด้านอุปทานที่เกิดขึ้น อันเนื่องจากสินค้าขาดแคลนในช่วงวิกฤติ หรือสินค้าที่เราต้องซื้อเช่นน้ํามันมีราคาแพงขึ้น เงินเฟ้อส่วนใหญ่ในประเทศไทยมาจากด้านอุปทานก็คือการขึ้นราคาของน้ํามันในตลาดโลก ทําให้ต้นทุนขนส่งและต้นทุนการผลิตสูงขึ้นจึงไม่สมควรที่เราจะกําหนดเป้าหมายเงินเฟ้อ เป็นนโยบาย เป้าหมายเงินเฟ้อเรียกว่า อินเฟลชัน ทาร์เก็ตติ้ง (Inflation targeting) ผมมองเห็นว่าเราควรกําหนดเป้าหมายการสร้างความเจริญเติบโตที่เรียกว่า โกรธ ทาร์เก็ตติ้ง (Growth targeting) เป็นนโยบายในการบริหารนโยบายการเงิน เนื่องจากประเทศเรายังเป็น ประเทศกําลังพัฒนา เปรียบเสมือนเด็ก ๆ กําลังโตที่ต้องกินอาหารมาก หากไปจํากัดอาหาร โดยการขึ้นดอกเบี้ยสูง ๆ ประเทศเราก็จะไม่ค่อยเติบโต รายได้ประชาชนก็จะเพิ่มขึ้นน้อย และยากจนต่อไป การใช้อินเฟลชัน ทาร์เก็ตติ้งนั้นเหมาะกับประเทศพัฒนาแล้ว เหมือนคนแก่ที่ ไม่ต้องการความเจริญเติบโตต้องคุมอาหาร ก็คือการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อการคุมอัตราเงินเฟ้อ กระผมเสนอให้รัฐบาลค้นหาผู้บริหารนโยบายการเงินที่มีความเข้าใจในปรัชญานี้ มีอุดมการณ์ มีความเชี่ยวชาญ เพราะการบริหารนโยบายอัตราดอกเบี้ยให้ชาติเจริญเติบโตนั้น มีที่มาของปรัชญาความคิดที่แตกต่างจากกรอบความคิดปัจจุบันอย่างมาก การคุมเงินเฟ้อ โดยมีดอกเบี้ยสูง ๆ จะทําให้การใช้นโยบายการคลังมีผลน้อยต่อการสร้างความเจริญเติบโตด้วย มิหนําซ้ําแล้ว การกู้ยืมเงินในระบบเศรษฐกิจก็มีต้นทุนสูง แล้วยังทําให้อัตราแลกเปลี่ยนหรือค่าเงินบาท แข็งค่าเกินความเป็นจริง ในด้านอัตราแลกเปลี่ยนก็เช่นกันครับ หากเงินบาทแข็งค่าเกินไป เพราะดอกเบี้ยสูงจะทําให้สินค้าของเรามีราคาแพงในสายตาต่างประเทศ ขายได้น้อย และเมื่อนําเงินตราต่างประเทศเหล่านั้นมาแลกเป็นเงินบาทก็ยิ่งน้อยลงไปอีก ทําให้ชาวไร่ ชาวนาและกรรมกรยากจนจนต่อไป ไม่มีโอกาสในชีวิตชั่วลูกชั่วหลาน ซึ่งตรงกันข้ามกับ เป้าหมายของรัฐบาลที่จะทําให้คนยากคนจนมีฐานะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว กระผมจึงเสนอให้ รัฐบาลใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนเรียกว่า ระบบตะกร้าเงิน บาสเก็ต ออฟ เคอเรนซีส์ (Basket of currencies) ที่มีเงินสกุลแข็ง เช่น เงินหยวน เงินเยน และเงินสกุลอ่อน เช่น เงินดอลลาร์ให้มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน จะทําให้ค่าเงินบาทไม่ถูกครอบงําโดยตลาดทุน ขึ้นอยู่กับการไหลเข้าออกของเงินที่มาลงทุนในระยะสั้น การใช้ระบบตะกร้าเงินยังเป็นการ ขจัดผลกระทบของนโยบายอัตราดอกเบี้ยสูงที่ทําให้อัตราแลกเปลี่ยนแข็งค่าด้วย นโยบาย อัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมนั้นรัฐบาลสามารถทําได้โดยไม่ต้องใช้ เงินภาษีอากรของประชาชนเลยครับ และหากทําได้ดีเกษตรกรและกรรมกรก็จะมีฐานะดีขึ้น ประเทศเจริญเติบโตรวดเร็วขึ้น แล้วเราก็จะได้ภาษีมากขึ้น แล้วก็จะลดการขาดดุล การคลังของภาครัฐบาลลงครับ เข้าใจว่าเวลาผมหมดแล้ว ขอขอบคุณท่านประธานและ พี่น้องประชาชนครับ
เชิญหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยครับ ๑๕ นาทีนะครับ
กระผม นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ก่อนที่ ผมจะนําเสนอแง่มุมของผมและพรรคภูมิใจไทยต่อการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ผมขอแสดงความห่วงใยและขอส่ง กําลังใจให้แก่พี่น้องเพื่อนร่วมชาติทุกท่านที่กําลังประสบความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส ในขณะนี้ ผมขอขอบคุณพี่น้องประชาชนเพื่อนร่วมชาติทุกท่านที่ได้ให้ความช่วยเหลือ แก่พี่น้องร่วมชาติของเราที่กําลังประสบภัยด้วยจิตใจอันดีงาม ผมอยากจะขอเชิญชวน พี่น้องในทุกภูมิภาคที่ไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ครั้งนี้ได้โปรดร่วมมือร่วมใจ ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นกําลังใจ กําลังกาย กําลังทรัพย์ รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ เครื่องอุปโภคบริโภคต่าง ๆ อย่าเพิ่งหยุด เพราะผู้ประสบภัยยัง ขาดแคลนอาหาร น้ําดื่ม และเครื่องดํารงชีพอีกเป็นจํานวนมาก ลําพังรัฐบาลไม่สามารถ รับมือกับสถานการณ์ที่วิกฤติใหญ่ขนาดนี้ได้หรอก ประเทศไทยของเราจะพ้นวิกฤตินี้ได้ คนไทยทุกคนทุกภูมิภาคต้องร่วมมือกันครับ เราต้องทําให้คนทั้งโลกเห็นว่าน้ําใจของคนไทย ที่มีต่อกัน จะเอาชนะภัยพิบัติและปัญหาอุปสรรคทั้งหมดทั้งหลายได้ การช่วยเหลือพี่น้อง เพื่อนร่วมชาติไม่จําเป็นต้องเป็นข่าว ไม่ต้องโฆษณา ไม่ต้องออกโทรทัศน์ก็ได้ ขอเพียงให้เรามี เจตนาบริสุทธิ์ที่อยากช่วยเหลือกันก็พอแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ พรรคภูมิใจไทย ได้ประชุมหารือ ร่วมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ แล้ว เรามีความเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปี ๒๕๕๕ จะต้องมีลักษณะพิเศษกว่า ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปีที่ผ่าน ๆ มาทุกปี
เนื่องจากปีนี้ประเทศไทยตกอยู่ในสถานการณ์พิเศษ ได้รับความเสียหาย อย่างรุนแรงจากภัยพิบัติซึ่งพวกเราไม่เคยประสบมาก่อน ประเทศไทยของเรา พี่น้องประชาชนเพื่อนร่วมชาติของเรากว่าครึ่งค่อนประเทศจําเป็นต้องได้รับการเยียวยาฟื้นฟู อย่างเร่งด่วนเป็นระบบ แผนงานโครงการต่าง ๆ ที่จะดําเนินการต้องมีความสอดคล้องกับ ความต้องการของประชาชน โดยมีวัตถุประสงค์สําคัญให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่าง เป็นปกติสุขโดยเร็วที่สุด นั่นเป็นเป้าหมาย ดังนั้นการจัดทํางบประมาณประจําปี ๒๕๕๕ ต้องมีความสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนเพื่อประโยชน์ของประชาชน เพื่อฟื้นฟู ชีวิตของประชาชนเป็นลําดับแรก เรื่องอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูชีวิตประชาชนขอให้ ชะลอ ขอให้หยุด หรือขอให้เลิก ประเทศไทยของเราไม่ใช่ประเทศร่ํารวย สิ่งใดที่ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย ไม่จําเป็น ต้องพักไว้ก่อน รัฐบาลต้องมีหน้าที่ตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานของ ประชาชนให้ได้ดีที่สุดก่อน โดยเฉพาะปัจจัยสี่ คือ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค ข้อเสนอของพรรคภูมิใจไทยโดยการพิจารณาจัดทําพระราชบัญญัติงบประมาณประจําปี ๒๕๕๕ คือจัดหาปัจจัยสี่ที่มีความจําเป็นต่อการดํารงชีวิตของประชาชนให้ได้อย่างเพียงพอ ทั่วถึงและเป็นธรรม เพราะวันนี้ปัญหาใหญ่ของผู้ประสบภัยก็คือขาดแคลนปัจจัยสี่อย่างมาก การช่วยเหลือไม่ทั่วถึง จะมีปัญหาติดตามต่อเนื่องอีกมากหลังจากน้ําลดแล้ว ภาวะขาดแคลน อาหาร น้ําดื่ม โรคระบาด ประชาชนไม่มีที่อยู่ ไม่มีเครื่องนุ่งห่ม คนว่างงาน อาชญากรรม และอื่น ๆ อีกมาก ตัวเลขการจัดเก็บรายได้ ๑,๙๘๐,๐๐๐ ล้านบาท จะได้จริงตามเป้าหรือไม่ ในสถานการณ์เช่นนี้ที่ผู้ประกอบการทุกสาขาอาชีพ ทุกระดับ ทุกรายย่อย รายเล็ก กลาง หรือใหญ่ ประสบปัญหาจากน้ําท่วม ตัวเลขประมาณการรายจ่าย ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเพียงพอหรือไม่กับการฟื้นฟูประเทศและชีวิตประชาชน งบลงทุน ๔๒๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท จะทําอะไรได้แค่ไหนในสถานการณ์พิเศษเช่นนี้ การประมาณการขาดดุล ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเป็นจริงหรือไม่ด้วยตัวเลขเติบโตทางเศรษฐกิจ ตัวเลขรายจ่ายด้านอื่น ๆ ของรัฐบาล ตัวเลขต่าง ๆ เหล่านี้ตลอดจนตัวเลขอื่น ๆ ที่ปรากฏอยู่ในเอกสารประกอบการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณจะไม่มีความหมายและจะไม่มีสาระสําคัญอันใดเลย หากว่าพี่น้องประชาชนเพื่อนร่วมชาติของเราต้องเผชิญกับความอดอยาก ไม่มีอาหารที่มี คุณภาพทางอาหาร ไม่มีน้ําดื่มที่สะอาดไม่มีรายได้ ไม่มีงานทํา ต้องเจ็บป่วยจากโรคติดต่อ โรคระบาดจากเชื้อโรคที่มากับน้ํา ต้องเป็นผู้ป่วยทางจิต เป็นโรคซึมเศร้า เป็นโรคเครียด ต้องกลายเป็นคนไม่มีบ้านพอพักอาศัยหรือมีบ้านก็ไม่มีความมั่นใจว่าจะต้องประสบพบกับ เหตุการณ์อันเลวร้ายเช่นนี้อีกหรือไม่ เมื่อไร ต้องกลายเป็นคนมีหนี้สินล้นพ้นตัว และไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้ บ้านเรือน เรือยนต์ ไร่นา โรงงาน ร้านค้า บริษัทห้างร้านต่าง ๆ ที่จมน้ําไป คือภาระหนี้สินของประชาชนเป็นจํานวนมากมายมหาศาล เป็นหนี้ที่ยังผ่อนชําระอยู่ แล้วจะต้องก่อหนี้ใหม่เพื่อนํามาซ่อมแซมปรับปรุงฟื้นฟูให้ใช้งานได้ รัฐบาลจะช่วยให้ ประชาชนผู้ประสบภัยทุกรายฟื้นตัวเองได้อย่างไร
ท่านประธานที่เคารพ พรรคภูมิใจไทยเชื่อว่าประชาชนทั้งประเทศกําลังรอฟัง ว่ารัฐบาลจะนําเงินงบประมาณมากกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปทําอะไรให้ชีวิตเขาดีขึ้น ทําอย่างไรเพื่อช่วยให้ชีวิตของประชาชนกลับมายืนได้อีกครั้ง มีมาตรการอย่างไรเพื่อป้องกัน ไม่ให้ชีวิตของประชาชนต้องประสบกับภัยพิบัติและความเสียหายเช่นนี้อีกในอนาคต พรรคภูมิใจไทยขอเสนอให้ที่ประชุมสภาแห่งนี้พิจารณาจัดทํางบประมาณโดยคํานึงถึงหลัก ๔ ประการ คือ
๑. ต้องจัดทํางบประมาณเพื่อฟื้นฟูชีวิตประชาชน
๒. ต้องจัดทํางบประมาณที่สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน
๓. ต้องจัดทํางบประมาณเพื่อสร้างขวัญกําลังใจ ความเชื่อมั่นในการดํารงชีวิต ให้กับประชาชน และ
๔. ต้องมีสิ่งอํานวยความสะดวกในการใช้ชีวิตแก่ประชาชนตามสมควร
ท่านประธานที่เคารพ สิ่งสําคัญที่สุดในการสร้างขวัญกําลังใจและ ความเชื่อมั่นให้กับประชาชนคือรัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องไม่กระทําการทุจริต หาผลประโยชน์บนน้ําตาและความทุกข์ยากของประชาชน และต้องจัดสรรให้ประชาชน คนไทยทุกคนอย่างเป็นธรรม ในสถานการณ์ที่ประชาชนมีความทุกข์ยากมากเพียงนี้ นักการเมืองไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านต้องไม่กระทําสิ่งใด ๆ ที่เป็นการซ้ําเติม ความรู้สึกของประชาชนที่บอบบางอ่อนไหวใกล้หมดแรงหมดกําลังอยู่แล้วอีก เมื่อใด ที่ประชาชนทนไม่ได้ เมื่อใดที่ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม เมื่อใดที่ประชาชนได้รับการ ปฏิบัติอย่าง ๒ มาตรฐาน เมื่อนั้นแหละกลียุคจะเกิดขึ้น และไม่ว่ารัฐบาลจะมีเสียงมากมาย เพียงใดก็มิอาจต้านทานพลังของประชาชนได้ ท่านประธานที่เคารพ เนื่องจากประเทศของเรา ยังก้าวไม่ข้ามวิกฤติทางการเมืองและความแตกแยกของประชาชนในชาติ ก็มาประสบกับ ภัยพิบัติครั้งใหญ่เข้าอีก ผมอยากจะเรียนว่าวิกฤตการณ์ซ้อนวิกฤติจะเกิดขึ้นหรือไม่ ประเทศไทย จะไปรอดหรือไม่ ประชาชนคนไทยจะฟื้นฟูชีวิตตัวเองได้หรือไม่ คําตอบอยู่ที่การปฏิบัติ หน้าที่ของรัฐบาลว่าจะเป็นผู้สร้างวิกฤติให้มาซ้ําเติมวิกฤติ สร้างความทุกข์ใหม่ให้ทับถม บนทุกข์ของประชาชนที่หนักหนาสาหัสอยู่แล้วอีกหรือไม่ ถ้ารัฐบาลมุ่งแสวงหาประโยชน์ ส่วนตัวเพื่อพวกพ้องหรือพรรคพวก เพื่อพรรคการเมืองยังคงทํางานโดยคํานึงถึงผลประโยชน์ ทางการเมืองเป็นหลัก ไม่คํานึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประโยชน์ของประชาชนส่วนรวมเป็นหลัก ประเทศไทยคงไปไม่รอด แต่ผมเชื่อว่าประชาชนพี่น้องเพื่อนร่วมชาติของเราจะไม่ยอมปล่อย ให้ใครคนหนึ่งคนใด หรือคณะหนึ่งคณะใดกระทําต่อประเทศชาติอันเป็นที่รักของพวกเรา ทุกคนอย่างเด็ดขาด ผมยังเชื่อมั่นพลังอันบริสุทธิ์ของประชาชนครับ
ท่านประธานที่เคารพ ในโอกาสสถานการณ์พิเศษเช่นนี้พรรคภูมิใจไทย ขอเอาใจช่วยให้รัฐบาลเดินหน้าตั้งใจทํางานนําพาประเทศไทยให้พ้นวิกฤติไปให้ได้ นําพา ประชาชนให้ก้าวข้ามสารพัดปัญหาไปให้ได้ นําพาชีวิตที่เคยมีความสุขของประชาชน กลับคืนมาให้ได้ นําพาสังคมไทยที่เป็นสังคมแห่งความรู้รักสามัคคี สังคมที่ประชาชน มีน้ําใจไมตรีต่อกันกลับคืนมาให้ได้ พรรคภูมิใจไทยสนับสนุนให้รัฐบาลใช้เงินทุกบาท ทุกสตางค์เพื่อฟื้นฟูชีวิตประชาชนอย่างคุ้มค่า ทั่วถึง เป็นธรรมเป็นลําดับแรก ดังนั้นจึงไม่มี ภารกิจใดจะสําคัญไปกว่าการฟื้นฟูชีวิตคนไทยที่ถูกน้ําซัดล้ม อ่อนแรง อ่อนล้า ให้กลับมายืนได้ อย่างเข้มแข็ง เมื่อคนไทยเข้มแข็งแล้วผมเชื่อว่าประเทศไทยจะต้องกลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง เพราะฉะนั้นแผนการฟื้นฟูประเทศไทยจึงต้องเริ่มต้นที่การฟื้นฟูคนไทยก่อน ดังนั้น การพิจารณาจัดทํางบประมาณในสถานการณ์พิเศษเช่นนี้ในปี ๒๕๕๕ นี้ พรรคภูมิใจไทย จึงเสนอให้รัฐบาลทุ่มเทงบประมาณในส่วนของงบลงทุนทั้งหมดประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปที่ภารกิจที่สําคัญที่สุดคือการฟื้นฟูชีวิตคนไทยผู้ประสบภัยน้ําท่วม ผมเชื่อว่าประชาชน ในภูมิภาคอื่น ๆ เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ภาคเหนือ ซึ่งไม่เป็นผู้ประสบภัย จะเข้าใจได้และยอมรับ เรียกได้ว่าในสถานการณ์เช่นนี้การพัฒนาสาธารณูปโภคและ การลงทุนด้านอื่น ๆ ของรัฐอาจจะต้องล่าช้าไปบ้างเพื่อให้พี่น้องเพื่อนร่วมชาติของเรา อีกหลายล้านคนได้รับการฟื้นฟูชีวิตที่กําลังทุกข์ยากให้ตั้งหลักได้เสียก่อน
ท่านประธานที่เคารพ ผมและพรรคภูมิใจไทยขอเสนอให้รัฐบาลจัดทํา งบประมาณฉบับพิเศษขึ้นมาอีกฉบับหนึ่ง เป็นงบประมาณที่มีแหล่งที่มาของเงิน จากเงินกู้ทั้งแหล่งเงินกู้ในประเทศและแหล่งเงินกู้ต่างประเทศ เพื่อนํามาฟื้นฟูและพัฒนา สาธารณูปโภคทั้งระบบ และจัดเตรียมมาตรการป้องกันภัยพิบัติต่าง ๆ โดยเฉพาะอุทกภัย ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ในปีหน้าหรือปีถัดไปครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านไชยา พรหมา ๑๐ นาที และหลังจากท่านไชยา และท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล หลังจากท่านพิเชษฐแล้วก็จะเป็นท่านปวีณ แซ่จึง นะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไชยา พรหมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย พระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งมียอดเงิน ๒.๓๘ ล้านล้านบาท คิดเป็นประมาณ ๒๐.๒ ของจีดีพีของประเทศ มีการประมาณการรายรับสุทธิประมาณ ๑.๙๘ ล้านล้านบาท คิดเป็นประมาณ ๑๖.๘ ของจีดีพี ในส่วนนี้เป็นวงเงินกู้เพื่อชดเชย การขาดดุลงบประมาณจํานวน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๓.๔ ของจีดีพี การจัดงบประมาณในสัดส่วนดังกล่าวนี้ก็เพื่อที่จะให้รัฐบาลมีเม็ดเงินในการที่จะไปดําเนินการ ในส่วนของราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น ตามกรอบรายจ่ายงบประมาณที่ได้ทําไว้ในการขับเคลื่อนให้ นโยบายแล้วก็ยุทธศาสตร์ของรัฐบาลได้ดําเนินการไปตามนโยบาย จะเห็นได้ว่าการจัด งบประมาณสําหรับปีนี้เป็นการจัดงบประมาณขาดดุลงบประมาณ ซึ่งถือว่ามีความเหมาะสม และไม่ส่งผลกระทบต่อวินัยและฐานะการคลังของประเทศในระยะยาวแต่ประการใด
ในภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศในปี ๒๕๕๕ ซึ่งเป็นผลพวงของการเกิด ปัญหาอุทกภัยของปี ๒๕๕๔ นี้ ได้ทําให้การจัดทํางบประมาณล่าช้ากว่ากรอบวงเงิน งบประมาณซึ่งเคยปฏิบัติมาในแต่ละปี จะเห็นได้ว่ารัฐบาลมีระยะเวลาในการบริหาร งบประมาณหลังจากที่รับหลักการในวาระที่หนึ่ง ผ่านกรรมาธิการ ซึ่งจะต้องใช้เวลาพอสมควร หลังจากนั้นพอประกาศใช้งบประมาณนั้นรัฐบาลมีเวลาในการบริหารที่จะใช้จ่ายเม็ดเงินอยู่ ประมาณ ๘ เดือนเศษ สิ่งที่ผมเป็นห่วงในขณะนี้ก็คือการใช้งบประมาณเพื่อให้สามารถที่จะ ทันกับการแก้ไขปัญหาและเยียวยาปัญหาที่เกิดจากอุทกภัยในครั้งนี้ ซึ่งรัฐบาลเองจะต้องมี มาตรการในการเตรียมการอย่างดีพอเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณนั้นให้เกิดประสิทธิภาพ รวดเร็ว และแก้ไขปัญหาในการเยียวยาพี่น้องประชาชน ในงบประมาณดังกล่าวนั้นมีการตั้ง งบกลางไว้จํานวน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ถือว่าไม่มากแล้วก็ไม่น้อย เหตุผลที่ว่าไม่มากและ ไม่น้อยก็เพราะว่ากรอบระยะเวลาในการทํางบประมาณที่ผ่านมานั้น เราได้เตรียมการในการ ทํางบประมาณในสภาวะที่ปัญหาอุทกภัยยังไม่เกิด แต่พอเกิดอุทกภัยขึ้นรัฐบาลเองก็ได้ ปรับเปลี่ยนลดวงเงินงบประมาณในส่วนที่สามารถทําได้ และการตั้งงบประมาณรายจ่าย ซึ่งเป็นงบกลาง จํานวน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ในมาตรการเพื่อการเยียวยาและการฟื้นฟู เศรษฐกิจนั้นให้อํานาจที่ท่านนายกรัฐมนตรีในการที่จะพิจารณาในการใช้จ่าย ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ ท่านผู้นําฝ่ายค้านได้พูดว่าท่านไม่เห็นด้วยกับการตั้งงบประมาณส่วนนี้ ซึ่งเป็นงบกลางที่จะมี การใช้จ่ายแล้วก็ไม่มีการตรวจสอบ ท่านประธานที่เคารพครับ มีความจําเป็นอย่างยิ่งครับ ในสถานการณ์อย่างนี้มันเป็นสถานการณ์ของการที่จะต้องเร่งรัด แก้ไข ฟื้นฟู ด้วยความรวดเร็ว และให้เป็นไปตามการดําเนินการเพื่อการฟื้นฟูและเยียวยาในมาตรการ ที่จะต้องช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน การที่จะจัดเงินงบประมาณไปยังกรม กอง กระทรวงต่าง ๆ ตามภาวะปกตินั้น งบประมาณในส่วนนี้ในกรม กอง กระทรวง ผมจะไม่พูดถึง เพราะว่ามีเพื่อนสมาชิกคงจะต้องมีการพูดกันในรายละเอียดนั้น แต่ในส่วนของการเร่งรัด ในการแก้ไขปัญหาฟื้นฟูหลังภาวะน้ําท่วมนั้นมีความจําเป็นอย่างเร่งด่วน และความจําเป็น อย่างเร่งด่วนนั้นไม่เฉพาะในภาคธุรกิจ ภาคบริการเท่านั้นท่านประธานครับ ปัญหานั้น ก็คือภาคประชาชน ภาคแรงงาน ที่วันนี้นิคมอุตสาหกรรมที่เกิดภาวะน้ําท่วมจํานวน หลายแห่งได้ประสบปัญหาอย่างมากมาย ท่านอย่าลืมว่าในนิคมอุตสาหกรรมที่โดนน้ําท่วมนั้น เป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมไฟฟ้า ซึ่งนิคมอุตสาหกรรมเหล่านี้ได้ส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิตที่จะต้องเกิดขึ้น ในต่างประเทศอย่างมากมาย อย่างที่เห็นได้ชัดในขณะนี้ครับท่านประธาน บริษัทรถยนต์ หลายแห่งได้ประกาศที่จะหยุดการผลิต เนื่องจากว่าต้องใช้ชิ้นส่วนอุปกรณ์ยานยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากนิคมอุตสาหกรรมภายในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากน้ําท่วม การแก้ไขปัญหาเยียวยานั้นผมไม่ได้ห่วงในเรื่องของภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ ภาคบริการ ทําไมผมถึงไม่ห่วงครับ อย่างน้อยในนิคมอุตสาหกรรมนั้นเขามีประกันภัย ได้รับการดูแล ได้รับการชดเชยในวงเงินประกันภัย
อันที่ ๒ รัฐบาลก็เร่งรัดในการที่จะให้สิทธิพิเศษทางด้านการลงทุน ทางด้าน การยกเว้นภาษีในการนําเข้าเครื่องจักรมาปรับเปลี่ยน แต่ท่านประธานครับ แรงงานที่ตกงาน ในขณะนี้จํานวนหลายแสนคน วันนี้เขาไม่ได้ทํางาน วันนี้เขาขาดรายได้ แรงงานเหล่านั้นเขามีภาระมีหนี้สินที่จะต้อง ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ผ่อนบัตรเครดิต ท่านประธานคงรู้ครับ วันนี้ถ้าไม่จ่ายภายใน ๓ เดือนนี่ ก็เป็นเอ็นพีแอล (NPL) แล้ว เขาผ่อนบ้าน ผ่อนรถ เขามีหนี้บัตรเครดิต สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เงินจํานวนน้อยนิดในงบประมาณซึ่งเป็นการเริ่มต้นของการเยียวยานั้นคงไม่พอสําหรับการที่ จะแก้ไขปัญหาในระยะยาว ซึ่งเมื่อสักครู่นี้แม้กระทั่งพรรคร่วมฝ่ายค้านเองก็ยังบอกว่ารัฐบาล มีความจําเป็นที่จะต้องออกพระราชกําหนดในการกู้เงิน เป็นการเยียวยาทั้งภาคประชาชน และภาคอุตสาหกรรม ในภาคอุตสาหกรรมนั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานครับ มีความจําเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องฟื้นฟูให้ธุรกิจนั้นเดินได้ ให้ภาคอุตสาหกรรมนั้นเติบโต ต่อไป เพราะอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจนั้นเมื่อเขาสามารถเดินต่อไปได้เขาก็ต้องจ้างงาน ปัญหาแรงงานก็ไม่เกิด เมื่อคนมีงานทําเขาก็มีเงินจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ นั่นหมายถึงว่า เป็นการชี้วัดว่าเศรษฐกิจก็ต้องเดินได้ รัฐบาลเองจําเป็นที่จะต้องใส่เม็ดเงินลงไปให้สิทธิพิเศษ ทางด้านภาษี ให้สิทธิพิเศษทางด้านการส่งเสริมการลงทุน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจ เอสเอ็มอี (SME) ท่านประธานครับ วันนี้ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ําท่วมนั้น ภาคธุรกิจเอสเอ็มอีนี่เขาแทบจะสิ้นเนื้อประดาตัว เพราะฉะนั้นมาตรการทางด้านดอกเบี้ย มาตรการทางด้านการให้โอกาสกับธุรกิจเอสเอ็มอีนั้นคงไม่เฉพาะในเรื่องของสิทธิประโยชน์ ทางด้านการลงทุนอย่างเดียว หรือให้เงินกู้พิเศษ แต่วันนี้เงินกู้พิเศษจะต้องคํานึงถึงว่า ทําอย่างไรให้เขายืนบนขาของตนเองได้ รัฐบาลเองก็ต้องคุย ธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้อง คุยกับสมาคมธนาคารว่าจะเอาอย่างไรในภาวะของการที่จะต้องดูแลกัน เพราะคนเหล่านั้น ก็คือฐานเศรษฐกิจระดับพื้นฐานที่จะก้าวเติบโตไปสู่เศรษฐกิจระดับมหภาค วันนี้ถ้าเอสเอ็มอี อยู่ไม่ได้จะส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน จะส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ภาษีของรัฐบาล อย่างแน่นอน ท่านประธานครับ วันนี้มาตรการทางด้านดอกเบี้ยต้องมีความชัดเจนครับ มีความจําเป็นอย่างยิ่งที่วันนี้ไม่ใช่มาตรการในการร้องขอ แต่ต้องเป็นมาตรการเชิงบังคับว่า วันนี้ทางสถาบันการเงินเองก็ต้องให้ความร่วมมือในการเยียวยา เพราะเราต้องรับผิดชอบร่วมกัน เมื่อประชาชนอยู่ไม่ได้ เมื่อเอสเอ็มอีอยู่ไม่ได้ เมื่อธุรกิจอยู่ไม่ได้ ธนาคารและสถาบันการเงิน ก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นวันนี้สินเชื่อที่จะให้กับเอสเอ็มอีและภาคธุรกิจบริการนั้น ซึ่งเป็นสินเชื่อใหม่จะต้องเป็นสินเชื่อที่ไม่เอาไปใช้หนี้เงินกู้ แต่จะต้องเป็นสินเชื่อ เพื่อเอาไปปรับปรุงลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องจักร ปรับเปลี่ยนแม้กระทั่งการซ่อมแซมโรงงาน และเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจเพื่อให้ธุรกิจเขาอยู่ได้ และในขณะเดียวกันสถาบันการเงิน และธนาคารที่เป็นเจ้าหนี้เดิม ถ้าจะช่วยเหลือและเยียวยานั้นจะต้องเป็นการตั้งพักหนี้ ไม่เฉพาะการพักหนี้เกษตรกรซึ่งนโยบายรัฐบาลก็ต้องเดินต่อไป ไม่ว่าจะเป็นกองทุนหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นเอสเอ็มแอล ไม่ว่าจะเป็นการพักหนี้เกษตรกร ซึ่งถือว่านโยบายของรัฐบาล ที่ประกาศไว้แล้วก็งบประมาณที่กําลังพิจารณากันอยู่นี้ในวงเงินงบประมาณตามกรอบ ก็ต้องดําเนินการต่อไป แต่ในขณะเดียวกันในภาคของธุรกิจนั้นก็ต้องให้โอกาสเขาในการพักหนี้ ในการยกเว้นภาษี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายรัฐบาลที่พูดถึงในเรื่องของการเก็บ ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่จะต้องลดจาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์มาเป็น ๒๓ เปอร์เซ็นต์นั้น ก็เป็น การเยียวยาก็เป็นการแบ่งเบาภาระในการที่จะให้ธุรกิจนั้นเขาเติบโต ให้เขาได้สร้างงาน ให้แรงงานที่กําลังตกงานอยู่ในขณะนี้มีโอกาสได้ฟื้นฟู ท่านประธานครับ มีความจําเป็นอย่างยิ่ง ในระยะเวลาที่ผมอภิปรายนี้อาจจะจํากัดเวลา แต่โดยภาพรวมของงบประมาณรายจ่าย ประจําปี ๒๕๕๕ ที่รัฐบาลได้เสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาแห่งนี้ ในภาพรวมแล้วผมคิดว่า มีความจําเป็นนะครับ แล้วก็ถึงแม้ว่าเม็ดเงินจะไม่ทันท่วงทีและจํานวนน้อยก็ตามแต่ แต่ว่าในปัญหาเบื้องต้นนี้ผมคิดว่าในหลักการนั้นรับได้ จึงขอสนับสนุนงบประมาณรายจ่าย ประจําปีของรัฐบาล ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ เดิมทีเราได้รับแจ้งว่าจะมีการงดการถ่ายทอดและเข้าไปในชั่วโมงข่าวตอน ๑๒.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๒.๓๐ นาฬิกา และ ๑๙.๐๐ นาฬิกา ถึง ๒๐.๓๐ นาฬิกา รัฐบาล ได้แจ้งว่าจะตัดเข้าเฉพาะในช่วงข่าวเวลา ๒๐.๐๐ นาฬิกา ถึง ๒๐.๓๐ นาฬิกา เฉพาะข่าว ในพระราชสํานักเท่านั้นนะครับ นอกนั้นก็จะถ่ายทอดตามปกติเริ่มขึ้นมาอีก เชิญท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ครับ ๑๒ นาที
ท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ เขตเลือกตั้งจังหวัดกระบี่ ท่านประธานครับ ผมจะพยายาม ใช้เวลาที่ให้ไว้โดยจํากัดที่สุด เพราะส่วนใหญ่ท่านผู้นําฝ่ายค้านก็ได้อภิปรายไปบ้างแล้ว ผมขอเริ่มต้นด้วยว่าการพิจารณางบประมาณปีนี้เป็นการพิจารณางบประมาณในภาวะ ที่ไม่ปกติจริง ๆ ทุกปีเราจะพิจารณางบประมาณกันอยู่ในประมาณเดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน เพื่อจะใช้วันที่ ๓๐ กันยายน แต่ปีนี้เรากําลังพิจารณางบประมาณ ในเดือนพฤศจิกายนเพื่อไปใช้ในเดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม เราล่วงเลยมาเกือบ ๒ ไตรมาส เวลานี้ภาวะในช่วงเวลาก็เป็นช่วงเวลาที่ไม่ปกติ
ประการต่อมาประการที่ ๒ ก็คือว่างบประมาณปีนี้ทําขึ้นในสถานการณ์ บ้านเมืองที่ไม่ปกติ สิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองตลอด ๒ เดือน ๓ เดือนที่ผ่านมาในภาวะน้ําท่วม มหาภัยคราวนี้ มีคนพูดกันตั้งแต่เดือนที่แล้วว่าบ้านเมืองเรากําลังก้าวเข้าสู่ภาวะวินาศสันตะโร คําว่า วินาศสันตะโร ท่านประธานครับ ถ้าไปเปิดพจนานุกรมท่านจะเห็นว่าไม่ใช่คําหยาบ คําว่า วินาศ แปลว่าพังทลาย เติมด้วยถ้อยคําคําว่า สันตะโร ก็แปลว่าพินาศฉิบหาย วอดวายป่วง โดยพจนานุกรมนะครับ มันจะวายป่วงตายด้วยโรคระบาดอีกมากเท่าไร ในวันข้างหน้าจากวันนี้ต่อไปเรายังไม่เห็น แต่ว่าความล่มสลายในทางเศรษฐกิจในภาวะสังคม หลายอย่างตั้งแต่ที่พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี ๗ นิคมอุตสาหกรรมที่พังทลายไป จนเข้าถึง กรุงเทพมหานคร และอีกหลายนิคมอุตสาหกรรมที่กําลังจะพังทลายในเร็ว ๆ นี้ ก็ต้อง ยอมรับว่าวันนี้ภาวะรัฐบาลเป็นไปในภาวะที่ไม่ปกติ ผมขอเรียนเบื้องต้นว่าการพิจารณา งบประมาณเราจะมีคําว่า ปีปฏิทิน กับ ปีงบประมาณ ปีปฏิทินเราเริ่มต้นวันที่ ๑ มกราคม ไปจบวันที่ ๓๑ ธันวาคม แต่ปีงบประมาณเราจะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคมไปจบวันที่ ๓๐ กันยายน ตั้งแต่วันที่ ๓๐ กันยายน รัฐบาลมาบริหารราชการแผ่นดินเดือนสิงหาคม จนถึงวันนี้รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่มีพระราชบัญญัติงบประมาณรองรับ เพราะพระราชบัญญัติงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ได้จบสิ้นไปตั้งแต่วันที่ ๓๐ กันยายนแล้ว ข้อจํากัดดังกล่าวนี้ถึงแม้กฎหมายจะเขียนว่าให้ใช้งบประมาณปีที่แล้วได้ไปพลางก่อน ก็มีข้อจํากัดหลายประการที่รัฐบาลไม่สามารถใช้ได้ และถ้าผ่านพ้นไปเราจะรู้ว่า ในเดือนตุลาคมทั้งเดือน เดือนกันยายน รัฐบาลใช้งบประมาณผิดประเภท ผิดกฎหมาย ไปหลาย ๆ อย่าง ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาต่อไปในวันข้างหน้านะครับ ท่านประธานที่เคารพ มาดูกรอบงบประมาณ ผมจะพูดสั้น ๆ ไปแค่กรอบงบประมาณครับ เราตั้งงบประมาณปีนี้ เอาไว้ที่ตัวเลขประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท และประกอบด้วยองค์ประกอบส่วนหนึ่ง ก็คือรายรับ ส่วนหนึ่งก็คือรายจ่าย ส่วนหนึ่งคือเงินคงคลัง และส่วนหนึ่งชดใช้เงินกู้ ผมจะพูด เฉพาะส่วนที่เป็นงบประมาณรายรับ ท่านประธานครับ ดูแล้วน่าเป็นห่วงเหลือเกินครับ มีการยกตัวเลขรายรับเมื่อปี ๒๕๕๔ มาเป็นฐาน คิดว่าปี ๒๕๕๕ จะเป็นเช่นนั้น และมองว่า ความเสียหายจากภาวะน้ําท่วมที่เกิดขึ้นในเดือนกันยายน เดือนตุลาคมนี้มันยังอยู่ ในปี ๒๕๕๔ แท้จริงแล้วมันย่างเข้าไปสู่ในปี ๒๕๕๕ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคมจนกระทั่งถึงบัดนี้ ภาวะน้ําท่วม ภาษีที่เราเก็บรายรับทั้งหมดจากปี ๒๕๕๔ มันคือเศรษฐกิจของปี ๒๕๕๓ การประกอบการในปี ๒๕๕๓ แต่รายรับในปี ๒๕๕๔ ของกรมสรรพากรที่จะส่ง ในเดือนมีนาคมนี้ หรือในเดือนมีนาคมหน้ากับเดือนสิงหาคมหน้านี่ นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่บัดนี้จนกระทั่งตลอดปีหน้า เพราะฉะนั้นงบประมาณในปี ๒๕๕๕ น่าห่วงเหลือเกิน ไม่ใช่มาเปรียบเทียบด้วยงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ แต่รัฐบาลยังทํางบประมาณ เหมือนอยู่ในภาวะปกติธรรมดา วันนี้รัฐบาลเหลือเวลาที่จะใช้งบประมาณอยู่เพียงแค่ ประมาณ ๗ เดือนกว่า ๆ ๘ เดือนก็จะสิ้นปีงบประมาณตาม พ.ร.บ. งบประมาณ ปี ๒๕๕๕ แต่รัฐบาลยังทํางบประมาณเหมือนภาวะที่ใช้ในอีก ๑ ปี และขณะเดียวกันประมาณการ รายได้ในการจัดเก็บ ผมขอเจาะลึกเฉพาะในเรื่องกรมสรรพากรและในส่วนที่เกี่ยวกับ กระทรวงการคลัง ในฐานะที่ผมคลุกคลีกับกรมสรรพากรมา ๒ สมัย ๘ ปีกว่า ๆ และในช่วง วิกฤติต้มยํากุ้งเป็นผู้ดูแลการจัดเก็บรายได้ทั้งหมดก็พอที่จะมีความรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคําว่า รายได้จากภาษีนิติบุคคล ท่านประธานที่เคารพครับ นิติบุคคลประกอบด้วยหลายประเภทครับ ๑. นิติบุคคลขนาดใหญ่ทั้งที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์หรือนอกตลาดหลักทรัพย์ หรือที่อยู่ใน นิคมอุตสาหกรรม อยู่นอกนิคมอุตสาหกรรม ทั้งหมดนี้มีผู้ประกอบการรายใหญ่ ๒,๐๐๐ ราย ที่เราไปรวมกันไว้เป็นแอลทีโอ (LTO) ใน ๒,๐๐๐ รายดังกล่าวนี้มีภาษีนิติบุคคล เกือบครึ่งหนึ่งของภาษีนิติบุคคลทั้งประเทศ ส่วนที่เหลือจะเป็นนิติบุคคลขนาดกลาง ขนาดย่อม ซึ่งบางแห่งก็ไม่มีกําไรไม่ต้องเสียภาษี บางแห่งก็ต้องขาดทุนไม่ต้องเสียภาษี บางแห่งก็มีกําไรนิด ๆ หน่อย ๆ แต่ฐานใหญ่ของเราอยู่ที่ ๒,๐๐๐ ราย แอลทีโอ ที่กรมสรรพากรดูแลอยู่นะครับ เกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของรายได้กรมสรรพากรทั้งหมดมาจาก ที่นี่ วันนี้ความพินาศที่พระนครศรีอยุธยาที่นิคมอุตสาหกรรมตั้งแต่สหรัตนนคร ตั้งแต่ โรจนะ อีกหลาย ๆ นิคม รวมทั้งนวนคร และกําลังจะคืบคลานเข้ามาที่ลาดกระบัง บางชัน ในขณะนี้นะครับ มีโรงงานที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมพังไปคิดว่าร่วม ๑๐,๐๐๐ โรงงาน เคยถามกรมสรรพากรว่านิคมอุตสาหกรรมที่พังไปขณะนี้บริษัทขนาดใหญ่จะต้อง กระทบกระเทือนเสียหายแค่ไหน คําตอบจากทางกรมสรรพากรง่าย ๆ ว่าบริษัทที่อยู่ในนิคม อุตสาหกรรมไม่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว แต่แท้จริงนิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทยสร้างมาแล้ว ร่วม ๔๐ ปี ส่วนหนึ่งยังอยู่ในระหว่างที่ยังปลอดภาษีอยู่ แต่ส่วนใหญ่ ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ ล้วนแล้วแต่ที่จะต้องเสียภาษี ความพินาศของนวนคร ความพินาศของโรจนะ ความพินาศ ของบางกะดี ความพินาศของบางปะอิน ความพินาศของหลาย ๆ นิคมอุตสาหกรรม จน ณ ขณะนี้จะกระทบกับรายได้ภาษีนิติบุคคลของเราจํานวนมหาศาลเกือบครึ่งของทั้งหมด ตัวเลขประมาณคร่าว ๆ ได้อย่างนี้ ส่วนบริษัทนิติบุคคลขนาดกลางที่เคยมีกําไรบ้าง เมื่อก่อน ได้เสียภาษีบ้างต่อไปนี้จะต้องขาดทุน และล้วนแล้วแต่กลายเป็นบริษัทที่ไม่ต้องเสียภาษีทั้งสิ้น ท่านประธานที่เคารพ เรากะว่าจะมีภาษีนิติบุคคลในงบประมาณปีนี้ตั้งไว้ ๕๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เปรียบเทียบโดยตั้งอัตราก้าวหน้ายิ่งกว่าปี ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา เพราะดูว่าปี ๒๕๕๔ มีตัวเลขจัดเก็บบางส่วนเกินเป้า แต่นั่นคือการประกอบการของ ปี ๒๕๕๓ เราไม่ได้มองสถานะที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองนี้ไปดูว่าภาษีนิติบุคคลปี ๒๕๕๕ จะเป็นอย่างไร มิหนําซ้ําวันนี้รัฐบาลประกาศนโยบายที่จะลดภาษีนิติบุคคลจากร้อยละ ๓๐ มาเป็นร้อยละ ๒๓ ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕ ที่จะถึงนี้ ท่านประธานครับ ภาษีนิติบุคคลทั้งระบบมีอยู่ขณะนี้ที่รัฐบาลประมาณการ ๕๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้า ๓๐ เปอร์เซ็นต์เป็น ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๑ เปอร์เซ็นต์คือ ๑๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าลดไปจาก ๓๐ เป็น ๒๓ หายไป ๗ เปอร์เซ็นต์ ๗ เปอร์เซ็นต์คูณกันแล้วภาษีนิติบุคคล ตรงนี้แม้กระทั่งในภาวะปกติก็จะต้องหายไปถึงประมาณ ๑๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้ว ๑๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทดังกล่าวนี้รัฐบาลไม่ได้เผื่ออะไรไว้เลย รัฐบาลไม่ได้หาทางออก ไว้เลย คงตั้งงบประมาณขาดดุลเหมือนเดิมเหมือนบ้านเมืองเรายังอยู่ในภาวะปกติ และยังทํา ประชานิยมโดยหาเสียง ทําตามสิ่งที่หาเสียงไว้จะลดภาษีนิติบุคคลลงมาเหลือ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ โดยไม่คํานึงถึงหายนะ ของบ้านเมืองขณะนี้ ท่านยังจะทําอย่างนั้นได้หรือเปล่า ผมจะไม่พูดถึงเรื่องบ้านหลังแรก ไม่พูดถึงเรื่องรถคันแรก พูดถึงสารพัดโครงการประชานิยมที่ท่านประกาศและท่านกําลัง จะทําอยู่ ณ ขณะนี้ ท่านประธานที่เคารพ นอกจากภาษีนิติบุคคลในส่วนที่กรมสรรพากร จัดเก็บ ส่วนที่กระทบกับผู้ประกอบการรายใหญ่ อย่ามองแค่ว่าหายนะในนิคมอุตสาหกรรม ไม่เป็นอะไร มันส่งผลเป็นห่วงโซ่ตลอดไปเลย หายนะที่โรจนะ ที่นวนคร มันอาจจะส่งผลไป ถึงมาบตาพุด แหลมฉบัง มันจะส่งผลถึงต่างประเทศด้วย เพราะนิคมเหล่านี้ประกอบชิ้นส่วน สําคัญในการที่จะส่งป้อนอุตสาหกรรมต่อเนื่องทั้งหลาย วันนี้อุตสาหกรรมต่อเนื่องอีก หลาย ๆ แห่งก็ต้องหยุดชะงัก และก็ต้องพลอยกระทบกระเทือน กระเทือนไปถึงต่างประเทศ กระเทือนไปถึงญี่ปุ่น สิ่งเหล่านี้รัฐบาลไม่ได้นํามาประกอบในการทํางบประมาณปีนี้เลย คงตั้งงบประมาณอย่างที่เป็นไปอย่างปกติธรรมดา ท่านประธานที่เคารพ รายได้ในการ จัดเก็บงบประมาณดังกล่าวนี้เราไปกําหนดเป้าให้กรมสรรพากรไว้เช่นนี้ แน่นอนครับ มันท้าทายด้วยตําแหน่งของอธิบดี ถ้าอธิบดีเก็บไม่ได้ตามเป้าที่พูดอยู่วันนี้ อาจจะถูกโยกย้าย อาจจะถูกลงโทษ อาจจะอะไรก็ตาม กรมสรรพากรก็ต้องหาทางออกด้วยการรีดเลือดกับปู ด้วยการนับชามก๋วยเตี๋ยว ด้วยการรีดนาทาเร้น และจะเป็นการซ้ําเติมความทุกข์ยากลําบาก ของผู้ประกอบการทุกขนาดยิ่งขึ้นต่อไปจากนี้ ท่านประธานครับ ในเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับ รายได้ที่รัฐบาลประมาณการไว้ กรมสรรพากร ท่านประธาน ในภาคเอกชนล่ะครับ ในภาครายครัวเรือนล่ะครับ วันนี้มองไปเถอะครับในทีวีทุกแห่ง รถยนต์ที่จมน้ําไปทั้งคัน รถยนต์ที่จมน้ําไปครึ่งคัน รถราคาเป็นล้าน ๆ บาทจมน้ําทั้งคันนี่ เราเก็บซากมา เหลือไม่กี่หมื่นบาทหรอกครับจากล้านบาท แต่ละคันต้องเสียหายเป็นแสนเป็นล้านทั้งนั้น มีการประมาณกันว่ารถยนต์ที่จะต้องเสียหายจากน้ําท่วมครั้งนี้ทั้งที่เกิดขึ้นแล้วและที่จะต้อง เกิดขึ้นต่อไป แม้ส่วนหนึ่งจะหนีไปอยู่บนทางด่วนแล้วก็ตาม จะมีรถยนต์เสียหายถึงประมาณ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ คันเป็นอย่างน้อย คันหนึ่งต้องซ่อมสัก ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท ก็พอครับ ท่านประธานครับ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับที่หายไป วันนี้มีการพูดถึงว่า บ้านจัดสรรทั้งหลายมากกว่า ๓๐๐,๐๐๐ หลังจมน้ําหมดแล้ว จะถึงเข่า ถึงแข้ง ถึงอก ถึงคอ ก็ตามแต่ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ หลังเหล่านี้เมื่อน้ําท่วมลดมาแต่ละหลัง ๒๐๐,๐๐๐- ๓๐๐,๐๐๐ บาท ไม่อยู่หรอกครับในการที่จะซ่อมบ้าน และคูณด้วยความเสียหายตรงนี้ เป็นเงินอีกกี่หมื่นล้านบาท อีกร่วมแสนล้านบาท ท่านประธานครับ คนที่ซื้อบ้านจัดสรรทั้งหลาย เป็นคนที่มีเงินเดือนนะครับ ใช้เงินเดือนเกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนอยู่ตรงนี้ ภาวะน้ําลด เขาจะไม่มีเงินพอที่จะมาซ่อมบ้าน ก็จะเป็นปัญหารายครัวเรือนเป็นความลําบากยากแค้น แสนเข็ญของเขา และภาวะอย่างนี้จะไปลดภาษีให้เขาไม่มีประโยชน์หรอกครับ ทั้งหมดคือ ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ท่านประธานครับ ผมจะพยายามรักษาเวลา เห็นประธานวิปบอกว่า ให้ผมได้ถึง ๑๕ นาที ผมขอเลยไปในเรื่องอีกบางส่วนเท่านั้นเองครับ ท่านประธานผมอยากย้ํา ตรงนี้ละครับ ผมยึดถือตลอดเวลาว่ากระทรวงการคลังอยู่ได้นอกจากวินัยการคลังที่เข้มงวดแล้ว วินัยการงบประมาณที่เข้มงวดก็จําเป็น การทํางบประมาณที่เชื่อถือได้ ต้องมีข้อมูลตัวเลข สมมุติฐานที่เป็นจริงที่ควรจะยึดถือได้ แต่วันนี้เราทํางบประมาณมายาทั้งฉบับมาให้สภาเรา พิจารณา ณ ขณะนี้ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมเป็นห่วง ผมเคยพูดถึงเรื่องหนี้สาธารณะ ผมเคยพูดถึงหลาย ๆ เรื่อง เห็นไหมครับ สิ่งที่เกิดขึ้นในสหภาพยุโรปล้วนแล้วแต่มาเป็นหนี้ สาธารณะ หนี้สาธารณะปีนี้เราจะชดใช้ต้นเงินไปเพียงแค่ ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เราจะต้องก่อหนี้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และอีกกี่แสนล้านต่อมาก็ไม่ทราบ ท่านประธาน ประชาชนคงน้อยคนที่จะรู้นะครับว่าวันนี้ประเทศไทยต้องเบียดบังงบประมาณไปจ่าย ดอกเบี้ยถึงปีละ ๑๓๐,๐๐๐-๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาทเข้าไปแล้ว มากกว่างบกระทรวงใหญ่ ๆ ของเราตั้งหลายกระทรวงที่เป็นอยู่ ณ ขณะนี้ ท่านประธานผมขอใช้เวลาเพียงแค่นี้ว่า ด้วยความเป็นห่วงอย่างยิ่ง ก็ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วย ท่านเคยอยู่ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ท่านเคยคลุกคลีกับภาคเอกชน ท่านรู้ว่า ภาคเอกชนจะเดือดร้อนลําบากแค่ไหน และท่านก็เคยพูดตลอดเวลาเรื่องวินัยการคลัง วันนี้ฝากเรื่องวินัยงบประมาณ วันนี้เราไม่ใช่เอางบประมาณทั้งฉบับที่เป็นวินัยมายาเขียนตัวเลขสมมุติฐาน จินตนาการ หลอกลวงโดยไม่ได้อยู่ในพื้นฐานที่เป็นจริงทั้งสิ้นกําลังจะมาให้สภานี้พิจารณา ผมฝาก ข้อสังเกตเพียงเท่านี้ ขอบพระคุณครับ
ท่านปวีณ แซ่จึง ๗ นาที แล้วต่อจากท่านปวีณก็เป็นท่านธนานะครับ พอหลังจากท่านธนา ก็จะเป็นท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หลังจากท่านจุลพันธ์แล้วก็จะเป็นท่านสาคร เกี่ยวข้อง เชิญท่านปวีณครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ปวีณ แซ่จึง พรรคเพื่อไทย จังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๘ พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ หลักการ ตั้งงบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเห็นด้วยในหลักการครับ ส่วนเหตุผลนั้นเนื่องจากว่ามีภาวะจําเป็นที่จะต้องตั้งงบขาดดุล ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ประเทศอยู่ในภาวะที่ประสบภาวะวิกฤติ ผมจึงเห็นด้วยทั้งหลักการ และเหตุผล ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายในส่วนของงบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท การใช้จ่ายงบกลางนั้นดูเสมือนว่าพรรคฝ่ายค้านเป็นห่วงมากว่าจะเกิด การทุจริตเนื่องจากไม่มีโครงการรองรับ เนื่องจากว่าภาวะวิกฤติขณะนี้กําลังเกิดขึ้นอยู่ น้ํายังไม่ลด การตั้งงบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเพียงเตรียมการไว้ใช้จ่ายเพื่อเยียวยา และแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากสถานการณ์นั้นเข้าสู่ภาวะปกติ คงไม่สามารถที่จะตั้ง โครงการรองรับไว้ได้ อดีตอยากจะถามว่า พ.ร.ก. งบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พระราชบัญญัติงบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลชุดก่อนเคยมีรายละเอียดให้สภา แห่งนี้ได้ศึกษาหรือไม่ เกิดการทุจริตหรือไม่ ท่านทราบดีอยู่แล้วว่าประเด็นนี้เป็นอย่างไร ต้องให้เกียรติคนอื่น เราเคยเรียกร้องว่าเราอยากจะดูรายละเอียดประกอบ พ.ร.ก. เงินกู้ และ พ.ร.บ. เงินกู้ ท่านก็ไม่มีให้เราดู จนขณะนี้ใช้จ่ายเงินเอสพี ๑ (SP1) เอสพี ๒ (SP2) ยังไม่หมดเลยนะครับ จึงเป็นข้อสังเกตว่าขณะอยู่ในภาวะวิกฤติอย่างนี้เรามาช่วยกันกอบกู้ บ้านเมืองดีกว่านะครับ ซึ่งจะเป็นประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง สําหรับงบประมาณในงบกลางนั้น ผมดีใจเป็นอย่างยิ่งในรายละเอียดข้อ ๓ ที่ได้เปลี่ยนคําว่าปกป้องสถาบัน ปีงบประมาณ ๒๕๕๓-๒๕๕๔ ท่านใช้คําว่าปกป้องสถาบัน ผมคือคนหนึ่งที่ขึ้นมาทักท้วงว่าคําพูดเช่นนี้ มันทําให้เกิดความแตกแยก มันเหยียดคนอื่นว่าคนอื่นนั้นไม่ปกป้องสถาบัน ผมดีใจครับ ที่เปลี่ยนมาใช้คําว่าเป็นการเทิดทูนพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งทุกคน มีอยู่แล้วนะครับ รายละเอียดนี้เป็นรายละเอียดที่สร้างความปรองดองอย่างแท้จริง
ต่อไปครับ เนื่องจากว่ามีความจํากัดในเรื่องของเงื่อนเวลา งบประมาณนี้ ได้บรรจุในเรื่องที่พรรคเพื่อไทยได้หาเสียงเอาไว้ก็คือเงินผู้สูงอายุตามขั้นบันไดซึ่งจําเป็น จะต้องให้ และในขณะเดียวกันผู้สูงอายุประสบภัยธรรมชาติก็มีจะได้ใช้จ่ายเงินเหล่านี้ เงินกองทุนหมู่บ้านเอสเอ็มแอล เงินกองทุนนี้จะให้กับหมู่บ้าน หมู่บ้านละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ไฟฟ้าเพื่อการเกษตรก็ได้บรรจุชดเชยลงไปนะครับ เงินกองทุนพัฒนาสตรีก็ได้บรรจุลงไป ทีนี้ผมอยากจะขอถือโอกาสนี้ได้พูดถึงเงินกองทุน เงินกองทุนที่หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน ได้กรุณาได้พูดพาดพิงถึงว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้เห็นความจําเป็นของประชาชน ไปลดงบ ในกองทุนหลักประกันสุขภาพ ขอให้ดูให้ดีและศึกษาให้ดี ผมเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ หลักประกันสุขภาพนี้ ๘ ปีเต็ม ๆ ในห้วงของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ผมเป็นอนุกรรมการ หลักประกันสุขภาพจังหวัดได้ศึกษาในเรื่องของพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพ เงินใน จํานวนนี้ที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยได้ตั้งไว้ในปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ ๑๐๗,๘๑๔ ล้านบาท ในขณะที่งบปี ๒๕๕๔ รัฐบาลชุดก่อนตั้งไว้ ๑๐๑,๐๕๗ ล้านบาท ขณะที่ผู้เข้าโครงการนี้ ในปี ๒๕๕๔ ๔๗,๙๐๙,๗๐๐ คน หรือ ๔๘ ล้านคนนั่นเอง เฉลี่ยออกมาแล้วจะเป็นเฉลี่ยต่อหัวก็คือ ๒,๕๔๖ บาท ๔๐ สตางค์ นี่คือปีงบ ๒๕๕๔ นะครับ ทีนี้ปีงบ ๒๕๕๕ คนที่จะเข้าโครงการประมาณการไว้ว่า ตั้งงบไว้ ๑๐๗,๘๑๔ ล้านบาท คนที่จะเข้าโครงการเพิ่มขึ้นอีกประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าคน เพิ่มขึ้นจะเป็น ๔๘,๓๐๓,๐๐๐ คนเศษ เฉลี่ยออกมาแล้วจะเป็นเงินต่อรายต่อหัวก็คือ ๒,๗๕๕ บาท ๖๐ สตางค์ ถามว่าเงินในจํานวนนี้ คนที่เข้าโครงการได้ใช้จ่ายเต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์หรือไม่ ไม่ใช่ เงินจํานวนนี้จะต้องไปจ่าย ให้กับโรงพยาบาลที่เข้าโครงการ เป็นเงินเดือนหมอ เป็นเงินเดือนค่าใช้จ่ายประจํา ค่าใช้จ่าย ต่าง ๆ ในหน่วยงานของโรงพยาบาลที่เข้าโครงการหลักประกันสุขภาพ แม้แต่โครงการตาม มาตรา ๔๑ ที่เป็นการชดเชยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการรักษาพยาบาล เช่น คนไข้ที่ได้รับ ผลกระทบจากการรักษาพยาบาล อาจจะเกิดจากความผิดพลาดของโรงพยาบาลหรือ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็จะได้รับเงินชดเชยถ้าเสียชีวิต ๒๐๐,๐๐๐ บาท ในขณะเดียวกันตาม มาตรา ๔๑ นี้ ผู้ที่ให้การบริการรักษาพยาบาลก็คือ หมอ แพทย์ พยาบาล หรือผู้ที่มีส่วน เกี่ยวข้อง ถ้าได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาลตามโครงการนี้ก็จะได้รับการชดเชย ตามมาตรา ๔๑ เช่นกันนะครับ เพราะฉะนั้นต้องทําความเข้าใจ พูดออกไปแล้ว พรรคเพื่อไทยเสียหาย พรรคเพื่อไทยจัดมานี้นะครับ เราตั้งงบเพิ่มตั้ง ๖,๗๕๖ ล้านบาท จากจํานวนคนเพิ่มเพียงจาก ๔๗,๙๙๗,๐๐๐ คน เป็น ๔๘,๓๓๓,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้น พี่น้องที่เคารพครับ พรรคเพื่อไทยยังเพิ่มไปอีกเป็นเงินอีกตั้ง ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท เฉลี่ยแล้วนี่นะครับก็ยังมากกว่าปี ๒๕๕๔ ในขณะที่ท่านหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ตั้ง ๑๐๐ กว่าบาทเกือบ ๒๐๐ บาท ขอให้ชัดเจนนะครับ ปีนั้นต่อหัว จริง ๆ หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้วจะอยู่ประมาณ ๑,๑๐๐ บาท ไม่เกิน ๑,๒๐๐ บาท แต่รัฐบาลชุดนี้จัดให้ ๑,๒๐๐ บาท ไม่เกิน ๑,๓๐๐ บาท เพราะฉะนั้นไม่จริงครับ พรรคเพื่อไทยยังเห็นคนยากคนจน เราจะต้องดูแลเขา ให้เขาได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพราะฉะนั้นขอชี้แจงครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน ผมใช้เวลาเกินไป ๑๖ วินาที
ท่านธนาเชิญ ท่านธนา ๘ นาทีนะครับ
ครับท่านประธานครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ การทําหน้าที่ในการพิจารณาอนุมัติงบประมาณแผ่นดิน เป็นหน้าที่ที่สําคัญอีกอย่างหนึ่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมขออนุญาตท่านประธาน ที่จะกราบเรียนว่าแม้ว่าสภาวะอุทกภัยร้ายแรงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ที่รัฐบาลได้บริหาร ราชการแผ่นดินมาประมาณ ๓-๔ เดือน แต่ก็ได้สร้างความไม่เชื่อมั่นให้เกิดขึ้นทั้งในหมู่ พี่น้องประชาชน นักลงทุนทั้งภายในและต่างประเทศ ขออนุญาตท่านประธานที่จะ เปรียบเทียบกับในช่วงปีแรกของปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครับท่านประธาน เราเจอกับปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา เราเกิดวิกฤติ หนี้สาธารณะในสหภาพยุโรป หลายประเทศเกิดสภาวะที่ไม่สามารถชําระหนี้ได้ส่งผลกระทบ ต่อเศรษฐกิจโดยรวมของโลกและของประเทศไทย เราเกิดผลกระทบจากภัยพิบัติสึนามิ ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแน่นอนส่งผลกระทบในการส่งออกและผลผลิตของประเทศโดยรวม เราเกิดอุทกภัยอย่างร้ายแรงในพื้นที่ของประเทศไทยหลายจังหวัด หลายภาค และที่ปฏิเสธ ไม่ได้ก็คือเราเกิดวิกฤติทางการเมืองที่บั่นทอนภาวะเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง แต่ท้ายที่สุด ๖ เดือนที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้บริหารราชการแผ่นดินจนกระทั่งได้หมด วาระไปช่วงเลือกตั้ง สิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถปฏิเสธและท่านผู้นําฝ่ายค้านได้ชี้แจงต่อที่ประชุมนี้ ชัดเจนแล้วก็คือประเทศได้รับผลประโยชน์อย่างมากจากรัฐบาลที่ผ่านมา นั่นคือทุนสํารอง ของประเทศที่มีระดับสูงที่สุด ไม่เคยมีรัฐบาลไหนได้ทําไว้กับประเทศให้มีทุนสํารองมากถึง ๔,๘๐๐,๐๐๐ ล้านล้านบาท ไม่เคยมีการทําให้หนี้ต่างประเทศอยู่ในระดับต่ํา จะได้ไม่สร้างปัญหากับรัฐบาลต่อไป ในการที่จะบริหารราชการแผ่นดิน ดุลบัญชีเดินสะพัด ดุลบัญชีการค้าเกินกว่าดุลปกติ เราสามารถส่งออกได้มากกว่านําเข้า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ก็คือ นั่นคือการทํางานที่มีแนวทางชัดเจนโดยมุ่งเน้นผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน และสิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือเราสามารถทําให้อัตราการว่างงานของประเทศลดลง ต่ําที่สุดที่เคยเกิดขึ้นมา วันนี้ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ได้กําหนดแนวทางในการบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดิน ปี ๒๕๕๔ ซึ่งผมจะ หยิบยกมาเพียง ๒ ประเด็นเท่านั้นก็คือ
ประเด็นแรกที่ท่านบอกจะให้ความสําคัญในการฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจ ที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากอุทกภัยในช่วงปลายปี ๒๕๕๔ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเชื่อว่างบประมาณฉบับนี้ทําขึ้นในช่วงที่เราเข้าสู่ภาวะของอุทกภัยร้ายแรง นั่นแสดงให้ เห็นว่ารัฐบาลนี้ประเมินอุทกภัยคราวนี้ต่ํากว่าความเป็นจริง ท่านคิดว่าท่านจะสามารถ เยียวยาฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป แต่วันนี้ได้ปรากฏให้ เห็นแล้วว่าท่านได้ประเมินสถานการณ์ผิดพลาดโดยสิ้นเชิง และนี่คือสิ่งที่ผมอยากจะ กราบเรียนว่ามันกระทบต่อความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชน กระทบต่อความมั่นใจของ นักลงทุนทั้งภายในและต่างประเทศ กระทบต่อความเชื่อมั่นของนานาอารยประเทศที่มีต่อ ประเทศไทย
ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ในข้อ ๒ รัฐบาลของท่านเขียนไว้ชัดเจนว่า จะเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศและสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจจากภาวะ ความผันผวนทางเศรษฐกิจของโลก ผมกราบเรียนว่าแนวทางจะเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของ ประเทศนั้น สิ่งสําคัญที่สุดที่จะสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้นั่นคือรัฐบาลต้องสร้าง ความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นให้กับประเทศนี้ แต่ในช่วง ๓-๔ เดือนที่ผ่านมา ผมคงไม่ต้องพูดครับว่าพี่น้องประชาชน นักลงทุนทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศ นานาอารยประเทศ มองสภาวะการเชื่อมั่นต่อรัฐบาลนี้เป็นอย่างไร ผมกราบเรียนท่านประธานว่า วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรียังประเมินสถานการณ์อุทกภัยต่ํากว่า ที่เป็นจริง แล้วก็ไม่ยอมรับความจริง วันนี้ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน กับประเทศแห่งนี้รุนแรงที่สุดตั้งแต่มีการตั้งประเทศไทยขึ้นมา ไม่มีความเสียหายใดที่จะรุนแรง เท่ากับอุทกภัยครั้งนี้แล้ว แต่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ยังปฏิเสธที่จะลงมาดูแลกํากับการแก้ไข ปัญหานี้ด้วยตัวท่านเอง วันนี้ท่านต้องลงมาเป็นประธาน ศปภ. ด้วยตนเอง เพื่อเรียก ความเชื่อมั่นจากทุกภาคส่วนให้สามารถแก้ไขไปได้ ท่านนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธาน ศปภ. หรือไม่เป็น ท่านปฏิเสธความรับผิดชอบในส่วนนี้ไม่ได้ ตั้งแต่วันที่สภาแห่งนี้ได้เลือกท่าน เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าท่านจะบริหารราชการแผ่นดิน ท่านจะมอบหมายให้ใครก็ตาม ท่านไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบนี้ได้ นั่นคือสิ่งที่ผมกราบเรียนท่านว่า ท่านผิดพลาด ในเรื่องของการประเมินสถานการณ์
เรื่องที่ ๒ ครับ ท่านไม่สามารถทําความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชน ท่านไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นถึงความสามารถในการบริหารจัดการน้ําที่เกิดขึ้น ในครั้งนี้ได้ ท่านประธานคงไม่ปฏิเสธนะครับว่า เริ่มต้นรัฐบาลนี้บริหารจัดการน้ําด้วยการ เอาคนใกล้ชิดรอบตัวที่ไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องน้ํามาบริหารจัดการ และท้ายที่สุด ก็เกิดความเสียหายต่อเนื่องลงมา ไม่ต้องพูดถึงนิคมอุตสาหกรรมที่รัฐบาลบอกเอาอยู่ เอาอยู่ทุกครั้ง จนกระทั่งวันนี้ถ้ารัฐบาลบอกเอาอยู่ นั่นหมายถึงพี่น้องประชาชนเตรียมอพยพ ได้ทันที วันนี้สิ่งที่รัฐบาลทําให้กับพี่น้องประชาชนทําได้อย่างเดียวครับ คือสร้างอารมณ์ขัน ในยามที่พี่น้องคนไทยทุกคนเกิดสภาวะเครียดที่เกิดจากสภาวะน้ําท่วม ผมกราบเรียน ท่านประธานครับ ท่านไปตั้ง ศปภ. ที่ดอนเมือง ย้ําอีกครั้งครับ ท่านประเมินสถานการณ์น้ํา ต่ํากว่าที่เป็นจริงแล้วต่ํากว่าทุกครั้ง เมื่อวันหนึ่งท่านไม่สามารถบริหารจัดการน้ําได้ ท่านไม่รู้ว่า จะบริหารจัดการน้ําอย่างไร ท่านจึงไปตั้งที่ดอนเมือง แล้ววันนี้ท่านก็ต้องย้ายจากดอนเมือง ออกมาที่กระทรวงพลังงาน วันนี้น้ําตามไปที่กระทรวงพลังงาน ผมเชื่อครับอย่างไรท่านก็ต้องย้าย แม้ว่าท่านจะเอางบประมาณแผ่นดินมากมายไปทําถนนทางเข้าสร้างความเสียหายให้กับ พี่น้องประชาชนในบริเวณใกล้เคียงอย่างมาก ถึงแม้ท่านจะประกาศไม่ย้าย วันนี้ประชาชน ก็ยืนยันครับ ถ้ารัฐบาลประกาศไม่ย้าย นั่นหมายถึงย้ายแน่นอน ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพเนื่องจากเวลาจํากัด ท่านสร้างความเสียหาย ให้กับประเทศชาติมากมายเหลือเกินครับ วันนี้ถ้าบริหารจัดการดีเศรษฐกิจจะไม่เสียหาย รุนแรงขนาดนี้ รถยนต์ที่พี่น้องประชาชนใช้อยู่เพราะเชื่อมั่นรัฐบาลว่าเอาอยู่ ๆ น้ําท่วม ๒ ชั่วโมงขยับรถออกจากบ้านไม่ได้ วันนี้ในหมู่บ้านสําคัญ ๆ ไม่ว่าจะเป็นปทุมธานีไล่ลงมา จากพระนครศรีอยุธยาลงมาเห็นภาพที่ตรงกันก็คือรถจํานวนเป็นแสนคันยังถูกน้ําท่วมขัง เพราะเขาเชื่อมั่นว่ารัฐบาลเอาอยู่ รัฐบาลไม่ได้เตรียมการที่จะสร้างและนําแนวทางในการ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ผมกราบเรียน ท่านประธานครับด้วยเวลาจํากัด รัฐบาลจะไม่สามารถบริหารจัดการงบประมาณปี ๒๕๕๕ ได้เลยถ้ารัฐบาลยังบริหารราชการแบบนี้ยังไม่ได้รับความเชื่อถือจากพี่น้องประชาชน และที่สําคัญที่สุดนักลงทุนทั้งภายในและต่างประเทศนั้นวันนี้ขาดความเชื่อมั่นกับรัฐบาลนี้ โดยสิ้นเชิงแล้วครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ท่านจุรินทร์ มีอะไรปรึกษาครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต ท่านประธานใช้สิทธิพาดพิงสั้น ๆ นิดเดียวครับ กรณีเพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ ท่านปวีณ แซ่จึง ท่านได้กล่าวถึงงบประมาณค่าใช้จ่ายรายหัวด้านการรักษาพยาบาลเมื่อปี ๒๕๕๔ ซึ่งกระผม เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรงอยู่ เพื่อให้เกิด ความเข้าใจที่ชัดเจนในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ก็คือเนื่องจากคําอภิปรายของท่านนี่ท่านไปเข้าใจ ว่าผู้นําฝ่ายค้านที่ได้อภิปรายเมื่อช่วงสายได้อภิปรายทําให้เกิดความเข้าใจว่างบประมาณ ค่าใช้จ่ายรายหัวในปี ๒๕๕๕ ที่รัฐบาลชุดนี้ได้ตั้งไว้นั้นเป็นงบประมาณที่มีปัญหา แล้วท่าน ก็ชี้แจงว่างบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ที่ตั้งไว้สําหรับค่าใช้จ่ายรายหัวด้านการรักษาพยาบาลนั้น มากกว่างบ ปี ๒๕๕๔ ที่พรรคประชาธิปัตย์รับผิดชอบอยู่ แต่ในความเป็นจริงประเด็นที่ ท่านผู้นําฝ่ายค้านได้หยิบยกขึ้นมาอภิปรายนั้นหมายความว่างบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ที่พรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลนั้นตั้งค่าใช้จ่ายรายหัวไว้ ๒,๕๔๖ บาทต่อหัว แต่ว่าเมื่อ การจัดทํางบประมาณ ปี ๒๕๕๕ นั้นพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังรับผิดชอบอยู่ โดยท่านผู้นําฝ่ายค้าน ดํารงตําแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีท่านได้จัดงบประมาณเพิ่มเติมไปเป็น ๒,๘๙๖ บาทต่อหัว แต่ว่าเมื่อรัฐบาลชุดนี้เข้ามารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้จัดลําดับความสําคัญตามความเหมาะสม ที่ควรจะเป็น เนื่องจากค่าใช้จ่ายต่อหัวในการรักษาพยาบาลยังมีความจําเป็นแม้ประเทศจะอยู่ใน ภาวะวิกฤติก็ตาม ประเด็นก็คือรัฐบาลชุดนี้กลับไปตัดค่าใช้จ่ายรายหัวด้านการรักษาพยาบาล ที่รัฐบาลชุดที่แล้วตั้งไว้ ๒,๘๙๖ บาท เหลือหัวละ ๒,๗๕๕ บาท ซึ่งน้อยกว่าค่าใช้จ่ายรายหัว ที่รัฐบาลชุดที่แล้วได้ตั้งไว้ถึงหัวละ ๑๔๐ บาท ตรงนี้จึงเป็นที่มาที่ท่านผู้นําฝ่ายค้านได้อภิปราย เมื่อสักครู่ว่าควรที่จะแปรญัตติเพิ่มเติมกลับมาเนื่องจากค่าใช้จ่ายรายหัวด้านการรักษาพยาบาล ของประชาชนก็ยังมีความสําคัญแม้ในภาวะวิกฤติของประเทศก็ตาม ก็ขอชี้แจงเพื่อจะได้เกิด ความเข้าใจครับ ขอบคุณครับ
ท่านจุลพันธ์ ของท่านจุลพันธ์ ๗ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่จากพรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณประจําปี ๒๕๕๕ ซึ่งรัฐบาลได้นําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรนั้น ผมต้องกราบเรียน อย่างนี้ครับว่าปีนี้เป็นปีที่งบประมาณมีความเป็นพิเศษในเรื่องของระยะเวลาเป็นอย่างยิ่งนะครับ เพราะว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันเข้ามารับตําแหน่งเข้ามารับงานหน้าที่ในช่วงที่มีการคาบเกี่ยวของ การเลือกตั้ง พี่น้องประชาชนตั้งแต่ช่วงเลือกตั้งก็คาดหวังกับนโยบายรัฐบาลที่เขาได้เลือกมา ว่าจะออกมาเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แต่ว่าวันนี้ต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ เมื่อรัฐบาลเข้ามารับงานนั้นมีการวางโครงของงบประมาณในปีปัจจุบันไว้อยู่บางส่วนแล้ว รัฐบาลก็มีหน้าที่ในการไปปรับเปลี่ยนโครงสร้างรวมถึงนโยบายหลัก ๆ ต่าง ๆ เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แต่ว่าวันนี้ต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ เมื่อรัฐบาลเข้ามา รับงานนั้นมีการวางโครงของงบประมาณในปีปัจจุบันไว้อยู่บางส่วนแล้ว รัฐบาลก็มีหน้าที่ ในการไปปรับเปลี่ยนโครงสร้าง รวมถึงนโยบายหลัก ๆ ต่าง ๆ เพื่อให้รองรับกับการทํางาน ตามนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ซึ่งต้องกราบเรียนว่าใช้เวลาพอสมควร วันนี้เข้ามาถึง สภาผู้แทนราษฎรนั้นก็ช้าไป ๒-๓ เดือนเรียบร้อยแล้ว กว่าที่งบประมาณฉบับปัจจุบันจะผ่าน สภาผู้แทนราษฎรจนกระทั่งบังคับใช้ เม็ดเงินบาทแรกที่ออกมาจากการคาดคํานวณกันก็ช่วง ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ วันนี้รัฐบาลมีงานแรกที่สําคัญครับ ต้องชี้แจงทําความเข้าใจให้ พี่น้องประชาชนที่เขากําลังรอรับผลประโยชน์จากนโยบายของรัฐให้เข้าใจได้ชัดเจนว่าวันนี้ งบประมาณกว่าที่รัฐบาลจะสามารถเอาเงินตามนโยบายออกมาได้นี่เดือนกุมภาพันธ์ อันนี้เป็นสิ่งแรกที่แน่นอนครับเป็นภาระหน้าที่ของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ผมรับฟังมาตั้งแต่ ช่วงเช้านี่นะครับ ผมได้ยินมาว่าหลายท่านมีข้อกังวลอยู่บางประการ
ประการแรกที่สําคัญก็คือเรื่องของข้อสมมุติฐานต่าง ๆ ทางเศรษฐกิจ ซึ่งแน่นอนครับเป็นจุดเริ่มต้นของการทํางบประมาณทุก ๆ ปีนั่นแหละ แต่อย่างไรก็ตามครับ วันนี้เมื่อเอาสมมุติฐานทางเศรษฐกิจประกอบเข้ากับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหนี้สาธารณะของอียู (EU) เรื่องการฟื้นตัวของสหรัฐ เรื่องภัยธรรมชาติ สึนามิที่ญี่ปุ่น เรื่องราคาน้ํามันที่ถีบตัวขึ้นทุกวัน ประกอบกับเรื่องปัญหาภาวะน้ําท่วม ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเกิดมาในประเทศไทยเอง วันนี้ผมต้องกราบเรียนครับ การที่รัฐบาล จะคงสมมุติฐานจีดีพีไว้ที่ ๔.๕-๕.๕ รวมถึงเงินเฟ้อที่ ๓-๔ นี่มันก็เป็นข้อที่น่าเป็นห่วงจริง ๆ ผมเองกราบเรียนด้วยความเคารพว่าเมื่อสํานักงบประมาณรวมถึงกระทรวงการคลังไปชี้แจง ที่กรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลหรือวิปผมเองก็ได้ถามคําถามนี้ไปเช่นเดียวกันนะครับ ด้วยความเป็นห่วง แต่คําตอบที่ได้ทําให้อุ่นใจขึ้นมาระดับหนึ่ง เพราะคนที่ตอบนั้นคือ หน่วยงานของรัฐที่มีความเกี่ยวข้อง ๑. ก็คือสภาพัฒน์ ๒. ก็คือสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง ได้ให้คําตอบว่าวันนี้ที่งบประมาณไม่ว่าจะเป็นส่วนที่จะไปชดเชยน้ําท่วมหรืออะไรต่าง ๆ นี่นะครับ ในส่วนที่ได้กําหนดไว้ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องตัวโครงการ เป็นเพราะว่าวันนี้ ตัวเลขมันยังไม่นิ่ง ภาวะน้ําท่วมมันยังไม่จบ เรายังไม่รู้ว่าในที่สุดแล้วความเสียหายที่เกิดขึ้น จากภาวะน้ําท่วมที่เกิดในครั้งนี้มันจะไปจบที่เท่าไร มันจะไปจบตรงไหน อันนี้ต้องให้ ความเห็นใจกับผู้ที่ทํางบประมาณ คือสํานักงบประมาณด้วยนะครับ เมื่อตัวเลขมันยังไม่ชัด สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือวันนี้การประมาณการของสํานักงานเศรษฐกิจการคลังบอกว่าจากผลกระทบ น้ําท่วมที่ผ่านมาคงจะกระทบกับการเก็บรายได้ของรัฐที่จะถึงนี่ประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่ง ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทไม่ใช่ตัวเลขที่เยอะจนเกินไปนักครับ เป็นตัวเลขที่พอจะบริหารจัดการได้ ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ และที่สําคัญจากการประเมินนั้นเมื่อรัฐบาลได้สามารถ ผลักดันงบประมาณที่จะไปชดเชยปัญหาน้ําท่วม ไปบูรณะปัญหาต่าง ๆ นี่นะครับ เม็ดเงิน ที่เพิ่มลงไปในส่วนนั้นจะไปกระตุ้นให้เศรษฐกิจมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และรัฐ จะสามารถเก็บเงินงบประมาณเข้ามาคืนได้อีกประมาณ ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท คิดง่าย ๆ ก็คือยังตกตัวเลขอยู่อีกประมาณ ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งหน่วยงานจัดเก็บทั้ง ๓ หน่วยงาน ก็ให้คํามั่นว่าวันนี้เชื่อมั่นว่าสามารถที่จะประคับประคองแล้วก็จะสามารถทําเป้าที่ ๑.๙๘ ล้านล้านบาทที่เป็นรายรับจากภาครัฐได้ เพราะฉะนั้นเมื่อหน่วยงานจัดเก็บได้ชี้แจงมา เช่นนั้น เราในฐานะสภาผู้แทนราษฎรก็คงจะต้องมีความเชื่อมั่น แล้วก็ช่วยประคับประคอง ให้เศรษฐกิจมันสามารถเติบโตไปได้ในจุดที่ควรจะเป็นนะครับ
และที่สําคัญที่สุดวันนี้ต้องกราบเรียนว่ากรอบการขาดดุลงบประมาณของ ปีงบประมาณปัจจุบันนี้มีอยู่ประมาณ ๕๑๓,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลตั้งงบประมาณขาดดุล ไว้ที่ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นหมายความว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันด้วยงบประมาณประจําปี ๒๕๕๕ นี้จะมีกรอบ จะมีห้องอีกประมาณ ๑.๑๓ แสนล้านบาทในการที่จะบริหารจัดการ ในกรณีที่ไม่สามารถเก็บยอดรายได้ได้ตามเป้าหรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมมาใด ๆ ก็ตาม วันนี้ก็เป็นสิ่งซึ่งทําให้เกิดความอุ่นใจขึ้นมาในระดับหนึ่ง
อีกปัญหาหนึ่งที่ได้ยินมากก็คือเรื่องของการชดเชยเยียวยาน้ําท่วม ผมต้อง กราบเรียนอย่างนี้ครับ เบื้องต้นผมต้องกราบขอบคุณทางรัฐบาลแทนพี่น้องประชาชนคนไทย ที่รัฐบาลชุดปัจจุบันนี้ทํางานหนัก ไม่หยุดเลยนะครับเรื่องของการแก้ไขปัญหาน้ําท่วม และที่สําคัญต้องชมเป็นพิเศษคือตัวท่านนายกรัฐมนตรี เพราะท่านนายกรัฐมนตรีไม่เคย โยนลูกครับ ผมนี่ชมมาก ผมชื่นชมจริง ๆ ไม่เคยบอกเลยครับว่าน้ําท่วมคราวนี้เกิดจากอะไร เกิดจากรัฐบาลก่อนประมาณการเก็บกักน้ําจนกระทั่งเก็บกักน้ําไว้ในเขื่อนมากเกินไปหรือไม่ เกิดจากกรมชลประทานบริหารงานผิดพลาด หรือเกิดจากรัฐบาลบริหารไม่สําเร็จจนกระทั่ง น้ํามันท่วม อะไรก็ตามเราไม่โทษกัน แต่วันนี้หน้าที่ของรัฐบาลปัจจุบันคือการแก้ไขปัญหาน้ําท่วม ให้ลุล่วงเข้าไปเยียวยาให้พี่น้องประชาชน ซึ่งวันนี้ท่านได้ทําอยู่อย่างเต็มกําลังความสามารถ สิ่งนี้เป็นสิ่งซึ่งต้องชื่นชมนะครับ แต่เนื่องจากงบประมาณที่เรียกว่างบกลางจากปีก่อน และปีนี้ยังประคองใช้จ่ายอยู่นะครับ ในส่วนที่เรียกว่างบเพื่อกรณีฉุกเฉินและจําเป็นนั้น ท่านรับสืบทอดมรดกมาจากรัฐบาลก่อนนี่ เงินมันเหลือน้อยมากต้องยอมรับความจริงนะครับ เมื่อน้ําท่วมช่วงแรกก็มีการอนุมัติไป ๙,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทหมดแล้ว วันนี้ไม่มีเงินเหลือในเรื่องของกรณีฉุกเฉินและจําเป็นเพื่อที่จะไปช่วยเหลือเรื่องน้ําท่วม เพียงพอ เงินไม่มีงานมันก็เดินสะดุด อันนี้มันเป็นเรื่องปกตินะครับ วันนี้งบประมาณตัวนี้ จึงมีความจําเป็นครับ ผมต้องกราบขอบคุณท่านที่ได้ตั้งงบประมาณในส่วนงบกลางในส่วนนี้ ถึง ๑.๒ แสนล้านบาทเพื่อที่จะเอาไปเยียวยาผู้ที่ประสบอุทกภัยนะครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้ พอหรือไม่พอ ๑.๒ แสนล้านบาทนี่ไม่ใช่เรื่องน่าเป็นห่วง เพราะอย่างไรก็ตามรัฐบาล ยังสามารถใช้การบริหารจัดการไปดึงงบเอาจากงบปกติในส่วนงานอื่น ๆ เข้ามา ประคับประคองมาบวกเพิ่มเข้าไปได้ในอนาคตนะครับ ในส่วนนี้ยังไม่ใช่สิ่งที่จะต้องไปกังวล แต่สิ่งสําคัญนี้ผมกราบเรียนว่า ทั้ง ๓ ส่วนที่ได้อภิปรายมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระยะเวลา ที่งบล่าช้าและท่านต้องชี้แจงประชาชนในส่วนของการจัดเก็บที่ผมมองว่าไม่น่าจะเป็นปัญหา ในส่วนของงบน้ําท่วมที่ตั้งเงินไว้ถึง ๑.๒ แสนล้านบาทเป็นเรื่องที่น่าจะพอจะผ่านไปได้นะครับ แต่ประเด็นที่น่าเป็นห่วงสําหรับงบประมาณประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๕ นั้นมีอยู่ ๒ ประเด็นครับ
ประเด็นแรก คืองบประมาณปีนี้นะครับ ปี ๒๕๕๕ ที่กําลังพิจารณากันอยู่ จะเป็นปีที่ท่านจะมีเวลาในการใช้จ่ายเงินเพียงแค่ ๘ เดือน ในอดีตที่ผ่านมามีเวลา ๑๒ เดือน หน่วยงานของรัฐยังใช้จ่ายแทบไม่หมด บางโครงการต้องตัด ต้องชะลอ ต้องกันเหลื่อมปี อันนี้เป็นปัญหาของการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ปีนี้งบประมาณเริ่ม กุมภาพันธ์ถึงตุลาคมเหลือ ๘ เดือนท่านจะใช้อย่างไร นี่เป็นสิ่งซึ่งท้าทายความสามารถของ รัฐบาลปัจจุบัน อย่าไปมองเหรียญหน้าเดียวครับ อย่ามองว่าการใช้เงินงบประมาณ คือการใช้เงินภาษีของประชาชน ใช้เงินภาษีเข้าไปลงทําโครงสร้างพื้นฐาน ทําโครงการ นโยบายของรัฐอย่างเดียว แต่การใช้เงินงบประมาณคือการใช้เงินเข้าไปกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาวะน้ําท่วมในปัจจุบันนี้นะครับ เศรษฐกิจมันอาจจะเกิดเหตุการณ์ที่เป็นการ ชะลอตัวได้ วันนี้การใช้จ่ายเงินงบประมาณจะเป็นอีก ๑ ขาที่เข้าไปหมุนเศรษฐกิจให้มันเดิน ไปข้างหน้า จนกระทั่งพี่น้องประชาชนมีภาวะเศรษฐกิจที่ดีจนกระทั่งอยู่ได้นะครับ อันนี้ ก็เป็นสิ่งสําคัญเช่นเดียวกันต้องมองเหรียญทั้งสองด้านนะครับ ผมกราบเรียนเลยครับ เมื่องบประมาณผ่านสภาเดือนกุมภาพันธ์เงินเข้า ท่านมีหน้าที่คือเหยียบคันเร่งใช้เงิน ให้มันหมดตามจํานวนที่ได้ผ่านพระราชบัญญัติงบประมาณไปนะครับ
ส่วนอีกปัญหาหนึ่งซึ่งอยากจะกราบฝากไว้นะครับ เป็นปัญหาของเรื่อง การขาดดุลงบประมาณ ปีนี้เป็นอีกปีหนึ่งครับ รัฐบาลมีการตั้งงบประมาณขาดดุลไว้ถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมต้องกราบเรียนว่าในภาวะเศรษฐกิจที่ผ่านมาการขาดดุล งบประมาณก็เป็นสิ่งจําเป็นเพื่อให้เศรษฐกิจมันเติบโต รัฐบาลชุดก่อนหน้ามีการ ขาดดุลงบประมาณโดยเฉลี่ย ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทถึง ๓ ปีต่อเนื่อง รวมเข้าไปกับ พระราชบัญญัติเงินกู้กับ พ.ร.ก. เงินกู้อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒ ตัวรวมกันเกือบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็นการกู้เงินนะครับ วันนี้รัฐบาลชุดปัจจุบันรับมรดกเศรษฐกิจมา เศรษฐกิจยังไม่ดีนักก็มีภาระในการกระตุ้นต่อก็ต้องทําการขาดดุลงบประมาณเพิ่มเติมอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ในเวลานี้อาจจะไม่ใช่ปัญหา แต่ลองนึกสภาพว่าถ้าเราต้อง ขาดดุลงบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาททุกปี ๆ อีก ๕ ปี ๑๐ ปี ผมต้องกราบเรียนว่า ภาระทางการเงินการคลังของประเทศมันรับภาระหนี้ไม่ไหวนะครับ การชําระเงินต้น การชําระดอกเบี้ยมันจะแบกไม่ได้ วันนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลชุดปัจจุบันครับ ผมอยากจะได้ยิน วิสัยทัศน์ของท่านเหมือนกันว่า ท่านมองว่าการทํางบประมาณของประเทศไทยในอนาคต ในระยะ ๓ ปี ๕ ปีข้างหน้าท่านจะทําอย่างไร ท่านจะมุ่งสู่การทํางบประมาณสมดุลได้เมื่อไร และจะทําอย่างไรเพื่อที่จะก้าวไปสู่จุดนั้นนะครับ อันนี้เป็นประเด็นสําคัญที่อยากจะฝาก ทางท่านประธานไปยังทางรัฐบาลนะครับ
สุดท้ายนี้ผมต้องกราบเรียนว่าพี่น้องประชาชนยังให้กําลังใจทางรัฐบาลครับ ยังมองว่ารัฐบาลเพิ่งจะเข้ามาทํางาน วันนี้ผมเองก็เป็นส่วนหนึ่งในกําลังใจที่จะมอบให้ท่าน ที่จะให้ท่านได้ปฏิบัติภารกิจได้ลุล่วงด้วยเงินงบประมาณของพระราชบัญญัติงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ นี้ ผมเชื่อว่าจะเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่จะทําให้ท่านได้ปฏิบัติภารกิจเพื่อ พี่น้องประชาชนได้สําเร็จลุล่วง ผมก็ขอกราบฝากให้ท่านมีกําลังใจแล้วก็ก้าวต่อไปในทิศทาง ที่พี่น้องประชาชนตั้งหวังครับ ขอบคุณครับ
สภาขอต้อนรับคณะครูอาสาสมัคร กระทรวงศึกษาธิการ จากจังหวัดพะเยา ขณะนี้ ทางสภาผู้แทนราษฎรกําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๕ อยู่นะครับ เชิญท่านสาคร เกี่ยวข้อง ๘ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ เขต ๑ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่เราถือว่าเป็นวันสําคัญที่ตัวแทนของพี่น้องประชาชน จะได้ร่วมกันพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เพื่อจะได้นํางบประมาณเหล่านี้ไปบริหารประเทศ ไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในด้านต่าง ๆ อย่างแท้จริง ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อได้ดูรายละเอียดของงบประมาณแล้ว ผมเห็นว่าการจัดทํางบประมาณของรัฐบาลปีนี้ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ไม่ตอบสนอง กับความต้องการของพี่น้องประชาชน การจัดทํางบประมาณในปีนี้เป็นลักษณะของ การจัดทํางบประมาณเพื่อตอบสนองกับคนบางคนหรือกลุ่มบางกลุ่ม ก็ขอตั้งข้อสังเกต ในการจัดทํางบประมาณในปีนี้ไว้ด้วยนะครับ งบประมาณทั้งหมดมีอยู่ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ควรที่จะก่อประโยชน์ให้กับแผ่นดินอย่างแท้จริง ท่านประธานครับ ผมเห็นว่าความผิดปกติ ของการจัดสรรงบประมาณครั้งนี้คือรัฐบาลได้เรียงลําดับหรือจัดความสําคัญในการจัด งบประมาณผิด ควรที่จะส่งเสริมกลับไม่ได้ส่งเสริม ควรที่จะทิ้งน้ําหนักมาก โดยเฉพาะ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือการท่องเที่ยวของประเทศเรานั้นได้สร้างรายได้ อย่างมหาศาลให้กับประเทศปีละหลายแสนล้านบาท แต่รัฐบาลยังไม่ให้ความสําคัญเท่าที่ควร ผมขอยกตัวอย่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รัฐบาลก่อนซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสําคัญกับการท่องเที่ยว ได้ให้ความสําคัญ ทุก ๆ ด้าน ไม่ว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ดี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หรือกระทรวงอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้อง มีการส่งเสริมการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการจัดสรร งบประมาณให้อย่างพอเพียง แต่ในครั้งนี้ผมเห็นว่ารัฐบาลได้จัดความสําคัญกับการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ของประเทศอย่างน้อยนิด แถมยังลดงบประมาณของกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาถึง ๓๐๐ กว่าล้านบาท ปี ๒๕๕๔ รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ได้จัดให้ถึง ๗,๐๑๗ ล้านบาทเศษ แต่ปีนี้กลับลดลงเกือบ ๔๐๐ ล้านบาท ลดลงเหลือเพียงแค่ ๖,๗๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ งบประมาณเหล่านี้ส่อหรือบ่งบอกให้เห็น ความสําคัญที่รัฐบาลมองเห็นถึงแหล่งรายได้ของประเทศ ผมเป็นห่วงครับ การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทยก็เช่นกัน ท่านครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ก็เคยจัดให้ไว้ถึง ๕,๒๔๓ ล้านบาทเศษ แต่ในรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ในขณะนี้ก็ปรับลดเกือบ ๒๐๐ ล้านบาท เหลือเพียง ๕,๐๖๐ กว่าล้านบาท งบประมาณการท่องเที่ยวที่ถูกตัดไปเกือบ ๕๐๐ ล้านบาท ย่อมแสดงและย่อมส่งผลชัดเจนว่ารัฐบาลจะทอดทิ้งการท่องเที่ยว หรือรัฐบาล ไม่ให้ความสําคัญกับการท่องเที่ยวอย่างชัดเจน เป็นที่ผิดสังเกตเป็นอย่างมากว่า การจัดสรรงบประมาณในปีนี้ได้ไปแอบแฝงในหน่วยงานอื่น ๆ หรือหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งดูเผิน ๆ แล้วเป็นการมองแล้วคิดว่าเป็นการจัดสรรตามงบปกติ แต่ไม่ใช่ครับท่านประธาน มีความผิดปกติขององค์การมหาชนต่าง ๆ ที่ตั้งขึ้นไว้จํานวนมากเมื่อปี ๒๕๔๗ ปี ๒๕๔๖ ของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณซึ่งท่านเป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น มีนักวิชาการ สื่อสารมวลชนจํานวนมากตั้งชื่อว่า องค์การผลาญงบ ผมขอยกตัวอย่าง อย่างเช่น องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนซึ่งเป็น องค์การมหาชน ปีที่แล้วมีงบประมาณเพียง ๑๘๔ ล้านบาทเศษ แต่ปีนี้รัฐบาลกลับจัดสรร ให้ถึง ๔๖๐ กว่าล้านบาท เพิ่มขึ้นร่วม ๒๐๐ ล้านบาท ผมไม่ทราบว่าองค์การจัดสรร พัฒนาพื้นที่พิเศษนี้มีผลงานอะไรมากมายนักหนา ท่านประธานครับ ภารกิจขององค์กรนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ดี ททท. ก็ดี หรือหน่วยงานภาคอื่น ๆ สามารถทําได้ดี ทําได้ดีอยู่แล้ว และเห็นว่ามีความสามารถในการพัฒนาอย่างยั่งยืนอยู่แล้ว แต่ท่านประธานครับ งบประมาณที่ได้จัดสรรให้กับการบริหารองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการ ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) เป็นงบประมาณที่มากเกินไป ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ ตามงบประมาณและไม่ได้สร้างรายได้เลย เราสิ้นเปลืองงบประมาณกับองค์การมหาชนนี้ ทําไม คิดว่าศักยภาพของข้าราชการ พนักงานของ ททท. หรือกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาก็สามารถที่จะปฏิบัติภารกิจเหล่านี้ได้อยู่แล้ว ท่านประธานครับ จังหวัดกระบี่ ของผมก็เช่นกัน เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีศักยภาพทางการท่องเที่ยว มีศักยภาพทางการเกษตร มีปัญหาอีกมากมาย ก็กลับถูกตัดลดในส่วนของงบประมาณพัฒนาจังหวัด ปีที่แล้วได้มา ๑๓๕ ล้านบาทเศษ ปีนี้ท่านก็ลด แสดงว่าท่านก็ไม่ให้ความสําคัญ ยังมีปัญหาที่รอ การแก้ไขอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสนามบินนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นถนน ๔ ช่องจราจร ที่จะคาบเกี่ยวระหว่างฝั่งอันดามัน ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ พังงา ตรัง สตูล การขุดลอก ร่องน้ําต่าง ๆ การสร้างท่าเทียบเรือก็ดี ความสะอาด ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวหรือ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในจังหวัดกระบี่ หรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากทั่วโลกก็ดี งบประมาณเหล่านี้ไม่ได้ส่งผล ไม่ได้แสดงออกถึงว่าท่านจะพัฒนาพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว
ท่านประธานครับ อีกเช่นกันครับ งบประมาณของกองทุนสงเคราะห์ การทําสวนยาง ซึ่งพี่น้องประชาชนเกษตรกรชาวสวนยางเป็นห่วงเป็นอย่างมากว่ารัฐบาล ไม่ได้ให้ความสําคัญกับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ยางพารา ราคายางในยุคที่แล้วหรือ ต้น ๆ ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ นี้มีราคาสูงถึงเกือบ ๒๐๐ บาท แต่ในขณะนี้ครับท่านประธานครับ ราคามีเพียงแค่ ๘๐ กว่าบาทไม่ถึง ๙๐ บาท มีความกังวลน่าเป็นห่วงเป็นอย่างมาก พี่น้องชาวปักษ์ใต้ พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางก็เป็นน้ําท่วมเหมือนกันนะ น้ําท่วมในอก พี่น้องครับ ราคาที่เคยสูงที่รัฐบาลที่แล้วเข้ามาบริหารประเทศ แต่ปีนี้รัฐบาลนี้เข้ามาบริหาร ประเทศได้จัดงบประมาณไว้กับหน่วยงานที่ส่งเสริมงบประมาณส่งเสริมพี่น้องเกษตรกร ชาวสวนยาง อย่างองค์กรสํานักงานกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยาง เมื่อปี ๒๕๕๔ ทางรัฐบาลที่แล้วได้จัดไว้ให้ถึง ๑,๒๐๐ กว่าล้านบาทเศษ แต่ปีนี้ทางรัฐบาลได้กลับตัดลด ปรับลดเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียงแค่ ๔๐๐ กว่าล้านบาทเศษเท่านั้นครับพี่น้องครับ ผมอ่านในเล่มงบประมาณ ผมดูผมตั้งข้อสังเกต ผมคิดว่าทางรัฐบาลไม่เห็นถึงสินค้าเกษตร ไม่เห็นถึงความสําคัญของสินค้าเกษตรส่งออก สินค้าเกษตรที่มีอนาคต เพราะยางพารา ได้เกี่ยวข้องผูกพันกับพี่น้องเกษตรกรมาอย่างยาวนาน และเป็นสินค้าส่งออก ที่ทํารายได้ เข้าสู่ประเทศ มีพี่น้องประชาชนผูกพันอยู่เป็นล้านครอบครัว มีมากถึง ๗,๐๐๐,๐๐๐ คน ท่านประธานครับ ในโลกนี้เราเป็นผู้ส่งออกลําดับ ๑ การจัดสรรงบประมาณเท่ากับไม่ให้ ความสําคัญกับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางเลย
สุดท้ายนี้ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่างบประมาณแผ่นดินเป็นสิ่ง ที่สําคัญอย่าคิดแสวงหาประโยชน์ เพราะจะทําให้ไม่มีแผ่นดินจะอยู่ ขอบคุณครับ
ท่านอํานวย คลังผา ๘ นาที แล้วก็หลังจากท่านอํานวย แล้วก็ท่านเกียรติ สิทธีอมร แล้วก็ ท่านประสาท ตันประเสริฐ เชิญ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขออภิปราย สนับสนุนงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ในครั้งนี้นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ถึง ๒.๓๘ ล้านล้านบาท ซึ่งเพิ่มจากปี ๒๕๕๔ ถึง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท คือเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจ เป็นอย่างยิ่งที่คณะรัฐบาลชุดนี้ที่ได้เห็นความสําคัญที่จะพัฒนาและเยียวยาให้กับ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งได้มีผลกระทบจากภัยพิบัติต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลายคนอาจจะตําหนิรัฐบาลนะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นธรรมชาติไม่ว่าดิน น้ํา ลม ไฟ ทั้ง ๔ อย่างนั้นไม่สามารถที่ใครจะห้ามได้ เกิดโดยธรรมชาติ ดังนั้น ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และคณะทุกท่านได้ให้ความสนใจ ซึ่งรัฐมนตรีได้รับผิดชอบเป็นรายจังหวัด และโดยเฉพาะ จังหวัดลพบุรี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไปกํากับการดูแลที่จะเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนในจังหวัดลพบุรี และหลาย ๆ ท่านรัฐมนตรีทุกท่านที่รับผิดชอบ ดังนั้นทําให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับเยียวยาจากทางรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลนั้นไม่ได้ทอดทิ้งพี่น้องประชาชน ใกล้ชิดพี่น้องประชาชนอยู่ตลอดเวลานะครับ นี่คือความตั้งใจของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
และอีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้รัฐบาลได้เป็นห่วง เป็นใยในเรื่องของงบกลางที่จะจัดสรรงบประมาณให้กับพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึงในเรื่อง ของงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ นั้นได้เสนอตั้งไว้ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ ซึ่งสูงกว่าปีที่แล้ว ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเรื่องงบกลาง ดังนั้นรัฐบาลที่จะใช้จ่ายในการฟื้นฟูและเยียวยา ผู้ประสบภัยอย่างบูรณาการถึง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นก็อยากจะฝากถึงพี่น้องประชาชน ที่ได้ฟังการถ่ายทอดทางสภาผู้แทนราษฎรว่า ถึงพี่น้องประชาชนทุกท่านที่ได้รับ ผลกระทบทั้ง ๕๐ กว่าจังหวัดนั้นนะครับ มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด ๕๐๐ กว่าคนเศษ รัฐบาล ไม่ได้นิ่งนอนใจที่จะเยียวยาพี่น้องประชาชนที่ได้มีผลกระทบ ไม่ว่าบ้านน้ําท่วม ในบ้าน ของเสียหายนะครับ หลายสิ่งหลายอย่าง
และในส่วนที่ ๒ นั้น เงินสํารองรายจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจําเป็น ซึ่งในขณะนี้ทางรัฐบาลได้มอบหมายเงินส่วนนี้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ ได้ดําเนินการเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนที่มีผลกระทบ ดังนั้นพี่น้องประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบหากได้ยินได้ฟังเสียงจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ก็ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยนั้น ไม่ทอดทิ้งพี่น้องประชาชนในขณะนี้นะครับ ตลอดทั้งเบี้ยหวัดก็ดี บําเหน็จบํานาญ หลายคน ผมไปพบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะข้าราชการประจําที่ปลดเกษียณ มาสอบถามในเรื่องของเงินบําเหน็จบํานาญ ดังนั้นรัฐบาลนี้ก็ได้ให้ความห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง ได้ให้งบประมาณถึง ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่จะสนับสนุนในส่วนนี้
และในส่วนที่ ๔ รายการเพิ่มเติมค่าครองชีพเพิ่มขึ้นถึง ๑๒,๘๐๐ ล้านบาท นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะพัฒนาในด้านอาชีพต่าง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศในเรื่อง ค่าครองชีพก็ดี เรื่องฝึกฝนอาชีพก็ดี และอื่น ๆ อีกมากมาย และเรื่องเงินเดือนที่เพิ่มขึ้น ๓,๐๐๐ ล้านบาท ก็อยากจะฝากพี่น้องข้าราชการส่วนต่าง ๆ ว่า ทางรัฐบาลได้เป็นห่วงเป็นใย ถึงความเหน็ดเหนื่อยที่พี่น้องข้าราชการทั่วประเทศได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ไปเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติน้ําท่วมโดยไม่มีวันเสาร์ วันอาทิตย์ ซึ่งทางราชการได้สั่งให้ข้าราชการทุกหน่วยงาน รัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ให้ดูแล พี่น้องประชาชนตลอด ดังนั้นทําให้สร้างความไว้วางใจให้ความเชื่อใจให้กับพี่น้องประชาชน อย่างมาก ตรงนี้ต้องขอชื่นชมในส่วนราชการที่ได้เหน็ดเหนื่อยที่จะเยียวยาให้กับ พี่น้องประชาชน
และอีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องเงินสํารอง เงินสมทบ กบข. เพิ่มขึ้นถึง ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องเยียวยามีเงินสมทบให้กับคณะกรรมการ ต่าง ๆ จะเพิ่มขึ้นถึง ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท และในเรื่องงบปรับบัญชีเงินเดือนก็มีขึ้นถึง ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท นี่ละครับคือเป็นการเยียวยาทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคราชการ ภาคเกษตรก็ดี ภาคเกษตรรัฐบาลก็ได้ให้ความเป็นห่วงเป็นใย ได้เปิดรับจํานําสินค้าเรื่องจํานําข้าว ซึ่งในขณะนี้เขาได้เริ่มดําเนินการทั่วประเทศแล้วนะครับ หลายสิ่งหลายอย่างของภาคเกษตรนะครับ ในเรื่องผลเสียหายก็เช่นกันทางรัฐบาลก็มี งบประมาณที่จะเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนในเรื่องภาคเกษตรหลายสิ่งหลายอย่าง เพราะฉะนั้นพี่น้องชาวเกษตรกรไม่ต้องวิตกกังวลในเรื่องของการช่วยเหลือจากภาครัฐ เพราะภาครัฐนั้นได้เห็นความสําคัญให้กับพี่น้องประชาชนที่มีผลกระทบไม่ว่าที่รถยนต์ ถูกน้ําท่วม เมื่อวานนี้ผมเดินทางมาประชุมสภานี้ได้เห็นสภาพทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รถจมน้ํา บ้านเมืองพังเสียหาย นี่ส่วนหนึ่งที่รัฐบาลจะเข้าไปเยียวยาหลังจากน้ําลดแล้ว ที่จะให้พี่น้องประชาชนได้กลับมาคืนสู่สภาพเดิม นี่คือเป็นส่วนหนึ่งที่รัฐบาลได้มี ความเป็นห่วงเป็นใย
และอีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธานครับ ตามที่หลายคนได้พูดถึงต้นเหตุของ เรื่องน้ําท่วม ก็อยากเสนอในที่ประชุม ณ แห่งนี้ว่าน้ําท่วมในเรื่องของปิง วัง ยม น่าน เป็นส่วนหนึ่งที่จะมีผลกระทบทําให้พี่น้องประชาชนชาวลพบุรีก็ดี สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี หรือจะมาปทุมธานี หรือพระนครศรีอยุธยา หรือ กทม. ก็ดีนะครับ คือต้นเหตุ ของปัญหาจากแม่น้ําปิง วัง ยม น่าน ดังนั้นงบประมาณงบกลางนี้ก็อยากจะฝากทางรัฐบาล ให้นําเงินส่วนนี้มาขุดลอกลําคลองเป็นที่กักเก็บน้ําหรือเป็นแก้มลิง และโดยเฉพาะส่วน แม่น้ําเจ้าพระยานี่ก็อยากจะฝากทางรัฐบาลให้ใช้เรือขุดของกรมเจ้าท่า ให้ดําเนินการขุดลอก แม่น้ําเจ้าพระยาให้ลึกขึ้นและเสริมคันคู ๒ ฝั่งให้สูงขึ้นด้านละ ๔ เมตร ผมเชื่อมั่นเหลือเกิน ว่าหากทําได้ตลอดทั้งสายนี่ผมเชื่อว่าน้ําจะไม่ท่วมกรุงเทพฯ อย่างแน่นอน และอีกส่วนหนึ่ง ก็อยากจะให้กรมเจ้าท่ากํากับดูแลในเรื่องของเขตริมแม่น้ําเจ้าพระยาที่มีพี่น้องประชาชน รุกล้ําเขตของแม่น้ําเจ้าพระยาทําให้เจ้าพระยาแคบ นี่ส่วนหนึ่งก็อยากจะให้ทางกรมเจ้าท่า ช่วยดูแลอันนี้เป็นส่วนที่ฝากไว้ และส่วนอื่น ๆ นั้นซึ่งปัญหาน้ําท่วมหากแก้ตรงจุดนี้ได้นี่ ผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่าพี่น้องประชาชน ในอนาคตนี่พี่น้องประชาชนอยู่ด้านล่างจะไม่มี น้ําท่วมอย่างแน่นอนครับ ขอบคุณครับ
ท่านเกียรติ เชิญ ๑๒ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขออภิปรายงบประมาณ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเยียวยาฟื้นฟูและป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็เป็นที่ทราบกันดีแล้วนะครับ รายละเอียดยังไม่มีว่าจะเยียวยา อย่างไร ฟื้นฟูอย่างไร ป้องกันอย่างไร จริง ๆ แล้วเยียวยาเราพอจะมองออกจากมาตรการ ที่ออกมาและมาตรการที่เคยทํามาในอดีตจากรัฐบาลชุดต่าง ๆ แต่การฟื้นฟูในครั้งนี้และ การป้องกันในครั้งนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่มากแล้วก็ยังไม่มีความชัดเจนในแง่ของรายละเอียด ที่นําเสนอต่อสภาแห่งนี้นะครับ ใน ๓ เดือนที่ผ่านมาที่เริ่มเกิดวิกฤตการณ์ของอุทกภัย ที่เกิดขึ้นนี้นะครับ หากผมประเมินความรู้สึกของประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ต้องยอมรับว่าตอนนี้ สับสนนะครับ สับสนมาก แล้วก็ความน่าเชื่อถือของรัฐบาลลดลงเป็นลําดับนะครับ ข้อมูล ที่มาถึงประชาชนในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับน้ําท่วมไม่ว่าจะเป็นสัญญาณเตือนภัยก็ดี หรือข้อมูล ว่าพื้นที่ใดจะท่วมหรือไม่ท่วมก็ดีนี่ ต้องยอมรับเลยว่าผิดพลาดพอสมควร ขัดแย้งกันมาก การส่งสัญญาณต่อผู้แทนที่ทํางานในเรื่องนี้ก็ส่งสัญญาณที่ค่อนข้างจะสับสนและไม่ตรงกัน ตอนนี้สังคมออนไลน์ (On line) นะครับเยอะมากเลยครับ ผมมีเป็นปึ๊งเลยครับที่ออกมา ล้อเลียนรัฐบาลในเรื่องของปัญหาที่เกิดขึ้น มีวลีเด็ด ๆ ออกมาเยอะครับ เรื่องเอาอยู่ เอาไม่อยู่ พื้นที่บอกว่าจะท่วมก็ไม่ท่วม พื้นที่บอกว่าท่วมก็ไม่ตรงกับความเป็นจริงนะครับ มีประเด็นเรื่องเอาคนจบปริญญาไปตักทราย เอาจุด จุด จุด ไปบริหาร การเมืองขวางน้ํา มีเรื่องอุ้ม มีเรื่องงุบงิบ เรื่องอม เรื่องแอบอ้าง สิ่งเหล่านี้ครับไม่เป็นสิ่งที่ดีสําหรับรัฐบาล ผมเป็นห่วงนะครับ ตอนนี้สังคมอยากรู้ชัด ๆ ครับว่ารัฐบาลมีแผนที่จะเยียวยาอย่างไร รวดเร็วแค่ไหน ฟื้นฟูอย่างไร ป้องกันอย่างไรนะครับ ตอนนี้ที่ผมเป็นห่วงมากก็คือว่า ถ้ารัฐบาลบอกว่ายังไม่ทราบเลยครับว่าจะฟื้นฟูอย่างไร แสดงว่ายังไม่ได้คิดหรือครับ ปัญหา น้ําท่วมเกิดขึ้นมาแล้วร่วม ๓ เดือนนะครับ กว่า ๓ เดือนด้วยซ้ําไป ยังไม่คิดหรือครับว่าจะมี โครงการอะไรมาฟื้นฟูพื้นที่ใดบ้าง จริง ๆ แล้วการทํางบประมาณเช่นนี้ไม่ให้รายละเอียด มันก็สะท้อนถึงประสิทธิภาพการทํางานของรัฐบาลส่วนหนึ่ง หลาย ๆ ท่านที่เป็น ครม. อยู่ เคยอยู่ภาคเอกชนมา ถ้าเป็นภาคเอกชนนี่นะครับปัญหาเกิดขึ้นมาแล้ว ๓ เดือน วิ่งมาขอ งบประมาณจากกรรมการแล้วบอกว่ายังไม่ทราบว่าจะทําอะไรนี่เขาไล่ออกทั้งกรรมการนะครับ แต่นี่เป็นรัฐบาลก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง มันสะท้อนความล้มเหลวของการบริหารจริง ๆ ครับ เอาละการที่เราจะแก้ปัญหากับไปฟื้นฟูให้ถูกจุดนี่ ผมเองก็พยายามจะศึกษาว่าปัญหา มันเกิดอะไรขึ้น ผมพยายามไปดูสถิติของปริมาณน้ําฝนที่ตกมาในแต่ละปีที่ผ่านมา ผมย้อนหลังไปหลายปีครับ แต่เปรียบเทียบเอาปีนี้กับปีที่แล้วก็พอ ปีนี้ฝนตก ๔ ภาคนะครับ เอาภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมกันจนถึงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ๖,๙๒๑ มิลลิเมตร ปีที่ผ่านมาปี ๒๕๕๓ เท่าไรครับ ๕,๙๐๒.๗ มิลลิเมตร เพิ่มขึ้น ๑๗.๒ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นครับ ปริมาณน้ําเพิ่มขึ้น ๑๗.๒ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ถ้าผมไล่ดู แต่ละเดือนเลยครับ เดือนมกราคมมาจนถึงเดือนตุลาคม ไล่ดูเดือนต่อเดือนมาเลย ก็ไม่พบ ความผิดปกติในแต่ละเดือนมากจนเกินไป กลับกันนะครับ เดือนกันยายนปีนี้ฝนตกอาจจะ มากหน่อยเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่เข้าเดือนตุลาคมปั๊บฝนน้อยกว่าปีที่แล้วด้วยซ้ํา แล้วลอง มาดูความเสียหายที่เกิดขึ้นสิครับ ปีก่อน ๆ ย้อนไปเลยนะครับ เอาละ อาจจะมีน้ําท่วมบ้าง ๒๐ จังหวัดบ้าง ๓๐ จังหวัดบ้าง น้ําท่วมขังอาจจะ ๒ อาทิตย์ ๓ อาทิตย์ เดือนหนึ่งอย่างมาก ปี ๒๕๕๔ ตอนนี้ ๖๓ จังหวัดเข้าไปแล้วครับ ๖๓ จังหวัดนะครับ กระทบกับประชากรตอนนี้ ๓.๓ ล้านครัวเรือน อันนี้รายงาน ณ วันที่ ๗ พฤศจิกายน หรือ ๑๑ ล้านคนเข้าไปแล้ว ยังไม่รวมความเสียหายที่เกิดขึ้นใน กทม. นะครับ ๑๑ ล้านคนแล้วครับ ๗ นิคมอุตสาหกรรม จมน้ํา ไม่เคยจมมาก่อน สนามบินดอนเมืองชื่อก็บอกนะครับว่าอยู่ดอนเมือง อยู่ที่ดอนครับ ที่สูงสุดในกรุงเทพฯ ครั้งหลังสุดที่สนามบินดอนเมืองเกิดน้ําท่วมปี ๒๔๘๕ ครับ จากวันนั้น จนถึงวันนี้ไม่เคยน้ําท่วมเลย พื้นที่น้ําท่วมขังเริ่มตั้งแต่วันที่ ๓๑ กรกฎาคม วันนี้หลายพื้นที่ ยังไม่หายท่วมครับ ความเสียหายที่รัฐประเมินไว้เอง ณ วันนี้จนถึง ๒๘ ตุลาคม ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท กระทบเศรษฐกิจ ๒๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่สํานักอื่นประเมินเกินกว่านั้น เยอะมากนะครับ ภาคเกษตรหายไป ๑๐ ล้านไร่ เฉพาะข้าวอาจจะเสียหายประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐-๖,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ประเด็นที่สําคัญตอนนี้สังคมถามก็คือว่า ฝนมันหยุดตก ตั้งนานแล้วครับ ยังบอกไม่ได้หรือครับว่าพื้นที่ใดจะท่วมนานเท่าไร และพื้นที่ไหนจะมีการสูบน้ํา ออกไปเมื่อไร ตรงนี้คือการบริหารจัดการทั้งสิ้นครับ ไม่เกี่ยวกับภัยธรรมชาติแล้วครับ ยังไม่มี การส่งสัญญาณบอกมาเลยครับว่าพื้นที่ไหนจะท่วม แล้วก็จะแห้งเมื่อไร ผมอยากย้ํานะครับ ประเด็นของผมก็คือว่าปริมาณน้ําฝนเพิ่มขึ้น ๑๗ เปอร์เซ็นต์ครับ แต่ความเสียหายเพิ่มขึ้น เป็น ๑๐๐ เท่าครับ ครอบครัวที่เสียหาย ๓,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ตอนนี้ทุกกลุ่มครับไม่ใช่ เฉพาะบางกลุ่ม รวมทั้งกรุงเทพมหานครด้วย เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องอธิบายให้ได้ครับ เพราะว่าสถิติมันฟ้องครับ มันฟ้องว่ามันเกิดจากการบริหารที่ผิดพลาดมากกว่าภัยธรรมชาติ เป็นครั้งแรกนะครับที่ ๗ นิคมจมน้ํา สนามบินดอนเมืองจมน้ํา สมาชิกหลายท่านพูดถึง อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อะไรต่าง ๆ ก็ว่ากันไปแล้วนะครับ แต่ในส่วนของชิ้นส่วน ยานยนต์เองกระทบอีก ๘ ประเทศนะครับ ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย ไม่ใช่เฉพาะการผลิต ในประเทศไทย ในประเทศไทยตั้งเป้าหมายว่าจะผลิต ๑,๘๐๐,๐๐๐ คันปีนี้ครับ ถ้าเป็นไปได้ อยากให้ไปถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ คัน ณ วันนี้ ๑,๖๐๐,๐๐๐ คันก็อาจจะมีปัญหาแล้วครับ ผลิตไม่ได้ กระทบอีก ๘ ประเทศที่ผมเรียนให้ท่านประธานทราบ หมายความว่าอย่างไร เวลาผมไปดู ประมาณการรายรับนี่ผมก็ไม่เห็นว่าประมาณการรายรับสะท้อนสิ่งเหล่านี้เลย เพราะฉะนั้น รายรับนี่มีโอกาสที่จะมีน้อยกว่าที่ระบุไว้ใน พ.ร.บ. งบประมาณอย่างมาก อีกส่วนหนึ่ง ที่สําคัญครับที่ผมไม่เห็นในร่าง พ.ร.บ. งบประมาณก็คือนอกนิคมอุตสาหกรรมครับ มีผู้ประกอบการอีกมากนะครับ ใน ๓๗ จังหวัดนะครับ อย่าคิดแค่พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานีนะครับ นอกอุตสาหกรรม ๓๗ จังหวัดเป็นอุตสาหกรรมสนับสนุน เป็นอุตสาหกรรม ขนาดกลาง ขนาดย่อมทั้งสิ้น มีทั้งหมด ๒๔๐,๐๐๐ รายนะครับ จ้างงาน ๖๗๐,๐๐๐ คน สร้างรายได้เดือนหนึ่ง ๒๔,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ กว่าจะกลับมาสู่ภาวะปกติได้นี่ ๖ เดือนนะครับอย่างต่ํา รายได้หายไปกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ผมไปดูงบประมาณ ที่จะมาช่วยเอสเอ็มอีไม่มีครับ ไม่มีงบประมาณส่วนไหนเลยครับที่บอกว่าจะเข้าไปดูแลบริษัท ขนาดกลาง ขนาดย่อม ตรงนี้ผมก็ต้องขอแสดงความเป็นห่วงไว้นะครับ ส่วนแรงงานนี่ ประเมินกันชัดเจน มีการเลิกจ้างชั่วคราวแน่นอนประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ คน จะดูแลคนเหล่านี้ อย่างไร ผมประเมินคร่าว ๆ ต้องใช้งบประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ก็ไม่มีปรากฏอยู่ ในร่าง พ.ร.บ. ทีนี้การฟื้นฟูนี่นะครับ จะทําได้สําเร็จประชาชนต้องเชื่อมั่นครับ คนต้อง เชื่อมั่น นักธุรกิจต้องเชื่อมั่นต่อรัฐบาล มีนโยบายที่ดี ถูกต้อง มีงบประมาณใช้ และคนที่ทํา ต้องน่าเชื่อถือครับ ผมอยากขอยก ๒ ตัวอย่างที่สร้างความไม่น่าเชื่อถือเกิดขึ้นนะครับ
ตัวอย่างที่ ๑ ครับ ตอนช่วงต้น ๆ ที่เริ่มมีอุทกภัยเกิดขึ้นนี่มีภาวะของขาด ของแพงนะครับ ไม่ว่าจะเป็นไข่ น้ํา ปลากระป๋อง สินค้าอุปโภคบริโภคหลายรายการ อย่างแรกที่รัฐบาลทํา พอของขาดรัฐบาลจริง ๆ แล้วประกาศข่าวสร้างความตื่นตระหนก ให้ประชาชนพอสมควร คนเข้าไปกักตุนสินค้า แทนที่กระทรวงพาณิชย์จะไปคุยกับ ผู้ประกอบการให้เตรียมปริมาณสินค้ามารองรับให้ดี ไม่นะครับ นั่งประชุมกําหนดราคาสินค้า มันผิดแนวทางมากนะครับ ควรจะคุยกับผู้ประกอบการไม่ใช่นั่งกําหนดราคาสินค้า เพราะภาวะอย่างนั้นนี่สินค้าขาดอย่างไรก็มีคนฉกฉวยโอกาสอยู่ดี
ประการที่ ๒ พอศูนย์กระจายสินค้าของผู้ประกอบการรายใหญ่บางราย จมน้ําครับ กระจายไม่ถึง ปัญหาอยู่ที่โลจิสติกส์ คือการบริหารจัดการด้านการขนส่ง ขนส่ง ท่านแก้ด้วยวิธีไหนครับ ประกาศให้นําเข้าทั้ง ๆ ที่ภาคเอกชนก็บอกของมีพอ ท่านก็บอกนําเข้า เอกชนหลายคนก็ไปช่วยท่านรองนายกรัฐมนตรี ผมก็เห็นในข่าวทั่วไป นี่นะครับ ก็ไปครับ ไปช่วยขาย เอาของไปขายในรายการธงฟ้าในที่ต่าง ๆ แต่เขาก็ยังบอกกับ ผู้สื่อข่าวทุกคนบอกของมีพอ แต่รองนายกรัฐมนตรีก็บอกผมจะนําเข้าไข่นะครับ พอจะนําเข้าไข่ เข้าไม่ได้ เพราะว่ามันติดปัญหาเรื่องความปลอดภัยด้านอาหาร ท่านก็ไปขู่เสียอีกครับบอกว่า จะปลดอธิบดีกรมปศุสัตว์ อันนี้ผมว่าไม่ถูกต้องนะครับ สินค้าจากประเทศไทยจะไปเข้า ประเทศอื่นนี่ต้องใช้เวลาผ่าน อย. ของประเทศนั้น ๆ ๓ เดือน ๕ เดือนครับ แล้วประเทศไทย อยู่ดี ๆ จะนําเข้าสินค้าเกษตรไม่ผ่านการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนเสี่ยงสูงมากครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีต้องทําความเข้าใจกับเรื่องความปลอดภัยอาหารให้ดีกว่านี้นะครับ ตอนนี้กําลังจะซ้ําเติมอีกครับ มีมติให้กระทรวงพาณิชย์ตั้งคลังสํารองอาหาร ท่านประธาน ทราบไหมครับจะเกิดอะไรขึ้นตั้งคลังสํารองอาหาร ก็ดึงสินค้าในตลาดออกไปอยู่ในคลังของ รัฐบาลซึ่งจะมีการกระจายไม่มีประสิทธิภาพดีกว่าของภาคเอกชน ก็ทําให้สินค้าขาดอีก มาตรการเหล่านี้ผมคิดว่าให้ใครวิเคราะห์ก็เหมือนกันนะครับ ภาคเอกชนเขาก็แสดง ความเป็นห่วงมานะครับ
ตัวอย่างที่ ๒ ผมคิดว่าหนักขึ้นไปใหญ่กว่านั้นแล้วก็กําลังจะสร้างปัญหาให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของผมอยู่นี่ ทางบีโอไอ (BOI) เองพยายามจะประกาศ มาตรการ ท่านนายกรัฐมนตรีเองพยายามประกาศมาตรการในการที่จะให้เกิดความเชื่อมั่น ต่อนักลงทุนระหว่างประเทศ ผมก็ไปพบบทความในนิวยอร์ก ไทมส์ ให้สัมภาษณ์โดย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ครับ ท่านปลอดประสพนะครับ เขาอ้างท่านนะครับ พอดีหวยออกที่ท่าน ท่านพูดชัดเจนเลยว่าท่านมั่นใจกว่าล้านเปอร์เซ็นต์ว่าปีหน้าจะมีน้ําท่วมเช่นนี้อีก ท่านประกาศให้ประชาคมโลกทราบ มั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ แล้วในขณะเดียวกัน ท่านบอก ต่อไปอีกว่าประเทศไทยต้องขุดคลองเพิ่มขึ้นถึงจะแก้ปัญหาน้ําท่วมได้ อันนี้เป็นเอกสาร ทั่วโลก ตอนนี้ทุกคนเห็นหมดแล้วครับ ผลที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องเล็กนะครับ ผลที่เกิดขึ้น คืออะไรครับ ผมกําลังจะบอกว่าผลที่เกิดขึ้นก็คือว่าบริษัทประกันจะไม่ชดเชยความเสียหาย ที่เกิดขึ้น แล้วปีหน้าบริษัทเอกชนไทยไปซื้อประกัน ถ้าไม่แพงขึ้นเขาก็จะไม่ขาย ตอนนี้ รัฐบาลจะทําอย่างไร
นี่เป็นเพียง ๒ ตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความไม่มั่นใจที่เกิดขึ้นจาก การกระทําของคนในรัฐบาลเองกับเหตุการณ์ที่เกิดขี้นในภาวะวิกฤติ ในภาวะวิกฤติต้องพูด เป็นเสียงเดียวกันครับ พูดเป็นหลายเสียงขัดแย้งกันไปกันมา สร้างความไม่เชื่อมั่นให้กับ บรรยากาศของการดําเนินการและการลงทุนทั้งหมด ตอนนี้โดยสรุปครับท่านประธาน การเยียวยาผมอยากเห็นการดําเนินการที่รวดเร็ว ทั่วถึงทุกกลุ่มทันทีนะครับ การฟื้นฟูผมว่า ถ้าแผนท่านไม่ชัดจนถึงวันนี้อีกกี่เดือนท่านจะชัดครับ จะได้สอดคล้องกับการอนุมัติ งบประมาณได้อย่างถูกต้อง การป้องกันผมคิดว่าเป้าหมายของรัฐบาลต้องมีแผนชัดเจน ต้องไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก ถ้าท่านพูดอย่างนี้ไม่ได้ รับปากอย่างนี้ไม่ได้ โดยเฉพาะ ในเขตเศรษฐกิจ ในเขต กทม. ซึ่งไม่ใช่เรื่องของคนกรุงเทพฯ นะครับ เพราะ กทม. มีคนทุกจังหวัดอยู่นะครับ กระทบทั้งหมดครับ ถ้าท่านให้ความมั่นใจตรงนี้ไม่ได้ ก็จะเกิดปัญหา
ประการสุดท้ายครับ ผมคิดว่าผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีทําดีที่สุด พยายามจริง ๆ แต่ทําดีที่สุดของท่านมันดีไม่พอแล้วเกิดความเสียหายขึ้นใครควรจะ รับผิดชอบครับ การจัดงบประมาณของท่านนี้จัดในลักษณะที่เป็นงบประมาณยังปกติ อยู่ในภาวะที่ไม่ปกติ แล้วก็รัฐบาลเองผมอยากให้ออกมาชี้แจงให้ชัดว่าเหตุของมหาอุทกภัย ครั้งนี้มันเกิดจากความผิดพลาดหรือเกิดจากเหตุใด เอาให้ชัดครับ จะได้ไม่ต้องตีความ ไม่ต้องให้มีคนไปพูดกัน แต่สถิติ ณ วันนี้มันฟ้องว่าปริมาณน้ํามันเพิ่มขึ้นแค่ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น แต่ความเสียหายเกิดขึ้นมากมาย แล้วก็ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีคิดว่ายอมรับว่า ผิดพลาดเกิดขึ้นจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไรเป็นสิทธิของท่านนะครับ แต่อย่างต่ําที่สุด คําขอโทษสักนิดก็ยังดีครับ ขอบคุณครับ
เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีนิดหนึ่งครับ เหลือท่านกํานันประสาทอีกท่านหนึ่งประมาณสัก ๓ นาที เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีปลอดประสพจะตอบ เชิญท่านกํานันประสาท อยู่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้น เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผมคงขออนุญาตอธิบายเพียงสั้น ๆ เท่านั้นเอง เฉพาะที่พาดพิงนะครับ ผมได้พูดจริง ๆ นะครับ ในฐานะที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ว่า ประเทศไทย ประเทศไทยนะครับ ขอย้ํานะครับ น้ําคงจะท่วมอีก ท่วมบ่อย แล้วก็ท่วม เยอะ ๆ อย่างนี้ แต่ผมไม่ได้พูดเรื่องสิ่งก่อสร้าง นิคม ว่าเราจะป้องกันได้หรือไม่ได้ อันนี้ ต้องเข้าใจข้อที่ ๑ ก่อน ถามว่าทําไมผมถึงมีตั้งสมมุติฐานอย่างนั้น ในแวดวงวิทยาศาสตร์ เป็นที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าทั้งโลกนี้เรากําลังเผชิญกับสิ่งที่เรียกว่าไคลเมท เช้นจ์ (Climate change) คือการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้ในตําราเขาบอกว่า โดยธรรมชาติก็มักจะเกิดขึ้นทุก ๒๐๐,๐๐๐ ปี แล้วก็เกิดขึ้นเล็ก ๆ ทุก ๒๐,๐๐๐ ปี โดยประมาณนะครับ แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่สิ่งซึ่งเกิดขึ้นตามธรรมชาติอย่างเดียว มนุษย์ไปเสริม เติมแต่ง โดยกระบวนการพัฒนาทางอุตสาหกรรมไปเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ใน ชั้นบรรยากาศ ผลสุดท้ายโลกก็ร้อนขึ้น เพราะฉะนั้นไคลเมท เช้นท์ ที่เราพูดกันในขณะนี้ จะเป็นเรื่องเน้นไปที่โกลบัล วอร์มมิ่ง (Global warming) ก็คือโลกร้อน ถามว่าโลกร้อนแล้ว มันเป็นอย่างไร โลกร้อนก็มีไอน้ํามาก ไอน้ํามากมันเป็นอย่างไรล่ะครับ ไอน้ํามากก็แปลว่า เมฆมาก เมฆมากก็แปลว่าฝนเยอะ ฝนก็ตกบนแผ่นดินเสียส่วนหนึ่ง ตกในทะเลเสีย ๓ ส่วน บรรยากาศก็แปรปรวนคาดการณ์ได้ยาก อย่างเช่นประเทศไทยโดยปกติแต่ละปีเราจะมีพายุ หางพายุว่าอย่างนั้นเถอะ เข้าปีหนึ่ง ประมาณสัก ๒ ลูก ปีนี้โดนเข้าไป ๕ ลูกเป็นต้นนะครับ แล้วก็มาเร็วกว่าปกติ ร่องความกดอากาศ จะมาก็ไม่มาจะไปก็ไม่ไปนะครับ ยืนอยู่บนประเทศไทย อยู่ทางตอนกลางบ้าง ตอนเหนือบ้าง ก็ตกเอา ตกเอา สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้นะครับ ฝนจึงตกในประเทศไทย มากกว่าปกติถึง ๓๘ เปอร์เซ็นต์ แล้วเร็วกว่าปกติถึงเดือนครึ่งนะครับ ประกอบกับน้ํา ที่มีอยู่ในเขื่อนซึ่งผมจะยังไม่พูดในวันนี้นะครับ ก่อนที่เราจะมาเป็นรัฐบาลน้ําที่อยู่ในเขื่อน มากกว่าปกติหลายเท่านักนะครับ ซึ่งผมขออนุญาตยังไม่พูดเดี๋ยวนี้เพราะว่าไม่ใช่ประเด็น ที่พูดถึง ที่ผมพูดเมื่อสักครู่นี้แล้วท่านได้พูดถึงผม เพราะฉะนั้นด้วยสมมุติฐานนี้ซึ่งก็น่าจะ เกิดขึ้นจริง แล้วก็ไม่ใช่เฉพาะผม หรือไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยนะครับ ชาติไหนในโลกก็คิด คล้าย ๆ ผม เราก็คาดการณ์ว่ามันคงมีน้ําเยอะนะครับ เพราะฉะนั้นหน้าที่ของเรา ก็คือบอกประชาชนให้รับรู้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ว่าน้ําจะเยอะนะ ฝนจะเยอะนะ บรรยากาศจะแปรปรวนนะ จึงเป็นหน้าที่ของทุกประเทศ ทุกรัฐบาลที่จะต้องเผชิญหน้ากับ สิ่งเหล่านี้นะครับ ส่วนหนึ่งคือการเผชิญหน้า เพราะมนุษย์ก็ไม่ควรจะยอมแพ้อะไรง่าย ๆ กับ ๒. ก็คือปรับตัวเองไป ที่เรียกว่า อะแดปทีฟ (Adaptive) ซึ่งเป็นเรื่องสําคัญมากให้เข้ากับ สภาพการเปลี่ยนแปลง รัฐบาลปัจจุบันก็เช่นกันนะครับ รับรู้ในสิ่งซึ่งหลาย ๆ คนพูด รวม ทั้งตัวผม แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะยอมแพ้ เพราะการยอมแพ้ก็แปลว่าอยู่ไม่ได้นะครับ การยอมแพ้ก็จะ คล้าย ๆ อย่างที่ท่านพูดนะครับ ในที่สุดก็จะมีเงื่อนไขเยอะแยะทําให้เราต้องเสียเปรียบ เช่น บริษัทประกันเป็นต้น เพราะฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ของผู้ประกอบการ ของทุกท่าน ที่จะต้องยอมรับในสิ่งนี้ แล้วก็มาร่วมกันคิดหาทางทั้งป้องกันและทั้งปรับตัวเองให้อยู่ใน สภาพนี้ได้นะครับ รวมทั้งบริษัทประกันด้วยซ้ําไป อันนี้ผมพูดแบบไม่จริงจังนักนะครับ คือถ้าบริษัทประกันไม่ยอมเชื่ออย่างนี้แล้วก็บอกไม่ยอมรับรู้ว่าน้ําท่วม บริษัทประกันก็ต้อง ไปขายปาท่องโก๋นะครับ เพราะจะเป็นอย่างนี้ทั้งโลก ทุกบริษัท แต่ว่าเราจะไปบังคับให้เขา ทําธุรกิจมันไม่ได้หรอกนะครับ หน้าที่ของเราอย่างที่ท่านเห็นเมื่อวานท่านนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงว่ารัฐบาลเองได้ตั้งกรรมการมาหลายชุดนะครับ ชุดหนึ่งก็คือชุดที่เกี่ยวกับการปรับ โครงสร้างของประเทศอันสืบเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ เพื่อให้เราอยู่ได้และอยู่ให้ได้ อย่างได้เปรียบด้วยนะครับ อันที่ ๒ อีกชุดหนึ่งคือชุดว่าด้วยเรื่องของน้ํา ซึ่งผมก็มีโอกาส ได้เป็นกรรมการด้วยในฐานะตัวเองนะครับ ไม่ใช่ฐานะตําแหน่ง เพราะฉะนั้นก็จึงกราบเรียน มาเพื่อทราบว่าผมเองเพียงแต่จะบอกความจริงทางวิทยาศาสตร์ให้ประชาชนทราบนะครับ แล้วก็หวังจะกระตุ้นความพยายามของทุกคนในการที่จะต่อสู้ให้อยู่กับสภาพสิ่งแวดล้อมนี้ได้ แล้วก็สามารถยืนหยัดอยู่ในสังคมโลก แล้วก็สามารถที่จะได้เปรียบคนอื่น ประเทศอื่นที่ ยอมรับหรือเข้าใจในเรื่องนี้ได้น้อยกว่าเรา ก็กราบเรียนมาเพื่อทราบครับ ขอบพระคุณครับ
ต่อไป ท่านพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ๘ นาทีนะครับ แล้วก็คุณหมอเชิดชัย ต่อคุณหมอเชิดชัยแล้วก็ ท่านครรชิต ทับสุวรรณ เชิญคุณพุทธิพงษ์ครับ
(นายประสาท ตันประเสริฐ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณพุทธิพงษ์เดี๋ยวรอนิดหนึ่ง มีผู้ประท้วง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ประสาท ตันประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคชาติพัฒนา เพื่อแผ่นดิน ผมไม่ได้ประท้วงครับ
ขอใช้สิทธิใช่ไหมครับ
ขอใช้สิทธิอภิปรายครับ
เดี๋ยวคุณพุทธิพงษ์ให้ท่าน ท่านอยู่ประมาณ ๓ นาทีนะครับ เมื่อกี้เชิญท่านอยู่ครับ
ขอบพระคุณท่านประธานครับ ท่านประธานครับ งบประมาณรายจ่ายในปี ๒๕๕๕ จํานวน ๒๓๘,๐๐๐ ล้านบาท กระผมเห็นด้วยในหลักการและเหตุผล ท่านประธานครับ หลาย ๆ ท่านพูดในที่ประชุม กระผมอยากจะบอกกับทุกท่านว่าวันนี้จากสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นพวกเราทุกคนบอบช้ํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนเราเห็นความทุกข์ความร้อนของพี่น้องประชาชนทั้งนั้น ในส่วนตัวผมผมอยากจะเรียนว่าใครมาเป็นนายกรัฐมนตรีตอนนี้ก็ลําบากครับ แต่ไม่แน่ว่า ในมหาพิบัติภัยที่เกิดขึ้นครั้งนี้ในยามนี้เราอาจจะได้นายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุดก็ได้ มันเป็นอย่างนั้น ท่านก็ไม่ได้นิ่งดูดายนะครับ ออกเยี่ยม ออกทํางานอยู่ตลอด ท่านประธานครับ งบประมาณในงบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษเพื่อเยียวยาในสภาวะที่เกิดขึ้น ผมคิดว่ามันอาจจะน้อยไปด้วยซ้ํา เพราะฉะนั้นการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการผมก็จะ อนุญาตในชั้นนั้น ท่านประธานครับ วันนี้ถ้าท่านได้เห็นอย่างที่ผมเห็น ท่านอยู่ทางอีสาน ท่านก็เห็น แต่วันนี้นะครับจากนครสวรรค์ขึ้นมาถึงกรุงเทพฯ นี่มันเหมือนกับเป็นถนน สายกลางทะเล แล้วก็ ๒ ข้างถนนนั้นพี่น้องประชาชนมาอยู่เยอะแยะหมด รถราน่าจะเป็น ๑,๐๐๐,๐๐๐ คันไปถึงกรุงเทพฯ นี่ กรุงเทพฯ นี่ก็ลําบากมากหยุดประชุมสภามาเดือนหนึ่งแล้ว ไม่ใช่พวกเราไม่อยากประชุม ผมทราบท่านประธานก็เห็นใจว่าสมาชิกมาลําบาก ผมก็เดินทางมาลําบาก แต่วันนี้ผมก็ต้องมา มาเห็นสภาพในกรุงเทพฯ นี่มันก็ไม่ต่างจาก นครสวรรค์ในยามที่น้ําท่วมหนักนะครับ วันนี้เห็นใจพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯ จริง ๆ อย่างน้อยก็คงจะเดือนหนึ่งเพราะวันนี้น้ําที่ผ่านประตูน้ําเขื่อนชัยนาทนี้ก็ยังวินาทีละ ๒,๓๐๐ ลูกบาศก์เมตร ข้างบนยังท่วมอยู่ข้างล่างก็ยังท่วมขนาดนี้ เพราะฉะนั้นคงจะใช้เวลา ยาวนาน งบประมาณของเรากว่าจะได้ใช้ก็น่าจะเป็นกุมภาพันธ์ เพราะฉะนั้นอยากจะให้ผ่าน เร็ว ๆ เพื่อที่จะได้นํางบประมาณนี้กลับไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนต้องขอบคุณรัฐบาล ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีจริง ๆ นะครับ ในยามนี้ท่านให้กําลังใจพี่น้องประชาชน อย่างเต็มที่และทํางานอย่างเต็มที่ ผมขอสนับสนุนในหลักการและเหตุผลครับ
ท่านพุทธิพงษ์ครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ต้องเรียนท่านประธานฝากไปยังรัฐบาลว่า สถานการณ์ขณะนี้ผมเชื่อว่า เมื่อเช้าที่เราเห็นท่านนายกรัฐมนตรีได้มาพูดถึงงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ต้องเรียนอย่างนี้ครับ เมื่อฟังดูก็เพลินดีครับ แต่ว่าเมื่อมาเปิดดูในนโยบายทางการคลัง ของรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องที่สําคัญมากว่า เรามาพูดกันเรื่องรายจ่ายว่าจะเอาไปใช้ทําอะไรบ้าง ในแต่ละกระทรวง ทบวง กรม ผมดีใจครับที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังอยู่ ผมก็อยากจะเริ่มด้วยเรื่องง่าย ๆ เลยครับว่า ท่านบอกว่าประมาณการการจัดเก็บรายได้สุทธิ ในปีที่จะถึงนี้ ท่านตั้งไว้ประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขาดทุนไปประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ แต่ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านบอกว่าท่านจะจัดเก็บได้ ผมเรียนครับว่าสถานการณ์อย่างปัจจุบันที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก เขาเดือดร้อนอยู่ตอนนี้ครับ ขายของก็ไม่ได้ เปิดร้านก็ไม่ได้ โดยเฉพาะ ในกรุงเทพมหานครและอื่น ๆ ทั่วตั้งแต่ภาคเหนือลงมานะครับ และจากนี้ไปถ้าท่านเก็บไม่ได้ จะทําอย่างไรครับ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านบอกว่าจะเก็บได้นี่ แล้วถ้ามันไม่มีแล้วเก็บ ไม่ได้ท่านไปรีดไถเขาอย่างไรแล้วไม่ได้ท่านจะทําอย่างไรครับ งบผูกพันที่ผูกพันไว้แล้ว เป็นงบที่มีความสําคัญท่านจะทําอย่างไร ภาระในเรื่องของงบลงทุนใหม่ ๆ หรือว่าเมื่อเช้า ที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะมาเยียวยาจะมาทําอะไรทั้งหลายเอาเงินที่ไหนครับ ต้องหยุดไปไหมครับ หรือต้องชะลอออกไปอีกเหมือนหลาย ๆ เรื่องที่สัญญาไว้แล้วทําไม่ได้ ผมเรียนครับที่ต้องถามเพราะว่าแน่นอนครับ คนที่เป็นนักบัญชีหรือว่าคนที่ทํางบประมาณ จะเข้าใจดีว่าการทํางบประมาณในครั้งนี้หรือของทุก ๆ ปีรายจ่ายมีรายรับก็ต้องมี แต่วันนี้ สถานการณ์วันนี้มันไม่เหมือนทุกปีครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ทางรัฐบาลต้องให้ ความสนใจแล้วก็อธิบายกับพวกเราว่ามันเกิดอะไรขึ้นในวันนี้ ท่านบอกแต่จะใช้ ๆ แล้วให้ ผ่านไป ผมเชื่อว่าไม่มีใครรับได้เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สถานการณ์น้ําท่วมวันนี้ ก็ยังไม่หยุดนะครับ ในกรุงเทพฯ ในเขตผมเองและใกล้เคียงก็กําลังมาอีกครับ ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าท่านประเมินอย่างไรว่าท่านจะเก็บเงินได้ตั้ง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วท่านบอกว่าขาดทุน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ามันมากกว่านี้ท่านจะทําอย่างไร อะไร ที่ท่านจะตัดออก อะไรที่ท่านจะเอาทําต่อ อะไรที่ท่านจะไม่ทํา ต้องบอกครับ ดูลึกลงไป ในยุทธศาสตร์ที่ ๓ ที่เมื่อเช้าเราได้ฟังกัน อย่างเช่นยกตัวอย่างนะครับ ท่านเตรียม งบประมาณไว้ว่ายกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม ท่านตั้งไว้ ๘,๖๐๐ กว่าล้านบาท ผมเรียนครับว่าวันที่ท่านตั้ง ๘,๖๐๐ กว่าล้านบาท ผมเชื่อว่าท่านตั้งไว้ ตั้งแต่อุทกภัยยังไม่เกิดขึ้น ท่านยังพูดถึงเรื่องการส่งเสริมขีดศักยภาพของภาคอุตสาหกรรม วันนี้โรงงานเขาเปิดยังไม่ได้เลยครับ เครื่องจักรกําลังเดินการผลิตไม่ได้ ท่านจะไปเปิด ขีดความสามารถแข่งกับใครครับ แล้ว ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านจะไปทําอย่างไร ให้มันกลับมา ให้อุตสาหกรรมเขาสามารถกลับมาเดินหน้าอยู่ได้ เป็นไปไม่ได้ครับ ก็อยากให้ รัฐบาล ฝากท่านประธานไปว่าต้องอยู่กับความเป็นจริงครับ วันนี้พี่น้องที่ติดตามฟังอยู่ ก็ยังไม่รู้ว่าวันนี้ตัวเองจะลุกขึ้นมาได้อย่างไร งบเยียวยาที่บอกพูดกัน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็ยังไม่รู้ว่าจะให้ใครเท่าไร บางคนบ้านก็พัง โรงงานก็พัง ที่นาเกษตรกรก็ไม่มีจะทํามาหากิน จะทําอย่างไร แต่ที่ผมต้องเรียนว่าเป็นเรื่องที่สําคัญที่สุดหลังจากนี้นะครับ พี่น้องเกษตรกรครับ ท่านตั้งไว้ในหมวดที่บอกว่าจะส่งเสริมประสิทธิภาพการผลิตและสร้างมูลค่าภาคเกษตร ๓๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท พี่น้องเกษตรกรฟังแล้วก็สงสัยครับ เพราะว่านาวันนี้ก็ล่มครับ น้ําท่วมหมดเป็นหมื่น ๆ แสน ๆ ไร่ ตั้งไว้ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เอาไปพัฒนาตอนไหนครับ เมล็ดจะปลูกยังไม่มี ที่จะปลูกยังไม่มี ที่ผมอภิปรายมาทั้งหมดนี้เพื่อจะบอกว่ารัฐบาล ใช้วิธีการตัดต่อครับ ตอนพูดตอน ๔-๕ หน้าแรก ก็บอกว่าจะฟื้นฟูเยียวยาคนเดือดร้อน แต่ถ้าไปดูในรายละเอียดทั้งหมดก็คือเอาของเก่าที่ทําเอาไว้ก่อนที่จะเกิดอุทกภัยครับ ท่านประธานกําลังเปิดดู เปิดดูได้ครับ หน้า ๒๐ กับหน้า ๒๑ ครับ ถ้าอ่านดูจะเห็นว่า งบประมาณทั้งหมดเป็นงบประมาณที่ทําไว้ก่อนครับ ไม่ได้ดูเลยว่าสถานการณ์วันนี้ เป็นอย่างไร ที่ท่านผู้นําฝ่ายค้านบอกว่างบประมาณที่ทําไว้นั้นไม่ได้สอดคล้องกับ ความเป็นจริงเลย นี่อย่างไรคือสิ่งที่อยากจะฝากรัฐบาลไปว่าไม่มีเวลากันเลยหรือครับ ที่จะมานั่งลงรายละเอียด ตัดเอา ๔-๕ หน้าแรก บอกว่าจะฟื้นฟู จะเยียวยาอุทกภัย แต่พอไปดูข้างในก็ยังเป็นของเดิมอยู่เลยครับ อุตสาหกรรมเขาจะตายไม่ตายอยู่แล้วครับ ท่านก็ยังไปส่งเสริม จะทําการตลาดกัน สายพานเครื่องยังเดินไม่ได้เลยครับ
เรื่องอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นความสําคัญแล้วผมไม่พูดไม่ได้นะครับ ท่านทราบไหม วันนี้เราเรียกว่า วิกฤติซ้อนวิกฤติ
วิกฤติที่ ๑ คือเศรษฐกิจที่เกิดจากอุทกภัยน้ําท่วมในครั้งนี้ เกิดจาก ความผิดพลาดของรัฐบาลชุดนี้ละครับที่ไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาอะไรได้เลย ป้องกันที่ไหน พังที่นั่น จังหวัดไหนบอกว่ารับได้ รับไม่เคยได้
วิกฤติที่ ๒ คือวิกฤติของภาวะผู้นําครับ ที่ผมต้องเรียนอย่างนี้ เพราะเนื่องจากว่าเมื่อเช้านี้ท่านนายกรัฐมนตรีมาบอกว่าจะทําหน้าที่และเอางบประมาณนี้ ไปช่วยฟื้นฟู ผมเรียนครับ สิ่งที่ท่านพูดนั้นไม่ได้เป็นสิ่งที่แก้ไขปัญหาและตอบโจทย์ ในภาวะที่เกิดขึ้นในวันนี้เลย ผมขออนุญาตยกตัวอย่างครับ ภาวะผู้นําที่พูดไม่ได้กล่าวหา ท่านนายกรัฐมนตรี ด้วยความเคารพครับ อยากจะเรียนว่าชาวต่างชาติ สายตา พี่น้องชาวต่างชาติที่เขามาลงทุนในประเทศเราเป็นสิ่งสําคัญมาก เพราะเขามาลงทุนปุ๊บ เขามีการจ้างงาน มีการส่งออก มีการขยายผลผลิตไปทั่วโลก ท่านจําได้ไหมครับ ท่านประธานว่าเมื่อไม่นานมานี้รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีหลายท่านบอกว่า นิคมอุตสาหกรรมโรจนะเอาอยู่ครับ เป็นอย่างไรครับวันนี้ นวนครเอาอยู่ เป็นอย่างไรครับ วันนี้ แล้วต่างชาติพอเห็นผู้บริหารระดับสูงสุดเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรี เป็นรองนายกรัฐมนตรีบอกว่าเอาอยู่ เขาก็วางใจสิครับ ให้เขาไปเชื่อใคร ก็ผู้นําประเทศ บอกว่ารับมือได้ แล้วพอถึงเวลาปล่อยน้ําพังเข้าไป เขาก็ย้ายไม่ทัน เตรียมตัวไม่ทัน เกิดความเสียหาย ความเชื่อมั่นของรัฐบาลและของประเทศไทยก็หมดไปกับภาวะผู้นําของ รัฐบาลชุดนี้ครับ ผมก็อยากจะสอบถามว่าที่รัฐบาลออกมาพูดว่าจะทําโน่นทํานี่มันไม่เหลือแล้ว สายตาชาวต่างประเทศในเรื่องของการลงทุนไม่เหลือเลยจริง ๆ ครับ แล้วผมเรียนครับ ผมดีใจมากครับ ฝากท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีที่ท่านไม่ไปประชุมที่เอเปคครับ ไม่ใช่ที่เพราะว่าท่านจะอยู่ช่วยน้ําท่วมนะครับ ผมเป็นห่วงว่าท่านจะไปตอบคําถามผู้นํา ในต่างประเทศได้อย่างไรว่าความเชื่อมั่นที่จะชวนเขามาลงทุนในต่างประเทศให้มาลงทุน ในประเทศไทย ก็เมื่อทุกครั้งที่ท่านบอกเอาอยู่และรับมือไหวมันพังหมดนะครับ ผมดีใจที่ท่านไม่ไป ผมเป็นห่วงท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง ครับว่าท่านไปท่านจะ ตอบคําถามนักลงทุนและชาวต่างประเทศอย่างไร เห็นบอกจะไปประชุมที่ฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ลงทุนในประเทศไทยอับดับต้น ๆ อันดับหนึ่ง ของประเทศไทยนะครับ ท่านจะไปตอบเขาอย่างไรครับ ท่านบอกว่าท่านดูแลให้เขามาลงทุน ก็ไปครับไปกับน้ํา เขาก็ขนไม่ทันเพราะเขาเชื่อท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลครับ และท่าน จะไปตอบเขาอย่างไร ผมก็ฝากไปครับว่าท่านก็เตรียมคําถามให้ดีถ้าตอบไม่ได้ก็อย่าไปครับ ก็ยอมรับสภาพไป
อีกเรื่องหนึ่งครับ ท่านมายืนยันตลอดเวลาครับว่าทางบีโอไอก็ตาม รัฐบาลก็ตาม กําลังจะสนับสนุนในเรื่องของนิติบุคคล ภาษีรายได้จะลดให้ จะไปบอกเขาว่าเราลดภาษีให้ อย่าว่าแต่กําไรก็ไม่มีครับ ท่านจะไปลดภาษีมันเล็กน้อยมากเขาไม่สนใจหรอกครับ ฉะนั้น ผมอยากจะเรียนครับว่าภาวะผู้นําเป็นสิ่งสําคัญครับ ท่านอย่าเล่นกับความรู้สึกของ พี่น้องประชาชน มันฝืนต่อไปไม่ได้แล้วครับ แล้ววันนี้ทุกคนทราบดีครับว่าเศรษฐกิจไทย กําลังจะเฟื่องฟูเมื่อปี ๒ ปีที่ผ่านมา วันนี้อ่านหนังสือพิมพ์ได้วิเคราะห์มาแล้วครับว่า ณ วันนี้ เวียดนามและอินโดนีเซียมีการลงทุนและความเชื่อมั่นในการลงทุนสูงกว่าประเทศไทยแล้ว แล้วมาเจอภาวะผู้นําแบบนี้ครับ ท่านอย่าไปเลยครับ และเห็นในข่าวบอกว่าไม่ไปครั้งนี้ แต่จะไปอาเซียน ก็ต้องไปตอบคําถามอีกครับว่ากี่โรงงานที่เพื่อน ๆ บ้านเราก็ดี นักลงทุน ชาวต่างประเทศที่มาลงทุนในประเทศไทยเป็นแสน ๆ ล้าน ท่านรัฐบาลเป็นผู้นําประเทศบอก เอาอยู่แล้วเอาไม่อยู่ แล้วท่านจะไปสร้างความเชื่อมั่นกับใครครับ วันนี้ท่านมาขอผ่าน งบประมาณเป็น ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยที่ไม่มีรายละเอียดอะไรเลย ผมถามว่าอย่าเลยครับ เลิกหลอกประชาชน เลิกหลอกคนสักที บอกเลยครับจะทําอะไร เท่าไร เมื่อไร ที่ไหน ถ้าอย่างนี้ก็พอรับได้ เพราะฉะนั้นผมขอฝากท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลครับว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากในเรื่องของความเชื่อมั่นของประเทศไทย และภาวะผู้นําเป็นสิ่งที่สําคัญที่สุด จะทําอะไร จะตัดสินใจ จะประเมินอย่างไรรีบทําครับ ประเทศจะได้ไม่เสียหายไปมากกว่านี้ ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญคุณหมอเชิดชัย ๔ นาทีนะครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ประเทศไทยไม่ใช่ กทม. หรือภาคกลางนะครับ มันมี ๗๗ จังหวัดครับ เพราะฉะนั้น เรื่องน้ําท่วมโอเคมันเป็นวิกฤติใหญ่ของประเทศจริงนะครับ แต่คนต่างจังหวัดก็ยังมีอยู่นะครับ ชีวิตต้องดําเนินต่อไป ผมดูร่าง พ.ร.บ. ของรัฐบาลแล้วนะครับก็เห็นครอบคลุมดีนี่ครับ
ข้อที่ ๑ ฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจ เห็นไหมก็คือช่วยเหลือพวกเยียวยาอุทกภัย ก็มีอยู่แล้วครับเยอะแยะ ส่วนจะบอกว่ามีงบกลางมากมายเท่าไรก็มันฉุกเฉินนี่ครับ ก็บอกอยู่แล้ว ว่าเป็นงบประมาณที่ว่าในภาวะที่ผิดประหลาดใช่ไหมครับ เพราะว่าพิจารณาช่วงมีการ เปลี่ยนรัฐบาล
อันที่ ๒ รัฐบาลต้องทําตามนโยบายที่แถลงไว้ครับ คือไปสร้างรายได้ ให้ประชาชน เพราะว่าประชาชนมีทั่วประเทศนะครับ ซึ่งเดี๋ยวผมจะกล่าวต่อไปนะครับ และยังเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ก็เหมือนกันละครับ วิกฤตินี้เป็นโอกาสครับ ท่านประธานครับ การสร้างรายได้ให้ประชาชนตามนโยบายรัฐบาล เช่น กองทุนหมู่บ้านเอสเอ็มแอลหรือว่า พักหนี้เกษตรกร หรือว่าเพิ่มรายได้ประกันเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท เป็นสิ่งที่เป็นการลงทุน ภายในประเทศ ผมไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์หรอกครับ แต่ผมเชื่อว่าถ้าคนขี้เหนียวเก็บเงินไว้ ไม่ใช้จ่ายประเทศก็ไม่เจริญ เมื่อรัฐบาลนําร่องโดยการเพิ่มอันนี้เข้าไปเงินมันจะหมุนครับ แล้ววิกฤติน้ําท่วมต่าง ๆ พวกที่มีเงินต่าง ๆ ที่น้ําท่วมบ้านต่าง ๆ จะได้ใช้เงินที่เขาเก็บมา นั่นละครับเอามาซ่อมบ้านตัวเอง ถึงรัฐบาลจะช่วยมันก็คงไม่พอละครับ แต่เงินนี่ มันจะหมุนนะครับ เศรษฐกิจแทนที่จะแย่ผมว่ามันจะฟื้นครับ ยกตัวอย่างเช่นกองทุนหมู่บ้าน ที่ว่ามีคนดูถูกสบประมาทตอนนี้ก็ยังเพิ่มขึ้นครับ มีเป็นเอ็นพีแอลน้อยมาก
ท่านประธานครับ รัฐบาลนี้ยังใส่ใจเรื่องการส่งเสริมศักยภาพของ องค์กรท้องถิ่นนะครับ ถ้าท่านไปดูในงบประมาณเทียบกับปี ๒๕๕๔ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นได้เงินเพิ่มขึ้น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ถึง ๒๓ เปอร์เซ็นต์ กทม. ยังได้รับเพิ่มขึ้นด้วยครับ ผมไปดูน้ําท่วมคราวนี้ครับ พวก อบต. อบจ. มีส่วนมากเลยครับที่จะช่วยเหลือ จะไปพึ่งเฉพาะ ศปภ. อย่างเดียวนี่ไม่พอหรอกครับเพราะมันเยอะ เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาล ให้เงินพวกนี้ดีแล้วครับ
ผมขอพูดเรื่องสาธารณสุขนิดหนึ่งนะครับ ปีนี้งบสาธารณสุขก็เพิ่มขึ้นเยอะ เหมือนกันครับ เพียงแต่ว่างบเปอร์เฮด (Per head) มันลดลงนิดหน่อย ผมได้เรียนถามแล้ว เป็นเพราะว่ารัฐบาลต้องการตัดไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่เขาพอทําได้ครับ ถ้ากระทรวง สาธารณสุขรู้จักการใช้เงิน ให้ สปสช. ดูแลการเงินให้ใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ อย่าเอาไปซื้อ เครื่องมือที่ไม่ได้ใช้ อย่าไปใช้ในสิ่งที่ไม่จําเป็น อันนั้นเป็นเทคนิคในการบริหารงาน ของกระทรวงนะครับ
อีกอันหนึ่งที่ผมดีใจก็คืองบวิจัยก็เพิ่มขึ้น เราเห็นว่ามีการสร้างนักวิจัยขึ้นตั้ง ๑,๔๐๐ ตําแหน่ง ท่านประธานครับน้ําท่วมนี่มีการวิจัยมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๘ ได้ผลปี ๒๕๔๒ ที่มีการเสนอให้ทําฟลัดเวย์ (Flood way) อะไรต่าง ๆ เรายังไม่เคยนํามาใช้เลยครับ นี่ก็คือ การวิจัยมีประโยชน์อย่างนี้ครับ แล้วอยากจะให้กําลังใจรัฐบาลว่างบประมาณที่ท่านจัดสรร ดีแล้วนะครับ แล้วก็เหมาะสม ส่วนจะมีปัญหาอะไรต่าง ๆ ที่มีฝ่ายค้านเสนอก็ขอบคุณนะครับ แต่รัฐบาลก็มีฝีมือที่จะทําต่อไปได้ เป็นการพิสูจน์ฝีมือ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เป็นผู้นําหญิง เข้มแข็งแล้วนะครับ ถ้าเป็นคนอื่นผมว่าแย่ไปนานแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นขอให้กําลังใจ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ให้กําลังใจ ครม. ให้กําลังใจประชาชนโดยเฉพาะคนต่างจังหวัด ที่มาช่วยเหลือคนภาคกลางนะครับ และคนทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นผมขอสนับสนุน พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายนี้ครับ ขอบคุณครับ
ท่านครรชิต ทับสุวรรณ ๕ นาที แล้วก็ ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ ต่อนะครับ ๗ นาที และท่านอัญชลี วานิช เทพบุตร และท่านอนุรักษ์ บุญศล ตามลําดับ เชิญท่านครรชิตครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นาย ครรชิต ทับสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ ต้องกราบขอบพระคุณสภาที่ให้ผมได้อภิปรายร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๕ จํานวนเงิน ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าจิตใจของผู้แทนราษฎรนะครับ ผมเป็นผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสาคร นั่งข้าง ๆ ผมก็ท่าน ส.ส. นิติรัฐ สุนทรวร จังหวัดสมุทรสาครเหมือนกัน ตอนนี้น้ําได้เข้ามาในเขตอําเภอกระทุ่มแบน ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งอีกเขตหนึ่งนะครับ หัวใจของ ผู้แทนราษฎรก็คือเมื่อไรมันจะมาถึงเขตของเรา ก็รู้สึกจะตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ ตอนแรกตั้งใจว่า จะอภิปรายเจาะจงไปในหน่วยงานบางหน่วย แต่ตอนนี้ต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลในภาพรวมเลยดีกว่าครับ จังหวัดสมุทรสาครเป็นจังหวัดที่เสีย ภาษีให้กับประเทศในลําดับต้น ๆ หลายท่านอาจจะไม่ทราบ เป็นจังหวัดเล็ก ๆ แต่เสียภาษี อยู่ในลําดับต้น ๆ ให้กับประเทศมาตลอดหลายปีนะครับ ตอนนี้มวลน้ําก้อนนี้ได้เข้ามาในเขต อําเภอกระทุ่มแบนแล้วนะครับ จากภาพถ่ายล่าสุด ซึ่งผมได้รับการยืนยันจาก พี่น้องประชาชนส่งมาทางมือถือนะครับ คงจะไม่ได้มีโอกาสได้แสดงให้ท่านประธานดู ก็ได้เข้ามาเขตอําเภอกระทุ่มแบนแล้ว จริง ๆ แล้วอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง รัฐบาลว่ามวลน้ําก้อนนี้มาตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ไล่มาเรื่อยครับ จนปัจจุบันนี้เข้ากรุงเทพฯ เข้ามาสมุทรสาครแล้ว ผมอยากจะให้รัฐบาลได้รีบลงไปดําเนินการ ทําอะไรก็ได้ จะระดมเครื่องสูบน้ํา สรรพกําลังต่าง ๆ ทั้งหลายรีบลงไปครับ สมุทรสาครมี โรงงานอุตสาหกรรมมากกว่า ๕,๐๐๐ โรงงาน ถ้ารัฐบาลยังปล่อยให้จังหวัดสมุทรสาครซึ่ง เป็นจังหวัดท้าย ๆ แล้วที่น้ําจะลงทะเลที่อ่าวไทย ถ้าท่านยังปล่อยให้จังหวัดสมุทรสาครท่วม พวกเราก็คงจะให้อภัยรัฐบาลไม่ได้ เพราะว่าท่านน่าจะมีประสบการณ์มาจาก หลาย ๆ จังหวัดทางตอนเหนือมาแล้วนะครับ และที่สําคัญก็คือตอนนี้ผมไม่แน่ใจว่ารัฐบาล ยังกล้าจะยืนยันอีกหรือเปล่าว่าที่สมุทรสาครนี่รับมือไหว แล้วก็น้ําจะไม่ท่วมแน่ แต่ความเชื่อ ของพี่น้องประชาชนในจังหวัดสมุทรสาครซึ่งเป็นจังหวัดที่ติดน้ําติดทะเล คนส่วนใหญ่ก็จะ ไม่เชื่อนะครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้มีโอกาสแล้ว รัฐบาลต้องระดมกลไกของภาครัฐไป แจ้งเตือนแล้วก็ไปบอกพี่น้องในจังหวัด โดยส่วนตัวผู้แทนราษฎรลงพื้นที่ก็บอกทุกงานให้ เตรียมความพร้อม ยกของขึ้นที่สูง หรือทําอะไรก็ตามที่ลดความสูญเสีย
สุดท้ายนี้เนื่องจากเวลาคงจะกระชั้น ต้องฝากรัฐบาลและฝากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องจริง ๆ ให้รีบเข้าไป เวลาน้อยมากนะครับ เหลืออีกไม่กี่วันก็จะเข้ามาเขต อุตสาหกรรมของจังหวัดสมุทรสาครนี่แล้วครับ แล้วก็ทิ้งท้ายไว้สําหรับพี่น้องประชาชนที่ประสบเคราะห์กรรมอยู่ในเขตอําเภอกระทุ่มแบน อยากจะให้กลไกของภาครัฐนี่รีบเข้าไปช่วยเหลือโดยเร่งด่วนที่สุดนะครับ ข้าวปลาอาหาร ก็ไม่มีรับประทานนะครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่าน ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ๗ นาที
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย วันนี้ขออนุญาตที่จะกราบเรียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณประจําปี ๒๕๕๕ ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความเสียใจและขอให้กําลังใจกับพี่น้อง ที่กําลังประสบอุทกภัยอยู่ในขณะนี้ในทุกจังหวัด ทั้งภาคเอกชนและพี่น้องประชาชนนะครับ ขอให้กําลังใจ สู้ ๆ ต่อไปนะครับ ขอให้กําลังใจกับรัฐบาลที่ได้ทุ่มเททั้งกําลังจิตกําลังใจ ความรู้ความสามารถทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติน้ําท่วมในขณะนี้นะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ งบประมาณ ๒,๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่กําลังพิจารณาอยู่ในวันนี้ ซึ่งเป็นวาระสําคัญยิ่งที่พวกเราทุกคนทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน จะต้องให้ความสําคัญและให้ความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องการที่จะผ่านงบประมาณในวันนี้ ว่างบประมาณที่จัดนี้รัฐบาลได้ให้ความสําคัญในภาคส่วนใดบ้าง เรื่องการแก้ปัญหา ของรัฐบาลทุก ๆ สมัยที่ผ่านมา ได้วางกรอบการบริหารงบประมาณทั้งที่เป็นงบประมาณ ที่ใช้จ่ายประจํา งบลงทุน แล้วก็ตั้งงบใช้หนี้สาธารณะ จะดูตัวเลขที่เห็นว่า ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นตัวเลขที่มากจริง แต่จริง ๆ แล้วงบที่ทุ่มเทลงไปเกี่ยวกับ การพัฒนาประเทศนั้นยังมองว่ายังเป็นงบที่ไม่มากพอ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้อง ขอขอบคุณทางรัฐบาลนะครับ ที่ได้ปรับตัวในเรื่องของการจัดงบประมาณ ทั้ง ๆ ที่ในภาวะ วิกฤติเศรษฐกิจที่ต่างประเทศก็เป็นผลกระทบอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นยุโรป และมีผลกระทบภัยธรรมชาติอย่างรุนแรง แต่รัฐบาลเองก็สามารถ ที่จะปรับในการที่จะจัดงบประมาณเพื่อที่จะให้สอดคล้องสอดรับกับการแก้ปัญหา แล้วก็พัฒนาประเทศในคราวเดียวกันด้วย จะสังเกตดูว่ารัฐบาลให้ความสําคัญในเรื่องของ ภาคการเกษตรก็ดี ได้จัดงบประมาณถึง ๙๗,๐๐๐ ล้านบาทนะครับในการที่จะแก้ปัญหา ในเรื่องของผลผลิตสินค้าทางการเกษตร ให้ความสําคัญกับผู้ประกอบการทุกภาคส่วน ในเรื่องของการเกษตร ผมมีข้อเสนอแนะในเรื่องของการที่จะจัดการในเรื่องน้ําสําหรับรัฐบาล ที่จะบูรณาการการแก้ปัญหาเรื่องน้ําอย่างมีประสิทธิภาพ ภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องของการแก้ปัญหาน้ําทั้งระบบนะครับ อยากจะให้มีการพิจารณางบประมาณ แล้วก็ มีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด ผมยกตัวอย่างกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน แล้วก็กรมทรัพยากรน้ําก็ดูแลเรื่องน้ํา กระทรวงมหาดไทยก็ดูแลเรื่องน้ํา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตก็ดูแลเรื่องน้ํา ที่สําคัญอีกกระทรวงหนึ่ง ก็คือเรื่องของกระทรวงคมนาคม เรื่องถนนหนทางไม่ว่าจะเป็นกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ทําถนนขึ้นมาแล้วนี่มีการประสานงานเรื่องทางน้ํามากน้อยแค่ไหน เพราะฉะนั้นในส่วนที่ เกี่ยวข้องกันไม่ว่าจะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ดีล้วนแล้วแต่มีความสัมพันธ์กัน การจัดการเรื่องน้ําของเรานี้ขาดการบูรณาการ กทม. ก็เช่นกันจะสังเกตดูว่าน้ําที่หลาก มาจากทางภาคเหนือ ผ่านภาคกลางลงมาที่ กทม. สุดท้ายอยู่ที่ กทม. ความสําคัญ ในการจัดการเรื่องน้ํามีความสําคัญกันทุกภาคส่วน ผมมองดูว่าการจัดการเรื่องการระบายน้ําใน กทม. ต่อไปต้องมีการดูแลกันอย่างใกล้ชิด แล้วก็มีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น การเตรียมการ คลอง น้ําใน กทม. ขยะต่าง ๆ มากมายเหลือเกิน เอ่อล้นออกมา การระบายน้ําจึงไม่เกิดประสิทธิภาพพอ เพราะฉะนั้น การวางแผนการรองรับในปีต่อ ๆ ไป อยากจะฝากทางท่านนายกรัฐมนตรีไปยังภาคส่วนต่าง ๆ ได้บูรณาการกันอย่างใกล้ชิด ผมมองดูว่างบประมาณที่เราทุ่มเทไปกับการจัดการในเรื่องน้ํานี่ กระจัดกระจาย ไม่เป็นเอกภาพ จึงทําให้การจัดการบริหารทั้งน้ําท่วม น้ําแล้ง โดยเฉพาะ ในภาคอีสานจะสังเกตว่าเป็นปัญหาในเรื่องน้ําแล้งเป็นส่วนใหญ่ อยากจะฝากไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องว่าการจัดการเรื่องน้ํามีความสําคัญ ประเทศไทยเราเคยมีแนวคิดที่จะผันน้ําจาก น้ําโขงผ่านมายังที่จังหวัดหนองคาย เอาน้ําจากน้ํางึมผ่านมายังจังหวัดหนองคายแล้วเข้าสู่ ภาคอีสาน โครงการนี้เป็นโครงการที่ดี แม้แต่โครงการอีสานเขียว โครงการผันน้ําต่าง ๆ ก็เป็นโครงการที่ดี แต่แล้วโครงการเหล่านี้ก็ได้เป็นแค่โครงการ ในวันนี้ผมอยากจะฝากไปยัง รัฐบาลว่าการให้ความสําคัญกับเรื่องการจัดการเรื่องน้ํามันเป็นหัวใจต่อผลผลิต ทุกภาคส่วน ภาคการเกษตรรอคอยเรื่องการจัดการน้ํา พี่น้องภาคอีสานของกระผมรอคอย เรื่องการจัดการน้ําที่จะได้ผลผลิต ถ้าขาดน้ําผลผลิตก็ไม่มี เพราะฉะนั้นทั้งน้ําท่วม น้ําแล้ง จึงเป็นปัจจัยสําคัญที่รัฐบาลจะต้องดูแล นอกจากนั้นแล้วการพัฒนาส่วนอื่น ๆ รัฐบาล ต้องขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นรถไฟความเร็วสูง เรื่องถนนหนทาง เรื่องการส่งออก เรื่องการท่องเที่ยว ก็เป็นปัจจัยสําคัญที่รัฐบาลเอาใจใส่ดูแล จึงขอบคุณมายังรัฐบาลโดยการนําของ ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเป็นหญิงแกร่ง เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่สามารถที่จะ ฟันฝ่าอุปสรรค ยิ้มรับกับปัญหา ต่อสู้ปัญหาอย่างเข้มแข็ง ขอให้กําลังใจ แล้วก็ขอสนับสนุน งบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ครับ ขอบคุณครับ
ท่านอัญชลี ๑๐ นาทีครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อัญชลี วาณิช เทพบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ สําหรับงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งงบประมาณรายจ่ายไว้ที่ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท และได้ตั้งประมาณการรายได้ไว้ที่ ๑,๙๘๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น จึงมี ประเด็นที่ก่อให้เกิดคําถามอยู่ ๒-๓ ประการค่ะท่านประธานว่าในภาวะวิกฤติของประเทศไทย ขณะนี้ที่เกิดเภทภัยร้ายแรงกันขึ้นมา สึนามิน้ําจืดอย่างที่พวกเราทราบกันดี น้ําท่วมเกือบ ค่อนประเทศนะคะ ก่อให้เกิดความเสียหายมากมายมหาศาลอันประเมินค่าไม่ได้ และข้อสําคัญที่สุดก็คือจนถึงวันนี้เราก็ไม่ทราบว่าเหตุการณ์นั้นจะสิ้นสุดลงเมื่อใด รัฐหรือ ประเทศของเราจะสามารถสร้างรายได้เข้าเป้า ๑,๙๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามที่รัฐบาล ตั้งประมาณการไว้หรือเปล่า
ประการที่ ๒ ซึ่งเป็นประการที่สําคัญก็คือประชาชนสงสัยค่ะว่า ท่านนายกรัฐมนตรีโดยรัฐจะสามารถลงทุนให้กับประเทศอย่างมีประสิทธิภาพตามที่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อสภาไว้เมื่อเช้านี้จริงหรือไม่
ท่านประธานคะ ดิฉันจะขออนุญาตอภิปรายเฉพาะประเด็นของภาพรายได้ ที่มาจากการให้บริการหรือการท่องเที่ยว ซึ่งถือได้ว่าเป็นภาคอุตสาหกรรมที่ทํารายได้ให้กับ ประเทศ ๑ ใน ๓ ส่วนของรายได้ทั้งหมดทั่วประเทศ ขออนุญาตท่านประธานเปิดสไลด์ (Slide) ประกอบไปในคราวเดียวกันค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
สําหรับกราฟที่พวกเราเห็น แผนผังนั้น จะเป็นสถานการณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยค่ะ ท่านจะเห็นค่ะว่าจากปี ๒๕๔๘ จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. ๒๕๕๓ นั้น ตลอดระยะเวลา ๗ ปีที่ผ่านมานั้นถือได้ว่าเป็นฝันร้ายของ ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวก็ว่าได้ค่ะ ในปี ๒๕๔๘ นั้นจํานวนนักท่องเที่ยวลดลงเนื่องจากเราติด เรื่องของภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นคือสึนามิเมื่อปลายปี ๒๕๔๗ ดิฉันเข้าใจว่าสไลด์อาจจะ ไม่ค่อยชัดนะคะ อยากจะเรียนค่ะว่าในปี ๒๕๔๘ นั้นจํานวนนักท่องเที่ยวนั้นติดลบประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์กว่า ในปี ๒๕๔๙ ต่อปี ๒๕๕๐ นั้นก็จะเกิดการปฏิวัติรัฐประหาร ตัวเลขยังเป็นบวกอยู่ แต่อยู่ ในสภาพทรง เรามาเจอปัญหาอีกครั้งหนึ่งก็คือประมาณปี ๒๕๕๑ ปลายปี ตัวเลขแม้ยังเป็น บวกอยู่แต่ก็เกือบจะติดลบนะคะ เนื่องจากมีเหตุการณ์ปิดสนามบินสุวรรณภูมิที่เกิดขึ้น แล้วก็กระทบต่อความเชื่อมั่นของวงการท่องเที่ยวทั่วโลก เคราะห์ซ้ํากรรมซัดท่านประธาน ในปี ๒๕๕๒ ในเดือนเมษายนเราได้มีการจัดประชุมอาเซียนกันขึ้นที่พัทยา ในขณะนั้น ได้มีการชุมนุมประท้วง และมีการล้มการประชุมอาเซียนที่พัทยา ภาพของผู้นําอาเซียน ที่มาประชุมที่ประเทศไทยต่างหนีหัวซุกหัวซุนทีเดียวนะคะ บางคนก็ลงเรือ บางคน ก็ขึ้นเครื่องบินหนีกลับไปในขณะนั้น ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของการท่องเที่ยว ของประเทศไทยอย่างยับเยินที่สุด ปีนั้นจํานวนนักท่องเที่ยวลดลง ติดลบกว่า ๓ เปอร์เซ็นต์ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ เราเจออีกครั้งหนึ่ง ตั้งแต่เดือนมีนาคมต่อเดือนพฤษภาคม ก็เกิดการจลาจล เกิดการเผาบ้านเผาเมืองขึ้นมา แต่โชคดีที่รัฐบาลท่านนายกอภิสิทธิ์ สามารถหามาตรการฟื้นความมั่นใจของการท่องเที่ยวกลับมาสู่ประเทศไทยเราได้ทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นมาตรการของการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าให้กับ ๓๐ กว่าประเทศ การลด ค่าจอดเครื่องบินที่สนามบินของเรากว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ให้กับสายบินทั่วโลก นอกจากนั้น ก็มีการทําประกันชีวิตให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนไทยหากเสียชีวิตจากการจลาจล ในประเทศไทยเหล่านี้เป็นต้น นอกจากนั้นก็ยังสนับสนุนให้มีการไทยเที่ยวไทยแล้วก็สร้าง รายได้ให้กับประเทศ ให้มีการจัดอบรมสัมมนาและสามารถนําค่าใช้จ่ายเหล่านั้นไป หักลดหย่อนภาษีเงินได้ของนิติบุคคลได้ เช่นนี้ตัวเลขจึงกลับมาอยู่ในแดนบวกเกือบ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ในปี ๒๕๕๔ ดิฉันขออนุญาตไปที่สไลด์ของปี ๒๕๕๔ นะคะ ปีนี้เรากะไว้ว่าจะ เป็นปีทองของการท่องเที่ยวไทย เพราะว่าจํานวนนักท่องเที่ยวนั้นขึ้นมาเป็นจํานวนสูงมาก จนกระทั่งถึงเดือนกันยายนปรากฏว่าจํานวนนักท่องเที่ยวขึ้นสูงเกือบถึง ๑๔ ล้านคน ประเด็นตอนแรก ททท. ตั้งเป้าเอาไว้ว่าในปี ๒๕๕๔ จะมีจํานวนนักท่องเที่ยวเข้า ประเทศไทยจํานวน ๑๖.๖ ล้านคน แต่พอกลางปีนักท่องเที่ยวมากสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง ก็วางตัวเลขไว้อยู่ประมาณ ๑๙ ล้านคน แต่โชคร้ายของประเทศไทยเหลือเกินท่านประธาน ในเดือนกันยายนเราก็ประสบปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ สึนามิน้ําจืดครั้งนี้หนักหนาสาหัส และภาพของดอนเมืองที่ถูกน้ําท่วม ถูกทั้ง บีบีซี ซีเอ็นเอ็น เอาภาพถ่ายแพร่กระจายไป ทั่วโลกหลายวันติดต่อกัน ในที่สุดก็มีการยกเลิกการจองห้องพักของนักท่องเที่ยวในเขต กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภาคกลางกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ และอาการเหล่านี้เริ่มลามไปยัง ภาคใต้แล้ว ถ้าเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ไม่สามารถแก้ไขได้ทันท่วงที ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทาง ททท. ต้องออกมาทํางานให้หนักกว่านี้ในการชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นนะคะ หากเราไม่สามารถหยุดยั้งเรื่องของการยกเลิกการจองห้องพักได้เราจะสูญเสียนักท่องเที่ยวไป ประมาณเดือนละของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ๒๐๐,๐๐๐ คน สูญเสียรายได้ประมาณ ๘,๕๐๐ ล้านบาท ในขณะที่ไทยเที่ยวไทยเริ่มเที่ยวกันแล้ว เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม ก็จะเสียไปเดือนละประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ คนครั้ง คิดเป็นรายได้ก็ประมาณ ๗,๕๐๐ ล้านบาท เสียไปเดือนหนึ่งก็ประมาณอยู่ที่ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็จะเป็นอย่างนี้ ติดต่อกันไปเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะชี้ให้เห็นว่าภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็น ภาครายได้ของประเทศประสบปัญหาในขณะนี้แล้ว ไม่รวมภาคอุตสาหกรรมการส่งออก ที่เราทราบกันดีว่าจะหนักหนาสาหัสขนาดไหน ภาคการเกษตรเช่นนี้เป็นต้นท่านประธาน เพราะฉะนั้นการที่จะทําให้ถึงเป้า ๑,๙๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามที่รัฐบาลวางไว้คงยากเต็มที
คําถามที่ ๒ ที่เป็นประเด็นที่สําคัญมากก็คือ ประชาชนห่วงว่า ท่านนายกรัฐมนตรีจะสามารถทําตามนโยบายของงบประมาณที่ได้แถลงต่อ สภาผู้แทนราษฎรไปเมื่อเช้าได้หรือเปล่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้บอกพวกเราว่าจะเพิ่มสัดส่วน รายจ่ายการลงทุนให้แก่หน่วยงานที่มีผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ จะเสริม ศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ จะเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว แต่เวลาดิฉันกลับมาดู งบประมาณที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อสภาเมื่อเช้านี้ ปรากฏว่าเป็นการจัดงบประมาณ รายจ่ายในหน่วยงานของการท่องเที่ยวแบบเดิม ๆ ค่ะท่านประธาน แผนงานเพิ่มรายได้จาก การท่องเที่ยว ท่านนายกรัฐมนตรีตั้งไว้ ๖,๖๔๒ ล้านบาท ในขณะที่แผนพัฒนาการท่องเที่ยวบริการตั้งไว้ที่ ๒,๖๙๒ ล้านบาท รวมตัวเลขกลม ๆ ก็ ๙,๓๓๔ ล้านบาทค่ะ น้อยกว่างบประมาณในปี ๒๕๕๔ ที่รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ตั้งไว้ถึง ๙,๕๖๐ กว่าล้านบาท อย่างนี้เป็นต้นนะคะ
ส่วนที่สําคัญที่สุดก็คือ การลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดลําดับ ความสําคัญของการลงทุน ดิฉันขอสไลด์ต่อนะคะ ได้รวบรวมให้ท่านประธานได้เห็นว่า แผนการเป็นรายได้รายจังหวัด เป็นแผนของรายได้รายจังหวัดที่ทํารายได้ให้กับประเทศ มีทั้งหมด อย่างที่จังหวัดเชียงใหม่ทํารายได้ให้ประมาณ ๓๙,๐๐๐ ล้านบาท จังหวัดเชียงราย ก็ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ก็ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท จังหวัดชลบุรีนี่ก็จะมากขึ้น ส่วนทางจังหวัดภูเก็ตนี้จะขึ้นได้ประมาณ ๑๐๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็จะมีจังหวัดสุราษฎร์ธานี กรุงเทพมหานครนี่จะอยู่ที่ตัวเลขประมาณ ๔๓๗,๐๐๐ ล้านบาท ดิฉันจึงอยากจะให้รัฐบาลมามองถึงความเป็นจริง ในสมัยของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ได้ตั้งใจที่จะวางกรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวของอาเซียน แล้วก็วางไว้ว่า ประตูเชื่อมการท่องเที่ยวโลกนั้นทางภาคใต้จะอยู่ที่จังหวัดภูเก็ตและวางจังหวัดเชียงใหม่ไว้ว่า จะเป็นฮับ (Hub) ของการท่องเที่ยวทางภาคเหนือค่ะ ทางอีสานนั้นเราวางจังหวัดอุดรธานี และจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อเป็นประตูเชื่อมอาเซียน ดิฉันจึงอยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ทราบว่างบประมาณต่าง ๆ ที่เราตั้งไว้ที่จังหวัดเชียงใหม่สําหรับการสร้างศูนย์ประชุม จึงไม่ถูกตัดงบประมาณเลยค่ะ ไม่ถูกโยกงบประมาณ มีแต่เร่งเพื่อจะให้สร้างศูนย์ประชุม ให้แล้วเสร็จทันประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี ๒๕๕๘ เช่นเดียวกันกับที่จังหวัดภูเก็ต ตั้งงบประมาณไว้เรียบร้อยแล้วประมาณ ๒,๖๐๐ ล้านบาท แบบเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ ฉะนั้นจึงอยากจะฝากท่านนายกรัฐมนตรีด้วยค่ะว่าขอให้ช่วยดูแลแล้วก็ให้มีการสร้าง ศูนย์ประชุมที่จังหวัดภูเก็ตให้เป็นฮับประตูเชื่อมการท่องเที่ยวโลกทางภาคใต้ให้สําเร็จได้
ทางภาคอีสานที่ดิฉันอยากจะฝากความคิดเห็นไว้ก็คือ วันนี้จีนได้ต่อรถไฟ ความเร็วสูงจากจีน คุนหมิงมาสู่ที่ลาว เวียงจันทน์แล้วค่ะ ฉะนั้นการที่ท่านนายกรัฐมนตรี จะต่อเส้นทางจากเวียงจันทน์เข้าสู่จังหวัดหนองคายไปที่จังหวัดอุดรธานี เข้าสู่จังหวัดขอนแก่น และมากรุงเทพมหานครนั้นจะยังเป็นประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศชาตินะคะ เพราะพี่น้องเกษตรกรจะสามารถนําผลิตผลทางการเกษตรไปขายที่จีนได้ค่ะ ในขณะเดียวกัน ก็จะขนนักท่องเที่ยวจากจีนกลับมาสู่ประเทศไทยได้อีกเส้นทางหนึ่ง
สิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีวางไว้ว่าจะสร้างรถไฟความเร็วสูงจากจังหวัดเชียงใหม่ มากรุงเทพมหานครก่อนเป็นสายแรกนั้น ดิฉันคิดว่าถ้าท่านนายกรัฐมนตรีได้เห็นภาพของ การวางยุทธศาสตร์ที่คลุมเครือข่ายทั้งหมดไว้การเลือกเส้นทางและการลงทุนให้คุ้มค่า จะเป็นประโยชน์สูงสุดกับประเทศเช่นเดียวกัน
ดิฉันกลับมาดูงบของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดที่ท่านนายกรัฐมนตรี เป็นประธานของคณะกรรมการชุดนี้เองนะคะ ก็ปรากฏว่าในปี ๒๕๕๕ ของจังหวัดภูเก็ต ก็ถูกตัดลดงบประมาณพัฒนาจังหวัดเช่นเดียวกับที่จังหวัดกระบี่ค่ะ จากที่เคยได้ประมาณ ๑๒๖ ล้านบาท ปีนี้ก็ตัดลงมาเหลือ ๑๑๙ ล้านบาท อย่างนี้เป็นต้นที่ดิฉันอยากจะฝากเรียน ไปด้วยให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีการพิจารณาค่ะท่านประธาน ท่านประธานคะ ท่านนายกรัฐมนตรีเองได้เคยให้สัญญาประชาคมแก่ประชาชนไว้ตอนที่เข้ามารับตําแหน่ง ๓ ประการค่ะ
ประการแรกก็คือ จะแก้ไขไม่แก้แค้น
ประการที่ ๒ ก็คือ จะสร้างสุขสลายทุกข์
ประการที่ ๓ ก็คือ จะไม่ทําเพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
ประชาชนฝากดิฉันมาเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีค่ะว่า ตลอดระยะเวลา ๓ เดือนที่ท่านมาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ท่านได้ทําตามสัจจะที่ได้ให้ไว้กับประชาชนไว้หรือเปล่า และการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําปีนี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งในบทพิสูจน์ตัวตนของ ท่านนายกรัฐมนตรีต่อสัจจะที่ให้ไว้กับประชาชนด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน
ท่านอนุรักษ์ บุญศล
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพคะ วันนี้ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ และดิฉันเจาะมาโดยเฉพาะยุทธศาสตร์การสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ อย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน ต้องบอกว่ามีเสถียรภาพและยั่งยืน ท่านประธานที่เคารพคะ แล้วก็เจาะลงไปที่นโยบายกองทุนตั้งตัวได้ของรัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องบอกว่านโยบายกองทุนตั้งตัวได้ของรัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร นี้ดีมาก ๆ เลยค่ะ เพราะว่าจะเป็นประโยชน์กับประชาชนทั้งประเทศ ไม่เป็นประโยชน์กับประชาชนว่า ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะว่างบประมาณนี้ใช้ได้ทั้งประเทศค่ะ กองทุนตั้งตัวได้หรือกองทุนเถ้าแก่น้อยเป็นการ ให้โอกาสแก่บัณฑิตจบใหม่หรือระดับอุดมศึกษาขึ้นไปก็คือ ปวส. ขึ้นไปนะคะ การอยากให้เด็กจบใหม่เป็นผู้ประกอบการ การเป็นผู้นําในรูปขององค์กรเป็นการให้นักเรียน นักศึกษาจบใหม่เป็นผู้นําทั้งด้านการศึกษา ด้านคุณธรรมจริยธรรม คุณภาพชีวิต แล้วรวมทุกอย่างที่เป็นตัวตนของคนไทยที่มีการศึกษาเป็นองค์กร และสามารถที่จะมีรายได้ จากกองทุนตรงนี้ ทําไมดิฉันถึงสนใจในเรื่องนี้และเป็นนโยบายที่ดีมาก ๆ ของประเทศชาติ นโยบายนี้นะคะ เพราะว่าท่านประธานคะ ท่านประธานทราบไหมคะว่าความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด ที่เขาพูดกันอยู่นี่คะ ที่พูดกันอยู่ นั่นหมายถึงว่ามีการตกงานมากขึ้นมากเลยทีเดียว แล้วถ้าการตกงานไม่มีเลยหรือมีเปอร์เซ็นต์น้อย คําว่า ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด ก็จะหายไปจากประเทศไทย มีข้อมูลคนตกงานดังต่อไปนี้นะคะ สาขาวิชา ปวช. ปวส. ปริญญาตรี หรือสูงกว่าปริญญาตรี ปี ๒๕๔๙ ๑๒๖,๙๑๒ คน ปี ๒๕๕๐ ๑๓๐,๖๘๖ คน ปี ๒๕๕๑ ๑๓๕,๐๙๙ คน ปี ๒๕๕๒ ๑๓๗,๙๓๑ คน เห็นไหมคะการตกงานเพิ่มขึ้นทุกปี ทุกปี ทุกปีไป อันนี้มีการสํารวจ การสํารวจนี่ท่านประธานทราบไหมคะว่าทําอย่างไรบ้าง การสํารวจก็คือจะมีใบไปถามที่สถานศึกษาต่าง ๆ ถ้าสถานศึกษานั้นไม่ส่งก็ยังไม่รวมอยู่ ในที่นี้ แล้วถ้าส่งแล้วที่จบเข้าไปนี่นะคะ หรือถ้าส่งแล้วบางคนเขียนแต่ว่าออกจากงานในสิ่งที่ ตัวเองไม่ชอบก็เข้าสู่ภาคเกษตรคนเหล่านั้นก็จะยังไม่ตกงาน ฉะนั้นการตกงานที่ไม่มีตัวเลข ก็จะมากกว่านี้ ดังนั้นกองทุนตั้งตัวได้ที่อยู่ในมหาวิทยาลัยเป็นกองทุนเถ้าแก่น้อย ที่เรียกว่า กองทุนเถ้าแก่น้อยนี่นะคะฝึกให้เด็กนั้นเป็นผู้ประกอบการ ท่านประธานคะ เมื่อฝึกให้เด็ก เป็นผู้ประกอบการที่ดีแล้วตอนนี้นั้นเมื่อมีการสํารวจจากนโยบายของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีการสํารวจไปที่สถานศึกษาต่าง ๆ แล้ว มีคนต้องการประกอบการอยู่ ๔๐,๐๐๐ กว่าราย เห็นไหมคะไม่ดีได้อย่างไร คําว่า นโยบายที่ดีของรัฐบาลนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดิฉันไม่ได้พูดเอาใจเจ้านาย ดิฉันพูดความจริงทั้งนั้น เห็นไหมคะ ๔๐,๐๐๐ กว่ารายนี้ท่านประธานคะ ๑ ผู้ประกอบการ ต้องบอกว่า ๑ ผู้ประกอบการ สมมุติว่ามีสมาชิกในบริษัทที่เป็นผู้ประกอบการด้วยกัน หรือเป็นลูกน้อง หรือเป็นพนักงาน ในบริษัท ๑๐ คน จะลดคนตกงานได้ถึง ๔๐๐,๐๐๐ คน เห็นไหมคะจาก ๔๐,๐๐๐ คน ฉะนั้นโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมาก แต่ดิฉันอยากฝากให้ทางกรรมาธิการงบประมาณก็คือ การกระจายกองทุนนั้นอย่าให้กระจุกอยู่ในกรุงเทพมหานครเท่านั้น ไม่ใช่ว่ามันสมองอันเป็นเลิศ จะมีเฉพาะคนกรุงเทพฯ เท่านั้นนะคะ เมื่อมีคนกรุงเทพฯ สมองอันเป็นเลิศแล้วต่างจังหวัด ก็เฉกเช่นเดียวกัน ฉะนั้นกองทุนตัวนี้จะต้องกระจายไปที่ต่างจังหวัด โดยที่บอกว่าตอนแรก จะเริ่มที่มหาวิทยาลัย ก็มหาวิทยาลัยนําร่อง สถาบันราชภัฏสกลนครก็ดูสดสวยงดงามนะคะ สถาบันเทคโนโลยีที่อําเภอพังโคน จังหวัดสกลนครก็ดีค่ะ แล้วทีนี้โครงการเถ้าแก่น้อย ท่านประธานที่เคารพคะ ที่สํารวจกันมาแล้ว ๔๐,๐๐๐ คนนี่นะคะ ที่ดิฉันเปรียบเทียบว่า พนักงานในบริษัท ๑๐ คน จะมีคนไม่ตกงานถึง ๔๐๐,๐๐๐ คน แล้วทีนี้นั้นถ้า ๑๕ คนเป็นเท่าไร ถ้า ๒๐ คนเป็นเท่าไร เห็นไหมคะ แล้วทีนี้นอกจากนี้แล้วมหาวิทยาลัยยังได้ปรับเปลี่ยน ปรับเปลี่ยนหลักสูตรเพื่อสู่ นานาชาติ ปั้นผู้ประกอบการรายใหม่ นี่ค่ะต่อไปเราไม่ต้องง้อนักลงทุนต่างชาติก็ได้ นี่นโยบายที่ดีมาก ๆ เลยค่ะ ในเรื่องนี้นั้นดิฉันสนับสนุนนโยบายเรื่องนี้ของนายกรัฐมนตรี เต็มที่เลยค่ะ แล้วก็นอกจากลดตรงนั้นแล้วนะคะ นอกจากลดปัญหาคนตกงานแล้ว ท่านประธานทราบไหมคะว่าคําว่า สิบพ่อค้าไม่เท่าหนึ่งพระยาเลี้ยง คนก็จะไม่อยากเป็น ข้าราชการมาก เมื่อคนอยากเป็นข้าราชการมาก ๆ เป็นอย่างไรบ้างคะเดี๋ยวนี้ ซื้อซีละเท่าไร ตรงนี้ค่ะถ้ามีการปั้นผู้ประกอบการรายใหม่ในมหาวิทยาลัยก็จะลดตรงนี้ลงไป แล้วก็จะมี ผู้ประกอบการรายใหม่เพิ่มขึ้นมา เพิ่มขึ้นมา ท่านประธานคะ ร้อยพ่อค้าน่าศรัทธาเท่าพระยาเลี้ยง เศรษฐกิจพอเพียงเพิ่มเงินทุนสมดุลได้ เหมาะสมกับโลกาภิวัตน์ชัดที่เมืองไทย กองทุน ตั้งตัวได้ประเทศไทยรุ่งเรือง ขอบพระคุณค่ะ
ท่านยุพราช บัวอินทร์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยุพราช บัวอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ขอแสดงความเสียใจ และเป็นกําลังใจให้พี่น้องชาวกรุงเทพมหานครและพี่น้องจังหวัดใกล้เคียงที่ประสบกับ มหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยในครั้งนี้ และขอเป็นกําลังใจให้ ท่านนายกรัฐมนตรีขอให้ท่านเห็นทางสว่างในการเลือกใช้คนให้เหมาะกับงานในการแก้ไข ปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในครั้งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ หากวันนี้ท่านเลือกใช้ผู้เชี่ยวชาญ หรือมืออาชีพในการแก้ไขปัญหาน้ําท่วม เรามีเวลา ๓ เดือนแล้วครับตั้งแต่น้ําท่วมครั้งแรกที่ ภาคเหนือของประเทศไทย อันได้แก่ จังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร อุตรดิตถ์ และเพชรบูรณ์ บ้านผม ความเสียหายคงไม่เกิดขึ้นกับนิคมอุตสาหกรรมในพระนครศรีอยุธยา นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ นิคมอุตสาหกรรมนวนคร และมวลน้ําขนาดใหญ่กําลังเข้ามาถล่ม พี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร ความเสียหายคงไม่เกิดขึ้นมากขนาดนี้ หากมีการบริหารและ จัดการที่ดี หากแต่ว่าวันนี้ทางรัฐบาลยังใช้ทรัพยากรบุคคล โดยเฉพาะผู้ที่มีหน้าที่ในการแจ้ง ข่าวสารทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบข้อมูลนั้นไม่มี ความชัดเจนและขาดความน่าเชื่อถือ ทําให้รัฐบาลนี้เมื่อชี้แจงกับพี่น้องประชาชนครั้งใดว่า เอาอยู่ ว่ารับมือได้ พี่น้องประชาชนจึงต้องอพยพทันที ท่านประธานที่เคารพครับ การจัดสรร งบประมาณจะต้องสะท้อนถึงปัญหาของประเทศ แต่การจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลมิได้ สะท้อนถึงสภาวะปัญหาและวิกฤติของประเทศในขณะนี้ วิกฤติอย่างไรท่านทราบดีครับ ท่านได้ยินเต็ม ๒ หู ได้รู้อยู่เต็มอกครับว่าปัจจุบันนี้มีเสียงสะท้อนของพี่น้องประชาชนจาก หลายพื้นที่ทั่วประเทศไทยว่าประชาชนถูกทอดทิ้งครับ ประชาชนถูกทอดทิ้งอย่างไร พี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครขาดอาหาร ขาดน้ําดื่ม ขาดยารักษาโรค ท่านประธานครับ นอกจากนั้นในพื้นที่ต่างจังหวัดอีกหลาย ๆ จังหวัดทั่วประเทศไทย ถนนขาด สะพานทรุด ดินโคลนถล่ม ความช่วยเหลือจากภาครัฐบาลไม่สามารถเข้าไปได้ พี่น้องประชาชนสูญเสียทรัพย์สิน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนสูญเสียชีวิต ณ ปัจจุบันนี้ ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้ที่สูญเสียมากกว่า ๕๐๐ ท่านครับ
ท่านประธานครับ สําหรับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ นั้น รัฐบาลได้กําหนดวงเงินรายจ่ายไว้ที่ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท ส่วนรายได้สุทธิที่ทางรัฐบาลกําหนดไว้อยู่ที่ ๑.๙๘ ล้านล้านบาท ต่างกันถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นหมายความว่ารัฐบาลต้องกําหนดวงเงินกู้ชดเชยการขาดดุลประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ท่านประธานครับ มีเหตุผลที่สามารถวิเคราะห์ว่าทําไมรัฐบาลจึงต้องกู้เงินมากกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นก็เพราะว่ามีงบประมาณส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นงบประมาณส่วนใหญ่ที่ รัฐบาลสูญเสียไปกับนโยบายประชานิยม และการแก้ไขปัญหาน้ําท่วมการประเมิน ความเสียหายจากน้ําท่วมที่ผิดพลาด
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะพูดเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปี พุทธศักราช ๒๕๕๕ เกี่ยวกับด้านการคมนาคม ทางรัฐบาล ได้จัดสรรงบประมาณให้กระทรวงคมนาคมทั้งสิ้นจํานวน ๘๑,๓๑๐ ล้านบาท เพื่อพัฒนา ระบบกลไกและบุคลากร รวมทั้งวางแนวนโยบายการพัฒนากํากับดูแลบูรณาการการขนส่ง และการจราจรให้มีบริการที่เพียงพอ มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย คุ้มค่า ทั่วถึงและเป็นธรรม ขออนุญาตเน้นคําว่า ทั่วถึงและเป็นธรรมครับ วันนี้รัฐบาลต้องคํานึงถึงว่านอกจาก การซ่อมแซม นอกจากการดูแลถนนหนทางที่ถูกน้ําท่วมแล้วยังมีถนนหนทางในพื้นที่ที่ไม่ถูก น้ําท่วมแต่ก็เสียหายครับ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนจากการที่ถนนชํารุดทรุดโทรม การขนส่ง ผลผลิตทางการเกษตรเป็นไปด้วยความยากลําบาก บางพื้นที่ถนนชํารุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก การนําผู้ป่วยเดินทางออกมาโรงพยาบาลนั้นเป็นไปด้วยความยากลําบาก ท่านประธาน ที่เคารพครับ บางครั้งพี่น้องประชาชนในบางพื้นที่ในหลาย ๆ จังหวัดเดินทางมาโรงพยาบาล คลอดลูกระหว่างทางก็มี เดินทางมาโรงพยาบาลเสียชีวิตระหว่างทางก็มี นั่นเป็นเพราะว่า การสัญจรไปมา ถนนที่ใช้ในการคมนาคมขนส่งนั้นไม่สะดวกท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตยกตัวอย่างถนนในบางพื้นที่ของจังหวัดเพชรบูรณ์ที่ยังไม่ได้รับงบประมาณ ในการพิจารณาของปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ ในครั้งนี้ นี่คือสภาพถนนตัวอย่างครับ ท่านประธานที่เคารพ ถนนเส้นนี้เป็นถนนทางเข้าตําบลวังกวาง อําเภอน้ําหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ระยะทาง ๖ กิโลเมตรครับสร้างมาหลายปีแล้ว ความเสียหายเกิดขึ้นต่อ ถนนเส้นนี้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้นยังมีถนนอีกหลายเส้นทางครับ เช่น ถนนเส้นหนองยาว-ตาดกลอย เป็นระยะทาง ๒๑ กิโลเมตร สร้างตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๓๒ ถนนเส้นท่าข้าม-ห้วยหอย ระยะทาง ๒ กิโลเมตร ถนนเส้นนาทราย ตําบลวังบาล ถนนเส้นวังบาล-เหมืองแบ่ง ถนนเหล่านี้ครับ สร้างมาแล้วหลายสิบปี การใช้งานคุ้มค่าครับ แต่ปัจจุบันนี้ชํารุดทรุดโทรมเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ ไม่รวมกับถนนที่เป็นถนนดินโคลน ถนนดินเหนียวครับ ที่รัฐบาลต้องมาดูแลแก้ไขอย่างจริงจัง เพราะนี่คือความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนคนไทยที่เลือกพวกเราเข้ามาในสภาโดยหวังว่านักการเมืองน่าจะพอฝากผี ฝากไข้ได้บ้างนะครับ ผมในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรจึงขอสะท้อนปัญหาเหล่านี้ให้กับ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ วันนี้งบประมาณอยู่ในมือของรัฐบาล ผมจึงอยากให้ท่านพิจารณาถึง ความเป็นธรรมและชัดเจนในการจัดสรรงบประมาณมายังกระทรวงคมนาคม ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมขอตั้งข้อสังเกตของนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายประชานิยม ของรถคันแรก ซึ่งใช้งบประมาณถึงประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท หากนํางบประมาณเหล่านี้ มาช่วยเหลือมาดูแลพี่น้องที่เป็นเกษตรกรซึ่งเป็นคนยากคนจนและลําบากจริง ๆ โดยเฉพาะ พี่น้องเกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์และพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกข้าวโพด ทั่วประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ยังไม่มีความชัดเจนจากนโยบายรัฐบาลว่า จะมีนโยบายใดออกมาเพื่อประกันความเสี่ยงให้กับพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะ พี่น้องชาวไร่ข้าวโพด ท่านประธานครับ อยากให้รัฐบาลเล็งเห็นความสําคัญของคนส่วนใหญ่ ของประเทศโดยเฉพาะพี่น้องคนยากคนจน ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติงบประมาณประจําปี ๒๕๕๕ ปีนี้เลขสวยนะครับ งบประมาณก็สูงที่สุดตั้งแต่มีประเทศไทยมาก็คือ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ หลายท่านบอกว่าจะมีปัญหาน้ําท่วมใหญ่มหาอุทกภัย ทําไมไม่เพิ่มงบประมาณ ทําไมเพิกเฉย ทําไมใช้ตัวเลขเดิม ท่านประธานครับ ผมคิดว่าไม่มีปัญหาครับ เมื่อน้ําท่วมนั้น ความยากลําบากเกิดขึ้น พี่น้องชาวไร่ชาวนาขาดทุน ร้านค้าต่าง ๆ ขาดทุน แต่หลังน้ําท่วม เมื่อน้ําลดลงแล้วจะเกิดกําลังซื้อมหาศาลครับท่านประธาน เกิดการค้าขายขนานใหญ่ อันนี้ละครับจะทําให้รัฐบาลสามารถที่จะเก็บภาษีให้ตรงตามเป้าที่ตั้งไว้ได้ครับ ผมถึงบอกว่า ไม่มีปัญหาครับ หมดกังวลได้ครับ อีกไม่กี่วันครับ พี่น้องผู้สูงอายุซึ่งเฝ้ารออยู่ที่หน้าทีวี รอฟังว่ารัฐบาลจะประกาศไหมว่าผู้สูงอายุ ๖๐ ปี ได้ ๖๐๐ บาท ๗๐ ปี ๗๐๐ บาท ๘๐ ปี ๘๐๐ บาท ๙๐ ปี ๑,๐๐๐ บาท อันนี้ผมบอกว่าไม่มีปัญหาคิดว่าท่านได้แน่ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่จะเอาเงินไปใช้ซ่อมแซมศาลาการเปรียญ จะเอาไปซ่อมแซมประปาหมู่บ้าน วันนี้เอสเอ็มแอล ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๔๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐,๐๐๐ บาท คิดว่าจะได้แน่ครับ ท่านประธานครับ กองทุนหมู่บ้านที่จะได้เพิ่มอีกหมู่บ้านละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก็คงจะได้เหมือนเดิมครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมาสนใจงบเยียวยา ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ถือว่า พอสมควรครับกับปัญหาอุทกภัย ๒๔ จังหวัด ๑๔๑ อําเภอ พี่น้องคนไทยทั้งหมด ๒,๙๒๑,๐๐๐ คน ต้องได้รับผลกระทบ อันนี้ขอให้กําลังใจครับ เราก็เจอกันทั้งหมด ผมก็เป็น หนึ่งในผู้ประสบภัยที่ที่พักเวลามาประชุมสภาเอาไว้ใช้หลับนอนตอนมาประชุมสภา ตอนนี้ ก็ ๒ เมตรแล้วครับ เข้าบ้านไม่ได้ต้องพายเรือไปร่วม ๕ กิโลเมตร ท่านประธานครับ เรามา เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสดีกว่า นิคมอุตสาหกรรมไล่ตั้งแต่สิงห์บุรี มาอ่างทอง พระนครศรีอยุธยา มาถึงนวนคร ท่านประธานครับ สุดวิสัยที่เราจะยับยั้งน้ํามหาศาล ไม่อยากจะโทษใครครับ แต่หลังจากอุทกภัยต้องมีการสอบสวนเกิดขึ้นได้อย่างไร น้ํามันมี หลักฐานอยู่แล้วครับ ระยะเวลามันบันทึกไว้หมด ให้เสร็จงานก่อนค่อยมาไล่เบี้ยครับ นิคมอุตสาหกรรมเขามีการประกันครับ ประกันภัยครับ ดังนั้นถือว่าเป็นโอกาสดีที่โรงงานที่ อายุ ๒๐ ปี ๓๐ ปี จะได้ปรับปรุงโรงงานเสียที เอาเงินประกันนั่นละครับไปนําเข้าเครื่องจักร ใหม่ทันสมัยไฮเทค (High tech) จากต่างประเทศปลอดภาษีเอามาปรับปรุงการผลิตให้มัน ดีขึ้น ทันสมัยมากขึ้น ให้ล้ําหน้าเกาหลีไปเลยครับท่านประธาน
เรื่องการป้องกันน้ํา เมื่อมีเงินประกันภัยในโครงการนิคมอุตสาหกรรมก็ทํา ป้องกันน้ําให้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไปเลยครับ ผมเป็นห่วงแรงงานประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คน ในนิคมอุตสาหกรรมที่ถูกน้ําท่วม วันนี้สํานักงานประกันสังคมต้องรับผิดชอบ ต้องรับผิดชอบ เยียวยาแรงงานที่ใช้เงินสมทบจ่ายมาตลอดชีวิต ท่านต้องคืนเงินให้เขาอย่างน้อย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เงินเดือน ๑๐,๐๐๐ บาท ต้องจ่ายให้เขา ๕,๐๐๐ บาท ในขณะที่เขาว่างงาน คุณเก็บของเขาไปทุกเดือน ทุกเดือน ทุกเดือน ท่านประธานครับ รัฐบาลต้องทบทวน สํานักงานประกันสังคมมีเงินมหาศาล วันนี้อุทกภัยท่านต้องจ่ายออกมา ผมในฐานะ กรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินจะต้องติดตามไปเอาเงินจากท่านให้ได้ ท่านประธานครับ สํานักงานประกันสังคมต้องงดเก็บเงินจากนายจ้าง และงดเก็บเงินจากลูกจ้างทั้ง ๒ ฝ่ายในช่วงเวลานี้ ท่านประธานครับ กระทรวงวัฒนธรรม มีงบประมาณแค่ ๕,๑๐๐ ล้านบาท กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ๗,๐๐๐ ล้านบาท กระผมเป็นคนเชียงรายครับ ปี ๒๕๕๕ ครบรอบ ๗๕๐ ปี เราจะเฉลิมฉลองเป็นจังหวัดที่ เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ท่านประธานครับ เห็นใจนะครับ น้ําก็ท่วม งบประมาณของ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็น้อย กระทรวงวัฒนธรรมก็น้อย แล้วต้องเอาไปเยียวยาอีก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างไรก็ฝากท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ เชียงรายยังสวยงาม แล้วการค้าก็รุ่งเรือง ชายแดนเชียงของ ชายแดนแม่สายปีหนึ่งเก็บภาษีได้ร่วม ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท การท่องเที่ยวก็เป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างไรเฉลิมฉลอง ๗๕๐ ปี ให้เงินเขาบ้างนะครับ จะได้ทําให้เชียงรายเป็นเมืองที่ยังไม่สูญเสียนะครับ แล้วจะเป็น ที่ท่องเที่ยวของพี่น้องคนทั้งประเทศ วันนี้รถติดครับ เอาไว้เดือนธันวาคมก็ติดมากกว่านี้อีกครับ เพราะว่ามีพี่น้องประชาชนไปหลบน้ําท่วมที่เชียงรายเยอะมาก ถนนสายอาร์ ๓ เอ (R3A) จากจีน ลาว ไทย ตอนนี้ฝั่งลาวเสร็จแล้วครับ แต่ฝั่งไทยปรากฏว่าสะพานข้ามแม่น้ําโขงต้อง เลื่อนไปอีกนะครับ อย่างไรแล้วขอกระทรวงคมนาคมช่วยเฉลิมฉลองกับผมด้วย ๗๕๐ ปี ขอสะพานเถอะครับ แล้วก็ถนนวงแหวนรอบจังหวัดเชียงราย รถติดมหาศาลเลยครับ ไม่รู้จะไปทางไหนเพราะไม่มีถนนรอบเมืองนะครับ
สุดท้ายพี่น้องคนเชียงรายฝากให้กําลังใจท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ๒ เดือนรับตําแหน่งต้องมาเจอกับมหาอุทกภัย ขอยกนิ้วให้ครับ คนเชียงรายให้กําลังใจ ท่านนายกรัฐมนตรี เราจะร่วมเคียงข้างกับท่านแก้ปัญหาของชาติ คนเชียงรายกับ คนทั่วประเทศ ผมกับคนเชียงรายก็เอาของมาบริจาคหลายคันรถแล้วจะบริจาคอีกต่อไป ก็ขอบพระคุณที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่และเป็นห่วงพี่น้องประชาชน อย่างไรผมก็ ขอให้กําลังใจครับ ขอบคุณครับ
ท่านจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมมาอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ในวันนี้ ท่านประธานครับ ได้ทราบแล้วได้ดูจากร่างงบประมาณแล้วปีนี้งบประมาณค่อนข้าง จะสูงถึง ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งได้แบ่งแยกออกเป็นทั้งฟื้นฟู แล้วก็เป็นงบกลางที่มาก สิ่งเหล่านี้มีการวิพากษ์วิจารณ์จากหลาย ๆ ฝ่าย ผมเองและพรรคภูมิใจไทยนั้นไม่ได้ติดใจ เรื่องจะจัดสรรงบประมาณไปอยู่ส่วนไหน กรม กองไหน แต่ที่สําคัญผมคิดว่ารัฐบาลกําลังอยู่ วิกฤติน้ําท่วมหรืออุทกภัยใหญ่หลวง วันนี้คงจะหนีไม่พ้นเรื่องงบประมาณที่จะต้องเข้าไป ในเรื่องการให้ความชดเชย ช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟู แล้วก็เสริมสร้างพร้อมกับวางแนว ป้องกันไว้อีก ๑๒ เดือนหน้าที่จะกลับมา ท่านรัฐมนตรีปลอดประสพบอกว่าปีหน้าน้ําท่วม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ล้านเปอร์เซ็นต์ ผมเชื่อ อย่างน้อยท่านก็ต้องพูดถูกแล้วสุโขทัยอย่างไร ก็ต้องท่วม เพราะไม่มีปีไหนที่สุโขทัยไม่ท่วม เพราะไม่มีเขื่อน สิ่งเหล่านี้ที่รัฐบาลได้ช่วยเหลือ พี่น้องทุกท่านที่น้ําท่วมโดยการชดเชยเรือกสวนไร่นาต่าง ๆ นั้นใช้งบประมาณมากพอสมควร ผมต้องขอขอบคุณรัฐบาลชุดนี้ว่าให้ความสนับสนุนแล้วก็เร่งด่วนในการชดเชยอย่างมาก ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดแทบทุกจังหวัดสบายใจ เพราะว่าท่วมปุ๊บไม่กี่วันไม่ต้องรอเป็น เกือบปีที่ผ่านมา สิ่งที่ดีเราก็ต้องบอกว่าดี อันนี้พี่น้องประชาชนบอกมา
ท่านประธานครับ วันนี้อีกหลาย ๆ อย่างที่รัฐบาลเสนอเพื่อจะช่วยเหลือ ให้กับพี่น้องที่ประสบภัยน้ําท่วม โดยเฉพาะเรื่องจํานําข้าวเป็นเรื่องที่ดีครับ วันนี้พ่อค้าข้าว หรือลานตากข้าวได้รับจํานําในราคาที่ดี ๑๒,๐๐๐-๑๓,๐๐๐ บาท แต่อยากให้รัฐบาลลงไป ตรวจสอบ บางที่ที่เอารัดเอาเปรียบโดยเฉพาะการได้ตรวจความชื้น สุ่มตัวอย่างเอาไปบดแล้วกรอบแห้ง แล้วก็ตีราคาหมื่นเศษ ๆ นิด ๆ ซึ่งในบางส่วนผมได้ประท้วงแล้วก็ได้ตอบโต้ไป แล้วก็ได้ ตอบรับ แล้วกลับมาสู่สภาพเดิม สิ่งเหล่านี้ผมว่าต้องเกิดในภาพรวมของประเทศแน่นอน ที่มีการจํานองข้าว แล้วอีกอย่างหนึ่งพี่น้องที่รองบประมาณตัวนี้อยู่มีใจจดใจจ่อว่าจะทํานา ไม่ทันกับที่รัฐบาลประกาศไว้ว่า ๒๙ กุมภาพันธ์นั้นจะหมดการรับจํานํา พี่น้องประชาชน บอกว่า วันนี้ต้องเพิ่มต้นทุนเพิ่มปุ๋ยต้องเร่งเวลาให้ทันตรงนี้หลังจากที่ทุกคนนี่เดือดร้อน เพราะน้ําท่วมเสียหาย ผมถึงกราบเรียนถึงท่านประธานถึงรัฐบาล โดยเฉพาะ ท่านนายกรัฐมนตรีที่กําลังเหน็ดเหนื่อย เห็นใจครับ โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านกิตติรัตน์ที่นั่งอยู่ตรงนี้ ท่านอย่าเสียน้ําตา วันที่ท่านเสียน้ําตากับ นิคมที่สูญเสียไปผมเห็นใจท่าน ผมดูโทรทัศน์แล้วผมก็ยังแทบจะเสียใจกับท่านตามไปเลย เพราะว่าใครไม่เคยน้ําท่วมเหมือนคนสุโขทัยเหมือนท่านประสบอยู่จะไม่รู้ วันนี้จํานําข้าวนั้น ท่านยืดเวลาอย่างน้อยไปอีก ๑ เดือนหรือมากกว่านั้น พี่น้องที่กําลังประสบอุทกภัยแล้วก็ ปลูกข้าวใหม่จะทันกาล และจะไม่เดือดร้อนในการเพิ่มต้นทุนเรื่องข้าว ผมกราบเรียน ท่านนายกรัฐมนตรีช่วยพิจารณาด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นการใช้งบประมาณตรงนี้ผมเชื่อ ทุกฝ่ายจะไม่ได้ติเตียนอะไรรัฐบาลเลยครับ
อีกด้านหนึ่งกองทุนที่ผมฝากท่านรองนายกรัฐมนตรีไปครั้งที่แล้ว พอออกจาก สภาปุ๊บ รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. ได้โทรมาบอกว่าจะพิจารณาดําเนินการ และไม่กี่วันนี้ก็ประกาศ ว่าจะพักหนี้ ๓ ปีทั้งดอกทั้งต้น แต่ไม่ได้ดําเนินการไปลงถึงกองทุนหมู่บ้าน ผมทําไมถึงเน้นที่ กองทุนหมู่บ้าน เพราะวันนี้พี่น้องที่จมน้ําอยู่นั้นล้วนแต่ใช้หนี้เป็นหนี้กองทุนหมู่บ้าน ผมกลับไปที่บ้านวันที่ ๒๙ ผมพูดในสภากระทู้ถามสด ธ.ก.ส. ตอบรับอย่างดี แต่วันที่ ๓๐ ก็ยังไม่มีการสั่งการจนข้ามเดือนก็ยังไม่มีสั่งการ ยังมีการปรับดอกในการส่งช้าจากคนน้ําท่วม ยังมีการตัดชั้น ผมถึงกราบเรียนท่านรองนายกรัฐมนตรีที่นั่งอยู่นี้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ช่วยไปตรวจสอบว่าวันนั้น ธ.ก.ส. พูดอย่างไร ทั้งออมสินกลับซ้ําเติมผู้ที่เดือดร้อนตรงนี้ นี่เป็นสิ่งอย่างหนึ่งที่พี่น้องทุกท่านที่เดือดร้อนจากการน้ําท่วม วันนี้แรงงานในฐานะผมเป็น กรรมาธิการการแรงงานอยู่ ท่าน ส.ส. สักครู่ที่ท่านพูดถึง ท่านเป็นกรรมาธิการเรื่องหนี้สิน ผมว่าถูกต้อง ประกันสังคมนั้นต้องลงมาทําหน้าที่เวลาเก็บดอกกับผู้ประกอบการนั้นค่อนข้าง จะเร่งรีบ วันนี้น้ําท่วมแรงงานต่าง ๆ นั้นกําลังลอยตัวไม่รู้จะทําอะไร บางโรงงาน บางอุตสาหกรรมก็ชดเชยให้ บางอุตสาหกรรมก็ยังดีให้โบนัสก่อนในช่วงที่ไม่มีงานทํา แต่อีกเยอะ เป็นแสนครับท่านครับ วันนี้กลับไปสู่บ้านในสุโขทัยไม่มีงานทํา คนเหล่านี้กําลังจะตกงาน จะเป็นปัญหาในสังคม ผมถึงกราบเรียนท่านประธานถึงคณะรัฐมนตรีและท่านนายกรัฐมนตรีว่า มีโอกาสก็ไปช่วยเหลือให้ประกันสังคมไปแสดงศักยภาพเหมือนที่ท่านเก็บดอกเบี้ยเขาไป สมทบเรื่องการฟื้นฟูอุตสาหกรรมนั้น รัฐบาลนั้นต้องจัดงบเร่งด่วนเพื่อสร้างขวัญกําลังใจ ให้กับต่างชาติแล้วก็ผู้ประกอบการภายใน เพราะอะไร เพราะมันเป็นทางตรงและทางอ้อม เรื่องการตกงานของแรงงาน ถ้าวันนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ที่ไปดูแลเรื่องนิคม อยู่นะครับ ต้องรีบไปทําครับ เป็นแสนรายที่หักแล้วกู้กลับมาได้ แรงงานเหล่านี้จะกลับมา ทํางานได้ อย่าช้านะครับ อันนี้เป็นสิ่งสําคัญ ผมถึงกราบเรียนว่าการเยียวยานั้นเป็นเรื่องสําคัญ บางจังหวัดซึ่งหยุดท่วมแล้ว เรารีบทําครับ เยียวยาอย่าไปรอให้กรุงเทพฯ แห้งหมดแล้วเริ่มทํา งานจะเยอะนะครับ หลาย ๆ จังหวัดตั้งแต่สุโขทัยลงมาถึงนครสวรรค์ตอนนี้ถ้าเยียวยาได้ รีบดําเนินการตามงบประมาณที่ตั้งไว้ งบกลางให้ผู้ว่าทํางานได้สะดวก โครงสร้างพื้นฐาน ต่าง ๆ ไม่ว่าถนนประปาที่เสียหายไป ตอนนี้เรามาพิจารณาก่อนอย่าเพิ่งไปสร้างใหม่ โครงการต่าง ๆ ที่จะรอสร้างใหม่ถ้ายังไม่เดือดร้อนเราระงับไว้ก่อน เรามาสร้างที่วิกฤติน้ํา ที่มันทําความเสียหายนี้ให้เกิดขึ้นนะครับ เอามาซ่อมเอามาแซมให้เรียบร้อยก่อนในงบของปีนี้ ถ้าจะเหมาะสมที่สุดที่จะแก้วิกฤติน้ํา โครงการต่าง ๆ ที่ตกค้าง จะเป็นชลประทาน ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก ซึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับระบบน้ําที่ไหลมาท่วมถึงตอนล่าง กรุงเทพมหานครตรงนี้ ต้องรีบแก้ไข เช่น สุโขทัย อ่างแม่รําพันซึ่งเก็บน้ําได้ ๑๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ไม่มี มีการประมูลเรียบร้อย แต่ขาดเวนคืนที่ผมพูดแล้วพูดอีก รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ําก็บอกว่าปีนี้ จะขอรัฐบาลเวนคืนให้ได้ ไม่กี่สตางค์ แต่ผู้รับเหมารอแล้วรออีก ผมฝากว่ารีบทําเสียโครงการนี้ คั่งค้างอยู่ เพิ่งว่าเราลงทุนไปในงบประมาณก่อนหน้านี้แล้ว แต่เพียงจะขาดนิดหน่อย ขอให้ รัฐบาลเก็บมาทบทวนและรีบแก้ไขตรงนี้เพื่อใช้งบประมาณให้ถูกต้อง ให้เหมาะสม กับเหตุการณ์ที่วิกฤติน้ําเกิดขึ้น โครงการหลาย ๆ อย่างที่จะต้องเยียวยา รัฐบาลควรจะจัดงบ ตามขั้นลําดับความสําคัญต่าง ๆ ที่เห็นควรจะทําให้เกิดประโยชน์ ให้เกิดประสิทธิภาพ และเกิดความเหมาะสม และเกิดประโยชน์กับพี่น้องมากที่สุด ตอนนี้เป็นสิ่งสําคัญ ฉะนั้น งบจะมากหรือจะน้อย จะอยู่ตรงไหน จะวางไว้ตรงไหนนั้นไม่สําคัญ ผมมองว่าสําคัญที่สุด เมื่อทําแล้วคุ้มทุนไหม เมื่อทําแล้วเกิดประโยชน์ไหม เมื่อทําเสร็จแล้วมันสามารถป้องกัน เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นอีกไหม อันนี้เป็นสิ่งสําคัญ เงินน้อยแต่เราใช้ถูกที่ถูกทางมันก็เหมาะสม แต่ถ้าเงินเยอะแล้วเรานําไปไม่ถูกที่ถูกทางก็ไม่เกิดประโยชน์นะครับ กลับเป็นหนี้สิน ประเทศชาติอีกเยอะ วันนี้ยังมีองค์กรต่าง ๆ ที่ให้กําลังใจกับคณะรัฐมนตรีและ ท่านนายกรัฐมนตรีที่เหน็ดเหนื่อยกับอุทกภัยครั้งนี้ ๗ จังหวัดภาคเหนืออันประกอบไปด้วย พะเยา แพร่ อุตรดิตถ์ พิจิตร นครสวรรค์ พิษณุโลก นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดทั้ง ๗ จังหวัดได้ตั้งเวทีเสวนาเกี่ยวกับการแก้ไขน้ําท่วมในลุ่มน้ํายม โดยมีสุโขทัย ท่านดอกเตอร์ พรรณสิริ กุลนาถศิริ นายก อบจ. สุโขทัย หรืออดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในการจัดเสวนาเพื่อช่วยรัฐบาลส่วนหนึ่งเพื่อจะแก้ปัญหาน้ําท่วมซ้ําซากยั่งยืน เพื่อเป็นแนวทางในการใช้งบประมาณครั้งนี้ แล้วก็ได้นําเอกสารที่ประชุมทั้ง ๓ ครั้ง ตั้งแต่ วันที่ ๒๓ สิงหาคม วันที่ ๓๑ สิงหาคม ตลอดจนสุดท้ายที่วันที่ ๒๖ ตุลาคมนี้ ๓ ฉบับ นําสู่ให้ ท่านประธานเพื่อเป็นแนวทางการใช้งบประมาณ เพราะว่าองค์กรเหล่านี้เป็นองค์กรที่จัดสรร งบประมาณช่วยเหลือน้ําท่วมซ้ําซากทั้ง ๗ จังหวัด ผมถึงกราบเรียนว่าเอกสารเหล่านี้ ให้รัฐบาล ส่งมามอบให้ท่านประธานส่งนํามอบท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการแก้ปัญหาน้ําท่วมซ้ําซาก จะเป็นสิ่งที่ดีที่ทั้ง ๗ จังหวัดนั้นมีความตั้งใจ ที่จะมาช่วยรัฐบาลในการแก้ปัญหา ท่านนายกแต่ละคนล้วนแต่ที่ประสบปัญหาน้ําท่วม มาทั้งสิ้น วันนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าผมคิดว่าประชาชนทั้งประเทศเห็นใจ เห็นใจผู้บริหารทุกท่าน เพราะว่าวันนี้ผมก็ตอบคนกรุงเทพฯ ไม่ได้เหมือนพี่น้องผม เพราะผม ก็เกิดจากที่นี่ด้วยกันว่าสุโขทัยอย่าเอาน้ํามาเยอะนะจักรวาล ผมบอกผมไม่รู้จะทําอย่างไร ในขณะที่เรามีเขื่อนที่จะทําได้ เขื่อนแก่งเสือเต้น แก้มลิงต่าง ๆ ซึ่งรัฐบาลสามารถจะ กักเก็บน้ําไว้ร่วม ๒,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตรในเบื้องบนไม่ให้ลงมาที่กรุงเทพฯ ๑ ใน ๓ จะว่าได้ที่เข้ามาในกรุงเทพฯ เราไม่ได้รับการตอบสนอง วันนี้เรามาทําบิ๊กแบ็ก (Big bag) อะไรเหมือนเขื่อนกั้น ผมมองแล้วมันเสียดาย ฉะนั้นโอกาสหน้าอยากให้รัฐบาลเอา งบประมาณนี้ไปที่ส่วนต่าง ๆ ใน ๗ จังหวัดนี้ไปทําแก้มลิงเก็บน้ําให้มากที่สุดในพื้นที่อย่าให้ มันไหลมา ผมจะได้บอกคนกรุงเทพฯ ว่าผมทําหน้าที่ให้คนทั้งประเทศ โดยเฉพาะ คนกรุงเทพฯ ได้แค่นี้เองครับ บอกให้กับรัฐบาลได้ทราบว่าสุโขทัยพร้อมที่จะเก็บน้ําไม่ให้ ไหลมาที่กรุงเทพฯ
สุดท้ายนี้ผมขอเป็นกําลังใจให้ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พร้อมรัฐมนตรีทุกท่านที่ต้องเหน็ดเหนื่อย ที่ต้องเสียน้ําตาไปกับน้ําท่วมครั้งนี้ อย่าให้ เสียเปล่านะครับ ขอให้ท่านดําเนินการดั่งที่ท่านพูดกับประชาชนไว้ และจะแก้ไขทุกอย่างเพื่อ ในปีหน้านั้นการเกิดอุทกภัยจะไม่เดือดร้อนขนาดนี้ ขอขอบคุณครับ
ท่านสุรสาล ผาสุข ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดสิงห์บุรี ท่านประธานที่เคารพ ครับ ท่านสมาชิกหลายท่านในที่นี้ได้อภิปรายถึงร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปี พุทธศักราช ๒๕๕๕ ฉบับนี้ว่าอาจจะมาในห้วงเวลาที่ประเทศไทยกําลังประสบกับ อุทกภัยครั้งใหญ่อยู่ในขณะนี้ อย่างไรก็ตามแต่นะครับ เมื่อกระผมได้ศึกษารายละเอียด ของร่างงบประมาณรายจ่ายในครั้งนี้แล้ว ก็อยากจะขอขอบพระคุณทางรัฐบาลผ่านไปยัง ท่านประธานที่รัฐบาลได้รักษาคํามั่นสัญญาที่ได้ให้ไว้กับรัฐสภาแห่งนี้ด้วยการจัดสรร งบประมาณรายจ่ายประจําปี พุทธศักราช ๒๕๕๕ สนับสนุนนโยบายเร่งด่วนในส่วนที่ เกี่ยวข้องกับการศึกษาเอาไว้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มโอกาส ทางด้านการศึกษา เรื่องของการตั้งกองทุนตั้งตัวได้ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ต่อสถาบันอุดมศึกษา ที่เข้าร่วมโครงการ หรือเรื่องของการจัดตั้งกองทุน เรื่องของการจัดหาคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต ให้กับโรงเรียนนําร่องโดยจะเริ่มจากนักเรียนในระดับชั้นอุดมศึกษาปีที่ ๑ ก่อน นอกจากนี้ จะพบว่านอกจากรัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณให้กับโครงการเร่งด่วนดังกล่าวมาแล้วนั้น แนวนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา ซึ่งเป็นนโยบายที่มีหลายโครงการที่รัฐบาลดําริ จะดําเนินการภายในช่วงเวลา ๔ ปีอีกหลายโครงการ รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ยังได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนโครงการหลายโครงการ ซึ่งแสดงให้เห็น ถึงความจริงใจของรัฐบาลที่จะเข้ามาดูแลปัญหาทางด้านการศึกษา ยกตัวอย่างของนโยบาย ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณซึ่งเป็นนโยบายที่ไม่ใช่นโยบายเร่งด่วนแต่ได้รับการจัดสรร งบประมาณ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้ฟังสัก ๓-๔ โครงการนะครับ
โครงการแรก เป็นโครงการที่ทําต่อเนื่องมาตลอดก็คือเรื่องของโครงการ เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกพันกับรายได้ในอนาคต ซึ่งก็ทํามาตลอดทุกรัฐบาลเช่นเดียวกัน
โครงการที่ ๒ ซึ่งเป็นโครงการที่สําคัญ เป็นการจัดการศึกษาให้กับ ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ หรือบุคคลที่ทุพพลภาพ
โครงการที่ ๓ เป็นการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อการวิจัยสําหรับสาขาวิชา ที่จําเป็น ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่สําคัญ เพราะว่าผลของการวิจัยนั้นจะนํามาซึ่งองค์ความรู้ใหม่ ที่นําไปสู่การพัฒนาประเทศได้
โครงการที่ ๔ เป็นการจัดสรรงบประมาณที่สนับสนุนการวิจัยและพัฒนา เพื่อยกระดับมหาวิทยาลัยของไทยให้มุ่งสู่การเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลก
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ แม้ว่ารัฐบาลจะได้จัดสรรงบประมาณ สนับสนุนการศึกษาทั้งในโครงการเร่งด่วนและในโครงการที่รับว่าจะดําเนินการให้แล้วเสร็จ ภายใน ๔ ปีอย่างครบถ้วนแล้วก็ตาม กระผมเองนั้นอยากจะฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในบางประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายในปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในหน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการบางหน่วยงานซึ่งก็ได้แก่สํานักงานคณะกรรมการ การอุดมศึกษา มีบางประเด็นที่อยากจะกราบเรียนให้ท่านประธานทราบถึงเรื่องของ การจัดสรรงบประมาณในสํานักงานแห่งนี้ หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า สกอ. ในประเด็นที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องของการจัดงบประมาณเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย ซึ่ง สกอ. ตั้งงบประมาณไว้ ที่สํานักงานเป็นเงินประมาณ ๑,๖๑๑ ล้านกว่าบาท เงินจํานวนนี้ตั้งเป็นเงินอุดหนุนทั่วไป สําหรับโครงการวิจัยจํานวน ๒๗ โครงการ และเป็นเงินอุดหนุนเฉพาะกิจที่นําไปใช้เป็น ค่าใช้จ่ายในโครงการวิจัยในเชิงบูรณาการของมหาวิทยาลัย ๙ แห่ง แล้วก็ส่งเสริมการวิจัย ในสถาบันอุดมศึกษาอีก ๗๐ แห่ง
ท่านประธานที่เคารพครับ คําถามที่ผมอยากจะฝากถึงสํานักงาน คณะกรรมการการอุดมศึกษาก็คืองบประมาณเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย จํานวน ๑,๖๑๑ ล้านกว่าบาทนี้ ซึ่งถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วอยู่ที่ ๖๓.๒ เปอร์เซ็นต์ หรือเกือบ ๓ ใน ๔ หรือมากกว่าครึ่งหนึ่งของงบประมาณส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยของ มหาวิทยาลัยของรัฐและมหาวิทยาลัยในกํากับรวมกัน งบประมาณจํานวนนี้ตั้งเอาไว้ถูกที่ถูกทางหรือไม่ งบประมาณจํานวนนี้ควรตั้งไว้ที่สํานักงาน คณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือควรไปอยู่ที่มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย นั้น ๆ โดยตรง เพราะว่าเป็นที่ชัดเจนว่างบประมาณจํานวนนี้จะใช้ในงานวิจัยในเรื่องใด เป็นที่ชัดเจนว่างานวิจัยนั้นนักวิจัยท่านใดเป็นเจ้าของโครงการเป็นเจ้าของเรื่อง และสังกัด มหาวิทยาลัยใด เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าขอได้โปรดให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้พิจารณาทบทวนการจัดสรรงบประมาณเพื่อการวิจัยตรงนี้ว่า ควรจะอยู่ที่ใดกันแน่ จะจัดสรรไว้คล้ายกับงบกลางได้หรือไม่
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมขออนุญาตที่จะสรุปว่าการจัดสรร งบประมาณรายจ่ายประจําปี พุทธศักราช ๒๕๕๕ ของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งกระทําในห้วงภาวะวิกฤติของประเทศก็ยังสามารถที่จะจัดสรรงบประมาณ ได้ครอบคลุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ผมขอสนับสนุน การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายในครั้งนี้ครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ทึ่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดจันทบุรี ท่านประธานครับ วันนี้ผมภาคภูมิใจอีกครั้งหนึ่งที่ได้มาทําหน้าที่แทน พี่น้องชาวจังหวัดจันทบุรี และพี่น้องคนทั้งประเทศ เรื่องพิจารณางบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ จํานวน ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเพิ่มจากปี ๒๕๕๔ จํานวน ๒๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๙.๗ และคิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ ๒๐.๒ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศทั้งหมด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมทํา ความเข้าใจกับท่านประธานอีกสักนิดหนึ่งว่าการอภิปรายของผมครั้งนี้ผมจะเจาะจงไปที่ สอบถามมากที่สุดนะครับ เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านที่เป็นเจ้าของเงินตัวจริง เสียภาษีตัวจริง ที่กําลังดูทีวีอยู่ ฟังวิทยุอยู่ ที่อยู่ทางบ้านได้รับทราบข้อมูลไปพร้อม ๆ กับผม ด้วยครับ
ท่านประธานครับ ผมเจาะจงไปที่งบกลาง ๔๒๐,๖๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นงบที่ มากกว่าทุก ๆ รัฐบาลที่ผ่านมา ผมให้ท่านประธานตามไปดูว่าหมวดค่าใช้จ่าย เยียวยา ฟื้นฟู ป้องกันและความเสียหายเกิดจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ จํานวน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมงบอุดหนุนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมทั้งสิ้น ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน ผมขอถามว่าเงินทั้งหมดที่บูรณาการทั้งหมดเหล่านี้ ไปใช้อะไรบ้าง ใช้ที่ไหน และทําเมื่อไร เพราะพี่น้องเดือดร้อนหนักที่สุด ถ้าเราไม่รีบด่วน ไม่บริหารจัดการให้รอบคอบแล้วก็งบทั้งหมดนี้จะมีปัญหาในอนาคตต่อไป ส่วนเรื่องแผน ป้องกันบูรณาการทุกจังหวัดมีทุกจังหวัดที่น้ําท่วมเหมือนกันทั่วทั้งประเทศ แต่ท่วมมาก ท่วมน้อย ขังไม่ขัง นี่คืออยากจะเรียนถามรัฐบาลว่างบ ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ จังหวัดแต่ละ จังหวัดได้ทําโครงการเข้ามา จะพิจารณาเหมือนกันทุกจังหวัดหรือไม่ อย่างไร ขอให้รัฐบาล ตอบให้พี่น้องที่แต่ละจังหวัดได้รับทราบด้วยนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นใจท่านนายกรัฐมนตรี ผมห่วงใยท่านนายกรัฐมนตรีมาก ท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านชอบสะอื้นนะครับ แล้วก็ร้องไห้บ้างบ่อยครั้ง ผมเห็นใจจริง ๆ นะครับ ท่านประธานคงจะเห็นใจเหมือนกับผมเห็นใจ และหลายท่านที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่นั่งประชุมแห่งนี้คงเห็นใจเหมือนกับผมเห็นใจนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีผมได้เห็นทีวี บางครั้งผมได้ไปกับเพื่อน ๆ ที่เห็นท่านนายกรัฐมนตรีไปช่วยเหลือพี่น้องช่วยน้ําท่วม แล้วท่านร้องไห้ ผมก็คิดและมีหลายท่านก็คิดว่าท่าน บางครั้งมีหลายท่านที่วิพากษ์วิจารณ์ ท่านว่าเหมือนกับท่านเข้าใจผิดอะไรสักอย่างนะครับ ผมไม่ทราบว่าท่านเข้าใจผิดอะไรบ้างไหมนะครับ ช่วงนี้อาจจะเป็นช่วงฤดูไม่ใช่หาเสียง ก็อยากจะเรียนบอกกับท่านนายกรัฐมนตรีผมห่วงใยนะครับ เพราะช่วงนี้คนไทยทั้งชาติเขาเครียดด้วย คนที่เครียดนะครับ พี่น้องเครียดน่าจะร้องไห้ มากกว่านายกรัฐมนตรีเราร้องไห้นะครับ แล้วก็อยากจะบอกกับท่านว่าช่วงนี้คนทั้งเครียด เครียดเท่านั้นยังไม่พอนะครับ มีทุกข์ด้วย เพราะน้ําท่วมขังนาน แล้วก็ในกรุงเทพฯ ก็ส่งกลิ่นเน่าด้วยนะครับ สารพัดปัญหา และพี่น้องก็ร้องไห้มากกว่าท่านนายกรัฐมนตรีร้องไห้ เลยอยากจะบอกท่านนายกรัฐมนตรีว่าให้ท่านนายกรัฐมนตรีแสดงความเข้มแข็งมากกว่านี้นะครับ ผมห่วงใยเท่านั้นเองนะครับ เพราะว่ามีคนทั้งโลกเขามองท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ วันนี้ ประชาชนเขาเดือดร้อนหนักจริง ๆ นะครับ หนักบ้านเรือน มีบ้านญาติผมจมน้ําอยู่หลายหลัง แล้วก็บางบ้านหมดเนื้อหมดตัวทั้งชีวิตนะครับที่เขาสร้างมา หมดเนื้อหมดตัวจริง ๆ นะครับ ก็อยากจะให้นายกรัฐมนตรีไม่ต้องร้องแล้วนะครับต่อไป แล้วก็คําพูดที่บอกว่า ฉันจะทน นายกรัฐมนตรีรู้ตัวไหมว่าประชาชนเขาล้มจริง ๆ ล้มตาย ตอนนี้ประมาณ ๕๐๐ กว่าศพ ที่เสียชีวิต แล้วผมอยากจะถามท่านนายกรัฐมนตรีว่าเราจะช่วยเหลือเขาอย่างไรดีกว่านะครับ เราเยียวยาอย่างไร ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้เราจะไปเยียวยาเขาได้อย่างไรและเมื่อไรนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องยอมรับว่าการบริหารจัดการเรื่องน้ําครั้งนี้ที่หลาย ๆ ท่าน ที่ผมได้ฟังไปได้พูดว่าผิดพลาดนะครับ ผิดพลาดจริง ๆ และเราจะบริหารการผิดพลาดนี้แก้ไข ให้กับประเทศอย่างไรบ้าง นี่คือท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องคิดนะครับ ที่ท่านเคยประกาศว่า เราจะคืนความสุขให้กับพี่น้องคนไทยทั้งชาติ เราจะทําอย่างไรที่จะคืนความสุขให้เขาได้ ดั่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีประกาศนะครับ
และอีกกระทรวงหนึ่งที่ผมอยากจะเรียนบอกกับท่านทั้งหลายว่ากระทรวง ที่ผมสงสัยมากที่สุดคือกระทรวงพาณิชย์นะครับ ซึ่งเป็นกระทรวงที่ทํารายได้เข้าสู่ประเทศ พัฒนาประเทศมากที่สุด และกระทรวงนี้ได้งบประมาณไปถึง ๖,๙๙๕ ล้านบาทนะครับ ผมสงสัยมากว่าเคยสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนบ้างหรือไม่นะครับ เพราะมี พี่น้องประชาชนถามตลอดว่าเคยอภิปรายในสภา ตัวแทนเคยพูด เคยตั้งกระทู้ถามในสภา แต่ไม่เคยได้รับสนองตอบให้กับพี่น้องประชาชนในจังหวัดนั้น ๆ เลย นี่คือพี่น้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ฝากถามกระทรวงพาณิชย์มานะครับ ผมยกตัวอย่างนะครับ ผมยกตัวอย่างที่เจอกับผมเองที่จังหวัดจันทบุรีได้นําเสนอโครงการเรื่องตลาดกลาง และห้องเย็นมา ก็ได้เสนอมา ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมานะครับ กระทรวงพาณิชย์ไม่เคย สนองนโยบายความต้องการของพี่น้องประชาชนเลยนะครับ มีกลุ่มนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ กลุ่มสหกรณ์ พาณิชย์จังหวัด การค้าภายในจังหวัด หอการค้าจังหวัด และจังหวัดต้องการ แต่กับกระทรวงพาณิชย์ไม่ดําเนินการ หมายความว่าไม่ให้ความสําคัญกับเจ้าของเงินตัวจริง ใช่หรือไม่นะครับ นี่คือแต่ละจังหวัดที่สอบถามกระทรวงพาณิชย์มานะครับ แล้วก็ผมอยากจะ เรียนบอกกับท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์นะครับว่าชาวจังหวัดจันทบุรีจะประชุมอีกครั้งหนึ่งเรื่องวาระจังหวัดนะครับ เกี่ยวกับกระทรวงพาณิชย์ เฉพาะเรื่องโครงการผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรในวันที่ ๒๕ พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ เลยวันนี้ต้องขอเชิญชวนท่านเข้าร่วมประชุมด้วย คือทางจังหวัดฝากมา ที่ทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ให้ทางจังหวัดจันทบุรีนําเสนอโครงการ เรื่องการบริหารจัดการ ตอนนี้ทางจังหวัดจันทบุรีได้ดําเนินการส่งเรื่องไปที่กระทรวงพาณิชย์ เรียบร้อยแล้ว วันนี้เลยต้องบอกกับท่านว่าทางจังหวัดจันทบุรีที่ท่านต้องการนั้น เรื่องโครงการบริหารจัดการได้ส่งมาที่กระทรวงพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว สรุปว่าการบริหาร จัดการเรื่องงบประมาณครั้งนี้ผมอยากจะให้ทางรัฐบาลช่วยกระจายงบประมาณ อย่ากระจุก ขอให้กระจาย และท่านจะได้บริหารประเทศที่มีประสิทธิภาพต่อไปยิ่งขึ้นครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวา เขตที่ขณะนี้กําลังได้รับมหาอุทกภัยน้ําท่วมในรอบตั้งแต่ชีวิตเกิดมาก็ไม่เคยเจอนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เป็นประเด็นเรื่องของงบประมาณรายจ่าย นี่นะครับ ผมจะขอพูดในประเด็นเรื่องของงบที่เกี่ยวข้องกับงบกลางนะครับ เพื่อนสมาชิก หลายท่านก็พูดกันเยอะว่างบกลางนั้นมีมากขึ้น เอาไปวางไว้จะทําอะไรอย่างไรบ้าง ลงไปที่รายละเอียดที่เป็นงบกลางจํานวนประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท หลายท่าน ก็ถามกันเยอะว่าตกลงแล้วตั้งไว้ทําอะไร ไม่เห็นมีการอธิบายอย่างชัดเจน ผมขอเรียนอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ พอดูงบกลางแล้ว แล้วก็มีการตั้งเพื่อแก้ไขปัญหาน้ําท่วม รวมทั้งการฟื้นฟู ถนนหนทางอะไรก็แล้วแต่ ไปดูรายละเอียดของงบแต่ละกระทรวงก่อน ท่านประธานครับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปี ๒๕๕๔ ท่านประธานครับ ได้ไป ๙,๗๕๖ ล้านบาท โดยประมาณนะครับ ปี ๒๕๕๕ ปีนี้ตั้งไปบวกขึ้นมา ๕๐๐ ล้านบาท อย่างนี้ผมถามว่าพอไหมครับ ไม่พอละครับ วันนี้แจกข้าวกล่องท่านประธานครับ แค่เขตสองเขต วันละ ๑๐,๐๐๐ กล่องหรือวันละ ๕๐,๐๐๐ กล่องในแต่ละเขตนี่นะครับ คิดเป็นเงินก็ประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทต่อวันครับ สุดท้ายปลายทางแล้วกระทรวงนี้ ก็ใช้เงินไม่พอครับ นี่แหละครับผมถึงบอกว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วงบกลาง กระทรวงต่าง ๆ เอาไปหยิบยืมได้ครับ อันนี้เป็นวิธีคิดง่าย ๆ ครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าเกิด รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไปเขียนบอกว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จะทําถนนกี่ซอย จะฟื้นฟูบ้านกี่หลัง หลังละ ๕,๐๐๐ บาทเท่าไร ๑๐,๐๐๐ บาทเท่าไร อย่างนี้ผมว่าท่านต้อง เป็นโหรแล้วละครับ เพราะคงจะพยากรณ์ได้แล้วท่านประธานครับว่าแต่ละบ้าน แต่ละหลัง มีจํานวนกี่หลัง ถนนพังกี่ถนน ตํารวจต้องใช้น้ํามันกี่ลิตร ทหารต้องเข้าไปช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนกี่คัน มันเขียนไม่ได้หรอกครับ ก็มันเพิ่งเกิดเมื่อเดือนสองเดือนนี้ เพราะฉะนั้นต้องตั้งไว้ลอย ๆ ก่อน
ผมลงต่อท่านประธานครับ กระทรวงคมนาคมก็เช่นเดียวกันครับ ปี ๒๕๕๔ สมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ ขออภัยที่เอ่ยนามท่านนะครับ ๘๓,๒๕๔ ล้านบาท ท่านประธานครับ ปีนี้ตั้งไว้ ๘๑,๑๓๐ ล้านบาท ลดลง ๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ถนนบ้านผม ท่านใดยังไม่เคยไปโลกพระจันทร์ก็กรุณาเถอะครับ เชิญได้ครับ และยิ่งเจอน้ําท่วมจมมา ๑ เดือนครับ ทดน้ําคลองสามวาไม่เปิดบ้างล่ะ มีปัญหาหาว่านักการเมืองไปยุ่งวุ่นวาย ก็ กทม. มันเป็นเขตปกครองพิเศษจะให้ทําอย่างไรครับ เพราะฉะนั้นนี่แหละครับตั้งลบ จากปี ๒๕๕๔ จํานวน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ แล้วปีนี้ถ้าเกิดซ่อมถนน กระทรวงคมนาคมเอาเงินที่ไหนล่ะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ผมไม่ได้ตื่นเต้นตระหนกตกใจ เหมือนฝ่ายค้านที่กรุณาว่านะครับว่ารัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ตั้งไว้ลอย ๆ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็มันยังไม่รู้จริง ๆ ถ้ารู้จะได้เขียน ท่านประธานครับ ๒,๐๐๐ ล้านบาทที่ลบลงไปของ กระทรวงคมนาคม ผมเชื่อเลยครับ ถนนหนทางไม่ว่าจะเป็นกรมทางหลวงชนบท กรมทาง อะไรต่าง ๆ ก็แล้วแต่ ต้องใช้เงินเพิ่มแน่นอนครับ เพราะฉะนั้นงบกลางที่ตั้งไว้อันนี้ชัดเจน หยิบยืมมาใช้ อันไหนไม่พอขอส่วนกลางว่ากันไปตามรูปแบบครับ ถ้ามันไม่มีน้ําท่วม ไม่มีปัญหาอะไรครับ งบแบบนี้ใคร ๆ เขาก็ทํากันชัดเจน ไม่ต้องไปตั้งลอย ๆ ไว้ถึง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทหรอกครับท่านประธานครับ
มาดูกระทรวงสาธารณสุขครับ กระทรวงสาธารณสุขนี่ท่านรัฐมนตรีวิทยา ท่านได้ไปมากกว่าปีที่แล้วประมาณ ๗,๐๐๐ ล้านบาทเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ ถ้าไม่พอต้องขอเพิ่ม จากงบกลาง ท่านประธานครับ วันนี้นอกจากคนเป็นโรคน้ํากัดเท้านะครับ คนเป็นโรคจิต ก็เยอะนะครับ โดยเฉพาะผมนี่จิตตกหลายวันแล้วท่านประธานครับ ส.ส. มีคนเดียวครับ และเป็น ส.ส. กรุงเทพมหานคร ชาวบ้านบอกจิรายุไม่เห็นมาเลย พื้นที่นั้นพื้นที่นี้ ท่านประธานครับ เขตคลองสามวาบ้านผม ๕ แขวง ประชากร ๑๖๐,๐๐๐ คนครับ ๓,๐๐๐ กว่าหมู่บ้านครับ วันหนึ่งเข้าได้ ๓ หมู่บ้าน เข้าไปได้ ๓ หมู่บ้านและ ส.ก. ส.ข. ของ กทม. ก็มี ผู้ว่า กทม. ก็มี ผู้อํานวยการเขตก็มี ช่วยกันทํางานบ้างสิครับ หรือว่าท่านช่วยแล้วไม่รู้
ไปดูงบกระทรวงศึกษาธิการครับ โรงเรียนหลายแห่งในพื้นที่ผม มีทั้ง สพฐ. และกรมอาชีวะ ท่านประธานมีปัญหาน้ําท่วมเหมือนกันหมดครับ อันนี้ได้งบเพิ่มเติมไป ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมคาดว่าน่าจะมาจากการประเทืองปัญญาให้กับเยาวชน ตามโครงการแท็บแล็ตครับ หรือว่าพีซีพกพาส่วนตัวนี่นะครับ เพราะฉะนั้นงบนี้ถือว่าสมดุล อยู่แล้วครับ อันนี้กระทรวงศึกษาธิการท่านบอกไม่มีปัญหา บางอย่างอาจจะไปซ่อมโรงเรียนบ้าง ทาสีโรงเรียนบ้าง เพิ่มอุปกรณ์ เพิ่มค่าเบี้ยเลี้ยงให้กับคุณครูบ้าง ปรับฐานเงินเดือนบ้าง อยู่ในงบนี้อยู่แล้ว จัดไปครับ
ต่อมาท่านประธานครับ ไปดูงบของตํารวจ ผมเห็นท่านรองนายกรัฐมนตรีนั่งอยู่ ยกนิ้วให้ท่านครับ ขอชมจริง ๆ ครับ ท่านเห็นไหมครับ เดี๋ยวนี้ตํารวจเขาไม่ได้ใส่เครื่องแบบแล้ว ท่านประธานครับ วันก่อนผมไปคุยน้อง ๆ ช่วยนี่เหนื่อยไหม สวัสดีครับท่าน ผมเป็นผู้กํากับ สน. นิมิตรใหม่ครับ ยังหนุ่มอยู่ท่านประธานครับ รุ่นเดียวกัน เขาลงมากับประชาชนอย่างนี้ ตํารวจได้งบประมาณไปท่านประธานครับ เปรียบเทียบปี ๒๕๕๔ ๗๔,๑๙๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๕ ปีนี้เพิ่มไปอีก ๔,๐๐๐ ล้านบาท อย่างนี้ถ้าเกิดสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ท่านผู้บัญชาการบอกไม่พอหรอก มอเตอร์ไซค์ก็จะพังอยู่แล้ว สายตรวจลุยน้ําใช้รถปิกอัพ ก็จะพังแล้ว รถกรงขังของผู้ต้องหาก็จะพังแล้วรับน้ําท่วมไปมา อย่างนี้ของบกลางได้ แล้วเขาจะรู้ได้อย่างไรครับ วันนี้มันก็จะยังท่วมอยู่ นครบาลตั้งหลายจุดก็ยังท่วมอยู่ บอกไม่ได้หรอกครับว่ารถมันจะพังกี่คัน ถ้าบอกได้สํานักงานตํารวจแห่งชาติเขียนไปแล้วนะครับ
ท่านประธานครับ ไปดูที่งบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ กระทรวงเกษตร และสหกรณ์นั้นปี ๒๕๕๔ ได้ไป ๗๕,๖๑๐ ล้านบาทโดยประมาณตัวเลขกลม ๆ ปีนี้ได้ไป ๗๗,๙๙๓ ล้านบาท เพิ่มขึ้นมา ๒,๕๐๐ ล้านบาท ถ้าผมมีโอกาสนะครับ ผมจะอนุมัติงบ แบบจัดหนักจัดเต็มให้กระทรวงนี้ไปเลยครับเอาไปอีก ๕,๐๐๐ ล้านบาท ข้าราชการตั้งแต่ ภาคเหนือ ที่ดูเรื่องของน้ําท่าเวลามันไหลมาจะได้มีความมั่นคงและสบายใจ หน้าตาจะได้ ยิ้มแย้มแจ่มใส นั่งมองน้ําที่มาจากเชียงราย เชียงใหม่ ไล่ผ่านมาเขื่อนต่าง ๆ อย่างนี้ ท่านประธานครับสมดุลแล้ว และถ้าเกิดไม่พอคราวต่อไปไม่ต้องไปโยนกันครับ ใครเป็นคนกักน้ํา ใครเป็นคนพยากรณ์อากาศตั้งแต่ต้นปี บอกปีนี้จะแล้งอย่าไปทํานา ๒ เที่ยว อย่างนี้ ข้าราชการสามารถทําได้ครับ ถ้าไม่พอก็จะจัดไปที่งบกลางท่านประธานครับ
ไปดูกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็เช่นเดียวกันครับ ลักษณะทางกายภาพก็คือดูแลพื้นดินจัดการดิน ฟ้า อากาศ ซึ่งจัดการได้โดยมนุษย์บ้าง จัดการไม่ได้บ้าง เช่นปีไหนหนาวมาก ถ้าพี่น้องประชาชนไม่มีปัญหาอุทกภัยก็มีเงินจํานวน มากที่พอจะซื้อเสื้อหนาวได้ความหนาวมันก็บรรเทาครับ ไม่ใช่ปีนี้ก็เอาแล้ว เดี๋ยวช่วงนี้ เดี๋ยวไปภัยหนาวอีกแล้ว ช่วงหน้าภัยแล้งอีกแล้ว ช่วงหน้าภัยอุทกภัยอีกแล้วหมุนอยู่นี่ ประเทศไทยท่านประธานครับ
ไปดูที่กระทรวงมหาดไทยท่านประธานครับ ปีนี้จัดหนัก จัดเต็มให้หน่อยครับ เนื่องจากมหาดไทยมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศครับ ได้เพิ่มจาก ปี ๒๕๕๔ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เหตุผลกลใดจึงได้เพิ่มครับ กระทรวงมหาดไทยทํางาน ฝ่ายปกครองครับ ต่างจังหวัดผมอิจฉาพี่ ๆ ผู้แทนราษฎรในต่างจังหวัดนะครับ อิจฉาเพราะอะไร รู้ไหมครับ มีผู้ว่าราชการจังหวัดพูดคุยกันรู้เรื่อง กระทรวงมหาดไทยสั่งอะไรไปปุ๊บ ขอความร่วมมือ ครับ ๆ ส.ส. กรุงเทพมหานครว่ามาตั้งแต่มีนบุรี ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ หนองจอก คุณไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ คันนายาว พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ มาตั้งแต่สายไหม ท่าน นาวาเอก อนุดิษฐ์ บางเขน อนุสรณ์ ปั้นทอง การุณ โหสกุล ดอนเมือง หลักสี่ สุรชาติ เทียนทอง หน้าดําคร่ําเครียด ฝ้าขึ้นเต็มหน้าเลยท่านประธานครับ วันหนึ่งเข้าได้เต็มที่ ๔ หมู่บ้าน พายเรือครับ ไปเร็วหน่อยชาวบ้านก็ด่า ขับเร็วจังบ้านฉันจะพังแล้ว แล้วอย่างไรครับ ลงผู้แทนราษฎรอย่างเดียว ทั้ง ๆ ที่กรุงเทพมหานครก็มีหน่วยงานต่าง ๆ ครับ ที่ผมพูดถึง กระทรวงมหาดไทยท่านประธานครับ พอไปดูงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ปีนี้ปรากฏว่า กระทรวงมหาดไทยจัดงบให้กรุงเทพมหานครด้วย เขตปกครองพิเศษมีผู้ว่าราชการมาจาก การเลือกตั้ง ท่านหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน งบกลาง กรุงเทพมหานครที่ได้จากมหาดไทยท่านประธานครับ ได้งบไปประมาณนะครับ ปี ๒๕๕๔ ได้ไป ๑๓,๖๗๙ ล้านบาท ปี ๒๕๕๕ ได้ไปทั้งหมดประมาณ ๑๔,๒๖๓ ล้านบาท พี่น้องชาวกรุงเทพมหานครครับ งบประมาณได้จากรัฐบาลให้กรุงเทพมหานครด้วยนะครับ ไม่ได้หมายความว่าทุกวันนี้ท่านจ่ายค่าเก็บขยะ ท่านไปขอแบบบ้านแล้วเขาจะบริหารกันเอง รัฐบาลสนับสนุนให้นะครับ นี่เป็นงบผ่านกระทรวงมหาดไทยครับ ถามว่าผมเห็นด้วย ไหมครับงบนี้ เห็นด้วยครับ และเป็นไปได้ให้เพิ่มไหม อยากให้เพิ่มครับท่านประธานครับ ทําไมจึงอยากให้เพิ่มท่านรู้ไหมครับ ทุกวันนี้กรุงเทพมหานครฟังข่าวมา ๒ อาทิตย์ครับ เครื่องสูบน้ําไม่มีบ้าง ขอรัฐบาลบ้าง ขอ ๖๐ ขอวันที่ ๔ จดหมายออกอีกวันหนึ่งบ้าง โยนกันไปโยนกันมา จัดเงินไปเลย กรุงเทพมหานครนี่นะครับ แล้วก็บริหารให้ได้ ท่านหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์จะได้ไม่ต้องไปบ่นว่า เอ๊ะเครื่องสูบน้ํามีหรือไม่มี
ท่านประธานครับ ดูต่อนะครับ งบที่รัฐบาลจัดให้นี่นะครับ ให้กรุงเทพมหานคร จํานวนทั้งหมด ๑๔,๒๖๓ ล้านบาท ๑๔,๐๐๐ ล้านบาทถ้วน ๆ แล้วกันครับ เป็นการแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนนะครับ ๒,๐๔๖ ล้านบาทครับ แล้วก็ เป็นการสนับสนุนคอมพิวเตอร์พกพาอีก ๑๓๗ ล้านบาท ที่เหลือเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๗๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็งานด้านสาธารณสุข ซึ่งรัฐบาลก็มีอยู่แล้วมีโรงพยาบาลนพรัตน์ ในพื้นที่ผมนี่นะครับ นอกจากนี้ก็ยังมีแผนงานส่งเสริมการกระจายอํานาจให้ อปท. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้งหมดนี่ครับถ้าท่านให้ งบประมาณซึ่ง กทม. บอกว่าไม่พอ ท่านของบกลางได้ไหมล่ะครับ ท่านทําคนเดียว ท่านบอกว่างบประมาณไม่พอ กรุงเทพมหานครขุดคลองไว้ล้อมอย่างเดียว ไม่ได้รับน้ําท่วมมาก ถ้าท่านบอกอย่างนี้ตั้งแต่เดือนที่แล้ว คลองสามวาบ้านผมไม่ท่วมหนักเป็นเดือนหรอกครับ จัดไปเลยท่านประธานครับ อย่างไรก็แล้วแต่เงินนี่ถ้า กทม. ไม่พอท่านบอกรัฐบาลครับ ข้าราชการเขาเหนื่อยตรงไหนท่านประธานรู้ไหมครับ ผมไปขอถุงยังชีพจากผู้อํานวยการ เขตคลองสามวา ท่านประธานครับ ขออนุญาตที่เอ่ยท่าน แต่ว่าไม่ได้เอ่ยนามท่านนี่นะครับ ท่านให้มา ๒๐๐ ชุดครับ เป็นตราโลโก้ กทม. นี่นะครับ ผมเอาไปบริจาคประชาชนในพื้นที่ ๒๐๐ ถุงเท่านั้นท่านประธานครับ สุดท้ายประชาชนไปขอที่เขตที่กรุงเทพมหานครครับ เจ้าหน้าที่เขตบางคนก็ปากดีครับ ตอบว่าอย่างไรรู้ไหมครับ ผู้แทนเขตคลองสามวา ส.ส. จิรายุเอาไปหมดแล้ว ชีวิตได้ ๒๐๐ ถุงจากกรุงเทพมหานครครับ เพราะฉะนั้นเงินมี แบบนี้จัดหนักไปเลย กทม. จะได้มีเงิน ข้าราชการท่าน ๑,๐๐๐ กว่าคนนะครับในพื้นที่ เขตคลองสามวา ผู้แทน ๑ คนครับ ส.ก. ส.ข. ของพรรคประชาธิปัตย์อีกครับ ท่านช่วยกัน สิครับ วันนี้มันต้องช่วยกันอย่างเป็นองคาพยพ ไม่ใช่ว่าอะไรดีฉันรับไว้ อะไรไม่ดีก็พรรคเพื่อไทย อย่างนี้ไม่ได้ท่านประธานครับ นี่เป็นความเจ็บปวดที่ผมบอกว่าถ้างบประมาณ กทม. มีมากนะครับ ท่านทําไปเลยครับ ข้าราชการบางคนของ กทม. บ่นกับผมครับบอกว่า คุณจิรายุทํางานตั้งแต่ แปดโมงเช้า ๓ ทุ่มยังไม่ได้เลิกเลย ไม่ได้เบี้ยเลี้ยง ผมบอกแหมพี่ ช่วงอุทกภัยไม่เป็นไรหรอก แหมมันอุทกภัยมาเดือนหนึ่งแล้ว เขตคลองสามวาท่วมตั้งแต่วันที่ ๔ ตุลาคม ท่านประธานครับ ผมโชคดีที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์บัญชาการ ตั้งศูนย์ ศปภ. ที่ดอนเมือง เอาละท่านจะเหน็บแนมว่าหนีน้ํา บริหารจัดการ ต้องหลบ มาโน่นมานี่ ปัดโธ่ชีวิตถ้ารู้อนาคตได้ไปตั้งมันอยู่ที่หอคอยตึกใบหยกแล้ว ก็มันไม่รู้นะครับ เพราะอะไรครับ การทํางานอย่างไม่เป็นระบบ การประสานงานอย่างไม่เป็นระเบียบ กทม. ก็มีปัญหา เพราะฉะนั้นท่านครับ งบที่ตั้งเป็นงบกลาง ๑๐๐,๐๐๐ ผ่านมาเป็นงบฟื้นฟู นี่นะครับ ช่วย กทม. เขาครับ ข้าราชการจะได้ไม่เหนื่อย ต่อไปนี้พี่น้องที่เป็นข้าราชการ กรุงเทพมหานครจะได้สบายใจ ไม่ใช่พอคิดอะไรไม่ออกบอก ส.ส. มันไม่เหมือน ส.ส. ต่างจังหวัด ถ้า ส.ส. ต่างจังหวัดกระซิบบอกท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกระซิบผู้ว่าราชการจังหวัดได้ อ้ายนี่กระซิบใคร ล่ะครับ กระซิบผู้ว่า กทม. จะได้ดีดหูผมท่านประธานครับ เขาบอกเอ๊ยเกี่ยวอะไรไม่ใช่ พรรคนี้นี่ แล้วผมทําอย่างไรล่ะครับ สุดท้ายก็ต้องก้มหน้ารับกรรมครับ หมู่บ้านมี ๓,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน ท่านประธานเข้าวันละ ๔ หมู่บ้านก็เป็นลมแล้วครับ นี่โทรศัพท์ทั้งวัน ส.ส. ไปไหน ก็ประชุมสภา เดี๋ยวประชุมเสร็จก็ต้องไปจะให้ทําอย่างไรครับ เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับ งบประมาณที่ตั้งไว้ผ่านงบกลางที่มีส่วนต่างประมาณสัก ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อะไรนี่นะครับ แล้วก็แยกออกมาเป็น ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ยังไม่ได้ระบุ ผมฝากเรียน เพื่อนสมาชิกครับว่าอย่าได้ตื่นเต้นครับ บางเรื่องมันเขียนได้ บางเรื่องมันจินตนาการได้ มันเหมือนท่านเขียนโครงการมามั่ว ๆ และท่านมาเบิกสตางค์อย่างนี้นี่หมดยุคแล้วครับ ขอสักทีเถอะ เอาของจริงครับ หลังจากนี้ไป ๑๕ วัน รัฐบาลเขียนไปเลย ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท นะครับ หลังจากนี้น้ําท่วมเสร็จเรียบร้อยแล้วท่านจะทําอะไร ไปสํารวจมาถนนมีปัญหา ตรงไหน ชาวบ้านบ้านพังกี่ชั้น ทาวน์เฮ้าส์ชั้นเดียวได้ครึ่งหลังได้ไหม อย่างนี้ชัดเจนครับ ระบุไปเลย คนไม่สบาย น้ํากัดเท้าเป็นอย่างไร คนตกงานเพราะโรงงานไม่มีคนจ้างงานจะทําอย่างไร แล้วไปเกลี่ย แบบนี้เขาเรียกว่าทํางานอย่างเห็นเป็นรูปธรรมครับ ไม่ใช่ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลตั้งงบ แบบนี้ไม่รู้เรื่องหรืออย่างไร น้ําท่วมมาตั้ง ๒ เดือนกว่า ก็มันท่วมมา ๒ เดือนกว่า แต่ถ้าเขียน ตอนนี้ฟิกซ์ (Fix) ไปเลยบอกว่า แก้เฉพาะนครสวรรค์ แก้เฉพาะปทุมธานี แก้เฉพาะนนทบุรี อ้าวแล้วกรุงเทพมหานครล่ะท่านประธานครับ สุดท้ายปลายทางครับท่านประธานครับ ให้กําลังใจซึ่งกันและกันครับ ไม่ว่าท่านจะเป็นพรรคไหนอย่างไรก็แล้วแต่ครับ ช่วยกันครับ พื้นที่ผมอดีตผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ ขออภัยครับท่านก็ช่วยครับท่านกรุณาครับ ผมบอกดีแล้วท่านไปลงก็ช่วยกันเถอะเพราะมันกว้าง อย่างนี้แหละเขาเรียกว่าน้ําใจคนไทย ท่านประธานครับ ไม่ใช่พอไป ส.ส. จิรายุไม่มา อย่างนี้มันเหนื่อยท่านประธานครับ ผมไม่เคยว่าเลยนะครับ ส.ส. ท่านไหน ส.ก. ท่านไหน ส.ข. ท่านไหนไปบอก ดีแล้วครับ ตรงนั้นท่านไปแล้วนะ ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวก็ค่อย ๆ ไป แบ่ง ๆ กันไป อย่างนี้ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นสรุปใจความสุดท้ายครับว่าเห็นใจท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ครับ ท่านอย่าไปว่าท่านเลยครับ ท่านครับผมเป็นผู้ชายแท้ ๆ นะครับ พูดแบบไม่อายใครครับ ร้องไห้มาแล้วครับ โดนชาวบ้านด่านับประสาอะไรกับท่านนายกรัฐมนตรีเป็นสุภาพสตรี เอาละแต่ท่านบอกท่านเป็นผู้นํา มันต้องแข็งแกร่ง แต่ท่านไม่ได้ร้องไห้โฮนี่ครับ มันน้ําตาซึม ๆ ให้กําลังใจซึ่งกันและกันครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
ท่านภิรพล ลาภาโรจน์กิจ ครับ
(นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
จะอะไรครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง เมื่อกี้ท่านผู้อภิปรายได้พูดถึง ส.ส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมเป็นหนึ่งใน ส.ส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อไม่ให้ เกิดความสับสนกับพี่น้องประชาชนที่ชมอยู่ทางบ้านครับ ขออนุญาตท่านประธานสั้น ๆ ครับ ผมเรียนอย่างนี้ครับ เมื่อสักครู่ผู้อภิปรายได้พูดถึง ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงทาง กรุงเทพมหานคร ผมไม่เป็นอะไรครับ อยากจะบอกว่า ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ของ กรุงเทพมหานครทุกคนก็ทํางานหนักครับ แล้วก็ลงพื้นที่กันอย่างเต็มที่ครับ แล้วเราก็ใช้ทั้ง ศักยภาพส่วนตัว ใช้ทั้งเครือข่ายของพวกเราที่พอจะทําได้ ทั้งที่เราไม่ได้เป็นรัฐบาลครับ ทํางานกันอย่างเต็มที่ กรุงเทพมหานครก็เป็นองค์กรที่ทํางานของเขาไปเหมือนกันครับ เขาก็ทําเต็มที่ครับ เราทราบว่าเขาเหนื่อย เขาก็มีข้อจํากัดในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน พวกเราก็พยายามหาครับ สิ่งที่สามารถจะไปดูแลพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก น้ําท่วมกรุงเทพมหานครครั้งนี้ด้วยตัวพวกเราเองเหมือนกัน เมื่อสักครู่ผู้อภิปรายพูดถึงว่า ไปขอถุงยังชีพ ๒๐๐ ถุง ของกรุงเทพมหานครได้มา ๒๐๐ ถุง ผมเรียนครับ ผมก็เป็น ส.ส. กรุงเทพฯ ผมไม่เคยได้สักถุงเลยครับจากกรุงเทพมหานคร แต่ผมสามารถที่จะไปบริหาร จัดการและช่วยเหลือเท่าที่กําลังเราจะทําได้ ท่านอย่าไปแบมือคอยขอจากคนอื่นเขาสิครับ ทุกคนเหนื่อยครับวันนี้ ผมเรียนว่าถ้าออกไปอย่างนี้วันนี้ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชน ในกรุงเทพมหานครที่ได้รับความเดือดร้อนเขาก็อยากจะดูว่าพวกเราช่วยเหลือกันเล็ก ๆ น้อย ๆ อะไรได้ก็ทําครับ แต่ไม่ใช่เวลาที่จะมาพาดพิงกัน ไม่ใช่เวลาที่จะมาโทษใคร หมดเวลา แล้วครับ ถ้าคิดอย่างนี้บ้านเมืองก็ไปไม่ได้ กรุงเทพมหานครที่ท่านรักก็ไม่ได้ครับ แล้วอย่ามา ใช้เวทีสภาแห่งนี้มาแก้ตัวครับ อยากให้ท่านลงพื้นที่แล้วไปดูแลพื้นที่เหมือนพวกเราทํา เหมือนกันครับ
ผมให้ ท่านได้พูดสมควรแล้วครับ เชิญครับคุณจิรายุ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต ใช้สิทธิพาดพิงนิดเดียวนะครับ ผมเข้าใจครับที่ท่านพูด ทุกคนก็ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ทุกคนแหละครับ บ้างก็ใช้งบตัวเองบ้างครับ ช่วงที่วิกฤตการณ์ตื่นทรายท่านประธานครับ เขาเรียกช่วงตื่นทราย ใครก็หาทรายครับ ไปขอเขตก็ลําบาก เขตก็ต้องใช้ ผมไม่ได้ว่าเขาหวงครับ เรากําลังอภิปรายนโยบายที่เป็นเรื่องของงบประมาณ ผมกําลังบอกว่าถ้าอย่างนี้ กทม. จัดให้หน่อย กรณีถุง ๒๐๐ ถุงอะไรนี่ไม่ใช่สาระสําคัญ แต่ผมกําลังจะบอกว่าถ้าอย่างนี้ ต่อไปนี้รัฐบาลจัดงบให้ครับ ประเด็นมีเท่านั้นเองครับ ทุกคนก็ทํางานละครับ ผมกําลังจะบอกว่า ถ้าวิธีการแบบนี้ ผอ. เขตไม่กล้าพูดนะท่านประธานครับ เขาควรจะพูดผ่านผู้ว่าราชการ กทม. ๒๐๐ ถุงนี่เขาบอกว่าอย่างไรรู้ไหมครับ ผมเล่าเรื่องจริงให้ท่านฟังครับ ตรงทดน้ํา คลองสามวาท่านประธานครับ เขาบอกมีกลุ่มนักการเมืองบางกลุ่ม ผมก็มองกระจก นักการเมืองใคร จิรายุเป็น ส.ส. แล้วใครเป็นนักการเมือง
พอแล้วครับ คุณจิรายุ นิดหน่อย พอแล้วผมฟังแล้วไม่ค่อยเสียหายทั้ง ๒ ฝ่ายละครับ พอแล้วครับ เพราะว่าเวลาน้อยนะครับ ไม่เสียหาย ผมฟังแล้วไม่เสียหาย ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่เสียหาย เขาก็บอกว่าเห็นอดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ช่วยด้วย ผมก็ว่ายิ่งดี เชิญท่านภิรพลเชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายภิรพล ลาภาโรจน์กิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ สําหรับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ นั้น รัฐบาลได้กําหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายทั้งสิ้น จํานวน ๒.๓๘ ล้านล้านบาท เมื่อเทียบกับ ประมาณการรายได้สุทธิที่ทางรัฐบาลได้ประมาณการไว้ จํานวน ๑.๙๘ ล้านล้านบาทแล้วนั้น ทําให้รัฐบาลต้องกําหนดวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณจํานวน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการกู้เงินที่สูงมาก สาเหตุของงบประมาณขาดดุลส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากการแก้ไข ปัญหาน้ําท่วมที่ผิดพลาดจากรัฐบาล แต่อีกเหตุผลหนึ่งที่สําคัญนั่นก็คือมีการจัดสรร งบประมาณเพื่อใช้ในโครงการประชานิยมไว้เยอะมาก เช่น บ้านหลังแรก รถคันแรก แจกคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต เป็นต้น ท่านประธานครับ ผมมี ๒ ประเด็นที่จะขออภิปราย เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ นั่นก็คือ ด้านพลังงานและด้านการท่องเที่ยวครับ
สําหรับงบประมาณในด้านพลังงานนั้น ผมก็ขอให้รัฐบาลทบทวนการจัดสรร งบประมาณให้สอดคล้องกับนโยบายด้านพลังงานที่รัฐบาลได้แถลงไว้ โดยเฉพาะในด้าน การส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน เช่น ปาล์มน้ํามันสําหรับผลิตไบโอดีเซล หรือมันสําปะหลังและอ้อยสําหรับผลิตเอทานอล ท่านประธานครับ จากการที่รัฐบาลได้ ดําเนินนโยบายชะลอการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามันนั้นทําให้รัฐบาลสูญเสียเงินเข้ารัฐประมาณ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งเงินจํานวนนี้สามารถนําไปใช้ช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนที่ใช้ก๊าซหุงต้มในครัวเรือนได้แทนการกู้เงิน ยิ่งไปกว่านั้นการแทรกแซงกลไกราคา ดังกล่าวทําให้เกิดการบิดเบือนพฤติกรรมของผู้บริโภค ประชาชนหันกลับไปใช้น้ํามันดีเซล หรือเบนซินแทนการใช้น้ํามันไบโอดีเซลหรือก๊าซโซฮอล์ ซึ่งทําให้มีผลกระทบอย่างยิ่งต่อ เกษตรกรที่ปลูกพืชพลังงานทดแทน เนื่องจากราคาพืชผลเหล่านั้นตกต่ําลงไปมาก เช่น ราคา ปาล์มน้ํามันที่เคยมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ ๑๑ บาทต่อกิโลกรัมเมื่อช่วงต้นปี ปัจจุบันราคาเฉลี่ย ลดลงเหลือที่ประมาณ ๕ บาทต่อกิโลกรัม หรือราคามันสําปะหลังที่เคยมีราคาประมาณ ๓.๖ บาทต่อกิโลกรัม เมื่อช่วงต้นปีเช่นกัน ปัจจุบันราคาเฉลี่ยลดลงเหลืออยู่ที่ประมาณ ๒.๖ บาทต่อกิโลกรัม เป็นต้น ท่านประธานครับ จากการศึกษาร่างงบประมาณรายจ่ายนั้น งบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้กับด้านพลังงานทดแทนนั้นมีประมาณ ๔๔๓ ล้านบาท หรือคิดเป็น ๒๒.๒๖ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณในกระทรวงพลังงาน ซึ่งถือว่าน้อยกว่า รัฐบาลชุดที่แล้วถึงประมาณ ๔.๑ เปอร์เซ็นต์ ดูแล้วก็เหมือนว่ารัฐบาลไม่ค่อยจริงใจในการ สนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน ดังนั้นผมก็อยากจะให้รัฐบาลช่วยจัดสรรงบประมาณ ในด้านพลังงานทดแทนให้มากขึ้น เพราะการสนับสนุนด้านพลังงานทดแทนนั้นจะเป็น ประโยชน์อย่างยิ่งต่อประเทศชาติในหลาย ๆ ด้าน เช่น ลดการนําเข้าน้ํามันจากต่างประเทศ ลดการสูญเสียเงินตราจากต่างประเทศ และการส่งเสริมให้มีการใช้เอทานอลหรือ ไบโอดีเซลนั้นยังมีผลต่อระดับราคาอ้อย มันสําปะหลัง และปาล์มน้ํามัน ซึ่งเป็นการช่วย เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับอาชีพของเกษตรกรได้ ที่สําคัญการใช้พลังงานทดแทนที่ สามารถผลิตได้ภายในประเทศนั้นถือเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงและยั่งยืนทางพลังงาน ของประเทศไทยได้
อีกประเด็นหนึ่งในด้านพลังงานที่ผมจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล นั่นก็คืออยากจะให้รัฐบาลช่วยจัดสรรงบประมาณสนับสนุนพลังงานทางเลือกในการผลิต กระแสไฟฟ้า เช่น พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น เพราะปัจจุบันนี้ประเทศไทย ต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตกระแสไฟฟ้าประมาณ ๗๑ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าสูงมาก และถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงาน
ท่านประธานครับ สําหรับงบประมาณในด้านการท่องเที่ยวนั้นผมก็เรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลให้พิจารณาจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับ แผนงานที่รัฐบาลได้วางกรอบไว้ นั่นก็คือแผนการเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว และแผนการพัฒนาการท่องเที่ยวและบริการ ถึงแม้ว่ารัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณในการ ก่อสร้างด่านศุลกากร โดยเฉพาะด่านประกอบจังหวัดสงขลาแล้วก็ตาม แต่ตามที่ผมตรวจสอบไม่มีการจัดสรรงบประมาณสําหรับการพัฒนาด่านสะเดา จังหวัดสงขลา ท่านประธานครับ ปัจจุบันนี้การเดินทางเข้าออกของชาวไทย และชาวต่างประเทศ ผ่านด่านสะเดานั้นมีแนวโน้มที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ นั้น มีประมาณ ๓.๖๔ ล้านคน ปี ๒๕๕๓ มีประมาณ ๔.๑๑ ล้านคน และปี ๒๕๕๔ มีประมาณ ๔.๔๘ ล้านคน ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นเงินหลายหมื่นล้านบาท แต่ปัญหาที่พบมากที่สุดในการเดินทางเข้าออกของชาวไทยและชาวต่างประเทศ นั่นก็คือ ปัญหาความไม่สะดวกในการดําเนินพิธีการศุลกากร เนื่องจากว่าสภาพด่านศุลกากรสะเดานั้น มีขนาดพื้นที่ค่อนข้างเล็กและจํากัด สถานที่จอดรถมีไม่เพียงพอ ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับ แผนงานที่รัฐบาลได้วางไว้ ผมก็ขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลให้พิจารณาจัดสรร งบประมาณในการพัฒนาด่านสะเดาด้วย
ท่านประธานครับ สุดท้ายผมก็เรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลโดยเฉพาะ ท่านนายกรัฐมนตรีให้บริหารจัดการงบประมาณอย่างมืออาชีพ ไม่ใช่บริหารงบประมาณ แบบการแก้ไขปัญหาน้ําท่วม ซึ่งแก้ไขปัญหาไม่ถูกหลักทําให้เกิดความเสียหายหลายแสนล้านบาท และที่สําคัญผมก็ขอให้จัดสรรงบประมาณตามความจําเป็นเร่งด่วนโดยเห็นแก่ประโยชน์ของ ส่วนรวมเป็นหลัก ไม่ใช่จัดสรรงบประมาณเพื่อใช้ในโครงการประชานิยมและการหาเสียง มากกว่าประเทศชาติ ขอบคุณครับ
ท่านเหวง โตจิราการ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตที่จะ ขอบพระคุณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ สุนทรี ชัยวิรัตนะ ที่กรุณาให้เวลาผมเพิ่มเติมอีก ๔ นาที ก็เลยทําให้ผมสามารถที่อภิปรายได้ในเวลา ๘ นาที ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ผมสนับสนุนงบประมาณฉบับนี้อย่างสุดหัวใจเลยครับ เหตุผลที่ผมกราบเรียนอย่างนี้ไม่ใช่เนื่องจากผมเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยเท่านั้น แต่ว่างบประมาณฉบับนี้นะครับ เคารพประเทศชาติบ้านเมือง ให้ประโยชน์กับประชาชน รับผิดชอบต่อประชาชน แล้วก็รับผิดชอบต่อรัฐธรรมนูญด้วยครับ ผมเองจะไม่ลงสู่ รายละเอียดมาก แต่ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะครับว่ารัฐธรรมนูญมีข้อบังคับ ไว้นะครับว่าการบริหารราชการแผ่นดินต้องเป็นไปตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ตั้งแต่ มาตรา ๗๕ ไปจนถึงมาตรา ๘๗ และท่านประธานถ้าหากท่านประธานมีเวลา ท่านประธาน ลองกลับไปอ่านโดยละเอียดนะครับ งบประมาณโดยสังเขปเล่มนี้ ท่านประธานจะเห็นได้ อย่างชัดเจนเลยนะครับว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญทุกประการ นอกจากนี้ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ยังได้รักษาคํามั่นสัญญาของตัวเองที่มีต่อประชาชนทั่วทั้งประเทศในเวลา เลือกตั้ง แล้วก็ในเวลาที่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพราะฉะนั้นงบประมาณฉบับนี้เป็นการ ประสานเข้าระหว่างประโยชน์ของประชาชน รับผิดชอบต่อประชาชน แล้วก็การเคารพต่อ กติกาของรัฐสภาด้วยครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะให้ท่านประธานนี่มาดูภาพรวมของ งบประมาณเสียก่อน ท่านจะได้เห็นว่าทําไมผมถึงสนับสนุนงบประมาณฉบับนี้อย่างสุดลิ่ม ทิ่มประตู น่าเสียดายนะครับผมไปปรึกษาทางหน่วยโสตเขาแล้วนะครับว่า งบประมาณเล่มนี้ เขาไม่มีพรีเซนเทชัน (Presentation) ทางด้านหน้าจอ เพราะถ้ามีพรีเซนเทชันทางด้านหน้าจอ ก็จะสามารถเข้าใจได้ง่าย ผมขออนุญาตที่จะเรียนท่านประธานได้โปรดเปิดไปหน้าที่ ๒๘ ของหนังสืองบประมาณโดยสังเขป ท่านประธานจะเห็นได้อย่างชัดเจนนะครับว่าในเวลา งบประมาณทั้งหมดนี่รัฐบาลให้ความสําคัญกับยุทธศาสตร์การศึกษาคุณธรรมจริยธรรม คุณภาพชีวิต และความเท่าเทียมกันในสังคม ท่านประธานโปรดสังเกตให้ละเอียดนะครับ อันนี้ย่อมแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์นี่ให้ความสําคัญกับคนครับ ซึ่งอันนี้เป็นหลักสําคัญ ที่สุดของโลกครับ ในโลกนี้สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือคน และทุกประเทศสิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือ ประชากรหรือประชาชน เพราะฉะนั้นเป็นเพียงแค่ข้อแรกที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ก็สามารถที่จะยืนยันได้แล้วว่างบประมาณฉบับนี้เป็นงบประมาณฉบับที่ดีที่สุดฉบับหนึ่ง เท่าที่มีรัฐบาลมา เท่าที่มีการจัดสรรงบประมาณมา รัฐบาลชุดนี้ให้งบประมาณกับเรื่อง การศึกษาคุณธรรมจริยธรรม คุณภาพชีวิต และความเท่าเทียมกันในสังคมถึง ๒๓.๖ เปอร์เซ็นต์ เกือบ ๑ ใน ๔ ครับท่านประธาน เห็นไหมครับ แล้วก็ถัดมา ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ขอประทานโทษ ๒๕.๑ เปอร์เซ็นต์นะครับ ก็คือ ๑ ใน ๔ กว่า ๑ ใน ๔ เล็กน้อยนะครับ ส่วนถัดมาก็คือการที่จะบรรลุภารกิจของรัฐบาลก็ต้องมีคน ก็คือในภาคราชการ เพราะฉะนั้น รัฐบาลชุดนี้ก็เลยให้ความสําคัญกับค่าดําเนินการภาครัฐ เห็นไหมครับ เพื่อบรรลุจุดประสงค์ อันแรกก็คือยุทธศาสตร์ในการที่จะให้การศึกษาคุณธรรมจริยธรรมบรรลุได้เราก็ต้องให้ ความสําคัญกับค่าดําเนินการภาครัฐด้วยนะครับ ค่าดําเนินการภาครัฐ รัฐบาลให้ความสําคัญ ถึง ๒๓.๖ เปอร์เซ็นต์ครับ ถัดมารัฐบาลให้ความสําคัญกับยุทธศาสตร์ในการสร้างรากฐาน การพัฒนาที่สมดุลสู่สังคม ท่านประธานเห็นไหมครับว่ารัฐบาลชุดนี้ให้ความสําคัญกับคนก็คือ ประชาชนทั้งประเทศ ขณะเดียวกันเพื่อบรรลุในการที่จะพัฒนาคนก็คือให้ความสําคัญกับ ข้าราชการ หรือว่าองคาพยพของรัฐทั้งหมดเพื่อไปทําให้งานชิ้นแรกบรรลุผลสําเร็จ แล้วข้อต่อมาก็คือว่าท่านก็ให้ความสําคัญกับรากฐานการพัฒนาสังคมที่สมดุลแก่สังคมนะครับ ผมขออนุญาตที่จะยกตัวอย่างบางประการนะครับท่านประธาน ในมาตรการเรื่องการศึกษา ท่านประธานครับ รัฐบาลชุดนี้ให้การเอาใจใส่ในเรื่องการศึกษาตั้งแต่พื้นฐานไปจน ระดับอุดมศึกษาและทั่วไปด้วยนะครับ ถ้าท่านประธานจะโปรดกรุณาเปิดไปที่หน้า ๑๕ ท่านประธานจะเห็นนะครับว่างบประมาณในมาตรการยุทธศาสตร์ที่ ๔ มีทั้งหมด ๕๙๗,๔๖๘.๔ ล้านบาท คิดเป็น ๒๕.๑ เปอร์เซ็นต์ของวงเงินงบประมาณ ท่านประธาน โปรดดูนะครับ ๔.๑ แผนการสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานจํานวน ๘๓,๑๔๔.๙ ล้านบาท ท่านประธานโปรดอ่านต่อนะครับ ซึ่งอันนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้วนะครับ ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนซ้ําเพื่อให้ประชาชน วัยเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาลนะครับท่านประธาน จนถึงมัธยมศึกษาตอนปลายทั้งสายสามัญ และสายอาชีพได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพได้มาตรฐานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ท่านประธานเห็นหรือยังครับว่าทําไมผมถึงสนับสนุนงบประมาณฉบับนี้สุดลิ่มทิ่มประตู เพราะว่างบประมาณฉบับนี้ให้ความสําคัญกับคนครับ และให้ความสําคัญกับการพัฒนาคน ตั้งแต่อนุบาลไปจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลายทั้งสายสามัญและสายอาชีพ นอกจากนี้ยังมีครับ ท่านประธานไม่เพียงแต่ในระบบการศึกษาปกติ ยังมีแผนขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษา จํานวนทั้งสิ้น ๓๓๖,๓๖๒.๔ ล้านบาท ท่านประธานโปรดติดตามต่อนะครับ เพื่อให้คนไทย ทุกกลุ่มทุกวัยได้มีโอกาสเข้าถึงบริการการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานอย่างทั่วถึง แสดงว่ารัฐบาลไม่ได้เอาใจใส่เฉพาะเด็กนักเรียนนะครับ แต่เอาใจใส่ประชาชนโดยทั่วไป เนื่องจากผมมีเวลาจํากัดนะครับ ผมก็ขออนุญาตที่จะกราบเรียนต่อไปในประเด็นที่ว่า ที่จริงผมมีเรื่องที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานเยอะแต่เนื่องจากว่ามีเวลาน้อย ผมต้องขอ อนุญาตกลับมาประเด็นนี้เลยนะครับว่ามีสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านพยายามที่จะบอกว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่มีแผนในการที่จะรับมือน้ําท่วม ไม่จริงครับ ถ้าหากว่าเราไม่มีแผนรับมือ น้ําท่วม กรุงเทพฯ พังพินาศยับเยินไปหมดแล้ว แต่การที่กรุงเทพฯ ในขณะนี้อยู่ในภาวะ วิกฤติแค่ ๑๗ เขต ผมใช้คําว่าแค่ ๑๗ เขต ก็ทําไมไม่แค่ ๑๗ เขต ท่านประธาน มวลน้ํามันตั้ง ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร บางท่านบอกว่า ๓๖,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรนะครับ เราสามารถต้านยันน้ําให้เข้ากรุงเทพฯ ได้แค่ ๑๗ เขต ผมว่านี่เป็นความสามารถอย่างสูงสุด ของรัฐบาลชุดนี้แล้วนะครับ นอกจากนี้ยังมีนโยบายระยะยาวด้วยเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น ต่อพี่น้องประชาชนทั้งภายในประเทศและทั้งต่างประเทศให้กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติโดยรวดเร็ว รัฐบาลมีมาตรการเชิงยุทธศาสตร์ฟื้นฟูประเทศโดยแบ่งเรื่องยุทธศาสตร์เป็น ๓ ระยะ ผมเกรงว่าผมจะมีเวลาไม่ครบ ผมก็พยายามที่จะไปเร็ว ๆ นะครับท่านประธาน คือในระยะ เร่งด่วนเรามีนะครับ เพราะฉะนั้นที่สมาชิกหลายท่านบอกว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่มีแผนอะไรเลย ในเรื่องการรับมือกับน้ํา ไม่ใช่ครับ ระยะเฉพาะหน้าเราประสบผลสําเร็จไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นที่ท่านบอกว่าน้ําเข้ากรุงเทพฯ นี่ท่านจะทําได้อย่างไร ท่านจะห้ามน้ําไม่ให้ไหล จากที่สูงลงสู่ที่ต่ําได้อย่างไร ท่านจะห้ามน้ําที่จะไหลจากภาคเหนือลงสู่อ่าวไทยได้อย่างไร กรุณาหาใครสักคนหนึ่งตอบผมให้ชัด ๆ หน่อยสิครับ ว่าท่านจะห้ามน้ําไหลจากที่สูงไปสู่ที่ต่ําได้ ท่านโปรดตอบผมหน่อยสิครับ ใครครับสามารถที่จะห้ามน้ําจากภาคเหนือลงสู่อ่าวไทยได้ ดังนั้นเป็นความจริงที่ท่านปฏิเสธไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นจึงเป็นความจริงที่น้ําต้องเข้า กรุงเทพฯ บ้างครับ แล้วนี่เป็นความสามารถของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ในการที่จะทําให้น้ําเข้า กรุงเทพฯ ด้วยเขตที่น้อยที่สุดครับ แล้วผมเชื่อว่าหลาย ๆ เขตอาจจะไม่มีน้ําเข้าได้ครับ ๒๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรครับ ท่านประธานครับ บางคนบอก ๓๖,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ทีนี้ผมมีเวลาน้อยอีกแล้ว การแก้ปัญหาระยะเร่งด่วนก็มีนะครับ ระยะสั้นก็มีนะครับ ผมไปเร็ว ๆ นะครับ ระยะเร่งด่วนคือการกู้ภัยนะครับ มีศูนย์รับบริจาคส่งมอบสิ่งของ อะไรต่าง ๆ ส่วนระยะสั้นก็คือซ่อมให้ทุกอย่างกลับคืนเข้ามาสู่สภาวะปกติโดยเร็วนะครับ ระยะยาวคือเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น เข้าใจธรรมชาติของน้ํา แล้วท่านประธานคงจะเห็น ว่าเมื่อวานซืนหรือวันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตั้งคณะกรรมการขึ้น ๓ ชุดนะครับ กรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟู และสร้างอนาคตของประเทศ กรรมการยุทธศาสตร์เพื่อศึกษาทรัพยากรน้ํา แล้วก็ อันสุดท้ายก็คือกรรมการเยียวยาและฟื้นฟูนะครับ ผมไม่มีเวลาอธิบายต่อแล้วผมก็ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานยืนยันว่างบประมาณฉบับนี้เป็นงบประมาณฉบับที่ดีที่สุดฉบับหนึ่ง เท่าที่เคยผ่านรัฐบาลชุดต่าง ๆ ผ่านมา แล้วก็รัฐบาลยิ่งลักษณ์มีมาตรการในการรับมือกับ น้ําท่วมทั้งระยะที่ผ่านไปแล้วเฉพาะหน้าใกล้และไกลอย่างดียิ่งครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ท่านมนตรี ปาน้อยนนท์ ๘ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายมนตรี ปาน้อยนนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ตามที่รัฐบาลได้นําเสนอร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อประกอบการพิจารณาในวันนี้ กระผมในฐานะสมาชิกแห่งสภานี้ได้ดูแล้วก็ศึกษา ในรายละเอียดในพระราชบัญญัติฉบับนี้ทั้งหมด แล้วกระผมก็เห็นว่างบประมาณรายจ่าย โดยเฉพาะในส่วนของยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณเพื่อสร้างความเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน ลึกลงไปถึงแผนงานโครงสร้างพื้นฐานที่มี งบประมาณถึง ๘๙,๐๐๐ ล้านกว่าบาทนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของกระทรวง คมนาคมนั้นไม่ตรงกับวิสัยทัศน์ที่เขียนไว้อย่างสวยหรูว่า จะมุ่งสู่การขนส่งที่ยั่งยืน และไม่ตอบสนองพันธกิจที่ว่าจะบูรณาการการขนส่งและการจราจรให้มีบริการที่เพียงพอ มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ทั่วถึง คุ้มค่าและเป็นธรรม ไม่เพียงแค่นั้นครับ กรมทางหลวง ที่สังกัดอยู่ในกระทรวงคมนาคมได้นําเสนอวิสัยทัศน์และพันธกิจย้ําลงไปอีกว่าจะรักษาระดับ มาตรฐานความสามารถในการให้บริการของโครงข่ายทางหลวงและสร้างความพึงพอใจให้กับ ผู้ใช้ทางหลวง ท่านประธานที่เคารพครับ กระทรวงคมนาคมนั้นถือได้ว่าเป็นกระทรวงหลัก เป็นกระทรวงเกรดเอของประเทศนะครับ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการก่อสร้างปรับปรุง เส้นทางคมนาคมของชาติโดยมีกรมทางหลวงนั้นนํานโยบายไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งในปีงบประมาณรายจ่ายในปีนี้รัฐบาลนั้นได้จัดสรรงบประมาณให้กับกรมทางหลวงไว้ ๔๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าปัจจุบันนี้ถนนสายหลัก ของประเทศที่มุ่งไปสู่ภาคต่าง ๆ มีเพียง ๔ เส้นทางหลักนะครับ ถ้าจะไปภาคเหนือ ก็ใช้เส้นทางพหลโยธิน จะไปภาคอีสานก็ใช้ถนนมิตรภาพ จะไปภาคตะวันออกก็ใช้ถนน สายสุขุมวิท ถ้าจะไปภาคใต้ก็ใช้ถนนเพชรเกษมครับ ถนนทั้ง ๔ สายนี้มี ๓ สายเท่านั้นนะครับ ก็คือสายพหลโยธิน สายมิตรภาพ แล้วก็สายสุขุมวิทนั้นหากเกิดวิกฤติของชาติไม่ว่าจะเป็น ด้านใดก็แล้วแต่ประชาชนผู้ใช้เส้นทางก็จะสามารถใช้เส้นทางสํารองซึ่งเปรียบเสมือน ใยแมงมุมเดินทางไปสู่ ๓ ภาคนั้นได้นะครับ แต่มีเพียงเส้นทางเส้นเดียวครับ ก็คือ สายเพชรเกษมที่ไม่มีสายสํารองสําหรับการเดินทางไปสู่ภาคใต้ หากประเทศชาติเกิดวิกฤติ มีการปิดถนนประท้วงหรืออะไรก็แล้วแต่ก็ไม่สามารถเดินทางลงต่อไปได้นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปจนถึงจังหวัดชุมพรนั้น มีเส้นเดียวจริง ๆ ครับ ไม่มีโครงข่ายใยแมงมุมที่จะเดินทางต่อไปได้เลยนะครับ กระผมนั้น จะขออภิปรายในส่วนของถนนเพชรเกษมกับท่านประธานเพื่อผ่านไปยังรัฐบาลว่า ถนนเพชรเกษมนั้นมีจุดเริ่มต้นอยู่ที่วงเวียนใหญ่นะครับ ผ่านภาคกลางก็คือจังหวัดนครปฐม ผ่านราชบุรี ผ่านเพชรบุรี ผ่านประจวบคีรีขันธ์ไปชุมพร สุดท้ายที่อําเภอสะเดา จังหวัดสงขลา มีระยะทางยาวประมาณ ๑,๓๐๐ กิโลเมตร ถนนนี้เป็นถนนสายที่ยาวที่สุด ในประเทศครับ แล้วก็เป็นถนนสายเศรษฐกิจที่สําคัญที่ใช้ในการขนส่งพืชผลทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นยางพารา ปาล์มน้ํามัน อาหารทะเลเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อส่งต่อไปยังภาคอื่น ๆ และขนส่งสินค้าสําคัญ ๆ จากแหล่งผลิตต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานคร หรือปริมณฑลลงสู่ภาคใต้ หรืออาจจะเลยไปจนถึงมาเลเซียหรือสิงคโปร์นะครับ นอกจากนี้ ถนนเส้นนี้ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยว ทั้ง ๒ ฟากฝั่งมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ได้ใช้ถนนเส้นนี้ในการเดินทางไปท่องเที่ยวนะครับ ซึ่งนํารายได้มาให้กับประเทศชาติ เป็นจํานวนมาก ๆ นะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ปัจจุบันถนนเพชรเกษมสายนี้ได้ชํารุดทรุดโทรม เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ของผมนะครับ เริ่มออกจาก ถนนบายพาสที่อําเภอปราณบุรี ผ่านอําเภอปราณบุรี ผ่านอําเภอสามร้อยยอด ผ่านอําเภอกุยบุรี ไปจนถึงอําเภอเมือง ตอนนี้ชํารุดทรุดโทรมมีระยะทางยาวประมาณ ๗๐ กิโลเมตร จากปราณบุรีไปจนถึงอําเภอเมือง ๗๐ กิโลเมตร ไปกลับก็ ๑๔๐ กิโลเมตรนะครับ ตอนนี้ ไม่เหลือสภาพของการเป็นถนนสายหลักของประเทศเหลืออยู่เลย ตอนนี้ใครที่ไปถึง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นั่งรถทัวร์ไปจากกรุงเทพฯ เดินทางถึงประจวบคีรีขันธ์รู้เลยครับว่า ขณะนี้ได้เดินทางมาถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์แล้ว เพราะถนนเป็นหลุมเป็นบ่อขรุขระ รู้สึกตัวได้เลยครับมาถึงประจวบคีรีขันธ์แล้วครับ ตรงนี้ครับ กรมทางหลวงก็ได้นํา งบประมาณเข้าไปซ่อมแซมจากสมัยที่แล้วเมื่อ ๒ ปีที่แล้ว ในสมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ก็ได้นํางบประมาณไปจํานวน ๙๐๐ ล้านบาท แบ่งไปจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ๔๐๐ ล้านบาท แบ่งไปจังหวัดชุมพร ๕๐๐ ล้านบาท ๒ ปีมานี้ครับ ตอนนี้เริ่มเสียหาย เพราะว่ากรมทางหลวงนั้นได้ใช้ระบบรีไซคลิ่ง (Recycling) ครับ รีไซคลิ่งคือการขุดลอกถนน ลงไป ๒๐ เซนติเมตร เสร็จแล้วก็ขุดลอกเสร็จก็บดอัดนิดหน่อยแล้วก็ลาดแอสฟัลท์ติก (Asphaltic) ทับลงไปอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งมันใช้ไม่ได้ครับเพราะว่าโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ข้างล่าง มันไม่ได้รับการปรับปรุง ไม่ได้รับการเสริม ตรงไหนที่มันยุบมันมีน้ําเดินหรือมันมีอะไร ก็แล้วแต่มันยุบตัวนี่ ไม่ได้ทําการรื้อโครงสร้างพื้นฐานขึ้นมาใหม่ เพราะฉะนั้นซ่อมลงไปใช้ งบประมาณเข้าไปมากมายเท่าไรครับก็ไม่เกิน ๒ ปีครับเรียบร้อย เสียหายเหมือนเดิม ตําแหน่งเดิม ๆ นะครับ ระบบรีไซคลิ่งนี้ครับต้องใช้กับถนนสายรองเท่านั้นนะครับ
ท่านประธานครับ ผมมาดูในรายละเอียดของงบประมาณในส่วนของ กรมทางหลวง ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์สําหรับถนนสายนี้ในปีงบประมาณนี้นะครับ วันนี้ ผมเห็นงบประมาณอยู่เพียงแค่ ๕๖ ล้านบาทเศษ กับสายทางที่ผมกล่าวถึงนี่นะครับ ๗๐ กิโลเมตร ไปกลับ ๑๔๐ กิโลเมตร ผมถือว่าไม่เพียงพอแล้วก็ไม่เป็นธรรมตามสภาพ ที่เป็นอยู่นะครับ ฉะนั้นผมจึงขอรัฐบาลได้ตัดงบส่วนใดก็ได้ที่เห็นว่าไม่จําเป็นมาเริ่มต้น ก่อสร้างถนนเพชรเกษมให้มีมาตรฐาน ให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์และพันธกิจตามที่กระทรวงได้ นําเสนอด้วยครับ กราบขอบพระคุณมากครับ
ท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งบทบาทหน้าที่หนึ่งของพวกเราที่นั่งอยู่ในห้องนี้นั่นก็คือ การตรวจสอบกํากับดูแลรัฐบาล และสําคัญที่สุดนั่นก็คือการออกร่างกฎหมาย วันนี้กฎหมาย พระราชบัญญัติงบประมาณซึ่งถือเป็นหนึ่งในกฎหมายที่สําคัญของประเทศได้เข้ามาสู่ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นสมาชิกจากทุกพรรคการเมือง จากทุกจังหวัดทั่วประเทศได้มีโอกาสได้พิจารณา พระราชบัญญัติงบประมาณฉบับนี้ ตั้งงบประมาณไว้ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลคาดว่าจะจัดเก็บรายได้ได้ทั้งสิ้น ๒,๐๖๖,๐๐๐ ล้านบาท เป็นการขาดดุลงบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งมีส่วนหนึ่ง นําไปใช้เงินคงคลังที่ภาครัฐได้จ่ายไปก่อน ๕๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท สิ่งที่ผมนั่งฟังเพื่อนสมาชิกจากทุกพรรคการเมืองอภิปรายตั้งแต่เช้า และโดยเฉพาะซีกฝ่าย ค้านซึ่งตั้งข้อสังเกตว่า การที่รัฐบาลตั้งเป้าการจัดเก็บรายได้สูงถึง ๒,๐๖๖,๐๐๐ ล้านบาทนั้น รัฐบาลจะสามารถไปถึงเป้านั้นได้หรือไม่ จากภาวะอุทกภัยก็ดี หรือจากผลกระทบจาก เศรษฐกิจโลก ผมเองก็เป็นผู้หนึ่งที่เป็นห่วงรัฐบาลเหมือนกัน แต่ได้ดูจากการชี้แจงของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเมื่อเช้า โดยเฉพาะท่านได้แจ้งว่าฐานะโดยรวมของประเทศไทย แม้ว่าขณะนี้จะเกิดอุทกภัยขึ้นก็ตามแต่ แต่ทุนสํารองระหว่างประเทศของเราก็อยู่ในระดับสูง ดุลบัญชีเดินสะพัดก็อยู่ในภาวะที่เกินดุล และที่สําคัญสถานการณ์ทางการเมืองก็คลี่คลาย เป็นประชาธิปไตยขึ้น ผมคิดว่า ๓ ข้อหลัก ๆ นี้บวกกับความร่วมมือร่วมใจ ความสามัคคี กลมเกลียวของพี่น้องประชาชนผมก็มั่นใจว่าเราจะฝ่าวิกฤตินี้ไปด้วยกันได้ ท่านประธานครับ แต่อย่างไรก็ตามแต่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็คงจะมีข้อเสนอแนะในวาระที่หนึ่ง ฝากไปยังรัฐบาลและเพื่อนสมาชิกซึ่งจะไปเป็นกรรมาธิการในอนาคตอันใกล้วันสองวันนี้
ข้อเสนอแนะอันดับแรกในการเพิ่มรายได้ของภาครัฐและประชาชนซึ่งก็จะ หมุนมาเป็นรายได้ของรัฐบาล นั่นก็คือเรื่องของการยกระดับราคาสินค้าเกษตร รัฐบาล โดยการนําของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ออกมาตรการรับจํานําข้าวโดยมีความมุ่งหวัง ที่จะขยับราคาข้าวให้สูงขึ้น แต่ขณะนี้มีปัญหาที่ผมต้องสะท้อนผ่านเวทีแห่งนี้ไปยังรัฐมนตรี ที่กํากับดูแล นั่นก็คือเรื่องของการรับจํานําจะต้องมีโรงสี แต่หลายจังหวัดที่ผมตรวจสอบดู หลายพื้นที่หลายอําเภอไม่มีโรงสีที่จะเข้าไปรับจํานํา ซึ่งขณะนี้เกิดปัญหาก็คือว่า เมื่อพี่น้องประชาชนเมื่อไม่มีโรงสีนําข้าวไปรับจํานํา ขายเท่าไรก็จําเป็นต้องขาย ถ้ารัฐบาล ไม่แก้ไขโดยเร็วผมก็คิดว่าราคาก็จะไม่ไปสูงหรือว่าเกษตรกรจะไม่ได้รับประโยชน์จาก โครงการนี้อย่างเต็มที่ ข้อเสนอแนะของผมก็คือว่า เราน่าจะเปิดให้กับพี่น้องประชาชน รับจํานําถึงยุ้งถึงฉาง
ข้อที่ ๒ ครับท่านประธานครับ ยกระดับสินค้าทางการเกษตร หลาย ๆ ท่าน ก็บอกเป็นห่วงว่าแล้วอุทกภัยที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร ผมนําเรียนว่าปัญหาที่เกิดขึ้นทุกปัญหา มีทั้งข้อด้อยและข้อดี ข้อด้อยคือสินค้าเกษตรเราลดลง แต่ข้อดีคือสินค้าเกษตรเมื่อลดลง ราคาก็ดีขึ้น โดยเฉพาะการที่จะขายออกไปสู่ตลาดโลกนั้นก็ฝากทางรัฐบาลว่าจะต้องทําตลาด ให้ดีนะครับ เตรียมงบประมาณในการทําตลาดเพื่อที่จะขายสินค้าเหล่านั้นไปถึงมือผู้บริโภค ต่างประเทศ เพราะไม่ใช่ประเทศไทยประเทศเดียวครับที่ประสบภาวะวิกฤติทางด้านน้ํา เวียดนาม จีน และอีกหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียก็เดือดร้อนเหมือนกัน เพราะฉะนั้น สินค้าทางการเกษตรจะเป็นราคาแน่นอน ถ้าหากรัฐบาลบริหารจัดการได้ถูกต้อง สามารถ ส่งออกสินค้า เราก็จะมีรายได้กลับมาจุนเจือประเทศของเรา มีข้อเสนอแนะในการจัดทํา งบประมาณเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรายย่อย ผมลงไปดูในรายละเอียดในเล่มงบประมาณ โดยเฉพาะเล่มสีเขียว ขออนุญาตเจาะไปที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะที่ กรมพัฒนาที่ดิน ท่านประธานครับ ปัญหาเรื่องน้ําไม่ใช่ว่าจะมีปัญหาเฉพาะน้ําท่วมอย่างเดียว น้ําแล้งก็มีครับ หลังจากนี้อีกไม่เกิน ๓-๔ เดือน ประเทศไทยก็จะเข้าสู่ภาวะที่ขาดน้ํา ถ้ารัฐบาลไม่เตรียมการแก้ปัญหาแต่เดี๋ยวนี้ก็จะมีปัญหาในอนาคต ผมฝากโดยเฉพาะโครงการ ที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรรายย่อย ซึ่งผมมาจากจังหวัดภาคอีสานจังหวัดเล็ก ๆ เป็นจังหวัด ที่มีเกษตรกรรายย่อยอยู่มากที่สุด ปัญหาเรื่องน้ําเขาเหล่านั้นต้องการสระน้ําในไร่นา ปีนี้แม้ว่าจะดีขึ้นจากปีที่แล้วแต่ก็เป็นจํานวนที่น้อย ท่านประธานครับ โครงการขุดสระ ในไร่นา ปี ๒๕๕๕ กําหนดไว้ ๒๐,๐๐๐ บ่อ จากความต้องการทั้งหมดที่เกษตรกรลงชื่อไว้ ๗๐๐,๐๐๐ ราย หรือ ๗๐,๐๐๐ บ่อที่ต้องการ แม้จะดีขึ้นจากปีที่แล้วปี ๒๕๕๔ ที่ให้มาเพียง ๘,๐๐๐ บ่อ เพิ่มไปอีกเท่ากว่า ๆ ก็คือ ๒๐,๐๐๐ บ่อ แต่ก็ยังขาดไกลกับความต้องการของ พี่น้องประชาชน ๗๐๐,๐๐๐ บ่อ ฝากรัฐบาลนะครับถ้าหากมีโอกาสจัดงบกลางปีหรืองบใด ๆ ที่จะทํามาพัฒนาประเทศ โครงการขุดสระในไร่นาขอให้ทางรัฐบาลได้ดึงขึ้นมาดู ผมมีเรื่องข้อเสนอแนะซึ่งผมดูในรายละเอียดเท่าที่ทราบรัฐบาลจัดงบประมาณงบกลาง ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท และในส่วนนั้นประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท จะดูเรื่องของ การแก้ปัญหาอุทกภัยซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน แต่มีโครงการสําคัญ ๆ ที่ยังไม่ได้รับการให้ความสําคัญนั้นก็คือโครงการขุดลอกแม่น้ําลําคลอง ไม่ว่าจะเป็น แม่น้ําเจ้าพระยา น้ํายม น้ํามูล น้ําชี ผมดูในเล่มงบประมาณ ท่านประธานครับ เราได้รับ งบประมาณขุดลอกแม่น้ําในประเทศประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ กิโลเมตรเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่เรามี แม่น้ําในประเทศไทยนี้ประมาณ ๑๔,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรที่รอการพัฒนาจากภาครัฐบาล ถ้าหากว่าทางรัฐบาลเองโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือกระทรวงที่เกี่ยวข้อง หรือแม้แต่กรมเจ้าท่าของกระทรวงคมนาคมจะเข้าไปดูในรายละเอียดว่าทําอย่างไร ลําน้ําที่มีอยู่ ๑๔,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ถ้าเราตั้งใจทํากันจริง ๆ ขุดลอกให้เป็นแหล่งน้ําที่จะ สามารถระบายน้ําที่ท่วมขังลงไป ปีหน้าอุทกภัยใหญ่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นอย่างนี้ก็คงจะน้อยลง
สุดท้ายท่านประธานครับ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามแต่พวกเราทุกคนโดยเฉพาะ พี่น้องจากชาวจังหวัดหนองบัวลําภูฝากมาเป็นกําลังใจให้กับรัฐบาลและกับท่านนายกรัฐมนตรี ขอให้มีพลังในการสู้ศึกน้ําและยังศึกอื่น ๆ ที่จะมีต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านสุกิจ อัถโถปกรณ์ ๘ นาทีครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ งบปี ๒๕๕๕ จํานวน ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยประมาณรายได้อยู่ที่ ๑,๙๘๐,๐๐๐ ล้านบาท จึงเป็นงบขาดดุล ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พูดง่าย ๆ ก็คือต้องไปกู้เงินมาเพิ่มอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เชื่อเถอะครับทุกฝ่ายก็ลงความเห็นแล้วว่าเป็นไปไม่ได้ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือ ประมาณการรายได้ไม่ถึงหรอกครับ ๑,๙๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมว่ารัฐบาลก็รู้ดีแต่ว่าพยายาม ที่จะเข็นงบเข้าสู่สภาทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ รัฐบาลนี้ก็รู้ ๆ กันอยู่แล้วละครับว่าคิดไป ทําไปนะครับ ที่สําคัญกว่านั้นก็คืองบประมาณนี้ไม่ได้ตอบสนอง ไม่ได้ตอบสนอง การแก้ปัญหาของประเทศในขณะนี้ซึ่งกําลังประสบกับอุทกภัยครั้งที่ร้ายแรงที่สุด ในประวัติศาสตร์ แต่ยังไปห่วงเรื่องของประชานิยม เพราะฉะนั้นงบก็จะเทไปเรื่องของ ประชานิยมมากกว่า เรียกง่าย ๆ ก็คือท่านห่วงเรื่องของการหาเสียงมากกว่าการแก้ปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ท่านนายกรัฐมนตรีแถลงเมื่อเช้านี้ครับฟังแล้วก็ชื่นใจว่า จะให้ความเป็นธรรมในการจัดงบครั้งนี้ ก็ขอให้ทําจริง ๆ ครับอย่าดีแต่พูด อย่าเลือกปฏิบัติ เหมือนในอดีตสมัยท่านทักษิณที่บอกว่าที่ไหนเลือกพวกเรา เราจะพัฒนาก่อน จังหวัดตรัง ของผมนี่ก็ไม่ได้เลือกพวกท่านตอนนี้ แต่ว่าอย่าลืมว่าเราก็เป็นจังหวัดที่เสียภาษีอันดับต้น ๆ ของประเทศให้ท่านได้มีโอกาสมาจัดงบอันนี้ครับ เพราะฉะนั้นให้ความเป็นธรรมดีแล้วครับ สํานักงบประมาณเองนะครับยอมรับวันที่มาประชุมร่วมกับวิปฝ่ายค้านท่านบอกว่า ความเสียหายจากอุทกภัยครั้งนี้อย่างต่ํา ๆ ก็ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คือตอนนี้ครับความจริงแล้ว ยังไม่ใช่ ยังไม่ใช่ตัวเลขขั้นสุดท้ายเพราะว่าน้ําก็ยังบุกไปเรื่อย ๆ ยังไม่รู้อีกกี่แขวง อีกกี่เขต อีกกี่นิคมอุตสาหกรรม หรือแม้แต่สนามบินสุวรรณภูมิ รัฐบาลไม่ต้องมาบอกหรอกครับว่า จะรอดหรือไม่รอดเพราะว่าพูดไปก็ไม่มีใครเชื่อท่านแล้ว แต่ว่าขอให้ป้องกันให้เต็มที่ ดูแลให้เต็มที่ งบน้ําท่วมเมื่อกี้ก็บอกแล้วว่า ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เสียหายอย่างน้อย แต่ตั้งมา เท่าไรครับ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วที่เหลือเอามาจากไหนครับ แน่นอนครับต้องถึงแน่ ๆ อาจจะเป็นล้านล้านบาทด้วยซ้ํา แย้ม ๆ กันว่าก็จะกู้ก็แน่นอนครับผมว่าท่านต้องกู้ เพราะว่า ท่านถนัดอยู่แล้ว การกู้นี่เอามาแล้วมันตรวจสอบยาก แต่อย่าบอกว่าต้องตั้ง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะว่ามีเงินอยู่แค่นี้ เพราะว่าเงินที่ท่านเอาไปทํานโยบายประชานิยมที่ซุกไว้ตามที่ต่าง ๆ มีอีกเยอะแยะครับ ทําไมไม่เอาส่วนนั้นมาทําให้ก่อน เอามาก่อน จะได้กู้น้อย ๆ ลงอย่างไรครับ เพราะอันนี้ละครับ ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าท่านเห็นแก่นโยบายหาเสียงประชานิยมมากกว่าที่จะแก้ไขความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน ผมจะยกตัวอย่างครับ ไม่พูดลอย ๆ เรื่องของนโยบายประชานิยม ที่ไม่เข้าท่า เหลวไหล ขาดสติ กระทรวงพลังงานไม่ทราบอยู่หรือเปล่า ท่านรัฐมนตรี วันนี้ถ้าอยู่เดี๋ยวเข้ามาตอบก็ได้ครับ คือท่านเข้ามาในช่วงที่สบายที่สุดเลย ในช่วงที่น้ํามัน ราคาถูกนะครับ น่าจะบริหารให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติได้มากกว่านี้ อย่างน้อย เอาว่าเสมอตัวก็ยังดี แต่นี่ครับด้วยความอยากเอาหน้า อยากจะเอาคะแนนนิยมจาก พี่น้องประชาชน เข้ามาปั๊บรีบประกาศงดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามันจากเบนซิน ๙๑ เบนซิน ๙๕ ผมตั้งกระทู้ถามไปแล้ววันก่อนครับ เตือนแล้วก็ยังดึงดันไม่ฟัง แล้วเป็นอย่างไรครับ ตอนนี้ กองทุนน้ํามันที่เป็นบวกแล้วเป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ตอนนี้ทราบว่าติดลบไปแล้ว ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่เป็นหนี้โดยไม่จําเป็นเลยนะครับ เลยขออนุมัติกู้มา ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ดีที่อาจจะรู้สึกกระดากเลยกู้จริง ๆ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ก็ไม่ใช่เงิน น้อย ๆ นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่ประเทศชาติกําลังประสบปัญหาอุทกภัยอย่างนี้ ซึ่งที่ผมพูดไปแล้วว่าอาจจะต้องใช้เงินถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็มีความหมาย แล้วเหตุผลที่อ้างทั้งหมดวันนี้พิสูจน์แล้วว่าเหลวไหลทั้งนั้น ไม่เป็นความจริง บอกว่าลดเบนซิน ๙๕ ช่วยพี่น้องประชาชน จริง ๆ แล้วใครละครับที่เติมเบนซิน ๙๕ ตอนนี้ มีรถหรู ๆ ไม่กี่คันครับ ถือว่าเป็นการช่วยคนรวย อันนี้ตลกที่สุดเลยครับ บอกว่าลด เบนซิน ๙๑ วันนั้นบอกว่าต้องช่วย มอเตอร์ไซค์ ๑๗ ล้านคันต้องช่วย แต่วันนี้มาพูดว่า อย่างไรครับ จะยกเลิกการขายเบนซิน ๙๑ ในไม่ช้านี้ ตลกไหมครับ อ้าวแล้วไม่ช่วย มอเตอร์ไซค์แล้วหรือ ผมก็บอกแล้ววันนั้นบอกว่ามอเตอร์ไซค์เขาเติมแก๊สโซฮอล์ ๙๑ กันทั้งนั้น ก็ดึงดัน แล้วเบนซิน ๙๑ ของท่านทุกวันนี้ทําให้คนเขาไม่เติมแก๊สโซฮอล์ ๙๕ ผมกล่าวหาท่านวันนั้นว่าท่านนี่แหละจะทําลายการส่งเสริมพลังงานทดแทนที่เขาทํากันมา ตั้งนมนาน จริงนะครับ เห็นชัดเจนเลย เคยกระแนะกระแหนพวกผมว่าตรึงราคาดีเซล ทําให้รัฐบาลต้องเสียเงิน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทกระมังครับ กล่าวหาผมวันนั้น แล้วทําไม ท่านไม่ยกเลิกครับ จริง ๆ แล้วน่าจะขอใช้ศัพท์ของท่านสมัครครับ ผมเคารพท่านนะครับว่า แล้วอ้ายบ้าไหนล่ะที่ต่ออายุของนโยบายตรึงราคาดีเซลไปจนถึงสิ้นปี แล้วท่านผู้นําฝ่ายค้าน พูดเมื่อเช้านี้ครับว่ายังไม่แน่นะถ้าเกิดว่าน้ํามันมันแพงขึ้นมาล่ะ ท่านก็ต้องต่ออีก เพราะฉะนั้นทีหลังจะกระแนะกระแหนใครคิดให้รอบคอบเสียก่อนนะครับ ที่สําคัญก็คือ กระทรวงพลังงานเคยส่งเสริมการปลูกปาล์มน้ํามันปีหนึ่งประมาณ ๕๐๐ ล้านบาท ท่านรัฐมนตรีคนเก่งท่านมาประกาศนะครับว่าต่อไปนี้จะชะลอการส่งเสริมการปลูก ปาล์มน้ํามันอย่างไม่มีกําหนด และอาจยกเลิกไปเลย โอ้โฮ ขนาดนี้เลยหรือครับ ปาล์มน้ํามัน เป็นพืชเศรษฐกิจที่สําคัญ บริโภคก็ได้ เอาไปทําพลังงานทดแทนก็ได้ เด็กมัธยมก็รู้ เด็กประถมก็ยังรู้เลยครับ ตอนนี้เราตามเขาไม่ทัน ประเทศเพื่อนบ้าน มาเลเซีย อินโดนีเซีย เขาพัฒนาไปมากแล้ว แต่เราประกาศงดการส่งเสริมอีก น่าอายเหลือเกินครับที่ประเทศไทย ของเรามีรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานแบบนี้ ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร นี่คือตัวอย่างที่ผมยกมา ว่าเป็นประชานิยมที่ไม่มีเหตุผลไร้สาระ แล้วก็ไม่ได้ช่วยอะไรกับ พี่น้องประชาชน แล้วมีผลเสียต่อประเทศชาติ ซึ่งจริง ๆ แล้วในตอนนี้บางอันผมดูแล้ว ก็มีประโยชน์ครับ แต่ถามรัฐบาลว่ามันเป็นกาลเทศะที่จะเอามาใช้ไหม ในขณะที่ พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ประเทศชาติเป็นหนี้เป็นสินต้องกู้มาอีกเท่าไรก็ไม่รู้ยังจะ ตะบี้ตะบันทําไปอีกหรือ แท็บแล็ตเด็กนักเรียนช้าไปปีหนึ่งนี่เด็กจะโง่หรือ บ้านหลังแรก รถยนต์คันแรกจําเป็นขนาดนั้นหรือ อยากจะขอพูดกันดี ๆ ครับ ขอร้องกันดี ๆ ก็ได้ ว่าเอาเงินส่วนนี้ครับเข้าไปสมทบที่จะช่วยน้ําท่วมเถอะครับจะได้กู้น้อย ๆ หน่อย พวกผม ก็จะได้เห็นด้วยกับงบประมาณอันนี้หน่อย เรื่องน้ําท่วมเหมือนกันครับทุกคนเดือดร้อนหมด ทุกคนอยากจะช่วยหมดครับ ท่าน ส.ส. กทม. เมื่อกี้ท่านโปรดเข้าใจ
ท่านครับ เกินไป ๑ นาทีแล้วครับ
ท่านครับไม่เป็นไรอะครับ ตามกติกา ข้อตกลงก็คือท่านสามารถหักเวลาจากฝ่ายค้านได้เลย ผมขออีกนิดเดียวเท่านั้นเพื่อจะบอก ให้ทราบว่า ส.ส. แม้ทางภาคใต้ของเราไม่ได้นิ่งนอนใจอะไรเลยครับ เราเจ็บร้อน เราเจ็บปวด ร่วมกับพี่น้องของเราด้วย ทุกวันนี้เราจัดครัวปักษ์ใต้ ตอนนี้ ๑๐ ๒๐ ไม่รู้กี่สิบครัวแล้วครับ แล้วขน อาหารสด ๆ จากทางภาคใต้มาทําให้กับพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯ ชาวปริมณฑลนะครับ ด้วยความที่เราเห็นใจนะครับ เพราะฉะนั้นท่านอย่าพูดเอาดีใส่ตัวคนเดียวครับ ท่านอย่ามาแก้ตัว ในยามนี้ ทุกคนต้องช่วยกัน ช่วยกันคนละไม้คนละมือเหมือนที่เราก็พยายามที่จะช่วย ครัวชาวใต้นี่ยินดีต้อนรับทุกท่านพี่น้องที่เดือดร้อนทุกคนครับ ขอกราบขอบคุณครับ
ท่านวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ เชิญครับ ๗ นาที
วิวัฒน์ชัยครับท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๔ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตอภิปรายสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ เหตุผลก็สืบเนื่องจากว่าขณะนี้ ประเทศของเราประชาชนของเรานั้นกําลังเดือดร้อนด้วยอุทกภัยน้ําท่วม ต้องการ งบประมาณรายจ่ายปี ๒๕๕๕ นี้ไปบําบัดเยียวยารักษานะครับ กระผมในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถือโอกาสกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกทุกท่านว่า ขณะนี้ก็ขอให้ทุกคนได้ร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อที่จะให้ประเทศของเรานั้นผ่านพ้นวิกฤติและประชาชน ก็เข้าสู่ภาวะปกติ
ท่านประธานที่เคารพครับ ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ที่รัฐบาลชุดนี้ตั้งไว้ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าพูดถึงว่า มากกว่ารัฐบาลทุกรัฐบาลไหม ก็ตอบได้ว่ามากกว่าทุกรัฐบาล ถ้าถามว่าในสถานการณ์ เช่นนี้น้อยไหม ในความคิดส่วนตัวของผมนั้นคิดว่าน้อย เพราะประเทศของเราประชาชน ของเรานั้นกําลังประสบกับปัญหาอุทกภัย ซึ่งถ้ามองดูและเปรียบเทียบกับงบประมาณ รายจ่ายประจําปี ๒๕๕๔ แล้ว ปี ๒๕๕๕ นั้นจะมากกว่า ๒๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้น ๙.๗ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ถ้าคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ ๒๐.๒ ของผลิตภัณฑ์ มวลรวมในประเทศหรือจีดีพีท่านประธานที่เคารพครับ งบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ผมขออนุญาตแยกเป็น ๔ ส่วน
ส่วนที่ ๑ เป็นรายจ่ายประจํา จํานวน ๑,๘๕๕,๘๔๑ ล้านบาท
ส่วนที่ ๒ เป็นรายจ่ายชดเชยเงินคงคลัง ๕๓,๙๐๘ ล้านบาท
ส่วนที่ ๓ รายจ่ายลงทุนเพียง ๔๒๓,๓๘๗ ล้านบาท
ส่วนสุดท้ายเป็นรายจ่ายชําระคืนต้นเงินกู้ ๔๖,๘๕๔ ล้านบาท
เนื่องจากในเวลาจํากัด ผมขออนุญาตอภิปรายและให้ข้อสังเกตพร้อมทั้ง ข้อเสนอแนะ ๔ กระทรวง ซึ่งเกี่ยวกับพี่น้องประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศ นั่นก็คือเกษตรกร กระทรวงแรกนั้นเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องขอขอบคุณทางรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้มานั่งฟังนะครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น ได้งบประมาณจากงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ นั้น ๗๗,๙๐๐ ล้านบาท ซึ่งกระทรวงเกษตร และสหกรณ์นี้จะเน้นหนักไปที่กรมชลประทาน กรมชลประทานจะได้งบประมาณถึง ๔๓,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งมากกว่างบประมาณที่ได้รับในปี ๒๕๕๔ ๑,๔๐๐ ล้านบาท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นงบประมาณทั้งหมดจะไปเน้นหนักอยู่ที่กรมชลประทาน และกรมชลประทานนั้นจะเป็นกรมที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องเกษตรกรและเป็นคุณเป็นโทษ ให้คุณให้โทษกับพี่น้องเกษตรกร แก้ไขปัญหาน้ําท่วม แก้ไขปัญหาภัยแล้งให้กับประชาชน คนในประเทศ อยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้กํากับดูแลของกรมชลประทานก็ตาม ก็ฝากบอกว่า กรมชลประทานนั้นควรทบทวนโครงการเก่าและโครงการใหม่ที่จะใช้จ่ายในงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ นี้ให้ละเอียดถี่ถ้วน เพื่อที่จะก่อให้เกิดประโยชน์อันสูงสุดกับพี่น้องประชาชน คนในประเทศ อีกทั้งอยากกราบเรียนท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าสภาผู้แทนราษฎรของเรานั้น ได้มีคณะกรรมาธิการวิสามัญเรื่องน้ําขึ้นมาหลายครั้ง ขึ้นมาหลายชุดและหลายปี ผลสรุปของ คณะกรรมาธิการวิสามัญน้ําได้มีบทสรุป ข้อเสนอแนะผลจากการศึกษา เพื่อส่งให้รัฐบาล ไปยังกรมชลประทานหรือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่รับผิดชอบนั้นอยากให้เอา ข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการนั้นไปสู่การปฏิบัติด้วย มิฉะนั้นแล้วเราจะเสียงบประมาณ ในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเรื่องน้ําโดยสูญเปล่า และขณะเดียวกันกระทรวงเกษตร และสหกรณ์นั้นเกี่ยวข้องกับเกษตรกรซึ่งขณะนี้กําลังได้รับอุทกภัยน้ําท่วม ค่าเสียหาย ที่เกิดขึ้นจากข้าว อยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ว่าช่วยนําเสนอคณะรัฐมนตรีว่าปรับขึ้นได้ไหมเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนการผลิต ในปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้ชดเชยให้ไร่ละ ๒,๒๒๒ บาทนั้นไม่พอ เพราะต้นทุนที่แท้จริงนั้น ไร่หนึ่ง ๓,๕๐๐ บาท เนื่องจากเวลาจํากัด ผมคงจะขอข้ามไปทางกระทรวงคมนาคมเลย กระทรวงคมนาคมนั้นได้รับงบประมาณจากปี ๒๕๕๕ ถึง ๘๑,๓๐๐ ล้านบาท ลดลง ๒.๓ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งพิจารณาดูแล้วว่าไม่สอดคล้องกับภาวะเหตุการณ์ที่ประเทศเราเจอกับ อุทกภัยในปัจจุบัน เหตุผลก็เนื่องจากว่ากระทรวงคมนาคมนั้นจะต้องใช้งบประมาณในการ ฟื้นฟูถนน ซ่อมแซมสะพานที่ถูกน้ําท่วม ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ก็คือก่อสร้างถนน สะพานที่กําหนดไว้ในแผน
ประการที่ ๓ ซ่อมแซมถนน สะพานที่ครบกําหนดแล้ว ซึ่งขณะนี้ ถึงแม้ว่าบางจังหวัดที่ไม่ได้ถูกอุทกภัยน้ําท่วมก็มีปัญหาเรื่องถนนหนทาง อยากให้ทาง กระทรวงคมนาคมนั้นช่วยกํากับดูแลการออกแบบถนน สะพานให้สอดคล้องกับทางน้ํา ซึ่งขณะนี้ได้มีถนนหนทางหรือสะพานบางแห่งได้ไปก่อสร้างขวางทางน้ํา และขณะเดียวกัน ก็ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลเพื่อบอกไปยังกระทรวงคมนาคมว่าให้กํากับ ดูแลเรื่องการก่อสร้างถนน ซึ่งงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ นี้ จะได้เอาไปใช้จ่ายให้มีคุณภาพ ผมเคยอภิปรายในสภาเมื่อปี ๒๕๔๔ ว่าถนนลาดยางนั้น ปีแรกลาด ปีสองลอก ปีสามล่อน และปี ๒๕๔๘ ผมก็ได้อภิปรายว่าขณะนี้ทั้งลาด ทั้งลอก ทั้งล่อน อยู่ในปีเดียวกัน และเดี๋ยวนี้ ท่านประธานทราบไหมครับว่าภายใน ๓ เดือนแค่นั้นเอง ไม่ว่าจะเป็นถนนลาดยาง ไม่ว่าจะเป็น ถนนคอนกรีตก็สึกหรอ เพราะฉะนั้นผมเกรงว่างบประมาณรายจ่ายของปี ๒๕๕๕ นั้น จะไม่เกิดผลประโยชน์เท่าที่ควร จึงถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมด้วย เวลาจํากัดก็ขออภิปรายแค่ ๒ กระทรวงครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านมนู พุกประเสริฐ ครับ ๑๑ นาที
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มนู พุกประเสริฐ ส.ส. สุโขทัย เขต ๔ พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นต้องขอแสดง ความเสียใจกับพี่น้องที่ถูกน้ําท่วมโดยทั่วกันทั่วประเทศ และต้องขอให้กําลังใจกับ เจ้าหน้าที่ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ที่ให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในเรื่องของการถูกน้ําท่วมในครั้งนี้ รวมทั้งผู้นําท้องถิ่นด้วย วันนี้เป็นการอภิปรายในเรื่องของการจัดทํางบประมาณในส่วนของปี ๒๕๕๕ นะครับ ก็จะขอเลย ไปเรื่องของการพูดถึงเรื่องน้ําท่วมสักนิดหนึ่งนะครับ ส.ส. จากสุโขทัยได้รับฝากรายชื่อ จํานวน ๑๓๐,๐๐๐ กว่ารายชื่อ เพื่อที่จะให้รัฐบาลได้พิจารณาในเรื่องของการก่อสร้างไม่ว่า จะเป็นเรื่องของเขื่อนแก่งเสือเต้น ซึ่งบางทีบางครั้งเราอาจจะหยุดพูดกันไปแล้วเรื่องของ เขื่อนแก่งเสือเต้น แต่วิกฤติในครั้งนี้สมควรที่จะเอาขึ้นมาพูดอีกครั้งหนึ่งนะครับ ผมเคยได้พูดคุยนะครับ มีโอกาสพูดคุยกับพี่น้องชาวสะเอียบบางท่านนะครับ พี่น้องชาวสะเอียบไม่ใช่เป็นคนใจไม้ไส้ระกํา เป็นคนดีเหมือนพวกเรานี่แหละ แล้วก็เป็นคนที่ พร้อมจะให้ความร่วมไม้ร่วมมือกับทางรัฐบาล ร่วมไม้ร่วมมือกับทุก ๆ คน เพียงแต่ว่า พี่น้องชาวสะเอียบในวันนี้ยังไม่ทราบว่าหลังจากที่ทางรัฐบาลหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ไปสร้างเขื่อน แล้วก็น้ําท่วมพื้นที่ของเขาแล้วเขาจะได้อะไรขึ้นมา ก็ฝากไปถึงทางรัฐบาลด้วย แล้วก็ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอธิบายให้ชัดเจนนะครับ แล้วก็พยายามที่จะลบภาพเดิม ๆ ที่พี่น้อง ถูกผลกระทบจากการสร้างเขื่อนแล้วตอนนี้ระเหเร่ร่อนไม่มีที่อยู่ ผมเชื่อนะครับว่า ถ้าพี่น้องชาวสะเอียบเขารับรู้รับทราบว่า หลังจากที่น้ําท่วมพื้นที่ทํามาหากินของพวกเขาแล้ว เขามีอนาคตที่ดีจะได้ไปอยู่พื้นที่ที่มันเกิดประโยชน์ แล้วก็ทําให้พวกเขามีชีวิตที่ดีกว่า เขายินยอมครับ ผมเชื่อว่าอย่างนั้น เพราะว่าได้พูดได้คุยแล้วพี่น้องชาวสะเอียบไม่ใช่เป็นคน ดื้อดึง ก็ฝากให้กับรัฐบาลด้วยนะครับ กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ด้วยนะครับ
ในส่วนของเรื่องของงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ในปีนี้ เนื่องจากว่า มีหลายกระทรวงที่พี่น้องผู้ทรงเกียรติทั้งหลายที่ต้องการที่จะอภิปรายแล้วก็เสนอแนะต่อ รัฐบาล ก็จะขอยกตัวอย่าง เนื่องจากว่าเป็น ส.ส. ในเขตของสุโขทัย สุโขทัยเป็นพื้นที่ชนบท ก็จะขอยกตัวอย่างในส่วนของพี่น้องซึ่งอยู่ในชนบท โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุในกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผมได้อ่านนโยบายของกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ในนโยบายของงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ แล้ว ยังเข้าใจว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ยังอาจจะเข้าใจในส่วนของผู้สูงอายุ คลาดเคลื่อน หรืออาจจะเข้าใจถูกแล้วก็ต้องขอเพิ่มเติมอีกสักนิดหนึ่งในเรื่องนี้นะครับผู้สูงอายุ จะมีอยู่ ๓ กลุ่มนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ด้วยนะครับ ผู้สูงอายุจะมีอยู่ ๓ กลุ่ม
กลุ่มที่ ๑ คือผู้สูงอายุซึ่งเป็นผู้สูงอายุที่เกษียณราชการนะครับ กลุ่มนี้ยังมี เงินภาษี ยังมีเงินเกษียณ ยังมีเงินบําเหน็จบํานาญพอเลี้ยงตัว ก็ไม่ถึงกับเดือดร้อนมาก
กลุ่มที่ ๒ คือผู้สูงอายุที่มีลูกมีหลาน ให้การดูแลรักษาเป็นอย่างดี ไม่ทอดไม่ทิ้ง กลุ่มนี้ยิ่งสบายใหญ่ เพราะว่าอย่างไรยังมีลูกมีหลานคอยดูแลอยู่
แต่กลุ่มที่ ๓ ซึ่งในแผนและงบประมาณไม่ได้เขียนเอาไว้เลยนะครับ คือกลุ่ม ผู้สูงอายุซึ่งเป็นผู้ใช้แรงงานในปัจจุบัน เป็นผู้ที่อยู่ในชนบทนะครับ ทําไร่ทํานาในส่วนของตัวเอง อายุมากแล้วนะครับ ทําไร่ทํานาในส่วนของตัวเองก็ไม่มีกําลังวังชา ที่จะทําแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นกลุ่มนี้จะต้องดูแลเป็นกรณีพิเศษ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยังมีย่อยลงไปอีก เนื่องจากว่าในนโยบายของผู้สูงอายุของกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ได้เขียนไว้ว่า จะพยายามพัฒนาบุคลากรโดยที่จะเอามาร่วมกัน พัฒนาผู้สูงอายุ จะเอามาร่วมกันที่จะบริหารประเทศ นั่นหมายความว่าท่านพูดถึงผู้สูงอายุ ที่ปลดเกษียณ ยังมีความสามารถ ยังมีความรู้อยู่ แต่ผู้สูงอายุกลุ่มใหญ่แม้กระทั่งจะพัฒนา เพื่อที่จะช่วยเหลือตัวเองยังแทบจะทําไม่ได้เลยนะครับ ท่านไม่ได้มองเห็นกลุ่มนี้ บางท่าน ลุกจากที่ยังไม่ไหวนะครับ ยังนอนอยู่ที่บ้าน กับต้องการที่จะให้หน่วยราชการไปดูแล แต่ก็ยัง ไม่มีการพูดถึง ไม่เป็นไรนะครับ ไม่เป็นไร เพราะว่ามันเป็นวาระแรกของการจัดทํา งบประมาณ ผมยังเชื่อว่าถ้าท่านรับฟังข้อเสนอแนะเล็ก ๆ น้อย ๆ จาก ส.ส. ซึ่งอยู่ในเขตของ ชนบท ท่านสามารถที่จะยังเพิ่มเติมหรือปรับปรุงในเรื่องของการทํางบประมาณในส่วนของ ผู้สูงอายุได้
ในส่วนของผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดงบประมาณไว้ประมาณ ๖๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งงบประมาณทั้งกระทรวงได้ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ ผมดูทีวีโดยตลอด เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินทุกพระองค์เวลาเสด็จ ที่ไหนก็ห่วงใยแต่ผู้พิการ เด็ก ผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุทั้งนั้น แต่หน่วยงานที่ชัดเจนจริง ๆ ที่จะต้องดูแล ที่จะต้องทําให้กลุ่มบุคคลเหล่านี้ได้รับการดูแลก็คือสภาแห่งนี้ และแม้กระทั่ง รัฐบาล ทําไมเราจึงปล่อยให้กลุ่มคนเหล่านี้ต้องไปตกเป็นภาระของบุคคลซึ่งเราเคารพนับถือ เพราะฉะนั้นก็ฝากรัฐบาลไว้ด้วยว่า ถ้าท่านยังดูแลหรือว่าแม้กระทั่งดูภาพไม่ออกก็ขอให้ รับฟังนะครับ เพราะว่ายังมีเวลาที่จะปรับปรุงงบประมาณได้ ผมเชื่อว่ากระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์เป็นกระทรวงแรกซึ่งดูในส่วนของสังคม สังคมแย่ ครอบครัวแย่ สังคมลําบาก ประเทศชาติก็พลอยยุ่งไปด้วยนะครับ ถ้าครอบครัวไม่แข็งแรง สังคม ก็ไม่แข็งแรง สังคมก็พลอยอ่อนแอไปด้วยนะครับ ณ วันนี้รัฐบาลบอกว่าจะเพิ่ม เบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุ เพิ่มเป็น ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท ๘๐๐ บาท ๙๐๐ บาทนะครับ ผมว่ามันเป็นการยกภาระให้กับผู้สูงอายุ เริ่มแล้วครับ เริ่มเถียงกันแล้ว ผู้สูงอายุตามบ้านผม เริ่มเถียงกันแล้ว อายุไม่เท่ากัน บางคน ๗๐ ปี บางคน ๘๐ ปี คน ๗๐ ปี กับ ๘๐ ปี เริ่มเถียง กันแล้วว่าเขาจะเพิ่มให้เท่าไร แล้วก็ไปตกกับผู้นํา คน ๖๐ ปีบอกว่าของเขาทําไมได้ ๖๐๐ บาท คน ๘๐ ปีทําไมได้ ๘๐๐ บาท เขาบอกอย่างไรรู้ไหมครับ ว่าถูกอมไป ๒๐๐ บาท เพราะฉะนั้นรัฐบาลอย่าไปทําเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ไหน ๆ จะช่วยก็ช่วยให้มันเต็มที่ ท่านช่วย เกือบทุกอย่างแล้ว ผมรู้ว่าท่านช่วยกองทุนหมู่บ้านท่านก็ช่วยนะครับ อะไรก็ช่วย เรื่องน้ํามัน ท่านก็ลดช่วยไปแล้ว ก็เฉลี่ยมาก็ได้นะครับ เฉลี่ยมาเลย จาก ๑,๐๐๐ บาท จาก ๖๐๐ บาท มาลงตัวอยู่ที่ ๘๐๐ บาทก็ยังได้นะครับ เพราะผมเชื่อว่าเวลานี้เป็นความภาคภูมิใจ ของผู้สูงอายุ ทุกคนบอกว่ามีเงินเดือน ถึงสิ้นเดือนแล้วก็จะไปรับเงินเดือนกันนะครับ แต่เผอิญว่าเงินเดือนไม่เท่ากัน สงสัยต่อไปนี้ก็คงจะแยกกันเดินนะครับ ก็เงินเดือนอีกคนหนึ่ง ๘๐๐ บาท อีกคนหนึ่ง ๖๐๐ บาทก็เถียงกันอยู่ไม่จบ เพราะฉะนั้นก็ฝากทางรัฐบาลด้วย เป็นความคิดที่ดี ถามว่าพอไหม ไม่พอนะครับ อย่างไรก็ไม่พอ แต่ถามว่าถ้าจะเอาให้พอนั้น มันคงใช้งบประมาณจํานวนมากก็คงไม่ได้นะครับ เท่านี้ก็ดีนักหนาแล้วนะครับ ที่เป็นเงิน เบี้ยยังชีพของผู้สูงอายุ ต้องขอขอบคุณย้อนหลังไปถึงเจ้าของความคิดอันนี้นะครับ ไม่รู้ว่า เป็นใคร ก็รับความดีไปเต็ม ๆ ก็แล้วกันในเรื่องของเบี้ยผู้สูงอายุ เพราะฉะนั้นก็ฝากทาง รัฐบาลไว้ด้วยว่า สิ่งที่ท่านยังคิดอยู่ ท่านยังนึกอยู่แล้วท่านยังทําอยู่นั้นนะครับ อาจจะ ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ สิ่งที่ท่านยังคิดอยู่ ท่านยังนึกอยู่แล้วท่านยังทําอยู่นั้นนะครับอาจจะยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ ในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ผมเชื่อว่ายังมีเจ้าหน้าที่ที่มีจิตอาสา ที่จะออกไปในพื้นที่ อย่าให้เขาไปมือเปล่าเลยนะครับ การที่จะไปช่วยคนด้วยมือเปล่านั้น มันทรมานทั้งคนที่จะไปแล้วก็คนที่จะได้รับการช่วยเหลือด้วยนะครับ คนที่ไปแม้ไม่มี งบประมาณไปเลย ไปเจอผู้สูงอายุหรือว่าคนพิการ ผู้ด้อยโอกาสได้รับความเดือดร้อน มันเจ็บปวดใจที่ช่วยไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็เพิ่มงบประมาณให้เขาไปหน่อย จะให้คนไปทํางาน ต้องเพิ่มอาวุธพร้อมที่จะเข้าไปสู้รบ แล้วผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ถ้ารัฐบาลฟัง ถ้ารัฐบาลเชื่อ และถ้ารัฐบาลรับข้อมูลไปผลดีจะตกอยู่กับรัฐบาลไม่ใช่จะอยู่กับใครเลย แล้วส่วนใหญ่ ก็จะอยู่กับสังคมของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แล้วผมเชื่อว่า ทุกคนที่อยู่ในที่นี้หนีไม่พ้นเรื่องของผู้สูงอายุนะครับ สักวันหนึ่งท่านอาจจะใช้เบี้ยยังชีพในส่วนของ รัฐบาลที่จ่ายให้กับพวกเราก็ได้นะครับ ก็ฝากไว้ด้วยเป็นกําลังใจให้กับทุกคนนะครับ ที่ให้การช่วยเหลือพี่น้องที่ถูกน้ําท่วม แล้วพร้อมทั้งรัฐบาลซึ่งเพิ่งทํางานมาได้ ๒ เดือนก็เจอ เรื่องของปัญหาน้ําท่วม ผมยังคอยอยู่นะครับ คอยดูผลงานของท่านอยู่ วันนี้เป็นกําลังใจ ให้กับท่าน ถ้าแนะนําแล้วแล้วก็ให้ความสนับสนุนไปแล้วให้กําลังใจไปแล้ว หลังจากนี้ ๓ เดือนคงไม่ให้กําลังใจแล้วครับ ต้องขอขอบคุณท่านประธานสภาครับ ขอบคุณครับ
ท่านนิยม ช่างพินิจ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย วันนี้เอง ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสได้อภิปรายแล้วก็เสนอแนะและแสดง ความคิดเห็นของงบประมาณ ครับต้องยอมรับครับว่าร่างงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ที่ตั้งไว้ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่นะครับ ถามว่ามากไหมครับกับปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ไม่มากหรอกครับท่านประธาน และผมเห็นด้วยครับในการจัดทํางบประมาณครั้งนี้
ประการแรกครับ ความเป็นเอกภาพของรัฐบาลโดยเฉพาะจะเห็นได้ว่า งบประมาณแต่ละอย่าง แต่ละกระทรวง แต่ละกรมลงไปพื้นที่ไม่มีการจัด ไม่มีการแบ่ง โดยจะมองถึงปัญหาของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก จะเห็นได้ว่างบประมาณที่ผ่านมา ก็จะมองเห็นว่า ไทยเข้มแข็งบ้าง ถนนปลอดฝุ่นบ้าง แต่ก็ลงกระจุกไม่ได้กระจาย แต่นี่ละครับคือความเป็นเอกภาพ ถึงแม้ว่าวันนี้กรอบระยะเวลาที่ทางรัฐบาลโดยการนําของ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะมาเป็นรัฐบาล กรอบระยะเวลาในการจัดตั้งทํา งบประมาณถือว่าน้อยนิด การทําต้องใช้ร่างงบประมาณเก่าแล้วก็มาปรับปรุงแก้ไขในการ แก้ปัญหาวิกฤติ ก็ต้องยอมรับครับท่านประธานวันนี้ตั้งแต่มาเป็นรัฐบาลปัญหาที่เห็นอยู่ก็คือ ปัญหาเรื่องของอุทกภัย ปัญหาน้ําท่วม เพราะฉะนั้นเองในการตั้งงบประมาณขาดดุล ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่เรื่องแปลกที่รัฐบาลจําเป็นที่จะต้องทํา สิ่งที่ผมพูดอย่างนี้ครับ ถ้ามองในภาพของธุรกิจนะครับ ถ้าเป็นการประกอบธุรกิจนี่เป็นนิติบุคคลจะเห็นได้ชัดเจน เมื่อมันวิกฤติอย่างนี้นะครับรัฐบาลก็ต้องจัดทํางบประมาณอย่างนี้ มีเพื่อนสมาชิกบางคน บอกว่า มีการลดภาษีบ้าง ลดภาษีน้ํามันบ้าง ลดภาษีนิติบุคคลบ้าง แล้วคาดการณ์ว่าจะ จัดเก็บภาษีไม่ได้ตามเป้า ถ้าไปมองอย่างนั้นนะผมว่ามองผิดครับ ในการที่ลดภาษี ๑. เพื่อให้ พี่น้องประชาชน หรือผู้ประกอบการรายย่อยได้รู้จักในการลงทุนแล้วก็ได้ในการลดต้นทุน แล้วเราก็หันมาเก็บภาษีเพื่อเพิ่มปริมาณอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องสําคัญ และไม่ใช่เรื่องจําเป็นเลยครับ มีหลายท่านที่พูดกันนะครับ ผมเห็นด้วยครับกับงบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่นะครับ โดยเฉพาะงบกลาง ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมว่าถ้ามองแล้ว วันนี้ถ้าพี่น้องประชาชนถ้าท่านประธานลงไปในพื้นที่จะเห็นเลยครับ ยังมีปัญหาอีกเยอะครับ โดยเฉพาะสถานศึกษานี่ช่วงที่น้ําท่วมก็จัดทํางบประมาณไปนะครับ แล้วสิ่งที่สําคัญ ไปกว่านั้นเองผมก็บอกว่าปัญหาเดือดร้อนสามารถที่จะของบประมาณได้ไหม ไม่ได้ครับ เพราะไม่สามารถที่จะประมาณราคาได้ มันก็ต้องมีงบกลางอย่างนี้ที่จะช่วยเหลือพี่น้อง จะเห็นได้ว่ารัฐบาลที่ผ่านมา โดยเฉพาะรัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นน้ําท่วม พายุไหหม่า พายุนกเตน หลาย ๆ พายุด้วยกันครับ พี่น้องเกษตรกรก็เรียกร้อง ก็มีการที่นําเงินไปชดเชย ให้กับพี่น้องเกษตรกรไร่ละ ๒,๒๒๒ บาทต่อไร่ที่ปัญหาน้ําท่วม แต่ยังมีอีกครับที่ พี่น้องประชาชนเรียกร้องก็คือส่วนต่างที่เงินเยียวยา ๑,๔๓๗ บาท ตรงนี้ละครับที่รัฐบาล จะต้องรีบ เพราะฉะนั้นเองงบกลางนี่ถามว่าน้อยมากครับ โดยเฉพาะงบเยียวยา ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่นะครับ ผมว่าน้อยมาก แล้วต่อไปนี่ครับพี่น้องหลังจากพื้นที่ ภาคการเกษตรน้ําลดลง ต่อไปก็คือปัญหาเรื่องพันธุ์ข้าวปลูกบ้างอะไรบ้าง อย่างนี้เป็นต้น แต่สิ่งที่ผมประทับใจนะครับ อาจจะมีอุปสรรคและปัญหาบ้างโดยการยกระดับราคาสินค้า การเกษตรที่เปลี่ยนจากโครงการประกันรายได้มาเป็นโครงการรับจํานํา โดยเฉพาะข้าวขาวนี่ ๑๕,๐๐๐ บาท ข้าวขาวเปลือก ข้าวหอมมะลิ ๒๐,๐๐๐ บาท วันนี้ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานหรือพี่น้องประชาชนภาคการเกษตรที่รับฟังอยู่ทางบ้าน อาจจะมีปัญหาแล้วก็ อุปสรรคบ้างในเรื่องของโครงการรับจํานํา เพราะเพิ่งเริ่มโครงการมาเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม หรือ ๗ ตุลาคมนี้เอง เพราะฉะนั้นปัญหาก็คือ ๑. โครงการที่รับจํานํา ไม่ว่าจะเป็นโรงสี แต่ผมเชื่อว่ารัฐบาลเองก็คงมีแนวทางที่จะแก้ไขในการที่จะทําให้พี่น้องประชาชน ได้ผลประโยชน์ด้วยการเสนอหลัก ไม่ว่าจะการนําสินค้าไปขาย ราคาจับจ่าย อย่างนี้เป็นต้น
แล้วสิ่งที่เป็นปัญหานะครับท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนให้ทราบ คือการแก้ไขปัญหายาเสพติดนี่นะครับ ถึงวันนี้ต้องยอมรับว่ามาก แล้วมีงบประมาณที่จัดมา ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าเปรียบเทียบกับทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะผู้ที่ติดยาเสพติด หรืออะไรต่าง ๆ ผมถือว่าน้อยมาก เพราะฉะนั้นอยากจะฝากไว้
อีกประการหนึ่งครับท่านประธาน วันนี้ก็เห็นแล้วว่าปัญหาอุทกภัยเป็นปัญหา ที่ร้ายแรง มาดูงบประมาณ โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองนะครับ แล้วก็ สิ่งสําคัญที่จะแก้ปัญหาลุ่มน้ํา ลุ่มน้ําเจ้าพระยา ลุ่มน้ํายม มีงบประมาณแค่ ๔๐๐ ล้านบาท ถ้าจะปรับลดส่วนอื่นแล้วเอามาใส่ส่วนนี้มันเป็นสิ่งที่ดี เพราะเปรียบเทียบกับแม่น้ําแล้ว ผมว่าเมื่อไรครับที่เราจะขุดลอกให้ทางเดินของน้ําสะดวก แค่ ๔๐๐ ล้านบาทเองมันน้อยมาก เหลือเกินครับท่านประธาน ก็คงขอฝากไว้แล้วคงจะพูดในกรรมาธิการ หรือฝากคนที่ไปเป็น กรรมาธิการนะครับ
อีกประการหนึ่งครับที่จะช่วยเหลือพี่น้องภาคการเกษตรได้ ที่ผมอยากจะฝาก ก็คือไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ผมอยากจะฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเป็นการลดต้นทุน แล้ววันนี้ต้องยอมรับนะครับ ถึงรัฐบาลจะช่วย น้ํามันจะลิตรละ ๓๐ บาทก็จริง แต่ถ้าเรา สามารถนําไฟฟ้าเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นโครงการระบบส่งน้ําด้วยไฟฟ้า หรือสิ่งที่สําคัญที่สุดนะครับ พี่น้องที่สูบน้ําใต้ดิน สูบน้ําบาดาล ถ้าเราสามารถที่จะใช้ไฟฟ้าได้ เท่ากับลดต้นทุนให้กับ พี่น้องภาคการเกษตร เพราะฉะนั้นผมก็เป็นห่วงแล้วก็อยากให้ทางกรรมาธิการช่วยดูนะครับ ปรับลดส่วนไหนแล้วก็เอามาชดเชยให้ส่วนนี้ ในส่วนของปัญหาเรื่องของอุปสรรค วันนี้เอง ปัญหาในพื้นที่ยอมรับว่ามีเยอะ แล้วจากเพื่อนสมาชิกที่เรียนให้ทราบ โดยเฉพาะโครงการ รับจํานําอาจจะมีปัญหาบ้าง แต่ผมอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปถึงพี่น้องประชาชนว่า มันต้องมีครับ เพราะมันเป็นช่วงของรอยต่อ เป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะนโยบาย ประกันรายได้แล้วมาเป็นโครงการรับจํานํามันเป็นเรื่องปกติครับ แต่สักวันหนึ่ง ถ้าทําไปอีกสักระยะหนึ่งจะทําให้พี่น้องเกษตรกรเข้าใจ แล้วก็ที่บอกว่าจะมีการขาดทุน มีเพื่อนสมาชิกบอกว่าจะขาดทุนตันละ ๕,๐๐๐ บาท เป็นไปไม่ได้หรอกครับ ขอให้บริหาร การจัดการให้ดีเถอะครับ เผลอ ๆ เสมอตัวครับ เพราะดูจากสถิติในโครงการรับจํานําที่ผ่านมา ใช้เม็ดเงินเฉลี่ยแล้วปีละ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทเอง เพราะฉะนั้นเองก็ต้องขอฝากไว้นะครับ ขอบพระคุณมากครับท่านประธานครับ
ท่านสินิตย์ เลิศไกร ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสินิตย์ เลิศไกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ต่อกรณี ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ในวงเงิน ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งในวันนี้ก็เป็นสิ่งที่จําเป็นนะครับต้องมาตรวจสอบ มาท้วงติง มาเสนอแนะแก่รัฐบาลครับ ในสภาวะขณะนี้แม้ว่าจะเกิดน้ําท่วม อุทกภัย พวกผมก็แสดง ความเห็นใจเป็นอย่างยิ่งครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในวันนี้ถ้าเรามามองในบริบทของสังคมไทย ถ้าเรามามองใน บริบทของประเทศไทย ในวันนี้ประเทศไทยภายใต้บริบทของสังคมโลก ประเทศไทยอยู่ ภายใต้พลวัตแห่งการเปลี่ยนแปลง ประเทศไทยมีผลกระทบทั้งภายนอก มีผลกระทบ ทั้งภายใน ดังที่ผมกล่าวกับท่านประธานเมื่อกี้คือภาวะอุทกภัยครับ ในขณะนี้ประเทศไทยมี ความเหลื่อมล้ําทางรายได้ มีความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจ มีชุมชนเมือง มีชุมชนชนบท และในโอกาสข้างหน้ามีผลกระทบกับประชาคมอาเซียน ซึ่งเป็นอนาคตที่ไล่ล่าพวกเราอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ ยุทธศาสตร์การสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมี เสถียรภาพและยั่งยืนภายใต้แผนส่งเสริมประสิทธิภาพการผลิต และสร้างมูลค่าเพิ่ม การตลาดได้รับการจัดสรรงบประมาณ จํานวน ๓๓,๑๑๖ ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างให้ฐาน การผลิตภาคเกษตรมีความเข้มแข็งครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเรามา มองดูภาคการเกษตร เรามามองดูผลิตภาพของภาคการเกษตรนั้น เราต้องยอมรับนะครับว่า การเกษตรของเราในวันนี้ผลิตผลิตภาพต่ําครับ เพราะฉะนั้นองค์รวมทั้งหมดที่ผมจะมาพูด ในวันนี้คือบริบทของสังคมภาคการเกษตรครับ ในวันนี้เราต้องยอมรับกันว่าเกษตรกรของเรา มีแนวโน้มลดลงครับ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๒ เรามีพี่น้องเกษตรกรประมาณร้อยละ ๖๗ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ เรามีพี่น้องเกษตรกรน้อยกว่าร้อยละ ๔๐ และในอนาคตข้างหน้าพี่น้อง เกษตรกรจะมีน้อยกว่าร้อยละ ๓๐ ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเรามาพูดในเรื่องของ สังคมการเกษตรนั้น ในวันนี้สังคมการเกษตรจะเข้าไปสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้น เกษตรกรมี อายุเฉลี่ยมากขึ้น เพราะฉะนั้นภาครัฐต้องเอาใจใส่ดูแลกับเกษตรกรรุ่นใหม่อย่างจริงจังและ จริงใจครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในวันนี้ที่ดิน ซึ่งเป็นฐานทรัพยากรที่สําคัญในการ ดํารงชีวิตและเป็นฐานการผลิต ประเทศไทยมีที่ดินประมาณ ๓๒๐ ล้านไร่ มีที่ดิน ภาคการเกษตร ๑๓๑ ล้านไร่ ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ชนบทอยู่ห่างไกลความเจริญ เพราะฉะนั้น ก็ต้องอาศัยความพึ่งพาจากรัฐไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง ของไฟฟ้า ในเรื่องของถนน ผมขอยกตัวอย่างนะครับ ถนนสาย ๔๐๓๕ จากอําเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานีไปสู่อําเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นแหล่งขนส่งสินค้า เป็นแหล่งกระจายสินค้ามีมูลค่าปีละนับพันล้านบาทยังไม่ได้รับการดูแลแก้ไขอย่างจริงจังครับ และในภาวะปัจจุบันนี้พี่น้องเกษตรกรไม่มีที่ดินทํากิน มีที่ดินทํากินแต่ไม่พอกับการดํารงชีวิต ในวันนี้พี่น้องประชาชนมีข้อพิพาทกับรัฐมากมายครับ ในวันนี้ภาคเกษตรโดยเฉพาะพี่น้อง เกษตรกรนั้นมีประมาณไม่ต่ํากว่า ๑๐ ล้านคนที่มีปัญหาในเรื่องเกี่ยวกับปัญหาที่ดินครับ ท่านประธานที่เคารพครับที่ดินภาคเกษตรส่วนใหญ่นั้นอยู่นอกเขตชลประทาน ซึ่งก็ต้อง อาศัยภาวะฝนฟ้า เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็ต้องเร่งในเรื่องของระบบชลประทาน เพื่อให้พี่น้อง เกษตรกรมีรายได้ที่ดีขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ท่านประธานครับ ในเรื่องของเทคโนโลยี การวิจัยและการพัฒนา ในวันนี้รัฐบาลจะต้องเอาจริงเอาจังกับการวิจัยและการพัฒนา ไม่ว่า จะเป็นการวิจัยพันธุ์พืชใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการวิจัยพันธุ์สัตว์ใหม่ ๆ จะต้องนําไปถ่ายทอด ให้กับพี่น้องเกษตรกร เพราะว่าในอนาคตข้างหน้าประชาคมอาเซียนเกิดขึ้น ถ้าเราไม่พัฒนาให้ดีกว่าเขา ถ้าเราไม่พัฒนาให้เท่าเทียมเขาเราสู้เขาไม่ได้ครับ ในวันนี้ ผลปรากฏชัดเจนในเรื่องของปาล์มน้ํามัน ในอนาคตเราสู้เขาไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นรัฐบาล ต้องวางแผนงานเพื่อที่จะนําไปสู่ประชาคมอาเซียนอย่างจริงจังครับ ท่านประธานครับ ในภาคของการบริหารภาครัฐในวันนี้ ในอนาคตข้างหน้าจะเป็นประชารัฐมากขึ้น การบริหารงานภาครัฐในวันนี้เราจะเห็นว่ามีสภาการเกษตรแห่งชาติให้เกิดขึ้น นั่นคือสิ่งที่ รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐสภาชุดที่แล้วได้ทําให้กับพี่น้องเกษตรกร ในวันนี้เห็น รัฐบาลจัดสรรให้งบประมาณกับสภาการเกษตรแห่งชาติประมาณ ๑๗๐ ล้านบาท ซึ่งผม คิดว่าน้อยไปครับ เพราะว่านั่นคือสภาของพี่น้องเกษตรกรซึ่งรอคอยมาเป็นเวลายาวนาน เพราะว่าสภาเกษตรกรนั้นจะเป็นองค์กรที่เสนอแผนแม่บทให้กับรัฐบาลได้นําไปปฏิบัติครับ ท่านประธานครับ ภาคการเกษตรกรนั้นราคาผลผลิตและกลไกการตลาดเป็นสิ่งที่สําคัญ รัฐบาลต้องเอาจริงเอาจังครับ ในวันนี้ปัญหายางพารา ปัญหาราคาปาล์มน้ํามันลดลงครับ ลดลงอย่างน่าใจหาย เพราะว่าครั้งรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ได้ทําราคายางไว้เกือบ ๒๐๐ บาท แต่ในวันนี้ราคาต่ํามากครับ ประมาณ ๙๐ บาทแค่นั้นเอง เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องเข้าไปดูแลอย่างจริงจังครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ภาคใต้ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชทานให้กับ พสกนิกรชาวไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๗ กระทั่งบัดนี้ดําเนินมา ๓๔ ปี เพราะฉะนั้นทาง รัฐบาลจะต้องเอาจริงเอาจังกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อที่จะนําไปสู่พี่น้องประชาชน ให้มีคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกรดีขึ้นครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านสหรัฐ กุลศรี ๘ นาทีครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคเพื่อไทย ผมขอสนับสนุน งบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ซึ่งนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้จัดสรรมาและเป็น นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย ซึ่งมีความสามารถอย่างสูงที่จัดงบประมาณ ไม่เกิน ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านในเมืองในขณะนี้ โดยเฉพาะเมื่อสักครู่นี้ผมแอบไปคุยกับฝ่ายค้าน ฝ่ายค้าน ก็บอกว่าจะพูดแต่เรื่องน้ําก็ไม่ว่ากันครับ แต่ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ก็เป็นเรื่อง งบประมาณ พองบประมาณเสร็จเรียบร้อยรายจ่ายต่าง ๆ มันเป็นการเหมาะเป็นการสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับฐานะและนโยบายการคลัง ท่านประธานที่เคารพครับ ในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ รัฐบาลประมาณการว่าจะสามารถจัดเก็บภาษีสุทธิได้เพิ่มขึ้น ๑๒.๑ จากปีที่แล้ว สาเหตุเราไม่มองกันอย่างไรครับว่าปีนี้น้ําท่วมมีการเสียหาย แต่ถ้าเรามองในแง่ กลับกัน การพัฒนาหลังจากที่มีการแก้ปัญหาน้ําท่วมเรียบร้อย สินค้าต่าง ๆ การแก้ไข การก่อสร้างจะเริ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่อยู่ในขณะนี้พบปัญหา เกี่ยวกับถูกน้ําท่วม เขาก็ต้องมีการยกระดับ มีการป้องกัน นําเอกสารเกี่ยวกับวัตถุต่าง ๆ จะเป็นเครื่องจักรกล ที่ดีมาสับเปลี่ยน ซึ่งเราเข้าใจว่าในขณะนี้เครื่องจักรกลอยู่ในปัจจุบันนั้นอาจจะมีการพัฒนา ยังไม่ทั่วถึง แต่วันนี้เรามองแล้วว่าหลังจากที่มีการปรับเปลี่ยน และมีการจัดการเรื่องน้ําเสร็จ สินค้าต่าง ๆ จะเข้ามาแล้วประชาชนจะมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าการจัดเก็บ จะเพิ่มขึ้น ๑๒.๑ อย่างแน่นอน นี่คือประเด็นที่ ๑
ประการที่ ๒ ครับท่านประธานที่เคารพ เรื่องเกี่ยวกับการแก้ปัญหายาเสพติด วันนี้นายกรัฐมนตรีให้งบประมาณมา ๙,๖๙๕.๒ ล้านบาท เป็นเรื่องที่เหมาะสม ผมเคย อภิปรายในสภาเรื่องเกี่ยวกับยาเสพติด ท่านประธานครับ ผมบอกแล้วอย่างไรครับว่า ในขณะนี้ยาเสพติดนั้นระบาดมาก วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มองเห็น ปัญหาแล้วพยายามที่จะแก้ไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนในบ้านในเมืองเราติดยาเสพติด ท่านให้งบมาตั้ง ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ผมไม่เห็นว่าจะต้องตัดลด หรืออย่างไรก็ตามแต่ เห็นดีเห็นงาม แต่ในส่วนของการท่องเที่ยวมีการตัดงบประมาณลง เพราะผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นั้นมองการณ์ไกล หลายคนบอกนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์มองการณ์ไม่ไกล มองไปปุ๊บร้องไห้ไปปั๊บ มันไม่ใช่ เขารู้สถานการณ์ว่าครั้งหน้านี้ น้ํานี่ท่วมเสร็จเรียบร้อยคนเขาไปพูดจา โดยเฉพาะบางคนเขาไม่รักบ้านรักเมืองพูดจาไปบอก เดี๋ยวน้ําท่วมสุวรรณภูมิ มันไม่ท่วมหรอก ผมเป็นลูกชาวนานี่รู้ มันไม่ท่วม แต่จะท่วมก็มีคน แกล้งไปให้ท่วม เอาเถอะ แล้วจริง ๆ เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าอย่างไรก็ตามแต่ถ้าน้ําท่วมสุวรรณภูมิ ถือว่าไม่ใช่เรื่องธรรมชาติ ต้องมีคนแกล้ง บอกไว้ก่อนล่วงหน้า เพราะฉะนั้นวันนี้นโยบาย ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับรัฐบาลผมเชื่อว่าการปรับลดงบประมาณเกี่ยวกับการท่องเที่ยวนั้นสมควร แต่ฝากไปยังรัฐบาลด้วยว่าก่อนจะสร้างอะไรก็ตามแต่ขอร้องเถอะครับให้ไปถามประชาชน ด้วยว่าสมควรหรือไม่ อย่างบ้านผมที่เขื่อนกระเสียว อําเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เขาจะทําเป็นแหล่งท่องเที่ยว ชาวบ้านเขาบอกเขายังไม่อยากได้ เขาอยากได้น้ําตรงนั้นไปทํา เกี่ยวกับการเกษตร เขาบอกว่าถ้าเป็นแหล่งท่องเที่ยวแล้วมันจะมีปัญหาไหม ผมก็บอกว่า เดี๋ยวขอศึกษาก่อน ตอนนี้ชาวบ้านกําลังสนใจ ถ้ามันมีปัญหาชาวบ้านบอกไม่อยากได้ นี่คือ ปัญหาเกี่ยวกับการท่องเที่ยว
แล้วปัญหาเรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนี้มีการรับจํานําข้าว การรับจํานํา ข้าวเปลือกนั้นรัฐบาลต้องใช้เงินอย่างมากมาย เพราะในแต่ละปีนั้นรัฐบาลที่ผ่านมาเขาไม่ได้ รับจํานําข้าว เขาประกัน แต่วันนี้ผมได้มาเป็น ส.ส. ที่นี่ก็เพราะว่านโยบายจํานําข้าว ผมได้ไป หาเสียงกับพ่อแม่พี่น้องในเขต ๕ จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งประกอบด้วยอําเภอเดิมบางนางบวช อําเภอด่านช้าง และอําเภอหนองหญ้าไซ เขาชอบใจนโยบายจํานําข้าว เขาบอกว่านโยบาย จํานําข้าวถูกอกถูกใจเหลือเกิน ถ้าไม่ได้รับนโยบายอย่างนี้ผมคงไม่ได้มาเป็น ส.ส. ในสภา ตรงนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงสนับสนุนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสักครู่ขอแก้นิดหนึ่งครับ มีท่านผู้อภิปรายก่อนหน้าผมบอกว่า งบประมาณเกี่ยวกับเรื่องสวัสดิการผู้สูงอายุมีแค่ประมาณ ๖๐๐ ล้านบาท จริง ๆ รัฐบาลให้ งบประมาณในปี ๒๕๕๕ นั้นถึง ๑๖๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ต่างกันเยอะครับ ไม่ทราบว่า ท่านไปอ่านข้อมูลจากตรงไหนมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราให้ตั้ง ๑๖๐,๐๐๐ ชาวบ้านชาวเมือง โดยเฉพาะคนเฒ่าคนแก่ดีใจ เขาบอกว่าอย่างน้อยต่างกันบ้าง ต่างกันเล็กต่างกันน้อย ก็ไม่เป็นไรถือว่าเป็นเรื่องดีเรื่องงาม เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านประธานที่เคารพครับ นโยบายต่าง ๆ ที่อยู่ในเนื้อหาสาระ พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายนี่ล้วนแต่ถูกต้อง แล้วก็เป็นธรรม ก่อให้เกิดการก่อสร้าง ก่อให้เกิดความสมดุลทางเศรษฐกิจ จะเป็นรายรับรายจ่ายล้วนแต่ถูกต้อง ผมในฐานะ ชาวสุพรรณบุรีก็ขอสนับสนุนท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เขาฝากผมมาว่า สิ่งที่ ชาวสุพรรณบุรีอยากจะฝากถึงนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยบอกว่า ขอให้ นายกรัฐมนตรีหญิงยิ่งลักษณ์ สู้ สู้ ครับ ขอบคุณครับ
ท่านธีรภัทร พริ้งศุลกะ ๘ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอขอบคุณท่านประธานที่ให้เวลาในการอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ซึ่งตั้งงบประมาณไว้สูงถึง ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้แนวทางการบริหารจัดการรายจ่าย ภาครัฐ ในงบประมาณนี้ส่วนหนึ่งรัฐบาลจะให้ความสําคัญกับการฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจ ที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากปัญหาอุทกภัยร้ายแรงในช่วงปลายปี ๒๕๕๔ และที่เกิดขึ้น ในภาคใต้ต้นปี ๒๕๕๔ โดยจะเพิ่มสัดส่วนรายจ่ายการลงทุนเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงฟื้นฟู โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ และให้ความสําคัญกับการดําเนินงานของหน่วยงานที่มีผล ในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งกระผมจะใช้เวลาในการอภิปรายชี้ประเด็นไปที่ กระทรวงคมนาคมเป็นหลัก ในงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ นี้ กระทรวงคมนาคม ได้รับงบประมาณ ๘๑,๓๑๐ ล้านบาท ลดลงจากเดิมซึ่งเคยได้รับในปี ๒๕๕๔ ๘๓,๒๕๔ ล้านบาท หน่วยงานที่สังกัดในกระทรวงคมนาคมที่สําคัญนั่นก็คือกรมทางหลวง ได้รับงบประมาณในปีนี้ ๔๖,๙๔๔.๑ ล้านบาท ลดลงจากปี ๒๕๕๔ ซึ่งได้รับ ๔๘,๗๙๙.๕ ล้านบาท และอีกหนึ่งหน่วยงานที่สําคัญก็คือกรมทางหลวงชนบทได้รับ งบประมาณเพียง ๒๕,๒๙๖.๑ ล้านบาท ลดลงจากเดิมซึ่งได้รับ ๒๖,๑๗๘.๓ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๔ ท่านประธานครับ ในอดีตท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ตั้งข้อสังเกต ถึงการลําดับความสําคัญที่ไม่ถูกต้องของการจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้ หน่วยงานที่มี ความจําเป็นซึ่งควรจะได้รับเท่าเดิมหรือได้รับมากกว่าเดิมด้วยซ้ํา เพราะการลดงบประมาณ ในหน่วยงานที่มีความสําคัญ เช่น กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ทั้ง ๒ หน่วยงานนี้ มีความสําคัญในการพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐานในการขนส่งสินค้าและการให้บริการ ท่านประธานครับ รัฐบาลได้ปรับลดหน่วยงานที่จําเป็นต่อการพัฒนาขั้นพื้นฐานนี้ส่งผล กระทบโดยรวมต่อทุกโครงการที่ได้บรรจุในแผนงานปกติไว้แล้ว จังหวัดสุราษฎร์ธานีของ กระผมเป็นจังหวัดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเมื่อปลายปี ๒๕๕๓ และต้นปี ๒๕๑๔ ในเขตเลือกตั้งของกระผมซึ่งประกอบด้วยอําเภอท่าชนะ อําเภอไชยา อําเภอท่าฉาง อําเภอวิภาวดี และอําเภอคีรีรัฐนิคม ล้วนเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทั้งสิ้น ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานโดยเฉพาะอย่างยิ่งถนนหนทางครับ ได้รับความเสียหาย เป็นจํานวนมาก รัฐบาลชุดที่แล้วภายใต้การนําของ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ให้ งบฉุกเฉินซึ่งเป็นงบกลางในการซ่อมแซมและดูแลเส้นทางที่ได้รับความเสียหายดังกล่าว แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นมันได้ทําลายเส้นทางคมนาคมและการขนส่งเป็นจํานวนมาก จนเงินงบประมาณฉุกเฉินที่ได้รับจัดสรรมาให้นั้นไม่เพียงพอ หน่วยงานทั้งสองดังกล่าวจึงได้ บรรจุไว้ในแผนปกติของงบประมาณประจําปี ๒๕๕๕ นี้เอง แต่จากเหตุการณ์มหาอุทกภัย ซึ่งเกิดขึ้นในปัจจุบัน ทําให้ท่านนายกรัฐมนตรีมีบัญชาให้หน่วยงานปรับลดงบประมาณลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ทุกหน่วยงาน ซึ่งเป็นผลกระทบทําให้กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ต้องมีการปรับลดลงเส้นทางที่มีความจําเป็นอาจต้องถูกปรับลดเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล พี่น้องชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีของกระผมซึ่งเทียบแล้วนะครับก็ไม่แตกต่างจากพี่น้อง ในเขตอุทกภัยในภาคเหนือ ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร เส้นทางซึ่งเขาเสียหายนะครับ เขาควรจะได้รับการแก้ไขอาจจะต้องถูกตัดออกหรือถูกปรับให้ลดลง ทั้งนี้เป็นความจําเป็น หรือเป็นความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยในจังหวัดสุราษฎร์ธานีเช่นกันยกตัวอย่างเช่น สายทางของกรมทางหลวงชนบท รหัส สฎ ๔๐๓๒ เป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างทางหลวง หมายเลข ๔๒๖๒ และบ้านเขาหลัก ซึ่งอยู่ในตําบลปากฉลุย อําเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็เป็นส่วนหนึ่งอาจจะไม่ได้รับการบรรจุเข้าในแผนงบประมาณชิ้นนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีคําพูดหนึ่งซึ่งติดใจอยู่มานานแล้วอยากจะกล่าวในครั้งนี้ ในอดีตเคยมี ท่านนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งซึ่งท่านเองพี่ชายของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ท่านได้พูด ประโยคหนึ่งเอาไว้ที่จังหวัดนครสวรรค์หลังจากที่ท่านพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งที่จังหวัดพิจิตร เป็นประโยคที่คนไทยทุกคนไม่อยากจะจดจํา ผมจึงอยากจะกราบเรียนถึงท่านนายกรัฐมนตรี คนปัจจุบันว่า สิ่งที่พี่ชายของท่านนั้นได้เคยกระทําพลาดในอดีต ได้เคยพูดพลาดออกไป ในอดีตนะครับ ท่านครับท่านต้องดูแลคนไทยทุกคนอย่างเท่าเทียมกันไม่ว่าเขาจะเลือกท่าน มาหรือไม่ ขอขอบพระคุณมากครับท่านครับ
เชิญท่านก่อแก้ว พิกุลทอง ๙ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ กระผม นายก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย บัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ผมเองต้องขอกราบขอบพระคุณรัฐบาลที่ได้ ดําเนินการเรื่องนโยบายปรองดองอย่างจริงจัง ตามที่รัฐบาลนั้นได้หาเสียงแล้วก็ แถลงนโยบายไว้ว่าเป็นนโยบายที่เร่งด่วนที่รัฐบาลจะดําเนินการ ท่านประธานครับ ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฉบับนี้ทางรัฐบาลเองได้เสนองบประมาณในแผนงานสร้าง ความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ ฟื้นฟูประชาธิปไตยและปฏิรูปการเมือง จํานวน ๕๒๘ ล้านบาท สิ่งนี้เป็นเครื่องยืนยันว่ารัฐบาลนั้นให้ความสําคัญและจะดําเนินการผลักดัน เรื่องการปรองดองให้สัมฤทธิผลให้จงได้ครับ ท่านประธานครับ ผมดูงบประมาณครั้งแรกแล้ว ไม่สบายใจ เพราะเห็นว่างบประมาณตัวนี้มีจํานวนน้อยนิดแค่ ๕๒๘ ล้านบาท แต่มาทราบ ภายหลังจากการสอบถามสํานักงบประมาณได้ทราบว่า ได้มีการกันงบประมาณจํานวนหนึ่ง ไว้ในงบกลางประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อให้แผนการปรองดองที่ขณะนี้ทางคณะค้นหา ข้อเท็จจริงเพื่อการปรองดอง หรือ คป. นั้นได้เสนอแนวทางมาให้กับรัฐบาลคร่าว ๆ ไว้แล้วนะครับ แต่เนื่องจากว่ายังอยู่ในระหว่างการดําเนินการและยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน รัฐบาลจึงได้กันเงินไว้เพื่อรองรับตรงนั้น ท่านประธานครับ ตรงนี้ทําให้ผมสบายใจ ทําให้ ผมมั่นใจว่าประเทศไทยยังมีความหวังที่จะเกิดการปรองดองอย่างแท้จริงครับ ท่านประธานครับ ที่ผ่านมาเราต้องยอมรับว่าการปรองดองของคนในชาตินั้นเป็นเรื่องที่ สําคัญที่สุด ถ้าคนไทยไม่สามารถกลับมารักกันได้ คนไทยไม่สามัคคีกันแล้วประเทศไทยก็ยาก ที่จะเดินหน้าไปข้างหน้าครับ ยากที่จะทําให้สังคมมีความสุขครับท่านประธานครับ ท่านประธานดูตัวอย่างในขณะนี้ในขณะที่ประเทศไทยนั้นมีภัยพิบัติธรรมชาติอย่างรุนแรง มีน้ําท่วมในหลาย ๆ จังหวัด มีพี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบหลายล้านคน ท่านประธานครับ รัฐบาลเองได้เดินหน้าพยายามแก้ปัญหาตรงนี้บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ทํางานคล้าย ๆ กับเซเว่น อีเลฟเว่น (Seven Eleven) เลยครับ ทํางาน ๗ วัน วันละ ๒๔ ชั่วโมง เพื่อซับน้ําตาให้กับประชาชน ท่านประธานครับ ตรงนี้ คนไทยก็เห็นดี แต่แปลกครับแทนที่คนไทยทุกคนจะร่วมแรงร่วมใจขับเคลื่อนช่วยแก้ ช่วยเยียวยาปัญหาของคนไทยด้วยกัน แต่กลับมีคนไทยบางกลุ่มดําเนินการขัดขวางพยายาม ทําลายหรือดิสเครดิต (Discredit) รัฐบาลอย่างต่อเนื่อง สร้างข่าวลวง สร้างความสับสน และสร้างข่าวทําลายท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดในขณะนี้แต่ก็เกิดขึ้น สิ่งนี้เป็นเครื่องสะท้อนว่าประเทศไทยนั้น มีปัญหาเรื่องความปรองดอง คนไทยไม่สามารถก้าวข้ามความชอบทางการเมือง และเรื่อง ทางการเมืองมาห้ําหั่นกัน แม้ขณะที่คนไทยทั่วประเทศมีปัญหาที่ต้องการความช่วยเหลือและ รับการเยียวยาครับ ท่านประธานครับเรื่องนี้ผมถือว่าเราจึงมีความจําเป็นและเร่งด่วนในการ ที่จะสร้างความปรองดอง สร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติให้เกิดขึ้นครับ ผมเองเชื่อมั่นว่า ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นมีความตั้งใจและมีความปรารถนาอย่างยิ่งในการขับเคลื่อน ในการ ผลักดันเรื่องการปรองดองนี้ให้สัมฤทธิผลโดยเร็วเพื่อนําความสุขกลับคืนสังคมไทยอีกครั้ง แต่ท่านประธานครับ ผมเองก็ยังไม่มั่นใจว่าเรื่องนี้จะสัมฤทธิผลตามเป้าหมายของ ท่านนายกรัฐมนตรีที่วางไว้หรือไม่ เพราะว่าการขับเคลื่อนเรื่องนี้นั้นต้องได้รับความร่วมมือ จากทุกฝ่าย จากทุกภาคส่วนเพื่อช่วยกันในการผลักดันให้เรื่องนี้เป็นจริงครับ ถ้าท่านประธานได้สังเกตในช่วงเดือน ๒ เดือนที่ผ่านมานั้น ผมว่าท่านประธานเองก็คงคิด เหมือนผมว่ายังมีบางส่วนไม่ให้ความร่วมมือ มีบางส่วนไม่อยากให้การปรองดองนั้นเกิดขึ้น อย่างแท้จริงครับ แต่ท่านประธานครับส่วนที่สําคัญที่ผมอยากเห็นอยากให้มีความร่วมมือ อย่างจริงจัง ไม่ว่าฝ่ายรัฐบาลเอง ฝ่ายนิติบัญญัติ และโดยเฉพาะฝ่ายตุลาการ ถ้า ๓ อํานาจนี้ ได้ร่วมแรงร่วมใจกันช่วยกันขับเคลื่อนเรื่องนี้ก็จะทําให้โอกาสการสร้างความสมานฉันท์ สร้างความปรองดองเกิดขึ้นในชาติได้ง่ายขึ้นครับ ท่านประธานครับ ที่ผมพูดเรื่องนี้เพราะว่า ในช่วงที่ผ่านมาเดือน ๒ เดือนนี้ผมเห็นความเป็นไปของบ้านเมืองผมยังไม่มั่นใจว่าบางฝ่าย นั้นจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่หรือไม่ และการดําเนินงานของบางส่วนนั้นจะสอดคล้องกับ รัฐบาลหรือไม่ โดยเฉพาะฝ่ายตุลาการครับท่านประธาน วันนี้รัฐบาลเองผลักดันขับเคลื่อน เรื่องการปรองดองอย่างจริงจังและเร่งด่วน แต่ถ้าเราสังเกตนะครับ วันนี้ยังมีนักโทษการเมือง ถูกขังในเรือนจําอีกหลาย ๑๐ คน และนักโทษการเมืองทั้งหมดนั้นเท่าที่ผมทราบเป็นคน เสื้อแดงทั้งนั้นแหละครับ ไม่มีคนเสื้อเหลืองเลย ทั้งที่คดีคนเสื้อเหลืองนั้นเกิดขึ้นก่อนตั้ง ๒ ปี ในจํานวนนักโทษที่ถูกคุมขังนั้นส่วนหนึ่งเป็นนักโทษที่อยู่ในระหว่างดําเนินคดี แต่ว่าศาลเอง ไม่อนุญาตให้ประกันตัวทั้งที่นักโทษเหล่านั้นมีข้อหาร้ายแรงกว่าตัวผม ตัวผมเองถูก ยัดเยียดข้อกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย แต่ศาลเองก็ให้ความเมตตาอนุญาตให้ประกันตัวเพื่อ ต่อสู้คดี แต่หลาย ๆ คนที่มีคดีที่ต่ํากว่าผม โทษเบากว่าผม ก็ยังไม่ได้รับการประกันตัว ซึ่งตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอยู่เหมือนกันนะครับ นอกจากกลุ่มคนที่อยู่ระหว่างถูก ดําเนินคดีแล้วก็ยังมีกลุ่มคนจํานวนหนึ่งที่ถูกตัดสินคดีสิ้นสุดแล้ว ที่ต้องโทษที่ต้องรอการนับ โทษจนสิ้นสุด ท่านประธานครับตราบใดที่เรามีนักโทษทางการเมืองอยู่ในคุกนะครับ พวกเขา เหล่านั้นไม่มีโอกาสได้ประกันตัวหรือระงับโทษชั่วคราว การที่เราจะผลักดันเรื่องการ ปรองดองให้ก้าวหน้าไปนั้นมันก็ยังเป็นปัญหาอยู่ ยังเป็นอุปสรรคอยู่ เรื่องนี้ผมเองก็อยาก ฝากกราบเรียนไปยังรัฐบาลผ่านท่านประธานนะครับว่าอยากให้ทางรัฐบาลนั้นได้หารือกับ ฝ่ายตุลาการว่าจะทําอย่างไรในการขับเคลื่อนเรื่องการปรองดองให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง และขจัดอุปสรรคขัดขวางต่าง ๆ เพื่อประเทศไทยเดินหน้าไปได้ การขับเคลื่อนเรื่องนี้นั้น ถ้ามันสัมฤทธิผลไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของรัฐบาล ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของสภานิติบัญญัติ หรือไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของฝ่ายตุลาการ แต่เพื่อสังคมไทย เพื่อคนไทยทุกคนครับ ท่านประธานครับ ผมเองอยากเรียกร้องไปยังรัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติ รวมทั้งฝ่ายตุลาการ นะครับว่าในขณะนี้นั้นเป็นไปได้ไหมถ้าจะมีการระงับโทษ คดีทุกคดีที่ดําเนินการอยู่นั้นระงับ ไปก่อน คนที่ยังไม่ได้รับการประกันตัวก็ขอให้ประกันตัวไป คนที่ต้องโทษไปแล้วขอให้ระงับ โทษไปก่อน ปล่อยตัวมาก่อนจนกว่าการปรองดองนั้นจะสิ้นสุดกระบวนการ ถ้าสรุปกัน อย่างไรค่อยดําเนินคดีต่อ นี่เป็นวิธีที่ทําให้กระบวนการการปรองดองนั้นเดินหน้าไปได้โดย ไม่มีฝ่ายใดนั้นคัดค้านหรือรู้สึกว่าตะขิดตะขวงใจในการยอมรับแผนการปรองดองครับ ท่านประธานครับ ผมเองขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์นะครับ ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจงอํานวยพรให้ทางท่าน นายกรัฐมนตรี ทางรัฐบาล ทางฝ่ายตุลาการ ทางฝ่ายนิติบัญญัติ ขอให้ทุกส่วนนั้นได้ร่วมกัน ขับเคลื่อนเรื่องการปรองดองจนสัมฤทธิผลและนําความสุขกลับคืนสู่สังคมไทยอีกครั้งหนึ่ง ครับท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านกรณ์ จาติกวณิช ครับ ท่าน ๑๒ นาทีครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมขอเป็นกําลังใจให้กับพี่น้องประชาชนทุกคนที่ประสบอุทกภัยอยู่ในขณะนี้ และอยากที่จะฝากท่านประธานไปสู่พี่น้องประชาชนว่าพวกเรากําลังทํางานในสภา เพื่อที่ส่วนหนึ่งจะหาแนวทางที่ดีที่สุดในการที่จะจัดสรรงบประมาณเพื่อที่จะไปช่วยเหลือ ทุก ๆ ท่าน ก็ขอให้ทุก ๆ ท่านที่ประสบภัยอยู่มีกําลังใจที่จะต่อสู้ต่อไป
ท่านประธานครับ วันนี้พวกเราทุกคนมากันเพื่อที่จะอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจําปี ๒๕๕๕ แต่ก่อนที่ผมจะพูดในประเด็นที่ผมได้ เตรียมไว้ ผมต้องขออนุญาตท่านประธานนะครับในการที่จะกล่าวถึงคําอภิปรายของท่าน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านสุชาติ ธาดาธํารงเวช เมื่อเช้านี้ที่ได้กล่าวพาดพิง ถึงรัฐบาลที่แล้ว รัฐบาลในอดีตว่าได้มีการจัดตั้งงบประมาณขึ้นมาและใช้เม็ดเงินงบประมาณนั้น ในการเข่นฆ่าประชาชน ผมไม่ได้คิดอยากที่จะหยิบประเด็นเหล่านี้มาอภิปรายหรือมาพูดถึง ในสภา แต่เมื่อท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้พูดในทํานองนี้ผมคิดว่า เราปล่อยผ่านไปไม่ได้ คําพูดในลักษณะนี้เป็นคําพูดที่ไม่เหมาะสม และผมคิดว่าถ้าพวกเรามี ทัศนคติที่ดีกว่านี้เม็ดเงินงบประมาณที่ผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ได้ร้องขอในส่วนของงบเพื่อ นําไปสู่การสร้างความปรองดองในสังคม ความจริงไม่จําเป็นที่จะต้องใช้ ก็เลยอยากจะ ขออนุญาตเรียนท่านสุชาติว่า มันหมดเวลาแล้วที่เราจะเอาประเด็นเหล่านี้มากล่าวหา ซึ่งกันและกัน หมดเวลาที่จะบิดเบือนข้อมูลข้อเท็จจริง หมดเวลาที่จะใช้โวหารในการที่จะ ปลุกปั่นพี่น้องประชาชน ตอนนี้ฝั่งท่านก็เป็นรัฐบาลแล้วนะครับ ขอให้ใช้สมาธิและใช้เวลา ทั้งหมดของท่านในการหาแนวทางช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เขายังรอท่านอยู่ครับ
ท่านประธานครับ ผมขอเข้าถึงเรื่องของงบประมาณ และอยากที่จะเรียนว่า ประเด็นที่สําคัญที่สุดของงบประมาณประจําปี ๒๕๕๕ ก็คืองบนี้เป็นงบขาดดุล และเป็น งบขาดดุลในเม็ดเงินมหาศาล ขาดดุลถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ความหมายของการขาดดุล งบประมาณก็คือความจําเป็นที่จะต้องกู้ยืมเงิน ซึ่งนอกจากประเด็นปัญหาที่จะเกิดขึ้นจาก การกู้ยืมเงินจํานวนเท่านี้แล้ว ประเด็นที่สําคัญที่สุดก็คือความสับสนในส่วนของ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่ได้ฟังทรรศนะทางการเมือง แนวความคิด ในด้านของการบริหารเศรษฐกิจของพรรคแกนนํารัฐบาลปัจจุบันคือพรรคเพื่อไทยตลอดช่วง ๓ ปีที่ผ่านมาที่คัดค้านวิธีการบริหารเศรษฐกิจด้วยการกู้ยืมอย่างชัดเจนต่อเนื่อง พรรคเพื่อไทย ได้คัดค้านการจัดสรรงบประมาณทุกงบประมาณของรัฐบาลที่แล้ว ด้วยเหตุผลว่าเป็น งบประมาณที่มีความจําเป็นต้องกู้ยืมเงิน เพราะฉะนั้นในวันนี้ผมคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลจะต้องทํา ก็คืออธิบายชี้แจงให้กับพี่น้องประชาชนได้เข้าใจว่าทําไมเมื่อตนเองมาเป็นรัฐบาลนั้นจึงมี ความจําเป็นที่จะต้องกู้ยืม และกู้ยืมในปริมาณเม็ดเงินที่มากกว่ารัฐบาลของท่านอดีต นายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้กําหนดกรอบไว้ ที่ผมพูดเช่นนั้นก็เพราะงบ ปี ๒๕๕๕ กรอบแรกเป็นกรอบที่ดําเนินการโดยรัฐบาลที่แล้ว ได้กําหนดว่าเป็นงบประมาณ ขาดดุล ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นการขาดดุลที่น้อยกว่าการขาดดุลที่รัฐบาลนี้ได้กําหนดไว้ถึง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งมีนัยสําคัญและมีความจําเป็นที่ต้องชี้แจง ผมอยากที่จะเรียนเพิ่มเติมว่า ในงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ที่เพิ่งผ่านไปซึ่งรัฐบาลที่แล้วเป็นผู้ดูแล ๑๐ จาก ๑๒ เดือนของ ปีงบประมาณ มีรายได้การจัดเก็บที่ดีขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ค่อนข้างมาก สืบเนื่องมาจาก เศรษฐกิจที่ดีขึ้น ผ่านการบริหารจัดการของทางรัฐบาล ทําให้งบประมาณ ปี ๒๕๕๔ นั้น เกือบที่จะเป็นงบสมดุล สุดท้ายแล้วถึงแม้ว่าเคยมีการตั้งว่าอาจจะต้องเป็นงบขาดดุลสูงถึง ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มีความจําเป็นที่จะต้องกู้ยืมเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณไม่ถึงแสนล้านบาท ตรงนี้เป็น เหตุผลที่ทําให้ท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อเช้านี้ยืนยันว่าสถานะทางการคลังของประเทศมี ความเข้มแข็งสามารถที่จะกู้ยืมเพิ่มเติมได้ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ สิ่งที่รัฐบาลที่แล้ว ได้ดําเนินการไว้ก็คือการเดินไปสู่การมีงบประมาณสมดุลในปี ๒๕๕๘ ซึ่งแนวทางนี้ในการ ชี้แจงนโยบายของทางรัฐบาลชุดปัจจุบันก็ได้ปฏิเสธชัดเจนไปแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาล ต้องดําเนินการโดยเร็วเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนก็คือ กําหนดวาระให้ ชัดเจนครับว่าในช่วง ๒-๓ ปีข้างหน้านั้น ท่านจะบริหารรักษาเสถียรภาพทางการเงินการคลัง ของประเทศอย่างไร และที่สําคัญต้องอธิบายในวันนี้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับแนวความคิด หรือความกังวลของท่านว่ารัฐบาลไม่ควรจะกู้ รัฐบาลควรที่จะหาแหล่งเงินอื่น ๆ หรือแม้แต่ รัฐบาลควรที่จะหยิบเงินในอากาศมาใช้ วันนี้ท่านกลับมากู้และกู้เม็ดเงินมหาศาล ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องมีคําอธิบาย ผมอยากจะเรียนนะครับว่าถ้าท่านอ้างว่าเป็นเพราะมี วิกฤติน้ําท่วมทําให้เศรษฐกิจเสียหาย ผมก็อยากที่จะเรียนเตือนท่านว่าในช่วงที่รัฐบาลของ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ามารับผิดชอบแก้ปัญหาเศรษฐกิจของบ้านเมือง อัตราการขยายตัว ทางเศรษฐกิจ ณ เวลานั้นติดลบถึง ๗ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ในวันนี้ในเอกสารงบประมาณ ของท่านเอง ท่านได้อ่านให้กับสภาแห่งนี้ได้รับทราบว่าประมาณการการขยายตัว ทางเศรษฐกิจของท่านยังเป็นบวกอยู่ถึง ๔ เปอร์เซ็นต์ และถึงแม้ว่ามีการปรับหลังจากนั้น หลังจากที่ประสบพบว่ามีภัยต่อเศรษฐกิจเกิดขึ้นจากภัยน้ําท่วม ท่านก็ยังคาดการณ์ไว้ว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะอยู่ในระดับอย่างน้อยประมาณ ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ก็คือยังบวกอยู่ ดังนั้นทําไมถึงต้องกู้ หรือถ้าท่านจะอ้างว่าที่ต้องกู้ยืมมาก็เพื่อมาฟื้นฟูน้ําท่วม ผมก็อยากจะเรียนนะครับว่าในงบประมาณนี้ถ้ามีงบที่สามารถที่จะอ้างได้ว่ามาช่วยแก้ปัญหา น้ําท่วมอยู่ ๒ ส่วน ส่วนแรก ก็คือแผนงานส่งเสริมการบริหารจัดการน้ําอย่างบูรณาการ เม็ดเงิน ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนที่ ๒ ก็คือแผนเยียวยา ฟื้นฟูและป้องกันความเสียหาย จากอุทกภัยอย่างบูรณาการอีก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมเป็น ๑๖๕,๐๐๐ ล้านบาท คําถามของผมก็คือ แล้วอีก ๒๓๕,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านต้องกู้นั้น ท่านกู้มาเพื่ออะไร ถ้าท่านบอกว่าที่มีความจําเป็นต้องกู้ยืมก็เพราะให้คํามั่นสัญญาทางนโยบายกับ พี่น้องประชาชนไว้ว่าจะต้องขับเคลื่อนนโยบายประชานิยมต่าง ๆ ท่านผู้นําฝ่ายค้าน ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อเช้าก็ได้ชี้แจงในสภาแห่งนี้ไปแล้วว่านโยบายเหล่านั้นท่านกลับไม่ได้สํารอง งบประมาณไว้ในร่างงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ฉบับวันนี้เลย โครงการจํานําข้าวที่คาดว่าจะต้อง มีการจํานําข้าวถึง ๒๕ ล้านตัน ใช้เม็ดเงินถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านผลักภาระทั้งหมดไป ให้กับ ธ.ก.ส. โดยไม่ได้ตั้งงบประมาณเผื่อความเสียหายที่คาดว่าจะต้องเกิดขึ้นแน่นอนใน ปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ส่วนความเสียหายที่ค้างอยู่ในบัญชีของ ธ.ก.ส. จากนโยบาย การจํานําข้าวสมัยครั้งที่แล้วที่ท่านได้เป็นรัฐบาล เม็ดเงินโดยรวม ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ในงบประมาณปีนี้ท่านตั้งงบชดเชยไว้เพียง ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท กล่าวคือความเสียหาย ที่เกิดขึ้นจากการจํานําข้าวในสมัยที่แล้วที่ท่านเป็นรัฐบาลท่านยังชดเชยให้ไม่หมด วันนี้ ท่านกําลังผลักดันให้ ธ.ก.ส. กําลังต้องรับภาระและซุกภาระหนี้ของรัฐบาลไว้ที่ ธ.ก.ส. เหมือนเช่นที่ท่านเคยทําไว้ในอดีต หรือแม้แต่โครงการบ้านหลังแรก รถคันแรก ท่านก็ไม่ได้ จัดสรรงบประมาณไว้ ในส่วนของรถคันแรกท่านได้เคยชี้แจงไว้ว่าจะต้องใช้เม็ดเงิน งบประมาณสุดท้ายโดยรวม ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่วันนี้ท่านตั้งงบประมาณไว้เพียง ๑๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นขนาดท่านกู้มา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว ท่านยังไม่ได้จัดสรร งบประมาณไว้รองรับนโยบายของท่านเลย และเป็นการผลักภาระไปสู่ปีข้างหน้าทั้งสิ้น จึงเป็นสาเหตุที่ทําให้ผมก็ต้องถามอีกว่า แล้วท่านกู้มาเพื่อทําอะไร ถ้าท่านบอกว่าท่านกู้มา เพื่อดูแลพี่น้องประชาชน ผมก็ต้องตั้งคําถามอีกว่าถ้าเป็นเช่นนั้นทําไมงบประมาณรักษาฟรีท่านถึงจัดสรรงบประมาณ น้อยกว่าที่ทางคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้จัดสรรไว้ถึง ๑๔๐ บาทต่อหัวประชากรคนไทย ทุกคน หรือผมเองก็คงต้องถามว่าถ้าท่านต้องการที่จะดูแลพี่น้องประชาชนจริง ดูแลให้ พี่น้องประชาชนที่ยากจนมีอาชีพอิสระ ณ ปัจจุบัน ไม่มีบํานาญในวัยชรา ทําไมท่านถึง ไม่ได้จัดตั้งงบประมาณเพื่อรองรับกองทุนการออมแห่งชาติ ซึ่ง ณ ปัจจุบันเป็นกฎหมายแล้ว และจะเริ่มดําเนินการในเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๕๕ นี้ ท่านกลับไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ แม้แต่บาทเดียว ท่านตั้งใจจะเบี้ยวประชาชนหรือครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านไม่ได้ใส่ใจในการที่ ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ผมก็ต้องตั้งคําถามอีกว่างบที่ท่านตั้งไว้ว่าจะต้องมีการกู้ยืม ถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ท่านจะกู้ยืมเพื่อไปทําอะไร ในส่วนของขารายได้นะครับ เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านก็ได้อภิปรายไปแล้วว่าสมมุติฐานทั้งหมดของท่านได้ทําไว้ในสมัยที่ ประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจของท่านยังอยู่ที่ ๔.๐ เปอร์เซ็นต์ตามเอกสารครับ วันนี้ทุก ๆ หน่วยงานได้ปรับประมาณการลงมา รัฐมนตรีที่ดูแลทางด้านเศรษฐกิจของท่าน ได้พูดเองว่าปรับประมาณการลงมาคิดว่าปีนี้อัตราขยายตัวจะอยู่ที่ประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์ถึง ๒ เปอร์เซ็นต์ครึ่งเท่านั้น แต่ท่านไม่ได้ปรับรายได้หรือรายรับที่ส่วนใหญ่เป็นเงินภาษีที่เก็บ จากพี่น้องประชาชนลงมา จากประสบการณ์ของผมที่กระทรวงการคลัง ผมเชื่อมั่นใน กรมสรรพากรครับ ผมมั่นใจว่าถ้าท่านไม่ปรับลดเป้าหมายให้กับกรมสรรพากร เขาก็จะ จัดเก็บให้ท่านจนได้ แต่ในเมื่อท่านมีแผนที่จะปรับลดภาษีนิติบุคคลให้กับบริษัทที่ส่วนใหญ่ แล้วเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่จะได้ประโยชน์ และท่านยังกําหนดเป้ารายได้ไว้สูงกว่าปีที่แล้วถึง ๑๗ เปอร์เซ็นต์สําหรับกรมสรรพากร ผมตั้งคําถามครับว่าใครจะเป็นผู้ที่จะต้องมาเสียภาษี ให้กับท่านแทน ไม่ใช่ใครหรอกครับ ก็คือผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขนาดกลาง ที่ไม่มีอํานาจ การต่อรอง และพี่น้องประชาชนทั่วไป เพราะฉะนั้นผมจะขออนุญาตท่านประธานนะครับ ผมจะเกินเวลาไปเล็กน้อย แต่ท่านสามารถหักจากฝ่ายค้านได้ ที่จะใช้เวลาอีกไม่มาก ในการที่จะขออนุญาตในที่นี้มีข้อเสนอแนะให้กับทางรัฐบาลอยู่ ๕ ข้อด้วยกัน
ประเด็นแรกนะครับ ในส่วนของประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการลดภาษี นิติบุคคล ผมขอพูดตรง ๆ เลยครับ ขอให้รัฐบาลยุตินโยบายนี้และกลับไปเจรจากับผู้ที่ คาดว่าจะได้ประโยชน์จากนโยบายว่าขอเวลาอีก ๑ ปีก่อนที่จะกลับมาลดภาษีนิติบุคคลตาม นโยบายของท่านจาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ ก็คือขอเวลาเขาอีก ๑ ปีเท่านั้น อธิบายครับ ผมมั่นใจว่าเขาพร้อมที่จะฟังว่าสถานการณ์และสภาวการณ์สังคมและ เศรษฐกิจ ณ ปัจจุบันไม่ปกติ และถ้าท่านทําเช่นนี้ท่านก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นกลับคืนมาอีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมขอแนะนํานะครับว่าอันดับแรกท่านควรจะจัด ส่วนหนึ่งเพื่อที่ท่านจะได้มีความจําเป็นที่จะต้องกู้ยืมน้อยลง และอีกส่วนหนึ่งท่านสามารถ ตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อผู้ประกอบการขนาดเล็ก เพื่อกับพี่น้องประชาชนที่ ณ วันนี้กําลัง สําลักน้ําตายอยู่ สามารถที่จะใช้กองทุนส่วนนี้เป็นทุนฟื้นฟูอาชีพและโอกาสความสามารถ ในการทํามาหากินของเขาได้ ผมขอแนะนําครับ นั่นคือข้อแรก
ประเด็นที่ ๒ ขอให้ท่านยกเลิกครับ นโยบายที่ผมต้องขอเรียนตามตรงว่า ผิดกาลเทศะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบ้านหลังแรก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรถคันแรก ผลักไปอีก ๑ ปีครับ และอธิบายให้กับผู้ที่เขาเตรียมจะได้ประโยชน์จากนโยบายนี้เช่นเดียวกันว่า สถานการณ์การเมืองเปลี่ยนไป ความเสียหายมหาศาล แทนที่จะต้องเป็นภาระของประเทศ ที่ท่านต้องไปกู้ยืมเงินมากมาย ขอให้นําเงินส่วนนี้มาช่วยเหลือฟื้นฟูบ้านที่อยู่อาศัยของ พี่น้องประชาชนจํานวนหลายล้านคนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ขอให้ท่านนําเม็ดเงิน จากรถคันแรกมาว่าจ้างผู้ที่ตกงานตามที่ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้แนะนําไว้เมื่อเช้า ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน ที่ ๓๐๐ บาทต่อวัน ท่านสามารถจ้างเขาได้ ๓ เดือนเต็ม ๆ จากเม็ดเงิน งบประมาณที่จะต้องใช้สําหรับโครงการรถคันแรก
ข้อที่ ๓ ที่ผมอยากที่จะแนะนําก็คือ ขอให้ท่านกรุณามีความโปร่งใสในการ จัดสรรงบประมาณ อย่าเอาหนี้ไปซุกไว้ที่อื่น เมื่อสักครู่ผมได้เอ่ยถึง ธ.ก.ส. นั่นคือกรณีหนึ่ง มีเพื่อนสมาชิกจากจังหวัดตรังเมื่อสักครู่ได้อภิปรายถึงกองทุนน้ํามัน อย่าเอาหนี้ไปซุกไว้ที่อื่น เมื่อสักครู่ผมได้เอ่ยถึง ธ.ก.ส. นั้นคือกรณีหนึ่ง มีเพื่อนสมาชิกจาก จังหวัดตรังเมื่อสักครู่ได้อภิปรายถึงกองทุนน้ํามัน แสดงความกังวลว่านโยบายพลังงาน ของท่านทําให้ภาระหนี้ของกองทุนน้ํามันนั้นสะสมเพิ่มขึ้นทุก ๆ วัน ท่าน ส.ส. ได้เอ่ยด้วย ความกังวลใจว่า ณ ปัจจุบันนี้ภาระหนี้ของกองทุนน้ํามันสูงถึง ๑,๕๐๐ ล้านบาทแล้ว ๑,๕๐๐ ล้านบาทถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าเป็นห่วง แต่ข้อเท็จจริงครับ ณ ปัจจุบันตัวเลขหนี้สิน ของกองทุนน้ํามันสูงถึงเกือบ ๕,๐๐๐ ล้านบาทครับ และรั่วไหลอยู่วันละ ๑๐๐ กว่าล้านบาท ทุก ๆ วัน ตรงนี้ควรจะเป็นภาระที่ท่านจะต้องตั้งงบประมาณชัดเจนครับว่าท่านจะไปชดเชย การขาดทุนที่กองทุนน้ํามันอย่างไร
ส่วนประเด็นที่ ๔ ก็คือประเด็นที่ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้แนะนําไว้ว่าในส่วนของงบฟื้นฟู ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ขอให้ท่านใช้เวลาในช่วงของ การประชุมกรรมาธิการงบประมาณที่จะเร่งรัดให้หน่วยงานทุกหน่วยงานที่ต้องการใช้เม็ดเงิน จัดสรรโครงการมาให้ชัดเจนเพื่อให้กรรมาธิการได้มีโอกาสพิจารณา หลังจากนั้นตัดจาก ส่วนของงบกลางที่ตั้งไว้เพื่อฟื้นฟูและไปบรรจุเป็นงบของแต่ละกระทรวง เพื่อให้มีความชัดเจน โปร่งใสและยุติธรรม
ประเด็นสุดท้าย ก็คือท่านจะต้องกําหนดแผนการบริหารจัดการเรื่องของ การบริหารทางด้านการคลังของประเทศให้มีความชัดเจน ขอให้ทั้งพี่น้องประชาชนคนไทย นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศสามารถที่จะมองเห็นภาพที่ชัดเจนในช่วง ๒-๓ ปีข้างหน้า ว่าท่านจะบริหารจัดการงบประมาณและความต้องการการใช้เงินทุนของประเทศอย่างไร เพื่อที่จะรักษาเสถียรภาพของประเทศไว้ ประชาชนกําลังท้อใจครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น ณ วันนี้ในเมื่อเขามีความกังวลไม่ทราบว่าจะพึ่งพาใครได้ ท่านต้องรื้อฟื้น ความมั่นใจ และการกู้ยืมมหาศาลโดยไร้ทิศทางไม่มีคําอธิบายและขัดกับแนวคิดทางการเมือง ของท่านมาโดยตลอดเป็นเรื่องที่ท่านต้องอธิบายเพื่อให้ประชาชนเข้าใจ และเราสามารถที่จะ ขับเคลื่อนการใช้เม็ดเงินงบประมาณเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของพี่น้องประชาชนได้ อย่างแท้จริง ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ๗ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ก่อนอื่นประชาชนที่จังหวัดมหาสารคามได้ฝากผมว่า ช่วยมาบอกผ่านท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ด้วยว่าขอให้กําลังใจ ท่านครับ ในการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชนที่กําลังประสบปัญหาน้ําท่วมในขณะนี้ และคนที่มหาสารคามเห็นใจท่านนายกรัฐมนตรีครับที่ท่านทํางานหนักแล้วก็ท่านก็ได้ทํางาน อย่างเต็มที่ไม่ว่าจะดึกดื่นหรือรุ่งเช้าอย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ได้ทุ่มเทให้กับ ประชาชนอย่างเต็มที่ ท่านประธานครับ งบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ที่ทางรัฐบาล ได้ตั้งไว้จํานวน ๒.๓๘ ล้านล้านบาทนะครับ ซึ่งท่านประธานครับงบประมาณในปีนี้ ก็เป็นการตั้งจากเงินรายได้ จํานวน ๑.๙๘ ล้านล้านบาท และเป็นจากงบเงินกู้อีกจํานวน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับเมื่อวานนี้ผมเองก็เป็นห่วงครับว่าเงินที่ตั้งจาก งบรายได้นี่เราจะจัดเก็บได้ไหมนะครับ แล้วจะเพียงพอไหม เพราะว่าขณะนี้ก็ได้เกิดปัญหา ทางเศรษฐกิจนะครับ แล้วก็เกิดปัญหาเรื่องน้ําท่วมนะครับ ท่านประธานครับ ผมเองก็ได้รับ การชี้แจงจากสํานักงบประมาณว่ามั่นใจเชื่อว่าจะมีเงินรายได้ตรงนี้เข้ามา ผมเองครับ ท่านประธานก็ต้องถามต่อว่ามั่นใจได้อย่างไร เอาอะไรมามั่นใจในเมื่อจีดีพีที่ประมาณการไว้ ที่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจร้อยละ ๔.๕ แต่วันนี้อย่างไรก็ลดลงแน่ ๆ ท่านประธานครับ ข้อมูลอันหนึ่งที่ให้ท่านประธานสบายใจ ให้พี่น้องประชาชนได้สบายใจครับว่า คือจริง ๆ แล้วการประมาณการในการจัดเก็บรายได้ ประมาณการไว้ต่ํากว่าความเป็นจริงครับ จริง ๆ แล้วนี่เราจะเก็บรายได้ได้มากกว่านี้ มากกว่า ๑.๙๘ ล้านล้านบาท ที่ได้ประมาณการไว้ ท่านประธานครับ เอาตัวเลขย้อนหลังกลับไปครับว่าในรัฐบาลที่ผ่านมางบประมาณกลางปี ๒๕๕๒ ๑๑๗,๐๐๐ ล้านบาท งบประมาณกลางปี ปี ๒๕๕๓ อีก ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปี ๒๕๕๔ อีก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท งบกลางปีมาจากไหนครับ งบกลางปีก็คือการจัดเก็บรายได้ ที่เกินเป้า ก็มาตั้งเป็นงบกลางปี ซึ่งตรงนี้นะครับท่านประธานสบายใจได้ แล้วผมเชื่อว่ากรม จัดเก็บรายได้ภายใต้การนําของรัฐบาลนี้คงจะไม่ไปสร้างความเดือดร้อน หรือไม่ไปรีดไถ พ่อค้ารายเล็กรายน้อยอย่างแน่นอน ท่านประธานครับ เมื่อเช้านี้ทางท่านผู้นําฝ่ายค้าน ท่านก็ได้เป็นห่วงในเรื่องของความโปร่งใสในการใช้งบประมาณ ท่านประธานครับ ผมเอง ก็เห็นด้วยกับท่านผู้นําฝ่ายค้าน แล้วผมก็ให้ความเชื่อมั่นกับท่านประธานครับว่า รัฐบาลนี้ จะใช้งบประมาณอย่างโปร่งใส ผมยกตัวอย่างงบประมาณของกระทรวงมหาดไทยครับ ซึ่งปีนี้ได้งบประมาณ จํานวน ๒๘๓,๘๗๕ ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ๔๔,๓๙๖ ล้านบาท ซึ่งเป็นข่าวดีนะครับท่านประธานครับ ให้กับองค์กรปกครองท้องถิ่นทั่วประเทศว่า ท่านจะได้รับเงินเพิ่มขึ้นอีก ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะว่าเงินที่เพิ่มขึ้นตรงนี้ใน ๔๔,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็นเงินอุดหนุนเฉพาะกิจที่จะให้กับท้องถิ่น ไปแก้ไขปัญหาน้ําท่วม ส่วนที่เหลือก็จะไปให้เพิ่มกับท้องถิ่นในเรื่องของนโยบายรัฐบาล ในเรื่องของการเพิ่มเบี้ยยังชีพให้กับคนชรา ท่านประธานครับ งบประมาณที่ในรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้จัดไว้ ในเรื่องของงบกลาง ในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการ เยียวยาและฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ จํานวน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีครับท่านประธาน เพราะอะไร ท่านประธานครับ เพราะว่าทุกคนจะได้เห็นว่าเงินเอาไปช่วยน้ําท่วม จํานวน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มีรายการเอาไปช่วยที่จังหวัดใดบ้างนะครับ แล้วก็เกิดความเป็นธรรม อย่างไร
ท่านประธานครับ มันไม่เหมือนกับสิ่งที่ผมเคยตรวจสอบมา ในสภาแห่งนี้ ที่ท่านประธานเป็นประธานอยู่ในสภาชุดนี้ว่า ในรัฐบาลที่ผ่านมาเคยมีการทํากัน ในเรื่องของเงินน้ําท่วม ได้มีการโอนเปลี่ยนแปลงเงินที่เคยให้กับท้องถิ่นในเรื่องของเป็น เงินอุดหนุนให้ไปเป็นค่าจ้างครูนะครับ แล้วก็พนักงานองค์กรครูที่ทางรัฐบาลได้ถ่ายโอน ให้กับท้องถิ่น แล้วก็มีการไม่กั๊กเงินตรงนั้นไว้ ไม่โอนไปให้ท้องถิ่นแล้วก็เอามาเปลี่ยนแปลง เป็นหมวดเงินในการก่อสร้างถนน ท่านประธานครับ การตรวจสอบตรงนี้ถึงขณะนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ชื่อ นายขวัญชัย วงศ์นิติกร วันนี้ก็ยังไม่เคยมาชี้แจง ต่อกรรมาธิการเลย พรุ่งนี้ทางกรรมาธิการ ป.ป.ช. ได้เชิญท่านไว้เวลาสิบโมงเช้า ที่ห้องประชุม ๓๕๐๑ ให้ท่านมาชี้แจงนะครับ ก็ขอฝากท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งท่านอยู่ในห้องประชุมแห่งนี้นะครับ ได้สั่งให้นายขวัญชัยมาชี้แจง หน่อยเถอะครับว่าท่านไปเปลี่ยนแปลงงบเงินเดือนที่เขาเอาไปจ้างครูเอามาทําถนน ได้อย่างไรนะครับ ก็อยากจะฝากนะครับ
นอกจากนี้นโยบายต่าง ๆ ที่ทางพรรคเพื่อไทยได้หาเสียงไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง เอสเอ็มแอลที่ให้หมู่บ้านละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๔๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐,๐๐๐ บาทและการให้ เงินกองทุนหมู่บ้านเพิ่มอีกหมู่บ้านละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท รัฐบาลก็ได้ตั้งไว้ในงบของกองทุน หมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ จํานวน ๓๔,๐๓๓ ล้านบาท ซึ่งตรงนี้ผมเอง ก็เห็นด้วยและสนับสนุนงบประมาณตรงนี้ เพราะว่าตรงนี้จะเป็นการกระจายงบประมาณไป ให้กับประชาชนแล้วก็ไปถึงท้องถิ่น คนยากคนจนในต่างจังหวัด ขอขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญ ท่านสงกรานต์ จิตสุทธิภากร ๕ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปนครสวรรค์นะครับ มีคนไปต้อนรับมากมาย ท่านไปจ่ายเงินชดเชยครอบครัวละ ๕,๐๐๐ บาท ท่านแจกถุงยังชีพ ท่านไปทาสีบ้าน ผู้ถูกน้ําท่วม และได้กล่าวยกย่องคนนครสวรรค์ไว้ว่าเป็นตัวอย่างของความอดทน สามัคคี ร่วมแรงร่วมใจกัน และอยากให้ถือว่าเป็นนครสวรรค์โมเดล (Model) ของการฟื้นฟู หลังน้ําท่วม แต่ท่านประธานครับ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีท่านจะไปเพียงแค่นั้นผมคิดว่าไม่มี อะไรนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรียังไปพูดลักษณะของการที่บอกว่า บ้านผู้ถูกน้ําท่วม นอกจากได้ ๕,๐๐๐ บาทแล้วอาจจะได้เงินเพิ่มอีกครอบครัวละ ๓๐,๐๐๐ บาท ซึ่งอันนี้ นะครับเป็นเหตุหนึ่งที่มีคนไปฟังกันเยอะ แต่ผมได้มาอ่านรายละเอียดแล้วเห็นว่าเงิน ๓๐,๐๐๐ บาทนั้นเป็นระเบียบปกติของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะจ่าย ครอบครัวละ ๓๐,๐๐๐ บาทเท่ากันทุกคน แต่เป็นการประเมินความเสียหายแล้วก็จ่าย ตามจริงเท่านั้น แต่ภาพที่ออกไปสิ่งที่ชาวบ้านได้ยินก็คือว่าเขาจะได้เงินเพิ่มนอกจาก ๕,๐๐๐ บาท แล้วจะได้อีกครอบครัวละ ๓๐,๐๐๐ บาท ผมคิดว่าอันนี้ทางรัฐบาลต้องชี้แจงความเป็นจริง นะครับ ท่านครับ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ไปนครสวรรค์เพียงครั้งเดียวนะครับ เพียงเวลา ๓ เดือนเศษ ๆ ท่านไปนครสวรรค์ถึง ๓ ครั้ง
ครั้งแรก ท่านไปเมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๔ ท่านไปที่ชุมแสงนะครับ เทศบาลชุมแสง แล้วท่านก็เลยมาที่เทศบาลนครนครสวรรค์ ท่านไปยืนดูเขื่อนที่เหนือ ต้นแม่น้ําเจ้าพระยาตอนนั้นน้ํายังไม่ท่วมครับ ท่านนายกเทศมนตรีนครนครสวรรค์ของบท่าน ไปครับ ๘๐ ล้านบาทเป็นงบฉุกเฉิน และอีก ๔๙๐ ล้านบาทสําหรับการสร้างเขื่อน ส่วนที่เหลือ แต่สุดท้ายจนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้รับข่าวอะไรทั้งสิ้นนะครับ
ครั้งที่ ๒ ท่านไปเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ ๔ ชั่วโมงหลังจากที่เขื่อน ป้องกันตลิ่งที่ตลาดบ่อนไก่พังขณะนั้นน้ําทะลักเข้าเขตเทศบาลนครนครสวรรค์ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านไปท่านขึ้นรถทหารไปครับ แต่ท่านไม่ได้ลงจากรถทหารนะครับ ท่านไปจับมือกับประชาชนสัก ๕ นาทีแล้วท่านก็กลับครับ คนนครสวรรค์หลายคนดีใจที่ ท่านนายกรัฐมนตรีมาครับ เพราะว่าคิดว่าระดับนายกรัฐมนตรีมาด้วยตัวเองแล้วคงจะได้ อะไรเพิ่มเติม แต่สุดท้ายเทศบาลนครสวรรค์ก็จมน้ําครับ แล้วจมเป็นเวลา ๑๘ วันครับ ตลอด ๑๘ วันนั้นเราเฝ้าคอยข่าวดี ๆ จากรัฐบาลแต่ไม่ได้อะไรครับ พี่น้องชาวนครสวรรค์ ชาวเทศบาล ท่านนายกเทศมนตรีนครนครสวรรค์ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านแม่ทัพภาคที่ ๓ ภาคเอกชน ชาวบ้าน องค์กรต่าง ๆ ช่วยกันคนละไม้คนละมือครับ ถ้าจะยกนครสวรรค์โมเดล ต้องยกอย่างนี้ครับ ที่บ้านผมนั้นชาวนาเอาอีโก้งนะครับ นากครับ ๗๐๐ เครื่องนะครับ มาช่วยกันสูบน้ํา ช่วยคนเทศบาลให้น้ําแห้งจากเมืองโดยเร็ว อันนั้นเป็นรูปแบบเป็นความรัก ความสามัคคี ความร่วมมือร่วมใจของคนเทศบาลแล้วก็คนนครสวรรค์ทั้งหมด หลังจากนั้น อีก ๑๘ วัน แล้ววันที่ ๕ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็มานะครับ พี่น้องหลายคนดีใจครับ ท่านมาเที่ยวนี้ท่านต้องติดอะไรมาบ้างแน่นอน เพราะว่ามาฟื้นฟู แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีอะไรครับ แถมมาทิ้งไว้ว่าจะได้อีกครอบครัวละ ๓๐,๐๐๐ บาท จนวันนี้ทางจังหวัดยังไม่ยอมตอบ นะครับว่าจะได้เมื่อไร ท่านประธานครับ ผมคงไม่มีโอกาสได้เข้าไปเป็นกรรมาธิการ งบประมาณนะครับ แต่ผมขอฝากนะครับว่าเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทถ้าจะให้นี่ ขอให้จังหวัดนครสวรรค์เยอะหน่อยนะครับ แล้วเรื่องด่วนที่สุดที่อยากจะฝากไว้ก็คือ
เรื่องแรกครับ การสร้างเขื่อนถาวรเพื่อซ่อมแซมเขื่อนเก่า แล้วก็ทําเขื่อนใหม่ ให้สูงกว่าเดิม เพื่อปกป้องเทศบาลนครนครสวรรค์ให้ปลอดจากน้ําท่วม
๒. ยกระดับถนนของทางเลี่ยงเมืองให้สูงขึ้นจากระดับปีนี้อีกอย่างน้อย ๕๐ เซนติเมตรครับ เพราะที่ผ่านมาพวกเราถูกตัดปล่อยเกาะอยู่ในเขตไปไหนไม่ได้เลย เป็นเวลา ๑๐ กว่าวัน แล้วสุดท้ายก็คือว่าถ้าเป็นไปได้ให้บรรจุเรื่องโรงพยาบาลด้วยครับ โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ มีผู้ป่วย ๖๐๐ กว่าคน อพยพกันทุลักทุเลน่าเห็นใจเป็นที่สุดนะครับ ท่านครับ ผมเป็นคนนครสวรรค์ครับ ผมเป็นหนึ่งในผู้อพยพนะครับ บ้านผมน้ําท่วมครับ ผมย้ายออก ไปอยู่ข้างนอกเกือบ ๒๐ วัน เพิ่งจะกลับไปได้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมอ่านข่าวเห็นข่าว ท่านนายกรัฐมนตรีมานครสวรรค์ แล้วที่ตกใจก็คือว่าท่านไปร้องไห้ที่นครสวรรค์ครับ ในฐานะเป็นเจ้าภาพ เป็นคนนครสวรรค์ตกใจครับ ไม่คิดว่าแขกที่มาจากต่างเมืองจะมา ร้องไห้ที่จังหวัดผม ท่านครับ น้ําตาไม่ได้แก้อะไรใครได้นะครับ แต่การจัดงบประมาณ ที่ถูกต้อง การทํางบประมาณที่เที่ยงธรรมแล้วก็ชอบธรรม แล้วก็กระจายไปในทุกจังหวัด ที่เดือดร้อน อันนั้นละครับที่จะช่วยได้ ขอบคุณครับ
เชิญท่านชมภู จันทาทอง ๗ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ วันนี้ตัวดิฉันเองรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นตัวแทนของพี่น้อง ชาวจังหวัดหนองคายได้ร่วมในการที่จะอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕
ท่านประธานคะ ดิฉันก็ได้ศึกษางบประมาณของปี ๒๕๕๕ ไว้หลายกระทรวง รายจ่ายประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๕ นั้น ในวงเงิน ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษนี้นะคะ ก็ถึงแม้ว่าหลายท่านที่อภิปราย แม้กระทั่งผู้อภิปรายเมื่อกี้ที่นั่งลง ไม่ใช่ว่าเอ่ยกระทบท่านนะคะ ถ้าเป็นฝ่ายค้านก็จะค้านว่าทางท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้จัดการบริหารเงิน แม้กระทั่ง บางท่านก็บอกว่าให้ยกเลิก ให้เอาออกเสียนะคะว่าบริหารไม่ดี แต่ตัวดิฉันเองนั้น เป็นฝ่ายรัฐบาล ดิฉันขอชมเชยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ค่ะท่านประธานคะ ถึงแม้ว่า ท่านจะเป็นผู้หญิง แต่ท่านเป็นผู้หญิงแกร่งของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นตัวแทนผู้หญิงแกร่งของผู้หญิงในประเทศไทยค่ะ สมเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก ของประเทศไทยค่ะท่านประธานคะ ท่านได้จัดการบริหารเงินงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ นี้ ได้เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่น้องประชาชนชาวรากหญ้าทั่วประเทศค่ะท่านประธานคะ ดิฉันนั้นจะกล่าวถึงการแก้ไข นโยบาย การแก้ไข ปัญหาเร่งด่วนของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะในการที่เกิดภัยพิบัติน้ําท่วมครั้งนี้ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ท่านทํางานหนักมากค่ะ ดิฉันเป็นผู้หญิงยังอดเหนื่อยแทนท่านไม่ได้ค่ะท่านประธานคะ เพราะว่าพวกเรานั้น เป็นนักการเมืองผู้หญิงที่ก้าวเข้ามาในสภาแห่งนี้ เราจะเป็นผู้หญิงอ่อนนอกแข็งในทั้งหมดค่ะ ท่านประธานคะ ท่านได้ชดเชยเยียวยาพี่น้องประชาชนในการที่น้ําท่วมบ้าน ถ้าท่วมภายใน ๗ วันก็เยียวยา ๕,๐๐๐ บาท ที่ไปจังหวัดนครสวรรค์ครั้งแรกที่ท่านไปประกาศเยียวยาแล้ว ก็มอบเงินช่วยเหลือพี่น้องประชาชนค่ะท่านประธานคะ ดิฉันก็ขอชมเชยในการที่ท่านได้ จัดการเยียวยาอย่างเร่งด่วน สมกับพี่น้องได้รับความเดือดร้อนในขณะนี้นะคะ แล้วก็ไม่ว่า พักหนี้เกษตรกรค่ะท่านประธานคะ ก็เป็นการเข้าสถานการณ์ดี เพราะว่าน้ําท่วมภัยพิบัตินั้น ท่วมไร่นาของพี่น้องประชาชนนั้นเยอะมากค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชน จังหวัดหนองคายที่ตัวดิฉันเองเป็น ส.ส. เขต ๓ จังหวัดหนองคาย เราน้ําท่วมนาเกือบหมดค่ะ ตั้งแต่สมัยนกเตน น้ําท่วม แต่โชคดีของพี่น้องจังหวัดหนองคายนั้นแม่น้ําโขงไม่ขึ้นมาอีกค่ะ น้ําก็เลยไม่ท่วมบ้าน ไม่ลําบากเหมือนพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ค่ะ พักหนี้ถ้าเป็นหนี้ ๕๐๐,๐๐๐ บาทลงมาก็พักหนี้ ๓ ปี ก็ถือว่าพี่น้องประชาชนนั้นได้รับความเหลียวแลและให้ใส่ใจกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ ชาวรากหญ้าที่ได้รับภัยพิบัติน้ําท่วมครั้งนี้นะคะ
แล้วอีกอย่างนะคะประชาชนเด็กที่จบปริญญาเงินเริ่มต้น ๑๕,๐๐๐ บาทค่ะ ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายได้สัญญาและได้ประกาศทั่วประเทศว่าเดือนแรกของ จบปริญญานั้นต้องเริ่มต้นที่ ๑๕,๐๐๐ บาท ท่านก็ปฏิบัติตามค่ะ สมกับที่ท่านได้แถลงและ ให้คํามั่นสัญญากับพี่น้องประชาชนนะคะ และที่สําคัญดิฉันดีใจมากที่สุดก็คือผู้สูงอายุค่ะ ท่านประธานค่ะ ผู้สูงอายุนั้นถึงแม้ว่าหลายท่านฝ่ายค้านจะต้องติว่าเราทําไมไม่ขึ้นเงินเดือน ให้เฉลี่ยให้เท่า ๆ กันเลย แต่ว่ามันมีเหตุผลค่ะท่านประธานที่เราจะต้องขึ้นตามขั้นบันได ๖๐ ปีก็ ๖๐๐ บาท ๗๐ ปีก็ ๗๐๐ บาท ๘๐ ปีขึ้นไปก็ ๘๐๐ บาท แต่ ๙๐ ปีนั้น ๑,๐๐๐ บาท ทางกระทรวงการคลังนั้นก็มีเหตุผลในการที่จะขึ้นตามขั้นบันได แต่ตัวดิฉันเองลงพื้นที่นั้น ได้ไปทําความเข้าใจและไปถามพี่น้องประชาชนผู้สูงอายุท่านพอใจที่ทางรัฐบาล โดยเฉพาะ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นั้นได้เห็นความสําคัญของผู้สูงอายุ แล้วก็ให้กําลังใจแก่ผู้สูงอายุ ในการปรับค่าครองชีพให้ผู้สูงอายุนะคะ กองทุนพัฒนาบทบาทของสตรี อันนี้ตัวดิฉันเอง ถือว่าเป็นตัวแทนของพี่น้องสตรีทั่วประเทศ ไม่เคยเห็นนายกรัฐมนตรียุคไหนสมัยไหนได้เห็น ความสําคัญของบทบาทของสตรี ท่านอนุมัติเงินให้เฉลี่ยถึงจังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาท ดิฉันขอสนับสนุนค่ะท่านประธาน เป็นเรื่องที่ดีมาก ได้ดูแลบทบาทของสตรีดิฉันคิดว่า นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ถึงแม้ว่าผู้ชายหลายท่านอาจจะต้องติว่าท่านเป็นผู้หญิงที่อ่อนแอ ขี้งอน ใจน้อย แต่ว่าดิฉันก็ยังว่าท่านยังแกร่งแล้วก็สามารถอนุมัติเงินให้แก่บทบาทสตรีนั้น เฉลี่ยถึงจังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาทนะคะ โครงการเอสเอ็มแอลที่ผ่านมา ก็เปลี่ยนชื่อเป็น เศรษฐกิจพอเพียงอยู่ดีมีสุข บ้านได้บ้าง บ้านไม่ได้บ้าง ไม่เห็นความสําคัญในการที่จะ แก้ปัญหาของพี่น้องประชาชน โดยพี่น้องนั้นจะต้องอนุมัติโดยประชาชนในหมู่บ้านเอง เงินโอนถึงมือชาวบ้านเอง โครงการเอสเอ็มแอลกลับคืนมาแล้วค่ะพี่น้องประชาชนคะ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๔๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ ๕๐๐,๐๐๐ บาท พี่น้องไม่ต้องรอคอยงบประมาณ จาก อบต. ส.จ. หรือผู้แทนค่ะ โครงการที่เราจะแก้ไขได้ในหมู่บ้านท่านสามารถอนุมัติด้วย ประชาชนเองค่ะ ในการพัฒนาหมู่บ้าน กองทุนหมู่บ้านก็จะเพิ่มให้หมู่บ้าน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถึงแม้ว่าจะเป็นการก่อหนี้ แต่ว่าก็เป็นการภูมิใจที่เรามีเงินที่จะยืมในดอกที่น้อยกว่า ที่เราจะไปยืมข้างนอกนะคะ
สุดท้ายนิดหนึ่งนะคะท่านประธาน ดิฉันขอฝากท่านประธานเป็นข้อสังเกตว่า เงินช่วยเหลือน้ําท่วมที่อนุมัติให้ประชาชนที่น้ําท่วมไร่ละ ๒,๒๒๒ บาท เร่งหน่อยนะคะ ท่านประธานค่ะ ฝากท่านประธานผ่านไปทางท่านนายกรัฐมนตรี เพราะว่าทางบ้านดิฉันนั้น น้ําลดแล้ว เขาคอยเอาเงินนี้มาทํานาปรังค่ะ
เรื่องสุดท้ายที่๒ ดิฉันขอฝากว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านอย่าท้อถอยนะคะ ท่านต้องสู้ค่ะ พี่น้องประชาชนเขาให้กําลังใจท่าน ท่านจะต้องเป็นผู้หญิงแกร่งและ อ่อนนอกแข็งในค่ะ ขอบคุณค่ะ
เชิญ ท่านนันทนา สงฆ์ประชา ๑๑ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นันทนา สงฆ์ประชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท พรรคภูมิใจไทย ขอกราบเรียนท่านประธานถึงเรื่องการจัดสรรงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งงบประมาณไว้ถึง ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท คือเพิ่ม ๙.๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็น การเพิ่มที่ยอมรับได้คือ ๒๐.๒ เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของรายได้ประชาชาติ ในขณะเดียวกันการตั้งงบประมาณของปีนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานจีดีพีที่ ๘.๕ เปอร์เซ็นต์ แต่เหตุการณ์เช่นนี้นะคะท่านประธาน ดิฉันรู้สึกเป็นห่วงถ้าจีดีพีลดลงไม่เป็นไปตาม ข้อสมมุติฐานรัฐบาลจะทําอย่างไร ดิฉันจะไม่ขอพูดถึงรายละเอียดของแต่ละกระทรวง ทบวง กรม เฉกเช่นทุกปีที่ผ่านมา แต่จะขอลงรายละเอียดของงบประมาณในการจัดการกับปัญหา มหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในขณะนี้
ในเบื้องต้นดิฉันต้องขอกราบขอบพระคุณนะคะในการทํางานของรัฐบาล ทุกกระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสาหกิจ ทหาร ตํารวจ พี่น้องประชาชนชาวไทยที่ได้ ร่วมแรงร่วมใจในการช่วยเหลือซึ่งกันและกันที่จะฟันฝ่าอุปสรรคของเหตุการณ์ครั้งนี้กันไป ด้วยความสมัครสมานสามัคคี และดิฉันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าดิฉันได้ยกมือกราบขอบพระคุณ ในสภาแห่งนี้ว่าการที่เราได้อภิปรายเรื่องปัญหาน้ําท่วมกัน ซึ่งจะมีต่อกันในวันที่ ๑๑ และ วันที่ ๑๒ ดิฉันไม่สามารถที่จะเพิกเฉยกับปัญหาอุทกภัยที่ใหญ่หลวงในขณะนี้ จึงต้องขอ กล่าวอนุญาตที่จะพูดเกี่ยวกับปัญหาอุทกภัย เกี่ยวกับการฟื้นฟูเยียวยาที่จะได้รับผลกระทบ ดิฉันได้อ่านข้อมูลซึ่งรัฐบาลได้เตรียมไว้พวกความช่วยเหลือ พอจะสรุปประเด็นใหญ่ ๆ นะคะ ว่ารัฐบาลมีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือทั้งด้านสังคมก็คือด้านประชาชน ด้านภาคการเกษตร และเกษตรกร ด้านภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ทั้งอุตสาหกรรมขนาดเล็กคือเอสเอ็มอี อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลก็ต้องคิดการช่วยเหลือเยียวยา ทั้งระยะสั้นและระยะยาว แต่เนื่องจาการอภิปรายเหลือเพียง ๗ นาทีกว่าเท่านั้น ดิฉันจึงจะ ขอหยิบยกด้านสังคมก็คือด้านประชาชน ด้านภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรม ท่านคะ ขณะนี้ดิฉันคิดว่าเวลาเราเดินทางมาประชุมสภา หรือเดินทางมากรุงเทพมหานคร ได้สวนทางกับพี่น้องประชาชนที่กลับบ้าน นั่งหลังรถปิกอัพบรรทุกกันข้าวของหนี เป็นผู้ประสบอุทกภัยกลับกันด้วยท่าทางอิดโรย ดวงตาที่ไม่มีความหวัง ไม่เหมือนการกลับบ้าน ในช่วงที่จะเป็นเทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ หรือแม้แต่พรุ่งนี้หรือมะรืนจะมีการลอยกระทง เพราะไม่มีความหวังเลยนะคะท่านประธานว่าเราได้กลับบ้านแล้ว เราจะได้กลับมาทํางานเมื่อไร ดิฉันอยากจะกราบเรียนนะคะว่าด้านสังคม ด้านประชาชน ดิฉันเห็นความจริงใจของรัฐบาลนะคะว่า ท่านบอกว่าน้ําท่วมทุกครัวเรือนจะให้ ๕,๐๐๐ บาท ส่วนบ้านทั้งหลังถ้าเสียหายท่านจะ ไม่ให้เกินหลังละ ๓๐,๐๐๐ บาท ถ้าเสียหายบางส่วนท่านบอกท่านจะให้ ๒๐,๐๐๐ บาท หรือบางครั้งว่าถ้าทรัพย์สินเสียหายท่านบอกว่าไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาทก็จะให้ แต่ท่านคะ วันนี้ประชาชนอยากที่จะฟังท่านนายกรัฐมนตรีหญิงผู้เก่ง ผู้มีความสามารถ ผู้มีความตั้งใจจริง ครั้งนี้ว่าท่านจะแก้ไขปัญหาและบริหารจัดการน้ําอย่างไร น้ําที่ท่วมในครั้งนี้นะคะ บางคนถามว่า ท่านเป็น ส.ส. ชัยนาท น้ําที่ท่วมมันเป็นน้ําที่ไหน มันน้ําที่ค้างในทุ่งหรือเปล่า ดิฉันขอฟันธง ณ ที่สภาแห่งนี้ว่าน้ําที่ท่วมมากมายครั้งนี้มันเกิดจากฝน เกิดจากภาวะของ ฝนตกหนักจริงอยู่ แต่มันเป็นน้ําท่วมที่อยู่ในเขื่อนเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ประชาชนอยากฟังค่ะท่านประธานว่า ท่านนายกรัฐมนตรีมีแนวโน้มในการบริหารจัดการน้ําในแต่ละเขื่อนอย่างไร ประตูระบายน้ํา จะปล่อยอย่างไร ให้ความรู้กับประชาชนว่าถ้าวันนี้ปล่อย ๓,๓๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มันขึ้นกี่นิ้ว กี่เซนติเมตร กี่เมตร เหนื่อยค่ะท่านประธาน เพราะประชาชนไม่รู้เลยว่า ศัพท์วิชาการในการระบายน้ําที่ได้ให้ข่าวมานี่ แล้ววันนี้ขึ้นกี่เซนติเมตรเอากันให้ชัด เพราะต่อไปนี้ประชาชนจะอยู่กับน้ํา เราเป็น ส.ส. ดิฉันเชื่อว่าทุกคนได้คําถามจากประชาชน ว่าปีหน้าจะท่วมอีกหรือเปล่า ส.ส. พวกเราเป็นผู้นํากันทั้งหมดก็จะต้องตอบว่าก็ไม่รู้ว่า ปริมาณฝนปีหน้าจะเป็นอย่างไร ตอบอย่างนี้ว้าเหว่มากนะคะท่านประธาน ดิฉันเลยอยากจะ กราบเรียนว่าต้องชัดนะคะ ต้องชัดว่าจะบริหารจัดการน้ําในแต่ละเขื่อนในแต่ละประตู ระบายอย่างไร ในส่วนของเทศบาลมีท่าน ส.ส. บางท่านได้อภิปรายไปแล้วว่าต้องสร้างเขื่อน ป้องกันตลิ่งในส่วนที่จําเป็นจะต้องสร้างแบบนครสวรรค์ อย่างที่กล่าวไปแล้ว เพราะว่า มันอีกนิดเดียวใต้สะพานเดชา อย่างนี้เป็นต้น หรือในส่วนของจังหวัดชัยนาท ดิฉันได้ กราบเรียนในที่ประชุมแห่งนี้ว่าการท่วมมันเหมือนสายยาง เราต้องมองว่าเจ้าพระยา เหมือนสายยาง ถ้ามันแตกข้างด้วยเขื่อนดินมันก็เหมือนสายยางแตก น้ําบางครั้งบอกว่า คันอันนี้แตกนั่นคือเขื่อนแตกนะคะท่านประธาน เลยอยากกราบเรียนว่าบางครั้งในส่วนของ กรุงเทพมหานครนี่ก็เหมือนกัน อยากจะกราบเรียนว่าท่านจะต้องทําเขาเรียกฟลัดเวย์ ก็คือทางเลี่ยงน้ําขนาดใหญ่ เราคิดว่าเราคงเคยไปเที่ยวประเทศมาเลเซียนะคะ ประเทศมาเลเซียใช้เงินประมาณ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาททําทางเลี่ยงทางน้ําเป็น ๓ ระดับ ๓ ชั้น ชั้นที่ ๑ เขาให้รถวิ่ง ส่วนชั้นที่ ๒ ชั้นที่ ๓ เขาก็ให้เป็นทางระบายน้ํา ถ้าท่วมทางระบายน้ํา ชั้นที่ ๑ ก็วิ่งแค่ ๒-๓ ซึ่ง ๓ ชั้นสามารถผลัดเปลี่ยนทั้งเป็นทางระบายน้ําและเป็นถนนได้ ใช้งบประมาณเพียง ๑๘,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นนะคะ แต่ดิฉันทราบว่าในกรุงเทพมหานคร ก็มีโครงการที่จะสร้างอุโมงค์ขนาดใหญ่ แต่ฟลัดเวย์ของมาเลเซียใช้เงิน ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ผันน้ําได้ประมาณ ๓๐๐ คิวต่อวินาที แต่ดิฉันพอจะทราบว่าของเราก็จะสร้างอุโมงค์ ขนาดใหญ่เช่นเดียวกัน แต่จะผันน้ําได้ประมาณ ๖๐ คิวต่อวินาทีเท่านั้น แต่ไม่รู้ว่าจะใช้ เงินงบประมาณเท่าไรก็คงต้องติดตามดูกันต่อไปนะคะ แต่ในส่วนของภาคการเกษตรดิฉัน ต้องกราบขอบพระคุณว่าไร่หนึ่งบอกว่าถ้าเสียหายนาให้ ๒,๒๒๒ บาท ถ้าเป็นไร่จะให้ ๓,๑๕๐ บาท ถ้าเป็นพืชสวนจะให้ ๕,๐๘๐ บาท ไม่พอท่านประธานคะ ต้นทุน ส้มโอตาย หมดแล้ว อย่างเมืองนนท์ ทุเรียน มังคุด ทุเรียนเขาลูกหนึ่งตั้ง ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท ลูกเดียว สงสัยอีก ๗ ปีกว่ามันจะโตเราคงไม่ได้กินทุเรียนเมืองนนท์กันแล้วนะคะ ก็เลยอยากจะ กราบเรียนว่าทุกคนเข้าใจว่ามันมหาศาลจริง ๆ แต่ว่าอยากจะกราบเรียนว่าถ้ามีอะไรที่จะ ช่วยเหลือให้ได้มากกว่านี้ก็ยังต้องกราบขอบพระคุณแทนพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง แต่ดิฉันเนื่องจากอยู่ที่จังหวัดชัยนาทเรามีชาวนาจํานวนมากก็ได้ฝากความกังวลถามมาว่า ในระหว่างช่วงช่องว่างของจํานํากับประกันแล้วมีปัญหาอุทกภัยช่วงนั้นจะได้รับการทดแทน แล้วชดเชยอย่างไร
ดิฉันจะพูดในประเด็นสุดท้ายนั่นคือในส่วนของอุตสาหกรรม ทราบว่ารัฐบาล จะมีนโยบายช่วยเหลือทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ และยังมีอีก ๑๑ โครงการที่รัฐบาลจะทํา ถึง ๗,๔๐๐ กว่าล้านบาท แต่มีโครงการหนึ่งที่ดิฉันเป็นห่วงมากก็คือการสร้างภาพลักษณ์ ประเทศไทย ท่านประธานคะ ภาพลักษณ์ประเทศไทย ๑ ในโครงการ ๑๑ โครงการในภาคอุตสาหกรรมใช้เงินถึง ๒,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน ภาพลักษณ์ประเทศไทยนี้นะคะ เชิญสิคะ เชิญผู้แทนการค้า เชิญทูตานุทูตมาฟังว่ารัฐบาล จะสร้างเขื่อนป้องกันหรือกําแพงกันนิคมอุตสาหกรรมอย่างไร สร้างหรือว่าขุดนายกรัฐมนตรี พูดให้เกิดความมั่นใจต่อนักลงทุนนะคะ ดิฉันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าไม่ต้องใช้สตางค์เลย สักบาทเดียว ถ้าทําความเข้าใจว่าเราจะกันอย่างไรซึ่งเป็นมาตรฐานที่ยอมรับได้นี่นะคะ ดิฉัน เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาทไม่จําเป็นเลยที่จะใช้ ไม่ใช่เป็นการประชาสัมพันธ์นะคะ จะต้องพูดกันให้เข้าใจ พูดกันจนเป็นที่ยอมรับกันไปเลยนะคะว่า เราจะทําอย่างไรที่จะทําให้ เขามาลงทุนประเทศไทย แล้วก็สุดท้ายนี้นะคะ ดิฉันขอให้กําลังใจนายกรัฐมนตรีสตรีของเรา ที่จะยืนหยัดในการต่อสู้เพื่อประชาชนต่อไปด้วยความเต็มใจยิ่งค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
เชิญ ท่านปริญญา ฤกษ์หร่าย ๖ นาที
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายปริญญา ฤกษ์หร่าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกําแพงเพชร พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นผมต้องขอเป็นกําลังใจให้กับผู้ประสบอุทกภัยทุกจังหวัด แล้วก็ขอให้ ผู้ประสบอุทกภัยทุกจังหวัดนั้นให้กําลังใจทุก ๆ คน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันนี้ ผมและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านก็เปรียบเสมือนการทําหน้าที่หน้าที่หนึ่งที่ พี่น้องประชาชนนั้นได้มอบหมายให้ผมมาทํางานเกี่ยวกับเรื่องการดูงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ในวันนี้ ซึ่งในช่วงเช้าของวันนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ได้แถลงประกอบงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ นั้น ผมแล้วก็รวมถึงสมาชิกทุก ๆ ท่านก็ขอเป็นกําลังใจให้กับท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ในการฝ่าฟันเกี่ยวกับเรื่องนโยบายต่าง ๆ ที่พวกเรานั้นได้หาเสียงได้ปราศรัยไว้ในช่วงที่มีการ ปราศรัยหาเสียงหลังการเลือกตั้งในวันที่ ๓ กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งในวันนี้นโยบายต่าง ๆ ที่พวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พี่น้องประชาชนให้โอกาสให้แกนนําอย่างพรรคเพื่อไทย ที่ผมสังกัดอยู่ได้มาบริหารประเทศนั้น ในวันนี้การทําหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องการพิจารณา งบประมาณรายจ่ายประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๕ นั้นจะทําเป็นรูปธรรมในช่วงระยะเวลาอันใกล้นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ นั้นเป็นจํานวน ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นจํานวนตัวเลขที่ มากกว่าปีที่แล้ว และโดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายต่าง ๆ ในการปราศรัยหาเสียงของ พรรคการเมืองหนึ่งที่ได้รับฉันทามติเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโครงการ เรื่องเกี่ยวกับเรื่องการพักชําระหนี้เกษตรกรรายย่อยภาคครัวเรือนที่มีหนี้ไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท เป็นระยะเวลา ๓ ปี หรือแม้กระทั่งเรื่องเกี่ยวกับเรื่องกองทุนหมู่บ้านหรือ ชุมชนเมือง เกี่ยวกับเรื่องกองทุนหมู่บ้าน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทนั่นเอง ในเรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่อง โครงการเอสเอ็มแอล และในเรื่องที่ ๔ ก็คือเรื่องเกี่ยวกับเรื่องโครงการการจํานําพืชผล ทางการเกษตร ซึ่งในวันนี้เกี่ยวกับเรื่องการพิจารณาเกี่ยวกับกรอบของงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ นั้น จะให้ผมพูดโดยภาพรวมเกี่ยวกับทุกกระทรวงนั้น ก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะมีเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็มีความประสงค์จะพิจารณาเกี่ยวกับเรื่อง งบประมาณรายจ่ายของในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ผมนั้นก็ขอยกตัวอย่างโดยสังเขปให้ท่านประธานนั้น ได้รับรู้รับทราบเกี่ยวกับเรื่องโครงการการจํานําพืชผลทางการเกษตร ซึ่งโครงการการจํานํา พืชผลทางการเกษตรนั้นถือเป็นโครงการโครงการหนึ่งที่พรรคการเมืองพรรคการเมืองหนึ่ง ให้คํามั่นสัญญากับพี่น้องประชาชนว่า หลังการเลือกตั้งเมื่อเราได้เป็นรัฐบาลแล้วก็จะนํา เกี่ยวกับเรื่อง การจํานําพืชผลทางการเกษตรนั้นมาใช้เหมือนเดิม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง การเปลี่ยนผ่าน ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับเรื่องการประกันรายได้มาเป็นเรื่องเกี่ยวกับเรื่อง การจํานําพืชผลทางการเกษตร ซึ่งในปัจจุบันนี้นะครับ ช่วงการเปลี่ยนผ่านในบางครั้ง อาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณ หรืออาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องโครงการต่าง ๆ นั้น ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่าเกี่ยวกับเรื่องกระทรวงที่เกี่ยวข้องในการรับจํานําพืชผล ทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกระทรวงการคลังที่มีองค์กรหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยตรงก็คือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ หรือแม้กระทั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือกระทรวงพาณิชย์ที่มี อคส. เป็นคนดูแลกํากับเกี่ยวกับเรื่องการจํานําพืชผล ทางการเกษตร หรือแม้กระทั่งเกี่ยวกับเรื่องโรงสี หรือว่าในภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ กับรัฐบาล และในส่วนสุดท้ายก็คือเกี่ยวกับเรื่องเกษตรกรที่มีความประสงค์เกี่ยวกับเรื่อง การจํานําพืชผลเกษตร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับข้าวและในอนาคตนะครับ รัฐบาล ชุดปัจจุบันนี้ก็มีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องการจํานําพืชผลทางการเกษตรอีกหลายตัว และพืชทางการเกษตรตัวหนึ่งก็คือเกี่ยวกับเรื่องมันสําปะหลังเช่นเดียวกัน ก็ขอให้ พี่น้องประชาชนก็คอยดูเกี่ยวกับนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลที่จะออกมาเป็นรูปธรรม ในระยะเวลาอันใกล้นี้ แต่อย่างไรก็ดี ในการพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องของงบประมาณรายจ่าย ประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๕ นั้น อีกวิกฤติหนึ่งที่ผมนั้นได้พูดไปในขั้นต้นก็คือเกี่ยวกับเรื่องวิกฤติ เกี่ยวกับเรื่องอุทกภัย ในปีนี้เกี่ยวกับงบกลางท่านนายกรัฐมนตรีนั้นก็ได้ตั้งงบกลางไว้เกี่ยวกับ เรื่องของค่าใช้จ่ายในการเยียวยาฟื้นฟูและป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ ซึ่งเงินจํานวนนี้ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นได้ตั้งไว้ คณะรัฐมนตรีได้ตั้งไว้เป็นจํานวน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นถือเป็นตัวเลขที่สมควร และหลายคนนั้นตั้งข้อสังเกตว่าที่ตั้งไว้ใน ตัวเลข ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นจะนําไปทําอะไรบ้าง ผมก็ขอให้เพื่อนสมาชิกแล้วก็รวมถึง พี่น้องประชาชนทางบ้านได้คอยติดตามเกี่ยวกับเรื่องนโยบายต่าง ๆ หลังการที่เรานั้นได้มี การฟื้นฟูหลังอุทกภัยในครั้งนี้ด้วย วันนี้ก็ขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมในการ อภิปรายในวันนี้ ขอขอบคุณครับ
ท่านกุลเดช พัวพัฒนกุล ๗ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายกุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์ สืบเนื่องจากท่านนายกรัฐมนตรีได้อ่านคําแถลงประกอบงบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เมื่อเช้านี้ กระผมจริง ๆ แล้วไม่อยากที่จะ ตําหนิติติงใด ๆ มากนัก แต่ก่อนอื่นก็ต้องขอตั้งชื่องบประมาณฉบับนี้ว่า งบประมาณ ฉบับฉุกละหุก สาเหตุหรือครับ ท่านครับ ผมได้รับแจ้งให้มารับร่างงบประมาณรายจ่าย เมื่อวันศุกร์นะครับ ซึ่งบ้านผมน้ําท่วมการเดินทางมารับเอกสารต่าง ๆ ก็ค่อนข้างยากเย็นอยู่แล้ว พอมารับไปได้เจอเอกสาร ๑ ลัง ไม่สามารถดูได้ละเอียดถี่ถ้วนครับ แต่ขณะที่ดูผ่าน ๆ ดูคร่าว ๆ ก็ขออนุญาตท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลสัก ๒-๓ ประเด็นนะครับ
ท่านประธานครับ ในประเด็นที่ ๑ ก็คงพูดถึงการประมาณการรายรับ ของงบประมาณในปี ๒๕๕๕ จะเห็นได้ว่ารัฐบาลได้ประมาณการรายรับไว้ที่ ๑,๙๘๐,๐๐๐ ล้านบาท มากกว่าเมื่อปี ๒๕๕๔ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท จากการประมาณ การรายรับดังกล่าว แม้จะพูดได้ว่ารวมผลกระทบจากการปรับลด ภาษีเงินได้นิติบุคคลและการขยายระยะเวลาในการลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ํามันแล้วก็ตาม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมเชื่อว่ารัฐบาลตั้งอยู่บนความประมาท ถามว่าประมาทอย่างไรครับ ท่านต้อง รู้ว่าประเทศไทยในปี ๒๕๕๔ หรือ ๒-๓ เดือนที่ผ่านประสบมหาอุทกภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง โดยเฉพาะจังหวัดอุทัยธานีบ้านผมน้ําท่วม ๑ อําเภอ ความสูง ๓ เมตร นอกจากนั้นแล้ว ยังมีปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วก็ปัญหาหนี้สาธารณะในกลุ่มสหภาพยุโรป ซึ่งตรงนี้รัฐบาลเองไม่ควรประมาทเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นปัจจัยที่อาจจะทําให้ การเก็บรายรับได้น้อยกว่าที่ประมาณการไว้ ในขณะเดียวกันท่านได้ตั้งงบประมาณขาดดุลถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าในการตั้งงบประมาณ ขาดดุล ซึ่งกรอบวงเงินงบประมาณเดิมตั้งขาดดุลไว้เพียง ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท รัฐบาลนี้ เพิ่มอีก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเคยว่าคนอื่นเขาว่าเก่งแต่กู้ วันนี้ท่านกู้เก่งกว่าแล้วครับ ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีที่เมื่อเช้าท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงว่า จะบริหารจัดการอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมและคํานึงถึงลําดับความสําคัญก่อนหลัง ผมเองได้ ลงไปดูในรายละเอียดบ้างเล็กน้อยกลับตรงกันข้ามกับที่ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวไว้ นั่นก็คือ ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในกระทรวงคมนาคม ปกติในงบปกตินั้นถนนหนทาง ในประเทศไทยอย่างที่ท่านประธานเองก็รู้ดีอยู่แล้วในพื้นที่เลือกตั้งของท่านประธานก็เป็น เหมือนกับของกระผม ในขณะที่ภาวะบ้านเมืองเป็นปกติ ถนนหนทางในเขตเลือกตั้งไม่ว่า ของผม ของท่านประธาน ของเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติยังมีถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ ไม่ได้รับการพัฒนาปรับปรุงอีกเยอะมาก ๆ ผมใช้คําว่าเยอะมาก ๆ เพราะใช้คําว่า เยอะมาก อย่างเดียวไม่ได้นะครับ ทั้งที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงก็ดี กรมทางหลวงชนบทก็ดี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ดี ที่พี่น้องประชาชนไม่ได้รับความสะดวกในการสัญจรไปมา ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส รวมทั้งความไม่สะดวกในการขนส่งขนถ่ายสินค้าและ การเดินทาง ซึ่งเป็นที่มาของการหารายได้ของประเทศ ท่านครับ แต่ในปีนี้เกิดมหาอุทกภัย ตามข้อมูลมีถนนที่ถูกน้ําท่วม ๙๐๐ กว่าสาย แต่ในขณะเดียวกันท่านกลับไปปรับลด งบประมาณของกรมทางหลวงลง ในปี ๒๕๕๕ นี้ปรับลดไป ๑,๘๕๕.๔ ล้านบาท ในส่วนของ กรมทางหลวงชนบทกลับปรับลดลงไปอีก ๘๘๒.๒ ล้านบาทครับท่านประธานครับ ปกติไม่ปรับลด ถนนบ้านผมก็แทบจะหาดีไม่ได้อยู่แล้ว เที่ยวนี้น้ําท่วมในเขตเทศบาล เหลือถนนที่ไม่ถูกน้ําท่วมเพียงสายเดียวนะครับ ผมดีใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อท่านนายกรัฐมนตรี ไปตรวจเยี่ยมสภาพน้ําท่วมที่บ้านผม ซึ่งท่านไปทางเฮลิคอปเตอร์ครับ เพราะถนนทางหลวง สาย ๓๓๓ ซึ่งเป็นทางเข้าออกจังหวัดอุทัยธานีถูกน้ําท่วมเสียหายไม่สามารถผ่านไปได้ ท่านบอกว่าท่านจะให้งบประมาณ ๒๐๐ กว่าล้านบาท ให้ยกระดับทําถนนใหม่ แต่ผมเอง บอกตรง ๆ ครับท่านครับ ณ วันนี้ผมชักจะเหมือนประชาชนทั่วไปแล้วครับ ความเชื่อถือในตัวท่านนายกรัฐมนตรีค่อย ๆ น้อยลง ๆ แล้วก็จะน้อยลงไปเรื่อย ๆ ถ้าท่านไม่ทําตามคําพูด ดังจะเห็นได้ว่าท่านพูดตอนน้ําท่วมว่า ตรงไหนที่ท่านพูดว่าเอาอยู่ เอาอยู่ ไม่เกิน ๒ วันแตกแล้ว ตรงไหนเอาอยู่ เอาอยู่ แตกอีกแล้ว เพราะฉะนั้นท่าน นายกรัฐมนตรีอย่าเอาบ่อยครับ เดี๋ยวแตกบ่อย ขอบคุณครับ
ท่านก่อเกียรติ สิริยะเสถียร ๘ นาทีครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมก่อเกียรติ สิริยะเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ก่อนที่จะพูดเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ นะครับ ก็อยากถือโอกาสนี้แสดงความเสียใจกับพี่น้องประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย ซึ่งกระจายตัวไป ๖๐ กว่าจังหวัดทั้งประเทศ มากน้อยลดหลั่น กันไป และอยากเป็นกําลังใจให้กับทุกหน่วยราชการ และภาคประชาชนที่ช่วยเหลือพี่น้อง ผู้ประสบภัยน้ําท่วม ขอถือโอกาสนี้เรียนไปยังพี่น้องประชาชนทั้งประเทศนะครับว่า อยากจะ ทําความเข้าใจ เพราะว่าผมนั้นได้เห็นในหน้าสื่อแล้วรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยที่ว่ารัฐบาล สอบไม่ผ่าน แต่ว่าทหารได้คะแนนสูงสุด ก็ไม่ได้ตําหนิทหารนะครับ ทหารก็เป็นหน่วยสําคัญ ที่ไปช่วยเหลือประชาชน แต่อยากจะเรียนพี่น้องประชาชนทั้งประเทศนะครับว่าที่เราเห็น เป็นสัญลักษณ์รถยีเอ็มซีของทหารนั่นแหละ ในนั้นท่านทราบไหมครับ มีหมอบ้าง มีนายอําเภอบ้าง มีนายกเทศมนตรีบ้าง มี อบต. บ้าง หรือแม้บางวันก็มี ส.ส. เช่นพวกเรา นี่แหละครับนั่งอยู่ในรถนั้นเข้าไปช่วยพี่น้องประชาชน เพียงแต่ว่าภาพที่ถ่ายทอดออกมา เป็นภาพของรถทหาร เป็นรถยีเอ็มซี ก็อยากจะฝากพี่น้องสื่อมวลชนและประชาชนนะครับว่า ถ้าเราพูดเฉพาะว่าทหารเป็นหน่วยสําคัญ เดี๋ยวจะทําให้หน่วยอื่น ๆ หมดกําลังใจ ก็อยากจะ เรียนเรื่องนี้ให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้รับทราบนะครับ เอาละครับ ในเรื่องของปัญหา อุทกภัยนั้นหลายท่านก็พูดมามากพอสมควร ผมส่วนตัวนั้นคิดว่าเป็นเรื่องที่เป็นภัยธรรมชาติ ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่ในขณะที่เกิดขึ้นแล้วก็ต้องแก้ไข หลายท่านบอกว่าไม่ค่อยเห็น รัฐมนตรีบ้าง คนโน้นบ้าง คนนี้บ้าง ผมว่าทุกท่านทํางานมีหน้าที่ต่างกัน แม้กระทั่ง ส.ส. เอง ก็ถูกตําหนิเยอะนะครับในหลายวาระ แต่ในจังหวัดนครปฐมนั้นผมก็ได้เห็นท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ก็ไปดูแล ท่านเผดิมชัย สะสมทรัพย์ นั้นซึ่งเป็นรัฐมนตรีซึ่งดูแลเรื่องน้ําท่วมของจังหวัดนครปฐมโดยตรงก็ประชุมกับ หน่วยราชการเป็นประจํา แม้กระทั่งท่านรัฐมนตรีวิทยาซึ่งนั่งอยู่ด้านบนก็เข้าไปช่วยเหลือ ทั้ง ๆ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้นก็ล่มหนักไม่แพ้นครปฐม ท่านครับวันนี้งบประมาณ รายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ นั้นถูกโยงกับเรื่องน้ําท่วมมากพอสมควร เราจะเห็นได้ว่างบกลาง ซึ่งมีอยู่ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้นก็เกิดจากการแก้ไขปัญหาน้ําท่วมที่เราเห็นอยู่ ทุกวันนี้ไม่มีการบูรณาการ ไม่มีการรวมหน่วย รวมศูนย์ เกิดปัญหานะครับ ความเห็นอาจจะ ต่างกัน ผมยกตัวอย่างเช่น กรมชลประทาน ความเห็นของ ศปภ. ความเห็นของ กทม. บางครั้งไม่ได้มาทํางานร่วมกันแต่ต้น เมื่อความคิดเห็นแตกต่างกันทําให้การบริหารจัดการน้ํา เกิดปัญหา เพราะฉะนั้นการจะแก้ไขปัญหาในการฟื้นฟูเพื่อให้เกิดภาพในองค์รวม ซึ่งเป็นเอกภาพก็ต้องโอนงบทั้งหลายแหล่มาอยู่ที่งบกลางส่วนหนึ่งนะครับ นั่นคือเหตุผลหนึ่ง
เหตุผลประการที่ ๒ ผมเชื่อว่ารัฐบาลตระหนักดีว่าน้ําท่วมครั้งนี้ยังไม่ยุติ ยังลามไปในหลายจังหวัด เราดูจากภาพข่าวอาจจะไปที่สมุทรสาครอีก และยังมีอีก หลายพื้นที่ที่บ่าท่วมทุ่งแล้วประเมินได้ยาก ดังนั้นการตั้งเอาไว้ที่งบกลางก็จะสะดวกต่อ การบริหาร ต่อการแก้ไข ต่อการเยียวยาในอนาคต
ท่านประธานที่เคารพครับ พูดถึงเรื่องงบประมาณแล้วผมก็เห็นภาพนะครับ ว่ารัฐบาลนั้นพยายามจะกระจายเงินเป็นโครงการย่อย ๆ ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งได้รับงบเพิ่มมากพอสมควรนะครับ ผมเห็นด้วยเพราะว่าการที่เราจะฟื้นฟูแก้ไขปัญหา น้ําท่วมนั้นถ้าเราใส่แต่โครงการใหญ่ ๆ ทําให้ไปกระจุกรวมอยู่บางที่ ยกตัวอย่างเช่น ถนนใหญ่ ๆ ให้กระทรวงคมนาคมไปทํา บางครั้งประชาชนของเราที่เป็นคนงานที่ตกงาน เนื่องจากนิคมอุตสาหกรรมล่มนั้นก็ไม่มีงานทํา เพราะว่าถนนใหญ่ ๆ นั้นใช้เครื่องจักร ใช้เทคโนโลยี บางครั้งก็ใช้วิศวกรจากต่างประเทศ เราจะไม่เกิดประโยชน์ ผมเห็นด้วยกับการที่ รัฐบาลกระจายงบประมาณให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะว่าเราจะได้ ๒ เรื่อง ด้วยกัน เรื่องหนึ่งก็เป็นไปตาม พ.ร.บ. กระจายอํานาจ เรื่องที่ ๒ จะเกิดการจัดซื้อ จัดจ้างเต็มไปหมดทั่วประเทศ ทําให้คนงานที่เคยอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่อาจจะ ตกงานนะครับเป็นแสนคนกลับภูมิลําเนา จะได้มีโอกาสเข้าไปทํางานในโครงการเล็ก ๆ จะได้ มีรายได้ สิ่งหนึ่งซึ่งอยากจะฝากรัฐบาล ผมเชื่อว่าหลังจากน้ําลดนั้นจะมีพี่น้องประชาชนเรานี่ ว่างงานมากพอสมควรนะครับ กระทรวงแรงงานก็คงจะเป็นกระทรวงหนึ่งซึ่งจะต้อง ทํางานหนัก ก็อยากจะฝากทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงานนะครับ ขอให้ท่านได้ใช้โอกาสนี้ เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส โดยพยายามให้ศูนย์ฝึกอบรมฝีมือแรงงานซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศนั้น นําผู้ว่างงานเหล่านี้เข้ามาฝึกอบรมเป็นการพัฒนาต่อยอดเอสเอ็มอีในประเทศเราด้วยนะครับ โครงการโอทอปจะได้กลับมาสร้างชื่อเสียง สร้างรายได้ให้กับประเทศเราต่อไปนะครับ
ท่านประธานครับ ผมได้ไปเปิดดูงบประมาณนะครับ ซึ่งเกี่ยวพันกับ การแก้ไขปัญหายาเสพติด ปรากฏว่ารัฐบาลได้ใส่เงินไว้ประมาณ ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท เรื่องนี้ขออนุญาตท่านประธานพูดสักนิดนะครับว่าหลังจากที่น้ําลดนี่แน่นอนมีคนว่างงานแล้ว ก็จะมีคนจํานวนหนึ่งที่คิดว่าการหาเงินง่ายที่สุดก็คือเข้าไปสู่กระบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งอันตรายมาก ต่อให้ประเทศเรามีฐานะทางเศรษฐกิจดีแค่ไหน ต่อให้ครอบครัว ทุกครอบครัวมีเงินออมครอบครัวละ ๒๐-๓๐ ล้านบาท แต่ท่านเชื่อเถอะครับ เราจะอยู่แบบ ไม่เป็นสุขเลยถ้ามีคนในบ้านเราติดยาเสพติดหรือค้ายาเสพติด ผมอยากให้เรื่องนี้เป็น เรื่องหลักที่รัฐบาลกรุณาดูอย่างละเอียดนะครับ อย่าทอดทิ้งเพราะผมเชื่อว่าคนที่ว่างงานจะ เข้าสู่กระบวนการนี้มากพอสมควรนะครับ มองไปด้านบนเห็นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขนั่งอยู่นะครับ ก็อยากจะเรียนท่านนะครับว่าโครงการต่าง ๆ ซึ่งเป็นการเยียวยา รักษาพยาบาลผู้คนที่ประสบภัยน้ําท่วมและผู้คนที่จะใช้ชีวิตหลังน้ําท่วม ก็ขอให้ทางกระทรวง สาธารณสุขนั้นได้ดําเนินการดูแลพี่น้องประชาชนเราทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจครับ
ท้ายที่สุดนะครับท่านประธานครับ ผมคิดว่าประมาณการรายรับของรัฐบาล ที่หลายท่านได้พูดถึงนั้น ส่วนตัวผมเชื่อมั่นว่าก่อนที่จะนํามาสู่การจัดพิมพ์งบประมาณ ในครั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นหน่วยจัดเก็บรายได้คงจะได้พิจารณาร่วมกับรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ขอให้ความมั่นใจต่อสภาแห่งนี้นะครับว่าการจัดเก็บ รายได้ผมเชื่อมั่นว่ารัฐบาลสามารถทําได้ และจะบริหารงบประมาณรายจ่ายให้เป็นไปตาม แผนอย่างมีประสิทธิภาพครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านวรงค์ เดชกิจวิกรม ครับ ๑๐ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมก่อนที่จะอภิปราย ผมขอให้เวลาอย่าเพิ่งเดินนะครับ เนื่องจากว่าผมขอส่งสัญญาณไปให้ทางเจ้าหน้าที่ โสตทัศนูปกรณ์ เนื่องจากเวลามันน้อยมาก หลังจากที่ผมอภิปรายแล้วผมจะให้สัญญาณว่า จะขอให้เปิดคลิปเพื่อให้เจ้าหน้าที่โสตทัศนศึกษาพร้อมที่จะได้เปิดจะได้ไม่ต้องเสียเวลา ในการรอคอย ผมเริ่มเลยนะครับ ท่านประธานครับ
เจ้าหน้าที่ดูด้วยนะครับ
วันนี้ผมขออนุญาตที่จะเรียน ท่านประธานเกี่ยวกับงบประมาณของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ แล้วผมก็เชื่อว่า ในความรู้สึกของพวกเราทุกคนวันนี้มันรู้สึกหดหู่ครับท่านประธาน เนื่องจากว่าเราจัด งบประมาณท่ามกลางภาวะน้ําท่วม ท่ามกลางที่ประชาชนรู้สึกเดือดร้อน แล้วก็ผมกล้าพูด อย่างมีเอกสารอ้างอิง ขออนุญาตอ้างอิงอาจารย์จากคณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเมื่อคืนนี้ลงกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ได้เขียนไว้ชัดเจนว่า ปัญหาน้ําท่วมที่เกิดขึ้นใน กรุงเทพฯ ครั้งนี้เกิดจากความผิดพลาดในการบริหารงานของทางรัฐบาล โดยเฉพาะ มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แล้วทําให้ประชาชนเดือดร้อน เพราะฉะนั้นวันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์จัดงบไว้ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท โดยเฉพาะเอางบเรื่องการดูแล บริหารเรื่องน้ําท่วม ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วไม่สบายใจ ไม่มีความเชื่อมั่น ถ้าท่านประธาน ได้สังเกตว่าตั้งแต่ท่านนายกรัฐมนตรีหยิบหนังสือขึ้นมาเพื่อจะมาอ่าน ท่านประธานเชื่อไหม ครับว่าถ้าคนเรามีความมั่นใจ ประโยคแรกมันต้องถูกต้อง แต่ปรากฏว่าท่านนายกรัฐมนตรี ประโยคแรกที่กล่าวกับสภาแล้วท่านก็พูดผิด ท่านพูดคําว่า กราบเรียนท่านประธาน ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านไม่ได้พูดคําว่า กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร พวกเรามองหน้ากัน ท่านพูดว่าประธานผู้แทนราษฎร ไม่มีครับ มันสะท้อนถึงภาวะผู้นํา ที่ท่านไม่มีประสบการณ์ทางสภาครับ แล้วทําให้มีหลายสิ่งหลายอย่าง ทําให้ผมเกิดความรู้สึกว่า ผมต้องย้อนอดีตท่านนิดหนึ่ง หลายคนพูดแล้วว่าท่านบอกว่าเอาอยู่ ๆ แล้วมันก็เอาไม่อยู่ ท่านบอกว่าเมื่อวันที่ ๓๐ เดือนตุลาคมที่ผ่านมา ท่านบอกพี่น้องประชาชน ชาวกรุงเทพมหานครให้ขออดทน ๒ วัน ตอนนั้นผมก็ดูข่าวออนไลน์ ผมก็แปลกใจว่าอดทน ๒ วันจะเกิดอะไรขึ้น ท่านบอกสถานการณ์ทุกอย่างจะดีขึ้น แต่จริง ๆ แล้วหลังจากนั้น อีก ๒ วัน กรุงเทพฯ ยิ่งหนักขึ้น ดังนั้นหลายสิ่งหลายอย่างภายใต้การนําของ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์แล้วไม่เกิดความมั่นใจ ยิ่งท่านให้ ศปภ. มาดูแลเงินบริจาคของ พี่น้องประชาชน ท่านประธานก็คงจะเห็นในหนังสือพิมพ์ที่มีการพาดพิงถึงเรื่องถุงยังชีพราคา ๘๐๐ บาท ตอนหลังมี ๔๐๐ บาท มี ๓๐๐ บาท ซึ่งขณะนี้มีการสอบอยู่ นี่เงินประชาชน บริจาคมานะครับ ไม่ใช่เงินของพวกท่านแล้วท่านจะซื้ออะไรได้ตามใจชอบ มิหนําซ้ําที่มีความ ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ท่านคงเห็นมีข่าวเรื่องส้วมกระดาษหรือสุขากระดาษ ศปภ. ซื้อราคา ๒๑๕ บาท ในขณะที่ทางเครือซีเมนต์ไทยได้ขายพี่น้องประชาชนในราคาถูกแค่ ๑๑๑ บาท ราคาแพงกว่าตั้ง ๑๐๐ กว่าบาทครับ แล้วพวกผมจะไปมั่นใจท่านได้อย่างไร ยิ่งท่านได้ ประกาศว่าจะขอใช้งบกลางโดยที่มันลอยมาเฉย ๆ ซึ่งผมเรียนท่านประธานผ่านไปยังพี่น้อง ประชาชนว่าคําว่า งบกลาง ที่ไม่มีรายละเอียดมันลอยไปเฉย ๆ มันอยู่ในอํานาจของ ท่านรัฐมนตรีจะใช้อะไรก็ได้ ขนาดเงินบริจาคของพี่น้องประชาชน ประชาชนจับตารอดูอยู่ ยังมีการส่อทุจริตขึ้น อย่างนั้นนับประสาอะไรกับเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ลอยไว้เฉย ๆ ไม่รู้ว่าท่านจะทําอะไรบ้าง อันนี้น่ากลัว มันทําให้ผมนึกถึงสิ่งที่ท่านพูดคําว่าบางระกําโมเดล เพราะท่านต้องยอมรับนะครับว่าขณะนี้ภาวะเดือดร้อนคือภัยพิบัติเรื่องน้ําท่วมมันมีที่มาที่ไป จากคําว่าบางระกําโมเดล วันนั้นวันที่ ๒๐ สิงหาคมมีการประชุมทางไกลขึ้นมา รัฐบาลท่าน ชุดนี้ก็ประกาศคําว่าบางระกําโมเดลขึ้นมา เพื่อเอามาเป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหา น้ําท่วมอย่างบูรณาการ วันนั้นผมก็ยังพูดอยู่เสมอว่าบางระกําโมเดลของท่านคืออะไร เพราะบางระกํามันคือพิษณุโลกบ้านผม ให้ท่านทําความเข้าใจให้พวกผมสักนิดหนึ่ง ท่านก็ บอกว่า ๒ พี (2P) และ ๒ อาร์ (2R) และในช่วงนั้นเองถ้าท่านมีโอกาสได้ไปดูเทปที่ผม ให้สัมภาษณ์รายการ ผมย้ําอยู่เสมอว่าวันนั้นน้ํายังท่วมอยู่ไม่กี่จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ อาจจะมีจังหวัดทางลําปาง ทางลําพูน มีทางเชียงใหม่ มีทางพิษณุโลก มีทางสุโขทัย มีทาง พิจิตร และหนัก ๆ ก็คือทางบางระกํา แล้วผมก็บอกว่าถ้าท่านแน่จริงในวิธีคิดของท่าน ท่านเอาบางระกําโมเดลมาเตรียมความพร้อม ๒ พี ๒ อาร์ ในพื้นที่ภาคกลางแล้วดูสิว่า จะเป็นอย่างไรบ้าง สุดท้ายเป็นอย่างไรครับ ท่านเอาคําว่าบางระกําโมเดลมาเป็นต้นแบบที่ ทําให้เกิดน้ําท่วมในพื้นที่ใหญ่ของประเทศ แล้วผมกล้ายืนยันบนการอ้างอิงของเอกสารของ นักวิชาการว่า ครั้งนี้รัฐบาลผิดพลาด รัฐบาลล้มเหลว บริหารผิดพลาด มีการพยายาม ปล่อยข่าวบอกว่าน้ําเต็มเขื่อน ท่านจะมาน้ําเต็มเขื่อน ตัวเลขยืนยันชัดเจนวันที่ท่านประกาศ บางระกําโมเดล วันที่ ๒๐ สิงหาคม เขื่อนภูมิพลมีน้ําอยู่ ๗๓ เปอร์เซ็นต์ เขื่อนสิริกิติ์มีน้ําอยู่ ๘๙ เปอร์เซ็นต์ ณ วันนั้น ตั้งแต่ตอนนั้นทําไมท่านไม่ระบาย จนกระทั่งท่านเพิ่งมาเร่งระบาย เมื่อตอนเดือนตุลาคมนี้เอง นี่คือความล้มเหลวในการบริหารจัดการของท่าน เมื่อสักครู่ ผมได้ยินเพื่อนจากนครสวรรค์พูดถึงว่านครสวรรค์โมเดลเหมือนกัน เพื่อนผมชื่อสงกรานต์ครับ ผมบอกสงกรานต์อย่าไปสนใจอะไรมาก ลําพังแค่บางระกําโมเดล บ้านผมหลังจากพูดกันทั้งวันเดี๋ยวก็หายเงียบไปเลย ผมจึงต้องมีหน้าที่มาทวง ผมพยายามดู งบประมาณของรัฐบาลชุดนี้ ท่านได้จัดอะไรให้กับบางระกําโมเดลของบ้านผมหรือไม่ ยังไม่มี ผมต้องย้ําเตือนว่านี่มันคือต้นแบบในการดูแลและแก้ปัญหาน้ําท่วมของประเทศ แต่วันนี้มันก็ เงียบ ๆ ไป ผมจึงอยากจะเตือนความทรงจํา ความรู้สึกนะครับ คลิปที่ผมจะฉายจากนี้ไป มีความยาวประมาณ ๒๔ วินาที ตั้งใจนิดหนึ่งครับ ท่านจะได้สัมผัสความรู้สึกของพี่น้อง ในพื้นที่บางระกําโมเดล ขอเชิญเปิดคลิปเลยครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปเสียง)
“........... : เหลื่อมล้ําต่ําสูงจะได้ไม่มีใช่ไหม ถ้าความเหลื่อมล้ําต่ําสูงมีอย่างนี้ ชาวบ้านแตกแยก”
“........... : ของเขา ๔๖ ไร่ ประชาคมเขาให้ ๔๔ ไร่ แล้วตอนไปกดเงินจริง เหลือ ๒๒ ไร่”
“........... : เหรอ
“........... : ต้องกดเงินมาให้เขาอีก ๒ ไร่ ๔๔ ไร่ ก็ยังเหลือ ๒๒ ไร่
ท่านสมาชิกอาจจะฟังไม่ทัน พี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านไม่ฟัง ผมทวนว่าเป็นคําพูดของผู้หญิงท่านหนึ่งที่พูดถึง การแจกของบริจาคที่ทางรัฐบาลได้ไปแจกยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่บางระกําโมเดล ซึ่งมันแจกไม่ทั่วถึง ประชาชนแตกแยก บ้านนี้ได้ บ้านโน้นไม่ได้ มีความขัดแย้งกันเกิดขึ้น อีกคลิปหนึ่งมีการพูดถึงการเยียวยาในกรณีน้ําท่วม ๒,๒๒๒ บาทต่อไร่ คือน้ําท่วมนา มีการทําประชาคมจาก ๔๖ ไร่ ตกลงกันที่ ๔๔ ไร่ แต่เงินออกจริง ๒๒ ไร่ หายไปครึ่งหนึ่ง แล้วปรากฏว่าชาวบ้านบอกต้องไปถอนมา ๒ ไร่ คือไร่ละ ๒,๒๐๐ กว่าบาท คือ ๔,๔๐๐ บาท เพื่อไปให้ผู้นําภายใต้ส่วยบางระกําโมเดล ผมจะขอย้อนกลับคลิปของคุณผู้หญิง มันสะท้อน ถึงอารมณ์ประชาชน เพราะว่าช่วงนี้ผมอยู่กรุงเทพฯ ผมก็ได้ยินพี่น้องประชาขนในกรุงเทพฯ พูดผ่านสื่ออยู่เรื่อย ๆ ว่าได้รับการดูแลไม่ทั่วถึง และผมต้องขออนุญาตฝากความรู้สึกไปยัง ท่านประธานนะครับว่า ลําพังแค่คนบางระกําที่อยู่ต่างจังหวัดได้ถุงยังชีพบางบ้านก็ได้ บางบ้านก็ไม่ได้จึงเกิดความแตกแยก และขณะนี้มีความพยายามในการแบ่งสีประชาชน มีการบอกว่าถ้าบ้านไหนติดธงแดงได้รับการดูแล บ้านไหนไม่ติดไม่ได้รับการดูแล อันนี้ อันตรายครับท่านประธาน ผมว่ารูปแบบนี้มันไม่ใช่ประชาธิปไตย วันนี้ท่านเป็นรัฐบาล ถ้าท่านเป็นรัฐบาลแล้วท่านจะมาแบ่งแยกประชาชนในการดูแลว่าคนสีนี้สีเดียวกันดูแล ถ้าคนไม่มีสีนี้ไม่ดูแลนั้นไม่ได้ อันนี้คือ ประชาธิปไตยย้อมสีครับ ซึ่งผมเชื่อว่ามันน่ากลัว ยิ่งกว่าเผด็จการเสียอีก ฉะนั้นประเด็นนี้เรื่องการแจกของถุงยังชีพพี่น้องประชาชน ท่านเป็นรัฐบาลท่านต้องดูแลประชาชนอย่างเสมอภาพและเท่าเทียมกัน
ประเด็นถัดมา เป็นคลิปของคนกลุ่มหนึ่งที่ได้มีการพูดถึงกรณีน้ําท่วมนา ซึ่งรัฐบาลดูแลไร่ละ ๒,๒๒๒ บาท ผมย้ําผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์ และทางกระทรวงการคลัง ผมแปลกใจครับ ท่านพูดผ่านสื่ออยู่เสมอว่าน้ําท่วมนาได้ไร่ละ ๒,๒๒๒ บาท เขาพูดออกมาชัดเจน มีที่นา ๔๖ ไร่ ผ่านประชาคมตกลงกันให้ ๔๔ ไร่ ทําไมเหลือแค่ ๒๒ ไร่ รัฐบาลต้องให้ความเป็นธรรมกับชาวนา ยิ่งชาวนาขณะนี้เขา ลําบากมาก น้ําท่วมนาเขา เขาประชาคมเหลือ ๔๔ แต่เงินออกให้เขาแค่ ๒๒ ไร่อะไรเกิดขึ้น และจุดที่น่าสําคัญที่สุดคือคําว่า ส่วยบางระกําโมเดล มีจริง ซึ่งเป็นต้นแบบในการเก็บหัวคิว ซึ่งเมื่อสักครู่มีผู้ชายท่านหนึ่งเป็นคนพูดชัดเจนว่า จาก ๔๖ ไร่ ประชาคมแล้วเหลือ ๔๔ ไร่ เงินออกแค่ ๒๒ ไร่ และใน ๒๒ ไร่ ไปถอนออกกดเอทีเอ็ม (ATM) ออกมา ๒ ไร่ คือ ๔,๔๐๐ บาท เพื่อไปจ่ายค่าส่วยบางระกําโมเดล อยากจะฝากท่านประธานไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านต้องเอาจริงกับเรื่องพวกนี้ ผมทราบว่าทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ให้มีการพักงาน แต่ขณะนี้ยังไม่มีคําตอบ ดังนั้นถ้ารัฐบาลมีความจริงใจในการดูแลชาวนา ที่ยากจนที่ลําบาก ท่านต้องจัดการเหลือบสังคมเหล่านี้ครับ มิฉะนั้นแล้วคําว่าส่วยบางระกํา โมเดลจะเป็นต้นแบบในพื้นที่อื่น ๆ เพราะขณะนี้รัฐบาลมีความชัดเจนอยู่แล้วว่า จะต้องดูแล ที่นาที่น้ําท่วมในพื้นที่ไร่ละ ๒,๒๒๒ บาทเช่นกัน
ประเด็นถัดมาผมไม่ได้เอาคลิปมา แต่มีความชัดเจนคือกรณีน้ําท่วมบ้าน ๕,๐๐๐ บาท อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ขณะนี้ในพื้นที่บางระกําโมเดลเองมีจํานวน ครอบครัวไม่น้อยที่ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ ๕,๐๐๐ บาท ผมต้องย้ําท่านประธานนะครับ ต้องย้ําว่าขณะนี้พื้นที่ต้นแบบน้ําท่วมของประเทศไทย คือบางระกําโมเดลมีประชาชน จํานวนไม่น้อยที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาเงิน ๕,๐๐๐ บาท นอกจากนี้แล้วผมขออนุญาตขยายเพิ่มเติมว่า พื้นที่ในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก จริงอยู่แม้แต่ไม่ใช่อยู่ในพื้นที่บางระกําโมเดล แต่ก็อยู่ในจังหวัดพิษณุโลกด้วยกัน อยู่ใน ชุมชนวัดจันทร์ตะวันตก ซอยไชยานุภาพ ซอย ๗ ผมเคยเอารูปมาร้องเรียนท่านประธานว่า ขณะนี้เขาก็ยังไม่ได้รับการเยียวยาเงิน ๕,๐๐๐ บาทเช่นกันท่านประธานครับ ผมขออนุญาต เดี๋ยวหักเวลาของฝ่ายค้านครับ
ประเด็นถัดมาที่ผมอยากจะต้องย้ําแทนพี่น้องเกษตรกรคือเงินส่วนต่าง ๑,๔๓๗ บาท ซึ่งทวงแล้วทวงอีก ผมจําได้ว่าท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เคยให้ผมตั้ง กระทู้ถาม เนื่องจากว่าโครงการจํานําของรัฐบาลชุดนี้พี่น้องเกษตรกรชาวนาน้ําท่วม เมื่อน้ําท่วมไม่มีข้าวไปจํานํา รัฐบาลจะดูแลอย่างไร มีการเรียกร้องเงินส่วนต่าง จนกระทั่ง มีม็อบจากเกษตรกร ๕ จังหวัด ทั้งนครสวรรค์ ทั้งพิจิตร สุโขทัย พิษณุโลก กําแพงเพชร มาเรียกร้องที่ทําเนียบรัฐบาล และสุดท้ายรัฐบาลมีมติคณะรัฐมนตรีที่จะให้เงินส่วนต่าง ซึ่งท่านเรียกว่าเงินเยียวยาเพิ่มเติมพิเศษ ๑,๔๓๗ บาท ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน นะครับว่าฟังแล้วเศร้าใจ เนื่องจากว่าวันก่อนผู้แทนของสํานักงบประมาณได้ไปชี้แจงที่ พรรคประชาธิปัตย์ ผมถามเขาว่าเงิน ๑,๔๓๗ บาทที่สมัยก่อนเรียกว่าเงินส่วนต่าง วันนี้ เรียกว่าเงินเยียวยาเพิ่มเติม เงินก้อนนี้ท่านตั้งไว้อยู่ที่ไหน ขนาดมีมติคณะรัฐมนตรีรองรับว่า จะจ่ายเงินก้อนเหล่านี้ คําตอบคือบอกว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ตั้งเม็ดเงินงบประมาณก้อนนี้ไว้ ผมถึงมีความรู้สึกว่าวันนี้รัฐบาลไม่จริงใจกับเกษตรกร คือเงินเหล่านี้มันเป็นเงินที่สิทธิเขาต้อง ได้รับ เนื่องจากว่าเขาไม่ได้เข้าร่วมโครงการจํานํา แต่ขณะนี้รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ตั้งเม็ดเงิน งบประมาณก้อนนี้ไว้แม้แต่สลึงเดียว อยากจะร้องเรียนไปยังพี่น้องเกษตรกรที่ชมอยู่นะครับว่า ที่ให้ผมหมอวรงค์มาทวงเงินก้อนนี้ วันนี้ผมทวงแล้ว และทําหน้าที่แล้ว และคําตอบที่สํานัก งบประมาณตอบผมบอกว่า เงินก้อนนี้รัฐบาลจะให้ ธ.ก.ส. จ่ายแทนไปก่อน ผมก็ไม่เชื่อมั่นว่า ธ.ก.ส. จะจ่ายหรือไม่ เมื่อไร อย่างไร ถ้ารัฐบาลมีความจริงใจกับพี่น้องเกษตรกรชาวนาจริง ผมว่าเงินก้อนนี้คงไม่กี่พันล้านบาท รัฐบาลจะต้องตั้งเป็นเม็ดเงินงบประมาณเพื่อให้เกิดความ ชัดเจนว่ารัฐบาลต้องจ่ายเงินก้อนนี้แน่นอน แต่วันนี้ท่านไม่ตั้งครับ แสดงว่าท่านไม่จริงใจครับ และจุดที่สําคัญที่สุดคือถ้าคิดเป็นผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ ตอนสมัยพรรคประชาธิปัตย์ โดยท่านอภิสิทธิ์ให้เฉลี่ยออกมา ๗๐ ถังต่อไร่ แต่วันนี้
ท่านมีผู้ประท้วงครับ ท่านพิเชษฐ์เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วผมไม่อยากประท้วงนะครับ แต่ท่านผู้อภิปรายได้กล่าวใส่ร้าย เสียดสีรัฐบาลตลอดเวลา ผมประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ท่านประธานครับ ท่านผู้อภิปรายบอกว่า ใครปักธงแดงหน้าบ้านจะได้รับการดูแล ใครไม่ปักธงแดงไม่ได้รับ การดูแลจากรัฐบาล ผมคิดว่าเรื่องนี้พูดเกินความจริง ทําให้พี่น้องที่ดูทีวีอยู่เกิดความไม่เข้าใจ ขอให้ท่านผู้อภิปรายถอนคําพูดว่า ใครปักธงแดงแล้วจะได้รับการดูแลจากรัฐบาลนะครับ อันนี้ข้อที่ ๑
ข้อที่ ๒ ท่านได้บอกว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่จริงใจต่อพี่น้องเกษตรกร ผมคิดว่า ท่านพูดเกินไป ท่านให้ร้ายรัฐบาลชุดนี้เกินไป ผมอยากให้ท่านถอนคําพูด ใช้คําพูดอื่นนะครับ ๒ เรื่องครับ ขอให้ถอนครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ที่จริงก็กําลัง จะจบนะครับ แล้วก็ไม่อยากให้บรรยากาศมันเสีย ก็ขอเตือนท่านระวังหน่อยนะครับ ก็คงจะจบแล้วครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ ตั้งงบประมาณในการจ่ายเงินส่วนต่างของโครงการประกันรายได้ที่ท่านเรียกว่า เงินเยียวยา พิเศษ ๑,๔๓๗ บาทต่อไร่ แม้แต่จะมีมติคณะรัฐมนตรีมาแล้ว ได้มีโอกาสได้ถาม สํานักงบประมาณเมื่อวันก่อนนี้ เขายืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ตั้งไว้ ผมต้องการรับ ความจริงใจ เพราะขณะนี้พี่น้องชาวนารออยู่ ลองเปรียบเทียบการดูแลนายทุนใหญ่ ๆ สิว่า ระหว่างเงินก้อนที่ดูแลชาวนา ๑,๔๓๗ บาท กับเงินดูแลนายทุนรายใหญ่ ๆ เงินก้อนไหน จะถึงมือใครก่อนกัน ฝากบอกพี่น้องเกษตรกรชาวนาอยู่ที่บ้านนะครับว่า พี่น้องนะครับ ถ้าท่านได้รับเงินช้ากว่านายทุนอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ ผมว่ารัฐบาลชุดนี้เขาหลอกท่านแล้วพี่น้องเอ๋ย เพราะผมเชื่อว่าโครงการจํานําซึ่งขณะนี้ มันกําลังเริ่มต้น ซึ่งผมคิดว่าวันนี้เราคงไม่มีโอกาสได้คุยเรื่องนี้ แต่อยากจะบอกท่านประธาน ไปยังพี่น้องเกษตรกรว่า เอาไว้เราเจอกัน รอให้น้ําลดกว่านี้สักนิดหนึ่ง เราเอาโครงการ จํานํามาเจอกันทีหนึ่ง ดูสิว่าโครงการที่ท่านว่านั้นจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องชาวนา จริงหรือไม่ ขอบคุณครับ
ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร ๖ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดฉะเชิงเทรา วันนี้กระผมอยากจะขอท่านประธานเพื่อที่จะอภิปราย เพื่อที่จะสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ โดยเฉพาะในสัดส่วนของกระทรวงคมนาคม โดยรัฐบาลได้กําหนดกรอบ งบประมาณไว้ที่ ๘๑,๓๑๐ ล้านบาทโดยประมาณครับ ณ วันนี้เราคงไม่สามารถปฏิเสธ ความจริงที่ว่าประเทศไทยของเรานั้น ได้รับผลกระทบได้รับความเสียหายครั้งยิ่งใหญ่จาก อุทกภัยในครั้งนี้ ซึ่งพ่อแม่พี่น้องประชาชนนั้นก็ได้รับผลกระทบได้รับความเสียหายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทางด้านร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านทรัพย์สินหรือแม้แต่กระทั่งโอกาสในการ ทํามาหากินครับ กระทรวงคมนาคมถือว่าเป็นอีก ๑ กระทรวงในหลาย ๆ กระทรวงที่จะต้อง เข้ามามีหน้าที่มีบทบาทในการรับผิดชอบ และมาคอยซ่อมแซมในส่วนของสิ่งก่อสร้าง หรือสิ่งต่าง ๆ ที่เสียหายนะครับ นอกจากนี้ก็ยังมีหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะต้องมาทํางานภายใต้ หรือว่าควบคู่กันไปกับกระทรวงคมนาคมในการที่จะมาทํางานให้ประเทศไทยเราก้าวไป ข้างหน้า อาทิเช่น กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ท่านประธานครับ ท่านทราบ หรือไม่ว่า ณ วันนี้มีเส้นทางหลวงกว่า ๘๐ เส้นได้รับผลกระทบได้รับความเสียหายจากภาวะ น้ําท่วม ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางหลักของภาคเหนือหรือว่าเส้นทางของภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคอีสานหรือแม้แต่ถนนหนทางในภาคใต้ครับที่ก่อนหน้านี้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ตรงนี้กระผมอยากจะฝากไปถึงรัฐบาลให้เร่งดําเนินการแก้ไขและซ่อมแซมถนนหนทาง ซึ่งถือว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ของประเทศให้สามารถกลับมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยเร็ว นอกจากนี้ยังมีถนนเส้นอื่น ๆ ที่ขึ้นตรงกับกรมทางหลวงชนบทครับ ซึ่งมีกว่า ๒๐๐ เส้นทาง ที่ได้รับความเสียหาย ตรงนี้ส่งผลกระทบถึงพี่น้องประชาชนโดยตรงครับ พี่น้องประชาชน ที่ต้องการใช้เส้นทางสัญจรไปมาไม่สามารถดําเนินชีวิตเหมือนปกติได้ ที่สําคัญครับถนน ที่เสียหายเหล่านี้อาจจะส่งผลอาจจะทําให้เกิดภัยอันตรายต่อพี่น้องประชาชนที่ใช้เส้นทางได้ นะครับ ตรงนี้ก็อยากจะฝากรัฐบาลอีกสักครั้งหนึ่ง ต่อจากนี้กระผมขออนุญาตยกตัวอย่าง อย่างกรณีการซ่อมแซมถนนที่ประเทศญี่ปุ่นครับ ที่เมืองนากะนั้นได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด ๘.๙ ริกเตอร์ ซึ่งทําให้ถนนหนทางโดยเฉพาะเส้นทางหลักนั้นเสียหาย ประชาชนไม่สามารถ ใช้สัญจรเดินทางได้ แต่ท่านประธานครับ รัฐบาลของประเทศญี่ปุ่นเล็งเห็นถึงความสําคัญของ ถนนหนทางจึงใช้เวลาแค่ ๖ วันในการซ่อมแซมบูรณะถนนให้สามารถกลับมาใช้ได้ดังเดิมครับ พอเรามองประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นประเทศมหาอํานาจแล้วเราก็ควรจะกลับมามองประเทศ ของเราบ้างครับ เช่นกันครับตรงนี้ดังนั้นผมจึงอยากจะขออนุญาตฝากท่านประธานผ่านไปยัง รัฐบาลให้เร่งดําเนินการในการซ่อมถนนที่เสียหายให้สามารถกลับมาใช้ได้โดยเร็วครับ นอกจากการซ่อมถนนหนทางซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในเรื่องสําคัญแล้ว กรมเจ้าท่าก็เป็นอีกกรมหนึ่งครับ ที่จะต้องเข้ามามีบทบาทสําคัญซึ่งบทบาทหลัก ๆ นี่ก็คงจะเป็นเรื่องการดูแลแล้วก็พัฒนา ระบบการขนส่งทางน้ําให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว แล้วก็ให้ระบบการขนส่งทางน้ํา สามารถเชื่อมต่อกับระบบขนส่งทางด้านอื่น ๆ ได้ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางอากาศ หรือแม้แต่ การขนส่งทางด้านรถไฟรางก็ตามนะครับ นอกจากนี้ผมยังเชื่อว่ากรมเจ้าท่าควรที่จะ จัดสรรงบประมาณบางส่วนเข้ามาเพื่อที่จะใช้ทําการขุดลอกคูคลองหรือว่าพัฒนา ระบบการระบายน้ําให้สามารถระบายน้ําได้ดียิ่งขึ้นครับ เพราะอะไรครับ เพราะเผื่อว่า ในอนาคตภัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่พวกเราไม่สามารถเดาได้นะครับ เผื่อว่ามีภัยธรรมชาติอย่างนี้ เกิดขึ้นอีกผลกระทบอาจจะผ่อนจากหนักลงมาเป็นเบาครับ นอกจากนี้ยังมีอีกหลาย ๆ หน่วยงานที่จะต้องมาทํางานควบคู่กับกระทรวงคมนาคมครับ แต่ว่าจากที่ผมได้อภิปรายไป ในวันนี้ก็คิดว่าทุก ๆ ท่านก็คงได้เห็นถึงภารกิจที่สําคัญอย่างยิ่งยวดของกระทรวงคมนาคม ที่จะต้องทําเพื่อบ้านเพื่อเมืองของเราภายในอนาคตอันใกล้นี้ในภาวะที่น้ําลดแล้ว ดังนั้น กระผมคิดว่างบประมาณจํานวน ๘๑,๓๑๐ ล้านบาทนั้นถ้าเรามองนี่มันไม่ได้มากเกินไป หรอกครับ ถ้าพวกท่านทุก ๆ ท่าน เรามามองกับผลประโยชน์หรือผลลัพธ์ที่จะออกมา แล้วกระผมรู้สึกเชื่อเหลือเกินว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคณะรัฐมนตรี ทุก ๆ ท่านมีความสามารถที่จะนํางบประมาณดังกล่าวจํานวน ๘๑,๓๑๐ ล้านบาท ทุกบาท ทุกสตางค์มาใช้อย่างมีคุณภาพและเกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อบ้านเมือง ต่อประเทศไทย ต่อพี่น้องประชาชน สุดท้ายนี้กระผมอยากจะขอชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร แล้วก็คณะรัฐมนตรีและทุก ๆ ท่าน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนที่พวกเราในวันนี้พวกเรามาช่วยกัน แก้ไขปัญหา และบรรเทาความเดือดร้อนจากอุทกภัย แล้วก็ต้องขอขอบคุณ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ครับที่ทํางานอย่างหนักอย่างหน่วงมาโดยตลอด แม้ว่าท่าน จะเป็นผู้หญิงแต่ท่านก็มีความเข้มแข็งไม่แพ้ผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกเรา ๆ นี่แหละครับ ขอบคุณครับ
เชิญ ท่านชนินทร์ รุ่งแสง ๗ นาทีครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าเป็นที่ทราบดีแล้วก็ตระหนักกับคนไทยทุกคนนะครับ ขณะนี้เราอยู่ท่ามกลางวิกฤติที่เป็นหายนะครั้งหนึ่งของประเทศ แน่นอนที่สุดผมคิดว่า การที่เราจะฝ่าฟันไปได้ก็ต้องอาศัยทุกภาคส่วนในการที่จะร่วมแรงร่วมใจกันในการต่อสู้ คนไทยต้องเป็นหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นภาคการเมือง ผมคิดว่าในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ก็อยากจะถือโอกาสตรงนี้ได้ประชาสัมพันธ์ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่เราถือว่าเป็นฝ่ายค้านที่มีความ พยายามที่จะร่วมแรงร่วมใจกับทุกภาคส่วนนะครับ เรามีการอาสาสมัครในเรื่องของ การจัดทําถุงยังชีพ เมื่อเช้าที่มีการพูดถึงว่ามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไปนําถุงยังชีพ ของราชการไป แล้วก็มีการโต้เถียงกันไป ต้องยืนยันว่าสําหรับผมเองในเขตพื้นที่ของผม ที่มีพื้นที่ท่วมอย่างเรียกว่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ก็ดีนะครับ เราใช้ถุงยังชีพที่มาจากอาสาสมัคร ของพรรคประชาธิปัตย์ทั้งนั้นครับ ไม่เคยไปใช้ในส่วนของราชการเลย และที่สําคัญที่สุด เรามีน้ําใจจาก ส.ส. ชาวใต้ ภาคใต้ของเรานะครับที่มาร่วมแรงร่วมใจกัน ก็พยายามที่จะมี การบริการอาหารเรียกว่า ครัวชาวใต้ บริการในหลาย ๆ พื้นที่ ตรงนี้ก็ต้องขอชื่นชม แล้วก็ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดีที่ผมคิดว่าหลาย ๆ ภาคส่วนก็คงจะต้องร่วมแรงร่วมใจกัน เช่นเดียวกันนะครับ แน่นอนที่สุดครับวันนี้เป็นโอกาสที่รัฐบาลก็คงจะต้องแสดงความ รับผิดชอบ แล้วก็เป็นโอกาสที่รัฐบาลจะได้ใช้งบประมาณซึ่งถือว่าเป็นส่วนสําคัญในการที่จะ นําไปแก้ไขปัญหาฟื้นฟูเยียวยาและป้องกันในอนาคตต่อไป ท่านประธานครับ งบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ต้องถือว่าเป็นงบประมาณที่อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ผมและทุกคนก็หวัง เป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลก็คงจะได้รับรู้รับเห็นแล้วก็นําไปสู่การปรับเปลี่ยนที่ให้เหมาะสมกับ สถานการณ์ แต่อย่างไรก็ตามครับผมเองรู้สึกว่าการรับความรู้สึกและสะท้อนออกมาจาก งบประมาณของรัฐบาลนั้นยังไม่มีความรู้สึกที่เหมาะสมเพียงพอ แม้กระทั่งขออนุญาตนะครับ ถ้อยแถลงของท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้บอกว่าเสถียรภาพทางเศรษฐกิจภายในและภายนอก ประเทศอยู่ในเกณฑ์ดี ทําให้คาดว่าเศรษฐกิจประเทศไทยในปี ๒๕๕๕ ยังสามารถจะขยายตัว ได้ประมาณ ๔.๕-๕.๕ ผมคิดว่าถ้อยแถลงตรงนี้ก็เป็นถ้อยแถลงที่ผมอยากจะท้วงติงว่า ในขณะที่หลาย ๆ ส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบงก์ชาติได้ประมาณการว่าเศรษฐกิจไทยจะมี การถดถอยลงประมาณ ๑.๒ ซึ่งเป็นการคาดการณ์ถึงวันที่ ๑๙ ตุลาคม ยังไม่ได้รวมความเสียหายที่เกิดจากน้ําที่จะมา ถึงกรุงเทพฯ ตรงนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมต้องท้วงติงว่าการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ทางรัฐบาล ยังไม่ได้มีการปรับตัวเท่าที่ควร ผมคงไม่สามารถที่จะไปท้วงติงท่านนายกรัฐมนตรีได้ครับ เพราะว่ายุคนี้เป็นยุคที่ท่านนายกรัฐมนตรีประเทศไทยมีหน้าที่อ่านอย่างเดียว ก็คงจะท้วงติง ไปยังคนที่เขียนถ้อยแถลงตรงนี้นะครับว่า ไม่ทราบว่าท่านใช้สมมุติฐานอย่างไร เพราะว่า ตรงนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ผิดไปสู่นักลงทุน ไปสู่ภาคประชาชน
อีกประการหนึ่งที่เป็นการที่แสดงให้เห็นถึงการไม่ปรับตัวให้เข้ากับ สถานการณ์ก็คืองบประมาณที่ยังหมกมุ่นครุ่นคิดอยู่กับงบประมาณประชานิยมที่ไปสร้าง จินตนาการในช่วงการหาเสียงจนลืมถึงความจําเป็นเหมาะสมกับสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็น งบประมาณที่ใช้กับเรื่องของโครงการประชานิยมต่าง ๆ ซึ่งไม่ได้ดูแล้วก็เน้นถึงเรื่องของ ความจําเป็น ไม่ว่าจะเป็นรถคันแรก หรือบ้านหลังแรก ผมต้องเรียนนะครับว่าขณะนี้ ความจําเป็นของประชาชนคงไม่ใช่รถหลังแรกหรือบ้านหลังแรกครับ เป็นความจําเป็นที่เขา ต้องการที่จะได้บ้านเดิม รถคันเดิมเขาคืนมามากกว่า เพราะฉะนั้นต้องท้วงติงไปว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่จําเป็น แต่ต้องเป็นไปตามความเหมาะสมและความจําเป็นด้วย และสิ่งสําคัญที่สุดก็คือว่าต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักลงทุนด้วย
ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างไรก็ตามผมคิดว่าวันนี้เป็นการพิจารณา งบประมาณ ซึ่งผมคิดว่าเป็นการเสียโอกาสของรัฐบาลที่เลื่อนระเบียบวาระในการพิจารณา เรื่องของน้ําท่วมที่ยังค้างอยู่ เป็นการเสียโอกาสที่รัฐบาลไม่ได้ใช้ข้อมูลที่จะมาจากสมาชิก ที่ประสบภัยแล้วก็ได้รับจากประชาชนมาพิจารณา ในการที่จะไปจัดสรรงบประมาณ วันนี้ ถ้าหากเราพูดถึงปัญหาเรื่องอุทกภัยแล้วพรุ่งนี้เรามาพูดถึงเรื่องการจัดสรรงบประมาณ การจัดสรรงบประมาณนั้นอาจจะเป็นไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชนก็ได้ การจัดสรรงบประมาณก็อาจจะไม่เป็นการจัดสรรที่เหวี่ยงแหคลุมไปว่าวันนี้เราต้องใช้ งบประมาณเพียงแค่ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมถามว่าสมมุติฐานว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนี่ เยียวยาได้แค่งบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทอย่างนั้นจริงหรือ มันไม่ใช่ ท่านก็ไปเหวี่ยงแหไปตัด งบประมาณมาจากหน่วยงานต่าง ๆ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วบางหน่วยงาน ก็สามารถที่จะปรับลดได้มากกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ บางหน่วยงานก็อาจจะมีความจําเป็น ท่านไม่ได้มีโอกาสพิจารณาถึงความจําเป็นและเหมาะสม เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่า เป็นเรื่องหนึ่งคงต้องท้วงติงไว้ด้วยว่า เรื่องของการบรรจุระเบียบวาระที่จะให้เหมาะสมกับ การที่จะแก้ไขปัญหาที่จะนํางบประมาณไปสู่การใช้จ่ายอย่างตรงเป้าแล้วก็เกิดประโยชน์ สูงสุดนั้นมันเสียโอกาสตรงนี้ไป ท่านประธานครับ อย่างไรตามผมคิดว่างบประมาณเป็น ส่วนสําคัญในการที่จะใช้ในการแก้ไขปัญหา แต่ส่วนสําคัญที่สุดประการหนึ่งซึ่งไม่ควรลืม ในการที่จะต้องใช้ควบคู่กันไป ก็คือเรื่องของบุคลากรก็คือคนที่มีทักษะความรู้ความสามารถ ในการที่จะเข้ามาใช้งบประมาณในการที่จะบริหารจัดการแผ่นดิน ต้องยอมรับครับว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นจากการขาดทรัพยากร ไม่ได้เกิดขึ้นจากการไม่มี งบประมาณ แต่เกิดขึ้นจากการบริหารงานที่เกิดความผิดพลาด ในเรื่องของการใช้ข้อมูล ต่าง ๆ ให้ประชาชนได้รับทราบเตรียมตัวก็ดีผิดพลาดอยู่ตลอดเวลา ขาดความน่าเชื่อถือ ตลอดเวลา แม้กระทั่งล่าสุดในฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานคร ในส่วนของฝั่งธน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเขตตลิ่งชัน หรือว่าทวีวัฒนา ข้อมูลข่าวสารที่ควรจะได้รับก็ไม่ได้รับ อย่างทันท่วงทีและตรงไปตรงมา ทั้ง ๆ ที่เรามีหน่วยงานราชการ เรามีข้อมูลต่าง ๆ ที่ควรจะ ได้ส่งข้อมูลต่าง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชนได้เตรียมตัว และแน่นอนที่สุดผมคิดว่าถ้าหาก ประชาชนได้การเตรียมตัวที่ถูกต้องเหมาะสมแล้วนี่เขาก็สามารถที่จะดูแลตัวเองได้ในระดับหนึ่ง เมื่อพูดถึงการจัดการบริหารเรื่องของการแก้ไขปัญหาก็อดจะพูดถึงเรื่องของการบริหาร จัดการง่าย ๆ ครับ เรื่องของของบริจาคที่จําเป็นไม่ว่าจะเป็นน้ําดื่ม หรือว่าส้วมที่ลอยน้ําได้ ผมลงไปในพื้นที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมากครับ ต้องการส้วม พื้นที่ตลิ่งชันเป็นพื้นที่ที่มี ท้องร่องท้องสวนนะครับ ชาวบ้านเดือดร้อนมาก น้ําท่วมนี่นะครับก็ไม่รู้จะไปผ่อนทุกข์ ผ่อนเบาอย่างไรนะครับ เขาก็ขอส้วมลอยน้ํามา ผมเองก็จนปัญญา ผมเองก็บอกเขาว่าผม เป็นพรรคฝ่ายค้าน ผมเองก็เห็นรัฐบาลเขามีอยู่ที่ดอนเมือง ผมก็ได้ขอเขาไป ผมก็ไม่รู้ว่าในการ บริหารจัดการทั้ง ๆ ที่มีคนไปบริจาค มีความต้องการแต่ว่าไม่ถึงมือพี่น้องประชาชนนั้น ตรงนี้แหละครับผมคิดว่าเป็นส่วนสําคัญที่ชี้ให้เห็นว่าการบริหารจัดการนั้นมีส่วนสําคัญมาก พอ ๆ กับการใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหาเยียวยา ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมคิดว่าประเทศไทย และผมเองก็เป็นครั้งแรกนะครับ ที่ได้เห็นความเสียใจของผู้นําประเทศ ได้เห็นน้ําตา ไม่ว่าจะเป็นน้ําตาของความเหน็ดเหนื่อย ของผู้นําประเทศเป็นครั้งแรกจริง ๆ แต่ผมคิดว่าอย่างไรก็ตามมันไม่สามารถเปรียบเทียบแล้ว ก็ทดแทนได้เลยกับความเสียใจแล้วก็น้ําตาของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศนะครับ ต้องบอกว่า ทั้งประเทศ เพราะว่า ๑๐ กว่าล้านคน ที่เขาเสียใจจากผลกระทบโดยตรง แล้วก็ทั้งประเทศ ที่เขาเห็นใจเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องคนไทยด้วยกันเป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องสะท้อนออกมา เข้มแข็งในการที่จะบริหารจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบประมาณ วันนี้ถือว่าเป็นโอกาส สําคัญที่รัฐบาลจะใช้นอกจากเวลาโอกาสไปซับน้ําตาตัวเองแล้ว ผมคิดว่าถ้าหากท่านใช้ งบประมาณอย่างถูกต้องเป็นธรรมไม่เห็นแก่พวกพ้อง และที่สําคัญที่สุดก็คือว่า นําข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่พวกผม ต้องใจกว้างนะครับ นําไปปรับเปลี่ยนเพื่อให้เกิดประโยชน์ สูงสุดให้กับประชาชน และนําไปสู่การฟื้นฟูประเทศอย่างยั่งยืน ท่านต้องใจกว้างถึงจะเป็น การซับน้ําตาให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างยั่งยืนต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญ ท่านกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ๗ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน กุสุมาลวตี ศิริโกมุท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ดิฉันเห็นด้วยในหลักการของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ จํานวน ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท จากการที่ดิฉันได้ศึกษาวิสัยทัศน์และพันธกิจ ในภาพรวมของทุกกระทรวงสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้นได้ให้ความสําคัญกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่อง จากปัญหาอุทกภัยร้ายแรงในปลายปี ๒๕๕๕ ควบคู่กับการเร่งรัดสร้างรายได้ของประชาชน เพื่อกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง รวมทั้งให้ความสําคัญกับ การเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ ดิฉันรู้สึกชื่นชมและเป็นเกียรติ ภูมิใจในฐานะที่ เป็นคนไทยต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยที่ได้รับความเชื่อถือและการยอมรับจาก นานาอารยประเทศต่อผู้นําของไทยที่ชื่อนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา ประเทศในเครือสหภาพยุโรป ซึ่งไม่ยอมรับประเทศที่มีการปกครอง แบบเผด็จการ เอกอัครราชทูตในประเทศต่าง ๆ เข้าพบและแสดงความยินดีต่อ นายกรัฐมนตรีของไทย ประเทศในทวีปเอเชีย ประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็น กัมพูชา พม่า ลาว บรูไน มาเลเซีย ที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ไปเยือนก็ได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติ เป็นเกียรติภูมิของประเทศไทย ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงระหว่างรัฐบาลประชาธิปไตยที่มาจาก การเลือกตั้งกับรัฐบาลเผด็จการที่มาจากการรัฐประหาร วันนี้ในเวทีโลกประเทศของเราก็มี ความสง่างาม ท่านประธานที่เคารพ กระทรวงการต่างประเทศได้รับการจัดสรรงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ จํานวน ๗,๗๓๓ ล้านบาท ตามพันธกิจของกระทรวงเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ๓๐๐ ล้านบาท ท่านประธานค่ะ ดิฉันเคยเห็นความเจ็บปวด ความข่มขื่น ความเดือดร้อน ถูกเอารัดเอาเปรียบสารพัดปัญหาของคนไทยผู้เดือดร้อนในต่างประเทศ จากการที่ดิฉันได้ มีโอกาสได้ทํางานเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการดูแลสิทธิผลประโยชน์คนไทย ในต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรได้นําเสนอและร้องขอไปยังรัฐบาลและกระทรวง การต่างประเทศเพื่อดูแลพี่น้องคนไทยที่เป็นคนงาน ที่เป็นนักโทษ ที่เป็นผู้ตกทุกข์ได้ยาก เพื่อให้กรมการกงสุลได้คุ้มครองส่งเสริมดูแลให้คนไทยอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี มิใช่ การต่างประเทศที่เน้นไปทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพียงประการเดียว การต่างประเทศจะต้องเป็นการต่างประเทศเพื่อประชาชนในทุกระดับ การทํางานในเชิงรุก ในด้านยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ด้านการต่างประเทศ งบประมาณด้านการบริหาร การต่างประเทศ รวมถึงการบริการด้านการกงสุลถึง ๘๔๓ ล้านบาท รวมถึงเงินที่ช่วยเหลือ คนไทยที่ตกทุกข์ได้ยาก ที่เข้าคุก ได้รับบาดเจ็บ การจ้างทนายท้องถิ่นเพื่อความเป็นธรรมถึง ๒๐ ล้านบาท ดิฉันต้องขอบคุณรัฐบาลชุดนี้ที่ได้เห็นถึงความสําคัญของพี่น้องคนยากจน คนงาน ในต่างประเทศ ท่านประธานคะ รัฐบาลของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ให้ความสําคัญ ต่อกรณีพหุภาคีและทวิภาคีในความร่วมมือระหว่างประเทศ ต้องขอขอบคุณรัฐบาลญี่ปุ่น ต่อการช่วยเหลือคนไทยที่ประสบปัญหาอุทกภัยในฐานะมิตรประเทศและไจก้าต่อการกู้คืน เสถียรภาพรวม เศรษฐกิจของการพัฒนาภูมิภาค ขอขอบคุณกําลังใจและความเข้าใจของ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจําประเทศไทยที่ได้จัดคอนเสิร์ตโดยศิลปินจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อ หาเงินช่วยเหลือคนไทย ให้ความช่วยเหลือด้วยการส่งคณะผู้เชี่ยวชาญด้านการระบายน้ําจาก หน่วยช่วยเหลือระหว่างประเทศ จากความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยและ ประเทศญี่ปุ่นนะคะ ดิฉันเองในฐานะที่เป็นประธานชมรมมิตรภาพรัฐสภาไทย-ญี่ปุ่น ก็ต้อง ขอขอบคุณต่อประเทศญี่ปุ่นและนักลงทุนญี่ปุ่นที่เข้าใจถึงปัญหา ดิฉันคิดว่ารัฐบาลไทย โดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นั้นคงพยายามที่จะแก้ไขปัญหาเพื่อเยียวยาต่อความ เสียหายที่เกิดขึ้นให้ดีที่สุด ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันเห็นด้วยและขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ของรัฐบาล ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้ําตาของท่านนั้นหากมองด้วยความใจกว้างจะเห็นว่าเป็นความห่วงใย เป็นความรัก ประชาชน เป็นความตื้นตัน เป็นความจริงใจจากความปวดร้าวในใจของท่านต่อปัญหาความ เดือดร้อนของประชาชน ดิฉันขอให้กําลังใจค่ะว่าอย่าหวั่นไหวหรือเสียใจกับการเสียดสี การกระแนะกระแหนโดยไร้ความเมตตา ดิฉันขอให้กําลังใจท่านนายกรัฐมนตรีว่า ท่านมีเจตนาที่ดี มีความจริงใจ แล้วก็ขอให้ทํางานต่อไปให้สมกับเจตนารมณ์ของประชาชน ที่ไว้วางใจ เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนะคะ ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านสามารถ ราชพลสิทธิ์ ๑๒ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในแต่ละปีเราต้องเสียงบประมาณในการซ่อมแซม บ้านเมืองเนื่องจากน้ําท่วมเป็นเงินจํานวนมาก โดยเฉพาะในปีนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการบริหาร จัดการที่ล้มเหลวเป็นสาเหตุสําคัญที่ทําให้เกิดน้ําท่วมหนักอยู่ในขณะนี้ เพื่อให้เห็นถึงการ บริหารจัดการน้ําที่ผิดพลาด การใช้คนที่ไม่ถูกกับงาน ผมขออนุญาตเปิดคลิปวิดีโอสั้น ๆ เชิญเจ้าหน้าที่ครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปเสียง)
“…………… : ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้กรมชลประทาน ได้บทเรียนอะไรครับ ท่านอธิบดีครับ มีไหมครับ”
“............... : คือการบริหารจัดการน้ํา ผมคิดว่ามันต้องใช้ทฤษฎีบวกกับคน ที่รู้จริงในสนามว่าพื้นที่เป็นอย่างไร บวกกับคนที่ต้องรู้ในการบริหารจัดการน้ํา ต้องรู้มวลน้ํา ทิศทางของน้ํา ระยะเวลาเดินทางของน้ํา ผมขอพูดแค่นี้ก็แล้วกันครับ”
ท่านประธานครับ คลิปนี้เป็นการ สัมภาษณ์ท่านอธิบดีกรมชลประทาน ซึ่งชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลใช้คนผิดประเภท ใช้คนที่ไม่มี ความรู้เรื่องน้ํามาบริหารจัดการน้ํา พอน้ําไหลบ่าเข้ามาก็ขอกําลังทหารทําคันกั้นน้ํา แล้วออก ทีวีรายงานประชาชนว่าเอาอยู่ แต่ก็เอาไม่อยู่สักแห่ง แม้กระทั่ง ศปภ. เองก็ยังต้องหนีน้ํากัน จ้าละหวั่น ทิ้งข้าวของที่ประชาชนบริจาคให้ให้ลอยน้ําเป็นที่น่าเวทนายิ่งนัก ศปภ. ทําหน้าที่ เพียงรายงานสถานการณ์ว่าวันนี้น้ําท่วมถึงไหนแล้ว แต่ไม่ได้เตือนภัยล่วงหน้าว่าน้ําจะไหล ไปท่วมที่ไหนต่อ ยิ่งกว่านั้นครับ มีการใช้เรือดันน้ําในแม่น้ําเจ้าพระยาซึ่งเป็นเรื่องตลก ขาดความรู้ เหมือนเด็กเอานิ้วไปแกว่งน้ําเล่นในลําคลองไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย สิ้นเปลือง น้ํามันโดยใช่เหตุ เรือดันน้ําจะใช้ได้ผลเฉพาะในลําน้ําขนาดเล็กเท่านั้น เช่นคลองลัดโพธิ์ เป็นต้น ท่านประธานครับ การใช้คนไม่เหมาะกับงานทําให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้รับข้อมูล ผิด ๆ แล้วนําไปบอกประชาชน ทําให้ประชาชนเดือดร้อนกันเป็นจํานวนมาก กว่าจะตั้งตัวได้ก็ต่อเมื่อมีการตั้งคณะทํางานที่มี กรมชลประทานเป็นหน่วยงานหลัก มีอดีตรองอธิบดีกรมชลประทาน คือ คุณวีระ วงศ์แสงนาค และท่านอาจารย์ปราโมทย์ ไม้กลัด เข้ามาช่วย เสียเวลาไปเกือบ ๑ เดือน ทําให้น้ําไหลท่วม ไปทั่ว ตั้งแต่ต่างจังหวัดจนถึงเมืองหลวงของเรา นี่หรือครับที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า เอาอยู่ค่ะ ท่านประธานครับ น้ําท่วมใหญ่ครั้งนี้สาเหตุหลักเกิดจากน้ําเอ่อท่วมขังในทุ่ง แล้วไหลมาตามความลาดชันของพื้นดิน เข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรมหลายแห่ง ท่วมนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง ไหลเข้าสู่คลองระพีพัฒน์แยกตะวันตกลงสู่คลองหนึ่ง คลองสอง คลองสาม เข้าท่วมกรุงเทพมหานคร ผู้รับผิดชอบไม่มีประสบการณ์ในการป้องกัน น้ําท่วมแบบนี้จึงไม่ได้วางแผนป้องกันไว้ล่วงหน้า มารู้ตัวก็ต่อเมื่อนิคมโรจนะถูกโจมตีแล้ว เมื่อนิคมโรจนะจมน้ําแล้วก็น่าจะมีการคาดการณ์ต่อเนื่องว่าน้ําจะไหลไปที่ไหนต่อ แต่เพราะ ศปภ. ไม่มีผู้รู้จริง ใช้คนผิดประเภทจึงทําให้น้ําบุกทะลุทะลวงไปทั่ว ท่านประธานครับ ในช่วง ที่น้ําท่วมจังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เหตุใดจึงมี การผันน้ําไปลงแม่น้ําท่าจีนน้อยมาก ถ้ามีการเร่งผันน้ําออกสู่แม่น้ําท่าจีนตั้งแต่เดือน กันยายน หลายเมืองจะไม่กลายเป็นเมืองบาดาล และจะไม่สูญเสียมากมายขนาดนี้ ท่านประธานครับ โดยปกติการเก็บน้ําไว้ในเขื่อนหรือการปล่อยน้ําออกจากเขื่อนจะมีรูลเคิฟ (Rule Curve) หรือเกณฑ์ควบคุมระดับน้ํากํากับอยู่ โดยมีกฎว่าจะต้องปล่อยน้ําออกจาก เขื่อนหรือเก็บน้ําไว้ในเขื่อน เพื่อให้มีความสมดุลระหว่างน้ําที่เก็บในเขื่อนเพื่อการเพาะปลูก ในฤดูแล้งกับน้ําที่ต้องปล่อยออกจากเขื่อนเพื่อให้เขื่อนมีที่ว่างพอที่จะรองรับน้ําในฤดูฝน เป็นการป้องกันน้ําท่วม ท่านประธานครับ ดูรูปนี้นะครับ กล้องช่วยจับภาพไปด้วยนะครับ มองไม่เห็นครับในจอครับ ภาพนี้นะครับ แนวแกนตั้งคือระดับน้ําในเขื่อน แนวแกนนอนคือ ระยะเวลา เส้นนี้คือเกณฑ์ควบคุมระดับน้ําตัวบน ทําหน้าที่ไม่ให้น้ําไหลล้นเขื่อน เส้นนี้คือ เกณฑ์ควบคุมระดับน้ําตัวล่าง ทําหน้าที่ไม่ให้ขาดแคลนน้ํา ท่านประธานครับ ผมขอ เสนอแนะให้ปรับเกณฑ์ควบคุมระดับน้ําตัวบนให้มีกรณีที่ใช้กับเหตุการณ์ลานินญ่าด้วยครับ ซึ่งจะทําให้มีฝนตกมากกว่าปกติ ดูในช่วงหน้าฝนตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนตุลาคม ควรจะปรับเส้นนี้ให้ต่ําลงเพื่อเร่งผันน้ําออกจากเขื่อน ก่อนที่น้ําจะล้นเขื่อน ท่านประธาน ครับ ผมขอเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ําท่วมที่จะไม่ทําให้เกิดอภิมหาอุทกภัยขึ้นอีก ขอให้รัฐบาลเตรียมงบประมาณไว้ด้วย
ข้อเสนอแนะข้อที่ ๑ ก็คือ ทําคลองผันน้ําเลียบถนนวงแหวนวงที่ ๓ เวลานี้ เรามีวงแหวน ๒ วงครับ วงที่ ๑ คือถนนรัชดาภิเษก วงที่ ๒ คือถนนกาญจนาภิเษก ดูรูปนี้นะครับ กล้องช่วยจับมาด้วยครับ รูปนี้ครับ นี่คือวงแหวนวงที่ ๓ หากมีการก่อสร้างถนนวงแหวน วงที่ ๓ พร้อมกับคลองผันน้ําจะมีรูปแบบดังนี้ครับ นี่คือถนนวงแหวนวงที่ ๓ นี่คือคลองผันน้ํา ซึ่งมีความกว้างประมาณ ๑๐๐ เมตร ความลึกประมาณ ๕ เมตร จะช่วยระบายน้ําจาก สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี และพื้นที่ราบลุ่มภาคกลางตอนล่างได้เป็น อย่างดี
ข้อเสนอข้อที่ ๒ ครับ ให้ทําฟลัดเวย์ หรือทางน้ําหลากฝั่งตะวันตก โดยจัดให้ มีช่องทางพิเศษให้น้ําไหลลงสู่ทะเลได้อย่างเพียงพอ ดูรูปนี้นะครับ นี่คือทางน้ําหลาก ซึ่งรับน้ําจากเหนือเขื่อนเจ้าพระยาผ่านจังหวัดสุพรรณบุรี นครปฐมลงสู่ ทะเลที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งจะช่วยระบายน้ําในแถบนี้ได้เป็นอย่างดีนะครับ ฟลัดเวย์ หรือทางน้ําหลากจะมีรูปร่างอย่างนี้ครับ รูปนี้นะครับ นี่คือทางน้ําหลากหรือฟลัดเวย์ ซึ่งมีความกว้างประมาณ ๓๐๐ เมตร มีคันกั้นน้ําสูงประมาณ ๔.๓๐ เมตร คันกั้นน้ํานี้ สามารถใช้เป็นถนนได้ด้วย ในช่วงที่ไม่ต้องการผันน้ําพื้นที่ตรงนี้ก็ใช้เพาะปลูก พอถึงหน้าน้ํา ก็เป็นทางน้ําหลากซึ่งรัฐบาลจะต้องเสียเงินชดเชยให้กับชาวไร่ชาวนาด้วย
ข้อเสนอข้อที่ ๓ ท่านประธานดูรูปนี้นะครับ ผมเสนอให้ทําคลองผันน้ํา ฝั่งตะวันออก รูปนี้ครับ รับน้ําจากนครสวรรค์ ชัยนาท สระบุรี ลพบุรี นครนายก ปทุมธานี จนถึงสมุทรปราการ เหตุที่ผมเสนอเป็นคลองผันน้ําก็เพราะว่าใช้พื้นที่ก่อสร้างน้อยกว่า ทางน้ําหลาก ฝั่งตะวันออกนั้นมีที่ว่างน้อยกว่าฝั่งตะวันตก จึงไม่ควรทําเป็นทางน้ําหลาก แต่ควรขุดเป็นคลอง หากทําได้ดังที่ผมเสนอรับรองว่าจะไม่เกิดอภิมหาอุทกภัยขึ้นอีก คนไทยจะไม่กลายเป็นคนจรจัดพลัดบ้านพลัดถิ่นทั้งหมดนี้ต้องเร่งทําฝั่งตะวันตกก่อน เพราะมีระบบการผันน้ําด้อยกว่าฝั่งตะวันออกมา คนฝั่งธนจะได้ไม่ต้องทนจมน้ําอยู่นาน ๆ อีกต่อไป ท่านประธานครับ ผมรับทราบว่ากระทรวงคมนาคมกําลังจะเร่งกู้ทางหลวง หมายเลข ๓๔๐ ตั้งแต่บางบัวทอง บางใหญ่ ไทรน้อยไปจนถึงแยกนพวงศ์ เรื่องนี้ดูว่าดี แต่ผมบอกว่าจะมีปัญหากับพี่น้องประชาชนในฝั่งธน ไม่ว่าจะเป็นบางพลัด บางกรวย พุทธมณฑล ศาลายา บางใหญ่ บางบัวทอง ไทรน้อยครับ จะจมน้ํานานยิ่งขึ้น เมื่อเช้าผมได้ กราบเรียนท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ ให้รับทราบเรื่องนี้ และได้ ปรึกษาหารือกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แต่ดูเหมือนว่าท่านยังยืนยันจะทํา ตามแนวคิดของท่าน ท่านประธานครับ ยังไม่พออีกหรือครับที่พี่น้องประชาชนหลายร้อย ชีวิตต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ยังไม่พออีกหรือครับที่พี่น้องประชาชนนับล้านคนต้อง กลายเป็นคนเร่ร่อน ยังไม่พออีกหรือครับที่พี่น้องประชาชนนับล้านคนต้องสิ้นเนื้อประดาตัว เพราะความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ําของรัฐบาล แม้ว่าผมจะเป็นฝ่ายค้านก็ตาม แต่ก็แอบให้กําลังใจท่านนายกรัฐมนตรีมาโดยตลอด แต่ ณ นาทีนี้ผมจําเป็นต้องพูดว่า แค่คําขอโทษหรือคําเสียใจจากท่านนายกรัฐมนตรีไม่เพียงพอหรอกครับ กลับบ้านเถอะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี เพราะน้องน้ํากําลังตามท่านนายกรัฐมนตรีมาที่สภาแล้วครับ
เชิญรัฐบาลตอบครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ พอดีผมก็ได้รับฟังประเด็นหลายประเด็นนะครับในส่วนที่ทั้งเกี่ยวข้องกับ งานในกระทรวง แล้วก็งานที่ได้รับผิดชอบในเบื้องต้นนะครับ ที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายนะครับ ผมเองก็เห็นใจ บางทีว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้รับฟังหรือพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้าน ได้รับฟังแล้วอาจจะเข้าใจสับสน จริง ๆ หลายท่านได้อภิปรายดีนะครับ และผมคิดว่าส่วนที่ เกี่ยวข้องอาจจะต้องเข้ามาตอบ ผมขออนุญาตชี้แจงเบื้องต้นว่า ก่อนที่จะมาเป็น ศปภ. มันมี คอส. มีคณะกรรมการหลายคณะกรรมการที่เกิดขึ้น และสุดท้ายเราก็เหลือ คณะกรรมการชุดเดียวก็คือ ศปภ. แต่คําที่สมาชิกต้องขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านสมาชิกท่านสามารถอธิบายที่บางทีพี่น้องประชาชนฟังแล้วอาจจะไม่เข้าใจว่า ปริมาณน้ํา ที่อยู่ในเขื่อน ผมคิดว่าเดี๋ยวท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอาจจะต้องชี้แจงเพิ่มเติม แต่ดูเสมือน ท่านอภิปรายว่าการบริหารการจัดการเรื่องน้ําดูจะมีปัญหากับรัฐบาลในชุดนี้ แต่จริง ๆ ท่านคงมีความรู้ดีกว่าตัวกระผม ในฐานะที่เป็นคณะกรรมการใน คอส. ในตอนนั้น ก็ยอมรับ ว่าปริมาณน้ําที่อยู่ในสมัยก่อนหน้าที่ท่านรัฐบาลยิ่งลักษณ์จะมาดํารงตําแหน่งก็มีน้ําที่อยู่ ในเขื่อนนั้นมากเหลือเกิน ก็เรียนตามตรงว่าปีนี้ถ้าดูจากสถิติพี่น้องประชาชนถ้าติดตามสถิติจากฝนตกแล้วมากกว่า ๓๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติอาจจะมีความรู้เรื่องนี้ดีพอก็ทราบนะครับ เมื่อมากกว่า ๓๐๐ เปอร์เซ็นต์ของภาคเหนือก็ดี ภาคกลางก็ดีและอะไรจะเกิดขึ้น อันนี้เรา ไม่โทษกัน แต่สิ่งที่รัฐบาลและคณะจะต้องทํางานต่อไปอันนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ผมเข้าใจว่าในส่วนที่จะมาชี้แจงกับสมาชิกในตอนต่อไปนั้นคงจะได้จัดเตรียมกันไว้ แต่ผม ขออนุญาตตรงนี้ได้ชี้แจงให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านได้เข้าใจว่าการที่เหนือเขื่อนที่มีน้ํา อยู่แต่ก่อนนั้นมีปริมาณน้ําที่มาก แต่ว่าพอมีฝนตกจากพายุตั้งแต่ไหหม่าเรื่อยมาปริมาณน้ํา เกินกว่า ๓๐๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ทุกท่านเองก็คงติดตามแล้วคงเข้าใจนะครับ เพราะฉะนั้น เดี๋ยวผมคิดว่าในส่วนของ ศปภ. คงจะมีทีมงานมาตอบให้ท่านได้เข้าใจ ในส่วนประเด็น ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ตอนเช้าผมคิดว่าอยากจะชี้แจงเพื่อนสมาชิกหลายท่านต้องขอขอบคุณ หลายท่านได้มีการอภิปรายเกี่ยวข้องกับงานของกระทรวงสาธารณสุข ในเบื้องต้นผมคิดว่า ในปีงบประมาณปีนี้หลายท่านอาจจะต้องได้พิจารณาร่วมกันว่าในส่วนของงบประมาณแต่ละ กระทรวง ทบวง กรมนั้นจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับสภาแห่งนี้ แต่ส่วนต่อความกังวลต่อ ท่านผู้นําฝ่ายค้านที่มีการอภิปรายว่าในส่วนของหลักประกันสุขภาพไม่ควรที่จะไปปรับลด งบประมาณ เพราะว่าในส่วนของในอดีตได้มีการตั้งไว้ว่างบประมาณในส่วนของรายหัว ๒,๘๐๐ บาทเศษ ซึ่งท่านได้จัดเตรียมไว้ แต่ผมขอเรียนให้ทราบว่าในส่วนนี้สํานักงบประมาณ ได้ปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ ผมก็เรียนตามตรงว่าแม้จะถูกปรับลดไป ๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีความจําเป็นที่รัฐบาลเองก็พยายามที่จะบริหารการจัดการเรื่องเงินนั้นซึ่งมีอยู่น้อยนิด ซึ่งหลายท่านเองก็ถึงกับตําหนิรัฐบาลว่าได้ใช้เม็ดเงินในส่วนนี้ว่าดูแล้วไม่เกิดประโยชน์ แต่เรียนให้ทราบว่าในหลายกระทรวงถูกปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เพียงแต่ว่ารัฐบาลมีความ จําเป็นจะต้องนําเงินบางส่วนไปดูแลปัญหาผลกระทบที่เกิดจากอุทกภัย แล้วก็เรียนให้ พวกเราได้ทราบนะครับว่าข้อเท็จจริงในส่วนของหลักประกันสุขภาพนั้นแม้จะถูกปรับลดไป ๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นวงเงินถึง ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ก็ขอเรียนให้ทราบว่าในส่วนนี้ ยังมากกว่าในปีงบประมาณ ๒๕๕๔ อยู่ถึง ๖,๗๐๐ กว่าล้านบาท ผมยืนยันในฐานะที่จะต้อง เข้ามาแก้ปัญหาเรื่องของความเสี่ยงต่อการบริหารการจัดการให้ครอบคลุมก็คือเรื่องของ ปัญหาเรื่องการขาดทุนซึ่งในอดีตที่ผ่านมา หรือจะต้องบริหารการจัดการให้พี่น้องประชาชน ในจํานวนของ ๔๘ ล้านคนนั้นได้รับการบริการด้านสุขภาพ ผมยืนยันนะครับว่าเงินส่วนนี้ สามารถดําเนินการได้ เนื่องจากว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงและมีการปรับโครงสร้างบางตัว นอกเหนือจากการจัดเก็บเรื่อง ๓๐ บาท ซึ่งในเวลาอันเหมาะสมนั้นขอยืนยันว่ากระทรวง สาธารณสุขนั้นคงจะมีบางส่วนที่ได้จากการจัดเก็บ แต่ว่า ณ เวลาที่เหมาะสมไม่ใช่ช่วงนี้ ก็ขอเรียนให้ทราบว่าเมื่อบวกลบกันแล้วในส่วนนี้เรายังมีงบประมาณเพียงพอสําหรับดูแล พี่น้องประชาชนก็ต้องขอขอบคุณนะครับ ไม่ว่าจะเป็นท่านปวีณ แซ่จึง หรือท่านอดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่ได้แสดงความคิดเห็นต่อความห่วงใยของ พี่น้องประชาชนและอีกหลาย ๆ ท่านที่ได้มีการอภิปรายไว้ก็ขอเรียนตามตรงว่าในส่วนนี้เรา จะมีมาตรการในเรื่องของการลดความแออัด โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่มีค่านิยมหรือมี ความเชื่อในโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลอําเภอจนกระทั่งทําให้เกิดความแออัดแล้วก็มี ความเสี่ยงในการบริหารการจัดการเราจะใช้การแบ่ง หรือแชร์ริ่ง (Sharing) โดยเฉพาะ ลงไปสู่ รพ.สต. ในโรคที่พี่น้องประชาชนนั้นได้เป็นเป็นจํานวนมากก็คือเรื่องเบาหวาน เรื่องความดัน สิ่งเหล่านี้ผมยืนยันว่าถ้ามีการบริหารการจัดการ มีการจัดเตรียมเรื่องข้อมูล ระบบโลจิสติกส์ภายในแล้วความเสี่ยงเรื่องการให้บริการต่อพี่น้องประชาชนก็จะไม่เกิดนะครับ เพราะฉะนั้นยังผลให้การดูแลพี่น้องประชาชนในเรื่องของหลักประกันสุขภาพยังคงมีคุณภาพ แล้วก็มีมาตรฐานที่ดีขึ้น โดยเฉพาะหลังจากนี้ถ้ามีการจัดเก็บเรื่อง ๓๐ บาท ผมยืนยันว่า คุณภาพการให้บริการพี่น้องประชาชนจะทั่วถึง จึงกราบเรียนผ่านท่านประธานชี้แจงต่อ ที่ประชุม ขอขอบคุณครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี คุณหมอสุรวิทย์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรี กระผมต้องขอบคุณท่านสมาชิกทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านที่ได้ให้ ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ในงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ผมมีสั้น ๆ ที่จะชี้แจงเพียงเล็กน้อยครับว่า มีท่านสมาชิกบางท่านบอกว่า รัฐบาลชุดนี้ทํางานแบบคิดไปทําไป ไม่ได้มีแผนงานโครงการ ต่าง ๆ ทําให้พี่น้องหลายคนสับสน ผมอยากกราบเรียนว่ารัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศ ได้พยายามใช้หลักวิชาการต่าง ๆ ทั้งด้านหลักการบริหารราชการ ทั้งหลักการทํางานต่าง ๆ ทั้งผสมผสานงานภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลของการทํางาน ให้มากที่สุด ตั้งแต่เริ่มทํานโยบายรัฐบาลได้มีการประชุมกัน ได้มีการปรับปรุงต่าง ๆ เมื่อแถลงนโยบายเสร็จรัฐบาลได้มอบให้ส่วนราชการตั้งแต่ระดับจังหวัดได้รับทราบรายละเอียด ของนโยบายเพื่อจัดทําแผนปฏิบัติราชการ เมื่อจัดทําแผนปฏิบัติราชการเสร็จ ได้นํากลับไป ทําแผนงบประมาณให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล เพราะฉะนั้นงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ จึงเป็นงบประมาณที่ได้จัดทําเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล สอดคล้องกับปัญหา สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง เมื่อทําเสร็จ มีปัญหาเรื่องอุทกภัย รัฐบาลก็มาปรับปรุง ใหม่อีก ตัดลดงบประมาณจากทุกกระทรวง ทบวง กรมลงประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ในส่วน ที่สามารถตัดได้ เพื่อนํามาปรับปรุงให้เข้ากับสถานการณ์ ก็กราบเรียนว่าทั้งหลายทั้งปวง งบประมาณที่จัดทํานี้มีการดําเนินการเป็นขั้นตอนและโดยละเอียดรอบคอบ เพื่อให้เกิด ประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติ เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน ท่านประธาน ที่เคารพครับ มีบางท่านบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีออกไปเยี่ยมแล้วไปร้องไห้ทําให้คนหดหู่ แต่ผมได้รับทราบข้อมูลตรงกันข้าม พี่น้องประชาชนของผมที่ออกไปพบบอกว่าสงสาร นายกรัฐมนตรี ท่านจริงใจ ท่านไปเห็นสภาพของคนที่เดือดร้อน บางครั้งร้องไห้ดีใจมาก เพราะช่วยประชาชนได้ ในส่วนนี้ผมกราบเรียนว่าก็แล้วแต่คนจะคิดครับ แต่ว่าผมได้ทราบ เป็นส่วนใหญ่ว่าพี่น้องประชาชนบอกว่าสงสารนายกรัฐมนตรีที่ทุ่มเท ตีสอง ตีสาม ก็ออกไปดู ไปเห็นพี่น้องประชาชนเดือดร้อนก็พูดคุย บางทีก็เรียกว่าเสียงสั่นบ้าง อะไรบ้าง นั่นเป็นเพราะ ความตั้งใจ ความจริงใจ คนเราถ้าตั้งใจมากความรู้สึกก็แสดงออกมาก สิ่งเหล่านี้ผมกราบเรียน ว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศจะได้เห็นครับว่านายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้น ถึงแม้เป็นผู้หญิง ถึงแม้จะเป็นครั้งแรกที่เข้าสู่การเมือง แต่การบริหารราชการท่านทําได้อย่าง รวดเร็ว แล้วก็เป็นนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งที่ทุ่มเทในการทํางานแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้พยายามทํา ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะแก้ปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องน้ําท่วมและการบริหารต่าง ๆ
ผมกราบเรียนอีกเรื่องหนึ่ง ไม่สบายใจที่มีคนบอกว่าการช่วยเหลือประชาชน ที่ถูกน้ําท่วมเป็นการเลือกฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ ไม่มีครับ รัฐบาลประกาศชัดเจนและทํางานด้วย ความตั้งใจว่าใครเดือดร้อน พี่น้องที่เดือดร้อนไม่ว่าจะอยู่ตําบลใด จะเป็นลักษณะใด ที่จังหวัดใดก็ตาม รัฐบาลจะพยายามทุ่มเทลงไปดูแลให้มากที่สุด ถึงแม้บางครั้งจะมีบ้างที่ เข้าไปช่วยแล้วต้นทางได้รับของมาก ปลายทางได้รับของน้อย เราก็หาวิธีแก้โดยจัดอีกชุดหนึ่งเข้าไปให้ปลายทางสุดไปช่วยหลังสุด แล้วย้อนกลับมาก็มีครับ เรียกว่าช่วย เรือเข้าไปไม่ถึงเอาเฮลิคอปเตอร์ไปส่งก็มี รถเข้าไป ไม่ได้ก็จัดเรือเข้าไป เรียกว่าต้องการให้พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนที่เดือดร้อนได้รับบริการ บางครั้งก็มีคนเรียกร้องมา ทั้ง ๆ ที่ค่ําคืนเราก็จัดคนออกไปครับ ก็กราบเรียนว่าไม่ได้เลือกใคร เลือกข้าง แต่ถือว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนเป็นคนที่รัฐบาลชุดนี้จะต้องดูแลและดูแลให้ ดีที่สุดทุกคนครับ
สําหรับเรื่องเงินช่วยเหลือที่บางครั้งบางโครงการไม่มีปรากฏในงบประมาณ ฉบับนี้ แต่ผมกราบเรียนยืนยันว่าเงินช่วยเหลือต่าง ๆ นั้นรัฐบาลมีวิธีการบริหารจัดการ อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ในงบกลาง ถึงแม้งบประมาณยังไม่ผ่าน แต่ระเบียบราชการเปิด โอกาสให้ใช้งบประมาณได้ในส่วนที่เป็นงบกลางสํารองจ่าย โดยไม่ต้องรอให้งบผ่าน สภาผู้แทนราษฎร นี่เป็นระเบียบราชการนะครับ จะใช้ได้จํานวนเท่าใดนั้นรัฐบาลทราบดี แล้วก็ใช้ไปเพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เราจะปล่อยให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ไม่ได้ครับ ผมเป็นรัฐมนตรีที่ออกไปเยี่ยมตามจังหวัดต่าง ๆ ไปหมดนะครับ ตั้งแต่จังหวัด พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี ผมยังได้เป็นส่วนหนึ่งที่ไปมอบ เงินช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ซึ่งรัฐบาลมีวิธีอาจจะเป็น ธ.ก.ส. จ่ายไปก่อน ออมสิน จ่ายไปก่อน อันนี้ไม่เป็นอะไรครับขอให้ทําให้ถึงมือประชาชนก็เป็นใช้ได้ วิธีการเราอาจจะ จ่ายดอกเบี้ยให้กับธนาคารเมื่อเขาจ่ายไปก่อน เหล่านี้เป็นวิธีการครับ ก็กราบเรียนว่า หลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่ปรากฏในงบประมาณฉบับนี้ แต่รัฐบาลได้ใช้หลักการบริหารราชการ แผ่นดินที่จะให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน กระผมคงขออนุญาตชี้แจงสั้น ๆ เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรม ต่อข้ออภิปรายของท่านสมาชิกหลายท่านที่ได้อภิปรายพาดพิงเกี่ยวเนื่องกับ ปัญหาอุทกภัย และได้กล่าวถึงเรื่องที่การบริหารจัดการการระบายน้ําเกี่ยวกับการที่ นิคมอุตสาหกรรมได้ถูกน้ําท่วมและก่อให้เกิดความเสียหายนั้น ผมทราบมาว่าท่านผู้มีเกียรติ หลายท่านจะอภิปรายในประเด็นนี้ ผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานว่า ผมจะขอให้ ท่านผู้มีเกียรตินั้นได้อภิปรายจนครบทุกท่านแล้ว ผมจะตอบในภายหลังอีกครั้งหนึ่งครับ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาของสภาแห่งนี้
ขอบคุณมากครับ ท่านนิยม เวชกามา ๗ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเองต้องขออภิปรายเพื่อสนับสนุนร่างนโยบายของรัฐบาล ในความคิดผมเป็นการจัดทํา งบประมาณที่สอดคล้องกับภาวการณ์ของประเทศไทยในขณะนี้ แต่ก่อนที่จะนําเข้าสู่ใน กระบวนการในการจัดทํางบประมาณของรัฐบาลครั้งนี้ กระผมเองต้องขอแสดงความเสียใจ ต่อพี่น้องชาวกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากมหาอุทกภัยอย่าง แสนสาหัส และขอวิงวอนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซีกฝ่ายค้านว่าถึงเวลาที่จะช่วยกัน เพื่อจะทําให้ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฉบับนี้ผ่านโดยเร็ว เนื่องจากพี่น้องรองบประมาณ รอเม็ดเงินจะลงไปดูแลเรื่องปัญหาปากท้องของพวกเขาอยู่ด้วยความกระวนกระวาย ด้วยความตั้งใจ ท่านประธานครับผมเองต้องขอกราบเรียนว่างบประมาณที่จัดทําโดยรัฐบาล ซึ่งมีท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของผมนี่เป็นผู้นํา ในงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ๒๕๕๕ นี้ จํานวน ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นงบประมาณ ซึ่งผมดูแล้วใครก็ถึงว่า เหมาะสม เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ เพิ่มขึ้นเพียง ๒๑๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ เท่านั้น ซึ่งเป็นการจัดสรรงบประมาณขาดดุลงบประมาณเพียง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น ทําไมผมถึงว่าเหมาะสม ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้คิดจากผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ ซึ่งเปรียบเทียบกับปี ๒๕๕๔ แล้วก็เกินกันนิดหน่อย ไม่มาก คือขาดดุลไปประมาณเล็กน้อย ผมจึงคิดว่านี่คือเป็นความจริงใจของรัฐบาลซึ่งนําโดยท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นการเร่ง แก้ปัญหาของประเทศ เป็นการสนับสนุนเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ส่งเสริมการขยายตัว ทางด้านเศรษฐกิจ ท่านประธานครับ ในความเห็นของผมแล้วเห็นว่า ที่รัฐบาลตั้งเป้าว่า ในงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ก็จะได้เงินเพิ่มจากการมีรายได้ ๑,๙๘๐,๐๐๐ ล้านบาท หลายท่าน บอกว่าไปตั้งความหวังที่เกินไป ความจริงความคิดผมว่าไม่เกินครับ เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ตัดสินใจถูกต้อง โดยการเชิญคุณวีรพงษ์ รามางกูร ซึ่งพวกผม คนอีสานถือว่าเป็นคนดีศรีอีสาน คนนครพนม คนบ้านใกล้กับผมนี่มาเป็นผู้นํา เป็นประธาน ในการจัดด้านเศรษฐกิจ ท่านประธานครับ ที่ผมพูดอย่างนี้เพราะว่าท่านวีรพงษ์นี่เป็นผู้นํา ในด้านเศรษฐกิจระดับต้น ๆ ของประเทศ ผมจึงถือว่าตัดสินใจถูกต้องแล้วครับ ในความคิดผมถึงแม้ว่าวันนี้รัฐบาลซึ่งนําโดยท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นยุคที่เข้ามาแล้ว ประจวบเหมาะกับผีซ้ําด้ําพลอย ทําไมถึงว่าอย่างนั้นครับ เพราะว่าเข้ามาแล้วก็เจอปัญหา แต่ผมอ่านจากหนังสือพิมพ์ บทความของไทยรัฐ หน้า ๓ เมื่อ ๒-๓ วันที่ผ่านมา มันก็ไม่เป็น เหมือนอย่างที่หลายท่านพูด ในซีกบางท่านผู้ทรงเกียรติบอกว่าน้ําทั้งหลายแหล่ที่มานี้มันเป็น ปัญหาของพรรคเพื่อไทย มันไม่ใช่ครับ ผมอ่านแล้วมันไม่แบบนั้น ท่านกลับไปดูก็ได้ ผมไม่พูดถึงบทความนั้นครับ ผมจึงกราบเรียนว่าปัญหาที่เกิดขึ้นผมเสริมในลักษณะ หลายด้าน โดยเฉพาะในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ผมนี่ดีใจมากเลย เพราะว่าอย่างน้อย รัฐบาลชุดนี้จัดงบประมาณให้กระทรวงมหาดไทยโดยเฉพาะงบส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น วันนี้จัดให้ถึงขนาด ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท จากงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ จํานวน ๑๖๕,๐๐๐ ล้านบาท แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลยุคนี้ ยุคท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มองเห็น ความสําคัญของท้องถิ่นว่ามีความจําเป็นต้องนําเงินงบประมาณไปบริหารจัดการในระบบ ท้องถิ่น ถึงแม้วันนี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้งบน้อย แต่ก็เป็นความหวังว่า เงินงบประมาณที่จัดสรรลงไป กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่าไปมองเฉพาะด้าน ซื้อถุงยังชีพอย่างเดียว ผมอยากให้ไปมองถึงการป้องกันในลักษณะของน้ําของความแห้งแล้ง เพราะวันนี้ภาคอีสานมันไม่ได้ท่วม แต่ว่าบ้านผมกําลังจะแล้ง จุดนี้ผมก็ฝากกรมป้องกันว่า อยากให้ทบทวนในการทําหน้าที่ของท่านด้วย ในส่วนของกระทรวงที่มีปัญหาที่ต้องดูแลคือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วันนี้ได้งบประมาณ ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงนี้เป็นอีกกระทรวงหนึ่งซึ่งต้องมีบทบาทในการป้องกันเรื่องน้ําหลาก น้ําท่วม โดยเฉพาะเรื่องป่าไม้ ผมขอฝากด้วย เรื่องป่าไม้ครับ วันนี้บ้านผมไม่ว่าสกลนคร นครพนม มุกดาหาร รวมไปถึงศรีสะเกษหรืออุบลราชธานี เรื่องไม้พะยูงถูกตัดทําลายแบบถล่มทลาย วันนี้จับเป็นรายวัน ข่าวออกทุกวัน อันนี้ฝากท่านรัฐมนตรีปรีชากลับไปช่วยดูแลให้ผม ด้วยครับ ส่วนในเรื่องที่ผมต้องบอกว่าวันนี้ทําอย่างอื่นไปไม่ได้ ถ้าท่านไม่ดูแลในเรื่องของมหาวิทยาลัยสงฆ์ ๒ แห่ง ผมกําเนิดจากมหาวิทยาลัยสงฆ์ ขอฝากด้วยว่าขอให้ดูแลด้วย เพราะงบประมาณน้อย เหลือเกินครับท่าน ขอบคุณมากครับ
ท่านมัลลิกาครับ เชิญ ๑๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานคะ ก่อนอื่นก็คงต้องบอกว่าเห็นใจ แล้วก็เข้าใจผู้ที่ประสบกับอุทกภัยน้ําท่วม ในขณะนี้ สําหรับงบประมาณนะคะ ที่เราคุยกันเป็นงบรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เราทุกคนเห็นใจรัฐบาลว่าในภาวะแบบนี้การที่ตั้งงบประมาณแบบขาดดุลถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็งบประมาณที่ตั้งไว้ทั้งหมด ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ทํางาน ลําบาก โดยส่วนตัวของดิฉันเองเป็นผู้ประสบอุทกภัยด้วย เพราะว่าอยู่ที่จังหวัดลพบุรี ถึงได้บอกท่านประธานบอกว่าเห็นใจแล้วก็เข้าใจ ยังคิดอยู่ว่างบประมาณครั้งนี้ งบกลาง ที่พวกเราทุกคนเห็นบอกว่าเป็นงบที่ได้รับการจัดสรรสูงที่สุดอันดับหนึ่ง แล้วก็รองลงมา ก็จะมีกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง แล้วก็กระทรวงกลาโหม ตามลําดับ ดิฉันมองว่าวันนี้ความเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากน้ํา แล้วหลังจากนี้ที่น้ําลด ก็จะต้องมีการเยียวยากันอย่างมากมาย งบกลางที่จัดสรรไว้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท หลาย ๆ ท่านพูดถึงเงินยอดนี้ว่าจะทําอะไรให้แจงมา ดิฉันเองบอกได้เลยอาจจะไม่พอด้วยซ้ํา นะคะท่านประธาน เฉพาะแค่จังหวัดลพบุรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านก็ได้ไป มอบให้ความช่วยเหลือครอบครัวละ ๕,๐๐๐ บาท ถามว่าวันนี้ได้ครบหรือยัง ยังไม่ได้นะคะ หมู่ ๑ พี่น้องตําบลหนองกระเบียน อําเภอบ้านหมี่ ดิฉันลงพื้นที่ไปก็ฝากมาเร่งรัดนะคะ ตําบลเขาสมอคอน ตําบลบางลี่ของอําเภอท่าวุ้ง ก็ยังไม่ได้สักหลังเลย และนอกจากรอบแรก ที่ได้ไปครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท ยังมีตกหล่นนะคะท่านประธาน ที่ว่าฝากไปด้วยว่า ส.ส. ช่วยตามให้หน่อย เพราะ ๕,๐๐๐ บาทเอาไป ได้แล้วถามว่าหมดหรือยัง หมดแล้ว ได้รับไป ๕,๐๐๐ บาท ต้องเอาเงิน ๓,๐๐๐ บาทไปซื้อเรือค่ะท่านประธาน เรือ ๓,๐๐๐ บาท ถือว่า เอาแบบพอพายได้ ขอว่าไม่ต้องว่ายไปว่ายมาแล้วกัน อันนี้ก็คือเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ของพี่น้องที่กําลังได้รับความเดือดร้อนอยู่ ดังนั้นอยากจะโยงให้ท่านประธานได้เห็นนะคะว่า งบกลางของท่านนายกรัฐมนตรีถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็จะอยู่ที่ ๑๗.๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอยู่ใน ยุทธศาสตร์ที่ ๑ เพราะว่าทางท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อเช้านี้ท่านได้กล่าวถึงทั้งหมด ๘ ยุทธศาสตร์ กับอีก ๑ รายการค่าดําเนินการภาครัฐ ยุทธศาสตร์ที่ว่าถึงก็คือการสร้าง รากฐานการพัฒนาที่สมดุลสู่สังคม เพราะว่ายุทธศาสตร์นี้มีวัตถุประสงค์ที่กล่าวถึงการบริหาร จัดการน้ําเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาจากอุทกภัยและภัยแล้งซ้ําซาก โดยเยียวยาฟื้นฟูเพื่อ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งยุทธศาสตร์นี้ได้จัดสรรวงเงิน ไว้ทั้งหมด ๔๗๕,๐๖๒.๖ ล้านบาท ประกอบกับอยู่ในรายละเอียดที่หัวข้อแผนงานเยียวยา ก็คือยอดเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เรากําลังพูดถึง ท่านประธานคะ วันนี้มวลน้ํามหาศาลที่ อยู่ที่จังหวัดชัยนาท จังหวัดลพบุรียังมากมาย แล้วก็คิดว่าอย่างไรคงจะเดินทางมากรุงเทพฯ ยังไม่หมดค่ะ ข่าวดีก็อยากจะบอกกับท่านประธานบอกว่าวันนี้จังหวัดลพบุรีน้ําเริ่มลดแล้ว บางพื้นที่ลดลง ๖๐ เซนติเมตร บางพื้นที่ลดลงเกือบเมตร แต่ข่าวร้ายก็คือว่าความลึกของน้ํา ที่ลพบุรียังอยู่นะคะ อยู่ประมาณ ๓ เมตร ถึง ๖ เมตรก็ยังมีค่ะ ผ่านเทศกาลทอดกฐินกันมา พวกเราเข้าไปโดยใช้วิธีการนั่งเรือหางยาวเข้าไปทอดกฐิน ทุกคนนั้นถามว่าเดือดร้อนไหม ตอนนี้เริ่มชินชา ตอนนี้รอโครงการต่าง ๆ ที่ทางรัฐบาลนั้น จะเอาไปเยียวยาหลังจากเงิน ๕,๐๐๐ บาท เพราะว่าประชาชนก็ถามเยอะว่าอย่างไร่นา ที่น้ําท่วมที่จะชดเชยให้ไร่ละ ๒,๒๒๒ บาท หรือว่าเงินเยียวยาพิเศษที่ว่าให้ข้าวตันละ ๑,๔๓๗ บาท ถามว่าวันนี้ประชาชนรู้ไหมคะว่าจะได้ รู้นะคะ เขาทราบ เขาทราบว่า คิดกันง่าย ๆ ๒ ไร่จะได้ ๑ ตันค่าเฉลี่ย เพราะว่าวันนี้เราให้เขาที่ไร่ละ ๕๔ ถัง คิดกันง่าย ๆ พี่น้องประชาชนเขาจะทราบว่า ๑ ไร่ เขาจะได้รับเงินชดเชยประมาณ ๓,๐๐๐ บาท แต่สิ่งที่อยากรู้ถามว่าเมื่อไรเมื่อไรถึงจะได้ เดือนนี้ เดือนหน้า เดือนธันวาคม เดือนมกราคม หรือว่าต้องรอให้งบประมาณของปี ๒๕๕๕ นี้ผ่านแล้วไปใช้ตอนเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งทุกคน มีความหวังว่าอยากได้เงินก้อนนี้เพื่อที่จะเอามาลงทุนใหม่สําหรับในฤดูกาลที่จะต้องมาปลูก ข้าวในรอบหน้า ถ้าเงินก้อนนี้ได้หลังจากเดือนกุมภาพันธ์ ไม่ทันนะคะท่านประธาน วันนี้ประชาชนไม่มีต้นทุนนะคะไม่มีเงินทุนที่จะไปทําการเพาะปลูก บอกว่าหนี้ที่เป็นอยู่พัก หนี้ ๓ ปี กองทุนหมู่บ้านท่านรัฐบาลบอกว่าไม่ต้องส่งต้นส่งแต่ดอก สมาชิกสหกรณ์บอกว่า ยก ไม่ต้องส่งต้น ไม่ต้องส่งดอกด้วย ๓ ปี เพราะว่าทางสหกรณ์นั้นจะช่วยออก ช่วยเหลือ เรื่องของดอกเบี้ย แต่ว่าเงินทุนวันนี้ที่จะไปทําใหม่ สุดท้ายเหมือนเราจะต้องไปผลักเขาให้ ออกไปสู่หนี้นอกระบบอีกรอบหนึ่ง ดังนั้นฝากท่านประธานว่า อย่างไรอยากให้หาเงินก้อนนี้ ให้กับพี่น้องประชาชนในการที่จะตั้งหลัก เพราะเราก็ถือว่าอยู่ในแผนของการเยียวยา ยิ่งเมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีท่านได้กล่าวบอกว่า แม้ว่ายังจะไม่ได้ ผ่านงบประมาณ แต่สามารถที่จะเอาเงินงบกลางนั้นออกมาใช้ก่อน ฟังเมื่อสักครู่นี้แล้ว มีความรู้สึกว่ามีความหวังนะคะ แล้วก็กราบเรียนตรงนี้เลยว่า จังหวัดที่เดือดร้อนไม่ว่าตั้งแต่ จังหวัดชัยนาท จังหวัดลพบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่หนัก ๆ ก็เกี่ยวกับเรื่องของพืชผล การเกษตรทั้งหมดนะคะ ฝากท่านรัฐมนตรีตรงนี้เลยนะคะว่า อย่างไรก็แล้วแต่เพราะว่า ประชาชนพี่น้องทุก ๆ คนวันนี้ต้องการเงินก้อนนี้ที่เป็นเงินทุน เพราะทุกคนต้องบอกว่า หมดเนื้อหมดตัว บ้านไม่มีจะอยู่ อย่างจังหวัดลพบุรียกตัวอย่างบอกว่าจากเดิมที่ทาง ท่านรัฐมนตรีหลาย ๆ ท่านไปพบ ถนนวิ่งไม่ได้นะคะ ต้องใช้รถของทหารสูง ๆ วิ่งกัน แต่ว่า ปัจจุบันนี้ถามว่ารถเล็กวิ่งได้แล้ว แต่ว่าก็ยังมีเต็นท์ประชาชนอยู่บนถนนก็ยังเข้าบ้านไม่ได้ รถวิ่งได้จริง แต่ว่าดูเหมือนสถานการณ์มันจะดีนะคะ แต่ว่าประชาชนก็ยังลงไปนอนอยู่ ในบ้านตัวเองไม่ได้นะคะ ยกเว้นเฉพาะบ้านที่ว่ามี ๒ ชั้นแล้วก็สูงหน่อย แต่ว่าบ้านไหนที่มี ชั้นเดียวตอนนี้เรียกว่ายังเข้าบ้านไม่ได้ ก็ยังมีบางส่วนอยู่บนถนน บางส่วนก็อยู่ที่ศูนย์อพยพ แล้วก็ปัญหาที่ตามมาต่าง ๆ ก็คือว่าขยะ ตรงนี้ก็คงต้องฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขว่าท่านคงต้องเหนื่อย เพราะจังหวัดลพบุรีเมื่อคราวที่แล้วที่ตัวดิฉันเองได้อภิปราย ถึงเกี่ยวกับเรื่องญัตติของปัญหาน้ําท่วม ก็ได้บอกไว้นะคะบอกว่า จังหวัดลพบุรีน้ํามันไปล้อม ที่กองขยะ พอหลังจากที่ดิฉันได้พูดก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีปรีชากับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านธีระชัย ก็ได้ไปดูที่กองขยะแล้วก็ให้งบประมาณ สําหรับจังหวัดลพบุรีในการกําจัดขยะ ก็ต้องขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะเพราะว่าพอน้ําลด ทุกคนจะทราบว่าเชื้อโรคต่าง ๆ ตามมามากมาย เพราะว่าวันนี้โรคน้ํากัดเท้า ฉี่หนู เป็นโรคที่ ทางสาธารณสุขเองก็เตือนว่าให้พี่น้องประชาชนนั้นต้องให้คอยระแวดระวังเป็นอย่างดี สําหรับวันนี้ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสดิฉัน แม้ว่าจะเป็น ส.ส. ทางฝ่ายค้าน ก็เอาเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนั้นมาบอกมากล่าว แล้วก็อีกครั้งหนึ่งนะคะ ฝากท่านรัฐมนตรีสํานักนายกรัฐมนตรีอย่าลืมนะคะ ขอเยียวยาอย่างเร่งด่วนนะคะ วันนี้ หมดเนื้อหมดตัวความหวังคงจะอยู่ที่ท่านนะคะ ก็ขอขอบคุณ ณ โอกาสนี้
ท่านสถาพร ๘ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ท่านประธานครับ ผมเองนั้นได้ศึกษา งบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ด้วยความสนใจเป็นอย่างยิ่ง สนใจก็คือว่าเป็นมิติของการตั้ง งบประมาณที่สนองตอบต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน สนองตอบอย่างไร ท่านประธานที่เคารพ ก่อนที่เราจะได้ฉันทามติให้มาเป็นรัฐบาล ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เดินสายทั่วประเทศ ได้ประกาศว่าจะทํา ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ นี่คือตัวชี้วัด เมื่อพี่น้องประชาชน เห็นว่านโยบายอย่างนี้โดนใจก็เลือกพรรคเพื่อไทยเกินครึ่ง พอมาเปิดดูงบประมาณไม่มี สิ่งไหนขาดตกบกพร่องเลยครับท่านครับ ทุกประโยคทุกนโยบายได้ใช้งบประมาณเป็นตัว ขับเคลื่อน แน่นอนที่สุดครับ เพื่อน ส.ส. บางคนบอกว่า ๒,๒๐๐ บาทได้ไม่ได้ ผมไปแจก มาแล้ว ๔ อําเภอครับ ๒,๒๒๐ บาท ลําพูนแจกแล้ว ๔ อําเภอ พี่น้องประชาชนเกษตรกร ถึงแม้ว่าจะสูญเสียบ้างแต่ได้รับการเยียวยาทันกาล ไม่ถึง ๓ เดือนครับเงินชดเชย เงินเยียวยาไปแล้ว นี่คือปรากฏการณ์ครับ ปรากฏการณ์ในการทํางานที่ชี้ให้เห็นว่า ผู้คนที่รับผิดชอบได้เป็นมือบริหารงานอาชีพครับ เราไม่จําเป็นจะต้องตั้งงบครับ เมื่อมีหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานของรัฐ ธ.ก.ส. ออมสิน เหล่านี้ต้องสนองรัฐ เสร็จแล้ว ท่านก็มาเบิกเอากระเป๋าซ้าย กระเป๋าขวาจากรัฐบาล นี่คือการคิดมิติงบประมาณที่สนองตอบ ต่อพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพ ผมเองก็เจ็บปวดที่มีอุทกภัยทําให้พี่น้องประชาชน เราเดือดร้อน แต่สิ่งที่เราเจ็บปวดมากกว่านั้นก็คือว่า มีกระบวนการครับ ชัดเจนครับ ในการที่ปล่อยน้ํา ผันน้ํา ผมถามว่าน้ํามาจ่อคอหอยแล้วนี่เครื่องสูบน้ําเสีย ท่านจะให้ นายกรัฐมนตรีไปดูเครื่องสูบน้ําทุกเครื่องหรือครับ กรุงเทพฯ ก็ต้องมีส่วนร่วมท่านรับผิดชอบสิครับ เขตปกครองพิเศษ ขีดเส้นใต้ เขตปกครองพิเศษกรุงเทพมหานครหักภาษีใช้ภาษีใน กรุงเทพมหานครเป็นจํานวน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณบริหารท้องถิ่น ท่านปล่อยให้ เครื่องสูบน้ําตัวเองเสียได้อย่างไรมันต้องมองด้วยนะครับ มันต้องมองด้วย ไม่ใช่เอะอะก็ ศปภ. เอะอะอะไรก็ ศปภ. มันต้องมองภาพรวมครับ ตรงนี้ต่างหากคือโจทย์ที่จะต้องสะสางกันครับ ท่านประธาน โจทย์ที่ต้องสะสางกัน มวลน้ํา นักวิชาการเกิดมาเยอะแยะเลยครับ ตอนน้ําแห้งน้ําแล้งนักวิชาการไปไหนไม่รู้ พอน้ําท่วมนักวิชาการมากันเต็มเลยครับ จนไม่รู้อยู่สํานักไหนเป็นสํานักไหน นี่คือความเจ็บปวดของประเทศ ความเจ็บปวดในจังหวะ ที่รัฐบาลเพิ่งเข้ามาบริหารได้ ๒ เดือนกว่า ๆ เรากําลังจัดทัพท่านประธาน รัฐบาลกําลังจัดทัพ แต่ปรากฏว่าจัดยังไม่เสร็จครับมวลน้ําก็มา ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วประเทศ ให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาล ให้ความเป็นธรรม เพราะฉะนั้นการอภิปรายงบ ปี ๒๕๕๕ พี่น้องประชาชนเห็นขณะนี้ชื่นใจแล้วครับ แรงงาน ๓๐๐ บาท ปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท คุณภาพชีวิต เข้าหาแหล่งทุน พัฒนาเอสเอ็มแอล ให้พัฒนาสตรี ๑๐๐ ล้านบาทแต่ละจังหวัด เป็นการ จัดสรรงบประมาณที่สุดยอด กระตุ้นเศรษฐกิจ พัฒนาศักยภาพผู้คน แท็บเล็ตให้แล้วครับ นี่เสียดายไม่ได้ถ่ายทอด จะได้บอกหนู ๆ ที่ทวงแท็บเล็ตว่าตั้งแล้ว นโยบายนี้กระตุ้นถึง เด็กอนุบาลครับ อนุบาลนี่ ส.ส. ลงพื้นที่เด็กประถมนี่ ลุง ลุง ลุง แท็บเล็ตเมื่อไรจะได้ เป็นการสอนประชาธิปไตยในระดับเยาวชนด้วย ไปเปิดงานที่ไหนกีฬาสีของโรงเรียน คําถามสภานักเรียนก็คือว่า ลุง ส.ส. แท็บเล็ต แท็บเล็ต อย่าลืมนะ นี่เรื่องจริงครับ นี่คือการตั้งงบประมาณ ท่านจะว่ากู้ไม่กู้ ท่านจะว่าเยียวยา ท่านบอกว่าไม่มีวัน งบกลางนี่ สมัยท่านเป็นรัฐบาลท่านก็ตั้ง อย่าเพิ่งลืม ๒ เดือนกว่าเอง งบกลางท่านก็มี ท่านก็ใช้ ไม่มีงบโครงการ ไม่มีรายละเอียดโครงการท่านก็ใช้ เพราะฉะนั้นผมจึงนําเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังพี่น้องประชาชนว่านโยบายที่ตั้งงบประมาณนั้นเงินก็คือเงินของพี่น้องประชาชน จัดเก็บจากภาษี ๑.๙ ล้านล้านบาท แล้วหามาเพิ่มอีกประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้มันครบ ๒.๓ ล้านล้านบาท เงินเหล่านี้ไปจ่ายประจําเกือบ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ครับ เหลือพัฒนาจริง ๆ ประมาณ ๓๐ เอาไปใช้ ๒๐ เงิน ๑๐๐ บาท เพราะฉะนั้นการอภิปราย งบประมาณต้องเอาความจริงมาพูดกันด้วยครับ อย่างพักหนี้ครัวเรือน ๕๐๐,๐๐๐ บาท เกษตรกรเขาก็ลืมตาอ้าปากได้ ถ้ากู้ต่ํากว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท เราต้องไปใช้ ธ.ก.ส. ปีหนึ่งตก ๔๐,๐๐๐ บาท ถ้าเราพักเขา เขาก็จะได้พักหนี้ เขาก็จะได้มีจังหวะในการตั้งหลัก เพราะฉะนั้นกราบเรียนด้วยความเคารพครับว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นการสะท้อนถึงการ บริหารอย่างมืออาชีพเป็นการสะท้อนบริหารเงินที่สนองตอบต่อความต้องการ พี่น้องประชาชน เราไม่ได้นั่งเทียนดําน้ําเขียนนะครับ เราไปบอกชาวบ้านก่อน นี่คือที่มาของ การจัดสรรงบประมาณ เราก็เหมือนไปทําประชาคมครับ เราไปถามชาวบ้านก่อน เมื่อชาวบ้านให้เรา เราก็สนองตอบ มันก็แค่นั้นแหละครับ ท้ายที่สุดนี่ครับท่านประธาน ผมอยากจะให้อํานาจท่านประธานช่วยเสกผมเป็นหนุมานหน่อยเถอะครับ ผมจะได้อมน้ํา ออกจากประเทศไทยแล้วไปพ่นลงทะเล อุปมาอุปไมยถ้าเรามีอํานาจป่านนี้ผมเป็นหนุมาน แล้วหาวเป็นดาวเป็นเดือน อมมวลน้ําทั้งหมดล้านล้านไปพ่นลงทะเล แต่ท่านประธานครับ เราเป็นมนุษย์ครับ การทํางานจะให้พอใจคน ๖๐ ล้านคนเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นครับ ท่านประธานที่เคารพ การเป็นมนุษย์ถ้ามีความตั้งใจทํางาน ถ้ามีความโปร่งใส ผลงาน จะชี้วัดครับท่านประธานครับ กราบขอบคุณครับ
ท่านวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ๗ นาที
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๑ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยเวลาจํากัดเพียงประมาณ ๗ นาทีนั้น สําหรับการอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งได้ตั้งไว้สูงถึง ๒.๓๘ ล้านล้านบาทนั้นนะครับ ผมจะขออภิปรายงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การแก้ปัญหาน้ําท่วมนะครับ รวมทั้งการเยียวยาของผู้ประสบภัยน้ําท่วมของรัฐบาลตั้งแต่ ระยะเริ่มแรก ระยะระหว่างน้ําท่วม และหลังน้ําลดนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ จากการที่ดูตัวเลขจากงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ นั้นนะครับ หลายคนพี่น้องประชาชนซึ่งประสบปัญหาน้ําท่วมนั้นคงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางรัฐบาลนั้น จะได้จัดงบประมาณในส่วนที่กระทรวงที่รับผิดชอบ หรือกรมที่รับผิดชอบในการแก้ไขปัญหา น้ําท่วมให้กับพี่น้องประชาชน แต่เมื่อดูงบประมาณแต่ละกรมแล้วโดยเฉพาะกรมชลประทานนั้นถือว่าเป็นกรมหลักในการ กําหนดยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ํา หรือการแก้ปัญหาเรื่องน้ําท่วมในลุ่มน้ํา ต่าง ๆ นะครับ ซึ่งตั้งงบไว้ ๔๓,๒๙๗.๙ ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าปี ๒๕๕๔ ถึง ๑,๔๘๔ ล้านบาท นะครับ หลังจากที่ผมได้พยายามตรวจดูในงบประมาณ ในโครงการต่าง ๆ นั้น ผมไม่พบ เลยว่าโครงการใหม่ ๆ โครงการที่จะแก้ไขปัญหาน้ําในลุ่มน้ําทั้งหมด ทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ําหลัก นะครับ คงจะเป็นงบประมาณซึ่งเป็นงบประมาณตามปกติ หรืองบประมาณผูกพันในแต่ละปี เท่านั้นนะครับ จึงอยากกราบเรียนกับท่านประธานว่า โดยเฉพาะจังหวัดสุโขทัย ซึ่งผมเป็น ผู้แทนในพื้นที่นะครับ เป็นจังหวัดแรกซึ่งท่านประธานหรือพี่น้องประชาชนคนไทยคงทราบดีว่า สุโขทัยนั้นน้ําท่วมเป็นจังหวัดแรก เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ผลกระทบจากการถูกน้ําท่วมเป็นประจํา ทุกปีและเป็นการท่วมอย่างซ้ําซากนั้น ก็เพราะเหตุว่าลําน้ํายมซึ่งเป็นลําน้ําหลักของจังหวัด สุโขทัย ซึ่งมีต้นน้ําอยู่ที่จังหวัดแพร่ไหลผ่านมายังอําเภอศรีสัชนาลัย อําเภอสังคโลก ศรีสําโรง มาจนถึงกลางใจเมืองสุโขทัย ลงมาถึงจังหวัดพิษณุโลกนะครับ ผลกระทบมาถึงบางระกํา ซึ่งเป็นโมเดลของรัฐบาลยิ่งลักษณ์นี่ล่ะครับ จนถึงจังหวัดพิจิตร นครสวรรค์ และลงเรื่อยมา จนถึงภาคกลางนะครับ อุทัยธานี ชัยนาท อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา จนถึงปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานครในปัจจุบันนี้ มวลน้ําต่าง ๆ นั้นพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศย่อมทราบดีอยู่แล้ว ไม่ต้องรัฐบาลหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องนะครับ เพราะว่า มวลน้ํานั้นมาจากลุ่มน้ําต่าง ๆ โดยเฉพาะ ปิง วัง ยม และน่านนะครับ ซึ่งแม่น้ํายมนั้น เราไม่มีเขื่อน งบประมาณในส่วนของกรมชลประทานที่ได้กําหนดไว้ในปีนี้ก็ไม่มีนะครับ ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่าในงบกลางซึ่งทางรัฐบาลนั้นได้ตั้งงบไว้ เพื่อเยียวยาหลังน้ําลดนะครับ ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลในส่วนของ กรมชลประทานได้พิจารณาในการศึกษาหาแนวทาง ซึ่งทราบดีอยู่แล้วว่าเขื่อนแก่งเสือเต้นนั้น ไม่สามารถที่จะดําเนินการในกรณีเร่งด่วนได้ แต่ก็ยังมีแผน ๒ นะครับ อย่างที่ทาง กรมชลประทานได้กําลังศึกษาอยู่ก็คือการสร้างอ่างเก็บน้ํายมเหนือหรือยมล่างนะครับ หรือด้านเหนือของแก่งเสือเต้น และด้านใต้ของแก่งเสือเต้นนะครับท่านประธาน ก็อยากจะ กราบฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลในส่วนนี้นะครับ อีกกรมหนึ่งคือกรมทรัพยากรน้ํา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ตั้งงบประมาณไม่แตกต่างกันเหมือนทุก ๆ ปี เป็นงบประจําของกรมและงบผูกพันนะครับ กรมที่เกี่ยวข้องอีกกรมหนึ่งก็คือกรมพัฒนาที่ดิน นะครับ ซึ่งกรมน้ํานั้นได้ตั้งงบประมาณไว้ที่ ๖,๔๗๙ ล้านบาท ปีนี้ได้ลดลงกว่าปีที่แล้ว เสียด้วยซ้ํา ลดถึง ๕๒๑.๗ ล้านบาทท่านประธาน ก็ไม่ทราบเหตุผลเหมือนกันว่า กรมทรัพยากรน้ําซึ่งเป็นกรมซึ่งดูแลในการบริหารจัดการน้ํา พัฒนาลุ่มน้ํา พัฒนาแหล่งน้ํา งบหายไปไหนอีก ๕๐๐ กว่าล้านบาท น่าจะเพิ่มกว่านี้ ท่านประธานครับ กรมพัฒนาที่ดิน ก็เช่นกันนะครับตั้งไว้อยู่ที่ ๔,๓๔๐.๒ ล้านบาท ลดลงจากปีที่แล้ว ๑๕.๔ ล้านบาทนะครับ ก็ลดลงอีกเช่นกัน ก็ไม่ทราบว่าทางรัฐบาลนั้นได้มีความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชนในส่วนของการแก้ไขปัญหาเรื่องแหล่งน้ําหรือไม่นะครับ อีกกรมหนึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยนะครับ ซึ่งตั้งไว้ ๔,๓๓๐ ล้านบาท ท่านประธานทราบไหมว่าต่ํากว่าปีที่แล้วถึง ๙๔๘.๖ ล้านบาท กรมนี้เป็นกรมที่จะต้องดูแล เยียวยากับพี่น้องประชาชนนะครับ แต่รัฐบาลก็ตั้งงบประมาณไว้ต่ํากว่ารัฐบาลชุดที่แล้ว หรือตัวเลขกับปีที่แล้วนะครับ ท่านประธานที่เคารพ เห็นได้ว่ารัฐบาลนั้นยังขาดความจริงใจ ขาดความเอาใจใส่ที่ไม่ได้ใช้ยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาน้ําท่วมให้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ขออีกนิดหนึ่งนะครับเกี่ยวกับงบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งงบประมาณนี้ก็อยากจะกล่าวฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่าอยากให้ไปเยียวยา กับพี่น้องผู้ประสบภัยหลาย ๆ จังหวัด ๒๐ กว่าจังหวัดในพื้นที่ที่ถูกน้ําท่วม โดยไม่เลือกสี ไม่เลือกฝ่าย โดยไม่เห็นแก่ประโยชน์จากงบประมาณ และหวังว่ารัฐบาลคงจะไม่สนุก กับการใช้งบประมาณนี้บนปัญหาหรือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน หลังน้ําท่วมแล้ว ก็อยากจะให้ประชาชนนั้นไม่ต้องน้ําตาร่วงซ้ําอีกหลังน้ําลด แล้วก็ขออย่าให้น้ําลดแล้วตอผุด นะครับ กราบขอบพระคุณมากครับท่านประธาน
ท่านมนพร เจริญศรี ๗ นาที
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางมนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นร่างงบประมาณที่เป็นช่วงรอยต่อของรัฐบาลชุดเดิม ที่ได้วางกรอบวงเงินงบประมาณและยุทธศาสตร์การพัฒนาแต่ละด้านไว้แล้ว เพียงแต่รัฐบาล ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้เพิ่มเติมในนโยบายของพรรคเพื่อไทยเพื่อกําหนดเป็น นโยบายของรัฐบาล ประกอบกับช่วงนี้ประเทศไทยของเราได้ประสบอุทกภัยอย่างรุนแรงต่อ วิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน ดิฉันรู้สึกเห็นใจพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยทุกครัวเรือน และในช่วงที่ท่านประธานได้งดการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านของ พรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้หยุดตามที่ท่านประธานหยุดนะคะ พวกเรา ส.ส. อีสานก็ได้ระดม ของบริจาค ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร อาหารแห้ง เรือหรือห่วงยาง เครื่องใช้ อุปกรณ์ เครื่องนุ่งห่ม แล้วก็ ส.ส. ผู้หญิงก็ได้จัดทําครัวเคลื่อนที่เพื่อจะบรรจุอาหารกล่องส่งถึงมือ พี่น้องประชาชนในช่วง ๔ อาทิตย์ที่ผ่านมา ดิฉันต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ภาคอีสาน แล้วก็สิ่งของที่ท่านบริจาคมาก็ยังหลั่งไหลไม่ขาดสายค่ะ ท่านประธานคะ ในภาวะวิกฤติก็เป็นโอกาสของประเทศเช่นเดียวกัน ในรอบศตวรรษที่ผ่านมาปัญหาได้เกิดขึ้น เราก็จะได้มาร่วมกันจัดการวางแผนบริหารการจัดการน้ําอย่างเป็นระบบ ถึงแม้ว่าจะใช้ งบประมาณจํานวนมากก็ตาม แต่มันเป็นการแก้ไขปัญหาระยะยาว ท่านประธานคะ ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ในยุทธศาสตร์ที่ ๔ ในเรื่องของการศึกษา คุณธรรม จริยธรรม คุณภาพชีวิต และความเท่าเทียมกันของสังคม ซึ่งในยุทธศาสตร์นี้ได้บรรจุกองทุนพัฒนาสตรีไว้จํานวน ๑,๗๒๐ ล้านบาทนั้นเป็นเพียงระยะเริ่มแรกของกองทุนพัฒนาสตรี ท่านประธานคะ ตั้งแต่ ตั้งประเทศไทยมาเราต้องยอมรับว่าไม่มีรัฐบาลชุดไหนที่จัดสรรเงินรัฐบาลลงไปสู่มือของสตรี ทุกหมู่บ้าน แล้วก็โดยตรงเท่ากับรัฐบาลชุดนี้ โดยเงินกองทุนพัฒนาสตรีที่รัฐบาลได้กําหนดไว้ ได้กําหนดบทบาทและเป้าหมายในการบริหารกองทุนไว้อย่างชัดเจน เพราะเงินเหล่านี้ จะเป็นเงินที่คงอยู่กับกลุ่มกับชุมชนตลอดไป และเงินเหล่านี้ก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้ พี่น้องประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุน และเงินกองทุนเหล่านี้ก็จะไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ในการ ค้ําประกัน โดยที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่าคนค้ําคน เพราะฉะนั้นเงินกองทุนเหล่านี้ก็จะเป็นการ เสริมสร้างศักยภาพเศรษฐกิจภายในชุมชนภายในครัวเรือนให้มีประสิทธิภาพต่อไป บนความเสมอภาคและความเท่าเทียมกันของหญิงชาย ไม่ได้เป็นเพียงวลีที่พูดกันให้สวยหรู แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้เปิดโอกาสให้สตรีได้เข้ามาจัดสรร ทรัพยากรของประเทศ โดยเฉพาะงบประมาณที่มาจากภาษีอากรของพี่น้องประชาชน อย่างเท่าเทียม ดิฉันมองว่างบประมาณที่รัฐบาลได้จัดสรรให้กองทุนพัฒนาสตรีเพียง ๑,๗๒๐ ล้านบาทนั้นยังน้อยไปเสียด้วยซ้ําค่ะ ถ้างบประมาณชุดนี้ได้ผ่านวาระแรกไปแล้ว อยู่ในชั้นของการแปรญัตติ ดิฉันขอความกรุณาให้คณะกรรมาธิการงบประมาณได้เพิ่ม เงินกองทุนพัฒนาสตรีให้มากกว่านี้ด้วย ส่วนค่าตอบแทนของผู้สูงอายุในระดับขั้นบันได ตั้งแต่ ๖๐ ปี ๖๐๐ บาท ๗๐ ปี ๗๐๐ บาท ๘๐ ปี ๘๐๐ บาท และ ๙๐ ปีขึ้นไป ๑,๐๐๐ บาท ดิฉันกลับมีมุมมองว่ามันเป็นการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ เพราะดิฉันเชื่อว่าผู้สูงอายุมากเท่าไรยิ่งต้องใช้เงินมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่ายารักษาโรค ค่าอาหารที่บํารุงสุขภาพ เพราะรัฐบาลชุดนี้อยากจะให้ผู้สูงอายุมีความสุขมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุขัยที่รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนที่รัฐบาลจะพึงตอบแทนให้ พี่น้องประชาชนคนไทยที่มีสิทธิ ๑ เสียงเท่ากัน เราจะนําความสุขของพี่น้องกลับคืนมา ให้คนไทย ดิฉันทราบว่าขณะนี้กระทรวงมหาดไทยอยู่ในขั้นตอนของการแก้ไขระเบียบ ว่าจะจ่ายเงินผู้สูงอายุจากกฎหมายเดิม นั่นก็คือรายละ ๕๐๐ บาท ขณะนี้พี่น้องประชาชน ที่รอคอย แน่นอนค่ะ รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์จะต้องดําเนินตามนโยบาย ที่หาเสียง แล้วก็พันธะสัญญาที่หาเสียงไว้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานคะ ทั้งหมดทั้งมวล ของการจัดสรรงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ดิฉันมองว่ามีความทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ และสามารถปรับกระบวนการงบประมาณเข้ากับเหตุการณ์ ดิฉันขอสนับสนุน ท่านประธานคะ สตรีเพศเป็นสตรีที่อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอค่ะ ดิฉันมีความเชื่อมั่นอย่างเหลือเกินว่า ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์จะมีกําลังใจที่จะนําพาประเทศไปสู่ความรุ่งเรืองบนพื้นฐาน ของความอ่อนโยน อ่อนน้อม และความซื่อสัตย์สุจริต ดิฉันขอย้ําอีกครั้งค่ะ บนพื้นฐานของ ความซื่อสัตย์สุจริตจะนําพาให้ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์บริหารประเทศไปด้วย ความรุ่งเรือง แล้วด้วยความปรองดองของทุกฝ่าย ขอบคุณค่ะ
ต่อไป ท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร ๗ นาที แล้วก็ต่อจากท่านวุฒิพงษ์จะเป็นท่านวิภูแถลง พัฒนภูมิไท หลังจากนั้นก็เป็นอาจารย์ผุสดี ตามไท ท่านสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ อาจารย์รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อาจารย์พีรพันธุ์ พาลุสุข นะครับ ตามลําดับ เชิญท่านวุฒิพงษ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ก็ต้องขอให้กําลังใจผู้ที่ทํางานเกี่ยวกับน้ําท่วมทุกภาคส่วนนะครับ แล้วก็เป็นกําลังใจให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยที่ประสบพบเจอกับภัยน้ําท่วม ไม่ว่าจะเป็น เขตภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล แล้วก็จังหวัด อุบลราชธานีจังหวัดของกระผมครับ ได้รับปัญหาน้ําท่วมหนักหนาสาหัสเช่นเดียวกัน วันนี้ พวกเราเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ซึ่งผมเอง ก็เป็นตัวแทนพรรคอภิปรายทุก ๆ ปีต่อเนื่องมาครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ แล้วก็ปี ๒๕๕๕ วันนี้ก็เป็นโอกาสดีครับที่จะชี้ให้รัฐบาลเห็นว่ามีข้อบกพร่อง ข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตอย่างไรบ้างเกี่ยวกับแนวทางเม็ดเงินนโยบายที่จะไปสู่พี่น้องประชาชน ท่านครับ วันนี้ขอสะท้อนปัญหาที่แท้จริงให้กับทางรัฐบาลได้เห็นนะครับ เพียงแต่กรอบเวลา ๗ นาที คงจะทําได้แค่ภาพรวม ในส่วนของรายละเอียดขอไปเป็นวาระที่สองในขั้นแปรญัตติในราย มาตรา ท่านครับ ท่านนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศภายใต้วิกฤติเศรษฐกิจแล้วก็ภัยน้ําท่วม ทุกฝ่ายให้กําลังใจท่านครับ แต่ผมมาดูในวงเงินงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ที่ท่านได้ตั้งไว้นะครับ ทั้งหมดทั้งสิ้น ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นวงเงินงบประมาณที่มาก แล้วก็ท่านมาดูในวงเงินของงบกลางนะครับ งบกลางที่ท่าน ได้ตั้งไว้ ตัวเลขวงเงินงบกลางในปีนี้ครับ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็มากกว่าปี ๒๕๕๔ เกือบเท่าตัว ผมจึงอยากตั้งข้อสังเกตครับ เหตุผลทําไมถึงมากกว่าปี ๒๕๕๔ ทั้ง ๆ ที่ ปี ๒๕๕๔ ๒๖๕,๐๐๐ ล้านบาท ในยุคสมัยของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในงบกลางตรงส่วนนี้ สามารถไปจัดสรรปรับปรุงซ่อมแซมหอประชุมทั้งอําเภอเมือง อําเภอเขื่องใน แล้วก็สามารถ ไปปรับปรุงภูมิทัศน์ป้องกันน้ําท่วมในเขตของพื้นที่โรงเรียนเขื่องในพิทยาคาร ก่อสร้างอาคาร สํานักงานวิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี รวมทั้งเสนอผ่านกระทรวงศึกษาธิการครับ ก่อสร้าง อาคารเรียน ๔ ชั้น ๒๑ ล้านบาทที่โรงเรียนเขื่องในพิทยาคาร และท้ายที่สุดเป็นสิ่งที่ น่าภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งในฐานะที่ผมเป็นผู้แทนอุบลราชธานี ผมได้เป็นประธานประชาคม ในการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ํามูลนะครับ ระหว่างอําเภอตาลสุมไปจนถึงอําเภอสว่างวีระวงศ์ มีส่วนกลาง ส่วนจังหวัด ผู้นําท้องถิ่น ๒ อําเภอครับ และผมได้ไปดูจุดพื้นที่ด้วยกันแล้วก็ยื่น กระทู้ต่อทางสภาผู้แทนราษฎร จําได้ว่าท่านรัฐมนตรีโสภณ ซารัมย์ มาตอบ โดยท่านชัย ชิดชอบ เป็นประธาน ตอนนั้นได้งบสํารวจออกแบบและครั้งนี้ก็ได้งบก่อสร้างสะพานข้าม ตาลสุม ๗๓ ล้านบาทเป็นของขวัญให้กับพี่น้องชาวอุบลราชธานี ซึ่งดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า แล้วก็คุณน้องแนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส. อุบลราชธานี ก็มีส่วนผลักดันในฐานะ ส.ส. เขตพื้นที่ด้วยกันนะครับ เพราะฉะนั้นครับทุกสิ่งทุกอย่างจึงอยากฝากเป็นข้อสังเกตนะครับ ถึงท่านนายกรัฐมนตรี คุณยิ่งลักษณ์ ๓ ประเด็น ผมจะเน้นหนักเกี่ยวกับน้ําท่วมนะครับ
ประเด็นแรก เรื่องยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการป้องกันน้ําท่วมที่พวกเราได้ยื่น เสนอหลาย ๆ หน่วยงานครับ จําได้ไหมครับ สภาแห่งนี้เราได้เสนอญัตติแก้ไขปัญหาน้ําท่วม ภัยแล้ง ญัตติแม่น้ําโขงแห้งขอดต่อเนื่องกันมายาวนาน ซึ่งตอนนี้ญัตติน้ําท่วมก็ยังอยู่ใน กรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ๒๕ ลุ่มน้ําเขียนไว้หมดครับ ลุ่มน้ํา ภาคเหนือมีอะไรบ้าง ลุ่มน้ําภาคอีสานมีอะไรบ้าง ในส่วนของภาคอีสานมี ๓ ลุ่มหลัก โขง ชี มูล ๓ ลุ่มน้ําใหญ่ ๆ ๓ ลุ่มน้ํานี้ครับ ทั้ง ๓ ลุ่มน้ําก็จะไหลรวมที่อุบลราชธานีครับ เป็นจังหวัดเดียวที่รองรับทั้ง ๓ ลุ่มน้ํา ทําให้มีสภาพน้ําท่วมขังต่อเนื่องเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นปัญหาน้ําท่วมขังต่าง ๆ รัฐบาลก็ได้เสนออย่างนี้ครับ หลาย ๆ ฝ่ายเสนอหมดครับ แผนยุทธศาสตร์พัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพ ส่งเสริมคลองส่งน้ํา ปรับปรุงแหล่งน้ํา แล้วก็ ติดตั้งเตือนภัยลุ่มแม่น้ําชี แม่น้ํามูล หลาย ๆ โครงการ หลาย ๆ ฝ่ายครับ นี่เอกสาร จากทางรัฐบาล แต่ท่านครับ ทุกสิ่งทุกอย่างตอนนี้ท่านจัดสรรเพิ่มให้หรือยังครับ เขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ําชีในเขตเขื่องใน ริมลําเซบายตรงบ้านบางอ้อ ตําบลหัวดอน อําเภอเขื่องใน ริมแม่น้ํามูลครับ ซึ่งพระคุณเจ้า เจ้าอาวาส ท่านปลัดประดิษฐ์ วํสธมฺโม เจ้าอาวาสวัดท่ากกแห่ครับ สภาพชํารุดทรุดโทรมเสียหายครับ ตลิ่งชํารุดทรุดโทรมทุก ๆ ปี ปีที่แล้วได้งบจากท่านรัฐบาลอภิสิทธิ์ แต่ปีนี้โดนตัดงบประมาณต่อเนื่องมาครับ ฝากนําเข้า บรรจุด้วยนะครับ ถ้าทันปีนี้ก็จะเป็นประโยชน์กับวัดท่ากกแห่ ชุมชนคูเดื่อ ชุมชนท่าบ่อ ตําบลแจระแม แล้วก็พี่น้องลุ่มแม่น้ํามูล อําเภอเมืองเป็นอย่างยิ่ง รวมทั้งตลิ่งอําเภอตาลสุม บริเวณสวนตาล สวนสาธารณะของอําเภอตาลสุม ตรงนี้ครับต้องฝากบรรจุอยู่ในเล่มของ งบประมาณด้วย
ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของการเยียวยา หลังจากพี่น้องประสบพบกับภัยน้ําท่วม ท่านครับ เราพูดมาตลอดครับการเยียวยา ไม่ว่าเยียวยาพี่น้องเกษตรกร เยียวยาบ้านเรือน เยียวยาผู้ที่เลี้ยงสัตว์หรือหลาย ๆ หน่วยงานครับ หนังสือเล่มนี้ครับท่านครับ เป็นหนังสือสรุปข้อมูลอุทกภัยจังหวัดอุบลราชธานีของ ปภ. จังหวัดยื่นเสนอนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ วันที่ ๙ ตุลาคมที่ผ่านมาครับ เป็นการรวบรวมปัญหา ทั้งหมดของพี่น้องจังหวัดอุบลราชธานีทุก ๒๕ อําเภอครับ มีเก็บข้อมูลไว้หมด อําเภอเขื่องใน ข้อมูลเสียหายเป็นอันดับที่ ๑ ครับ ประชากรผู้เดือดร้อนเกือบ ๘,๐๐๐ ครอบครัว อําเภอเมืองมีผู้อพยพเกือบ ๔,๐๐๐ ครอบครัว ตรงสิ่งเหล่านั้นนะครับ ค่าชดเชยต่าง ๆ ที่เขาฝากทวงถาม ไม่ต้อง ๑๕,๐๐๐ บาท ไม่ต้อง ๓๐,๐๐๐ แล้วครับ ขอ ๕,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นครับฝากนําเรียนตรงนี้ด้วยในส่วนของการบูรณาการ การเยียวยา แล้วก็ การช่วยเหลือผู้ที่น้ําท่วม พวกเราช่วยกันครับ ในส่วนของ ส.ส. ฝ่ายค้าน ในพื้นที่ก็ไม่ได้ นิ่งนอนใจครับ ไประดมบริจาคจากพี่น้อง ทําซุ้มอาหาร สนับสนุนน้ํามันเรือหางยาว แล้วก็ล่าสุดผมเอง ก็ได้มีโอกาสร่วมกับพระคุณเจ้าแล้วก็พี่น้องประชาชนต่าง ๆ ครับ บริจาคหมอนประมาณหลายร้อยใบเป็นพัน ๆ ใบ เพื่อที่จะมาสนับสนุนให้กับศูนย์อาสา ศูนย์อพยพกรุงเทพมหานครแห่งนี้ครับ แล้วก็ยังเหลืออีกหลายโครงการครับ ฝากนําเรียน ท่านประธานด้วยนะครับว่า วิกฤติน้ําท่วมนี้เป็นเรื่องของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง
อีกอันหนึ่งครับที่เราจะเสนอให้เป็นรูปธรรมมากที่สุด คือการก่อสร้าง อุทยานบึงบัว ซึ่งถ้าไม่ได้ตรงนี้ผมจะขอแปรญัตติตัดลดกรมชลประทานลงไป เพราะทุกปี ได้ต่อเนื่อง แต่ปีนี้ไม่ได้บรรจุให้แม้แต่บาทเดียวครับ ฝากนําเรียนท่านประธานด้วย อุทยานบึงบัวอยู่ที่บึงหนองขอนครับ ท้ายที่สุดเป็นกําลังใจให้กับรัฐบาลครับ ให้ช่วยวิกฤติน้ําท่วม ครั้งนี้ให้ประสบความสําเร็จ โบราณเขาพูดไว้ว่า ถ้าหาน้ําตาลให้ถามหากับมด ถ้าหลงทาง ให้ถามหากับม้า แต่ถ้าอภิปรายในสภาปรึกษาปัญหาห้ามถามกับมดกับม้า ต้องถามหา นายกรัฐมนตรีปู ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เท่านั้นครับ ช่วยตอบปัญหาแทนพี่น้องประชาชนคนไทย ด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
เอกสาร ท่านจะส่งไหม รายงานของจังหวัดอุบลราชธานีให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมท่านดู ที่จริงท่านเป็นกรรมาธิการงบประมาณปีนี้ ท่านน่าจะถามในกรรมาธิการงบประมาณ เชิญท่านวิภูแถลง ๑๒ นาที
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิภูแถลง พัฒนภูมิไท แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธาน ที่เคารพรักครับ วันนี้เมื่อพิจารณาวงเงินงบประมาณตาม พ.ร.บ. งบประมาณของรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตรนะครับ ก็เป็นตัวเลขที่ชัดเจนตามมติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๔ อยู่ที่ ๒.๓๘ ล้านล้านบาทครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อนําไป เปรียบเทียบกับวงเงินงบประมาณของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รัฐบาล ชุดที่แล้วตามมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๔ อยู่ที่วงเงิน ๒.๒๕ ล้านล้านบาทครับ เมื่อมาเปรียบเทียบกันแล้ววงเงินงบประมาณจะต่างกันอยู่ ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นก็คือวงเงินงบประมาณในรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์สูงกว่า วงเงินงบประมาณในรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ตามมติ ครม. ดังที่กราบเรียนครับ ฉะนั้นแล้วถามว่ามากไปไหม จําเป็นไหม ก็ไม่มากครับ เมื่อคํานึงถึงสภาวะความเป็นจริงของ ประเทศในขณะนี้ แล้วก็ถามว่าจําเป็นไหมในขณะที่ประเทศประสบชะตากรรมจากภัยพิบัติ น้ําท่วมซึ่งสาหัสสากรรจ์มากในครั้งนี้ สําหรับเงิน ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะมาเยียวยาฟื้นฟู พี่น้องประชาชนที่ประสบความทุกข์จากภัยน้ําท่วมถือว่าน้อยไปเสียด้วยซ้ําไปครับ ท่านประธานครับ สําหรับงบ ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทในการมาเยียวยาฟื้นฟูอุทกภัย รัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน รัฐบาลที่เป็นของประชาชน รัฐบาลเพื่อประชาชน อย่างรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะคิดเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ครับท่านประธานที่เคารพรักครับ นั่นคือมีวัตถุประสงค์ประการเดียว ประการแรกไม่มีประการอื่น คือจะต้องดูแลชีวิต ดูแล ความสุขของประชาชน นั่นคือความชอบธรรมที่สุดสําหรับรัฐบาลที่มาจากประชาชน ฉะนั้น เงิน ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทสําหรับเยียวยาและฟื้นฟูพี่น้องที่ประสบอุทกภัยในขณะนี้ ผมถือว่า น้อยเสียด้วยซ้ําไปครับเมื่อดูตาม พ.ร.บ. งบประมาณที่ปรากฏในรายละเอียด ท่านประธานที่เคารพรักครับ จะอย่างไรก็ตามรัฐบาลจะมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า ที่จะดูแล ที่จะบําบัดทุกข์จะบํารุงสุข ตั้งใจที่จะดูแลให้มากกว่านี้ นั่นก็มิใช่ว่าจะทําอะไรได้ ตามแรงปรารถนาของรัฐบาล สืบเนื่องจากว่าจะต้องสอดคล้อง จะต้องเหมาะสมกับสภาพ ความเป็นจริงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศด้วย ฉะนั้นงบที่เพิ่มขึ้นวันนี้ถือว่า สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจ นั่นคืออยู่ที่ ๒.๓๘ ล้านล้านบาทครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เมื่อมาพิจารณาในรายละเอียดของงบประมาณ จะอย่างไรก็ตาม มีอยู่บ้างในบางรายการหรือในบางประเด็นอาจจะไม่โดนใจเสียทั้งหมด แต่โดยส่วนรวมแล้ว ผมได้มองด้วยองค์รวมและได้มองทุกมิติแยกแยะ ผมเห็นว่าโดยองค์รวมเหมาะสมและ สอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศในขณะนี้แล้ว แต่จะอย่างไรก็ตามบางรายการที่อาจจะ ไม่โดนใจอยู่บ้างเราต้องเข้าใจในสัจธรรม สรรพสิ่งไม่มีอะไรที่จะสมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพรักครับ เพราะชีวิตไม่เคยเสนอความพร้อมสรรพให้กับผู้ใดเลย แต่ที่น่าชื่นชมและน่ายินดีถ้ามาดูในรายละเอียด นั่นก็คืองบกลางที่เพิ่มขึ้นก็จริง เมื่อเปรียบเทียบกับรัฐบาลชุดที่ผ่าน ๆ มาแต่มาดูวันนี้ที่ประเทศประสบชะตากรรมจาก ภัยพิบัติก็ถือว่าเหมาะสมที่จะต้องเพิ่มวงเงินงบประมาณขึ้นมาดูแลประชาชน ไปดูในรายละเอียดของงบประมาณกระทรวงกลาโหม ท่านประธานที่เคารพรักครับ ที่กระผมกราบเรียนอย่างนี้มิใช่ว่าจะไม่เห็นใจไม่สนับสนุนงบของกระทรวงกลาโหม เพราะกระทรวงกลาโหมก็มีความจําเป็นที่จะต้องดูแลความมั่นคงของประเทศ แต่การจัดลําดับความสําคัญของรัฐบาลชุดนี้ปรับลดงบประมาณลงมาจากงบประมาณ ของปีที่แล้วนะครับ เราจะเห็นตัวเลขได้ชัดเจน อันนี้ก็แสดงว่าเป็นการจัดลําดับความสําคัญ งบส่วนของกระทรวงกลาโหมจึงลดลงไปประมาณ ๑,๐๕๕.๖ ล้านบาท ก็ถือว่าเหมาะสมกับ สถานการณ์ครับ ต้องเอาไปดูแลในส่วนที่ความจําเป็นเร่งด่วนก่อน
แต่พอมาดูในกระทรวงศึกษาธิการครับ รัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ได้ให้ความสําคัญ เพราะการพัฒนาการศึกษาถือว่าเป็นหัวใจสําคัญของการพัฒนาประเทศ ในทุก ๆ ด้าน ปรากฏว่าเมื่อดูตัวเลขแล้วงบของกระทรวงศึกษาธิการสูงถึง ๔๑๘,๖๑๖.๓ ล้านบาท มากกว่าปี ๒๕๕๔ และงบของรัฐบาลอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตามมติ ครม. วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๔ ซึ่งจัดไว้ ๑๑๐,๖๐๐ ล้านบาทครับ จะอย่างไรก็ตามรัฐบาลชุดนี้ แสดงว่าได้ให้ความสําคัญกับการศึกษาของประเทศเพื่อที่จะขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศ
ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อผมมาดูในรายละเอียดเป็นที่น่าชื่นชมยินดี ในหลายประการ เป็นการแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้มีวัตถุประสงค์ประการแรกและ ประการเดียวจริง ๆ คือการดูแลชีวิตและความผาสุกของประชาชน ฉะนั้นเราจะเห็น ได้ชัดเจนว่านโยบายเร่งด่วนปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ตามมติ ครม. ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๔ ในเรื่องต่อไปนี้เป็นสิ่งที่เหมาะสมครับ เช่น การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ผมจะไม่ ลงไปในตัวเลขแต่รัฐบาลได้ให้ความสําคัญครับ การแก้ไขป้องกันปัญหายาเสพติดซึ่งขณะนี้ ร้อนระอุไปทุกหย่อมหญ้าจากภัยยาเสพติด รัฐบาลก็ได้จัดลําดับความสําคัญเร่งด่วนครับ ป้องกันปราบปรามการทุจริต ส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการน้ํา เรื่องของชายแดนจังหวัดภาคใต้ ฟื้นฟูความสัมพันธ์กับ นานาประเทศ ดูแลประชาชน ปัญหาเงินเฟ้อและน้ํามัน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ที่น่าชื่นชมยินดีครับท่านประธานที่เคารพรักครับ นั่นคือได้จัดลําดับความสําคัญอย่างยิ่งยวด กับการพักหนี้ครัวเรือน ๕๐๐,๐๐๐ บาทที่รัฐบาลได้ลงไปดูแลถึงทุกครัวเรือน เพิ่มรายได้ ให้กับแรงงาน ๓๐๐ บาท ปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท และยังมีเบี้ยผู้สูงอายุที่เรียกว่า เบี้ยยังชีพเพิ่มขึ้นกว่าเดิม สิ่งเหล่านี้อธิบายว่ารัฐบาลได้ให้ความสําคัญกับประชาชน สอดคล้องกับพุทธสุภาษิตที่บอกว่า ประชาสุขัง มะหุตตมัง โดยยึดถือเอาความผาสุกของ ราษฎรเป็นตัวตั้งครับ ท่านประธานครับ นอกจากนั้นก็คือยกระดับราคาสินค้าเกษตร ระบบรับจํานําข้าว ๑๕,๐๐๐–๒๐,๐๐๐ บาท บัตรสินเชื่อเกษตรกร แล้วก็เพิ่มรายได้ การท่องเที่ยว สนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชนหรือสินค้าโอทอป รวมแล้วทุกสิ่งทุกอย่างล้วน แล้วแต่เป็นคุณูปการและเป็นประโยชน์กับประชาชนทั้งสิ้น ถือว่าสอดคล้องกับการเป็น รัฐบาลที่มาจากประชาชน เพื่อประชาชน และโดยประชาชนอย่างแท้จริงครับ
และในประเด็นที่สําคัญมากครับท่านประธานที่เคารพรักครับ เมื่อวานนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์และได้มีการแถลงข่าว แถลงการณ์เพื่อได้เรียนให้กับ พี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้ทราบว่ารัฐบาลได้จัดลําดับความสําคัญเร่งด่วนในการเยียวยา ฟื้นฟูประเทศนี้จากภัยพิบัติน้ําท่วมครับ เรื่องที่น่าชื่นชมยินดีก็คือการที่รัฐบาลได้จัดสรรงบ กลางไว้สูงเพื่อที่จะเยียวยาประเทศโดยได้ใช้มาตรการ ๓ มาตรการที่เรียกว่า มาตรการ ๓ อาร์
อาร์ที่ ๑ นั่นก็คือ การแก้ปัญหาเร่งด่วนหรือการกู้ภัยที่เรียกว่า เรสคิว (Rescue) ซึ่งรัฐบาลได้ทําไปแล้วครับ มีศูนย์รับบริจาคสิ่งของและส่งมอบให้กับประชาชน โดยใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทยเป็นตัวตั้ง การดูแลรักษาพยาบาล การดูแลความเป็นอยู่ ให้สถานที่พักพิง นี่คือในระยะเร่งด่วนครับ รัฐบาลมีความจําเป็นที่จะต้องปฐมพยาบาลก่อนครับ เพราะจะอย่างไรก็ตามเมื่อวานนี้จากการที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตและอีก ๘ องค์กรที่รับผิดชอบ เรื่องน้ําได้ยืนยันตรงกันครับว่าเที่ยวนี้สาหัสสากรรจ์จริง ๆ สําหรับปริมาณน้ํา ซึ่งมีปริมาณ ใต้เขื่อนสูงถึงตั้งแต่ต้นปีประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นข้อมูลจากผู้ว่าการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยครับ
ท่านประธานที่เคารพรักครับ นอกจากนั้นรัฐบาลได้มีการวางแผนเป็น มาตรการที่ ๒ อาร์แรกก็คือ เรสคิว ก็คือการที่กู้ภัยก่อน กู้ภัยเสร็จก็คือเยียวยาฟื้นฟูหลังน้ําลด ที่เรียกว่าเป็นการซ่อมประเทศให้ทุกอย่างกลับคืนมาโดยเร็วที่สุด นั่นก็คือรัฐบาลต้องเพิ่ม วงเงินงบประมาณเพื่อที่จะฟื้นฟูประเทศหลังจากน้ําลด นี่คือความจําเป็นรีบด่วน โดยการให้ เงินช่วยเหลือประชาชน ขณะนี้รัฐบาลก็ได้ดูแลได้บําบัดทุกข์ประชาชนไประดับหนึ่งแล้วครับ ท่านประธานที่เคารพรักครับ นี่คือเหตุ นี่คือผลที่รัฐบาลต้องเพิ่มวงเงินงบประมาณสูงกว่า ปีที่ผ่านมา ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท และจัดอยู่ในงบกลางเพื่อลงไปเยียวยาตรงนี้ครับ ท่านประธานครับ แล้วก็มีการให้เงินกู้และให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ อีกหลายประการ นั่นก็คือ ในส่วนของการให้เยียวยาฟื้นฟูหลังน้ําลด
ประการที่ ๓ ครับท่านประธานที่เคารพครับ นั่นคือการสร้างความเชื่อมั่น และการสร้างความมั่งคั่งให้กลับคืนมาที่เรียกว่า รีบิลด์ (Rebuild) สร้างประเทศให้เป็น นิวไทยแลนด์ รัฐบาลมีทั้งแผนระยะเร่งด่วน แผนระยะสั้นบวกปานกลางและแผนระยะยาว และขณะนี้รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเยียวยาประเทศ ๒ ชุดแล้วครับ แสดงว่า อีกไม่นานนักความเชื่อมั่น ความศรัทธา ความเชื่อถือก็จะกลับคืนมา ประเทศไทยก็จะ กลับมาสู่ความมั่งคั่งและเข้าสู่ภาวะปกติ ฉะนั้นวงเงินงบประมาณแผ่นดินทั้งหมดทั้งสิ้น ถือว่าสมเหตุสมผลครับท่านประธานที่เคารพครับ สวัสดีครับ
อาจารย์ผุสดี ๘ นาที
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันตระหนักว่าวันนี้ประชาชนมีความทุกข์อย่างแสนสาหัสจากวิกฤติอุทกภัย ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตรอดหรือไม่อย่างไร ซึ่งดิฉันก็ต้องขอแสดงความเสียใจ แล้วก็เห็นใจ ต่อพี่น้องประชาชนที่เผชิญปัญหานี้ ขณะเดียวกันก็ต้องขอชื่นชมแล้วก็ขอบคุณพลเมือง จิตอาสาทุกคนที่ได้ช่วยกันบรรเทาทุกข์ให้พี่น้องประชาชน รวมไปถึงคนไทยจํานวนไม่น้อย เลยนะคะท่านประธานที่แม้จะเผชิญทุกข์แต่ก็ยังยิ้มแย้มได้นะคะ ต่อร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณฉบับนี้ดิฉันขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ดิฉันคงไม่อาจรับหลักการของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ เพราะไม่ได้เป็นการจัดงบประมาณที่สอดคล้องกับวิกฤติของ ประเทศ ทั้งเรื่องของวิกฤติน้ําท่วม วิกฤติเศรษฐกิจ และสําคัญก็คือวิกฤติเรื่องของการทุจริต คอร์รัปชัน เฉพาะเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งรัฐบาลได้แถลงไว้เป็นนโยบายเร่งด่วนต่อ รัฐสภาเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ คือป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติ มิชอบในภาครัฐอย่างจริงจัง ทั้งการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายขยายการบังคับใช้บทบัญญัติเรื่อง การห้ามการกระทําที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ เข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย รวมไปถึงการเสริมสร้างมาตรฐานทางด้านคุณธรรมจริยธรรม และธรรมาภิบาลของบุคลากร ภาครัฐ ตลอดจนปลูกฝังจิตสํานึกและค่านิยมของสังคมให้ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตและ ถูกต้องชอบธรรม ท่านประธานค่ะ นโยบายดีเลิศดิฉันก็เห็นด้วย แต่รัฐบาลได้จัดสรร งบประมาณสําหรับเรื่องนี้ไว้เพียง ๒๐๖.๓ ล้านบาทเท่านั้น ดังที่ปรากฏในเอกสาร งบประมาณ ฉบับที่ ๔ ซึ่งเป็นงบประมาณรายจ่ายจําแนกตามโครงสร้างแผนงานตาม ยุทธศาสตร์ ข้อที่ ๑.๓ หน้า ๓๔ ท่านประธานค่ะ ปัจจุบันเราต้องเผชิญกับวิกฤติภัยพิบัติทาง ธรรมชาติที่รุนแรง หนักหน่วง แล้วก็ถี่มากขึ้นทุกวัน ส่งผลให้เกิดความสูญเสียอย่างมหาศาล แต่วิกฤติที่รุนแรงไปยิ่งกว่าก็คือวิกฤติเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งมีฐานมาจากจิตสํานึก ทัศนคติ และค่านิยมของคน ผลการศึกษาสํารวจหลายครั้งหลายหนบ่งบอกว่าทัศนคติ จิตสํานึกแล้วก็ค่านิยมของคนในสังคมที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตและถูกต้องชอบธรรม เริ่มสั่นคลอนในช่วง ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา คนจํานวนไม่น้อยที่ยอมรับได้ในเรื่องการทุจริต ท่านประธานค่ะ ผลวิจัยเชิงสํารวจครั้งล่าสุดเมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาของ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ยังคงยืนยันว่าส่วนใหญ่ของคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกระดับรายได้ ทุกสาขาอาชีพและการศึกษาต่างยอมรับได้ถ้ารัฐบาลทุจริตคอร์รัปชัน หากทําให้ประเทศชาติ รุ่งเรือง ประชาชนกินดีอยู่ดีและตนเองได้รับประโยชน์ด้วย มีหลายหน่วยงานท่านประธานคะ โดยเฉพาะภาคเอกชนและภาคประชาชน ตั้งแต่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ศูนย์คุณธรรมและ ๒๐ เครือข่ายสมัชชาคุณธรรมที่ได้จับมือกันเคลื่อนขบวนในเรื่อง การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ท่านประธานคะ สื่อรายงานว่า ท่านปลัดกระทรวงการคลัง ได้กล่าวไว้เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๓ ว่าหากแก้ปัญหาการทุจริตได้จะสามารถ ลดงบประมาณที่รั่วไหลไปได้ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างที่มีประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็คือ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานคะ รัฐบาลสามารถนําเอามาเยียวยาฟื้นฟูพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนได้อีกอักโขค่ะ ข้อมูลเหล่านี้แหละค่ะท่านประธานที่บ่งบอกว่ารัฐบาลต้องตั้งใจที่จะลงมือทําจริง ๆ ในเรื่อง การป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน สร้างจิตสํานึกและค่านิยมในเรื่องความ ซื่อสัตย์สุจริต ดังที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายเร่งด่วนไว้ แต่ท่านประธานคะ หลายท่านที่แอบฝัน หลายท่านที่แอบหวังว่าประเทศไทยจะดีขึ้นในเรื่องนี้คงจะต้องผิดหวัง กันสุด ๆ เพราะอะไรคะ งบประมาณเพียง ๒๐๖.๓ ล้านบาท ถ้าจะเปรียบเทียบกับงบประมาณที่จัดสรรให้กับนโยบายเร่งด่วนอื่น ๆ ที่รัฐบาลจะ ดําเนินการในปีแรก นี่ต้องถือว่าเป็นนโยบายเร่งด่วนที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณน้อยที่สุด ทั้ง ๆ ที่ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่วิกฤติที่สุดทางสังคม และมีราคามากถึง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือว่าเอาเข้าจริงแล้วรัฐบาลแกล้งพูดไปอย่างนั้นเอง เพราะหากท่านจะสังเกตจากการ บริหารจัดการภาวะวิกฤติน้ําท่วมที่เรากําลังเผชิญอยู่ในวันนี้ หลากหลายรายงานผ่านสื่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบริหารจัดการสิ่งของบริจาคที่มีการติดชื่อตนเองและพรรคพวก บนสิ่งของที่ผู้อื่นบริจาคไว้ให้ การซื้อถุงยังชีพ การจัดซื้อบิ๊กแบ็ก การจัดซื้อส้วม การแจกของ ที่เป็น ๒ มาตรฐานเหล่านี้ รวมไปถึงการบริหารจัดการเงินที่มีผู้เมตตาบริจาคให้ ล้วนแล้วแต่ มีข้อคําถามทั้งสิ้นในเรื่องของความโปร่งใส สําคัญที่สุดท่านประธานคะ ก็คือเรื่อง การให้ข้อมูลที่ผิดพลาด ไม่เป็นจริง ไม่ครบถ้วน ผิดจังหวะเวลา ทําให้ประชาชนสับสน ท่านประธานคะ ทั้งหมดนี้อาจกล่าวได้ว่าสะท้อนถึงความไม่ซื่อสัตย์ต่อตนเองและต่อผู้อื่น แล้วก็ส่งผลให้ประชาชนจํานวนไม่น้อยมีข้อคําถาม และไม่มีความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลบริหาร จัดการภาวะวิกฤติน้ําท่วมด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต
ท่านประธานคะ ขอย้ําอีกครั้งว่ารัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพียงน้อยนิด สําหรับเรื่องนี้ แล้วก็มีไว้ให้ที่สํานักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐเท่านั้น มิได้มีไว้ที่อื่นเลย หรือมีที่ระบุไว้ที่กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อการ ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม จิตสํานึก และค่านิยมที่ดีงามก็ไม่ชัดเจน และที่ฝากไว้ที่สํานักงาน ป.ป.ช. เพื่อรณรงค์เสริมสร้างวัฒนธรรมสุจริตก็มีแต่ข้อความ แต่ไม่มีงบประมาณที่ชัดเจน เป็นต้น รัฐบาลควรต้องสนับสนุนให้หน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการที่ไม่ใช่ ดูแลเฉพาะเรื่องการจัดการศึกษาตามปกติเท่านั้น แต่ควรต้องรับผิดชอบในการสร้าง คนรุ่นใหม่ที่มีจิตสํานึก มีทัศนคติ มีค่านิยมที่ดี ๆ ได้ทํางานได้อย่างจริงจัง ท่านประธานคะ สังคมใด ชุมชนใดมีวิถีชีวิตที่ใช้เงินเป็นตัวตั้ง เงินคือคําตอบสุดท้าย น่าจะมีแนวโน้มที่ทําให้ สังคมหรือชุมชนเหล่านั้นมีทัศนคติเพิกเฉยและยอมรับต่อการทุจริต คิดเรื่องผลประโยชน์ ส่วนตนเป็นหลัก แล้วก็เป็นสังคมที่ยกย่องคนรวย ทับถมคนดี สังคมนั้นไม่มีวันสามัคคีและจะ ล้มเหลวในภาวะวิกฤติทุกครั้งไป การซ่อมสร้างบ้านเรือน ถนนหนทางจําเป็นและทําได้ ท่านประธานคะ แต่การซ่อมสร้างจิตสํานึกและค่านิยมในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตนี่สิคะยาก และเป็นความท้าทาย
ท่านนายกรัฐมนตรีควรต้องใช้โอกาสนี้ทําหน้าที่เป็นผู้นําที่เอาจริงเอาจัง กับการต่อต้านทุจริต เอาจริงเอาจังกับการเร่งปลูกจิตสํานึก ทัศนคติ ค่านิยมของ ความซื่อสัตย์สุจริตให้ได้ หาไม่แล้วความล่มสลายของประเทศก็รออยู่ข้างหน้าแน่นอน เพราะถ้ารัฐบาลทุจริตคอร์รัปชันประเทศชาติไม่มีทางรุ่งเรือง ประชาชนไม่มีทางกินดีอยู่ดี ถ้วนหน้า จะกินดีอยู่ดีเฉพาะคนบางกลุ่ม เราจะไปค้าขายกับใครคะ และเราต้องเลิกคิดได้เลย ว่าเราจะไปแข่งขันกับใคร ๆ ในเวทีโลก ถ้าเราถูกมองว่าเป็นคนไม่ซื่อสัตย์ ดิฉันขอให้รัฐบาล ได้ทบทวนการจัดงบประมาณเพื่อให้สอดคล้องกับภาวะวิกฤติในเรื่องปัญหานี้ด้วย ขอบพระคุณค่ะ
ท่านสัมภาษณ์เชิญ ๗ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๕ และขอแสดงความชื่นชมกับรัฐบาลโดยการนําของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ได้จัดสรรงบประมาณโดยยึดหลักความสําคัญตามลําดับอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง โดยเฉพาะงบประมาณด้านการลงทุน โดยไม่ได้แบ่งแยกว่าเป็นพื้นที่ของ ส.ส. ฝ่ายค้าน หรือ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองเคยมีเพื่อน เคยมีคนรู้จักที่อยู่ในภาคใต้ ตลอดระยะเวลา ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลในอดีตของพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และแม้กระทั่งวันนี้ เป็นพรรคเพื่อไทยก็จะได้ฟังคําพูดกระแนะกระแหนจากเพื่อนที่เป็นคนทางภาคใต้ว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลงบพัฒนาต่าง ๆ ก็จะไปพัฒนาแต่ทางภาคเหนือ ภาคอีสาน แล้ววันนี้ผมเองก็ได้ยินสมาชิกผู้ทรงเกียรติในสภาแห่งนี้ก็ยังไม่ลืมคําพูดเก่า ๆ โดยเฉพาะ ท่านเอาคําพูดของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ซึ่งเคยพูดไว้ในอดีตที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ที่จังหวัดนครสวรรค์ ผมเองเชื่อว่าคําพูดของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณในขณะนั้น คงจะเป็นการพูดกระเซ้าเย้าแหย่ในวงสนทนาไม่ได้เป็นจริงเป็นจังอะไร ท่านประธาน ที่เคารพครับ ถ้าหากว่าคําพูดของอดีตนายกทักษิณในขณะนั้น แล้วใจท่านคิดแบบนั้น ผมเชื่อว่าในขณะที่ท่านดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี โครงการต่าง ๆ ในภาคใต้คงจะ ไม่เกิดขึ้น ผมจะขอยกตัวอย่างครับ ในจังหวัดสงขลา ซึ่งในขณะที่ท่านอดีตนายกทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ขณะนั้นไม่ได้มี ส.ส. พรรคไทยรักไทยแม้แต่คนเดียว แต่งบประมาณ ที่นําไปพัฒนาโครงสร้างต่าง ๆ โดยเฉพาะโครงสร้างในการลงทุนในจังหวัดภาคใต้ ผมจะขอยกตัวอย่างในจังหวัดสงขลาครับ ถนน ๔ เลนจากจังหวัดสงขลาข้ามเกาะยอไป อําเภอสิงหนคร และไปอําเภอสทิงพระ เชื่อไหมว่าถนนเส้นนั้นมีสะพาน ซึ่งเรียกว่าสะพาน ติณสูลานนท์ ซึ่งเป็นสะพานที่สร้างสวยงามมาก เพื่อให้พี่น้องจากเกาะยอขึ้นฝั่งได้ทั้ง ๒ ด้าน และพี่น้องจากนครศรีธรรมราช พี่น้องจากจังหวัดต่าง ๆ ก็ใช้เป็นเส้นทางสัญจรไปมา ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ เห็นว่าสะพานเส้นนี้ในอนาคตนั้น มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจ จะต้องมีการสัญจรการจราจรแน่นหนา ท่านก็ได้อนุมัติ งบประมาณในขณะที่ท่านมีตําแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีนะครับ ซึ่งเรียกว่าสะพานติณสูลานนท์ และยังมีโครงการต่าง ๆ อีกหลายโครงการ อาทิเช่น โครงการก่อสร้างหอประชุมนานาชาติ ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หรือเราเรียกว่า มอ. หาดใหญ่ โครงการก่อสร้างสะพาน ที่เชื่อมระหว่างอําเภอระโนด จังหวัดสงขลามาจังหวัดพัทลุง ซึ่งพี่น้องทั้ง ๒ จังหวัดนี้จะไปมา หาสู่กันนี่ ต้องอ้อมไปทางอําเภอหาดใหญ่ ไปทางสงขลาแล้วถึงจะได้กลับมาหากัน จะสัญจร ไปมาทางลัดก็ด้วยทางเรือ แต่วันนี้พี่น้องอําเภอระโนดจังหวัดสงขลาสามารถมาจังหวัดพัทลุง ด้วยเวลาเพียงไม่กี่นาทีก็มาถึงกันได้ นั่นคือตัวอย่างหนึ่งว่า คําพูดที่ท่านกระเซ้าเย้าแหย่ ในวงสนทนานั้นไม่ได้เป็นคําพูดที่มาจากความตั้งใจของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ผมเองจึงขอยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้รับทราบ
ท่านประธานที่เคารพครับ ในการจัดสรรงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ก็เช่นเดียวกัน ผมได้หยิบเอกสาร ฉบับที่ ๓ งบประมาณรายจ่ายประจําปีของกระทรวงคมนาคม ผมเปิดดู ตั้งแต่หน้า ๘๔ ไปจนหน้า ๑๘๗ เป็นงบประมาณที่จัดให้กับกรมทางหลวงแผ่นดิน งบประมาณจํานวนนี้ผมไล่ไปตั้งแต่หน้า ๘๔ ไล่ไป ๆ ครับ ถึงหน้า ๑๘๗ เป็นงบประมาณที่ เอาไปก่อสร้างและแก้ไขซ่อมแซมถนนในจังหวัดภาคใต้เป็นจํานวนหลายพันล้านบาท และถ้า เปิดต่อไปครับ ไปดูหน้า ๑๘๙ - ๒๖๓ เป็นของกรมทางหลวงชนบท ก็เช่นเดียวกันครับ เป็นงบประมาณที่เอาไปใช้จ่ายพัฒนาโครงสร้างในด้านของถนนหนทางในจังหวัดภาคใต้เป็น จํานวนมาก โดยเฉพาะหน้า ๒๒๐ เฉพาะกิจกรรมพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้อีก ๒๘๐ กว่าล้านบาท นั่นคือการกระจายงบประมาณอย่างเป็นธรรมที่รัฐบาลนี้ได้จัดทํา ผมเอง ก็ขอแสดงความคิดเห็นผ่านไปยังท่านประธานไปยังสมาชิกที่เป็นห่วงเป็นใยว่าจะไม่ได้รับ ความเป็นธรรม ท่านประธานที่เคารพครับ จะเห็นว่า ถึงแม้ว่าท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ แต่ท่านก็มีวุฒิภาวะการเป็นผู้นํา ท่านได้แสดงวุฒิ ภาวะการเป็นผู้นําไม่ได้ด้อยไปกว่านายกรัฐมนตรีในอดีตของประเทศไทยคนใด ๆ ผมเชื่อว่า ใครก็ตามครับท่านประธานที่เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร คงไม่มีใครคิดว่าตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี ของจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง คงไม่มีใครคิดว่าตนเองนั้นเป็นนายกรัฐมนตรีของภาคใดภาคหนึ่ง แต่ผมเชื่อว่าทุกคนเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้ เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย และเป็นรัฐมนตรีเพื่อคนไทยทุกคนครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กระผมขออนุญาตใช้โอกาสนี้ เพื่อที่จะกราบเรียนชี้แจงข้อมูลบางประการหลังจากที่ได้รับฟังการอภิปรายของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติตั้งแต่ช่วงเช้าไปจนถึงขณะนี้นะครับ กระผมเห็นว่ามีประเด็นที่เป็นกรอบใหญ่ ของงบประมาณ ซึ่งท่านสมาชิกบางท่านอาจจะมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เป็นเหตุให้เกิด ข้อกังวลว่างบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ที่รัฐบาลกําลังนําเสนอนี้ ดูเหมือนจะเป็น งบประมาณที่มีวงเงินงบประมาณสูง และมีข้อเป็นห่วงในเรื่องของวินัยการคลัง
ผมขออนุญาตกราบเรียนเพื่อที่จะเทียบเคียงกับท่านสมาชิกบางท่าน ซึ่งอาจจะมีข้อกังวลและเทียบเคียงกับแนวทางซึ่งรัฐบาลก่อนเคยเตรียมการเอาไว้ว่าจะมี รายจ่าย ๒.๒๕ ล้านล้านบาท ในขณะที่เตรียมจะมีรายรับของรัฐบาลที่ ๑.๙ ล้านล้านบาท เท่ากับเดิมมีความเข้าใจว่ารัฐบาลจะมีงบประมาณขาดดุลที่ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อท่านสมาชิกบางท่านที่ยังเห็นภาพนั้นอยู่และมีความมั่นใจในภาพนั้นว่าเป็นวินัย ทางการคลังที่ดี เมื่อเห็นร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายที่รัฐบาลนี้กําลังนําเสนอ ซึ่งแสดงยอดการขาดดุลงบประมาณที่ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อาจเป็นเหตุให้ท่านมีความ กังวล ซึ่งผมขออนุญาตกราบเรียนข้อมูลที่ผมเองได้พยายามติดตามว่า กรอบของงบประมาณ แนวทางงบประมาณรายจ่ายที่ ๒.๒๕ ล้านล้านบาท และเตรียมจะมีรายรับ ๑.๙ ล้านล้านบาท เป็นเหตุให้เตรียมมีการขาดดุลงบประมาณที่ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นมีที่มาอย่างไรนะครับ กระผมพบว่าได้มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๔ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มี แนวทางอนุมัติกรอบดังกล่าวไว้ แต่ปรากฏว่าในกรอบใหญ่นั้นขาดงบประมาณรายจ่าย ที่สําคัญไป ๑ ประการคือวงเงินชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ซึ่งผมเข้าใจดีครับว่าในช่วง ปลายเดือนมีนาคมปี ๒๕๕๔ นั้น รัฐบาลในเวลานั้นอาจจะยังไม่ทราบว่าเมื่อเข้าใกล้ สิ้นปีงบประมาณ รัฐบาลมีความจําเป็นที่จะต้องใช้จ่ายเงินเกินกว่ากรอบงบประมาณที่ขอไว้ ในปีก่อนเท่าใด อย่างไรก็ตาม ตัวเลขของงบประมาณที่จะต้องตั้งไว้เพื่อชดเชยการขาดดุล งบประมาณ ขณะนี้ยอดก็ปรากฏออกมาแล้วว่าอยู่ที่ประมาณ ๕๔,๐๐๐ ล้านบาท งบประมาณที่รัฐบาลปัจจุบันได้นําเสนอต่อท่านในครั้งนี้ ได้รวมเอารายจ่ายซึ่งมิได้มีการ เตรียมการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของรายจ่ายเดิมที่ ๕๔,๐๐๐ ล้านบาทไว้แล้วด้วย ดังนั้นตัวเลข ที่ปรากฏการเตรียมการขาดดุล ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น จึงมีความสอดคล้องใกล้เคียงกัน กับตัวเลขที่คณะรัฐบาลเดิมได้เตรียมที่จะดําเนินการโดยมีการขาดดุล ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่มิได้รวมตัวเลขการเตรียมการชดเชยงบประมาณขาดดุลอย่างไรนะครับ ดังนั้นจึงเรียนว่า กระผมเชื่อว่าถ้าหากว่ารัฐบาลซึ่งได้มีมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ปี ๒๕๕๔ ได้กลับมา ทําหน้าที่รัฐบาลเพื่อที่จะยื่นเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ก็คงจะมีเหตุผลจําเป็นที่จะต้องนําเสนองบประมาณที่มีการขาดดุลในระดับที่เป็น ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเช่นเดียวกัน ยกเว้นรัฐบาลจะต้องตัดรายจ่ายในบางงบประมาณ ในบางโครงการออก อย่างไรก็ตาม ผมขออนุญาตเรียนในอีกมุมหนึ่งนะครับว่า การที่พบว่ายอดงบประมาณ รายจ่ายที่รัฐบาลปัจจุบันได้ขอนําเสนอไว้ที่ ๒.๓๘ ล้านล้านบาทนั้น มียอดที่สูงกว่า ๒.๒๕ ล้านล้านบาทของรัฐบาลเดิม ก็เนื่องจากว่ารัฐบาลปัจจุบันมีความมั่นใจว่าจะสามารถ จัดให้มีรายรับอยู่ที่ระดับ ๑.๙๘ ล้านล้านบาท เมื่อเทียบกับเมื่อได้เตรียมไว้เดิมเมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ที่ ๑.๙ ตัวเลขอีก ๘๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นจะมีที่มาที่ไปอย่างไร ซึ่งกระผมขออนุญาต กราบเรียนว่ารัฐบาลปัจจุบันมีความมั่นใจครับว่าจะสามารถจัดหารายได้ที่ ๑.๙๘ ล้านล้านบาท จริงอยู่มหาอุทกภัยในครั้งนี้มีเหตุที่ทําให้การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจะชะลอตัวลง หลายหน่วยงานได้ให้ข้อมูลที่สอดคล้องตรงกันว่าการชะลอตัวลงนั้นจะอยู่ในระดับประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์ ถึง ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ การที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง อาจเป็นเหตุให้มีการจัดเก็บภาษีได้ลดลงในช่วงที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติมหาอุทกภัย แต่ในปีหน้าซึ่งที่จริงอาจจะเริ่มที่ตั้งแต่ปลายปีนี้ก็ได้นะครับ เพราะว่ามหาอุทกภัยนี้ได้มี สัญญาณที่กําลังจะเริ่มคลายตัวลง เขตพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งโดยเฉพาะส่วนที่อยู่ ในภาคตะวันออกขณะนี้มีความมั่นใจว่าจะสามารถเริ่มการผลิตได้ เพราะว่าน้ําที่จะไหลบ่าไป ทางนั้นได้รับการจัดการที่ดีและมีความปลอดภัย ดังนั้นในช่วงปีหน้ากิจกรรมทางเศรษฐกิจ ต่าง ๆ ทั้งในส่วนที่เป็นเรื่องของการเยียวยา เรื่องของการซ่อม เรื่องของการสร้าง จะทําให้ เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มากแล้วก็เป็นที่เชื่อกันนะครับว่าการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ในปีหน้าน่าจะอยู่ในระดับที่สูงกว่าร้อยละ ๕
นอกจากนั้นเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าขณะนี้ประเทศไทยซึ่งเป็นระบบ เศรษฐกิจที่เปิด แล้วก็โลกกําลังเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อด้วย ความจริงภาวะเงินเฟ้อมองเป็น เรื่องอันตราย แต่ในขณะเดียวกันโลกอยู่ในภาวะเศรษฐกิจที่เปิด ประเทศไทยไม่อาจ หลีกเลี่ยงภาวะเงินเฟ้อที่จะต้องมีภาวะสอดคล้องไปกับโลกด้วย หน้าที่ของรัฐบาลในปัจจุบัน ก็คือบริหารจัดการให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับที่ต่ําเมื่อเทียบกับประเทศผู้ค้า และเมื่อเทียบกับ ประเทศคู่แข่ง อย่างไรก็ตามทั้งโลกก็มีความเชื่อว่าเงินเฟ้อของโลกจะอยู่ในระดับที่สูงกว่า ร้อยละ ๔ รัฐบาลมีความมั่นใจว่าจะสามารบริหารจัดการให้เงินเฟ้อของประเทศไม่สูงไปกว่า ระดับร้อยละ ๔ เพื่อที่จะสามารถแข่งขันได้ บนภาวะเงินเฟ้อที่เป็นโทษ แต่ว่าภาวะเงินเฟ้อ มีส่วนที่เป็นคุณด้วย เพราะเมื่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ผมได้กล่าวถึงว่าจะอยู่ ในระดับประมาณร้อยละ ๕ นั้นเป็นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไม่นับรวมผลของเงินเฟ้อ หรือการเปลี่ยนแปลงของราคา ดังนั้นโอกาสในการจัดเก็บรายได้ของรัฐจะสอดคล้องกับการ เจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวมการเปลี่ยนแปลงของราคาไว้ด้วย ดังนั้นถ้าหากว่ารวมผลของ การเปลี่ยนแปลงของราคากับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไม่รวมผลทางการเปลี่ยนแปลง ของราคาก็จะทําให้โอกาสในการจัดเก็บรายได้ของรัฐเติบโตที่สอดคล้องกัน ดังนั้น การดําเนินการในเรื่องของการจัดหารายได้ ซึ่งท่านสมาชิกหลายท่านได้แสดงความกังวลว่า รัฐบาลจะไปบีบบังคับให้เกิดการจ่ายภาษีจากภาคธุรกิจ จากภาคที่เป็นผู้ชําระภาษี ก็ขออนุญาตกราบเรียนนะครับว่าในขั้นตอนที่ได้มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภานั้น รัฐบาลได้ ประกาศจุดยืนที่ชัดเจนว่าบนอัตราภาษีเงินได้บางรายการที่จะลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษี เงินได้นิติบุคคล รัฐบาลมีภารกิจในการดําเนินการเพื่อขยายฐานภาษี คําว่า ขยายฐานภาษี นั้น ย่อมครอบคลุมไปถึงผู้ที่ควรเสียภาษี แต่มิได้มาดําเนินการเสียภาษี เนื่องจากการทํางาน ของรัฐอาจจะยังขาดความสมบูรณ์ การทํางานที่จะทําให้มีความสามารถในการจัดเก็บภาษี ที่สูงขึ้นบนอัตราภาษีที่น้อยลงสอดคล้องกับการดําเนินการเรื่องอื่น ๆ ซึ่งขออนุญาตเรียนว่า แม้อยู่ท่ามกลางวิกฤติมหาอุทกภัยนะครับ นโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลซึ่งยังเป็นที่ถูกเข้าใจ ในบางกลุ่มบางท่านว่าเป็นนโยบายที่เรียกว่าประชานิยมนั้น กระผมขออนุญาตเรียนยืนยันอีกครั้งนะครับว่านโยบายเหล่านั้นเป็นนโยบายที่ดําเนินการ เพื่อเปลี่ยนสมดุลประเทศไทย เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ที่มีรายได้ที่น้อยกลายเป็นผู้ที่มีรายได้ ที่สูงขึ้น และสามารถดํารงอยู่อย่างมีคุณภาพชีวิต ทั้งในส่วนที่อยู่ในสังคมเมืองและอยู่ใน สังคมเกษตร การที่กลุ่มชนเหล่านี้จะเป็นผู้ที่มีรายได้ที่สูงขึ้นก็จะสามารถเป็นผู้บริโภค ที่มีคุณภาพ และผู้บริโภคที่มีคุณภาพเหล่านี้จะเป็นส่วนสําคัญที่ทําให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งในอดีตนั้นมีการเจริญเติบโตที่น้อยมากที่มาจากส่วนของการอุปโภคบริโภคภายในประเทศ การดําเนินงานในเรื่องของการดูแลราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าว การดําเนินการ เพื่อดูแลการที่ทําให้แรงงานมีรายได้ที่สูงขึ้น รัฐบาลยังคงดําเนินการตามแผนนั้น อย่างเข้มงวด และมีความเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าภายหลังจากภาวะอุทกภัยได้ผ่อนคลายลง ความต้องการแรงงานของประเทศจะอยู่ในระดับที่สูงมากเป็นพิเศษ ข้อกังวลที่จะทําให้เกิด ภาวะตกงานนั้นเป็นข้อกังวลซึ่งรัฐบาลก็ร่วมกังวลกับท่านด้วย แต่ว่าเราได้มีการบริหาร จัดการอย่างเต็มที่มาโดยตลอด มีผู้ใช้แรงงานจํานวนหนึ่งซึ่งหยุดการทํางานไปในขณะที่ นายจ้างหลายแห่งยังมิได้ตัดสินใจเลิกจ้างเสียด้วยซ้ํา รัฐบาลได้จัดโครงการพี่ช่วยน้องจัดหา แรงงานเหล่านั้นไปเสริมยังบริษัทที่มีความต้องการแรงงานที่มากขึ้น และนอกจากนั้นขณะนี้ สัญญาณบ่งชี้ชัดเจนนะครับว่าบริษัทต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยก็พร้อมที่จะ กลับมาเตรียมกระบวนการผลิต และการทั้งซ่อมทั้งสร้างและเริ่มการผลิตนั้นจะเป็นส่วน ที่ทําให้การจ้างงานอยู่ในระดับที่เต็มที่เหมือนกับที่เราเคยมีอยู่ก่อนเกิดเหตุการณ์อุทกภัย ฉะนั้นจึงขออนุญาตกราบเรียนเป็นภาพใหญ่ และยังมีรายการบางรายการที่อยู่ใน งบประมาณนะครับ ซึ่งมิได้มีลักษณะของการจ่ายขาดและจะต้องหมดไป จะเห็นได้ว่า งบประมาณที่เป็นเรื่องของการลงทุนมีจํานวนที่สูงขึ้นกว่าปีก่อน และก็มีจํานวนที่สูงขึ้นและ สูงกว่าที่มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ได้เตรียมการไว้ มีรายการบางรายการซึ่งเป็น งบประมาณ แต่มีลักษณะเป็นกองทุน ยกตัวอย่างเช่นกองทุนหมู่บ้าน รัฐบาลได้เสนอยอด ของกองทุนหมู่บ้านไว้สูงถึงเกือบ ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อเป็นการเพิ่มทุนให้กับกองทุน หมู่บ้าน ซึ่งสมาชิกหลายท่านได้แสดงความเห็นด้วยว่ากองทุนนี้จะมีส่วนช่วยให้ผู้ที่อยู่ใน ชนบทต่าง ๆ ได้สามารถนําเงินทุนไปสร้างอาชีพได้ เงินเหล่านี้จะมิใช่เป็นลักษณะของการ จ่ายขาด แต่กลายเป็นเงินทุนหมุนเวียนซึ่งจะทําให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เติบโต อย่างต่อเนื่องด้วย เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนภาพใหญ่แต่เพียงเท่านี้ และต้อง กราบขออภัยที่ในช่วง ๒-๓ วันจากนี้นะครับ ผมทําหน้าที่เป็นผู้แทนของรัฐบาลไทย ในการประชุมเอเปค (APEC) จึงไม่สามารถที่จะอยู่ชี้แจงใน ส่วนที่เป็นงบประมาณของ กระทรวงพาณิชย์ได้ด้วยตัวเอง แต่ว่าท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์จะเป็นผู้ที่ ชี้แจงถ้าหากมีคําถามที่เกี่ยวข้อง กราบขอบพระคุณครับ
อาจารย์ รัชฎาภรณ์ ๘ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกาฬสินธุ์ค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันอยู่คณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ดิฉันจึงพิจารณา งบประมาณที่ว่าด้วยเรื่องของการพัฒนาประชาธิปไตย
ดิฉันอยากจะกราบเรียนว่าในยุทธศาสตร์แรกเลยค่ะเป็นยุทธศาสตร์การสร้าง รากฐานการพัฒนาที่สมดุลสู่สังคม ในแผนแรกของรัฐบาลก็คือแผนการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ของคนในชาติ ฟื้นฟูประชาธิปไตยและปฏิรูปการเมือง ซึ่งเป้าหมายก็คือปฏิรูป การเมืองภายใต้การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แล้วก็ยังจะผลักดันการปฏิรูปการเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วม ตรงนี้ละค่ะท่านประธานคะ ที่ดิฉันมาเปิดดูงบประมาณแล้วพบว่าอย่างน้อยที่สุดถ้าแยกแยะออกมามันมีอยู่ ๓ เป้าหมาย ด้วยกัน ก็คือ
อันแรกเรื่องการสมานฉันท์ งบประมาณทั้งหลายจะอยู่ที่กระทรวงกลาโหม ที่ทําเรื่องสมานฉันท์นะคะ ก็คืออยู่สํานักปลัด ๘.๔ ล้านบาท อยู่กองบัญชาการกองทัพไทย ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท กองทัพบก ๓๐ ล้านบาท กองทัพเรือ ๑๐ ล้านบาท กองทัพอากาศ ๖๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็อยู่สํานักปลัดกระทรวงมหาดไทยอีก ๓๙ ล้านบาท อยู่กรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรมอีก ๓๓ ล้านบาท อันนี้เป็น เรื่องของการสมานฉันท์ แล้วประเด็นของการปฏิรูปอันนี้มาแปลกท่านประธาน จะอยู่ สํานักนายกรัฐมนตรีค่ะ อยู่สํานักงานสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งพูดถึงเรื่องปฏิรูปนี่เงินจะอยู่ที่ตรงนี้ เป้าหมายก็คือต้องการที่จะให้ได้นโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม ฟังแล้ว แปลก ๆ นะคะ
สําหรับประเด็นที่ ๓ ส่งเสริมวิถีชีวิตตามระบอบประชาธิปไตย งบประมาณ ๒๖๑ ล้านบาท จะอยู่ที่กรมการปกครอง เพื่อที่จะขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลผ่าน คณะกรรมการหมู่บ้าน นอกจากนั้นยังมีอยู่ที่สํานักปลัดกระทรวงยุติธรรม ในโครงการ สันติวัฒนธรรม ที่ดิฉันยกมาอย่างนี้นี่นะคะรวมทั้งหมดแล้ว ๕๒๘ ล้านบาท ท่านประธานค่ะ ก็ต้องถามว่าถ้าเป็นสํานักงานเรื่องสุขภาพแห่งชาตินี่นะคะ ต้องการนโยบายสาธารณสุข เพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมกระบวนการดิฉันเข้าใจ เขาทํากระบวนการมาตั้งแต่ในพื้นที่ ในเรื่องของการปฏิรูป แต่ดูมันก็ไม่ค่อยตรง แต่ก็ต้องถามว่าเอามาใส่ให้มันมากใช่ไหม กลัวว่ามันจะน้อยใช่ไหมว่างบประมาณประชาธิปไตยนี่มีอยู่แค่นี้หรือเปล่า แต่ถ้าเราไปดูนะคะ นอกจากนี้ที่มีมากกว่าของรัฐบาลแต่รัฐบาลก็ไม่เอามารวมในยุทธศาสตร์ตอนแรกก็คือรัฐสภา มีเรื่องเผยแพร่ประชาธิปไตย ๒๓๑ ล้านบาท สถาบันพระปกเกล้าอีก ๓๗๕ ล้านบาท กกต. เฉพาะเผยแพร่ประชาธิปไตยเลย ๑๙๐ ล้านบาท กองทุนพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง ๒๒ ล้านบาท อันนี้ลดมาจากปีที่แล้วที่มีอยู่ ๖๕ ล้านบาท ถามว่าทําไมไม่เอาไปรวมกัน ให้มองเห็นว่ามันเป็นภาพของการพัฒนาประชาธิปไตย นอกจากนั้นนะคะ ก็ยังจะมีอยู่ใน กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ซึ่งมีท่านผู้มีเกียรติพูดไปแล้ว ๑,๗๒๐ ล้านบาท ซึ่งยังไม่มีทิศทาง ที่ชัดเจนว่าจะเอาไปทําอะไรนะคะ แต่ดิฉันได้เรียนถามท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบท่านบอกว่า กติกา ระเบียบยังไม่เสร็จ ดิฉันก็จะยังไม่พูดในรายละเอียด ท่านประธานค่ะ ดิฉันกังวลกับ งบประมาณก้อนนี้ก็เพราะว่าการพัฒนาประชาธิปไตยเราถือว่าเป็นทิศทางของชาติ เป็นเรื่องใหญ่นะคะ เพราะฉะนั้นรัฐต้องทําความเข้าใจกับทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม หรือว่าหน่วยงานไหนก็ตาม ต้องให้เข้าใจว่าสังคมประชาธิปไตยเป็นสังคมที่เคารพกติกา เคารพกฎหมาย เคารพศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพของบุคคล ยอมรับความแตกต่างของบุคคล ไม่ว่าทางด้าน ความคิดหรือด้านไหนก็ตาม ไม่ระรานผู้อื่น ไม่ให้ร้ายผู้อื่นนะคะ นอกจากนั้นต้องเคารพเรื่อง ความเสมอภาค ไม่ใช่พูดลอย ๆ เรื่องของการเลือกปฏิบัติ ต้องพูดความจริง ไม่ใช่พูดเท็จ ทุกเรื่อง โกหกทุกคํา เหมือนอย่างที่เราพบกันอยู่ เพราะฉะนั้นต้องไม่เลือกปฏิบัติ เหมือนอย่างงบประมาณนี่นะคะ เราจะพบว่างบประมาณแน่นอนท่านไม่ให้จังหวัดใด จังหวัดหนึ่ง หรือไม่ให้ภาคใดนี่ไม่ได้ เหมือนกับที่ท่าน ส.ส. บางท่านพยายามจะมาบอกว่า ที่ ส.ส. ฝ่ายค้านพูดนี่ที่บอกว่าถ้าจังหวัดไหนไม่เลือกก็จะไม่ให้งบประมาณจังหวัดนั้น อ้างว่า เป็นการพูดเล่น ๆ กระเซ้าเย้าแหย่ไม่ได้ค่ะ ผู้ที่เป็นผู้รับผิดชอบบ้านเมืองนี่นะคะพูดเล่นไม่ได้ แล้วพูดเล่นได้อย่างไรคะพูดบนเวทีปราศรัย เพราะฉะนั้นในเมื่อประชาชนเสียภาษี ทุกคน รัฐบาลต้องกระจายไปทุกจังหวัดอยู่แล้ว เพียงแต่กระจายแบบไหน แบบกระจุก หรือเปล่าที่เขาพูด ๆ กัน สังคมประชาธิปไตยนะคะต้องมีคุณธรรม ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท พูดไปเยอะแล้ว ต้องคํานึงถึงส่วนรวม ไม่เอาของส่วนรวมมาเป็นของส่วนตัว แล้วสังคม ประชาธิปไตยต้องมีเหตุผล ไม่พูดจาด้านเดียว ต้องรับผิดชอบต้องพูดคําไหนคํานั้นนะคะ หาเสียงกับประชาชนอย่างไรต้องมาทําอย่างนั้น ไม่ใช่มาอ้างว่านั่นเป็นเทคนิคในการหาเสียง แล้วหลีกเลี่ยงบิดเบือนไม่ทําตาม เพราะฉะนั้นท่านประธานคะ นโยบายหรือแผนงานที่จะสมานฉันท์ปรองดองต้องอยู่บนพื้นฐานของความเสมอภาค ไม่ใช่ให้ประชาชนจํายอมหรือปิดปากเขา รัฐบาลวางแผนอย่างไรนะคะ เดิมคนอื่นเป็น รัฐบาลก็จะมีบางคนที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลละเมิดกฎหมาย สร้างความแตกแยกอย่างจงใจ หรือทําลายคู่แข่ง พอมาเป็นรัฐบาลพฤติกรรมเหล่านี้ต้องเปลี่ยน รัฐบาลต้องเป็นแบบอย่าง ต้องควบคุมนะคะ ไม่ส่งเสริมให้กระทําผิดกฎหมาย ต้องไม่ให้กลุ่มใดสร้างความแตกแยก อย่างจงใจ ไม่เคารพกฎหมายไม่ได้ ระเบียบกระทรวงมหาดไทยบอกตั้งหมู่บ้านต้องเป็น อย่างไร ๆ แต่ถ้ามีคนบางกลุ่มแล้วมีผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไปเปิดหมู่บ้านสีแดง ตําบลแดง อําเภอแดง จังหวัดแดง ก็จะมีคําถามอีกว่าแล้วประเทศไทยจะเป็นสีอะไร ทําได้หรือคะ เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียนท่านว่าความแตกแยกที่เกิดขึ้นอย่างจงใจ แสดงออกอย่างชัดเจนนี่นะคะ มันรุนแรงและอันตรายชั่วร้ายยิ่งกว่าการแบ่งแยกด้วยชนชั้น เพราะชนชั้นมองเห็นไม่ชัดนะคะ ทุกคนสามารถที่จะเลื่อนไปเลื่อนมาได้ คนเป็นไพร่ เป็นอํามาตย์ได้ภายในคืนเดียวชั่วข้ามคืน เท่านั้น แต่ถ้าแบ่งแยกด้วยกลุ่ม ด้วยสีที่ชัดเจนมันอันตรายนะคะ เพราะฉะนั้นกราบเรียน ท่านด้วยค่ะว่ารัฐบาลต้องแสดงให้เห็นความคุ้มค่า แล้วก็ประสิทธิภาพของการใช้งบประมาณ ต้องมีทิศทางที่ชัดเจนนะคะว่ารัฐบาลต้องเป็นแบบอย่าง ท่านจะเน้นอะไรในทิศทางของ ประชาธิปไตย ทุกหน่วยงานที่มีงบประมาณต้องเข้าใจเป็นเอกภาพ ต้องเอามาพูดกันเลยนะคะ แล้วก็แบ่งแยกแบ่งงานกันทํา อย่าให้ร้ายกระบวนการประชาธิปไตยต้องให้คนเห็นด้วย ไม่ใช่ ด้วยการข่มขู่ ไม่ว่าจะด้วยบิ๊กแบ็กหรือบิ๊กฟูท (Big foot) ก็ตามนะคะ เพราะฉะนั้น กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาธิปไตยถือเป็นเรื่องสําคัญ ก็เลยต้องเรียนว่ารัฐบาลน่าจะ ร่วมกับกรรมาธิการพัฒนาการเมืองทํางานด้วยกัน อย่าสร้างวาทกรรมที่น่ากลัวนะคะ นิวไทยแลนด์ ที่พูดกันอยู่นี่แล้วบอกว่าพูดเล่น มันมีความหมายที่มีการพูดกันว่ารัฐไทยใหม่ พูดเล่นไม่ได้นะคะท่านประธาน เดี๋ยวคนไทยจะตกใจแล้วเรียกหานิวกัฟเวิร์นเมนท์ (New Government) เพราะฉะนั้นถ้ายังทําเหมือนเดิมนะคะ ต่างคนต่างทําเงิน ๑,๓๕๐ ล้านบาท มากเกินไปค่ะท่าน แต่ถ้าเราจะต้องตั้งหลักกันใหม่แล้วทํากันใหม่ให้เป็นเอกภาพยังพอรับได้ ท่านประธานคะ ดิฉันพูดถึงนิวกัฟเวิร์นเมนท์ ดิฉันไม่ได้ไล่ท่านนายกรัฐมนตรีนะคะ แม้คนอื่นจะไล่ท่านนายกรัฐมนตรีหลายคนก็ตาม ดิฉันไม่ไล่ท่านนายกรัฐมนตรี ดิฉันเรียกร้องว่าท่านเป็นผู้หญิงท่านต้องเข้มแข็ง ท่านต้องอดทนมากกว่าคนอื่น ท่านร้องไห้ บ้างก็ได้ เพราะว่าชาวบ้านเขาร้องกันทั่วทั้งประเทศค่ะ แต่ดิฉันขอให้ท่านอยู่จนถึงที่สุด ท่านอย่าเพิ่งลาออก อยู่จนถึงที่สุดเพื่อพิสูจน์ว่าท่านได้เป็นนายกรัฐมนตรีไม่ใช่เพราะฟลุ๊ค ท่านได้เป็นนายกรัฐมนตรีไม่ใช่เป็นหุ่นเชิด แต่เพื่อพิสูจน์ว่าท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านมาด้วยความสามารถเหมือนกับที่คนอื่นกล่าวยกย่องจริง ๆ ดิฉันจะรอดูท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ
อาจารย์ พีรพันธุ์ ๑๐ นาทีนะครับ พออาจารย์พีรพันธุ์เสร็จแล้ว ท่านมานิต นพอมรบดี แล้วก็อาจารย์ รังสิมา เจริญศรี ท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ ต่อนะครับ เชิญอาจารย์พีรพันธุ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดยโสธร ท่านประธานครับ การพิจารณางบประมาณปีนี้ ผมรู้สึกว่ามันเป็นไปด้วยบรรยากาศที่ดีจริง ๆ เมื่อเช้านี้หลังจากที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลง ไปแล้ว พวกเราก็ได้ฟังการอภิปรายของท่านผู้นําฝ่ายค้าน ซึ่งท่านก็ได้เริ่มต้นบอกว่าอยากจะ เห็นการพิจารณางบประมาณในปีนี้เป็นไปในบรรยากาศที่ดี เป็นบรรยากาศที่มีความ สร้างสรรค์ ผมก็นั่งฟังการแถลงของผู้นําฝ่ายค้าน ซึ่งท่านก็ได้ทําไปอย่างนั้นจริง ๆ มีข้อเสนอแนะที่จะเสนอให้รัฐบาลได้ดําเนินการกันต่อไปนะครับ ผิดกับข่าวที่เกิดขึ้นในช่วง ก่อนที่จะมีการอภิปราย ที่ทุกครั้งถ้าติดตามข่าวเราก็จะรู้สึกว่าทางฝ่ายค้านเตรียมขุนพล ไว้เยอะจะชําแหละรัฐบาลปีนี้อย่างเต็มที่ แต่เมื่อบรรยากาศวันนี้เป็นไปด้วยดีอย่างนี้นะครับก็แสดงว่าพวกเราเองก็รู้ถึงวิกฤติที่กําลัง เกิดขึ้นกับประเทศ และถึงเวลาที่พวกเราเองจะต้องมาร่วมมือสมานสามัคคีกัน เป็นไปตาม ความประสงค์ของประชาชนที่สํานักโพลล์ (Poll) หลายแห่งได้ถามความเห็นของประชาชนว่า สิ่งที่เขาอยากจะเห็นมากที่สุดในช่วงนี้คืออะไร ท่านประธานครับ วิกฤติอุทกภัยที่เกิดขึ้น คราวนี้มันใหญ่หลวงมาก เพราะฉะนั้นพวกเราเองต้องหาทุกจุดที่จะเข้ามาช่วยเหลือซึ่งกัน ไม่มีการแบ่งแยกพรรคแบ่งพวก ไม่มีการแบ่งแยกสี ผมอยากจะเรียนต่อท่านประธานว่า ในช่วงที่เกิดวิกฤตินี้ ผมเองเพื่อนสมาชิกจากพรรคเพื่อไทยหลายคนร่วมกับพี่น้องเป็นจํานวน มากที่พวกเราได้ออกไปเยี่ยมเยียนประชาชนที่ประสบอุทกภัยอย่างหนักหนาสาหัส ผมได้ไป ที่หลาย ๆ จังหวัด ปทุมธานี นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ที่ผ่านไปแถบนี้นะครับ พวกเราก็ได้ไปเยี่ยมเยียนประชาชนถึงแม้จะมีข้าวของเล็ก ๆ น้อย ๆ ติดมือไป แต่ว่าได้ไปก็ ด้วยน้ําใจ ได้เห็นคนเหล่านี้เขาก็ต้อนรับแล้วก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับการต่อสู้ สิ่งที่ผม ดีใจมากก็คือว่าทุกคนเองให้กําลังใจกับท่านนายกรัฐมนตรี ให้กําลังใจกับรัฐบาลขอให้มีความ เข้มแข็งที่จะต่อสู้กันต่อไป นี่คือสิ่งที่อยากจะเรียนต่อท่านประธานนะครับ ผมไม่ได้เห็นมี ความรู้สึกว่าจะต้องมีการแบ่งแยกเป็นสีนั้น สีนี้พวกนั้นพวกนี้ ในหมู่ประชาชนแทบจะไม่เห็น จริง ๆ ถ้ามีก็จะเป็นเรื่องที่น้อยมากนะครับ นี่ก็เป็นสิ่งแรกที่อยากจะกราบเรียนต่อ ท่านประธานนะครับ แต่ว่าในท่ามกลางวิกฤติอันนี้สิ่งที่หลายท่านได้ตั้งข้อสังเกตแล้วก็คงเป็น หน้าที่ของพวกเราที่อยู่ฝ่ายนิติบัญญัติด้วยที่จะต้องมาพิจารณากันต่อไป สิ่งที่ผมเห็นมีปัญหา อยู่บ้างก็คือความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับ กทม. ในการร่วมมือกันในการแก้ไขอุทกภัย ในครั้งนี้ ผมไม่แน่ใจว่าปัญหาที่มันเกิดขึ้นนี้อาจจะเกิดขึ้นมาจากตัวบทกฎหมายหรือจาก ตัวบุคคล แต่ว่าหลายคนก็ได้วิพากษ์วิจารณ์กันไปแล้วว่าสิ่งที่พวกเราพูดถึงความเป็นอิสระ ของท้องถิ่นนั้น บางครั้งเมื่อมียามวิกฤติเกิดขึ้นเราก็คงจะต้องมาร่วมมือกันพิจารณาเรื่องนี้ให้ ชัดเจนกันต่อไป
ท่านประธานครับ อยากจะย้อนกลับมาที่งบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ซึ่งขณะนี้ พวกเรากําลังพิจารณาอยู่นะครับ ในโครงสร้างของงบประมาณเอง ผมคิดว่าถ้าจะดูแล้วตาม โครงสร้างของงบประมาณก็จะมีอยู่ ๔ ส่วนใหญ่ ๆ ส่วนแรกก็คืองบรายจ่ายประจําซึ่งถ้า หลายท่านดูรายละเอียดแล้วในงบประมาณก็จะเห็นว่าในระยะหลัง ๆ หรือปีหลัง ๆ ค่าใช้จ่ายประจํามีอัตราที่จะเพิ่มขึ้นทุกปี ๆ จนถึงปีนี้ก็ยังเพิ่มขึ้นจวนจะถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ของรายจ่ายของงบประมาณกันอยู่แล้ว ซึ่งมันก็เป็นภาระเขามีความจําเป็นที่จะต้องมี รายจ่ายกันอย่างนี้
ส่วนต่อไปก็คืองบประมาณรายจ่ายตามภารกิจพื้นฐาน ซึ่งในปีนี้ผมก็ดีใจ ที่ทางรัฐบาลเองได้มีการพิจารณาปรับลด โดยได้ให้ส่วนราชการได้ใช้จ่ายอย่างประหยัด มุ่งให้เกิดประสิทธิภาพ แล้วก็ปรับลดค่าใช้จ่ายหลายอย่างลงเพื่อจะนําเงินส่วนเหล่านี้ มาใช้จ่ายในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนต่อไป ทั้งนี้ โดยมุ่งหวังจะให้เกิดประสิทธิภาพ มากที่สุดนะครับ งบประมาณผูกพัน งบประมาณรายจ่ายข้ามปีก็ยังมีอยู่โดยเฉพาะ งบประมาณกรณีผูกพันข้ามปีจากที่เคยมีการอนุมัติไว้ในงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ซึ่งโครงการ เหล่านี้ก็ทราบว่ามีการทบทวน มีการปรับลดลงมานะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่าสิ่งที่ รัฐบาลใช้เป็นหลักในการพิจารณางบประมาณในปีนี้ก็คือมุ่งที่ประสิทธิภาพ มุ่งให้เกิดการ ใช้เงินอย่างคุ้มค่า ปรับลดในส่วนที่สามารถจะประหยัดได้ และนําเงินส่วนที่ว่าดังกล่าวนี้ ที่ปรับลดได้แล้วไปช่วยเหลือประชาชนเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศ ผมจําได้ว่า ในช่วงปลายปีของงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ท่านนายกรัฐมนตรียังขอให้หน่วยงานต่าง ๆ นั้น มาตกลงร่วมกับกรมบัญชีกลางในการใช้งบเหลือจ่ายและนําเงินดังกล่าวนั้นมาช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนที่กําลังประสบปัญหาจากอุทกภัย ซึ่งก็คงจะต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ที่ดําเนินการในเรื่องนี้นะครับ
ในส่วนงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ส่วนที่เป็นโครงการใหม่ แน่นอนว่าก็เป็น โครงการที่พวกผมในฐานะที่อยู่พรรคเพื่อไทยได้ติดตามกันมาอยู่ตลอด เราได้มีการทวงถาม อยู่ตลอด พี่น้องประชาชนเองก็มีการทวงถามมาอยู่ตลอดเช่นเดียวกัน แต่ว่าสิ่งที่ได้เสนอเป็น โครงการใหม่ ๆ นั้นนะครับ ถ้าจะดูแล้วก็มุ่งให้ประชาชนได้ประโยชน์มากขึ้น ให้ประชาชน มีอาชีพที่ดีมากขึ้น ดูแลประชาชนมากขึ้นจากหลาย ๆ โครงการซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้กล่าวไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกองทุนหมู่บ้านและชุมชน ไม่ว่าจะเป็นกองทุนพัฒนาบทบาท สตรี กองทุนผู้สูงอายุ เรื่องเอสเอ็มแอล ค่าแรงขั้นต่ํา ค่าตอบแทนของผู้ที่จบปริญญาตรี การจํานําข้าวและอื่น ๆ ครับ ทั้งหมดนี้ถ้าจะดูแล้วก็เรียกว่าเป็นโครงการใหม่ที่มีการตั้ง งบประมาณส่วนหนึ่งไว้เพื่อที่จะสามารถนําไปดําเนินการต่อไปได้ คือเริ่มต้นบางส่วน ไว้ก่อนที่จะมีการดําเนินการอย่างเต็มที่ในปีงบประมาณต่อไป นี่ก็คือมุ่งให้เกิดประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น นี่ก็เป็นสิ่งที่อยากจะเรียนกับท่านประธานไว้นะครับ อย่างไรก็ดีผมก็จําได้ว่า ในงบประมาณใหม่เหล่านี้ก็ใช่ว่ารัฐบาลจะได้ทิ้งโครงการเก่า ๆ ไปทั้งหมด สิ่งที่รัฐบาลที่แล้ว ได้กระทํามานะครับ ถ้ายังเป็นโครงการที่ดีก็ยังคงจะมีดําเนินการต่อไปนะครับ ยกตัวอย่างเช่น เรื่องของกระทรวงศึกษาธิการ โครงการเรียนฟรีซึ่งก็ยังคงมีการดําเนินการต่อไป ที่มันสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน แต่ว่าอาจจะมีรายละเอียดแตกต่างกันอยู่บ้าง โดยการมุ่งหมายที่จะให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ มีข้อสังเกต ที่ผมฟังหลายท่านได้อภิปรายมาอยู่ตลอดก็คือ มีข้อวิตกว่าการที่รัฐบาลนี้ได้ตั้งงบกลางไว้ จํานวนมากนะครับ และโดยเฉพาะงบที่จะมาใช้ในการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยจากน้ําท่วม จํานวนถึง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เท่าที่ฟังจากคําชี้แจงคําอภิปรายของพวกเราก็ห่วง ความไม่โปร่งใสของการใช้งบประมาณนี้ อยากจะเรียนต่อท่านประธานว่าการตั้งงบกลางนี้ ก็เป็นไปบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ได้กําหนดไว้ว่า ถ้าจะสามารถตั้งงบกลางไว้ได้ ในกรณีที่ ไม่สามารถจะจัดให้แก่หน่วยงานใด ให้หน่วยราชการใดก็จัดตั้งเป็นงบกลางไว้ ในกฎหมาย ว่าด้วยวิธีการงบประมาณก็เช่นเดียวกัน ก็กําหนดไว้ด้วยหลักอย่างนี้เช่นเดียวกัน ฉะนั้น เมื่อมาดูข้อวิตกของหลายท่านนะครับ ถ้าจะดูคําชี้แจงของรัฐบาลในเรื่องการกําหนด งบประมาณในส่วนนี้ที่บอกว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ทราบวัตถุประสงค์ในการดําเนินงานแต่ไม่อาจ คาดหมายไว้ล่วงหน้าได้เกี่ยวกับหน่วยงานที่จะรับผิดชอบในการดําเนินการ หรือใช้จ่าย งบประมาณและไม่สามารถกําหนดเป้าหมายการดําเนินการที่ชัดเจนของแต่ละหน่วยงานได้ เช่น ค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าอ่านในคําชี้แจงของรัฐบาลต่อไปก็จะทราบว่านําเงินไปใช้ทําอะไร รวมทั้งถ้าพลิกดูในหน้าต่อไป ในเรื่องแผนงานเยียวยาก็มีอธิบายไว้ค่อนข้างจะชัดเจน ฉะนั้น ผมจึงมั่นใจได้ว่างบประมาณส่วนนี้ก็จะถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย และล่าสุดก็ทราบว่า ทางรัฐบาลเองก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาที่จะดูแลเรื่องนี้กันต่อไป รวมทั้งขณะนี้ก็มี การพิจารณาร่างระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและ สร้างอนาคตของประเทศ ซึ่งก็เชื่อว่าจะสามารถใช้เงินที่ว่านี้อย่างมีประสิทธิภาพได้
ท่านประธานครับ ข้อสุดท้ายที่อยากจะเรียนต่อท่านประธานก็คือว่า หลายท่านอยากจะให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนการกันรายได้ของประเทศ แต่ผมเชื่อว่า เมื่อน้ํามันลดไปแล้ว ฝันร้ายผ่านไปแล้ว ภัยผ่านไปแล้ว สิ่งดี ๆ ก็คงจะตามมา ผมเชื่อว่า ด้วยการดําเนินงานของรัฐบาล ด้วยการอัดฉีดเงินของรัฐบาล เศรษฐกิจคงจะฟื้นฟูขึ้นมาได้ แล้วก็หวังว่าในปีหน้ารัฐบาลนี้คงจะสามารถจัดสรรงบประมาณอย่างเต็มที่ตามที่นโยบาย ได้แถลงไว้ครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านรัฐมนตรีมานิต ๑๕ นาทีนะครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายมานิต นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ผมขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ ในยุทธศาสตร์ ๓.๘ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะในส่วนเร่งด่วนของการที่จะนํางบประมาณไปดําเนินการปรับปรุงซ่อมแซม ถนนหนทางที่ชํารุดเสียหายจํานวนหลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นถนนสายหลัก สายรอง ในหลายจังหวัดก็ว่าได้ที่เกิดจากสภาวะมหาอุทกภัยในครั้งนี้ รวมถึงอยากจะเสนอ ข้อเสนอแนะให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท หรือกระทั่งบูรณาการระหว่างกรมชลประทานหรือหลายกระทรวง ทบวง กรม เพื่อให้การ ดําเนินการต่อไปนั้นเราจะได้ถือโอกาสนําสิ่งที่เกิดขึ้น ความเสียหายที่เกิดขึ้นมาเป็นแนวทาง ที่เราจะทําการปรับปรุงบูรณะ โดยเฉพาะในส่วนหนึ่งของถนนที่เราจะต้องดําเนินการ อย่างเร่งด่วนเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้เส้นทางด้วยความสะดวก หรือแม้กระทั่ง ข้อเสนอแนะที่จะให้หน่วยงานดังกล่าวนั้นได้พิจารณาข้อมูลภูมิประเทศต่าง ๆ เพื่อกําหนด แนวทางการสํารวจออกแบบในโครงการก่อสร้างที่จะเกิดขึ้นใหม่ เพราะว่าเดี๋ยวนี้นะครับ สภาพภูมิประเทศต่าง ๆ นั้นมีบ้านเรือนพี่น้องประชาชนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น
ในลําดับแรก ผมจะพูดถึงโครงการบูรณะทันทีที่น้ําลดเข้าสู่สภาวะปกติ ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีนักวิชาการหลายท่านได้พูดถึงแนวถนนที่เราก่อสร้างมากมาย หลายเส้นทาง ว่าเป็นอุปสรรคที่กั้นไม่ให้น้ําไหลลงสู่ที่ต่ําหรือลงสู่ทะเลได้รับความสะดวก นั่นหมายความว่าถนนหนทางนั้นเมื่อมีการก่อสร้างเป็นโครงข่ายที่สมบูรณ์ แน่นอนครับ จะต้องมีหลายช่วงหลายตอนที่ไปสร้างคร่อมทางน้ํา ไม่ว่าจะเป็นคูคลอง แม่น้ําลําคลอง ต่าง ๆ ท่านประธานครับ ถ้าเป็นคูคลอง แม่น้ําต่าง ๆ นั้นวิศวกรสามารถที่จะมองเห็นได้ชัด คํานวณท่อระบายน้ําได้ขนาดเล็ก ใหญ่ หรือกระทั่งเป็นสะพานจะกว้างเท่าไร วิศวกร สามารถคํานวณได้ แต่ถ้าเป็นน้ําที่ท่วมบ่าทุ่งมาอย่างผิดปกติในสภาวะที่ผ่านมานั้น ผมคิดว่า ไม่มีวิศวกรคนไหนสามารถที่จะคํานวณได้ แต่ถ้าเรานําข้อมูลที่เกิดขึ้นที่ผ่านมามาเทียบเคียง ข้อมูลและสภาพถนนหนทางที่เราคิดว่าจะเป็นแนวกั้นการไหลของน้ํานั้นนํามาพิจารณา พิจารณาอย่างไรครับท่านประธาน เดี๋ยวผมจะขอยกตัวอย่างเลยนะครับ ทางหลวงหมายเลข ๓๒๐๘ ชัฏป่าหวาย-น้ําพุ อยู่ที่อําเภอเมืองราชบุรี ถนนเส้นนี้ก่อสร้างมาหลายสิบปีครับ ท่านประธาน เมื่อ ๑๕ ปีที่ผ่านมากรมชลประทานได้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ําห้วยไม้เต็งขึ้นข้าง ๆ ถนนเส้นดังกล่าว เมื่อมีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ําขึ้นสิ่งหนึ่งที่กรมชลประทานต้องก่อสร้าง คือทางระบายน้ําฉุกเฉินหรือที่เราเรียกว่า สปิลล์เวย์ (Spillway) เมื่อก่อสร้างเสร็จปรากฏว่า ในแนวด้านอีกข้างหนึ่งนะครับ สปิลล์เวย์อยู่ฝั่งประมาณทิศใต้ ถนนสาย ๓๒๐๘ อยู่ประมาณ ทิศเหนือ ทางกรมชลประทานกับทางกรมทางหลวงได้มองว่าถ้าเมื่อมีปริมาณน้ําไหลมาก ผิดปกติจนสปิลล์เวย์หรือทางระบายน้ําฉุกเฉินไม่สามารถจะรับระบายน้ําได้ทัน เขาเลยไปทํา จุดถนนสาย ๓๒๐๘ ตอนควบคุมที่ ๐๒๐๐ กิโลเมตรที่ ๑+๓๐๐ ถึง ๒+๐๐๐ ในความยาว ๗๐๐ เมตรครับท่านประธาน ลดระดับลงมาให้อยู่ใกล้เคียงกับระดับสปิลล์เวย์ เทผิวจราจร และไหล่ทางเป็นคอนกรีต และระบบไหล่ทาง ๒ ข้างนั้นดาดคอนกรีตป้องกันการกัดเซาะ ของการไหลของน้ําเมื่อเกิดอุทกภัย ท่านประธานครับ ช่วงที่เกิดอุทกภัยผมไปยืนดูครับ ช่วง ๗๐๐ เมตรนี้ ช่วงสปิลล์เวย์ไหลทั้ง ๒ ฝั่ง เพราะถ้าไม่มีการไหลที่สะดวก ล้นข้ามสันอ่าง อันตรายครับ เขื่อนพัง พี่น้องประชาชนที่อยู่ท้ายเขื่อนได้รับความเดือดร้อนแน่ เมื่ออุทกภัยผ่านพ้นไป ๓-๔ วัน ท่านประธานครับ ถนนเส้นนี้รถราวิ่งปกติ เพราะวิศวกรสามารถที่จะคํานวณได้ว่าเราเท การดาดคอนกรีต ๒ ฝั่งสโลป (Slope) ผิวจราจรไหล่ทาง นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะนําเสนอให้กับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมทางหลวงครับ กรมทางหลวงชนบทแนวถนนทุกสายที่เป็น โครงข่ายและท่านคิดว่าจุดไหนที่จะรับน้ําที่บ่ามาจากทุ่ง การปรับระดับลด ๑ เมตร ๑.๕๐ เมตรหรือ ๒ เมตร ความยาวกี่ร้อยเมตรหรือ ๑ กิโลเมตรแล้วแต่วิศวกรควบคุม ออกแบบไปเลยครับ ตอนนี้มันท่วมมิดไปหมดแล้ว น้ําลดมาเสียสตางค์ทําแล้วครับ ท่านประธาน เทคอนกรีตผิวทางไหล่ทาง ดาดสโลป ๒ ฝั่งแพงสักนิดหนึ่งแต่มันแค่ช่วงสั้น ๆ ครับท่านประธาน น้ําหลากทุ่งมาเมื่อไรไหลข้ามไปผมใช้คําว่าทางน้ําล้นฉุกเฉิน ถ้าเราทําอย่างนี้เป็นจุด ๆ นะครับท่านประธานจากเหนือลงใต้กําหนดจุดเลยครับ เส้นนี้ทํา กิโลเมตรที่เท่านี้ เส้นนี้ทํากิโลเมตรที่เท่านี้ เมื่อมีน้ําไหลบ่าทุ่งมันจะไหลข้ามล้นเป็นช่วง ๆ กระทรวงมหาดไทยต้องไปทําความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชนในแนวที่น้ําไหลบ่าทุ่ง ว่าการปลูกสร้างสิ่งก่อสร้างในอนาคตท่านต้องมีระบบอย่างไร หรือการเสียภาษีที่ดิน ในแนวของน้ําไหลดังกล่าวคิดราคาพิเศษอย่างไร เพราะเดี๋ยวนี้ข้อมูลดาวเทียม ข้อมูลทาง วิทยาศาสตร์สามารถที่จะทําให้เรากําหนดจุดได้ วิศวกรสามารถที่จะดูตําแหน่งที่ชัดเจนได้ นี่เป็นสิ่งที่อยากจะฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะอะไรครับ น้ําลดปั๊บ ตอนนี้สํารวจได้แล้วครับท่านประธาน น้ําลดปั๊บนี่สามารถที่จะดําเนินการได้ทันที เพราะอะไรครับ ถนนทุกสายพังอยู่แล้ว แต่ถ้าเรายอมเสียเงินมากสักนิดหนึ่งสําหรับช่วง ดังกล่าว ผมคิดว่าเราสามารถที่จะใช้ได้หลายสิบปีเหมือนกับที่ผมยกตัวอย่างนะครับ ๓๒๐๘ ในช่วง กม. ดังกล่าว ใช้งานมาแล้วครับท่านประธานเห็นชัดเจนมีสิ่งที่สามารถที่จะ กําหนดจุดได้
ในลําดับที่ ๒ ครับท่านประธาน ข้อมูลสํารวจออกแบบ ผมถือว่าเป็นหัวใจ ของการก่อสร้างทุกโครงการครับท่านประธาน ผมไม่ได้โทษผู้ออกแบบ เพราะว่าผู้ออกแบบนั้น รับการบ้านมาออกแบบสําหรับระยะแรก
อีกหนึ่งตัวอย่างครับท่านประธาน กรมทางหลวงได้ทําการก่อสร้างเมื่อหลายปี มาแล้วท่านประธาน ๓๐๘๗ ที่เทศบาลป่าหวาย อําเภอสวนผึ้ง ขยายเป็น ๖ ช่องจราจร เลยครับท่านประธาน เพื่อจะมุ่งหน้าเส้นทางช่วงนี้ระหว่างอําเภอจอมบึงขึ้นไปอําเภอสวนผึ้ง ดินแดนที่เดี๋ยวนี้สวยมากเป็นสวิตเซอร์แลนด์ของราชบุรี ก่อสร้างมาแล้วเสร็จหลายปี ท่านประธาน จุดตัดตรงตําแหน่ง ๓๐๘๗ คือทางหลวงหมายเลข ๓๓๑๓ ท่านประธาน เพิ่งจะมาก่อสร้างเป็น ๔ ช่องจราจร เมื่อมีการก่อสร้างเป็น ๔ ช่องจราจรก็ต้องให้ระบบ ระบายน้ําของ ๓๓๑๓ มาชนกับ ๓๐๘๗ และบริเวณดังกล่าวเป็นหุบเนินครับท่านประธาน ๓๓๑๓ มาบรรจบ ๓๐๘๗ ไม่พอทําเนาท่านประธานครับ ๓๓๑๓ มีทางหลวงหมายเลข ๓๒๐๘ วิ่งจากเนินสูงมาเลยครับมาบรรจบ ๓๓๑๓ ไหลรวมไปเจอะ ๓๐๘๗ เกิดอะไรขึ้นครับ ท่านประธาน สามแยกที่ ๓๓๑๓ ชนกับ ๓๐๘๗ ฝนตกทีท่วมเต็มเลยครับท่านประธาน เพราะท่อระบายน้ํา ๓๐๘๗ ออกแบบก่อสร้างหลายปีมาแล้ว รับน้ําไม่ทันเพราะหุบเนิน ทั้งนั้นครับท่านประธาน ตูมมาท่วมเป็นชั่วโมง พี่น้องประชาชน ๒ ฝั่งนั้นบอกไม่ไหวเลย บางทีท่วมไหลเข้าบ้านก็มี นี่คือสิ่งที่เป็นข้อมูลที่ฝากให้กับผู้เกี่ยวข้อง และขณะนี้แขวงการทาง กําลังคิดออกแบบใส่ท่อระบายน้ําอยู่ ฝากดูแลงบประมาณด้วยครับท่านประธาน
ลําดับที่ ๓ ท่านประธาน นี่เป็นโครงการใหม่เลย แต่ที่ผมฝากด้วยความ ห่วงใยเพราะอะไรครับ เพราะโครงการนี้อยู่ย่านชุมชน บ้านเรือนพี่น้องประชาชนอยู่ติด โครงการ ตึกแถวอยู่ข้างนี่ โครงการที่ได้รับการบรรจุในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ท่านประธาน สะพานลอยข้ามแยกห้วยไผ่น้ําพุครับท่านประธานที่เคารพ โครงการนี้อยู่หน้าแขวงการทางราชบุรี อยู่เชิงเขาแก่นจันทร์ ฝนตกทีตอนนี้เกิดอะไรขึ้นครับ ณ ปัจจุบันนี้ท่านประธานครับ ร่องระบายน้ําด้านขวาทางของทางหลวงหมายเลข ๔ กิโลเมตรที่ ๑๐๔+๕๐๐ เป็นร่องน้ําขนาดเล็ก เพราะติดกับเนินเขามอ เป็นหินแกร่ง การก่อสร้างช่องระบายน้ําทําได้ลําบาก เพราะต้องระเบิดสถานเดียว ตอนนี้โครงการนี้ งบประมาณ ๓๐๐ ล้านบาทท่านประธาน ขยายเต็ม ๒ ฝั่งจราจร ที่ผมเกรงปัญหาคือ ระบบ ระบายน้ําด้านขวาทางทุกวันนี้ฝนตกทีท่วมประจํา และมันเป็นหินแกร่งต้องระเบิดอยู่ ย่านชุมชน ฝากให้ผู้ออกแบบหาแนวทางป้องกัน ถ้าเราไม่คิดเตรียมการป้องกันท่านประธาน เหมือนโครงการลําดับ ๒ ที่ผมพูดถึง ทําเสร็จฝนตกไหลระบายไม่ทัน ท่านประธานที่เคารพ นี่คือสิ่งที่ฝากด้วยความห่วงใยโดยเฉพาะสําหรับข้อมูลการสํารวจออกแบบ
เรื่องสุดท้ายท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อ ๓-๔ วันที่ผ่านมาหรือ ๑ สัปดาห์ ผมอ่านหนังสือพิมพ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยความห่วงใยว่า ถ้าน้ําที่มาโจมตีกรุงเทพฯ ในส่วนตะวันออก เมื่อมุ่งหน้าไปจังหวัดสมุทรปราการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เตรียมการที่จะรื้อปลุกโครงการบ่อบําบัดน้ํา เสียคลองด่าน เพื่อจะให้ท่อส่งน้ําที่ไหลทิ้งทะเลนําเครื่องสูบน้ํานั้นมาปั๊มออก เพราะ ตามโครงการของบ่อบําบัดน้ําเสียคลองด่านสามารถที่จะสูบน้ําถ้าเต็มพิกัดได้ถึงวันละ ๕๒๕,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ท่านประธานครับ โครงการนี้อภิมหาโครงการ เริ่มก่อสร้าง กุมภาพันธ์ ๒๕๔๐ รัฐบาลเมื่อปี ๒๕๔๖ ระงับการก่อสร้าง มีปัญหา ทั้ง ๆ ที่ราชการจ่ายเงิน ให้กับผู้รับจ้างไปเกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ยังไม่ได้สูบแม้แต่ลูกบาศก์เมตรเดียว ถ้าสามารถ ที่จะมาปลุกได้ ผมยังไม่แน่ใจว่าจะปลุกไหวหรือไม่ เพราะว่าระงับการก่อสร้างมา ๘ ปีแล้ว ท่านประธานที่เคารพ ปั๊มน้ําไม่รู้ว่าตอนนี้ติดเครื่องแล้วจะติดหรือไม่ แต่ยังดีใจที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังเห็นความสําคัญว่าอะไรก็ได้ที่สามารถจะนํา น้ําที่มาโจมตีกรุงเทพฯ และปริมณฑลนั้นออกไปสู่ทะเลให้เร็วที่สุด วันนี้ผมจึงขอฝาก ท่านประธานว่าโครงการอย่างนี้เป็นอนุสาวรีย์ไปแล้ว ถ้าเราจะมารื้อฟื้นมันจะติดขัดเพราะว่า ในเรื่องของคดีความที่ยังฟ้องร้องกันอยู่ ก็ว่ากันไปครับท่านประธาน ถ้ามันหมดคดีความ อีกกี่ปี เกือบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ทางราชการจ่ายเงินไปแล้วจะทําอย่างไรต่อ จะมา เกิดประโยชน์อย่างไรต่อ จะนํามาเป็นแนวการป้องกันการท่วมระบายน้ําลงสู่ทะเลก็ว่าไป เพื่ออะไรครับท่านประธานครับ เงินภาษีอากรที่พี่น้องประชาชนช่วยกันจ่ายทุกคน ทั้งประเทศ แต่ว่าไม่สามารถที่จะมาใช้ก่อประโยชน์สูงสุดได้ ผมจึงฝากท่านประธานไปยังผู้ที่ เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานเลยครับว่าอะไรที่มันไม่เกิดประโยชน์ ถ้าเราสามารถที่จะนํามา ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะช่วงนี้ละครับที่น้ําท่วม เอามาสูบช่วยออกไป ทําเถอะครับ ขอขอบคุณครับ
อาจารย์ รังสิมา เจริญศิริ ๗ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางรังสิมา เจริญศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานสภาคะ ก่อนอื่นดิฉันต้องกราบขอเรียนท่านประธานนะคะว่า ดิฉันนามสกุล เจริญศิริ ค่ะ เดี๋ยวจะเข้าใจผิดว่าดิฉันเปลี่ยนนามสกุลค่ะ สําหรับงบประมาณ ในส่วนของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งงบประมาณรายจ่าย ปี ๒๕๕๕ นั้น ได้ลดจากปี ๒๕๕๔ เป็นจํานวนประมาณ ๔๖๔ ล้านบาทเศษ อาจจะทําให้ไม่เพียงพอในการ พัฒนางานด้านต่าง ๆ สิ่งที่จะช่วยสนับสนุนให้พันธกิจของกระทรวงได้ดําเนินการไปในการ พัฒนาและบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีที (ICT) ด้วยระบบความมั่นคงปลอดภัย ที่ทันสมัยและให้กระจายไปสู่ประชาชนทั่วประเทศอย่างทั่วถึง และนอกจากนั้นแล้วยัง ส่งเสริมสนับสนุนการใช้ไอซีทีในทุกภาคส่วนเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างเท่าเทียมและมี ประสิทธิภาพนั้น ประการหนึ่งก็คือการพัฒนาเครือข่ายด้านการศึกษาด้วยเทคโนโลยี โทรคมนาคม โดยความร่วมมือของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งหน่วยงานรัฐบาล หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรกํากับดูแลที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกระทั่งภาคเอกชน สถานศึกษา ประชาชนในท้องถิ่น เป็นต้น
สําหรับการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจนั้นมีเป้าหมายหลักก็คือในการเพิ่ม รายได้ประชากร การยกระดับมาตรฐานการครองชีพของประชาชน การกระจายความเจริญ อย่างทั่วถึง การกระจายรายได้ที่เป็นธรรม และลดปัญหาการว่างงาน เพราะฉะนั้นเพื่อให้ บรรลุเป้าหมายดังกล่าวจึงจะต้องพัฒนาคุณภาพการศึกษา โจทย์ที่จําเป็นเร่งด่วนและสําคัญ ในขณะนี้ก็คือว่าเราจะพัฒนาบุคลากรของประเทศให้มีความพร้อมและมีประสิทธิภาพ เพียงใดต่อการเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมอาเซียน เราต้องการที่จะอยู่ในตําแหน่งที่เท่าใด ของประชาคมอาเซียนนะคะ จากข้อมูลในปี ๒๕๕๑ นั้นได้พบว่าประชากรที่มีอายุระหว่าง ๓-๑๗ ปีนั้นไม่มีโอกาสเข้ารับการศึกษาถึงร้อยละ ๑๑.๒๓ สาเหตุก็เนื่องมาจากว่า ความยากจนครอบครัวไม่มีรายได้เพียงพอที่จะส่งลูกไปเรียนหนังสือ เด็กบางกลุ่มนั้นจะต้อง ออกจากการศึกษากลางคันนะคะ นอกจากนั้นแล้วยังพบว่าคนไทยได้รับการศึกษาโดยเฉลี่ย อายุประมาณ ๘.๖ ปีเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นถ้าเราดูแล้วนี่จะอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ํากว่าประเทศ อื่น ๆ อีกหลาย ๆ ประเทศทีเดียวนะคะ สําหรับหัวใจความสําเร็จในการนําโครงข่าย โทรคมนาคมมาประยุกต์ใช้ในด้านการศึกษาให้คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพนั้นจะมีเป้าหมาย ที่จะต้องพัฒนาแล้วก็ผลักดันให้เกิดความสําเร็จใน ๓ เรื่องนะคะ
เรื่องแรก ก็คือเรื่องของเน็ทเวิร์ค (Network) และฮาร์ดแวร์ การสร้าง ความทั่วถึงของโครงข่ายและการมีอุปกรณ์ที่เพียงพอ ทันสมัย แล้วก็มีประสิทธิภาพ
ประการที่ ๒ ก็คือซอฟต์แวร์การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนผ่านระบบไอซีที ที่ทันสมัย แล้วก็สอดคล้องกับเป้าหมายของการผลิตบุคลากรและความต้องการของท้องถิ่น
ประการที่ ๓ ก็คือพีเพิลแวร์ (Peopleware) การสร้างให้ครูและนักเรียนนั้น สามารถใช้งานไอซีทีได้อย่างดี รวมถึงการพัฒนาความสามารถในการประยุกต์ใช้ให้ สอดคล้องกับความต้องการ เช่น สอดคล้องกับความต้องการทางด้านการศึกษา สอดคล้อง กับความต้องการทางด้านอาชีพ ในฐานะที่ดิฉันนั้นเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ แต่มีพื้นที่อยู่ในจังหวัดมหาสารคาม แล้วก็เคยร่วมเป็นกรรมการเพื่อกําหนดนโยบายการจัด ให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง หรือว่าในภาษาอังกฤษใช้คําว่า ยูนิเวอร์แซล เซอร์วิส ออบลิเกชั่น (Universal Service Obligation) หรือ ยูเอสโอ (USO) ของคณะกรรมการ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือตัวย่อนั้นใช้ว่า กสทช. ในปัจจุบันนี้ ได้มีโอกาสไปร่วมดําเนินงานในโครงการนําร่องและการจัดให้มีบริการโทรคมนาคม เพื่อการศึกษาในพื้นที่ชนบท โดยใช้ชื่อโครงการนี้ว่า โครงการต้นแบบศูนย์ทางไกลเพื่อ การศึกษาและพัฒนาชนบทเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งพื้นที่เป้าหมาย ที่นําร่องนั้นมีอยู่ ๒ จังหวัด คือจังหวัดเชียงรายและจังหวัดมหาสารคาม ได้มีการทดลองใช้ เทคโนโลยี ไวแมกซ์ (WiMAX) สําหรับกิจการด้านการศึกษาของนักเรียนในพื้นที่ชนบท ที่ห่างไกลความเจริญ สาเหตุก็เพราะได้ค้นพบว่าคุณภาพด้านการศึกษาของนักเรียนในชนบทนั้น อยู่ในเกณฑ์ที่ต่ําแล้วก็มีความเหลื่อมล้ํากันมาก เมื่อเปรียบเทียบกับนักเรียนในเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งจากการ ที่ค้นพบตรงนี้ก็มีสาเหตุมาจากหลาย ๆ ปัจจัย
ปัจจัยแรก ก็คือเรื่องของการมีครูไม่เพียงพอและมีทักษะการสอนที่ไม่ตรงกับ สาขาวิชา
ประการที่ ๒ ก็คือว่าครูนั้นขาดโอกาสในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
ประการที่ ๓ นักเรียนนั้นได้ขาดโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และขาดตําราที่จะใช้ประกอบการเรียนการสอนที่ทันสมัย
ประการที่ ๔ นักเรียนขาดทักษะและโอกาสในการใช้งานไอซีที
จากประเด็นปัญหาดังกล่าวนั้นจึงได้มีการกําหนดกระบวนการทดลองในการ แก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโทรคมนาคมเพื่อกิจการด้านการศึกษาขึ้น ซึ่งประเด็นสําคัญคือครูและนักเรียนได้มีโอกาสใช้งานไอซีทีอย่างมีประสิทธิภาพ มหาวิทยาลัยก็เป็นศูนย์กลางในการฝึกอบรมสืบค้นข้อมูล และที่สําคัญยิ่งก็คือว่า ศูนย์สารสนเทศที่ตั้งอยู่ในโรงเรียนนั้นต้องเปิดให้บริการเป็นศูนย์อินเทอร์เน็ตชุมชน ซึ่งครูบาอาจารย์และนักเรียนนั้นจะเป็นผู้มาสอนการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต (Internet) ให้กับชาวบ้าน มหาวิทยาลัยก็จะเป็นพี่เลี้ยงให้กับชุมชนในการพัฒนาสินค้า แล้วก็ขายสินค้าในระบบอีคอมเมิร์ซ (e-Commerec) สิ่งที่ดิฉันจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารก็คือว่าให้ประสานหน่วยงานและ องค์กรอิสระในสังกัด อย่างเช่น บริษัท ทีโอที จํากัด (มหาชน) บริษัท กสท. โทรคมนาคม จํากัด (มหาชน) ซึ่งมีงบประมาณแล้วก็ต้องให้บริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงตาม พระราชบัญญัติของหน่วยงานนั้น ๆ ได้จัดสรรงบประมาณ ขยายการจัดทําโครงการดังกล่าว ไปสู่จังหวัดอื่น ๆ อย่างทั่วถึงโดยรวดเร็ว เพื่อพัฒนาประชากรของประเทศแล้วก็เป็นการ แบ่งเบาภาระงบประมาณประจําของกระทรวงและภาครัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้ ประเทศได้ประสบปัญหาอุทกภัยครั้งร้ายแรง จึงมีความจําเป็นที่จะต้องใช้งบประมาณของ รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในการที่จะฟื้นฟูประเทศและเยียวยาประชากร ที่ประสบปัญหา และจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนชาวต่างประเทศด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านบัญญัติ เจตนจันทน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ซึ่งรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้ตั้งไว้ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท ก็เป็นที่น่ายินดีที่งบประมาณได้เพิ่มขึ้นมาถึง ๙.๗ เปอร์เซ็นต์ แต่ผมคิดว่าในหลาย ๆ กระทรวงที่งบประมาณได้จัดทําขึ้นไม่ค่อยสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง เนื่องจากขณะนี้ มีวิกฤติเรื่องน้ําท่วม มีความไม่ปกติเรื่องของประเทศ แต่ปรากฏว่างบประมาณทางด้าน สุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบประมาณของสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือว่า งบบัตรทองเพิ่มขึ้นเพียงแค่ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ประมาณ ๖,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง ซึ่งตามปกติควรจะเพิ่มขึ้นถึงประมาณ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท ในช่วงระยะเวลาปี ๒๕๕๒ ถึง ปี ๒๕๕๓ งบประมาณบัตรทองเพิ่มขึ้นประมาณ ๙,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๓ ถึง ปี ๒๕๕๔ เพิ่มขึ้นประมาณ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๔ ถึง ปี ๒๕๕๕ คืองบประมาณที่กําลังจะตั้ง นี่นะครับ เพิ่มเพียงแค่ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่มติคณะรัฐมนตรีในวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๔ นั้น สมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์กับรัฐมนตรีจุรินทร์เป็นรัฐมนตรีสาธารณสุขนั้น ได้เห็นชอบที่จะเพิ่มงบประมาณรายหัวประชากร ให้บัตรทองมีคุณภาพมากขึ้น แล้วก็แก้ปัญหาเรื่องสภาพคล่องของโรงพยาบาลต่าง ๆ จัดไว้รายหัวละ ๒,๘๘๙.๖๐ บาท แต่ผลของการปรับลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาของรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ก็ปรากฏว่างบประมาณตรงนี้ได้หายไปประมาณถึงเกือบ ๗,๐๐๐ ล้านบาท ก็เป็นความห่วงใยถึงความเสี่ยงต่อสุขภาพพี่น้องประชาชน ซึ่งในภาวะที่มี อุทกภัยอย่างรุนแรงเช่นนี้ แน่นอนครับสุขภาพพี่น้องประชาชนจะต้องมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโรคติดต่อจากน้ําท่วมก็ดี หรือโรคที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกายต่าง ๆ ก็ดี โรคเรื้อรังก็ดี และอย่างที่เป็นที่ทราบกันอยู่ว่าประชากรโครงสร้างได้เปลี่ยนแปลงไปเป็น สังคมผู้สูงอายุมากขึ้น เพราะฉะนั้นโรคภัยไข้เจ็บมันมีต้นทุนในการที่จะดูแลมากยิ่งขึ้นไป ตามลําดับ แต่ขณะที่รัฐบาลก็ได้ตัดลดงบประมาณในกระทรวงสาธารณสุขลง แม้ว่าจะตัดไป ประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าคิดว่าในส่วนนี้ควรจะคงไว้ให้มีงบประมาณที่เหมาะสม เพราะว่าหลายโรงพยาบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรงพยาบาลเล็กที่เป็นถิ่นทุรกันดารนี่ครับ รายหัวประชากรในอําเภอที่มีประชากรไม่ถึง ๒๐,๐๐๐ คนจะมีปัญหาเป็นอย่างมาก เรื่องของต้นทุนค่าใช้จ่ายหลักที่เกิดขึ้นซึ่งภาษาอังกฤษเรียกว่า ฟิกซ์ คอสท์ (Fix cost) ค่าน้ํา ค่าไฟก็ดี ค่าบุคลากรต่าง ๆ ก็ดีก็จะไม่เพียงพอ โรงพยาบาลใหญ่ก็มีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง เนื่องจากว่าโรงพยาบาลเล็กส่งต่อมารักษาแล้ว โอกาสที่จะได้เงินคืนจาก สปสช. ก็ต้องใช้ เวลาในการที่จะเบิกจ่าย เพราะฉะนั้นในเมื่อปัญหาอุปสรรคเรื่องงบประมาณมันเกิดขึ้นจาก วิกฤติน้ําท่วมรัฐบาลก็ควรจะต้องมีการหาทางออกเกิดขึ้น ทางออกที่อยากจะเสนอแนะให้ รัฐบาลก็คือว่า
อันที่ ๑ ต้องผลักดันคนไข้ที่ไปที่โรงพยาบาลใหญ่ให้ไปสู่โรงพยาบาลเล็ก จากโรงพยาบาลเล็กก็คือโรงพยาบาลอําเภอก็ผลักดันไปที่โรงพยาบาลตําบล ซึ่งรัฐบาลในยุค ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้วางโครงสร้างไว้แล้ว คือ รพ.สต. คือโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตําบลหรือสถานีอนามัยเก่า เพราะว่าต่อ ๑ หน่วยการรักษาในโรคเดียวกัน เช่น โรคความดันสูง หรือเบาหวาน ถ้ารักษาที่สถานีอนามัยต้นทุนจะถูกกว่าที่โรงพยาบาล อําเภอ แล้วก็จะถูกกว่าที่โรงพยาบาลจังหวัดอย่างแน่นอน อันนี้ต้องเร่งผลักดันไปให้สําเร็จ ในส่วนของโรคเรื้อรังต่าง ๆ อย่างเช่น เบาหวานและความดันสูงนี่ครับ ถ้าดูแลไม่ดีก็จะเป็น ไตวาย เมื่อไตวายค่าใช้จ่ายในการรักษาปีหนึ่งหลายแสนบาท แล้วก็ต้องเร่งรัดที่จะมีการ ป้องกันโรค แต่เป็นที่น่าเสียใจว่างบในการป้องกันโรคนี้ก็ถูกตัดไปด้วยเช่นเดียวกัน ต้องเร่งรัด ป้องกันโรค ส่งเสริมสุขภาพให้ผู้ป่วยเหล่านี้แม้ว่าไม่หายก็จะต้องดูแลสุขภาพอย่างดี เพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อนที่จะต้องมาใช้เงินใช้ทองในกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาตินี้ ก็ฝากในเรื่องของการเน้นการป้องกันให้จริงจังให้มากกว่าในปัจจุบันนี้ แล้วก็เน้นการใช้ ทรัพยากรให้คุ้มค่านะครับ หลาย ๆ โรงพยาบาลนั้นก็มีการสั่งเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์มา ทั้ง ๆ อยู่ใกล้กันในรัศมีแม้ว่าจะเป็นโรงพยาบาลเอกชนก็ตาม จะต้องสร้างกฎเกณฑ์ ที่สามารถที่จะใช้ทรัพยากรร่วมกันได้ โดยไม่ผิดระเบียบพัสดุ อันนี้ก็เป็นการลดต้นทุน ในภาครัฐที่จะต้องไปสั่งซื้อเครื่องมือแพทย์มาเป็นจํานวนมากแล้วก็มาแข่งกัน แล้วก็อีกอย่างหนึ่ง เป็นที่ทราบกันว่าโรงพยาบาลรัฐบาลจะใช้อาคารสถานที่เพียงอาทิตย์ละแค่ ๕ วัน วันเสาร์ วันอาทิตย์ โรงพยาบาลบางตึกไม่ได้ใช้เลย ผิดกับโรงพยาบาลเอกชนเขามีตึกที่น้อยกว่า รัฐบาลเยอะ แต่เขาหมุนเวียนใช้ ๒๔ ชั่วโมง แล้วเขาใช้ทั้ง ๗ วัน หลายโรงพยาบาล แพทย์ พยาบาลจํานวนมากก็ต้องมาขึ้นเวรเป็นแบบราชการวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ทั้ง ๆ ที่สามารถ ที่จะจัดหมุนการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลให้ขึ้นเวรสลับเหลื่อมกันได้ คนนี้ขึ้นวันจันทร์ ออกวันศุกร์ อีกคนขึ้นวันอังคารออกวันเสาร์ อีกคนหนึ่งขึ้นวันพุธออกวันอาทิตย์ จะได้หรือไม่ ลองไปคิดดู ว่าการหมุนเวียนทรัพยากรต่าง ๆ บางทีห้องตรวจโรคมีแค่ ๑๐ ห้องแต่มีหมอ ๒๐ คน มันไม่มี ห้องจะตรวจ ห้องผ่าตัดก็ไม่มีจะผ่า เวลาเลิกก็เลิกพร้อมกัน อย่างนี้ละครับ ก็คืออยากจะให้ รัฐบาลหมุนเวียนการใช้ทรัพยากรในภาวะที่งบประมาณไม่เพียงพอนะครับ แล้วก็ลองศึกษา ดูสิว่าไหน ๆ รัฐบาลจะเก็บ ๓๐ บาทกลับคืนมาใหม่ ก็ใจกล้า ๆ ที่จะลองศึกษาวิจัยดูสิว่าจะ สามารถจ่ายร่วมหรือโคเพเมนท์ (Co-payment) ได้หรือไม่ เพราะว่าการรักษาฟรี ผมคิดว่า อนาคตรัฐบาลประเทศคงไปไม่เป็นแล้วครับ เพราะว่าสภาพการแข่งขันที่จะต้องใช้ต้นทุน สูง ๆ มาก ๆ อย่างนี้มันจะไปไม่ได้ แต่ว่าเนื่องจากสูตรในการรักษาฟรีอันนี้เกิดขึ้นในรัฐบาล ของท่านอดีตนะครับ เป็นรัฐบาลในพรรคของท่าน เพราะฉะนั้นท่านก็ต้องลองศึกษาดูสิว่า จะจ่ายร่วมได้อย่างไร เพื่อที่จะให้ลดต้นทุนและอนาคตระบบสุขภาพจะได้ไม่ล่มสลายไป นะครับ เนื่องจากเวลามีจํากัดนะครับ ก็อยากจะเรียนว่าการเก็บ ๓๐ บาทเพื่อมาชดเชย ในส่วนที่หายไปประมาณ ๗,๐๐๐ ล้านบาทนี่ครับไม่สามารถชดเชยได้ อย่างมากท่านก็เก็บ ได้ประมาณ ๑,๒๐๐-๑,๓๐๐ ล้านบาท ยิ่งท่านรัฐมนตรีได้เรียนเมื่อสักครู่ว่าอาจจะลอง พิจารณาจังหวะในการเก็บเงินด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้นงบประมาณท่านจะต้องมีปัญหาแน่ ในสภาพคล่องโรงพยาบาลหลาย ๆ แห่ง
ในสุดท้ายนี้ก็อยากจะทวงรัฐบาลในหลาย ๆ เรื่องที่กระทรวงสาธารณสุข เคยวางไว้ที่จะช่วยโรงพยาบาลในต่างจังหวัด ก็คืออาคารหอพักพยาบาล ๓๒ ห้องของ โรงพยาบาลแกลง จังหวัดระยอง ซึ่งสมัยก่อนจะได้ใช้งบไทยเข้มแข็งแต่ปรากฏว่าก็ขาดไป นะครับ ๔ ชั้น ๓๒ ห้อง ประมาณ ๒๕ ล้านบาท ก็ไม่ได้อยู่ในเล่มงบประมาณ ต่อไปอาคาร ส่งเสริมสุขภาพโรงพยาบาลวังจันทร์ จังหวัดระยอง อาคารส่งเสริมสุขภาพโรงพยาบาล เขาชะเมาเฉลิมพระเกียรติ ประมาณ ๑๐ ล้านบาท ทั้ง ๒ โรงพยาบาลนี้ก็ยังไม่ได้บรรจุ ในงบประมาณ การขยายโรงพยาบาลบ้านค่าย ปลวกแดง นิคมพัฒนา เพื่อรองรับ นิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ก็ยังไม่ได้มีการขยายโรงพยาบาลในช่วงนี้ในเล่มงบประมาณ ไม่ปรากฏว่ามีนะครับ
และสุดท้ายก็ขอทวงโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ซึ่ง ส.ส. จังหวัดระยองทั้ง ๔ ท่านคือ ส.ส. สาธิต ส.ส. วิชัย และ ส.ส. ธารา ก็ฝากมาทวงด้วย เช่นเดียวกันเพราะว่าเป็นความหวังของชาวระยอง จันทบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และ สมุทรปราการที่ว่าเป็นรถไฟความเร็วสูง สมัยมติ ครม. ในช่วงเดือนกันยายน ๒๕๕๔ เป็น รถไฟสายแรก แต่ก็ไม่ปรากฏอยู่ในเล่มงบประมาณ ไปปรากฏอยู่ที่กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-โคราช และกรุงเทพฯ-หัวหิน ซึ่งก็ไม่ได้อิจฉาใน ๓ สายนั้นนะครับ แต่ว่าสายนี้ มันได้หายไปได้อย่างไร ก็ขอให้รัฐบาลมีความจริงใจต่อชาวภาคตะวันออกซึ่งได้ผลิต เม็ดเงินภาษีเป็นอันดับสูงสุดเลยที่กระจายไปทั่วทุกจังหวัดในประเทศไทยนะครับ ก็ขอกราบ ขอบพระคุณครับ
ท่านนิรมิต สุจารี ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ต่องบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งโดยส่วนตัวของผมนั้นผมได้ศึกษาดูงบประมาณแล้วได้เห็นว่า เป็นงบประมาณที่ดีที่สุดที่สอดคล้องต่อความเป็นจริง ต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน แล้วก็มีความเชื่อว่าน่าจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนกันทั่วประเทศ เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ พี่น้องทั่วประเทศได้เลือกนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือนโยบาย ของพรรคเพื่อไทย นั่นก็แปลว่าพี่น้องยินยอมให้นํานโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ได้แถลง ต่อพี่น้องประชาชนมาใช้ในการบริหารประเทศ โดยให้สอดคล้องกับความต้องการของ พี่น้องประชาชน ถือได้ว่าเป็นรัฐบาลของประชาชน โดยประชาชน แล้วก็เพื่อประชาชน ผมมีความมั่นใจว่าแนวนโยบายต่าง ๆ ที่ดําเนินการไปนั้น มีบางท่านได้บอกว่าน่าจะเรียกร้องให้รัฐบาลทําตามอย่างที่ตนเองมีความคิด มีความเชื่อมั่น นั่นเป็นแนวทางคนละรูปคนละแบบ เพราะฉะนั้นวันนี้เป็นนโยบายที่มาจากประชาชนจริง ๆ ขอให้รัฐบาลยืนหยัด เพราะว่าทํานโยบายถูกต้องตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแล้ว ปัญหาเรื่องน้ําท่วมเราต้องยอมรับนะครับว่าปีนี้น้ําเป็นมหาอุทกภัย ซึ่งผมเข้าใจดีว่าน้ําท่วม มันเกิดขึ้นจากธรรมชาติ แล้วก็ไม่มีใครที่จะไปบังคับหรือจะไปสามารถแก้ไขปัญหาธรรมชาติได้ มีบางคนบอกว่าการบริหารจัดการน้ําผิด ที่จริงแล้วมันไม่ผิดหรอกครับ ใครไปบริหารก็คงจะเอา มันไม่ได้แล้ว เพราะว่ามวลน้ํามามากขนาดนี้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามสิ่งที่ผมได้มองเห็นน้ําท่วมปีนี้ ไม่ว่าจะที่กรุงเทพฯ และทางภาคอีสานโดยเฉพาะที่บ้านของผมเอง ที่จังหวัดร้อยเอ็ดก็น้ําชี ลําน้ํายังก็ท่วมที่ไร่ที่นาที่บ้านของชาวบ้านกันมากพอสมควร แต่ผมเห็นการจัดการไม่ว่าจะ รัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายจากทางรัฐบาลก็ได้ลงไปดูแลแก้ไขปัญหา รวมทั้งหน่วยงาน ราชการที่อยู่ในจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด นายอําเภอ ส.ส. ส.จ. นายก อบต. ได้ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาไปในทิศทางเดียวกัน แต่ถ้ามาเปรียบเทียบการแก้ไขปัญหาใน กรุงเทพฯ รู้สึกในความรู้สึกของตัวกระผมนั้นจะเห็นว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วก็ทาง รัฐบาลแก้ปัญหาไปคนละทิศคนละทาง ไม่ได้เป็นออกไปในลักษณะของภาพรวม แต่ถึง อย่างไรก็ตามผมยังชื่นชมนโยบายของรัฐบาลในแง่ของงบประมาณในปีนี้ซึ่งรัฐบาลได้ไป แถลงไว้กับประชาชน วันนี้พี่น้องประชาชนเขารอครับ รอ อย่างนโยบายการพักชําระหนี้ ให้แก่เกษตรกร ๓ ปี ซึ่งพี่น้องชาวอีสานโดยเฉพาะพี่น้องชาวจังหวัดร้อยเอ็ดที่เป็นหนี้บอกว่า เมื่อไรจะเริ่มสักที เพราะว่าเขารอ รอมาหลายปีแล้ว เขาขาดโอกาสตรงนี้ เพราะฉะนั้น เมื่อเห็นนโยบายของรัฐบาลพักชําระหนี้ออกมานี่ก็เป็นการบรรเทาเยียวยาให้แก่พี่น้องเกษตรกร ชาวนาชาวไร่ คนทุกข์คนยากเพื่อที่จะได้ลืมตาอ้าปากได้มีโอกาสที่ได้หาเงินทองเพื่อที่จะไป ดําเนินการชําระหนี้กันต่อไป นโยบายการเพิ่มกองทุนเงินล้านก็เป็นนโยบายที่ดี เป็นความ ต้องการของพี่น้อง ท่านประธานเชื่อไหมครับว่ามีพี่น้องเกษตรกรหลาย ๆ คนบอกว่าเขาต้อง ไปกู้หนี้ยืมสินหนี้รายวัน ต้องเสียดอกวันละ ๒๐ บาทต่อ ๑๐๐ บาทนี่นะครับ หมายความว่า กู้มา ๑๐๐ บาทต้องเสียดอกเบี้ยไป ๒๐ บาท เงินตรงนี้ละครับทําให้พี่น้องคนยากคนจน เขาเดือดร้อน ถ้าเพิ่มเงินกองทุนเข้าไปคนที่เป็นหนี้เขาก็พอที่จะลืมตาอ้าปาก เพราะว่าไปยืม กองทุนนี่แหละครับไปใช้หนี้ เขาเรียกว่าใช้หนี้รายวัน แล้วก็มาเป็นหนี้รายเดือนหรือรายปี ของกองทุน ก็จะทําให้การแก้ไขปัญหาให้แก่คนยากคนจนที่ไม่มีทางที่จะหาแหล่งเงินทุนได้ บรรเทาเยียวยาได้เป็นนโยบายที่ดีมาก เป็นนโยบายที่กําลังรอ รอแล้วรอเล่า แต่การตั้ง งบประมาณของรัฐบาลนี่ผมคิดว่ายังไม่พอ ต้องตั้งให้มากกว่านี้ถึงจะได้ตามนโยบายที่ได้ แถลงไว้กับพี่น้องประชาชน
แล้วก็นโยบายทางด้านการศึกษา ผมไปพบกับชาวบ้าน ชาวบ้านเขามีความ กระตือรือร้นมาก พอนโยบายบอกว่าจะมีการจัดคอมพิวเตอร์ชนิดพกพาให้แก่นักเรียน เขามีความตื่นเต้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครอง ไม่ว่าจะเป็นเด็กนักเรียนเอง เขารอโอกาสนี้ เพราะว่าโดยส่วนตัวของเขาไม่สามารถที่จะซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ในราคาที่ท้องตลาด จําหน่ายในราคาหลายพันหลายหมื่นบาท เพื่อที่จะมาใช้ในการเรียนการสอนของเขาได้ เพราะฉะนั้นวันนี้นโยบายของรัฐบาลที่จะให้โอกาสแก่นักเรียนคนยากคนจนตามชนบท เขาจะได้มีโอกาสได้ใช้ ผมว่าเป็นนโยบายที่ดีมาก มีความเหมาะสมสอดคลองกับความเป็นจริง และความต้องการในการพัฒนาคนที่จะเตรียมเข้าไปสู่ ไม่ว่าจะเป็นสังคมอาเซียน (ASEAN) หรือสังคมโลกกันต่อไป และนอกจากนั้นผมยังมีความมั่นใจนโยบายในการขับเคลื่อนนโยบาย การต่างประเทศและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งเมื่อก่อนหน้านี้ประเทศเพื่อนบ้าน ของเราจับปืนขึ้นมาฆ่ากัน มายิงกัน วันนี้พอรัฐบาลยิ่งลักษณ์ขึ้นมาเป็นรัฐบาล และมี นโยบายการต่างประเทศที่ชัดเจน วันนี้สภาพบรรยากาศบ้านเมืองของเราเปลี่ยนสนาม การรบเป็นสนามการค้า เป็นมิตรกันดีขึ้น เพราะฉะนั้นผมจึงขอสนับสนุนงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ขอกราบขอบคุณครับ
ท่านเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ หลังจากที่ผมได้ศึกษาเรื่องงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ แล้วนี่นะครับ ผมมี ความเห็นดังต่อไปนี้ครับ โดยเฉพาะในเรื่องของสิ่งที่รัฐบาลท่านได้เริ่มโครงการในอดีต และบอกว่าเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน หลายเรื่องเป็นเรื่องของ ประชานิยมครับ และท่านก็ได้รับชัยชนะเนื่องจากพี่น้องได้เข้าใจว่าจะได้รับสิ่งที่ท่านทํา นโยบายนั้น ผมจําเป็นที่จะต้องพูดถึงนโยบายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติครับ ที่เริ่มมา ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๔๕ เป็นเรื่องที่อธิบายได้ยาก แต่อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ในนโยบายที่พวกเราได้สร้างขึ้นมานี่นะครับ ในระยะแรก ๆ อาจจะไม่เห็นผลชัดเจนถึง ความเสียหาย เราอาจจะชนะบนซากปรักหักพังของสังคม ที่ผมพูดก็คือสังคมของ กระทรวงสาธารณสุข ทําไมผมถึงกล้าพูดเช่นนี้ครับ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้เริ่มออกฤทธิ์ แล้วครับ ในขณะนี้ไม่ว่ารัฐบาลใดที่ขึ้นมาก็ไม่สามารถที่จะจัดสรรงบประมาณให้ได้อย่างมาก เพียงพอ เพื่อสนองตอบต่อการให้การรักษาพยาบาลพี่น้องประชาชน ซึ่งอยู่ในภาคส่วนที่ ไม่เกี่ยวกับข้าราชการหรือหน่วยงานที่เป็นประกันสังคม ประมาณ ๔๗.๙๙ หรือ ๔๘ ล้านคนเศษ ในปัจจุบันครับที่อยู่ในกองทุนนี้ ทุกยุคทุกสมัยแล้วครับเพิ่มแต่เท่าไรก็ไม่พอ เพราะเราไปตั้ง หลักการที่ผิดธรรมชาติครับ ผมเรียนว่าผิดธรรมชาติ ทําไมถึงพูดอย่างนี้ เพราะว่าเราส่งเสริม ให้ภาคประชาชนเข้ารับการบริการโดยไม่จํากัดจํานวนครั้ง กี่ร้อยครั้งก็ได้ในรอบปีนะครับ เป็นโรคอะไรเราก็ไปโฆษณาชวนเชื่อเกินความเป็นจริงว่ารักษาได้ทุกโรค โดยมีมาตรฐานกํากับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ละครับมันเป็นเสมือนกับสิ่งที่ทําให้พี่น้องประชาชนเกิดความชะล่าใจ ตกอยู่ในความประมาทอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน การดูแลรักษาสุขภาพส่วนตัวซึ่งควรจะต้อง เป็นความรับผิดชอบของแต่ละบุคคลถูกละเลยเพิกเฉยไปอย่างน่าเสียดาย เพราะอะไรครับ เพราะหวังว่าไปหาหมอเมื่อไรก็ได้ ๒๔ ชั่วโมงต้องมีคนให้บริการ เพราะนี่คือสิทธิของพี่น้อง ประชาชน เราค่อนข้างจะเข้าใจคําว่าสิทธิมากเกินไปหรือเปล่าผมไม่ทราบ แต่เมื่อระบบ สาธารณสุขของประเทศไทยในสภาพความเป็นจริงมันรองรับไม่ได้ครับท่านประธาน ขณะนี้ยอดผู้มาใช้บริการของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขแต่ละปีประมาณ ๒๐๐ ล้านครั้ง เมื่อเทียบกับจํานวนแพทย์ พยาบาล บุคลากรด้านอื่น ๆ ในหน่วยบริการ คือโรงพยาบาลนี่นะครับ แพทย์ก็คงประมาณ ๑๐,๐๐๐ คนเศษ ๆ เช่นเดียวกับพยาบาล ก็ตก ๑๐๐,๐๐๐ คนเศษ ๒๔ ชั่วโมงรองรับไม่ไหวครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็เกิดทําให้ผู้ทํางาน มีความทุกข์ ทุกข์กายอย่างเดียวไม่พอนะครับด้วยความเหน็ดเหนื่อย ยังทุกข์ใจอีก เพราะว่าความผิดพลาดในการให้บริการจํานวนมากครั้งอย่างที่ผมเรียนให้ทราบ ๒๐๐ ล้านครั้งต่อปี เฉลี่ยแล้วตกวันละประมาณเกือบ ๕๐๐,๐๐๐ ครั้งทั่วประเทศ นี่ละครับคือสิ่งที่บั่นทอน ความเข้มแข็งและแข็งแรงของหน่วยบริการ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลศูนย์ หรือโรงพยาบาลทั่วไปทั่วประเทศ ก็ทําให้เกิดสภาพขาดทุนอย่างรุนแรง ท่านประธานคงจะ เชื่อนะครับว่างบประมาณแต่ละปีถ้าเรามาดูให้กับกองทุนเพื่อพี่น้องประชาชนมันเพิ่มขึ้น ทุกปีครับ แต่จํานวนคนตาย คนเจ็บเพิ่มขึ้นนะครับว่ามันเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าเป็น ผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน จํานวนผู้ป่วยนอกที่มาใช้บริการต่อครั้งต่อปีเพิ่มขึ้นตลอดระยะเวลาที่มี โครงการนี้อยู่ เช่นเดียวกันกับผู้ป่วยในก็เพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็เป็นสาเหตุ ทําให้โรงพยาบาลภาครัฐทั้งหมดอยู่ในสภาพขาดทุนทุกระดับครับ โรงพยาบาลชุมชนขาดทุน โรงพยาบาลทั่วไปขาดทุน โรงพยาบาลศูนย์ซึ่งรับมาจากโรงพยาบาลเล็ก ๆ เหล่านี้ ยิ่งขาดทุนหนัก หลายสาเหตุผมจําเป็นที่จะต้องฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และท่านนายกรัฐมนตรีท่านช่วยไปพิจารณาที่ว่า ในกระทรวงสาธารณสุขในภาคการบริการ ขณะนี้เรามี ๒ ระบบนะครับ อยู่ในผู้รับผิดชอบก็คือกระทรวงสาธารณสุขนี่ครับ มันทําให้เกิด ปัญหาในเรื่องของการเงินการคลังที่วิกฤติอย่างรุนแรง อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน และสิ่งเหล่านี้ ก็ทําให้ความสัมพันธ์ก็ดีนะครับ ระหว่างแพทย์ ระหว่างเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล กับผู้มาใช้บริการ เริ่มมีปฏิสัมพันธ์กันที่ไม่ได้เป็นอย่างสมัยเมื่อ ๒๐-๓๐ ปีก่อน อันนี้ก็ต้อง ฝากผ่านทางท่านรัฐมนตรีนะครับ และเมื่อเร็ว ๆ นี้ท่านรัฐมนตรียิ่งไปกันใหญ่ครับ ไปพูดให้กับทางเจ้าหน้าที่ระดับบริหารในระดับจังหวัดบอกว่า อย่าสุรุ่ยสุร่าย ให้ใช้เงิน อย่าให้มีปัญหาในเรื่องของการเงินการคลังของแต่ละโรงพยาบาล เพราะจะเป็นเรื่องกระทบ ต่อการรักษาพยาบาลของพี่น้อง ผมยืนยันครับว่าเพื่อนแพทย์และเจ้าหน้าที่ทุกคนใน โรงพยาบาลใช้ความรู้ความสามารถและกําลังอย่างมากมายครับในการให้บริการ พี่น้องประชาชน แต่เนื่องจากการได้รับเงินอุดหนุนจากที่งบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้นี่ครับ เป็นงบจํากัดครับ จํากัดทุกครั้งที่จะให้บริการอะไรก็ตาม มีบริการอะไรเพิ่มก็ตาม จะมีการ ควบคุมค่าใช้จ่ายกํากับอยู่ตลอดเวลา แต่ในเรื่องของจํานวนครั้งของผู้มาใช้บริการไม่เคย จํากัด นี่คือประเด็นใหญ่ที่ผมอยากจะเรียนให้ท่านประธานทราบ
เรื่องต่อไปที่ผมคงจะต้องพูดก็คือเรื่องที่ผมอ่านดูในเรื่องของ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนะครับ ถูกตัดงบประมาณไปอย่างที่เรียกว่าค่อนข้าง จะมากนะครับ เป็นกระทรวงเล็ก ๆ แต่มีบทบาทสําคัญในเรื่องของการแข่งขันกับประเทศ ในเรื่องความรู้ทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ท่านประธานคงจําได้ว่าเด็กไทยเราไม่ได้เคยด้อย กว่าคนอื่นนะครับ เราสอบโอลิมปิกได้คะแนนดี ๆ เหรียญทอง เหรียญเงิน เหรียญอะไร มากมาย แต่เมื่อจบออกมาทํางานออกมาสภาพการทํางานหลาย ๆ อย่างจําเป็นที่จะต้อง พัฒนาต่อไปอย่างรีบด่วน วันนี้งบประมาณที่ได้รับในปี ๒๕๕๕ เมื่อเทียบกับปี ๒๕๕๔ ลดลงเกือบทุกหมวด ใน ๑๒ หมวดด้วยกันนะครับ ผมคงไม่อธิบายรายละเอียด ก็อยาก จะกราบเรียนว่าคงเป็นการยากที่จะทําให้งบนี้เพิ่ม เพราะหลักการพิจารณางบประมาณก็คือ ไม่สามารถที่จะเพิ่มงบประมาณในกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นกระทรวงที่ เป็นหัวใจสําคัญอันหนึ่งในการพัฒนาต่าง ๆ ให้เรายืนอยู่บนขาตัวเองนะครับ ให้เราสามารถ พัฒนาตัวเองได้โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นี่ละครับคือสิ่งที่ผมจะฝากไว้ว่าในการ พิจารณางบประมาณขั้นวาระต่อไปขออย่าไปตัดเขา อาจจะพิจารณาแลกเปลี่ยนโครงการ ต่าง ๆ ให้เหมาะสม ขอกราบขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ
ท่านธนิก มาสีพิทักษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ธนิก มาสีพิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจและเป็นกําลังใจให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จากภัยน้ําท่วมซึ่งถือว่าเป็นภัยอันยิ่งใหญ่ สาเหตุนั้นก็เกิดจากฝนตกมากเหลือเกิน ทําให้ ปริมาณน้ํามาก ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ซึ่งถือว่าเป็นงบประมาณที่เหมาะสมและสอดคล้องกับ นโยบายของรัฐบาลและภาวะปัจจุบันเป็นอย่างยิ่ง ในจํานวนงบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งจัดเก็บรายได้ได้จํานวน ๑,๙๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นภาษีที่ได้มาจากพี่น้องประชาชน และมีรายจ่ายประจําที่ต้องจ่ายจํานวน ๑,๘๕๕,๘๔๑ ล้านบาท รวมรายจ่ายอื่นทําให้รัฐบาล ที่มีงบลงทุนเพียง ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท แน่นอนนะครับท่านประธานที่รัฐบาลจําเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องลงทุนเพื่อที่จะพัฒนาประเทศเพื่อให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าให้ทัดเทียมกับ อารยประเทศ ซึ่งรัฐบาลจําเป็นที่จะต้องกู้เงินและเป็นจํานวนเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นงบประมาณขาดดุลและกู้เงินเข้ามาเพื่อที่จะให้การดําเนินนโยบายของรัฐบาลนั้น และมีการพัฒนาต่อเนื่องนะครับ จะเห็นได้ว่าการจัดทํางบประมาณนั้นเป็นงบประมาณ ที่คาบเกี่ยวของ ๒ รัฐบาล สังเกตได้จากงบจังหวัด ท่านประธานที่เคารพครับ จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดสุรินทร์ได้งบประมาณมากกว่าจังหวัดขอนแก่น ก็ฝากไปถึงท่านกรรมาธิการ ในการพิจารณาเพื่อความเหมาะสมและสมดุลในโอกาสต่อไป จากการที่พิจารณาถึงเอกสาร ข้อมูลของงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ จะเห็นได้ว่าทางรัฐบาลนั้นได้กําหนด ยุทธศาสตร์จํานวน ๘ ยุทธศาสตร์ และวางน้ําหนักไปถึงการอยู่ดีกินดีของพี่น้องประชาชน ซึ่งปัจจุบันนี้พี่น้องประชาชนนั้นมีจํานวนผู้ยากจนแล้วก็มีรายได้น้อยมีจํานวนมากซึ่งจํานวน ผู้ยากจนและรายได้น้อยนั้น บางครั้งบางโอกาสถือว่าเป็นผู้ที่ขาดโอกาส จําเป็นอย่างยิ่งที่ รัฐบาลจะให้ความสําคัญ จะเห็นได้ว่างบประมาณนั้นรัฐบาลได้วางน้ําหนักไปที่ด้านสังคม เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนนั้นอยู่ดีกินดี เปรียบเทียบปี ๒๕๕๔ กับปี ๒๕๕๕ ในส่วนของ งบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นด้านสาธารณสุขมีการเพิ่มงบประมาณเพิ่มขึ้น ด้านการศาสนา วัฒนธรรมและนันทนาการงบประมาณก็เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๕๔ ด้านการศึกษาก็เช่นกัน แล้วก็ด้านสังคมสงเคราะห์ ด้านเคหะและชุมชน ที่สําคัญนั้นงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ยังให้ความสําคัญในการเพิ่มเกี่ยวกับงบป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ท่านประธาน ที่เคารพครับ จากประเด็นดังกล่าวถือว่ารัฐบาลให้ความสําคัญกับการกินดีอยู่ดีของ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกองทุน ต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งนโยบายหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติ ซึ่งหลายท่านบอกว่าเป็นนโยบายประชานิยม หรือหลายท่านบอกว่านโยบายของ รัฐบาลนั้นเป็นนโยบายเพื่อการหาเสียง ท่านประธานที่เคารพครับ การหาเสียงนั้นเลยมาแล้วครับ พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งจนได้เป็นรัฐบาล ซึ่งตรงนี้ไม่จําเป็นต้องหาเสียง แต่สําคัญอยู่ที่จะ ทําอย่างไรให้พี่น้องอยู่ดีกินดีต่างหาก จึงได้จัดทํางบประมาณเพื่อให้วางน้ําหนักไปที่ความ เป็นอยู่ของพี่น้อง อย่างกรณีของนโยบาย ๓๐ บาทรักษาทุกโรค มองต่างมุมครับ สําหรับคนรวยซึ่งไม่จําเป็นต้องอาศัยหรือพึ่งพานโยบายของ ๓๐ บาท แต่สําหรับคนจนครับ ท่านประธานครับ คนจนนั้นการที่จะมีเงินเพื่อที่จะซื้ออาหารการกินหรือเพื่อที่จะดํารงชีพอยู่นั้น เป็นเรื่องที่ยากมาก เขาขาดโอกาสกรณีที่เจ็บป่วยขึ้นมาจะนึกถึงเงินที่อยู่ในกระเป๋าทันทีว่า มีหรือไม่ รัฐบาล ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้ และเป็นที่ ติดอกติดใจของพี่น้องประชาชน เพราะไม่ต้องเดือดร้อนในการที่จะไปโรงพยาบาลเพื่อรักษา ตัวเอง ที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนจํานวนมากที่ไปโรงพยาบาลรักษาตัวเองนั้นต้องเสียไร่เสียนา นี่แหละครับท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นที่จะต้องเสียไร่เสียนานี่แหละเป็นเหตุที่ให้ พี่น้องที่มีรายได้ต่ําไม่กล้าที่จะไปโรงพยาบาล ฉะนั้นแล้วในส่วนของการจัดทํางบประมาณ ของรัฐบาลซึ่งนําโดย ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กระผมจึงขอสนับสนุน แล้วก็เป็นกําลังใจ ให้กับคณะรัฐบาลและท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อที่จะดําเนินการในการบริหารให้บรรลุ ผลตลอดไปครับ ขอบคุณครับ
ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๒ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมขออภิปรายงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ในการที่จะได้ทวงถาม ติติง ชี้แนะเกี่ยวกับ ปัญหาของงบประมาณที่เกิดขึ้น ซึ่งเมื่อเช้านี้ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้น ได้แถลงคําประกอบงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เมื่อเวลา ประมาณ ๙ โมงครึ่ง ซึ่งภายใต้กรอบงบประมาณแนวทางการจัดทํางบประมาณซึ่งรัฐบาล กําหนดไว้ใน ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถือว่าเมื่อเปรียบเทียบกับงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ นั้น เพิ่มขึ้นถึง ๒๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ หรือเพิ่มขึ้นประมาณเกือบร้อยละ ๑๐ ซึ่งถือว่า เพิ่มขึ้นเยอะพอสมควร แล้วก็รัฐบาลก็จัดงบที่ขาดดุลถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อสักครู่ ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ได้มาชี้แจงว่าการจัดเก็บรายได้นั้นจะต้องหารายได้ให้ได้ถึงอย่างน้อย ๑.๙ ล้านล้านบาท ท่านประธานครับ พี่น้องที่บ้านผมที่จังหวัดสุโขทัยเขาโทรมา เขาบอกว่า ถ้าหากว่าการที่งบประมาณเพิ่มขึ้นไปเยอะ ๆ อย่างนี้ แล้วก็พี่น้องซึ่งมีอาชีพในการค้าขาย หรืออาชีพอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นรถเข็นขายของหรือร้านขายทั่วไปต่าง ๆ นั้นพะวงเกี่ยวกับเรื่อง การจัดเก็บภาษีของสรรพากรซึ่งจะต้องให้ได้ตามเป้า แล้วส่วนใหญ่รัฐบาลก็จะไปกําหนดให้ แต่ละจังหวัดนั้นเก็บเป้าที่เท่าไร แล้วก็จะถือว่าไปขูดรีดหรือว่าไปเรียกเก็บภาษีกับร้านค้า ตามตลาดเพิ่มขึ้น ซึ่งพี่น้องประชาชนร้านค้านั้นก็ผวากลัวว่ารัฐบาลจะมาเรียกเก็บเพิ่มอีกเยอะ สรรพากรจะเรียกเก็บเพิ่มอีกเยอะ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเดี๋ยวนี้ในแต่ละจังหวัดมันก็จะมี ร้านค้าซุปเปอร์ เซ็นเตอร์ (Supper center) หรือที่เรียกว่า โลตัส บิ๊กซี ไปอยู่เต็มไปหมดนะครับ แล้วร้านค้าเล็ก ๆ นั้นก็ขายของไม่ได้เท่าไรครับ แต่ภาษีนั้นต้องเก็บขึ้นไปเรื่อย เพิ่มขึ้น ไปเรื่อยอย่างนี้ หรือแม้กระทั่งรถเข็นขายของก็ไปเก็บนะครับ ก็ฝากถึงรัฐบาลว่าให้ดูแล อย่างนี้นะครับว่าอย่าไปเรียกที่จะเก็บภาษีที่มากขึ้นไปกว่านี้เลยนะครับ วันนี้ที่ผมจะได้อภิปรายในเรื่องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่อง ด้านการเกษตรในพืชไร่ต่าง ๆ ซึ่งผมเองนั้นก็ได้ถูกทวงถามจากพี่น้องเกษตรกร พี่น้องประชาชนที่ทําไร่ ทํานา ทําสวนก็ช่าง เกี่ยวกับเรื่องนโยบายของรัฐบาลที่ถ่ายโอน เกี่ยวกับเรื่องโครงการประกันรายได้ของรัฐบาลชุดที่แล้วของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาเป็น โครงการจํานํานะครับ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเหนือก็ดี หรือว่าภาคเหนือตอนล่างนั้น ท่านประธานก็ทราบดีอยู่แล้วว่าคนภาคเหนือนั้นเขาปลูกข้าวก็ช่วงประมาณสิงหาคม กันยายน ตุลาคม พฤศจิกายน ช่วงนี้จะมาเก็บเกี่ยวในช่วงพฤศจิกายน แต่ปัญหาได้เกิดจาก อุทกภัยมาก่อน ก็คือน้ําท่วมในไร่นาเสียหายก็ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม สิงหาคม เป็นต้นมา นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิษณุโลก หรือว่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน หรือจังหวัดน่านแถวนี้ก็เกิดปัญหาน้ําท่วมมาแล้วทําให้ไร่นาพี่น้องนั้นเสียหาย แล้วในโครงการเก่าเขาได้ขึ้นทะเบียนไว้กับโครงการประกันรายได้เกษตรกรหรือเงินส่วนต่างไว้ แต่มาคาบเกี่ยวกับรัฐบาลใหม่ซึ่งมาประกาศเป็นโครงการจํานํา ก็ทําให้ความสับสนของ พี่น้องเกษตรกรที่ทําไร่ทํานาว่าจะเอาอย่างไรดี ว่ารัฐบาลนั้นจะให้ไปดําเนินการอย่างไร นอกจากรัฐบาลที่จะได้จ่ายเงินในเงินของค่าชดเชยน้ําท่วมในไร่ละ ๒,๒๒๒ บาทแล้ว แต่พี่น้องเกษตรกรที่ปลูกข้าว ทําไร่ทํานานั้นได้ถูกน้ําท่วมไปหมดไม่สามารถที่จะมีข้าว ไปจํานําได้ ก็ทําให้เกิดความเดือดร้อนว่า เอ๊ะ เขาจะได้เงินในส่วนที่จะไปจํานําทางไหน เขาได้มาเรียกร้องเมื่อเดือนที่แล้วมาเรียกร้องถึงทําเนียบรัฐบาลครับพี่น้องเกษตรกรในหลาย จังหวัดทางภาคเหนือ ขอให้รัฐบาลช่วยในลักษณะของเงินส่วนต่างเหมือนครั้งที่แล้วไปก่อน ได้ไหม แล้วที่ผมทราบมาว่ามติ ครม. เองนั้นก็ได้อนุมัติให้กับผู้ที่ถูกน้ําท่วมที่ไม่สามารถ ไปจํานําได้ รัฐบาลก็มาใช้คําว่าเงินเยียวยาเพิ่มเติมพิเศษให้ในเกวียนละประมาณ ๑,๔๓๗ บาท แต่มาดูในงบประมาณในปีนี้ ๒๕๕๕ นะครับ ผมไม่เห็นว่ารัฐบาลตั้งเงินที่จะช่วยเหลือในส่วนต่าง ตรงนี้ หรือเงินเยียวยาตรงนี้แม้แต่บาทเดียว ผมอยากจะถามทางรัฐบาลว่าเงินส่วนต่างตรงนี้ หรือเงินเยียวยาตรงนี้รัฐบาลจะเอาเงินตรงไหนมาชดใช้ให้กับพี่น้องเกษตรกรได้อย่างไร แล้วกรณีที่พี่น้องเกษตรกรได้ถูกน้ําท่วม แล้วก็ตอนนี้ที่ภาคเหนือตอนล่างน้ําลดลงแล้วครับ ท่านประธาน พอน้ําลดลงเขาก็เริ่มปลูกข้าวใหม่ พอปลูกข้าวใหม่เริ่มแล้ว แล้วก็เขาปลูกข้าว ก็จะไปเก็บเกี่ยวก็ประมาณหลังกุมภาพันธ์ครับ แต่นโยบายรัฐบาลนั้นนะครับ จํานํา ก็ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ ถ้าหากว่าเขาปลูกข้าวใหม่รัฐบาลจะอนุโลมในการที่จะให้เขา ดําเนินการปลูกข้าวตรงนี้ไปจํานําในช่วงใหม่ ครั้งใหม่ได้หรือไม่ ซึ่งพี่น้องเกษตรกรนั้น ก็อยากว่าให้ผมนั้นมาลองถามดู ทวงถามว่ารัฐบาลจะขยายเวลาโครงการจํานํานี้ได้อย่างไร เพราะว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลเองนั้นก็ได้มีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องว่าจะจํานําทุกเม็ด ทุกอัตรา ท่านประธานครับ โครงการต่าง ๆ เหล่านี้ที่เกิดน้ําท่วมมันก็มีผลมาจากที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่น้ํายม ซึ่งเป็นแม่น้ําที่ไม่มีเขื่อน ผมเองนั้นได้ตั้งกระทู้ถาม ได้อภิปราย มาทุกครั้งทุกปีเกี่ยวกับเรื่องปัญหาที่น้ําท่วมในภาคเหนือ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากว่า น้ําท่วมแต่ละครั้งถ้าน้ําท่วมใต้เขื่อนลงมา ภาคเหนือตอนล่างลงมา ปัญหากรุงเทพฯ ปัญหา ภาคกลางจะไม่เกิดน้ําท่วมถึงขนาดนี้ แต่ปีนี้เหนือเขื่อนขึ้นไปมีน้ํามากครับ แม้กระทั่ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดน่าน จังหวัดลําปาง น้ําก็ท่วมอย่างมหาศาล นะครับ และทําให้น้ํามันเยอะมาผสมน้ํากับทางภาคเหนือตอนล่าง แล้วมันก็ทําให้มาสมทบ มาท่วมที่จังหวัดนครสวรรค์ไล่ลงมาจนถึงกรุงเทพฯ จนถึงทุกวันนี้ เพราะการบริหารการ จัดการน้ําที่ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพนั่นเอง ผมก็ฝากรัฐบาลว่าในเมื่อท่านตั้งงบกลางในการที่จะดูแลถึงแสนกว่าล้านบาทนะครับ ก็ฝากว่าในภาคเหนือตอนล่างนั้นงบที่ผมดูแล้วไม่ค่อยได้มีที่จะใส่ไว้ในงบประมาณเลย ก็ฝาก ถึงรัฐบาลให้ดูแลเอาใจใส่เรื่องนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านชูกัน กุลวงษา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชูกัน กุลวงษา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขต ๔ จังหวัดนครพนม วันนี้สภากําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประจําปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ กระผมขอกราบเรียนท่านประธานว่าจากการที่ได้ศึกษา และดูงบประมาณของรัฐบาลที่ได้จัดตั้งไว้เป็นจํานวนเงินทั้งสิ้น ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท จําแนกเป็นรายจ่ายในพระราชบัญญัติงบประมาณไว้อย่างชัดเจนตามกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ฉะนั้นผมหวังว่ารัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณได้ดี ซึ่งเป็นการแสดงความตั้งใจของ รัฐบาลต่อประชาชนในการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะปัญหา อุทกภัยน้ําท่วมอันแสนสาหัสยากลําบากของพี่น้องประชาชน รัฐบาลได้กําหนดยุทธศาสตร์ จัดสรรงบประมาณไว้ ๘ ยุทธศาสตร์ ผมยกยุทธศาสตร์ที่สําคัญให้พี่น้องประชาชนที่สนใจ รอคอยฟังทางบ้านดังต่อไปนี้
ยุทธศาสตร์การแก้ไขและป้องกันปัญหายาเสพติดของรัฐบาล ตั้งไว้ ๙,๖๙๕ ล้านบาท เพื่อให้สังคมเข้มแข็งมีความปลอดภัยและมีภูมิคุ้มกันจากภัยยาเสพติด ป้องกันกลุ่มเสี่ยงเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เยาวชนไม่น้อยกว่า ๒๐๐,๐๐๐ หมู่บ้าน และชุมชน ๖๐,๐๐๐ กว่าแห่ง ผมหวังว่านโยบายนี้จะทําให้พี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศนั้น ชื่นชมรัฐบาลและกล้าที่จะตัดสินใจในการปราบปรามยาเสพติดและตั้งงบประมาณตรงนี้ไว้ เพราะฉะนั้นก็คิดว่าพี่น้องประชาชนอยู่ทางบ้านก็รอคอยมานานในการที่จะเห็นรัฐบาล ในการปราบปรามเอาจริงเอาจังกับยาเสพติดเสียที
นอกจากนั้นนโยบายเกี่ยวกับการป้องกันและการปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบในภาครัฐ อันนี้สําคัญมากครับท่านประธาน รัฐบาลจัดงบไว้ ๒๐๖ ล้านบาท เพื่อเร่งดําเนินการตรวจสอบการทุจริตหรือว่าการส่งเสริมการจัดอบรม การทําให้ข้าราชการ รู้จักคําว่าธรรมาภิบาล รู้จักคําว่าการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี เข้ามาในการทํางาน อันนี้ก็ถือว่ารัฐบาลได้จัดเข้าไปในงบประมาณปีนี้ถูกต้องนะครับ
นอกจากนั้นการส่งเสริมการบริหารจัดการน้ําอย่างบูรณาการของรัฐบาลจัด งบประมาณ ๔๕,๒๘๖ ล้านบาท การบริหารจัดการน้ําอย่างเป็นระบบให้สามารถป้องกัน บรรเทาอุทกภัยและการแก้ปัญหาภัยแล้ง ขยายเขตพื้นที่ชลประทาน บริหารจัดการระบบ ชลประทานอย่างมีประสิทธิภาพ การแก้ไขความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน อันนี้ก็เห็นแล้ว ว่างบประมาณนั้นทางรัฐบาลก็ชัดเจน และพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านฟังแล้วก็คงจะพึง พอใจว่าเขาจะมีชลประทาน เขาจะมีการเก็บน้ํา การแก้ไขปัญหาอุทกภัย ป้องกันอุทกภัย อย่างมีระบบนะครับ
นอกจากนั้นการยกระดับคุณภาพชีวิต การแก้ไขความเดือดร้อนของ ประชาชน รัฐบาลก็จัดงบไว้ ๗๒,๒๗๓ ล้านบาท เพื่อส่งเสริมให้มีการจ้างงาน ยกระดับ รายได้แรงงาน เพิ่มเงินค่าครองชีพข้าราชการสําหรับผู้จบปริญญาตรีและต่ํากว่าปริญญาตรีให้มีรายได้ ๑๕,๐๐๐ บาท หรือ ๙,๐๐๐ บาทต่อเดือน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ๗,๐๐๐,๐๐๐ คน มีหลักประกัน ตรงนี้ก็ทําให้พี่น้องประชาชนทางบ้านได้รับฟัง การอภิปรายแล้วก็คงจะชื่นชม ในนโยบายตัวนี้
นอกจากนั้นก็มีการยกระดับราคาสินค้าการเกษตร เกษตรกร การส่งเสริมให้ ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน รัฐบาลจัดสรรงบตรงนี้ไว้ ๙๒,๓๕๖ ล้านบาท โดยจะมีการรับ จํานําผลผลิตทางด้านการเกษตร อันนี้เป็นที่คาดหวังของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ พี่น้องเกษตรกรชาวไร่ ชาวนา ชาวสวนนะครับ ปีนี้ข้าว มันสําปะหลัง ยางพารา ทุกสิ่งทุกอย่าง ก็เป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนนั้นคาดหวังในราคาพร้อมจัดหาสินเชื่อปัจจัยการผลิตสําหรับ การเกษตรผ่านบัตรสินเชื่อเกษตรกรที่ชาวบ้านรอคอยมาก ที่หาเสียงไว้ว่าบัตรเครดิตชาวนา อย่างนี้ก็คิดว่าทางรัฐบาลก็คงจะจัดให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นพี่น้อง ที่รอคอยก็คงจะได้สมหวังนะครับ
นอกจากนั้นด้านการเยียวยาฟื้นฟูป้องกันความเสียหายจากอุทกภัย อย่างสมบูรณ์ บูรณาการ รัฐบาลจัดงบไว้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเสียหาย ปรับปรุง ซ่อมแซม ก่อสร้างฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานทุกอย่าง โดยเฉพาะโบราณสถาน แหล่งท่องเที่ยว หรือว่าถนนหนทางต่าง ๆ หลังจากน้ําลด อันนี้ก็ถือว่าพี่น้องประชาชนนั้น เชื่อมั่นในตัวรัฐบาลได้ว่ารัฐบาลตั้งงบประมาณครอบคลุมทุก ๆ อย่างให้พี่น้องประชาชนไว้ใจ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะรัฐบาลก็ได้ตั้งงบประมาณเอาไว้ว่า ๘๙,๓๔๐ ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไม่ว่าถนนหนทางทางบก ทางน้ํา ทางอากาศ รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง พัฒนาท่าเรือ สร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพังและการสร้างสะพาน ทั่วประเทศ ๔๐ แห่งที่ประชาชนเดือดร้อน ในขณะนี้ประชาชนที่อยู่ทางบ้านก็เห็นแล้วว่า รัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจงบประมาณทุกส่วนอย่างที่ตั้งไว้ก็ครอบคลุมไปทั้งหมดนะครับ
และนอกจากนั้นการขยายโอกาสและการพัฒนาการศึกษารัฐบาลก็เห็น การศึกษานั้นเป็นสิ่งที่สําคัญจัดงบประมาณตรงนี้ไว้ ๓๓๖,๓๖๒ ล้านบาท โดยมุ่งจัดการศึกษา การผลิตครู สร้างครูเก่ง ครูดี ครูมีคุณธรรม ให้ครูเพียงพอในโรงเรียน คืนครูให้นักเรียนและ โรงเรียนที่ขาดแคลนครู ๓๐,๐๐๐ กว่าโรงเรียน รัฐบาลก็จะจัดการตรงนี้ให้พี่น้องชาวบ้าน หรือว่าคุณครูที่รอคอยครูนั้นก็คงจะสมหวังนะครับ เพราะฉะนั้นเพื่อที่จะให้การอภิปราย ในครั้งนี้เป็นไปด้วยสิ่งที่ดีงามและเป็นไปตามที่ทางรัฐบาลได้จัดสรรพระราชบัญญัติงบประมาณไว้ ถึงแม้ว่าประเทศชาตินั้นจะประสบสภาวะน้ําท่วมถึงขนาดใดก็ต้องขอขอบใจพี่น้องชาวไทย ที่ยังไม่ทิ้งกัน ยามทุกข์ยามยากคนไทยนั้นก็ช่วยเหลือกัน โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี ของเรา ท่านนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากประชาชน มาโดย ประชาชนและมาเพื่อประชาชนนั้นท่านได้ทํางานอย่างเต็มที่ให้กับพี่น้องประชาชน และประเทศชาติของเรา ประชาชนทุกที่ก็ให้กําลังใจท่านแล้วก็ให้ท่านมีกําลังใจในการ ทํางานให้กับประเทศชาติและประชาชนต่อไป โดยที่ประชาชนอยู่ข้างหลังนั้นก็ให้กําลังใจ ท่านตลอดเวลา โดยเฉพาะแล้วการเกิดอุทกภัยน้ําท่วมในจังหวัดนครพนมนั้นก็ได้
ท่านชูกัน เกินเวลาแล้วครับ
การช่วยเหลือจากรัฐบาลโดยเฉพาะส่ง คณะรัฐมนตรีลงตรวจเยี่ยมพื้นที่ ต้องขอกราบขอบพระคุณ ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมนะครับ ท่าน พลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ และท่านรัฐมนตรีปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ทั้ง ๓ ท่านก็ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม และให้โครงการกับพี่น้องผู้ที่ประสบอุทกภัย สําหรับผมก็ขอนําเรียนและขอสนับสนุน งบประมาณของทางรัฐบาลในการที่เสนอเข้าสู่สภาในครั้งนี้ กราบขอบคุณครับท่านประธานครับ
ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ งบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเราถือว่าเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล จําเป็นที่จะต้องแถลงว่าเงินจํานวนดังกล่าวเอาไปทําอะไรบ้าง สภาเราจะได้ตรวจสอบ รายละเอียด ดูเหตุผล เช่น จะเอาไปสร้างสาธารณูปโภค ไม่ว่าถนนหนทาง ไฟฟ้า หรือประปา หรือจะไปสร้างโรงเรียนให้กับลูกหลานของเรา หรือจะไปสร้างโรงพยาบาล หรือจะไปสร้างอาชีพ เราจะได้ดู เพราะเงินดังกล่าวเป็นเงินที่มาจากภาษีพี่น้องประชาชน แล้วก็เป็นเงินที่กู้ กู้จากที่ไหนก็แล้วแต่ละครับ เดิมท่านก็บอกว่าเราก็เก่งแต่กู้ วันนี้สุดท้าย ท่านก็ต้องมาตายที่กู้นะครับท่านประธาน ท่านประธานครับสภาเราต้องตรวจสอบ เพราะว่า ถ้าเกิดเงินดังกล่าวเอาไปให้กับพี่น้องประชาชน แน่นอนครับนั่นคือสิ่งที่รัฐบาลต้องทํา ว่าถ้าเกิดเงินดังกล่าวกลายเป็นเอาไว้สําหรับเพื่อโกงกิน เอาไว้สําหรับเป็นเงินทอน เอาไว้สําหรับเป็นเปอร์เซ็นต์ของนักการเมืองหรือผู้บริหาร หรือเอาไปตอบแทนคืนจากการ ซื้อเสียงเข้ามา วันนี้สภาของเราต้องตรวจสอบครับ ท่านประธานจะสังเกตว่าลักษณะ ของงบประมาณหรือโครงการต่าง ๆ บางโครงการนี่ชัดเจนของบางกระทรวง มีการสร้าง ถนนหนทางที่ไหน ขุดลอกคลองที่ไหน แต่บางโครงการหรือบางงบมันไม่ชัดเจนครับ ท่านประธาน เราเลยมีการพูดกันเยอะ และโดยเฉพาะงบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่มีรายละเอียด ท่านประธานก็คงเห็นว่างบกลางนี่เหตุผลที่สมาชิกทั้งหลายได้สอบถาม เพราะว่ามันเคยมีตัวอย่างมาแล้วครับท่านประธาน เมื่อก่อนนี้เราเรียกกันว่าเป็นงบผี มองไม่ค่อยเห็น อ้ายนี่เอาไว้สําหรับการโกงโดยเฉพาะท่านประธาน จนนํามาสู่ที่มาของคําว่า โกงทั้งโคตร แล้วก็โคตรโกง ท่านประธานครับ วันนี้พองบมันขยายเป็น ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มันก็จะเป็นงบผีตัวใหญ่เลยครับ ท่านประธานวิปผมตั้งว่าเป็นผีตัวใหญ่ ผมเองนี่ด้วยความ เป็นห่วงครับท่านประธาน เนื่องจากงบลักษณะนี้เป็นลักษณะเป็นการเลียนแบบกันมาเลยครับ เลียนแบบวิธีที่ว่าเราจะโกงกันอย่างไรให้มันง่ายที่สุด ผมเรียกงบนี้ว่างบโกงตามโคตรเหง้า เหล่ากอครับท่านประธาน เหตุผลก็คือการโกงแบบบรรพบุรุษ พ่อแม่พี่น้องโกงมาอย่างไร เราก็หาวิธีโกงกันอย่างนั้น วันนี้มันไม่มีรายละเอียด เพราะฉะนั้นเราต้องถาม และท่านประธานดูครับ คณะรัฐมนตรีเต็มไปหมดครับ วันนี้มาขอเงินจากพี่น้องประชาชน แต่มีอยู่ท่านเดียว ไม่แน่ใจว่าท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งจะเอาเงินไปใช้ไม่ทราบไปที่ไหน ผมเคยบอกว่าท่านประธานครับ งบประมาณผู้บริหารบางคนนะครับเข้ามาวันยื่น บัญชีทรัพย์สินมีกันไม่กี่บาทหรอกครับ บางคนมี ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่กลับออกไปบริหาร ๕ ปี ถูกตรวจสอบเงิน ถูกอายัดกันเป็น ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ตรวจสอบไม่ได้อีก เท่าไรไม่รู้ อย่างนี้แหละครับวันนี้สภาของเราเลยต้องมาตรวจสอบ
เรื่องที่ ๒ ครับที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือ งบบางตัวมันมากขึ้น เช่น งบผี งบกลาง แต่งบที่ในการพัฒนาคนมันกลับลดลง ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานไปดูงบ เรื่องเกี่ยวกับกีฬาครับ เพราะเขาเชื่อว่ากีฬาจะเป็นกิจกรรมสําหรับสร้างคน เป็นกิจกรรมที่ สําหรับสร้างชาติ ชาติจะเจริญได้ก็ต้องมาจากคนที่พัฒนา มีร่างกายที่แข็งแรง คนมีระเบียบวินัย เคารพกฎกติกา เรามีดูว่ารัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์สนใจแค่ไหนครับ งบกีฬามีการพัฒนามาตลอด แต่ว่ามาดูของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ๒ หน่วยงานที่ดูแลก็คือ ๑. กรมพลศึกษา เมื่อปี ๒๕๕๔ ได้งบ ๑,๘๘๗ ล้านบาทโดยประมาณ ปีนี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ให้เงินพัฒนากีฬากับหน่วยงาน กรมพลศึกษาเพียง ๑,๖๐๑ ล้านบาทโดยประมาณครับท่านประธาน แสดงให้เห็นว่า นี่คืองบอะไรที่ไปพัฒนาคนทําให้ดีขึ้นรัฐบาลไม่ให้ แต่งบที่สําหรับไว้เตรียมโกงเพิ่มขึ้นมา ไปดูหน่วยงานที่ ๒ ก็คือการกีฬาแห่งประเทศไทย ปี ๒๕๕๔ ได้ ๓,๖๓๖ ล้านบาท ปี ๒๕๕๕ ได้ ๓,๑๘๔ ล้านบาท ลดลงไป ๕๐๐ ล้านบาท การกีฬาแห่งประเทศไทยและกรมพลศึกษา ดูแลเรื่องอะไรครับ ดูแลเรื่องกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ วันนี้ครับฟุตบอลไทยไปซีเกมส์ เราพ่ายไป ๒ ต่อ ๑ ไม่เป็นไรครับเรายังมีโอกาสที่จะเข้ารอบหรือจะไปเป็นแชมป์อะไร ก็แล้วแต่ แสดงให้เห็นว่าวันนี้รัฐบาลไม่ได้สนใจถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคนเลย ท่านประธานครับ กรรมาธิการครับ ในการพิจารณาท่านจะต้องไปเพิ่มเติมให้กับกิจกรรมกีฬา ของประเทศเพราะกิจกรรมดังกล่าวไปพัฒนาคนกันจริง ๆ นะครับ ท่านประธาน ผมอยากฝากไว้ ๔ ประเด็นในเรื่องของงบกีฬา
๑. ก็คือเบี้ยเลี้ยงเด็กนักกีฬา เด็กนักเรียนท่านประธานรู้ไหมครับได้เบี้ยเลี้ยง วันละ ๒๕๐ บาท ขอเป็น ๓๐๐ บาทเท่ากับแรงงานขั้นต่ําที่รัฐบาลท่านต้องการแล้วกัน
๒. นักกีฬาคนพิการ ท่านคงเห็นภาพว่านักกีฬาคนตาบอดตกตึกหอพัก เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ต้องสร้างหอพัก สร้างสนามกีฬา สร้างศูนย์กีฬาให้คนพิการ
๓. ก็คือให้งบเพื่อพัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศ ไม่ว่าจะส่งไปแข่งขันทั้ง เอเชียนเกมส์ ซีเกมส์ และโอลิมปิก
๔. ก็คือกีฬาฟุตซอลโลกครับที่ไทยได้เป็นเจ้าภาพ ปี ๒๐๑๒ ที่จะถึงนี้ครับ ท่านประธาน
กีฬานี้มันทําให้พี่น้องคนไทยมีโอกาสปรองดองเหมือนกับ เซาท์ แอฟริกา (South Africa) เนลสัน แมนเดลา ใช้รักบี้เป็นกีฬานําความปรองดองของคนผิวขาวกับผิวดํา วันนี้คนไทยสามารถที่จะสร้างความปรองดองได้โดยใช้กีฬาฟุตซอลนี่ครับเป็นสื่อ วันนี้ ท่านประธานทราบไหมครับสนามแข่งขันเรายังไม่ได้สร้างเลย ทีมทั้งหลายนะครับ ท่านเตรียมนะครับ วันนี้โดยเฉพาะทีมฟุตซอลหญิง ท่าน ส.ส. ศิริวรรณ เป็นผู้จัดการทีม มั่นใจว่าไปกีฬาซีเกมส์จะได้เหรียญทองแน่นอน
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน เป็นห่วงมากก็คือประเด็นเรื่องการกระจาย งบที่กระจุกไม่กระจาย แล้วก็ไม่เป็นธรรม วันนี้ถ้าเกิดผมเป็นนายกรัฐมนตรีทักษิณ ผมจะเรียก ส.ส. บางคนมาตบกบาลเลยครับท่านประธาน ขออนุญาตที่ใช้คําไม่สุภาพ ผมเพิ่งรู้ว่านายกรัฐมนตรีทักษิณของผมกลายเป็นคนพูดเล่น เป็นระดับนายกรัฐมนตรี กลายเป็นพูดเล่นกระเซ้าเย้าแหย่ในที่ประชุมของกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน นายก อบต. ที่จังหวัดนครปฐม บอกว่าจังหวัดใดที่ไม่เลือกพรรคไทยรักไทย พัฒนาทีหลัง ไม่ได้พูดว่า ไม่ได้พัฒนานะครับภาคใต้ แต่พูดว่าจังหวัดใดที่ไม่เลือกพรรคไทยรักไทยจะพัฒนาทีหลัง นี่แหละครับคือเป็นนโยบายที่นายกรัฐมนตรีใช้ทําให้เกิดความแตกแยกในประเทศขึ้นมา ถามว่าวันนี้มีไหม ท่านประธานครับ ส.ส. ของพรรคเพื่อไทยไปเปิดหมู่บ้านสีแดงที่ จังหวัดอุดรธานี แล้วก็บอกว่าใครก็แล้วแต่ที่เปิดหมู่บ้านเสื้อแดงวันนี้ให้งบประมาณกองทุน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ให้งบเอสเอ็มแอลไป ๕๐๐,๐๐๐ บาททันทีเลย อย่างนี้คือความเป็นธรรม หรือเปล่าท่านประธาน นี่คือการสร้างความแตกแยก บ้านเมืองไม่ใช่เป็นของเล่น บ้านเมือง ไม่ใช่สนามทดลองผู้นํา วันนี้เราต้องการนายกรัฐมนตรีที่เก่ง ฉลาด เป็นผู้นําของเราที่แท้จริง ไม่ใช่หุ่นเชิดครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ
ท่านอนันต์ ลิมปคุปตถาวร
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนันต์ ลิมปคุปตถาวร ส.ส. ชัยภูมิ นะครับ พรรคเพื่อไทย ซึ่งในวันนี้ทางรัฐบาล โดย ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ได้นําร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เข้ามาสู่สภา ซึ่งก็แน่นอนว่างบประมาณนั้นคือเครื่องมือในการ ที่จะบริหารประเทศ แล้วก็เป็นเครื่องมือที่จะแก้ไขปัญหาความทุกข์ร้อนต่าง ๆ เหล่านี้ให้กับ ประเทศแล้วก็พี่น้องประชาชน ท่ามกลางวิกฤติของอุทกภัยที่เกิดขึ้นในรอบหลาย ๆ ปี ซึ่งจะเจอครั้งใหญ่ครั้งหนึ่ง ครั้งที่ ผ่าน ๆ มาพวกเราจํานวนไม่น้อยก็ยังเกิดไม่ทัน ก็ปี ๒๔๘๕ ซึ่งปีนั้นก็น้ําท่วมใหญ่ ก็แน่นอนว่า มันก็เป็นประวัติศาสตร์ แล้วมาในยุคนี้ซึ่งก็มีการโทษกัน พูดกันไปมาว่าเป็นเพราะรัฐบาลเก่า แล้วก็รัฐบาลใหม่ ผมว่าอย่างไรก็ตามมาถึงวันนี้ที่เรามาพูดกันถึงเรื่องปรองดองและเรื่องของ การแก้ไข ผมว่าไม่ว่าผู้ใดก็ตาม รัฐบาลไหนก็ตามถ้าเจอปัญหามวลน้ํามากมายมหาศาล อย่างขณะนี้ ก็แน่นอนครับก็คงจะแก้ไขได้ยาก อย่างไรก็ตามครับ น้ําท่วมและมันก็จะต้อง ผ่านไป แต่สิ่งที่รัฐบาลได้นํานโยบายและได้นําพระราชบัญญัติงบประมาณเอาเข้ามาหารือ ในสภา นําเข้ามาสู่การพิจารณาในสภานั้น ผมก็เชื่อเหลือเกินว่าเป็นเรื่องที่ครอบคลุมทุกด้าน แล้วก็ครอบคลุมทุกเรื่องและเหมาะสม ผมก็ขอสนับสนุนนะครับ อย่างไรก็ตามจากปัญหา ที่เกิดขึ้นแล้วก็มีการวิพากษ์วิจารณ์และมีการพูดกันไม่ว่าจะเรื่องงบกลางอะไรต่าง ๆ นี้ก็ตาม หลายท่านก็มาอภิปรายบอกว่างบกลางจํานวนเท่านี้กับความเสียหายที่มากมาย เสียหาย เป็น ๘๐๐,๐๐๐-๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งงบกลางขณะนี้ก็คงจะไม่พอ บางท่านก็กล่าวอย่างนี้ แต่ขณะเดียวกันบางท่านก็ยังมากล่าวถึงว่าเงิน ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่เป็นงบกลาง ก็เกรงว่าจะไปทุจริต ไปโกงกัน หรือไปเตรียมโกงกัน ซึ่งบางท่านอาจจะหลงตัวไป ไปพูดว่า เราจะโกง ซึ่งจริง ๆ แล้วพรรคเพื่อไทยนั้นไม่มีนโยบายที่จะไปคิดคดโกง เพราะปัญหาอุทกภัย มาถึงตอนนี้ยังไม่จบสิ้นเลยนะครับ ยังไม่ทราบว่าจะเกิดความเสียหายอย่างไรขึ้น เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าสําหรับเรื่องงบประมาณที่เกี่ยวกับเรื่องงบกลางนั้นผมก็ว่าเหมาะสมดี
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีเรื่องที่ ๑ ที่อยากจะขอให้ทางรัฐบาล ในโอกาสต่อ ๆ ไป ถึงแม้ว่าในการพิจารณางบประมาณในครั้งนี้ที่บางจังหวัดก็บอกว่า ที่ไม่ได้ สนับสนุนพรรคเพื่อไทยก็ยังได้งบประมาณ แต่จังหวัดที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยและมี ส.ส. อยู่ งบประมาณก็ไม่ได้ทั่วถึงเช่นเดียวกัน ฉะนั้นการจัดทํางบประมาณในโอกาสต่อไป สิ่งที่ จะฝากไว้ก็คืออยากจะเห็นว่าการพัฒนาถนนหนทางอะไรต่าง ๆ ก็ตามที่เป็นถนนลาดยาง ไม่ว่า จะกรมทางหลวงหรือกรมทางหลวงชนบท และรวมทั้งแหล่งน้ําต่าง ๆ ก็น่าจะต้องมีการ บูรณาการกัน แล้วก็ทําให้ครอบคลุมตลอดเส้นทาง ซึ่งสิ่งที่ผมพบเห็นตลอดเวลามาที่อยู่ใน พื้นที่และโดยเฉพาะในจังหวัดชัยภูมิทั่วไป ถนนที่เป็นถนนสายหลัก ไม่เชื่อมต่อ คือลาดยาง ไม่ตลอด เกือบจะเรียกว่าเกือบทุกสายก็ว่าได้นะครับ ก็อยากจะให้รัฐบาลและส่วนราชการ ในโอกาสต่อ ๆ ไปนั้น หรือถ้าจะมีงบประมาณเพิ่มเติมในโอกาสต่อไปก็อยากจะให้แก้ไข ปัญหาความทุกข์ร้อนตรงนี้ให้ครอบคลุมทั่วถึงครับ ก็เห็นใจว่าจากปัญหาตรงนี้ที่รัฐบาลกําลัง เผชิญอยู่ก็คาดว่าน่าจะแก้ไขได้สําเร็จแล้วก็ทําให้การเชื่อมโยง การคมนาคมต่าง ๆ โดยเฉพาะถนนที่เป็นสายที่อาจจะแก้ไขปัญหาการจราจรในโอกาสต่อ ๆ ไป เช่นเมื่อปีก่อน ปีกลายก็ตามก็มีเกิดน้ําท่วมที่นครราชสีมา ถนนลาดยาง ถนนทางหลวงสาย ๒๐๕ ก็เป็น ถนนเส้นทางหนึ่งที่จะระบาย เรียกว่ารถที่จะเลี่ยงจากสายปากช่องก็สามารถเลี่ยงออกจาก ถนนสาย ๒๐๕ นี้ได้ ถนนสายสุรนารายณ์ เพราะฉะนั้นถนนสายนี้ก็ยังเป็นถนนสายที่ยัง ขยายไหล่ทางนั้นยังไม่ครอบคลุมทั่วถึง ก็ขาดอยู่ประมาณ ๒๐ กิโลเมตร ผมก็เชื่อเหลือเกิน ว่าในโอกาสต่อไปก็คงจะได้ดําเนินการแก้ไขปัญหาการคมนาคม
และเรื่องหนึ่งที่สําคัญก็คือจังหวัดชัยภูมินั้นเป็นต้นน้ํานะครับ โดยเฉพาะเป็น ต้นน้ําชี เขื่อนโป่งขุนเพชร แล้วก็เขื่อนยางนาดีก็เป็นเขื่อนหนึ่งที่จะสามารถกักเก็บน้ํา แล้วก็ แก้ไขปัญหาอุทกภัยที่จะไม่ให้ไปท่วม แม้กระทั่งในจังหวัดชัยภูมิ จังหวัดขอนแก่น และรวมไปถึง จังหวัดอุบลราชธานีถ้ามีเขื่อนตรงนี้เกิดขึ้นก็จะสามารถแก้ปัญหาอุทกภัยได้ ก็จะเป็นการ ป้องกันแล้วก็ไม่ให้เกิดความเสียหายในโอกาสต่อไป เพราะฉะนั้นกระผมนั้นก็คงจะขอ สนับสนุนนะครับ นโยบายทุกนโยบาย โดยเฉพาะเรื่องของการกระจายงบประมาณให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานคร พัทยา อบจ. เทศบาล แล้วก็องค์การบริหารส่วนตําบล ซึ่งปีนี้รัฐบาลก็ได้ดําเนินการเพิ่มงบประมาณให้กับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งก็แน่นอนว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นก็จะได้สามารถ มีงบประมาณที่เพิ่มขึ้นเอาไปแก้ไขปัญหาการสาธารณูปโภคอะไรต่าง ๆ นี้ เพื่อช่วยกับทาง รัฐบาลอีกทางหนึ่งได้นะครับ ผมก็คงจะใช้เวลาเพียงเท่านี้ แล้วก็ต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่ได้ให้โอกาส แล้วก็ได้ให้เวลากระผมได้มาอภิปรายสนับสนุนพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ในครั้งนี้ครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านปกรณ์ มุ่งเจริญพร ๕ นาทีครับ
(นายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ประท้วง เรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย กระผมใคร่ขอประท้วงท่านสมาชิกผู้อภิปรายเมื่อก่อนหน้านี้คือคุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ผมได้นั่งฟังอยู่ ท่านอภิปรายผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสอง ชัดเจน เสียดสี ทําให้รัฐบาลเสียหายที่ท่านได้พูดว่า รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณอันนี้ไว้เพื่อโกง แล้วก็ยังต่อไป อีกว่าโคตรโกงอีก เหล่ากอโกงอย่างไรก็โกงอย่างนั้น เพราะฉะนั้นกระผมต้องขอให้ ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล นะครับ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ได้ถอนคําพูดนะครับ ท่านประธาน ถอนคําพูดว่า ไว้เพื่อโกง เหล่ากอโกงอย่างไรก็ต้องโกงอย่างนั้นนะครับ ท่านประธาน
ท่านนั่งลงครับ ผมวินิจฉัยแล้วครับ เดี๋ยวให้รัฐมนตรีตอบก็แล้วกันนะครับ เพราะการ อภิปรายผ่านมาด้วยดีแล้ว ผมไม่อยากให้ประท้วงหรอกครับ เวลาเหลืออยู่แค่ ๔๕ นาที
วินิจฉัยก่อนสิครับท่านประธาน
เขาไม่ได้ว่ารัฐบาลไหนโกงนะ ผมฟังอยู่ว่ารัฐบาล ไม่ได้ออกชื่อว่าพรรคไหน ผมเข้าใจแล้วครับ เดี๋ยวให้รัฐมนตรีตอบครับ ผมว่าคนฟังเข้าใจ คนฟังเข้าใจ เดี๋ยวท่านประท้วง ทางโน้นเขา ประท้วงแล้วก็คืนนี้ไม่ได้อภิปรายต่อละครับ ไปด้วยดีแล้วครับ ผ่านมาทั้งวันแล้วจนดึกแล้ว นั่งลงเถอะครับ ผมวินิจฉัยแล้วครับ พอเถอะครับ กําลังไปด้วยดีนะครับ
(นายไพจิต ศรีวรขาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านไพจิตครับ ผมว่าไปด้วยดีแล้วครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมขอประท้วง ท่านประธาน คนที่สอง นะครับ แม้ว่าจะสิ้นสุดการอภิปรายคืนนี้แล้วแต่ไม่อยากให้อภิปราย แล้วทําให้เสียหาย เรามีหัวใจด้วยกันครับ เพราะฉะนั้นจะตั้งงบประมาณที่ไม่มีรายละเอียด แล้วจะมากล่าวหาใส่ร้ายว่าเอาไว้เพื่อจะโกง โคตรเคยโกงก็ต้องโกง ทํานองแบบนั้น ท่านประธานครับ มันจะใช้เวลาบ้างแต่ว่าก็ขอให้สร้างครรลองที่ถูกต้อง ท่านประธาน ช่วยวินิจฉัยด้วยครับ ผมเห็นว่าท่านประธานจะไปปลอบให้ ถ้ารัฐบาลไม่ได้โกงก็มาตอบกัน มันก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งนะครับ ก็ทราบกันอยู่แล้ว แต่ว่าไม่ควรที่จะใช้ข้อบังคับ ที่ให้เกิดความผาสุกกับทุกคนอย่างตรงไปตรงมาครับ ผมหวังว่าอยากจะเห็นบรรยากาศแบบนี้ครับ ก็ด้วยดีกันมาโดยตลอดตั้งแต่หัวค่ํา
ท่านไพจิตครับ ก็มีผู้ประท้วงอีกละถ้าอย่างนั้น ผมได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับท่านไพจิตครับ ผมว่าต่อนะครับ เพราะว่าผมได้วินิจฉัยแล้ว ผมจะกลับคําวินิจฉัยก็ไม่เหมาะสมนะครับ ผมว่า พอสมควรทุกฝ่ายนะครับ คุณหมอครับผมว่าไม่ต้องละครับ ผมจะให้อภิปรายต่อละครับ เชิญท่านปกรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ปกรณ์ มุ่งเจริญพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย จริง ๆ แล้วบรรยากาศตั้งแต่เช้าผมดีใจครับ เห็นบรรยากาศการประชุมงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๕ มีบรรยากาศที่ดีกว่าหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา อยากจะเห็นครับ บรรยากาศอย่างนี้ เพราะผมเชื่อว่าทุกท่านคงจะรู้สึกถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่มีความทุกข์ยากที่กําลังประสบอุทกภัยในครั้งนี้ และจากร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายที่ตั้งไว้ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นงบประมาณที่อาจจะดูไม่ปกติ แต่ผมเชื่อว่ามีความสอดคล้องกับสถานการณ์กับเหตุการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะพี่น้องที่กําลัง ประสบภัยกําลังรอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอ ตั้งข้อสังเกตไปยังงบประมาณการเยียวยาฟื้นฟูและป้องกันความเสียหายจากอุทกภัย ด้วยงบประมาณถึง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ถ้าดูไปอาจจะว่ามาก แต่ถ้าเมื่อเปรียบเทียบกับ ความเสียหายที่มันเกิดขึ้นอย่างใหญ่หลวง ผมเชื่อว่างบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ไม่อาจจะเยียวยาแก้ไขปัญหาได้ทั่วทุกที่ทุกแห่งหน ท่านประธานครับ ผมอยากฝากรัฐบาลครับ ต้องกล้าตัดสินใจครับ เงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ครั้งนี้คงจะไม่พอ รัฐบาลคงจะต้องกล้า ตัดสินใจหาเงิน กู้ก็ต้องกู้ละครับ เพื่อเยียวยาเพื่อแก้ปัญหาพี่น้องประชาชน ผมเรียนครับว่า วันนี้ความเสียหายที่เกิดทุกหย่อมหญ้านั้นอยากจะให้บรรเทา อยากจะให้ไปสู่ภาวะปกติ อย่างเร็วที่สุด โดยเฉพาะนักลงทุน อยากให้รัฐบาลเรียกร้องความเชื่อมั่นกับนักลงทุนต่างชาติ หรือนักลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรม โรงงานต่าง ๆ ที่วันนี้ต้องยอมรับ ครับว่าถอดใจแล้วครับ รัฐบาลจะมีแนวนโยบายอย่างไร เยียวยาอย่างไรกับโรงงาน กับนิคม อุตสาหกรรม มีการป้องกันที่ให้ความมั่นใจกับนักลงทุนต่าง ๆ อย่างนี้อย่างไร ความเสียหาย ไม่เฉพาะนักลงทุนหรือโรงงานครับ วันนี้คนงานเป็นแสน ๆ คน หลายแสนคน เดินทางกลับ ต่างจังหวัด โดยเฉพาะในเขตภาคอีสานครับ พี่น้องที่ทํางานอยู่โรงงานย้ายอพยพกันไปอยู่ บ้านเกิดเมืองนอน แย่งกันกินแย่งกันอยู่ ผมเรียนครับว่าเงินที่ติดตัวไปอาจจะพอมีใช้อยู่ แต่ถ้าเมื่อไรเงินติดกระเป๋ากลับไปหมดแล้วครับ ปัญหาเกิดขึ้นแน่นอน การลักเล็กขโมยน้อย ต้องมีตามมา เลยอยากจะฝากครับว่ามาตรการหลังน้ําลดรัฐบาลคิดอย่างไรครับ กลียุค จะเกิดขึ้นหรือเปล่า การจี้ปล้นลักเล็กขโมยน้อยวันนี้เราเตรียมการอย่างไร โดยเฉพาะ หลังน้ําลด โรคภัยไข้เจ็บ โรคระบาดที่จะตามมา เราเตรียมการกันอย่างไร งบประมาณ ผมเรียนครับว่าวันนี้ไม่พอหรอกครับ รัฐบาลต้องกล้าตัดสินใจ อย่างไรถึงผมอยู่ฝ่ายค้าน ก็ยังให้กําลังใจฝ่ายรัฐบาล จะยกมือให้ครับ
ผมเรียนครับว่าวันนี้ที่เป็นห่วงกันทุกคนทุกท่าน เรื่องของอุทกภัย เราทราบ กันดี แต่อยากจะตั้งข้อสังเกตอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวกับพี่น้องเกษตรกรโดยตรง โดยเฉพาะแถบภาคอีสานกับโครงการประกันรายได้สินค้าการเกษตรซึ่งถูกเปลี่ยนมาเป็น โครงการรับจํานํา วันนี้ปัญหาเกิดขึ้นแล้วครับ เกษตรกรหลายรายที่เคยเข้าร่วมโครงการ ประกันรายได้ เคยขึ้นทะเบียนอย่างที่หลายท่านได้กล่าวมาเบื้องต้น คิดว่าปีนี้จะได้เงิน ส่วนต่างจากโครงการประกันรายได้ แต่กลับเป็นว่าจะต้องนําข้าวไปสู่ที่โรงสี สู่โกดังที่เข้ากับ โครงการรับจํานําข้าว ซึ่งแท้ที่จริงแล้วเกษตรกรหลายคนเข้าใจผิดครับ ในอดีตที่ผ่านมา เกษตรกรเคยเข้าร่วมโครงการรับจํานําข้าว ซึ่งเกษตรกรเองนั้นมียุ้งฉางอยู่ที่บ้าน เคยจํานํา ข้าวอยู่ที่ยุ้งฉางที่บ้านตัวเอง แต่วันนี้กลับกันครับ โครงการจํานําข้าวเขาบอกว่าเป็นการ ประทวนข้าว ต้องนําข้าวไปไว้ที่โรงสี มีระยะเวลา ๔ เดือน ถ้าไม่มาไถ่ถอนก็ขาด ผมได้มี โอกาสร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. ให้รายละเอียดกับเกษตรกร ผมขออนุญาตต่อ สักนาทีหนึ่งครับ เกษตรกรถามเจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. ว่าถ้าเผื่อเข้าโครงการจํานําข้าวแล้วภายใน ระยะเวลา ๔ เดือน ถ้าเผื่อว่าราคาข้าวสูงกว่า ๒๐ บาท กรณีข้าวหอมมะลิ เกษตรกรจะมา ไถ่ถอนหรือขอเงินส่วนต่างเพิ่มเติมได้หรือเปล่า ไม่มีคําตอบครับ ไม่มีคําตอบจากเจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. เพราะบอกว่าต้องรอเอกสารยืนยันจากส่วนกลาง นี่แหละครับผมเรียนครับว่ารัฐบาล ต้องยอมรับความจริงว่าที่ผ่านมาพี่น้องเกษตรกรพอใจกับโครงการทั้ง ๒ อย่าง ไม่ว่าจะเป็น ประกันรายได้หรือจํานําข้าว อยากให้รัฐบาลครับเปิดใจกว้างยอมรับความเป็นจริงครับ ใช้ทั้ง ๒ ระบบ วันนี้เกษตรกรครับอยากเห็นทั้ง ๒ ระบบ ทั้งประกันรายได้และจํานําข้าว เพราะมันเป็นประโยชน์ที่ตกกับพี่น้องเกษตรกรโดยตรง แล้วผมเชื่อว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ ที่รัฐบาลจัดสรรอุดหนุนให้กับโครงการตรงนี้มันจะคืนสู่ระบบเศรษฐกิจครับ
ท้ายที่สุดครับ ขอให้กําลังใจกับท่านนายกรัฐมนตรี ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ท่านเจ้าหน้าที่ สื่อมวลชน พี่น้องชาวไทยทุกคนนะครับ ที่ช่วยกันบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ประสบ อุทกภัยในครั้งนี้ครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านยุทธจักร เรืองวรบูรณ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ยุทธจักร เรืองวรบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ในสาระสําคัญของเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ที่กําลังพิจารณาอยู่นี้ ผมเห็นสมควรนะครับตั้งแต่เริ่มจากงบกลาง ที่จะไปช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย โดยเฉพาะในครั้งนี้ผู้ประสบภัยอุทกภัยครั้งนี้ค่อนข้าง จะรุนแรงและเป็นวงกว้างไม่ใช่เฉพาะทางภาคกลางและภาคเหนือ รวมไปถึงภาคอีสานที่ได้รับ ผลกระทบตามสภาวะต่าง ๆ ผมจึงอยากขอให้ท่านผู้แทนทุก ๆ ท่านได้เห็นใจทางรัฐบาล โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งท่านมีความเป็นห่วงและดูแลสภาพปัญหา อย่างเร่งด่วนแล้ว แต่กําลังท่านอาจจะยังไม่เพียงพอ จึงต้องการทุก ๆ คนมีส่วนร่วมในการ แก้ไขปัญหาในครั้งนี้ครับ ในส่วนของผมก็อยากจะพูดถึงงบประมาณในกระทรวงมหาดไทย ซึ่งในปี ๒๕๕๕ นี้นะครับ ในการจัดงบประมาณมีการจัดเพิ่มจากปีงบประมาณปีที่แล้วเพิ่มถึง ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งตรงนี้จะเป็นเงินส่วนหนึ่งที่จะไปช่วยเหลือในเรื่องขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งตัวผมเองเคยทํางานอยู่ที่นั่น ก็ทราบดีว่าสภาพปัญหาขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบจ. เทศบาล หรือ อบต. ขาดเงินสภาพคล่อง ซึ่งโดยเฉพาะปัญหาจะเกิดกับท้องถิ่นขนาดเล็ก เพราะว่าเงินบริหารจัดการส่วนใหญ่แล้ว ในงบประมาณของรัฐบาลชุดที่แล้วได้นํางบประมาณบางส่วนไปทําในโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งทําให้ท้องถิ่นขนาดเล็กถือว่าแย่ในเรื่องของงบประมาณ แม้แต่บางปีอาจจะเหลืองบประมาณแค่ประมาณ ๕๐,๐๐๐ บาทต่อหมู่บ้าน เพราะฉะนั้น ในโครงสร้างขั้นพื้นฐานของท้องถิ่นที่จะดําเนินการค่อนข้างที่จะเป็นไปได้ยากและลําบาก จะประสบปัญหาในเรื่องของสภาพคล่องในการเงิน ถ้าเกิดมีประชาชนถามว่าทําไมไม่ทํา โดยเฉพาะสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่ท้องถิ่นควรจะทําแต่กลับทําไม่ได้ เนื่องจากไม่มีเงิน เพราะรายจ่ายประจําเองนั้นก็ต้องใช้กันค่อนข้างเยอะ ทําให้สภาพของท้องถิ่นพอมีปัญหา แล้วนี่มันผลพวงหลายอย่าง โดยเฉพาะในพื้นที่ของกระผมในจังหวัดนครพนม ผมมีโอกาส ไปเยี่ยมราษฎร แล้วต้องพบกับปัญหาอุปสรรคโดยเฉพาะศูนย์เด็กก่อนเกณฑ์ ซึ่งเป็นเด็ก อยู่ก่อนที่จะเข้าวัยเรียนอายุแค่ ๒ ปีกว่า ๆ ต้องประสบกับปัญหาที่เรียน ดูแล้วจะ ไม่เหมาะสมเนื่องจากทรุดโทรม ครูที่ทําการสอนก็ค่อนข้างจะน้อย ขาดแคลน พอถามไปทาง โรงเรียนท่านก็ตอบว่าทางท้องถิ่นที่ดูแลไม่มีงบประมาณ เพราะฉะนั้นการตั้งงบประมาณ ที่มอบให้กับกระทรวงมหาดไทยผ่านทางกระทรวงเพื่อลงไปสู่ท้องถิ่นถือว่าเป็นแนวนโยบาย ที่ดีของรัฐบาล เพื่อให้การบริหารงานของท้องถิ่นเป็นไปด้วยความมีระเบียบเรียบร้อย และทําให้ประชาชนไม่ขาดแคลนในเรื่องต่าง ๆ นะครับ
และอีกส่วนหนึ่งที่อยากจะพูดถึงก็คือเรื่องกระทรวงคมนาคม ซึ่งกระทรวงนี้ ก็ทราบว่ามีงบประมาณบางส่วนที่โดนตัดไปนะครับ ก็อยากจะให้ทางรัฐบาลหาช่องทางเพิ่ม งบประมาณในกระทรวงคมนาคม เพราะว่าเป็นกระทรวงที่จะต้องดูแลสาธารณูปโภค ขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะถนนหนทางที่ประสบปัญหา โดยเฉพาะภัยพิบัติที่เกิดจากภาวะน้ําท่วม ไม่ใช่เฉพาะกรุงเทพฯ อย่างที่ผมเรียน เพราะว่าผมมีโอกาสที่ไปอยู่ศูนย์ผู้ประสบภัยน้ําท่วม แล้วเดินทางนําของบริจาคไปมอบให้กับผู้ประสบภัยน้ําท่วม ขณะที่น้ํายังไม่ลด ถนนหนทาง ที่เรามองเห็นก็เสียหายแล้ว ถ้าถึงเวลาที่น้ําลดลงไปจริง ๆ เราจะมองเห็นสภาพที่แท้จริงว่า ความเสียหายของถนนหนทางที่เกิดจากวิกฤติน้ําท่วมเป็นจํานวนมาก เพราะฉะนั้นผมคิดว่า เงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่รัฐบาลได้ตั้งไว้เป็นงบกลางเพื่อฟื้นฟูช่วยเหลืออาจจะไม่เพียงพอ แม้แต่เราจะตั้งลอย ๆ ไว้ เพราะว่าเรายังสรุปความเสียหายที่ชัดเจนไม่ได้ว่าถนนหนทาง เสียหายเท่าไร บ้านเรือนเสียหายเท่าไร ระบบประปา ไฟฟ้า เสียหายเท่าไร เพราะฉะนั้น การตั้งขึ้นมาลอย ๆ ไว้ก่อน ผมสนับสนุนข้อนี้ไม่ใช่ว่าเราจะโกง เพราะฉะนั้นการตั้งไว้เพื่อ ความสะดวกในการจัดงบประมาณลงกระทรวงแต่ละกระทรวงตามความเหมาะสมหลังจาก ที่น้ําลดแล้วนะครับ ท่านจะเห็นถึงความต้องการโดยแท้จริงว่าสภาพปัญหาหลังน้ําลด ประชาชนเขาต้องการอะไร แต่ตอนนี้ที่เขาต้องการรัฐบาลทําถูกแล้วครับ เขาต้องการ กําลังใจ โดยเฉพาะผู้นําประเทศคือท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านดูแลราษฎร ของท่าน ๗๐ กว่าจังหวัด ผมเชื่อว่าในสภาแห่งนี้คงไม่มีใครเดินทางไปพบผู้ประสบภัย มากกว่าท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ เพราะฉะนั้นท่านมาถูกทาง ท่านคือสิ่งที่สําคัญที่จะเป็น กําลังใจให้กับประชาชน เพราะฉะนั้นประชาชนในจังหวัดนครพนมที่ผมได้พบเจอมาท่านก็ ฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ไม่ต้องห่วงครับประชาชนเห็นใจและเข้าใจท่าน นายกรัฐมนตรี อย่างไรประชาชนก็อยู่ข้างท่านนายกรัฐมนตรีเสมอ พร้อมที่จะเดินเคียงข้าง ทุก ๆ คน โดยเฉพาะนโยบายที่พรรคเพื่อไทยได้มอบให้กับประชาชนนั้นถือว่าเป็นประโยชน์สุด ของประชาชน เพราะฉะนั้นผมขอสนับสนุนในร่างงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ครับ ขอบคุณครับ
ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้รับฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิก ในงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ด้วยการติดตามที่ใกล้ชิดแล้วก็มีความ คาดหวังว่าร่างพระราชบัญญัติสําคัญฉบับนี้จะสะท้อนถึงความเข้าใจในปัญหาของ พี่น้องประชาชนของประเทศ และมีการจัดสรรงบประมาณอย่างมียุทธศาสตร์ทั่วถึงเป็นธรรม และเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง แต่กระผมไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะทําได้อย่างที่ ผมมีความคาดหวัง ท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณาอ่านคําแถลงงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ บอกว่าจะทําตามนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาว่าจะบริหารราชการแผ่นดิน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและมีประสิทธิภาพ การบริหารราชการแผ่นดินที่มีประสิทธิภาพ เป็นสิ่งสําคัญ เราจะอนุมัติงบประมาณฉบับนี้ให้รัฐบาลไปใช้จ่ายได้เมื่อเรามีความมั่นใจว่า รัฐบาลนี้บริหารประเทศด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและมีประสิทธิภาพ ผมไม่มั่นใจในความ มีประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลนี้ มีเรื่องที่ประกอบความไม่เชื่อของ ผมก็คือในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฉบับนี้หลายรายการที่แสดงออกมาแล้วทําให้เกิด ความไม่สบายใจ
เรื่องแรก คือเรื่องการสื่อสารของรัฐบาลในภาวะวิกฤติ ช่วงที่เกิดเหตุการณ์ น้ําท่วมใหญ่ครั้งนี้ต้องเรียนกับท่านประธานว่าสาหัสจริง ๆ ประชาชนที่ประสบภัยพิบัติทาง ธรรมชาติครั้งนี้ตกอยู่ในภาวะที่รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ไหลทะลักยิ่งกว่าน้ําท่วม แต่เป็นข้อมูล ข่าวสารที่ไม่ได้มีการบริหารจัดการที่ถูกต้อง รัฐบาลไม่สามารถสื่อสารกับประชาชนได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที พี่น้องประชาชนรับรู้ข้อมูลแต่เรื่องข่าวร้ายทั้งสิ้น พนังกั้นน้ําที่นั่นแตก ประตูน้ําที่นั่นพัง น้ําสูงขึ้นที่นั่น น้ําเริ่มท่วมเข้ามาเขตนั้นเขตนี้ ต้องอพยพเขตนั้นเขตนี้ตลอดเวลา ประชาชนอยู่กับความวิตกกังวลเหล่านี้ ข่าวร้ายเหล่านี้ เติมความทุกข์ความเดือดร้อนความรู้สึกกังวลของพี่น้องประชาชนตลอดเวลา รัฐบาล ไม่สามารถที่จะเข้าไปบริหารจัดการข้อมูลข่าวสารให้พี่น้องประชาชนสบายใจได้ มีความพยายามในการที่จะสื่อสารสิ่งที่ดี ๆ เสนอข่าวดี ๆ กับประชาชน ว่าแก้ปัญหา ที่นั่นได้แล้ว น้ําที่นั่นลดแล้ว พื้นที่นี้ปลอดภัยแล้ว เรามีพระเอกขี่ม้าขาวชื่อบิ๊กแบ็กมาช่วยแล้ว แต่เอาเข้าจริงข่าวดี ๆ เหล่านั้นประชาชนไม่เชื่อ ไม่เชื่อเพราะเหตุผลหลายประการครับ ท่านประธาน ในท่ามกลางวิกฤติ การสื่อสารของรัฐบาลต่อประชาชนเป็นสิ่งสําคัญ ในกระบวนการสื่อสารกับประชาชนมีองค์ประกอบสําคัญอยู่ ๔ ส่วน ๑. คือตัวผู้ให้ข่าวสาร หรือผู้ส่งสาร นี่เป็นหลักพื้นฐานของการสื่อสารทฤษฎีการสื่อสารทั่วไป ถ้าผู้ส่งสารไม่เป็นที่ น่าเชื่อถือ ออกมาพูดแต่ละครั้งพูดผิดพูดถูก พูดกลับไปกลับมา ความน่าเชื่อถือก็ลดลง สิ่งนี้มันสะท้อนให้เห็นในตัวของนายกรัฐมนตรีตลอดมา นายกรัฐมนตรีออกมาพูดแต่ละครั้ง คนไม่เชื่อ ศปภ. ออกมาพูดแต่ละครั้งแถลงแต่ละครั้ง คนไม่เชื่อ นักวิชาการใน ศปภ. ออกมา พูดเรื่องน้ํา คนไม่เชื่อ ถามตัวเองบ้างไหมครับว่าทําไมถึงเป็นอย่างนั้น ทําไมนักวิชาการอิสระ อื่น ๆ คนในองค์กรพัฒนาเอกชนที่มาพูดเรื่องน้ํา คนกลับเชื่อ ข่าวสารที่มาจากแหล่ง อื่น ๆ ที่ไม่ใช่แหล่งข้อมูลจากรัฐคนกลับเชื่อ เพราะอะไรครับ นี่เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องกลับไป ทบทวน
ส่วนที่ ๒ ก็คือข่าวสารที่เสนอไปยังพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าจําเป็นที่รัฐบาล จะต้องกลับไปทบทวนนะครับ การเตือนภัย การอพยพแต่ละครั้งที่ไม่มีความชัดเจนเลย แต่ละครั้ง บอกเพียงว่าให้ประชาชนเขตนั้นอพยพ อพยพไปไหน อพยพไปแล้วไปอยู่อย่างไร บ้านเรือนที่ทิ้งไปใครจะดูแล ไม่ให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นที่น่าเชื่อถือเป็นที่ไว้วางใจของพี่น้อง ประชาชนเลย แล้วสิ่งที่สื่อสารออกไปนายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่เหนื่อย ไม่ท้อ ยังสู้ ใครถาม ครับ ประชาชนไม่เคยถามเลยว่านายกรัฐมนตรีท้อไหม แต่สิ่งที่ประชาชนถามก็คือว่า น้ําจะลดอย่างไร จะทําอย่างไรไม่ให้น้ําท่วมในพื้นที่อื่น จะจํากัดบริเวณน้ําได้อย่างไร และมี หลักประกันไหมว่าน้ําจะท่วมในเวลาที่จํากัดที่รัฐบาลบอก นั่นคือสิ่งที่พี่น้องประชาชน ต้องการ จะร้องห่มร้องไห้ฟูมฟายที่ไหนไม่สนใจหรอกครับ วันนี้ประชาชนต้องการเห็น ประสิทธิภาพของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา
เรื่องที่ ๓ คือช่องทางในการสื่อสาร ท่านประธานครับ มีสถานีโทรทัศน์ ทุกแห่ง ทุกช่องเป็นเครื่องมือในการสื่อสารในช่วงวิกฤตินี้ เขาพร้อมที่จะให้รัฐบาลนี้ใช้งาน เพื่อที่จะสื่อสารกับพี่น้องประชาชน แต่รัฐบาลไม่มียุทธศาสตร์ในการสื่อสารกับประชาชน มียุทธศาสตร์เพียงแต่จะใช้ช่อง ๑๑ ช่องเดียวในการสื่อสารกับประชาชน จัดตั้งเป็น สถานีน้ําท่วมรวมน้ําใจ แล้วก็สนุกสนานกับการเอาคนเสื้อแดงมาออกทีวี เอาพรรคพวก ของตัวเองของรัฐบาลไปออกทีวีกันสนุกสนานเลยครับ พี่น้องประชาชนรอคอยข่าวสารที่ ถูกต้อง รอคอยความหวัง ต้องการความรู้ ต้องการความจริงของสถานการณ์ ท่านกลับใช้ สถานีโทรทัศน์ของรัฐไปโปรโมท (Promote) คนของท่านเอง เอาคุณวิมออกมา เอาคุณตวงพรออกมา เอาคุณศุภรัตน์ออกมา คุณจอม คุณแซม คุณอะไรต่อมิอะไร สนุกสนานกันใหญ่เลยครับ ประชาชนเขาไม่ได้สนุกสนานด้วย ช่อง ๑๑ มีปัญหาในการ ทํางานเรื่องนี้ เพราะเขาถูกแทรกแซง เขาถูกบังคับจากรัฐบาลว่าให้ทําแบบนั้น ไปดูช่องอื่น สิครับ ช่อง ๓ ทําไมจึงเป็นที่นิยมของพี่น้องประชาชน พึ่งพาข้อมูลข่าวสารได้ เชื่อถือได้ ช่อง ๗ กระชับได้ใจความรู้อะไรเป็นอะไร เตือนพี่น้องประชาชนได้ ไทยพีบีเอส เป็นสถานีโทรทัศน์สาธารณะที่เป็นที่พึ่งของพี่น้องในยามวิกฤติอย่างนี้ได้ ทําไมช่อง ๑๑ ในการดูแลของรัฐบาลถึงไม่สามารถบริหารจัดการในภาวะวิกฤติให้พี่น้องประชาชน ได้สามารถอยู่อย่างอุ่นใจได้ มีความหวังได้ นี่เป็นสิ่งที่ต้องทบทวน ผมขอนิดเดียวครับ ท่านประธาน ที่พูดเรื่องนี้ไม่ได้อยู่นอกเหนือจากงบประมาณรายจ่ายประจําปี รัฐบาลนี้ ได้มีนโยบายให้งบประมาณกับกรมประชาสัมพันธ์ไว้ ๑,๖๐๘ ล้านบาทเศษ เพิ่มขึ้น จากปีที่แล้ว ๒๐๐ ล้านบาทนะครับ และที่สําคัญมีอยู่รายการหนึ่งซึ่งผมคิดว่ามีความสําคัญ ก็คือในงบรายจ่ายอื่นในหัวข้อที่ ๘ บอกว่าค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์นโยบายเร่งด่วน ในภาวะวิกฤติ ๒๐ ล้านบาทครับ เอาไปทําอะไร ถ้ารัฐบาลยังไม่มียุทธศาสตร์ในการสื่อสาร กับประชาชนอย่างมีระบบ อย่างมีแบบแผนเช่นนี้เอาเงิน ๒๐ ล้านบาท ไปละลาย เสียเปล่าครับ ขอท้วงติงรัฐบาลไว้ แล้วก็ขอให้รัฐบาลกลับไปคิดทบทวนตัวเองนะครับ ท่านจะชื่นชม ท่านจะยินดีกันเองอย่างไรก็ตาม แต่พี่น้องประชาชนไม่เห็นด้วยกับท่านครับ ขอบคุณครับ
ท่านปาริชาติ ชาลีเครือ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันคงมีเวลาที่จํากัดในการที่จะอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เพียง ๗ นาทีเท่านั้น แต่ก็ขอขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างยิ่งนะคะ งบประมาณปี ๒๕๕๕ ที่ตั้งไว้ในยอด ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งจะถามว่างบจํานวนนี้นั้น มากไหม ดิฉันคิดว่าดูแล้วในสภาวะแบบนี้นั้น ดิฉันคิดว่ารัฐบาลคงคิดว่าไม่มาก ดิฉันก็คิดว่า ไม่มาก เนื่องจากว่าสภาวะตอนนี้ทั้งวิกฤติเศรษฐกิจ ทั้งวิกฤติน้ําท่วม ดิฉันรู้สึกเห็นใจและ เข้าใจรัฐบาลเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการบริหารประเทศโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นั้นทํางานอย่างหามรุ่งหามค่ํา ทํางานเพียง ๒ เดือนก็ต้องเจอวิกฤติ น้ําท่วมอย่างหนัก ๕๐ กว่าจังหวัดทั้งประเทศไม่เคยมีอย่างนี้เลยค่ะ เหมือนสงครามชีวิตเลยนะคะ ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นด้วยกับรัฐบาลที่จัดสรรงบประมาณที่จะนํามาใช้ในระยะเร่งด่วน เกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูให้กลไกเศรษฐกิจและสังคมสามารถเดินไปข้างหน้า อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความสมานฉันท์ สร้างความสันติสุขคนในชาติ การแก้ไขปัญหายาเสพติด การแก้ปัญหาอุทกภัย การยกระดับคุณภาพชีวิต และการเพิ่ม กําลังซื้อของประชาชน เป็นต้น ในวันนี้ดิฉันได้นั่งฟังสมาชิกหลายท่านพูด ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การเกิดปัญหาน้ําท่วมใหญ่ และการสะท้อนถึงการช่วยเหลือประชาชนอย่างไม่ทั่วถึงบ้าง ทั่วถึงบ้าง ซึ่งฟังแล้วก็เข้าอกเข้าใจนะคะ แต่ดิฉันคิดว่า ๑๐ เทวดาก็ไม่สามารถทําได้ ในสภาวะแบบนี้นะคะ ดิฉันเห็นผู้หญิงเก่งและแกร่งไม่เคยเห็นในประวัติศาสตร์ของเมืองไทย นะคะ นายกรัฐมนตรีเป็นผู้หญิงที่สามารถยืนอยู่อย่างทรนงท่ามกลางปัญหาที่ถมทุกด้าน แต่ท่านทําได้และกล้าตัดสินใจยิ่งกว่าบุรุษอกสามศอกอีก อย่างนี้ไม่เคยมีนะท่าน ดิฉันขอ สนับสนุนแล้วก็เป็นกําลังใจแก่ท่าน
ในการเกิดอุทกภัยครั้งนี้หลายท่านต้องพลัดจากบ้านตัวเองเหมือนนกไร้รัง ดิฉันเองถึงแม้จะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิก็ตาม บ้านดิฉันเองน้ําท่วม ๑๕ อําเภอ เมื่อต้นเดือนกันยายน พี่น้องประชาชนถูกท่วมเป็นหลายพันหลัง ที่นา หลายแสนไร่ และบ้านดิฉันที่อยู่กรุงเทพฯ ดิฉันก็ท่วมปริ่มคอเลยนะคะ ก็อยู่ตรงนั้นไม่ได้ต้อง ไปหาที่อยู่บ้านเพื่อนถึงมาประชุมได้ ดิฉันเห็นใจทุก ๆ ท่านให้อดทนสักนิดหนึ่ง อีกไม่นานหรอกค่ะเหตุร้ายก็จะผ่านไป ดิฉันอยากจะให้ทุกคนอย่าได้โจมตีกันเลยว่าน้ําท่วม เพราะอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะฝีมือ เป็นน้ําการเมืองบ้าง ไม่อยากจะให้ว่าอย่างนี้นะคะ จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่ความผิดของใครเลยค่ะ รัฐบาลก็ได้เร่งเข้าไปช่วยเหลืออย่างจริงจัง ทํางานอย่างไม่คิดถึงความเหน็ดเหนื่อยเลย การช่วยเหลือปัญหาน้ําท่วมนั้นย่อมหนีไม่พ้น ที่จะเกี่ยวข้องกับงบประมาณแผ่นดิน และดิฉันคิดว่าการโทษไปโทษมานั้นไม่เกิดประโยชน์ อันใด ที่ปัญหาเกิดขึ้นอย่างนี้ดิฉันคิดว่ารัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล สมาชิก วุฒิสภา เราต้องหันหน้าเข้ามาแก้ไขปัญหาร่วมกัน เยียวยาความเดือดร้อนให้ประชาชนโดย เร่งด่วน เราหลีกเลี่ยงไม่ได้หรอกจะต้องใช้งบประมาณแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นงบปกติ งบกลาง หรืองบฉุกเฉินและจําเป็น เพื่อมาเป็นกลไกในการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาวิกฤติ ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ และตอนนี้ควรจะเร่งฟื้นฟูปัญหาประเทศชาติให้เร็วที่สุดนะคะ ไม่ต้อง โจมตีกันอีกแล้ว รีบดําเนินงานต่อไปเถอะนะคะ รัฐบาลมาถูกทางแล้ว
ท่านประธานคะ งบประมาณ ปี ๒๕๕๕ อีกเรื่องหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่ ๕ ดิฉัน เห็นเกี่ยวกับเรื่องการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเรื่องการแก้ไข ปัญหาเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศของโลกที่รัฐบาลจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้เอาไว้เพียง ๑๐๐.๗ ล้านบาท ซึ่งเพื่อเป็นการจัดทําแผนและแก้ไขปัญหาการมีส่วนร่วมของทุก ภาคส่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่จะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก และส่งเสริม พัฒนาศักยภาพและการจัดการก๊าซเรือนกระจก วันนี้จะเห็นว่าน้ําท่วมก็เกิดผลมาจากตรงนี้ ดิฉันเห็นว่างบส่วนนี้ถือว่าน้อยเกินไปค่ะ ถ้าหากว่าในชั้นกรรมาธิการถ้าจะสามารถแปรญัตติ ตรงนี้ได้ อยากจะให้เพิ่มงบตรงนี้ด้วย เพราะว่าจะเป็นการวิจัยและเป็นการป้องกันที่จะเกิด ภัยธรรมชาติและภัยพิบัติในอนาคตอีกด้วยค่ะ
ท่านประธานคะ นอกจากนี้ดิฉันยังเห็นด้วยว่าการจัดการทํางบประมาณ ปี ๒๕๕๕ นั้นควรจะให้ความสําคัญเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ําให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างเขื่อนกักเก็บน้ําและทําระบบแก้มลิงเพื่อกักเก็บน้ําไว้ใช้ในภาคเกษตรในฤดูแล้ง และช่วยระบายน้ําออกในฤดูน้ําหลาก เมื่อเกิดภาวะน้ําท่วม อย่างกรณีตัวอย่างที่ จังหวัดชัยภูมิของดิฉันนะคะ น้ําท่วมทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ว่าจะเป็นอําเภอจัตุรัส อําเภอบ้านเขว้า อําเภอเนินสง่า อําเภอเมือง ทุก ๆ ปีถ้าหากว่าการจัดสรรงบประมาณดูแล เรื่องน้ําได้ดี เขื่อนที่ท่านสมาชิกที่อยู่ชัยภูมิซึ่งพูดไป ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนโป่งขุนเพชร เขื่อนยางนาดี เขื่อนชีบน และเขื่อนหลวงพ่อจื่อ ซึ่งพวกเรารอมาเป็นร่วม ๒๐ ปีแล้วค่ะ รัฐบาลแล้วรัฐบาลเล่า ว่าจะสร้าง ๆ ก็ไม่ได้สร้างสักทีนะคะ ดิฉันหวังใจว่าปัญหานี้จะแก้ได้ถ้าหากว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้เห็นความสําคัญตรงนี้อยู่แล้วนะคะ อยากของบประมาณตรงนี้ ผลักดันสักครั้งเถอะค่ะ เพราะสมัยท่านนายกทักษิณ เขื่อนโป่งขุนเพชรมีมติที่จะสร้างแล้วแต่ งบประมาณตรงนี้ก็หลุดไปอีก แต่คราวนี้ก็ขอหวังว่างบประมาณ ปี ๒๕๕๕ คงจะได้สร้าง เขื่อนโป่งขุนเพชรและเขื่อนที่กล่าวข้างต้นนะคะ ในอนาคตข้างหน้าเขื่อนเหล่านี้จะเป็น ประโยชน์ให้หลายจังหวัด ดิฉันอยากจะเสนอแนะให้มีการจัดตั้งกระทรวงน้ําขึ้นมาดูแล เพื่อจัดการน้ําทั้งระบบนะคะ ไม่ใช่หลายกระทรวงทํางานซ้ําซ้อนกันอย่างนี้ทําให้ไม่มี ประสิทธิภาพเต็มที่
อีกเรื่องหนึ่งนั้นดิฉันก็เห็นด้วยกับเรื่องการจัดสรรงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ เรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ ๘๙,๓๔๐ ล้านบาท เรื่องโลจิสติกส์ เรื่องการ ขยายเรื่องถนนหนทางทั้งหมด ซึ่งตรงนี้ถ้ามีเวลาก็จะขยายความได้ แต่สุดท้ายก็คิดว่า การจัดสรรงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ของรัฐบาลชุดนี้เป็นไปด้วยความเหมาะสมตาม สภาวการณ์และวิกฤติของประเทศที่เกิดขึ้น ดิฉันขอให้การสนับสนุนเต็มที่และขอเป็น กําลังใจให้กับรัฐบาล ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อย่างเต็มที่ แล้วก็คิดว่าบ้านเมืองเราจะต้องดี ขึ้นอย่างแน่นอน ต้องผ่านวิกฤติได้ค่ะ ขอขอบคุณมากค่ะ
ท่านธีระ สลักเพชร ๘ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ธีระ สลักเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคประชาธิปัตย์ ภายใต้เวลาที่จํากัด นะครับ ผมขออนุญาต
ท่านธีระครับ มีผู้ประท้วง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ยุรนันท์ ภมรมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตประท้วงใช้สิทธิพาดพิงครับ เมื่อกี้ได้มีท่านเพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านได้กล่าว พาดพิงถึงผมทําให้เสียหาย เรื่องการที่ทํารายการช่อง ๑๑ แล้วนําความทุกข์ของชาวบ้าน มาทําให้เป็นเรื่องสนุกสนาน ซึ่งผมเห็นว่าการที่ทําให้ผมเสียหายครั้งนี้ ผมรู้สึกว่าการมองโลก ในแง่ร้ายของท่านทําให้ความเสียหายเกิดขึ้นมากกว่า การที่ผมทํารายการเป็นการนําเสนอ อีกด้านหนึ่ง ทําให้เห็นไว้ว่าสังคมนั้นกําลังเกิดวิกฤติแบบนี้ มันมีการใช้ชีวิตอย่างไร มีหลักใน การดําเนินชีวิตอย่างไรทําให้เขาอยู่ได้ ผมนําเสนอแง่คิดดี ๆ ว่าสังคมนี้ช่วยเหลือเจือจุนกัน อย่างไรนะครับ มีการป้องกันน้ําท่วมกันอย่างไร เขาอยู่อย่างไรให้มีความสุข เพื่อจะได้ให้สติ กับคนที่กําลังเกิดน้ําท่วมว่าเขามีชีวิตอยู่อย่างไร ผมกราบเรียนท่านประธานครับ อยากให้ ทําความเข้าใจกันใหม่ว่าในภาวะแบบนี้เราอย่ามองกันและจับผิดกันในแง่ร้าย ผมเอง ก็เหนื่อยกับการไปทํารายการที่ช่อง ๑๑ ไม่ได้ได้อะไรนะครับ แต่ผมอยากให้เห็นอีกด้านหนึ่งของสังคมว่าในด้านมืดยังมีคนที่คิดด้านบวกและทําให้สังคมนี้ ผ่านวิกฤติไปได้ การที่สื่อนําเสนอแต่เรื่องร้าย มีการร้องไห้เสียใจสูญเสียกันทุกวันนี่มันยิ่ง เป็นการทําร้ายสังคม ผมคิดว่าแทนที่การตําหนินี่ ผมว่าน่าจะได้คําชมมากกว่า ว่าผมเสียสละ เวลาไม่หลับไม่นอนไปนําความรู้สึกดี ๆ ให้เป็นอุทาหรณ์สอนคนที่กําลังประสบ อุทกภัยว่าเรายังมีหลักนําชีวิตที่ดีครับ ท่านประธานครับ กราบเรียนเพื่อให้รู้สึกว่าอย่าทําให้ เสียหายด้วยวิธีคิดแบบนี้ ขอบคุณครับ
คุณธีระ เชิญเถอะครับ
(นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านอภิชาตครับให้เขาชี้แจงผมว่าถูกต้องแล้วครับ เขาถูกพาดพิง ขณะนี้ผมอนุญาตให้ ท่านธีระได้อภิปรายต่อเลยครับ ขอเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้รับการพาดพิงที่ก่อให้เกิดความเสียหายว่ามองโลก ในแง่ร้าย แล้วก็ไม่สนับสนุนการนําเสนอสิ่งดี ๆ ของท่านทางช่อง ๑๑ ประเด็นที่ผมนําเสนอ ในการอภิปรายเมื่อสักครู่นี้ก็คือบอกว่ารัฐบาลนี้ไม่มียุทธศาสตร์ในการสื่อสารกับพี่น้อง ประชาชน สะเปะสะปะ พูดง่าย ๆ ว่าเลอะเทอะด้วยซ้ํา เลอะเทอะ
ท่านอภิชาตเอาเฉพาะที่ท่านถูกพาดพิงแล้วกันนะครับ
การที่ไม่มียุทธศาสตร์ในการ สื่อสารกับประชาชนทําให้ประชาชนไม่มีความหวัง สิ่งที่พี่น้องประชาชนต้องการในช่วงที่เกิด วิกฤติน้ําท่วมประสบกับภัยนี้นะครับ ต้องการอยู่ ๓ เรื่อง ๑. ต้องการความจริงจากรัฐบาล จากผู้มีหน้าที่ในการบริหารจัดการน้ําในการแก้ไขวิกฤติ ต้องการความรู้ที่ถูกต้อง ในการรับมือกับปัญหาภัยพิบัติและต้องการความหวังในการแก้ไขปัญหา
ท่านอภิชาตครับ เอาเฉพาะในส่วนที่ท่านถูกพาดพิงก็แล้วกันครับ
สิ่งที่ผมต้องการจะเรียนกับ ท่านประธานก็คือว่า ช่อง ๑๑ ซึ่งเป็นเครื่องมือเป็นกลไกสําคัญของรัฐบาลไม่ได้รับ ยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนจากรัฐบาลในการสื่อสารกับพี่น้องประชาชน แต่กลับปล่อยให้คนของ พรรคเพื่อไทยเองซึ่งมีหลายคน ซึ่งไม่ได้มีหน้าที่ในการบริหารในการสื่อสารกับพี่น้อง
ท่านอภิชาตครับ ผมไม่ให้อภิปรายนะครับ แต่ว่าท่านถูกพาดพิงตรงไหนก็แก้ตรงนั้นพอแล้วครับ
กราบขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผมต้องการจะชี้แจงว่าสิ่งที่ผมต้องการนําเสนอเพื่อให้รัฐบาลกลับไปคิดว่า ต้องมียุทธศาสตร์ในการแก้ไขในการสื่อสารกับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง เพราะช่อง ๑๑ เอง ก็จัดงบประมาณไว้ ๒๐ ล้านบาท
ท่านอภิชาตครับ ผมไม่ให้อภิปรายนะ แต่ว่าให้ชี้แจงเฉพาะท่านที่ถูกพาดพิง เพราะฉะนั้น ผมขอเชิญคุณธีระนะครับ เพราะว่าใช้เวลาพอสมควรแล้วครับ เป็นที่เข้าใจได้แล้วครับ พอแล้วครับ พอแล้วครับ ถ้าท่านบอกท่านถูกพาดพิงตรงไหนก็ประมาณนั้นพอครับ
ท่านประธานครับ ผมพูดถึง บุคคลหลายคนที่เข้าไปใช้ช่อง ๑๑ ออกหน้าในช่วงที่ประชาชนกําลังเดือดร้อนวิกฤตินี่ครับมี ทั้งคุณแซม มีทั้งหมวดเจี๊ยบ มีทั้งใครต่อใครหลายคนเสนอหน้ากันในช่วงนี้
ท่านอภิชาตเดี๋ยวก็จะมีการประท้วงกันต่อละครับ ผมเอาเฉพาะที่ท่านเสียหายพอนะครับ ถ้าให้กล่าวตอบโต้กันอย่างนี้ทั้งคืนก็ไม่จบ และมีฝั่งของท่านมีหลายท่านมาขอร้องผมว่า จะต้องพูดคืนนี้ให้ได้ ผมก็ขอร้องท่าน ท่านพอแล้วครับ พอแล้วครับ เดี๋ยวก็จะมีการตอบโต้ กันต่อไป เพราะทางฝั่งท่านมาขอผมว่าจะต้องอภิปรายคืนนี้ให้ได้ ผมต้องไว้เวลาให้เขานะครับ พอแล้วครับ พอสมควรแล้วครับ เดี๋ยวจะเป็นการตอบโต้กันยาวไป ท่านอภิปรายนะครับ ผมไม่อนุญาตแล้วครับท่าน ขอเชิญคุณธีระครับ กรุณาด้วยท่านครับ คุณธีระ พอแล้วครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ธีระ สลักเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคประชาธิปัตย์ ดึกมากแล้ว ท่านประธานครับ ภายใต้เวลาที่จํากัดนะครับ ผมขออนุญาตที่จะพูดถึงกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะที่เคยไปนั่งเป็นผู้บริหารอยู่ในช่วงปี ๒๕๕๒-๒๕๕๓ ในรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ ผมได้ดูเรื่องของการแก้ไขปัญหาความไม่สงบใน ๕ จังหวัดภาคใต้ จะเป็นรัฐบาล ของท่านอภิสิทธิ์นะครับที่หยิบยกเรื่องของมิติวัฒนธรรมเข้ามาใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา แต่ว่าได้ดูงบประมาณในช่วงปีนี้นะครับเป็นที่น่าเสียดายมาก ๆ ผมไม่พูดย้อนกลับไป ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ เอาแค่ปี ๒๕๕๔ นี่ครับ กระทรวงวัฒนธรรมได้งบในส่วนนี้ ๒๐๘ ล้านบาท แต่ว่าในปี ๒๕๕๕ เหลือเพียงแค่ ๘๐ ล้านบาท จําได้ว่ารัฐบาลท่านอภิสิทธิ์เราเคยมี ครม. ที่ดูแลภาคใต้โดยเฉพาะ ผมลงไปภาคใต้ได้ฟังผู้นําทางด้านความมั่นคง ทั้งทหาร ทั้งตํารวจ ผู้นําศาสนา ได้เข้ามาคุยกับผมนะครับด้วยความชื่นชมว่ารัฐบาลเดินมาถูกทางแล้ว ที่นํามิตินี้เข้ามาใช้ในการแก้ไขปัญหา เพราะเขาก็ใช้มิตินี้ในการเข้าหาชุมชน เข้าไปเตรียม พื้นที่นะครับ ก็เป็นที่น่าเสียดายนะครับว่างบส่วนนี้หายไป แล้วก็มีการเอาไปกองไว้ที่ สํานักงานปลัดกระทรวงเพียงหน่วยงานเดียว แต่ว่ายังมีงบก้อนเล็ก ๆ ที่กระจายอยู่ที่ สํานักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย โครงการสานใจรักงานศิลป์ถิ่นแดนใต้ แล้วก็มีเงินอุดหนุน นักเรียน นักศึกษา ๕ จังหวัดภาคใต้ของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ๑๔ ล้านบาท เรื่องนี้เป็น เรื่องหนึ่งที่ผมอยากฝากไปถึงรัฐบาลนะครับ เมื่อเช้าท่านอภิสิทธิ์ได้พูดถึงว่างบก้อนนี้ถูก ตัดไปทั้งหมด ๓,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ามองภาพรวมทั้งประเทศนะครับเรื่องของงบการแก้ไข ปัญหาความไม่สงบของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ฝากไว้ถ้าหากว่าแปรเพิ่มเข้ามาได้จะเป็นสิ่ง ที่ดีเพราะมิตินี้มีความอ่อนโยนมากในการที่จะสร้างความสมานฉันท์ในท่ามกลาง ความหลากหลายวัฒนธรรมทางภาคใต้
อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องของคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ รัฐบาล ท่านอภิสิทธิ์ ผมชื่นชมที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ไปเป็นประธานคณะกรรมการส่งเสริม คุณธรรมแห่งชาติเอง ท่านเป็นประธานเองไม่ได้มอบท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านใด และในตอนนั้นเราได้มีการขับเคลื่อนเรื่องของวาระแห่งชาติ คือเรื่องการส่งเสริมคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริตและการต่อต้านการทุจริตของคนไทย เรื่องการผลักดันวาระแห่งชาติ เรื่องนี้เราได้เชิญทุกภาคส่วนเลยนะครับมาช่วยกันยกร่าง แล้วก็ในสมัยผมทําไม่เสร็จส่งต่อ มาถึงท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ มาเสร็จในช่วงผ่าน ครม. เมื่อ ๑๒ ตุลาคม ปี ๒๕๕๓ ผมได้ดู ความเคลื่อนไหวหลังจากที่ ครม. ผ่านเรื่องนี้แล้วและยังติดตามมาเรื่อยมาจนถึงงบปี ๒๕๕๕ ติดตามการทํางานแล้วก็ไม่เห็นมีโครงการที่สานต่อเรื่องนี้ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมเห็นว่าน่าเสียดาย อย่างยิ่งนะครับถ้าหากว่าเราละเลยเรื่องนี้ ซึ่งท่าน ส.ส. ผุสดี ตามไท ได้พูดเรื่องนี้มาก่อน หน้านี้แล้ว เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก ๆ วันนี้ไม่เฉพาะผู้ใหญ่นะครับ เด็กและเยาวชนเองก็เริ่มที่จะมีความเห็นคล้อยตามผู้ใหญ่ที่ว่ารัฐบาลจะโกงกินบ้าง ก็ไม่เป็นไร ขอให้ครอบครัวเขาอยู่ดีกินดี ยอมรับเรื่องวัฒนธรรมการกินตามน้ํา สิ่งเหล่านี้เป็น สิ่งที่น่ากังวลนะครับ เพราะฉะนั้นอยากฝากไปถึงรัฐบาลนะครับว่าถ้าท่านเห็นความสําคัญ ในเรื่องของการต่อต้านการทุจริต เรื่องปัญหาคอร์รัปชันเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สามารถขับเคลื่อน ได้เลยนะครับ แล้วก็รัฐบาลก่อนหน้านี้ได้ทํากันอย่างรัดกุม เชิญทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ในการทํานะครับ
มีอีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ได้ขับเคลื่อนไว้ เพราะเราเห็น ความสําคัญในเรื่องของมรดกทางวัฒนธรรม จะเป็นต้นน้ําที่สําคัญในการไปขับเคลื่อน เศรษฐกิจสร้างสรรค์ แล้วก็เราได้ทําแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการผลักดันส่งเสริม ให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ของชาติเรานะครับ ซึ่งวันนี้เราเข้มแข็งมากถึงขนาดมี พ.ร.บ. ภาพยนตร์และวีดิทัศน์เกิดขึ้น แล้วก็มีคณะกรรมการซึ่งเป็นบอร์ด (Board) ชาติ คณะกรรมการวัฒนธรรมและวีดิทัศน์แห่งชาติ เราก้าวมาไกลพอสมควรนะครับว่าวันนี้เรามา ไกลถึงขนาดว่าเรามีเรื่องของการร่างยุทธศาสตร์ ฉบับที่ ๒ แล้วนะครับ ที่เราจะส่งเสริม อุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์นะครับ
แผนระยะที่ ๒ ร่างยุทธศาสตร์เรามาไกลถึงปี ๒๕๕๕ ถึงปี ๒๕๕๙ จะผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ในเอเชีย แต่ผมดูแล้วงบประมาณที่ได้ งบอุดหนุนที่ได้ในปี ๒๕๕๕ นี่ครับ ได้น้อยมาก ๆ แทบไม่ปรากฏเลยครับ ปรากฏเป็นงบอุดหนุนเพียงแค่ ๑๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมว่า น้อยเกินไป แล้วก็ไปส่งเสริมค่อนข้างจะหลากหลาย เพราะว่าศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยเรามี หลายสาขา รัฐบาลเคยทดลองทําโดยใช้งบไทยเข้มแข็งเมื่อปี ๒๕๕๓–๒๕๕๔ นะครับ จัดงบ ให้กระทรวงวัฒนธรรมไป ๑๕๐ ล้านบาท แล้วก็ผลสําเร็จออกมาค่อนข้างจะดีมากนะครับ ภาพยนตร์หลายเรื่องที่เราจัดงบให้ได้รับรางวัลเป็นที่น่าพอใจ ท่านประธานหรือท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติคงจําได้นะครับ เราคงรู้จักคุณเจ้ย คุณอภิชาติพงศ์ ที่ทําภาพยนตร์เรื่องลุงบุญมี ระลึกชาติ ได้รับรางวัลปาล์มทองคําจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ และมีภาพยนตร์เรื่อง ที่รัก ได้รับรางวัลไทเกอร์ อวอร์ด (Tiger Award) จากเทศกาลภาพยนตร์รอตเทอร์ดามแล้วก็ มีภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง อย่างไฮโซได้รับการฉายไปทั่วโลก ภาพยนตร์เรื่องปาดังเบซาร์ ได้รับการฉายโชว์ที่ปูซานที่เกาหลีใต้ ภาพยนตร์เรื่องเบบี้ อาราเบีย ได้รับการฉายโชว์ทั่วโลก แล้วล่าสุดเรื่องคนโขน ได้รับการคัดเลือกจากเมืองไทยให้เข้าชิงรางวัลออสการ์ ภาพยนตร์ ๖ เรื่องนะครับเป็นภาพยนตร์ที่ทางกระทรวงวัฒนธรรมเราจัดงบไทยเข้มแข็งให้ไปจํานวน ไม่มากหรอกครับ และเราถือว่าประสบความสําเร็จ เรื่องนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่ผมอยากให้มีการ แปรญัตติเพิ่มงบประมาณเข้าไป เพราะว่าขีดความสามารถของอุตสาหกรรมด้านนี้ของ เมืองไทยเราไม่แพ้ใครครับในเอเชีย แม้กระทั่งในโลกนี้ผมก็คิดว่าเราไม่แพ้ใคร ถ้าหากว่า เรามีการส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง และวันนี้ผมถือว่าเรามาถูกทางแล้ว เรามี พ.ร.บ. รองรับแล้ว เรามีคณะกรรมการระดับชาติแล้วที่จะทํางานด้านนี้ ถ้าหากว่าเรามีโอกาสได้ส่งเสริมเขา อย่างต่อเนื่อง จะทําให้เราสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจโดยใช้ฐานรากทางวัฒนธรรมเป็นต้น น้ําในการผลักดัน ก็เป็นเรื่องที่อยากนําเรียนฝากไปถึงรัฐบาลเพื่อที่จะทําให้การพัฒนาในด้านนี้ ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องต่อไปครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านกนก วงษ์ตระหง่าน เชิญครับ ๑๐ นาทีครับ
เรียนท่านประธาน ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต ที่จะอภิปรายในงบประมาณส่วนของกระทรวงศึกษาธิการซึ่งได้รับการจัดสรรในปีนี้ ๔๑๘,๖๑๖ ล้านบาท เพิ่มจากปีที่แล้ว ๖.๖๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าเป็นค่าเฉลี่ยของการเพิ่ม การจัดสรรงบประมาณนั้นในทางนโยบายถือว่าเป็นการจัดลําดับความสําคัญที่ชัดเจนที่เป็น รูปธรรมของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่าท่าน ให้ความสําคัญกับเรื่องอะไร ท่านจัดลําดับความก่อนหลังอย่างไร งบประมาณที่เพิ่มขึ้น ๖.๖๗ เปอร์เซ็นต์ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีนะครับ แต่ถ้าเราลงมาดูในรายละเอียด รายละเอียด ฉากแรกที่เราพบก็คืองบของสํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการเพิ่มขึ้น ๕.๖๘ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็ยังต่ํากว่าค่าเฉลี่ยนะครับ ที่น่าสนใจก็คือว่างบของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานเพิ่มขึ้น ๙.๓๒ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่าท่านกําลังบอกเราว่าการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นเรื่องที่สําคัญ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีครับ แล้วก็งบของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ๓.๙ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็ถือว่าต่ํากว่าค่ามาตรฐาน แต่ที่น่าสนใจคือมหาวิทยาลัยทั้งหมด ประมาณ ๘๐ แห่งโดยประมาณนี่นะครับ มีอยู่ ๑๕ แห่งที่ได้รับงบประมาณน้อยกว่าปีที่แล้ว คือ ปี ๒๕๕๔ นะครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเช่น สถาบันราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ปทุมธานี สถาบันราชภัฏศรีสะเกษ เลย ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ เพชรบูรณ์ เป็นต้น และที่น่าสนใจมาก ก็คือว่ามหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์นะครับ ได้รับงบประมาณน้อยกว่าปีที่แล้วถึง ร้อยละ ๓๐ นะครับ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยนครพนม มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ก็ได้รับงบประมาณน้อยกว่าปีที่แล้ว ตรงนี้เป็นเรื่องสําคัญนะครับ ท่านจะต้องมีคําตอบว่าทําไมงบประมาณของมหาวิทยาลัย ๑๕ แห่งเหล่านี้จึงได้รับน้อยลง และที่น่าสนใจก็คือว่าสภาการศึกษานะครับ ซึ่งถือว่าเป็น หน่วยงานที่เป็นมันสมองของการปฏิรูปการศึกษา การยกระดับคุณภาพการศึกษา งบประมาณได้รับน้อยลง ๑๐.๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ แล้วก็ที่สําคัญงบประมาณของ คณะกรรมาธิการการอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นกําลังสําคัญของการยกระดับทักษะแรงงานของ ประเทศนะครับ งบประมาณลดลง ๒.๘ เปอร์เซ็นต์ และงบประมาณของสํานักงาน คณะกรรมการการอุดมศึกษา ซึ่งเป็นหัวใจหรือเป็นมันสมองของประเทศลดลง ๑๖.๙ เปอร์เซ็นต์นะครับ ตรงนี้หมายความว่ารัฐบาลได้ละเลยในเรื่องที่สําคัญหลายเรื่อง แล้วก็ท่าน กําลังบอกว่าท่านให้ความสําคัญกับเรื่องการศึกษาขั้นพื้นฐาน เอาละครับ ตรงนี้ผมยก ประโยชน์ให้กับท่าน ผมลองมาดูต่อไปครับว่าการให้งบประมาณทางด้านการศึกษา ขั้นพื้นฐานนั้นหัวใจของเราวันนี้ในฐานะที่ผมเป็นครูบาอาจารย์มาก่อน เราบอกว่าคุณภาพ การศึกษาจากนี้ไปเป็นเรื่องที่สําคัญที่สุด ไม่ใช่ปริมาณ เพราะว่าประเทศไทยของเรากําลัง จะต้องเข้าไปสู่การแข่งขันในยุคใหม่ เพราะฉะนั้นคุณภาพการศึกษาจึงเป็นหัวใจของการ พัฒนาประเทศ เรามาดูสิครับว่าสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้นท่านทํา อะไรบ้างเกี่ยวกับเรื่องคุณภาพการศึกษา ผมเข้าไปดูงบประมาณในรายละเอียดพบว่า มีโครงการใหญ่อยู่ ๓ โครงการงบประมาณทั้งหมดรวม ๘,๔๐๐ ล้านบาท จากงบ ๒๖๙,๐๐๐ ล้านบาทเศษนะครับ
โครงการแรก คือโครงการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาซึ่งใช้ งบประมาณ ๔.๐๕๕ ล้านบาทนะครับ ท่านประธานครับ งบประมาณส่วนนี้เป็นค่าครุภัณฑ์ ค่าจ้างที่ปรึกษา ค่าเดินทางไปต่างประเทศสูงถึง ๓,๑๐๐ ล้านบาทนะครับ เป็นงบที่จะทําให้ เกิดการพัฒนาคุณภาพไม่ถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาท ประมาณ ๙๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง
โครงการที่ ๒ คือโครงการมัธยมศึกษาเชิงปฏิบัติการนะครับ งบประมาณ ๓,๐๖๗ ล้านบาท ในงบนี้เป็นงบครุภัณฑ์ทางด้านการศึกษา การปรับปรุงอาคารรวมกัน ๒,๖๐๐ ล้านบาทครับ ที่จะทําให้เกิดคุณภาพในการเปลี่ยนแปลงของการทํางานประมาณ เพียง ๔๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง
โครงการที่ ๓ คือโครงการพัฒนาครูทั้งระบบตามศักยภาพของครูนะครับ ใช้งบประมาณ ๑,๓๑๘ ล้านบาท แต่เป็นงบที่เกี่ยวข้องกับการสัมมนา การว่าจ้างที่ปรึกษาต่าง ๆ ๘๐๐ กว่าล้านบาท เหลือเป็นเงินทํางานเพียงประมาณ ๔๘๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง
ถ้าดูตัวอย่าง ๓ โครงการหลัก ๆ ของสํานักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานนะครับ พบว่างบ ๘,๔๐๐ กว่าล้านบาทนี้นะครับ ใช้เพื่อการทํางานจริง ๆ สําหรับการยกระดับ คุณภาพเพียง ๒,๒๐๐ กว่าล้านบาท แต่ที่เหลือเป็นเรื่องของการจัดซื้ออุปกรณ์ จัดซื้อครุภัณฑ์ แล้วก็ซ่อมแซมห้องเรียนต่าง ๆ เป็นเงินถึง ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าผมลองเทียบสัดส่วนตรงนี้ หมายความว่างบพัฒนาคุณภาพการศึกษาของ สพฐ. ๑๐๐ บาท ๗๕ บาท ท่านใช้ในการ ซื้อของครับ ๒๕ บาท ท่านใช้ในการทํางาน ตรงนี้กําลังสะท้อนให้เห็นว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการของรัฐบาลนะครับท่านประธาน กําลังบอกกับเราว่าคุณภาพการศึกษา นั้นคือการจัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์อุปกรณ์ทางด้านการศึกษาครับ ซึ่งเราทราบดีอยู่นะครับ คนในวงการศึกษาทราบดีว่าคุณภาพการศึกษาของเราอยู่ที่ครูครับ อยู่ที่ความตั้งใจ การทํางานของครูครับ ไม่ใช่การจัดซื้อจัดจ้าง คุณภาพมีเรื่องอีกมากมายที่ผมจะขออนุญาต ยกตัวอย่างที่ท่านน่าจะคิดถึง เช่น ทําอย่างไรจึงจะสร้างครูให้มีแรงบันดาลใจในการเป็นครูที่ดี ทําอย่างไรในการจะปรับวิธีการเรียนการสอนของครูให้มีคุณภาพมากขึ้น ทําอย่างไรจะให้ครู ได้มีโอกาสพบกับคนที่มีคุณภาพและประสบความสําเร็จในด้านการเรียนการสอนเพื่อจะ ยกระดับตนเอง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่เป็นเรื่องที่ดีท่านไม่ได้ทํานะครับ
เรื่องที่ ๒ ที่ผมอยากขอพูดคือเรื่องของงบประมาณทางด้านการวิจัย การวิจัยถือว่าเป็นการค้นหาองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะ เศรษฐกิจของเราซึ่งเป็นหัวใจสําคัญ การวิจัยเป็นหัวใจของด้านการศึกษานะครับ แต่งบประมาณการวิจัยของกระทรวงศึกษาธิการนี้มีเพียง ๔,๒๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้น ที่น่าสนใจก็คือใน ๔,๒๐๐ กว่าล้านบาทนี้เป็นการวิจัยในเรื่องของอาชีวศึกษาเพียง ๙๔ ล้านบาท เท่านั้นนะครับ ท่านประธานครับ สถาบันอาชีวศึกษาทั้งหมดมีงบการวิจัยเพียง ๙๔ ล้านบาท ทั้งประเทศนะครับ ตรงนี้ท่านลองนึกภาพดูสิครับว่าเรากําลังต้องการอาชีวะที่มีการวิจัยในการที่จะผลิต ทักษะ เพิ่มผลิตภาพที่จะเป็นประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจของประเทศ แต่ท่านให้ ๙๔ ล้านบาท
ในเรื่องของการวิจัยในระดับอุดมศึกษานะครับ ท่านให้งบประมาณในส่วนนี้ ๑,๖๑๑ ล้านบาท ซึ่งจากปีที่แล้วรัฐบาลได้ให้ ๒,๕๔๗ ล้านบาท หายไปเกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท แล้วที่หายไปในส่วนนี้ผมไปดูในรายละเอียดครับ พบว่างบประมาณเพื่อการวิจัยของ มหาวิทยาลัยแห่งชาติที่จะเพิ่มศักยภาพขีดความสามารถของประเทศ ซึ่งปีที่แล้วนะครับ รัฐบาลที่แล้วได้ให้ ๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ให้แค่ ๘๓๓ ล้านบาทเท่านั้นเอง ตรงนี้ผมอยากจะตั้งคําถามกับท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการว่าท่านกําลังส่งสัญญาณอะไร ท่านกําลังจะบอกมหาวิทยาลัยใช่ไหม ว่าต่อไปนี้ไม่ต้องวิจัยอีกแล้ว ประเทศชาติไม่ต้องการงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเป็นอย่างนั้น หรือไม่ และงบวิจัยที่ท่านให้ตรงกับมหาวิทยาลัยทั้งหมดประมาณ ๘๐ แห่ง คือประมาณ ๒,๕๐๐ ล้านบาท ถ้าท่านหารเฉลี่ยแล้วเหลือมหาวิทยาลัยแห่งละประมาณ ๓๐ ล้านบาท เท่านั้นเอง ตรงนี้เป็นสัญญาณที่อันตรายมากครับท่านประธาน เพราะว่าวิสัยทัศน์ของ ท่านรัฐมนตรีในเรื่องของการวิจัยกับการศึกษาและการพัฒนาประเทศดูค่อนข้างจะมีปัญหา
ในเรื่องถัดมาก็คือกองทุนตั้งตนเองนะครับ ในการหาเสียงของท่าน ท่านบอก ว่ากองทุนตั้งตัวได้ท่านจะให้มหาวิทยาลัยละ ๑,๐๐๐ ล้านบาท มหาวิทยาลัยทุกแห่ง มีความหวังและเฝ้ารอนะครับ แต่ท่านจัดงบประมาณตรงนี้ไว้เพียง ๑,๕๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง ก็หมายความว่าถ้าตามเกณฑ์มาตรฐานของท่าน เราจะใช้เงินได้แค่ ๑.๕ มหาวิทยาลัย เท่านั้นเอง และที่สําคัญยิ่งไปกว่านั้นท่านเอาเงินตรงนี้ไปวางไว้ที่กระทรวงอุตสาหกรรมนะครับ แล้วก็ท่านมีบอร์ดตัดสินของท่านเอง แทนที่ท่านจะไปตั้งไว้ที่สํานักงานคณะกรรมการ การอุดมศึกษาซึ่งทําได้อยู่แล้ว วิธีการโยกงบประมาณไปตั้งที่กระทรวงศึกษาธิการตรงนี้ทําให้ มีข้อสังเกตว่าท่านจะใช้งบตรงนี้เป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือเปล่า ที่จะให้มหาวิทยาลัย มาทําตามนโยบายหรือตามสิ่งที่ท่านต้องการ ตรงนี้ท่านอย่าลืมนะครับว่าอิสรภาพของ มหาวิทยาลัย เสรีภาพของมหาวิทยาลัยในทางวิชาการเป็นเรื่องที่สําคัญ กรุณาเถอะครับ อย่าใช้งบประมาณเพื่อมาทําลายเสรีภาพทางวิชาการของมหาวิทยาลัย เงินกู้ยืม เพื่อการศึกษานะครับ ท่านผู้นําฝ่ายค้านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้พูดแล้วนะครับ ปีหน้า เงินกู้ยืมสําหรับคนยากคนจนจะหมดนะครับ แล้วท่านบอกท่านจะไปตั้งปีถัดไป ปีถัดไป ท่านต้องตั้งอย่างน้อยอีก ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ คําถามก็คือเป็นไปได้หรือไม่ ผมอยากจะขออนุญาตที่จะขออนุญาตสรุปนะครับว่างบประมาณของท่านนั้น คุณภาพ การศึกษาไม่ดีขึ้น อนาคตเพื่อองค์ความรู้ใหม่สําหรับประเทศชาติก็จะไม่เกิดขึ้น และที่น่าเป็นห่วงมากก็คืองบประมาณของท่านเน้นไปในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างมากกว่า ที่จะพัฒนาคุณภาพหรือคนที่เป็นหัวใจที่สําคัญที่สุดของการศึกษานะครับ
ผมขออนุญาตฝากข้อสังเกตเป็นประเด็นสุดท้ายจริง ๆ ครับท่านประธานว่า ในการจัดงบประมาณนั้นขอให้กระจายงบประมาณทางด้านการศึกษาลงไปให้ครบทุกจังหวัด เรามีสถานศึกษาครบทุกจังหวัดนะครับอย่างเป็นธรรม เราต้องการคุณภาพการศึกษา ทุกจังหวัดของประเทศนะครับ ไม่ใช่บางจังหวัด เราต้องการการวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ทุกจังหวัดครับ ไม่ใช่บางจังหวัด และเราต้องการครูที่เพิ่มขึ้นในทุกจังหวัดนะครับ ไม่ใช่ บางจังหวัดเท่านั้น และที่สําคัญเราต้องการเงินกู้ยืมสําหรับเด็กนักเรียนยากจนทุก ๆ จังหวัด ไม่ใช่บางจังหวัด สิ่งเหล่านี้ผมหวังว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจะนําไป พิจารณาแล้วก็ปรับโยกย้ายแก้ไขใหม่ ยังไม่เสียหายนะครับ ขอให้ท่านรับฟังข้อสังเกตจริง ๆ เพื่อประโยชน์คุณภาพแล้วก็ลูกหลานของเราในอนาคต ขอขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ผมขอพักการประชุมนะครับ พรุ่งนี้เริ่ม ๐๘.๓๐ นาฬิกาครับ
พักการประชุมเวลา ๐๐.๑๓ นาฬิกา
ของวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔
เริ่มประชุมต่อเวลา ๐๘.๔๓ นาฬิกา
ของวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๔
พิจารณา งบประมาณต่อจากเมื่อคืนนะครับ เชิญท่านสมคิด บาลไธสง ครับ ๗ นาที
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ผมต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสกระผมได้มาแสดงความคิดเห็นและชี้แนะ ในบางประเด็นในการจัดงบประมาณในร่างงบประมาณปี ๒๕๕๕ นะครับ ผมต้องขอขอบคุณ ไว้โอกาสนี้ด้วยครับ
อันดับแรกในฐานะผมเป็น ส.ส. พรรคเพื่อไทย เป็นพรรครัฐบาล ผมต้อง ขอให้กําลังใจพี่น้องประชาชนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยทั่วทั้งประเทศนะครับ ทั้งที่น้ําลดไปแล้วและน้ํายังไม่ลด แล้วก็กําลังจะถูกน้ําท่วมอีกก็ให้กําลังใจพี่น้องทุกท่าน ถือว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติที่เป็นภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับพวกเรา พวกเราก็ต้องช่วยกัน ป้องกันต่อสู้กันต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกรัฐมนตรี กระผมเองให้กําลังใจท่าน อย่างเต็มที่ พี่น้องประชาชนโทรศัพท์มาตลอดเวลาเลยนะครับ ให้กําลังใจท่านนายกรัฐมนตรี เราจะเห็นจากการให้กําลังใจท่านนายกรัฐมนตรีจากประชาชน ไม่ว่าทั่วประเทศเลยนะครับ โดยเฉพาะที่จังหวัดหนองคายของกระผมนี่แค่เราไปขอบริจาคสิ่งของเครื่องใช้ ข้าวสาร อาหารแห้ง กระผมเองในเขตใช้เวลา ๓ วัน ได้ข้าวสารตั้ง ๑๕-๑๖ ตัน แค่ ๓ วัน อันนี้คือความร่วมมือของพี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลกับท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์นะครับ ผมคิดว่าทั่วประเทศมีความคิดเหมือนกัน มีส่วนน้อยมากที่คิดในเรื่อง ฝ่ายตรงกันข้าม ตอนนี้มันเป็นปัญหาของประเทศนะครับ ทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แล้วถ้ามีการขอบริจาคไปผมคิดว่าได้จํานวนมากครับ ตอนนี้กําลังเก็บเกี่ยว พี่น้องบอกครับ พร้อมที่จะให้ บ้านแต่ละหลังพร้อมที่จะให้ข้าวสารเป็นกระสอบ อันนี้ได้รับการยืนยันจาก พี่น้องประชาชนทางหนองคาย จังหวัดอื่น ๆ ที่น้ําไม่ท่วมก็คงมีความรู้สึกเช่นเดียวกันนะครับ ผมก็ขอให้กําลังใจท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลได้ต่อสู้ ได้บริหารจัดการปัญหาเรื่องนี้ สําหรับวันนี้เราไม่ได้มาพูดถึงเรื่องน้ําท่วมอย่างเดียว เรามาพูดถึงเรื่องงบประมาณ ของประเทศนะครับ ซึ่งกระผมเองอยากแสดงความคิดเห็นในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณนี้ เพื่อเป็นแนวทาง เพื่อเป็นแนวคิดที่มาเสริมให้รัฐบาลได้นําแนวคิดนี้ไปเพื่อปรับปรุงแก้ไข ในบางส่วนนะครับ โดยเฉพาะงบกลาง สําหรับงบกลางนี้รัฐบาลได้ตั้งไว้ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยประมาณนะครับ อันนี้ดูแล้วก็เหมาะสมจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งกระผมเอง เกิดขึ้นมา ๖๐ ปีนี้ยังไม่เคยเห็นน้ําท่วมประเทศมากขนาดนี้นะครับ เพราะฉะนั้นเป็นเรื่อง ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นผิดธรรมชาตินะครับ ซึ่งงบกลางนี้ก็อาจจะสะดวกสบายในการจัดการ แก้ปัญหาช่วยพี่น้องประชาชน มีหลายท่านอภิปรายว่าจะเอาไปทําอะไร ผมบอกว่าถ้าเรา อ่าน ๆ ดูมันก็มีหัวข้อเขาบอกว่าเขาไปทําอะไรอยู่แล้วนะครับ โดยเฉพาะเอกสารของสภาเรา ทําขึ้นหน้า ๒๖ หน้า ๒๗ ถ้าอ่านดู เห็นหมดเลยทุกหัวข้อว่าไปทําอะไร เว้นแต่จะว่าไม่อ่าน แล้วก็มาพูดติติงกันในสภาเพื่อให้เกิดความเสียหาย เกิดความสับสนนะครับ อันนี้ก็ไปดูหน่อย เรื่องงบกลางนี้ผมเห็นด้วย สนับสนุนอย่างเต็มที่ที่จะให้มีจํานวนขนาดนี้ผมว่าน้อยไป เพราะว่าปัญหาประเทศชาติมันมากเหลือเกิน
เรื่องอื่น โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องการจัดการของเรื่องที่ดิน หลังจากน้ําลดนี้ เราจะทําอย่างไร โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่อยู่ตามบ้านนอกสนใจเรื่องเอกสารสิทธิ มากกว่าเรื่องอื่น ๆ เพราะฉะนั้นอยากเสนอไปยังกรมธนารักษ์ กรมที่ดิน สํานักงานปฏิรูปที่ดิน กรมป่าไม้ พวกนี้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการที่ดินของพี่น้องประชาชน เราจะทําอย่างไร รัฐบาลจะทําอย่างไรถึงจะได้ให้เอกสารสิทธิพี่น้องประชาชนให้เร็วที่สุด เพื่อจะเอามาแก้ไข ปัญหาในอนาคตนะครับ
เรื่องต่อไปที่ผมอยากจะแสดงความคิดเห็น เรื่องกระทรวงพลังงานนะครับ กระทรวงพลังงานผมสนใจหัวข้อเกี่ยวกับพลังงานทดแทนนะครับ ประเทศไทยเราใช้น้อยมาก ถ้ากระทรวงพลังงานได้นําเรื่องพลังงานทดแทนนี้ หรือรัฐบาลให้การสนับสนุน ผมว่า พี่น้องประชาชนก็จะได้ขายสินค้า โดยเฉพาะผลิตผลทางการเกษตร ไม่ว่าอ้อย มันสําปะหลัง พวกที่ให้พลังงานนี้เพิ่มมากขึ้นนะครับ โดยเฉพาะพลังงานที่สะอาดด้วย นอกจากพลังงาน จากเกษตรกรแล้วนะครับ ได้พลังงานจากธรรมชาติ ไม่ว่าพลังงานจากลม เดี๋ยวนี้ถ้าเรามีการ สนับสนุนพลังงานจากลมภายในประเทศแล้ว โดยเฉพาะเรื่องลม เรื่องน้ําทะเล คลื่นน้ํา พวกนี้ พลังงานจากคลื่นทะเลเราจะเอามาทําอย่างไรถึงจะเกิดประโยชน์สูงสุดกับ พี่น้องประชาชนโดยที่เราไม่ได้ลงทุนมากเลย เพียงหาเครื่องมือสนับสนุนโรงงานบริษัทต่าง ๆ ผลิต
เรื่องกระทรวงมหาดไทย สําหรับกระทรวงมหาดไทยต้องขอขอบคุณ ไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นครับ ที่ได้สนับสนุนงบประมาณให้รัฐบาลเพื่อส่งไป ยังปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อได้บริหารงบประมาณเพิ่มมากขึ้นจากรัฐบาลที่แล้ว อันนี้ก็ต้อง ขอขอบคุณขอสนับสนุนนะครับ กรมโยธาธิการและผังเมือง อันนี้ผมชอบมาก กรมโยธาธิการ และผังเมืองได้ตั้งงบประมาณสูงขึ้นเป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ จาก ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท หรือ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทในอดีต ตอนนี้เป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท คงจะได้ช่วยแก้ไขปัญหาตลิ่งริมแม่น้ําต่าง ๆ โดยเฉพาะ ตลิ่งแม่น้ําโขง ผมว่า ๙๐๐ กว่ากิโลเมตรจากเชียงรายถึงอุบลราชธานี ถ้าเราจัดการเรียบร้อย นี้จะทําให้พี่น้องประชาชนสะดวกสบายนะครับ
สุดท้ายขอเพิ่มเติมก็คือกลุ่มจังหวัดนะครับ การจัดการเกี่ยวกับงบประมาณ จังหวัด ผมอยากเสนอไปยังรัฐบาลว่าเดี๋ยวนี้ผมดูในรายละเอียดไม่มีจังหวัดบึงกาฬ ยังเป็น จังหวัดหนองคายอยู่ ผมว่าจะมีปัญหาในการจัดสรรงบประมาณหรือไม่ เพราะว่าบึงกาฬ มี ส.ส. อยู่ ๒ คน หนองคายเดี๋ยวนี้เหลือ ๓ คน จาก ๖ คน เหลือ ๓ คน บึงกาฬจาก ๓ คน เหลือ ๒ คน ถ้าเปรียบเทียบประชากรแล้วมันน่าจะใกล้เคียงกับจังหวัดที่มี ส.ส. หรือ ประชากร ถ้าไม่แบ่งอย่างนี้ไม่แบ่งออกจะทําให้จังหวัดหนองคายหรือบึงกาฬได้ไม่ถึง ๑๐๐ ล้านบาทเลยนะครับ ผมอยากให้รัฐบาลดูจุดนี้นะครับสําคัญที่สุดเพราะเป็นจังหวัด สุดท้ายที่เกิดใหม่ครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านสุพัชรี ธรรมเพชร ครับ ๘ นาที
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นดิฉัน ขอส่งกําลังใจไปยังพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยน้ําท่วมทุกคนนะคะ และต้องขอขอบพระคุณ ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นในภาคส่วนของภาคเอกชน และภาคส่วนของราชการทุกท่านที่ได้ ร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือพี่น้องประสบภัยน้ําท่วมในครั้งนี้ โดยเฉพาะ ณ ที่นี้เจ้าหน้าที่รัฐสภา เราก็ได้ทําถุงยังชีพไปให้กับพี่น้องประชาชน และเจ้าหน้าที่และอาสาที่พรรคประชาธิปัตย์ เราก็ได้ทําข้าวกล่อง เราได้เปิดครัวชาวใต้ให้กับพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน ถึงแม้ว่าเราจะ ไม่มีงบประมาณแผ่นดินอยู่ในมือ แล้วก็ต้องขอชื่นชมท่านผู้นําฝ่ายค้านซึ่งท่านก็ได้ออกไป เยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนเกือบทุกวัน
ท่านประธานคะ วันนี้สภาผู้แทนราษฎรของเราเราได้มีการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ จํานวน ๒.๓๘ ล้านล้านบาท ซึ่งปีนี้เป็นปีแห่งการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่มีความสําคัญมากค่ะ เป็นการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติที่อยู่ในท่ามกลางวิกฤติอภิมหาอุทกภัย แต่ดูเหมือนรัฐบาลชุดนี้ไม่ให้ ความสําคัญในเรื่องของอุทกภัยที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เลยค่ะท่านประธาน โดยเราจะเห็นได้จาก การตั้งงบประมาณในครั้งนี้ยังเป็นการตั้งงบประมาณเสมือนอยู่ในภาวะปกติของประเทศ และยังนําเอานโยบายประชานิยมที่เคยหาเสียงเอาเข้ามาใส่ไว้ในงบประมาณครั้งนี้อีก ท่านประธานคะ รัฐบาลได้จัดงบประมาณไว้แค่เพียง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเองค่ะ ในการชดเชยเยียวยาฟื้นฟูพี่น้องที่ประสบภัยในครั้งนี้ ซึ่งถ้าเราดูงบประมาณที่จัดไว้แล้ว ในครั้งนี้ไม่เพียงพอหรอกค่ะ เฉพาะค่าชดเชยครัวเรือน ครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท เฉพาะบ้านเรือน ที่เสียหายหลังละ ๓๐,๐๐๐ บาท ก็รวมไปแล้วเป็น ๘๐,๐๐๐-๙๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว ยังเหลืองบประมาณที่เอาไว้ฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานก็ดี ฟื้นฟูโรงงานอุตสาหกรรม เพียงแค่ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง ดิฉันคิดว่าครั้งนี้รัฐบาลควรที่จะกลับไปทบทวน อีกครั้ง แต่ดิฉันได้เห็นว่ารัฐบาลได้พูดไว้กับทางสื่อมวลชนก็ดี ทางที่ต่าง ๆ ก็ดีว่าจะตัด งบประมาณในครั้งนี้ลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ตัดงบประมาณแต่ละกระทรวงลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อที่จะนํางบประมาณไปฟื้นฟูเยียวยาพี่น้องที่ประสบภัย ท่านก็ไม่ได้ทําตรงนี้นะคะ เขาเรียกกันว่า หลอกกันซึ่ง ๆ หน้าใช่ไหมคะท่านประธาน ท่านประธานคะ ในสถานการณ์ ที่บ้านเมืองอยู่ในวิกฤติอย่างนี้ชาวบ้านเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ถ้ารัฐบาลจะประกาศออกมาว่าจะเอางบประมาณทั้งหมดของประเทศนําไปฟื้นฟูเยียวยา พี่น้องที่ประสบภัยน้ําท่วมกัน แทนที่จะเอางบประมาณตัวนี้ไปหาเสียงทําประชานิยม ดิฉันคิดว่ารัฐบาลคงจะได้ใจพี่น้องประชาชนมากกว่านี้ค่ะ ท่านประธานคะ เราไปดู งบประมาณประชานิยมตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นงบประมาณในการจัดซื้อคอมพิวเตอร์พกพา เพื่อการสื่อสาร หรือที่ทุกคนเรียกกันว่าแท็บเล็ตนั้นใช้งบประมาณทั้งสิ้น ๑,๙๓๖.๒ ล้านบาท โดยให้กับเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ จํานวนกว่า ๕๖๙,๔๐๐ คน ถ้าเราเทียบจํานวน งบประมาณกับจํานวนเด็กนักเรียนที่จะได้เครื่องคอมพิวเตอร์แล้วนะคะ เครื่องคอมพิวเตอร์ ก็จะตกเครื่องละ ๓,๔๐๐ บาทเท่านั้น เครื่องราคา ๓,๔๐๐ บาทเท่านั้นค่ะท่านประธาน ซึ่งดิฉันคิดว่าราคาเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องละ ๓,๔๐๐ บาทนี่สามารถจะเอาไปทําอะไร ได้บ้างคะ หรือจะเอาไปเล่นเกมที่บรรจุไว้ในเครื่องเท่านั้นเอง ในเรื่องของการบริหารจัดการ แท็บเล็ตนี้ซึ่งเป็นเรื่องสําคัญค่ะ การใช้เครื่องแท็บเล็ตท่านได้เตรียมครูผู้สอนเอาไว้บริหาร จัดการเครื่องแท็บเล็ตไว้หรือยัง เอาไว้มีงบประมาณในเรื่องของการอบรมครูที่สอน คอมพิวเตอร์ไว้หรือยัง ดิฉันไม่เห็นในงบประมาณ และเมื่อเครื่องแท็บเล็ตเสียหาย ใช้การไม่ได้ต้องมีการซ่อมแซมท่านก็ไม่ได้ตั้งงบประมาณในการซ่อมเครื่องตัวนี้ไว้ และที่สําคัญค่ะ ดิฉันได้ไปดูในเรื่องของการกระจายเครื่องแท็บเล็ตแล้วนะคะ ได้กระจายไป ในส่วนของโรงเรียน ๓ กลุ่มโรงเรียนด้วยกัน ก็คือเป็นโรงเรียนของสังกัดใน สพฐ. นะคะ โรงเรียนที่สังกัดในองค์การบริหารส่วนตําบลในเทศบาล แล้วก็โรงเรียนที่สังกัดในโรงเรียน เอกชน ท่านจะมีการบรรจุหลักสูตรเนื้อหาข้างในให้ได้มาตรฐานที่จะให้กับเด็ก ป. ๑ มีความรู้ มีเนื้อหาให้เหมือนกันทุกภาคส่วนทุกโรงเรียนได้หรือไม่ และเครื่องแท็บเล็ตนี้ เมื่อหายใครจะรับผิดชอบในการเสียค่าใช้จ่ายในครั้งนี้ ทุกคําถามที่ดิฉันพูดมานี่เป็นคําถาม ที่พ่อแม่ผู้ปกครองได้ฝากถามมาทั้งนั้น ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าถ้ารัฐบาลจะเปลี่ยนใจ ในตอนนี้ก็ยังไม่สายที่จะไปตัดงบประมาณ ๑,๙๐๐ ล้านบาทตัวนี้ไปซ่อมแซมโรงเรียน ที่ประสบภัยน้ําท่วม ตัดงบประมาณตัวนี้ไปซ่อมแซมห้องน้ําในโรงเรียนให้กับเด็กนักเรียน ได้ใช้กัน หรือว่าตัดงบประมาณตัวนี้ไปเพิ่มให้กับโครงการที่ท่านคิดจะต่อยอดจากโครงการ เรียนฟรี ๑๕ ปีอย่างมีคุณภาพ สมัยท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อาจจะไปเพิ่มค่าเดินทางให้กับ เด็กนักเรียน หรือว่าไปเพิ่มค่าอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียนก็ได้ค่ะ ซึ่งเป็นการดีอีกที่เรา จะได้ทําตัวนี้ให้เด็กได้มีคุณภาพในเรื่องของการศึกษาและคุณภาพชีวิตเพิ่มขึ้นมา ท่านประธานคะดิฉันอาจจะให้โอกาสรัฐบาล ดิฉันคิดว่าคงจะไม่มีการตัดงบประมาณตัวนี้ไปแล้ว แต่ดิฉันก็จะติดตามโครงการตัวนี้อย่างเรื่อย ๆ เราก็อาจจะเจอกันในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ได้ ท่านประธานคะ สุดท้ายวันนี้ความเป็นผู้หญิง ผู้ชายไม่สําคัญหรอกค่ะ เราเรียกร้อง ความเสมอภาคระหว่างหญิงชายมาตลอด แต่นั่นก็หมายถึงว่าก่อนเข้าสู่ตําแหน่งอย่ากีดกัน เพราะความเป็นผู้หญิง แต่เมื่อเข้าสู่ตําแหน่งแล้วอย่าอ้างความเป็นผู้หญิงเพื่อปกป้องตัวเอง อย่าใช้น้ําตาในการบริหาร ซึ่งสิ่งเหล่านี้ดิฉันคิดว่าผู้นําหญิงไม่ควรมี ในการบริหารในครั้งนี้ ดิฉันขอฝากนะคะ ขอฝากรัฐบาลไว้ด้วยนะคะว่างบประมาณในครั้งนี้เกิดจากเงินภาษี ของพี่น้องประชาชนทุกคน แล้วก็ทุกภาคในประเทศ ไม่ว่าเขาจะเลือกท่านหรือไม่ ขอให้จัดงบประมาณอย่างมีความยุติธรรมและมีความเท่าเทียมกันให้มากที่สุดค่ะ กราบขอบพระคุณมากค่ะ
เชิญครับ ท่านวิปฝ่ายค้าน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตท่านประธาน ที่จะหารือท่านประธานว่าเรามีข้อตกลงกันว่าจะมีการถ่ายทอดทางช่อง ๑๑ ตลอดเวลา ยกเว้นเฉพาะข่าวพระราชสํานักเท่านั้น แต่ว่าขณะนี้ผมได้รับแจ้งมาว่าไม่ได้ถ่ายทอด และขณะนี้ไม่มีข่าวพระราชสํานักและไปถ่ายทอดที่อื่นอยู่กับบุคคลบางคนซึ่งไม่เกี่ยวข้อง กับพระราชสํานักแต่อย่างใด ก็อยากให้ท่านประธานได้กรุณาตรวจสอบแล้วก็ให้กลับมา ถ่ายทอดการประชุมสภา ขอรัฐบาลได้ยึดมั่นข้อตกลงนี้โดยเคร่งครัดนะครับ รัฐบาลก็มี หลายช่องอยู่ที่จะประชาสัมพันธ์งานของรัฐบาล แต่ว่างานของสภาสําหรับช่อง ๑๑ มีข้อตกลงกัน ผมอยากให้ยืนในข้อตกลงนี้โดยเคร่งครัด กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านนริศครับ เมื่อวานที่เป็นข้อตกลงก็คือ ๙ โมงครึ่ง แต่พอดีเมื่อคืนที่ท่านเจรจากันก็อยากจะให้ประชุม แต่เช้า เริ่มตั้งแต่ ๘ โมงครึ่ง เพราะฉะนั้นอีกครึ่งชั่วโมงตามที่เราตกลงกับสถานีที่จะต้อง มีการถ่ายทอด นั่นเป็นข้อตกลงเดิมของเราคือ ๙ โมงครึ่ง แต่เมื่อคืนนี้ขอเลื่อนเวลามาจะเอา ๘ โมงครึ่ง
ท่านประธานครับ ผม นริศ ขํานุรักษ์ ที่จริง ข้อตกลงก็ไม่ได้กําหนดเวลาว่าจะ ๙ โมงครึ่งหรืออะไร แต่ข้อตกลงก็คือจะถ่ายทอด ตลอดการประชุม เมื่อการประชุมมาเริ่ม ๘ โมงครึ่ง ข้อตกลงไม่ควรบิดพลิ้วไปจากนี้นะครับ ข้อตกลงก็ต้องมาเริ่มที่ ๘ โมงครึ่ง แล้วข้อเท็จจริงก็คือรัฐบาลมีทีวีอยู่หลายช่อง เราขอ ช่อง ๑๑ มาถ่ายทอดที่นี่แล้วช่องอื่นก็ตามสบาย ผมว่าขอให้รีบประสานเถอะครับ เอาช่อง ๑๑ มาถ่ายทอดที่นี่ ซึ่งยังทําได้อยู่ อย่าให้ข้อตกลงมันผิดพลาดไปจากนี้จะทําให้ การประชุมอาจจะไม่ราบรื่นได้นะครับ
ท่านเลขาธิการลองให้เจ้าหน้าที่ประสานดูนะครับ ถ้าได้ก็ดําเนินการได้เลยครับ เชิญท่านสุชาติ ภิญโญ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๖ จังหวัดนครราชสีมา ท่านประธาน ที่เคารพครับ วันนี้รัฐบาลโดยการนําของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเป็น นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ แน่นอนที่สุดการเข้ามารับหน้าที่นายกรัฐมนตรี ของท่านนายกรัฐมนตรีนั้นได้เจอปัญหาอุปสรรคซึ่งใหญ่หลวงที่สุดในชีวิตตั้งแต่มีประเทศไทยมา นักวิชาการหลายท่านตลอดจนพี่น้องประชาชนหลายคนก็ได้คิดแล้วก็เป็นห่วง ท่านนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องในเขตเลือกตั้งของผมที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งประกอบไปด้วยอําเภอคง อําเภอขามสะแกแสง อําเภอพระทองคํา และอําเภอบ้านเหลื่อม ต่างให้กําลังใจท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลอย่างยิ่ง เนื่องจากว่าเราอยากเห็นบ้านเมือง เราไปข้างหน้า การจัดการงบประมาณของรัฐบาลในครั้งนี้ถ้าพวกเราได้ติดตาม พี่น้องประชาชนได้ติดตามดูจะเห็นว่ารัฐบาลภายใต้การนําของคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ให้ความสําคัญในเรื่องของการแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนครบทุกภาคส่วน ไม่เฉพาะ ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น เรื่องในปัจจุบันก็คือเรื่องของน้ําท่วม รัฐบาลได้ตั้งงบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งผมเองก็คิดว่าไม่เพียงพอสําหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ พี่น้องประชาชนทั้งในเรื่องของความเสียหาย ทั้งเรื่องของภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตร ที่อยู่อาศัย โครงสร้างพื้นฐาน และสําคัญที่สุดก็คือว่างบนี้จะได้เยียวยาจิตใจให้กับ พี่น้องประชาชนซึ่งได้รับผลกระทบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่ารัฐบาลของพรรคเพื่อไทย เราเป็นรัฐบาลของคน ทั้งประเทศ ไม่ได้เป็นรัฐบาลเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ภาคใดภาคหนึ่ง ผมมีเอกสารอ้างอิง ในเรื่องของงบประมาณ ท่านประธานครับเขตเลือกตั้งของผมเอง แม้จะเป็น ส.ส. พรรคเพื่อไทย พรรคร่วมรัฐบาล แต่งบประมาณเมื่อเปรียบเทียบกับภาคใต้ ซึ่งเป็น ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์เป็นส่วนใหญ่ ปรากฏว่างบประมาณในส่วนของภาคใต้เยอะกว่า ในเขตเลือกตั้งของผมอีกนะครับ ได้มีหลาย ๆ หัวข้อให้ท่านประธานได้พิจารณานะครับ ซึ่งก็เห็นกันอยู่แล้วว่ารัฐบาลภายใต้การนําของคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ได้มีนโยบายที่จะดูแล ภาคใดภาคหนึ่งเป็นการพิเศษ แน่นอนที่สุดการตั้งงบประมาณในครั้งนี้ของรัฐบาลนั้น มีข้อจํากัด ๒ เรื่องก็คือว่าการตั้งงบประมาณในครั้งนี้ช้าไปกว่าปกติ ๕-๖ เดือน เพราะฉะนั้น รัฐบาลของคุณยิ่งลักษณ์ที่บริหารประเทศอยู่ตอนนี้ถือว่าท่านมีความสามารถสูงมาก เนื่องจากยังไม่มีงบประมาณเพื่อใช้จ่าย เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนเลยแต่ท่านก็ดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าน ส.ส. จากลพบุรีก็กรุณาให้ข้อมูลว่าท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ได้ไปแจกเงินให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ําท่วมครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท นี่ภายใต้งบประมาณซึ่งยังไม่ผ่านสภา แต่รัฐบาลชุดนี้ก็ได้ดําเนินการแล้วนะครับ
อีกประเด็นหนึ่งก็คือว่าการเสนองบประมาณในครั้งนี้มีความผิดปกติในเรื่อง ของอุทกภัย ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศในตอนนี้ และผมก็เชื่อมั่นว่าภายใต้การนําของ คุณยิ่งลักษณ์ที่ไม่เคยปฏิเสธความรับผิดชอบในเรื่องใด ๆ เลย ไม่เคยกล่าวหาใครเลยว่า สาเหตุของน้ําท่วมเกิดจากอะไร รับผิดชอบนําประเทศ บริหารประเทศด้วยความตั้งใจและ ความมุ่งมั่น ไม่ได้ใช้คําพูดนําการบริหารประเทศ ถือว่าเป็นสิ่งที่คุณยิ่งลักษณ์ได้ดําเนินการไป งบปี ๒๕๕๕ นะครับท่านประธานครับ เราได้ตั้งไว้ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท เป็นงบขาดดุล ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งหากจะเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งตั้งไว้ ๒.๑๙ ล้านล้านบาท และยัง ตั้งงบขาดดุล ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่ากัน แสดงให้เห็นถึงว่ารัฐบาลนี้ไม่อยากที่จะกู้เงิน เพราะเราตั้งงบประมาณไว้สูงกว่าแต่เรากู้เงินขาดดุลเท่ากับครั้งที่แล้ว ก็ถือว่าเราเองยังมี ความตั้งใจที่จะไม่กู้เงินเพื่อการใช้จ่ายในเรื่องของงบประมาณ แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพ และมีความตั้งใจจริงของท่านนายกรัฐมนตรี รัฐบาลนี้ให้ความสําคัญในเรื่องของการศึกษา เป็นหลัก ซึ่งผมดูจากงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งตั้งไว้ในปีนี้ ๔๑๘,๖๑๖ ล้านบาท สูงขึ้นกว่าปีที่แล้ว ๒๖,๐๐๐ ล้านบาท โดยงบส่วนใหญ่ในเรื่องของการดูแลครู การคืนครู ให้กับนักเรียนที่ขาดแคลน ท่านประธานทราบไหมว่าโรงเรียนเล็ก ๆ ในชนบทมีครูอยู่ ๒-๓ คน มีนักเรียนอยู่ ๙ ชั้น ผมอยากให้กระทรวงศึกษาธิการได้ดูแลตรงนี้ เพราะถือว่า การศึกษาเป็นหัวใจของการพัฒนา ในสิทธิของความเป็นคนคนหนึ่ง คนไทยคนหนึ่งนะครับ ในฐานะที่ผมเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชน ผมอยากให้รัฐบาลให้ดูแลพี่น้องประชาชน ซึ่งอยู่ในชนบท ก็ถือว่าเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ งบของกรมอาชีวศึกษารัฐบาลก็เพิ่มให้ งบของมหาวิทยาลัยของรัฐ ซึ่งเมื่อวานก็มีท่าน ส.ส. จากพรรคประชาธิปัตย์ได้กล่าวไป รัฐบาลก็เพิ่มให้นะครับในปีนี้ เรื่องของยาเสพติดซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ กองทุน ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนหมู่บ้าน หลักประกันสุขภาพ กองทุนสตรี เราดําเนินการ ให้ทั้งหมดนะครับ อย่างไรก็แล้วแต่ครับท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเรื่องของงบ ของกระทรวงคมนาคมมีบางตัวที่เป็นงบสืบเนื่องจากปีที่แล้ว และได้มีการทําสัญญา ไว้ล่วงหน้าแล้ว มันเกิดขึ้นได้อย่างไรในงบประมาณปีนี้ งบประมาณยังไม่ได้อนุมัติแต่มีการจัดซื้อจัดจ้าง ล่วงหน้าแล้ว มีหลายตัวครับ ผมเปิดเห็นนะครับ ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า อสนับสนุนงบประมาณที่รัฐบาลนี้ได้ดําเนินการซึ่งเห็นว่ายังไม่เพียงพอ อยากจะให้รัฐบาล ช่วยกระตุ้นและเพิ่มงบประมาณเพื่อการพัฒนา เพื่อการลงทุนให้มากขึ้น เพื่อประเทศไทย จะได้ก้าวหน้าต่อไปอย่างรวดเร็วครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๔ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ก็เป็นการพิจารณางบประมาณปี ๒๕๕๕ กระผมก็ได้ตรวจดูแล้วว่ามีหลายกระทรวง ที่ได้งบเพิ่มเติมขึ้นมา แต่มีงบเยียวยาผู้ประสบภัยน้ําท่วมประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมดูว่ามันจะน้อยเกินไป เพราะว่าน้ําท่วมครั้งนี้มันมีพื้นที่ที่น้ําไหลผ่านแล้วที่ได้รับ ความเสียหายมากมายมหาศาลทั้งหมด ๖๔ จังหวัด งบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ผมเกรงว่า จะไม่พอใช้ ถ้ามีวิธีใดวิธีหนึ่งที่ช่วยทําให้งบประมาณส่วนนี้เพิ่มเติมได้ก็จะเป็นประโยชน์ ต่อรัฐบาล เพราะว่ามันมีหลายสิ่งหลายอย่างที่จะต้องเยียวยาในด้านโรงงานอุตสาหกรรม ที่มีอยู่หลายโรงงานที่เสียหาย งบประมาณเท่านี้คงไม่พอแน่นอนครับ แล้วก็มีแรงงาน ที่ถูกเลิกจ้าง แล้วก็ที่พักงานประมาณ ๓-๔ เดือน จํานวนมาก ตอนนี้ก็มีปัญหาอยู่ แล้วอีก ๓ เดือนต่อมาเราคิดว่าคงจะต้องมีงบมาเยียวยามากกว่านี้ เพราะจํานวนเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท คงจะไม่พอแน่นอนครับ แล้วยังมีภาคเกษตรกรไร่อ้อย ไร่มันสําปะหลัง แล้วก็นาข้าว นาข้าวนี่คงจะเสียหายทั้งหมดนะครับ แล้วก็ไร่อ้อยนี่คงจะเสียหายเป็นบางส่วน ที่กระทบอยู่ แล้วก็มันสําปะหลังนี้บางครั้งถ้าถูกน้ําท่วมต้องให้ต้นตาย มันสําปะหลัง ต้นไม่ตายแต่หัวมันมันเสียหายมันจะเน่า ประมาณ ๓ วัน มันก็จะเน่าแล้ว ส่วนนี้ก็อยากจะให้ ทางรัฐบาลช่วยพิจารณาดูอีกครั้งหนึ่งว่าจะทําอย่างไรให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทนส่วนนี้ จังหวัดลพบุรียังมีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมส่วนนี้จะเป็นผลเสียหายที่เกิดจากน้ําท่วมนี้ เป็นผลกระทบ เพราะว่าโรงงานที่ทางสหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์กที่ตั้งอยู่อําเภอพัฒนานิคม รับซื้อนมจากอําเภอชัยบาดาล อําเภอลําสนธิ อําเภอท่าหลวง แล้วก็อําเภอพัฒนานิคม ได้ส่งนมมาให้กับทางสหกรณ์ ทางสหกรณ์ก็ได้ส่งนมมาสู่โรงงานที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โรงงานนมแห่งนี้ถูกน้ําท่วมแล้วก็เกิดความเสียหาย เครื่องจักรผลิตไม่ได้ นมที่ส่งมาแล้ว ทางสหกรณ์ก็ต้องรับไว้ แล้วก็วันหนึ่งมีประมาณ ๓๐ กว่าตัน ซึ่งเป็นเงินวันละ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ถ้า ๓ เดือน ถ้าโรงงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่รับนมดิบนี้ยังไม่สามารถเปิดดําเนินการได้ ความเสียหายจะเกิดขึ้นมหาศาล วันละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ๑ เดือน ก็ตกประมาณ ๑๐ กว่าล้านบาท อยากจะให้รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องนี้โดยด่วน เพราะว่าเป็นผลกระทบกับทางสหกรณ์ ทางผู้เลี้ยงโคนมในจังหวัดลพบุรีเป็นอย่างยิ่งครับ แล้วมีอีกอย่างหนึ่งคือหลังน้ําท่วมแล้ว ถ้างบเยียวยาแค่นี้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ทางรัฐบาลต้องคิดถึงข้อที่ว่ามีคนว่างงานเพิ่มเติม รายได้ไม่มีจะต้องทําอย่างไร จะต้องฟื้นฟูอย่างไร ทําอย่างไรให้คนมีเงินใช้ แล้วก็มีค่าใช้จ่าย ขึ้นมา เพราะว่าคนว่างงานจํานวนมหาศาลนี้จะก่อให้เกิดอาชญากรรม ลักเล็กขโมยน้อย ปล้นจี้ อันนี้ต้องมีแน่นอนครับ อยากจะให้รัฐบาลช่วยพิจารณาเรื่องนี้ แล้วก็ให้ดูความเหมาะสมว่าทําอย่างไร เพราะอันนี้ เป็นเหตุที่พวกเราทุกคนไม่อยากจะเห็นชาวบ้านที่มีความเดือดร้อนคือไม่มีข้าวจะกิน ไม่มีอะไรที่จะทํา งานก็ไม่มีทํา จะต้องมานั่งคือนั่งหาค่าใช้จ่ายที่มาเลี้ยงครอบครัวไม่ได้ จะต้องทําอย่างไร อยากจะฝากทางรัฐบาลให้ช่วยคิดแก้ไขข้อนี้ เพราะว่าอันนี้เป็นเหตุ ที่เดือดร้อนอย่างมาก ๆ สําหรับคนที่ถูกน้ําท่วมในครั้งนี้เพราะว่าไม่มีทางไปครับ ก็ขอดีใจ กับทางกรมชลประทานที่ได้งบเพิ่มเติมอีก ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทในงบเพิ่มเติมนี้ที่ของ กรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมืองนี้ได้เพิ่มเติมอีก ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทก็คง เป็นประโยชน์กับทางชาวบ้านอย่างมาก เพราะว่ากรมโยธาธิการและผังเมืองแบบที่ท่าน ส.ส. เมื่อสักครู่นี้เอ่ยไปกรมโยธาธิการและผังเมืองนี้มีประโยชน์กับทางชาวบ้าน อย่างมหาศาล ริมแม่น้ําทุกสาย ถนนทุกสายที่ผ่านทางแม่น้ํามันจะมีคอสะพาน คอสะพานชํารุด อันนี้กรมโยธาธิการท่านได้งบส่วนนี้ไปแล้วก็หวังว่าคงจะสร้างประโยชน์ ให้กับทางชาวบ้านทุกคนนะครับ แล้วก็ขอยินดีกับทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่ได้ งบเพิ่มเติมไปอีก ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อันนี้ขอให้ทําให้เป็นประโยชน์ต่อท้องถิ่นของเรา อย่างจริงจังครับ อย่าไปเก็บซ่อนไว้ทางนี้ทางโน้น ปิดนี้ปิดโน้น แล้วก็มาใช้งานกันครับ และมีอีกส่วนหนึ่งของกระทรวงสาธารณสุขครับ ต้องขอขอบคุณทางรัฐบาลที่ให้ความสนใจ กับด้านนี้ เพราะกระทรวงสาธารณสุขนี้เป็นที่พึ่งของคนที่เจ็บทุกข์ได้ไข้นะครับ ว่าจะทํา อย่างไรงบประมาณที่ได้เพิ่มเติมมานี้อีก ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี่ต้องขอขอบคุณทางรัฐบาล ที่เห็นความสําคัญจุดนี้ และกระทรวงมหาดไทยได้เพิ่มเติมอีก ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อันนี้ ก็ต้องขอขอบคุณทางรัฐบาล ที่ได้เพิ่มมาแล้วก็อยากจะให้เพิ่มประสิทธิภาพส่วนนี้ให้ดีขึ้น ให้มีความแข็งขันด้านความปลอดภัยในชีวิต ปราบปรามด้านยาเสพติดให้หมดไปจากแผ่นดิน ไทยของเราเพื่อทุกคนที่ทํามาหากินโดยสุจริตธรรมจะได้ตั้งหน้าตั้งตาทํามาหากินกันได้ อย่างเต็มที่ ไม่ต้องมีปัญหาเรื่องยาเสพติดเรื่องอะไรต่ออะไรมาบั่นทอนชีวิตจิตใจครับ แล้วสุดท้ายนี้ก็คงต้องขอขอบคุณทางรัฐบาลและทางหน่วยงานทุกหน่วยงาน องค์กร ทุกองค์กรที่ให้ความช่วยเหลืออุทกภัยในครั้งนี้โดยที่ไม่ได้คิดว่าจะเป็นส่วนรัฐบาลหรือ ส่วนฝ่ายค้านหรืออะไรอันนี้ก็ต้องขอบคุณ ในจังหวัดลพบุรีของเราได้รับความช่วยเหลือ จากทางรัฐบาล ทางฝ่ายค้านของเราทุกคนและที่เป็น ส.ส. ทุกคนที่ให้ความช่วยเหลือ ก็ต้องขอบพระคุณครับ วันนี้ก็ขอขอบคุณอีกครั้งหนึ่งครับ
แล้วก็มีอีกเรื่องที่อยากจะฝากกับทางรัฐบาล คือเรื่องงบประมาณส่วนไหน ที่ได้เพิ่มเติมมานี้อยากจะให้ได้ทํางานให้เป็นผลประโยชน์กับชาวบ้านให้เต็มที่ครับ ที่ได้เพิ่มเติมมาแล้วไม่ใช่ไปเก็บเอาไว้สําหรับปิด ๆ บัง ๆ แล้วใช้จ่ายกันเฉพาะ แค่ส่วนที่ต่างกันของเราขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ
ท่านนริศครับ หลังจากที่ท่านได้แนะนําก็ประสานไปก็มีการถ่ายทอดตามที่ท่านแนะนําเรียบร้อยแล้วครับ ขอบพระคุณมาก เชิญท่านอรุณี ชํานาญยา ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวอรุณี ชํานาญยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ต่อยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณปี ๒๕๕๕ ของรัฐบาลภายใต้การนําของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีที่ชื่อยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในกรอบวงเงินทั้งสิ้น ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเห็นได้ว่า ในส่วนของยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้เรียบเรียงให้มาทั้งหมด ๙ ยุทธศาสตร์นั้น ความสําคัญนั้นแตกต่างกันไปท่านประธานคะ แต่ในความเห็นของดิฉันที่อยากจะเสนอแนะต่อรัฐบาลว่ายุทธศาสตร์ที่น่าจะให้ความสําคัญมาก นั่นก็คือยุทธศาสตร์ที่ ๓ ค่ะ เป็นยุทธศาสตร์ที่จะต้องไปสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ อย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน ทําไมถึงเป็นอย่างนั้นดิฉันมีเหตุผลค่ะท่านประธานที่เคารพ มนุษย์เรานี่ท่านประธานคะ อยู่ดีกินดีอิ่มปากอิ่มท้อง แน่นอนค่ะย่อมนํามาซึ่งความสุขทางใจ แต่ทําอย่างไรละคะจะให้เกิดความสุขทั้งทางกายและทางใจซึ่งเป็นสุดยอดปรารถนา ของมนุษย์เราได้ ก็ต้องทํางาน สร้างเงิน สร้างงาน สร้างรายได้ เช่นเดียวกันค่ะ ดิฉัน เป็นผู้แทนราษฎร สุดยอดปรารถนาของดิฉันก็คือทําอย่างไรให้พี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศได้มีความสุขกายสุขใจนั่นเอง ท่านประธานคะ ประเทศไทยของเรานั้น เป็นประเทศที่มีพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชนคนไทยมากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ที่เป็น เกษตรกร เรามีพื้นที่ทั้งหมดของประเทศมากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ในภาคการผลิตการเกษตร ที่ทําเงินทํารายได้ให้กับประเทศไทย เราจะเห็นว่าพืชเกษตรที่ทํารายได้เป็นกอบเป็นกํา หลัก ๆ แน่นอนค่ะ จะยั่งยืนในอนาคตได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของข้าว ยางพารา ไม่ว่าจะเป็น มันสําปะหลัง อ้อย หรือแม้กระทั่งข้าวโพด สิ่งเหล่านี้ต่างหากค่ะ มันเสถียรภาพ มันยั่งยืน ต่ออนาคตของประเทศไทย ไม่ใช่อุตสาหกรรม พวกนั้นเป็นแค่สิ่งประกอบเท่านั้น วันนี้ เราต้องตั้งหลักให้ดีท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะให้รัฐบาลตั้งหลักให้ดีว่าเรามีอะไร เป็นต้นทุนอยู่ เรามีอะไรเป็นทรัพยากรธรรมชาติ มีภูมิประเทศ มีภูมิอากาศที่เอื้ออํานวย ต่อการที่เราจะยั่งยืนและมีเสถียรภาพ การทําการเกษตร วันนี้เราไม่ต้องสั่งซื้อต้นทุนเหล่านี้ ที่เป็นวัตถุดิบจากต่างประเทศ แต่เราสามารถที่จะส่งออกทําเงินมหาศาลให้ได้ก็คือ ในเรื่องของการส่งเสริมการปลูกยางพารา ท่านประธานที่เคารพคะ ประเทศมหาอํานาจ หลายประเทศ ไม่ว่าประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าประเทศญี่ปุ่น เขาไม่มีสิ่งเหล่านี้นะคะ แต่เล็ก ๆ อย่างประเทศไทยเรามี และสามารถส่งไปขายให้เขาได้ มหาอํานาจอย่างประเทศจีน เขามียางแต่เขาไม่สามารถที่จะเพียงพอต่อการผลิตในประเทศ เขาต้องสั่งซื้อจากเรา ตรงนี้ต่างหากที่เราต้องมาตั้งหลักกัน รัฐบาลต้องทําต่อนะคะในเรื่องของยางพารา ประเทศไทย ถือว่าโชคดี อดีตที่ผ่านมาภายใต้การนําของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร สามารถ ทําให้เกิดโครงการยาง ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ขึ้นภายในประเทศไทยในภาคเหนือและ ภาคอีสาน วันนี้เห็นผลแล้วท่านประธานคะ ดิฉันอยู่จังหวัดพะเยา เป็นจังหวัดหนึ่งที่ได้รับ อานิสงส์จากโครงการยาง ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ เกษตรกรชาวสวนยางชาวพะเยาเริ่มกรีดแล้ว เมื่อเดือนที่แล้วดิฉันไปงานสลากภัตร ไปเจออดีตผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่ง ปีนี้เป็นปีแรกที่เขา กรีดยาง เขามียางประมาณ ๑๐ ไร่ ๗๐๐ กว่าต้นเท่านั้นเองท่านประธานคะ เขาบอกว่า ท่าน ส.ส. ฝากขอบคุณไปถึงนายกรัฐมนตรีทักษิณด้วย เขาไม่เคยเห็นรายได้วันละ ๑,๐๐๐ บาทที่เขากรีดยาง ๑ มีด ๑ เช้า หรือ ๑ วัน แค่ทํายางก้นถ้วยนะคะท่านประธานคะ ถ้าปีหน้าหรือปีต่อไปเขาทํายางแผ่น ดิฉันเชื่อมั่นว่า ๑๐ ไร่ของเขานี่สร้างรายได้วันละ ๒,๐๐๐ บาทแน่ วันนี้เกิดขึ้นแล้วค่ะที่แผ่นดินภาคเหนือและภาคอีสาน เหมือนกับภาคใต้ ที่มีโอกาสมาก่อนหน้านี้เป็นร้อยปี เพราะฉะนั้นรัฐบาลของท่านยิ่งลักษณ์ซึ่งสืบมาจาก พรรคไทยรักไทยของท่านทักษิณ พรรคพลังประชาชนมาเป็นพรรคเพื่อไทย ท่านต้องทําต่อนะคะ เพราะมันดี ถ้าไม่ดีรัฐบาลที่แล้วของท่านอภิสิทธิ์คงไม่ทํา ๘๐๐,๐๐๐ ไร่ค่ะ แต่เสียดายนะคะ บริหารไม่ค่อยดีเท่าไร ท่านประธานที่เคารพ ที่จังหวัดพะเยาของดิฉันเมื่อปลายปีที่แล้ว สกย. ได้ประกาศให้เกษตรกรชาวบ้านไปลงทะเบียนเพื่อขอรับกล้ายาง วันนี้ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าไร่นะคะ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ต้องใช้งบประมาณ ประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ ล้านบาท แต่ท่านทราบไหมคะว่า สกย. ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณสําหรับไปส่งเสริมการปลูกยาง ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสานวันนี้แค่ ๒๐๐ กว่าล้านบาท จังหวัดพะเยายังไม่พอเลยค่ะ จังหวัดเดียว แต่ที่สําคัญดิฉันเป็นห่วงคือกลไกการทํางานด้านงบประมาณของราชการ ที่ไม่มีความเข้าใจค่ะ ยุทธศาสตร์ของจังหวัดพะเยาบอกว่าที่ดอนปลูกยางพารา ที่นา ปลูกหอมมะลิ แต่จังหวัดพะเยาได้เสนอโครงการงบยุทธศาสตร์จังหวัดต่ออนุกรรมการ กนจ. กนจ. กลับไม่เห็นด้วย บอกว่าเป็นงานหลักของ สกย. ท่านประธานคะฝากไปถึงรัฐบาลว่า ตรงนี้ท่านต้องเข้าใจเข้าถึงนะคะ เพราะงบ สกย. แค่ที่ท่านจัดสรรให้ ๒๐๐ กว่าล้านบาท ยังไม่พอแค่จังหวัดพะเยาจังหวัดเดียว ขณะเดียวกันยุทธศาสตร์ของจังหวัดเขาก็มีอยู่แล้ว แต่ทําไมท่านไม่สนับสนุน ฝากไปถึงรัฐบาลแล้วก็ กนจ. ด้วยว่าท่านควรจะพิจารณาสิ่งเหล่านี้ ซึ่งเป็นกระบวนการวิธีการงบประมาณที่ดิฉันบอกว่าเป็นห่วงค่ะ เพราะมันเกิดจาก การทํางานของข้าราชการที่นั่งอยู่บนโต๊ะ ไม่ได้รู้ว่าความต้องการของพี่น้องเกษตรกร ที่ผ่านข้าราชการชั้นผู้น้อยขึ้นไป ส.ส. เองเข้าไปยุ่งเข้าไปในกระบวนการก็ไม่ได้ ก็ผิดกฎหมายอีก เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ ท่านประธานที่เคารพคะ สิ่งที่ทํามาถือว่าท่านทําดีอยู่แล้ว เราอยากให้ทําต่อ เพราะฉะนั้นการจัดสรรงบประมาณจะดีหรือไม่ดีมันอยู่ที่วิธีการบริหารด้วย เพราะฉะนั้นก็ฝากถึงท่านกรรมาธิการทุกท่าน ส.ส. ทุกคนที่จะไปเป็นคณะกรรมาธิการ เพื่อพิจารณางบประมาณว่า งบประมาณปี ๒๕๕๕ นี้ เรามีปัญหาขวางหน้าอยู่ที่ต้องแก้ ต้องใช้เม็ดเงินมหาศาล ขณะเดียวกันเราต้องตั้งหลักว่าเราจะหาเม็ดเงินอย่างไรเพื่อนํามาใช้ ในการบริหารบ้านเมือง แก้ไขปัญหาบ้านเมือง งบที่ไม่มีความจําเป็น ท่านตัดไปเถอะค่ะ อย่างถนนไร้ฝุ่นเมื่อปีที่แล้วท่านทราบไหมคะ กู้เงินมหาศาลนั้น วันนี้ถนนพังเละ ลาดยาง ก็ร่อนกระจุยกระจาย ถึงบอกว่าเป็นโครงการที่กู้มาโกงนั่นค่ะ ดิฉันก็เป็นห่วงว่า จะเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นฝากคณะกรรมาธิการว่าอันไหนที่ไม่จําเป็นให้ตัดไปก่อน แต่ที่มีความสําคัญให้ท่านเรียงขึ้นมาเป็นลําดับที่ ๑ ฝากรัฐบาลว่าวันนี้ต้องเร่งหาเงิน เข้าประเทศและสร้างความมั่งคั่ง มั่นคงและเสถียรภาพยั่งยืนให้กับประเทศชาติของเรา โครงการส่งเสริมปลูกยางพาราภายใต้แผนงานยุทธศาสตร์ที่ ๓ ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์นะคะ ดิฉันจึงขอให้การสนับสนุนค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน
ท่านณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ๘ นาทีนะครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขออนุญาตเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับ ว่านโยบายและการแถลงงบประมาณของท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อวานนี้มีประเด็นที่ทําให้ผมต้องขึ้นมาพูด แล้วก็เรียนกับที่ประชุมในที่นี้ว่า มีประเด็นที่เรา ต้องจับตาดูเป็นพิเศษ แล้วก็ตัวกระผมเองก็ค่อนข้างที่จะกังวลอยู่ ๒-๓ ประเด็น ดังนี้ครับ ในรายละเอียดของเมื่อวานนี้นะครับ ตัวงบประมาณในส่วนของเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ ที่ผมให้ความสําคัญ แล้วก็ให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้นั้น ถ้าดูตามรายละเอียดทั้งหมด จะเห็นว่างบประมาณที่ใช้จ่ายเกี่ยวกับกระบวนการการศึกษาของคนในประเทศไทยนั้น เราใช้งบประมาณอยู่ประมาณ ๔๔๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าแยกออกเป็นยุทธศาสตร์อย่างที่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้แบ่งยุทธศาสตร์ออกเป็น ๘ ยุทธศาสตร์หลัก ๆ และยุทธศาสตร์ที่ ๔ คือยุทธศาสตร์ของการศึกษานั้นซึ่งมีเรื่องของสังคม เรื่องของอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ว่า เฉพาะในส่วนของการศึกษานั้นเราใช้จ่ายงบประมาณอยู่ที่ ๔๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าแยกรายละเอียดออกมาเป็นกระทรวง กระทรวงก็จะใช้งบประมาณอยู่ที่ ๔๑๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในรายละเอียดดังกล่าวผมไม่ค่อยได้สนใจเรื่องของตัวเลขสักเท่าไรครับท่านประธาน แต่สิ่งที่ผมสนใจคือกระบวนการและวิธีการที่จะทําให้การใช้เงินในเม็ดเงินจํานวนดังกล่าวนั้น เป็นไปด้วยความถูกต้อง เป็นไปด้วยความเต็มประสิทธิภาพและเกิดดอก เกิดผลกับ พี่น้อง โดยเฉพาะเด็ก ๆ เยาวชน นักเรียน นักศึกษา แต่สิ่งที่ผมกังวลมากที่สุดครับ เพราะว่า ในช่วงเวลาที่ท่านหาเสียงนั้น ท่านบอกอย่างชัดเจนว่า นักเรียน นักศึกษา คนไทยทุกคน จะมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะการศึกษาเรื่องของขั้นพื้นฐานนั้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลเตรียมความพร้อมไว้มากที่สุดเพื่อให้คนไทยนั้นเตรียมพร้อมในการพัฒนา ไปสู่ความเป็นประชาคมอาเซียน เราจะเห็นได้ชัดเจนครับเพื่อนสมาชิกของผมได้พูดไปแล้วเมื่อสักครู่นี้ซึ่งน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง ที่ไม่ได้มีการถ่ายทอด เป็นประเด็นที่หลาย ๆ คนคงจะสนใจในเรื่องของการแจกคอมพิวเตอร์พกพา คุณสุพัชรี ธรรมเพชร ได้บอกไปอย่างชัดเจนว่ากระบวนการในการแจกคอมพิวเตอร์พกพา หรือพีซี แท็บเล็ต (PC Tablet) นั้น มีประเด็นปัญหาที่น่าสนใจ ระหว่างที่ท่านหาเสียง ท่านบอกชัดเจนครับว่านักเรียนทุกคนจะได้คอมพิวเตอร์พีซีนี้ครบทุกคน นั่นหมายความว่า เด็ก ๑๒ ล้านคนจะมีโอกาสได้ใช้แท็บเล็ต พีซี จนมาถึงเวลานี้ครับวันที่ท่านแถลงนโยบาย ท่านบอกว่าให้เฉพาะเด็กประถมศึกษาปีที่ ๑ จนเมื่อวานนี้ครับท่านนายกรัฐมนตรีอ่าน คําแถลงนโยบายซึ่งผมก็เชื่อว่าท่านคงไม่ได้เตรียมเองหรอกครับ เพราะถ้าท่านเตรียมเอง ท่านจะเห็นข้อขัดแย้งกันระหว่างนโยบายในเล่มนี้กับนโยบายที่เป็นรายละเอียดในเล่มใหญ่ เมื่อวานนี้ท่านนายกรัฐมนตรีบอกชัดเจนว่าเราจะมีการแจกแท็บเล็ต พีซี ให้กับเด็กนักเรียน ๕๐๐,๐๐๐ กว่าคน ใช้เงินงบประมาณ ประมาณ ๑,๙๐๐ ล้านบาท ในขณะที่เล่มใหญ่ มีรายละเอียดชัดเจนครับ บอกไว้ว่าเราจะแจกพีซี แท็บเล็ต ให้กับเด็กนักเรียน ๖๐๐,๐๐๐ กว่าคน ในงบประมาณ ๑,๖๐๐ ล้านบาท ถ้าท่านใช้เวลาสักนิดหนึ่งไม่ได้อ่านแต่คําแถลงซึ่งผมเชื่อว่า ท่านก็ไม่ได้ร่างเองครับ มาดูในรายละเอียดเล่มใหญ่ ผมคิดว่าท่านจะได้รายละเอียดชัดเจน ความสับสนตรงนี้ทําให้ผมสงสัยครับท่านประธาน เพราะอย่างที่บอกจาก ๑๒ ล้านคน กลายเป็นเด็กเฉพาะประถมศึกษาปีที่ ๑ ในท้ายที่สุดเหลือเด็กแค่ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ หรือ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าคนที่จะได้แท็บเล็ต พีซีนี้กับโรงเรียนที่พร้อมเท่านั้น ผมคิดว่าประเด็นนี้ เป็นประเด็นสําคัญ เพราะว่าสิ่งที่รัฐบาลต้องทําไม่ใช่เดินมาบอกกับพวกเราหรือ พี่น้องประชาชนครับว่าท่านสัญญาไว้อย่างนี้พอถึงเวลาวันนี้ท่านทําไม่ได้เลยลดปริมาณ ลดสเปก (Spec) ลงมา สิ่งที่ท่านต้องทําคือท่านสัญญาไว้อย่างไรท่านต้องหาวิธีการ กระบวนการหรืองบประมาณเพื่อทําให้ได้อย่างนั้นที่ท่านสัญญาไว้ สิ่งนี้ผมคิดว่าน่าจะเป็น หน้าที่ของรัฐบาลที่ถูกต้อง และผมเชื่อครับว่ากระบวนการการทํางานแบบนี้ก็สร้าง ความหนักใจให้กับผู้ร่วมทํางานของท่านด้วย เท่าที่ผมทราบมาท่านรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการพยายามจะหาวิธีหางบประมาณทําอย่างไรก็ได้เพราะท่านเอง ก็ไปหาเสียงกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของท่านไว้ว่าแท็บเล็ต พีซีนั้นจะแจกกับเด็กทุกคน ที่เป็นนักเรียน นักศึกษา ในท้ายที่สุดพอบอกว่าแจกไม่ได้ ลงมาเหลือแค่ประถมศึกษาปีที่ ๑ ท่านก็เลยต้องพยายามไปควานหาสเปกหรือเครื่องคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต พีซี ในราคาที่ถูกที่สุด ที่คุณภาพพอจะใช้ได้ดีที่สุดในงบประมาณที่ค่อนข้างจํากัด งบประมาณของ กระทรวงศึกษาธิการนั้นผมทราบในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมาจนถึงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ท่านรัฐมนตรีพยายามของบประมาณอยู่ ๔๒๗,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะที่ท่านได้รับอนุมัติ แล้วก็มาขอต่อสภาแห่งนี้ ๔๑๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันหายไปเยอะนะครับท่านประธาน และแน่นอนว่าเม็ดเงินที่หายไปเยอะนั้นผมเชื่อเหลือเกินว่าคุณภาพของการเรียนการศึกษา ของน้อง ๆ เด็ก ๆ เยาวชนเราจะถูกลืมถูกทอดทิ้งในบางส่วน นี่คือส่วนหนึ่งครับ ที่ความน่าเชื่อถือของนโยบายที่ทําไว้สวนทางกับตัวเลขของงบประมาณที่ขอมา ซึ่งผมมั่นใจว่า ถ้าเป็นอย่างนี้ความน่าเชื่อถือที่น้อยลงแบบนี้กับกระบวนการของการของบประมาณแบบนี้ ทําให้กระบวนการทางการศึกษาค่อนข้างน่ากังวล มากไปกว่านั้นครับยุทธศาสตร์ อื่น ๆ ที่ท่านวางไว้ตามที่ผมได้เรียนให้กับท่านทราบจะเห็นชัดเจนครับว่ากระบวนการ ในการจัดสรรงบประมาณนั้นไม่ได้ถูกจัดไปอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการ งบแท็บเล็ต พีซี ที่ผมบอกเมื่อสักครู่นี้อยู่ในยุทธศาสตร์ของการพัฒนาเพื่อความสมดุล ในท้ายที่สุดท่านก็ลืมไปว่า เรายังมีสิ่งสําคัญอีก ๒ สิ่งซึ่งเป็นเรื่องใหญ่พอสมควรเหมือนกัน นั่นก็คือเรื่องของการก้าว เข้าไปสู่ประชาคมอาเซียนซึ่งท่านให้งบประมาณไว้แค่ ๕๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง แล้วเป็นงบดําเนินการอยู่ ๕๒๘ ล้านบาท จาก ๕๕๘ ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณทั้งหมด ในกระบวนการทั้งหมดเหล่านี้ทําให้เด็ก ๆ ที่มีโอกาสที่จะเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน มีงบประมาณอยู่แค่ ๑๐ กว่าล้านบาท การอุดหนุนเรื่องภาษา เรื่องการส่งเสริมการเรียน เรื่องภาษาเพื่อที่จะพัฒนาเด็กเหล่านี้ให้ก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียนก็ใช้งบประมาณแค่ ๒๑ ล้านบาทเท่านั้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราต้องเรียนถามรัฐบาลครับว่าถ้าเราจะก้าวไปสู่ ความเป็นประชาคมอาเซียนในปี ๒๐๑๕ แล้ว แต่ว่าเรายังใช้จ่ายงบประมาณกับการก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียนแค่ ๕๐๐ กว่าล้านบาทแบบนี้ ผมไม่แน่ใจว่าเด็กไทยจํานวนเท่าไรจะมีความพร้อมในการที่จะก้าวไปสู่ความเป็นประชาคม อาเซียน หรือก้าวเข้าไปสู่ความเป็นสากลอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงไว้เมื่อวานนี้
สิ่งสําคัญประการสุดท้ายครับซึ่งแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้เข้าใจ กระบวนการในการพัฒนาการเรียนการสอนของกระทรวงศึกษาธิการอย่างชัดเจน คือเรื่องของการพัฒนาครูและการแก้ปัญหาการขาดแคลนครู ท่านใช้งบประมาณจํานวนหนึ่ง ในการพยายามที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาความขาดแคลนครูผู้สอน แต่ว่าอย่างหนึ่งที่ท่าน ไม่เคยเข้าใจก็คือว่า กระบวนการในการขาดแคลนครูผู้สอนนั้นไม่ได้เกิดจากงบประมาณ ที่น้อยครับ แต่เกิดจากกระบวนการการวัดผลและกระบวนการการรับสมัครสอบ ซึ่งเรื่องนี้ เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่า ปัญหาของการขาดแคลนครูนั้นไม่ได้เกิดจากงบประมาณแต่อย่างใด แต่เกิดจากวิธีการ ซึ่งไม่จําเป็นต้องใช้เงินครับ จริง ๆ ผมยังมีรายละเอียดอีกเยอะพอสมควร แต่เพื่อไม่ให้ รบกวนเวลาเพื่อนสมาชิกที่ต้องพูดต่อ ก็ฝากทิ้งท้ายไว้ให้กับท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรี ครับว่าในวันนี้ไม่ว่าปัญหาอุทกภัยจะเป็นอย่างไรก็ตาม ในสภาแห่งนี้เรากําลังประชุมกัน เรื่องของการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ที่นี่ไม่ใช่เวทีของการแก้ตัว ของผู้แทนราษฎรที่ไม่ลงพื้นที่แล้วมาแก้ตัวออกสื่อ ที่นี่ไม่ใช่เวทีของการสนับสนุน ยกยอปอปั้นใคร แต่สิ่งที่เราต้องทําวันนี้คือพิจารณาให้ชัดเจนครับว่างบประมาณรายจ่าย ที่พิจารณากันมาเรียบร้อยแล้วมาขออนุญาตสภาที่นี้มีความเหมาะสม มีความชัดเจน และมีความน่าเชื่อถือแค่ไหน เพราะถ้าท่านไม่พิจารณาให้ชัดเจนผมเชื่อว่าพอถึงกระบวนการ ในการทํางานท่านจะมีปัญหาเยอะกว่านี้ครับ ขอบคุณครับ
ท่านมานพ จรัสดํารงนิตย์ ครับ ๗ นาที
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม มานพ จรัสดํารงนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ คณะรัฐมนตรีได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ วันนี้เป็นวันที่ ๒ ในการพิจารณา งบประมาณ ผมดีใจนะครับที่เมื่อวานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้แสดงความคิดเห็น ต่องบประมาณปี ๒๕๕๕ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งเพื่อที่จะใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน ต่อไป งบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ จะว่าล่าช้าท่านทั้งหลายก็คงจะทราบดี เพราะรัฐบาลได้แถลงนโยบายเพื่อที่จะเข้ามาบริหารประเทศในเดือนสิงหาคมปลายเดือน ล่าช้าไปประมาณ ๒-๓ เดือน แต่ก็ถือว่ารัฐบาลได้เร่งรัดเพื่อที่จะจัดทํางบประมาณ งบประมาณเป็นงบประมาณที่จะต้องใช้จ่ายในส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานที่จําเป็น ปี ๒๕๕๕ งบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งจะเป็นประโยชน์และเป็นเครื่องมือ ในการที่จะนําไปแก้ปัญหาของประเทศ ผมดีใจนะครับ แล้วก็เมื่อวานนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้แถลงในสภา งบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ รัฐบาล แบ่งดําเนินนโยบายออกเป็น ๒ ระยะ คือระยะภายใน ๑ ปี และระยะ ๔ ปี ใน ๑ ปีงบประมาณรัฐบาลจะเร่งรัดในหลักการยุทธศาสตร์ ๘ ด้าน กระผมเองคงจะต้อง หยิบยกประเด็นที่เป็นประโยชน์ เพื่อที่จะสนับสนุนให้รัฐบาลได้ใช้งบประมาณ ให้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งและสูงสุดต่อพี่น้องประชาชนในขณะนี้ ยุทธศาสตร์ที่รัฐบาล ได้วางนโยบายไว้ ๘ ด้านนะครับ ผมเองคงจะหยิบประเด็นที่สําคัญ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยุทธศาสตร์การสร้างรากฐานการพัฒนาที่สมดุลสู่สังคม วงเงิน ๔๗๕,๐๖๒.๖ ล้านบาท รัฐบาลจะมุ่งแก้ไขในสิ่งที่เป็นปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ของคนในชาติ ฟื้นฟูระบบประชาธิปไตยและปฏิรูปการเมือง การแก้ไขและป้องกันปัญหายา เสพติด การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบในภาครัฐ การส่งเสริม บริหารจัดการบูรณาการน้ําอย่างเป็นระบบ การแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ การฟื้นฟูความสัมพันธ์และการพัฒนาความร่วมมือกับประเทศในภูมิภาค การแก้ไข ความเดือดร้อนและยกฐานะคุณภาพชีวิตของประชาชน การยกระดับราคาสินค้า ส่งเสริม ให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน การเพิ่มรายได้การท่องเที่ยว การสนับสนุนพัฒนา ศิลปะหัตถกรรมผลิตภัณฑ์ชุมชน การพัฒนาระบบประกันสุขภาพ การสร้างระบบป้องกัน ประเทศ การรักษาความสงบภายในประเทศ สิ่งเหล่านี้เป็นยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลได้วางไว้นะครับ ผมเองคงจะกราบเรียนว่าในขณะนี้สถานการณ์ปัจจุบัน ผมเองขอสนับสนุนรัฐบาล ในการแก้ไขการบริหารจัดการน้ําในหัวข้อ ๔.๑ การป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย และภัยแล้งซ้ําซาก ผมเห็นด้วยที่รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณ ๔๕๐,๒๘๖.๓ ล้านล้านบาท เพื่อส่งเสริมและบริหารการจัดการน้ําอย่างบูรณาการ ท่านจะเห็นว่าอุทกภัยและภัยแล้ง ซ้ําซากอันเป็นมาจากสาเหตุการบุกรุกทําลายป่า การนําทรัพยากรมาใช้อย่างไม่มีการบริหาร จัดการจนเกิดภาวะโลกร้อน ผมคิดว่างบประมาณอาจจะไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหา ดังกล่าวในการจัดการปัญหา รองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ผมเห็นว่าควรจะเพิ่ม งบประมาณส่งเสริมให้มีการปลูกป่าทดแทน รวมทั้งการจัดการอบรมให้ความรู้แก่ประชาชน อย่างจริงจัง การบูรณาการน้ําอย่างมีระบบทั่วประเทศด้านหนึ่ง ควรจะเพิ่มอ่างเก็บน้ํา เพื่อสนับสนุนด้านการเกษตร การทําแก้มลิงป้องกันอุทกภัย นี่เป็นหลักของรัฐบาลที่จะต้อง ดําเนินการอย่างเร่งด่วน ผมขอฝากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขณะนี้ เป็นวาระรับหลักการ คงจะมีการแปรญัตตินะครับ สิ่งเหล่านี้ก็ฝากรัฐบาลว่าควรจะเป็นวาระ เร่งด่วนเพื่อที่จะแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน
ประเด็นสุดท้ายนะครับ ยุทธศาสตร์โครงสร้างความเจริญเติบโตทางด้าน เศรษฐกิจ กระผมกราบเรียนว่าโครงการพื้นฐาน หัวข้อ ๑.๘ งบประมาณรัฐบาลตั้งไว้ ๘๙,๓๔๐.๔ ล้านล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางบก ทางเรือและทางอากาศ ในการขนส่งสินค้าและการบริการ ด้วยยุทธศาสตร์ของประเทศเพื่อไปสู่การเป็นศูนย์กลาง และไปสู่การเป็นศูนย์อาหารของโลก รัฐบาลจะต้องปรับปรุงระบบการขนส่งให้สะดวก รวดเร็วมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล เชื่อมโยงเครือข่ายทั้งต่างประเทศและภายในประเทศ การพัฒนาเส้นทางขนส่งโดยเฉพาะการก่อสร้างถนนหนทางเชื่อมโยงกันระหว่างกรุงเทพฯ และหัวเมืองหลัก ๆ ในภูมิภาคต่าง ๆ รัฐบาลควรจะเร่งรัดการขยาย ๔ ช่องจราจร ซึ่งกระผมเห็นด้วยนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมเป็นผู้แทนราษฎรมาจากอีสานตอนใต้ ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ เรามีเขตติดต่อกับต่างประเทศ เราจะต้อง มีการค้าขายชายแดน เราจะต้องเปิดการติดต่อกันเพื่อที่จะส่งเสริมการลงทุน ก็กราบเรียน รัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงคมนาคมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องนะครับว่าให้ช่วยให้ ความสําคัญด้านการขยายถนน ๔ เลนเพื่อที่จะเป็นการขนส่งสินค้าอย่างรวดเร็วและสะดวก ปลอดภัยเพื่อที่จะนํารายได้สู่ประเทศของเรา
สุดท้ายนะครับท่านประธานที่เคารพ งบประมาณคือหัวใจในการบริหาร ประเทศ เรามีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถแต่ขาดงบประมาณ ขาดการบริหารราชการ องค์กรขาดงบประมาณการบริหารราชการและองค์กรก็จะไม่มีประสิทธิภาพ ฉะนั้นผมฝาก รัฐบาลนะครับว่าความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส นั่นเป็นหัวใจในการแก้ไขปัญหาของ พี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ
ท่านอิสสระ สมชัย ๑๐ นาทีครับ
กระผม นายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่จะอภิปรายต่อไป กระผมอยากจะกล่าวคําว่าแสดงความเสียใจกับพี่น้องประชาชน ซึ่งประสบภัยธรรมชาติจากน้ําท่วมในครั้งนี้ ท่านประธานครับ ไม่ใช่เฉพาะในภาคกลาง หรือกรุงเทพฯ หรือภาคเหนือ ในภาคอีสานก็เช่นเดียวกันได้มีน้ําท่วมประชาชนได้รับ ความเดือดร้อนค่อนข้างจะมาก ส่วนตัวผมเองนั้นในระหว่างที่เดินทางมาประชุม ก็กราบเรียนให้ทราบว่า ก็ได้ถือโอกาสไปช่วยพี่น้องประชาชนซึ่งประสบภัยน้ําท่วม เท่าที่มีโอกาสจะทําได้ โดยได้จัดหาเรือหางยาวไปคอยบริการพี่น้องประชาชนในชุมชน ซึ่งผมอยู่ในวันที่ผมจะอภิปรายในวันนี้ ท่านประธานครับ ผมได้รับมอบหมายให้ ทําการอภิปรายงบประมาณที่เกี่ยวกับด้านสังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ท่านประธานครับ ความจริงแล้วภัยที่เกิดขึ้นครั้งนี้ กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระผมได้ทราบว่าข้าราชการทุกภาคส่วน มีความเหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างมากในการที่ไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยใช้เครือข่าย ศูนย์ประชาบดี ๑๓๐๐ เป็นแม่ข่าย แต่ไม่ค่อยปรากฏเป็นข่าวนะครับ ไม่ค่อยปรากฏเป็นข่าว ก็อยากจะเรียนให้ทราบว่าในสมัยที่ผมเป็นรัฐมนตรีที่นั่นก็ได้พาข้าราชการออกช่วยเหลือ ประชาชนกรณีอย่างนี้ นอกจากศูนย์ประชาบดี ๑๓๐๐ แล้วผมถือว่าเป็นเครือข่ายที่มี ประโยชน์มากได้ไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ไม่ได้รับการติดต่อจากส่วนราชการใด ๆ ก็ใช้เครือข่าย ๑๓๐๐ นี้ นอกจากนั้นแล้วอดที่จะกล่าวถึงไม่ได้ก็คือสภาเด็กและเยาวชน ท่านประธานครับ สภาเด็กและเยาวชนนั้นเป็นสภาเด็กและเยาวชนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมาย ของเด็กและเยาวชน ปี ๒๕๕๐ ได้มีสภาเด็กและเยาวชน ในปี ๒๕๕๓ ที่ผ่านมาเกิดอุทกภัย เช่นเดียวกันนี้นะครับ แม้จะไม่มากมายเท่านี้ แต่สภาเด็กและเยาวชนทั่วประเทศที่เกิดภัย น้ําท่วมได้มีบทบาทในการมาช่วยสังคม ให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แต่น่าเสียดาย นะครับท่านประธาน ในการตั้งงบประมาณสนับสนุนกิจกรรมของเด็กและเยาวชนเที่ยวนี้ ผมมาดูเงินงบประมาณสนับสนุนซึ่งทางการได้จัดให้นะครับ สนับสนุนของสภาเด็ก และเยาวชนแล้วได้รับในงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ เพียง ๒๐,๙๓๐,๐๐๐ บาท โดยมีหลักเกณฑ์ ไว้ว่า ให้สภาเด็กและเยาวชนในระดับอําเภอ อําเภอละ ๑๐,๐๐๐ บาท ระดับจังหวัด จังหวัดละ ๑๕๐,๐๐๐ บาท กทม. ๒๕๐,๐๐๐ บาท และระดับชาติ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ในส่วนหนึ่งในระหว่าง ที่สภายังไม่ยุบ ผมเสนอไปว่าขอให้ทางรัฐบาลจัดสรรเงินงบประมาณให้กับสภาเด็ก และเยาวชนในระดับตําบล ซึ่งมีทั้งหมด ๗,๒๕๕ ตําบล ขอตําบลละ ๕,๐๐๐ บาท เป็นเงิน ๓๖ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าถูกตัดไปไม่ได้รับการสนับสนุน สภาเด็กและเยาวชนนั้น มีประโยชน์มากนะครับท่านประธานครับ เพราะว่าเด็กเหล่านี้ถ้าหากว่าเราสามารถตั้งเป็น สภาคู่ขนานกับสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลหรือ อบต. เด็กเหล่านี้ จะเป็นเงาสะท้อนให้กับผู้ใหญ่ได้เห็นว่าเด็กเหล่านี้เขาได้เข้าใจปัญหาของเขานะครับ แต่ปรากฏว่าไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ ในขณะที่กิจกรรมของเด็กเหล่านี้ ได้ทํามามากนะครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนต่อไปว่าในงบประมาณ ผมจะไปเร็ว ๆ นะครับ เวลาไม่มาก ในงบประมาณของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการนะครับ ในส่วนจัดสรร เงินงบประมาณประชากรเป้าหมายที่ได้รับสวัสดิการสังคมเพื่อให้ผู้ประสบปัญหาทางสังคม เข้าถึงและได้รับบริการสวัสดิการสังคมขั้นพื้นฐานสามารถดํารงชีวิตอยู่ในสังคมได้ ปีนี้ได้รับ เงินอุดหนุนเฉพาะกิจเพื่อสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่งทั้งหมด ๓๗๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ทุกปีก็ได้มีการจัดให้ลักษณะเช่นนี้ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ข้อเท็จจริงในระหว่างที่ผมเป็นรัฐมนตรีที่กระทรวงนี้นะครับ ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. พรรคฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ขอรับการสนับสนุนมานะครับ โดยมีรายชื่อผู้ได้รับ การสงเคราะห์นั้นผมจะจัดให้อย่างทั่วถึงทุกคน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล หรือแม้กระทั่ง ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับทราบจาก เจ้าหน้าที่บางส่วนว่า ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่นจังหวัดอุบลราชธานีได้จัดเงินสงเคราะห์ ให้กับผู้มีรายได้น้อย ผู้ยากไร้นะครับ ระบุชื่อไปเลยครับว่าให้เฉพาะ ส.ส. พรรคเพื่อไทย ๗ คน ทั้ง ๆ ที่มี ส.ส. ทั้งหมด ๑๑ คน ส.ส. เขตนะครับ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ๔ คน รวมเป็น ๑๕ คน แต่จัดเงินสงเคราะห์ไปให้ในพื้นที่ที่ถูกน้ําท่วมแค่ ๗ คน ระบุชื่อไปเลยเป็น ส.ส. พรรคเพื่อไทยทั้งสิ้น อย่างนี้จะเรียกว่า ๒ มาตรฐานไหมครับ ท่านประธานครับ ผมก็อยากจะให้ดูแล พื้นที่ที่ถูกน้ําท่วมหนักที่สุดคืออําเภอเขื่องใน ซึ่ง มี ส.ส. วุฒิพงษ์ นามบุตร อยู่ที่นั่นไม่ได้รับการจัดสรรนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากสิ่งเหล่านี้ไว้ด้วยว่าอยากจะให้ เกิดความเป็นธรรม ไม่อยากจะให้มีลักษณะ ๒ มาตรฐานลักษณะเช่นนี้อีกครับ
ท่านประธานครับ ผมต่อไปที่สํานักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าปีนี้สํานักงานนี้รับเงินสนับสนุน เพียง ๑๙๘ ล้านบาท เมื่อผมได้มาอ่านยุทธศาสตร์นะครับ ยุทธศาสตร์ที่ ๔ ในนโยบายของ รัฐบาลนี้นะครับ ยุทธศาสตร์ที่ ๔ เรื่องการศึกษา คุณธรรมจริยธรรม คุณภาพชีวิต และความเท่าเทียมกันในสังคม ในข้อที่ ๔.๖ หน้า ๓๖ บอกว่า จะสร้างหลักประกัน ความมั่นคงในการดําเนินชีวิตให้คนพิการโดยสนับสนุนเงินอุดหนุนเบี้ยคนพิการ ๑.๑ ล้านคน ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนให้ทราบว่าเบี้ยยังชีพของคนพิการหรือที่เรียกว่า เบี้ยความพิการนั้นได้รับเดือนละ ๕๐๐ บาททุกคนนะครับ ทําไมรัฐบาลไม่คิดให้เหมือนกับ ทางผู้สูงอายุ คือให้เป็นขั้นบันได ๖๐ เท่าไร ๗๐ เท่าไร ๘๐ เท่าไร คนพิการนั้นนะครับ อาจจะไม่จํากัดเรื่องอายุ แต่ไม่ควรจะไปจํากัดไว้ที่ ๕๐๐ บาท ความจําเป็นในการดํารงชีวิต ผมเรียนให้ทราบว่าคนพิการลําบากมาก ไม่ใช่เพียงแค่นั้นนะครับ ท่านประธานครับ นอกจากไม่จัดให้แล้ว ให้ ๕๐๐ บาทเท่าเดิมแล้ว คนพิการ ๑.๑ ล้านคน ในเงินกองทุน ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ รัฐบาลชุดที่ผ่านมาตั้งเงินกองทุน ให้ ๕๐ ล้านบาท ปีนี้ ๒๕๕๕ ไปลดของเขาอีกครับ ลดของเขาเหลือเท่าไรครับ เหลือเพียง ๒๗ ล้านบาท หายไป ๒๓ ล้านบาท ในขณะที่คนพิการเขาไม่อยากให้เป็นภาระทางสังคม เขาอยากจะได้เงินเหล่านี้เป็นเงินกองทุนสําหรับไปเป็นกองทุนประกอบอาชีพนะครับ แทนที่จะได้เท่าเดิมกลับถูกตัดไป ๒๓ ล้านบาท แล้วเราก็มักจะไปกล่าวหาเขาว่า คนพิการนั้นเป็นภาระทางสังคม ในเมื่อทางรัฐบาลไม่ให้เงินงบประมาณสนับสนุนเขาไป เพื่อดํารงชีวิต ดํารงชีพ จะเป็นลักษณะการกู้ยืมหรือการส่งเสริมอาชีพอะไรก็แล้วแต่นะครับ เขาเองก็ไม่ต้องการเป็นภาระของสังคมนะครับ เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนให้ทางรัฐบาล ได้ทราบว่าจะเพิ่มให้เขาเท่าเดิมได้ไหม นี่คือส่วนคนพิการนะครับ
แล้วต่อไปผมจะพูดถึงเรื่องของสํานักงานส่งเสริมสวัสดิภาพ พิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ ท่านประธานที่เคารพครับ กรณีผู้สูงอายุนั้นผมอยากจะ กราบเรียนให้ทราบว่ารัฐบาลได้ตั้งเงินงบประมาณสําหรับจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นขั้นบันได ตามนโยบายที่ได้บอกไว้ เมื่อวานนี้ผมได้ฟังท่าน ส.ส. จากจังหวัดสุโขทัยท่านพูดบอกว่า ทําเป็นขั้นบันไดทําให้เกิด เป็นปัญหานะครับ ปัญหาอายุ ๖๐ ปี เมื่อไร ๗๐ ปีเมื่อไร ๘๐ ปีเมื่อไร ๙๐ ปีเมื่อไร หรือ ๑๐๐ ปีเมื่อไรนะครับ ทําไมไม่ตั้ง ถ้าคิดว่า ๕๐๐ บาทมันน้อยไปก็เพิ่มมาเป็น ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันนะครับ อย่างนี้จะเป็นความสะดวก แต่ไม่เป็นไรครับ ในเมื่อเป็นนโยบายเขียนไว้ รัฐบาลตั้งเงินงบประมาณไว้ทั้งหมด ๕๓,๖๐๘ ล้านบาท สําหรับคนพิการ ๗,๐๑๖,๖๒๒ คน ท่านประธานครับ เบี้ยคนพิการนั้นอยากกราบเรียน ให้ทราบว่าเป็นความต่อเนื่องของนโยบายจากรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และคนที่เริ่มโครงการนี้จริง ๆ ก็คือนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีเมื่อปี ๒๕๓๖ ครับ ในสมัยนั้นนะครับให้เพียงเดือนละ ๒๐๐ บาท พอนายชวนกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี รอบที่ ๒ ปี ๒๕๔๐ ให้อีก ๑๐๐ บาท เป็น ๓๐๐ บาทนะครับ มาถึงรัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ เพิ่มจาก ๓๐๐ บาท มาเป็น ๕๐๐ บาท ตอนท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาเป็นนายกรัฐมนตรี ตอนนั้นคนสูงอายุได้รับเบี้ยยังชีพทั้งหมด ๑,๘๐๐,๐๐๐ คนครับ ท่านประธานครับ รัฐบาล อภิสิทธิ์บอกว่าคนสูงอายุทั้งหมดจะต้องได้รับเบี้ยยังชีพอย่างถ้วนหน้าทุกคน แต่ว่า ๑. จะต้องเป็นคนสัญชาติไทย ๒. จะต้องแสดงความจํานงในการจะขอรับเบี้ยยังชีพ ปรากฏว่าในปีแรก ๒๕๕๒ ที่มาเป็นรัฐบาลจาก ๑,๘๐๐,๐๐๐ คน เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ได้ทั้งหมด ๕,๔๐๐,๐๐๐ คน ปี ๒๕๕๓ ได้ทั้งหมด ๕,๖๐๐,๐๐๐ คน ปี ๒๕๕๔ นะครับ ๖,๕๐๐,๐๐๐ คน มาถึงปี ๒๕๕๕ รัฐบาลตั้งไว้ทั้งหมด ๗,๐๑๐,๖๖๒ คน ในเบี้ยยังชีพส่วนนี้ ผมกราบเรียนให้ทราบว่าในลักษณะการจ่ายนั้นจ่ายผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ เทศบาลและ อบต. ท่านประธานที่เคารพครับ ในรัฐบาลชุดที่แล้วมีนโยบายที่ว่าจะแยกเงิน ส่วนนี้ออกจากท้องถิ่น เนื่องจากว่าท้องถิ่นเขาบอกว่าในเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุนั้น ไปกินเปอร์เซ็นต์งบพัฒนาของเขา ๒๕ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลชุดอภิสิทธิ์มีแนวความคิดว่า เราจะดึงเงินนี้ออกมาแล้วเอาเงินลงทุนนี้ไปแทน ท้องถิ่นจะได้มีเงินนี้ไปพัฒนาท้องถิ่น แทนนะครับ ก็ปรากฏว่ายังดําเนินการไม่ได้ ก็อยากจะฝากเรื่องนี้ไว้นะครับว่า ท้องถิ่น เขาบอกว่าเขาไม่ขัดข้อง เป็นแต่เพียงว่าอย่าเอาเงินส่วนนี้ไปกินเงินลงทุนของเขา เป็นงบลงทุนของเขา
ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งนะครับ คือเรื่องค่าจัดการศพผู้สูงอายุ ตามประเพณี ซึ่งตั้งจ่ายไว้ปีนี้ ๑๘๒ ล้านบาท กราบเรียนท่านประธานทราบว่าผู้สูงอายุนั้น คือคนที่อายุ ๖๐ ปีขึ้นไปนะครับ ๖๐ ปีขึ้นไปคือบุคคลกลุ่มบุคคลซึ่งได้รับเบี้ยยังชีพ จะเป็น เดือนละ ๕๐๐ บาทหรือในอัตราใหม่ตามรัฐบาลชุดปัจจุบัน ขอกราบเรียนให้ทราบว่า เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุนั้นตั้งแต่งบประมาณปี ๒๕๕๔ ก็ยังจ่ายให้เขาไม่หมดนะครับ ท่านประธาน ค้างจ่ายตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๕๔ เป็นต้นมานะครับ ทางสํานักงานส่งเสริม สวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาสและผู้สูงอายุ ก็ขอเรียนให้ทราบว่า ได้ทําเรื่องเสนอขอเงินค่าจัดการศพผู้สูงอายุตามประเพณีรายละ ๒,๐๐๐ บาท ขอมาตั้งแต่ เดือนสิงหาคม จํานวน ๑๖๙ ล้านบาท จนกระทั่งบัดนี้ยังไม่ได้รับเงินเลยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นก่อนที่จะจ่ายงบใหม่อยากจะให้ไปจ่ายเบี้ยเงินค่าจัดการศพผู้สูงอายุ ตามประเพณีซึ่งค้างเขามาตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี ๒๕๕๔ ให้หมดก่อนก็แล้วกันนะครับ ก่อนที่จะเริ่มงบใหม่ก็กราบเรียนให้ทราบว่า จนกระทั่งเดือนนี้เดือนพฤศจิกายนแล้ว ก็ยังไม่ได้รับนะครับ
สุดท้ายครับท่านประธาน จะกล่าวถึงเรื่องสํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านประธานครับ ในระหว่างรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมเข้าใจว่าทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คนปัจจุบันนี้ท่านก็คงทราบดีว่า ที่ทํางานของท่านเวลานี้ไปอาศัยเขาอยู่นะครับ ไปอาศัยตึก กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการอยู่ เนื่องจากว่ายังไม่มีอาคารสํานักงานเป็นของตนเอง รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้อนุมัติโครงการก่อสร้างตึกที่ทําการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ จํานวนเงิน ๘๗๘ ล้านบาทเศษ ในงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ งวดแรกอนุมัติให้ ๑๓๑,๘๗๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ เดือนนี้มันเดือนพฤศจิกายนแล้ว เงินจํานวนนี้ยังไม่ได้มีการเซ็นสัญญาเลย ทั้ง ๆ ที่ได้มีการประกวดราคา มีผู้รับจ้าง เสร็จเรียบร้อยแล้ว จนกระทั่งถึงเดือนพฤศจิกายนเริ่มปีงบประมาณใหม่แล้ว แต่ปรากฏว่าทางกระทรวง ยังไม่ยอมเซ็นสัญญา ผมก็เลยไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใดแล้วมาปี ๒๕๕๕ นี้ยังตั้งเงิน งบประมาณมาอีกนะครับในงวดที่ ๒ นี้ ๘๗ ล้านบาท ในเมื่อ ๑๓๑ ล้านบาทก็ยังไม่ใช้ แล้วปี ๒๕๕๕ ยังมาตั้ง ๘๗ ล้านบาท ผมไม่เข้าใจว่าการจัดสรรเงินงบประมาณนี้ดําเนินการ อย่างไร อยากจะฝากไปยังสํานักงบประมาณนะครับได้ดูเรื่องนี้ด้วย และผมอาจจะต้อง ให้กรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณเรียกเรื่องเหล่านี้มาดูเพื่อจะตรวจสอบว่า มันติดขัดตรงไหนทําไมจึงไม่ดําเนินการ ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ท่านเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ครับ
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ขอเรียนท่านประธานในการร่วมพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ ๒๕๕๕ ซึ่งตามมาตรา ๑ จํานวน ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นที่ทราบกันดีว่า รัฐบาลโดยการนําของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีข้อจํากัดในการ จัดงบประมาณในปีนี้ ๑. ก็คือเรื่องเวลาที่เข้ามาล่วงเลยมาเป็นระยะเวลาเกือบ ๕ เดือน ถึงมีโอกาสที่จะนําเสนองบประมาณเพื่อผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ที่สําคัญ ภาวะวิกฤติซึ่งถือว่าเป็นอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ในแผ่นดินประเทศไทย ซึ่งไม่เคยมีมวลน้ํา ที่ก้อนมหึมามหาศาลที่มาทําลายทรัพย์สินและชีวิตของพี่น้องร่วมชาติของเราถึงขนาดนี้ แต่ก็จําเป็นที่จะต้องนํางบประมาณมาเพื่อที่จะบริหารชาติบ้านเมืองให้ก้าวไปสู่ความสําเร็จ ก้าวไปสู่ความมั่งคั่ง มั่นคง และพี่น้องประชาชนเกิดความผาสุกในประเทศเราให้ได้ ฉะนั้น ทางรัฐบาลโดยภาวะวิกฤติมีข้อจํากัดหลายเรื่องจึงได้พิจารณางบประมาณแบบกระจายไปทั่ว ทุกภูมิภาค โดยไม่ได้แบ่งว่าจะเป็นภาคเหนือซึ่งพี่น้องภาคเหนือ ภาคอีสานให้การสนับสนุน พรรคเพื่อไทยเป็นจํานวนมาก ภาคกลาง ภาคใต้ การจัดสรรงบประมาณลงไปแบบใช้หลัก ธรรมาภิบาลนั่นก็หมายความว่าด้วยจิตสํานึกของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร คณะรัฐบาลมองว่าท่านคือผู้นําของประเทศไทย ท่านคือผู้บริหารทุกภาคส่วน ของประเทศไทย ฉะนั้นพี่น้องที่เป็นคนไทยจะต้องมีสิทธิเท่าเทียมกันและได้รับการดูแล แก้ไขปัญหาอย่างทั่วถึง ก็ต้องขอขอบคุณในงบประมาณที่กระจายไปทั่วทุกภูมิภาค แต่ก็ผมอยากฝากนิดหนึ่งว่างบประมาณตามมาตรา ๔ ซึ่งเป็นงบกลางเพื่อฟื้นฟูเยียวยา พี่น้องผู้ประสบอุทกภัยอาจจะถ้าเป็นไปได้มีการเพิ่มอีกให้เป็น ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสภาตลอดจนพี่น้องผู้ประสบภัยก็คงจะเป็นการแก้ไข ปัญหาเยียวยาได้พอสมควรนะครับ เป็นที่ทราบกันดีนะครับว่าภัยพิบัติครั้งนี้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนอุทกภัย ครั้งยิ่งใหญ่ แต่ก็ต้องขอขอบคุณชื่นชมการต่อสู้ ความอดทน แล้วก็ความเสียสละ ตลอดจน พี่น้องประชาชนผู้มีจิตอาสา แม้แต่ในต่างจังหวัดอย่างเช่นที่อุดรธานี ซึ่งถูกภาวะน้ําท่วม แต่ไม่นาน เนื่องจากว่าเราได้รับการแก้ไขตั้งแต่ปี ๒๕๔๔-๒๕๔๕ โดย ฯพณฯ อดีตนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งถือว่าเป็นอุดรโมเดล ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๔-๒๕๔๕ ไม่มีน้ําท่วมเมืองอุดรธานี จะมีก็ชั่วระยะหนึ่ง แต่เราในฐานะผู้แทนราษฎร ก็แก้ไขเยียวยาให้พี่น้อง นอกจากนั้นพี่น้องก็ยังระดมทุนปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร อาหารแห้ง เงินทอง เสียสละเพื่อพี่น้องคนไทยซึ่งประสบภัยครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนี้มายัง ศูนย์สระบุรี ศูนย์ดอนเมือง ศูนย์นครสวรรค์ นี่ครับน้ําใจของพี่น้องคนไทยเมื่อตกทุกข์ได้ยาก เราไม่เคยทิ้งกัน ถือว่าเป็นสัญญาณแห่งความสมัครสมานสามัคคี ความปรองดองสมานฉันท์ เราควรจะใช้วิกฤติให้เป็นโอกาสเพื่อประเทศไทยของเรา รัฐบาลก็ทุ่มเททํางานแก้ไขปัญหา ให้พี่น้อง ท่าน ส.ส. ทุกคน ทุกเขต ระดมพี่น้องมาช่วยเหลือกันนะครับ แล้วก็ต้องขอขอบคุณ จริง ๆ ว่าพี่น้องที่อยู่ ไม่ว่าจะเป็นนครสวรรค์ ไม่ว่าจะเป็นอยุธยา ปทุมธานี สิงห์บุรี พี่น้องภาคกลางซึ่งถือว่าอุ้มน้ํา ทนทุกข์ทรมานมาหลายเดือน เพื่อที่จะไม่ให้ความทุกข์ยาก เข้ามาสู่ใจกลางของเมืองหลวงคือกรุงเทพมหานคร นั่นคือน้ําใจอันน่าส่งเสริมแล้วก็เป็นสิ่งที่ พี่น้องคนไทยให้แก่กันและกัน ส่วนนายกรัฐมนตรีนะครับ ผมเห็นว่าท่านเป็นคนที่ให้ใจ กับปัญหา ให้ใจกับพี่น้องประชาชน ทุกคน ทุกภาคส่วน แม้แต่ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตํารวจ ข้าราชการทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่เป็นที่ทราบกันดีว่าภาวะวิกฤติครั้งนี้ มันรุนแรงยิ่งใหญ่เป็นประวัติศาสตร์ แต่เนื่องจากท่านนายกรัฐมนตรีมีภาวะผู้นําที่สูง ไม่เคยโทษใคร ไม่เคยโยนความผิดไปที่ใคร ไม่เคยเกี่ยงงอน ถึงแม้บางครั้งเห็น พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน จะอดกลั้นน้ําตาไว้ไม่ได้ก็เนื่องจากว่าตื้นตันใจ ปลาบปลื้มใจที่เห็นพี่น้องประชาชนคนไทยมีน้ําใจต่อกัน ทนทุกข์เพื่อคนอื่น เพื่อคนกรุงเทพมหานคร นี่ก็เป็นเรื่องที่น่าสรรเสริญ พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน เราในฐานะผู้แทนราษฎรผมก็เห็นว่าการจัดสรรงบประมาณประจําปี ๒๕๕๕ เป็นการใช้หลัก ธรรมาภิบาล ใช้หลักเมตตาธรรมกระจายไปทั่วทั้ง ๗๗ จังหวัดทั่วประเทศไทย แล้วก็เป็นการ ที่จะบริหารชาติบ้านเมืองให้พี่น้องประชาชนซึ่งได้รับความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ และที่อยู่ ในทั่วทุกหมู่บ้าน ตําบล จังหวัด ทั่วทุกประเทศไทยได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความเท่าเทียมกัน ในสังคม ก็ต้องขอขอบคุณท่านผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะรัฐบาลซึ่งจากการนําของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขอบคุณครับ
ท่านวิทยา แก้วภราดัย ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ การพิจารณากฎหมายฉบับนี้ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็น หัวใจสําคัญที่สุดของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพราะว่าเป็นเรื่องของการพิจารณา งบประมาณรัฐบาลก็จะมาขออนุญาตสภาครับว่าจะไปใช้จ่ายเงินอย่างไร พวกผมที่สมัคร เป็น ส.ส. ทุกคน วันที่สมัครก็รับปากกับประชาชนครับว่าเราจะมาติดตามตรวจสอบดูแล การทํางานของรัฐบาล และที่สําคัญครับก็คือท่านประธานสมศักดิ์ท่านได้ดําริตั้งแต่ รับตําแหน่งครับว่า ในการพิจารณาเรื่องราวที่สําคัญท่านจะกําชับรัฐมนตรีให้เข้าร่วมประชุม โดยพร้อมเพรียง ท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่าบรรยากาศวันนี้เริ่มดีขึ้นครับ เราพิจารณา เมื่อเช้าไม่มีรัฐมนตรีสักคน ถ้าจะกรุณาท่านรัฐมนตรีคลังอย่าเพิ่งกลับนะครับ ท่านไปเสียแล้วครับ แล้วก็ทยอยไปอีกคนตามเวร ที่จริงเป็นเรื่องสําคัญครับ ท่านประธานสภา พวกผมทําหน้าที่ตรวจสอบแล้วก็จะตามช่วยดู เรากังวลกันมาตลอดครับว่า ฝ่ายค้านจะถลกหนังรัฐบาลในสภา บรรยากาศ ๑ วันที่ผ่านมาท่านจะเห็นว่าตั้งแต่ผู้นําฝ่ายค้านครับ ทั้งหมดเป็นความพยายามที่จะเสนอแนะหาทางออกและร่วมกันแก้วิกฤติของบ้านเมือง ทั้งหมด วันนี้เราพิจารณางบประมาณกัน ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เราจะจ่ายเงิน ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าเรามีโอกาสหาเงินได้ครบหรือเปล่า พวกผมก็ทราบครับว่า รัฐบาลเขียนมาว่าต้องกู้สตางค์เขาถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเป็นบรรยากาศ เมื่อ ๔ เดือนที่แล้วว่าก็จะได้ยินเสียงสนั่นว่าดีแต่กู้ ๆ ก็ไม่มีสตางค์และความจําเป็นบ้านเมือง ดีมันก็ต้องกู้ครับ และพวกผมก็เห็นใจครับว่ารัฐบาลจําเป็นต้องกู้ เพราะฉะนั้นจะไม่มี คําถากถางจากพวกผมครับว่าดีแต่กู้ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้พวกผมได้เตรียมงบประมาณสําหรับ ปีนี้ไว้ แต่รัฐบาลนี้ท่านกู้เพิ่มอีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นความจําเป็นครับ แต่ทุกอย่างที่กู้ไป พวกผมก็มีข้อเสนอแนะ แล้วก็อยากได้ยินคําตอบในสภา เมื่อวานนี้ท่านผู้นําฝ่ายค้าน ได้ชี้แนะรัฐบาลไปครับ ที่ผมขอความกรุณาว่ารัฐมนตรีคลังนั่งต่อนะครับ เพราะพิจารณา งบประมาณวาระที่หนึ่งเสร็จ ท่านจะต้องไปนั่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาวาระ ของการแปรญัตติ ผู้นําฝ่ายค้านเสนอแนะนะครับว่าเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะใช้ฟื้นฟู เยียวยาและเป็นงบฉุกเฉินไม่ได้มีรายละเอียด จะใช้แค่วิกฤติน้ําท่วมครับ และเมื่อรัฐบาล และพวกเราเชื่อมั่นครับว่าภายในเดือนธันวาคมทุกอย่างน่าจะสงบ รัฐบาลพอจะแยกแยะ ได้ไหมครับว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเราจะใช้อะไรบ้าง เช่นเดียวกันครับว่าการพิจารณา งบประมาณไม่ได้จบวันนี้และรัฐบาลจะเริ่มจ่ายสตางค์ เราจะพิจารณากันเสร็จจริง ๆ ก็สิ้นเดือนธันวาคมครับ ผู้นําฝ่ายค้านขอความกรุณาผ่านรัฐบาลไปยังคนที่จะพิจารณา กรรมาธิการครับว่าก่อนที่พิจารณางบประมาณเสร็จลงรายละเอียดเสียให้เสร็จ แต่ปรากฏว่าโวยวายกันขึ้นมาครับว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทต้องกําหนดไว้ลอย ๆ เพื่อจะใช้จ่าย สะดวก มันจะสะดวกอย่างไรครับเพราะพวกผมเป็นผู้แทนทั้งหมดเขาให้มาตรวจสอบ การทํางานรัฐบาล เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีคลังครับท่านก้าวลงไปจากบัลลังก์ที่นั่งเสียแล้ว นะครับ ฝากท่านด้วยครับว่าท่านกําลังจะไปทําหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการและ เอาข้อสังเกตไปด้วยครับ กลับมาวาระที่สอง วาระที่สาม ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ควรจะลง รายละเอียดด้วยครับว่าหน่วยงานไหนบ้างที่จะได้ไป และผมขออนุญาตตําหนิ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ข้อเสนอแนะของฝ่ายค้านตั้งแต่เริ่มต้นครับว่าวิกฤติครั้งนี้เป็นเรื่องที่ ยิ่งใหญ่ สละได้ไหมที่หาเสียงบางเรื่องและอาจจะไม่จําเป็น เช่น โครงการรถคันแรก เพราะทั้งกรุงเทพฯ วันนี้เขาซื้อเรือลําแรกกันหมดแล้วครับ เราต้องใช้เงิน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท สําหรับรถคันแรก หยุดสักพักได้ไหมครับช่วยเอามากระจายรายได้ให้กับประชาชน จ้างงานครับ ซึ่งตัวเลขค่อนข้างชัดเจนครับ อย่างน้อย ๖๐๐,๐๐๐-๗๐๐,๐๐๐ คนก็จะตกงาน วันละ ๓๐๐ บาท ผู้นําฝ่ายค้านบอกว่าเราจ้างคน ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน วันละ ๓๐๐ บาท ได้ถึง ๓ เดือนครับ ปรากฏว่าท่านนายกรัฐมนตรีนั่งฟังตลอดครับ ผมกลับไปดูโทรทัศน์หลังประชุมเมื่อคืน ท่านไปชี้แจงข้างนอกครับ ท่านไม่เลิกประชาพิจารณ์ ท่านจะเดินหน้าประชาพิจารณ์ ผมตําหนิท่านครับ พวกผมเป็นสมาชิกตรวจสอบท่านในสภา ท่านต้องมาตอบที่นี่ ทุกเรื่อง ที่จะต้องหารือเป็นทางนโยบายท่านต้องมาตอบที่นี่ไม่ใช่หนีสภาแล้วไปตอบที่อื่น สักวันหนึ่ง เวลาไม่มีสภาแล้วท่านจะเสียใจครับ เราใช้สภาของเราให้ศักดิ์สิทธิ์แล้วก็รอดําเนินการ วันนี้ครับ ก็ไม่อยากบอกครับท้องถิ่นอย่างกรุงเทพมหานครเขาเริ่มจ่ายวันละ ๓๐๐ บาท จ้างคนเข้าไปทํางานนะครับ เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถ้ามีเวลา หารือกันสักนิดแล้วก็มาตอบชี้แจงในสภา ท่านประธานครับ ๑๓ คนที่อภิปรายมาจบแล้ว ของพรรคประชาธิปัตย์ เราพูดเรื่องยุทธศาสตร์ที่ ๔ ของรัฐบาล คือยุทธศาสตร์ที่จะพูดถึง การศึกษา คุณธรรมจริยธรรม คุณภาพชีวิต และความเท่าเทียมกันในสังคม ไล่มาแต่เรื่อง คุณธรรมจริยธรรม ไล่มาแต่เรื่องของการศึกษา ไล่มาแต่เรื่องของคุณภาพชีวิต ไล่เรื่อง ประสิทธิภาพของการควบคุมสื่อรัฐบาลจนทําให้เสื่อมศรัทธา เราไล่มาทุกข้อครับ ก็อยากฟัง คําชี้แจงของรัฐบาล จบจากผมครับก็เรียนฝากท่านประธานวิปรัฐบาลไปช่วยตามรัฐมนตรี ด้วยครับ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการแก้วิกฤติเรื่องน้ําท่วมอุทกภัยครั้งนี้ เตรียมตัวขึ้นมานั่ง อีก ๑๔ ท่านเขาจะพูดเรื่องนี้ขอให้ความสนใจเถอะครับ เพราะในเรื่องที่กลุ่มแรกพวกผม ได้อภิปรายไปจบที่ผมวันนี้เราพูดถึงเรื่องการศึกษา คุณธรรมจริยธรรม คุณภาพชีวิต ผมอยากทบทวนว่าในช่วงวิกฤติดังกล่าวที่เกิดขึ้น ประเทศไทยเราได้สะท้อนเรื่องคุณธรรม จริยธรรมอย่างรุนแรงมากครับ เราทุกคนในสภาชื่นชมครับ วันที่ประเทศญี่ปุ่นเขาประสบ สึนามิ แล้วเกิดวิกฤติอย่างยิ่งใหญ่ คนไทยแสดงน้ําใจบริจาคไปพวกเราในสภาแสดง ความชื่นชมคนญี่ปุ่นที่เห็นภาพคนที่ตกทุกข์ได้ยาก อดอาหาร เข้าแถวกันเดินซื้อของ ในห้างสรรพสินค้า คนสุดท้ายซื้อไม่ได้หรอกครับ แต่คนแรก ๆ เขามาเจือจาน เรารู้ถึง ความมีวินัย ความมีคุณธรรม และวันที่สังคมไทยวิกฤติเรื่องน้ําท่วม เราชื่นชมครับที่เห็น คนหนุ่มสาว ประชาชนคนเฒ่าคนแก่เข้าไปเรียงแถวช่วยรัฐบาลนั่งบรรจุถุงใส่ของ แต่ท่านเชื่อไหมครับว่าท่ามกลางคนที่มีคุณธรรมส่วนหนึ่งคนที่ไร้คุณธรรมขาดวินัยมากครับ ไม่ช่วยอย่างเดียวไม่ว่าของที่เขาบริจาคกันมายังกล้าอาสาไปแจกจ่าย ก็จะเป็นพระคุณครับ ถ้าแจกจ่ายอย่างนั้น แต่เล่นปล้นกลางแดดเอาต่อหน้าครับ ติดชื่อตัวเองไปแจกอย่างนี้ ใช้ไม่ได้ครับ ไร้คุณธรรมสังคมไทยต้องเปลี่ยนระบบการศึกษาฝากไว้กับคนรุ่นนี้ไม่ได้ครับ กระทรวงศึกษาธิการต้องมาตอบครับว่าคุณธรรมจริยธรรมของคนในสังคมจะเอาอย่างไร อย่างน้อย ๆ คนประเภทนั้นมันต้องส่งโรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง ให้รู้จักเสียบ้างครับว่าวันนี้ เขาเสียสละทั้งประเทศคนเหล่านี้ทําอะไร วิกฤติที่เกิดขึ้นมันไม่ได้จบแค่นี้ครับ ผมขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนะครับ เพราะท่านจะเป็นคนที่ต้องรับมือหนักมากครับ ท่านรับมาตั้งแต่อยุธยาบ้านท่าน ขนคนป่วยตั้งแต่วิกฤติโรงพยาบาลทั้งหมด น้ําลดไม่จบครับ ผมแนะนําสั้น ๆ ครับ ท่านกลับไปอ่านบทความของศาสตราจารย์ นายแพทย์ประเสริฐ ทองเจริญ ครับ ท่านเพิ่งเขียนมาสด ๆ ร้อน ๆ ครับ มฤตยูหลังน้ําท่วมครับ แนะนํา ให้กระทรวงสาธารณสุขทั้งหมดกลับไปอ่านเล่มนี้ครับ ในขณะที่กระทรวงสาธารณสุข สปสช. เงินค้างท่อเท่าไรท่านไปล้างท่อออกมานะครับ เพราะพวกผมตั้งใจจะตั้งงบประมาณให้กับ สปสช. มากกว่านี้ แต่รัฐบาลเขามอง ชุดนี้เห็นความจําเป็นไปลดจากความตั้งใจของรัฐบาล ชุดที่แล้วลงหัวละ ๑๐๐ กว่าบาท เงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขท่านไปเตรียมตัวนะครับ ฝากไว้ที่ สปสช. ไม่ได้ครับ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เป็นงบฉุกเฉิน ท่านเตรียมเอากลับมานะครับ เพราะว่าหลังจากนี้ครับท่านรัฐมนตรี เมื่อวานช่วงบ่ายผมมีโอกาสออกไปข้างนอกครับ เอาข้าวอาหารไปแจกคนที่บางบัว ระยะทางที่ผมนั่งรถจากโรงแรมเจ้าพระยาปาร์คไปบางบัว ท่านรัฐมนตรีครับ เหม็นครับ ผมนั่งอยู่บนรถครับ กลิ่นที่มันระอุขึ้นมาเหม็น และกรุงเทพมหานครเรารับความเหม็น มาจากภาคเหนือจนมากองตรงนี้ครับ ท่านเจอแน่ครับ โรคที่หนังสือพิมพ์ กระทรวงสาธารณสุขพาดหัวแต่เรื่องเพศหญิง เพศชาย ไม่ใช่แล้วครับ มันจะหนักและร้ายกาจยิ่งกว่านั้น มฤตยูครับท่านหลังน้ําท่วม และที่สําคัญครับ การตั้งงบประมาณไป ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทดังกล่าวนี้ ผมเข้าใจว่าเนื่องจากความจําเป็นครับ การพิจารณางบประมาณปีนี้ล่าช้า เราเริ่มจ่ายงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคมครับ จ่ายมาเดือนกว่าแล้วครับ พวกผมก็พยายามดูว่าจะมีนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีคนไหน มาบอกผมบ้างครับว่าเดือนกว่า ๆ ที่ผมไม่ได้พิจารณางบประมาณของท่าน ท่านจ่ายอะไร ไปแล้วบ้าง ถุงยังชีพถุงละ ๘๐๐ บาทที่ทะเลาะกันไม่จบว่าจริงหรือไม่จริง ท่านมาบอก ผมด้วยครับว่าท่านจ่ายไปกี่ถุง สตางค์ที่เขาบริจาคก็แยกไปส่วนหนึ่งนะครับศรัทธาประชาชน แต่เงินที่เป็นภาษีอากรท่านเอาไปจ่ายเท่าไร บิ๊กแบ็กที่กําลังลือกระฉ่อนอยู่ในเว็บไซด์ต่าง ๆ ว่า ถุงละ ๓,๐๐๐ กว่าบาท ท่านช่วยมาแจงพวกผมด้วยครับว่าใช้ไปแล้วเท่าไร เรือทั้งหมด ท่านซื้อไปแล้วกี่ลํา เครื่องสูบน้ําเท่าไร ก่อนจบการพิจารณางบประมาณวันนี้นะครับ ท่านต้องมาแจ้งกับสภาให้หมดครับว่าก่อนที่จะพิจารณางบประมาณที่ให้ท่านไปใช้ ท่านใช้ไปก่อนแล้วเท่าไร จะบอกไม่รู้ไม่ได้ครับ แล้วก็ผมไม่ได้ค้านครับ จําเป็นต้องใช้ แต่พวกผมต้องตรวจสอบ ประชาชนต้องตรวจสอบ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมผ่านวิกฤติ เรื่องน้ําท่วมมาตั้งแต่เป็น ส.ส. สมัยแรกครับ แล้วก็เห็นวิกฤติหลังจากน้ําท่วมมาตั้งแต่ เป็นนักศึกษาครับ ผมบอกให้ระมัดระวังครับ วันนี้คนงานจากพม่าหนีกลับเกือบหมดแล้วครับ เพื่อนผมที่อยู่แถวสุขุมวิทบอกว่าคนใช้พม่ากลับหมด ถ้าไม่กลับแม่จะมาตาม ถามว่า เกิดอะไรขึ้นครับ พม่าเขาบอกว่าเขาเริ่มพยากรณ์กันว่าจะเกิดวิกฤติใหญ่หลังน้ําท่วม ในเมืองไทย เขาตามลูกหลานกลับหมด ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อปี ๒๕๑๘ จังหวัด นครศรีธรรมราชน้ําท่วมใหญ่ น้ําท่วมเสร็จเกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่าผู้ว่าราชการจังหวัด เก็บของบริจาคไม่แจกประชาชน หลังน้ําท่วมเสร็จ ๑ เดือนครับ ประชาชนเผา จวนผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องทําวันนี้ครับ ท่านต้องทําความโปร่งใสครับ พูดความจริงออกมาทั้งหมด ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีประชาต้องกลับมานั่งตรงนี้ครับ เดี๋ยวสักครู่ก็จะพูดให้ท่านฟัง ท่านนายกรัฐมนตรีเปิดงานเมื่อเช้าเสร็จแล้วกลับมาตรงนี้ครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยทั้งหมดกลับมาตรงนี้ครับ สักครู่เราจะนําเสนอ ให้ท่านแก้ปัญหา เพราะไม่เช่นนั้นแล้วพวกผมประชาชนกลัวที่สุดครับ รวมทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน กลัวจลาจลครับ ประมาทไม่ได้ครับ น้ําลดแล้วไม่ใช่จะสงบ น้ําลดเมื่อไร ภาระรัฐบาล ภาระประชาชนยิ่งหนัก นโยบายอันไหนไม่จําเป็นต้องทบทวน พวกผม นําเสนอแนะได้แค่นี้ครับ หลังจากนี้อยู่ที่ว่ารัฐบาลจะรับไมตรีข้อเสนอแนะประชาชนหรือไม่ พวกผมมาจากประชาชน เสนอแนะรัฐบาลถ้าไม่ฟังก็ช่วยไม่ได้ครับ เป็นเรื่องที่รัฐบาล ต้องเผชิญหน้ากันเอง ก็ฝากท่านประธานช่วยเรียกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาเตรียมตัวด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านอนุสรา ยังตรง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางอนุสรา ยังตรง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยค่ะ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอแสดงความเสียใจแล้วก็เห็นใจกับเจ้าหน้าที่ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ในการช่วยกันแก้ไขปัญหาน้ําท่วมค่ะ เพราะว่าแต่ละกระทรวงไม่เห็นแก่เหน็ดแก่เหนื่อยนะคะ รวมทั้งนายกรัฐมนตรี คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ค่ะ ทุกวันนี้ดิฉันและจังหวัดสมุทรปราการ ต่างก็ต้องขอให้กําลังใจกับทุกคนที่ทํางานร่วมกันจนสามารถแก้ไขปัญหาอุทกภัย ตลอดจนให้ผ่านพ้นไปด้วยดีค่ะ ตลอดเวลาที่ผ่านมากว่า ๒ เดือน พี่น้องมีความลําบากมากค่ะ ประมาณเกือบ ๕๐ จังหวัด ประชาชนเดือดร้อน ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคนค่ะ กับเงินงบประมาณที่สูญเสียไปจนน้ําตาคนไทยรินไหลจากข้างนอกจนรินในใจค่ะ ทุกคน ทุกภาคส่วนเห็นใจกับพี่น้องที่ประสบอุทกภัยค่ะ ทั้ง ส.ส. ฝ่ายค้านเอง ทั้ง ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลต่างก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือ จังหวัดที่ไม่โดนประสบอุทกภัย อย่างจังหวัดสมุทรปราการของดิฉันเอง พ่อค้า ประชาชนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจค่ะ ช่วยกันนําของบริจาค ปรุงอาหารสําเร็จรูปนับครั้งไม่ถ้วนนะคะ แล้ววันจันทร์นี้พวกเรา ก็จะไปผัดอาหารปรุงสําเร็จกันที่จังหวัดนนทบุรีอีกรอบหนึ่งค่ะ และสําหรับปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ ดิฉันเองไม่อยากที่จะให้ทุกคนเอาแต่โทษกันไปโทษกันมาว่าปัญหาต้นตอมันเกิดจากที่ไหน อย่างไร เพราะทุกคนต่างก็มีส่วนร่วมด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นอธิบดีกรมชลประทาน ไม่ว่า จะเป็นกระทรวงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางฝ่าย กทม. ไม่ว่าจะเป็นทางรัฐบาลเมื่อถึงขณะนี้แล้ว ดิฉันเห็นว่าพวกเราควรจะต้องหันหน้ามารวมตัวและรวมใจกัน แล้วก็ระดมเบรนสตรอมมิ่ง (Brainstorming) ค่ะ สุดยอดหัวกะทิของแต่ละกระทรวงช่วยกันค่ะ เพราะแต่ละกระทรวง มีทั้งดอกเตอร์ นักวิชาการ เราต้องออกมาช่วยกันด้วยความจริงใจสิคะ เพื่อจะฝ่าฟันปัญหา น้ําเน่า ตอนนี้พี่น้องกําลังจะต้องเยียวยาในเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บที่จะตามมาอีกมาก มันไม่ใช่มหาอุทกภัยธรรมดาค่ะ ตอนนี้มันเป็นภัยน้ําท่วมที่เป็นน้ําเสียด้วยนะคะ มีทั้งโรคฉี่หนู มีทั้งสารพัดโรคอยู่ในนี้ แล้วก็รัฐบาลจะต้องเยียวยาอีกเยอะค่ะ ตอนนี้ได้เวลาแล้วที่พวกเรา จะต้องหันหน้าเข้ามาในทิศทางเดียวกัน ที่ผ่านมาเราอาจจะหลงทางกันไปบ้างค่ะ แต่ตอนนี้ ก็อยากจะให้รัฐบาลเยียวยาให้มันเสร็จไปและผ่านไปโดยเร็วค่ะ และสําหรับงบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ จํานวนวงเงินทั้งสิ้น ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทค่ะ เป็นค่าใช้จ่ายในส่วนของราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น ๆ ประมาณถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งกินวงเงินถึง ๒,๓๒๖,๐๐๐ ล้านบาทค่ะ ในส่วนนี้เราจึงมีเงินเหลือสําหรับชดใช้เงินคงคลัง แค่ ๕๓,๙๑๗ ล้านบาทนะคะ สําหรับที่จะชดใช้เงินคงคลังค่ะ และสําหรับงบประมาณ ประจําปี ๒๕๕๕ นี้ประมาณการจัดเก็บรายได้สุทธิได้ ๒,๐๖๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ด้วยจํานวนนี้ต้องหักเป็นค่าภาษีให้กับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นตามแผนการกระจาย อํานาจ ๘๖,๙๐๐ ล้านบาทนะคะ ทั้งนี้ทั้งนั้นประชาชนก็ชอบใจค่ะ เพราะว่า อบท. จะได้ช่วยกัน ในการที่จะดูแลปัญหาใกล้ชิดให้กับพี่น้องประชาชนได้ค่ะ คงเหลือเงินสุทธิที่จะเป็นรายได้ ของรัฐบาล ๑,๙๘๐,๐๐๐ หรือคิดเป็นร้อยละ ๑๖.๘ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ นั่นเองค่ะ โดยจัดเป็นงบขาดดุล ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทค่ะ สําหรับงบประมาณที่จัดทําขึ้นนี้ ดิฉันคิดว่าถูกต้อง เหมาะสม ทันกาล
โดยเรามาดูยุทธศาสตร์ที่ ๑ ก่อนนะคะ ยุทธศาสตร์ในการสร้างรากฐาน การพัฒนาที่สมดุลสู่สังคม เป็นยุทธศาสตร์เร่งด่วนที่กระทําอยู่นะคะ ไม่ว่าจะเป็นการมุ่ง ที่จะปรองดองก็ใช้งบประมาณ ๕๘๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท เป็นงบประมาณที่เราเรียกร้อง กันมานานแล้วค่ะสําหรับงบสมานฉันท์หรือปรองดอง ฟื้นฟูประชาธิปไตยและปฏิรูป การเมืองนะคะ ก็คาดว่าเงินจํานวนนี้ก็จะสร้างประโยชน์มหาศาลสมกับเจตนาที่รัฐบาล ตั้งใจไว้ค่ะ ส่วนยุทธศาสตร์ที่ ๑ ในเรื่องของการแก้ไขและป้องกันปัญหายาเสพติด จัดงบประมาณในปีนี้ถึง ๙,๖๙๕ ล้านบาท มากกว่าปีที่แล้วจํานวนมากค่ะ ปีที่แล้วน่าจะได้ แค่ ๔,๘๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง ฉันก็คิดว่ารัฐบาลยุคนี้ตั้งใจทําให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยจริง ๆ ค่ะ เพราะว่าปัญหายาเสพ ติดเป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่ ถ้าเกิดภาครัฐอ่อนแอก็ไม่มีทางหรอกค่ะที่จะแก้ไขปราบปรามปัญหา ยาเสพติดให้หมดไปได้ค่ะ เงินจํานวนนี้ก็ขอให้ลงไปถ้วนทั่วทุกที่ค่ะ และขอให้บางส่วนนี้เป็น ขวัญกําลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้วยค่ะ เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายในการป้องกัน และปราบปรามในเรื่องของยาเสพติดค่ะ
ส่วนในเรื่อง ๑.๔ ในเรื่องของส่งเสริมการบริหารจัดการน้ําอย่างบูรณาการ จัดสรรงบไว้ ๔๕,๒๘๖ ล้านบาทค่ะ จริง ๆ แล้วแนวทางในการบริหารจัดการน้ําอย่างเป็น ระบบนี้เพื่อป้องกันบรรเทาอุทกภัยและป้องกันแก้ไขปัญหาภัยแล้งซ้ําซากค่ะ จํานวนนี้ ควรที่จะดูแลก่อนหน้านี้ด้วยซ้ําไปนะคะ ถึงจะมีโครงการรองรับถึง ๑๒ โครงการก็เถอะค่ะ แต่ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และขอให้เป็นบทเรียนในการทํางาน อย่างบูรณาการกับทุก ๆ กระทรวงต่อไปนะคะ เพื่อที่จะให้คนไทยเราไม่ต้องเผชิญกับปัญหา มหาอุทกภัยค่ะ
ในเรื่องของการแก้ไขความเดือดร้อนและยกระดับคุณภาพชีวิตค่ะ แน่นอนที่สุด ที่ผ่านมาเราได้รับการร้องเรียนจากประชาชนนะคะ เพราะว่าเราเป็นตัวแทนประชาชน จะบอกว่าปัญหาสิ่งที่เขาอยากจะให้แก้ไขเป็นอันดับแรก ๆ เลย ก็คือการแก้ไขปัญหา ปากท้องของพี่น้องประชาชนนี้ล่ะคะ เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน และยกระดับคุณภาพชีวิต ๗๒,๒๗๓ ล้านบาทเป็นสิ่งที่ควรจะต้องจ้างงาน จ้างแรงงานต่าง ๆ และเพิ่มความเป็นอยู่ ค่าครองชีพให้สมเกียรติสมฐานะความเป็นคนไทยค่ะ และเพื่อรองรับ ผู้ที่จบชั้นปริญญาตรีที่จะได้รับ ๑๕,๐๐๐ บาทค่ะ ส่วนค่าครองชีพที่พออยู่พอกินสําหรับ ในภาคของเมืองใหญ่ ๆ แน่นอนที่สุดค่ะ และต่อไปก็คือทุกเมืองก็คือค่าแรงวันละ ๓๐๐ บาท หรือเฉลี่ยวันละ ๙,๐๐๐ บาท ก็เป็นสิ่งที่จําเป็นแก่ประชาชนคนไทยทุกคนค่ะ
ทีนี้เรามาดูในเรื่องของการศึกษา ยุทธศาสตร์ทางด้านการศึกษาและคุณภาพชีวิต อันนี้เป็นสิ่งสําคัญที่สุดค่ะ บ้านเมืองจะเจริญหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเด็กไทยหรือคนไทย มีการศึกษาหรือไม่คะ เฉลี่ยแล้วคนไทยอ่านหนังสือน้อยมากค่ะ เมื่อเราเปรียบเทียบกับ ประชากรโลก ถึงเวลาแล้วค่ะที่งบประมาณ ๓๓๖,๐๐๐ ล้านบาทของกระทรวงศึกษาธิการ จะเข้ามาดูแลในเรื่องของการศึกษาเพื่อยกระดับมาตรฐานต่าง ๆ ในสังคมไทยให้สูงขึ้นค่ะ และดิฉันหวังว่าการจัดทํางบประมาณที่มีอยู่ในมือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนี้ จะสามารถสร้างความมั่นใจที่ภาครัฐพร้อมแล้ว ซึ่งกระทรวงต่าง ๆ จะช่วยกันสร้างความมั่นใจ ให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยไปด้วยกันค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ
ท่านสมาชิกครับ ผมขอให้ทุกท่านกรุณาได้รักษาเวลานะครับ ตามกรอบ แต่เมื่อกี้ที่ผ่านมา หลายท่านผมเห็นว่าเป็นผู้หลักผู้ใหญ่นะครับ ผมก็ไม่ได้ตักเตือนทุกคนนะครับ แต่ถ้าเกิน ๕ นาทีไปกลัวว่าจะต้องไปทดเวลาในฝ่ายท่าน เมื่อกี้ผมเห็นหลายท่าน ผมไม่ได้ทักท้วง ถือว่าให้เกียรติท่านก็แล้วกันนะครับ เชิญท่านสาธิตครับ ๑๕ นาทีครับท่าน
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ จากนี้ไปก็จะมี เพื่อนสมาชิกอีกประมาณ ๑๑-๑๒ ท่านนะครับ จะอภิปรายในเรื่องของภาพรวมงบประมาณ ในเรื่องน้ําท่วม ต้องยอมรับครับว่า การพูดเรื่องน้ําท่วมในเวลานี้นั้นค่อนข้างจะเป็นเรื่องที่ ลําบากใจว่าจะหยิบยกเรื่องไหนขึ้นมาพูด เพราะถ้าเอาความทุกข์ยากเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนมาพูดกันในสภานี้ ผมเชื่อว่าความอัดอั้นตันใจและความกดดันทั้งหลาย คงมากกว่ามวลน้ําที่ชาวบ้านกําลังประสบความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้และดูเหมือนว่า รัฐบาลก็จะเป็นที่พึ่งพิงของประชาชนยากเย็นมากขึ้นและขาดความเชื่อมั่นมากขึ้นทุกครั้ง งบประมาณที่รัฐบาลได้จัดเที่ยวนี้ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ถ้าจะมาดูเฉพาะงบที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของน้ําท่วมและ การบริหารจัดการน้ํานั้น ผมลองรวบรวมตัวเลขอยู่ที่ประมาณตัวเลข ๓๕๕,๑๘๗ ล้านบาท เป็นเรื่องส่งเสริมการบริหารจัดการน้ําอย่างบูรณาการ ๔๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท เยียวยาฟื้นฟู อีก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เรื่องโครงสร้างพื้นฐานอีก ๘๙,๐๐๐ ล้านบาท เรื่องการจัดการ ทรัพยากรน้ํา ๗,๙๐๐ ล้านบาท เรื่องการป้องกันเตือนภัยแก้ไขฟื้นฟูความเสียหาย จากภัยพิบัติอีก ๑๓,๙๓๗ ล้านบาท และอยู่ในงบท้องถิ่นประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมทั้งมีงบกรณีฉุกเฉินอีก ๖๘,๐๐๐ ล้านบาท ฟังดูอย่างนี้ก็น่าจะมั่นใจได้ว่างบที่มาดูแล เรื่องอุทกภัยนี้ก็น่าจะเยอะอยู่ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่พอไปผ่าตัวงบประมาณจริง ๆ แล้ว มันไม่ใช่ท่านประธานครับ งบที่เกี่ยวข้องกับอุทกภัยที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหาร นับตั้งแต่ ท่านเข้ารับตําแหน่งในช่วงประมาณเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานั้น มีงบซึ่งเกี่ยวข้องกับการฟื้นฟู เยียวยาและการบูรณะน้ําท่วมในครั้งนี้เพียง ๓ ยอดเท่านั้นเอง ยอดที่ ๑ คืองบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท งบที่ ๒ ก็คืองบซึ่งจะไปที่ท้องถิ่นประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท และส่วนที่ ๓ ก็คืองบกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็น ๖๘,๗๐๐ กว่าล้านบาท แต่ในทั้ง ๓ ยอดนี้ครับ เมื่อรวมกันแล้วก็จะตกอยู่ที่ประมาณไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนงบอื่นที่ผมพูดถึง ก่อนหน้านี้กลายเป็นงบปกติ งบประจําที่เคยตั้งติดต่อกันมาแล้วก็ไม่มีการไปปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ไม่เป็นไปตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีเองได้มีคณะกรรมการหลายชุดซึ่งวางแผน ป้องกันระยะยาวเอาไว้เลย นี่แสดงให้เห็นชัดครับว่างบประมาณที่จัดขึ้นมานี้จะเป็นปัญหา ในเรื่องของงบประมาณที่จะเพียงพอหรือไม่ต่อการไปจัดการเรื่องของผลกระทบจากน้ําท่วม ในครั้งนี้ ผมเริ่มต้นอย่างนี้เพื่อชี้ให้ท่านประธานเห็นครับว่ารัฐบาลดูเหมือนว่าจะจัด งบประมาณแบบปกติ ทั้ง ๆ ที่งบประมาณครั้งนี้อยู่ในภาวะวิกฤติอย่างรุนแรงอย่างยิ่ง เราไปดูในส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นท่านประธานครับ ณ วันนี้น้ําท่วมไปแล้วสะสม ๖๔ จังหวัด มีคนเดือดร้อนถ้าจะนับจาก ๕,๐๐๐ บาทที่ท่านจ่าย ท่านอนุมัติครั้งสุดท้าย อยู่ที่ประมาณ ๒,๙๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ก่อนหน้านั้นมติ ครม. ออก ๒ ครั้ง ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ก็ตกอยู่ที่ประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ใน ๓,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนนี้ ถ้าครัวเรือนหนึ่งมี ๔ คนเฉลี่ย มีคนเดือดร้อนแล้วกว่า ๑๒ ล้านคน มีคนเสียชีวิต เป็นประวัติศาสตร์กับน้ําท่วมครั้งนี้ ยอด ณ เมื่อวานนี้ ๕๒๙ คน สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ของน้ําท่วมที่เกิดขึ้นในประเทศนี้ มีคนสูญหายที่ยังไม่พบ มีพื้นที่การเกษตรเสียหายไปแล้ว ๑๑ ล้านไร่ บ่อปลา บ่อกุ้ง กระชัง ปศุสัตว์ตายไปแล้วถึง ๒๐ กว่าเกือบ ๓๐ ล้านตัว เฉพาะ กรุงเทพฯ ครั้งนี้น้ําท่วมไป ๖๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือน และยังไม่หยุด ยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยไม่มีทิศทางว่ารัฐบาลจะจัดการในเรื่องนี้ได้อย่างไร เรายังไม่นับเรื่องทางหลวง ทางหลวงชนบท สะพาน วัด มัสยิด บ่อบาดาลอีกนับเป็นหมื่นบ่อที่จะต้องเสียหาย เรายังไม่นับความเสียหายของโรงงาน ร้านค้า เอสเอ็มอีทั้งหลาย มีคนอพยพไปแล้ว ณ เวลานี้ ๕๘๐,๐๐๐ กว่าคน เกือบ ๆ ๖๐๐,๐๐๐ คน นับจํานวนนี้ไปแล้วเป็นจํานวนที่เป็น ประวัติศาสตร์สูงสุดภายใต้การบริหารของรัฐบาลชุดนี้ ของแพง หาซื้อของไม่ได้ ภาคเศรษฐกิจการท่องเที่ยวทรุดทันตาเห็น การส่งออกต้องถือว่าวิกฤติอย่างยิ่ง ณ ปัจจุบันนี้ ที่สําคัญก็คือหลังน้ําท่วมครั้งนี้คนว่างงานจะมหาศาลยิ่ง ผมเรียนท่านประธานตรงนี้ก่อน เพราะว่าเมื่อดูความเสียหายและประเมินแล้วนี่ สภาพัฒน์กับหน่วยงานทางเศรษฐกิจ ประเมินอยู่ที่ประมาณเกือบ ๆ ๒ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี เป็นเงินมหาศาลมากครับ แต่งบ ซึ่งท่านตั้ง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท บวก ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทฉุกเฉิน ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ท่านมีการใช้ไปก่อนแล้วด้วยนะครับ เป็นการยืมมาใช้กันก่อนล่วงหน้า เอาเข้าจริงตัวงบตัวนี้ ที่จะออกไปไม่ถึง ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทด้วยซ้ํา ภาคอุตสาหกรรมออกมาบอกวันนี้ว่าของเขา มากกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขตรงนี้มันเกินกว่าตัวงบประมาณที่จะไปรับมือได้ เสียงเรียกร้องให้ปรับงบประมาณบางอย่างในรัฐบาลชุดนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลได้ตอบชัดเจนแล้ว โดยท่านนายกรัฐมนตรีว่าไม่มีการปรับ คําถามต่อไปก็คือชาวบ้านจะพึ่งอะไรหลังจากน้ําท่วม ครั้งนี้เสร็จไปแล้ว เพราะตัวงบประมาณนี้ไม่สามารถจะไปแก้ไขฟื้นฟูเยียวยาในสิ่งเหล่านี้ได้เลย ผมยังเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้แก้ไขวิกฤติน้ําท่วมครั้งนี้แบบธรรมดามาก ต่อไปก็คือชาวบ้านจะพึ่งอะไรครับหลังจากน้ําท่วมครั้งนี้เสร็จไปแล้ว เพราะตัวงบประมาณนี้ ไม่สามารถจะไปแก้ไขฟื้นฟูเยียวยาในสิ่งเหล่านี้ได้เลย ผมยังเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้แก้ไขวิกฤติ น้ําท่วมครั้งนี้แบบธรรมดามากและไม่เคยยอมรับว่าเป็นวิกฤติ ผมอ่านสัมภาษณ์ติดตาม รัฐบาลมาตลอดครับนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม สิงหาคม เป็นต้นมา จนกระทั่งเดือนกันยายน ท่านไม่เคยยอมรับว่าน้ําท่วมครั้งนี้เป็นวิกฤติเลย ท่านนายกมายอมรับว่าเป็นวิกฤติครั้งแรก ในวันที่ ๗ ตุลาคม หลังจากที่ทุกอย่างมาจ่อกรุงเทพฯ และมวลน้ํามหาศาลจะเข้ามาถึง กรุงเทพฯ แล้ว ท่านนายกบอกว่ายอมรับว่าสถานการณ์น้ําเข้าขั้นวิกฤติแต่ยังไม่ประกาศ เป็นภัยพิบัติแห่งชาติเพราะเชื่อว่ายังสามารถรับมือได้ วันที่ ๗ ตุลาคม ท่านนายกบอกว่า และน้ําจะไม่เข้าท่วม กทม. นี่คือสิ่งที่ผมจะชี้ให้กับท่านประธานเห็นว่าถ้าน้ําท่วม ยังไม่ยอมรับเป็นวิกฤติการจัดงบประมาณน้ําท่วมสะท้อนเช่นนั้นทั้ง ๆ ที่วันนี้มันเกินกว่า คําว่า วิกฤติธรรมดาไปแล้วประชาชนจะพึ่งใครครับ และอย่าพูดนะครับว่าทุกคน มีส่วนรับผิดชอบเหมือนกันช่วยกันเถอะวันนี้สภาต้องพูดความจริงครับ ความจริง อาจเจ็บปวดแต่รัฐบาลต้องยอมรับ ที่ผมบอกว่าน้ําท่วมเที่ยวนี้มันวิกฤติกว่าปกติ เพราะอะไรครับ ไปดูบทความที่นักวิชาการเขียนเอาไว้ครับ ปกติประเทศไทยเจอพายุสักลูก ๒ ลูก ร่องความกดอากาศสัก ๑ หรือ ๒ ร่องความกดอากาศก็แย่และครับ แต่เที่ยวนี้พายุ ที่เข้ามาถึง ๕ ลูกนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม ต่อเนื่องมาถึงเดือนสิงหาคม เดือนกันยายนนั้นมีคนคํานวณปริมาณมวลน้ําที่ผ่านนครสวรรค์ เพราะวิกฤติน้ํามันเกิดจาก ลุ่มน้ําทั้ง ๔ คือ ปิง วัง ยม น่าน และที่เกิดในภาคอีสานด้วย แต่ที่เป็นหลักคือ ปิง วัง ยม น่าน ที่เข้ามาถึงภาคกลางและกรุงเทพมหานครขณะนี้นั้นไหลผ่านวันละ ๔,๔๐๐ ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาทีเขาคํานวณปริมาณมวลน้ําได้ถึง ๑๕,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ๑๕,๐๐๐ ล้าน ความจุนี้มากกว่าที่เขื่อนภูมิพลเขื่อนเดียวซึ่งใหญ่ที่สุดความจุน้ํา ๑๓,๐๐๐ จะจุได้ ปริมาณ น้ํานี้คือปริมาณน้ําที่กําลังท่วมไปทั้งประเทศในขณะนี้ ถ้าปริมาณน้ําเยอะขนาดนี้ผลต่อมา ที่เกิดขึ้นก็คือการระบายน้ําผ่านคู คลอง เขื่อนอย่างปกติธรรมดามันทําไม่ได้ เมื่อมันทําไม่ได้ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นก็คือรัฐบาลต้องเข้าไปบริหารจัดการ ตรงนี้อย่างไรครับที่กําลัง มีความคิดจากทุกฝ่ายว่าน้ําท่วมครั้งนี้อย่าโทษว่าเป็นอุทกภัยเป็นภัยธรรมชาติ เพราะความผิดพลาดในเรื่องน้ําท่วมที่ขยายตัววิกฤตินั้นเป็นความผิดพลาดในเรื่องการบริหาร จัดการน้ํา ในเวลาที่เขื่อนบางโฉมศรีแตก ในเวลาที่น้ําล้นเขื่อน ๙๐-๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ มีนักวิชาการได้ไปศึกษาแล้วก็เขียนไว้ชัดครับ อยู่ในช่วงที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศทั้งสิ้น นักวิชาการบอกว่าในเดือนสิงหาคมน้ํายังไม่เต็มเขื่อนแต่ฝนตกเติมโดยพายุ อย่าลืมว่า ท่านนายกเข้ารับตําแหน่งวันที่ ๙ เดือนสิงหาคมตอนนั้นท่านลงมือทํางานเลย แล้วแถลงนโยบายต่อสภานี้วันที่ ๒๒-๒๓ สิงหาคม ตอนนั้นน้ําเริ่มเต็มเขื่อนในปลายเดือน สิงหาคมตอนท่านเข้ารับตําแหน่งแล้วครับ หลังจากเดือนสิงหาคมแล้วสถานการณ์ทุกอย่าง ก็วิกฤติขึ้น ความจริงแล้วถ้ากลับไปดูสถานการณ์จะชี้ให้เห็นชัดว่าการบริหารจัดการผิดพลาดครับ กลับไปดูประกาศกรมชลประทานในช่วงวันที่ ๓๐ ในช่วงวันที่ ๓๑ สิงหาคม มีการเตือนกันนี่ อยู่ในช่วงรัฐบาลท่านนะครับ ถึงปริมาณน้ําที่ไหลผ่านที่จังหวัดนครสวรรค์ แต่ถ้ากลับไปดู การประชุมของท่านนายกรัฐมนตรีเขาเตือนวันที่ ๓๐-๓๑ สิงหาคม ปริมาณน้ํา จังหวัดนครสวรรค์เริ่มขึ้นสูงกว่าจุดที่เคยรับกันมาแล้ว แต่การประชุมวันที่ ๓-๔ กันยายน ต่อเนื่องจากครั้งนั้นผมกลับไปดูรายงานการประชุมครับ มีการพูดถึงการแก้ไขปัญหาระยะยาว จะเสนอทําเขื่อนจะป้องกันอะไรอย่างไรไม่ได้ตอบรับกับสถานการณ์วิกฤติที่เกิดเฉพาะหน้า ในขณะนั้นเลย นี่คือปัญหาที่จะชี้ให้เห็นครับว่ารัฐบาลตอบรับกับเรื่องของการรับมือ ในมวลวิกฤติน้ําที่เกิดขึ้นนี้แบบปกติมากและคิดว่าโครงสร้างทุกอย่างแบบเดิมจะรับได้ สุดท้ายในที่สุดเกิดอะไรขึ้นครับ ในที่สุดน้ําก็ท่วม วิกฤติเขื่อนบางโฉมศรีแตกทะลักไปทางฝั่ง ทางลพบุรี ท่าวุ้ง ซีกที่ไม่เคยท่วมมาก่อนปัจจุบันนี้ก็ยังวิกฤติอยู่ ในส่วนที่ไปทางที่ราบลุ่มทางเจ้าพระยา ตั้งแต่สิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง ตรงนั้นไม่ต้องพูดถึง ลงมาปทุมธานี ลงไปที่นนทบุรี ส่วนหนึ่งครับ ก็ไปทางฝั่งแม่น้ําท่าจีน แต่ที่ผมกําลังจะพูดต่อไปก็คือว่า พอมีการศึกษาลึกลงไปนี่ ถามว่า การแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ําของรัฐบาลตรงนี้สร้างความเชื่อมั่นได้หรือไม่ คําตอบ ก็คือไม่สามารถที่จะสร้างความเชื่อมั่นได้ เพราะอะไรครับ
๑. กลไกรัฐบาลเองก็สับสน ตั้งคณะกรรมการบางทีรายสัปดาห์เลยครับ จนทุกวันนี้กรรมการกี่ชุดยังจํากันไม่ได้เลย
๒. ผู้รับผิดชอบเอง ในรัฐมนตรีมีหลายคน บางทีแถลงข่าวยังขัดแย้งกันเอง แล้วชาวบ้านจะเชื่อใคร
๓. ไม่พูดความจริงกับพี่น้องประชาชน คนถามตลอดน้ําจะเข้ากรุงเทพฯ ไหม ท่านก็ตอบว่าน้ําไม่เข้า คนก็วางใจ
แผนอพยพท่านผู้นําฝ่ายค้านเคยเตือนแล้วตั้งแต่มีประเด็นเรื่องของน้ําท่วม ที่ลพบุรี พูดถึงอพยพคน ๖๐,๐๐๐ คน รัฐบาลไม่เตรียม นวนครบอกไม่แตกแน่ สุดท้ายนวนคร พอป้องกันไม่ได้น้ําทะลักเข้า คนหนีเหมือนที่เขาเรียกว่าสึนามิน้ําจืด แสดงให้เห็นครับว่า เที่ยวนี้มันไม่ใช่อุทกภัยปกติ และจัดการวิธีปกติไม่ได้ แต่ต้องจัดการโดยวิธีการบริหารจัดการ แบบวิกฤติ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นครับมันก็เป็นปัญหาที่ทําให้เกิดความวิกฤติเกิดขึ้นในขณะนี้ และไปโทษว่าเป็นเรื่องของภัยธรรมชาติอย่างเดียวไม่ได้ แต่เป็นเรื่องของการบริหารจัดการ ทั้งสิ้น การส่งสัญญาณจากรัฐบาล ผมอ่านรายงาน ปภ. ทุกฉบับ ผมอ่านและติดตามข่าว ที่ท่านแถลงข่าวของ ศปภ. ในช่วงหลังมาทุกฉบับครับ และเห็นว่าการตอบรับในเชิงวิกฤตินั้น ชัดเจนว่ายังไม่มี
นอกจากนั้นแล้วครับ สุดท้ายพอทุกอย่างกลายเป็นความโกลาหลครับ การบริหารจัดการที่ศูนย์จัดการน้ําท่วมรัฐบาลก็ไปซ้ําเติมปัญหาอีก มีทั้งเรื่องของบริจาค เรื่องส่อทุจริต เรื่องการทิ้งคนอพยพที่ไม่ดูแล สุดท้ายพอถูกตําหนิมาก ๆ เข้า น้ําท่วม ก็กลายเป็นการเมืองครับ อันนี้คือประเด็นที่น่าห่วงที่สุดเป็นการเมืองเพราะว่า ๑. กล่าวหา คนอื่น ตรงนี้ที่ผมบอกว่ามันเป็นเรื่องสําคัญ ในเรื่องของการสร้างความเชื่อมั่น ในมือผม มีคนไปเซฟเฟซบุ๊ก (Facebook) ของ ศปภ. เอาไว้ ซึ่งต่อมาภายหลังมีการลบออกครับ ในเฟซบุ๊กตัวนี้ถูกขยายความโดยทวิตเตอร์ (Twitter) ของแอด (@) สุทธิชัย คือ คุณสุทธิชัย หยุ่น จากเนชั่น เฟซบุ๊กนี้เขียนบอกว่า นายกยิ่งลักษณ์เพิ่งเข้ามาบริหารประเทศ ได้แค่ ๒ เดือน แต่ต้องผันคาบเกี่ยวไปถึงยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่บริหารข้อมูล น้ําผิดพลาดห้วง ๗-๘ เดือนก่อนหน้า ซึ่งสมควรจะต้องได้รับความรับผิดชอบไปเต็ม ๆ เหมือนกัน เรื่องน้ําในเขื่อนจะมีเพื่อนสมาชิกพูด ๑ คนชัดเจนเรื่องนี้ แต่ที่ผมชี้ให้เห็นตอนนี้ ก็คือนักวิชาการบอกชัดครับ น้ํามาเต็มเขื่อนเอาตอนรัฐบาลท่าน แล้วการบริหาร การจัดการน้ําจะเห็นได้ชัดครับจากตัวเลขวันสุดท้าย ไม่ได้ตอบสนองต่อสิ่งนั้นอย่างชัดเจน เพียงพอครับ การผันน้ําก็กลายเป็นเรื่องการเมือง ฝั่งตะวันตกครับมีคนพูดแน่ครับว่า ฝั่งตะวันตกมีทําไม บางโฉมศรีแตก สุพรรณบุรียังแห้ง มีคนคาใจจนเดี๋ยวนี้ เป็น ส.ส. รัฐบาลเอง แต่ฝั่งตะวันออกครับแทบไม่มีใครพูดถึงเลย ผมย้อนกลับไปดูเรื่องเดิมครับ มีหนังสือพิมพ์ ฐานเศรษฐกิจศึกษาเอาไว้ตั้งแต่ยุครัฐบาลคุณทักษิณ บอกมีกลุ่มการเมืองเกี่ยวข้องกับรัฐบาล รัฐบาลชุดปัจจุบันและรัฐบาลขณะนั้นไปกว้านซื้อที่ไว้มหาศาลมาก วันนี้ข้อความเหล่านี้ ถูกเผยแพร่ในโลกไซเบอร์ออนไลน์ (Cyber online) ครับ ท่านไปดูครับ แล้วใครเห็นตรงข้าม ท่านก็กลายเป็นเรื่องแบ่งสี กลายเป็นเรื่องชี้หน้าว่าเป็นคนไม่ให้ความร่วมมือในเรื่องน้ําท่วม ทั้งหมดที่ผมได้เล่าให้ฟังไปนี้ก็คือเรื่องซึ่งรัฐบาลบริหารจัดการน้ําท่วมและนําไปสู่ภาวะวิกฤติครับ
สุดท้ายที่ผมจะพูดก็คือว่า หลังจากน้ําท่วมครั้งนี้ไปแล้วมันจะวิกฤติยิ่งกว่า ช่วงน้ําท่วมอีกครับ ทุกอย่างที่รอการแก้ไข ถ้าท่านยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจในเรื่อง การบริหารจัดการน้ําท่วมที่เกิดขึ้นได้ สุดท้ายแล้วหลังน้ําท่วมนี้ท่านวิทยาเตือนไว้แล้วครับ จลาจลจะมีโอกาสเกิดขึ้น ให้ความสําคัญกับสภานี้ครับ ลุกขึ้นมาตอบคําถามชี้แจง อย่างน้อย ที่สุด ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทท่านทําอะไร และถ้าเงินไม่พอท่านเอาแหล่งเงินมาจากไหนครับ สุดท้ายจริง ๆ นะครับท่านประธานครับ บริหารจัดการเที่ยวนี้ครับ เสร็จน้ําท่วมเที่ยวนี้ อย่าหาแพะมารับแทนรัฐบาลนะครับ ตอนนี้มีการเอ่ยชื่อคนระดับอธิบดีเท่านั้น และพยายาม จะหยิบขึ้นมาเป็นแพะรับผิดชอบแทนรัฐบาล อย่าทําอย่างนั้นครับ ความรับผิดชอบ อยู่ที่รัฐบาลเต็ม ๆ และถ้ายังตัดสินใจจัดการอะไรไม่ได้อีก จลาจลที่จะเกิดขึ้นหลังน้ําท่วม ก็จะเป็นภาระรับผิดชอบของรัฐบาลเต็ม ๆ เช่นกันครับ
ท่านจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ เชิญครับ ๗ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม จรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําปาง พรรคเพื่อไทยครับ ต่อร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒.๓๘ ล้านล้านบาทนั้น โดยการนําเสนอของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคณะรัฐบาล ซึ่งผมเองมีความเห็นใจและเข้าใจถึงสถานการณ์ ณ ปัจจุบันเกี่ยวกับมหาวิกฤติอุทกภัย ซึ่งเกิดขึ้น ณ ประเทศไทย ผมอยากจะเรียนครับว่าจากการที่รัฐบาลได้ปรับงบประมาณ ของกระทรวงต่าง ๆ ลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์นั้น ซึ่งอยากจะเรียนกับพี่น้องประชาชนครับว่า การที่รัฐบาลปรับลดงบประมาณลงก็เพื่อที่จะนํางบประมาณที่ปรับลดนั้นไปช่วยเหลือฟื้นฟู และแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย ท่านประธานที่เคารพครับ ยุทธศาสตร์ ๘ ยุทธศาสตร์กับอีก ๕๐ แผนงานนั้น ซึ่งถือว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่มีความสําคัญ เป็นอย่างยิ่งในการจะแก้ไขปัญหา และการใช้จ่ายงบประมาณ และการบริหาราชการแผ่นดิน ในห้วงระยะเวลา ๔ ปีที่รัฐบาลเป็นรัฐบาล ณ ปัจจุบันนี้ ผมอยากจะเรียนครับว่านอกจาก รัฐบาลที่พยายามจัดสรรงบประมาณแล้วตัดงบประมาณลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เพื่อที่จะลด การขาดดุลงบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ต้องลดการขาดดุลเพื่อปรับลดลงนั้น ก็เพื่อที่จะไม่ให้หนี้สาธารณะซึ่งประชาชนจะได้รับผลกระทบ ผมอยากจะเรียนท่านประธานครับ ว่าการใช้จ่ายงบประมาณที่ทางรัฐบาลพรรคเพื่อไทยได้แถลงไว้ตอนที่หาเสียง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องกองทุนหมู่บ้านก็ดี ซึ่งรัฐบาลก็จัดสรรงบประมาณให้เพิ่มอีก ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เมื่อวานนี้พี่น้องประชาชนที่จังหวัดลําปางก็โทรมาหาผมว่าดีใจ นอกจากนี้แล้วยังมีเงินกองทุน เอสเอ็มแอลที่จะจัดเพิ่มขึ้น ผมก็ได้ทราบจากพี่น้องประชาชนครับว่าที่ผ่านมานั้นการจัดสรร เม็ดเงินที่เรียกว่าชุมชนพอเพียงของรัฐบาลที่ผ่านมาได้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการบริหารจัดการ งบประมาณ โดยที่พี่น้องประชาชนเองไม่มีโอกาสได้เข้าไปคิดแก้ปัญหา แล้วก็ได้เข้าไป จัดสรรงบประมาณโดยให้ชุมชนนั้นเป็นคนบริหารจัดการเอง
ท่านประธานครับ การพักหนี้เกษตรกรของพี่น้องประชาชนมีความจําเป็น อย่างยิ่ง เพราะว่าเนื่องจากปัญหาอุทกภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นพี่น้องที่ได้ปลูกพืชผล ทางการเกษตร ตรงเลยครับที่รัฐบาลได้แถลงไว้เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาพักหนี้เกษตรกร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะเรียนในฐานะที่เห็นรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ เกี่ยวกับกระทรวงต่าง ๆ ผมอยากจะฝากข้อเสนอแนะในเรื่องแรก ไม่ว่าจะเป็นกระทรวง ที่มีความสําคัญอย่างยิ่งในการจัดหารายได้ให้กับประเทศก็คือกระทรวงพาณิชย์ก็ดี กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ดี ซึ่งถือว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์นะครับท่านประธานครับ ของจีดีพีที่กระทรวง ๒ กระทรวงนี้ที่เราจะต้องให้ความสําคัญ ไม่ว่าจะเป็นกรมการเจรจา การค้าระหว่างประเทศก็ดี กรมส่งเสริมการส่งออกก็ดี ซึ่งถือว่าเป็นกรมที่มีความสําคัญ ในเรื่องของการส่งออก ผมอยากจะเสนอแนะให้รัฐบาลได้ดูและเน้นความสําคัญในเรื่องนี้ด้วย
ท่านประธานที่เคารพครับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาอยากจะเรียนครับว่า ศักยภาพของประเทศไทยนั้น อย่างที่เราทราบครับว่าในปีหนึ่ง ๆ ได้มีนักท่องเที่ยวได้เดิน ทางเข้ามาในประเทศเป็นจํานวนมากและทํารายได้ให้กับประเทศไทย ผมก็อยากจะฝากนะครับ เนื่องจากเวลามันน้อย
ท่านประธานที่เคารพครับ งบประมาณงบกลางเรื่องเกี่ยวกับอุทกภัย ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้เห็นใจครับที่รัฐบาลเองพยายามที่จะจัดสรร โดยเฉพาะ ในการช่วยเหลือพี่น้องประสบอุทกภัย โดยที่เป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ผมต้องขอชื่นชม แต่สําหรับบางหน่วยงานบางกระทรวง อย่างเช่นกระทรวงเกษตร และสหกรณ์เองยังมีปัญหาในการดําเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะผม อยากจะเรียนครับว่าของจังหวัดลําปางของกระผมเองนั้น โครงการในการพัฒนาแหล่งน้ํา อย่างเช่น โครงการสูบน้ําด้วยพลังไฟฟ้านั้นจังหวัดลําปางไม่ได้รับงบประมาณในการจัดสรร ผมก็ไม่ทราบครับว่าหน่วยงาน เพราะว่าเนื่องจากได้รับทราบว่าโครงการสูบน้ําด้วยพลังไฟฟ้า ของที่จังหวัดลําปางนั้นอยู่ลําดับต้น ๆ ของกระทรวง แต่ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ และเป็นอย่างนี้อีกหลายที่หลายแห่งท่านประธานที่เคารพครับ อยากจะเสนอแนะในเรื่อง ของการจัดหารายได้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดทําแผนที่ภาษีก็ดีที่อยากจะให้ทางองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ซึ่งถือว่าถ้าเราสามารถที่จะบริหารจัดการได้นั้น เราก็จะช่วยลดภาระ ของรัฐบาลกลาง และท้องถิ่นก็จะสามารถเก็บภาษีได้
เรื่องการเก็บภาษีนิติบุคคลก็ดี ภาษีเงินได้นิติบุคคลธรรมดาก็ดี ซึ่งถือว่า อยากจะให้ท้องถิ่น ในบางพื้นที่ก็เอามาเก็บที่ส่วนกลาง อยากจะให้กลับไปเก็บที่ท้องถิ่น เพื่อที่จะให้ท้องถิ่นนั้นได้บริหารเงินงบประมาณนี้เอง ผมก็อยากจะฝากทางท่านประธาน ไปถึงทางรัฐบาล
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะเรียนครับว่าปัญหาในส่วนของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมเคยอภิปรายตอนอุทกภัยน้ําท่วมครับ เรื่องการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกขององค์การมหาชน ซึ่งเพิ่มขึ้นนะครับ เพิ่มขึ้นมา จํานวนน้อยมาก ผมคิดว่ามันไม่เพียงพอต่อการบริหารจัดการ
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธานที่เคารพ การออกเอกสารสิทธิที่ดินในที่ทํากิน ของพี่น้องประชาชน ผมต้องชื่นชมรัฐบาลนะครับที่ได้จัดสรรงบประมาณในการช่วยเหลือ เร่งรัดในการออกเอกสารสิทธิ จํานวน ๑๐๐,๐๐๐ แปลง ผมต้องขอขอบคุณแทน พี่น้องประชาชนแล้วก็แทนรัฐบาล
สรุปสุดท้ายนะครับ อยากจะให้ความเห็นว่างบประมาณปี ๒๕๕๕ ที่เราจะได้ ผ่านร่างงบประมาณในวันนี้ ก็ขอให้รัฐบาลได้นําเอาปัญหาต่าง ๆ ที่ได้รับจากท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกท่านเพื่อนําไปแก้ไขให้บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน อีกครั้งหนึ่งครับ ขอขอบพระคุณอย่างสูงครับ
ท่านอภิรักษ์ โกษะโยธิน ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นในเรื่องของสมมุติฐานที่มีการกําหนดรายรับไว้อยู่ที่ประมาณ ๑,๙๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเพิ่มจากปีงบประมาณที่แล้วประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ หรืออยู่ที่ ประมาณ ๓๓๐,๐๐๐ล้านบาท ซึ่งประเด็นดังกล่าวผมเชื่อว่าท่านเพื่อนสมาชิกจะทราบดีว่า สถานการณ์ในวันนี้ยังเป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เป็นสถานการณ์ที่ยังไม่นิ่ง มวลน้ํา ที่เคลื่อนตัวลงมาจากทางเหนือ ภาคเหนือที่มาจ่ออยู่บริเวณพื้นที่ตอนเหนือ ของกรุงเทพมหานครก็ยังไหลบ่าเข้าในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ยังท่วมขังอยู่ที่ จังหวัดปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม และอีกหลายจังหวัด หรือแม้แต่ในพื้นที่ภาคกลางเอง ก็ยังมีหลายพื้นที่ที่ยังมีน้ําท่วมขัง ฉะนั้นประเด็นที่มีการตั้งสมมุติฐานว่าจะสามารถจัดเก็บ รายได้ให้มากขึ้นกว่าปีที่แล้วอีกกว่า๒๐ เปอร์เซ็นต์ หรือแม้แต่สมมุติฐานที่พูดถึงการเติบโต ของจีดีพีในปี ๒๕๕๕ ก็เป็นเรื่องที่น่าจะมีผลในเรื่องของการเตรียมแผนการรองรับในกรณี ที่ไม่สามารถจัดเก็บรายได้
ประเด็นที่ ๒ เกี่ยวข้องกับในเรื่องของการจัดตั้งรายจ่าย ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นการจัดตั้งงบประมาณขาดดุลที่จะมีการกู้เงินอีกประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งประเด็นดังกล่าวผมจะพูดอภิปรายในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรงบประมาณ ในเรื่องของการบริหารจัดการ การฟื้นฟู การป้องกันอุทกภัยน้ําท่วมในครั้งนี้
โดยในยุทธศาสตร์ที่ ๑ ที่ได้มีการกําหนดการสร้างรากฐานการพัฒนา อย่างสมดุลให้กับพี่น้องประชาชน ก็ได้มีการกําหนดการจัดสรรงบประมาณที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการเยียวยาฟื้นฟูและป้องกันความเสียหายจากอุทกภัย อย่างบูรณาการ เป็นงบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมถึงงบประมาณอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นงบประจํา ซึ่งได้จัดสรรไว้ตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้ว ในกระทรวงและหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการส่งเสริมการบริหารจัดการน้ําอย่างบูรณาการประมาณ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท การบริหารทรัพยากรน้ํา ซึ่งมีงบประมาณรวมกันถึงประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้ะวที่สําคัญในเรื่องของการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานอีกประมาณ ๙๘,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อนสมาชิกและท่านประธานจะได้พิจารณาถึงการเริ่มเข้ารับตําแหน่ง ของคณะรัฐมนตรีในชุดปัจจุบัน ท่านนายกรัฐมนตรีเองได้มีการเรียกประชุมหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการดูแลแก้ไขปัญหาน้ําท่วมตั้งแต่ช่วงประมาณต้นเดือนสิงหาคม ซึ่งถ้าเราดูในรายละเอียดไม่ว่าจะเป็นมติ ครม. ในเรื่องของการประชุมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ในพื้นที่ประสบภัยน้ําท่วม เริ่มตั้งแต่ประมาณวันที่ ๑๐ สิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลา ที่รัฐบาลได้เริ่มเข้ามาดําเนินการ ซึ่งต้องยอมรับว่าในช่วงนั้นความกระตือรือร้น ของท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี ของ ครม. หรือผู้ที่เกี่ยวข้องมีความตื่นตัวในการที่จะเข้าไปดูแล แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง การท่วมขังของน้ําท่วมในช่วงนั้นก็เริ่มตั้งแต่บริเวณพื้นที่ภาคเหนือ ภาคเหนือตอนกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ว่าจะเป็นจังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิจิตร จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดพิษณุโลก มีดินโคลนถล่มที่จังหวัดอุตรดิตถ์ หรือแม้แต่น้ําท่วม ในหลายพื้นที่ เช่น จังหวัดตาก จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นต้น แต่ว่าอย่างไรก็ดีในช่วงที่รัฐบาล ได้เร่งรัดในการดําเนินการ หรือแม้แต่การประกาศแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เรียกกันว่า บางระกําโมเดล ซึ่งเพื่อนสมาชิกได้เคยอภิปรายไปเมื่อคืนที่ผ่านมา ก็จะพบว่ารัฐบาลเอง ใช้ระยะเวลากว่า ๒ เดือนในการที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นกว่าที่รัฐบาล จะได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการดูแลแก้ไขปัญหาน้ําท่วมที่มี ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ เป็นประธาน ได้มีการตั้งคณะกรรมการที่เรียกกันว่า คอส. และมีการประชุมเมื่อวันที่ ๒ กันยายน ซึ่งก็ผ่านช่วงระยะเวลาไปประมาณ ๑ เดือน กว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการ ที่เรารู้จักกันดีในนามของ ศปภ. ในวันนี้ก็ใช้เวลาต่อเนื่องไปอีก ๑ เดือน ก็คือประมาณ วันที่ ๘ ตุลาคม เพราะฉะนั้นปัญหาวันนี้ที่พี่น้องผู้ประสบภัย ไม่ว่าจะเป็นน้ําเริ่มลดระดับลง ในจังหวัดพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดสุโขทัย มีการรวมกลุ่มกันในเรื่อง ของการที่จะฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ในจังหวัดนครสวรรค์ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา แต่ก็ยังพบว่ายังมีปริมาณน้ําที่ท่วมขังในอีกหลายพื้นที่ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ําเจ้าพระยา จริง ๆ แล้ว ถ้ารัฐบาลโดย ศปภ. จะสามารถบริหารจัดการน้ําอย่างเป็นระบบ ผมเชื่อว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบโดยตรงไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ํา หน่วยงานของกระทรวงมหาดไทย คือ ปภ. ที่จะดูแลในเรื่องของการบริหารจัดการเข้าไป ดูแลแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ก็จะพบว่าการบริหารจัดการน้ําในพื้นที่ลุ่มแม่น้ําเจ้าพระยา จะเป็นการบริหารจัดการตามเส้นทางน้ําไหลที่เราเรียกกันว่า ฟลัดเวย์ บริหารจัดการ ตามพื้นที่ที่มีความสูงต่ําในเรื่องของการเร่งระบายน้ําลงสู่ทะเลที่อ่าวไทย ไม่ว่าจะเป็น ในพื้นที่ด้านตะวันตกที่จะต้องบริหารจัดการน้ําลงพื้นที่แม่น้ําท่าจีน ในพื้นที่ส่วนกลาง ก็คือลงพื้นที่ในส่วนของแม่น้ําเจ้าพระยา และผันน้ําไปทางตะวันออกที่จะลงสู่แม่น้ําบางปะกง และลงสู่อ่าวไทยต่อไปในอนาคต แต่พบว่าตลอดระยะเวลา ๒ เดือนกว่าในช่วงเดือนสิงหาคม และเดือนกันยายน การบริหารจัดการน้ําของ ศปภ. หรือรัฐบาลเอง ก็จะมีเสียง วิพากษ์วิจารณ์ หรือแม้แต่การแจ้งเตือนภัยให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ เราจะพบว่าพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในหลาย จังหวัดในภาคกลาง ไม่ว่าจะเป็น จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอย่างภาพที่เห็น เราจะพบสภาพของพี่น้องประชาชนที่จะต้อง เร่งอพยพ เพราะว่าไม่มีการแจ้งเตือนภัยจากทางรัฐบาลหรือ ศปภ. เราจะพบว่าทางรัฐบาลเอง หรือ ศปภ. ได้มาออกประกาศในเรื่องของน้ําที่กําลังเคลื่อนตัวเข้าสู่นิคมอุตสาหกรรม หลายแห่ง อย่างน้อย ๗ แห่งในพื้นที่ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดปทุมธานีว่า รัฐบาลก็ดี หรือ ศปภ. สามารถที่จะป้องกันได้ ความหมายก็คือว่าถ้ามีการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า ถึงปริมาณระดับน้ํา ความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น ผู้ประกอบการภาคเอกชนเองก็จะสามารถ มีมาตรการที่ป้องกัน หรือแม้แต่การเตรียมการในการอพยพคน อพยพเครื่องจักร ความเสียหายที่เกิดขึ้นซึ่งวันนี้เราประเมินค่าความเสียหายเบื้องต้น ซึ่งรัฐบาลเองก็ยังไม่มี ตัวเลขที่ชัดเจน อย่างน้อยนิคมอุตสาหกรรม ๗ แห่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและ จังหวัดปทุมธานี ก็จะพบว่ามีความเสียหายมากกว่า ๖๐๐,๐๐๐-๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีคนงานที่จะต้องตกงานอย่างน้อยชั่วคราวก่อนที่สถานประกอบการจะเปิดให้กลับมาทํางานได้ อย่างน้อยอีกประมาณ ๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ คน อันนี้เฉพาะในนิคมอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังมีโรงงานอีกหลายแห่งนอกนิคมอุตสาหกรรม และห่วงโซ่ที่มีการทํางานร่วมกัน ที่เรียกกันว่า ซัพพลาย เชน (Supply Chain) อีกเป็นจํานวนหลายแสนคน รวมแล้ว เป็นจํานวนถึงประมาณเกือบล้านคน เพราะฉะนั้นสมมุติฐานที่ทางรัฐบาลได้ใช้ในการ ดําเนินการจัดทํา พ.ร.บ. งบประมาณในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องรายรับก็ดี รายจ่ายในการ จัดสรรงบประมาณอย่างน้อย ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทในการที่จะเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกัน หรือแม้แต่งบเยียวยาฉุกเฉินที่ตั้งไว้ประมาณ ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลต้องมีรายละเอียด ที่จะชี้แจงให้กับเพื่อนสมาชิก หรือแม้แต่ในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญให้ทราบว่า มีแนวทางในการจัดตั้งงบประมาณดังกล่าวอย่างไร อย่างไรก็ดีถ้าเราพิจารณาถึงแนวทาง ในการที่จะดูแลฟื้นฟูพี่น้องประชาชนที่เป็นผู้ประสบภัย นอกเหนือจากเงินบริจาค ที่พี่น้องประชาชนได้ร่วมบริจาคให้กับรัฐบาลผ่าน ศปภ. มีการจัดทําถุงยังชีพ มีการให้บริการ ส้วมลอยน้ํา มีการบริจาคเรือ ก็จะพบว่าสภาพความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนที่ไม่ได้ อพยพมาที่ศูนย์อพยพ หรือแม้แต่การเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในการจัดตั้ง ศูนย์ส่วนหน้า จะพบว่าเราจะเห็นสภาพของความช่วยเหลือ เป็นความช่วยเหลือของ พี่น้องประชาชนที่เป็นจิตอาสา เป็นเครือข่ายอาสาสมัคร เป็นหน่วยงานเครือข่ายขององค์กร เอกชน สื่อมวลชน หรือแม้แต่กองทัพ ที่เข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ทั้งในเรื่องของการ ไปตั้งโรงครัวส่วนหน้า การนําถุงยังชีพเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน หรือแม้แต่ ท่านผู้นําฝ่ายค้านเอง ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นพรรคฝ่ายค้าน เราเองก็ได้มีการ เชื่อมโยงกับเครือข่ายองค์กรภาคประชาชน หรือแม้แต่เครือข่ายอาสาสมัคร จัดตั้งศูนย์อาสา คนไทยช่วยน้ําท่วม เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม มีการระดมบริจาค รับบริจาคเงินและ ความช่วยเหลือต่าง ๆ สามารถที่จะส่งถุงยังชีพไปถึงประมาณ ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ ถุง แม้ว่าจะเป็นจํานวนที่เล็กน้อยเมื่อเทียบกับรัฐบาล แต่ว่าก็มีพี่น้องประชาชนและอาสาสมัคร ที่เข้าร่วมในกิจกรรมที่ทางพรรคเองได้เชื่อมโยงกับเครือข่ายอาสาสมัคร วันนี้มีการตั้งโรงครัวใต้ ช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑลทุกวันครับ ๒๐ กว่าแห่ง มีการที่จะระดมอาสาสมัครเข้ามาช่วยกันทําครัวกว่า ๑๐๐,๐๐๐ กล่อง ที่นําไปส่งไปให้กับพี่น้องประชาชน แต่สิ่งที่ผมสะท้อนให้ทางรัฐบาลได้ทราบถึงเรื่องของการ จัดสรรงบประมาณและการดูแลพี่น้องผู้ประสบภัยก็จะพบว่าเป็นเรื่องที่เป็นปัญหา และอุปสรรคในเรื่องของการสร้างความมั่นใจว่าการบริหารจัดการงบประมาณในเรื่องของ การเยียวยา ฟื้นฟู หรือแม้แต่การป้องกันในระยะยาว ว่ารัฐบาลจะมีประสิทธิภาพในการ ดําเนินงานมากน้อยแค่ไหน ยกตัวอย่างก็คือว่า ในวันนี้เรามีพี่น้องผู้ประสบภัยอีก เป็นจํานวนหลายแสน หรือแม้แต่มากกว่าล้านคนที่ยังจมน้ําแล้วก็ไม่ได้อพยพมาที่ศูนย์อพยพ ซึ่งสาเหตุหลักก็คือว่าไม่มีความมั่นใจว่าเวลาปิดบ้านไว้แล้วจะมีโจรขโมยที่จะเข้ามา ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ที่จะต้องสร้างความมั่นใจในการเข้าไปดูแลพี่น้องประชาชนดังกล่าว ในขณะเดียวกัน การขาดประสิทธิภาพในเรื่องของการแจ้งเตือนภัย ในเรื่องของการประเมินสถานการณ์ ก็ทําให้พี่น้องประชาชนเกิดความตื่นตระหนก เราก็จะพบสภาพปัญหาที่พี่น้องประชาชน ไประดมทั้งในเรื่องของการจับจ่ายซื้อของตามร้าน การซื้อของตามซุปเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket) ร้านโชห่วยต่าง ๆ ก็จะพบสภาพของการตื่นตระหนกในการที่จะไปเร่ง ตุนสินค้า ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอาหารสําเร็จรูป หรือแม้แต่น้ําดื่ม ซึ่งในสถานการณ์ดังกล่าว ทาง ศปภ. เองก็ได้มีการดําเนินการ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการที่จะเชิญหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง หรือแม้แต่มาตรการในการที่จะมาตั้งศูนย์กระจายสินค้าที่ดอนเมือง ซึ่งเราก็ทราบดีว่าพอประกาศมาจะตั้งดีซี (DC) ที่ดอนเมืองในวันรุ่งขึ้นก่อนที่จะมีการจัดตั้ง ศูนย์กระจายสินค้า ดอนเมืองก็น้ําท่วม ซึ่งอันนี้ก็เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพ ในเรื่องของการสะท้อนปัญหาในเรื่องของการที่จะประเมินสถานการณ์ แม้แต่ในเรื่องของการที่จะเช็กสต็อก (Check stock) สินค้าต่าง ๆ ที่สามารถผลิตได้ ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอาหารสําเร็จรูป น้ําดื่ม ปัญหาก็คือว่าเรามีสินค้า แต่เรา ไม่สามารถกระจายสินค้าได้ ซึ่งถ้ารัฐบาลจะได้ระดมสรรพกําลังจากกองทัพ จากหน่วยงาน ต่าง ๆ ที่นํารถยนต์ที่จะสามารถขนส่งในพื้นที่ที่มีน้ําท่วม เราก็สามารถลดผลกระทบ จากการนําเข้าสินค้าซึ่งก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์จากหน่วยงานราชการด้วยกันเองหรือแม้แต่ พี่น้องประชาชน อันนี้ก็เป็นประเด็นที่มีความสําคัญที่อยากกราบเรียนผ่านท่านประธาน เพื่อที่จะเป็นข้อสังเกตในการที่จะบริหารงบประมาณที่เหลืออยู่ แต่ว่าอย่างไรก็ตามวันนี้ เรายังพบว่าในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ถ้าเราดูข่าวก็จะพบว่าทุกวันก็จะมีการประเมิน สถานการณ์ แต่ว่าไม่ใช่การประเมินสถานการณ์จาก ศปภ. หรือรัฐบาล หรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง แต่เป็นการประเมินจากนักวิชาการว่าน้ําวิภาวดี พหลโยธินจะไปถึงไหน พื้นที่ ฝั่งตะวันออกจะรับได้ไหม สถานการณ์ที่มีการประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นยังไม่รวม สถานการณ์ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในนิคมอุตสาหกรรมบางชันและนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ไม่รวมถึงน้ําถ้าจะเข้าสู่กรุงเทพฯ ชั้นใน ซึ่งผู้ประกอบการได้ออกมาพูดแล้วว่าถ้าน้ําเข้ามาถึง ในบริเวณพื้นที่ชั้นในที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจการท่องเที่ยวจะมีพี่น้องประชาชนได้รับ ผลกระทบคนตกงาน ซึ่งอันนี้ก็เป็นสิ่งที่ทางรัฐบาลเองมีความจําเป็นที่จะต้องเร่งประเมิน สถานการณ์ วันนี้พี่น้องประชาชนอยากทราบว่าน้ําจะท่วมไหม ท่วมแล้วสูงแค่ไหน ท่วมแล้วจะระบายได้เร็วแค่ไหน อย่างไรก็ตามเราจะพบว่ารัฐบาลได้มีการจัดตั้งหน่วยงาน หรือคณะกรรมการที่จะเข้ามารับผิดชอบ เมื่อวันที่ ๔ พฤศจิกายน รัฐบาลได้มีมติในการที่จะ แต่งตั้งคณะกรรมการที่จะฟื้นฟูทั้งในเรื่องของสภาวะเร่งด่วนและในเรื่องของการฟื้นฟู ในเรื่องต่าง ๆ อีก ๙ คณะ ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นเรื่องที่รัฐบาลควรจะเร่งดําเนินการตั้งแต่เมื่อต้น เดือนสิงหาคมหรือแม้แต่ช้าที่สุดก็คือในเดือนกันยายน คณะกรรมการชุดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น คณะกรรมการในเรื่องของการที่จะเข้าไปกู้ภัย เข้าไปดูแลสภาพความเป็นอยู่ของ พี่น้องประชาชนหรือเยียวยาในระยะยาว แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลก็ยังได้มีการตั้ง คณะกรรมการยุทธศาสตร์ระยะยาวอีก ๒ ชุด ก็คือคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟู และสร้างอนาคตประเทศหรือ กยอ. ที่ได้เชิญดอกเตอร์วีรพงษ์ รามางกูร เข้ามาเป็นประธาน และคณะกรรมการยุทธศาสตร์การวางระบบบริหารทรัพยากรน้ําหรือ กยน. ที่มีท่าน รองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ และเรียนเชิญดอกเตอร์สุเมธ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ
ประเด็นที่ผมอยากที่จะฝากถึงรัฐบาลในเรื่องของการที่จะนําเสนอแผน เพื่อที่จะฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ของพี่น้องประชนชน ไม่ว่าจะเป็นการปรับลดโครงการ ประชานิยมอย่างน้อยอีก ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นโครงการลดภาระการผ่อนบ้าน หลังแรกที่ตั้งประเมินไว้ไม่เกิน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท วันนี้พี่น้องประชาชนบ้านยังจมน้ํา ก็เน้นในเรื่องของการที่จะลดงบประมาณ ๓๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท โครงการลดภาษีรถยนต์ อีกประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท โครงการหรืองบประมาณในเรื่องของการลดภาษีนิติบุคคล จาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๒๓ เปอร์เซ็นต์ ก็จะสามารถประหยัดงบประมาณได้อีก ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท งบประมาณทั้งหมดนี้สามารถที่จะนํามาเป็นโครงการในเรื่อง ของการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย ส่งเสริมการประกอบอาชีพ ดูแลในเรื่องของการจัดตั้งกองทุน เพื่อฟื้นฟูการทํางานของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีหรือแม้แต่การวางแผนแม่บทในระยะยาว ซึ่งก็มีความจําเป็นที่จะต้องดูทั้งในเรื่องของการจัดวางผังเมือง การใช้สภาพที่ดินที่เป็น สภาพการระบายน้ําที่เรียกว่า ฟลัดเวย์ หรือแม้แต่การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว ซึ่งก็เป็นสิ่งที่อยากขอฝากรัฐบาลเพื่อที่จะบริหารจัดการในเรื่อง พ.ร.บ. งบประมาณ ปี ๒๕๕๕ อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนต่อไป ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
ท่านสันตศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์ ๑๓ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสันตศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์ บัญชีรายชื่อ พรรคพลังชล นะครับ ในโอกาสที่พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๓๘,๐๐๐ ล้านบาทนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พี่ เพื่อนและน้องก็ได้อภิปรายกันอย่างมากมายนะครับ สิ่งต่าง ๆ ที่ได้แนะนํารัฐบาล แล้วก็ในการพิจารณางบประมาณในครั้งนี้ก็คิดว่า ถ้ารัฐบาลรับนําความคิดเห็นนี้ไปประกอบการพิจารณาก็น่าที่จะเป็นประโยชน์นะครับ เพราะทุกท่านก็ล้วนแล้วแต่เป็นตัวแทนของประชาชนที่ต้องการจะพัฒนาประเทศให้มี ความเจริญรุ่งเรือง แต่ในภาวะเศรษฐกิจที่เราประสบมหาอุทกภัยในครั้งนี้ เกิดจาก ภัยธรรมชาติ ซึ่งเพื่อนต่างประเทศก็พบมาแล้ว ไม่ว่าประเทศอินโดนีเซีย ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเกิดภัยพิบัติจากสึนามิ ซึ่งเราก็เช่นเดียวกัน นั่นก็คือจากภัยธรรมชาติ ซึ่งทุกคนเมื่อเกิดเหตุ ในครั้งนี้ ผมก็มีความประทับใจอย่างยิ่งที่มีสโลแกนว่า น้ําท่วมไม่มิดใจ สายชลรวมใจ คนไทย ไม่ทิ้งกันในวาระแห่งนี้ถือโอกาสที่เราจะต้องช่วยกันอย่างแท้จริงนะครับ จากการเสียหาย ของภัยธรรมชาติในครั้งนี้ พืชไร่ ข้าวนา อุตสาหกรรม เสียหายหลายแสนล้านบาทที่จะต้อง ฟื้นฟู อีกทั้งประชากร ประชาชนที่ประสบอุทกภัยครั้งนี้ก็เป็นแสนคน รัฐบาลก็ไม่นิ่งนอนใจ ก็ได้มีการจัดหาที่อยู่อาศัยให้ จังหวัดชลบุรีเป็นจังหวัดที่ใกล้เคียง แล้วก็มีการไปพักพิง อยู่ที่นั่น พวกเราผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี และหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จังหวัดชลบุรี โดยผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะ ราชการทุกองค์กรให้การดูแลอย่างดียิ่ง โดยรัฐบาลมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม คุณสุกุมล คุณปลื้ม เป็นหัวหน้า ดูแลทางจังหวัดชลบุรี ซึ่งในการนี้ไปอยู่จังหวัดชลบุรี วิทยาลัยพลศึกษา ๓,๔๖๐ คน กรมพัฒนา ๒๕๐ คน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ๑๘๔ คน ค่ายนวมินทร์พระราชินี ๕๘๐ คน ตํารวจภูธรและเทคโนโลยีบางพระ วัดญาณสังวราราม ศูนย์พระเทพ ศูนย์มหาไผ่ ศูนย์สงเคราะห์คนพิการและคนชรา รวมแล้วประมาณ ๗,๕๐๐ กว่าคนอยู่ในขณะนี้ ทุกวันพวกเราเอาข้าวปลาอาหารเข้าไปดูแลกันนะครับ ทั้งงบประมาณส่วนตัวด้วย อันนี้ ก็เป็นเรื่องของความเอื้ออาทร และรัฐบาลก็ได้สนับสนุนงบประมาณไปอย่างมากมาย อาหารการกินก็มีความพร้อม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะเห็นว่าเรามีน้ําใจไมตรีที่ดีต่อกัน แต่จากกระแสข่าวออกไปต่าง ๆ นานาทําให้เกิดภาพพจน์เสียหายต่อเรื่องของการระบบ ของการกระทบ เรื่องของโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากภัยน้ําท่วมนะครับ สิ่งนี้เป็นสิ่งสําคัญ เรื่องของการท่องเที่ยวที่จะมาเสริมรายได้เป็นเรื่องสําคัญหลักของประเทศ เมื่อวานผมก็ได้ พบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านวิทยา บุรณศิริ ท่านก็รีบแก้ไขโดยทันด่วน เพราะฉะนั้นขณะนี้นักท่องเที่ยวเวลานี้การท่องเที่ยวถือว่าเป็นหลักสําคัญที่จะสามารถ บูรณาการหารายได้เข้ารัฐ เพราะว่ากรุงเทพฯ เสียหายแล้วภาพพจน์ออกไปที่แน่นอนว่า นักท่องเที่ยวไม่มาแน่นอน ก็มีแหล่งท่องเที่ยว ภูเก็ต หาดใหญ่ เชียงใหม่ แล้วก็พัทยา เป็นรายได้หลักที่เสริมให้กับรัฐบาลอย่างมากมาย ผมพูดที่ใกล้ตัวนะครับ ก็คือเมืองพัทยา ซึ่งปีหนึ่งทํารายได้ถึง ๖๐,๐๐๐-๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีโรงแรม บ้าน ห้องพักถึง ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ ห้อง มากกว่าประเทศสิงคโปร์ทั้งประเทศซึ่งมีประมาณ ๔๐,๐๐๐ ห้อง ขณะนี้มีผู้ไปพักอาศัยก็คนไทยก็ไปพักโรงแรมเล็ก แต่โรงแรมใหญ่ ๆ ซึ่งให้กับนักท่องเที่ยวนั้น มีความเสียหายในภาพพจน์ของการท่องเที่ยวว่า ๑. เรื่องโรคภัยไข้เจ็บที่จะติดต่อ กับผู้ที่จะมาท่องเที่ยว ทุก ๆ ประเทศเขาก็ดูแลความปลอดภัยในประชากรของนักท่องเที่ยวของประเทศ มีคําสั่ง ไม่ให้มาที่ประเทศไทย เพราะถือว่าเป็นประเทศที่อันตรายนะครับ จากนักท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้เป็น ไฮ ซีซัน (High Season) นะครับ จากการจองมา ๘๐ เปอร์เซ็นต์ แคนเซิล (cancel) ไปเหลือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ต่าง ๆ เหล่านี้นั้นผมคิดว่ารัฐบาลกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศต้องทําความเข้าใจให้กับ ทุก ๆ ประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทย ไม่ว่าประเทศจีนก็ดี เกาหลี ญี่ปุ่น ยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศประสานกับท่านทูต รัสเซียนะครับ รัสเซียเป็นนักท่องเที่ยวหลักของประเทศไทย ของพัทยา ปีหนึ่งหลายหมื่นคน นะครับ นําเงินตราต่างประเทศเข้ามามากมาย เพราะฉะนั้นต้องรีบประชาสัมพันธ์ให้ด่วนว่า มีความปลอดภัยในเรื่องของไม่มีโรคระบาดเรื่องหนึ่งนะครับ
อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือข่าวออกไปว่าสนามบินดอนเมืองซึ่งเป็นที่ดอนยังมีน้ําท่วม แล้วต่อไปสนามบินสุวรรณภูมิซึ่งเป็นหนองก็คงจะต้องท่วมมาด้วย นักท่องเที่ยว ยิ่งกังวลใหญ่นะครับ ความกังวลแห่งนี้เราก็มีสนามบินอู่ตะเภาซึ่งเป็นสนามบินพาณิชย์นานาชาติ มีความพร้อมสมบูรณ์ทุกประการอยู่ที่อู่ตะเภา เดี๋ยวนี้ชื่อว่า สนามบินอู่ตะเภาพัทยา มีที่ดินถึง ๒๐,๐๐๐ ไร่ มีรันเวย์ (Runway) ที่ยาวกว่าสนามบินดอนเมือง สนามบินดอนเมือง ๓,๒๐๐ เมตร แต่สนามบินอู่ตะเภา ๓,๒๕๐ เมตร แต่ว่าห้องผู้โดยสารคับแคบเข้าออกได้ ๔๐๐ คน ผมเองสมัยเป็นคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวก็นําเรื่องเข้าไปเพื่อขยาย ห้องผู้โดยสาร ปรากฏว่าสนามบินอู่ตะเภาไม่ได้ขึ้นกับการท่าอากาศยาน ไม่ได้ขึ้นกับ กรมการบินพาณิชย์ แต่ไปขึ้นกับงบประมาณของกองทัพเรือซึ่งมีจํานวนน้อยนิดในการบูรณาการ ของกองทัพเรือ เพราะฉะนั้นไม่ได้มีการพัฒนาจนกระทั่งได้ผลักดันกันมาโดยตลอด เมื่อเกิดมีปัญหาเรื่องของ ๒ สนามบินในครั้งที่มีปัญหาเรื่องม็อบกันขึ้นมา ก็ได้ไปใช้สนามบิน อู่ตะเภา และขณะนี้รัฐบาลได้จัดงบประมาณให้ ๙๐๐ ล้านบาท เพื่อทําห้องผู้โดยสาร ให้ใหญ่ขึ้นนะครับ แต่ขณะนี้ยังไม่มีการบูรณาการที่แน่นอน เพราะในการบริหารผมคิดว่า ในระบบของกองทัพเรือต้องมีการที่ทางรัฐบาลเข้าไปช่วยเหลือ เพราะถ้าหากว่าบริหาร ด้านการท่องเที่ยวแล้วอาจจะมีประสบการณ์ค่าใช้จ่ายขาดทุนนะครับ สิ่งนี้ทางภาคเอกชนก็ดี หรือทางการท่าอากาศยาน กระทรวงการคมนาคมเข้าไปช่วยพิจารณา หรือ กระทรวงกลาโหมนะครับ เพราะว่าสนามบินดอนเมืองนี้ก็เคยเป็นของทหารอากาศนะครับ แต่ว่าเขาก็จัดเป็นระบบ แล้วก็เป็นองค์กรขึ้นมาบริหาร อย่างนี้เป็นต้นนะครับ ก็ขอให้ ประกอบการพิจารณา
อีกประการหนึ่งก็คือ เรื่องของการที่จะมีการพัฒนาในเรื่องของรถไฟ แอร์พอร์ตลิงค์ (Airport Link) เห็นรัฐบาลเคยได้แถงนโยบายในครั้งแรกว่าจะมีไปที่ เมืองพัทยา แต่ในครั้งนี้ที่มีพูดถึงก็เพียงแต่ ๓ แห่ง ก็ขอฝากไว้ว่าแอร์พอร์ตลิงค์ไปสู่ชลบุรี พัทยา ระยองนี่เป็นเรื่องสําคัญ เพราะว่านักท่องเที่ยวมีจํานวนเป็นล้านคนที่เข้าไปสู่แห่งนี้ คือเป็นการประกอบการเพื่อเสริมรายได้ให้เข้ารัฐ เรื่องของการท่องเที่ยวแห่งนี้ก็ถือว่า เป็นเรื่องสําคัญอย่างยิ่งนะครับ
เรื่องต่อมาก็คือในด้านของการคมนาคม ทางภาคตะวันออกถือว่าเป็นเรื่องที่ จัดรายได้เข้ารัฐบาลอย่างมากมาย ไม่ว่าภาษีอากรต่าง ๆ เดี๋ยวนี้โรงงานต่าง ๆ เรามีนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร อมตะซิตี้ หรือแม้กระทั่ง เหมราช แล้วก็อีสเทิร์นซีบอร์ด โดยเฉพาะอย่างยิ่งทั้งมาบตาพุด ท่าเรือทุกแห่งมีรายได้เข้ารัฐ มากมายนะครับ ในการที่จะนํารายได้เพื่อฟื้นฟูเสมือนพี่ชายคนโตที่สามารถทําเงิน เข้ากระทรวงการคลังได้นะครับ อันนี้ก็ฝากให้รัฐบาลได้เร่งดําเนินการต่อไป
ส่วนเรื่องของการเสียหายของทางด้านวัฒนธรรม บูรณาโบราณสถานก็เป็น ที่น่าห่วงใย เพราะว่าประเทศไทยนี่เรานอกจากท่องเที่ยวแบบ เอนเตอร์เทนเมนท์ (Entertainment) แบบธรรมชาติ เรายังมีวัฒนธรรมที่นําการท่องเที่ยว ขณะนี้เกิดจาก ภัยน้ําท่วม นี่มันก็เกิดความเสียหายอย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโบราณสถาน ซึ่งผม ก็นํารูปมาประกอบนะครับ ก็อยากจะให้รัฐบาลซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมมีงบประมาณ เพียง ๕,๐๐๐ ล้านบาทเศษเองนะครับ ก็คงจะต้องนําส่วนหนึ่งซึ่งขณะนี้มีความเสียหาย เป็นอย่างมากนะครับ เรื่องของโบราณสถานและงบประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ก็คงไม่เพียงพอนะครับ ก็ขอฝากทางรัฐบาลได้จัดงบประมาณเสริมให้ ไปบูรณาการ โดยเร่งด่วนอาจจะมีค่าเสียหายในรายละเอียดก็คงจะส่งข้อมูลให้รัฐบาลได้ทราบแล้วนะครับ เป็นส่วนหนึ่งซึ่งนําวัฒนธรรมมานําการท่องเที่ยวนะครับ ก็ขอฝากไว้ใน ณ ที่นี้ เพราะสิ่งสําคัญที่สุดในขณะนี้นั้นปัญหาระบบอุทกภัยในครั้งนี้ใหญ่หลวงนักนะครับ ก็คิดว่า เราก็ต้องพร้อมใจกันที่จะร่วมกันบูรณาการนะครับ แล้วก็ขอเป็นกําลังใจให้กับรัฐบาล โดยเฉพาะยิ่งนายกรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านอลงกรณ์ พลบุตร ๑๕ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์จากเพชรบุรี กระผมใช้สิทธิในฐานะของตัวแทนของชนชาวไทย ในการตรวจสอบเพื่อพิจารณาว่า จะเห็นชอบหรือไม่ สําหรับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ต้องยอมรับว่าปัญหาอุทกภัยได้ครอบงํางบประมาณปี ๒๕๕๕ โดยสามารถที่จะป้องกัน เยียวยา ฟื้นฟูประเทศได้หรือไม่ ภายใต้ภาวะผู้นําที่เป็นที่กังขาในความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ งบประมาณนี้จะตอบโจทย์ของประเทศในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าว่า เราจะสามารถเรียกความเชื่อมั่น แล้วก็บูรณะประเทศกลับมาสู่ความเป็นประเทศชั้นนํา ในอาเซียน และรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้หรือไม่ งบประมาณนี้จะตอบโจทย์ว่าเราจะกลับมาเป็น ดีทรอยต์ ออฟ เอเชีย (Detroit of Asia) หรือการเป็นศูนย์อุตสาหกรรมรถยนต์ชั้นนําของโลกได้อีกหรือไม่ เช่นเดียวกันงบประมาณนี้ ก็จะตอบโจทย์ว่าเราจะกลับมาสู่การเป็นศูนย์กลางอาหารของโลก เป็นครัวของโลก ได้อีกหรือไม่ เราจะตอบโจทย์ว่าเราจะสามารถเป็นฮับของอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ของโลกได้หรือไม่ เช่นเดียวกับการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ งบประมาณนี้จะต้องตอบให้ได้ว่าเราจะสามารถฟื้นฟูรายได้อาชีพ ให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยของเราทั้งปัจจุบันและอนาคตในการที่จะฟื้นฟูการส่งออก การลงทุนได้อย่างไร ภายใต้การบริหารจัดการและงบประมาณที่ขออนุมัติจากสภา ไม่น่าเชื่อนะครับ ภายใต้โจทย์ใหญ่ ๆ อย่างนี้ ภายใต้โจทย์ที่มีความชัดเจนเช่นนี้ ประสบการณ์และความรู้ ความสามารถกลับสะท้อนออกด้วยการที่ลดงบประมาณของบีโอไอ ลดงบประมาณ ของกรมส่งเสริมการส่งออก การท่องเที่ยว การลงทุนการส่งออกล้วนแล้วแต่เป็นสายเลือดใหญ่ ในการหล่อเลี้ยงประเทศ และสร้างความเป็นประเทศชั้นนําของประเทศไทย ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นความชัดเจนในแผนงาน ไม่เห็นความชัดเจนในโครงการ ไม่เห็น ความชัดเจนในตัวของงบประมาณในการที่จะฟื้นฟูบูรณประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขตยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของประเทศนี้ที่ประสบความเสียหายอย่างร้ายแรงภายใต้ ความผิดพลาดในการรับมือต่อสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น เขตเศรษฐกิจที่ถือว่า เป็นยุทธศาสตร์ของประเทศทั้ง ๓ เขต ล้วนแล้วแต่ได้รับผลกระทบกลางหัวใจของประเทศนี้ ไม่ว่าจะเป็นนิคมอุตสาหกรรม เขตอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นเขตเกษตรกรรม โดยเฉพาะ ในลุ่มน้ําเจ้าพระยา ไม่ว่าจะเป็นศูนย์กลางธุรกิจเศรษฐกิจในแต่ละจังหวัด ๓ ยุทธศาสตร์ เขตเศรษฐกิจเหล่านี้คือหัวใจในการที่จะขับเคลื่อนประเทศนี้ให้เดินไปข้างหน้า ๓ เขต ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจนี้คือหัวใจของรายได้ ของอาชีพ ของทั้งประเทศและประชาชนของเรา เขตเศรษฐกิจดังกล่าวนั้นถือได้ว่าเป็นฐานเศรษฐกิจ เป็นฐานการจ้างงาน ฐานการลงทุน ฐานรายได้ ฐานภาษีที่นํามาสู่รายได้ของการจัดงบประมาณ ๒๕๕๕ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะต้องตอบให้ได้ และให้เกิดความชัดเจนเพื่อขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร ผมย้ําว่าท่านต้องตอบ ให้ได้และสร้างความชัดเจนต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เพราะว่า ๒ เดือนกว่าที่ผ่านมา มีแต่ความสับสนอลหม่านในการบริหารและความผิดพลาดในการจัดการ ผลที่ตามมาคือ ความล้มเหลวของรัฐบาลและความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสของประชาชน และความเสียหายอย่างร้ายแรงของเศรษฐกิจและธุรกิจของประเทศนี้ ประเทศที่สูญเสีย ความเชื่อมั่นในสายตาของนานาชาติ ท่านยอมรับว่าประเมินผิดพลาด แต่ผมคิดว่า คงไม่ใช่หรอก มันไม่ใช่ความผิดพลาดในการประเมิน แต่มันเป็นความผิดพลาดในการบริหาร จัดการ ผมเห็นภาพพนักงาน ลูกจ้าง เรือนพันเรือนหมื่นที่หนีตายแทบจะเหยียบกันตาย สับสนอลหม่านออกจากนิคมนวนครและอีกหลายนิคมอุตสาหกรรม ทั้งที่มีคนระดับ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีไปกํากับดูแลช่วยเหลือ ป้องกัน เยียวยา แต่ก็ล้มเหลว ที่สําคัญ ไร้ซึ่งแผนการอพยพ การอพยพคนของเราซึ่งหมายถึงชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้แรงงาน คนรากหญ้า รวมไปถึงโรงงานซึ่งเป็นฐานการผลิตที่ทําให้ประเทศนี้สร้างจีดีพีกว่า ๑๑ ล้านล้านบาท วันนี้รัฐบาลจะต้องตอบให้ชัดเจน ความผิดพลาดในช่วง ๒ เดือนเศษ ทั้งที่ท่านรู้อยู่แล้วว่าน้ําก้อนใหญ่จากภาคเหนือจากพายุที่พัดเข้ามาเติมเต็มเขื่อนขนาดใหญ่ เช่น ภูมิพล ตอนยุบสภาจําได้ครับ น้ํายังไม่ถึงครึ่งเขื่อนเลยครับ น้ําที่เติมเต็มเข้ามาจากพายุ ๓-๔ ลูก ท่านบริหารจัดการน้ํา ต้นน้ําอย่างไม่สมดุล การบริหารจัดการน้ําฝั่งตะวันตก ฝั่งตะวันออก หรือตัวเจ้าพระยาที่เป็นแกนกระดูกสันหลังสําคัญไม่มีความสมดุล จะด้วยเหตุผลทางการเมืองที่เห็นแก่ตัว หรือเหตุผลอย่างหนึ่งอย่างใดก็สุดแล้วแต่ แต่ท่านรู้ล่วงหน้า รู้ว่าปริมาณน้ําที่ต้องปล่อยออกมาอย่างมากจากต้นน้ําเราจะต้องเผชิญ อะไรบ้าง เขตยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ภาคเหนือมาสู่ชุมทางของน้ํา ที่นครสวรรค์ ปากน้ําโพ และเข้าสู่ภาคกลางตอนบน เขตเศรษฐกิจธุรกิจสําคัญจมน้ําหมด อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และสมุทรสาคร เราได้เห็นถึงความตื่นตระหนกของพี่น้องประชาชนพอ ๆ กับความตื่นตระหนกเวลาที่ท่าน ต้องย้ายศูนย์ ศปภ. จนกระทั่งลืมแม้แต่สิ่งของบริจาค มันอาจจะไม่สําคัญในสายตารัฐบาล เท่าไรนัก แต่มันสําคัญในหัวใจของคนไทยที่ต้องการที่จะบริจาคสิ่งของเหล่านั้นเพื่อช่วยเหลือ คนไทยด้วยกันที่กําลังประสบอุทกภัย แต่มันสะท้อนให้เห็นถึงการขาดความเชื่อมั่น ที่มีต่อการบริหารจัดการของรัฐบาลอย่างชัดเจนที่สุด แม้แต่เรื่องเล็กเรื่องน้อยแต่มันเป็นเรื่อง สําคัญของประชาชนของเรา การไม่มีแผนรองรับทั้งการป้องกัน การเยียวยา และต่อไปคือ การฟื้นฟู ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนที่สุดคือ ๗ นิคมอุตสาหกรรม ท่านมีเวลาไม่น้อยกว่า ๑ เดือน ในการที่จะป้องกันนิคมอุตสาหกรรม เขตอุตสาหกรรมของเรา ๗ นิคมและเขตอุตสาหกรรม จมน้ําไปต่อหน้าต่อตา ท่านประเมินว่านั่นคือโรงงาน นั่นคือนิคมของเอกชน จริง ๆ ไม่ใช่ครับ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการลงทุน นี่คือส่วนหนึ่งของการจ้างงาน นี่คือส่วนหนึ่งของรายได้ นี่คือส่วนหนึ่งของฐานภาษีที่เรานํามาใช้จ่ายในการบริหารประเทศ นิคมอุตสาหกรรม สหรัตนนครเราสูญเสียแรงงานไป ๑๕,๐๐๐ อัตรา การลงทุนเสียหายไป ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามมาด้วยนิคมอุตสาหกรรมโรจนะเฟส (Phase) ๑ เฟส ๒ เราสูญเสียอัตรางาน ๙๐,๐๐๐ อัตรา และเราสูญเสียการลงทุนไป ๕๖,๐๐๐ ล้านบาท จากนั้นก็มาสู่ นิคมอุตสาหกรรมไฮเทคคนงานตกงานยังไม่รู้ว่าอีกกี่เดือน ๕๐,๐๐๐ คน จากการลงทุน ที่ไฮเทค ๖.๕ หมื่นล้านบาท ต่อมาที่บางปะอินเราสูญเสียแรงงานของเราไปอีก ๖๐,๐๐๐ คน จากการลงทุน ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท นิคมอุตสาหกรรมแฟคตอรี่แลนด์ ๖,๐๐๐ คน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท บางกะดี ๓๐,๐๐๐ อัตรา ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท และที่นวนคร ๑๐๐,๐๐๐ กว่าอัตรา ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท
ท่านประธานครับ ทุกครั้งที่มีประกาศจาก ศปภ. จากทางรัฐบาลว่า เอาอยู่ ป้องกันได้ ไม่มีใครเชื่อครับ ขนาดเขตเศรษฐกิจสําคัญเช่นนี้ ขนาดส่งรัฐมนตรี เสนาบดี ลงไปกํากับดูแลยังเอาไม่อยู่ครับ ความเชื่อมั่นไม่ใช่สูญเสียในสายตาชาวโลก และนักลงทุนเท่านั้น แต่ยังสูญเสียความเชื่อมั่นภายในประเทศของเราด้วย และขณะนี้ เราก็ยังไม่รู้ว่านิคมอุตสาหกรรมบางชันซึ่งอยู่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีมูลค่า การลงทุน ๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง หรือแม้แต่บางปู เกตเวย์ อัญธานี และอีกหลายแห่งได้รับความเสียหายมากน้อยเพียงใด แต่วันนี้สิ่งที่เราได้เห็นก็คือว่า ประชาชนของเราไม่น้อยกว่า ๖๐๐,๐๐๐ คน ตกงาน การลงทุนเสียหายไปหลายแสนล้านบาท และยังไม่รู้ว่าจะฟื้นฟูกลับคืนมาได้มากน้อยแค่ไหน ตัวอย่างเหล่านี้เป็นตัวอย่างหนึ่ง ของการไร้ซึ่งแผนป้องกัน การไร้ซึ่งแผนอพยพ การไร้ซึ่งการบริหารจัดการที่มองปัญหาออก ดูปัญหาเห็น ผมได้ตั้งประเด็นไว้แต่ต้นว่า ผมได้ตั้งประเด็นไว้แต่ต้นว่างบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นยังมีความกังขาในภาวะผู้นํา ซึ่งไร้ประสบการณ์และความรู้ความสามารถ บทเรียนของการพิสูจน์ให้เห็นว่า ๒ เดือนกว่า ในการรับมือกับปัญหาอุทกภัยนั้นท่านประสบความล้มเหลวครับ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ทั้ง ส.ส. ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลได้นําเสนอข้อเสนอแนะในการที่จะแก้ไขเยียวยาแล้วก็ป้องกัน หน้าที่ของงบประมาณปี ๒๕๕๕ นอกจากเรื่องของการเยียวยาคือการฟื้นฟู และหวนกลับ สู่การป้องกันอีกครั้งหนึ่งเราได้พูดถึงเจ้าพระยา ๒ เจ้าพระยา ๓ เราได้พูดถึงแนวทางพื้นที่ ฟลัดเวย์ พูดถึงแนวทางการน้อมนําพระราชดําริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องทําแก้มลิง ในเรื่องของการผันน้ํา เรื่องของลัดโพธิ์โมเดล สิ่งเหล่านี้เป็นเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) งบประมาณฉบับนี้อาจจะเป็นงบประมาณที่เรียกได้ว่า ฉบับผู้ท่วม เพราะว่า การประเมินรายได้ไม่สอดคล้องต่อสถานการณ์ นอกจากรายได้จากการเก็บภาษีก็คือการกู้ กู้เหมือนที่รัฐบาลชุดที่แล้วได้กู้มาในการฟื้นฟูประเทศจากวิกฤติเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ คราวนี้จะกู้เพราะน้ําท่วมมากกว่าที่รัฐบาลประเมิน แต่เมกะโปรเจกต์เหล่านี้ส่วนหนึ่ง งบประมาณปี ๒๕๕๕ จะทําหน้าที่นี้ ผมหวังอย่างยิ่งว่าความผิดพลาดในการบริหารภายใต้ งบประมาณปี ๒๕๕๔ จะไม่ซ้ํารอยในงบประมาณปี ๒๕๕๕ โดยเฉพาะประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และขอให้ใช้งบประมาณนี้อย่างคุ้มค่า ผมจะพิจารณาคําตอบของ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ต่อร่างงบประมาณ รายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ขอบคุณครับ
ท่านศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ๗ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตหารือท่านประธาน เรื่องเกี่ยวกับ เวลาในการพูดนิดหนึ่ง เมื่อวานนี้ได้มีการตกลงกับท่านประธานสมศักด ิ์ไว้ว่าจะให้เวลาผม ไม่เกิน ๑๒ นาที ซึ่งผมมีข้อมูลที่เป็นพาวเวอร์พอยต์ (PowerPoint) และไม่ซ้ําใครเลยคิดว่า จะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติมาก ขออนุญาตท่านประธานกรุณาให้เวลาผมด้วยนิดหนึ่ง เถอะครับ
ท่านจะพูดกี่นาที คือเขากําหนดให้ท่าน ๗ นาที ท่านจะพูด ๑๐-๑๕ นาที เดี๋ยวฝ่ายรัฐบาล ไปหักของท่านเอง ท่านตกลงกับวิปรัฐบาลเขานะครับ
ครับ แต่ว่ามีการตกลงกันแล้วครับ ผมไม่อยากให้เป็นการกดดันท่านประธานครับ แล้วก็เป็นการรักษามารยาทการประชุมด้วยครับ
เชิญครับ
ท่านประธานครับ การอภิปราย ของผมในวันนี้จะพูดถึงเรื่องอภิมหาภัยพิบัตินะครับ ผมนั่งฟังมา ๒ วันก็รู้สึกว่า มีความไม่สบายใจ เพราะรู้สึกว่าหลายท่านยังซ้ําเติมสถานการณ์ วันนี้พี่น้องประชาชน เดือดร้อนมาก ไม่อยากให้พวกเรามาซ้ําเติมสถานการณ์ และสิ่งที่ผมอยากจะนําเรียนเสนอ จะเป็นการตีแผ่ความจริง ให้หลายคนที่ไม่เคยได้รับรู้สถานการณ์ที่แท้จริงคืออะไร ได้รับรู้หมด และอยากจะเสนอยุทธศาสตร์ในการแก้อย่างเป็นระบบด้วยว่าจะทําอย่างไร แล้วถ้าฟังจากผมแล้ววันนี้งบประมาณที่ตัดกันไปตัดกันมา ผมมั่นใจเลยครับจะไม่ตัด และจะเพิ่มงบประมาณอีกมากมายเลยครับ ขอสไลด์ขี้นเลยนะครับ ผมขอใช้พาวเวอร์พอยต์ ตามที่ได้รับอนุญาตแล้วนะครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
วันนี้ผมบอกว่าโลกกําลังวิกฤติ หนักเลยด้วยน้ํามือของมนุษย์นะครับ ตามผมดูต่อไปนะครับ มนุษย์เรานี่ทําร้ายธรรมชาติ ทุกรูปแบบเลย ทั้งป่าไม้ก็ถูกทําลาย ขยายเมืองอุตสาหกรรมอย่างที่ไม่มีการระแวดระวังว่า จะไปขวางทางน้ําหรืออะไร สร้างพอลลูชัน (Pollution) มากมายนะครับ สไลด์ต่อไปเลยครับ เร็วหน่อยนะครับ เวลามีจํากัด ภาวะโลกร้อนนะครับ ท่านดูสิครับว่า วิกฤติน้ํา มหาวิบัติ อุทกภัยเกิดขึ้นทั้งโลกเลยไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย สถานการณ์วันนี้เป็นสถานการณ์ที่เรียกว่า วิกฤติไปทั้งโลกเมื่อธรรมชาติเปลี่ยนแปลง ท่านดูนะครับ อิทธิพลของพายุต่อสถานการณ์ น้ําท่วมครั้งนี้ มีมรสุมเหยียบเข้ามาในประเทศไทย ๕ ลูกด้วยกันนะท่านประธาน ท่านเห็น เส้นสีแดงไหมครับ ลูกที่หนักที่สุดเลยนี่นะครับ ก็คือนกเต็นนะครับ ตัวที่ทําให้เกิดปัญหาหนักที่สุดเลย มาถล่มทีเดียว ๕ ลูกนะครับ ฝนตกติดต่อกันเกือบ ๑๐ เดือน แล้วอะไรจะทานไหวล่ะครับ ท่านดูนะครับ ผมขอเปรียบเทียบสถานการณ์ ๓ ยุค เห็นพูดกันมาหลายครั้งแล้ว เมื่อปี ๒๔๘๕ ที่บอกว่าน้ําท่วมหนักที่พระบรมรูปทรงม้า ท่านดู ในรูปนะครับ ยังพายเรือร้องเพลงกันอยู่เลยครับ แปลว่าอะไรครับ วันนี้น้ําท่วมไม่เหมือนกับ สมัยนั้นนะครับ คราวนั้นน้ําท่วมนี่เขาเรียกว่ายังมีความสุข ธรรมชาติสมัยนั้นยังสมบูรณ์ มากเลยท่านประธานครับ ไม่ต้องมีเขื่อน ไม่มีอะไรขวางทางน้ํา แล้วก็ระบายน้ําได้ ตามธรรมชาติ ไม่มีอุตสาหกรรม บ้านก็เป็นทรงไทย เป็นทรงที่พร้อมจะหนีน้ําได้ตลอดเวลา แต่วันนี้มันไม่ใช่
สไลด์ต่อไปเลยครับ มาดูยุค ๒๕๓๘ เขาเรียกอภิมหาภัยขนาดย่อม ๆ เขาพิมพ์ผิดนะครับ ธรรมชาติเสื่อมโทรมไปพอสมควร น้ําไม่ล้นเขื่อน ตอนนั้นยังมีเขื่อน แต่น้ํายังไม่ล้น แล้วก็มีการสร้างเรื่องสิ่งกีดขวางทางน้ําเริ่มมีบ้างแต่ไม่มากเหมือนปัจจุบัน เริ่มมีระบบระบายน้ํา แต่ก็ไม่เพียงพอ แล้วก็เริ่มมีอุตสาหกรรมเข้ามา มาเปรียบเทียบ ของปี ๒๕๕๔ ดีกว่า เขาเรียกอภิมหาอุทกภัยครั้งประวัติศาสตร์ ท่านดูนะครับว่าธรรมชาติ วันนี้เสื่อมโทรมหนักที่สุด และวันนี้ธรรมชาติกําลังพิโรธ น้ําล้นทุกเขื่อน ล้นจนปล่อยจนไม่รู้ จะปล่อยอย่างไรแล้วนะครับ สปิลล์เวย์เต็มหมดเลยนะครับทุกเขื่อนเลย สร้างทุกอย่าง ขวางทางน้ําไหล นี่คือสิ่งที่พวกเราทุกคนยอมรับกัน และวันนี้เรามีระบบระบายน้ําอย่างดี มากเลย แต่ว่ายังเอาไม่อยู่ อุตสาหกรรมต่าง ๆ ก็ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดขวางทางน้ําทั้งสิ้น และบ้านก็เป็นบ้านทรงรับน้ํา ผมเปรียบเทียบ ๓ สถานการณ์ให้ทราบเพื่ออะไรครับ เลิกทะเลาะกันได้แล้วครับ เลิกโทษกันได้แล้วครับ วันนี้ต้องยอมรับนะครับว่ามวลน้ําครั้งนี้ หนักที่สุดในประวัติศาสตร์
ขอสไลด์ต่อไปนะครับ ผมจะเปรียบเทียบคู่ชกให้ดูนะครับ ว่าคู่ชกระหว่าง ธรรมชาติกับท่านนายกรัฐมนตรีหญิงที่ชื่อยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของเรานี่ มันสมดุลกันแค่ไหน ท่านดูนะครับ เป็นการต่อสู้กันระหว่างธรรมชาติกับมนุษย์ ท่านมาดูปีกธรรมชาติก่อนนะครับ ธรรมชาติซึ่งกําลังพิโรธอย่างหนักเลย ผมเรียกว่าฝน ๑,๐๐๐ ปี มีมรสุม ๕ ลูกถล่มเข้ามา ในไทยอย่างยับเยิน ทุกเขื่อนจมน้ําหมดเลยนะครับ น้ําล้นทุกเขื่อน มวลน้ํากว่า แสนล้านลูกบาศก์เมตรถาโถมเข้ามาในกรุงเทพมหานครของเรา ถล่มตั้งแต่ภาคกลาง น้ําจมเป็นบาดาลไปหมด และน้ําทะเลก็หนุนสูงสุดมารับจังหวะพอดีมวลน้ําขึ้น เขื่อนต่าง ๆ ที่เรากั้นไว้เล็ก ๆ พังหมด พนังก็พังหมด นี่จึงเป็นเหตุที่ทําให้ซ้ําเติมน้ําท่วม อย่าไปโทษ เขื่อนพังนะครับ ต้องโทษว่ามวลน้ํามันใหญ่จริง ๆ ใครก็เอาไม่อยู่ หลายเมืองนะครับ นิคมอุตสาหกรรมจมบาดาล หลายเมืองก็จมบาดาล คนกว่าล้านคนตกงานกระทบ หลายล้านชีวิต หลายล้านคนไร้ที่อยู่ ทั้งหมดนี้เป็นการเพิ่มภาระให้ปีกรัฐบาลทั้งสิ้น ท่านตามผมมาดูนะครับ แล้วคู่ต่อสู้ของธรรมชาติคือใคร อย่างที่ผมกราบเรียนคือ ท่านนายกรัฐมนตรีหญิงที่ชื่อยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ประการที่ ๑ ทั้งประเทศไม่เคยมีประสบการณ์เลย ประเทศไทยเคยมีไหมครับ ประสบการณ์มวลน้ํามากขนาดนี้ ใครที่ว่าเก่งแน่จริงขอให้ออกมาสิครับ อย่ารอให้หวยออก แล้วก็ออกมาวิจารณ์ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ โธ่เอย คนขี่สามล้อยังวิจารณ์ได้เลย ไม่ต้องใช้นักวิชาการ เลยครับ และเป็นรัฐบาลเพียงไม่ถึงเดือนเลยนะครับ ก็เจอภัยพิบัติอย่างรุนแรง ตั้งแต่ ครั้งแรกก็เจอที่บ้านพื้นที่เลือกตั้งของกระผมคือตําบลน้ําไผ่หนักหนาสาหัสที่สุด ท่านนายกรัฐมนตรีก็ขึ้นไป เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายก็ไม่กลัวอะไรเลยนะครับ เป็นผู้หญิงตัวน้อย ๆ คนหนึ่ง สิ่งที่สําคัญต่อมาก็คือท่านดูโครงสร้างของ ปภ. สิครับ เล็กกระจิดนิดเดียว เครื่องมือ ก็ไม่มีอะไรเลย ปภ. คืออะไรครับ คือสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการจังหวัดก็สั่ง คนในจังหวัดนั้น ผมเห็นการทํางานที่แก้ไขปัญหาน้ําท่วมที่ตําบลน้ําไผ่ ท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ถึงกับเอ่ยปากเลยบอกว่าโครงสร้าง ปภ. ต้องปรับแน่อย่างนี้รับไม่ไหว ขอให้ท่าน รับทราบไว้ด้วยนะครับก่อนที่จะโจมตีกัน หลายหน่วยงานไม่พร้อมที่จะประสานงาน ผมใช้เครื่องหมายคําถาม ซึ่งประเด็นไม่อยากเป็นการโจมตี ทําไมถึงไม่พร้อมที่จะ ประสานงานครับ มีวาระอะไรซ่อนเร้นไหม ท่านคิดกันเอง ตั้งศูนย์ ศปภ. ประกาศ พ.ร.บ. ๓๑ ตั้งขึ้นมาแล้วก็ช่วยกันทํากันเต็มที่ปรากฏว่าอย่างไรครับ เครื่องมือมีไหมครับ ข้อมูลที่ว่า น้ํามีเท่าไรกันแน่ ใครตอบได้บ้างครับ แน่จริงออกมาประกาศตัวสิครับว่าผมนี่บอกไปแล้ว ข้อมูลน้ํามีเท่านั้นเท่านี้ไม่มีเลยนะครับ ผมขอท้าเลยนะครับ อย่าพูดตอนหวยออก นักวิชาการ นักวิชาการเกินรู้มากข้อมูลสับสน พูดวกวนไปหมดไม่รู้จะเชื่อใคร สื่อหลายแขนงนะครับหลากหลายแบ่งขั้ว สร้างภาพจัดฉาก กันเยอะแยะไปหมด เอาความจริงมาพูดกัน ไปแจกถุงยังชีพไม่กี่จุดแล้วก็บอกว่านี่รัฐบาล ไม่ดูแล จะดูแลได้อย่างไรล่ะครับมันเสียหายหนักกันเป็นล้าน ๆ ครอบครัวนะครับ ท่านประธาน มีผู้หวังดีประสงค์ร้ายมากมาย ชาวบ้านเดือดร้อน กดดันทําให้รัฐบาล บริหารลําบาก นี่คือคู่ต่อสู้ระหว่างธรรมชาติกับมนุษย์ ท่านเปรียบเทียบดูเองนะครับ ผมอยากจะบอกว่าต่อให้ ๑๐ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เลย ต่อให้ ๑๐๐ ผู้นําระดับโลกเลยนะครับ ไม่มีใครเคยเอาชนะธรรมชาติได้เลยครับ
ท่านดูสไลด์ต่อไปนะครับ นี่คือมวลน้ํามาจากจิสด้านะครับ ผมเอาข้อมูล จากข้อเท็จจริงมาทั้งหมดเลย เสียดายเราได้เฉพาะมาถึงตั้งแต่วันที่ ๕ มีมวลน้ําทั้งหมด ๑๑,๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ก็ยังไม่มีใครกล้ายืนยัน เขาถามว่าจีสด้าเอามาจากไหน เวลาชี้แจงมานักวิชาการหลายคนก็ขัดแย้งบอกว่า รับไม่ได้ยังไม่อยากเชื่อ เอาละครับ เรามีเท่านี้ก็ต้องเชื่อกันไปก่อนนะครับ วันนี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์สู้ปัญหาภัยพิบัติอย่างไร อย่างที่ผมกราบเรียนคือตั้งศูนย์ ปภ. ประกาศ พ.ร.บ. ๓๑ แก้ไขปัญหาเป็นระบบ มองผลกระทบรอบด้านแล้วนะครับ นายกรัฐมนตรีหญิงเหล็กสวมหัวใจราชสีห์ทุ่มสู้กับภัย ไม่เหนื่อย ไม่ท้อ แต่บางทีที่มีความรู้สึกขอบตาแดง ๆ ไปบ้างเพราะว่าชาวบ้านมีความรู้สึก เจ็บปวดแล้วเสียหายหนัก ท่านสงสารประชาชน คนก็โจมตีว่าอ่อนแอร้องไห้ อย่างนี้หรือครับ ความเป็นธรรม ระดมทุกความคิดทุกภาคส่วนต้านสู้มวลน้ํา แต่ความคิดที่มาก็มีข้อจํากัด อย่างที่กราบเรียน อ่อนน้อมถ่อมตนอดทนน้อมรับฟังความเห็นทุกคน แต่แล้วเป็นอย่างไร ครับ อย่างที่บอกข้อมูลมันสับสนจริง ๆ ฟังอย่างไรก็ตีความไม่ตก ผันน้ําไหลป้องกันพื้นที่ เศรษฐกิจไข่แดง ประชาชนที่เดือดร้อนก็ไม่ยอม ก็มาพังถุงเขาเรียก บิ๊กแบ๊ก หรือว่าพังพนัง กั้นน้ํา อพยพหาที่พึ่งพิงให้ประชาชน ระดมอาหารทั้งสั่งมาจากต่างประเทศเพื่อลดการ โก่งราคา แจ้งเตือนภัยทุกจุด ทําความเข้าใจด้วยใช้กฎหมายอย่างอ่อนโยนเพื่อพยายาม หลีกเลี่ยง
ขอสไลด์ต่อไปนะครับ ความขัดแย้ง ท่านดูนะครับ ภาวะระดับน้ําทะเลหนุนนะครับ ผมเปรียบเทียบกับการปล่อยน้ําลงไปในแม่น้ําเจ้าพระยา ๑ เดือนเต็ม ๆ ย้อนหลังเลยนะครับ ท่านดูเส้นกราฟสีแดงกับเส้นสีน้ําเงินนะครับ สัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบเลย แปลว่า ทางกรมชลประทานก็ดี รัฐบาลก็ดีปล่อยน้ําลงในแม่น้ําเจ้าพระยาเพื่อระบายเป็นสายหลัก อย่างดีที่สุดแล้ว อย่าไปโทษกรมชลประทานเลย เสียดายมันมีเส้นกราฟอีกเส้นหนึ่ง ผมอยากจะโชว์ที่คนพยายามโจมตีนักหนาว่ากรมชลประทานก็ดี กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ก็ดี รัฐบาลก็ดี ทําไมปล่อยให้น้ําล้นเขื่อน กราฟเส้นนั้นบอกว่าในปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ๓ ปีเต็ม ๆ ปรากฏว่าอย่างไรทราบไหมครับ น้ําในเขื่อนเกือบจะแห้งเลย เหลือไม่ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ นอนก้นเลย พอมาปี ๒๕๕๔ มีโอกาสเก็บน้ําได้เขาบอกน้ําขึ้น ต้องรีบตัก ใครไม่ตักก็โง่แล้ว ไปโทษอะไรกรมชลประทานล่ะครับ ท่านดูความจริงบ้าง เพียงแต่มันเป็นเคราะห์ซ้ํากรรมซัดก็คือใครจะไปรู้ได้ล่ะมรสุมมาทีเดียว ๕ ลูก อย่างที่ผมให้ดู แผนที่ เอาความเป็นธรรมความเป็นจริงมาว่ากันดีกว่าอย่ามาโจมตีกันเลยทุกคนเขาทําดีที่สุดแล้ว ผมจะให้เหตุผลเลยว่าทําไมเขาถึงไม่ระบายน้ําในตอนนั้น ๑. จําเป็นต้องจัดเก็บ เพราะไม่รู้ว่าจะแล้งลงไปอีกเมื่อไร ๒. มรสุมมาเร็วเกินกว่าที่คาดคิดทําให้น้ําท่วมเร็ว น้ําท่วมปล่อยไม่ได้ ปล่อยชาวบ้านข้างล่างก็บอกว่าเดือดร้อน เกิดบางระกําโมเดลในช่วงนั้น พอดี ท่านหลับตานึกภาพดูดี ๆ เห็นไหมครับ แล้วฝนที่ตกมากระหน่ําแบบฝน ๑,๐๐๐ ปี ๕ มรสุมจริง ๆ เลย แล้วก็การระบายน้ําทั้งระบบมันขอความร่วมมือลําบาก บางที กรมชลประทานทํามาถึงจุด ๆ หนึ่งแล้วมาถึงติดกึ๊กชายแดนจุดหนึ่ง เดี๋ยวจะชําแหละ ให้ดูว่าคืออะไร สรุปนะครับ เขาทําอย่างมีหลักการเป็นระบบแล้วนะครับ ผมไม่อยากให้ เอามาเป็นประเด็นการเมืองเลยครับ จริง ๆ แล้วท่านรัฐมนตรีธีระก็นั่งอยู่ตรงนี้ท่านก็ทําดี ที่สุดผมได้ทราบว่าท่านเป็นคนที่มีหลักการในการทํางาน
ขอสไลด์ต่อไปนะครับ ผมจะเปิดเผยความจริง ท่านดูนะครับลูกศร วิ่งลงมาแล้วเห็นไหมครับ ทิศทางการระบายน้ําลงทะเลมีทั้งหมด ๗ ช่องทาง แต่วันนี้ ที่ไฮไลท์ (Highlight) คือท่านดูที่ กทม. นะครับ กทม. จุดระบายน้ําสนามชัย มหาชัยนี่ครับ ระบายได้ ๑๒ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน วันนี้ระบายได้ ๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ระบายได้ ๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ท่านจดไปด้วยนะครับ เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่เอามาจาก กทม. เลย มาดูช่องต่อไปนะครับ ช่องระบายน้ําสมุทรปราการระบายได้ ๔๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน วันนี้ระบาย ๑๖.๑ ล้านลูกบาศก์เมตร นี่ข้อมูลอัพเดท (Update) ณ ปัจจุบันท่านดูสิครับ และอย่างนี้น้ําจะไม่มาประดังมาคั่งอยู่ได้อย่างไรครับ ถ้าใครแน่จริงเดี๋ยวเอาความจริง มาตีแผ่กันนะครับ
ขอสไลด์ต่อไปครับ ท่านดูการสํารวจสิ่งกีดขวาง ณ วันที่ ๕ พฤศจิกายน สิครับ เห็นไหมครับว่าสิ่งกีดขวางแบบนี้น้ําจะระบายออกอย่างไร เห็นไหมครับ กทม. เอง ก็ไม่เคยรับทราบว่าจะมีมวลน้ํามาขนาดนี้ ต้องมาผันน้ําไหล เคยแต่ผันน้ําขัง วันนี้ เป็นอย่างไรล่ะครับ เจอของจริงเข้าไป ยิ่งกว่านั้นมีคนไปตั้งข้อสังเกตอีกว่า กทม. มีเครื่องสูบน้ํา จริงหรือเปล่า หรือแบบว่ากล้องวงจรปิดไปตั้งไว้เฉย ๆ แต่มันไม่มีตัวตน เห็นไหมครับ ผมยังไม่อยากกล่าวร้ายถึงขนาดนั้นนะครับ ต้องให้ความเป็นธรรมท่านหม่อมสุขุมพันธุ์ ด้วยนะครับ ท่านมาดูนะครับ ปริมาณน้ําท่วมกรุงเทพมหานคร ณ วันที่ ๘ พฤศจิกายนนะครับ ท่านดูสีน้ําเงินติดทางขวานะครับ ๑๓๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ก็คือทางกรุงเทพฯ ตะวันออก แล้วทางกรุงเทพฯ ด้านตะวันตก ๒๐๖.๕ ล้านลูกบาศก์เมตร นี่ข้อมูลจากจิสด้าแล้วก็ จากหลายหน่วยงาน ผมเอามาประเมินเฉลี่ยนะครับ ไม่เชื่อใครคนใดคนหนึ่ง แล้วถ้า กทม. ระบายน้ําจริง ๆ เพียง ๙ วันเท่านั้นน้ําจะลดจาก กทม. ทั้งหมด แต่ถ้าระบาย เต็มประสิทธิภาพอย่างที่ผมนําเสนอจะใช้เวลาไม่เกิน ๖ วัน ผมมีอีกชาร์ท (Chart) หนึ่งนะครับ ที่จริงท่านระบายเอาแค่ครึ่งน่องหรือว่าให้ถนนโผล่นี่ใช้เวลา ๕ วันก็จบแล้ว
ท่านดูสไลด์ต่อไป ขอเสนอแนะแนวทางการระบายให้ กทม. เลย แน่จริง ติเขาแล้วก็ต้องเสนอด้วย ผมให้ใช้ช่องระบายน้ําทั้ง ๗ ช่องทาง ทําให้มีประสิทธิภาพ โดยเน้นการระบายน้ําแม่น้ําเจ้าพระยาเป็นหลัก แต่ระบายเจ้าพระยาเป็นหลักแล้วมันไม่พอ ใน กทม. ต้องระบายด้วย โดยมีเป้าหมายเร่งระบายน้ําออกจากพื้นที่ กทม. ให้พ้นวิกฤติ คําว่าพ้นวิกฤติ คือแค่ไม่เกินถนนรถวิ่งได้นี่พ้นวิกฤติแล้ว ถ้าประเทศไทยเราท่วมแค่ครึ่งน่อง คนไทยมีความสุขนะครับ เพราะคนไทยรักน้ํา อยู่กับน้ํามานาน ข้อสังเกตท่านดูนะครับ การระบายน้ําของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทําได้ไม่เต็มที่ มีข้อจํากัดตรงนี้ผมเขียน เควสชั่น มาร์ค (Question mark) ใส่ไว้คําโต ๆ แต่ไม่กล้าใส่ ถามว่าเพราะอะไร สถานีสูบน้ํา ของ กทม. ยังทํางานไม่เต็มศักยภาพ แล้วบางที่น้ํายังไหลไม่เข้าไปเลย เป็นคลองที่ควรจะมี น้ําเต็มแล้วแต่ไม่มี มีเครื่องสูบใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่มตั้งรอแต่ไม่มีน้ํามาให้สูบ มันเกิดอะไรขึ้น มีสิ่งกีดขวางน้ําคลองต่าง ๆ ใน กทม. อย่างที่ผมฉายสไลด์ครับ
ท่านศรัณย์วุฒิเดี๋ยวนะครับ มีท่านสมาชิกประท้วงนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาครับ กระผม ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วงท่านผู้อภิปรายนะครับ ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เพราะท่านต้องอภิปราย อยู่ในประเด็นครับ เรากําลังอภิปรายเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจําปีอยู่ครับ ไม่ใช่อภิปราย เรื่องปัญหาน้ําท่วมแก้แบบไหนครับ เรื่องงบประมาณครับ
เชิญนั่งครับ ท่านศรัณย์วุฒิครับ
ผมกําลังชี้แจงเรื่องงบประมาณอยู่นะครับ
ท่านฟังนิดหนึ่งนะครับ ท่านกําลังลําดับเหตุการณ์น้ําท่วมนะครับ แล้วก็ในช่วงที่ท่าน ลําดับนี่นะครับ ท่านใช้เวลาไปประมาณ ๑๓ นาที จะ ๑๔ นาที ท่านก็กําลังเล่าถึง เรื่องเหตุการณ์น้ําท่วม คราวนี้ท่านสมาชิกท่านก็ประท้วงว่าลําดับเหตุการณ์ของท่านทั้งหมด นี้ แล้วท่านลองพูดดูสิว่าน้ําท่วมของท่านนี้ท่านจะใช้จ่ายเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณอย่างไร เอาเข้าเนื้อหาเราสักนิดหนึ่งว่ามันเกี่ยวข้องกับการบริหารการจัดการที่จะใช้เงินอย่างไร ได้ไหมครับ เชิญครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน เกี่ยวเต็ม ๆ เลยครับ ผมกําลังจะเข้าเรื่องงบ ที่จริงไม่น่าประท้วงเพราะว่ากําลังจะเข้าสู่งบแล้ว ผลกระทบทางเศรษฐกิจนะครับ อุตสาหกรรม สังคม ความมั่นคงนี่มันมีมากมาย แต่ผมยังไม่ฉายเพราะว่าจะได้ไปเร็วนิดหนึ่ง การฟื้นฟูหลังวิกฤติเศรษฐกิจ แล้วก็เศรษฐกิจโลกก็กําลังกระหน่ําซ้ําเติมเพราะว่ากําลังทรุดโทรมมาก หลักทฤษฎีของเคนส์ ต้องเอามาใช้ รัฐบาลจะต้องทุ่มงบอย่างมหาศาลเลย ไม่ใช่งบที่นําเสนอ งบที่ทุ่มต้องกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเลยนะครับ มากกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแน่นอน อาจจะถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ต้องทํา เพราะว่าจะเป็นการกระตุ้นจีดีพีช่วยให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนได้ ขณะเดียวกันการกระตุ้นนั้นผมอยากจะบอกว่าที่บอกว่าอย่าไปใช้เลยนะครับ ที่บอกว่า รถคันแรก บ้านคันแรก จริง ๆ มันเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ผมอยากจะบอกว่าสิ่งเหล่านั้นมันเป็นเพียงปัจจัยนิยม ไม่ใช่ประชานิยม มันเป็นหนึ่ง ในปัจจัยสี่ คนยังไม่มีเลยให้เขามีเถอะครับ มีคําพูดคําหนึ่งต้องขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านประมวล สภาวสุ พูดไว้นานมาก ผมถูกใจคํานี้มาก เขาบอกคลังนี้เพื่อประชาชน ดังนั้น ผมจึงถามว่าถ้าเราจะทุ่มงบเพื่อประชาชนจะเป็นไรไปครับ ใส่ไปเลยครับ วิกฤติน้ําท่วมครั้งนี้ เป็นโอกาส เราจะมีการจัดตั้งการบูรณาการหน่วยงานเรื่องน้ําใหม่หมดเลย ประเทศไทยจะกลายเป็นสีเขียว เดี๋ยวจะอธิบายทีหลังว่าคืออะไร ผมจะไปเร็วนิดหนึ่งนะครับ มาดูแนวคิดการบริหารจัดการ ก่อนจะถึงงบประมาณนะครับ ถ้าบอกว่าใช้งบ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ แล้วไม่บอกว่าทําอะไรเลย มันก็ไม่แฟร์ (Fair) ท่านดูนะครับแนวคิดการบริหารจัดการน้ําทั้งระบบใหม่ ผมเรียก ไทยแลนด์ ออเดอร์ (Thailand order) กําหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาชาติเลยนะครับ ในระยะยาววันนี้ต้องมองด้วยว่าธรรมชาติเปลี่ยนแปลงแบบนี้ยุทธศาสตร์ชาติจะไปอย่างไร ไม่ใช่คุณยังกําหนดชาติแบบเดิมแต่ว่าธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไปมากแล้วไม่สอดคล้อง จัดวางระบบผังประเทศใหม่ทั้งผังเมือง ผังน้ําและผังป่าให้สอดคล้องในยุทธศาสตร์ การพัฒนาชาติใหม่ มองให้สอดคล้องกันเลยนะครับ จัดโครงสร้างหน่วยงานรับผิดชอบ ธรรมชาติภัยพิบัติที่พร้อมจริง ผมเรียกว่า ออร์แกนนิค สตรัคเจอร์ (Organic structure) ให้ฉายสไลด์ต่อไปที่เป็นวงกลม ๆ นะครับ และเดี๋ยวค่อยย้อนกลับมา นี่แหละครับคือ ออร์แกนิค สตรัคเจอร์ ท่านดูวงกลมสีฟ้าข้างในนะครับ ผมบอกว่าสถานการณ์ทั่วไป กระทรวงน้ํา ก็ดี กระทรวง ปภ. ก็ดี ดูแลได้เอาอยู่นะครับไม่ต้องไปหาใคร แต่สําหรับการลุกลามใหญ่โต ในวงที่ ๒ สีเทา เขาบอกสถานการณ์รุนแรงระดับชาติต้องใช้ทุกหน่วยงาน ใช้ พ.ร.บ. ๓๑ อะไรก็ต้องว่ากันไป หรือจะมีมากกว่านั้น ถ้าสถานการณ์รุนแรงในระดับโลก สหประชาชาติ หรือข้อตกลงร่วมมันก็ต้องมี อันนี้จึงเรียกว่าออร์แกนิค สตรัคเจอร์ เพราะมันสามารถยืดหยุ่นได้ เวลาไม่มีเหตุก็ไม่ต้องไปใช้มากมันจะเปลืองงบประมาณ จัดตั้งกระทรวงน้ําเพื่อบูรณาการ แก้ไขน้ําทั้งระบบ ประกาศเมกะโปรเจกต์ ประกาศสักทีเถอะครับน้ําแห่งชาตินี่ แล้วทําเอา ฮอลแลนด์ โมเดลมาก็อปปี้ (Copy) ก็ยังได้ ซึ่งเราอย่าไปเสียดายเลยเพราะทุกวันนี้ เราช้าธรรมชาติมันจะแซงเรา ท่านดูปัญหาน้ําทั้งระบบนะครับ
สไลด์ต่อไปเลย เร็วเลยครับ ท่านดูนะครับตั้งแต่น้ําท่วม น้ําแล้ง น้ําเสีย น้ําอุปโภคบริโภค น้ําปัจจัยการผลิต การเกษตรก็ดี อุตสาหกรรมก็ดี
ท่านศรัณย์วุฒิ ขออนุญาตขัดจังหวะนิดหนึ่ง
ปิดแล้วครับ จบแล้วครับ
ทางวิปของรัฐบาลแจ้งมานะครับว่าท่านได้ใช้เวลาเกินสมควรที่กําหนดไว้แล้วนะครับ
ถ้าอย่างนั้นสรุปเลย ขอสรุปแล้วครับ สรุปเลยนะครับ เสียดายนะครับเอาสั้น ๆ เลยนะครับ ถ้าทําได้นะครับบูรณาการน้ําได้ จะดีมาก ฝนตกลงมา ๑๐๐ หยด วันนี้เราเก็บใช้ได้ ๗ หยด ต่อไปผมจะพยายามทําให้เก็บได้ ๒๐ หยด อันนี้สรุปเลยนะครับ นี่คือเมกะโปรเจกต์ใช้เงินแค่ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เท่านั้น งบประมาณที่ต้องดูท่านดูนะครับ
ขอสไลด์งบประมาณขึ้นเลยเสียดายเวลามีจํากัดมากงบประมาณปี ๒๕๕๕ ตั้งไว้ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่าเกี่ยวกับเรื่องน้ําทั้งหมดที่ขึ้นมามีอยู่แค่นี้นะครับ ผมไม่ลงรายละเอียดแล้ว รวมภัยพิบัติด้วย ๑๓๓,๙๓๗ ล้านบาท ท่านดูสิครับว่าตัวเลข มันสมดุลแค่ไหน แล้วงบประมาณท่านดูข้อที่ ๓ เลยนะครับ งบประมาณที่จะจัดทําพัฒนา แหล่งน้ําจริง ๆ มี ๗๓,๕๗๙.๒ ล้านบาท ท่านเห็นไหมครับว่ามันไม่สอดคล้องเลยนะครับ แล้วปัญหาประเทศวันนี้นะครับความล้าหลังอาจจะแซงทั้งลาว ทั้งเขมร ทั้งพม่า มาจ่อแล้วนะครับ ขาดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี กระทบสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ความมั่นคง สเปซ (Space) นี่คือ สังคม เศรษฐกิจ การเมือง ความมั่นคง ผมย่อ ๆ นะครับ ขาดยุทธศาสตร์การพัฒนาชาติ ระยะยาวอย่างชัดเจน ขาดประสิทธิภาพการบริหารจัดการงบประมาณ เสียโอกาส เกิดความเสียหาย มีการรั่วไหล ขาดงบฟื้นฟูเยียวยากู้วิกฤติหลังน้ําท่วม ขาดงบพัฒนา เมกะโปรเจกต์น้ําแห่งชาติ ผมถามว่าเงินเหล่านี้เราต้องใช้เป็นล้านล้าน แต่วันนี้หลายคน ไปพูดถึงเรื่องกู้ ผมถามคําเดียวว่าทําไมต้องกู้ ผมกําลังเสนอแผ่นนี้สุดท้ายแล้วครับ เสนอยิงขึ้นมาเลยครับ พาวเวอร์พอยท์ แผ่นสุดท้ายครับ ขอให้คนไทยทั้งประเทศจับตาดู นะครับว่าผมกําลังจะพูดอะไร เชื่อไหมครับประเทศไทยเรามีบ่อน้ํามันบ่อใหญ่นะครับ มีเงิน ๑๐.๘ ล้านล้านบาท ไม่ใช่น้ํามันนะครับ เป็นเงินที่เขาเรียกเงินนอกงบประมาณ ท่านดูนะครับ รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ มาตรา ๑๗๐ ระบุชัดเลยนะครับ รายได้เงินของหน่วยงาน ของรัฐใดที่ไม่ต้องนําส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ให้หน่วยงานของรัฐนั้นทํารายงานการรับ และจ่ายเงินดังกล่าวเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อสิ้นปีงบประมาณทุกปีและให้คณะรัฐมนตรี ทํารายงานเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาต่อไป ตรงนี้ผมไปค้นมาแล้วมีเงิน ๑๐.๘ ล้านล้านบาทที่ไม่เข้าระบบนะครับ เดี๋ยวคราวหน้ามีเวลาผมจะชําแหละ สรุป ยังไม่มี มนุษย์คนใดในโลกที่เอาชนะธรรมชาติได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งธรรมชาติที่กําลังพิโรธ ส่งมวลน้ํายิ่งใหญ่นับแสนล้านถาโถมโจมตีประเทศไทยทั้งประเทศครั้งประวัติศาสตร์ แล้วนายกรัฐมนตรีหญิงยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นใคร ต่อให้ผู้นําโลกที่ยิ่งใหญ่เพียงใด ก็ไม่อาจเอาชนะธรรมชาติที่กําลังพิโรธได้ ผมจึงอยากขอวิงวอนทุกฝ่ายนะครับ โปรดให้กําลังใจประเทศไทย โปรดให้กําลังใจผู้ประสบภัย โปรดให้กําลังใจทุกคนทุกหน่วยงาน ที่เขาทุ่มเทช่วยเหลือภัยพิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านทําดีที่สุดแล้ว เหลืออย่างเดียว เท่านั้นยังไม่ได้สร้างภาพ แล้ววันนี้ธรรมชาติยิ่งใหญ่ไม่มีใครเอาชนะได้ โปรดให้กําลังใจ พวกเขาทุกคนด้วยเถอะครับ ขอบคุณครับ
เรียนท่านสมาชิกนะครับ ในแต่ละฝ่ายท่านจะกําหนดเวลามาที่ประธาน ผมจะแจ้งทุกครั้ง แต่ข้อตกลงระหว่างวิป ๒ ฝ่ายว่าท่านสมาชิกท่านใดที่จะอภิปรายเกินกว่าเวลาประธาน จะไม่ได้ทักท้วงนะครับ แล้วก็ให้แต่ละฝ่ายหักลบเวลาของแต่ละฝ่ายเองนะครับ เดี๋ยวนะครับ ทางสภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐแทสมาเนีย ของออสเตรเลีย โดยท่านซิกซ์ไซน์ บอททอม พร้อมคณะ และท่านทูตออสเตรเลียด้วย ทั้งหมดนะครับ ขณะนี้กําลังพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๕ เชิญรัฐบาล ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านสามารถมีอะไรหารือก่อนใช่ไหม เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีครับ ท่านสามารถมีอะไรไหมครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอสิทธิพาดพิงนะครับ ในการบริหารจัดการน้ําของกรุงเทพมหานคร อันที่จริง เมื่อคืนผมได้พูดถึง
พาดพิงตอนไหนครับท่านครับ
เรื่องการบริหารจัดการน้ํา ที่ว่ากรุงเทพมหานครไม่พยายามจะสูบน้ําลงสู่อ่าวไทย ลงสู่ทะเลครับ
ท่านใดอภิปรายไปพาดพิงท่าน
เมื่อสักครู่ครับ ท่านผู้อภิปราย ได้พูดสักครู่ครับ
ท่านศรัณย์วุฒิใช่ไหม
ใช่ครับ
เดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรีตอบก่อนได้ไหมครับ
ได้ครับ
ท่านรัฐมนตรีตอบก่อนนะครับ แล้วก็เดี๋ยวท่านใช้สิทธิพาดพิง
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง ผมมีประเด็นสั้น ๆ ที่อยากจะขออนุญาตได้กราบเรียนชี้แจง ต่อท่านประธาน แล้วก็สมาชิกที่ได้อภิปรายเกี่ยวกับงบประมาณปี ๒๕๕๕ ซึ่งหลายท่าน ได้อภิปรายพาดพิงไปถึงโครงการตามนโยบายที่รัฐบาลได้ดําเนินการไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ได้มีการกล่าวถึงนโยบายเรื่องรถคันแรก แล้วก็นโยบายโครงการบ้านหลังแรก เพื่อไม่ให้เกิด ความสับสนแล้วก็เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนผู้ที่กําลังชม การถ่ายทอดสด แล้วก็รับฟังการถ่ายทอดสดผ่านทางวิทยุที่อยู่ทางบ้าน ก็จะขออนุญาต ชี้แจงโดยใช้เวลาเพียงสั้น ๆ นะครับท่านประธานครับ โครงการที่ได้ดําเนินการไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการรถยนต์คันแรกนั้นมีรายละเอียดในเรื่องของการใช้งบประมาณ ซึ่งไม่ปรากฏอยู่ในรายการงบประมาณค่าใช้จ่ายของปี ๒๕๕๕ แต่อย่างใด กล่าวคือ โครงการนี้เป็นโครงการที่จะส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนได้มีรถยนต์ตามนโยบายของรัฐบาล ผู้ซื้อที่จะเข้าไปซื้อรถยนต์ในโครงการนั้นจะต้องจ่ายเงินค่ารถยนต์เต็มตามราคาขาย รวมทั้ง ภาษีทุกชนิดที่เกิดขึ้น แล้วพี่น้องประชาชนที่เข้าไปซื้อรถยนต์นั้นจะไปขอคืนเงินตามโครงการ ที่รัฐบาลได้ประกาศไป และจะรับเงินคืนได้ก็ต่อเมื่อหลังจากวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๕ นั่นหมายความว่ารัฐบาลจะมีภาระเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อใช้งบประมาณในปี ๒๕๕๖ เท่านั้น ดังนั้นการที่มีสมาชิกหลายท่านได้กล่าวพาดพิงว่ารัฐบาลใช้เงินงบประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปในโครงการนี้ เสมือนว่าทําให้ประชาชนเข้าใจว่าจะเกิดขึ้นในปี ๒๕๕๕ นั้นจึงไม่ใช่ จะใช้เงินงบประมาณนี้ในปี ๒๕๕๖ ซึ่งขณะนี้สภาแห่งนี้กําลังพิจารณารายจ่ายงบประมาณ ตามปี ๒๕๕๕ ไม่ใช่ปี ๒๕๕๖ นะครับ แล้วรายได้ที่จะเกิดขึ้นในโครงการนี้ไม่ว่าจะเป็น การเก็บภาษีในรูปแบบใด ๆ ก็ตามแต่ รัฐบาลจะเก็บเข้ามาในปี ๒๕๕๕ ซึ่งเงินเหล่านั้นจะสามารถนําไปใช้ในงบประมาณ ในปี ๒๕๕๕ ทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ลักษณะเดียวกันครับ ในเรื่องของนโยบายบ้านหลังแรก ซึ่งนโยบายบ้านหลังแรกนั้นมิได้ให้เงินค่าใช้จ่ายคืนเป็นเม็ดเงิน แต่ให้สิทธิในการที่ผู้ซื้อบ้าน จะนํามูลค่าของราคาบ้านเท่ากับร้อยละ ๑๐ แต่ไม่เกินรายละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท เอาไป หักภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งก็สามารถที่จะใช้สิทธินั้นหลังจากปี ๒๕๕๕ ไปแล้วเช่นเดียวกัน แล้วก็ยังจะต้องเอาไปเฉลี่ยเป็นระยะเวลา ๕ ปี ดังนั้นการที่มีการอภิปรายพาดพิงไปถึง นโยบายทั้ง ๒ เรื่องว่ามีการใช้เงินงบประมาณแล้วจะต้องเอาเงินงบประมาณเหล่านั้น ไปใช้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในปีนี้ จึงไม่ถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริงใด ๆ ผมก็หวังว่า ท่านสมาชิกจะได้โปรดเข้าใจแล้วก็พี่น้องประชาชนทางบ้านก็จะได้เข้าใจให้ตรงกัน แล้วการที่จะอภิปรายนโยบายทั้ง ๒ เรื่องเกี่ยวกับการใช้งบประมาณนั้น ท่านก็สามารถ ที่จะเอาไปอภิปรายต่อในการอภิปรายรายจ่ายงบประมาณปี ๒๕๕๖ ซึ่งก็จะเกิดขึ้นต่อไป ในอนาคต ก็ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านสามารถครับ ท่านขอใช้สิทธิข้อ ๖๓ นะครับ ข้อ ๖๓ เขาบอกว่า ถ้ามีการอภิปราย พาดพิงเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องอื่นใดที่ให้ท่านเสียหาย ท่านช่วยกรุณาบอกนิดหนึ่งว่า ท่านจะเสียหายอย่างไรนะครับ เดี๋ยวท่านสมาชิกจะประท้วงผมบอกว่าไม่เป็นกลางนะครับ ถ้าผมวินิจฉัยถูก ถูกใจท่านก็บอกวันนี้วินิจฉัยใช้ได้ บางวันเดี๋ยววินิจฉัยใช้ไม่ได้อีก ท่านต้องบอกก่อนนะครับ เดี๋ยวฝ่ายรัฐบาลบอกว่าผมไม่เป็นกลาง เดี๋ยวให้ท่านมาพูด เพราะว่าท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ เขาพูดถึงเรื่อง กทม. แต่ถ้าคนที่นั่งใกล้ ๆ ท่านพออะลุ่มอล่วยได้เพราะท่านเคยเป็นผู้ว่ามาก่อน เชิญท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอใช้สิทธิพาดพิงในฐานะที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ทําการบริหาร กรุงเทพมหานครอยู่ และตัวผมเองนั้นเคยดํารงตําแหน่งรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มาก่อนครับนะครับ ผมเกรงว่าข้อมูลที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายเมื่อสักครู่นั้นจะทําให้ พี่น้องประชาชนที่รับฟังอยู่เข้าใจผิด ท่านประธานครับ ผมอภิปรายไปเมื่อคืนนะครับว่า เมื่อประมาณเดือนกันยายนที่ผ่านมามีน้ําท่วมที่จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยานะครับ ตอนนั้นมีการผันน้ําไปทางตะวันตก คือแม่น้ําท่าจีนน้อยมาก ขณะเดียวกันการผันน้ํา จากแม่น้ําป่าสักลงสู่คลองระพีพัฒน์ก็น้อยเช่นเดียวกัน ถ้าเร่งผันน้ําไปสองข้างทางของ ฝั่งตะวันตก ฝั่งตะวันออกก็ไม่มีปัญหาครับ น้ําจะไม่ท่วมหนักปัจจุบันนี้เรามาปล่อยน้ําลงสู่ ท่าจีนที่หลังเลยครับ ที่จริงไม่ได้ปล่อยครับ เพราะมีพี่น้องประชาชนไปทําลายพวกคันกั้นน้ํา ทําให้น้ําไหลลงสู่จากชัยนาทลงสู่ท่าจีนนะครับ ก็เลยมีระยะเวลาในการระบายน้ําสั้นมาก ทําให้น้ําเอ่อท่วมขึ้นมา ถ้าเราปล่อยตั้งแต่เดือนกันยายนมีระยะเวลาในการผันน้ําอีกยาว น้ําจะไม่ท่วมหนักอย่างนี้ครับ เช่นเดียวกันครับ ฝั่งตะวันออก รัฐบาลเองต้องพยายามสูบน้ํา ลงสู่แม่น้ําบางปะกงให้มากที่สุดครับ จากบางปะกงก็สามารถลงสู่อ่าวไทยได้นะครับ ในขณะเดียวกันอาจจะลงมาถึงคลองประเวศ ประเวศนั้นก็มีคลองสูบน้ําอยู่มีเครื่องสูบน้ําอยู่ สามารถสูบลงสู่คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต หรือแม่น้ําบางปะกงได้เช่นเดียวกัน กทม. เองนะครับ ท่านประธานทราบดีว่าน้ําที่ค้างอยู่บนเหนือ กทม. นั้นมีประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ศักยภาพของ กทม. ที่รับน้ําได้ก็คือเจ้าพระยา ท่าจีน บางปะกง รวมกันแล้วมีสมรรถนะ เต็มที่ ๓๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ต้องใช้เวลาระบายถึง ๓๐ กว่าวันครับ ๓๐-๔๐ วัน ๗ วันเป็นไปไม่ได้แน่ กทม. เองก็พยายามครับ พยายามระบายมีข้อจํากัดหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ที่แก้มลิงสนามชัย มหาชัยครับ ทําเต็มที่ครับ แต่ข้อจํากัดมีความจุอยู่แค่นั้นเองนะครับ แล้ว กทม. เองก็พยายามที่จะหาเครื่องสูบน้ํา เพราะเครื่องสูบน้ําเองนั้นมีจํากัด พยายาม ขอความร่วมมือจากรัฐบาล จากกรมชลประทาน ก็เห็นว่าทําเต็มที่อยู่แล้ว ขณะเดียวกัน มีการกล่าวหาว่าไม่มีการลอกคลอง ไม่มีการขุดลอกแล้วเก็บผักตบชวา อันที่จริงแล้ว กทม. ก็ทํามาโดยตลอด แต่ผักตบชวานั้นเป็นการไหลมาตามน้ําครับ จากด้านบนลงสู่ด้านล่าง เก็บกันไม่ไหวจริง ๆ ครับ แม้ว่าเตรียมการเต็มที่แล้วก็ตาม ผมขอเรียนท่านประธานครับว่า กทม. นั้นได้ให้ความร่วมมือ กับรัฐบาลอย่างเต็มที่ มีการประสานงานระหว่างท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กับท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปิดเปิดประตูน้ําที่คลองสามวาก็ตาม กทม. เองนั้นตอนแรกไม่ต้องการให้เปิด ตอนหลังเห็นว่ามีความจําเป็นเปิดขึ้นมา ให้เปิด ๘๐ เซนติเมตร รัฐบาลบอกว่าขอเป็น ๑ เมตรก็เปิดครับ ก็พยายามระบายน้ําลงสู่คลองแสนแสบ เพื่อให้น้ําเลี้ยวขวามาสู่บึงพระรามเก้าและไหลลงสู่คลองพระโขนง จะได้สูบน้ําสู่ แม่น้ําเจ้าพระยาต่อไปเรียนว่าข้อมูลต่าง ๆ นั้นที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายอาจจะมีการ คลาดเคลื่อนนะครับ เพราะฉะนั้นผมยืนยันอีกครั้งว่า กทม. ให้ความร่วมมือเต็มที่
เดี๋ยวนะครับ มีท่านประสิทธิ์ประท้วง ให้จบก่อนได้ไหมครับ ท่านกําลังขอใช้สิทธิ เชิญท่านประท้วงก่อน เชิญครับ เดี๋ยวท่านสามารถนั่งนิดหนึ่ง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ครับ ผมขอประท้วงผู้อภิปรายนะครับ เนื่องจากเรากําลังอภิปรายเรื่องงบประมาณ แต่ปรากฏว่า ผู้อภิปรายเหมือนลุกขึ้นมาอภิปรายเกี่ยวกับการแก้ต่างให้กับกรุงเทพมหานครนะครับ ผู้อภิปรายกําลังทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ขอให้ท่านประธานได้วินิจฉัยด้วยครับ
เชิญนั่งครับคืออย่างนี้ครับท่านประสิทธิ์ ท่านสามารถเขาขอใช้สิทธิตามข้อ ๖๓ วรรคสอง คือหมายความว่ามีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราอภิปรายไปเกี่ยวข้องกับการบริหาร การจัดการของกรุงเทพมหานคร ท่านฟังผมก่อนให้จบนะครับ ท่านขอใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ วรรคสอง ท่านไม่ได้อภิปรายเรื่องงบประมาณ ท่านขอใช้สิทธิในการชี้แจงว่า การบริหารการจัดการของกรุงเทพมหานครที่มีการพูดกันไป ไม่ว่าการผันน้ําหรือการขุดลอก อะไรต่าง ๆ เมื่อมีการอภิปรายแล้วท่านกลัวว่าจะกระทบนะครับ ท่านก็บอกว่าท่านเสียหาย ท่านก็ขอใช้สิทธิในการอธิบายความนะครับ ตามข้อ ๖๓ วรรคสอง ผมก็ขออนุญาต เมื่ออนุญาตแล้วท่านก็พยายามที่จะลําดับเหตุการณ์และเรื่องนะครับ ซึ่งท่านประท้วง ในเรื่องของข้อ ๖๑ ซึ่งเกี่ยวข้องกับต้องอภิปรายในเนื้อหาสาระของงบประมาณอยู่นะครับ แต่ท่านเป็นผู้ชี้แจงอยู่นะครับ ฉะนั้นข้อประท้วงของท่านในเรื่องของข้อ ๖๑ ท่านขอใช้สิทธิ ข้อ ๖๓ ท่านก็มีสิทธิที่จะขอใช้สิทธิได้นะครับ เดี๋ยวนะครับ ท่านนั่งนะครับ เชิญท่านประท้วงครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ส.ส. ไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ พรรคเพื่อไทย ขอใช้สิทธิประท้วง ในข้อ ๖๓ วรรคสอง ต่อจากท่านสามารถนะครับ หลังจากท่านชี้แจงแล้ว เนื่องจากว่า ในพื้นที่ที่มีวัชพืช ไม่ใช่ผักตบชวานะครับ วัชพืชแน่นคลอง ๒๐ กว่าคลองที่ผมร้องไป ศปภ. นะครับ เป็นพื้นที่ของผมเองอยู่ในเขตหนองจอกที่ผมดูแลอยู่ ดังนั้นเพื่อให้พี่น้องประชาชน ทางบ้านได้ทราบข้อเท็จจริงนะครับว่าเป็นอย่างไร ผมขอใช้สิทธิต่อจากท่านสามารถนะครับ ขอกราบเรียนท่านประธานครับ
เดี๋ยวนะครับท่านไพโรจน์ ท่านไม่ได้ประท้วงนะครับ ท่านกําลังขอใช้สิทธิตามข้อ ๖๓ เดี๋ยวนะครับ ผมขอฟังให้ท่านอธิบายให้เสร็จก่อนนะครับ ขอกระชับนิดหนึ่ง ในการอธิบายความ ที่ท่านขอ เวลานี้จะทดของแต่ละฝ่ายไปนะครับ เชิญท่านสามารถครับ เหลืออยู่นิดเดียว ผมนั่งฟังอยู่ท่านสามารถก่อนครับ ท่านสามารถให้จบก่อนนะครับ เชิญ ท่านกําลังพูดถึง เรื่องการขุดลอกคลองแล้วก็การร่วมมือของ กทม. กับรัฐบาล เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ได้กราบเรียนท่านประธานมาแล้วนะครับ ถึงการทํางานของกรุงเทพมหานคร ผมขอยืนยันว่า เท่าที่ผมได้สัมผัสกับทางผู้บริหารกรุงเทพมหานครนะครับ กรุงเทพมหานครไม่ต้องการ ให้น้ําท่วมในกรุงเทพมหานครละครับ โดยเฉพาะเขตพื้นที่ชั้นในซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสําคัญ ทางกรุงเทพมหานครจะปกป้องเต็มที่นะครับ แม้ว่าข้อคิดเห็นต่าง ๆ กับทางฝ่ายรัฐบาล อาจจะไม่ตรงกันบ้างในบางกรณี เช่น ผู้บริหารบางท่านอาจจะไม่เห็นด้วยกับการใช้ กระสอบทรายยักษ์หรือบิ๊กแบ็กที่กั้นแถวคลองหก แต่ว่าเมื่อรัฐบาลมั่นใจว่าจะช่วยชะลอน้ํา เข้าสู่กรุงเทพมหานครได้ก็ยินดีทํา ซึ่งนักวิชาการบางท่านบอกว่าถ้าทําอย่างนี้แล้วระดับน้ํา ระหว่างเหนือบิ๊กแบ็กกับใต้บิ๊กแบ็กนั้นไม่ต่างกันมาก แล้วอีกประมาณ ๗ วัน ๘ วันน้ําอาจทะลักเข้าสู่กรุงเทพฯ ก็ได้ อาจจะเป็นอันตรายมากกว่า ปล่อยให้ไหลตามธรรมชาติ ยืนยันอีกครั้งครับว่ากรุงเทพมหานครได้ทํางานเต็มที่นะครับ แล้วก็ผมทราบว่าท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเองก็จะเดินไปกับท่านนายกรัฐมนตรี ในการช่วยคุ้มครองพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานครให้ดีที่สุดครับ กราบขอบพระคุณครับ
ในทีวีออกมาก็เห็นเดินไปด้วยกันอยู่แล้วนี่นะครับ เดี๋ยวท่านไพโรจน์ท่านจะขอใช้สิทธิ ตามข้อ ๖๓ ท่านต้องอธิบายความก่อนนะครับว่าท่านเสียหายอย่างไร หรือท่านจะชี้แจง ประเด็นที่เกี่ยวกับท่านเสียหายอย่างไรก่อนนะครับ เดี๋ยวทีละท่านสิครับ ผมก็ให้สิทธิ ของแต่ละฝ่ายก่อน เมื่อกี้ต้องให้ท่านสามารถพูดให้จบก่อน เดี๋ยวผมจะมาถามท่านไพโรจน์ว่า สิ่งที่ท่านจะขอใช้สิทธิตามมาตรา ๖๓ ถ้าท่านสามารถยังไม่จบ ผมก็ยังไม่รู้ว่าท่านจะใช้สิทธิ อะไร เดี๋ยวท่านฟังทีละฝ่ายก่อนได้ไหม
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตหนองจอก พรรคเพื่อไทย
เดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวท่านไพโรจน์ครับ คือผมขอความกรุณา คือท่านต้องฟังอีกฝ่ายหนึ่งก่อนนะครับ ผมก็บอกท่านไพโรจน์บอกว่าให้จบท่านสามารถก่อน เพราะว่าประเด็นที่จะขอใช้สิทธิ ต้องให้ท่านสามารถพูดจบก่อนว่าสิทธินี้มีอะไรบ้าง ผมกําลังจะถามนะครับ เดี๋ยวให้ ท่านไพโรจน์จบก่อนแล้วก็เดี๋ยวท่านค่อยว่าอีกทีหนึ่ง
(นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านจะประท้วงผม เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับว่าที่ท่านประธานวินิจฉัย ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ แต่ไม่ได้เกิดความเสียหาย ให้ท่านไพโรจน์ใช้สิทธิพาดพิงเป็นไป ไม่ได้ครับทางปฏิบัติ
คือท่านไม่ฟังผมอย่างไร ผมกําลังจะถามท่านไพโรจน์อย่างไร ท่านไพโรจน์ยกมือ แล้วก็ขอใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ท่านก็บอกว่าขอใช้สิทธิพาดพิง ท่านฟังให้จบก่อนนะครับ ท่านจึงค่อยประท้วงผม ผมก็บอกว่าให้ท่านไพโรจน์นั่งก่อน ให้ท่านสามารถพูดให้จบก่อน ผมจึงจะได้รู้ว่าท่านขอใช้สิทธิพาดพิง พาดพิงอะไรนะครับ ถ้าท่านสามารถยังพูดไม่จบ ผมก็ไม่รู้ว่า ผมกําลังลําดับเหตุการณ์ของท่านสามารถทั้งหมดว่าเรื่องอะไรบ้าง ผมก็จะถาม ท่านไพโรจน์ต่อไปว่าสิทธิพาดพิงของท่านคืออะไรก่อน แล้วผมยังไม่ให้นะครับ ผมต้องฟัง ท่านก่อนอย่างไร ถ้าไม่ให้ท่านพูดแล้วผมจะรู้ได้อย่างไรว่าท่านพูดเรื่องอะไร ท่านนั่งเถอะครับ ถ้าอย่างนี้ไม่ใช่ ท่านประเสริฐนั่งลง
เดี๋ยวท่านฟังนิดหนึ่งครับ
ก็ผมฟังแล้วผมวินิจฉัยแล้วอย่างไรท่าน
ผมยังพูดไม่จบเลยครับ
เชิญ
ท่านบอกว่าให้ผมฟังท่าน ผมก็ฟัง ท่านจนจบ
เชิญครับ ท่านประท้วงเชิญ
ใช่ครับ
ข้อไหนครับ
ผมกําลังจะอธิบายความให้ท่านฟังว่า ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับที่ท่านศรัณย์อภิปรายมา
ท่านประท้วงผมเรื่องอะไรครับ ข้อไหนครับ เชิญ
ประท้วงข้อ ๘ ครับ การปฏิบัติ หน้าที่ของประธานครับ
ผมปฏิบัติหน้าที่ผิดอย่างไรครับ
ผิดว่าท่านวินิจฉัยให้คุณไพโรจน์ ใช้สิทธิพาดพิง
ผมยังไม่ได้วินิจฉัยอย่างไร ผมต้องฟังเขาก่อนอย่างไรว่าเรื่องอะไร ท่านก็ไม่ฟังผม ท่านอดีตผู้ว่า กทม. กระซิบหน่อยบอกว่าผมยังไม่ได้วินิจฉัยเลยนะครับ
ไม่ใช่ เดี๋ยวท่านครับ เดี๋ยวกลายเป็นเรื่องอันนั้นไปนะครับ
ผมยังไม่วินิจฉัย ผมต้องฟังเขาก่อน
ก็ถูกแล้วครับ
ถูกแล้วท่านก็ต้องนั่งสิครับ
ผมจะอธิบายให้ท่านฟังว่าจริง ๆ ท่านยังไม่สามารถให้เขาใช้สิทธิอะไรได้เลย
ผมไม่ฟังผมจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาจะใช้สิทธิอะไรอย่างไร
เดี๋ยวสิครับ ท่านฟังให้จบก่อน สิครับ ผมพูดคําหนึ่ง ท่านก็พูดกลับมาคําหนึ่ง มันก็ไม่จบครับ
คืออย่างนี้ครับ ท่านประท้วงผมข้อ ๘ ใช่ไหม
ครับ
ว่าผมควบคุมเรื่องอะไรนะครับท่านพูดให้จบสิครับ ผมจะได้วินิจฉัยแล้วจะได้จบในประเด็น ของท่าน ช่วยหน่อย ช่วยกันเปิดดูข้อบังคับก็ได้ เชิญครับ
ไม่ต้องเปิดครับ คือทุกคนเข้าใจ เราเข้าใจ แต่ว่าเนื่องจากท่านพอพูดบอกว่าให้ผมพูดว่าเรื่องอะไร ผมก็ต้องพูดตามตัวหนังสือ ถูกไหมครับ
เชิญครับ
ข้อ ๘ ประธานมีอํานาจหน้าที่ (๒) กํากับดูแลแล้วก็ควบคุมการรักษา ก็คือเรื่องประชุมทั้งหมดของประธานนะครับ ที่ผมกําลัง จะอธิบายให้ท่านฟังเพียง ๑ นาทีครับสั้น ๆ ผมจะบอก กําลังจะบอกว่าเนื่องจากคุณศรัณย์ พูดแล้วก็เกิดความเสียหาย ทีนี้คุณสามารถก็ใช้สิทธิว่าเมื่อเกิดความเสียหาย ข้อ ๖๓ วรรคสอง ก็ใช้สิทธิอธิบายนะครับ พออธิบายเสร็จผมกําลังจะบอกท่านประธานว่า ถ้าท่านไพโรจน์
เอาทีละท่านก่อนนะครับ เดี๋ยวนะครับ ให้ประท้วงทีละท่านให้จบกอ่นนะครับ เชิญครับ
ผมกําลังจะบอกท่านว่าคุณไพโรจน์ มีสิทธิครับ แต่อยากจะให้ไปใช้สิทธิของการอภิปรายในซีกของฝ่ายรัฐบาล ซึ่งจะสมบูรณ์กว่าครับ ผมคิดอย่างนั้นครับ
ขอบคุณมากที่แนะนําครับ ขอบคุณมาก ก็ไม่มีข้อประท้วงอะไรหรอกครับ
ท่านประธานครับ ผมฟังบ้างนะครับ
ใจเย็น ๆ ครับ ท่านใจเย็น ๆ ทีละท่าน ๆ
ท่านประธานครับ ผม ไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร เขตผมนี่เป็นเขตกรุงเทพมหานคร ตะวันออก เพื่อที่จะระบายน้ําลงสู่คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต แต่ปัญหาอุปสรรคที่ท่าน รองสามารถได้มาชี้แจงนั้นที่บอกว่าผักตบชวามันไหลมาจากเหนือลงใต้ ไม่ใช่หรอกครับ ผมต้องขอชี้แจงว่าในเขตหนองจอกนะครับ ผมทําเรื่องมา ศปภ. ๒๐ กว่าคลอง วัชพืช หญ้ามันเต็มไปหมด แล้วรากมันลงดินเป็นม่านบังน้ําอย่างดี นี่ละครับเป็นปัญหาที่ท่าน ระบายคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิตไม่สําเร็จเป็นเพราะแบบนี้นะครับ เพราะว่าทางตัวแทน ผู้ว่า โดยสํานักงานเขตไม่ได้ดําเนินการลอกเลย ผมถามว่าเวลาตั้งแต่เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ มาถึงบัดนี้ท่านเอาเวลาไปทําอะไร นี่คือปัญหาที่พี่น้องในหนองจอกน้ําท่วม เพราะมันไม่สามารถจะไปคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิตได้
เดี๋ยวนะครับท่านมีผู้ประท้วง พอแล้วกระมังผมว่า คุณหมอเชิญประท้วงครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ข้อ ๖๓ การใช้สิทธิพาดพิง ก็ต่อเมื่อผู้ถูกพาดพิงนั้นต้องได้รับความเสียหายครับ แต่ผมฟังท่านสมาชิกเมื่อกี้แล้ว ท่านไม่ได้รับความเสียหายอะไรเลยครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานจะให้สิทธิพาดพิงเขาไม่ได้ครับ
และอีกประเด็นหนึ่งท่านประธานครับ เรื่องของเวลาเมื่อกี้ที่ท่านสามารถลุกขึ้น ใช้สิทธิพาดพิง ท่านบอกว่าต้องหักเวลาจากของฝ่ายค้าน อันนี้มันผิดตามข้อตกลงนะครับ
ถ้าตามข้อตกลงไม่มีปัญหานะครับ ต้องแยกใช่ไหมครับ
ใช่ครับ ต้องอยู่ใน ๓ ชั่วโมงที่เหลือครับ
ได้ครับ ขอบคุณมากครับ เชิญดอกเตอร์ศุภชัย
(นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญท่านประท้วงครับ เชิญ ท่านใช้มา ๑๗ นาทีแล้วนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงท่านประธานในข้อ ๖๓ นะครับ แล้วก็ขอ ใช้สิทธิที่ถูกพาดพิงเลยนะครับ ท่านสมาชิกที่กรุณาเอ่ยชื่อผมนี่เอ่ยชื่อผิดนะครับ
ถ้าท่านใช้สิทธิประท้วงผมข้อ ๖๓ ผมผิดข้อ ๖๓ ผิดอย่างไรท่านอธิบายความนะครับ
ก็เมื่อสักครู่นี้ที่เขาประท้วงแล้วก็หาว่า ผมพาดพิง แล้วก็ใช้ชื่อผมนี่ใช้ผิด ผมขอแก้ก่อนนะครับว่าชื่อผมนี่ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ แล้วก็ขอยืนยันด้วยนะครับว่าข้อเท็จจริงที่ให้ไปทั้งหมดนั้นเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ แล้วไปดูจริง เดี๋ยวจะส่งข้อมูลให้ท่านประธาน ถ้า กทม. สนใจจะขอรับไปเพื่อจะไปแก้ไข ผมยินดี และยืนยันว่าไม่มีเจตนาจะพาดพิงใครนะครับ ขอความกรุณาให้เข้าใจถูกต้องด้วย
ขอเอกสารหน่อยได้ไหมครับ
ได้ครับ เดี๋ยวมอบเอกสารให้เลยครับ ขอบคุณครับ
ครับ มาเลยนะครับ เดี๋ยวผมจะแจ้งไปที่ กทม. ให้คุณชายสุขุมพันธุ์ดูด้วยนะครับ เชิญท่านดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า ของท่านได้ ๗ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ วันนี้เป็นวันที่ ๒ ที่เราพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๕ ซึ่งถือว่าเป็นพระราชบัญญัติที่มีความสําคัญ อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีผู้ซึ่งทําหน้าที่ในการบริหาร ราชการแผ่นดิน และบริหารงบประมาณว่า ถ้าบริหารเป็นจะเป็นการบรรเทาปัญหา แต่ถ้าบริหารไม่เป็นจะเป็นการเพิ่มปัญหา และทําให้ปัญหาทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ย้ํากับท่านประธานอีกครั้งหนึ่งนะครับ ถ้าเผื่อว่าบริหารเป็นจะบรรเทาปัญหา แต่ถ้าเผื่อว่า บริหารไม่เป็นจะเป็นการเพิ่มปัญหาและทําให้ปัญหาทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ท่านประธาน ที่เคารพครับ หลังจากที่เราปิดประชุมค่อนข้างยาวนาน เลื่อนการประชุมครั้งแล้วครั้งเล่า ท่านประธานทราบดี ในระหว่างนั้นตรงกับช่วงเทศกาลทอดกฐินของพี่น้องทั่วทั้งประเทศ ก็ดีครับไม่มีการประชุมทําให้ผมมีโอกาสไปร่วมบุญกฐินกับพี่น้องในภาคอีสานหลาย ๆ พื้นที่ ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องอีสานปรับทุกข์กับกระผมบอกว่าในระหว่างที่ทําบุญกฐิน เขาเปรียบการบริหารงานของนายกรัฐมนตรีเทียบกับเทศกาลกฐินในช่วงที่ผ่านมา อย่างน่าสนใจ พี่น้องคนเฒ่าคนแก่ที่อีสานบอกว่าอย่างนี้แหละ บวชพระมา ๔๙ วัน แล้วได้เป็นเจ้าอาวาส พอได้เป็นเจ้าอาวาสก็ให้รับกฐิน ถ้าบวชพระ ๔๙ วัน ได้เป็นเจ้าอาวาส และรับกฐิน การกรานกฐินก็ดี การรับกฐินก็ดี จึงทําไม่ได้ กรานกฐินหรือรับกฐิน ในความหมายของกระผม คือการแก้ปัญหาอุทกภัยที่มีอยู่ในขณะนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ อย่าว่าแต่รับกฐินเลยครับ คนอีสานบ้านเราบอกว่าแม้กระทั่งการให้ศีลให้พรยังไม่สามารถ ทําได้เลย เพราะว่าบวชพระเพียง ๔๙ วันเท่านั้น การอุปมาเปรียบเทียบดังที่ผมได้กราบเรียน ต่อท่านประธานมีความสําคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการบริหารงบประมาณในปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ ท่านประธานที่เคารพครับ งบประมาณที่นํามาใช้จ่ายในส่วนของงบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยประมาณ เพื่อการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ท่านประธานคงทราบดีว่ามีพี่น้องที่เดือดร้อน ทั่วทั้งประเทศ ถ้าเผื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งบวชพระ ๔๙ วัน แล้วได้เป็นเจ้าอาวาส ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าไม่ชัดเจนเพียงพอต่อการกําหนดแนวทางการแก้ปัญหา ยากยิ่ง ที่จะสามารถนําบ้านเมืองออกจากวิกฤติได้ ภาวะผู้นํามีความสําคัญมาก การให้แนวทาง ที่ชัดเจน หรือนโยบายที่ชัดเจนนั่นยิ่งมีความสําคัญมากขึ้นไปอีก ท่านประธานจําได้ไหมครับ ๒๐ สิงหาคม ประกาศบางระกําโมเดล ต่อจากนั้น ๒๙ สิงหาคม ไปที่จังหวัดอุดรธานี ไปเยี่ยมชมศูนย์สูบน้ําที่ห้วยหมากแข้ง วันนั้นประกาศอุดรโมเดล ต่อจากนั้นอีกครับ ๒๓ กันยายน ไปที่จังหวัดนครสวรรค์ ประกาศนครสวรรค์โมเดล ตกลงโมเดลไหนแน่ครับ ถ้ามันมีโมเดลใดโมเดลหนึ่ง ข้าราชการเขาจะมั่นใจว่าแนวทางนี้เท่านั้นคือแนวทางในการ แก้ไขปัญหาประเทศ ไป ๓ ที่ ประกาศ ๓ โมเดลผมกลัวอะไรครับท่านประธาน ผมกลัวสื่อมวลชนจะบอกกับท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ เป็นยิ่งลักษณ์โมเดลลิ่ง ตรงนี้เป็นประเด็นสําคัญที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรี เช่นเดียวกันท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเปรียบเทียบเรื่องแนวทาง ในการแก้ไขปัญหา ถ้าไม่ชัดเจนเพียงพอ อย่าลืมบางพื้นที่สิครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานกับผมคนอีสานเหมือนกันครับ ลืมบ้านเราแล้วหรือครับ ท่านประธานจําได้ไหมครับ อีสานบ้านเรา ๓๑ กรกฎาคม นกเตนถล่มที่หนองคาย ท่านนายกรัฐมนตรีไปหนองคายไหมครับ ท่านประธานจําได้ไหมครับ ๑๔ สิงหาคม น้ําท่วมที่จังหวัดอุบลราชธานีท่านไปมอบถุงยังชีพ ๕๐๐ ถุง ที่โรงเรียนโขงเจียมวิทยาคม ๒๑ สิงหาคม น้ําท่วมมุกดาหาร น้ําท่วมนครพนม น้ําท่วมสกลนคร ๑๗ ตุลาคม น้ําท่วมโคราช น้ําท่วมจังหวัดบุรีรัมย์ ศูนย์ซีเบิร์ด ซึ่งเป็นพื้นที่ ในการทําอุตสาหกรรมของจังหวัดบุรีรัมย์ท่วมเสียหายหมด อพยพกันยกใหญ่มีใครสนใจไหมครับ หรือ ๒๓ ตุลาคม ๒๗ ตุลาคม น้ําท่วมจังหวัดร้อยเอ็ด น้ําท่วมกาฬสินธุ์ ศรีสะเกษ มหาสารคาม ขอนแก่น รวมถึงยโสธร พี่น้องเราได้รับความสนใจขนาดไหนครับ ท่านประธานครับ ท่านก็อีสานเหมือนผมครับ ลืมพี่น้องเราแล้วหรือครับ หรือว่าจะอาศัยพี่น้องเราเฉพาะช่วง หาเสียงเลือกตั้งครับ ถามใจผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ความเดือดร้อนของพี่น้องอีสานไม่ได้มีเฉพาะในช่วงที่ผ่านมาเท่านั้น วันนี้ พี่น้องของเราอพยพกลับบ้านเป็นจํานวนมาก ที่บ้านผมอุบลราชธานีรถแท็กซี่วิ่ง เต็มจังหวัดเลยครับ เพราะพี่น้องบ้านเรามาขับแท็กซี่เป็นจํานวนมาก ดูแลในระหว่าง เขาอพยพกลับอย่างไรท่านประธานทราบไหมครับ เดินทางจากกรุงเทพมหานครกลับไป อีสานใช้เวลา ๑๔ ชั่วโมง ๑๕ ชั่วโมง นั่นแปลว่ารัฐบาลไม่ได้ใส่ใจต่อการอพยพเคลื่อนย้าย ของพี่น้องประชาชนเลย ทั้ง ๆ ที่ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเตือนครั้งแล้วครั้งเล่า บอกว่าเตรียมแผนอพยพไว้หรือยัง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงไม่สบายใจอย่างยิ่ง ต่อการบริหารราชการแผ่นดินของท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าจะดูลึกเข้าไปอีกท่านประธาน ท่านประธานดูงบกรมชลประทานสิครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านนั่งอยู่ตรงนี้ ฝากเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีครับ งบปี ๒๕๕๔ สมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ท่านได้รับผ่านไปยังกรมชลประทาน ๔๑,๘๑๒ ล้านบาทครับ ปีนี้ท่านได้รับ ๔๓,๒๙๗ ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง ๑,๔๘๕ ล้านบาท เท่านั้นครับ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ หวังอะไรครับในการแก้ปัญหาน้ําท่วม หวังได้ไหมครับท่านประธานครับ ท่านเคยเป็น ประธานคณะกรรมาธิการติดตามงบครับ แค่นี้หวังได้ไหมครับ ผมมั่นใจว่าหวังไม่ได้ ถ้าหวังไม่ได้แล้วเราจะพิจารณางบประมาณฉบับนี้ไปทําไมครับ พิจารณาไปทําไมครับ ท่านประธาน ไม่ได้ประโยชน์เลยครับ วันนี้กรมที่รับผิดชอบโดยตรงได้รับงบประมาณน้อยมาก ท่านเอาไปกองไว้ส่วนกลางทั้งหมด ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้ท่านธีระสิครับ แก้ปัญหา ระยะยาวต้องกรมชลประทานครับ ผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าการพิจารณา กฎหมายฉบับนี้น่าเสียดาย น่าเสียใจ น่าเสียใจทั้งคนใช้งบประมาณ น่าเสียใจทั้งคนที่เสนอ งบประมาณไม่สามารถแก้ปัญหาในระยะยาวให้กับพี่น้องประชาชนได้ ขอบพระคุณครับ
ที่ท่านบอกว่าลืมพี่น้องแล้วหรือ ผมก็กลับทุกสัปดาห์ไปเยี่ยมชาวบ้านนะครับ ผมไม่ได้ลืมนะครับ แล้วก็ท่านบอกว่างบประมาณใช้ไม่ได้ประโยชน์ ผมเห็นคนต้องการเป็นกรรมาธิการเยอะแยะ หลายคนก็อยากจะเป็นกรรมาธิการงบประมาณนะครับ เดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตอบดีไหมครับ เชิญท่านดอกเตอร์ศุภชัยเดี๋ยวบอกว่า เดี๋ยวผมไม่ไปดูประชาชน ผมก็กลับทุกสัปดาห์
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนท่านประธาน เพราะว่ากราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ผมไม่ได้กราบเรียนท่านประธานในฐานะที่ท่านประธานเป็นผู้ดูแลพี่น้องประชาชน วันนี้ ผมอภิปรายผ่านท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรีครับ ทุกเนื้อหาสาระวันนี้ผ่านไปยังรัฐบาลครับ มิได้เฉพาะตัวท่านประธาน ซึ่งทําหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมครับ ขอบพระคุณครับ
ก็เห็นท่านบอกว่าผมเป็นคนอีสานด้วย ผมก็บอกว่าผมอยู่ชัยภูมิท่านก็ถึงผมนะครับ ท่านไพจิตมีอะไรครับ
ผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. นครพนม ขอใช้สิทธิการเป็นคนอีสานนะครับ เมื่อกี้ท่านดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า ได้อภิปรายพาดพิงถึง คนอีสานรวมไปถึงคนนครพนมว่าได้รับความทุกข์ยากน้ําท่วม ใช้คําว่าใครสนใจไหม นั่นแสดงให้เห็นว่าเมื่อเกิดความทุกข์แล้วไม่มีใครสนใจเลย ผมขอใช้สิทธิว่าความเป็น คนอีสานนี่ไม่ใช่เห็นความสําคัญเฉพาะตอนหาเสียง เหมือนอย่างที่เช่นท่านดอกเตอร์ศุภชัย พูดนะครับ มันสํานึกอยู่ในจิตใจครับท่านประธานครับ มีรัฐมนตรีไปเยี่ยมนครพนมอยู่ ๕ ท่าน โดยบัญชาของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านประธานครับ
ท่านดอกเตอร์ศุภชัย ให้ท่านอธิบายของท่านก่อนได้ไหม เอาทีละท่าน เดี๋ยวสลับไปสลับมา จะไม่จบนะ อดทนหน่อยนะครับ เดี๋ยวให้ท่านไพจิตพูดให้จบก่อนได้ไหม ท่านประท้วงอะไร เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเคารพ ต่อท่านผู้ที่กําลังอภิปราย ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุม และไม่ให้เสียเวลา ให้ท่านนายกรัฐมนตรีหรือท่านรัฐมนตรีเป็นคนตอบดีไหมครับ ท่านไม่มีสิทธิในการตอบครับ
คืออย่างนี้ท่านยกมือประท้วงผม ผมก็นึกว่าท่านจะใช้ประท้วงข้อไหนใช่ไหม ท่านก็บอกว่า เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีท่านมาตอบครับ เดี๋ยวให้ท่านไพจิตขอใช้สิทธิของท่านก่อน ท่านเป็น ส.ส. ภาคอีสานใช่ไหมครับ อยู่นครพนม ท่านก็ขออธิบายสั้น ๆ นะครับ เชิญ
ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนว่า ความสําคัญของคนภาคอีสานนี่มันอยู่ในใจแล้วก็มีความจริงใจในการที่จะทําหน้าที่ ผมสํานึกว่าเมื่อเดือดร้อนนี่ท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นหัวหน้ารัฐบาลท่านได้สั่งให้รัฐมนตรี อีสานเกือบจะทุกคนนะครับไปรับผิดชอบพื้นที่ พื้นที่ของผมจังหวัดนครพนมนี่ท่านปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปทันทีนะครับ นครพนม มุกดาหาร แล้วก็เลยไปจังหวัดอุบลราชธานีของท่านดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า ไปสมทบกับทีมของท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งเดินทางไปในเวลาถัดมาวันต่อมา ท่านประธานครับ ท่าน พลตํารวจโท ชัจจ์ กุลดิลก ท่านกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ นี่ก็รัฐมนตรีอีสาน ที่รับผิดชอบได้เดินทางไปให้ความสนใจ ให้ความเอาใจใส่ครับท่านประธาน พี่น้องประชาชน เขาก็พอใจ
มีผู้ประท้วงนะครับ เชิญคุณหมอครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ว่าจะไม่ประท้วงแล้วครับ แต่ท่านประธานท่านก็คงทราบนะครับว่าต้องโดนประท้วง ท่านก็ยังปล่อยให้คุณไพจิตพูด นะครับ
ไม่ใช่ ผมกําลังให้ท่านไพจิตใช้สิทธิตามข้อ ๖๓ อยู่ เพราะว่าเมื่อสักครู่มีการพูดถึงภาคอีสาน ท่านก็กําลังอธิบายความอยู่ว่าไม่ได้ทอดทิ้ง มีการดูแล มีอะไรกันอยู่นะครับ ท่านกําลังจะจบ แล้ว เพราะว่าท่านก็ทราบ ท่านไพจิตเวลาพูดจะไปกลางคันเดี๋ยวท่านจะลืม ให้จบก่อน แล้วทีละท่านนะครับ คุณหมอนั่งก่อนนะครับ เดี๋ยวจะจบแล้วครับ
เมื่อสักครู่ท่านใช้สิทธิประท้วงนะครับ
ท่านขอใช้สิทธิตามข้อ ๖๓ วรรคสอง พาดพิง
อย่างไรก็ขอสักนิดหนึ่งครับท่านประธาน
ได้ครับ
เมื่อสักครู่คุณประเสริฐพูดท่านประธานสอดคํา ท่านประเสริฐพูดคํา ประธานสอดคํา แต่ตอนนี้ทําไมท่านไม่พูดยืดยาวอย่างนี้ละครับ ขอบคุณครับ
เชิญต่อครับ
ประธานครับ นอกจากถุงยังชีพ นอกจากไปให้กําลังใจให้กับพี่น้องประชาชนแล้ว หลังจากนั้นต่อมาสะพานที่หักได้รับ งบประมาณในการซ่อมบํารุง แล้วก็เป็นสะพานที่มาตรฐาน คราวนี้ได้มีปรากฏในงบประมาณ ที่เห็นอยู่ก็เป็นงานที่เกิดจากความสนใจ ความเอาใจใส่ของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี ร่วมรัฐบาล แล้วประโยคที่ถามว่ามีใครสนใจไหม คนสนใจก็คือท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี ผมยังเชื่อว่าการตัดสินใจของพี่น้องที่ได้สนับสนุนทางการเมืองต่อ
ผมว่าพอสมควรแล้วกระมังครับ มีผู้ประท้วง ถ้าท่านพูดต่อไป
ท่านประธานครับวันนี้คนอีสาน เขาทุ่มเทข้าวสาร อาหารแห้ง ทยอยมาหมดนะครับ ทั้งกลางวันกลางคืน นี่คือหัวใจของพวกเรา ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ต่อไปมีท่านจะอภิปรายต่อนะครับ เดี๋ยวผมจะขออนุญาตอย่างนี้นะครับ มีท่านบุญยอด ท่านนาที ท่านภราดรจะขอใช้ภาพประกอบ ผมอนุญาตนะครับ ผมลําดับอย่างนี้นะครับ ต่อไปเป็นท่านมุกดา พงษ์สมบัติ ๗ นาที ท่านสนอง เทพอักษรณรงค์ ๘ นาที ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ๗ นาที ท่านฉัตรพันธ์ ๗ นาที ท่านประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ๘ นาที แล้วก็ ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ๑๕ นาที ๖ ท่านก่อนนะครับ รัฐบาลจะชี้แจงเชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีประจําสํานัก นายกรัฐมนตรี กระผมขอใช้เวลาสั้น ๆ เพื่อที่จะชี้แจงให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และพี่น้องประชาชนชาวอีสานได้ทราบว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ห่วงใยพี่น้องชาวอีสาน และได้ติดตามข่าวสารมาโดยตลอด ซึ่งท่านศุภชัย ศรีหล้า ขออนุญาตที่เอ่ยนามครับ ท่านพูด ทํานองว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่สนใจชาวอีสานนั้นไม่เป็นความจริงครับ ท่านได้มอบหมาย ให้รัฐมนตรีแต่ละท่านมีจังหวัดใด รัฐมนตรีท่านใดกํากับ อย่างผมในฐานะรัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ผมได้รับมอบหมายให้กํากับจังหวัดชัยภูมิและจังหวัดเพชรบูรณ์ และให้กํากับในพื้นที่เป็นแอเรียเบส (Area base) คือ ชัยภูมิ โคราช สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อํานาจเจริญ ยโสธร ผมเองผมได้ลงไปจังหวัดอํานาจเจริญ ๑ ครั้ง และพอไปถึง อํานาจเจริญไปถึงยโสธรชาวบ้านก็บอกว่าอาทิตย์ที่แล้วท่านรัฐมนตรีปรีชาก็มาเยี่ยมแล้ว ทําไมมาบ่อย ไปอยู่กรุงเทพฯ ไปช่วยกรุงเทพฯ น้ําท่วมแถวภาคกลาง ชาวอีสานมีน้ําใจมาก ผมไปที่จังหวัดบุรีรัมย์ลงไปเยี่ยมที่อําเภอสตึก คูเมือง ไปที่จังหวัดนครราชสีมา ๓ ครั้ง ไปเตรียมพื้นที่จะรอรับคนอีสานที่จะเดินทางไป ขณะนี้คนอีสานที่เดินทางกลับไป เราก็มีการรอ ต้อนรับ อาหารการกินต่าง ๆ ดูตลอดครับไม่ได้ทอดทิ้ง รัฐบาลได้มอบหมาย และผมทราบดีว่ารัฐมนตรีพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ก็ลงไปเยี่ยมในหลายจังหวัด ท่านกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ ท่านปรีชา ท่านชัจจ์ แต่ละคนลงไป ก็ให้สบายใจได้ว่าพี่น้องชาวอีสาน อบอุ่นใจอยู่ครับ ท่านศุภชัยครับ เพราะว่ารัฐมนตรีแต่ละท่านลงไป และผมดีใจว่าคนอีสาน มีน้ําใจ คนอีสานบอกผมว่าท่านรัฐมนตรีบอกท่านนายกรัฐมนตรีนะ บอกรัฐมนตรีว่า อีสานเราก็น้ําท่วมเหมือนกันแต่ไม่เดือดร้อนเท่ากับภาคกลาง ขอให้ลงไปช่วยภาคกลางก่อน ซึ่งเดือดร้อนกว่า แม้แต่งบประมาณที่เราจัดให้ครอบครัวละ ๕,๐๐๐ บาทที่ถูกน้ําท่วม ท่านทราบไหมว่าที่นครราชสีมา อําเภอชุมพวง ๑๐๐ ครอบครัวที่มีชื่อที่จะรับ ๕,๐๐๐ บาท มีประมาณ ๓๐ ครอบครัวบอกว่าไม่ขอรับ ๕,๐๐๐ บาท แต่ให้เอา ๕,๐๐๐ บาทตามสิทธิ ที่คนอีสานจะได้รับนั้นไปช่วยภาคกลางซึ่งเดือดร้อนกว่า ผมตื้นตันใจว่าคนอีสานเขาเข้าใจ ปัญหาว่าอะไรคือความสําคัญเร่งด่วนขอให้ท่านสบายใจได้ว่าพี่น้องชาวอีสานนั้น เป็นผู้ที่เข้าใจสถานการณ์แล้วก็มีน้ําใจครับ ขอบคุณครับ
ท่านมุกดามอบให้ท่านชูวิทย์ กุ่ย พูดใช่ไหมครับ
ไม่ครับ ท่านประธานครับ ผม ส.ส. อุบลราชธานี ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ครับ ซึ่งท่านดอกเตอร์ศุภชัยได้บอกว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเฉพาะตอนไปหาเสียงจะไปเยี่ยมพี่น้องอีสาน ต้องกราบเรียนว่า ท่านนายกรัฐมนตรีพอทราบข่าวจังหวัดอุบลราชธานีได้รับอุทกภัยน้ําท่วมเป็นจังหวัดแรก ที่ท่านอยู่จังหวัดพิจิตรท่านได้ประสานบอกว่าจะไปอุบลราชธานีทันที ก็ไปเยี่ยม พี่น้องชาวจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งอําเภอโขงเจียมไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีไปเลยนะครับ
เดี๋ยวฟังนิดหนึ่งท่านไม่ได้ใช้สิทธิแทนท่านมุกดาใช่ไหมครับ
ใช้สิทธิพาดพิงไม่ใช้สิทธิแทน ท่านมุกดาครับ
เดี๋ยวผมว่าชี้แจงพอสมควรแล้วละ
ไม่ครับ คือพี่น้องจังหวัด อุบลราชธานี อําเภอโขงเจียมโทรมาบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรี
คืออย่างนี้มันจะมีผู้ประท้วง เพราะว่าท่านดอกเตอร์ศุภชัยท่านก็อธิบายความไปในเรื่องของ การบริหารการจัดการความเชื่อมั่น ความเชื่อถือ ซึ่งท่านก็พยายามอธิบายความห่วงว่า การใช้จ่ายเงินงบประมาณจะไม่สัมฤทธิผลนะครับ ท่านก็พยายามหยิบยกตัวอย่างขึ้นมา แล้วเมื่อกี้ท่านไพจิตก็ได้ชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องของอีสานไปแล้ว แล้วก็คุณหมอสุรวิทย์นะครับ อันนี้ท่านจะขอใช้สิทธิพาดพิงตามข้อ ๖๓
ถูกต้องครับ
ทีนี้ประเด็นก็อยู่ที่ว่า ท่านก็อธิบายความมาแล้วผมก็ดูแล้วมันจะไม่เข้านะครับ เพราะว่า ข้อ ๖๓ จะต้องบอกว่าท่านเสียหาย
ท่านไพจิตพูดจังหวัดนครพนม
ไม่ใช่คือท่านไพจิตพยายามอธิบายว่า ส.ส. อีสานนะครับ แต่ของท่านต้องบอกก่อนว่า ท่านขอใช้สิทธิตามข้อ ๖๓ วรรคสอง ท่านเสียหายอย่างไรก่อน ผมจะได้วินิจฉัยว่าจะให้ท่านพูด ไม่ให้ท่านพูด
ใช้สิทธิครับ ในฐานะที่เป็น
เดี๋ยวให้ผมวินิจฉัยก่อนได้ไหมครับ
ใช้สิทธิในฐานะที่เป็น ผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี แล้วก็เป็นผู้แทนอีสาน
คืออย่างนี้ครับ ท่านดอกเตอร์ศุภชัยท่านอธิบายความถึงท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ที่จริงผู้เสียหายก็คือท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องมาอธิบายความนะครับ เขาไม่ได้บอกว่าถึง ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันนี้เมื่อกี้ท่านก็อธิบายความแล้วเดี๋ยวให้ท่านนายกรัฐมนตรี มาชี้แจงนะครับ เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีมีคิวที่จะตอบอยู่แล้วนะครับ ก็แสดงว่ารายการนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีไปแล้วที่ท่านพูดมันก็พอสมควรแล้วละนะครับ
นิดเดียวท่านประธานครับ เพราะว่าผมได้เป็นผู้ประสานท่านนายกรัฐมนตรีไปจังหวัดอุบลราชธานีครับ
ถือว่าท่านเป็นผู้ประสานนะครับ
ครับ
ขอบคุณมาก เชิญนั่งครับ ท่านมุกดา เชิญ ผมก็ไม่รู้ว่าใครประสานเพิ่งมารู้ว่าท่านชูวิทย์นะครับ ขอบคุณมากที่ประสานนะครับ เชิญท่านมุกดา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางมุกดา พงษ์สมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะฟังแล้วในฐานะเป็นคนอีสานใจมันก็สะท้อนความรู้สึกนะคะ ขออนุญาต ที่เอ่ยนามดอกเตอร์ศุภชัยนะคะ ว่าเป็นพระบวชแค่ ๔๙ วัน กรานกฐินยังไม่เป็น ขออนุญาต ที่เอ่ยนามไม่เสียหายนะคะ ว่ากรานกฐินไม่เป็นดิฉันคิดว่าท่านคะขนบธรรมเนียมประเพณี อีสานเป็นสิ่งที่ดีนะคะท่านประธาน เพราะฉะนั้นคําพูดต่าง ๆ ที่ยกเอ่ยอ้างในสภาแห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นะคะ การบริหาร การยอมรับในสังคม ท่านนายกรัฐมนตรีหญิงคนนี้เป็นคนแรกของประเทศไทย เพราะฉะนั้นเกิดวิกฤติเหตุการณ์แบบนี้ ทีแรกดิฉันว่าจะไม่พูดเรื่องน้ําท่วม ท่านประธาน ที่เคารพ แต่พอหลายคนท่านพูดจะไม่พูดมันก็ดูจะเชยไปค่ะท่านประธาน ท่านประธานคะ เรื่องน้ํานะคะ มันเป็นเหตุของภัยธรรมชาติใครก็แก้ไขยากค่ะ แต่ดิฉันดีใจเหลือเกินว่า ทุกภาคส่วนมาช่วยกัน ไม่แบ่งฝ่าย ไม่แบ่งสี ท่านเห็นไหมคะ สื่อเขาออกเคียงข้าง คนนั้นคนนี้ ออกมา ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านที่อยู่นอกสภาว่า ไม่ว่าท่านวีระพงษ์ รามางกูร ดอกเตอร์โกร่ง ท่านยังมาเป็นประธาน ไม่ว่าท่านสุเมธ ตันติเวชกุล ท่านเป็นเลขานุการมูลนิธิชัยพัฒนา ท่านยังออกมาช่วย เห็นไหมคะท่านประธาน ว่าทุกคนพร้อมที่จะช่วยกันแก้ไขบ้านเมือง เกิดวิกฤติแบบนี้ดิฉันดีใจที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเห็นความสําคัญ ขอฝากความหวังไว้กับ ๒ ท่านนี้ละค่ะ ที่จะดูแลบ้านเมืองร่วมกับรัฐบาลเรา ท่านเสียสละเป็นพระคุณอย่างสูง ดิฉันกราบขอบพระคุณฝากผ่านท่านประธานไปด้วย เป็นสิ่งที่ลึก ๆ ในหัวใจ ในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหญิงคนหนึ่งในสภานะคะ
ขออนุญาตต่อด้วยเรื่องงบประมาณ ดิฉันขอสนับสนุนเรื่องงบประมาณ ในด้านกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีที่ท่านนายกรัฐมนตรีหญิงคนนี้เห็นความสําคัญ ท่านประธานคะ ดิฉันทํางานด้านผู้หญิงมาทั้งชีวิตนะคะท่านประธาน ทํางานการเสียสละ เราทําเพื่อบ้านเมือง ทําเพื่อชุมชนตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านเชื่อไหมคะ เราก็พูดเสมอว่า ขาดเราไม่ได้ บ้านเมืองจะอยู่ได้อย่างไร เหมือนครอบครัวจะเจริญรุ่งเรือง หรือครอบครัวที่เป็นรากฐานของประเทศชาติ ต้องอยู่สถาบันครอบครัว เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราทํา เราพัฒนาองค์กรสตรี เราพูดเสมอว่า เงินเดือนไม่มี ซีหาไม่ ทําเพราะใคร เราก็ทําเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง สิ่งเหล่านี้ที่เราทํามารัฐบาลแล้วรัฐบาลเล่าที่ผ่านมา ไม่เคยเห็นความสําคัญขององค์กรสตรีแม้ว่าคนข้าง ๆ ของท่านคือสตรีค่ะท่านประธานคะ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้มีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกที่กล้าหาญตั้งกองทุนให้เรา สิ่งนี้มันเกิด ความประทับใจให้แก่ผู้หญิงทั่วประเทศ ดิฉันพูดได้เลยว่าทุกคนยกสรรเสริญว่าท่านกล้า ที่จะให้ ๗,๗๐๐ ล้านบาทที่ท่านตั้งให้เราเฉลี่ยจังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาท เป็นความภาคภูมิใจ ของเรา เพราะว่าปัญหาที่เราหมักหมมมานานขาดการดูแล ไม่ว่ารัฐบาลไหน ไม่ว่าเรื่อง ความเสมอภาคทางเพศ ไม่ว่าเรื่องการยอมรับในสังคม สังคมแต่ก่อนไม่ยอมรับผู้หญิงนะคะ ท่านประธาน การประชุมต่าง ๆ สมัยก่อนมีแต่ผู้ชายทั้งนั้นค่ะท่าน เราต่อสู้เรื่องนี้มานานนะคะ ไม่ว่าขาดโอกาสในศักยภาพการงานการอาชีพ อาชีพเหมือนกันท่านประธาน ผู้ชายต้องได้สูง กว่าผู้หญิง ค่าแรงแต่ก่อนผู้หญิงได้ ๑๒๐ บาท ผู้ชายต้องได้ ๑๕๐ บาท ผู้หญิงเขยิบมา ผู้ชายเขยิบขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราเรียกร้องมานานว่าความเสมอภาค ศักยภาพเราต้องมี ความเสมอภาค ไม่ว่าโอกาสการเข้าถึงสวัสดิการ ท่านประธานแม้กระทั่งการคลอดลูก หลายสิ่งหลายอย่างที่เราหมักหมมมานาน ไม่ว่าเรื่องความรุนแรงต่อเด็กและสตรี กฎหมาย ต่าง ๆ ที่ออกมาด้วยการพัฒนามาเรื่อย ๆ สิ่งเหล่านี้ สิ่งที่ผู้หญิงเรียกร้อง สิ่งที่เราทํามา ไม่ว่าปัญหาเรื่องการค้าหญิงและเด็ก ไม่ว่าปัญหาเรื่องสุขภาพของผู้หญิง เหล่านี้เป็นปัญหา ที่พวกเราช่วยกัน เพราะว่าท่านอย่าลืมว่าสถาบันถ้าครอบครัวเข้มแข็งสังคมก็ต้องเข้มแข็ง บ้านเมืองก็ไปรอด ท่านเห็นไหมคะแม้เกิดวิกฤติภัยเช่นนี้ ใครคะ ท่านเห็นสื่อทีวีไหมคะ คนที่หอบลูกจูงหลานส่วนมากจะเป็นผู้หญิง เพราะฉะนั้นดิฉันขอเรียนว่างบประมาณที่ท่าน ตั้งไว้ ๗,๗๐๐ ล้านบาท ปีนี้ปี ๒๕๕๕ ท่านให้ทั่วประเทศ ๑,๗๔๐ ล้านบาท เฉลี่ยจังหวัดละ ๒๐ ล้านบาทตามหัวประชากร ท่านประธาน เราเข้าใจค่ะ ภาวะบ้านเมือง เกิดขึ้นแบบนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นท่านก็ต้องเจือจานเงิน แบ่งสันปันส่วนเงินส่วนหนึ่งมาดูแลฟื้นฟู ผู้ที่เกิดอุทกภัย สะท้อนความรู้สึกจริง ๆ กับท่านประธาน ว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ดูแล คนอีสาน ท่านประธานขา อีสานมีแต่บอกว่าท่านว่าช่วยภาคกลางเถอะ ข้าวของอย่างท่านไพจิต เป็นตัวแทนที่เป็นศูนย์นะคะ เชื่อไหมคะท่านอีสานกินข้าวเหนียว เชื่อไหมท่าน ข้าวเหนียว เรานี่ละค่ะ บรรทุกมาหลายรถสิบล้อ ข้าวปลาอาหารแห้งต่าง ๆ เราส่งเข้ามา นั่นคือ คนอีสานส่งมาช่วยคนกรุงเทพฯ เราช่วยในฐานะเราเป็นคนไทยด้วยกัน เราไม่แบ่งค่ะท่าน ในฐานะที่เราอยู่แผ่นดินไทยด้วยกัน ตรงไหนเดือดร้อนเราช่วยกัน เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ ฝากกรมที่รับผิดชอบเรื่องน้ําท่านนายกรัฐมนตรีวางนโยบายไว้เยอะ แต่สิ่งที่ดิฉันฝากท่านไว้ ด้วยอีกเรื่องหนึ่งคือกรมชลประทานและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับแก้มลิงหรือแหล่งน้ําที่มีขนาดใหญ่ ถ้าใกล้แม่น้ํามีแหล่งน้ําขนาดใหญ่มันตื้นเขิน ท่านขุดลอกเถอะค่ะ มันจะรองรับ อย่างขอนแก่นของดิฉันมีลําน้ําพองเป็นสายเลือดใหญ่ ที่ดูแล มีแหล่งน้ําขนาดใหญ่เยอะ ท่านขุดลอกและมันจะช่วยบรรเทาได้หลายเรื่อง สิ่งเหล่านี้ ขอฝากท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีเป็นกําลังใจที่ให้สตรีทุกคนทั่วประเทศ ที่เราสนับสนุนท่านและเราภูมิใจ เป็นกําลังใจเรื่องเกิดมหาอุทกภัยอย่าท้อแท้ จงอดทนต่อไป เข้มแข็งเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านสนอง ๘ นาทีนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพครับ
ประการแรกเลย วันนี้ผมว่าจิตใจของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศนั้น เรามี ความรู้สึกอย่างเดียวกันก็คือรู้สึกเป็นทุกข์แทนพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัย ถือว่า เป็นภัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ประเทศชาติของเราเคยประสบมา อะไรไม่เคยเห็นก็เห็น อะไร ไม่เคยเกิดก็เกิด ท่านประธานที่เคารพครับ มาถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งทางรัฐบาลได้นําเสนอต่อสภา แห่งนี้ในวงเงิน ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมมั่นใจว่าในการจัดทํา งบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ที่กําลังเสนอต่อสภาอยู่ในขณะนี้ เป็นการจัดทํา งบประมาณในภาคปกติ ไม่ใช่การจัดทํางบประมาณในช่วงที่เกิดปัญหาความทุกข์ ความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสของพี่น้องประชาชนคนไทยอยู่ในขณะนี้ ฉะนั้นถึงแม้ว่า รัฐบาลจะพยายามจัดงบประมาณให้ครอบคลุมในทุกกระทรวง ทบวง กรม แต่ทว่า ในความเป็นจริงที่เกิดขึ้นก็คือว่า วันนี้ปัญหาที่มันเกิดขึ้นมาความทุกข์ความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนที่ได้รับนั้น ผมอยากให้รัฐบาลได้ลองทบทวนดูงบประมาณในขั้น การแปรญัตติก็ได้ ให้ความสําคัญกับการแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนที่กําลังประสบเคราะห์กรรม ในขณะนี้ให้มากกว่าที่ปรากฏอยู่ในงบประมาณ ท่านครับวันนี้พี่น้องประชาชนเป็นจํานวน ล้านครอบครัวต้องประสบความเสียหาย ถามว่าล้านครอบครัวที่เสียหายน้ําท่วมครบ ๗ วัน เอาเงิน ๕,๐๐๐ บาทไปให้ พี่น้องประชาชนหายเดือดร้อนไหม ก็ยังไม่หายเดือดร้อนครับ พอน้ําลดมาแล้วเขาจะต้องซ่อมบ้าน จะใช้เงินจากไหนครับไปซ่อมบ้าน ตรงนี้ต่างหากครับได้ เตรียมการไว้แล้วหรือยัง นั่นประการที่ ๑
ประการต่อมาครับ หลังจากที่โรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ต้องถูกน้ําท่วม เสียหาย วันนี้แรงงานจากคนอีสานอย่างที่เราพูดกันอยู่ตกงาน คนงานทั่วประเทศก็จะมีคน ตกงานอีกประมาณเกือบล้านคน วันนี้รัฐบาลจะต้องเตรียมการครับ จัดเงินงบประมาณเพื่อที่จะเตรียมการในเรื่องการรองรับ แรงงานเหล่านี้เพื่อให้เขามีรายได้ ตอนน้ําท่วมก็มีหน่วยงานหลายหน่วยงาน รัฐบาลก็ช่วย เอาของไปแจก สื่อมวลชนก็ช่วยเอาของไปแจก องค์กรต่าง ๆ ก็ช่วยได้มีสิ่งของไปบรรเทา ความเดือดร้อนได้ แต่ถามว่าหลังจากที่น้ําลดแล้วงานก็ตก ของที่ไปแจกก็ไม่มี ถามว่า พี่น้องประชาชนที่ประสบเคราะห์กรรมเหล่านั้นจะใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างไร ตรงนี้ท่านเตรียมการ แล้วหรือยังครับ หลายท่านอภิปรายด้วยความเป็นห่วงว่าเราเกรงว่าหลังจากที่น้ําลดแล้ว เกรงว่าจะมีวิกฤติการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นในประเทศชาติของเราทําให้สังคมของเราต้อง สับสนวุ่นวายอีกครั้งหนึ่ง พี่น้องประชาชนจะต้องเดือดร้อนอีกครั้งหนึ่ง คนจะตกงาน เป็นจํานวนมากเมื่อรายได้ไม่มี จําเป็นจะต้องเอาชีวิตให้ครอบครัวรอด ทําอย่างไรครับ ทําผิดก็ยอม ฉกชิงวิ่งราวไปจนถึงอยากได้ง่ายมากหน่อยค้ายาเสพติด นี่คือปัญหาของสังคม ของเมืองไทยของเราที่จะตามมาหลังจากน้ําลด ตรงนี้ละครับเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่างบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ในนามของพรรคภูมิใจไทย ผมเชื่อแน่เราฟังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อภิปรายในสภาแห่งนี้ เราชี้เราแนะนํารัฐบาล ไปในทิศทางเดียวกันครับ ไม่มีใครรังเกียจว่าจะไม่ให้รัฐบาลได้ใช้งบประมาณ เพียงแต่ เราเป็นห่วงว่าวันนี้ความเสียหายที่มันเกิดขึ้นเราจะดูแลพี่น้องประชาชนได้อย่างไรให้ทั่วถึง ให้เป็นธรรมตรงนี้ต่างหากครับ นอกจากนั้นแล้วในเรื่องของการฟื้นฟูประเทศวันนี้เสียหาย มากในเรื่องถนนหนทาง ในเรื่องของการสร้างแหล่งเก็บกักน้ําที่จะต้องบูรณะ ที่จะต้องสร้าง ต้องทํา วันนี้เมื่อเหตุเกิดขึ้นแล้วนี่ท่านครับ ฤดูฝนมันมีทุกปีรับรองได้อย่างไรว่าปีหน้า จะไม่เกิดขึ้นอีก วันนี้เราก็รู้อย่างปีนี้ถามว่าการพยากรณ์อากาศเรามีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับรู้เรื่องมาโดยตลอด รู้ว่าปีนี้พายุดีเปรสชั่นจะเข้ามาก น้ําจะมามาก แต่หลายคนก็ออกมาครับ บอกออกมามากอย่างไรก็กรุงเทพฯ ไม่ถึงขั้นเดือดร้อน แต่ผลสุดท้ายเดือดร้อนจนได้เห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นการทํางานเราจะบูรณาการอย่างไร ประสานงานกันอย่างไรที่จะให้ข้อมูลกับ พี่น้องประชาชนอย่างตรงไปตรงมา แล้วก็นอกจากนั้นเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ ตรงนี้ ก็มีความสําคัญครับท่านประธานครับ วันนี้เหตุเภทภัยที่มันเกิดในประเทศไทยของเรานั้น หลังจากที่น้ําลดลงไปมาอีกแล้วครับลมหนาวเริ่มมา ภัยหนาวก็เพิ่งมาถึง แล้วภัยหนาวปีนี้ เขาบอกว่าน้ํามากก็จะหนาวมาก ก็จะเป็นภาระของรัฐบาลอีกครับที่จะต้องระดมหาผ้าห่ม กันหนาวให้กับพี่น้องประชาชนอีก ที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนในทุกภาคส่วนเราได้ช่วยกัน ทั้งนั้น ที่น่าชื่นชมมากที่สุดก็ทหารครับ ก่อนหน้านี้มีหลายสายตามองทหารในภาพลบ แต่วันนี้พี่น้องประชาชนคนทั่วไปนั้นเห็นทหารแล้วชื่นใจครับที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ได้ช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องอย่างมาก นอกจากนั้นแล้วจะเห็นได้ว่าจะมีมูลนิธิต่าง ๆ ครับ คนที่ทํางานเสียสละด้วยจิตอาสาอย่างแท้จริง ผมเคยนําเสนอต่อสภาแห่งนี้ว่าถึงเวลาแล้ว ที่รัฐบาลจะต้องดูแลบุคคลเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น อปพร. ตํารวจบ้าน หรือคนที่ทํางานในด้าน สาธารณะในมูลนิธิต่าง ๆ ที่เขาดูแลสังคมอยู่ วันนี้เขามีบทบาทสําคัญครับที่แบ่งเบาภาระ ของรัฐบาลช่วยเหลือพี่น้องบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้อง แต่เขาไม่เคยได้รับการ เหลียวแลใด ๆ จากรัฐบาลเลย ถึงเวลาหรือยังครับที่เราจะจัดค่าตอบแทนเหล่านี้ให้กับบุคคลที่สร้างประโยชน์ให้กับ ชาติบ้านเมือง และบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่บรรดาพี่น้องประชาชน ในเรื่องนี้ผมอยากฝาก ให้รัฐบาลได้เป็นการบ้าน ต้องเตรียมทําการบ้านตั้งแต่ปีนี้ อย่าให้ปีหน้า วันนี้ของปีหน้า เราต้องมาพูดกันอีกครับว่ามันเกิดขึ้นอีกแล้ว ปีที่แล้วก็เกิด ปีนี้ก็เกิด ต้องเตรียมการป้องกัน ให้ดี เพื่อที่ไม่ให้พี่น้องประชาชนต้องเดือดร้อนซ้ําซาก ผมฝากการบ้านนี้ให้กับรัฐบาล เพื่อให้ไปพิจารณางบประมาณไปใช้ในการชดเชยค่าเสียหาย เตรียมการป้องกันและบรรเทา ความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมต่อไป ขอขอบพระคุณครับ
ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ๗ นาที
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๖ มีอําเภอวังสามหมอ อําเภอศรีธาตุ อําเภอกู่แก้ว และอําเภอไชยวานครับท่านประธาน เป็นคนอีสานโดยกําเนิดครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมดีใจมากที่ได้มีโอกาสมาสนับสนุนงบประมาณที่รัฐบาล โดยการนําของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้มีวิสัยทัศน์อันกว้างไกล เป็นผู้หญิงซึ่งไม่เห็นแก่ ความเหน็ดเหนื่อยของตนเองและครอบครัว ท่านประธานที่เคารพครับ สมแล้วที่ท่านเกิดมา ในตระกูลที่ดี ท่านประธานรู้ไหมครับ ตั้งแต่เกิดเป็นประเทศไทยมานั้นมีรัฐบาลทุกยุคทุกสมัย ไม่เคยจัดสรรเงินงบประมาณเพื่อจะไปให้พี่น้องประชาชนได้จับต้องงบประมาณ มาย้อนยุค ไปที่สมัยรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร รัฐบาลพรรคไทยรักไทย ตอนนั้น ท่านก็แถลงนโยบายกระจายอํานาจ เอาเงินไปให้กองทุนหมู่บ้านละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท พี่น้องประชาชนก็เลือก โดยเฉพาะพี่น้องชาวอีสาน พี่น้องชาวอีสานนั้นมีวิสัยทัศน์ดี ใครสามารถที่จะทําให้พี่น้องชาวอีสานนั้นได้สามารถจับต้องงบประมาณ มีเศรษฐกิจที่ดี เขาก็จะเลือก เพราะฉะนั้นท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถึงแม้ว่าจะเพิ่งเข้ามาสู่ การเมือง แต่ว่าท่านก็ได้อยู่เบื้องหลังการเมืองมาโดยตลอด และมองเห็นคุณค่า ของพี่น้องประชาชน โดยไปแถลงนโยบายเพิ่มเติมจากกองทุนหมู่บ้านละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ในขณะนั้น ตอนนี้ก็เพิ่มไปอีกแล้วครับ หมู่บ้านละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทอีกแล้ว รวมแล้ว เป็น ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทครับ นี่ละครับวิสัยทัศน์ ท่านประธานที่เคารพครับ คนอีสาน ไม่เห็นกงจักรเป็นดอกบัวหรอกครับท่านประธาน มีวิสัยทัศน์อันกว้างไกล แต่ก่อนเขาก็บอกว่า การเลือกตั้ง ถ้าใครอยากเป็นก็ไปอยู่อีสาน หิ้วกระเป๋าใบเดียวก็ได้ อันนั้นเป็น ตอนนี้ สบคําประมาทแล้วครับท่านประธาน พี่น้องประชาชนที่กําลังฟังอยู่ในขณะนี้ ผมอยากให้ บรรยากาศในสภานี้ได้พูดในสิ่งที่ดีแล้วก็ไม่ดี สิ่งที่ดีครับท่านประธาน พรรครัฐบาลก็บอกว่าดี พรรคฝ่ายค้านก็บอกว่าไม่ดี ก็อยากจะให้ตําหนิกันในกรอบ ผมขออนุญาตครับ สมาชิก บางท่านอภิปรายออกนอกกรอบ บอกว่ารัฐบาลตั้งงบไว้เพื่อโกง อ้าว ถ้าอย่างนั้นรัฐบาล ทุกรัฐบาลตั้งงบไว้ก็โกงสิครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นต้องพูดอยู่ในกรอบ รัฐบาลไหนก็มองเห็นความสําคัญของพี่น้องประชาชน ทั้งนั้นละครับ เพราะฉะนั้นต้องตําหนิในสิ่งที่ควรตําหนิ ต้องพูดในสิ่งที่ดี ๆ กันบ้างนะครับ ไม่ใช่เอาแต่สิ่งที่ไม่ดีมาพูด เพราะฉะนั้นผมในฐานะเป็นคนอีสาน ผมก็รู้สึกว่าเอ๊ะทําไม ถึงมาพูดอย่างนี้ ในเมื่อรัฐบาลเขาก็ให้ความสําคัญกับพี่น้องซึ่งถูกอุทกภัย ซึ่งไม่มีใครคาดคิดว่า พายุมันจะเข้ามากระหน่ําถึง ๕ ลูก ท่านจะให้นายกรัฐมนตรีไปเยี่ยมทุกหมู่บ้านนั้น เป็นไปไม่ได้หรอกครับ สมัยท่านน้ําท่วมเป็นรัฐบาลท่านก็ไปไม่ถึง ขนาดไปจังหวัดชัยภูมิ ท่านยังผูกเนคไทเลยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นอันนี้ไม่มีใครที่จะไปถึงหมู่บ้าน ทุกหมู่บ้าน เพราะฉะนั้นในสิ่งที่ดี ๆ เราก็ต้องพูดกันต้องสนับสนุนกัน งบประมาณแผ่นดิน เป็นเงินภาษีพี่น้องประชาชน ผมขอชมเชยท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งมองเห็นความสําคัญ หมู่บ้านแต่ละหมู่บ้านได้เอาเงินไปส่งเสริมโดยเฉพาะพี่น้องสตรี งบพัฒนาสตรีจังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาท เงินเอสเอ็มแอลอีกล่ะครับก็ได้เพิ่มอีก เห็นไหมครับ หมู่บ้านเล็กขนาดนี้ ไม่เกิน ๑๐๐ หลังคาท่านก็เอาไปแล้ว ๓๐๐,๐๐๐ บาทหมู่บ้านขนาดกลางก็ได้ ๔๐๐,๐๐๐ บาท หมู่บ้านขนาดใหญ่ก็ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นในวันนี้ พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศได้บอกแล้วว่ารัฐบาลนี้ได้แถลงนโยบาย ได้ไปพูดหาเสียง ทําตามนโยบายเขาก็ชื่นชอบ เพราะฉะนั้นผมถึงยกย่องรัฐบาล ก็ขออํานวยอวยพรให้ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์จงเป็นนายกรัฐมนตรีตลอดไป ผมก็ขอชมเชยท่านผู้นําฝ่ายค้านนะครับ ท่านทําหน้าที่ได้ดี ท่านเหมาะสมที่จะเป็นผู้นําฝ่ายค้าน เพราะท่านตรวจสอบดี ก็ขอให้ยั่งยืนนะครับ ท่านเป็นผู้นําฝ่ายค้านก็ดี ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ก็ขอให้เป็น นายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นเรามาช่วยกันตรวจสอบมาช่วยกันที่จะทําให้บ้านเมืองดีขึ้น การแก้ไขปัญหา น้ํามันเคยไหลไปที่ไหนมันก็ต้องไหลไปที่นั่นแหละครับ ท่านจะเอาอะไรมากัน มันก็ไม่อยู่ครับท่านประธาน นอกจากว่าเราจะระบาย คําว่า ระบาย ต้องรู้เลยว่า น้ําตรงนี้มีอยู่ ๓ เมตร ท่านต้องทอนน้ํานั่นแหละครับ ตอนนั้นท่านเป็นรัฐบาลอยู่ไม่ใช่หรือครับ ตอนที่นักวิชาการออกมาพูด ไม่มีใครไปตําหนิไปติเตียนท่านหรอกครับ เพียงแต่ท่านรู้แล้วว่า น้ํามันจะมีแล้วท่านไปกักไว้ทําไม วันนี้พี่น้องทั่วประเทศรวมอกรวมใจ เขตเลือกตั้งของผมนี่ น้ําท่วมเหมือนกันแต่พี่น้องประชาชนในอําเภอวังสามหมอ อําเภอศรีธาตุ อําเภอกู่แก้ว โดยเฉพาะจังหวัดอุดรธานีนะครับท่านประธานได้ยกเครื่องมือมาช่วยพี่น้องชาวปทุมธานี ตั้งแต่วันที่โดนอุทกภัยอย่างแรง วันนี้มาหลายจังหวัดครับอีสานนําข้าวกล่องมา นํารถมา ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนก็มา นี้คือน้ําใจของพี่น้องคนไทยด้วยกันครับ เพราะฉะนั้น ในวันนี้ก็จึงฝากท่านเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ท่านอภิปรายงบประมาณผมก็ไม่อยากจะไปพูด เรื่องน้ําท่วม ถ้าไม่พูดเดี๋ยวก็จะเชยแบบท่าน ส.ส. มุกดา ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ขอแย้บสักหน่อยครับท่านประธาน ทั้งที่บ้านอีสานไม่เสียหายมากแต่ก็ท่วม ไร่นาก็ท่วม ท่านไม่เห็นหรือครับรัฐบาลนี้ทําดี เหมือนรัฐบาลคราวก่อนน้ําท่วมนาได้ ๖๐๐บาท วันนี้ได้ ๒,๒๒๒ บาทครับ ดีไหมล่ะครับ นี่ละครับเราต้องพูดกันเรื่องจริง ไม่ใช่ว่าไปใส่ร้ายคนอื่น แล้วการกระทํา อย่างอําเภอศรีธาตุ นี่ครับท่านประธาน ไม่เคยมีรัฐบาลไหนที่จะไปจัดสรรเงินงบประมาณไปปรับย่านชุมชนครับ ตอนนี้ได้แล้วครับ ก็ต้องขอชมเชย ผมกลับบ้านไปเสาร์ อาทิตย์ พี่น้องในเขตเลือกตั้งฝากมา ขอบคุณ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีในอีสานไม่ว่าจะเป็นท่านไพจิต เมื่อสักครู่นี้ ฝากผมว่าขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีบุญรื่น ศรีธเรศ ด้วยที่ไปดูแลพี่น้องประชาชน แล้วก็มี ท่านรัฐมนตรี พลตํารวจโท ชัจจ์ และท่านรัฐมนตรีกิตติศักดิ์ ท่านรัฐมนตรีสุรวิทย์ เห็นไหม ล่ะครับท่านนายกรัฐมนตรีบินจากจังหวัดแพร่ บินจากจังหวัดน่านไปที่อุบลราชธานี รัฐมนตรี ไปประชุม ครม. อยู่ที่นั่น นี่ละครับท่านประธานต้องพูดในสิ่งดี ๆ บ้าง ท่านประธาน ที่เคารพครับ วันนี้ผมดีใจจริง ๆ ในฐานะว่าเป็น ส.ส. อีสาน เป็นคนอีสาน ได้มาอภิปราย สนับสนุนงบประมาณที่รัฐบาลมาจากพี่น้องประชาชนเสียงส่วนใหญ่ได้นํางบประมาณ คืนไปสู่พี่น้องประชาชนด้วยการที่เห็นความทุกข์ยาก เห็นความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นในวันนี้ต้องขอเป็นกําลังใจให้กับรัฐบาล ให้ท่านอย่าท้อแท้ ท่านจงมุ่งมั่นตั้งอกตั้งใจอย่าไปฟังเสียงคนนินทากาเลเหมือนเทน้ําครับท่านประธาน จงตั้งอกตั้งใจที่จะบริหารงานประเทศให้อยู่ในกรอบครับ ขอขอบคุณครับ
คุณหมอให้ท่านสมบูรณ์ก่อนได้ไหม ท่านสมบูรณ์ยกมือก่อน หรือคุณหมอก่อน ท่านประท้วง ทั้งคู่ใช่ไหมครับ ท่านสมบูรณ์ใช่ไหมครับข้างหลัง คุณหมอก่อนเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ขออนุญาต ประท้วงใช้สิทธิพาดพิงที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวพาดพิงถึงรัฐบาลก่อน คือพรรคประชาธิปัตย์ ที่บอกว่ากรณีน้ําท่วมนาให้ ๖๐๐ บาท ซึ่งมันไม่เป็นความจริงครับ ผมต้องเท้าความนิดหนึ่งว่า อดีตที่ผ่านมานั้นการเยียวยากรณีน้ําท่วมนาทุกรัฐบาลให้ ๖๐๖ บาท จนกระทั่ง ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วก็ดําเนินการโครงการประกันรายได้ เมื่อเกิดน้ําท่วมนาในปีล่าสุดเราปรับจากตัวเลข ๖๐๖ บาท มาเป็น ๒,๐๙๘ บาท ย้ํานะครับ ดังนั้นตอนที่ท่านอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี สิทธิของชาวนาก็จะได้รับ ๑. ถ้าน้ําท่วมนา จะได้รับการช่วยเหลือเยียวยา ๒,๐๙๘ บาท ไม่ใช่ ๖๐๖ บาท เพียงแต่ว่ามาเป็นรัฐบาลชุดนี้ ก็ปรับจาก ๒,๐๙๘ บาท มาเป็น ๒,๒๐๐ บาทเศษ ๆ เนื่องจากว่าข้าวของแพงขึ้น และอันที่ ๒ สมัยเราเป็นรัฐบาลนอกจากน้ําท่วมนาได้ ๒,๐๙๘ บาท ไม่ใช่ ๖๐๖ บาทแล้ว ยังได้รับเงินส่วนต่างโครงการประกันรายได้ด้วย ดังนั้นสิ่งที่กล่าวมานั้นไม่เป็นความจริงครับ
เอาละครับ เอาเฉพาะที่เป็นความเสียหาย เชิญนั่ง สมบูรณ์มีอะไรครับ เดี๋ยวต่อไป ท่านฉัตรพันธุ์นะครับ เตรียมพร้อม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตเนื่องจากเมื่อสักครู่ผู้อภิปรายได้พาดพิงถึง การอภิปรายของผมเมื่อคืนครับ ผมได้อภิปรายว่ารัฐบาลได้ตั้งงบประมาณบางตัวส่อเค้าว่า จะมีการโกง งบหลายตัวจะมีรายละเอียดชัดเจน แต่มีงบบางตัวเช่นงบกลางไม่มีรายละเอียด ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเชื่อว่าเป็นงบที่เตรียมไว้สําหรับการโกง เป็นงบที่ไม่มีรายละเอียด ถือว่าเป็นงบที่เคยมีการโกงมาในอดีต เรียกว่างบโกงแบบโคตรเหง้าเหล่ากอ หมายถึงว่า บรรพบุรุษเคยโกงมาอย่างไร พ่อแม่พี่น้องโกงมาอย่างไร พี่น้องโกงมาอย่างไร รัฐบาลนี้ ก็ทําท่าจะโกงตาม ผมก็อภิปรายตามสิทธิของผมนะครับ ซึ่งผู้อภิปรายได้กล่าวพาดพิงผม เพราะฉะนั้นผมขอชี้แจงว่า ผมอภิปรายด้วยข้อเท็จจริงครับว่างบดังกล่าวไม่มีรายละเอียด ทําท่าว่าจะโกงจริง ๆ
และส่วนที่ ๒ ครับ อภิปรายด้วยข้อมูลที่เป็นเท็จหลายเรื่องตามที่คุณหมอ วรงค์ได้พูดถึงไปแล้ว
คืออย่างนี้นะครับ ที่พาดพิงถึงท่านเมื่อคืน ท่านก็ได้ใช้สิทธิอธิบายความว่าท่านเข้าใจ ของท่านว่าการตั้งงบโดยไม่มีรายละเอียดท่านคิดอย่างนี้ แต่ข้อเท็จจริงมันยังไม่เกิดขึ้น ผมว่าผู้ฟังทั้งประเทศและท่านสมาชิกก็น่าจะเข้าใจได้นะครับ ว่าขณะนี้ยังไม่มี การใช้จ่ายเงินนะครับ อันนั้นเป็นข้อห่วงใยของท่าน ทีนี้ท่านสมาชิกท่านเองเมื่อกี้ท่านเกียรติ์อุดม จากจังหวัดอุดรธานี ท่านก็บอกว่าท่านอยากให้การอภิปรายเป็นไปด้วยความสร้างสรรค์นะครับ ผมว่าก็พอสมควรแล้วนะครับ
ครับ ท่านประธานครับ คืออย่างนี้ เหตุผลที่ผมอภิปราย
ขอไปทีละท่านครับ ทีละท่านก่อนครับ เชิญ
ท่านประธานครับ ผมในฐานะที่เป็น ตัวแทนของพี่น้องประชาชน ผมก็อยากจะมาบอกให้พี่น้องประชาขนได้รับทราบว่า งบลักษณะดังกล่าวมันเคยมีตัวอย่างมาแล้วครับ หลายรัฐบาลที่โกงมาแล้วด้วยงบกลาง ที่ไม่มีรายละเอียด
คือเข้าใจประเด็นของท่าน ท่านเข้าใจอย่างนั้นนะครับ แต่ขณะนี้มันอาจจะไม่เป็น อย่างที่ท่านคิดก็ได้ แต่ผู้ฟังแล้วก็ท่านสมาชิกท่านสามารถใช้ดุลยพินิจได้ แต่ที่ท่านเกียรติ์อุดม พูดผมนั่งฟังตั้งแต่ต้น ท่านกําลังอธิบายความว่าอยากให้เราพูดในทางที่สร้างสรรค์ ถกเถียงได้แต่ในทางที่สร้างสรรค์ ผมก็ฟังอย่างนี้ แล้วท่านก็อธิบายความแล้ว ผมว่า จะเดินหน้าต่อไปได้กระมัง ขอบคุณมาก
ก็ชี้แจงให้ทราบครับว่างบบางตัว จะมีการโกงกันแบบมีบรรพบุรุษเป็นตัวอย่างท่านประธานครับ
เชิญคุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ ท่านประธานทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๓ วรรคสอง ผมฟังท่านประธานวินิจฉัยตัดสินข้อ ๖๓ วรรคสอง มานานพอสมควร เพราะความที่ท่านวินิจฉัยผิดข้อ ๖๓ วรรคสอง ทําให้เหตุการณ์ ในสภาวุ่นวาย สมาชิกหลายท่านใช้สิทธิอภิปรายไปแล้วอภิปรายซ้ําได้อีก พูดประเด็นเดิม ซึ่งน่าจะถูกประท้วงมาก แต่ไม่ประท้วงครับ เพราะไม่อยากให้สภาวุ่นวาย ท่านทําผิดข้อ ๖๓ วรรคสอง อย่างไรท่านประธานครับ ผมขออนุญาตนะครับ กรณีพาดพิงเป็นเรื่องส่วนตัว ของสมาชิกนะครับ สมาชิกเสียหายด้วยเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องอื่นที่เป็นของสมาชิก ใช้สิทธิพาดพิงได้ครับ อภิปรายได้ แต่หลายครั้งท่านประธานเองวินิจฉัยให้เขาใช้สิทธิพาดพิง กรณีเป็นด้วยเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของสมาชิก หรือไม่เกี่ยวเนื่องกับสมาชิกเลย มันก็เป็นเหตุให้เกิดความวุ่นวาย ขอความกรุณาท่านประธานครับ ผมไม่อยากให้ ท่านประธานได้วินิจฉัยที่มันก่อปัญหาในสภา ถ้ามีอะไรคลาดเคลื่อนจากข้อบังคับ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพอยากให้ท่านช่วยตักเตือนก็พอครับ บรรยากาศ กําลังไปด้วยดีครับ เมื่อวานไปด้วยดีครับ เราหนักนิดเบาหน่อยเป็นเรื่องความคิดเห็น เรารับกันได้ กล่าวหาโกงกล่าวหาได้ครับ ชื่นชมท่านประธาน ผู้นําฝ่ายค้าน ผู้นําฝ่ายค้าน เขาบอกครับว่าอาจจะสุ่มเสี่ยงต่อการทุจริต อันนี้คือการกล่าวหาและการตักเตือนที่ดีมาก อยากให้เป็นบรรทัดฐานที่ดี กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณที่แนะนํา เชิญท่านฉัตรพันธ์ครับ เชิญท่าน ๗ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อวานผมได้ฟังท่านนายกรัฐมนตรีได้นําเสนอ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ต่อสภาแห่งนี้ ก็ยอมรับว่ามีบางนโยบายที่เป็นนโยบายที่มีประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าแรง ๓๐๐ บาท เงินรายได้ขั้นต่ําปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท ต่ํากว่าปริญญาตรี ๙,๐๐๐ บาท สิ่งนี้พวกเรา ยอมรับได้ เพราะถือว่ามีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน แต่มีข้อสงสัยที่เป็นประเด็นขึ้นมาว่า การจัดทํางบประมาณแผ่นดินในสถานการณ์ที่บ้านเมืองจมน้ําไปทั่ว ประชาชนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า พืชสวนไร่นาที่เสียหายรอการชดเชย ถนน บ้าน วัด โรงเรียน รอการบูรณะซ่อมแซม เอสเอ็มอี อุตสาหกรรมรอการฟื้นฟู คนว่างงาน คนไม่มีจะกิน โจรผู้ร้ายเต็มบ้านเต็มเมือง ปัญหาน้ําเน่าเสียและโรคระบาดที่จะตามมาอีก ในไม่ช้า ทําไมท่านถึงต้องนําเงินงบประมาณที่มีความจําเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นจํานวนถึง ๗๑,๙๓๖ ล้านบาท ไปผลักดัน ประชานิยม ผมเรียนถามท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านคิดเอง หรือเปล่าครับ หรือท่านตกอยู่ในภาวะจํายอม ต้องทําในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้คิด แต่คนคิดไม่ได้ทําหรือเปล่าครับ เพราะนี่คือยาพิษขนานใหญ่ มันคือน้ํากรดแช่เย็น ยี่ห้อประชานิยม ประชานิยมนี้ผมเห็นว่าถ้าทําไปแล้วเป็นการใช้เงินงบประมาณ ที่ไม่เหมาะสมอยู่ในภาวการณ์ขณะนี้ เป็นการใช้ภาษีอากรของพี่น้องไม่คุ้มค่า และผลสุดท้ายพี่น้องคนยากคนจน คนรากหญ้า ได้ประโยชน์น้อยที่สุดครับ
กรณีแรก เรื่องรถคันแรก ที่ต้องใช้เงินมากถึง ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ผู้ซื้อก็ต้อง หาเงินมาดาวน์ หาคนค้ําประกัน ประโยชน์ที่คุ้มค่าอยู่ตรงไหนครับ บ้านหลังแรกก็เช่นกัน โดยเฉพาะบ้านที่หลังละ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ใช้เงินถึง ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ใครได้ผลประโยชน์ตรงนี้กันแน่ ท่านครับ คนที่สามารถซื้อบ้าน สมมุติว่าจะซื้อหลังละ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผ่อนชําระ ๒๐ ปี ต้องผ่อนชําระอย่างน้อย เดือนละ ๓๐,๐๐๐ กว่าบาท ผมถามว่าคนยากคนจน คนรากหญ้า มีปัญญาไหมครับ สามารถผ่อนชําระได้ไหมครับ ผมว่าประโยคที่แท้จริงจะเกิดแก่นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เสียมากกว่า๒ โครงการประชานิยมนี้รวมเงินงบประมาณ ประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้าน ยังได้ให้ข้อแนะนําไว้ว่าถ้าไปจ้างแรงงาน ๓๐๐ บาท ประมาณ ๓ เดือน พี่น้องประชาชนผู้เดือดร้อนจะได้รับประโยชน์ถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน เอาละถ้าท่านไม่ทําแบบนี้ ยืนยันว่าอย่างไรประชานิยมต้องดี เปลี่ยนเป็นรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี น้ําประปาฟรี ไฟฟ้าฟรี สิ่งนี้ต่างหากที่พี่น้องประชาชนจะได้รับประโยชน์มากกว่า คอมพิวเตอร์แท็บเล็ตก็เหมือนกันครับ เมื่อวานหลาน ๆ นักเรียนได้ฟังแล้วฝากผมมาว่า บอกลุง ส.ส. แมน ฝากบอกท่านป้านายกรัฐมนตรีปูให้หน่อยว่า แท็บเล็ตหลาน ๆ รอได้ ไม่จําเป็นครับขณะนี้ สิ่งที่หลาน ๆ อยากได้ อยากได้โรงเรียน อยากได้ห้องเรียนให้กลับมา ในสภาพเดิม อยากได้อาคารเรียนที่ไม่มีสภาพแออัด และที่สําคัญอยากได้ครูที่ดี ครูที่สอนเก่ง กลับมาครับ ท่านทราบไหมครับมีโรงเรียนหลายโรงเรียนขณะนี้คุณครูต้องไปทําหน้าที่เป็น ภารโรงด้วยครับ เพราะไม่มีเงินงบประมาณจ้าง แล้วผมถามว่าคุณภาพการศึกษาจะอยู่ ตรงไหนละครับ ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ได้มีโอกาสไปพบปะเยี่ยมเยียน ดูแลพี่น้องประชาชนที่ถูกน้ําท่วมอยู่ทุกวี่ทุกวัน บางครั้งผมก็เห็นท่านน้ําตาซึมเพราะสงสาร พี่น้องประชาชน แล้วที่ท่านเห็นพี่น้องประชาชนเดือดร้อนท่านวิเคราะห์ไม่ออกหรือครับว่า การที่พี่น้องประชาชน เดือดร้อนขนาดนี้พี่น้องประชาชนต้องการปัจจัยในการดํารงชีวิตอย่างไหน ก่อนหรือหลัง ระหว่างอาหาร เครื่องดื่ม ยารักษาโรค กับความฟุ้งเฟ้อ เครื่องประดับ เฟอร์นิเจอร์ อันไหน จําเป็นมากกว่ากันครับ อย่างไหนที่ช่วยเหลือประชาชนได้มากกว่ากันในภาวะที่น้ําท่วม เต็มบ้านเต็มเมืองขณะนี้ ผมเห็นว่ายังไม่จําเป็นหรอกครับ ประชานิยมไม่ใช่เรื่องสําคัญขณะนี้ ที่ท่านจะยัดเยียดความเป็นหนี้ให้แก่พี่น้องประชาชนผู้เดือดร้อน ผมเห็นว่าถ้าท่านจะนํา ประชานิยมมานําพาประเทศชาติและประชาชนให้พ้นวิกฤติยากครับ หรือว่ามีเหตุผลอื่น แอบแฝงครับ หรือว่ามีเหตุผลอื่นจะทําให้บรรลุเป้าหมายบางประการที่พี่น้องประชาชน ไม่ประสงค์ และโดยเฉพาะงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะฟื้นฟูเยียวยาทุกภาคส่วน ประชาชน เขารู้ครับ ไม่พอหรอกครับ เอาเข้าจริง ๆ เผลอ ๆ จะต้องใช้งบถึงล้านล้านบาท แต่ที่เขากลัว เขาเห็นว่างบประมาณนี้ไม่มีวัตถุประสงค์ ไม่มีรายละเอียด ไม่มีโครงการที่ชัดเจน มันมีช่องว่างที่ไม่สามารถตรวจสอบความโปร่งใสได้ และยิ่งเห็นพฤติกรรมการบริหารจัดการ ของบริจาคที่ ศปภ. ที่ดอนเมืองแล้ว พี่น้องประชาชนบอกว่ากลัวจริง ๆ ครับ กลัวพวกฉวยโอกาส กลัวพวกฉวยโอกาสความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไปเป็นประโยชน์ของตัวเอง ต้องฝาก ท่านนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอย่ายอมนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ต้องเข้มแข็ง ขอให้ท่านใช้คุณสมบัติของท่านที่อ่อนนอกแข็งในอย่ายอมพวกเหลือบเหล่านี้ครับ
สุดท้ายนี้ ผมขอฝากคําถามสั้น ๆ ฝากท่านประธานสภาไปยังรัฐบาลว่า ท่านคิดอย่างไรกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครับ ขอบพระคุณมากครับ
เชิญท่านประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ๘ นาทีครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ทุกปีงบประมาณต้องใช้ แล้วก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในปีนี้ ๒.๓๘ ล้านล้านบาทก็มากขึ้นกว่าปีที่แล้ว อย่างไรก็แล้วแต่ กระผมค่อนข้างจะดีใจอยู่อย่างหนึ่งว่า นโยบายของรัฐบาลหลาย ๆ นโยบายที่เร่งด่วน ได้บรรจุเข้ามา ไม่ว่าจะมีแนวคิดเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไรก็ตาม แต่ว่านโยบายต่าง ๆ ที่ทางพรรคเพื่อไทยซึ่งได้มาเป็นรัฐบาลนี่นะครับ ได้นําเสนอต่อประชาชนต้องทํานะครับ ทุกนโยบาย กระผมเพียงแต่เห็นว่าการจัดสรรงบโดยเฉพาะในหลาย ๆ ตัวที่เกี่ยวกับนโยบาย ยังไม่เต็มที่เท่านั้นเอง ในการสร้างรากฐานในการพัฒนาให้สังคมมีความสมดุลกัน ให้สังคมก้าวผ่านก้าวล่วงไปได้กับระบบเศรษฐกิจกับระบบการเมืองนี่ โดยใช้งบถึง ๔๗๕,๐๖๒ ล้านบาท งบสําหรับแท็บเล็ต พีซี ๑,๙๓๖.๒ ล้านบาทสําหรับเด็ก ป. ๑ ๕๖๙,๔๐๐ คน ผมเข้าใจว่าได้เฉพาะแค่เด็ก ป. ๑ ตรงนี้อยากให้รัฐบาลถ้าวางโมเดล ไปแล้วใช้ได้ผล ถ้าคิดจะทําเพิ่มต่อนะครับ คือผมเข้าใจว่า วัน แท็บเล็ต พีซี เพอฺร์ วัน ไชลด์ (One Tablet PC per one child) หมายความว่า เด็ก ป. ๑ ถึงเด็ก ป. ๖ น่าจะได้ทุกคน แต่เพื่อความพร้อมและเป็นการทดสอบระบบก็รับได้ครับ งบประมาณในการที่จะทํา ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ๑๐๘,๙๑๖.๑ ล้านบาท เพื่อดูแล พี่น้องประชาชน ๔๘.๓ ล้านคน นอกเหนือจากระบบราชการและระบบประกันสังคม ก็ดีครับที่ได้ทํา แต่ว่าค่าใช้จ่ายต่อหัวเพิ่มขึ้นเป็น ๒,๗๕๕ บาทก็ขอให้ได้ ๓๐ บาทรักษา ทุกโรคจริง ๆ นะครับ อย่าให้มีการไปเก็บเพิ่มเติมขึ้น ส่วนการเยียวยานะครับ วันนี้ เราพูดกันมากในเรื่องของปัญหาเรื่องน้ําท่วม ซึ่งผมเองเป็น ส.ส. อยู่จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานที่เคารพครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้คงจะมีการอภิปรายกัน แต่ผมยึดการทํางานแค่แผ่นนี้ แผ่นเดียว แผ่นนี้ครับก็สามารถที่จะมองออกเลยครับว่าน้ําทั้งระบบต้องผ่านกรุงเทพฯ แล้วก็ผ่านสมุทรปราการบ้านผม กรุงเทพฯ สีเหลืองนี่นะครับ ส่วนสมุทรปราการสีส้ม แล้วก็ลงทะเลสีน้ําเงิน แค่นี้แหละครับ น้ําทั้งหมดต้องไหลผ่านกรุงเทพฯ และผ่าน สมุทรปราการแล้วลงทะเล กระผมเข้าใจว่าวันนี้มีการเตรียมงบไว้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ไม่ทราบว่าจะพอหรือเปล่านะครับ แต่ประมาณการนี่กระผมรับได้ว่าก็มีเหตุผลนะครับ วันนี้น้ําบ้านผมยังมีมาไม่พอเลยครับ แล้วก็แปลกนะครับ สมุทรปราการน้ํายังไม่ท่วมเลยนะครับ อันที่จริงแล้วไม่ใช่ไม่ท่วมนะครับ สมุทรปราการนี่ท่วมแล้ว ท่วมพร้อมกับที่ท่วมปทุมธานี ครับ เพราะว่าสายน้ําเชื่อมต่อกัน ท่วมลาดกระบัง ท่วมเปร็ง ท่วมบางบ่อ ท่วมคลองด่าน ๓๐ เซนติเมตรครับที่บางบ่อ คลองด่าน ๑ เมตรครับที่เปร็ง แต่วันนี้คนปากน้ําเราช่วยกัน วิธีการเราช่วยกันคือเราช่วยกันระบายน้ํา ไม่มีการกักน้ํานะครับ ให้น้ําผ่าน จังหวัดสมุทรปราการ ผ่านมาเท่าไรเราก็เชิญลงทะเล วันนี้ผมเห็นการอภิปรายกันมาก ถูกบ้างผิดบ้างนะครับ แต่ว่าไม่ว่ากัน ลองถูกลองผิดกันไป สิ่งสําคัญที่สุดก็คืองบประมาณ ที่ใช้ไปในขณะที่น้ําท่วมนี่นะครับ กระผมเพียงแต่ขอให้ได้ใช้อย่างรวดเร็ว แม่นยํา ตรงเป้าหมายนะครับ แต่ว่าหลังจากน้ําท่วมนี่สิครับ การฟื้นฟูเยียวยานี่กระผมยังไม่ทราบว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทจะพอหรือเปล่า จะสามารถรองรับค่าความเสียหายของบ้านเรือน ของผู้คน ของระบบเศรษฐกิจ แล้วตลอดจนถึงไปรองรับผลิตภัณฑ์หรือผลผลิตของประชาชน ที่เสียหายด้วยหรือเปล่า ตรงนี้ก็ขอให้รัฐบาลได้มีนโยบายครับ และเตรียมงบประมาณไว้นะครับ ในการที่จะรองรับตรงนี้ หลังน้ําท่วม นี่ขนาดน้ําท่วมผมเข้าใจว่ามีการเสนอแนวคิด เยอะมากนะครับ เชื่อมสร้างแม่น้ําสายใหม่ สร้างคลองสายใหม่ สร้างระบบป้องกัน ทําฟลัดเวย์ คุยกันเป็น ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กระผม เกรงอย่างเดียวว่าจะเป็นการมองแบบตาบอดคลําช้างหรือเปล่า หรือว่าขี่ช้างจับตั๊กแตน เดี๋ยวจะตําน้ําพริกละลายแม่น้ําเสีย วันนี้ดูนะครับ สมุทรปราการจะเป็นโมเดลหนึ่งที่พิสูจน์กันว่า น้ํามากมายมหาศาลที่ลงมาแล้วจะจัดการอย่างไร ถ้าเราจัดการได้ กระผมเข้าใจว่าหลังจาก การฟื้นฟูแล้วนี่ครับ การสร้างระบบป้องกันน้ําท่วมในอนาคตคงไม่ต้องใช้เงินเป็น ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ควบคุมเช็กค่ามาตรฐานแต่ละจุดแต่ละระดับ แล้วก็จะใช้เงิน ประมาณสัก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเข้าใจว่าน่าจะควบคุมน้ําได้นะครับ วันนี้ความเสียหายเกิดขึ้นมากมายมหาศาล หลายจังหวัด พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี อุตสาหกรรมเสียหายกันเยอะมาก บ้านผมอุตสาหกรรม ๖,๐๐๐ โรงงานครับ ถ้ามูลค่าทรัพย์สินของโรงงาน ๓๐๐ ล้านบาทต่อโรงงาน ก็ ๑.๘ ล้านล้านบาทนะครับ ท่านประธาน แต่ว่าทําไมงบประมาณในการที่จะนํามาป้องกันปากน้ําไม่ให้น้ําท่วมนี่นะครับ มูลค่าทรัพย์สินของโรงงาน ๓๐๐ ล้านบาทต่อโรงงาน ก็ ๑.๘ ล้านล้านบาทนะครับ ท่านประธาน แต่ว่าทําไมงบประมาณในการที่จะนํามาป้องกันปากน้ําไม่ให้น้ําท่วมนี่นะครับ ใช้งบนิดเดียวเท่านั้นเอง เพียงแต่ว่าเราใช้หลักการที่ถูกต้อง ใช้แนวคิดที่ถูกต้อง มีเครื่องไม้เครื่องมือเราก็ทํากัน วันนี้จุดอ่อนมีเยอะนะครับ คงไม่พูดวันนี้ ในวันพรุ่งนี้ ถ้ามีโอกาสผมจะพูดนะครับ งบประมาณแผ่นดินวันนี้ผมขอฝากท่านรัฐบาลได้ช่วย ทําการกระตุ้นระบบเศรษฐกิจโดยการอุปโภคบริโภคของพี่น้องประชาชนทําเหมือนปี ๒๕๔๐ ที่เสียหายไป และ ๒๕๔๔ ที่เรามาแก้ไขครับ กระตุ้นการกินการซื้อ อย่าสร้าง อินฟราสตรัคเจอร์ (Infrastructure) ถ้าไม่จําเป็นแล้วก็อย่าซื้อของที่มันแพงจากต่างประเทศเข้ามา ก็ขอให้ รัฐบาลได้มองปัญหาให้แม่นยําครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ๑๕ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายงบประมาณการแก้ไขปัญหาน้ําท่วม ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทของรัฐบาล ผมอภิปรายอย่างช้า ๆ นะครับ เพื่อที่จะให้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้เข้าใจพร้อมกับคนทั้งประเทศ ซึ่งผมคิดว่าคนทั้งประเทศก็เข้าใจ แล้วจะอธิบายง่าย ๆ ช้า ๆ ผมอภิปรายวันนี้เพื่อตอบคําถาม ๒ ประเด็นด้วยกัน ตอบคําถาม ของบุคคล ๒ ฝ่ายด้วยกันครับ
ฝ่ายแรกเพื่อตอบคําถามของสื่อมวลชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือพิมพ์ มติชน ฉบับวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ หนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ได้เขียนในหน้าที่ ๓ ว่าความจริงน้ําในเขื่อนต้องทําให้ปรากฏ เพราะฉะนั้นผมจะตอบคําถาม หนังสือพิมพ์มติชนฉบับนี้เป็นเรื่องที่ ๑ ครับ
เรื่องที่ ๒ ผมอภิปรายเพื่อจะตอบคําถามของรัฐบาล โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรี บางท่าน แล้วก็ผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาลหลายท่านที่ได้ออกมาพูดว่าฝ่ายค้านซึ่งก็คือรัฐบาล ชุดที่แล้วได้กักน้ําไว้จนเกินปริมาณแล้วก็ปล่อยน้ําทําให้เกิดอุทกภัยที่มีความเสียหายอย่างยิ่ง ในขณะนี้ ผมจะตอบคําถามของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ดอกเตอร์สุรพงษ์ ซึ่งได้บอกว่าประชาธิปัตย์ไม่ปล่อยน้ํา กั๊กน้ําไว้ในเขื่อน ผมจะตอบคําถามของคุณประชา ประสพดี จากสมุทรปราการที่บอกว่ารัฐบาลที่แล้วได้วางแผนผิดพลาดกักเก็บน้ําไว้เต็มเขื่อน ตอบคําถามของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านวรวัจน์ที่บอกว่า น้ํามีเต็มเขื่อนแล้วในขณะที่รัฐบาลนี้ได้เข้ามาบริหารประเทศ แล้วก็ตอบคําถาม ของคุณจตุพร พรหมพันธุ์ ที่ได้ไปปราศรัยที่จังหวัดเชียงรายโดยคุณจตุพรได้ไปปราศรัย ช่วยคนเสื้อแดงลงเลือกตั้งเป็นนายก อบจ. โดยบอกว่าเป็นเพราะประชาธิปัตย์กักน้ํา ไว้เต็มเขื่อนแล้วก็ยังพูดพาดพิงไปถึงทหาร แต่ผมไม่พูดตรงนี้
ฉะนั้นผมจะเริ่มต้นกราบเรียนท่านประธานว่าที่ผมจะพูดต่อไปนี้ครับ มันเป็นวิทยาศาสตร์และเป็นข้อมูลถูกบันทึกไว้ด้วยข้อมูลของกรมชลประทาน ความจริง ข้อมูลเหล่านี้มีแพร่หลายแล้วนะครับแต่ผมจะเสนออีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะยุติว่าจริง ๆ แล้ว น้ําในเขื่อนมีอยู่ในระดับไหน ผมขออนุญาตขึ้นพาวเวอร์พอยต์นะครับท่านประธาน ผมขออนุญาตท่านประธานแล้วนะครับ
ตารางสรุปอ่างเก็บน้ําขนาดใหญ่ของ กรมชลประทาน
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
ที่ผมเรียนอย่างนี้เพราะว่า ผมเอาข้อมูลมาจากของกรมชลประทาน ตัดสั้น ๆ เลยนะครับท่านประธาน วันที่มีการยุบ สภาผู้แทนราษฎร คือวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ วันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ เขื่อนใหญ่ ๆ ๓ เขื่อนต่อไปเลยนะครับ วันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ นะครับ เขื่อนใหญ่ ๆ ๓ เขื่อน คือเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
ภาพต่อไปเลยนะครับ นี่ครับปริมาณน้ําเมื่อมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร เขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ําเก็บได้ทั้งสิ้น ๑๓,๔๗๒ ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ ๙,๕๑๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์นิดเดียวนะครับ ๗๘๕ ล้านลูกบาศก์เมตร วันที่มีการยุบสภาผู้แทนราษฎร เขื่อนภูมิพลกักน้ําอยู่ ๔๖ เปอร์เซ็นต์ คือ ๖,๑๙๗ ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์กักน้ําไว้เพียง ๔,๘๐๖ ล้านลูกบาศก์เมตร ๕๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์นิดเดียวครับ เก็บน้ําไว้ ๓๑ เปอร์เซ็นต์
ภาพต่อไปนะครับ วันที่ ๓ กรกฎาคม ดูง่าย ๆ ท่านประธานครับ ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง เขื่อนภูมิพลกักน้ําไว้ทั้งหมด ๕๘ เปอร์เซ็นต์ ผมดูตัวเลขนะครับ เขื่อนสิริกิติ์กักน้ําไว้ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ เป็นปริมาณ ๖,๒๐๘ ล้านลูกบาศก์เมตร แล้วก็ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ นิดเดียวนะครับ เก็บน้ําไว้ ๔๕๗ ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น ๕๘ เปอร์เซ็นต์ วันที่ ๓ กรกฎาคม ประมาณ ๒ ทุ่มทราบข่าวแล้วว่าประชาธิปัตย์ แพ้การเลือกตั้ง ศูนย์อํานาจทั้งหลายไปอยู่ที่พรรคเพื่อไทยแล้วนะครับ
วันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๔ ครับ วันที่มีการเลือกนายกรัฐมนตรี วันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๔ ภาพต่อไปเลยนะครับ เขื่อนภูมิพลมีน้ํา ๖๖ เปอร์เซ็นต์ เขื่อนสิริกิติ์ มีน้ํา ๘๔ เปอร์เซ็นต์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีน้ํา ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ปริมาณน้ําเพิ่มขึ้น ในต้นเดือนสิงหาคม เพราะมีพายุเข้ามาครับ เกิดพายุนกเตนเข้ามาระหว่างวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ถึงวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๔
ต่อไปวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔ ท่านประธานครับ ซึ่งเป็นวันโปรดเกล้าฯ นายกรัฐมนตรี วันที่มีการโปรดเกล้าฯ นายกรัฐมนตรี เขื่อนภูมิพลมีน้ําอยู่ ๖๙ เปอร์เซ็นต์ ภาพต่อไปเลยนะครับ เขื่อนภูมิพลมีน้ําอยู่ ๖๙ เปอร์เซ็นต์ครับ คิดเป็นปริมาตรน้ํา ๙,๒๖๖ ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์มีน้ํา ๘๕ เปอร์เซ็นต์ เป็นปริมาตร ๘,๐๓๙ ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มี ๓๔ เปอร์เซ็นต์ ปริมาตร ๒๖๖ ล้านลูกบาศก์เมตร เอาวันนี้ครับวันที่โปรดเกล้าฯ นายกรัฐมนตรี เพราะเมื่อมีการ โปรดเกล้าฯ นายกรัฐมนตรีแล้วนะครับ รัฐธรรมนูญมาตรา ๑๗๖ วรรคสอง บอกว่าในกรณี ที่มีความจําเป็นเร่งด่วนถึงแม้ยังไม่ได้มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา รัฐบาลก็สามารถ ที่จะบริหารราชการแผ่นดินต่อไปได้นะครับ ถ้าหากว่าจะปล่อยช้าไปจะกระทบต่อผลประโยชน์ ของแผ่นดิน รัฐมนตรีสามารถดําเนินการได้ แต่สิงหาคม ๒๕๕๔ ประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็น รัฐบาลแล้วครับ รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลนะครับ มีน้ําอยู่ในเขื่อนภูมิพล ๖๙ เปอร์เซ็นต์ เขื่อนสิริกิติ์ ๘๕ เปอร์เซ็นต์ และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ๓๔ เปอร์เซ็นต์ ไม่ผิดปกติเลยครับ แต่ว่าในช่วงนี้ครับท่านประธานครับ มีพายุเข้าที่ผมเรียนท่านประธานแล้ว เพราะฉะนั้น ช่วงวันที่ ๑ ถึงวันที่ ๗ สิงหาคม เปิดไปดูสักนิดนะครับ ๑-๗ สิงหาคม มีปริมาณน้ํา เข้าเขื่อนมากที่สุด เพราะฉะนั้นจังหวะนะครับท่านประธานครับ จังหวะที่ต้องระบายน้ํา อย่างเร่งด่วนมากที่สุดคือหลังจากต้นเดือนสิงหาคม หลังจากวันที่ ๗ สิงหาคม แล้วครับ ถ้าจะปล่อยน้ําหลังจากวันที่ ๗ สิงหาคม หรือเลยไปปล่อยน้ําเดือนกันยายนไม่มีสิทธิแล้วครับ เพราะหลังจากนั้นมีพายุเข้ามาอีกครับ รัฐบาลบริหารความเสี่ยงผิดพลาดครับ
ท่านประธานครับ รัฐบาลบริหารความเสี่ยงผิดพลาดเพราะอะไรครับ ผมเรียนท่านประธานต่อไปว่ารัฐบาลบริหารความเสี่ยงผิดพลาดอันดับแรกที่ผมอยากจะเรียน ท่านประธานคืออยากจะให้ท่านประธานได้มาดูข้อความในเฟชบุ๊กคของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังนะครับ ของคุณธีระชัยนะครับ เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๔ รัฐมนตรี ได้บอกว่าอย่างนี้ครับ บอกว่าขอร้องให้ทุกท่านติดตามหน้านี้แล้วช่วยกันแสดงความเห็น ท่านแสดงความเห็นไว้เมื่อ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๔ ครับ ผมจะเอาส่วนขยายให้ท่านประธาน ดูนะครับ
ข้อที่ ๑ ครับ ท่านบอกว่าอุปสรรคในการจัดการน้ําปีนี้เกิดขึ้นอย่างไร เกิดขึ้น จากมีการพร่องน้ําในเขื่อนใหญ่ ๆ น้อยเกินไปครับ ข้อที่ ๑ ภาพต่อไปเลยนะครับ
ข้อที่ ๒ เมื่อท่านบอกว่ามีการพร่องน้ําในเขื่อนน้อยเกินไปท่านบอกว่าข้อที่ ๒ หากสามารถพร่องน้ําในเขื่อนเหลือครึ่งเขื่อนก็จะทําให้ปัญหาเบาลง
ข้อที่ ๓ ท่านบอกว่าเหตุที่มีการพร่องน้ําไว้น้อยเกินไป เพราะต้องการเก็บน้ํา ไว้สําหรับการปลูกข้าว ๓ ปีต่อครั้ง ท่านบอกว่าถ้าปล่อยน้ํามาในขณะนั้นจะทําให้ที่ลุ่ม ภาคกลางส่วนหนึ่งต้องเสียหาย แล้วเกษตรกรจะได้รับความเสียหาย คํานวณแล้วประมาณ ๗,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้แหละครับ ๗,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลเลยไม่ปล่อยน้ําลงมาที่ลุ่มน้ํา เจ้าพระยา นี่เป็นข้อความของรัฐมนตรีธีระชัยนะครับ ผมคิดว่าถ้าท่านปฏิเสธ ท่านต้องออกมากล่าวปฏิเสธนะครับ ท่านยอมรับว่าพร่องน้ําในเขื่อนน้อยไปครับ เพราะต้องการเก็บน้ําไว้ใช้ในลุ่มภาคกลาง
ท่านประธานที่เคารพครับ ในประเด็นต่อไปที่ผมอยากจะเรียนท่านประธาน ก็คือ นอกจากมีการพร่องน้ําไว้น้อยที่สุดเป็นการบริหารความเสี่ยงผิดพลาดแล้ว สิ่งหนึ่ง ที่ต้องเรียนท่านประธานก็คือ ไม่มีการปล่อยน้ําให้เป็นไปตามธรรมชาติ ผมต้องเรียน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับท่านครับ ผมเคารพนับถือ ท่านนะครับ แต่ว่าท่านให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๕๔ ท่านให้สัมภาษณ์ไว้ชัดครับ ท่านบอกว่าได้สั่งให้กรมชลประทานประสานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตลดการระบายน้ําเพื่อผลิต กระแสไฟฟ้าที่เขื่อนภูมิพล รวมถึงการหน่วงน้ําเขื่อนเจ้าพระยาไม่ให้ไหลเกิน ๒,๓๙๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อให้ชาวนาในเขตพื้นที่ลุ่มน้ําเจ้าพระยาเก็บเกี่ยวข้าว ได้เสร็จในช่วงนี้ ผมไม่โทษท่านนะครับ เพราะเราประเมินสถานการณ์ในขณะนั้น เป็นอย่างนั้น แต่ว่าหลังจากนั้นมีพายุเกิดขึ้นครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านจะได้อธิบายถึงการไม่ปล่อยน้ํา จากเขื่อนภูมิพลแล้ว ท่านครับ เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๔ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์พร้อมกับท่านบรรหาร ท่านได้เดินทางไปที่อําเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผมไปได้ข่าวเล็ก ๆ นี้มาจากพระนครศรีอยุธยาครับท่านครับ ในข่าวหนังสือพิมพ์หลักไม่มีครับ ท่านบอกว่า ท่านบรรหารไปดู เพราะคนบางบาล ในขณะนั้น พระนครศรีอยุธยา ชัยนาท ในขณะนั้นนะครับ คนแถวนั้นในขณะนั้นน้ําท่วม มาประมาณเดือนกว่าเกือบ ๒ เดือนแล้วครับ แล้วระดับน้ํานั้นต่างกันมาก ผมขออภัยนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีบรรหารได้สั่งการอย่างนี้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีบรรหารบอกว่า ที่ท่านมาวันนี้ เพราะอยากช่วยให้รัฐบาลเห็นเป็นผลงานว่าปัญหาน้ําท่วมบางบาลได้รับการ แก้ไขแล้วปีหน้าจะไม่มีปัญหาน้ําท่วมแล้ว ท่านบรรหารพูดอย่างนั้นนะครับ พร้อมกับฝากให้ กรมชลประทานจัดการน้ําที่อําเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยาให้ดี โดยต้องควบคุม ไม่ให้ปริมาณน้ําไหลเกิน ๓,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อป้องกันน้ําท่วม ทางตอนใต้ และกรุงเทพมหานคร ซึ่งกรมชลประทานต้องกักน้ําในเขื่อนภูมิพลไว้ไม่ให้ปล่อยมา จนมากเกินไป ในขณะที่ท่านบรรหาร และก็ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ไปแก้ปัญหาในขณะนั้นนะครับ สิงห์บุรี ชัยนาท แถวนั้นนะครับ พระนครศรีอยุธยาน้ําท่วมมา ๒-๓ เดือนแล้วครับ แต่ว่าถ้า ณ วันนั้นเราได้ปล่อยน้ําลงมา น้ําจะไม่วิกฤติถึงขนาดนี้ครับ ผมเรียนท่านประธานต่อไปนะครับว่านี่คือการเบี่ยงเบน การไหลของน้ําตามธรรมชาติ ท่านประธานครับ เราไม่ปล่อยให้น้ําเดินไปตามธรรมชาติ ของน้ํา เรากักน้ําไว้ เมื่อเรากักน้ําไว้ไม่ให้น้ําไหลไปตามธรรมชาติน้ําก็ไหลออกสู่ทุ่ง ปัญหาน้ําที่มันท่วมกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอยู่ในขณะนี้ เพราะน้ํามันไม่ไหลไปในที่ ที่มันควรจะไหล คือแม่น้ําและทางระบายน้ํา แต่มันไหลลงทุ่ง เพราะมีการกักน้ําไว้ ไม่ปล่อยลงมาที่บริเวณลุ่มเจ้าพระยาตั้งแต่จังหวัดสุพรรณบุรี
ท่านประธานที่เคารพ เมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๔ ที่ฝ่ายส่งน้ํา และบํารุงรักษาที่ ๑ โครงการส่งน้ําและบํารุงรักษาท่าโบสถ์ สํานักชลประทานที่ ๑๒ นายวรชัย บํารุงผล ผู้อํานวยการโครงการส่งน้ํา นี่กันยายนแล้วครับท่านครับ วันที่ ๒๗ กันยายนแล้ว นายวรชัย บํารุงผล ผู้อํานวยการส่งน้ําและบํารุงรักษาประตูน้ําพลเทพ จังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่าจากการที่นายประภัตร โพธสุธน อดีต ส.ส. สุพรรณบุรี นําประชาชน ๕๐๐ คน มาดูสถานการณ์น้ําที่จังหวัดชัยนาท หลังจากนั้นจึงได้ปล่อยน้ํา เข้าทุ่งที่จังหวัดสุพรรณบุรีในจุดที่มีการเก็บเกี่ยวแล้ว ล่าสุดได้ปล่อยน้ําทางประตูระบายน้ํา พลเทพจาก ๑๙๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเป็น ๑๒๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และระบายที่คลองมะขามเฒ่า อู่ทอง ๓๕ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คุณวรชัยบอกอย่างนี้ครับ บอกเมื่อเดือนกันยายนปลายเดือนแล้วครับ ซึ่งมันเลยเวลามานานแล้วที่ต้องปล่อยน้ํา คุณวรชัย ผอ. โครงการส่งน้ําและรักษาประตูน้ําพลเทพบอกว่าไม่สามารถระบายน้ํา เพิ่มได้มากกว่านี้แล้ว มิฉะนั้นแล้วจะกระทบพื้นที่เกษตรที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวของ จังหวัดสุพรรณบุรี ท่านครับ นี่คือความผิดปกติของการปล่อยน้ําครับ วิกฤติของประเทศ ความเสียหายของประเทศมันเลยเกิดขึ้นเพราะเราไปกักน้ําไว้น้ําเลยไหลมาลงทุ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ
สุดท้ายที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือ ท่านนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๔ นักข่าวไปถามครับ ว่าท่านนายกรัฐมนตรี จะตอบประชาชนที่เดือดร้อนได้หรือไม่ว่าเมื่อไรน้ําจะหยุดท่วม ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ท่านกล่าวอย่างนี้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าปัญหาเกิดจากไม่มีการบูรณาการ ทุกคนจึงพยายามป้องกันจังหวัดของตนเองไม่ให้น้ําท่วม จังหวัดไหนละครับ นี่เป็นคําพูด ของท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ทุกคนพยายามป้องกันเขตจังหวัดตัวเองไม่ให้น้ําท่วม จึงทําให้ไปกระทบกับจังหวัดอื่น ไม่มีการบูรณาการทั้งสิ้นนะครับ พยายามป้องกันพื้นที่ ของตนเองไม่ให้ไปสุพรรณบุรี ไม่ให้ไปปทุมธานี น้ําเลยไหลเปลี่ยนทิศทางไม่เป็นไปตาม ธรรมชาติ ผมเลยกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้ปัญหาทั้งหมดมันไม่ได้อยู่ที่ปริมาณน้ํา ปริมาณน้ําเพิ่มขึ้นในภาคกลางประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองครับ น้ําส่วนใหญ่ มาเพิ่มขึ้นที่ภาคเหนือ น้ําจากภาคเหนือมันจะถูกกักเก็บด้วยเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ครับ แต่ว่าเมื่อเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ไม่สามารถปล่อยน้ํามาได้ หรือปล่อยน้ําแล้วถูกกักไว้ ไม่ปล่อยไปทางทิศตะวันตกและไม่ปล่อยไปทางทิศตะวันออกมันเลยเกิดวิกฤติขึ้น เป็นวิกฤติ ของการบริหารจัดการน้ําของรัฐบาลนี้ครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้ต้องมีการสอบสวนทวนความกัน เป็นครั้งใหญ่แล้วครับ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศมีคนประเมินว่าไม่ใช่แสนล้านบาท แล้วครับ มันอาจจะเป็นล้าน ๆ ความเชื่อมั่นของประเทศน้อยไปครับ ไม่มีความเชื่อมั่น ต่อการลงทุนอีกต่อไปแล้วครับ ถ้าเราจัดการน้ําในลักษณะเช่นนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี ไม่มีบารมีครับ ท่านไม่สามารถจัดการได้ ท่านไม่สามารถสั่งรัฐมนตรีที่รับผิดชอบว่า ควรจะจัดการน้ําอย่างไร ท่านไปเชื่อคนนอกเอาการเมืองมาจัดการกับน้ําปัญหามันเลยวิกฤติขึ้น ผมเห็นด้วยครับที่มีคนเขาบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีต้องพูดให้น้อยหน่อย เพราะท่านพูด เยอะมันก็ผิดพลาดเยอะ เขากล่าวอย่างนี้ท่านประธานครับว่าคนเราจะดูว่าโง่หรือฉลาด มันต้องดูที่การพูดครับ ผมเลย แนะนําท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่ามกลางวิกฤติขณะนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีพูดให้น้อยเถอะครับ ปัญหาจะลดน้อยลงครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านขจิตร ชัยนิคม ๗ นาทีนะครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม สรชัด สุจิตต์ จากจังหวัดสุพรรณบุรี ขอใช้สิทธิพาดพิงครับ
พาดพิงประเด็น ไหนครับ
พาดพิงเกี่ยวกับเรื่องน้ําที่ว่าไม่เข้าจังหวัด สุพรรณบุรีของท่านนิพิฎฐ์ครับ
เฉพาะประเด็นนี้ นะครับ ผมอนุญาตเฉพาะประเด็นนี้ให้ท่านได้ชี้แจงข้อที่ถูกพาดพิงและทําให้เสียหาย เฉพาะประเด็นนี้เท่านั้นนะครับ เชิญครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ต้องกราบเรียน ท่านประธานครับ ในจังหวัดสุพรรณบุรีนั้นน้ําได้เริ่มท่วมจังหวัดสุพรรณบุรีตั้งแต่ปลายเดือน สิงหาคม
ขอโทษที คุณหมอประท้วงอีกใช่ไหมครับ ผมกําลังอนุญาตให้ผู้ประท้วงใช้สิทธิประท้วง เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลกครับ ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธาน ในข้อ ๖๓ วรรคสอง ท่านต้องแม่นในข้อบังคับนะครับ เมื่อสักครู่คุณหมอชลน่านก็ประท้วง ประธานไปครั้งหนึ่งแล้วว่าการใช้สิทธิพาดพิงตัว ส.ส. ต้องเสียหาย วันนี้เขากําลังพูดถึง รัฐบาล พูดถึงรัฐมนตรี รัฐมนตรีต้องเป็นคนชี้แจงไม่ใช่ท่านปล่อยให้ ส.ส. ชี้แจง ไม่อย่างนั้น ส.ส. ก็จะชี้แจงเต็มไปหมด ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็อยู่ในที่นี้ครับ ถ้าพาดพิงกรมชลประทานอะไรก็แล้วแต่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องเป็นคนชี้แจงครับ ไม่ใช่ปล่อยให้ ส.ส. มาชี้แจงครับ ขอบคุณครับ
ผมไม่แน่ใจว่า ท่านอยู่พรรคไหนครับ
พรรคชาติไทยพัฒนาครับ
ผมเข้าใจว่า เป็นพรรคชาติไทยพัฒนา แล้วก็เป็นพรรคชาติไทยพัฒนา แล้วก็ถือว่าเป็นผู้เสียหาย
ผมจังหวัดสุพรรณบุรีด้วยครับ แล้วก็วันที่ ท่านวรชัยได้บอกกับที่ท่านนิพิฏฐ์ได้อ้างเมื่อสักครู่นี้ ผมก็อยู่ในเหตุการณ์ที่ประตูพลเทพ ด้วยครับ
ผมไม่ได้เข้าใจผิด นะครับ ท่านอยู่พรรคชาติไทยพัฒนาแล้วก็ได้รับความเสียหาย ผมอนุญาตให้ได้ชี้แจง
(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณหมอวรงค์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมอยากให้ท่านประธาน เวลาท่านนิพิฏฐ์อภิปราย หรือพวกเราอภิปรายท่านต้องตั้งใจฟัง ผมฟังชัดเจน เพราะทุกคําพูดของท่านนิพิฏฐ์นั้นมีความหมายครับ แล้วก็ได้มีการพาดพิงถึงกรมชลประทาน พูดถึงรัฐบาลครับ ไม่ได้พูดถึงพรรคการเมืองครับ ท่านต้องชัดเจนนะครับ อย่างนั้นเรื่องนี้ รัฐมนตรีต้องเป็นคนชี้แจงครับ ไม่ได้ปล่อยให้ ส.ส. มาชี้แจงครับ ยกเว้นถ้ามีการพาดพิง ถึงพรรคผมจะไม่ประท้วงครับ ผมเคารพกติกาครับ ขอบคุณครับ
ผมมองว่า ท่านเป็น ส.ส. สุพรรณบุรี แล้วก็มีผลกระทบ แต่ไม่เป็นอะไรท่าน ขอเวลาเล็กน้อยสักนาที ๒ นาทีครับ
(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณหมอเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลกครับ ถ้าอย่างนี้ท่านประธานยิ่งสับสน ในการตีความหมายครับ เพราะว่า ส.ส. ไม่ใช่เป็นคนแทรกแซงอํานาจในการบริหารจัดการ เรื่องน้ําของกรมชลประทาน มาตรา ๒๖๖ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นคนชี้แจงคือ จะต้องเป็นรัฐมนตรีเท่านั้น ท่านกําลังจะทําให้เพื่อน ส.ส. ของผมในข้อหาผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ เข้าไปแทรกแซงกรมชลประทาน ยิ่งไม่มีสิทธิในการชี้แจงใหญ่ครับ ต้องให้ รัฐมนตรีชี้แจงขอบคุณครับ
มีผู้ประท้วงอีก เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ผมประท้วงผู้ประท้วงเมื่อสักครู่ครับ เกี่ยวกับเพื่อนสมาชิกที่กําลังใช้สิทธิพาดพิง เขาเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขาไม่ได้ดูแลเรื่องน้ํานะครับ เขาไม่ได้กํากับ ประตูพลเทพที่ท่านนิพิฏฐ์อ้างถึง แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นในสํานึกของความเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็คือว่า จังหวัดสุพรรณบุรีนั้นประสบกับปัญหาน้ําท่วม ซึ่งเพื่อนสมาชิกเขากําลังจะชี้แจงขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่ท่านนิพิฏฐ์ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ เพราะฉะนั้นเป็นสิทธิของเพื่อนสมาชิกที่จะต้องชี้แจงในส่วนของเขาครับ เขาเสียหาย ที่ท่านนิพิฏฐ์พูดว่าจังหวัดสุพรรณบุรีไม่ท่วม ทําให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศเข้าใจผิด เพราะฉะนั้นเขาใช้สิทธิในการที่จะชี้แจงแล้วก็หักล้างข้อเท็จจริงครับ เพราะฉะนั้นเป็นสิทธิ ของเพื่อนสมาชิกที่จะใช้สิทธิพาดพิงได้ครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ เพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายนะครับ ผมขออนุญาตอย่างนี้เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานนะครับ ผมจะยึดแนวทางของคุณหมอวรงค์นะครับ แล้วผมจะกลับคําวินิจฉัยไม่อนุญาต แล้วจะยึดตรงนี้เป็นบรรทัดฐานก็ดีเหมือนกันนะครับ ก็เป็นบรรทัดฐานว่าต้องให้ผู้เสียหาย โดยตรงเท่านั้น เสียหายโดยอ้อมจะไม่อนุญาตแล้ว อย่างนั้นนะครับ แล้วถือว่าตรงนี้ เป็นบรรทัดฐานที่ผมจะใช้ในการวินิจฉัยต่อไป เพราะฉะนั้นขออนุญาตกลับคําวินิจฉัย ไม่อนุญาตแล้วครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาต กราบเรียนว่าที่จริงผมอยากจะฟังทั้งหมด แล้วก็ชี้แจงในคราวเดียวกันในตอนหลังก่อนที่จะ ปิดการประชุมเพื่อจะได้เก็บประเด็นทั้งหมด เพื่อจะไม่ให้เสียเวลาต่อท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทั้งหลายที่จะมีการอภิปรายพูดถึงการบริหารจัดการน้ําต่อไปนะครับ ผมอยากจะชี้แจงสั้น ๆ ก่อนต่อประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เมื่อสักครู่ ประทานโทษที่ท่านนิพิฏฐ์ได้กล่าวไปในเรื่องของการบริหารจัดการน้ํานะครับ
ในเรื่องของการบริหารจัดการน้ํานั้นทางผมคิดว่ามันเป็นเรื่องสถานการณ์ ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเราต้องดูตามสถานการณ์ เมื่อสักครู่ท่านก็หยิบตัวเลขออกมาดูให้เห็นชัดเจน ว่าช่วงไหนน้ําเป็นอย่างไรนะครับ ท่านก็พูดนะครับว่าช่วงไหนมีพายุเกิดขึ้นในบ้านเราเท่าไร เป็นอย่างไร ถ้าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ฟังท่านศรัณย์วุฒิเอาภาพมาให้เห็นนะครับ ซึ่งนั่นละครับคือข้อเท็จจริงที่ท่านศรัณย์วุฒิพยายามมาอธิบายว่าสาเหตุของน้ําต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมันเป็นอย่างไร มากน้อยแค่ไหน อย่างไร เพราะฉะนั้นการจัดการน้ํามันต้องขึ้นอยู่กับ สถานการณ์ เพราะฉะนั้นในการบริหารจัดการน้ํานั้น ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าในเขื่อน แต่ละเขื่อนเรามีหลักวิธีปฏิบัติเราเรียกว่า เราจะดูว่าในเขื่อนแต่ละเขื่อน เราจะดูว่าเกณฑ์ เก็บกักน้ําสูงสุดเป็นอย่างไร เกณฑ์เก็บกักน้ําต่ําสุดเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นเราจะบริหาร เขื่อนให้อยู่ในระหว่างเกณฑ์เก็บกักน้ําสูงสุดและเกณฑ์เก็บกักน้ําต่ําสุดนะครับ ผมยกตัวอย่างเช่นว่า ในฤดูแล้งเราพยายามดูว่าน้ําในเขื่อนนั้นมันจะอยู่ที่ระดับไหน เราจะพยายามไม่ให้ต่ํากว่าเกณฑ์เก็บกักน้ําต่ําสุดเท่าที่เราเป็นนะครับ ในฤดูฝนก็เช่นเดียวกัน การบริหารจัดการเขื่อน เราก็ต้องพยายามดูว่าเขื่อนนั้นจะไม่พยายามให้เกินเกณฑ์เก็บกักน้ํา สูงสุด เว้นแต่บางสถานการณ์มีความจําเป็นมากน้อย แค่ไหน อย่างไรนะครับ
ทีนี้ถามว่าช่วงต้นจะเห็นได้ชัดว่าทําไมไม่มีการระบายน้ําออกจากเขื่อน เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่เริ่มมีการใช้น้ําเพื่อการเพาะปลูก ถ้าผมจะย้อนอดีตสักนิดนะครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลายคงจะจําได้เมื่อปี ๒๕๕๓ ปีนั้นเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ เก็บน้ําได้อยู่ที่ประมาณ ๓๑ เปอร์เซ็นต์ของความจุทั้งหมด ถ้าผมพูดถึงน้ําใช้การ จะมีน้ํา ใช้การอยู่ที่ประมาณ ๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรเศษ ๆ ปีนั้นผมประกาศให้พี่น้องเกษตรกร ชาวนาให้เลื่อนการทํานาปีออกไป ถ้าท่านพอจะจําได้ ผมก็ได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี ในรัฐบาลที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่ในรัฐบาลที่แล้วนะครับ บอกว่าตรงนี้ขอให้ชดเชยดูแลเยียวยาพี่น้องเนื่องจากการเลื่อนการทํานาปีออกไป อันนี้ครับ คือเหตุผลที่เราต้องบริหารจัดการน้ําในเขื่อนนะครับ ทีนี้ถามว่าทําไมไม่ระบายน้ําออกมา ท่านก็ทราบนะครับ ตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนเป็นต้นมา เราได้รับอิทธิพลจากพายุไหหม่า แล้วก็ไล่มาเลยครับ นกเตน และไล่มาเลยครับ ไห่ถาง ไล่มาเลยครับ เนสาด แล้วก็จนมาถึง นาลแก กี่เดือนละครับติดต่อกันมาเลยตลอดเวลาที่เรารับอิทธิพล ฝนก็ตกทางเหนือ นอกจากนั้นแล้วนะครับ ร่องความกดอากาศต่ําก็พาดผ่านบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบนอยู่เป็นประจํา ประกบกับว่ามรสุมตะวันตกเฉียงใต้ก็มีกําลังแรง ฝนก็ตก อยู่ในบริเวณนี้ทั้งหมดนะครับ ซึ่งฝนในภาคเหนือตกมากกว่าค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ ร้อยละ ๕๐ กว่า ฝนในภาคกลางตอนบนก็ตกมากกว่าค่าเฉลี่ยอยู่ประมาณร้อยละ ๔๐ เกือบ ๕๐ อันนี้คือการตกของฝน ตกมาก ที่สําคัญพายุเข้ามาในช่วงเวลาสั้น ๆ ทําให้ปริมาณน้ํา ทั้งเหนือเขื่อนและปริมาณน้ําที่ท้ายเขื่อนมีเป็นจํานวนมาก ถ้าท่านจําได้นะครับ ตอนเดือนกรกฎาคมต่อเดือนสิงหาคมนะครับ ในลุ่มน้ํายมน้ําท่วม ตอนนั้นพี่น้องประสบภัย อยู่ ในลุ่มน้ําน่านเอง พิษณุโลกน้ําก็ท่วม ถามว่าวันนั้นแล้วเขื่อนสิริกิติ์จะระบายน้ํา ลงมาซ้ําเติมพี่น้องอีกหรือครับ ถึงแม้ว่าถ้าผมนั่งอยู่ ไม่ว่าผมอยู่ในรัฐบาลไหน ผมก็ต้องให้ทํา อย่างนี้ เพราะว่าการคาดการณ์พยากรณ์น้ําต่าง ๆ กรมอุตุนิยมวิทยาบอกเราได้แค่อาทิตย์เดียวว่า อะไรจะมา ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปข้างหน้า ถ้าทุกคนคาดการณ์ได้หมดว่าข้างหน้าอะไร จะเกิดขึ้น เหมือนกับขงเบ้งที่หยั่งรู้ดินฟ้าอากาศ ผมคิดว่าเราไม่ต้องมานั่งถกเถียงกัน อย่างปัจจุบันนี้ครับว่าเราจะต้องทําอย่างไร เพราะฉะนั้นการจัดการน้ํา บริหารจัดการน้ํา ในเขื่อนมันต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ต่าง ๆ ผมก็ย้อนกลับมาว่าการบริหารจัดการน้ําในลําน้ํา ลุ่มน้ําเจ้าพระยาประกอบด้วยลําน้ําหลัก ๔ สายตามที่เราทราบอยู่ ปิง วัง ยม น่านนะครับ ปิงเรามีภูมิพล น่านเรามีสิริกิติ์ ยมเราไม่มี วังเรามีนิดเดียวคือเขื่อนกิ่วลม จุน้ําเพียง ๑๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เท่านั้นเอง ทั้งหมดก็ไหลมารวมกันที่จังหวัดนครสวรรค์นั่นคือเป็นที่มา ลุ่มน้ํายมกับลุ่มน้ําน่าน น้ําท่วมอยู่ทั้งหมด เพราะฉะนั้นการบริหารจัดการน้ําเราก็ดูว่าการจัดการน้ําในลําน้ําเรามี ทางน้ําระบายออกอยู่ฝั่งตะวันออกกับฝั่งตะวันตก ฝั่งตะวันออกคืออะไรครับ ก็คือ คลองชัยนาท ป่าสัก ที่เอาลงมาในแม่น้ําป่าสักและใช้เขื่อนพระรามหกทดน้ําเข้าคลองระพีพัฒน์ เพื่อจะเอาน้ําออกทะเลทางสมุทรปราการ นี่ก็คือทางตะวันออกหรือว่าแบ่งเอาน้ําไปออก ทางจังหวัดนครนายก หรือแบ่งเอาน้ําไปออกทางจังหวัดฉะเชิงเทรา นี่คือทางตะวันออก แต่ถามว่าทําได้มากไหมครับ คลองระพีพัฒน์แยกตะวันตกรับน้ําได้สูงสุด ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาทีเท่านั้นเองนะครับ พอลงมาข้างล่างมาถึงคลอง ๑๓ คลอง ๑๓ นี่รับน้ําได้ประมาณ ๓๐-๔๐ ลูกบาศก์ต่อวินาทีเท่านั้นเองที่จะส่งน้ําไปยังสมุทรปราการ เราก็อาศัยว่า ลงคลองรังสิตเพื่อจะไปออกทางแม่น้ํานครนายกคือสูบน้ําออกที่ปะทิว สูบน้ําศรีเสาวภา แล้วก็ไปลงไปออกที่ทางนครนายกอีกตัว คือจากคลองหกวาสายล่างไปออกที่ประตู ศรีสมบูรณ์ เมื่อลงมาข้างล่างก็ไปออกบางขนาก ท่าไข่ ที่ท่าทัวร์และก็ไล่กันไปเรื่อย ๆ ซึ่งมีลุ่มน้ําเรียงราย นี่คือทางตะวันออกข้อจํากัดก็มีอยู่แค่นี้ ถามว่าตอนบนรับน้ําได้เท่าไร คลองชัยนาท ป่าสักรับน้ําได้ประมาณ ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเท่านั้นเองนะครับ ที่จะรับน้ําเข้ามาในระบบ และหันมาดูตรงฝั่งตะวันตกบ้าง ฝั่งตะวันตกมีอะไรครับ มีคลองมะขามเฒ่า อู่ทอง รับน้ําได้ประมาณ ๓๐-๔๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คลองแม่น้ําท่าจีน แม่น้ําท่าจีนความจุของลําน้ําอยู่ที่ประมาณ ๒๐๐ แต่ประตูสามารถรับน้ําได้ประมาณ ๓๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ถัดจากนั้นก็คือแม่น้ําน้อยคือประตูบรมธาตุที่จะรับน้ําเข้าไป ถามว่าประตูบรมธาตุรับน้ําแล้วไปไหน ก็เพียงเบี่ยงทางเดินไม่ให้น้ําผ่านสิงห์บุรี อ่างทอง และตัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สุดท้ายก็มาบรรจบกับแม่น้ําเจ้าพระยาอีกที่ก่อนถึง บางไทร และถามว่าเราจัดการน้ําอย่างไรเมื่อน้ําลงมา เมื่อน้ําผ่านนครสวรรค์ลงมา มาถึงท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเป็นเขื่อนทดน้ํา จัดการน้ําเข้าสู่ระบบฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก เริ่มต้นทีเดียวผมขออนุญาตกราบเรียนว่าหลักฐานถ้าผมพูดผิดพูดถูก ท่านไปค้นเหมือนที่ ท่านนิพิฏฐ์ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านช่วยเอามาโชว์ เมื่อสักครู่นะครับ ไปค้นย้อนหลังเลย ในเว็บไซต์ของกรมชลประทานว่าที่ผ่านมาจัดการน้ําในภาคตะวันออก ภาคตะวันตกอย่างไร นะครับ เดิมทีเดียวผมย้อนมาภาคตะวันออกนิดหนึ่งครับ เดิมภาคตะวันออก เรารับเข้าคลองชัยนาท ป่าสักรับเข้ามาประมาณ ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่หลังจากนั้น ฝนตกหนักแถวจังหวัดลพบุรี ประกอบกับประตูระบายน้ําบางโฉมศรีที่ชํารุดเสียหาย ตรงคอสะพาน นอกจากประตูระบายน้ําบางโฉมศรีแล้ว คันกั้นน้ําตามแนวคลองชัยนาท พระนครศรีอยุธยาขาดอีกประมาณ ๑๐ จุด ก็เหนือขึ้นไปอีกละครับ เหนือจังหวัดชัยนาท ขึ้นไปจนถึงประตูมโนรมย์ก็มีคันกั้นน้ําขาดอีกหลายจุด น้ําทั้งหมดก็ทะลักมาอยู่ที่ลพบุรี เพราะฉะนั้นเราจึงจําเป็นไม่ได้ส่งน้ําเข้าไปทางภาคตะวันออกเลย ลดการส่งน้ําเข้าไปทาง ภาคตะวันออกทางคลองชัยนาท ป่าสักนี่ลดจาก ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรกว่าเหลือประมาณ ๘๐ ลูกบาศก์เมตรกว่า ลดลงมา ๖๐ ลูกบาศก์เมตรกว่าจนเดี๋ยวนี้ก็ส่งไปประมาณ ๒๐ กว่าลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเท่านั้นเอง หันมาดูทางภาคตะวันตกนะครับ ภาคตะวันตก เดิมทีเดียวเราก็ส่งน้ําเข้าไปเต็มที่ แต่สภาพลําน้ํามันไม่เอื้อ จําได้ไหมครับว่าน้ําท่วม ที่สุพรรณบุรี ที่ตลาดร้อยปีท่วมไหมครับ ท่วม เมื่อท่วมแล้วเราก็มาบริหารจัดการ เมื่อน้ํา เข้าไปมากมันก็ออกลําบาก ท่านทราบดีแม่น้ําท่าจีนเป็นอย่างไร แม่น้ําสุพรรณก็คือ แม่น้ําท่าจีนแหละครับอันเดียวแหละครับมันเรียกชื่อตามที่จังหวัดมันผ่านไป แม่น้ําท่าจีน ก่อนจะออกทะเลคดเคี้ยวมากมายมหาศาล การไหลออกของน้ํายากลําบากเมื่อเอาน้ําเข้าไป ทางแม่น้ําท่าจีนแล้วน้ําก็จะตรงไปยังบริเวณสองพี่น้อง น้ําก็จะตรงอยู่ที่บางปลาม้า น้ําก็จะตรงที่บางเลนออกไม่ได้นี่คือส่วนหนึ่ง เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้เราก็ลดน้ํา ที่จะส่งเข้าไปในแม่น้ําท่าจีนลดออกมา ในเมื่อปริมาณน้ํามาเป็นจํานวนมากเห็นว่า ภาคตะวันออกก็คือจังหวัดลพบุรีมีปัญหามากมาย เมื่อเราชะลอน้ําที่ส่งไปแม่น้ําท่าจีน ได้ในระดับหนึ่ง หลังจากนั้นก็ได้ส่งน้ําเข้าไปท่าจีนเพิ่มเติมตามที่ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ ข้อมูลทั้งหมดนะครับ ผมไม่พูดตัวเลข เพราะผมจําตัวเลขได้ไม่แม่น แต่ท่านสามารถไปค้นได้จากเว็บไซต์ ของกรมชลประทานว่าแต่ละวันที่ท่านตามกล่าวอ้างเป็นอย่างที่ผมพูดหรือเปล่า เรียกค้นได้ มันเป็นเรคคอร์ด (Record) อยู่ ผมขออนุญาตกราบเรียนนะครับ และเมื่อสักครู่ท่านก็บอกว่า ผมให้สัมภาษณ์เช่นนั้น ผมไม่เถียงครับ ผมพูดจริง บอกให้กรมโยธาธิการประสาน กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตดูสิ ชะลอน้ําลงมาหน่อยได้ไหมจากเขื่อนภูมิพล เพราะน้ําข้างล่างนี่ มันท่วมอยู่ ตอนนั้นเราเข้ามาเริ่มต้นท่านจําได้ไหมครับว่าทําอย่างไรเราจะแบ่งเบาลง แม่น้ําเจ้าพระยา เราคิดว่าทุ่งไหนที่เป็นแก้มลิงที่พี่น้องเกษตรกรเขาเกี่ยวข้าวเสร็จแล้ว เราก็เอาน้ําเข้าไปเก็บไว้ในทุ่ง ถามว่ารัฐบาลที่แล้วผมเป็นรัฐมนตรีผมทําอย่างนี้ไหม ผมก็ทําอย่างนี้ละครับผมก็ทําอย่างนี้แหละ คือทุ่งไหนที่เราเกี่ยวข้าวเสร็จแล้วเราก็เอาน้ํา เข้าไปในทุ่ง ที่บอกว่าให้ชะลอเพราะพี่น้องเขากําลังจะเกี่ยวข้าว ทั้งทุ่งท่าวุ้ง ทั้งทุ่งอะไรต่าง ๆ เหล่านี้เขากําลังจะเกี่ยวข้าว เพราะฉะนั้นผมจึงบริหารจัดการในลักษณะนี้ เพราะฉะนั้น ในชั้นนี้ผมขออนุญาตชี้แจงในเบื้องต้นเพียงแค่นี้ก่อน ขอขอบคุณครับ เดี๋ยวตอนบ่าย ผมจะชี้แจงเพิ่มเติมอีกครั้ง ขอบคุณมากครับ
เมื่อกี้ ผมอนุญาตให้ท่านขจิตร ต้องขออภัยท่านขจิตรนะครับ ขอเวลาให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงต่อจากท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม ก็ท่านรัฐมนตรีธีระชัยก็ขอชี้แจง เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีท่านมีภารกิจด้านนอกของสภา มอบหมายให้ผมได้กราบเรียน เพื่อขอความกรุณาให้บรรดาสมาชิกได้โปรดเข้าใจใน ๒ ประเด็น เพราะเท่าที่ผมฟัง เพื่อนสมาชิกหลายคนตั้งข้อสังเกตว่าแล้วทําไมรัฐบาลถึงตั้งงบกลางเอาไว้ งบเยียวยา ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท งบฉุกเฉินและจําเป็น ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่านทั้งหลายตั้งข้อกล่าวหา ว่านี่เปิดช่องทางทุจริตหรือไม่ ท่านทั้งหลายตั้งข้อสังเกตว่าทําไมไม่ระบุในรายละเอียดว่า เงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเอาไปใช้อะไร และ ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท นั่นเป็นที่เข้าใจว่า งบฉุกเฉินและจําเป็นมันเป็นเรื่องจะเกิดขึ้นภายภาคหน้า ไม่มีใครรู้ ท่านก็อภิปราย กันน้อยหน่อย แต่สําหรับงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ด้วยความเคารพท่านประธานและบรรดา เพื่อนสมาชิกที่ผมต้องขอเวลาเล็กน้อยเพื่อชี้แจงทําความเข้าใจกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เพราะการที่ท่านพูดตอกย้ํา ถ้าพี่น้องประชาชนฟังต่อเนื่องก็ตั้งข้อสังเกตได้ ท่านประธานครับ รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณปี ๒๕๕๕ ตามตัวเลข งบลงทุน ค่าใช้จ่ายประจํา ใช้หนี้เงินคงคลัง ใช้หนี้ นั่นอภิปรายไปแล้ว จะขาดทุน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นทราบดี แต่ท่านติดใจว่า งบกลางนั้น งบเยียวยา ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท งบฉุกเฉินจําเป็น ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท ผมขอประทานกราบเรียนว่า งบฉุกเฉินจําเป็นนั้นจะใช้ในอนาคต งบเยียวยาที่ท่านบอกว่า ไม่ใส่ในรายละเอียด มันใส่ไม่ได้ เพราะวันนี้ยังไม่รู้ความเสียหายเกิดขึ้นที่ไหน อย่างไร เมื่อก่อนไม่มีใครคิด เขตบางบอนบ้านผมน้ําจะท่วม ผมไม่เคยคิด วันนี้ก็เรียบร้อย อยู่ในข่ายจะได้บ้านละ ๕,๐๐๐ บาทกับเขาเหมือนกัน ยังไม่รู้ว่าจากนี้ต่อไปหลังจาก น้ําลดลงแล้วความเสียหายใดจะเกิดต่อพี่น้องประชาชนอีก ก็จึงตั้งตัวเลขกลม ๆ เอาไว้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมขออนุญาตท่านทั้งหลายเก่งกว่าผมเยอะ แต่บังเอิญปี ๒๕๓๑ ถึงปี ๒๕๓๔ ผมเคยทํางานกับสํานักงบประมาณ ถามว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาล ใช้ได้ไหม ไม่ได้ ใช้ได้โดยมีขั้นตอน รัฐบาลตั้งคณะกรรมการมา ๔ ชุด จะใช้เท่าไร อย่างไร ต้องเอาให้คณะกรรมการ ๔ ชุด เขาดู มีเหตุมีผล คณะกรรมการ ๔ ชุด ชุดหนึ่งชุดใดตัดสินได้ไหม ไม่ได้ครับ เมื่อมีข้อเสนอ และเห็นว่าพี่น้องประชาชนเดือดร้อนควรฟื้นฟูเยียวยาอย่างไร คณะกรรมการ ๔ ชุด ก็ต้องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีเห็นชอบนั่น ขั้นตอนที่ ๒ คณะรัฐมนตรีก็ต้องเสนอ มายังสํานักงบประมาณ สํานักงบประมาณเขามีระเบียบบริหารงบประมาณแผ่นดินปี ๒๕๔๘ แก้ไขเพิ่มเติมข้อ ๓๐ เขาถึงจะอนุมัติให้ได้ แล้วเมื่ออนุมัติเสร็จกระทรวงการคลัง ต้องรับรู้ กรมบัญชีกลางต้องอนุญาตให้เบิกเงิน ถามว่ารายละเอียดมีไหม รายละเอียดต้องมี ทุกขั้นตอน ตั้งแต่คณะกรรมการเยียวยา คณะรัฐมนตรี สํานักงบประมาณ กระทรวงการคลัง และตรวจสอบได้ไหม ได้ครับ ใครที่บอกว่าตรวจสอบไม่ได้ท่านเข้าใจผิด เหตุที่ตรวจสอบได้ เพราะเมื่อขั้นสุดท้ายเบิกเงิน พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารมี ท่านก็ไปขอดูรายละเอียดว่า เอ๊ะ คณะกรรมการเยียวยานี่เหมาะสมไหม ให้ใคร เรื่องอะไร ที่ไหน วัน ว เวลา น ใด ท่านไปตรวจได้ ครม. เห็นชอบตามวาระกรรมการเยียวยามีเหตุผลสนับสนุนอย่างไร งบประมาณคุณมีกฎหมายดูแลอยู่นะ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงบประมาณปี ๒๕๔๘ แก้ไขเพิ่มเติมข้อ ๓๐ คุณอนุมัติอย่างไร กระทรวงการคลังเห็นด้วยอย่างไร กรมบัญชีกลาง จ่ายเงินอย่างไร ถ้าทุจริตท่านก็อภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพจริง ๆ นะครับ ท่านจะได้ไปพูดประเด็นอื่น ยังมีเยอะในงบประมาณรายจ่ายปีนี้ ผมกราบขอบคุณ ท่านประธานครับ แล้วขอบพระคุณบรรดาสมาชิก ผมไม่ได้ต้องมาบอกว่าผมเก่งกว่าท่าน แต่เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน ประชาชนฟังแล้วก็ เอาละ จบแล้วเรื่องนี้ งบเยียวยาเท่านี้ งบฉุกเฉินจําเป็นเท่านี้ ย้ําอีกครั้งฉุกเฉินจําเป็นไม่มีใครรู้หรอกครับ ก็มันยังไม่เกิด กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณท่านสมาชิกครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ ท่านรัฐมนตรีธีระชัยครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง อันที่จริงแล้วนี่นะครับตลอด ๒ วันที่มีการอภิปรายมีประเด็น ที่ท่านสมาชิกได้กรุณาตั้งเป็นข้อสังเกต แล้วก็ข้อแนะนํา ซึ่งผมคิดว่าจําเป็น จะต้องมีการให้คําชี้แจงหลายข้อด้วยกัน แต่ว่าผมเองก็ตั้งใจว่าจะรอจนกระทั่งช่วงเย็น รวบรวมตอบทีเดียว แต่บังเอิญมีกรณีที่ท่านนิพิฏฐ์ได้กรุณาพูดเกี่ยวกับเรื่องของข้อความ ที่ผมใส่ไว้ในเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับเรื่องของการบริหารจัดการน้ําในเขื่อน ผมเกรงว่าถ้าผม ไม่อธิบายในตอนนี้เดี๋ยวจะมีความเข้าใจผิดกัน ขอเวลาท่านประธานอธิบายเพียงสั้น ๆ ที่ผมได้ใส่ไว้ในเฟซบุ๊กนี่นะครับ ผมพยายามที่จะขอความเห็นนะครับจากคนที่เป็นแฟนแล้วก็ เข้ามาอ่านนะครับ เพื่อที่จะเอาไปใช้ในการบริหารจัดการในอนาคตเพื่อที่จะทําให้การบริหาร น้ํานั้นดีขึ้น จริง ๆ แล้วมีท่านสมาชิกหลายคนแล้วก็มีประชาชนทั่วไปก็มีข้อสังเกตว่า ครั้งนี้แปลกมากว่าทําไมอุทกภัยที่เกิดขึ้นครั้งนี้นะครับ การเตือนภัยมันถึงเกิดได้ยาก บางคน ก็บอกว่าเตือนช้า แล้วก็เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็คือว่าเมื่อเกิดการเตือนแล้วก็จะฉุกละหุก ผมเองได้เห็นกราฟอันนี้ซึ่งเป็นกราฟของระดับน้ํานะครับ อันนี้แสดงเฉพาะระดับน้ํา ในเขื่อนภูมิพล อยากจะเรียนข้อมูลที่ผมได้ศึกษาวิเคราะห์ในกราฟอันนี้อย่างนี้ว่าถ้า มองย้อนกลับไป ๒ ปีที่ผ่านมานะครับระดับน้ํานี่เอาเฉพาะในเขื่อนภูมิพลนั้นนะครับ จากระดับต่ําสุดช่วงก่อนหน้าฝน แล้วจนกระทั่งขึ้นไปสูงสุดภายหลังจากหน้าฝนเสร็จสิ้นนั้นนะครับ ทั้ง ๒ ปีระดับน้ํา เพิ่มขึ้นประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้ง ๒ ปีใกล้เคียงกันไม่ต่างกันมาก ๕,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ แต่สําหรับปีนี้ ปี ๒๕๕๔ จากระดับต่ําสุด ขึ้นไปจนถึงระดับพีค (Peak) นี่นะครับ น้ําเพิ่มขึ้น ๗,๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ๗,๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรนี่เพิ่มขึ้นจากที่เคยเจอเทียบกับ ๒ ปีก่อนเพิ่มขึ้น ๕๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ อันนี้คือเฉพาะน้ําที่เป็นฝนตกเหนือเขื่อน แล้วพูดถึงเฉพาะ เขื่อนภูมิพล คือถ้าน้ําอยู่ในพื้นที่จํานวนเท่ากันนะครับ แล้วใน ๒ ปีก่อนนั้นนี่นะครับ ระดับน้ํามีสมมุติว่า ๒ เมตร ปีนี้มันก็จะต้องสูงขึ้นมาเป็น ๓ เมตร ถ้า ๒ ปีก่อนระดับน้ํา ตรงไหน ๓ เมตร ปีนี้มันก็จะต้องขึ้นมาเป็น ๔.๕๐ ถึง ๕ เมตร ถ้า ๒ ปี ถ้าตรงไหน ๕ เมตร ปีนี้ก็ต้องเป็น ๗.๕๐ เมตร เพราะฉะนั้นมันถึงไม่น่าแปลกใจว่าทําไมการเตือนภัย มันถึงทําได้ยาก เพราะว่าที่ผ่านมาเราได้สร้างชุมชนโดยการสร้างกําแพงกั้น แล้วก็บ้านเรือน โรงงานนี่อยู่ต่ํากว่าระดับน้ํา เพราะฉะนั้นถ้าเดิมคิดว่าระดับน้ําที่เคยประสบในอดีต แล้วมีการสร้างเขื่อนป้องกันในระดับที่คิดว่าพอนี่ พอเวลามันสูงขึ้นได้อีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ มันก็ไม่พอ แล้วพอมันไม่พอในเวลามันไหลกลับเข้ามาแล้วนี่นะครับมันก็ท่วมอย่างฉับพลัน อันนี้คือปัญหาที่ผมสังเกตดูว่าลักษณะการเตือนภัยจะทําได้ยาก คือถ้าน้ํามันไม่ถึงระดับเขื่อน มันกั้นได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ แต่พอน้ํามันเลยระดับเขื่อนไปแล้วนี่มันกั้นได้ ๐ เปอร์เซ็นต์ นี่มันต่างกัน ไม่ใช่ว่าถ้าน้ําเลยระดับเขื่อนแล้วมันจะเข้ามาแค่นิด ๆ หน่อย ๆ ไม่ใช่ครับ นี่คือ ปัญหา แล้วทั้งหมดที่ผมเอามาวิเคราะห์นี่คือผมพยายามจะหาทางที่จะใช้นโยบาย ในเรื่องของการจํานําข้าวนั้นเพื่อที่จะช่วยในการแก้ปัญหาในเรื่องของการบริหารจัดการน้ํา ในเขื่อน คือผมลองปรึกษากับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการบริหารจัดการน้ํา แล้วผมก็ลองตั้งคําถามว่า สมมุติว่าผมจะหาทางให้การบริหารน้ําในเขื่อนมีความยืดหยุ่นขึ้น คือพูดง่าย ๆ ว่าการกักเก็บน้ําไว้ สมมุติว่าในอนาคตต่อไปเราอาจจะบอกว่า เราให้ความสําคัญกับการบริหารเขื่อนเพื่อเป็นการทําให้น้ําไหลลงอย่างมีระบบมากขึ้น มากกว่าการที่จะเก็บเอาไว้ในการเพาะปลูกจะทําอย่างไร ผมก็เลยลองถามเขา เขาก็บอกว่า ก็อาจจะมีวิธีทําได้ ๒ ทาง
ทางหนึ่งก็คือว่า ในเมื่อเราจะเก็บกักน้ําในเขื่อนไว้ให้น้อยลง แต่ก็จะมี ความเสี่ยงนะครับว่า ถ้าเกิดปีถัดไปเก็บน้ําไว้ในเขื่อนน้อยลง แล้วปีถัดไปฝนมาน้อย น้ําก็จะมีใช้ในการเพาะปลูกน้อย เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่ต้องทําก็คือสร้างแหล่งน้ําชุมชน ให้เกิดขึ้นในชุมชนต่าง ๆ นี่เป็นจํานวนมาก อันนั้นเป็นประการแรก
ประการที่ ๒ ที่ได้ปรึกษาหารือกันก็คือว่าลักษณะของการปลูกข้าว ซึ่งในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง แล้วก็ภาคกลางในอดีตที่ผ่านมานั้นปลูก ๓ ครั้งต่อปี สมมุติว่า เราตัดออกไปให้ปลูกแค่ ๒ ครั้งต่อปี มันก็จะมีจังหวะที่นาสามารถที่จะว่างสําหรับเก็บน้ํา ได้ประมาณ ๔ เดือนต่อปีในช่วงหน้าฝน ผมลองคํานวณดูแล้วว่าถ้าหากทําอย่างนั้น แล้วเราชดเชยเจ้าของที่ด้วยการจ่ายเงินชดเชยนั้นก็น่าจะไม่เกิน ๗,๐๐๐ ล้านบาท ๘,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี แล้วก็วิธีนั้นก็จะช่วยทําให้ดินอุดมสมบูรณ์ขึ้นนะครับ เพราะว่า ในช่วงที่เว้นจากการปลูกข้าว ครั้งที่ ๓ นั้นก็สามารถที่จะปลูกพืชล้มลุกได้ แล้วก็รวมทั้ง สามารถที่จะแก้ปัญหาพวกเพลี้ยกระโดดอะไรต่าง ๆ นี่นะครับ ตัดตอนได้ชัดเจนขึ้น ผมก็เลยได้หยิบยกประเด็นพวกนี้ขึ้นเหมือนกับว่าแถลงไว้ในเฟซบุ๊ก เพื่อที่จะให้คนเข้ามา แสดงความคิดเห็นว่าแนวคิดอันนี้เป็นแนวคิดที่ดีหรือไม่ ทั้งหมดนี้ท่านประธานครับ ได้ดําเนินการไปเพื่อที่จะหาทาง เพื่อจะให้การบริหารจัดการน้ํา แล้วก็การบริหารจัดการเขื่อน ในอนาคตคล่องตัวขึ้นเท่านั้นเอง ไม่ได้เล็งที่จะหาคุ้ยเขี่ยว่า การดําเนินการที่ผ่านมานั้นใครมีความผิดในเรื่องของการระบายน้ําในเขื่อนหรือไม่ เป็นการวางแผนสําหรับอนาคตเท่านั้นครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
เชิญท่านขจิตร ชัยนิคม อยู่หรือเปล่าครับ ไม่อยู่ เชิญวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ๗ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ก่อนอื่น ก็ต้องขอร่วมแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์น้ําท่วมครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทยเราที่เกิดขึ้น ในวันนี้ และดิฉันเองก็เป็นหนึ่งผู้ประสบภัยเช่นเดียวกัน อยู่เขตสายไหมค่ะ ท่านประธาน ตอนนี้บ้านก็เรียกว่าท่วมจนมิดหัวดิฉันแล้วก็ว่าได้นะคะ แต่ก็กําลังใจยังไม่เสีย แล้วก็ยังจะขอสนับสนุนและให้กําลังใจกับผู้ประสบภัยทุก ๆ ภาคนะคะขอให้มีกําลังใจ และให้รับทราบไว้ว่า รัฐบาลของเรากําลังทําหน้าที่กันอย่างเต็มที่ และก็ให้ทราบไว้ว่าอย่างไร คนไทยเราแล้วเป็นคนไทยด้วยกันก็ไม่มีทางทิ้งกันแน่นอน
ท่านประธานคะจริง ๆ แล้วในวันนี้เป็นการอภิปรายงบประมาณรายจ่าย ประจําปี ๒๕๕๕ ซึ่งถ้าดูจากเมื่อวานและวันนี้แล้วมีหลายท่าน ที่ดูท่าทางว่าจะเล็งเห็นถึง ความเดือดร้อนเกี่ยวกับปัญหาน้ําท่วมเป็นปัจจุบัน แล้วก็นําเรื่องขึ้นมาอภิปรายเสียมากกว่า แต่ในวันพรุ่งนี้เอง เราเองก็จะมีการอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องน้ําท่วมอยู่ดี ดังนั้นดิฉันเอง ก็อยากจะขอยกเรื่องของสังคมขึ้นมาเป็นหลัก แล้วก็อยากจะให้น้ําหนักเกี่ยวกับการสร้าง ความเข้มแข็ง ความมั่นคง แล้วก็ความเป็นอยู่ของคนไทยเสียมากกว่า ซึ่งในโครงสร้าง ในงบประมาณของปีนี้ดิฉันต้องบอกว่า ต้องขอขอบคุณทางรัฐบาลที่ได้เล็งเห็นถึงความสําคัญ และได้จัดเป็นยุทธศาสตร์แรกที่จะนําเสนอให้แก่รัฐสภาแห่งนี้รัฐบาลได้ให้ความสําคัญ โดยให้ชื่อภายใต้ชื่อการสร้างรากฐานการพัฒนาที่สมบูรณ์สู่สังคม ตั้งงบประมาณไว้ ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณทั้งหมด ถ้าคิดเป็นจํานวนแล้วก็อยู่ที่จํานวน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานคะ ถ้าพูดถึงเรื่องสังคมแล้วก็คงหนีไม่ได้ ถ้าเราจะถูกถามว่าปัญหาทางด้านสังคมของประเทศไทยตอนนี้อะไรเอ่ยที่เป็นปัญหาหลัก คงจะหนีพ้นไม่ได้นั่นก็คือปัญหาทางด้านยาเสพติด รัฐบาลเองได้ตั้งงบประมาณถึง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทในการแก้ไขปัญหายาเสพติด แต่ถามดิฉันว่ามันเป็นงบที่มากไหม มันก็ไม่น้อยนะคะ แต่ดูแล้วมันอาจจะไม่เพียงพอ เมื่อครั้งก่อนที่ปัญหายาเสพติด เราได้ห่างหายจากประเทศไทยเราไปแล้ว แต่ปัจจุบันยาเสพติดกลับหาง่ายยิ่งกว่าซื้อ ลูกกวาดกินอีกค่ะท่านประธานเป็นปัญหาใหญ่ที่ประเทศไทยเราควรจะต้องให้การดูแลนะคะ ซึ่งต้องขอขอบคุณทางนายกรัฐมนตรีที่ได้ให้ ร้อยตํารวจเอก ดอกเตอร์เฉลิม อยู่บํารุง มาเป็นหัวหน้าทีมในการแก้ไขดูแลปัญหายาเสพติดเป็นองค์รวมทั้งประเทศ ซึ่งต้องบอกว่า ได้ใช้คนได้ถูกกับงานที่ได้ใช้จริง ๆ ดิฉันเองได้สอบถามกับทางฝ่ายปกครอง ฝ่ายตํารวจ และฝ่ายบริหารหลาย ๆ ฝ่ายแล้ว แต่ละฝ่ายได้ให้ความเชื่อมั่นแล้วก็มั่นใจว่าท่าน ร้อยตํารวจเอก ดอกเตอร์เฉลิม อยู่บํารุง สามารถจะแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ดีทีเดียว แล้ววันนี้ท่านเองก็ได้ไปจังหวัดเชียงราย ๒-๓ ครั้งแล้ว ได้ไปประชุมเชิงนโยบายในการ ปราบปรามยาเสพติดให้โอวาทแก่ฝ่ายปกครอง ให้โอวาทกับทางฝ่ายตํารวจนะคะ แต่ก็อยากจะฝากจริง ๆ กับทางรัฐบาลชุดนี้ เพราะว่าปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่ใหญ่หลวง และจังหวัดเชียงรายของดิฉันเอง หรือว่าจังหวัดหลาย ๆ จังหวัดภาคเหนือตอนบน ไม่ว่าจะ เป็นเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลําพูน ก็มีปัญหา โดยเฉพาะจังหวัดเชียงรายเป็นเหมือน ประตูหน้าด่านที่สามารถจะลําเลียงหรือว่ายาเสพติดสามารถจะเล็ดลอดเข้ามาในจังหวัดเรา หรือเข้ามาในประเทศเรา จังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดต้น ๆ เลยก็ว่าได้ งบประมาณตรงนี้ ถึงแม้วันนี้เราได้บุคคลที่ถูกกับงานแล้ว แต่ว่าเครื่องมือที่จะต้องใช้ จึงอยากจะของบประมาณ ตรงนี้ถ้าสามารถจัดสรรได้เพิ่มเติม จังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดต้น ๆ เลยก็ว่าได้นะคะ งบประมาณตรงนี้ถึงแม้วันนี้เราได้บุคคล ที่ถูกกับงานแล้ว แต่ว่าเครื่องมือที่จะต้องใช้ละคะ จึงอยากจะของบประมาณตรงนี้ ถ้าสามารถจัดสรรได้เพิ่มเติมหรือว่ามันจําเป็นจริง ๆ อยากให้ลูกหลานเราห่างไกลยาเสพติด อยากให้อนาคตเขาดีขึ้น ช่วยจัดสรรงบประมาณถ้าเกิดจําเป็นให้เพิ่มไปตรงจุดนี้ด้วย
นอกจากนั้นทางรัฐบาลเองก็ยังจัดสรรงบประมาณในการยกระดับราคา พืชผลทางการเกษตรโดยการจัดสรรงบประมาณ ๙๒,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งงบประมาณ ตรงนี้เชื่อได้ว่าก็คงจะเอาไปใช้ในโครงการรับจํานํา และดิฉันก็มั่นใจค่ะว่าจะสามารถแก้ไข ราคาพืชผลการเกษตรให้กับพี่น้องเกษตรกรอย่างได้ดีค่ะ แต่ท่านประธานคะ ไม่ใช่เฉพาะ แค่ภาคการเกษตรเท่านั้นค่ะภาคการท่องเที่ยวก็เป็นอีกภาคหนึ่ง เป็นอีกกระทรวงหนึ่ง ที่สําคัญ และที่สามารถจะนํารายได้ให้แก่พี่น้องประชาชนได้ดี การท่องเที่ยวสามารถ จะดึงดูดนักท่องเที่ยว สามารถจะสร้างเงินให้ไหลเข้ามาในประเทศไทยเรา ดังนั้น งบของการท่องเที่ยวที่ตั้งไว้ถึง ๖,๖๐๐ ล้านบาท นี่ค่ะ ยกตัวอย่างค่ะ จังหวัดเชียงราย ของดิฉันในปี ๒๕๕๕ ก็จะเป็นปีพิเศษที่ครบรอบ ๗๕๐ ปี ก็อยากจะขอฝากทางรัฐบาล ช่วยดูแลแล้วก็จัดสรรงบที่จะสามารถดึงเงินให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้ด้วยนะคะ
เรื่องสุดท้ายค่ะ เป็นการตั้งงบประมาณในส่วนของกองทุนในสังกัดของ สํานักนายกรัฐมนตรี นั่นก็คือกองทุนพัฒนาสตรี แล้วก็กองทุนพัฒนาแม่บ้าน ท่านประธานคะ ๑,๗๐๐ ล้านบาทโดยประมาณเป็นเงินก็ไม่น้อยเลยนะคะ แต่ถามว่าถ้าเอามาหารกับ ๗๗ จังหวัดของทั่วประเทศไทยแล้วจะตกเฉลี่ยประมาณ ๒๐ ล้านบาทต่อจังหวัดเท่านั้นเอง ซึ่งถ้าเราลองดูศักยภาพของแม่บ้าน เขาต้องตื่นเช้า ต้องทําอาหาร และต้องมาบริการจัดงาน เป็นแม่งาน ศักยภาพของเขามันมีมากกว่านั้นค่ะ หรือว่าอาจจะเป็นการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ จะทําอย่างไรให้เขามีความรู้สามารถสร้างอาชีพ สามารถดึงผลิตภัณฑ์โอทอป ผลิตภัณฑ์ พื้นบ้านเข้ามาเป็นที่รู้จักในระดับจังหวัดหรือว่าในระดับประเทศเองก็ตาม ก็อยากจะให้ ทางรัฐบาลช่วยดูแล แล้วก็ถ้าเป็นไปได้ในอนาคตก็อยากจะให้เพิ่มในงบประมาณตรงนี้ด้วย และดิฉันทราบค่ะว่ากองทุนนี้เป็นกองทุนใหม่นะคะ ก็อยากจะเสริมข้อคิดให้กับทางรัฐบาล สักนิดหนึ่งค่ะว่า มันไม่เหมือนกับกองทุนหมู่บ้านหรือว่าโครงการเอสเอ็มแอล ที่เมื่องบประมาณผ่านจากทางรัฐสภาแล้ว ในเดือนกุมภาพันธ์ก็สามารถจะสตาร์ท (Start) หรือว่าคิกออฟ (Kickoff) งานได้ทันที แต่กองทุนนี้เป็นกองทุนใหม่ค่ะ เลยอยากจะขอฝาก ทางรัฐบาลช่วยจัดวางโครงการหรือว่าโครงร่างให้มันชัดเจนค่ะว่าเม็ดเงินจะหมุนไปทางไหน หรือว่าแนวทางการใช้เงินแม่บ้านสามารถจะเอาไปใช้ในทางใดได้บ้าง ดังนั้นเมื่อจบ จากการอภิปรายครั้งนี้แล้ว เงินเข้าเมื่อเดือนกุมภาพันธ์แล้วก็อยากจะให้สามารถเริ่มงาน ได้ทันทีนะคะ
สุดท้ายนี้ค่ะท่านประธาน คงจะใช้เวลาอีกสักนิดหนึ่งไม่เกิน ๑ นาทีนะคะ เพราะว่า ๒ วันที่ผ่านมาดิฉันได้เล็งเห็นว่ามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านได้พูดถึง เกี่ยวกับเรื่องนายกรัฐมนตรีหญิงของเราที่ได้หลั่งน้ําตาให้กับพี่น้องประชาชนค่ะ ดิฉันเอง อยากจะพูดในฐานะลูกผู้หญิงคนหนึ่งในฐานะประชาชนคนหนึ่งนะคะว่า การหลั่งน้ําตา ถ้าท่านคิดว่าหลั่งน้ําตาแล้วจะขาดภาวะในการเป็นผู้นําคิดผิดค่ะ หลายคนพูดว่า เป็นผู้นําแล้วอย่ามีน้ําตา เรียกร้องความสงสาร แต่ท่านประธานคะ แม้ว่าท่านประธานเอง ผู้ชายอกสามศอก หรือว่าตัวดิฉันเองก็เคยหลั่งน้ําตากันมาแล้วทั้งนั้น แล้ววันนี้ถ้าน้ําตา ที่ไหลออกมาจากผู้นําที่มีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ แล้วก็อดทนเห็นความทุกข์ยากของ พี่น้องประชาชนไม่ได้แล้ว น้ําตาเหล่านั้นนี่ค่ะการเป็นผู้นําจะไม่มีสิทธิหลั่งน้ําตาออกมา ในยามที่พ่อแม่พี่น้องตกทุกข์ได้ยากหรือว่าลําบากหรือคะ หรือแม้แต่รอยยิ้มเราก็ไม่สามารถ จะให้กับพี่น้องประชาชนในยามที่เขามีความสุขได้อย่างนั้นหรือคะ ดังนั้นขอฝากข้อคิดนะคะว่า ในฐานะบุคคลคนหนึ่งควรจะเอาใจเขามาใส่ใจเรา แล้วก็นึกถึงความรู้สึกของคนอื่นว่า เราทํางานตรงนี้เราทํางานเพื่อประเทศชาติไทยค่ะ ดังนั้นก่อนจะพูดอะไรก็ขอช่วยให้คิดกัน สักนิดค่ะ แล้วก็ดิฉันเองก็ขอเป็นคนหนึ่งที่อยากจะสนับสนุนรัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย ๙ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ก่อนที่ผมจะอภิปรายเรื่องของงบประมาณประจําปี ๒๕๕๕ ผมขอพูดเพื่อเป็นบันทึกในรายงานการประชุมไว้หน่อยว่า การประชุมครั้งนี้สัปดาห์นี้ นับเป็นสัปดาห์ที่ ๕ หลังจากที่ท่านประธานได้ใช้อํานาจในการสั่งปิดสภาไป ๔ สัปดาห์ ติดต่อกัน ท่ามกลางการถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อมวลชนและจากสมาชิกในสภาว่า เป็นเรื่องที่ไม่สมควร ในขณะที่ภาวะน้ําท่วมในขณะนี้สําหรับในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลก็ยังมีอยู่และยังขยายตัวอยู่อย่างต่อเนื่อง ขณะนี้น้ําท่วมไปจนถึงแยกสุทธิสาร บนถนนวิภาวดีรังสิตแล้วนะครับ โรงงานที่บางชันปิดไป ๒๐ โรงงานแล้ว โดยที่ไม่รอ คําประกาศหรือคําเตือนต่าง ๆ จากรัฐบาลของท่าน คนเสียชีวิตไปแล้ว ๕๒๙ ศพ สูญหาย ๓ ราย เดือดร้อน ๓,๐๐๐,๐๐๐ คน ผมเทียบตัวเลข ๕๒๙ ศพกับ ๗ วันอันตราย ในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ๗ วันอันตรายของสงกรานต์นั้น ๒๗๑ ศพนะครับ น้ําท่วม ในรัฐบาลของท่าน ๕๒๙ ศพ ประมาณ ๒ เท่าครับ มันสะท้อนถึงวิธีการในการจัดการ และการบริหาร รวมทั้งการเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบนะครับ ดังนั้น ผมจึงไม่สามารถที่จะไว้วางใจหรอกครับว่า ถ้าท่านทํางานเรื่องน้ําท่วมไม่ได้ ท่านจะมาดูแล งบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ในงบประมาณปีนี้ได้อย่างไร ในขณะที่ผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรก็ชี้ให้เห็นชัดเจนว่างบประมาณในปีนี้ควรจะมีการปรับปรุงแก้ไข ผมจึงอยากจะให้ท่านถอนออกไปทําการแก้ไขก่อนนะครับ เคยมีรัฐบาลก่อนหน้านี้ มีรัฐบาล อีกชุดหนึ่งที่เคยถอนออกจากสภาแล้วไปทําการแก้ไขให้ถูกต้องก่อน ผมคิดว่า ถ้าท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์จะฟังคําอภิปรายจากสมาชิกอยู่ ขอให้ท่านได้ทบทวน แล้วก็ใช้ภาวะผู้นําที่ท่านมีในการทบทวนครั้งนี้ รวมทั้งอยากจะเรียกให้ท่านได้เข้ามา ในที่ประชุมด้วยนะครับ ท่านก็ปฏิบัติตัวในการเป็นนายกรัฐมนตรีในภาวะของการ ให้ความสําคัญต่อสภาผู้แทนราษฎรที่น้อยเกินไป ผมเห็นท่านมาเมื่อวานนี้เป็นครั้งแรก แล้วหลังจากนั้นก็หายไปเลยนะครับ ผมยังไม่เห็นท่านอีกในงบประมาณซึ่งเป็นงบกลางนี่นะครับ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น แน่นอนนะครับ น่าจะต้องไปจัดให้มันชัดเจนนะครับ เพราะว่า ต้องมีรายละเอียดและถ้าอะไรที่ใส่เข้าไปในกระทรวงต่าง ๆ ได้ ในกรมต่าง ๆ ได้ ท่านควรจะใส่ อยู่ตรงนั้น ไม่ควรจะมาไว้ในงบกลางสิ่งสําคัญของการบริหารจัดการของรัฐบาลที่ผ่านมานั้น เป็นที่ประจักษ์ครับท่านประธานครับ ว่าประชาชนทั่วไปนั้นไม่พอใจกับการบริหาร ถ้าท่านจะไปดูการสํารวจความคิดเห็นของประชาชนก็จะเห็นว่าประชาชนได้ให้คะแนน สอบตกต่อรัฐบาลชุดนี้ปัญหามากมายครับที่พวกเราต้องเรียนรู้ อย่างเช่น การอพยพ ออกจากโรงงานที่นิคมโรจนะในคําประกาศของทาง ศปภ. ซึ่งท่านตั้งขึ้นมา บอกว่าอพยพ ภายใน ๓ ชั่วโมง เกิดความโกลาหลอย่างยิ่ง หลังจากนั้นก็มาใช้ศูนย์พักพิงตามที่ต่าง ๆ ผมขออนุญาตที่จะให้ท่านได้เปิดภาพ เพื่อที่จะได้วิพากษ์วิจารณ์ถึงการทํางานของศูนย์ ในแต่ละศูนย์เปรียบเทียบกันครับ ผมขออนุญาตนะครับ เนื่องจากท่านประธานได้อนุญาต เรียบร้อยแล้ว ขอให้ท่านประธานได้กรุณาสั่งการให้ทางฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์เปิดภาพ ของพาวเวอร์พอยต์
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
ภาพแรกนะครับ เป็นศูนย์พักพิง นะครับนี่เป็นศูนย์ที่ธรรมศาสตร์ครับ มหาวิทยาลัยหลายแห่งเปิดศูนย์พักพิงให้กับ พี่น้องประชาชนเพื่อแบ่งเบาภาระของรัฐบาลซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม ไม่ว่าจะเป็น ที่ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต หรือว่าที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครที่บางเขน แล้วก็รวมไปถึง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้อพยพได้เข้ามาที่ศูนย์นี้ในวันเปิดศูนย์ตั้งแต่วันที่ ๘ ตุลาคม วันที่ ๑๗ ตุลาคม เต็มศูนย์ ๔,๐๐๐ คน วันที่ ๒๒ ตุลาคม น้ําเริ่มเข้ามาโจมตีที่ศูนย์นี้ ศูนย์นี้ได้ทําจดหมายขอเครื่องสูบน้ําแล้วขอรับการบริจาคกระสอบทรายจากพี่น้องประชาชน วันที่ ๒๔ ตุลาคมต้องเริ่มอพยพแล้วครับ เพราะว่าหลังจากที่น้ํานั้นผ่านทางสถาบันเอไอทีมา ศูนย์ธรรมศาสตร์ เปิดไปดูภาพต่อ ๆ ไปนะครับ เขาจัดการไว้ดีแล้วเขาก็ให้ระยะเวลา ในการเตรียมตัวให้กับพี่น้องประชาชนได้ดี หลายคนก็พาลูกพาหลานมานะครับ ภาพต่อไป เลยครับ หลังจากนั้นสุดท้ายไม่สามารถที่จะรับสถานการณ์ได้ ต้องอพยพคนใช้เวลา ๒ วัน อพยพไปที่ราชมังคลากีฬาสถานแห่งชาติ ๘๐๐ คน แล้วก็รวมทั้งต่างจังหวัด ปิดศูนย์ไป ๒๘ ตุลาคม แต่เรามาดูศูนย์พักพิงที่สนามบินดอนเมือง ซึ่งตั้งโดย ศปภ. ศปภ. ตั้งขึ้นมา ๘ ตุลาคม หลังจากน้ําท่วมมาทั่วประเทศแล้ว ประมาณ ๒ เดือน ๘ ตุลาคม ศูนย์ของท่าน ถูกโจมตีโดยน้ํา ๒๐ ตุลาคม มีคนเข้าไปอาศัยพักพิงที่นี่ประมาณ ๔,๒๐๐ คน ทุกครั้ง ศปภ. บอกว่าไม่ย้าย ไม่หนี ไม่อาย แต่สุดท้าย ๒๙ ตุลาคมต้องอพยพครับ การอพยพฉุกละหุกเร่งด่วน ไม่มีน้ํา ไม่มีไฟ ตัดไฟฟ้า ตัดน้ํา เพื่อให้คนออกจากสนามบินดอนเมือง ให้เร็วที่สุด แล้วตัวท่านก็ย้ายไป ศปภ. ที่กระทรวงพลังงานนะครับ ขอกลับไปภาพเมื่อสักครู่ อีกครั้งหนึ่งครับ ภาพนี้ท่านผู้นําฝ่ายค้านแวะไปเยี่ยมนะครับ อยู่ที่อาคารเทอร์มินอล ๒ ของสนามบินดอนเมือง ป้าคนนี้ร้องไห้ครับ หมดตัวแล้ว ป้าคนนี้ กับท่านนายกรัฐมนตรี อาจจะร้องไห้คนละนัยครับ แต่ผมสงสารป้าคนนี้มากกว่าครับ เพราะป้าคนนี้เป็นคนจน หมดทั้งเนื้อทั้งตัว และไม่ได้รับการดูแลจากรัฐบาล ๓๐ ตุลาคม ผู้อพยพ ๖๐๐ คน ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ําประปา จนขณะนี้เท่าที่ผมทราบมีการปั่นไฟให้เป็นบางช่วง มีปัญหาเรื่องห้องน้ํา เข้าไม่ได้ มีอาหารให้มาบ้าง และมีอยู่ประมาณ ๓๐๐ คนอยู่ในขณะนี้ เรียนต่อรัฐบาลว่า เราทอดทิ้งประชาชนของเราไม่ได้ ดูป้าคนนี้ไว้ครับ แล้วก็ดูภาพต่อไปนะครับ อย่าให้ ประชาชนลอยคอ รอคอยความช่วยเหลือจากรัฐบาล ท่านไปช่วยจัดการศูนย์ที่ดอนเมือง ให้มันชัดเจนจะเอาอย่างไร ดูแลเขาก็ดูแลให้ดี จะไม่ให้เขาอยู่ที่นั่นก็ต้องปิดศูนย์ให้มันชัดเจน อย่าให้ขาใหญ่ดอนเมืองเข้าไปประกาศเป็นเขตปกครองพิเศษของดอนเมืองนะครับ ผมขออนุญาตที่จะไปถึงเรื่องของ ศปภ. นะครับ ศปภ. มีงบประมาณที่เข้ามาดูแลจัดสรร ทั้งงบแล้วก็เงินบริจาคนะครับ มีตัวเลขอยู่เหมือนกันว่ามีเงินบริจาคจากต่างประเทศ เข้ามาเยอะนะครับ วันนี้ผมขอรายละเอียดจาก ศปภ. ว่าช่วยมาอภิปราย มาชี้แจง ต่อสภาผู้แทนราษฎรหน่อยครับว่าท่านมีงบประมาณใช้ไปแล้วในส่วนที่ผ่านมานั้นเท่าไร มีเงินบริจาคจากต่างประเทศทั้งจีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย อียู มาเลเซีย เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย เยอรมัน สิงคโปร์ นิวซีแลนด์ เดนมาร์ก ลาว สวิตเซอร์แลนด์ บังคลาเทศ เท่าที่ผมทราบ บางประเทศให้เราถึง ๕ ครั้ง อย่างเช่น จีน ๑๕๐ ล้านบาท อย่างนี้เป็นต้น จริงหรือไม่นะครับ แล้วท่านเอาไปใช้เพื่ออะไร คนไทยต่างประเทศรวมเงินกันมา ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทให้กับ ศปภ. ท่านเอาไปใช้อะไรบ้างครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ที่จะต้องหยิบยกอีก ๑ ชิ้นนะครับ ที่เอามาให้สมาชิกในที่นี้ดูครับ ศปภ. จัดซื้อส้วมกระดาษ ๒๔๕ บาท จํานวน ๓๐,๐๐๐ ชิ้น เป็นเงิน ๗,๓๕๐,๐๐๐ บาท แต่นี่ครับส้วมกระดาษ ของซีเมนต์ไทย ราคา ๑๑๑ บาทครับ เป็นกระดาษอย่างดีเลย แข็งแรง มีกระดาษทิชชู ให้ด้วย ๒ ม้วน มีถุงดําให้ด้วยอีก ๑๐ ถุง นี่คือสิ่งที่เขาทําครับ ซื้อได้ครับ ๑๑๑ บาท ผมถามว่าวันนี้ ศปภ. เคยอธิบายไหมครับ ส้วมกระดาษของท่าน ๒๔๕ บาท แพงกว่า ๒ เท่า กระดาษมันดีกว่านี้ไหมครับ แข็งกว่านี้ไหมครับ อึได้มากกว่าไหมครับ ถุงมากกว่าไหมครับ ทิชชูมากกว่าไหมครับ หรือเป็นอย่างไร ผมขอดูหน่อยนะครับ ๒๔๕ บาท ซึ่งบอกว่า ซื้อโดย ศปภ. ซื้อมาเอาไปใช้อย่างไร หรือว่าลอยน้ําไปหมดกับตอนที่ปิดศูนย์อย่างเร่งด่วน ในขณะนั้น ผมฝากต่อท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี เดี๋ยวผมจะเอาส้วมกระดาษนี้ ไปให้ท่านนายกรัฐมนตรีด้วยเพราะว่าโยธินพัฒนา ๓ ของท่านน้ําท่วมแล้วครับ ผมคิดว่า คฤหาสน์ไม่ว่าจะหลายร้อยล้าน หรือว่าอยู่ในชุมชนน้ําท่วมก็อึไม่ได้เท่ากันนะครับ ผมจะฝากไปให้ท่านนายกรัฐมนตรีสําหรับอันนี้ ผมฝากท่าน ๒ เรื่องสําหรับท่านนายกรัฐมนตรี ๑. คือทบทวนงบประมาณ ๒๕๕๕ อีกครั้งหนึ่ง ถอนออกไปแล้วกลับมาสัปดาห์หน้าก็ได้ แต่ถ้าท่านยังดันทุรังไม่ทบทวนพวกเราต้องจําไว้นะครับประชาชนที่เคารพครับ ในปีหน้า ถ้ามีปัญหาเรื่องงบประมาณเกิดขึ้น ถ้าเงินไม่พอนะครับ ถ้าทําอะไรต่าง ๆ ไม่ได้ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตขอหยุดเวลานิดหนึ่งก่อนนะครับ ขออนุญาตปรึกษา ท่านประธานก่อนว่ามีโน้ตส่งเข้ามาว่าขณะนี้ช่อง ๑๑ ขณะที่ฝ่ายค้านพูดไม่มีการถ่ายทอด อยู่ในขณะนี้ครับ ขอให้ท่านได้ช่วยกรุณาสั่งการอย่างเร่งด่วนด้วยนะครับ ขณะรัฐมนตรี พูดคงจะถ่ายทอดกันปกติ แต่ถ้าฝ่ายค้านพูดจอดับนะครับ
เรื่องแรก ผมขออนุญาตให้ท่านทบทวนงบประมาณ ๒๕๕๕ แต่ถ้าไม่ทบทวน ปีหน้าต้องมีคนรับผิดชอบครับ คนแรกคือนายกรัฐมนตรี คนที่ ๒ คือรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง คนที่ ๓ คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวานนี้ยืนยันว่า อย่างไรก็ตามคิดว่าเก็บภาษีได้ ยังยืนยันอีกว่าจีดีพีจะต้องโตขึ้น ซึ่งค้านกับธนาคาร แห่งประเทศไทย
เรื่องที่ ๒ ที่ผมฝากท่านนายกรัฐมนตรีครับ กลับบ้านวันนี้วันลอยกระทง ซื้อกระทงสักใบหนึ่งครับ หรือจะลอยโคมยี่เป็งตามประเพณีของท่านก็ได้ ท่านกลับบ้าน ตั้งจิตว่าง ๆ อธิษฐานขอขมาพระแม่คงคา ขอขมาที่ได้ทําอะไรที่ผิดไป ทําอะไร ที่ไม่สมบูรณ์แบบไป ทําจิตว่าง ๆ ครับ ละคําชื่นชมยินดี คําป้อยอของคนรอบข้างลงบ้าง แล้วลองพิจารณาข้อเท็จจริงว่า พี่น้องประชาชนขณะนี้เขารับรู้และรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่ท่านทํางานมา รัฐบาลนี้ทํางาน มาประมาณ ๓ เดือนเท่านั้นครับ น่าตกใจนะครับ ท่านอาจจะว่าสั้นก็ได้ แต่ประชาชนรู้สึกว่า มันยาวนานเหลือเกิน ท่านทําต่าง ๆ มาเยอะแยะมากมาย ไม่ถูกใจประชาชนแม้เรื่องเดียว พูดทุกวันผิดทุกวัน โยนลูกอีเอ็ม (EM) ก็ผิด เอาอีเอ็มไปใส่บาตรก็ผิด นั่นละครับ ทบทวน ตัวเองสักครั้งหนึ่งและไม่ต้องโทรศัพท์ทางไกลไปถามใคร ทบทวนด้วยตัวเอง เพื่อคนในประเทศ ไม่ใช่คนที่อยู่ต่างประเทศครับ ขอบคุณครับ
ผมได้รับแจ้ง จากช่อง ๑๑ ว่าจะหยุดถ่ายทอดเฉพาะในช่วง ๒ ทุ่ม ถึง ๒ ทุ่มครึ่งนะครับ แล้วก็กรณี ที่มีเหตุการณ์จําเป็นที่ประชาชนต้องทราบจริง ๆ เท่านั้นที่จะแทรกเข้ามาได้ก็ช่วยดู ตามนี้ด้วยนะครับ ทางผู้ที่ดูแลทางช่อง ๑๑ นะครับ เชิญท่านวัชรพล โตมรศักดิ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน วันนี้ถือว่าเป็นโอกาสดีของสภาผู้แทนราษฎร และของ พี่น้องชาวไทยทั้งประเทศที่จะได้รับฟังแล้วก็รู้ถึงแนวทางในการบริหารงบประมาณของรัฐบาล ซึ่งผมถือว่าเป็นรัฐบาลประวัติศาสตร์ เนื่องจากว่ารัฐบาลชุดนี้นั้นได้มีการนําเสนอ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณที่เป็นตัวเลขที่สูงที่สุดถึง ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท และที่สําคัญที่สุดเป็นประวัติศาสตร์อันที่ ๒ ก็คือเป็นรัฐบาลที่มีนายกรัฐมนตรี ที่เป็นสุภาพสตรีท่านแรกของประเทศไทย
สิ่งสําคัญที่สุดที่เป็นประวัติศาสตร์อีกอย่างหนึ่งก็คือ การพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี พุทธศักราช ๒๕๕๕ นั้น อยู่บนปัญหา มหาอุทกภัยที่ร้ายแรงที่สุดของประเทศไทยเรา ซึ่งมีพี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบ เดือดร้อนหลายจังหวัด และสิ่งที่สําคัญที่สุดได้มีนักวิชาการและผู้ที่เกี่ยวข้อง กับด้านเศรษฐกิจได้พูดว่า ปัญหาอุทกภัยครั้งนี้นั้นจะทําให้ประเทศไทยเรานั้นถอยหลังกลับไป ๔ ปี ท่านประธานที่เคารพครับ ในการที่ผมได้รับโอกาสจากพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน มีโอกาสได้นําเสนอแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องของนโยบายในเรื่องของงบประมาณปี ๒๕๕๕ นั้น ผมขออนุญาตท่านประธานเพียงแต่ว่าอยากจะขอนําเสนอในแนวคิดของกระผมเอง ในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎร และในฐานะที่ตัวกระผมเองนั้นเคยเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น ที่ได้รับทราบและรู้ถึงความต้องการของพี่น้องประชาชน ถ้าเราพูดถึงงบประมาณนั้น สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือเงินที่ได้และมาจัดทํางบประมาณส่วนใหญ่มาจากภาษีอากรของ พี่น้องประชาชน
สิ่งสําคัญที่สุดของนโยบายในแต่ละกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือ จุดมุ่งเน้นที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนและประเทศชาติเป็นที่ตั้ง สิ่งหนึ่งครับที่เราเห็นได้จากปัญหาอุทกภัยน้ําท่วมที่เกิดขึ้น ผมขออนุญาตได้กราบเรียน ท่านประธานว่าตั้งแต่เมื่อวานนี้ จนถึง ณ วันนี้ผมมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ เขาอยากจะรู้ว่างบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ที่มีตัวเลขสูงถึง ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งที่พี่น้องประชาชนจะมีการแก้ไขหรือที่ทางรัฐบาลจะนําเสนอในทางแก้ไขนั้นมีอะไรบ้าง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละพรรคแต่ละท่านนั้นมีแนวทาง ในการที่จะดําเนินการในการอภิปรายเพื่อนําเสนอรัฐบาลอย่างไร ถ้าถามว่าในวันนี้ พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่อยากจะรับฟังสิ่งอื่นหรือไม่ เขาไม่ละครับ ผมกล้าพูดแทนได้เลย ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นในการทํางบประมาณเราต้องย้อนหลังกลับไปว่า ประเทศชาติของเรานั้นมีวิธีการทํางบประมาณอย่างไร ส่วนใหญ่ประเด็นแรกที่จัดตั้งก็คือในเรื่องของงบรายจ่ายประจํา ประเด็นที่ ๒ ก็คือ ในเรื่องของงบลงทุน และสิ่งที่สําคัญที่สุดประเด็นที่ ๓ ก็คือในเรื่องของนโยบาย หรือในส่วนของงบที่จะสร้างขึ้นใหม่เป็นแนวทางของทางรัฐบาลที่จะดําเนินการ เพราะฉะนั้น ในเรื่องของน้ําท่วมในวันนี้นั้น ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ถึงเวลาแล้วครับจะต้องมีการบูรณาการงบประมาณ ไม่ใช่ว่า กระทรวงไหนที่เคยได้รับงบประมาณเท่าไร ปีนี้เพิ่ม ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ทุกกระทรวง ถ้าเราคิดอย่างนั้นผมมั่นใจครับ ประเทศไทยเราไม่มีโอกาสที่จะทัดเทียม ประเทศอื่น ในแนวคิดของตัวกระผมเองและที่ฟังจากพี่น้องประชาชน เราต้องยอมรับ ความจริงว่าน้ําท่วมครั้งนี้ เมื่อไม่กี่วันผมมีโอกาสได้ดูทีวี ได้ฟังกระแสพระราชดํารัส ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมมีความประทับใจอย่างยิ่งที่เกิดมาเป็นคนไทย ที่ได้ฟังกระแสพระราชดํารัสของพระองค์ท่านเมื่อปี ๒๕๓๘ พระองค์ท่านนี่รู้ หยั่งรู้ว่า ปัญหาของประเทศชาติ ปัญหาของเรื่องน้ําท่วมนั้นจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน และท่าน ก็ให้แนวทางในการปฏิบัติถ้ารัฐบาลที่ผ่านมามีความตั้งใจครับ ยกตัวอย่างเช่น กระทรวง ที่เกี่ยวข้องวันนี้ถ้าเอาเรื่องของน้ํามาเป็นประเด็นหลักเป็นวาระแห่งชาติ เป็นไปได้ไหมครับ มีการแปรญัตติงบประมาณจากกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ วันนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น เราจะต้องหาสาเหตุให้ได้ ว่าน้ําที่ลงมาจากภาคเหนือไล่ลงมาเรื่อย ท่วมมาเรื่อยจนกระทั่ง วันนี้เข้าสู่กรุงเทพมหานครมันเกิดจากอะไร อย่าโทษใครเลยครับ ผมดีใจอย่างยิ่งที่ได้เห็น ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี หัวหน้าฝ่ายค้าน ท่านผู้นําฝ่ายค้านท่านไปที่ ศปภ. ตั้งแต่น้ําท่วม ช่วงแรก ผมเห็นท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มีโอกาสพูดคุยมันเป็นบรรยากาศ แห่งการเมืองที่ ๒-๓ ปีที่ผ่านมาไม่เคยพบเห็น วันนี้มันถึงเวลาแล้วครับ กระทรวงไหน ที่ไม่จําเป็น ควรจะตัดออก เอาเรื่องน้ําเป็นวาระแห่งชาติ เพราะถ้าเราไม่สามารถแก้ไขปัญหา น้ําได้ ผมมั่นใจครับ นับจากนี้ไปเมื่อไรที่ฝนตกพี่น้องที่เคยถูกน้ําท่วมจะหวาดผวา วันนี้ ยิ่งเขาทราบข่าวจากนักวิชาการหลายท่าน เขาได้พูดว่าในเวลาอีก ๑๐ กว่าปีข้างหน้า ประเทศไทยเราน้ําจะท่วมหมด จะเหลือขอนแก่นเป็นจังหวัดเมืองหลวง จะเหลือโคราช เป็นเกาะ ๆ หนึ่ง ท่านประธานทราบไหมครับว่าวันนี้จังหวัดนครราชสีมาบ้านผมรถติดหมด พี่น้องประชาชนจากกรุงเทพฯ จากจังหวัดที่ถูกน้ําท่วมไปอยู่บ้านผม บางคนไปซื้อที่ซื้อทาง ไปซื้อบ้านจัดสรรนั่นคือความหวาดผวา นั่นคือความเสียหายเพียงส่วนเดียว แต่วันนี้ เศรษฐกิจที่พังลงนั้นเป็นปัญหาอย่างใหญ่หลวง ถึงเวลาแล้วครับ ประเด็นที่สําคัญต่อมา ที่ผมอยากจะกราบเรียนด้วยเวลาอันสั้น ในคําแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ ในข้อ ๓.๘ ในยุทธศาสตร์ที่ ๓ ท่านพูดถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งที่สําคัญที่สุด ท่านได้บรรจุในเรื่องของการพัฒนารถไฟความเร็วสูง ๓ แห่ง ก็คือ กรุงเทพฯ-พิษณุโลก กรุงเทพฯ-นครราชสีมา และ กรุงเทพฯ-หัวหิน ผมขออภิปรายสนับสนุน สิ่งต่าง ๆ ที่จะ เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่เป็นเพียงแต่ที่ทําให้พี่น้องประชาชนนั้นมีความสะดวกสบาย แต่จะเป็นการ สร้างการเชื่อมต่อการจราจร การเดินทางของพี่น้องประชาชน และทําให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อรัฐบาล ต่อประเทศชาติ อีกสิ่งหนึ่งครับที่ผมขออนุญาตได้กราบเรียนท่านประธานก็คือ ในเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการ ผมเคยได้เป็นอนุกรรมาธิการงบประมาณด้านการศึกษา ผมได้เคยท้วงติงในเรื่องของทางมหาวิทยาลัยได้เสนอขอรับงบสนับสนุนในเรื่องของงบวิจัย ผมได้กราบเรียนในที่ประชุมว่าแต่ละมหาวิทยาลัยนั้นได้ขอเงินวิจัยมา บางแห่ง ๑๐๐ กว่าล้านบาท บางแห่ง ๙๐ กว่าล้านบาท บางแห่ง ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาทบ้าง ๑๐ ล้านบาทบ้าง แต่หัวข้อวิจัยเหล่านั้นส่วนใหญ่จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับแนวทางในการพัฒนาประเทศชาติ สิ่งที่สําคัญที่สุดเป็นไปได้ไหมว่าในงบวิจัยเหล่านั้นผมไม่ขอตัดครับ แต่ขอให้มหาวิทยาลัย แต่ละมหาวิทยาลัยนั้นได้ดําเนินการในการที่จะนําแนวทางนโยบายของรัฐบาล หรือปัญหา ของประเทศชาติ ยกตัวอย่างเรื่องเพลี้ยกระโดด เพลี้ยแป้งสีน้ําตาล เรื่องของน้ําท่วม เรื่องของนโยบายต่าง ๆ เรื่องของพี่น้องประชาชนเดือดร้อนไปทําให้เกิดประโยชน์ และที่สําคัญที่สุดงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการนั้นเป็นงบประมาณกลับหัวกลับหาง ท่านประธานทราบไหมว่ามหาวิทยาลัยหลายแห่งเขามีเงิน เขาเรียกว่าเงินสนับสนุน แต่ส่วนใหญ่แล้วมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งนั้นได้ของบลงทุนมาเป็นจํานวนมาก เพราะฉะนั้น วันนี้ผมถึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า โรงเรียนประถมในเขตต่าง ๆ บ้านผม หรือในประเทศไทยเรานั้น แม้กระทั่งส้วมบางแห่งยังไม่มีเลย และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาคารสถานที่ เครื่องมือสื่อสารต่าง ๆ ที่มีอยู่นั้นไม่เพียงพอ ด้วยเวลาอันจํากัดครับ ท่านประธาน ผมขอทิ้งท้ายว่าผมอยากจะเห็นรัฐบาลนี้ โดยกระทั่งการนําของ ท่านนายกรัฐมนตรีสุภาพสตรีท่านแรกของประเทศไทยได้มีแนวคิดในการนํานโยบาย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งงบประมาณนั้นก่อให้เกิดประโยชน์มากกว่าที่จะเป็นการให้ งบประมาณแต่ละกระทรวงแล้วไปจัดสรรแบ่งกัน อยากจะให้คํานึงถึงสิ่งที่จะได้รับ กับประเทศชาติ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนเป็นตัวหลัก ขอขอบพระคุณครับ ท่านประธาน
เชิญท่านรังสิมา รอดรัศมี ๑๑ นาที ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รองรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม วันนี้ดิฉันขออภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ที่รัฐบาล ตั้งไว้ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท และตั้งงบกลางไว้ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท งบฟื้นฟูอีก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท งบฉุกเฉินและจําเป็น ๖๘,๗๐๐ ล้านบาท ท่านประธานลองบวก งบฟื้นฟูกับงบฉุกเฉินนะคะ ๒ งบนี้ที่รัฐบาลตั้งไว้คือ ๑๘๘,๗๐๐ ล้านบาท อันนี้เป็นภาษี ของพี่น้องประชาชนทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นดิฉันไม่ไว้วางใจรัฐบาลนะคะ เพราะว่าอยากจะให้ดู คลิปก่อนแล้วเดี๋ยวดิฉันจะอธิบายต่อไปนะคะ เชิญเปิดคลิปวิดีโอก่อนค่ะ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปเสียง)
คือที่ดิฉันต้องเปิดซ้ํา จากสื่อมวลชน เพราะว่าขณะที่น้ําท่วมประชาชนไม่มีโอกาสที่จะได้ดูเลย เพราะว่าน้ําไฟ ถูกตัดแล้วประชาชนต้องหนีน้ํา ไม่มีโอกาสที่จะได้ดูพฤติกรรมของ ศปภ. นะคะ ท่านจะเห็นว่า สิ่งของนี้พี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งประเทศบริจาคมาที่ ศปภ. แต่บริจาคมาแล้ว ท่านเห็นไหมคะ ค้างไว้ก่อนค่ะ ค้างไม่ได้ไม่เป็นอะไรค่ะ
“............... : ขณะนี้ผมอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวของท่าอากาศยานดอนเมือง ที่อยู่ในอาคาร ๒ แม้ว่า ศปภ. จะย้ายที่ทําการไปยังอาคารกระทรวงพลังงานที่ถนนวิภาวดีรังสิต ในเรื่องของไฟฟ้าที่ไม่ในศูนย์อพยพชั่วคราวดอนเมืองนั้น ขณะนี้ทางการท่าอากาศยาน แห่งประเทศไทยก็ได้นําเครื่องปั่นไฟมาติดตั้งให้บริเวณศูนย์อพยพแล้วครับ ซึ่งภาพที่เห็นอยู่ ด้านล่างขณะนี้ล้มระเนระนาดอยู่นั้นนะครับ ก็คือสุขาลอยน้ําที่มีผู้บริจาคนํามาให้ผู้อพยพ ที่อาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวแห่งนี้ได้ใช้กันนะครับ รวมทั้งแทงค์น้ําของ ปภ. เองก็ยังคง ตั้งอยู่ในที่แห่งนี้กับห้องน้ํา หรือสุขาลอยน้ําจํานวนมาก ซึ่งที่เห็นอยู่ในภาพกองมหึมานั้นก็คือเสื้อผ้าที่ได้รับการบริจาคระหว่างที่ ศปภ. ยังอยู่ ท่าอากาศยานดอนเมืองนะครับ ซึ่งขณะนี้น้ําจากถนนวิภาวดีรังสิตนั้นก็ได้ไหลเข้ามายังชั้น ๑ ของอาคารแล้วนะครับ โดยระดับน้ําจะสูงถึงเข่าซึ่งอย่างที่เห็นนะครับ ก็เป็นแม่บ้าน กําลังเร่งเก็บขยะที่ลอยอยู่เต็มพื้นที่”
ท่านประธานครับ
เชิญครับ ท่านสุนัยประท้วงครับ
ผม สุนัย จุลพงศธร จะขออนุญาต ประท้วง ไม่เป็นไรครับ ฉายไปก็ได้ แต่เพื่อไม่ให้เสียเวลาทั้ง ๒ ฝ่าย ท่านประธานครับ เพราะผมไม่ได้ขัดข้องที่จะไปฉายหนังอะไรต่าง ๆ เพียงแต่จะกราบเรียนท่านประธานครับ เฝ้าดูตั้งแต่เมื่อวานนี้การอภิปรายเรามันอยู่ในวาระของเรื่องงบประมาณ แล้วพรุ่งนี้ เราจะพูดกันเต็ม ๆ เรื่องน้ําท่วม ผมก็เฝ้าดูก็อยากจะประท้วงตั้งแต่เมื่อวานท่านสามารถพูด แต่ก็เกรงใจท่านฝ่ายค้านก็อยากจะให้เวลาท่านได้ซักฟอกงบประมาณว่าอะไรเหมาะ ไม่เหมาะ ถ้าท่านจะอภิปรายเรื่องน้ําให้วกเข้ามาหาเรื่องงบประมาณก็จะไม่ว่ากระไร แต่นี่ไปน้ําดุ่ย ๆ พรุ่งนี้ก็น้ําอีก ท่านประธานครับ เราเข้าใจดีครับท่านประธานว่าสภานั้น เป็นที่ซึมซับปัญหาของประชาชน ประชาชนกําลังเดือดร้อนเรื่องน้ําเข้าใจครับ แต่นี่เราก็ต้อง รักษาวาระ ผมก็อยากจะฝากท่านประธานบอกท่านรองประธานด้วยว่าเพื่อให้คุมอยู่ในกลไก นี้เราคุยเสียเรื่องงบประมาณแล้วพรุ่งนี้ว่ากันเต็ม ๆ น้องรังสิมาพูดอีกรอบหนึ่งเลยครับ เอาพรุ่งนี้มาฉายอีก ถ้าเป็นอย่างนั้นผมคิดว่ามันจะจบได้ครับ เพราะว่าบ้านผมก็น้ําท่วมครับ หนักกว่าคนอื่นด้วยครับ นครสวรรค์ก็ท่วมมาที มาอยู่กรุงเทพฯ ก็ท่วมอีก กลางคืนกลับเที่ยงคืนก็กลับไม่ได้ครับกลัวงูครับเพราะว่าน้ํามันท่วมหมด ก็ต้องหาที่นอน ก็ยากลําบาก กราบท่านประธานช่วยกําชับหน่อยเถอะครับ ว่าเอาเรื่องงบประมาณก่อน แล้วน้ําค่อยมาว่ากันพรุ่งนี้ หนังอันนี้ฉายใหม่ก็ได้ครับ ก็จะได้มาว่ากันเรื่องเฉพาะญัตติน้ํา ทุกฝ่ายจะได้เอาข้อมูลมาโต้กันว่าที่เห็นนั้นตกลงมันลังหรือมันส้วมกันแน่ อย่างนี้เป็นต้น ขอให้ท่านประธานช่วยกําชับด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ที่จริงเราพิจารณากันในเรื่องของงบประมาณ แล้วรัฐบาลก็ตั้งงบประมาณสําหรับเยียวยา เมื่อกี้ท่านผู้อภิปรายก็ได้พูดถึงงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่ว่านะครับ ก็ถือว่าเป็นเรื่องของงบประมาณ แต่ถ้าเพื่อให้เกิดความเหมาะสม เพื่อให้การพิจารณา ของสภามีประสิทธิภาพมากขึ้นก็สุดแล้วแต่ท่านสมาชิกนะครับ ถ้าจะเอาเรื่องน้ําท่วม โดยเฉพาะไปพูดในวันพรุ่งนี้ได้ก็จะดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของท่านสมาชิก ซึ่งก็เป็นสิทธิของท่านที่จะใช้สิทธิในการมาพูดในเวทีเรื่องงบประมาณก็คงไม่ขัดข้องนะครับ เพียงแต่ฝากไว้ว่าพรุ่งนี้เราก็จะมีญัตติเรื่องของน้ําท่วมโดยเฉพาะอยู่แล้วนี่ครับ ถ้ายกไปพรุ่งนี้ได้ก็จะดีก็สุดแท้แต่ท่านสมาชิก เชิญท่านต่อครับ
ท่านประธานคะ แสดงว่า ท่านฟังค่ะ แต่ว่าท่านสุนัยคงจะไม่ได้ฟังนะคะ เพราะว่าดิฉันได้พูดโยงมาแล้วว่า ตั้ง ๑๘๘,๗๐๐ ล้านบาท มันก็เกี่ยวกับงบประมาณ
ท่านครับ ท่านต่อของท่านเถอะครับ ผมได้พิจารณาแล้วท่านจะได้ไม่ต้องเสียเวลานะครับ เปิดเมื่อกี้ ต่อเลยครับ
ก็จะต่อค่ะ ท่านอย่าเพิ่งปิด ไมโครโฟนสิคะ เปิดต่อเลยค่ะ อันนี้เป็นภาพที่ประชาชนบริจาคมานะคะ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปเสียง)
“…………… : ไทยพีบีเอสตรวจสอบถุงยังชีพในศูนย์พร้อมสอบถาม ราคาสินค้าพบว่า ๑ ถุงในราคาประมาณการอยู่ ๕๐๐ บาทนั้นมีข้าวสาร ๕ กิโลกรัม ๑ ถุง บะหมี่กึ่งสําเร็จรูป ๖ ซอง ถุงยาซึ่งมียาล้างแผลและยาแก้ปวด กระดาษชําระหรือทิชชู ๑ ม้วน แปรงสีฟัน ๑ ด้าม แปรงสีฟัน ๑ หลอด ถั่วในซอส ๑ ถุง น้ําพริก ๑ กระปุก ไฟแช๊ค ๑ อัน ขนม ๑ ถุง และถุงดําอีก ๖ ใบ และเมื่อตรวจสอบราคาสินค้าจากสมาคมค้าส่งปลีกไทย จะพบว่าราคาในการจัดซื้อโดยรวมจากการประมาณการราคารวมจะไม่เกิน ๓๕๐ บาท แต่ทางสมาคมค้าส่งปลีกไทยยอมรับว่าถั่วในซอสอาจยากจะประมาณการ รวมถึงถุงดํา ที่ขายกันแบบชั่งกิโลกรัมโดยเฉลี่ยกิโลกรัมละ ๖๐ บาท หากจะแยกแบ่งออกมาตามจํานวน ที่พบคิดเฉลี่ยได้ ๓๐ บาท และอาจเป็นไปได้ที่ราคาโดยเฉพาะจะอยู่ที่ ๕๐๐ บาท เพราะส่วนต่างยังคงมีค่าอํานวยการและค่าขนส่งตามที่ศูนย์อ้างข้อมูลดังกล่าวไว้ แต่โดยข้อเท็จจริงจากกระแสข่าวเรื่องข้อกล่าวหาทุจริตจัดซื้อถุงยังชีพที่แพงเกินจริงหรือไม่ รัฐบาลหรือ ศปภ. โดยเฉพาะ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ในฐานะผู้อํานวยการยืนยัน จะได้ผลสรุปภายใน ๓ วัน นับแต่วันที่แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว”
ท่านประธานคะ ที่ดิฉันเปิดนี่ อยากให้ท่านประธานได้เห็นนะคะว่า งบประมาณมันเกี่ยวข้องอย่างไร เพราะว่าการซื้อของ ขณะนี้ซื้อหลายหน่วยงานมาก ดิฉันได้ไปเอาตัวอย่างมานะคะ อย่างเช่น ที่ตั้งนี่ทั้งหมด ท่านลองดูนะคะ ข้างหน้าถุงด้วยความปรารถนาดีจากนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พอด้านหลังก็จะเป็นของป้องกันสาธารณภัย เพราะฉะนั้นสองด้านนี่ ดิฉันก็อยากจะถามว่าทั้งสองด้านนี่ใช้เงินส่วนไหน ใช้เงินของ ปภ. หรือว่าใช้เงินจาก สํานักนายกรัฐมนตรี หรือว่าใช้เงินของ ศปภ. นะคะ แล้วราคานี่ดิฉันก็ไปเดินตามท้องตลาดมา พรุ่งนี้ดิฉันก็จะขอพูดอีกนะคะเรื่องน้ําท่วม จะเอาตัวอย่างถุงที่ราคา ๗๕๐ บาทที่เขาจัดให้ หน่วยงานเอกชนเอามาให้ท่านดูว่ามันมากมายมหาศาลขนาดไหน ท่านลองดูนะ ข้าวสาร ดิฉันก็ไปดูว่าข้าวสารหอมมะลิที่ดีที่สุดเลย ราคา ๑๙๕ บาทไม่เกิน ๒๐๐ บาทเลย แต่นี่มันไม่ใช่ข้าวหอมมะลิ เป็นข้าวทั่วไปประมาณ ๘๕ บาท แต่มันไม่มียี่ห้อ แต่ที่มันไม่มี ยี่ห้อเพราะอะไรเดี๋ยวดิฉันจะพูดให้ท่านฟัง อันนี้ยาตําราหลวงดิฉันก็มาดูมันเป็นของ องค์การเภสัชเปิดข้างในก็มีอย่างละหน่อย ๆ ไม่เปิดเดี๋ยวเสียเวลา อันนี้อยากจะทราบว่า ของฟรีเอามาจากกระทรวงสาธารณสุขแล้วคิดไปในถุงยังชีพนี้ด้วยหรือเปล่านะคะ ปลากระป๋อง ทั้งหมด มาม่าดิฉันรวมแล้วถุงนี้ประมาณ ๔๐๐ บาท แต่ว่าดิฉันก็ไม่ทราบว่าในสองด้านนี่ เขาคิด ๘๐๐ บาทหรือคิด ๕๐๐ บาท ทีนี้คณะกรรมการตั้งแล้วดิฉันนึกอยู่แล้วว่าอย่างไร ตรวจมามันก็ไม่ผิดหรอก มันถูกอยู่แล้วเพราะคณะกรรมการมันอยู่ในรัฐบาลหมด ดิฉัน ก็เห็นว่าท่านกล้านรงค์ จันทิก ดิฉันศรัทธาในตัวท่านนะคะ เพราะว่าท่านเป็นคนตรง แล้วก็เป็นคนที่กําลังเก็บข้อมูล ท่านคงจะฟังดิฉันอยู่ ดิฉันฝากนะคะ ท่านกล้านรงค์ เดี๋ยวดิฉันจะมีข้อมูลลับอยู่ที่ตัวดิฉันอีก ถ้าท่านต้องการดิฉันจะให้นะคะ เพราะฉะนั้น ของที่แจกทั้งหมดบอกว่าราคาที่สื่อมวลชนไปคิด ๓๔๗ บาท ที่เหลือทางคณะกรรมการ บอกว่าเป็นค่าขนส่ง ดิฉันไม่เห็นด้วยเลย ที่ทําไมจะต้องไปเบียดบังค่าขนส่งกับผู้ที่ประสบภัย ทําไมไม่ให้เขาไปเต็ม ๆ ๕๐๐ บาทก็ให้ ๕๐๐ บาท แล้ว ๓๐๐ บาทไปคิดค่าขนส่ง ๑๐๐ กว่าบาทนี่เขาจะเหลืออะไร เหลือทิชชูม้วนเดียวหรือ เหลือผ้าอนามัยห่อเดียวหรือ อย่างนี้มันไม่ถูกต้อง แล้วดิฉันไม่เห็นด้วยกับการตั้งงบประมาณแบบนี้ มันไม่สามารถ ตรวจสอบได้ เพราะว่าแต่ละหน่วยงานตอนนี้ต่างคนต่างก็ทําแจก แล้วในถุงเราก็ไม่รู้ว่า มีอะไร
แล้วอีกประการหนึ่ง การที่ซื้อราคาตามท้องตลาดแต่ละหน่วย สมมุติอันนี้ ๑๖ บาท แต่ถ้าเราซื้อเป็นล้าน ๆ กระป๋องมันแค่ ๑๐ กว่าบาท มันคงจะไม่ถึง ๑๖ บาทหรอก นี่ราคาปลีก มาม่าก็เช่นกัน ถ้าเราซื้อเยอะ ๆ มันก็ไม่ถึง ๕ บาท มาม่านี่ก็เหมือนกัน มี ส.ส. เอาไปแจกในเขตน้ําท่วม ตลกมากเลย อิสลามดันเอามาม่าหมูสับไปแจกเขา แล้วเขาจะกินได้อย่างไร เขาก็ร้องเรียน ส.ส. มาว่านี่เขาเป็นอิสลาม มาม่าอื่นมีเยอะแยะ ไม่แจก เอาไปแจกมาม่าหมูสับนะคะ เพราะฉะนั้นปัญหาที่เกิดก็อยากจะกราบเรียน ท่านประธานนะคะว่า คนร้องเรียนมาที่ดิฉันนี่ว่า
อันที่ ๑ ไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีทะเบียนบ้าน ไปขอแจกถุงยังชีพ ไม่ให้ แล้วเขาจะเอาที่ไหน ตัวเขายังเอาไม่รอดเลยนะคะ เพราะว่ามีแต่ผ้าถุงไปตัวหนึ่ง เสื้อกระโปรงไปตัวหนึ่งแล้วอื่น ๆ ก็ไม่เหลืออะไรเลย ขอถุงยังชีพยังไม่ให้เลยนะคะ
ประการที่ ๒ คนที่เขาเอามาให้ เขาก็เสียใจมาก เพราะว่าเอามาแล้วมีคน ไปติดชื่อเขาอีก ไปติดชื่อของตัวเอง ดิฉันคิดว่าหน้าด้านมากเลย หน้าหนา ขี้โกง เพราะว่า ตัวเองไม่ยอมบริจาค แล้วแถมเอาชื่อไปติดแล้วเรือก็เอาชื่อไปพ่นนะคะ จากคนแดนไกล อย่างนี้เขามาบริจาคตั้งแต่เมื่อไร ดิฉันก็สงสัยมากนะคะ
และอีกประการหนึ่งคือของก็คัดกันไป ของที่ไปลอยน้ําแทนที่คนที่บริจาค เขาจะได้เอาไปให้กับคนที่เดือดร้อนก็ไม่เอาไปบริจาค ส้วมก็เหมือนกัน เมื่อกี้บอกส้วม หรือกล่องดูไม่เป็นหรือว่าส้วมหรือกล่อง ดิฉันก็สงสัยเหมือนกันเป็นถึงผู้แทนราษฎร ดูไม่ถูกว่ามันเป็นส้วมหรือมันเป็นกล่อง แม้ขนาดส้วมยังกินเลยคิดดูสิ กินแม้กระทั่งส้วมนี่ ดิฉันก็คิดว่ามันไม่ไหวนะคะ เพราะฉะนั้น
เชิญท่านสุนัย
ท่านประธานครับ ผม สุนัยครับ ผมเองจริง ๆ ก็ไม่อยากไปคัดค้านนะครับ แล้วก็สนับสนุนน้องรังสิมา คนที่โกงกินไม่ว่าใคร ทั้งนั้นแหละครับเอาเสียให้ตาย เพียงแต่ผมเห็นว่าเวลาฝ่ายรัฐบาลจริง ๆ ส.ส. ตอนนี้ ก็ไม่มีเวลาที่จะชี้แจง เมื่อท่านพูดเรื่องน้ํา ท่านพูดได้ฝ่ายเดียวเลยครับ เพราะเราหมดเวลาแล้ว ดังนั้นถ้าจะเป็นธรรมพูดพรุ่งนี้ ถ้าจะชี้แจงเราก็มีเหตุผลที่จะมาโต้แย้งครับ ดังนั้น ถ้าท่านจะพาดพิงถ้าจะให้เกียรติผมพูดอีกก็พาดพิงอีกนะครับ กราบขอบคุณครับ
เชิญครับ เชิญต่อเลยครับ
ท่านประธานวินิจฉัยแล้ว ก็ไม่ต้องให้เขาพูดสิคะ ก็ให้พูดมันก็โต้อยู่อย่างนี้ แล้วก็คนฟังไม่ต่อเนื่อง
ต่อเถอะครับ
เดี๋ยวดิฉันเอ่ยก็ไม่ต้องลุกขึ้น ไปลุกขึ้นพรุ่งนี้ค่ะ พรุ่งนี้เจอกันใหม่ค่ะ พรุ่งนี้ดิฉันก็พูดอีก
อีกเรื่องหนึ่งนะคะ คือว่าที่ว่ามีการโกง เพราะดิฉันเห็นจิตอาสาที่เขาไป ช่วยแพ็ค (Pack) ของนี่ เขาโทรศัพท์มาบอกกับดิฉันว่า ส.ส. ส.ส. รู้จักคนที่ชื่ออีกระแตไหม อีกระแตน่ะดิฉันบอกดิฉันไม่รู้จักหรอก เขาเป็นเลขาของ ส.ส. คนหนึ่งในซีกรัฐบาล แล้วตาเข ๆ หน่อยดิฉันก็ไม่เคยเห็น เขาบอกคนนี้มีหน้าที่เป็นคนคอยสั่งข้าวสารเอามาลง ที่สวนกุหลาบนนท์สั่งมานะคะ ท่านกล้านรงค์ช่วยจดให้ด้วยนะคะ วันที่ ๒๐ ตุลาคม สั่งจํานวน ๒๓,๕๐๐ ถุง ครั้งที่ ๑ เขาส่งได้แค่ ๕,๗๕๐ ถุง ครั้งที่ ๒ ส่ง ๖,๘๐๐ ถุง ครั้งที่ ๓ ส่ง ๖,๘๐๐ ถุง ครั้งที่ ๔ ส่ง ๗,๑๐๐ ถุง รวมแล้วเป็น ๒๓,๕๐๐ ถุง ดิฉันก็เลยเช็กราคาว่า ราคานี้ต้นทุนมันราคาเท่าไรราคาถุงละ ๗๐ บาท พอออกบิลเรื่อยไปเปลี่ยนเป็น ๙๕ บาท พออีกคนหนึ่งมาออกบิลเปลี่ยนเป็น ๙๗ บาท แล้วพอมานี่ดิฉันมาดูกลายเป็น ๑๙๕ บาท คิดดูข้าวสารถุงหนึ่งกินส่วนต่าง ๑๒๐ กว่าบาท ท่านลองคิดดู คนที่ได้รับความเดือดร้อนแล้ว ท่านยังไปรีดเลือดกับปูกับเขาอีกหรือ ทําไมไปทํานาบนหลังคน ดิฉันก็รับไม่ได้นะคะว่าอันนี้ อีกระแตตาเขมันเป็นเลขาของใคร เบอร์โทรศัพท์มีเรียบร้อยเลยนะคะ อาจจะปิดไปแล้วก็ได้ แต่ดิฉันต้องให้ตรวจสอบให้ได้ เพราะว่ามันมีส่วนต่างมาก แล้วก็สั่งหยุด พอมีเหตุการณ์ อย่างนี้สื่อมวลชนมาแฉ อีกระแตสั่งหยุดเลย บอกว่าตอนนี้กําลังโดนตรวจสอบ ตรวจสอบ เสร็จเมื่อไรเดี๋ยวจะสั่งใหม่ เพราะว่าให้แต่ละคนไปสั่งของ ดิฉันเลยมาคิดว่าทําไมรัฐบาล ไม่จัดการเอง ทําไมจะต้องไปแบ่งให้เลขา ส.ส. ต่าง ๆ ไปจัดซื้อ มันไม่ถูกต้องเลย เพราะฉะนั้นดิฉันจึงไม่ไว้วางใจอย่างไรคะ งบประมาณที่ตั้งนี่ ไม่ใช่ไม่เกี่ยวนะคะ เกี่ยวสุด ๆ เลยงานนี้ ดิฉันก็มาดูมันมีใบใส่มาในถุง ดิฉันอยากจะอ่านมากเลย อ่าน คนที่มันคิดจะโกง มันจะได้กลัวบ้าง ดิฉันก็แช่งทุกปีเหมือนกันเรื่องงบประมาณ อันนี้เขาบอกว่าของในถุง ทุกอย่างจากน้ําใจของคนไทยให้กับคนไทยที่ได้รับความเดือดร้อนนะคะ อันนี้ย่อ ๆ แต่อันนี้น่าฟัง มันผู้ใดสลับสับเปลี่ยน นําออกแอบอ้างการเป็นเจ้าของสิ่งของบริจาค อันเป็นเจตนาบริสุทธิ์ในถุงใบนี้หรือแม้แต่ฉีก เปิด ทําลายถุงใบนี้ด้วยเจตนาที่ไม่เป็นไป ตามประสงค์ของผู้บริจาค ขอให้ผู้นั้นรวมทั้งเครือญาติที่เกี่ยวข้องนั้นขึ้นไปจากมันไปอีก ๓ ชั่วโคตร และนับลงไปอีก ๓ ชั่วโคตรประสบแต่ความฉิบหาย วิบัติหาความสุขความเจริญ ไม่ได้ หาความสบายไม่ได้ และหาพลานามัยที่ดีไม่ได้อีกเลยในทุกอิริยาบถ ในทุกเวลา นับเนื่องจากนี้ต่อไปยังชาตินี้และชาติถัด ๆ ไปอย่างไม่สิ้นสุด เพราะฉะนั้นใครที่คิดจะโกง ฟังอันนี้แล้วกรุณาอย่าโกง เพราะท่านโกงนี่ท่านจะไปเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตไม่ได้ใช้สตางค์ จะได้นอนหยอดข้าวต้มจําไว้ ขอบคุณค่ะ
ครับ สาธุ เชิญท่านประท้วงหรือเปล่าครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ กระผม ขอประท้วงผู้อภิปรายเมื่อกี้ ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ กรณีพูดเสียดสี ใช้คําพูดไม่สุภาพในสภา อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ โดยเฉพาะคําว่าตาเขตาอะไร อีกระแตอะไรหลาย ๆ อย่างตรงนี้ ผมไม่ทราบว่าเลขาที่ชื่ออีกระแตมีไฝที่จมูกหรือเปล่าก็ไม่รู้ครับ แล้วกล่าวหาว่ารัฐบาล กินส้วมอย่างนี้ ปากส้วมอย่างนี้ คําว่า ส้วม ไม่มีรัฐบาลชุดไหนที่เขาอยากจะกินหรอกครับ ทุกคนตั้งใจทํางานเพื่อพี่น้องประชาชนเพราะรู้ว่า ณ เวลานี้โอกาสนี้พี่น้องประชาชนได้รับ ความเดือดร้อนจากทุกข์ภัยพิบัติน้ําท่วม การอภิปรายของผู้อภิปรายเมื่อกี้นี้ไม่เหมาะสม และใช้คําพูดไม่สุภาพ ขอให้ท่านประธานได้วินิจฉัยด้วยครับ
ครับ ขอบคุณ จ่าประสิทธิ์ ขอบคุณครับ ที่จริงก็จบไปแล้วนะครับ ก็เป็นลีลาเฉพาะของท่านรังสิมา รอดรัศมี อย่าไปยุ่งกับท่านเลยครับ เราจะได้เดินหน้าต่อนะครับ มันจบแล้วละครับ เชิญท่านภราดร ปริศนานันทกุล ครับ ๓๐ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ผมต้อง กราบขอบพระคุณท่านประธานและที่ประชุมแห่งนี้ครับที่ให้โอกาสผมอีกครั้งหนึ่ง ในการที่จะร่วมกันอภิปรายงบประมาณประจําปี ๒๕๕๕ ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่า วันนี้เรื่องของมหาอุทกภัยเป็นเรื่องที่ต้องบอกว่ากําลังถูกจัดอันดับเป็นอันดับต้น ๆ ของการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศนี้ ทุกสายตาของสังคมนี้กําลังจับจ้องรัฐบาลว่า รัฐบาลจะแก้ไขปัญหามหาอุทกภัยนี้อย่างไร ทั้งในระยะสั้นรัฐบาลจะเยียวยาแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนที่กําลังประสบอุทกภัยขณะนี้อย่างไร จะชดเชยเยียวยาเงินน้ําท่วม ให้กับเขาอย่างไร ในระยะกลางหลังจากที่น้ําลดลงแล้วรัฐบาลมีเงินงบประมาณส่วนใด ในการที่จะไปซ่อมแซมสาธารณประโยชน์ที่เสียหายอย่างสิ้นเชิงจากอุทกภัย และที่สําคัญ ที่สุดครับ สังคมนี้กําลังเฝ้าดูว่ารัฐบาลจะดําเนินการอย่างไรในการที่จะป้องกันไม่ให้อุทกภัย เกิดขึ้นอีกในประเทศนี้ การแก้ไขปัญหาในระยะยาวผมยอมรับครับว่าจําเป็นที่จะต้องใช้เงินงบประมาณมหาศาล แต่ผมก็ต้องบอกครับว่าใช้เงินงบประมาณมหาศาลอย่างไรก็คุ้มค่าครับ ก็คุ้มค่ากับการลงทุน แต่ก่อนที่เราจะใช้เงินงบประมาณมหาศาลนี้เราต้องรู้ถึงต้นเหตุและต้นตอของปัญหาเสียก่อนว่า ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นครั้งนี้ทั้งในฝั่งตะวันตกและในฝั่งตะวันออกของแม่น้ําเจ้าพระยานั้น เกิดขึ้นมาจากสาเหตุใด เพราะถ้าหากว่าไม่รู้ถึงต้นตอของปัญหาแล้วจะไม่สามารถที่จะรู้เลย ครับว่าจะแก้ไขปัญหาวิกฤติในอนาคตได้อย่างไร ผมจึงถือโอกาสตรงนี้ครับไล่เรียง ให้ท่านประธานได้รับรู้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นช่วง ๓-๔ เดือนที่ผ่านมาเป็นวิกฤติมหาอุทกภัย มีเหตุเริ่มต้นที่จุดไหน ผมเริ่มต้นอย่างนี้ครับ ผมเริ่มต้นด้วยปริมาณน้ําฝนที่ตกลงมา ในประเทศนี้ในปีนี้ครับ ถ้าหากว่าท่านจะมองชาร์ทที่ผมได้นําเสนอและได้ขออนุญาต ท่านประธานไว้แล้วท่านก็จะเห็นครับว่าปริมาณน้ําฝนในภาคเหนือของปีนี้มากกว่าปริมาณ น้ําฝนสถิติสูงสุดที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี ๒๔๙๖ สถิติสูงสุดคือ ๑,๖๐๐ มิลลิเมตรครับ ในขณะที่ ปีนี้ ๒๕๕๔ ๑,๖๗๓ มิลลิเมตร นี่คือสถิติที่เกิดขึ้นในภาคเหนือของปีนี้ ถัดมามาดูที่ภาคกลางครับ ภาคกลางไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ปริมาณน้ําฝนในภาคกลางปีนี้ถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ย ใน ๓๐ ปีที่ผ่านมา ปีนี้ปริมาณน้ําฝนที่ตกในภาคกลาง ๑,๕๐๐ กับ ๑๑ มิลลิเมตร นี่คือ เรื่องจริงที่ปรากฏครับ และเป็นสาเหตุใหญ่ว่าเพราะอะไรเราจึงไม่สามารถที่จะควบคุม ปริมาณน้ําในปีนี้ได้ เพราะปริมาณน้ําฝนปีนี้มากกว่าปกติ มาดูนี่ครับท่านประธานครับ นี่คือปริมาณน้ําฝนที่ไหลเข้าอ่างเก็บน้ําขนาดใหญ่ของประเทศนี้ ผมยกตัวอย่างที่เขื่อนภูมิพล ปริมาณน้ําเฉลี่ยที่ไหลเข้าเขื่อนภูมิพลปกติอยู่ที่ ๔,๙๖๖ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ปีนี้ ๑๑,๘๔๒ ล้านลูกบาศก์เมตร มากขึ้นเกือบจะ ๓ เท่าตัวครับ มาดูที่เขื่อนสิริกิติ์ครับ เขื่อนสิริกิติ์ ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ ๕,๒๘๙ แต่ปีนี้น้ําที่ไหลเข้าอ่าง ๑๐,๐๐๐ กับ ๗๓๐ มากเกือบจะ ๒ เท่าของปริมาณน้ําฝนเฉลี่ย นี่คือสาเหตุใหญ่ครับ สาเหตุใหญ่ที่ว่าทําไมปีนี้เราจึง ไม่สามารถที่จะควบคุมปริมาณน้ําได้ มาดูปริมาณน้ําที่ไหลผ่านแม่น้ําเจ้าพระยา ที่จังหวัดนครสวรรค์นะครับ อันนี้จะเป็นตัวที่บ่งชี้ให้เห็นเลยว่านี่คือปัญหาที่แท้จริง มาดูสถิติสูงสุดที่เคยเกิดขึ้น น้ําที่เคยไหลผ่านที่สถานีวัดน้ําที่จังหวัดนครสวรรค์ในปี ๒๕๓๘ เป็นปีที่น้ําไหลผ่านมากที่สุดครับ ปีนี้ถึงแม้ว่าจะไม่ไหลผ่านที่จังหวัดนครสวรรค์ มากเหมือนกับปี ๒๕๓๘ แต่ท่านลองดูเส้นสีแดงนี้นะครับ ฐานที่กว้างหมายถึงช่วงเวลา ที่ยาวนานของการไหลผ่านในปริมาณที่มาก ไม่เหมือนกับปี ๒๕๓๘ ที่เวลาของการไหลผ่าน ที่จังหวัดนครสวรรค์แคบ ปีนี้กว้างมากครับ อาศัยช่วงเวลาถึงเกือบจะ ๒-๓ เดือน ที่ปริมาณน้ํามากมหาศาล ทั้งหมดทั้งสิ้นเกิดขึ้นเนื่องมาจากภัยธรรมชาติ เกิดขึ้นเนื่องมาจาก พายุโซนร้อนที่ได้เข้ามากระหน่ําประเทศไทยตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมิถุนายนจนกระทั่ง ถึงเดือนตุลาคม นับรวมแล้ว ๕ ลูกด้วยกันครับสําหรับพายุ และยังมีร่องความกดอากาศต่ํา อีก ๓ รอบด้วยกันที่ทําให้ปริมาณน้ําปีนี้มากผิดปกติ มีผู้คนสงสัยครับว่าเพราะอะไร ทําไม การระบายน้ําจากอ่างเก็บน้ําขนาดใหญ่จึงไม่มีการระบายน้ําในช่วงที่ฝนกําลังลงมา ในช่วงก่อนที่จะมีฝนลงมา ผมก็ต้องบอกครับว่าถ้าหากว่าจะดูจากกราฟนี้ ท่านจะเห็นครับนี่คือปริมาณน้ําในเขื่อนภูมิพล ท่านจะเห็นเขาจะมีเกณฑ์อยู่ครับ เรียกว่าเกณฑ์เก็บกักน้ําต่ําสุดก็จะมีในแต่จะช่วงเดือน เกณฑ์เก็บกักน้ําต่ําสุดในแต่ละช่วงเดือนก็จะไม่เท่ากัน ที่ข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลที่แล้วพยายาม ที่จะเก็บน้ําเอาไว้เพื่อวางยารัฐบาลใหม่ ผมคิดว่าไม่เป็นธรรมกับรัฐบาลที่แล้ว เพราะว่า ปริมาณการเก็บน้ําช่วงที่ผ่านมาช่วงต้นปี น้ําในเขื่อนภูมิพลต่ํากว่าการเก็บน้ําต่ําสุด จึงไม่สามารถที่จะระบายได้ จนกระทั่งถึงเดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน น้ําเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากพายุที่ผมได้บอกไป ๕ ลูกเมื่อสักครู่ทําให้การระบายน้ํา เป็นไปได้ยากเพราะอย่างที่บอกเมื่อสักครู่ ไม่ใช่น้ําฝนตกแต่เฉพาะภาคเหนือ แต่ว่าภาคกลาง ก็ตกด้วย ผมฝากท่านประธานถึงท่านนิพิฏฐ์เมื่อสักครู่ครับ ท่านต้องฟังผมให้ดีครับ ท่านถามบอกว่าทําไมช่วงเดือนสิงหาคมเขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์จึงไม่ระบายออกมาก็ต้องบอกว่า ช่วงเดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคมก่อนเดือนสิงหาคมที่ท่านว่า ช่วงนี้ที่จังหวัดพิษณุโลก ที่จังหวัดสุโขทัย ที่จังหวัดพิจิตรเขาบอบช้ํามากแล้วครับ ถ้ากระแทกน้ําลงมาจากเขื่อนสิริกิติ์ ลงมาอีกถามว่าอะไรจะเกิดขึ้นครับ ท่านไม่สงสารเขาบ้างหรือครับ คนพิษณุโลก คนบางระกํา คนพิจิตร ท่านลองไปถามความรู้สึกคุณหมอวรงค์ ท่านลองไปถามความรู้สึก ของท่านนคร มาฉิม ดูว่าความรู้สึกของเขาเป็นอย่างไร
อีกประเด็นหนึ่งท่านบอกว่ารัฐบาลพยายามที่จะเร่งระบายน้ํา ระบายน้ํา หลังจากวันที่ ๑๕ กันยายน เพราะอะไร อันนี้เกี่ยวเนื่องกับนโยบายของรัฐบาลที่แล้วครับ รัฐบาลที่แล้วกําหนดช่วงเวลานะครับ กําหนดช่วงเวลาของฤดูกาลเพาะปลูก คร็อป (Crop) ที่ ๒ ของปีนี้ครับ คือตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ถึงวันที่ ๑๕ กันยายน ซึ่งผมแปลกใจครับ ผมแปลกใจที่ท่านนิพิฏฐ์ถามคําถามนี้ออกมาได้อย่างไร ท่านเป็นรัฐมนตรีอยู่ในรัฐบาลที่ว่า ผมถามท่านจริง ๆ ครับ ท่านลืม ท่านไม่รู้หรือท่านไม่ใส่ใจ ผมย้ําคําพูดของท่าน แล้วผมก็เห็นด้วยกับคําพูดของท่านครับว่า คนฉลาดหรือไม่ดูที่การพูดครับ เอาละครับ ผมไม่ต่อล้อต่อเถียง นี่คือสิ่งที่ผมกําลังจะอธิบายว่าเพราะอะไร เราไม่สามารถที่จะระบายน้ํา ในเขื่อนภูมิพลออกมาได้ ณ ช่วงขณะเวลานั้นเหมือนกันเช่นเดียวกันกับเขื่อนสิริกิติ์
ประเด็นถัดมาครับ ผมต้องอธิบายให้ท่านประธานได้ฟังถึงการบริหารจัดการ น้ําทั้ง ๒ ฝั่งทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกก่อนที่จะเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยา เหนือเขื่อนเจ้าพระยาใต้จังหวัดนครสวรรค์ลงมามีการระบายน้ําออกทุ่งฝั่งตะวันตก และฝั่งตะวันออก ๒ ด้าน ฝั่งตะวันตกผ่านที่ประตูพลเทพและประตูบรมธาตุ ฝั่งตะวันออก ผ่านที่ประตูระบายน้ํามโนรมย์และประตูระบายน้ํามหาราช ๒ ฝั่ง ฝั่งละ ๒ ข้าง ฝั่งละ ๒ คลองด้วยกัน วิธีการบริหารจัดการโดยทั่วไปตามสามัญสํานึก วิธีการบริหารจัดการก็คือว่า เราจะต้องดูครับว่าลําน้ําแต่ละลําน้ํา เขาสามารถที่จะจุน้ําได้เท่าไร เช่น ที่ประตูพลเทพ แม่น้ําท่าจีน แม่น้ําสุพรรณบุรี ความจุสูงสุดอยู่ที่ ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่บรมธาตุ แม่น้ําน้อยผ่านจังหวัดอ่างทองบ้านผมจุได้เต็มที่ ๑๕๐ ไม่เกิน ๑๘๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่ประตูมโนรมย์ผ่านไปที่คลองชัยนาท-ป่าสัก คลองนี้จุได้ไม่เกิน ๒๑๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่ประตูมหาราช ๖๕ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นี่คือช่วงเหตุการณ์ปกติ การบริหารจัดการ ไม่มีทางหรอกครับที่จะผลักดันน้ําไปในคลองใดคลองหนึ่งให้มากเกินความจุ เพราะหัวอก ของข้าราชการเขารู้ครับว่าถ้าดันน้ําออกไปเกินปริมาณความจุแล้วนี่ปัญหาจะเกิดขึ้น กับพี่น้องริม ๒ ฝั่งตลิ่ง เพราะฉะนั้นการบริหารจัดการก่อนที่จะมีปัญหา ผมหมายถึงก่อนที่บางโฉมศรีจะแตก ในวันที่ ๑๔ กันยายน เขาบริหารจัดการกันอย่างนี้ครับ ผมมีชาร์ท มาให้ท่านดูเพื่อเป็นการยืนยัน ว่าการระบายน้ําเข้าทุ่งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกมีปริมาณการระบายน้ําที่ใกล้เคียงกัน ไม่ใช่เป็นไปอย่างข้อกล่าวหาที่บอกว่าระบายน้ําออกแต่ทุ่งตะวันออกโดยปิดไม่ให้เข้าท่วมทุ่ง ฝั่งตะวันตก ไม่จริงครับ ดูชาร์ทจะเห็นครับ ปัญหาเกิดขึ้นช่วงเดือนกรกฎาคม สิงหาคม กันยายน จะเห็นได้ว่ากราฟเส้นสีชมพูเป็นการระบายน้ําเข้าทุ่งตะวันตก เห็นว่าจะมีบางช่วง ที่กราฟเส้นสีชมพูสูงกว่ากราฟเส้นสีน้ําเงินที่ระบายเข้าทุ่งฝั่งตะวันออกเสียด้วยซ้ํา นี่จึงเป็นเครื่องที่ยืนยันตอกย้ําให้เห็นว่าไม่จริงกับข้อกล่าวหาที่ว่ามีการระบายน้ํา ฝั่งตะวันออกมากกว่าฝั่งตะวันตก มาดูกราฟนี้ยิ่งเห็นชัดครับ กราฟนี้จะเป็นปริมาณน้ํา วัดเป็นล้านลูกบาศก์เมตร ในช่วงที่ผ่านมากราฟ ๒ เส้น สีน้ําเงินกับสีชมพูแทบจะทับกันครับ หมายความถึงการระบายน้ําของ ๒ ฝั่งไม่มีความแตกต่างโดยนัยสําคัญ จนกระทั่ง ถึงวันที่ ๑๔ กันยายน วันที่บางโฉมศรีแตกที่จังหวัดสิงห์บุรี วันนั้นแหละครับเป็นการที่เบาน้ํา ให้ระบายออกฝั่งตะวันออกให้น้อย เพราะต้องการที่จะลดผลกระทบ โดยเพิ่มปริมาณ การระบายออกทางฝั่งตะวันตก ผมอธิบายเพิ่มเติมถึงสาเหตุหลักของการทําให้ฝั่งตะวันตก เกิดปัญหา ณ ช่วงนี้ หลายคนกล่าวหาว่าเป็นการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาล หลายคน กล่าวหาว่าเป็นการผิดพลาดในการบริหารจัดการน้ําของกรมชลประทาน ผมบอกครับ มันไม่ใช่ความผิดพลาดหรอกครับ สาเหตุของทุ่งตะวันตก ฝั่งตะวันตกของแม่น้ําเจ้าพระยา ที่เกิดการท่วมที่เป็นปัญหาจนกระทั่งถึงขณะนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๕ เป็นจุดเริ่มต้น ๑๕ กันยายนเป็นจุดเริ่มต้นครับ ๑๕ กันยายน ประตูระบายน้ําพระงามที่อยู่ที่คลองกระทุ่มโพรง เป็นคลองที่เชื่อมต่อระหว่างแม่น้ําเจ้าพระยากับแม่น้ําน้อย คลองนี้เป็นคลองระบายครับ วันที่ ๑๕ กันยายน ประตูระบายน้ํามีปัญหา น้ําไหลเข้าสู่ระบบ ไหลออกจากระบบ ของแม่น้ําเจ้าพระยาเข้าสู่แม่น้ําน้อยด้วยปริมาณเฉลี่ย ๒๕๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ผ่านมานี่ครับ มารวมกับที่ประตูน้ําลําชวดซึ่งเป็นการกักเก็บน้ําที่มาจากจังหวัดสิงห์บุรี ผ่านที่ประตูน้ํา ลําชวดอีกประมาณ ๑๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมกับที่ประตูน้ํายางมณีซึ่งรับน้ํามาจาก ประตูบรมธาตุอีกประมาณ ๑๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมแล้วช่องทางนี้ที่ลงสู่แม่น้ําน้อย ทั้งหมดประมาณ ๔๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีครับ ไหลลงมาถึงแม่น้ําน้อยเข้าสู่ อําเภอโพธิ์ทองของจังหวัดอ่างทอง อําเภอวิเศษชัยชาญของจังหวัดอ่างทองไล่ไปจนกระทั่ง ถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้วก็ทุ่งผักไห่ สีน้ําเงินนี่ครับ เข้าทุ่งผักไห่เต็มจนทุ่งนี้เต็ม แล้วก็รับน้ําไม่ไหว เพราะว่าปริมาณน้ําที่ไหลเข้ามานั้นมากมายมหาศาลจากเหตุของประตูน้ํา พระงามพัง ใช้เวลาซ่อมเกือบจะ ๓ อาทิตย์ เพราะฉะนั้นน้ํามาขังอยู่ในบริเวณนี้มากมาย มหาศาลและไม่มีทางที่จะระบายออกครับ น้ําที่ขังอยู่บริเวณนี้ไหลลงจากเหนือสู่ใต้ ลงสู่ด้านใต้ของโครงการผักไห่ เข้าสู่ที่โครงการเจ้าเจ็ด-บางยี่หน โดยข้ามคลองเจ้าเจ็ด เส้นด้านบนนี้นะครับ ข้ามคลองเจ้าเจ็ดลงมาที่โครงการเจ้าเจ็ด-บางยี่หนประกอบกัน น้ําเหนือจากข้างบน จากโครงการผักไห่ จากประตูพระงามไม่พอ มาประกอบรวมเข้ากับ ประตูระบายบางแขยงที่ขาดเพิ่มเติมเข้ามาอีก ทําให้มีการเติมน้ําเข้ามาที่โครงการนี้ จํานวนมหาศาล เมื่อโครงการนี้รับไม่ได้ก็จะส่งผ่านลงมาด้านล่างอีกครับ คราวนี้ มาจนกระทั่งถึงที่จังหวัดปทุมธานีแล้วครับ ที่โครงการพระยาบรรลือ คลองพระยาบรรลือ เส้นบนของโครงการพระยาบรรลือไม่สามารถที่จะรองรับน้ําไว้ได้อีก ก็ทําให้ล้นข้ามคลอง พระยาบรรลือเข้าท่วมทุ่งที่ลาดบัวหลวง ลาดหลุมแก้ว ด้านนี้ จังหวัดปทุมธานีทั้งหมดครับ ประกอบกันที่จังหวัดปทุมธานีมีรอยขาดที่ริมแม่น้ําเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกอีก ๑๐ กว่าแห่ง มีประตูระบายน้ํามะทายที่พังเข้ามาอีก ทําให้น้ําเพิ่มเข้ามาในทุ่งนี้จํานวนมากครับ ก็ไหลลงมาด้านล่างถึงโครงการพระพิมล เข้าสู่คลองทวีวัฒนา เข้าสู่ถนนพระบรมราชชนนี ทําให้กรุงเทพมหานครท่วม ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานครน้ําท่วมทั้งหมดครับ น้ําไม่ได้ ไปไหนหรอก นี่คือเหตุการณ์ที่ผมไล่เรียงให้ท่านประธานได้เห็นถึงภาพรวมทั้งหมด หลายคน พูดว่าแล้วทําไมถึงไม่ระบายน้ําออกมาช่วยฝั่งตะวันตกที่ประตูน้ําพลเทพบ้าง ผมบอก ท่านประธานปกติทุ่งฝั่งตะวันตก วิธีการระบายน้ําของเขา คือการระบาน้ําออกจากทุ่งต่าง ๆ เหล่านี้ออกสู่แม่น้ําท่าจีน โดยเขาจะมีประตูอยู่ที่คลองต่าง ๆ เหล่านี้ละครับ หรือจะมี เครื่องสูบน้ําไปสถานีสูบน้ําที่ปลายคลองแม่น้ําท่าจีน แต่เนื่องจากว่าช่วงเวลาหนึ่ง มีการกดดันไปที่รัฐบาลว่า ให้ระบายน้ําเข้าสู่ประตูน้ําพลเทพ ประตูน้ําพลเทพอย่างที่ผมบอก แม่น้ําท่าจีนรับน้ําได้ ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที วันที่สูงสุด น้ําเข้ามาเป็นเดือน ๓๖๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทําให้ไม่สามารถที่จะระบายน้ําออกจากทุ่งนี้ลงสู่แม่น้ําท่าจีนได้ เพราะน้ําเสมอกัน และน้ําในแม่น้ําท่าจีนสูงกว่าน้ําในทุ่งด้านนี้ทั้งหมด นี่คือเหตุผลของน้ํา ที่กําลังท่วมและเป็นมหันตภัยร้ายแรงในฝั่งตะวันตก ไม่ได้เกิดขึ้นจากความผิดพลาด ของการบริหารงานของรัฐบาลแม้แต่นิดเดียว ไม่ได้เกิดขึ้นจากความผิดพลาด ของการบริหารงานของกรมชลประทานแม้แต่นิดเดียวครับ
ทีนี้มาถึงประเด็นที่ผมคิดว่าจําเป็นที่จะต้องพูดครับ หลายคนได้มีการ กล่าวหา และพูดถึงจังหวัดสุพรรณบุรีเมื่อสักครู่ พูดถึงจังหวัดสุพรรณบุรีว่าพยายามที่จะ กักเก็บน้ําไม่ให้น้ําเข้าท่วมจังหวัดสุพรรณบุรี ผมก็บอกครับ ท่านลองลงไปพื้นที่ดูสิครับ จังหวัดสุพรรณบุรีริมแม่น้ําสุพรรณบุรี ริมแม่น้ําท่าจีน ๒ ฝั่งท่วมทั้งหมด คุณสหรัฐ กุลศรี เป็นคนยืนยันเองว่าที่อําเภอเดิมบางนางบวชท่วม ที่อําเภอสามชุกท่วม ที่อําเภอศรีประจันต์ท่วม ที่อําเภอเมืองก็ท่วม สองพี่น้อง บางปลาม้าไม่ต้องพูดถึงท่วมก่อนใครเพื่อนตั้งแต่ เดือนสิงหาคมแล้วครับ หลายคนบอกตัวเมืองสุพรรณบุรีไม่ท่วม ถูกต้องครับ ผมก็ยืนยันว่า ตัวเมืองจังหวัดสุพรรณบุรีไม่ท่วม เพราะอะไรครับ เพราะตัวเมืองจังหวัดสุพรรณบุรี มีเขื่อนป้องกันตลิ่งขนาดใหญ่ ซึ่ง ส.ส. ขณะนั้นที่เขาดํารงตําแหน่งเขาพยายามประสานงาน เอาเขื่อนมาลงที่ตัวเมืองซึ่งถือว่าเป็นเขตเศรษฐกิจของเขา เพื่อป้องกันไม่ให้เขตเศรษฐกิจ ของจังหวัดสุพรรณบุรีน้ําท่วม เขาก็ประสานงานนําเงินงบประมาณมาก่อสร้างตลอดแนว ๒ ฝั่ง ที่เป็นเขตเศรษฐกิจ ความสูงระดับน้ําในแม่น้ํากับตัวเมืองสุพรรณบุรีต่างกันเป็นเมตร ที่ไม่ท่วมก็เพราะมีเขื่อนป้องกันตลิ่ง ผมอยากจะบอกว่านี่เป็นสุพรรณบุรีโมเดล แล้วก็ ต้องบอกด้วยว่ารัฐบาลจะต้องดูครับ รัฐบาลจะต้องดูเอาเป็นตัวอย่างสําหรับพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ เศรษฐกิจ ผมยก ตัวอย่างเช่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พื้นที่เกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา จะต้องดําเนินการผ่านกรมโยธาธิการและผังเมืองจัดสรรเงินงบประมาณผ่านเข้าไป ให้เขาทําเขื่อน เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกาะเมืองของเขาได้รับผลกระทบ นี่จึงเป็นสุพรรณบุรี โมเดล ที่ผมบอกกับท่านประธานว่าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม และเป็นเรื่องที่รัฐบาลน่าจะหยิบ เอาไปเป็นตัวอย่างสําหรับพื้นที่ที่อยู่ในพื้นที่ที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจเพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบ เมื่อสักครู่ผมพูดค้างเอาไว้ ที่ฝั่งตะวันออกครับว่าฝั่งตะวันออกปัญหาเกิดขึ้นวันที่ ๑๔ กันยายน ที่น้ําท่วมกรุงเทพมหานคร ที่น้ําท่วมดอนเมือง สายไหม มีนบุรี หนองจอก เกิดจากสาเหตุนี้ครับ และย้ําอีกครั้งหนึ่งครับว่า สาเหตุนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นเพราะการบริหารงาน ที่ผิดพลาดของรัฐบาล ไม่ใช่การบริหารงานที่ผิดพลาดของกรมชลประทาน และน้ําที่ท่วมกรุงเทพมหานครก็ไม่ได้เป็นความผิดพลาดของการบริหารงานที่ผิดพลาด ของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ใช่ครับ จุดเกิดเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ที่บางโฉมศรีครับ บางโฉมศรีแตกเมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน น้ําทะลักออกมาจากแม่น้ําเจ้าพระยาออกจากระบบ แม่น้ําเจ้าพระยาวัดได้ ๔๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีที่บางโฉมศรี แล้วก็จะมีจุดย่อย ๆ แตก เหนือใต้บางโฉมศรีอีกหลายจุดครับ รวมแล้วประมาณอีก ๓๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ถัดจากนั้นวันที่ ๑๘ กันยายน เป็นปริมาณที่น้ําไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเป็นจํานวนมหาศาล ซึ่งเกินกว่าที่เขื่อนจะรับได้ น้ําเหนือเขื่อนเจ้าพระยาไหลออกข้าง ออกสปิลล์เวย์เพื่อไม่ให้ เขื่อนเจ้าพระยาได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ําที่มากเกินไป ออกมาตรงนี้อีก ๓๐๐ ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาทีครับ เหนือขึ้นไปที่เขากระดี ที่ดักคะนน ตรงนี้รวม ๆ กันแล้ว ๗๕๐ ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที เพราะฉะนั้นบางโฉมศรี เขากระดี ดักคะนน รวมถึงสปิลล์เวย์นะครับ รวม ๆ แล้ว มากกว่า ๑,๕๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่ไหลลงมาเข้าท่วมทุ่งสิงห์บุรี เข้าท่วมทุ่งชัยนาท สิงห์บุรี ลงมาที่อ่างทอง อําเภอไชโย อําเภอเมือง มาอําเภอป่าโมกฝั่งตะวันออก ของแม่น้ําเจ้าพระยาไปที่อําเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปที่จังหวัดลพบุรี ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นมาจากอุบัติเหตุที่ผมบอก เริ่มต้นวันที่ ๑๔ และวันที่ ๒๑ วันที่ ๒๔ ที่เขากระดีและที่ดักคะนน ทั้งสิ้นเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุทั้งสิ้นครับ เกิดขึ้นเมื่อมวลน้ําทั้งหมด เคลื่อนต่ําลงมาเรื่อย ๆ ผมต้องบอกกับท่านประธานครับ บางโฉมศรีใช้เวลา ๓ อาทิตย์ กว่าจะซ่อมเสร็จ ๓ อาทิตย์ปริมาณน้ําเท่าไรครับ ปริมาณน้ํามหาศาลที่ผ่านบางโฉมศรี เขากระดีและดักคะนน ทําให้น้ําลงมาด้านล่างทั้งหมด นี่จึงเป็นเหตุผลว่าเพราะอะไร นิคมอุตสาหกรรมโรจนะจึงประสบกับปัญหาอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ และไม่มีใครที่จะหยุด มวลน้ําก้อนนี้ได้ครับ ผมยืนยันกับท่านประธานอีกครั้งหนึ่งว่าเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นไม่ใช่ เป็นความผิดพลาดของใครครับ แล้วก็อย่าโทษกันไปกันมาอีกเลยครับ ว่าเป็นความผิดพลาด ของรัฐบาลบ้าง เป็นรัฐบาลของชุดที่แล้วบ้าง เป็นความผิดพลาดของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ของกรมชลประทานบ้าง เป็นความผิดพลาดของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครบ้าง ผมว่าไม่ใช่ความผิดของใครละครับ วันนี้ผมคิดว่าสังคมกําลังจ้องมองพวกเราทั้งหมดอยู่ ว่าเราจะแก้ไขปัญหาวิกฤตินี้อย่างไร เขาไม่อยากจะเห็นครับ ที่ผ่านมามีการสํารวจ มีการ ทําโพลล์สํารวจ ประชาชนเขาเบื่อครับ ประชาชนเขาเบื่อหน่ายกับการทะเลาะเบาะแว้งและ การเล่นการเมืองของนักการเมือง ผมอยากจะเห็นนักการเมืองทั้งหมดถอดหัวโขนของ ความเป็นพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านของพรรคที่ยืนกันอยู่คนละข้างคนละมุม แล้วหันหน้าเข้าหากัน มาพูดคุยกันถึงวิธีทางแก้ไขปัญหา เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติและก้าวข้าม วิกฤตินี้ไปด้วยกัน ผมมีข้อเสนอแนะที่กําลังจะบอกกับท่านประธานในท้ายที่สุดครับ ข้อเสนอแนะที่จะต้องใช้เงินงบประมาณจํานวนมหาศาล และผมคิดว่าในปีงบประมาณเดียว คงไม่พอ
วิธีทางแก้ไขปัญหา ผมต้องกราบเรียนกับท่านประธานว่ามีการศึกษาครับ แล้วก็มีหลากหลายวิธี ที่พูดถึงกันมากที่สุดก็คือเรื่องของแก่งเสือเต้น การไปทําอ่างเก็บน้ํา ขนาดใหญ่ที่ลุ่มน้ํายม เพราะลุ่มน้ํายมเป็นลุ่มน้ําเดียวที่ไม่มีอ่างเก็บน้ํา ๑. แก่งเสือเต้น ๒. ยมบนหรือยมล่าง อันนี้เป็น ๒ ทางเลือกระหว่างแก่งเสือเต้น ถ้าไม่แก่งเสือเต้นก็ยมบน กับยมล่าง อันนี้ผมเชื่อว่ารัฐบาลกําลังศึกษาถึงแนวทางที่จะปฏิบัติอยู่ นั่นเป็นวิธีการที่ ๑
วิธีการที่ ๒ ที่ผมคิดว่าน่าที่จะช่วยแก้ไขปัญหาได้ และผมคิดว่าขณะนี้ รัฐบาลซึ่งน่าจะต่อเนื่องมาจากรัฐบาลที่แล้วได้ศึกษาเอาไว้แล้ว นั่นก็คือที่ฝั่งตะวันออกครับ ที่คลองชัยนาท-ป่าสัก วันนี้ปริมาณน้ําที่รับได้เต็มที่คือ ๒๑๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที การศึกษากําลังศึกษาอยู่ครับว่าสามารถที่จะขยายลําน้ํานี้ออกให้กว้างขึ้นได้ จาก ๒๑๐ ลูกบาศก์เมตร ถ้าหากว่าขยายออกรับน้ําได้ถึง ๑,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก็จะช่วยพร่องน้ําจากแม่น้ําเจ้าพระยาได้จํานวนมหาศาล แล้วออกมาระบาย ทางทุ่งฝั่งตะวันออกนี้ผ่านคลองชัยนาท-ป่าสักลงทะลุมาเรื่อยจนกระทั่งออกปากอ่าว ถ้าหากว่าทําตรงนี้ได้ก็จะช่วยลดมวลน้ํามหาศาลที่กําลังจะผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ลงสู่กรุงเทพมหานคร
ช่องทางอีกช่องทางหนึ่งครับเป็นช่องทางฝั่งตะวันตก ฝั่งตะวันตกในส่วนนี้ ผมเข้าใจว่ายังไม่ได้ศึกษา จะเป็นเส้นทางที่ผมเรียกว่าชัยนาท สมุทรสาคร จะเป็น เส้นทางใหม่ครับ เส้นทางอาจจะอยู่เหนือประตูน้ําพลเทพ เจาะผ่านเข้ามาที่จังหวัดชัยนาท ผ่านจังหวัดสุพรรณบุรีเรื่อยลงมาที่จังหวัดนครปฐม จนกระทั่งออกปากอ่าว ที่จังหวัดสมุทรสาคร จะเป็นเส้นทางใหม่ ซึ่งอาจจะเขียนได้เป็นอย่างนี้ครับออกมาด้านนี้ เป็นเส้นทางใหม่ ถ้าหากว่าเส้นทางนี้รับน้ําได้อีก ๑,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก็สามารถ ที่จะพร่องน้ําบริเวณนี้บริเวณที่แม่น้ําเจ้าพระยาจะรับได้ แล้วก็ลดน้ําที่จะเข้าสู่ กรุงเทพมหานคร ลดน้ําที่จะเข้าสู่บางไทรได้จํานวนมหาศาล ซึ่งตรงนี้จําเป็นที่จะต้องใช้ เงินงบประมาณมหาศาล ก็ต้องฝากกับท่านประธานถึงคณะรัฐมนตรีครับ ถ้าหากว่า มีโอกาสท่านลองศึกษาดูครับ เส้นทางทั้งฝั่งตะวันออกและเส้นทางทั้งฝั่งตะวันตก
มากกว่านั้นในข้อเสนอสุดท้าย เป็นข้อเสนอของลุ่มแม่น้ําท่าจีน ลุ่มแม่น้ําท่าจีน ลําน้ํานี้เป็นลําน้ําที่คดเคี้ยวที่สุดในโลก คดเคี้ยวที่สุดในประเทศไทย ท่านจะเห็นจากแผนที่ ที่ผมได้แสดงให้เห็น น้ํากว่าจะไหลลงมานี่จะต้องผ่านคดเคี้ยวแล้วคดเคี้ยวอีก ถ้าหากว่า เราสามารถที่จะตัดเส้นทางให้สั้นลงได้ ระยะทางการเดินทางของน้ําก็จะย่นย่อลง มี ๓-๔ จุด ที่สามารถที่จะตัดลุ่มน้ําท่าจีนให้ลําน้ํานี้สั้นลงได้ นี่คือ ๓-๔ วิธีที่ผมอยากจะเสนอ ต่อท่านประธาน
แล้วในวิธีสุดท้าย ผมฝากไปถึงกระทรวงไอทีซีครับ กระทรวงไอซีที เป็นกระทรวงที่ดูแลในเรื่องของกรมอุตุนิยมวิทยา ผมไม่แน่ใจนักว่าในโลกนี้จะมีการ พยากรณ์อากาศได้เที่ยงตรงและแน่นอนได้มากน้อยแค่ไหน เพราะปีนี้เป็นตัวอย่างที่ เห็นได้ชัดเลยว่าการพยากรณ์อากาศทําได้มีประสิทธิภาพจริงครับ แต่ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น หมายความว่ามีประสิทธิภาพในช่วงเวลา ๑ อาทิตย์ เขาบอกว่าไหหม่าจะเข้า ในอาทิตย์หน้า นกเตนจะเข้าในอาทิตย์หน้า บอกได้เพียงแค่อาทิตย์เดียวครับ จึงทําให้ ไม่สามารถที่จะบริหารจัดการน้ําที่อยู่บนเหนือเขื่อนหรืออยู่ใต้เขื่อนได้ทัน ถ้าหากว่าสามารถ พยากรณ์ได้เป็นเดือนหรือถ้าเป็นปีได้ก็จะยิ่งดีครับ เรารู้เหตุการณ์ล่วงหน้า ๑ ปี เรารู้เหตุการณ์ล่วงหน้า๑ เดือน ก็สามารถที่จะบริหารจัดการน้ําได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะฉะนั้นผมฝากท่านประธานถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีถึงรัฐบาลว่าถ้าเป็นไปได้ ท่านลองศึกษาดูแล้วก็ลองจัดสรรเงินงบประมาณเข้าสู่กระทรวงไอซีที เพื่อวางแผน ของการพยากรณ์อากาศในระยะยาว ผมเชื่อว่าสามารถที่จะบริหารจัดการน้ําได้ถูกต้อง แล้วก็แม่นยํามากกว่าที่เป็นอยู่
ท้ายที่สุดครับ ผมวอนทุกฝ่ายอย่างที่ผมบอกไปเมื่อสักครู่ ผมมีความคิดเห็น เหมือนกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ผมอยากจะเห็นความร่วมมือกันของทุกฝ่าย ผมอยากจะเห็นรัฐบาลจับมือกับฝ่ายค้าน อยากจะให้ทุกคนนั้นถอดหัวโขนออก แล้วร่วมกัน แก้วิกฤติปัญหานี้ไปด้วยกัน ผมเชื่อว่าไม่มีใครหรอกครับที่จะก้าวข้ามวิกฤติไปด้วยตัวคนเดียว พวกเราต้องช่วยกันครับ มหาอุทกภัย ภัยพิบัติ มันไม่รุนแรงเท่ากับคนไทยใจวิบัติหรอกครับ การแตกความสามัคคีจะนําไปสู่ความวิบัติของประเทศนี้ ผมฝากท่านประธาน ด้วยความเคารพขอบพระคุณครับ
เป็นการเตรียม ความพร้อมมาอย่างดีนะครับ ขอแสดงความชื่นชมท่านภราดรนะครับ ขออนุญาตครับ ผมมี เรื่องแจ้งสมาชิกสักเล็กน้อยครับ ตามที่ได้มีหนังสือของฝ่ายเจ้าหน้าที่เขียนมาถึงผมแจ้งว่า ในช่วงเวลาที่ท่าน ส.ส. บุญยอดอภิปรายในช่วงเวลานั้นนะครับ ทางสถานีช่อง ๑๑ ยืนยันว่า มีการถ่ายทอดการประชุมตลอดระยะเวลาดังกล่าว มิได้มีการงดการถ่ายทอด และไม่มี เหตุขัดข้องในการถ่ายทอดการประชุมแต่อย่างใดนะครับ จึงเรียนมาเพื่อทราบครับ ท่านนิพิฏฐ์มีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุงครับ ผมขออนุญาตท่านประธานครับ ท่านสมาชิกภราดร ขออภัยเอ่ยนามนะครับ ได้กล่าวพาดพิงถึงกระผมหลายครั้ง แล้วก็ผมคิดว่าถ้าไม่ชี้แจงผมจะได้รับความเสียหายนะครับ
ประเด็นแรกก็คือ ท่านบอกว่ากระผมไม่สงสารพี่น้องจังหวัดชัยนาท พิจิตร สิงห์บุรี พิษณุโลกหรือ ที่ไม่ระบายน้ําในเดือนสิงหาคมนะครับ ถ้าผมไม่ชี้แจงตรงนี้ พี่น้องชัยนาท พิจิตร สิงห์บุรี ก็จะตําหนิผมได้นะครับ ประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ท่านกล่าวว่าผมนั่งอยู่ในคณะรัฐมนตรีด้วย แล้วก็มีการทํานา ปีละ ๓ ครั้ง ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลปีที่แล้วนะครับ อันนี้ผมก็เลยต้องกราบเรียน ท่านประธานเพื่อชี้แจงประมาณสักไม่เกิน ๑ นาทีครึ่งนะครับ ผมเรียนขอบพระคุณ ท่านประธานครับ ความจริงข้อมูลทั้งหมดมันค่อนข้างตรงกัน ผมพยายามที่จะอภิปราย ชี้แจงโดยไม่ระบุถึงจังหวัดแล้วกันนะครับเพื่อที่จะได้ไม่ต้องประท้วง
ประการแรก ผมกราบเรียนชี้แจงท่านภราดรครับว่าผมเห็นด้วยกับท่านว่า อย่าเล่นการเมืองนะครับ โดยเฉพาะอย่าเอาน้ําไปเล่นการเมือง ที่ผมเรียนอย่างนี้ครับ ท่านไปถามท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ผมไม่ได้พูดเองครับท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นคนพูดเองเมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน นะครับว่ามีการพยายามป้องกัน จังหวัดของตนเองไม่ให้ถูกน้ําท่วม มันก็เลยมีปัญหาในการจัดการน้ํา ท่านภราดรครับ ท่านต้องไปถามนายกรัฐมนตรีนะครับ ผมไม่ระบุจังหวัดนะครับว่าจังหวัดไหนป้องกันตนเอง ไม่ให้ถูกน้ําท่วม แล้วก็ท้ายที่สุดเกิดวิกฤติจนจัดการน้ําไม่ได้ ท่านไปถามนายกรัฐมนตรีนะครับ อย่ามาถามผมนะครับ
เรื่องที่ ๒ ที่ผมเรียนท่านภราดรฝากไปถึงพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี ที่ผมเรียนอย่างนี้เพราะผมสงสารคนชัยนาท คนสิงห์บุรีครับ ในวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๔ บางโฉมศรีแตก ๑๔ กันยายน ประตูระบายน้ําบางโฉมศรีแตกที่ท่านภราดรกล่าวถึง ในขณะนั้นคนชัยนาท คนสิงห์บุรี น้ําท่วม แล้วในขณะนั้นคนชัยนาท คนสิงห์บุรี ประท้วง เพื่อขอให้เปิดประตูระบายน้ําพลเทพและประตูระบายน้ําบางกุ้ง ที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่า น้ําไม่ระบายลงแม่น้ําท่าจีน เมื่อน้ําไม่ลงแม่น้ําท่าจีนคนสิงห์บุรี คนชัยนาทเขาก็เลยเดือดร้อน และผมยืนยันผมไม่ระบุชื่อแล้วกันนะครับ มีผู้แทนราษฎรสิงห์บุรี ผู้แทนราษฎรหลายท่าน หลายจังหวัดอภิปรายในสภาแห่งนี้ยืนยันว่าเพราะไม่เปิดประตูให้น้ําลงแม่น้ําท่าจีน คนสิงห์บุรี คนชัยนาท เลยเดือดร้อนจนกระทั่งต้องมีการพังประตูน้ําครับ ผมเรียน ท่านประธานครับว่าทั้งหมดนี้ผมไม่ได้กล่าวหาว่าใครจะดําเนินการอะไร ผิดพลาดมากมายนะครับ เพียงแต่ว่านิดเดียวครับ เป็นการบริหารความเสี่ยงผิดพลาด ถามว่า ถ้าผมเป็นรัฐบาลแล้ว เกิดภาวะอย่างนี้น้ําท่วมไหม ตอบว่าท่วมครับ แต่ผมตอบต่อไปเลยครับว่าจะไม่รุนแรง อย่างนี้ครับถ้ามีการปล่อยให้น้ําไปตามธรรมชาติตามที่ได้มีการวางแผนไว้ของ กรมชลประทาน มีผู้สํารวจครับ เป็นอาจารย์ดอกเตอร์อาภิรักษ์ หกพันนา จากมหาวิทยาลัย พระจอมเกล้าธนบุรี ผมขออภัยเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านได้วิเคราะห์ว่าถ้ามีการจัดการน้ํา อย่างถูกต้องน้ําจะลดลง
ท่านนิพิฏฐ์ เอาเฉพาะที่ท่านเสียหายครับ
จบแล้วครับ น้ําจะลดลง ๗๐ เซนติเมตร นะครับ และนิคมอุตสาหกรรมทั้งหลายจะไม่จมน้ํา ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านเรืองศักดิ์ งามสมภาค ๘ นาทีครับ
ท่านประธานครับ ผมถูกพาดพิงครับ และผมคิดว่าผมเสียหายครับ
ประเด็นไหน ครับท่านภราดร
ประเด็นท่านนิพิฏฐ์ครับ
ขอทราบ ประเด็นครับ
ท่านนิพิฏฐ์พาดพิงว่า ผมกล่าวว่า จังหวัดชัยนาท จังหวัดสิงห์บุรี ที่ได้รับผลกระทบจากบางโฉมศรี ซึ่งผมไม่ได้พูดอย่างนั้นครับ ผมถามท่านนิพิฏฐ์ว่า ท่านนิพิฏฐ์ไม่สงสารคนพิษณุโลกหรือ ไม่สงสารคนพิจิตรหรือ ไม่สงสารคนสุโขทัยหรือครับ ให้ไปถามกับท่านนคร มาฉิม ให้ไปถามกับคุณหมอวรงค์ ที่ผมกล่าวอย่างนั้นก็เพราะว่าที่ท่านนิพิฏฐ์บอกว่าให้ระบายน้ําออกมาจากเขื่อนขนาดใหญ่ ซึ่งกล่าวก็คือเขื่อนภูมิพลกับเขื่อนสิริกิติ์ ไม่ได้เกี่ยวข้องจังหวัดสิงห์บุรี ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ จังหวัดชัยนาท ซึ่งได้รับผลกระทบจากบางโฉมศรีเลยครับ เป็นน้ําตอนบนก่อนที่จะมาถึง จังหวัดนครสวรรค์ ผมไม่โทษท่านละครับ เพราะท่านเป็น ส.ส. ภาคใต้ ท่านไม่รู้เส้นทาง ของน้ําว่าน้ํามันมาเส้นทางไหน ท่านก็ได้แต่พูดไปอย่างนั้นละครับ น้ําที่เขื่อนสิริกิติ์ ถ้าปล่อยลงมาเดือนสิงหาคมที่ท่านว่านี้มันก็จะมาเพิ่มความเดือดร้อนให้กับพี่น้องพิษณุโลก พี่น้องสุโขทัย และพี่น้องพิจิตรที่เขาได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน ๕ ลูกไปก่อนหน้านั้นแล้ว เขาจึงไม่ปล่อยลงมานะครับ และที่ท่านบอกว่าวันนี้ถ้าท่านมีโอกาส
ท่านภราดร สมควรแล้วครับ
ผมจบพอดีครับท่านประธาน ๑๐ วินาทีเท่านั้น ท่านบอกว่าท่านมีโอกาสการบริหารจัดการน้ํา ถ้าท่านทําน้ําจะไม่ท่วม อย่างนี้ ผมก็บอกกับท่านครับ ผมอยากให้ท่านกลับมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์อีกสักทีหนึ่งครับ ผมจะดูครับ
เล็กน้อยครับ ท่านนิพิฏฐ์ครับ สัก ๑ นาทีครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ไม่ถึง ๑ นาที นะครับ ต้องตั้งสตินะครับ การจัดการน้ําที่ผมพูดนี่ครับมันมีเรื่องของการระบายน้ําจากเขื่อน และการระบายน้ําจากท้ายเขื่อนคือประตูระบายน้ํา ท่านประธานต้องเข้าใจนะครับ ผมศึกษาเรื่องนี้มาไม่ต่ํากว่า ๑๐ วันนะครับ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ จังหวะที่ต้องระบายน้ําดี ที่สุดคือหลังจากมีพายุนกเตน ระหว่างวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ถึง ๕ สิงหาคม หลังจากนั้น ต้องระบายน้ํา เพราะมีปริมาณน้ําเข้าสูงสุด ตรงนี้ตรงกันครับ แต่ผมเรียนท่านประธานว่า เมื่อเราไม่ระบายน้ําจากประตูระบายน้ําพลเทพ จังหวัดชัยนาท เมื่อไม่ระบายน้ําจากประตู ระบายน้ําพลเทพ จังหวัดชัยนาท เพื่อให้ไปลงทางฝั่งทิศตะวันตกของแม่น้ําเจ้าพระยา ผมไม่ระบุจังหวัดแล้วกันนะครับ เพื่อไม่ให้ไปลงแม่น้ําท่าจีน เมื่อปิดประตูระบายน้ําพลเทพ น้ําก็เลยทะลักเข้าจังหวัดลพบุรี จังหวัดชัยนาท และจังหวัดสิงห์บุรี น้ําเลยเปลี่ยนทิศทาง แล้วก็ควบคุมไม่ได้ มันอยู่ที่การบริหารจัดการน้ําเท่านั้นเองครับ แต่ว่ามีการจัดการน้ํา ผิดพลาดเลยเกิดหายนะขึ้นครับ ขอบพระคุณครับ
ผมว่าถ้าอย่างนี้ ไม่จบครับ พอสมควรแล้วกระมังครับ ท่านภราดรพอสมควรแล้วครับ เอาละครับ เตรียมมาเยอะก็เลยมีเรื่องคุยกันเยอะ ผมว่าพอสมควรแล้วครับ ไปที่ท่านเรืองศักดิ์ดีกว่าครับ เชิญท่านเรืองศักดิ์ งามสมภาค เชิญครับ พอเถอะครับ สมควรแล้วครับ เชิญท่านเรืองศักดิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาขิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายเรืองศักดิ์ งามสมภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ต้องขอขอบพระคุณท่านประธาน ที่ให้โอกาสกับผมในการทําหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ในวันนี้
ท่านประธานครับ เรากําลังร่วมกันพิจารณางบประมาณรายจ่ายในช่วงเวลา และสถานการณ์ที่ไม่ปกติ คือเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนกว่า ๓ ล้านคน ทั้งในกรุงเทพมหานคร และในจังหวัดต่าง ๆ กําลังเดือดร้อนแสนสาหัสจากมหาอุทกภัยที่เราไม่เคยประสบมาก่อน ในชีวิต ซึ่งได้เริ่มมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่ยุติ ขณะนี้น้ําก็ยังท่วมอยู่ ราษฎรที่น้ําท่วมก็ถามหาว่าเมื่อไรจะหมดไปจะยุติสักที คอยกันอยู่นั่นแหละ ส่วนผู้ที่น้ํา ยังไม่ท่วมอย่างในกรุงเทพฯ นี่ก็นั่งเฝ้าบ้านว่าจะท่วมหรือเปล่า จะท่วมเมื่อไร และจะท่วม ขนาดไหน จะอยู่ได้หรือไม่ ซึ่งก็ยังไม่มีใครที่จะตอบได้ในเรื่องนี้นะครับ ดังนั้นประเด็นที่กระผมจะตั้งข้อสังเกต ข้อท้วงติง รวมทั้งข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดตั้งงบประมาณ ผมจะมุ่งไปยังการบริหาร จัดการงบประมาณที่มีส่วนเกี่ยวกับการช่วยเหลือฟื้นฟูความเสียหายเนื่องจากมหาอุทกภัย ในครั้งนี้
ท่านประธานครับ ประการแรกเป็นข้อสังเกตเกี่ยวกับประสิทธิภาพ การบริหารงบประมาณและการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อการฟื้นฟูเยียวยาประชาชนที่ประสบ อุทกภัย สิ่งที่เป็นข้อสังเกตก็คือรัฐบาลนี้ได้ประเมินสถานการณ์ของอุทกภัยที่เกิดขึ้นมานี่ ต่ําหรือเปล่า ต่ําเกินไปหรือเปล่า สาเหตุที่รัฐบาลประเมินสถานการณ์ต่ํา อาจจะเกิดจาก ปัจจัยหลาย ๆ อย่าง แต่ปัจจัยที่สําคัญอันหนึ่งก็คือข้อมูลที่เกี่ยวกับมวลน้ํา ข้อมูลทิศทาง การไหลของน้ํา และปริมาณน้ําที่ไม่ถูกต้อง ล่าช้า ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็คือความโกลาหล ในการทํางาน การล้มเหลวกับการป้องกันรับมือภัยน้ําท่วมก็โทษกันไปโทษกันมาว่า จังหวัดนั้นปิดไม่ให้ออก จังหวัดนี้เปิดไม่ให้ออก ไม่มีการบูรณาการในการพิจารณาร่วมกันว่า เราจะปล่อยน้ําไปทางไหนท่านครับ น้ํานี่เมื่อมีแล้วจากเหนือลงใต้ครับ ไม่มีจากใต้ไปเหนือ ก็รู้ว่าจะมาอย่างไรนะครับ จะปล่อยอย่างไรให้ออกไป เรื่องนี้อาจจะเป็นการประเมินค่าผิดไป ก็ไม่ว่ากัน มันผ่านไปแล้วนะครับ เราว่าปัจจุบันดีกว่า เราจะตั้งงบประมาณเข้าไปแก้ไข อย่างไรนะครับ การที่รัฐบาลได้กําหนดยุทธศาสตร์การฟื้นฟูประเทศ และได้แถลงข่าวไป เมื่อ ๒ วันก่อนโดยได้ระดมผู้เชี่ยวชาญมากมายมาช่วยเป็นกรรมการ แต่ผมคิดว่าจะมี ผู้เชี่ยวชาญเก่งกาจขนาดไหน จํานวนมากขนาดไหน แต่ถ้าไม่มีข้อมูลที่ถูกต้องเป็นปัจจุบัน การฟื้นฟูที่ผู้เชี่ยวชาญจะทําผมคิดว่าจะสําเร็จโดยยากลําบาก ความสิ้นเปลืองก็จะสูง อย่างเช่น ท่านได้ช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย ท่านมีข้อมูลเพียงพอหรือยังเกี่ยวกับว่า คนที่ได้รับความเดือดร้อนเขาเป็นใคร อยู่ที่ไหน มีจํานวนเท่าไร คนที่ได้รับความเดือดร้อน ให้ช่วยอะไรบ้าง ความเดือดร้อนมีหลายประเด็นด้วยกัน เดือดร้อนในเรื่องที่อยู่ อาหาร การกิน ชีวิตร่างกาย ทรัพย์สินต่าง ๆ หนักเบาต่างกันไป อันนี้ต้องให้ชัดเจนนะครับ ท่านอาจจะตอบว่ามีแล้วแต่ท่านก็ต้องตรวจสอบว่าข้อมูลถูกต้องหรือไม่นะครับ เพราะเพียงแต่ข้อมูลผู้ประสบภัย โรงงานอุตสาหกรรมผู้ประสบภัยมีจํานวนเท่าไร หน่วยราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องก็ยังตอบไม่ตรงกันครับ ในกระทรวงเดียวกันก็ตอบไม่ตรงกัน ในเรื่องนี้ กระผมจึงอยากจะฝากให้รัฐบาลให้ความสําคัญเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณ เพื่อการพัฒนาระบบข้อมูล เพื่อใช้ประโยชน์ในการฟื้นฟูประเทศเป็นประการแรกนะครับ ท่านประธานครับ
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของการจัดลําดับความสําคัญของโครงการที่จะช่วยเหลือ เยียวยาประชาชน เงินงบประมาณที่ตั้งไป ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อการฟื้นฟูประเทศนั้น มันน้อยเกินไปครับ ถ้ามองเป็นเงินเยอะครับ ผมไม่มีถึง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถ้าจะมาเทียบกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอุทกภัยในครั้งนี้ ผมคิดคร่าว ๆ เฉพาะโรงงาน อุตสาหกรรมก็ไม่ต่ํากว่า ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว หากรัฐบาลจะเพิ่มงบประมาณในเรื่องนี้ เพิ่มขึ้นอีกสักเท่าสองเท่า ผมก็คิดว่าผมก็จะสนับสนุน ถ้าไม่รู้จะเอาที่ไหนก็ออกพันธบัตร เงินกู้ไปนะครับ ผมสนับสนุนเป็นฝ่ายค้านก็จริงนะครับ แต่ขออย่างเดียวขอให้นําไปใช้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โปร่งใสนะครับ ผมยินดี ฝ่ายค้านยินดีสนับสนุนกับรัฐบาลในเรื่องนี้ครับ รัฐบาลต้องรู้ว่าการจัดสรรงบประมาณไปให้แก่โครงการต่าง ๆ สิ่งแรกที่รัฐบาลต้องคํานึงก็คือ โครงการควรให้ความสําคัญในระดับต้น ๆ หรือระดับรอง ระดับรองลงไปเรื่อย ๆ โครงการ ที่สามารถทําให้ประชาชนมีกินมีใช้ มีรายได้เป็นโครงการแรก อันดับแรก จนสามารถ ดํารงชีวิตได้อย่างปกติพอควร หรือเรียกว่าให้ในเรื่องของปัจจัย ๔ เสียก่อนนะครับ ส่วนในเรื่องอื่น ๆ ค่อยว่ากันทีหลัง โครงการที่ตั้งไว้ที่ไม่เร่งด่วน เช่น บ้านหลังแรก รถคันแรก แท็บเล็ต ชะลอไปก่อนก็ได้ครับ เอาเรื่องนี้เสียก่อนเพื่อเป็นการ ฟื้นฟูนะครับ ให้มีกินมีใช้ พอมีกินมีใช้แล้วจะเดินทางถนนไม่ดีเป็นหลุมเป็นบ่อก็ยังทนได้ นะครับ มีกินอยู่ได้ กลุ่มคนที่จะต้องช่วยเหลือพิเศษในเบื้องต้นนี้คือบุคคลที่ตกงาน เรียกว่า สถานประกอบกิจการไม่สามารถทําได้ เช่น ในโรงงานต่าง ๆ นี่เป็นจํานวนมาก ผมคํานวณ คร่าว ๆ ว่าร่วม ๆ ล้านคน ทั้งภายในนิคมอุตสาหกรรมและนอกนิคมอุตสาหกรรม พวกนี้ ถ้าปล่อยไว้ไม่กี่วันหรอกครับ ตอนนี้ก็รับแจกข้าวห่อไปก่อน ถุงยังชีพไปก่อน เมื่อถุงยังชีพหมด ข้าวห่อหมด เขาจะเอาอะไรกินละครับ โรงงานขนาดใหญ่ผมไม่ห่วง เพราะว่าเขามีการ ประกันภัย แล้วก็ดูแลคนงานของเขาได้ มีโรงงานขนาดใหญ่หลายโรงงาน นักลงทุน จากต่างประเทศก็ประกาศว่าจะไม่ทิ้งคนงาน ไม่เลิกจ้างคนงาน อันนี้เป็นสิ่งที่น่าสรรเสริญ เป็นอย่างยิ่ง แต่โรงงานขนาดกลาง หรือขนาดเล็ก เรียกว่า เอสเอ็มอี นั้น พวกนี้ เฉพาะตัวเถ้าแก่เอง หรือผู้ประกอบการเองก็จะเอาตัวไม่รอดแล้ว มีไฉนหรือคนงานจะได้รับ การเลี้ยงดูต่อไป ผมขอให้เพ่งเล็งจุดนี้ไปเป็นประการแรก ช่วยเหลือให้เขาได้มีกินดีอยู่ดีนะครับ ไม่ต้องดีหรอกครับ เอากินดีอยู่ได้เสียก่อน
ในเรื่องนี้ผมก็ขอเสนอแนะสักนิดหนึ่ง รัฐบาลควรจะจัดให้มีงานใหญ่ ๆ เช่นเดียวกับที่สหรัฐอเมริกาที่ได้จัดขึ้นประสบความสําเร็จมาแล้วในเรื่องการหางานให้คนงาน ทําหรือการว่างงาน การก่อสร้างอนุสาวรีย์บุคคลสําคัญของสหรัฐอเมริกาที่เทือกเขาเมานต์รัชมอร์ (Mount Rushmore) ที่แกะสลักรูปใบหน้าประธานาธิบดี ๔ คน โดยระดมการจ้างงานแรงงานล้วน ๆ เกิดผลสําเร็จแล้ว รัฐบาลจะนํามาใช้บ้างก็ได้นะครับ จะแกะสลักใบหน้าใครก็สุดแล้วแต่ ไปพิจารณา แต่ผมคิดว่าถ้าแกะแล้วก็ควรให้เป็น ๒ ด้าน ด้านดีและด้านชั่วประกอบกันไป เวลาผมจํากัด ยังมีอีกที่จะแนะนําทางฝ่ายราชการ ขอเรียนว่าการช่วยเหลือประชาชน ในครั้งนี้แรงงานที่เกิดขึ้นในขณะนี้อย่างเร่งด่วน รวดเร็วด้วย ขณะนี้ชาวบ้านที่น้ําท่วม ได้รับความเสียหายมากซ้ําสอง โจรกรรมเข้าไปงัดบ้านที่เขาปิดไว้ไม่อยู่มาอยู่สถานพักพิง ลักสิ่งของออกไป ยังไม่พอครับ ตอนนี้รถยนต์ที่กรุงเทพฯ ไปจอดกันบนทางด่วนบ้าง โทลล์เวย์บ้างอะไรบ้าง ตอนนี้ถูกทุบเอาของในรถไป แล้วก็บางคันถ้าสวยหน่อย เอาง่ายหน่อยก็ขโมยไปเลย ถ้าภายใน ๒ เดือน ถ้ารัฐบาลไม่สามารถจะแก้ไขปัญหา ความยากแค้นของคนงานพวกนี้ได้ โจรปัจจุบันนี้เป็นโจรโดยสันดาน แต่ในโจรที่เดือนหน้า จะเป็นโจรจําใจครับเพราะไม่มีทางออก ไม่มีที่กินที่อยู่จําเป็นจะต้องเป็นโจร เพราะฉะนั้น ขอให้ท่านได้สกัดกั้นโดยเร็วครับ ขอขอบพระคุณครับ
หมอชลน่านมีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ผมขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ หารือท่านประธานเกี่ยวกับเรื่อง การอภิปรายที่จะดําเนินการต่อไป
ประการแรกสุด ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าเวลาที่ใช้ ของพรรคร่วมรัฐบาล หมายถึงส่วนสมาชิกนะครับ เวลาขณะนี้หมดแล้ว ท่านภราดร เป็นท่านสุดท้ายก็จะเหลือเวลาของเพื่อนสมาชิกจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน แล้วก็ทางคณะรัฐมนตรี ที่จะตอบชี้แจง ผมเรียนอย่างนี้ท่านประธานครับ ในการอภิปรายก็เข้าใจว่าทางซีก ฝ่ายรัฐบาลในฐานะที่เป็นสมาชิกจะหมดผู้อภิปราย เพราะฉะนั้นการอภิปรายต่อไปก็จะเป็น สิทธิของฝ่ายค้านทั้งหมดที่เหลืออยู่ทั้ง ๙ ท่านนะครับ ขณะนี้ทราบข่าวว่า ๙ ท่าน ท่านสุดท้ายที่อภิปรายเมื่อสักครู่เป็นท่านที่ ๑๐ ก็จะเหลือเวลาประมาณ ๒ ชั่วโมงกว่า ๆ เกือบ ๓ ชั่วโมง ถ้านับเวลาของฝ่ายค้านถ้าอภิปราย ๑๐ ท่าน ประมาณ ๓ ชั่วโมง ครม. จะใช้เวลาตอบขึ้นกับ ครม. นะครับ ก็มีเวลาอยู่พอสมควร แต่ท่านตอบใช้เวลา เช่น ประมาณ ๑ ชั่วโมง เวลาที่เราจะใช้ก็จะถึงประมาณ ๒๐.๐๐ นาฬิกา ก็จะเสร็จสิ้น การอภิปราย ผมก็เลยหารือท่านประธานว่าถ้าดําเนินการตามนี้เพื่อนสมาชิกที่เตรียมการ ที่จะมารอลงมติในการรับหลักการหรือไม่รับหลักการจะได้เตรียมตัว แล้วก็จะได้เข้าสู่กระบวนการ ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่าทางซีก ฝ่ายรัฐบาลจะไม่มีการอภิปราย ก็จะเหลือ ครม. แล้วก็พรรคร่วมฝ่ายค้าน ท่านประธานครับ กรณีที่จะอภิปรายซีกฝ่ายค้านก็สามารถกระทําได้ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๙ เพราะว่าซีกนี้ ไม่มีผู้อภิปรายแล้ว ก็จะเป็นซีกโน้นอภิปรายได้ตลอด ส่วน ครม. จะใช้เวลาเท่าไรก็ขึ้นกับ ดุลยพินิจครับ กราบเรียนเป็นเบื้องต้นครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
อย่างนี้ ได้ไหมครับ คุณหมอชลน่าน ในส่วนของฝ่ายค้านท่านก็อภิปรายไปตามสิทธิแล้วก็ตามที่ท่าน ได้เสนอชื่อมานะครับ ในส่วนของรัฐบาลจะชี้แจงหรือตอบให้ท่านประสานทางรัฐบาล แจ้งเข้ามาว่าท่านจะตอบช่วงไหนหรือจะเอาตอนฝ่ายค้านเสร็จแล้วหรือจะช่วงไหนท่าน ก็ชี้แจงมานะครับ ว่าทางรัฐบาลจะกี่ท่าน ใช้เวลาเท่าไรแล้วแจ้งมา ผมคาดว่าน่าจะเสร็จ ตอนประมาณ ๓ ทุ่มนะครับ เชิญท่านองอาจ ๑๐ นาทีครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณปีนี้ซึ่งมียอดอยู่ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น แน่นอนที่สุดมีงบที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของสิ่งที่เขาใช้คําว่า งบเกี่ยวกับน้ําท่วมจํานวนหนึ่ง ทั้งในงบปกติแล้วก็ในงบกลาง งบกลางที่เห็นเด่นชัดที่สุด ก็น่าจะเป็นงบค่าใช้จ่ายในการเยียวยาฟื้นฟูและป้องกันความเสียหายจากอุทกภัย อย่างบูรณาการ และงบซึ่งแน่นอนที่สุดเราเรียกกันว่างบสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจําเป็นงบประมาณจํานวนนี้ซึ่งกําลังจะถูกใช้จ่ายเมื่อเสร็จสิ้นของการพิจารณางบประมาณนี้ ก็จะใช้จ่ายโดยรัฐบาลชุดปัจจุบัน ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลชุดปัจจุบันกําลังจะ ใช้จ่ายงบประมาณ แต่ปรากฏว่าผลงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันซึ่งมีส่วนในการแก้ไขวิกฤติ ซึ่งเราเรียกกันว่า วิกฤติมหาอุทกภัยหรือวิกฤติน้ําท่วมในขณะนี้นั้น ทําให้ผมมีความจําเป็น ที่จะต้องมาอภิปรายที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณในครั้งนี้ เพราะผมไม่มั่นใจว่ารัฐบาล จะสามารถใช้จ่ายงบประมาณให้ได้ถูกต้องเหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดสําหรับ พี่น้องประชาชนชาวไทยของเราหรือไม่ หลายท่านเรียกร้องความร่วมมือจากทุก ๆ ฝ่าย ในสังคมให้ช่วยกันในการแก้ไขวิกฤติของประเทศชาติบ้านเมือง โดยเฉพาะวิกฤติที่เกิดจาก น้ําท่วมในครั้งนี้ผมคิดว่าความร่วมมือที่สําคัญที่สุดก็คือ เรามีความจําเป็นที่จะต้องบอกกับ ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารประเทศ ในการแก้ไขวิกฤติของประเทศ เขาทําในสิ่งที่ ถูกต้องเหมาะสมเรามีความจําเป็นที่จะต้องบอกว่าเขาถูกต้องเหมาะสม แน่นอนที่สุดครับ อะไรก็ตามที่เราเห็นว่าเขายังทําไม่ถูกต้องเหมาะสม ยังมีความผิดพลาดบกพร่องเกิดขึ้น ผมคิดว่าเราต้องให้ความร่วมมือในการบอกสิ่งที่ผิดพลาด บกพร่อง สิ่งที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม เหล่านั้นและนั่นคือความร่วมมือที่จะช่วยกันในการทําให้การแก้ไขวิกฤติโดยเฉพาะในเรื่องของ น้ําท่วมนั้นเป็นการแก้ไขที่ทําให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่าสิ่งที่ ทําให้ผมไม่มั่นใจว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันโดยการนําของคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้นจะสามารถ ใช้จ่ายงบประมาณปีหน้าได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ก็เพราะว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้มีนักวิชาการที่มี ความเชี่ยวชาญในเรื่องเกี่ยวกับน้ําท่วมนี่แหละครับ ซึ่งทํางานอยู่กับรัฐบาลได้ออกมาบอกว่า ภายใน ๕ ปีนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นปีนี้ในประเทศไทยเกี่ยวกับเรื่องน้ําท่วมจะเกิดขึ้นอีก อาจจะเกิดขึ้น ปีหน้า อาจจะเกิดขึ้นปีถัดไป ปีถัดไป แต่จะเกิดขึ้นภายใน ๕ ปีนี้อีกครั้งหนึ่ง สมมุติว่า สมมุติฐานของนักวิชาการท่านนี้ซึ่งทํางานเป็นข้าราชการกระทรวงหนึ่งในรัฐบาลนี้ประเมิน สิ่งเหล่านี้ไว้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง รัฐบาลชุดนี้อาจจะต้องทําหน้าที่ในการแก้ไขวิกฤติของประเทศ ในปีหน้าอีกครั้งหนึ่ง และนั่นคือความจําเป็น ทําไมที่ผมจะต้องมาบอกกับท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาลว่าสิ่งที่รัฐบาลดําเนินการในช่วงเวลาวิกฤติน้ําท่วมในครั้งนี้นั้นถูกต้อง เหมาะสม ผิดพลาดอย่างไรหรือไม่ และนี่คือความร่วมมือของพวกเราในการที่ไม่ประสงค์จะให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอีกในปีหน้า หรือไม่ประสงค์ที่จะให้สิ่งที่ผมกําลังจะพูดต่อไปนี้เกิดขึ้นอีกในขณะนี้ เพราะยังมีอีกหลาย พื้นที่ที่กําลังรอน้ําเข้าไปท่วมขัง และอาจจะใช้เวลานานนับเดือน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมพูดนี้ น่าจะมีส่วนช่วยบรรเทาปัญหาในปีนี้ และอาจจะมีส่วนทําให้ไม่เกิดวิกฤติเพิ่มขึ้นอีกในปีต่อ ๆ ไป เหมือนที่นักวิชาการภาครัฐบาลได้บอกกล่าวกับพวกเราไว้ ท่านประธานที่เคารพรักครับ ผมมีความเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเองมีความตั้งใจมีความมุ่งมั่น ที่อยากจะทํางาน ผมมีความเชื่อและบริสุทธิ์ใจครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีคงไม่มีความประสงค์จะให้น้ําท่วมหลายจังหวัดในประเทศไทย ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีคงไม่มีความประสงค์จะให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน จากวิกฤติในครั้งนี้ แต่ความเป็นจริงที่ปรากฏนั้นทําให้เราเห็นว่า ความมุ่งมั่นตั้งใจ หรือความไม่ประสงค์นั้นมันตรงกันข้าม เพราะสิ่งที่ปรากฏต่อหน้าพวกเราทั้งหลาย ในนับรอบเดือนที่ผ่านมา ก็คือความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนจํานวนมากในประเทศไทย ที่ประสบปัญหาที่เกิดขึ้นจากน้ําท่วมในครั้งนี้ หลายจังหวัดในภาคเหนือ หลายจังหวัด ในภาคกลางและพี่น้องในกรุงเทพมหานคร
ท่านประธานที่เคารพครับ ภาพของความตื่นตระหนกตกใจเมื่อต้องหนีภัย จากน้ําท่วมเข้ามาอย่างฉับพลันกะทันหัน หลายภาพหลายครั้งหลายหน โดยเฉพาะ พี่น้องชาวต่างจังหวัดที่จะต้องมาทํางานอยู่ตามนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ นั้น เราพบเห็น จนแทบจะเรียกว่าเป็นภาพที่ชินตา แทบจะทุกนิคมอุตสาหกรรมที่ผ่านมา ภาพของ พี่น้องประชาชนที่จะต้องนั่ง จะต้องนอนอยู่บนชั้นสองบ้าง บนหลังคาบ้าง มีอาหารกินบ้าง ไม่มีกินบ้างมีน้ําดื่มบ้าง ไม่มีน้ําดื่มบ้าง ภาพของเมื่อมีผู้ใจบุญนําข้าวของไปบริจาค ไปมอบให้ แล้วมือที่ยื่นกันสลอนเพื่อที่จะรอรับสิ่งของบริจาคจากผู้ใจบุญ จากทางราชการ จากผู้มีจิตศรัทธานั้นภาพเหล่านี้เราเห็นแทบทุกวันและชินตาที่สุด ถ้าท่านประธานกลับบ้าน ไปคืนวันนี้ เปิดดูทีวีในข่าวเกือบทุกช่องตัววิ่งน้ําท่วมมาหนึ่งเดือนแล้วครับ ในหลายพื้นที่ ท่านประธานยังเห็นพี่น้องประชาชนส่งข้อความสั้นเข้าไปในหน้าจอทีวี โทรศัพท์ไปบอกตาม วิทยุคลื่นต่าง ๆ ว่าหมู่บ้านนี้ ซอยนี้ ชุมชนนี้ยังไม่มีหน่วยราชการหน่วยไหนเข้ามาดูแล เข้ามารับผิดชอบ เข้ามาช่วยเหลือ ท่านประธานกลับไปเปิดทีวีก็จะเห็นเมื่อนั้นว่าสิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้น
ท่านประธานครับ ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนวันนี้นั้น มีมากมายมหาศาล ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุด ผู้อภิปรายล่าสุดที่เอ่ยจํานวนยอดผู้เสียชีวิต บอกว่ามี ๕๒๙ คน ผมเช็กล่าสุดก่อนที่จะอภิปรายขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็น ๕๓๓ คน พี่น้องที่เคารพครับ ท่านประธานที่เคารพ เราเตรียมงบประมาณไว้ช่วยเหลือเยียวยา หลายภาคด้วยกันครับ ไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตรช่วยพี่น้องประชาชน ที่ประสบภัยน้ําท่วม แต่ผมถามว่าเราจะใช้เงินจํานวนเท่าไรครับที่จะเอาชีวิตคน ๕๓๓ คน กลับคืนมาได้ เราจะใช้งบประมาณเท่าไรครับ ถึงจะเพียงพอสําหรับชีวิตคน ๕๓๓ คน ที่เขาต้องเสียชีวิตไป เพราะความประมาทเลินเล่อ หรือเพราะความไร้ประสบการณ์ หรือเพราะความไม่มีความสามารถในการบริหารจัดการแก้ไขวิกฤติที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ของเราในครั้งนี้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า รัฐบาลเองนั้นทั้งคณะถือว่าจะต้องมีส่วนรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น ในวิกฤติที่เกิดขึ้น ที่ผมบอกว่ารัฐบาลทั้งคณะ ไม่ใช่เฉพาะ ศปภ. ซึ่งมีท่านประชาเป็นผู้อํานวยการศูนย์เท่านั้น เป็นผู้บัญชาการเท่านั้น ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายปฏิบัติการ ซึ่งมีคุณปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีจะต้องรับผิดชอบเท่านั้น ไม่ใช่เฉพาะ พลอากาศเอก สุกําพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจะต้องรับผิดชอบเท่านั้น เพราะในประกาศคําสั่งแต่งตั้ง ศปภ. นั้นระบุไว้ชัดเจนครับ ผมไม่ต้องบอกภาระหน้าที่ของ ศปภ. ว่าท่านประชาทําอะไร ท่านปลอดประสพทําอะไร ท่านสุกําพลทําอะไร แต่ในวรรคท้ายได้บอกไว้ชัดเจนครับว่า ที่ปรึกษา ประกอบไปด้วย รองนายกรัฐมนตรีทุกท่านและคณะรัฐมนตรีจะเป็นผู้ที่ ให้คําปรึกษาในศูนย์นี้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผิดพลาดบกพร่องที่เกิดขึ้นในครั้งนี้นั้น คือความรับผิดชอบของคณะรัฐมนตรีทั้งคณะที่ได้ประกาศแต่งตั้ง ศปภ.ขึ้นมา และคณะรัฐมนตรีทั้งคณะก็เป็นที่ปรึกษาร่วมอยู่ในคณะ ศปภ. ชุดนี้ด้วย ท่านประธาน ที่เคารพรักครับ ผลของการบริหารจัดการที่ก่อให้เกิดปัญหาในครั้งนี้นั้น ผมอยากจะชี้ให้เห็นว่า เป็นการบริหารจัดการที่ก่อให้เกิดปัญหาเป็นเพราะเหตุ ๓ ประการครับ
ประการที่ ๑ ก็คือบริหารจัดการแก้ปัญหาในภาวะวิกฤติที่ผมอยากจะใช้ คําว่า ไม่สามารถบริหารจัดการแก้ปัญหาในภาวะวิกฤติได้
ประการที่ ๒ อ่อนด้อยไร้ประสบการณ์
ประการที่ ๓ ไม่มีความเด็ดขาดในการจัดการแก้ไขปัญหาในครั้งนี้
และแน่นอนที่สุดครับสิ่งที่ผมสรุปมา ๓ ข้อนี้ ถ้าท่านไปถามคนจํานวนมาก หลายคนอาจจะบอกว่าน้อยเกินไป ส่วนหนึ่งของการทําให้เกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้นมานั้น ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าส่วนหนึ่งก็คือการให้ข้อมูลข่าวสารที่ผิดพลาดบกพร่อง ศปภ. นอกเหนือจากผู้นําของ ศปภ. ทั้ง ๓ ท่านที่ผมเอ่ยนามไปแล้ว ศปภ. มีสารพัดโฆษก ที่ขึ้นมาให้ข้อมูลข่าวสารกับพี่น้องประชาชน ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานครับว่าสารพัด โฆษกและผู้ที่เกี่ยวข้องกับ ศปภ. ที่ขึ้นมาให้ข้อมูลข่าวสารกับพี่น้องประชาชนแทบทุกวันนั้น ไม่ได้รับความเชื่อถือจากพี่น้องประชาชน เพราะสิ่งที่เขาพูดนั้นคลาดเคลื่อนต่อความเป็นจริง หลายครั้งหลายหน จนผมอาจจะสรุปได้ว่า ศปภ. นั้นมีลักษณะของการให้ข้อมูลข่าวสาร ที่สับสนไปหมดครับ เพราะฉะนั้นผลของการให้ข้อมูลข่าวสารที่สับสนจึงก่อให้เกิดปัญหา อย่างที่ผมกราบเรียนไปแล้ว ที่สําคัญที่สุดก็คือข้อมูลไม่น่าเชื่อถือและการนําเสนอข้อมูล ไม่น่าสนใจ สิ่งที่จะนําเสนอกับพี่น้องประชาชนเป็นปัญหา ผู้นําเสนอเองก็เป็นปัญหา เพราะฉะนั้นเราจึงพบว่าสิ่งที่นําเสนอกับพี่น้องประชาชนนั้นจึงเข้าลักษณะอยู่ ๓ ประการ ด้วยกันครับ
ประการแรก ก็คือข้อมูลที่นําเสนอนั้นสุดเว่อร์ครับท่านประธาน
ประการที่ ๒ หลายคนพยายามที่จะแสดงออกถึงความเซ่อซ่าออกหน้าจอทีวี อยู่บ่อยครั้ง และ
ประการที่ ๓ จะออกน้ําท่วมทุ่งอยู่บ่อยครั้ง
ทั้ง ๓ ประการนี้เองครับที่ทําให้พี่น้องประชาชนนั้นหมดความศรัทธาเชื่อถือ ในข้อมูลเหล่านี้ และท่านประธานก็คงพบเห็นครับว่าหมดความเชื่อถือในข้อมูลแล้วอะไร เกิดขึ้น ความเสียหายเกิดขึ้นมากมายครับ ผมอยากจะชี้ให้เห็นถึงการออกมากล่าวของ ศปภ. และสารพัดโฆษกครับ เริ่มจากโฆษก ศปภ. ท่านหนึ่งเมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ออกมาบอกว่า นิคมไฮเทคกลับสู่ภาวะปกติแล้ว หลังจากนั้นไม่นานครับ ในวันเดียวกันครับ คันกั้นน้ํา นิคมไฮเทคพัง โรงงาน ๑๔๓ แห่งจมน้ํา สารพัดโฆษกอีกท่านหนึ่งครับ วันที่ ๑๖ ตุลาคม ท่านออกมาบอกว่ามั่นใจน้ําไม่ท่วม กทม. แน่ เพราะน้ําเหนือมวลใหญ่จากนครสวรรค์ ลงทะเลแล้วเมื่อวานนี้ ผมขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อครับว่าโฆษกท่านนี้ที่พูดเป็นใคร เพราะผมเกรงว่าชาวกรุงเทพมหานคร อาจจะไม่พอใจท่าน แต่วันที่ ๑๖ ตุลาคม โฆษกท่านนี้บอกว่ามั่นใจน้ําไม่ท่วม กทม. แน่ เพราะน้ําเหนือมวลใหญ่จากนครสวรรค์ลงทะเลแล้วเมื่อวานนี้ผมไม่ทราบว่าท่านตรัสรู้ ได้อย่างไรครับว่าน้ําเหนือจากนครสวรรค์ไหลลงทะเลโดยไม่ผ่านกทม. วันที่ ๒๙ ตุลาคม ศปภ. ต้องย้ายหนีน้ําท่วมจากดอนเมืองมาอยู่ที่ใหม่ที่กระทรวงพลังงานในปัจจุบัน และแนวโน้มขณะนี้น้ําใน กทม. ถึงไหนท่านทั้งหลายทราบดี คราวนี้ท่านทั้งหลายมาดูครับ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ผู้อํานวยการ ศปภ. รวมทั้งโฆษกอีกท่านหนึ่งได้ยืนยัน เมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม ว่าสามารถควบคุมสถานการณ์น้ําที่ทะลักเข้านิคมโรจนะได้แล้ว วันที่ท่านยืนยันว่าควบคุมสถานการณ์น้ําได้ วันที่ ๙ ตุลาคมเช่นเดียวกันครับน้ําทะลัก เข้านิคมโรจนะทั้ง ๓ เฟส คาดว่าเสียหาย ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท มีผู้เสียชีวิต ๔ ราย วันที่ ๑๗ ตุลาคม ผอ. ศปภ.
ท่านองอาจครับ ของท่านเกินมาจะ ๕ นาทีแล้วก็
ท่านฝ่ายค้านได้มาแจ้งผมทราบว่า หักเวลาจากพรรคฝ่ายค้านได้ครับท่านครับ
ของใคร ตัดให้ท่านครับ
เดี๋ยวทางฝ่ายค้านจะแจ้งท่านครับ
เอาเข้า งบประมาณหน่อยได้ไหมครับ
ครับ วันที่ ๑๗ ตุลาคม ท่านผู้อํานวยการ ศปภ. และนายปลอดประสพ สุรัสวดี ผู้อํานวยการฝ่ายปฏิบัติการ ยืนยัน น้ําจะไม่เข้าท่วมนิคมนวนครอย่างแน่นอน และวันเดียวกันนั้นเองครับ วันที่ ๑๗ ตุลาคม น้ําท่วมนิคมนวนครเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ระดับน้ําสูงกว่า ๒ เมตร โรงงาน ๒๗๗ แห่ง ได้รับความเสียหาย นายกรัฐมนตรีกล่าวได้เพียงว่าเสียใจ ท่านประธานที่เคารพรักครับ สิ่งที่ผมพูดนี้หลายท่านในห้องนี้อาจจะถามผมว่าผมไปเอาสิ่งเหล่านี้มาจากไหน เพราะฉะนั้น เพื่อที่จะยืนยันว่าสิ่งที่ผมพูดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ส่วนที่ท่านทั้งหลายจะได้ยินได้เห็นได้ฟังเอง ยังมีอีกมากกว่านี้ครับ ผมเพียงเอาบางตอนจากที่เขาเผยแพร่กันมากมายใน ยูทูบ (Youtube) ในขณะนี้มาให้ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติให้ท่านประธานได้รับฟังว่า คนที่ทํางานใน ศปภ. นั้นก่อให้เกิดปัญหาวิกฤติเพิ่มเติมในประเทศนี้อย่างไรจากเหตุการณ์ น้ําท่วมครั้งนี้ครับ เชิญท่านประธานรับชมรับฟังจากคลิป ต่อไปนี้ครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปเสียง)
ขออนุญาตเจ้าหน้าที่กรอใหม่ ได้ไหมครับ แล้วเปิดเสียงใหม่ครับ ขอใหม่อีกรอบครับเจ้าหน้าที่ครับ เริ่มต้นคือลุงปลอดครับ น้ําจะท่วมกรุงเทพฯ เท่าไรครับ
“……..………. : ถ้าอะไรเกิดขึ้นเลวร้ายที่สุดก็ไม่เกินนะครับสิ่งที่เกิดขึ้น ที่เกาะเกร็ดทุกวันนี้ซึ่งผ่านมา ๒ เดือน คนเกาะเกร็ดก็อยู่ได้นะครับ อย่างเก่งก็ตาตุ่มบ้าง หัวเข่าบ้างอะไรอย่างนี้ละครับ เพราะฉะนั้นไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดจะต้องโกยแน็บอะไรนะครับ”
อันนี้ถามว่า ลุงปลอดครับ แล้วถ้าน้ําท่วมขึ้นมาจะเอารถไปจอดที่ไหน
“……………. : มาดอนเมืองเดี๋ยวนี้ครับ สนามบินดอนเมืองเดี๋ยวนี้ มาเดี๋ยวนี้ครับ รถยนต์ก็จอดมันรันเวย์ นี่ละครับผมว่าดีที่สุดแล้วครับมาที่นี่ แต่ว่าถ้าท่าน ตัดสินใจที่จะมานะครับ ที่ดีที่สุดขณะนี้และความใหญ่ที่สุดขณะนี้ก็คือดอนเมือง เดี๋ยวผม จะขอให้เขาเตรียมทุกอย่างที่นี่ไว้ให้ ผมว่าดีที่สุดแล้วครับมาที่นี่ ศูนย์อพยพรังสิต อยู่ในสนามกีฬาสูงอยู่แล้วไม่เป็นไรครับ”
“……………. : ก็ขอยืนยันว่าศูนย์ปฏิบัติแห่งนี้ยังสามารถรับสถานการณ์ได้อยู่ พี่น้องประชาชนใน กทม. ก็คงไม่ต้องวิตกกังวลแต่ประการใดนะครับ แต่ตามที่ท่านรัฐมนตรี ปลอดประสพได้เรียนให้ทราบแล้วว่าก็คงไม่ต้องกังวลนะครับพี่น้องประชาชนได้รับทราบว่า ยังปกติอยู่ เรายังรักษาการได้อยู่
“……………. : ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยมีภาวะน้ําเหนือ มันแผ่วไปแล้ว กรุงเทพมหานครคาดการณ์ได้ว่าน่าจะรอดจากสถานการณ์ที่หลายคนกําลัง เป็นห่วงอยู่ในขณะนี้”
“……………. : สําหรับกรุงเทพมหานครนี่นะครับ เซฟร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม ไม่ต้องเดือดร้อน ไม่ต้องตกใจอะไรทั้งสิ้นนะครับ”
ท่านประธานที่เคารพครับ ภาพที่ปรากฏต่อหน้าท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ คงเป็นเครื่องประจักษ์ และยืนยัน
ท่านองอาจครับ เดี๋ยวสักครู่นะครับขออนุญาต มีผู้ประท้วง เชิญท่านนั่งก่อนครับ เชิญผู้ประท้วงครับ ท่านผู้ประท้วงเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ดูว่าท่านประธานจะมีความสุขสนุกสนานไปกับคลิป ผมประท้วง ท่านประธานในข้อบังคับ ข้อ ๘ ๑ วันผ่านไป วันนี้ก็เข้าวันที่ ๒ มันเหมือนการไม่ไว้วางใจ เรื่องน้ําท่วม อุทกภัย ทุกคนเดือดร้อนหมด วันนี้น่าจะพูดว่ากระทรวงโน้นกระทรวงนี้ จะตัด จะเพิ่มอย่างไร ให้ข้อสังเกตอย่างไร ผมเห็นแต่พรรคฝ่ายค้านพูดแต่น้ํา วันนี้ประสิทธิภาพและศักยภาพของพรรคฝ่ายค้านลดลงเยอะเลยนะครับ ทําไมไม่พูดละครับ จะสร้างสรรค์ประเทศ จะดูแลงบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทอย่างไร ผมประท้วง ท่านประธานนะครับ ท่านประธานต้องเข้มงวดให้เข้าประเด็นนะครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
คืออย่างนี้นะครับ ก่อนท่านจะเปิดคลิป ผมก็บอกว่าคุณองอาจกรุณาเข้างบประมาณด้วย แล้วท่านก็ขอเปิดคลิป ผมก็ยังไม่เห็นนะครับ แล้วก็ทราบจากทางท่านเลขาธิการบอกว่า ทางท่านประธานได้อนุญาต ผมก็ต้องนั่งดูก่อนนะครับ ท่านกําลังลําดับเรื่องว่าการบริหาร การจัดการ แล้วก็การให้ข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งผมบันทึกไว้นะครับ ท่านบอกว่าการบริหาร การจัดการประมาทเลินเล่อ ไร้ฝีมือ อะไรต่าง ๆ ที่ท่านพูด อ่อนหัดอะไรต่าง ๆ เดี๋ยว ท่านรัฐมนตรีประชาจะได้ตอบ เดี๋ยวฟัง คือให้ท่านพูดไปก่อน คนพูดก็พูดไป เดี๋ยวก็ฟังคนต่อว่า ที่ท่านกล่าวหาบอกว่าประมาทเลินเล่อหรือไร้ฝีมือ ผมกําลังจะฟังท่านว่าท่านนี่มีความเข้าใจ ว่าจะใช้เงินงบประมาณ ๒.๓ ล้านล้านบาทนี้จะไม่เป็นไปตามที่แถลงต่อสภาหรือไม่อย่างไรนี่ รอฟังรัฐบาล เพราะว่าขณะนี้ผมได้สอบถามทางฝ่ายเวลาแล้วบอกว่ารัฐบาลยังเหลืออยู่ ๒ ชั่วโมง ๔๓ นาที ก็คิดว่าเดี๋ยวท่านประชา เดี๋ยวก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านจะมาตอบ แล้วก็ท่านเฉลิม อยู่บํารุง หลายท่านนะครับ ให้อดทนนิดหนึ่งนะครับ อดทน ฟังทั้ง ๒ ฝ่าย ท่านก็เป็นห่วงอยู่เหมือนกัน เชิญครับ แล้วก็ของท่านทดเวลาส่วนที่เหลือด้วย นะครับของท่านไป ๙ นาที ๓๓ วินาทีแล้วนะครับ เชิญต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมขอบคุณท่านสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ที่เป็นห่วงฝ่ายค้านว่ามาตรฐาน อาจจะลดลงนะครับ ผมยืนยันครับ
ผมว่า เอาต่อเลยครับ ถ้าจะต่อล้อต่อเถียงเดี๋ยวไม่จบครับ
มาตรฐานเราจะลดหรือไม่ อย่างไรนั้นผมไม่ทราบ
เชิญต่อเลยครับ เชิญครับ
แต่ผมยืนยันว่าเราไม่ทําให้น้ํา เพิ่มขึ้นแน่นอนครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกําลังจะบอกกับท่านประธานว่า เพราะความไร้ประสิทธิภาพในการแก้ไขวิกฤติของประเทศเกี่ยวกับเรื่องน้ําท่วมในครั้งนี้ละครับ ที่ทําให้ผมมีความรู้สึกว่าเงินงบประมาณแผ่นดิน โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราว ของการแก้ไขวิกฤติน้ําท่วม ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในปีหน้านี้เหมือนอย่างที่นักวิชาการของรัฐบาล ของราชการเองเป็นคนบอกนั้น อยู่ในมือของคนที่ไม่สามารถแก้ไขในปีนี้ได้นั้น เราสมควร ที่จะไว้วางใจหรือครับท่านประธาน นั่นคือคําถามที่ผมต้องหยิบมาถามในวันนี้ ท่านประธานครับ เราจะปล่อยให้คนอีก ๕๐๐ กว่าคนต้องเสียชีวิตในปีหน้าอีกอย่างนั้นหรือ เราจะต้องปล่อยให้คนกรุงเทพมหานคร คนต่างจังหวัดอีกจํานวนมากต้องได้รับผลกระทบต่อสิ่งเหล่านี้อีกอย่างนั้นหรือครับ ท่านประธาน ผมเข้าใจดีครับว่าอย่างที่ผมบอกไว้แต่ตอนต้น รัฐบาลเอง คณะรัฐมนตรีเอง นายกรัฐมนตรีเอง ก็คงไม่มีความประสงค์ที่จะให้เกิดปัญหากับพี่น้องประชาชน คงไม่มี ความประสงค์จะเห็นน้ําท่วมและก่อให้เกิดวิกฤติในขณะนี้ แต่ผมยังมีความเชื่อมั่นครับว่า ถ้ารัฐบาลและคณะรัฐมนตรีและ ศปภ. มีฝีมือมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ เราอาจจะ ไม่ประสบปัญหาที่เรากําลังประสบกันมากมายอยู่ในขณะนี้ ท่านประธานที่เคารพรักครับ ผมเองเป็นคนหนึ่งเช่นเดียวกับพี่น้องประชาชนคนไทยส่วนหนึ่งที่มีความเห็นใจ ท่านนายกรัฐมนตรีที่มีความสงสารท่านนายกรัฐมนตรี แต่ผมคิดว่าจากวิกฤติในครั้งนี้นั้น ผมเห็นใจประชาชนคนไทย ผมสงสารประชาชนคนไทย ผมเห็นใจประเทศไทย ผมสงสารประชาชนคนไทยมากกว่าท่านประธาน เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เราพบน้ํามากมายหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นน้ําทุ่ง น้ําท่า น้ําเหนือไหลบ่า น้ําเน่า รวมทั้งน้ําลายของคนจํานวนมากแต่สิ่งที่ผมอยากเห็นในวันนี้ก็คือน้ํายา ของรัฐบาลชุดนี้ครับในการที่จะช่วยแก้ไขปัญหาในปัจจุบันและในการที่จะทํางาน งบประมาณในปีถัด ๆ ไป รวมทั้งในปีหน้านี้ด้วยผม ผมอยากเห็นน้ํายาของ ศปภ. และรัฐบาลครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณครับ เดี๋ยวฟังน้ํายารัฐบาลบ้าง เชิญท่านเฉลิม อยู่บํารุง ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี หลายคนคงสงสัยว่าผมหายไปไหน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ ปัญหาน้ําท่วม และเมื่อหายไปแล้วทําไมจึงมาตอบคําถามของเพื่อนสมาชิก ในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ โดยหลักการท่านรัฐมนตรีองอาจกับผมก็รักกัน สมาชิก หลายท่านก็รักกัน วันนี้พรรคฝ่ายค้านสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายควบรวม ญัตติ ที่จะถกเรื่องน้ํา รัฐบาลใจกว้างเปิดให้ในวันพรุ่งนี้ ท่านทั้งหลายก็อภิปรายแต่เรื่องน้ําในวันนี้ ปกติวันนี้อภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ผมเป็นคนหนึ่งที่เล่นการเมือง แล้วผมอยู่ฝ่ายค้านส่วนใหญ่ วันนี้โดยหลักการท่านอภิปรายในหนังสือ ๔ เล่มนี่ละครับ ๔ เล่มแท้ ๆ ครับ อย่างอื่นไม่ได้เลย แล้วผมเองไม่ชอบประท้วง เพื่อนของผม เป็นคนประท้วงก็เกรงใจฝ่ายค้าน ที่ผมบอกหนังสือ๔ เล่ม ที่อภิปรายเมื่อวานกับวันนี้ ๑. ก็คือคําแถลงประกอบงบประมาณรายจ่ายของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นี่เล่มที่ ๑ ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีแถลงแล้วมันมีรายละเอียดตรงกับเล่มที่ ๒หรือไม่ เล่มที่ ๒ คือ งบประมาณโดยสังเขป ตั้งงบเท่าไร งบลงทุนเท่าไร งบจ่ายประจําเท่าไรใช้หนี้เท่าไร คืนเงินคงคลังเท่าไร ผมไม่ได้มาเลคเชอร์ (Lecture) ท่านครับ แต่อยากจะกราบ ขอความเป็นธรรมให้รัฐบาล งบประมาณมี ๓ อย่าง ได้เท่าไรใช้เท่านั้น แปลว่าสมดุล ได้มากใช้น้อยเกินดุล ได้น้อยใช้มากขาดดุล รัฐบาลภายใต้การนําของ ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตั้งงบประมาณขาดดุล ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะเก็บภาษีได้น้อยใช้มาก และปีนี้ งบลงทุนก็มากกว่าเมื่อปีที่แล้ว งบลงทุนมากแปลว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ ถ้าจ่ายประจํามากแปลว่าไม่มีการกระตุ้น เพราะมัน จ่ายประจํา ผมเรียนท่านประธานต่องบประมาณในสังเขปละเอียดเรียบร้อย ด้วยความเคารพ จริง ๆ มีท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์คนเดียวที่อภิปรายงบประมาณนอกจากน้ําท่วม น้ําท่วม น้ําท่วม งบประมาณน้ําท่วม มันไม่ใช่ มันจะเสียเวลาสภาแห่งนี้ ผมไม่ได้จบ เศรษฐศาสตร์ ผมจบกฎหมาย พอเรียงลําดับอันแรกท่านนายกรัฐมนตรีแถลง ก็เอาคําแถลง ของท่านนายกรัฐมนตรีมาดูในงบประมาณโดยสังเขปว่ามีสารัตถะที่สําคัญหรือไม่ จากนั้น ก็ดูต่อว่าเขาวิเคราะห์สรุปสาระสําคัญร่างงบประมาณรายจ่ายประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๕ เราดู ตรงนั้นแล้ววิเคราะห์ แล้วก็มาดูสมัยผมอภิปราย ผมไม่ได้ยกย่องตัวเอง ร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ มีทั้งหมด ๓๕ มาตรา มาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ มาตรา ๔ เป็นงบกลาง ท่านทั้งหลายไม่วิเคราะห์เลย แต่ละอันมาตรา ๕ เป็นอย่างไร งบมหาดไทยเป็นอย่างไร นี่ผมเรียนด้วยความเคารพ ทีนี้มาถามว่าเรื่องน้ํา ท่านรัฐมนตรี องอาจก็พูดน่ากลัวว่าต่อไปนี้ปีหน้าจะมีตาย ๕๓๓ คนหรือไม่ พี่น้องประชาชนคนทางบ้าน ฟังตกใจผมฟังก็ตกใจ ท่านกับผมคิดตรงกัน ๑. ไม่อยากให้น้ําท่วม เพราะประเทศชาติ เสียหาย ฝ่ายค้านก็ไม่ได้ รัฐบาลก็ไม่ดี ก็ไม่อยากให้น้ําท่วม แต่มันเป็นมหาอุทกภัย พูดไป ก็จะว่าแก้ตัวก็น้ํามันท่วม น้ํามันสแตนบาย (Standby) อยู่แล้ว พรวดลงมา ถ้ารัฐบาลบอกว่า อย่างไรก็แก้ไม่ได้ ไม่ได้ รัฐบาลพูดอย่างนั้นไม่ได้ รัฐบาลขาดความรับผิดชอบไม่ได้ แต่รัฐบาล ไม่มีความตั้งใจที่จะให้ผิดพลาดบกพร่องใด ๆ ทั้งสิ้น รัฐบาลอยากแก้ สักหยดหนึ่งก็ไม่อยาก ให้ท่วม บางท่านก็อภิปรายไปไกลว่าทันทีที่โปรดเกล้าฯ แล้วรัฐบาลทําไมไม่เข้ามาบริหาร จัดการ ก็แปลรัฐธรรมนูญกันคนละมาตรา ถ้าจะแปลความว่ารัฐบาลจะบริหารราชการ บ้านเมืองนั้นต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเพื่อทราบเสียก่อนถึงจะบริหารจัดการได้ ทันที ที่รู้ข่าวน้ําท่วม ท่านนายกรัฐมนตรีได้ประชุมใน ครม. คนนี้ไปนั่น คนนั้นไปนี่ คนนี้ ดูจังหวัดนั้น คนนั้นดูจังหวัดนี้ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ผู้ตรวจราชการสํานักนายกรัฐมนตรี ไปเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี มอบหมาย ฯพณฯ ยงยุทธ วิชัยดิษฐ ในฐานะ รับผิดชอบกระทรวงมหาดไทยให้ไปบริหารจัดการทุกกรม กรมป้องกันภัยก็มีหน้าที่รับ พันธกิจและภารกิจจากรัฐมนตรีมหาดไทย ปรากฏว่ากระทรวงมหาดไทยเริ่มลงมือทํางาน สถานการณ์มันรุนแรงขึ้น ท่านนายกรัฐมนตรีก็จัดตั้ง ศปภ. ขึ้นมาให้เป็นรูปธรรม แล้วบูรณาการทุกภาคส่วนที่มีหน้าที่ มีส่วนรับผิดชอบ มีการออกคําสั่ง ผมเป็นที่ปรึกษา ท่านประชา พรหมนอก เป็นผู้รับผิดชอบ แต่ไม่ได้หมายความว่าท่านประชาจะรับผิดชอบ คนเดียว หลายคน นักปราชญ์ราชบัณฑิตของบ้านเมืองที่มีความรู้ความสามารถก็มาช่วยกัน แรก ๆ ก็นึกว่าพอไปได้ แรก ๆ ก็คิดว่าสถานการณ์ไม่เลวร้าย ผมเข้าใจ พอไปพูดแล้วมันมี สถานการณ์รุนแรง มันก็ต้องหมายความว่ารัฐบาลพูดแล้วไม่เป็นไปตามนั้น รัฐบาลโกหกไหม เรียนด้วยความเคารพ ผมไม่ได้อยู่ในศูนย์นั้น แต่ไม่มีรัฐบาลชุดไหนที่อยากโกหกพี่น้อง ประชาชน เพราะมันหมายถึงวันข้างหน้า ผลคะแนนเสียง การเลือกตั้งมันจะเป็นตัว กําหนดการบริหารราชการของรัฐบาล ถามว่ารัฐบาลประมาทไหม ไม่ประมาท ตั้งใจให้เกิด เหตุไหม ไม่ตั้งใจ แต่เราคาดการณ์ว่ามันไม่น่าจะรุนแรงขนาดนั้น นายกรัฐมนตรีได้กําหนด ๔ คณะกรรมการ คณะกรรมการรายละเอียดผมไม่ต้องลงลึก เสียเวลาของรัฐมนตรีคนอื่น แต่เราคาดการณ์ว่ามันไม่น่าจะรุนแรงขนาดนั้น นายกรัฐมนตรีได้กําหนด ๔ คณะกรรมการ คณะกรรมการรายละเอียดผมไม่ต้องลงลึกเสียเวลาของรัฐมนตรีคนอื่น เพราะท่านทราบดี อยู่แล้ว คณะที่ ๑ ทํานี่ คณะที่ ๒ ทํานี่ คณะที่ ๓ ทํานี่ คณะที่ ๔ ทํานี่ ผมซึ่งรับผิดชอบ สํานักงานตํารวจแห่งชาติไปดูแลเรื่องความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สิน และการจราจร บูรณาการตํารวจทั้งนครบาล ภูธรภาค ๑ ภาค ๒ ภาค ๓ ภาค ๔ เอากําลัง มาจังหวัดไหนที่น้ําไม่ท่วม ลงมากรุงเทพฯ ให้หมด ลงมาปทุมธานี นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา และที่ลพบุรี ตํารวจได้เอารถราออกไปมาก แต่เรามีอุปกรณ์เพียงจํากัด มีรถยีเอ็มซี (GMC) เหมือนฝ่ายทหารไหม ไม่มี มีรถเกรด รถไถ รถตักถนน ทําถนน แบบทหารช่างไหม ไม่มี แต่เราก็ทําในสิ่งที่มี มีคดีลักทรัพย์จับได้ โจรกรรมจับได้ แต่ยืนยัน กับท่านสมาชิกให้สบายใจ นับแต่เกิดเหตุการณ์มาน้ําท่วมจนถึงวันนี้ยังไม่มีคดีชนิดก่อจลาจล ข้าวยากหมากแพง ทะเลาะเบาะแว้ง ทุบตีกัน ไม่มี เพราะรัฐบาลบริหารจัดการของบริจาค งบของทางราชการเอาไปดําเนินการทั้งหมด กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ผมได้ติดต่อไป ๑. สถานีตํารวจ ๑ ครัวเคลื่อนที่ ลูกเมียตํารวจหอบลูกจูงหลาน นุ่งผ้าถุง นุ่งกางเกงขาสั้นออกมาจ้าละหวั่น นั่งรถสิบล้อ นั่งรถหกล้อ นั่งรถยกสูงขึ้นมา ออฟโรด (Off Road) ออกไปทุกพื้นที่ ท่านทั้งหลายที่เป็นผู้แทนราษฎรกรุงเทพฯ รถพวกท่านมีปริมาณจํานวนมากกว่าพรรคเพื่อไทย ถ้าท่านสนใจโครงการอย่างนี้ไป ทุกโรงพักครับอยู่พรรคไหนไม่สําคัญ หน้าที่ต่างกันแต่ความสัมพันธ์คงเดิม ไปเลย ตามโรงพัก ผมได้พัฒนาตํารวจใหม่ แต่งเครื่องแบบไม่ได้นุ่งขาสั้น แต่งชุดลําลอง พกปืนไว้ข้างใน แล้วใช้ นกหวีดเป็นอาวุธ เพื่อบริการพี่น้องประชาชน ผมได้ให้ตํารวจเขาลงพื้นที่ ใครบริจาคอะไรมา เราเล่นการเมือง ลงไปไม่ได้ให้ตํารวจไปบริการ วันพรุ่งนี้ครับ น้ําใจพี่น้องชาวภาคอีสาน จะเอาน้ํา๑,๐๐๐,๐๐๐ ขวดมาช่วยในกรุงเทพมหานคร เขาติดต่อผมมา ผมบอกไม่ได้เลย เดี๋ยวดราม่า (Drama) เป็นนักแสดงไปรับน้ําออกโทรทัศน์ไม่เอา เดี๋ยวถูกด่า ก็ติดต่อ ผู้บัญชาการตํารวจนครบาล ว่ารอรับแล้วบริการเอาไปแจก ผมย้ํากับท่านตั้งหลายครั้งนะครับว่า รัฐบาลมีความตั้งใจจริง ที่จะแก้ไขปัญหา ส่วนรายละเอียดผมอยากกราบเรียน ด้วยความเคารพท่านอดใจรอไว้พรุ่งนี้ครับ เขาจะได้ตอบกันเป็นสเต็ป (Step) พรุ่งนี้ ท่านอยากรู้ว่าทําไมรัฐบาลไม่ใช้พระราชกําหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน ปี ๒๕๔๘ ทําไม มาใช้กฎหมายคุ้มครองป้องกันภัย ปี ๒๕๑๐ มาตรา ๓๑ เมื่อท่านอยากรู้ผมจะตอบ เพราะท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายผม บางคนบอกว่าทําไมไม่ออกพระราชกําหนด ในสถานการณ์ฉุกเฉินปี ๒๕๔๘ รัฐบาลบอกไม่เอา พรุ่งนี้จะมีเหตุผลบอกว่าทําไมรัฐบาล เลือกใช้กฎหมายฉบับนี้ ทําไมรัฐบาลไม่ใช้กฎหมายฉบับนั้น ส่วนรายละเอียดที่ท่านซักถามไว้ เดี๋ยวท่านประชา ท่านยงยุทธจะได้ตอบไปส่วนหนึ่ง ผมเรียนท่านประธานเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ประท้วงใช่ไหมครับ เชิญ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต ประท้วงท่านประธาน ขออนุญาตต้องเอ่ยนามท่านรองนายกรัฐมนตรี ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ได้กล่าวอภิปรายเมื่อสักครู่นี้ ในฐานะที่ผมเป็นผู้หนึ่งที่ได้อภิปรายเมื่อวานนี้ แล้วก็ ในฐานะพรรคฝ่ายค้าน ถ้าไม่ได้ลุกขึ้นมาชี้แจงจะเกิดความเสียหาย
เดี๋ยวครับ ท่านใช้สิทธิประท้วงตามข้อ ๖๑ ใช่ไหม
ใช่ครับท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีเฉลิมให้ข้อมูลที่เป็นเท็จต่อสภาแล้วก็พี่น้องประชาชนที่ติดตามข่าวสาร จะก่อให้เกิดความเสียหายกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน
ท่านจะขอใช้สิทธิพาดพิง หรือท่านจะประท้วงว่าผมผิดข้อบังคับ
ประท้วงด้วย แล้วก็พาดพิงครับ ท่านประธาน
ผมผิด ข้อบังคับข้อไหนครับ
ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีเฉลิม พูดให้ร้ายพรรคร่วมฝ่ายค้านว่าการอภิปรายของพรรคร่วมฝ่ายค้านในวันนี้เกี่ยวกับน้ําท่วม ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี ซึ่งผมเห็นว่าเป็นการทําให้ พรรคฝ่ายค้านเสียหาย จําเป็นที่จะต้องชี้แจงครับท่านประธานครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ความจริงด้วยความเคารพ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งผ่าน พระราชบัญญัติงบประมาณมาเป็นจํานวนมาก
เดี๋ยวนะครับท่าน เชิญท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ ครับ ข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านสมาชิกไม่อยู่ในสถานะ ที่จะต้องมาชี้แจง คือประชาชนที่อยู่ทางบ้านเขาวินิจฉัยได้ เขาวิเคราะห์ได้ว่าใครพูดจริง ใครพูดเท็จ เขาไม่มีหน้าที่ เขาไม่มีสิทธิที่จะมาชี้แจงได้ ถ้าเขาชี้แจงได้ ผมต้องชี้แจงได้ ผมเป็นสมาชิกเหมือนกัน ผมก็ถูกพาดพิงเหมือนกัน ฉะนั้นขอให้ท่านประธานใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘ ควบคุมการประชุมอย่างเด็ดขาด ถ้าอย่างนั้นพวกผมก็สามารถจะใช้สิทธิพาดพิงได้ นะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน ช่วยวินิจฉัยด้วยครับ
ครับ ท่านธนาครับ คือการชี้แจงและตอบข้อซักถามของรัฐบาลอาจจะไม่ตรงกับที่ท่านผู้อภิปราย ฉะนั้นใครจะเท็จไม่เท็จมันจะต้องมีข้อเท็จจริงซึ่งปรากฏนะครับ แต่ปรากฏว่าทางรัฐบาล ท่านก็ชี้แจง ท่านก็อภิปรายไป ขณะนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าใครเท็จไม่เท็จนะครับ ประการที่ ๑ ก่อน นะครับ
ทีนี้ที่ท่านประท้วงในข้อ ๖๑ ผมก็นั่งฟังอยู่ว่าจะไปเกี่ยวข้องกับวรรคหนึ่ง หรือวรรคสองอย่างไรท่านก็ไม่บอก ท่านเพียงแต่บอกว่าท่านเฉลิมชี้แจงแล้วไม่ตรงกับ ที่ท่านได้อภิปราย และท่านก็สรุปว่าเป็นเท็จนะครับ
ไม่ใช่ครับท่านประธาน
ท่านจะขอชี้แจง ผมมองว่าเมื่อข้อเท็จจริงยังไม่ยุตินะครับ ก็ยังไม่มีใครเท็จใครไม่เท็จครับ
ท่านประธานฟังผมนิดได้ไหมครับ
เชิญครับ
ในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งได้อภิปราย ผมเป็นผู้หนึ่งที่อภิปรายงบประมาณ และได้อภิปรายเรื่องน้ําท่วม แล้วมี เพื่อนสมาชิกอภิปรายกันเกือบจะทุกท่าน ท่านรัฐมนตรีเฉลิมบอกว่าสิ่งที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน อภิปรายวันนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงบประมาณ ซึ่งมันไม่ใช่ ทําให้ผมเสียหาย ทําให้พรรคร่วม เสียหาย ถ้าจําเป็นต้องตัดเวลา ตัดจากพรรคร่วมฝ่ายค้านได้ครับท่านประธาน ไม่มีปัญหาครับ ผมขออนุญาตครับ
คืออย่างนี้ครับ การที่ท่านชี้แจงไปผมก็นั่งฟังอยู่นะครับ หลายท่านก็พูดเกี่ยวข้อง กับงบประมาณนะครับส่วนหนึ่งผมก็พยายาม ผมก็อดทนนั่งฟังอยู่เพื่อที่จะให้การประชุม เป็นไปด้วยความราบรื่นส่วนมากท่านก็พูดแต่เรื่องน้ําท่วมกันนะครับ ผมก็พยายาม ถามท่านองอาจอยู่ เมื่อสักครู่นี้ท่านลําดับข้อเท็จจริงมานะครับ ผมก็บอกว่าแล้วเอาเข้า งบประมาณหน่อยได้ไหมนะครับเพราะว่าเดี๋ยววันพรุ่งนี้จะมีการพูดเรื่องนี้ในการประชุมร่วม รัฐสภา ผมกําลังประสานงานอยู่ว่าจะขอให้มีการถ่ายทอดด้วยนะครับ แล้วก็เอาบรรยากาศ เอาเหตุการณ์ไปพูดกันในวันพรุ่งนี้ วันนี้ของบประมาณก่อนได้ไหมครับ
ท่านประธานครับ ก็นี่ละครับ ผมจะพูดให้ท่านประธานฟัง ๓ นาที ไม่เกินครับ แล้วก็จะจบ แล้วก็จะได้เดินหน้ากันต่อ
เชิญครับ เอาสัก ๒ นาทีนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตต้องพาดพิง เนื่องจากท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านเฉลิมได้ลุกขึ้นมาพูดว่า สิ่งที่เรา ได้อภิปรายมาทั้งหมดเป็นเรื่องของน้ําท่วมนั้น ไม่ได้เกี่ยวกับงบประมาณ วันนี้ถ้าจะพูดกัน พูดได้แค่ ๔ เล่ม คือแถลงของท่านนายกรัฐมนตรี พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม แล้วก็รายละเอียดของกรอบวงเงินต่าง ๆ ผมกราบเรียนครับว่าผมไม่เชื่อเลยว่าออกมา จากปากของท่านรองนายกรัฐมนตรีซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการทํางบประมาณมาตลอด วันนี้สิ่งที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ชี้แจงและนําเสนอให้เห็นว่ารัฐบาลไร้ซึ่งประสิทธิภาพ ในการแก้ปัญหาอุทกภัยและสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นกับบ้านเมืองจํานวนมากมาย สิ่งที่ ผมกราบเรียนก็คือ ท่านดูในงบประมาณสิครับ ที่รัฐบาลเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ ท่านตั้งงบประมาณเยียวยาฟื้นฟูและป้องกันความเสียหายจากอุทกภัย ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท พร้อมกับเงินอุดหนุนแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูความเสียหาย จากอุทกภัยอีก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมเป็น ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เงินจํานวนนี้ไม่ใช่ งบประมาณแผ่นดินหรือครับ ไม่ใช่งบประมาณที่ท่านขอต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้หรือครับ สิ่งที่สมาชิกพรรคร่วม ฝ่ายค้านได้พยายามอภิปรายทั้งหมดเพื่อให้ท่านเห็นว่าความไร้ประสิทธิภาพของท่าน จึงต้อง นํางบประมาณแผ่นดินซึ่งเป็นเงินภาษีของพี่น้องประชาชนมาใส่อีกแสนกว่าล้านบาท หลังจากน้ําลดแล้วพี่น้องประชาชนต้องนําเงินของตัวเองมาซ่อมบ้าน มาซ่อมรถ มาซ่อม ความเสียหายทางด้านจิตใจอีกเท่าไร นั่นคือสาระสําคัญของงบประมาณแผ่นดินครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นถึงขออนุญาตกราบเรียนทําความเข้าใจแค่นี้เองครับว่าสิ่งที่ พรรคร่วมฝ่ายค้านทําทั้งหมดนั้นอยู่ใน พ.ร.บ. งบประมาณครับ
ขอบคุณมากครับ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ รองนายกรัฐมนตรี เรียนยืนยันกับท่านประธานและท่านผู้ชมทางบ้าน ผมไม่ได้อภิปรายเท็จ ผมอภิปรายบนพื้นฐานของความเป็นจริง ผมยังชมท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ว่าอภิปรายได้ดี แต่คนอื่นนี่ไปเน้นเรื่องน้ําท่วม ผิดไหมครับ ไม่ผิด แต่มันไม่ได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ แล้วผมยังบอกว่า มันมีเอกสาร ๔ เล่ม ที่ผมเคยอภิปรายก็เป็นสิทธิของผม ก็ผมเคยอภิปราย ผมก็พูดเชิง ตั้งคําถามไปในตัวว่า เอ๊ะ ไม่ค่อยมีเห็นใครได้วิเคราะห์ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายแล้วผมก็ยังบอกว่าผมไม่ได้เก่งกว่าพวกท่าน คุณธนาและพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายดีคุณก็ได้คะแนนแต่ไม่ใช่มาบอกผมพูดเท็จ ผมพูดจริง ไม่มีเท็จ คนอย่างผม ตรงไปตรงมา การเมืองเป็นเรื่องของความคิด คุณธนาอาจจะคิดอย่างหนึ่ง ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อาจจะคิดอย่างหนึ่ง คุณก็อภิปรายของคุณไป แล้วผมก็อภิปรายของผมไป แล้วมันเท็จ มันจริงตรงไหนคุณก็เรียนกฎหมาย ผมก็เรียนกฎหมาย ถ้าพูดเท็จแปลว่ามันไม่มีเลยแล้ว หยิบมาพูด นี่มันมีนะครับ แล้วบอกแหมไม่น่าเชื่อหลุดออกจากปากผม หลุดออกจากปากผม สิครับ ชัดเจนครับถามว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นงบเยียวยาพอไหมครับ ไม่พอหรอกครับ แต่ว่าตั้งมากกว่านี้ได้ไหมมันไม่ได้ เพราะเม็ดเงินมันจํากัดเลยต้องตั้งตัวเลขกลม ๆ เอาไว้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทผมย้ําอีกครั้งท่านพูดกันเยอะว่างบตรงนี้ไม่ลงรายละเอียด ผมไม่อยาก โยนไปพระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ บาท พระราชบัญญัติ ๔๐๐,๐๐๐ บาท เดี๋ยวทะเลาะกัน ไม่เอาก็บอกกับท่านประธานแล้วท่านสมาชิก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่พอ ถามว่าถ้ารัฐบาล ตั้งมากกว่านี้ได้ไหม ไม่ได้ เพราะเม็ดเงินมันจํากัดขาดดุลได้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ามากกว่านี้ ไปกระทบกับจีดีพี ตั้งงบฉุกเฉินจําเป็นไว้ ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท ตั้งงบเยียวยาไว้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลก็ใช้เองไม่ได้ เพราะมันต้องมีมาตรการคณะกรรมการ ๔ ชุด แต่ละชุด ต้องเข้า ครม. และ ครม. ต้องของบประมาณและกระทรวงการคลังไปกรมบัญชีกลาง ผมก็แสดงความเห็นเท่านั้นละครับ ถ้าผมแสดงความเห็นแล้วไม่อยู่ในกรอบ ผมก็เสียแต้ม พรรคชาติไทยก็เสียแต้ม ผมไม่ได้ใจแคบ ยืนผลัวะ ผมชมท่านอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เพราะผมฟังแล้วผมชอบ มันเป็นการวิเคราะห์งบประมาณก็เป็นสิทธิของผมที่ผมจะชอบ ก็กราบเรียนท่านประธานเพียงเท่านี้และย้ําอีกครั้งผมไม่ได้อภิปรายเท็จเหมือนที่คุณธนา ได้ตั้งคําพูดไว้ในสภา ไม่ต้องถอนนะครับ เพราะเราอภิปรายใกล้ ๆ กันประชาชนเขารู้ครับว่า อะไรมันเท็จ อะไรไม่เท็จ ถ้าผมพูดเท็จผมก็เสียคน อย่างน้อย ๆ นักข่าวเขาก็ไม่สัมภาษณ์ ผมแล้ว อ้ายนี่พูดเท็จ แต่ผมยืนยันว่าไม่เท็จ แล้วเต็มใจพูด ไม่ได้พูดโดยขาดสติ ขอบคุณครับ ท่านประธาน
เชิญท่านรัฐมนตรีประชาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติที่เคารพ ทุกท่านครับ กระผม พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะของ ผอ. ศปภ. ท่านประธานครับ ที่จริงผมเตรียมไว้สําหรับวันพรุ่งนี้ มะรืนนี้ ๒ วัน เพราะที่เตรียมกันไว้ นั่นก็คือเราจะมีการอภิปรายของรัฐสภาในเรื่องเกี่ยวกับปัญหาน้ําท่วมหรืออุทกภัย แต่ว่าวันนี้ ถูกพาดพิงหลายครั้งหลายหนในเรื่องเกี่ยวกับการดําเนินการของ ศปภ. หรือศูนย์ปฏิบัติการ บรรเทาช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบอุทกภัย ศปภ. ก็เลยต้องถือโอกาสนี้ได้กราบเรียนชี้แจง ส่วนรายละเอียดนั้นผมคิดว่าคงจะเป็นในวันพรุ่งนี้น่าจะละเอียดกว่านะครับ อยากจะ กราบเรียนนะครับว่าหลังจากที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๒๓ วันที่ ๒๔ สิงหาคม ก็ได้เข้าเริ่มปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๔ ก็อยากจะ กราบเรียนว่าในช่วงนั้นน้ําก็ท่วมแล้วล่ะ น้ําท่วมมากแล้ว ผมอยากจะลําดับเหตุการณ์ ในเรื่องของอุทกภัยที่เมืองไทยของเรา ประเทศไทยของเราได้ประสบอยู่สักเล็กน้อยนะครับ
นับแต่ปลายเดือนมิถุนายน ๒๕๕๔ ได้มีพายุโซนร้อนเข้าประเทศไทย ๓ ลูก ด้วยกัน ก็เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วคือ ลูกที่ ๑ พายุโซนร้อนไหหม่า เข้ามาเมื่อวันที่ ๒๕-๒๖ มิถุนายน ลูกที่ ๒ พายุโซนร้อนไห่ถาง ในช่วงวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ในช่วงที่ ๓ เป็นพายุโซนร้อนนกเตน เข้ามาเมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม อันนั้นเป็นช่วงต้นก่อนที่รัฐบาลชุดนี้ จะเข้ามารับหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินนะครับ อีก ๒ ลูกตามก็คือลูกที่ ๔ ก็คือ พายุไต้ฝุ่นเนสาด ลูกที่ ๕ ก็คือนาลแก อันนี้เข้ามาในช่วงเดือนตุลาคมนะครับ จากผลพวง ของพายุทั้ง ๕ ลูกดังกล่าวแล้วทําให้ปริมาณน้ําในเขื่อนซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศไทย คือเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อย เขื่อนป่าสัก ต้องรับน้ําอย่างเต็มที่ และในหลักการของเขื่อนก็ต้องมีการกักเก็บน้ําและปล่อยน้ําออกตามที่กําหนดไว้ ประกอบกับ น้ําที่อยู่ตามทุ่งเอ่อนองทําให้น้ําทางภาคเหนือมีมากกว่าปกติที่ควรจะเป็น ตามที่ทราบกันอยู่ แล้วนะครับ มวลน้ําอันมหาศาลเหล่านั้นก็ไหลลงมาทางตอนล่างของภาคเหนือ จึงเป็นเหตุ ให้เกิดน้ําท่วมในบริเวณจังหวัดสุโขทัย พิจิตร นครสวรรค์ แล้วก็ทําให้เกิดความเสียหาย ต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในบริเวณดังกล่าว และจากจังหวัดนครสวรรค์ มวลน้ําก็ได้ไหลลงสู่ภาคกลางตอนบน คือบริเวณจังหวัดสิงห์บุรี อ่างทอง ชัยนาท ลพบุรี สุพรรณบุรี และพระนครศรีอยุธยาตามลําดับ ดังที่ทราบกันดีอยู่แล้วนะครับ เมื่อมวลน้ํา เข้ามาถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็ทําให้เกิดความเสียหายหลายประการ รัฐบาลจึงได้ เล็งเห็นว่ามวลน้ําดังกล่าวนั้นคงจะไม่หยุดยั้งอยู่เพียงเท่านั้นแค่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากว่าปลายน้ํานั้นก็คือทะเล อันนี้คือธรรมชาตินะครับ น้ําต้องไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ํา จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจากตรงนั้นก็ต้องไหลลงตรงไหนครับที่ต่ําลงมาก็ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพฯ สมุทรปราการ สมุทรสาคร อันนั้นแน่นอนก็คือปลายทางของน้ําจะต้องลงมาสู่ จุดนั้นนะครับ ซึ่งจากที่ทางรัฐบาลภายใต้การนําของ ฯพณฯ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ได้เล็งเห็นว่าปัญหามวลน้ําอันมากมายมหาศาลซึ่งเกิดจากพายุ ๕ ลูก ตามที่กราบเรียนไปแล้วนั้นก็จะเป็นปัญหาอย่างแน่นอนต่อด้านล่างของประเทศไทยของเรา ก็คือทางด้านกรุงเทพมหานคร ด้านปทุมธานี นนทบุรี ตลอดจนฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ หลาย ๆ จังหวัดในตอนล่าง ท่านนายกรัฐมนตรีจึงได้มีการประชุมปรึกษาหารือ แล้วก็ออกคําสั่งปฏิบัติการออกมาเป็น คําสั่งหนึ่ง ก็คือคําสั่ง ที่ ๑๙๓/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม รายละเอียดในคําสั่งนั้นที่จริง ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ ท่านก็ได้พูดค่อนข้างมีเนื้อหาสาระอยู่ในนั้นแล้ว ผมก็ขอทบทวนอีกนิดหนึ่งแล้วกันนะครับว่าในคําสั่งนั้นก็เป็นคําสั่งการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ในเนื้อหาสาระของคําสั่งนั้นได้ระบุการดําเนินการ ของรัฐบาลที่จะใช้มาตรการในทุกด้านที่มีอยู่เข้ามาบริหารจัดการแก้ไขปัญหาน้ําที่มีอยู่ มากมายมหาศาลตามที่ได้เรียนให้ทราบไปแล้วนะครับ มาตรการต่าง ๆ ก็มีดังต่อไปนี้ นะครับ คือ
๑. ได้เร่งที่จะผลักดันน้ําลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด โดยให้มีการระบายน้ํา สู่ออกทะเลในทุก ๆ ช่องทาง ถ้าเราดูตามภูมิประเทศแล้ว ทุกช่องทาง ณ ที่นี้ก็คงจะหมายถึง ด้านตะวันออก นั่นก็หมายถึงจังหวัดฉะเชิงเทรา หมายถึงจังหวัดสมุทรปราการ หมายถึง จังหวัดปทุมธานีนะครับ แล้วก็มุ่งที่จะระบายน้ําลงสู่ทะเลทางภาคตะวันตก นั่นก็คือต้องผ่าน ลงไปทางจังหวัดปทุมธานี ทางจังหวัดนนทบุรีออกสู่แม่น้ําท่าจีนทางซีกโน้น คือทางด้าน ตะวันตก และอีกส่วนหนึ่งก็คือได้พิจารณาว่าน้ําส่วนหนึ่งจะต้องผ่าน กทม. อย่างแน่นอน ก็ได้พยายามที่จะให้ลงในคูคลอง ตลอดจนระบบการระบายน้ําของ กทม. ที่ได้จัดทําไว้ พร้อมที่จะรับการระบายน้ํา อันนั้น คือ ๓ ช่องทางในเรื่องนโยบายการผลักดันน้ําลงทะเล ให้เร็วที่สุดนะครับ
ในส่วนประการที่ ๒ คือเนื่องจากว่าน้ํามีปริมาณมากก็จะทําความเดือดร้อน ให้กับพี่น้องประชาชนในหลายจังหวัด ในหลายพื้นที่นะครับ ก็จึงได้กําหนดมาตรการในการ ช่วยเหลือในเบื้องต้นให้ประชาชนสามารถดํารงชีพอยู่ได้ในภาวะวิกฤติ ด้วยการจัดหาอาหาร น้ําดื่ม อุปโภคบริโภคในการดํารงชีพที่จําเป็นต่าง ๆ นะครับ
ในส่วนที่ ๓ ก็คือการระดมสรรพกําลังของข้าราชการทหาร ตํารวจ ประชาชน ภาคเอกชนเข้าช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้กับผู้ประสบภัย ตลอดจนการรณรงค์ ให้ผู้ที่มีจิตศรัทธาบริจาคทรัพย์และสิ่งของ ให้การช่วยเหลือและการจัดให้มีการป้องกันพื้นที่ ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากอุทกภัยดังกล่าวแล้ว โดยอาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๑ (๓) และ (๙) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พุทธศักราช ๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ท่านนายกรัฐมนตรีจึงได้มีคําสั่ง ที่ ๑๙๓ ลงวันที่ ๘ ตุลาคม จัดตั้งศูนย์ ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย คือ ศปภ. ตามที่ผมได้กล่าวแล้วนะครับ ในภารกิจ ของศูนย์นั้นก็อย่างที่กราบเรียนไปแล้วว่ามีการดําเนินการทั้งในเรื่องน้ํา ทั้งในเรื่อง ของการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ทั้งในเรื่องของการบูรณาการ ทั้งหลายทั้งปวงในการที่จะต่อสู้กับอุทกภัย หรือภัยธรรมชาติมหาภัยครั้งนี้ เพื่อที่จะให้ พี่น้องนั้นได้ผ่านพ้นปัญหานี้ให้ได้ อันนั้นคือนโยบายของรัฐบาล เพราะฉะนั้นถ้าจะมองว่า ทําไมรัฐบาลไม่เอาผู้ที่มีความรู้เรื่องน้ําโดยเฉพาะเข้ามาบริหารจัดการในเรื่องนี้ ท่านคงมอง ในมิติเดียว กระผมได้กราบเรียนไปแล้วว่ารัฐบาลนั้นได้มองในเรื่องของความครอบคลุม ในการที่จะแก้ไขปัญหาอุทกภัยครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของปัญหาเรื่องน้ํา ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการบูรณาการ การดําเนินการแก้ไขปัญหาทั้งหลายทั้งปวง เพราะฉะนั้นก็จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อดําเนินการตามที่ได้สั่งการไว้ ก็คือเกิด ศปภ. ขึ้นมานะครับ อันนั้นผมใคร่ขอกราบเรียน ให้ทราบ เพราะฉะนั้นในภารกิจต่าง ๆ ทั้งหลายทั้งปวงนั้นก็ได้ให้กรอบไว้อย่างชัดเจน จากการที่ได้กําหนดในส่วนของภารกิจทั้งหลายขึ้นมานั้น ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาหลายคณะด้วยกัน คณะกรรมการคณะแรกก็คือ คณะกรรมการบริหารจัดการน้ํา ซึ่งจะต้องมีการดําเนินการ ในเรื่องน้ํานี้โดยเฉพาะว่าเราทําอย่างไรจึงจะเอาน้ํานี่ลงทะเลให้เร็วที่สุด นั่นก็หมายถึง ลงทางตะวันออก หมายถึงลงทางตะวันตก หมายถึงลงในส่วนกลางของกรุงเทพมหานคร อันนั้นก็คือในภารกิจนะครับ
ส่วนอีกภารกิจหนึ่งก็คือภารกิจในเรื่องของการปฏิบัติการในการปฏิบัติการนี้ ก็ได้ตั้งฝ่ายปฏิบัติการขึ้นมาโดยเฉพาะ ซึ่งได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ก็คือท่านปลอดประสพ สุรัสวดี เป็นหัวหน้าฝ่าย ปฏิบัติการ แล้วก็มีองค์ประกอบของฝ่ายปฏิบัติการนั้นหลายหน่วยงานซึ่งอยู่ในส่วน ปฏิบัติการนี้ก็ประกอบด้วยผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการ ทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บัญชาการสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ประสบอุทกภัย แล้วก็ปลัดกรุงเทพมหานคร ตลอดจนผู้แทนอื่น ๆ จากหน่วยราชการ ที่เกี่ยวข้องขึ้นมาดําเนินการในส่วนของการปฏิบัติการ นอกจากส่วนปฏิบัติการแล้วก็ได้มีการ จัดตั้งฝ่ายอํานวยการร่วมขึ้นมา การปฏิบัติการทั้งหลายทั้งปวงนั้นถ้าเราไม่มีฝ่ายอํานวยการ มาดําเนินการในเรื่องการบริหารจัดการเป็นสมองให้แล้วก็จะทําให้ฝ่ายปฏิบัติการนั้น ได้ดําเนินการไปที่จะบรรลุเป้านั้นก็ค่อนข้างยาก ก็จึงได้มีการตั้งฝ่ายอํานวยการร่วมขึ้นมา โดยมอบให้ พลอากาศเอก สุกําพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นหัวหน้าฝ่ายอํานวยการร่วม ซึ่งก็มีเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคม ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม อธิบดีกรมชลประทาน ตลอดจนผู้ที่มีเกี่ยวข้องอีกหลายท่าน ขึ้นมาเป็นฝ่ายอํานวยการร่วม
แล้วยังมีส่วนที่ ๕ อีกนะครับ คือในส่วนของการป้องกัน และแจ้งเตือนภัย ก็มีขึ้นมาอีกคณะหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยท่าน นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นผู้รับผิดชอบ คณะกรรมการประกอบด้วย ผู้อํานวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ผู้แทนกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย อันนี้คือส่วนของการป้องกันและเตือนภัยนะครับ จากนั้น ก็มีส่วนสนับสนุนการปฏิบัติ ซึ่งประกอบด้วย ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วนอกจากนั้นก็ยังมีรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี ทุกท่านเป็นที่ปรึกษาในคําสั่งนี้ตามที่ส่วนหนึ่งที่ท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ ได้กล่าวไปแล้วนั้น อันนี้ที่ผมได้กราบเรียนก็เนื่องจากว่าจะให้เห็นในโครงสร้างของ ศปภ. ว่าเป็นอย่างไร
ผมมาถึงคําถามในบางเรื่องหรือคําอภิปรายในบางประเด็นนะครับ โดยเฉพาะที่ขออภัยที่เอ่ยนามท่านนะครับ ท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ได้บอกว่า ได้พูด อภิปรายว่ามีสารพัดโฆษก ที่จริงไม่จริงละครับ เรามีโฆษกเพียง ๓ คนเท่านั้นเอง ในช่วงต้น ก็คือ พลเอก พลางกูร กล้าหาญ พลตํารวจเอก พงศพัศ พงษ์เจริญ แล้วก็คุณวิม โฆษกรัฐบาล มีโฆษกอยู่ ๓ คน การที่ท่านบอกว่าข่าวสารผิดพลาดหมดเชื่อถือไม่ได้ สุดเว่อร์ อะไรทํานองนั้น ผมขออภัยนะครับที่ต้องเอ่ยทบทวนคําพูดของท่าน อยากจะขอเรียนนะครับ ว่าการทํางานนั้นในภาพการปฏิบัติจริง ๆ นั้นทุกคนที่ออกทํางาน ทุกคนมีความตั้งใจจริง ทุกคนเร่งรัดในการที่จะทํางานแข่งกับเวลา เนื่องจากสถานการณ์ที่อุทกภัยครั้งนี้มันร้ายแรง รุนแรงจริง ๆ ทุกคนต่างก็ออกทํางาน สื่อมวลชนทุกแขนงให้ความสนใจเป็นอย่างมากในการ ปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงานนะครับ เพราะฉะนั้นการพูดจาหรือการถามในขณะที่ ออกทํางานนั้น ผมเรียนตรง ๆ นะครับ ไม่ใช่โฆษกพูด โฆษกเราจะมีการแถลงวันละ ๒ ครั้ง เท่านั้นคือเช้ากับเย็น แต่ส่วนการพูดให้ข้อมูลนั้นผมถือว่าเป็นการให้ข้อมูลประกอบการ ทํางานครับ ผมขอกราบเรียนนะครับ ไม่ได้เป็นการแถลงการณ์ของศูนย์ ไม่ใช่เป็นโฆษก ของศูนย์พูดในนามศูนย์ เป็นเรื่องที่ผู้ทํางานท่านก็ได้ให้ข้อมูลบ้างเท่าที่ท่านได้ทํางานไปแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าจะมองว่าโฆษกมีมากคนเหลือเกินก็ต้องขออภัยนะครับ เรามีอยู่เพียงไม่กี่คน ที่กราบเรียนไปแล้วนะครับ การที่ได้พูดว่าโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ นั้นเราพูดว่าน่าจะ ปลอดภัย สาเหตุที่เราได้ตั้งสมมุติฐานว่านิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ นั้น จะต้องปลอดภัยนั้น เนื่องจากว่าเราได้มีมาตรการในการป้องกันในเบื้องต้นครับท่านครับ ตามแผนปฏิบัติการของ ศปภ. นั้นเรามีแนวทางในการป้องกันที่จะไม่ให้น้ํานั้นไหลเข้าโรงงาน อุตสาหกรรม ที่จะไม่ให้น้ําลงมาทางเบื้องล่าง มีแนวป้องกันที่สําคัญ ๆ อยู่ ๓ แนวด้วยกันครับ
แนวที่ ๑ ก็คือแนวป้องกันในคันหลักหก ซึ่งมีความยาวประมาณ ๖ กิโลเมตร
แนวป้องกันที่ ๒ เป็นแนวคันกั้นน้ําในทางศาลายาหรือคลองทวีวัฒนา แนวนั้นก็เป็นอีกแนวหนึ่ง ความยาวก็ประมาณ ๓-๔ กิโลเมตร
อีกแนวหนึ่งที่สําคัญถือเป็นแนวที่ ๓ ที่เราคิดว่าเป็นแนวที่เราจะหวังพึ่งได้ ก็คือแนวทวีพัฒน์ตามคลองระพีพัฒน์แยกตก แนวนั้นความยาวก็ค่อนข้างยาวมากครับ ร่วม ๒๐ กิโลเมตร
จากการที่เราทําแนวป้องกันขึ้นมานั้นเราก็คิดว่าแข็งแรงเข้มแข็งพอ เราก็ยังมีความมั่นใจว่าเราสามารถที่จะปกป้องนิคมอุตสาหกรรมได้ทุกนิคมอุตสาหกรรม แต่ท่านผู้มีเกียรติครับ ผมก็อยากจะกราบเรียนว่าธรรมชาตินั้นมันไม่ค่อยได้ปราณี ไม่ค่อย เป็นใจกับเราเลย แนวที่ ๓ ของเราคือแนวระพีพัฒน์แยกตก เกิดพังครับ เนื่องจากถูกมวลน้ํา มวลมหาศาลนั้นที่มาจากทางหินกอง มาทางวังน้อยกระแทกเข้ามาเกิดทําให้แนวป้องกันที่ ๓ ของเราพังทลายลงไป ตอนนั้นข่าวก็ออกค่อนข้างที่จะชัดเจนนะครับ จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ตรงนั้นนะครับก็ทําให้น้ําไหลลงมามากเหลือเกินตามทุ่งรังสิต แล้วก็ไหลมามากเหลือเกิน ในประตูน้ําจุฬาลงกรณ์ ล้นประตูน้ําจุฬาลงกรณ์ลงมานะครับ แล้วน้ําล้นลงมาตามทุ่งรังสิต ลงมา อันนั้นละครับก็เป็นสาเหตุที่ทําให้มวลน้ําต่าง ๆ เหล่านั้นได้ลงมาประสมกันเป็นมวลน้ํา มหึมามหาศาล จนกระทั่งทําให้คลองประปาให้ ไซฟอน (Syphon) ของคลองประปานั้น ก็มีปัญหาในช่วงนั้นท่านคงจะทราบดีนะครับ ไซฟอนประปานั้นน้ําเข้ามามากก็เลยมีปัญหา แต่เราต้องแก้ไขปัญหากันอยู่ ๒-๓ วันก็สามารถแก้ไขปัญหาให้คลองประปากลับสู่ภาวะปกติได้
ท่านที่เคารพครับ ทาง ศปภ. เองได้ดําเนินการอย่างทุกวิถีทางในการที่จะ ปกป้องพื้นที่ทั้งหลายทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ทาง กทม. ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ทางด้าน ตะวันออก พื้นที่ทางตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นปทุมธานี นนทบุรี เราก็หวังว่าจะไปรอด แต่สุดท้ายนะครับด้วยเหตุสุดวิสัยที่เราจะป้องกันได้ ก็คือคันกั้นน้ําของเรานั้นแตกทะลาย ลงไปในช่วงนั้น ประกอบกับมีมวลชนบ้างที่ไม่เข้าใจที่ยังมีความแตกต่างทางความคิด แนวคันกั้นน้ําก็มีปัญหา แล้วก็ประตูระบายน้ําโดยเฉพาะประตูระบายน้ําที่ประตูคลองหนึ่ง ที่ประตูจุฬาลงกรณ์ ที่ประตูพระอินทร์ราชาก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน เนื่องจากว่าพี่น้อง ไม่เข้าใจซึ่งกันและกันนะครับ ฝ่ายที่อยู่เหนือน้ําก็มีความคิดอีกอย่างหนึ่ง ฝ่ายอยู่ใต้น้ํา ฝ่ายเหนือประตูก็มีความคิดอย่างหนึ่ง ใต้ประตูก็มีความคิดอีกอย่างหนึ่ง ก็ทําให้เราปิด-เปิด ประตูไม่เป็นไปตามแผนที่เราได้คิดไว้ เพราะฉะนั้นก็ทําให้เกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นกับ นิคมอุตสาหกรรมดังกล่าวแล้วอันนี้ก็ใคร่ขอกราบเรียนว่าเราได้พยายามที่จะทําให้ดีที่สุดแล้ว และการที่ท่านได้บอกว่ารัฐบาลไม่มีน้ํายาเลยที่จะทํางานตรงด้านนี้ ผมก็กราบเรียนจริง ๆ นะครับว่า ถ้าเราไม่มีน้ํายาบ้างเลยป่านนี้น้ําท่วมกรุงเทพมหานครไปแล้วไม่ต่ํากว่า ๒ เมตรครับ ท่านครับขณะนี้เรายังชะลอน้ําได้อยู่ ยังไม่ได้เข้าไปที่ดินแดงนะครับ ยังไม่ได้เข้าไป ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเราพยายามอย่างเต็มที่ในการที่จะใช้แนวกั้นในแนวที่ ๒ หลังจาก แนวแรกเราแตกเราก็มาพิจารณาในแนวที่ ๒ นั่นก็คือแนวของบิ๊กแบ็ก เราได้ทําแนวบิ๊กแบ็ก ลงมาตั้งแต่ประตูน้ําจุฬาลงกรณ์ ลงมาเสริมทางแนวกั้นน้ําตามคลองรังสิต แล้วก็ลงไปถึง คลองหกวาสายล่างลงถึงคลองสามวาเป็นแนวความยาวถึง ๒๐ กว่ากิโลเมตร เป็นแนวบิ๊กแบ๊ก ขณะนี้เราก็ชะลอน้ําได้อยู่ ที่ชะลอน้ําไว้นี้ก็เพื่อที่จะให้ กทม. ได้ใช้ระบบระบายน้ําของ กทม. นั้นสามารถระบายน้ําออกแม่น้ําเจ้าพระยาให้ทัน ตามกําหนด ให้ทันต่อเหตุการณ์ ซึ่งขณะนี้การทํางานของ ศปภ. และ กทม. ได้ทํางาน ประสานงานเป็นหนึ่งเดียวนะครับ เรามีศูนย์ปฏิบัติการร่วมอยู่ที่ ศปภ. การทํางานนั้นขณะนี้ ผมเรียนว่าไม่มีปัญหาระหว่าง กทม. กับ ศปภ. เราได้ร่วมกันอย่างเต็มที่ แล้วเราจะพยายาม อย่างสุดความสามารถที่จะรักษากรุงเทพมหานครไว้ให้ได้ไม่ต่ํากว่าสัก ๓๐ เขต ขณะนี้ ก็พยายามอย่างเต็มที่ครับท่านครับ
ส่วนประเด็นอื่น อย่างเช่นประเด็นของ ขออภัยที่เอ่ยนามท่านนะครับ ของท่านรังสิมา ท่านก็ได้เอาคลิปมาเปิดในเรื่องของบริจาค อันนี้ก็ต้องขอกราบเรียนว่า ตอนหลังจากที่แนวคันกั้นน้ําของเราแตกนั้นน้ําทะลักเข้ามาที่ประตูจุฬาลงกรณ์แล้ว น้ําก็ลงมามากเหลือเกินมากมายมหาศาลนะครับ จนกระทั่งบางกะดีเราก็เอาไม่อยู่ ธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นศูนย์ที่เราใช้เป็นศูนย์อพยพของพี่น้องประชาชน ศูนย์พักพิงผู้ที่หนีภัยมาจากน้ําท่วม ก็ยังมาโดนซ้ําสองอีก อันนั้นก็ต้องขอเรียนว่ามันเป็นเรื่องที่เราไม่ได้คาดการณ์และเป็นเหตุ สุดวิสัย และของที่ท่านรังสิมาพูดว่าของจมน้ํานั้น อันนั้นขอเรียนตรง ๆ ว่าเราได้ทยอย เคลื่อนย้ายของตั้งแต่วันที่ ๓๐ แต่วันที่ ๒๐ เศษ ๆ ประมาณ ๒๘-๒๙ น้ําก็เริ่มเข้าดอนเมือง อย่างที่ผมกราบเรียนให้แล้วว่าน้ํามวลมหาศาลนั้นมันทะลักเข้ามาเราไม่สามารถรักษาที่ตั้งได้ แต่ก็ได้พยายามเคลื่อนย้าย ในวันที่ ๓๑ เราก็เคลื่อนย้ายไปที่ยิมเนเซียม สนามศุภชลาศัย เรียบร้อยนะครับ ที่เสียหายก็มีอยู่บ้างคือเสื้อผ้าเก่าที่เราได้มอบให้กระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ได้รับไปที่จะต้องนําไปซักก่อน พวกเสื้อผ้ามือสองนั้นประเพณีไทย เราก็ไม่ค่อยจะชอบเท่าไรนะครับ เพราะฉะนั้นก็ได้ตัดสินใจให้กระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์รับเสื้อผ้ามือสองนั้นซึ่งก็มีอยู่เยอะพอสมควรประมาณสัก ๑ คัน รถบรรทุก อันนี้ผมขอเรียนให้ทราบได้เลยครับว่าเพื่อที่จะนําไปซัก เมื่อซักเสร็จเรียบร้อย จึงจะเข้าถุงแล้วไปแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชน ส่วนของใหม่ ๆ นั้นเราก็ได้แจกจ่าย ไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นในคลิปตอนต้น ๆ ที่เอามานั้นก็คงเป็นการฉุกละหุกในช่วงต้น ในช่วงวันที่ ๒๗ ถ้าผมดูในคลิปนะครับ วันนั้นรู้สึกจะเป็นคลิปวันที่ ๒๗ ที่น้ําเริ่มเข้าก็มีบ้าง
ส่วนส้วมลอยน้ําที่อยู่ ๒ หลังนั้นเป็นส้วมของเอกชนครับ เขาใส่กุญแจไว้ เราเอาไปไม่ได้ ไม่มีใครที่จะไปหวงส้วมไว้หรอกครับ อยากจะย้ายไปอยู่แต่มันเอาไปไม่ได้ ภาคเอกชนเขาไปตั้งกันเอง
ในลักษณะการทํางานของในส่วนรับบริจาคนั้นก็ขอเรียนว่าเป็นการทํางาน ที่ผสมผสานระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนและพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนนั้นมาช่วย เก็บข้าวเก็บของแพคข้าวแพคของวันหนึ่งนับเป็นพัน ๆ คน บางวันถึงตั้ง ๓,๐๐๐ คน เพราะเราสํารวจสถิติจากการที่เราแจกข้าวกล่องเป็นจํานวนมากนะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าท่านมองดู ถ้าถ่ายในคลิปดูก็เหมือนการมะรุมมะตุ้มนะครับ ในคลิปนั้นยังเห็นมีบางคน ลอยน้ําเข้าไปเก็บข้าวเก็บของ อันนั้นเป็นอาสาสมัครครับ เป็นผู้ที่มีจิตอาสาเข้าไปช่วยเก็บของ เพื่อจะเก็บของขึ้นรถแล้วนําไปที่สนามศุภชลาศัย ถ้ามองในภาพก็เห็นเขาไม่ได้ แต่งเครื่องแบบก็นึกว่าข้าวของนั้นถูกขโมยโดยคนที่จ้องที่จะขโมยของเราอยู่แล้ว ที่จริงไม่ใช่ครับ เป็นพวกจิตอาสาเข้าไปช่วยย้ายข้าวย้ายของนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียน ท่านรังสิมา ขออภัยนะครับที่เอ่ยนามท่าน ว่าเราได้ดําเนินการแล้วเสร็จมีเหลือเฉพาะเสื้อผ้าเก่า เท่านั้นที่ให้ พม. นําไปซักเพื่อจะแจกจ่ายต่อไป ของอย่างอื่นนั้นเราได้เคลื่อนย้ายไปแล้ว ส้วม ๒ ส้วมนั้นก็คงทิ้งไว้ตรงนั้นก่อนเพราะเขาใส่กุญแจไว้ เจ้าของเขาใส่กุญแจครับ
อีกประเด็นหนึ่งก็คงจะเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องส้วม เรื่องสุขามือถือ ผมขอเรียนตอบคําถามรู้สึกจะเป็นของท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย ใช่ไหมครับ ขออภัย ที่เอ่ยนามท่านนะครับ เรื่องสุขามือถือนี้ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าสุขามือถือนี้ เป็นสุขาที่จัดหาโดยกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัยได้นํามามอบให้ แต่จากการที่ได้ตรวจสอบแล้วเป็นผลิตภัณฑ์ต่างชนิดกับของเครือซีเมนต์ไทยครับท่าน เป็นคนละชนิดกัน ของเครือซีเมนต์ไทยรู้สึกจะ ๑๑๑ บาท ถ้าจําไม่ผิด แต่ราคาชุดนี้ ซื้อ ๒๔๕ บาท เนื่องจากว่าเป็นสินค้าที่จัดหาผลิตด้วยกระดาษรังผึ้งน้ําหนักเบาแข็งแรง รองรับน้ําหนักได้ ๑๐๐ กิโลกรัม ใช้งานได้มากกว่าร้อยครั้งนะครับ อีกทั้งการจัดหา ก็เป็น การจัดหาโดยเร่งด่วนและจัดจํานวนมากด้วย ในขณะนั้นสินค้าของเครือซีเมนต์ไทย ไม่สามารถจัดได้เพียงพอต่อความต้องการก็จึงได้จัดซื้อสุขามือถือชุดนี้ขึ้นมา ต้องขอ กราบเรียนท่านได้กรุณาทราบนะครับ เป็นสินค้าต่างชนิดกัน
อีกเรื่องหนึ่งได้มีการพูดถึงก็คือ ในเรื่องของอาหาร ในเรื่องของ ถุงยังชีพ ก็ต้องขอกราบเรียนว่าเรื่องถุงยังชีพนี้ หลังจากที่เป็นข่าวมาแล้วนั้น กระผมเอง ในฐานะ ผอ.ศปภ. ก็ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นมา ประธานคณะกรรมการ ตรวจสอบข้อเท็จจริงก็คือ ท่านปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน คือท่านยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน แล้วก็มีคณะกรรมการอีก ๗ ท่าน จากการตรวจสอบ ของคณะกรรมการที่ผมให้เวลาท่าน ๓ วัน ท่านก็ได้รายงานผลการตรวจสอบมาแล้วว่า การจัดหาของนั้นก็เป็นการจัดโดยเงินของกองทุน ไม่ใช่ ศปภ. แต่ว่ามันก็อันเดียวกันนั้น นะครับ ผมไม่ได้โยนออกไปที่ไหนเลย คือว่าจัดที่ไหนก็คือจัดมาที่ ศปภ. แต่ว่าการจัดนั้น ตามข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบ คือทราบว่าจัดใน ๓ ราคาด้วยกันท่านครับ
ราคาแรกก็คือ ราคา ๓๐๐ บาท มาตรฐานของราคา ๓๐๐ บาท บรรจุ อะไรบ้าง ก็มีครับ ผมใคร่ขอจะเรียนนะครับว่า ๓๐๐ บาทนั้น ของบรรจุในนั้นก็จะมีข้าวสาร ๒ กิโลกรัม ๑ ถุง บะหมี่สําเร็จรูปฮาลาล ๑๐ ห่อ ปลากระป๋องฮาลาล ๑ กระป๋อง ผักกาดดอง ๑ กระป๋อง ขนมเค้กยูโรฮาลาล ๖ ชิ้น ยาพาราเซตามอล ๒ แผง ยาทากันยุง ๒ ชิ้น ผ้าอนามัย ๑๐ ชิ้นนะครับ ทิชชูอีก เทียนไข ไฟแช็ก ถุงขยะดํา อันนี้บรรจุในถุง ๓๐๐ บาท
อีกส่วนหนึ่งการจัดหาในราคา ๕๐๐ บาทก็เป็นวัสดุที่บรรจุในถุงนั้น แตกต่างกันนะครับ ประกอบด้วยข้าวสาร ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ๕ กิโลกรัม มีน้ําปลา ๑ ขวด ปลากระป๋อง ๖ กระป๋อง น้ําพริก ๖ กระป๋อง ยาสีฟัน แปรงสีพัน สบู่ โลชั่น อะไรต่ออะไร อันนี้คือในส่วนของ ๕๐๐ บาท
และจากนั้นก็เป็นในส่วนของจัดอีกราคาหนึ่งก็คือ ราคา ๘๐๐ บาท ๘๐๐ บาทนี้ก็คือจัดในส่วนของส่วนประกอบก็มีเยอะขึ้นมานะครับ ก็เป็นราคาที่ต่างกัน ออกไป คือข้าวสารบรรจุถุงนี่ ๕ กิโลกรัม ๑ ถุง ปลากระป๋องชนิดฝาดึง ๖ กระป๋อง ก็เป็นสิ่งที่บรรจุเข้าไปนั้นก็ค่อนข้างที่จะแตกต่างกันเห็นได้ชัดเจนนะครับ ก็ขอเรียนให้ทราบ เอาวันพรุ่งนี้ผมจะชี้แจงในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่งว่ามีอะไรบ้าง ราคาอะไรบ้าง ผมจะได้ นําเรียนให้ทราบนะครับ ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพครับ การทํางานของ ศปภ. นั้น ผมก็ขอเรียน ตรง ๆ นะครับ มันก็มีข้อผิดพลาดบกพร่องมากเหมือนกัน ผมขอยอมรับ เนื่องจากเป็น สถานการณ์ที่มันฉุกเฉินจริง ๆ เรียกว่าก็เป็นการช่วยกันอย่างเต็มที่มะรุมมะตุ้มกันพอสมควร ไหนเราจะรับสถานการณ์น้ํา ไหนเราจะต้องมาช่วยพี่น้องประชาชน ไหนเราจะต้องมาจัดหา สิ่งของที่เราจะต้องเร่งช่วยเหลืออะไรทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้เป็นการทํางานที่แข่งกับเวลา ผมเองก็ต้องขอยอมรับนะครับว่ามีหลายส่วนหลายอย่างที่อาจจะมีผิดพลาดบ้าง ก็ต้อง ขอยอมรับ ณ ทีนี้ ส่วนรายละเอียดนั้นผมจะขอชี้แจงในวันพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้อีกครั้งหนึ่งครับ ท่านประธานครับ
ท่านปลอดประสพ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุกคน กระผม ปลอดประสพ สุรัสวดี ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เมื่อสักครู่นี้ผมไม่ได้อยู่ในห้องนี้ อยู่ที่กระทรวงครับเขากําลังรายงานผมว่าสําหรับวันพรุ่งนี้ จะต้องมาชี้แจงต่อรัฐสภาอะไรบ้างนะครับ ในส่วนที่เกี่ยวกับข้อมูลของ กทม. ที่ยังไม่ได้ แสดงออกมาชัดเจนหรือมีความคลาดเคลื่อน ซึ่งผมจะได้นํามาหารือต่อรัฐสภา เพื่อขอคําแนะนําเพื่อที่รัฐบาลกับ กทม. จะได้ร่วมกันทํางานเพื่อปกป้อง กทม. ในส่วนที่ยังพอเหลืออยู่ให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด ก็ต้องขอประทานโทษที่ไม่ได้ฟัง ตรงนี้นะครับ ที่จริงดูในทีวีหน้าตาเสื้อผ้าผมก็ไม่ได้มีอะไรนะครับ คําพูดที่ออกมาก็เรียกลุง ก็ไม่ได้มีอะไรเท่าไรนะครับแต่ผมเป็นห่วงตรงนี้ครับ เป็นห่วงตรงที่ว่าประเดี๋ยวใครมาถาม อะไรผมว่าท่วม ไม่ท่วมอะไรอย่างนี้นะครับ และผมบังเอิญก็รู้พอสมควรไม่ได้รู้มากนะครับ แล้วผมก็เกิดบอกความจริงไปเขาก็ไม่เชื่อผมเหมือนในหนังนะครับ และบ้านเขาท่วม วันหลัง เขาก็จะมาด่าผมเข้านะครับนั่นก็คือเหตุผลที่ผมต้องมาขออนุญาตพูดในตอนนี้นะครับ แล้วก็ ตั้งใจเอาไว้ว่า ถ้าเผอิญบ้านท่านองอาจยังไม่ท่วมมาถามผม ผมจะไม่บอกท่านแน่นอนเลย ท่านประธานครับ นี่ผมพยายามพูดไม่ให้มันมีเรื่องนะครับ ไหน ๆ ก็พูดมาแล้วนะครับ ผมก็ ขออนุญาตเรียนให้ฟังสักนิดเถอะครับว่า วันนั้นที่ผมพูดขึ้นมามันเรื่องราวอะไร ที่จริงผมไม่มี หน้าที่เป็นโฆษกนะครับ แต่บังเอิญทํางานทางปฏิบัติการมันก็ต้องเห็น ก็บินทุกวัน นั่งรถ ไปทุกวัน ก็ผ่านประตูน้ําที่คลองบ้านพร้าวหลายครั้ง ก็เห็นว่ามันแตก วันที่ ๑ ก็แตก ผมยังจําได้ว่ามีแบคโฮ (Backhoe) ๒ ตัว มองดูแล้วเป็นของเอกชน แตก ๒ จุด มีคนสัก ๒๐-๓๐ คนซ่อม ก็มองดูว่ามันไม่ฉุกละหุกเพราะว่าคนซ่อมน้อย บินวันที่ ๒ แบคโฮหายไป เหลือตัวเดียว พอวันที่ ๓ ก็เห็นน้ําเยอะมาก กลับมาก็มาเล่าให้หลาย ๆ คนฟังว่า เอ๊ะ ตรงนี้ ระวังนะ มันเป็นจุดสําคัญนะ มันจะเข้าทางหัวของกรุงเทพฯ แล้วก็มันก็มีเขื่อนดินยาว เป็นกิโลเมตรเลย แล้วก็ท่าทางอ่อนแอมาก จากนั้นผมก็เรียกนายทหารมา ๒ คน เป็นพันเอก บอกว่าคุณไปหาทางซ่อมเสียนะ มันอันตราย ปรากฏว่าเขาก็ไปบอกบริษัท บริษัทหนึ่ง ผมจะไม่เอ่ยชื่อนะเป็นบริษัทใหญ่มากให้เข้าไปซ่อม ก็เข้าไปซ่อมอยู่นะครับ ปรากฏว่า ไปครึ่งวันก็รายงานว่าทําไม่ได้ เพราะว่าเทคนิคที่เขาจะใช้มันทําไม่ได้และเครื่องจักรเขาใหญ่ อีกอย่างหนึ่งเขาก็กลัวว่าระหว่างทํามันจะพังแล้วจะอันตรายก็ถอนตัว ผมก็มาคิดดูว่า ขนาดบริษัทใหญ่ ๆยังถอนตัว แล้วมันจะไหวหรือ คุณวิมก็มาหาผม ต้องขออนุญาตเอ่ยชื่อ นะครับ บอกว่าท่านทราบหรือยังประตูที่คลองบ้านพร้าวแตกแล้วผมกําลังจะไปประกาศ ผมไม่มีข้อมูลเลยท่านไปเป็นเพื่อนหน่อยก็แล้วกันไปให้ข้อมูล เพราะทราบว่าไปดูมาหลายวัน ผมก็บอกว่าได้สิก็หยิบแผนที่มาแล้วก็แต่งตัวอย่างที่ท่านเห็นนี่ละครับ ไม่ได้เตรียมตัว เพราะฉะนั้นผมไม่ได้เป็นโฆษกนะครับ แต่เขาขอให้มาให้ข้อมูล ผมก็ให้ข้อมูลตามที่เห็นนะครับ ผมก็คิดว่าอย่างไรมันคงแตก ไม่ประตูน้ําก็เขื่อนดิน แล้วถ้าแตกขึ้นมาแล้วกรุงเทพฯ ตอนบน จะเดือดร้อนแน่นอนนะครับ เพราะประมาณการแล้วเฉพาะที่ประตูน้ําอย่างเดียวน้ําที่ทะลัก เข้ามาน่าจะอยู่ในระดับสัก ๑๕๐-๒๐๐ คิวเปอร์เซ็ก ซึ่งก็อยู่ในเกณฑ์สูงมากนะครับ แล้วถ้า เขื่อนดินเกิดแตกไปอีกนี่จะไปกันใหญ่เลย ก็จึงพูดว่าถ้าแตกดอนเมืองก็ต้องท่วม สายไหม ก็ต้องท่วม ซึ่งก็เป็นการพูดครั้งแรกในลักษณะที่ค่อนข้างจะสร้างความตกอกตกใจ เพราะว่า ไม่มีใครคิดว่าดอนเมืองจะท่วม สายไหมจะท่วม ทุกคนก็ตกใจ ผมก็ทราบว่าทุกคนตกใจ ท่าทางผมอาจจะขึงขัง ซึ่งก็เป็นนิสัยผมเป็นอย่างนั้นนะครับ ในเรื่องอย่างนั้นผมคงพูดเล่น ไม่ได้ ก็มีคนถามผมว่าถ้ามันท่วมอย่างที่ว่าแล้วนี่จะย้ายไปอยู่ที่ไหน ผมก็บอกย้ายมาอยู่ ดอนเมือง ด้วยเหตุผลทางหลาย ๆ อย่าง สถานที่ใหญ่ มีตึก มีอาคารว่าง มีที่จอดรถ แล้วก็ ถามว่ารถจะไปจอดที่ไหนผมก็บอกว่าจอดที่ลานจอดเครื่องบิน ทุกอย่างที่ผมพูดก็เป็นความจริง ทั้งนั้นละครับในที่สุดก็แตก ในที่สุดก็ต้องใช้ดอนเมืองเป็นที่อยู่อาศัย มาอยู่ ๓,๐๐๐ กว่าคน ในที่สุดก็ต้องใช้ดอนเมือง เป็นที่จอดรถอย่างที่ผมพูดทุกประการนะครับ และในที่สุดทั้งดอนเมืองทั้งสายไหม ก็ท่วมหมดอย่างที่เห็นทุกวันนี้นะครับ ผมไม่ได้วิเศษวิโสหรือรู้ไปมากกว่าคนอื่นหรอกครับ เพียงแต่ว่าผมพยายามหาข้อมูลมากครับ ผมรู้ปริมาณน้ํา ผมรู้ภูมิประเทศดียิ่งนะครับ และผมก็หารือกับคนหลายคนแล้วก็ไปด้วยตนเอง แล้วก็เป็นความหวังดีของผมซึ่งผม ก็รู้นะครับพูดไปก็ถูกว่า แต่ก็ว่าผมไปได้ไม่สักกี่ครั้งนะครับ เพียงแต่วันนี้ก็ไม่นึกว่าจะถูกว่า อีกเล็ก ๆ นะครับก็ไม่ว่าอะไรอีกนะครับ เพราะว่าถ้าผมพูดไปแล้วคนว่าผมแล้วทุกคน ปลอดภัยผมก็ดีใจนะครับ เพราะว่าการเตือนภัยเขาเตือนภัยก่อนที่ภัยจะมา ทุกวันนี้ ผมเรียนเลยนะครับว่าที่ กทม. ทําอยู่นี่ผมว่าไม่ถูกขั้นตอนนะครับ เตือนภัยตอนน้ําท่วมแล้ว ที่ฝั่งธนนี่นะครับน้ําท่วมถึงเอวถึงหน้าอกนะครับ หิ้วของพะรุงพะรังและไปเตือนภัยทําไม อย่างนี้เขาเรียกว่าให้หนีน้ํา ให้ทุกคนหนีน้ําแบกของออกมาได้นะครับ เตือนภัยนี่ มันต้องเตือนก่อนนะครับ ก่อนเครื่องบินมา ก่อนลูกระเบิดมาหล่น ไม่ใช่เตือนน้ําท่วมไปแล้ว ผมได้เรียนถามท่านผู้ว่าคําถามนี้นะครับเมื่อตอนที่ไปกับท่านนายกรัฐมนตรีที่ดินแดง แต่ว่าวิธีคิดของคนไม่เหมือนกันก็ไม่เป็นไรนะครับ ผมคิดว่าในเมื่อผมพูดแล้ววันนี้ก็ยังพูดอีก เพราะว่าอาจจะไม่สายเกินไปนะครับ
ต่อไปเรื่องกรณีนวนคร ต้องเข้าใจนะครับว่าเมื่อสักครู่นี้เป็นการดูคลิป นะครับ ผมจําได้ว่าตอบว่านวนครเราต้องพยายามรักษาให้ได้เพราะว่าเป็นนิคมขนาดใหญ่ มากนะครับ จนกระทั่งเราทราบว่าน้ํามันเข้ามาจากบ่อบําบัดน้ํา ผมอาสาไปเองนะครับ ซึ่งพูดตรง ๆ ครับเขาก็ว่าบ้ามันไม่ใช่หน้าที่รัฐมนตรีจะไป ผมไปด้วยตัวเองนะครับ ไปแบกกระสอบทรายเหมือนประชาชนคนธรรมดาตั้งแต่ ๘ โมงจนเที่ยงนะครับ หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐก็เอาไปลงก็ต้องขอบคุณนะครับ ผมเห็นว่าไม่ไหวเพราะว่าเมื่อผมไปถึงน้ําแค่ตาตุ่ม มีรถแบคโฮตกอยู่คันหนึ่ง ตกเที่ยงกว่า ๆ น้ําสูงกว่าศีรษะผมอีกนะครับ ผมก็บอกเขาบอกว่า ไม่ไหวหรอกพวกเราเพราะผมกลัวมันจะพังแล้วมันจะอันตราย ท่านเชื่อไหมครับไม่ถึง ๑๕ นาทีที่ผมพูดซึ่งผมหนีเป็นคนแรก ๆ เลย เพราะพูดแล้วตัวเองก็ต้องหนีนะครับ ยังไม่ทันขึ้นรถเลยครับแตกพลั้ววิ่งกันกระจัดกระจายไทยรัฐนี่เอาไปลง ที่พูดนี้ผมไม่ได้มา บอกว่าผมเก่งกล้าสามารถผมไม่กล้าหรอกครับผมถึงได้หนีเป็นคนแรกนะครับ แต่ว่าผมพูดว่า จะพยายามรักษา และผมก็รักษาคําพูดผมโดยไปด้วยตัวเองครับ แล้วก็ไปรักษาแต่ก็รักษา ไม่ได้นะครับ ถามว่าทําไมรักษาไม่ได้ เพราะว่าทางรถไฟจากถนนพหลโยธินมันหนีบมาทั้งคู่ พอมันแตกมาจากข้างบนมันก็ไหลมาทางนั้นมันก็รุนแรงมากสุดที่จะกันได้นะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากเรียนว่าในคลิปนั้นน่าจะมีการตัดต่อนะครับ ที่ผมบอกว่าสู้ได้แน่ สู้ได้แน่ ตั้งแต่เกิดน้ําท่วมมานะครับผมไม่เคยแม้แต่คําเดียวครับที่บอกว่าสู้ได้แน่ เพราะผมรู้ครับ สุภาษิตเขาบอกนะครับ พระพายอย่าง พระสมุทรอย่างเขาห้ามสู้ สู้ก็ตายลูกเดียวครับ เพราะฉะนั้นก็อยากเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ประชาชนที่ฟังอยู่นะครับว่า ผมมีหลายอย่างที่ผมไม่ได้พูดอย่างนั้น ก็ตัดออกไปอย่างนั้น ก็ขอความกรุณาได้เข้าใจตามนั้น ด้วยนะครับ
สุดท้ายนะครับสั้น ๆ เพราะว่าพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้คงจะพูดกันยืดยาวมากนะครับ เรื่อง กทม. เหมือนกัน กทม. ผมก็บอกนะครับว่า กทม. ชั้นในน่าจะไม่ท่วม ท่วมไม่ท่วม ขึ้นอยู่กับขีดความสามารถในการดูดของระบบดูดน้ําสูบน้ําขนาดใหญ่ของ กทม. แล้วก็ขึ้น อยู่กับคิง ไดรฟ์ซึ่งสร้างมาตั้งแต่หลังปี ๒๕๓๘ เพียงแต่น่าเสียดายที่ว่าเมื่อสร้างมานั้น มันเป็นเขื่อนดินที่สูงนะครับ แน่นอนสร้างมาด้วยเขื่อนดินก็ไม่แข็งแรง แต่ปัจจุบันหลายแห่ง ได้แปลงไปเป็นถนน พอทําถนนเนื่องจากการควบคุมไม่ดี การออกแบบไม่ดี หรือการลืมอดีต นี่นะครับถนนมันเตี้ยกว่าเขื่อนสมัยนั้น เพราะฉะนั้นน้ํามันถึงได้ล้นข้ามมาซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่อง ที่ต้องทําต่อไป เพราะฉะนั้นคิงไดรฟ์ในหลายพื้นที่จึงไม่ใช่สภาพของไดรฟ์อีกต่อไป เป็นสภาพของแค่ถนนธรรมดา ๆ น้ํามันถึงได้ทะลักเข้ามา เพราะฉะนั้นก็อยากเรียนว่า ผมก็ไม่เคยพูดอีกนะครับว่ากรุงเทพฯ จะไม่ท่วม เพราะมันท่วมไปแล้วตั้งเยอะตั้งแยะ ใครก็ทราบอยู่นะครับ อย่างฝั่งธนบุรีก็ต้องเรียนนะครับ ข้ามไปฝั่งโน้นนะครับ ผมก็บอก ท่วมหมดแน่ ๆ ผมยังไปเรียนท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมเลยนะครับว่าบ้านท่านเดี๋ยว มันไปเยี่ยมแน่ท่านเฉลิมยังหัวเราะ บอก โอ้โฮ ที่บ้านท่านมันสูงนะ ก็ท่วมจริง ๆ ก็อย่างที่ผมเรียน ว่าไม่ใช่ว่าผมจะรู้มากมายอะไร ปริมาณน้ําครั้งนี้มันมากมายมหาศาลครับ ๒๐,๐๐๐ ล้านคิว นี่มันเป็นปริมาณที่สูงมากอย่างยิ่ง และกรุงเทพฯ อยู่ต่ํากว่าคนอื่น เป็นที่ปลายน้ํา แล้วเรายังเจอน้ําทะเลอีกด้วย เพราะฉะนั้นศึกนี่มันหลายด้านด้วยกัน ผมก็ขออนุญาตใช้เวลาสภา แต่เพียงเท่านี้นะครับ ก็ขอบคุณท่านองอาจที่กรุณาให้โอกาสผมได้พูด เพราะว่า เป็นนักการเมืองไม่ได้พูดเขาจะว่านักการเมืองหลับใหลนะครับ แล้วท่านอย่ามาถามผมนะครับ ผมไม่บอกท่านแน่นอน บ้านท่านท่วมหรือไม่ท่วม แต่ก็ขออวยพรให้บ้านท่านไม่ท่วมนะครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านประชา เชิญนิดหนึ่ง
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ในนาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและในนามของ ผอ.ศปภ. ที่กําลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่ ก็บังเอิญมาค้นข้อมูลได้ อยากจะนําเรียนเสนอข้อมูลนี้ครับ เพราะว่าการอภิปรายครั้งนี้ เป็นการชี้แจงให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้รับทราบ ก็ขอเพิ่มเติมในส่วนที่กระผม ชี้แจงไปเมื่อสักครู่นี้ไม่ครบว่า ในถุงยังชีพ ๘๐๐ บาทที่เราได้จัดไปนั้นนะครับ มีสิ่งที่บรรจุ ในถุงยังชีพดังต่อไปนี้นะครับอยากจะกราบเรียน ๘ ชนิดด้วยกัน ๑. ข้าวสารชนิด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ขนาดบรรจุ ๕ กิโลกรัม ๑ ถุง ๒. ข้าวสวยปรุงสุกรสต่าง ๆ ข้าวสวย พร้อมรับประทานขนาด ๑๕๐ กรัม ๓-๖ ถุง ๓. ปลากระป๋องชนิดฝาดึง ขนาด ๑๕๕ กรัม ๔ กระป๋อง ๔. ปลาราดพริกสามรส ปลาทอดรสเผ็ดขนาด ๑๕๕ กรัม ๔ กระป๋อง ๕. แกงเขียวหวานไก่ แกงเผ็ดไก่บรรจุกระป๋องขนาด ๑๐๐ กรัม ๔ กระป๋อง ๖. ปลาทอด บรรจุกระป๋องขนาด ๑๐๐ กรัม ๔ กระป๋อง ๗. พะแนงไก่ มัสมั่นไก่บรรจุกระป๋องขนาด ๑๐๐ กรัม ๔ กระป๋อง ๘. หอยลายทอดรสเผ็ดบรรจุกระป๋อง ๔๐ กรัม ๓ กระป๋อง อันนี้ คือสิ่งที่บรรจุไปในถุง ๘๐๐ บาท ที่กําลังวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ ในส่วนที่ท่านผู้ปรารถนาดี บางท่านได้นํามาชี้แจงว่าราคา ๘๐๐ บาทนั้นไม่น่าจะถึง ๓๐๐ บาท อันนี้ก็เป็นเรื่อง การจัดที่แตกต่างกัน อันนี้เป็นข้อสรุปของคณะกรรมการที่ผมได้เรียนให้ทราบ แล้วคณะกรรมการก็ได้เรียนให้ทราบว่าผู้ที่รับผิดชอบดําเนินการเกี่ยวกับถุงยังชีพครั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วมีความเห็นว่าการดําเนินการจัดซื้อถุงยังชีพ เพื่อแจกจ่ายให้แก่ประชาชนที่ประสบอุทกภัยในครั้งนี้เป็นไปตามระเบียบแบบแผน ของทางราชการทุกประการนะครับ และยังมีข้อแนะนํามาด้วยว่าในการดําเนินการต่อไปนั้น คณะกรรมการด้วยความปรารถนาดีก็ได้แนะนํามาว่า ๑. ถุงยังชีพแต่ละประเภทในโอกาส ต่อไปควรจะระบุรายการและราคาต่อหน่วยของสิ่งของที่บรรจุไว้ภายในถุงยังชีพนั้น ๆ เพื่อให้ผู้รับถุงยังชีพสามารถตรวจสอบรายการและสิ่งของที่ได้รับด้วยตนเอง ในการนี้ ถุงยังชีพแต่ละประเภทควรมีสีหรือสัญลักษณ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ๒. ศูนย์ปฏิบัติการ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการประชาสัมพันธ์รายละเอียดต่าง ๆ ของถุงยังชีพตามข้อ ๔.๑ ข้างต้น ๔.๓. กระบวนการในการแจกถุงยังชีพควรมีระบบ การแจกจ่ายชัดเจนตามกลุ่มเป้าหมาย อันนี้เป็นคําแนะนําซึ่งผมก็น้อมรับด้วยความยินดียิ่ง ที่จะต้องปฏิบัติตามนี้ ที่จริงก็ได้ปฏิบัติอยู่แล้ว การแจกจ่ายถุงยังชีพนั้นเรามีที่มาที่ไป เราแจกจ่ายไปที่ไหนบ้าง ใครเป็นคนรับ ลักษณะของถุงยังชีพนั้นก็จะต้องมีความชัดเจน แต่ในเมื่อคณะกรรมการได้แนะนํามาอย่างนี้ผมก็น้อมรับที่จะนําไปปฏิบัติ
อีกเรื่องหนึ่งครับเป็นประเด็นที่ท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านได้ระบุถึงเรื่องของเงินบริจาคทั้งหลายทั้งปวงนั้นมาอย่างไร อันนี้ผมจะขอ ท่านประท้วงครับ ท่านองอาจประท้วงใช่ไหมครับ ขออภัยครับ ท่านครับ สืบเนื่องจากที่ท่านบุญยอดได้เอ่ยถามถึงว่าเงินบริจาคจากต่างประเทศนั้น เป็นอย่างไร ขออภัยที่เอ่ยนามท่านนะครับ ผมขอกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่าในส่วนของ การบริจาคช่วยเหลือจากต่างประเทศนั้นมีทั้งที่เป็นเงินสด มีทั้งที่เป็นสิ่งของ สิ่งของต่าง ๆ เหล่านั้นก็มีทั้งเรือบ้าง เครื่องสูบน้ําบ้าง กระสอบทรายบ้าง อาหารกระป๋องบ้าง กระผม ใคร่ขอเรียน ณ ที่นี้เลยนะครับเพื่อเป็นเกียรติสําหรับผู้ที่บริจาคมาด้วยว่าประเทศจีนบริจาค เงินสด ๓๐ ล้านบาท เรือ ๒๕๙ ลํา เครื่องสูบน้ํา ๒๐๐ เครื่อง นี่ในตอนเบื้องต้นเลยนะครับ แต่ตอนหลังก็ยังมีเพิ่มเติมมาอีกผมกําลังรวบรวม เครื่องกรองน้ํา ๒๑๐ เครื่อง ภาชนะบรรจุน้ํา ๑๒๐ อัน แล้วก็เต็นท์อีก ๑,๓๐๐ หลัง ถุงทราย ๓๔,๐๐๐ กระสอบ เสื้อชูชีพ ๒๐,๐๐๐ ตัว เครื่องยนต์อีก ๓๐๐ เครื่อง จากนั้นก็มีญี่ปุ่น มีเครื่องสูบน้ํา ๑๐ เครื่อง เสื้อชูชีพ ๔๕๐ ตัว สุขาอีก ๒๔๐ หลัง มีเครื่องยนต์อีก ๒๐๐ เครื่อง เกาหลีใต้ เงินสด ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท เครื่องกรองน้ํา ๔ เครื่องเต็นท์ ๒๐๐ หลัง ถุงทราย ๑๐๐,๐๐๐ กระสอบ อาหารกระป๋อง ๑๒,๐๐๐ ผ้าห่ม ๑๙,๐๐๐ ผืนจากนั้นก็มีอิสราเอลนะครับ มีเรือ ๓๐ ลํา เสื้อชูชีพ ๑๘๗ ตัว ยารักษาโรค ๑,๐๐๐ ชุด สิงคโปร์เงินสด ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท เรือยนต์ ๔๕ ลํา เต็นท์ ๓๐๐ หลัง ถุงทราย ๗,๕๐๐ กระสอบผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัวเป็นลักษณะผ้าเช็ดตัว ๗๐๐ ผืน สปป. ลาวนะครับ เป็นเงินสด ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท บาห์เรน เงินสด ๖๐ ล้านบาท มาเลเซีย เงินสด ๓๐,๐๕๐,๗๐๐ บาท กัมพูชา เงินสด ๑,๕๓๐,๐๐๐ บาท อินโดนีเซีย ๓๐,๘๐๐,๐๐๐ บาท อินเดีย ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท
ท่านรัฐมนตรีครับ เอาไว้วันพรุ่งนี้จะมีถ่ายทอดอยู่นะครับ
ครับ ก็เอาไว้วันพรุ่งนี้ได้ไหมครับท่านครับ
ไว้พรุ่งนี้ครับ เขากําลังพิจารณางบประมาณอยู่
ก็ขอบคุณมากครับ ขอนําเรียนเพียงแค่นี้ก่อน
เชิญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ สมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิก หลายท่านนะครับ โดยเฉพาะท่านผู้นําฝ่ายค้านที่ให้ความกังวลในเรื่องของการชะลอ การเก็บกองทุนน้ํามันนะครับ ซึ่งหลังจากที่เราทําไปแล้วนี่ประชาชนก็มีความสุขทันทีนะครับ เนื่องจากปีที่แล้วความลําบากของประชาชนมีมากใช่ไหมครับ เราก็ได้ชะลอการเก็บกองทุน น้ํามัน ซึ่งผลการสํารวจ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของประชาชนมีความรู้สึกว่ามีความสุขทันทีนะครับ หลังจากที่ทําแล้วทางท่านผู้นําฝ่ายค้านได้ให้ความกังวลว่า เอ๊ะ ถ้าเกิดว่าไม่ดําเนินการต่อไปนี่ แล้วจะเอาเงินงบประมาณไปโปะหรือเปล่า ซึ่งผมเองก็ขอยืนยันนะครับว่าเราไม่เอาเงินงบประมาณ ไปโปะแน่นอนนะครับ เพราะว่าถ้าท่านได้ตามข่าวต่าง ๆ ที่เราได้ให้ข้อมูลจาก กระทรวงพลังงานออกมานี่ก็จะเห็นว่าเรามีขั้นตอนในการปรับโครงสร้างการใช้พลังงาน ปรับโครงสร้างราคาของพลังงาน ซึ่งหลังจากดําเนินการแล้วซึ่งจะมีรายละเอียดเยอะนะครับ ซึ่งผมได้มีการแถลงออกไปแล้ว ปีหน้าชดใช้เงินหมดแล้วก็ยังจะมีเงินเหลือนะครับ ในรายละเอียดคงหาอ่านดูนิดหนึ่งนะครับ เพราะผมได้ชี้แจงไปหลายทีแล้วนะครับ
ต่อมาก็คงเป็นเรื่องของว่า เอ๊ะ เงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่เอามาจากไหน ก็คงเป็นเงินที่ท่านเตรียมไว้ครับ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ท่านเตรียมไว้ว่าจะอุดหนุนดีเซล เราใช้แค่ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ของที่ท่านเตรียมไว้ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าจริง ๆ แล้ว เราคงไม่ใช้ถึง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท จริง ๆ แล้วเราคงอาจจะใช้ไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ด้วยซ้ํา คิดว่าหลังจากที่เราปรับโครงสร้างแล้วเราก็จะมีเงินมาชดเชยให้ แล้วก็มีเงินเหลือ ในปีหน้า ขอยืนยันนะครับ ท่านก็คงอาจจะแปลกใจว่าปัจจุบันนี้กองทุนมีหนี้แค่ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทเองนะครับ เราใช้แค่ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทเอง ท่านคงแปลกใจว่า ที่ท่านใช้ไปตั้ง ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทในการอุดหนุนสรรพสามิตของน้ํามันดีเซลนี่ ทําไมประชาชนไม่ชอบ แต่ผมใช้แค่ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ประชาชนกลับดีใจและได้เยอะ อันนี้ก็คงต้องไปหาคําตอบกันอีกที ผมเองก็ยังอยากรู้เหมือนกันว่าทําไมเป็นอย่างนั้นนะครับ
ต่อมาก็เป็นเรื่องของพลังงานทดแทนนะครับ รัฐบาลเราทํามา ๒ เดือน เราก็ได้ดําเนินการหลายเรื่อง พลังงานทดแทนเป็นสิ่งที่เราเน้นย้ํานะครับว่าเป็นสิ่งสําคัญ เราได้มีการดําเนินการ เช่น พอมันสําปะหลังราคาตก เราก็ให้กระทรวงพลังงานบอกว่า จะซื้อเอทานอลที่ทําจากมันสําปะหลังเพิ่มขึ้นอีก ๑ เท่านะครับ ทําให้ราคามันสําปะหลัง เพิ่มขึ้นทันที ๒.๗๐ บาท ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีการการันตีราคาที่ ๒.๗๐ บาทอยู่นะครับ ต่อมา ก็จะเป็นเรื่องของการลดราคาแก๊สโซฮอล์ ๙๕ ซึ่งเมื่อไม่กี่วันก่อนนี้เราก็ลดราคาแก๊สโซฮอล์ ๙๕ ลงมา ๑.๒๘ บาท ได้ดําเนินการแล้ว แล้วต่อมาก็เป็นเรื่องของการที่จะต้องยกเลิกเบนซิน ๙๑ นะครับ ถามว่าทําไมต้องยกเลิกเบนซิน ๙๑ คือในประเทศต่าง ๆ นี่ครับ เขาไม่ได้มีน้ํามัน ปริมาณประเภทเยอะเท่าเรานะครับ การลดเบนซิน ๙๑ ลงนี่โดยจะมีเบนซิน ๙๕ อย่างเดียว จะทําให้คนใช้เอทานอลเพิ่มขึ้นวันละประมาณ ๗๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน ซึ่งจะทํา ให้การส่งเสริมเอทานอลเกิดขึ้นนะครับ แล้วเราก็มอนิเตอร์ (Monitor) ตลอดนะครับ เรื่องของการใช้ไบโอดีเซลในเรื่องของน้ํามันปาล์มที่ต้องผสม บี ๔ บี ๕ บ้างอะไรบ้างนะครับ แล้วก็ต้องคํานวณปริมาณว่าไม่ให้ราคาน้ํามันปาล์มตกนะครับ ซึ่งตอนนี้ราคาตลาดโลก ของน้ํามันปาล์มมันก็ตกนะครับ อันนี้เอาความจริงมาคุยกัน แล้วก็พยายามที่จะหาสัดส่วน ที่เหมาะสมแล้วขณะเดียวกันก็ต้องคิดต้องดูตลอดนะครับว่าปริมาณน้ํามันปาล์มไม่ขาด ไม่ให้มีปัญหาเหมือนปีที่แล้ว ซึ่งมีการขาดแคลนแล้วก็ราคาสูงนะครับ ซึ่งเราก็ดูตลอดว่า อยู่ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าตันนี่อย่างต่ํานะครับ ที่จะต้องมีปริมาณเท่านั้น
ต่อมาก็อยากจะพูดถึงเรื่องขั้นตอนการฟื้นฟูนะครับ จริง ๆ แล้วนี่ถามว่า ท่านบอกว่า ๘๐๐,๐๐๐-๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะใช้นี่จริง ๆ ยังไม่ได้มีในรายละเอียด อะไรเลยนะครับ คือเรามีตั้งคณะกรรมการแล้ว โดยมีท่านดอกเตอร์วีรพงษ์ ท่านกรุณา มาเป็นประธานให้ แล้วก็มีท่าน ดอกเตอร์สุเมธมาเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการน้ําแล้วนี่ ซึ่งขั้นตอนในการปฏิบัติอยู่ที่ ๒ คณะกรรมการนี้ที่จะดําเนินการ แต่ว่าสุดท้ายแล้ว จะมีงบประมาณเท่าไร จะใช้อีกเท่าไร ซึ่งท่านดอกเตอร์วีรพงษ์ท่านก็ได้ประกาศชัดเจนว่า จําเป็นใช้เท่าไรก็ต้องใช้ เพราะว่าจะต้องไม่ท่วมอีก แต่ว่าในเรื่องของผม ที่เรื่องการฟื้นฟู ในแนวคิดของผมที่เรียกสั้น ๆ หรือเรียกกันเล่น ๆ ว่า นิวไทยแลนด์นี่นะครับ ซึ่งถูกเอาไปใช้ บิดเบือนในทิศทางที่ไม่ถูกต้อง เพราะเราเองอยากให้ฟังว่าผมอธิบายว่าอะไร คือพอเรา มีเรื่องของน้ําท่วมมานี่กรอบคิดต่าง ๆ ของคนในประเทศต้องเปลี่ยน ผมอยากให้เห็นว่า เราต้องมีการปรับปรุงประเทศอย่างไร คิดทุกอย่าง อย่างไร อย่างเช่น กระทรวงพลังงาน เราก็ต้องคิดว่า เอ๊ะ ถ้าน้ําท่วมเราก็ต้องมีการเดินน้ํามันทางท่อ ซึ่งก็อาจจะเป็นการประหยัด ใช่ไหมครับ ความปลอดภัยว่า เอ๊ะ ถ้าเกิดน้ําท่วมอีกหน่อยรถขนส่งน้ํามันไม่ได้แล้ว จะทําอย่างไร ยกตัวอย่างนะครับ หรือการสํารองน้ํามันที่จะให้มีความเพียงพอ ซึ่งมีแค่ ๑๘ วัน ปัจจุบันก็ต้องมีมากขึ้น เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์ในประเทศเรายังคุมไม่ได้ แล้วเหตุการณ์ ต่างประเทศเกิดขึ้นเราจะทําอย่างไร ยกตัวอย่างนะครับ อันนี้ในแง่ของกรอบคิดอาจจะต้อง กรอบคิดเลยไปถึงเรื่องของอย่างเช่นว่า เรายกย่องคนญี่ปุ่นว่าคนญี่ปุ่นนี่เวลามีปัญหา เขาค่อนข้างที่จะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ไม่ได้กักตุนของ ของเราก็ยังมีการกักตุนของอยู่นะครับ หรือว่าการที่บอกว่า บ้านฉันท่วม ทําไมบ้านเธอไม่ท่วม ไปดึงกระสอบทรายให้บ้านเธอ ท่วมด้วยสิ อันนี้ก็อาจจะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ก็ต้องพัฒนาจิตใจกัน ก็อยากให้เห็น อันนี้คือที่ ผมคิดว่าวิธีคิดวิธีฟื้นฟูจิตใจของคนต้องเปลี่ยนนะครับ ผมอยากเห็นอย่างนั้น ถ้าไปบอกว่า นิวไทยแลนด์ แล้วจะไปบอกว่าอันนี้คือรัฐไทยใหม่ ผมว่าเป็นความคิดที่ต่ําเกินไป นะครับ ผมไม่อยากให้เห็นเรื่องนี้ ผมว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องที่มามองกันอย่างนั้น อย่างสมมุติว่าอนาคตบอกว่าไทยแลนด์เข้มแข็ง แปลว่าอะไร แปลว่าไทยแลนด์จะโกงหรือครับ หรือว่าไทยแลนด์วิวัฒน์ แปลว่าไทยแลนด์จะต้องเอาไข่มาชั่งหรือครับ ซึ่งมันไม่ใช่ คืออย่ามองที่คําพูดครับ อยากให้มองที่ว่าเจตนาว่าประเทศนี้จะต้องกลับมาอย่างไร การพัฒนาต่อไปในอนาคตนี่ ๓ คําพูดครับ บริง แบค เบทเทอร์ (Bring back better) คือ การทําประเทศให้กลับมาดีกว่าเดิม ขอบพระคุณครับ แค่นี้ครับ
คุณหมอประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์ สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวานผมก็ได้ อภิปรายเกี่ยวกับเรื่องของพลังงานนะครับ
ท่านประท้วง อะไรครับ ประท้วงใครผิดข้อไหนครับ
ข้อ ๖๑ ครับ ท่านพูดจากระแนะกระแหน
ผมจะวินิจฉัย คําไหนครับ กระแนะกระแหนคําไหนครับ
ผมจะพูดให้ฟังครับ
ท่านพูดว่า อย่างไรครับ
ก่อนที่จะฟื้นฟูจิตใจอะไร ท่านก็เลิก กระแนะกระแหนคนเถอะครับ ท่านพูดว่ากระแนะกระแหนเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์ตรึง ราคาน้ํามันดีเซล พูดมาหลายครั้งแล้วครับว่าเสียหายไป ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเรียนถาม ท่านนี่ครับ ผมเรียนถามท่านว่า
ไม่ใช่ ท่านประท้วงผม ผมก็จะวินิจฉัยอย่างไรครับ ท่านประท้วงเสร็จแล้วใช่ไหมครับ
ยังครับ ท่านยังกระแนะกระแหนเรื่องของ ชั่งไข่ครับ ท่านได้ยินใช่ไหมครับเมื่อกี้
ผมจะได้วินิจฉัย เชิญนั่งครับ ผมวินิจฉัยก่อนนะครับ ท่านประท้วงว่าผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ว่าท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงไปในข้อ ๖๑ วรรคสอง ว่าเสียดสีใช่ไหมครับ ผมจะได้จับอย่างนั้น ได้ถูก
เสียดสี กระแนะกระแหนทํานองนี้ล่ะครับ
เอาเสียดสีแล้วกันนะครับ เมื่อกี้ท่านกําลังชี้แจงในเรื่องของข้อเท็จจริงที่ท่านได้ปฏิบัติมา ผมก็ถือว่าไม่ได้เสียดสีนะครับ ท่านนั่งลงครับ จบแล้วนะครับ คุณหมอ ผมได้วินิจฉัยแล้ว ถือว่าเป็นเด็ดขาดนะครับ เราจะได้เดินหน้าต่อได้คุณหมอครับ
เดี๋ยวครับ
เรื่องอะไรครับ เดี๋ยวนี่คือผมวินิจฉัยแล้วก็ต้องจบ เดี๋ยวไปพูดกันวันพรุ่งนี้ครับ คําว่าเดี๋ยวต้อง พูดกันวันพรุ่งนี้ครับ
ท่านครับ ขอผมพูดสักนิด เพราะพรุ่งนี้ก็คง ไม่มีเรื่องน้ํามันแล้วครับ
คืออย่างนี้ครับ คือถ้าผมให้ท่านพูดต่อนี่นะครับ เดี๋ยว เห็นไหมครับ ยังไม่ได้พูดเลยนะครับ ประท้วงผมแล้ว เขาก็จะประท้วงผมในข้อ ๘ ก็เมื่อท่านประท้วงเสร็จ ผมก็วินิจฉัยนะครับ เมื่อวินิจฉัยเสร็จก็ถือว่ายุติเด็ดขาดเราเคารพในหลักเกณฑ์นี้นะครับ เดี๋ยวเราค่อยว่ากัน
ท่านประธานครับ ท่านก็เป็นอย่างนี้ครับ
อันไหนครับ
ท่านก็เวลาพวกผมประท้วง แล้วก็ท่านหยุดฟัง ท่านเบรคทุกคําเลยครับ
ไม่เป็นอะไรครับ วันไหนผมวินิจฉัยถูกใจ ท่านก็บอกว่าวันนี้วินิจฉัยถูกแล้ว อาจจะวินิจฉัย ไม่ถูกใจท่าน
ท่านไม่เคยวินิจฉัยถูกใจครับ
คือผมวินิจฉัยแล้วเราต้องเคารพนะครับคุณหมอครับ
ผมจะถามท่านนิดเดียวครับ ในฐานะที่ผม อภิปรายแล้วท่านตอบ
คือถามไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าท่านใช้สิทธิประท้วงครับ
คือผมจะถามว่า
คือไม่ได้ละครับ ท่านใช้สิทธิประท้วง ผมก็วินิจฉัยตามที่ท่านประท้วงนะครับ ต้องเคารพนะครับ เราอยู่ในหลักเกณฑ์เดียวกันนะครับ เพื่อความสงบเดี๋ยวฝั่งรัฐบาลท่านก็มาประท้วงผมบอกว่า ผมไม่รักษาตามข้อ ๘ อีก นั่งเถอะครับคุณหมอ เมื่อจบแล้วผมก็ได้วินิจฉัยแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้เราก็ค่อยคุยกันอีกทีนะครับ เชิญนั่งครับ เราจะได้อภิปรายกันต่อไปได้ ถ้าท่าน ไม่นั่ง ผมก็ยังไม่ได้ชี้ท่านอื่นครับ
(นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญท่านประเสริฐ ประท้วงผมเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๘ ท่านประธานต้องดูแลเรื่อง การประชุมตามอํานาจหน้าที่ ในเมื่อท่านประธานวินิจฉัยให้ท่านสมาชิกจากพรรคฝ่ายค้าน ที่ได้ทําการประท้วงได้ทราบถึงข้อเท็จจริงแล้วนะครับ สมาชิกท่านนั้นก็ยังไม่ปฏิบัติตาม ท่านประธาน ผมถือว่าคําวินิจฉัยของท่านประธานนั้นเป็นคําวินิจฉัยที่สิ้นสุดแล้วก็ชี้ขาดแล้ว ท่านประธานต้องใช้อํานาจที่ท่านประธานมีอยู่ได้สั่งการลงไป ให้เด็ดขาดกว่านี้ นะครับ เพื่อให้การประชุมได้เดินหน้าต่อไปด้วยความเรียบร้อย ขอบคุณครับ
ก็วินิจฉัยแล้วนะครับ เชิญมีท่านผู้ประท้วงอยู่ข้างหลัง ท่านอลงกรณ์ พลบุตร ใช่ไหมครับ เชิญครับ ข้างหลังสุดท่านอลงกรณ์ใช่ไหม คล้าย ๆ กัน ใช่หรือเปล่า ผมสายตาไม่ดี
ผมหน้าแก่กว่าคุณอลงกรณ์เยอะครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร
ท่านอรรถพรใช่ไหมครับ
ครับผม
ขอโทษครับ เพราะผมดูแล้วนึกว่าคล้ายกัน เชิญครับ
ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี ประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานในข้อบังคับ ข้อ ๘ ในการวินิจฉัย ของท่านประธาน เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้ยินการอภิปรายของท่านรัฐมนตรี พลังงานเขารู้สึกเหมือนกันครับว่าท่านเสียดสี กระแนะกระแหนชัดเจนเป็นอย่างยิ่งวาจา แบบนี้ถ้าไม่เรียกว่าเสียดสีกระแนะกระแหนผมไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอย่างไร ฉะนั้นอย่างน้อย ๆ ท่านประธานต้องเตือนครับว่า การเป็นรัฐมนตรีถ้าจะมีการชี้แจง แถลงความต่าง ๆ มันต้อง สมฐานานุรูป ไม่ได้มาทําลายบรรยากาศการสร้างสรรค์ ความสมานฉันท์ในสภาแห่งนี้ ผมไม่อยากให้ท่านเป็นจุดเริ่มต้นของระบบการเมืองที่มันน้ําเน่าครับ
ไม่เป็นอะไรครับ คือผมได้วินิจฉัยแล้วก็ถือว่ายุติ คุณหมอเชิญนั่งก่อนได้ไหมครับ เดี๋ยวท่านกรณ์ ท่านอะไรท่านจะใช้สิทธิของท่าน เราจะเดินหน้าไม่ได้ ท่านมีอะไรเพิ่มเติม อีกไหม เดี๋ยวเขาประท้วงผม ให้ผมใช้ข้อบังคับ ข้อ ๓๘ กับข้อ ๑๓๑ เดี๋ยวผมไม่อยากจะใช้ นะครับ เราคุยกันได้
ท่านประธานครับ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานถามว่าผมประท้วง อะไร และผมตอบไปว่าเขากระแนะกระแหน และท่านไม่ให้ผมพูดให้เหตุผลอะไรเลยหรือครับ
ก็ผม ให้ท่านอธิบายความข้อเท็จจริงแล้วว่าเรื่องอะไร อย่างไรนะครับ
ก็ท่านไม่ฟังครับ ท่านไม่ฟังเลยครับ ก็ผมยังไม่พูดอะไรเลย
ผมฟัง จนผมวินิจฉัยแล้ว ท่านบอกผมไม่ได้ฟังได้อย่างไรครับ ผมฟังท่านเสร็จ เสร็จนะครับ ผมก็บอกว่าข้อความเนื้อหาอย่างนี้เสียดสีใช่ไหม ท่านก็บอกว่าใช่ ก็ถือว่าข้อเท็จจริงยุติ ผมจึงต้องมาวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ท่านประท้วงผมอย่างไรครับ คือการวินิจฉัยจะถูกใจ หรือไม่ถูกใจ เมื่อประธานวินิจฉัยไปแล้ว เราต้องยอมรับในกติกาหรือข้อบังคับ ซึ่งเราเขียนไว้ ถือว่าเด็ดขาด อย่างนั้นงานสภาเราเดินไม่ได้ ขอความกรุณานะครับ อย่างนั้นเราเดินไม่ได้ นะครับคุณหมอครับ คือท่านจะมาเถียงกับประธานแล้วก็จะเอาแพ้ชนะกันมันไม่ใช่อย่างนั้น งานเราจะเดินได้นะครับ เดี๋ยวท่านสุนัยก็ประท้วงผมข้อ ๘ อีกนะครับ ผมไม่ให้พูดแล้ว ละครับ เพราะว่าท่านพูดไปผมวินิจฉัยแล้วก็ถือว่ายุตินะครับ
(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านสุนัยประท้วง เชิญ
ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ผมอยากให้ท่านประธานได้รักษาข้อบังคับในข้อ ๘ แล้วก็ข้อบังคับอื่น ๆ คือ การประท้วงนี่ครับ เมื่อยกมือเหนือศีรษะยืนขึ้น เมื่อชี้แจงแล้วท่านประธานบอกว่า ท่านประธานจะวินิจฉัย ท่านก็สั่งให้เพื่อนสมาชิกนี้นั่งลง จริง ๆ ถ้าท่านจะประท้วง ต่อนี่นั่งก่อนแล้วลุกขึ้นใหม่ นี่ท่านไม่นั่งเลยครับ ดังนั้นข้อบังคับอย่างนี้มันทําให้การประชุม เดินไปได้ยากท่านประธานครับ ผมขออนุญาตประท้วงตรงนี้ด้วยเหตุผลนิดเดียวว่า บรรยากาศมันมาได้ดีตลอด ๒ วันมานี้ท่านครับ การกระแนะกระแหนผมว่ามันเป็นธรรมชาติ ของสภา เมื่อวานเราก็นั่งฟัง วันนี้น้องรังสิมาก็กระแนะกระแหนผมตั้งหลายที หาว่าผมไม่รู้จักเรื่องส้วม ผมก็เฉย ๆ ครับ อันนี้มันก็เป็นมิตรกันครับ ดังนั้นผมว่าถ้าเรา ยืดหยุ่นกันสักหน่อยมันก็จะได้จบ เมื่อวานเราก็ดึกมากครับท่านประธานครับ ถึงเที่ยงคืน วันนี้ท่านจะเห็นนะครับ ผมเองก็เป็นนักประท้วงไม่ใช่น้อยเหมือนกัน แต่ผมก็อดทนที่สุด ที่อยากจะให้บรรยากาศดี ขอให้เพื่อนฝ่ายค้านเราประนีประนอมกันเถอะครับ เงินก็จะได้ใช้ ด้วยกันนะครับ งบประมาณต่าง ๆ ก็จะได้ออกไป กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ ผมสนับสนุนท่านประธานว่าสิ่งที่ท่านทําอยู่ขณะนี้ขอเถอะครับ ขอให้เราประสานกัน ดีกว่าครับ กราบขอบพระคุณครับ
เดี๋ยวนะครับ นั่งลงก่อนครับ ท่านกรณ์มีอะไรครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงนะครับ โดยที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเมื่อสักครู่ ได้อภิปรายพาดพิงไปถึงนโยบายของรัฐบาลที่แล้วที่ผมมีความเกี่ยวข้องโดยตรง ใช้เวลาสั้น ๆ ขออนุญาตท่านประธานครับ
เอากระชับหน่อยนะครับ
กระชับครับ ท่านไม่ต้องขยายความครับ ผมกระชับครับ
เดี๋ยวนะครับ มีท่านรออยู่ ท่านวิลาศท่านโน้ตขึ้นมาว่าผมรอนานแล้วนะครับ
ผมทราบครับ ท่านวิลาศกับผมนั่งอยู่ ด้วยกันครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้พาดพิงไปถึงนโยบายการดูแลพี่น้องประชาชนด้วยการตรึงราคาน้ํามันดีเซลโดยรัฐบาล ที่แล้ว ไม่ให้ปรับสูงขึ้นไปกว่า ๓๐ บาทต่อลิตร ท่านบอกว่าประชาชนไม่ได้นิยมชมชอบ กับนโยบายนั้น แต่ในขณะเดียวกันชื่นชมและชื่นชอบนโยบายของทางรัฐบาลชุดปัจจุบัน ที่ปรับลดราคาน้ํามันเบนซินลงมานะครับ ผมก็ไม่อยากที่จะโต้เถียงนะครับว่าประชาชน ชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไร แต่สิ่งที่ผมยืนยันได้คืออันดับแรก นโยบายที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงานได้พูดในเชิงดูถูกไว้ ก็เป็นนโยบายที่ท่านไม่กล้ายกเลิกครับ และเดิมที เราได้กําหนดไว้ว่าจะต้องสิ้นสุด ณ สิ้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา แต่รัฐบาลนี้โดยท่านรัฐมนตรีเอง เป็นผู้ขยายเวลาไปจนถึงสิ้นเดือนธันวาคมนะครับ ก็คือสิ้นปีนี้ และหลังจากนั้นเมื่อเรา ซักถามจากทางกรมสรรพสามิตเขาก็ไม่กล้ายืนยันว่าจะยกเลิกนโยบายนี้หรือไม่นะครับ เมื่อถึงเวลาสิ้นสุดตามที่รัฐบาลเดิมได้ประกาศเอาไว้นะครับ อาจจะค่อย ๆ ลดหรือ อย่างไรผมไม่ทราบ แต่เอาว่านโยบายของเราที่ท่านได้ตัดสินใจถูกต้องแล้วในการที่จะขยายระยะเวลาก็น่าที่จะ เป็นนโยบายที่ท่านเองก็ประเมินว่าประชาชนได้ประโยชน์ ส่วนเรื่องของภาระหนี้ ของกองทุนน้ํามันซึ่งเป็นเรื่องสําคัญที่ท่านบอกว่าไม่ต้องห่วง ตอนนี้ติดลบอยู่ ๔,๕๐๐ ล้านบาท และติดลบอยู่ประมาณวันละ ๑๐๐ กว่าล้านบาทนั้น
ขอโทษครับ ท่านกรณ์ครับ เดี๋ยวท่านกรณ์ครับ มีท่านสุนัยประท้วง เชิญ
ท่านประธานครับ ผม สุนัย ขอประท้วงอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานไม่ได้ยึดหลักข้อบังคับ เพื่อนสมาชิกที่ขึ้นมาถ้าจะบอกว่า ถูกพาดพิง ก็ต้องมาชี้แจงในส่วนนั้นไม่ใช่การอภิปราย ท่านประธานก็ปล่อยให้อภิปราย ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีทางจบ ผมว่าความเห็นของแต่ละฝ่าย ของท่านรัฐมนตรีพิชัยนั้น ก็เป็นความเห็นของเขา ถ้าอย่างนั้นผมคิดว่าถ้าจะต้องอภิปรายกันมันก็คนละเรื่องแล้วครับ คนละเรื่องแล้วมันไม่ใช่เรื่องงบประมาณแล้ว ขอให้ท่านประธานควบคุมอยู่ในเกณฑ์ว่า ถ้าจะพาดพิงก็ชี้แจงเฉพาะตรงส่วนนั้น แต่ผมกราบเรียนว่าสิ่งที่ผมฟังดูนี่มันไม่ใช่เรื่อง การกระแนะกระแหนมันเป็นเรื่องของความเห็น ถ้าเป็นความเห็นนี่กระผมว่าถ้าเราโต้กัน ก็ไม่มีจบครับท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ
อีกสักนิดนะครับ เชิญต่อครับ
คือท่านประธานครับ การประชุม การอภิปรายจะไม่มีปัญหาเลยนะครับ ถ้าท่านรัฐมนตรีที่ชี้แจงท่านชี้แจงในส่วนที่ท่าน รัฐมนตรีรับผิดชอบ
เดี๋ยวนะครับ เชิญผู้ประท้วงครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ผมเห็นใจท่านประธานครับ แต่จําเป็นจะต้องประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ที่ให้อํานาจ กับท่านประธานจริง ๆ ท่านประธานก็ทําถูกต้องแล้ว แต่มีประเภทที่ฉวยโอกาสในการที่จะ ออกทีวี
ถ้าผมถูกต้องแล้วก็ขอบคุณ นั่งเถอะครับ เดี๋ยวท่านกรณ์จะพูดอีกนิดเดียวก็จบแล้ว เพราะผมเป็นห่วงท่านวิลาศ
ไม่ใช่ เดี๋ยวฟังให้จบ
เชิญครับ
ผมนี่พยายามที่จะให้อํานาจที่ ท่านประธานใช้ในสภาแห่งนี้ศักดิ์สิทธิ์ แต่บางครั้งที่ท่านประธานปล่อยปละละเลย เช่นเมื่อสักครู่นี่ จริง ๆ แล้ว
คือท่านครับ ท่านประท้วงผมตามข้อ ๘ ใช่ไหมครับ
ใช่ครับ
คืออย่างนี้ ท่านสุนัยได้ปฏิบัติถูกต้องตามข้อบังคับก็คือ ท่านใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ก็คือ ท่านยืนขึ้นแล้วก็ยกมือประท้วง ผมก็ต้องให้สิทธิตามข้อบังคับว่าท่านประท้วงผม ผิดข้อบังคับหรือฝ่าฝืนข้อบังคับข้อไหน ท่านก็บอกผมว่า ข้อ ๘ นะครับ ท่านก็ทักท้วงผมว่า เหตุผลที่ใช้ ข้อ ๘ ก็เพราะว่าการใช้สิทธิพาดพิงตาม ข้อ ๖๓ วรรคสอง เขาบอกว่าใช้สิทธิ พาดพิงแล้วชี้แจงเฉพาะที่เสียหาย ประเด็นที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจงไปนี่นะครับ ท่านเป็น ความเห็นของท่านรัฐมนตรีอาจจะกระทบบ้าง ผมก็เห็นว่าท่านกรณ์ก็เคยเป็นผู้บริหาร เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ก็ท่านลองชี้แจงดูนะครับ แล้วก็เมื่อฟังแล้วมันน่าจะยุติก็เท่านั้นเอง ให้ท่านกรณ์ได้มีโอกาสพูดสักนิดหนึ่ง
ถ้าไม่ใช่ประท้วงบ่อยครั้งผมไม่ได้ติดใจ
ท่านประท้วง ข้อ ๘ ให้ผมควบคุมการประชุมโดยอ้าง ข้อ ๖๓ วรรคสองอย่างไรท่าน
ผมจะอยากให้ท่านประธานช่วยกําชับ แล้วก็พิจารณากรณีที่ขึ้นมาประท้วงแล้วก็ให้พูดต่อให้ยาวลักษณะอย่างนี้เขาเรียกว่า ฉวยโอกาสออกทีวี
เดี๋ยวนะครับ ถ้าท่านไปกล่าวอย่างนี้มันก็กระทบกระทั่ง คือเมื่อท่านปฏิบัติถูกต้อง ตามข้อบังคับ ผมก็ให้ท่านสมาชิกได้ชี้แจงเหตุผลข้อประท้วงของท่านก่อนนะครับ พอชี้แจง เสร็จได้พอสมควรแล้วผมก็วินิจฉัยนะครับ อันนี้เป็นอํานาจเด็ดขาดของท่านประธานนะครับ ฉะนั้นเอาที่ประท้วงนะครับ จะเกินเลยไปเดี๋ยวก็กระทบกระทั่งกันเดี๋ยวก็รุนแรงนะครับ บรรยากาศเป็นไปด้วยดี ฟังท่านกรณ์ท่านก็มีเหตุผลนะครับ ไม่ใช่ไม่มีเหตุผลนะครับ เพียงแต่ว่าความเห็นแล้วก็การบริหารของแต่ละรัฐบาลอาจจะแตกต่างกันบ้าง ความเห็น มันก็แตกต่างกันแต่ไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะต้องมาทะเลาะเบาะแว้งกันนะครับ ท่านชี้แจง อีกนิดหนึ่งนะครับ
ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝั่งรัฐบาลนิดหนึ่งนะครับ คือช่วยอะลุ่มอล่วย ให้กับทาง ส.ส. ฝ่ายค้านได้ทําหน้าที่ในการตรวจสอบ และผมขอยืนยันนะครับว่าจะไม่มี ปัญหาครับ ในกรณีที่รัฐมนตรีของรัฐบาลออกมาชี้แจงในสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีเองทํา มันจะเป็นประเด็นพาดพิงที่เราต้องมาใช้เวลาของสภาในการที่จะชี้แจงอธิบายก็ตอนที่ท่าน กระแนะกระแหนแล้วก็พาดพิงย้อนหลังกลับไปสู่การทํางานของรัฐบาลที่แล้ว ซึ่งจริง ๆ ไม่จําเป็นเลยครับ ท่านทําอะไรอยู่ท่านก็ชี้แจงไป เราเคยทําอะไรไว้ประชาชนรับรู้เองนะครับ ไม่จําเป็นที่จะต้องย้อนกลับไปเปรียบเทียบในเชิงกระแนะกระแหน ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้นะครับว่า เมื่อสักครู่ท่านบอกว่าในส่วนของภาระหนี้ของกองทุน น้ํามัน ๔,๕๐๐ กว่าล้านบาท ณ ปัจจุบันนะครับ แล้วก็รั่วไหลอยู่ประมาณวันละ ๑๐๐ กว่าล้านบาททุก ๆ วันนั้นไม่ต้องเป็นกังวล จะไม่จําเป็นที่จะต้องใช้เงินภาษี หรือเงินงบประมาณของพี่น้องประชาชนมาชดเชย เพราะท่านมีแผนปรับโครงสร้าง ราคาพลังงานจริง ๆ ตรงนี้ท่านต้องพูดให้ชัดครับว่าความหมายคืออะไร ความหมาย ของท่านคือท่านกําลังจะปรับลอยตัวก๊าซหุงต้ม แล้วก็ก๊าซแอลพีจีที่พี่น้องที่ขับรถแท็กซี่แล้ว ก็ใช้ยานยนต์อยู่ทั่วไปจริงหรือไม่ ซึ่งตรงนี้ผมเรียนได้เลยว่าถ้ามีการลอยตัว ณ วันนี้ราคาจะ ปรับเพิ่มขึ้นกว่าราคา ณ ปัจจุบันที่รัฐบาลที่แล้วได้ตรึงเอาไว้ รัฐบาลนี้ยังตรึงเอาไว้อยู่ถึง ๒ เท่า แล้วก็จะเป็นภาระต่อพี่น้องประชาชนทุกครัวเรือนทั่วประเทศอย่างมาก นี่คือวิธี ของท่านใช่ไหมครับ ที่ท่านจะใช้ในการแก้ปัญหาหนี้สินที่ท่านก่อด้วยการกําหนดนโยบาย ทําให้ราคาน้ํามันเบนซินถูกลง ส่วนการที่ท่านทําให้น้ํามันเบนซินถูกลงนั้นมีคนได้ประโยชน์ จริงครับ ผู้ที่ใช้เบนซิน ๙๕ ซึ่งท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผมทราบครับเมื่อสักครู่ว่า เดี๋ยวท่านกําลังพยายามชี้แจงประเด็นไหน ท่านก็ได้ชี้แจงในการอภิปรายของท่านเมื่อวานนี้ แล้ว ส่วนใหญ่ก็คือคนรวยที่มีรถหรูเท่านั้น ปริมาณการใช้น้ํามันเบนซิน ๙๕ เพิ่มขึ้นถึง ๑๐ เท่าหลังจากนโยบายของท่านที่ทําให้ราคาน้ํามันเบนซินถูกลง เพราะฉะนั้นท่านก็ต้อง ทบทวนว่าการที่จะเพิ่มราคาก๊าซหุงต้มให้กับพี่น้องประชาชนทุกคนเทียบกับผู้ใช้น้ํามัน เบนซิน ๙๕ ที่ได้ประโยชน์ไม่กี่หมื่นคนนั้นคุ้มค่าและเหมาะสมหรือไม่
ส่วนประเด็นสุดท้ายเมื่อสักครู่นะครับท่านก็กระแนะกระแหนเรื่องของการ ชั่งไข่กิโล ผมก็ขออนุญาตเรียนว่าชั่งหรือไม่ชั่งผมไม่ทราบ แต่ประชาชนในยุครัฐบาลที่แล้ว สามารถที่จะซื้อไข่ที่ผลิตในประเทศไทยรับประทานได้ และทุกฟองไม่มีราคาสูงเท่ากับราคา ไข่ไก่ของรัฐบาลนี้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ขอตอบข้อซักถามของท่านสมาชิกผู้มีเกียรตินะครับ ผมว่าท่านคงไม่ได้ไปอ่านที่ผมได้แถลง หลายหนนะครับ การปรับโครงสร้างผมไม่ได้ขึ้นแอลพีจีครัวเรือนนะครับ ท่านกรุณาศึกษา ก่อนพูดนะครับ ท่านไม่ได้ศึกษาก็อาจจะพูดผิด แอลพีจีเราปรับเฉพาะที่ใช้รถครับ ผมไม่เห็นด้วยกับการที่ให้เอาแอลพีจีมาใช้กับรถ เพราะว่าแอลพีจีเวลามันรั่วมันตกต่ํา มันไม่ได้ระเหย เพราะฉะนั้นอันตรายเกิดขึ้นได้ อันตรายนี่เป็นสิ่งสําคัญนะครับ ผมมองเรื่อง อันตรายมากมาก่อนเรื่องอื่น แล้วอีกอย่างหนึ่งการใช้แอลพีจีกับรถยนต์นี้มันก็อาจจะไม่ค่อย เหมาะสมในส่วนความคิดของผมนะครับ ส่วนเอ็นจีวีราคาที่เหมาะสมมันควรจะเป็นครึ่งหนึ่ง ของราคาดีเซล มันควรมีแวลู (Value) ของมันในแต่ละพลังงาน ราคาพลังงานควรจะมี แวลูตามค่าความร้อนของเขา อันนี้คือหลักคิดนะครับ ผมขออนุญาตเรียนให้ท่านทราบ นิดหนึ่ง วิธีคิดของเราคืออย่างนั้นนะครับ เมื่อกี้นี้ผมไม่ได้ว่าท่านเลยนะครับ ท่านฟังคําพูด ผมใหม่ ผมบอกว่าถ้าเราพูดถึงไทยแลนด์วิวัฒน์นี่แปลว่าชั่งไข่หรือเปล่า ผมไม่ได้บอกว่า คืออย่างนั้นนะครับ ท่านกรุณาฟังคําพูดผมใหม่นะครับ ผมขอให้ท่านพิจารณานิดหนึ่ง นะครับ ขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านจะตอบไหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข เชิญครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ผมขออนุญาตใช้เวลาเพียงนิดเดียว เนื่องจากว่าเดี๋ยวท่านสมาชิกจะได้ อภิปรายกัน แล้วหลังจากนั้นผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็อาจจะตอบ แล้วก็ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็อาจจะตอบในส่วนที่หลายท่านได้มีการอภิปราย ท่านประธาน ครับ ของผมมีประเด็นอยู่นิดเดียวนะครับ เนื่องจากว่ามีความเป็นห่วงต่อกรณีที่มีการ แสดงออกเกี่ยวกับเรื่องโรคต่าง ๆ ที่อดีตท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ต่อความห่วงใยของท่านวิทยา แก้วภราดัย ในเรื่องของเม็ดเงิน ที่ว่ามีการปรับลดไปแล้วจะเกิดความด้อยคุณภาพหรือไม่สามารถจะไปดําเนินในเรื่องของ หลักประกันสุขภาพให้กับพี่น้องประชาชนได้ ผมขออนุญาตนําเรียนว่าสิ่งที่ท่านเป็นห่วงนั้น ผมขออนุญาตรับไว้นะครับ แต่ขออนุญาตนําเรียนว่าแม้มีการปรับลดไป ๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ยืนยันตามที่ได้มีความห่วงใยของท่านผู้นําฝ่ายค้านเช่นเดียวกันนะครับว่า เงินส่วนนี้จะได้ ส่วนเพิ่ม แม้ปรับลดไปแล้วก็ยังเพิ่มกว่าในปีงบประมาณที่แล้วก็คือมีส่วนต่างอยู่ประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็ขอให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณาอย่าได้ปรับลดต่อก็แล้วกัน เพราะนี่เป็นอัตรารายหัวของพี่น้องประชาชนที่กระทรวงจะต้องบริหารจัดการให้ได้นะครับ มีนักวิชาการที่ท่านมีความห่วงใยว่ามีการเอ่ยถึงนักวิชาการท่านหนึ่งที่ได้มาพูด ศาสตราจารย์ นายแพทย์ท่านหนึ่งนะครับ ผมขออนุญาตไม่เอ่ยนาม เพราะฉะนั้นความห่วงใยของ นายแพทย์ท่านนี้ ผมก็ขออนุญาตนําเรียนว่ากระทรวงได้ดําเนินการในการเฝ้าระวังโรคต่าง ๆ นะครับ ไม่ว่าจะเป็นโรคน้ํากัดเท้า โรคติดต่อทางเดินอาหาร หรือจากสัตว์มีพิษ ปัญหา เรื่องสุขภาพจิต เรื่องความเครียด ก็ยืนยันนะครับว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ย้ํา กระทรวงนี้เป็นพิเศษ และหลายท่านก็มีความเป็นห่วงเช่นเดียวกัน ท่านอดีตรัฐมนตรีวิทยา ท่านก็เป็นห่วงตรงนี้ ผมก็ได้ดําเนินการตามที่ท่านมีความเป็นห่วง เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ ก็เรียนตามตรงว่าปัจจุบันนั้นท่านสมาชิกท่านหนึ่งถึงออกมาพูดว่าผมได้ดําเนินการในวิธีการ เฝ้าระวัง ซึ่งต้องขอขอบคุณตรงนี้นะครับ ก็ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านสรรเสริญ เพราะฉะนั้น ภาพรวมเวลานี้เรื่องการท่องเที่ยวก็มีผลกระทบ ผมก็ขออนุญาตวิงวอนผ่านท่านประธาน ไปสู่สื่อทุกสาขาว่าบางทีการออกมาพูด การอ่านตามหน้าหนังสือพิมพ์ เรื่องโรคโน้น เรื่องโรคนี้ มันก็ทําให้มีปัญหาเกิดผลกระทบเรื่องนักท่องเที่ยว ก็ขอความกรุณานะครับ เมื่อวานนี้ผมได้ ตั้งคณะกรรมการเพื่อให้เราในฐานะไปพูดกับองค์การอนามัยโลก เพื่อให้สะท้อนถึงฟีดแบค (Feedback) ว่าระหว่างสถานการณ์ที่เกิดน้ําท่วมอยู่นี้ เราไม่พบโรคระบาดใด ๆ ที่เป็นเหตุ ให้เสียชีวิต ผมขออนุญาตนําเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ผ่านท่านประธาน
ต่อกรณีของการดูแลที่ท่านนักวิชาการท่านหนึ่งก็เป็นห่วงต่อกรณีของการติดเชื้อ ไวรัสฮิวแมนเมตะนิวโมไวรัส (Human metapneumovirus) อันนี้ก็เป็นไวรัส ก็คือไข้หวัดใหญ่ เป็นไข้หวัดปกติที่เราพบกันมานานอยู่แล้ว แล้วก็ยังไม่พบปัจจุบันในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ในเรื่องของอุทกภัย เรายังไม่พบว่ามีคนเสียชีวิตจากไวรัสชนิดนี้ เพราะเรามีการเฝ้าระวัง อย่างดีอยู่แล้ว ก็ขออนุญาตนําเรียนต่อท่านประธานผ่านไปถึงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติด้วยนะครับ ว่ากระทรวงสาธารณสุขขอยืนยันว่าเราได้มีมาตรการเข้ม และมีการประชุม และมีการหารือ กับส่วนงาน ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย กับ กทม. ที่เราได้มีการวางแผนร่วมกันและ ทุกโรงพยาบาล ก็ยืนยันว่า ณ เวลานี้เรายังไม่พบโรคติดต่อ แต่ว่าหลังจากนี้ที่ท่าน มีความห่วงใยเรื่องน้ําลดลงไปแล้วจะทําอย่างไร ผมก็เรียนตามตรงนะครับก็ผ่าน ท่านประธาน ก็ฝากทาง กทม. ด้วยเรื่องขยะ มีภาคเอกชนเขาพร้อมที่จะเอารถมาจอด แล้วก็ลากออกไปข้างนอก อันนี้ก็ฝากท่านประธานว่าถ้าขยะตรงนั้นได้ลดลงไป เพราะขยะ ที่เกิดขึ้นใน กทม. นั้นเป็นขยะที่มีจํานวนมาก กระทรวงสาธารณสุขก็มีความเป็นห่วงตรงนี้ นะครับว่าถ้าหากมีการป้องกันได้ ก็จะทําให้โรคที่พวกเราเป็นห่วงหรือกังวลนั้นลดน้อยลงไป ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ขอชี้แจงเพียงสั้น ๆ แค่นี้ครับ ขอบคุณครับ
ท่านวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ๒๐ นาที ท่านองอาจมีอะไรครับ เดี๋ยวที่ท่านรัฐมนตรีฝากผม ผมฝากต่อไปที่ท่านผู้นําฝ่ายค้านแล้วกันนะครับ เรื่องที่ฝาก กทม. เชิญท่านมีประเด็นอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงที่ท่านรัฐมนตรีปลอดประสพได้พูดประโยคที่ว่า
ประเด็นครับ
ประเด็นคือท่านได้กล่าวว่าผมไป ตัดต่อคลิปคําพูดของท่าน
ท่านไม่ได้บอกว่าไปตัดต่อนะครับ ท่านเพียงแต่บอกว่าท่านไม่ได้พูด
ท่านพูดคําว่าไปตัดต่อคลิป คําพูดของท่านอยู่ส่วนหนึ่ง ผมเรียนยืนยันกับท่านประธานนะครับ
เชิญอธิบาย ท่านชี้แจงครับ
ผมชี้แจงสั้น ๆ ครับว่า ผมไม่ได้ ไปตัดต่อคลิปคําพูดของท่านนะครับ สิ่งที่ท่านพูดนั้นเป็นสิ่งที่เป็นความจริงทุกประการ ตามที่ท่านได้พูด และที่สําคัญที่สุด ท่านพยายามชี้แจงว่าท่านไม่ได้พูดว่า สู้ได้แน่ ในคลิป ก็ไม่ได้มีคําว่าสู้ได้แน่เลยแม้แต่คําเดียวครับ ถ้าท่านรัฐมนตรีปลอดประสพไม่มั่นใจในสิ่งที่ ท่านพูดไปแล้ว เอาคลิปมาเปิดดูอีกครั้งก็ไม่ได้มีคําพูดใด ๆ ว่าท่านพูด สู้ได้แน่
ก็ให้ท่านชี้แจงไปนะครับว่าท่านเสียหายอย่างไร เชิญครับ
สิ่งที่ท่านพูด ก็มีแต่เพียง ท่านบอกว่าสําหรับกรุงเทพมหานคร เซฟ (Safe) ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เต็ม ไม่ต้องเดือดร้อน ไม่ต้องตกใจอะไรทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นผมเรียนยืนยันอีกครั้งนะครับว่าผมไม่ได้ไปตัดต่อคลิป คําพูดอะไรของท่าน สิ่งที่มาปรากฏตรงนี้คือคําพูดของท่านทั้งสิ้นครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
ท่านวิลาศ ๒๐ นาทีนะครับ หลังจากท่านวิลาศแล้ว ก็คุณหญิงกัลยานะครับ เห็นวิปประสานมา นะครับ แล้วก็ทางเลขานุการวิปฝ่ายค้าน บอกว่าขอให้กําชับห้ามเกิน ท่านวิลาศครับ
(นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประธานท้วงอะไรครับ
ท่านคะ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี ค่ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม เมื่อกี้นี้ท่านประชานะคะ พาดพิงดิฉัน ดิฉันรอยกมือเห็นให้ท่าน
ไม่มีพาดพิงนะครับ เพียงแต่ท่านอธิบายตอบข้อซักถามของท่าน ท่านก็อ้างว่าท่านรังสิมา ได้หยิบยกแล้วก็มาถามเรื่องนี้ ท่านก็ตอบไปเรื่องถุงยังชีพราคาเท่าไร ในราคาเท่าไร ท่านบอกว่าท่านได้ตั้งกรรมการสอบโดยมีปลัดกระทรวงพาณิชย์แล้วก็ทําแล้วเสร็จภายใน ๓ วัน ท่านก็เลยบอกว่า ๓๐๐ บาทมีอะไรบ้าง ๕๐๐ บาทมีอะไรบ้าง ๘๐๐ บาทมีอะไรบ้าง ท่านชี้แจงแค่นี้ละครับ บอกว่าที่ข้อสงสัยของท่านก็จบไม่มีพาดพิงแล้วก็ไม่ได้เสียหาย
คืออย่างนี้ค่ะท่านคะ แต่ทีนี้ คนฟังนี่เขาจะเข้าใจว่าที่ดิฉันเอามาดูตัวอย่างกับที่ท่านชี้แจงนี่มันจะต่างกัน เพราะว่าราคา มันไม่เหมือนกัน ดิฉันอยากจะทราบรายละเอียดที่ท่านมาชี้แจง ๘ อย่าง ๘๐๐ บาท เมื่อกี้นี้นะคะ
มีอะไรบ้างใช่ไหมครับ
๘ ชนิดมีอะไรบ้าง ยี่ห้ออะไร เดี๋ยวดิฉันจะไปเดินห้าง พรุ่งนี้ดิฉันจะมาอภิปรายต่อค่ะ
ขอบคุณมาก เดี๋ยวประสานงานให้นะครับ เชิญท่านวิลาศครับ ขอบคุณที่ท่านอดทนหน่อยนะครับ ท่านวิลาศ เพราะปกติเคยทํางานอยู่ห้องใกล้กันท่านก็อดทนอยู่แล้ว เชิญครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ที่เข้าใจ ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิลาศ จันทร์พิทักษ์ ประชาธิปัตย์ จากกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับความจริงแล้วที่ท่านผู้อํานวยการศูนย์ ศปภ. เมื่อกี้นี้ ถ้าท่านจะรอให้ผมอภิปรายก่อนท่านอาจจะไม่ต้องชี้แจง คือท่านอาจจะไม่กล้าชี้แจง ความจริงแล้วนี่เข้าใจตรงกันนะครับท่านประธาน ว่างบประมาณที่ดีต้องเป็นงบประมาณ ที่สนองผลประโยชน์กับพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ แล้วก็เป็นงบประมาณ ที่มีตัวเลขที่เป็นไปได้ อ้างว่าเก็บรายได้เท่าไรก็จะได้อย่างนั้นจริง ๆ ก็เป็นความเห็น แตกต่างกันได้ครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานก็คือว่านอกจากสิ่งที่ ผมพูดไปแล้วบุคลากรที่เป็นผู้ที่ใช้งบประมาณก็ต้องเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ แล้วก็มี ความซื่อสัตย์สุจริต ท่านเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้กรุณาพูดเกี่ยวกับงบประมาณไปเกือบ ทั้งหมดแล้ว ผมขออนุญาตท่านประธานพูดเฉพาะเรื่องงบกลาง ค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟูและป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ ท่านตั้งไว้ทั้งหมด ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยไม่มีรายละเอียดเลย เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดไปว่างบอันนี้ มันเหมือนกับงบผี ผมไม่กล่าวอ้างอย่างนั้นหรอกครับ เพราะผมก็ยังไม่มั่นใจเหมือนกันว่า ท่านจะทําอย่างที่ผมจะอภิปรายต่อไปนี้หรือเปล่า แต่ผมต้องขอเรียนกับท่านนะครับว่า ผมมีข้อกังวล แล้วผมไม่มั่นใจครับว่า ก็งบบางงบที่ผ่านมานั่นละท่านยังคุมไม่ได้เลย แล้วงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทท่านไม่มีอะไรเลยแม้แต่นิดเดียวว่าท่านจะไปทําอะไร ท่านจะมี ความสามารถเพียงพอที่จะไปคุมหรือครับ ผมไม่อยากเห็นท่านนายกรัฐมนตรี สื่อมวลชน หลายท่านได้วิพากษ์วิจารณ์ว่าท่านร้องไห้ อย่างน้อย ๆ เท่าที่ผมจําได้ก็ ๓ ครั้ง แล้วท่าน ก็ออกมาปฏิเสธว่าท่านไม่ได้ร้องไห้ เพียงแต่ว่าท่านสงสารพี่น้องประชาชนที่ประสบกับ ภาวะอุทกภัยท่านเพียงแต่ว่าน้ําตาคลอเบ้า ผมมั่นใจนะครับว่า ถ้าวันนี้ถ้าท่านนั่งฟังอยู่ด้วยนี่ น้ําตาไม่คลอเบ้าหรอกครับท่านประธาน ผมมั่นใจว่าน้ําตามันจะล้นเบ้า เพราะฉะนั้นท่านจะมาปฏิเสธว่าท่านไม่รู้เรื่องมันจะไปซื้อกันอย่างไร อย่างนี้มันไม่ได้ แล้วผมจะเรียนกับท่านประธานต่อไปว่าถุงยังชีพนี่นะครับ เพื่อทําความเข้าใจกับ ท่านผู้อํานวยการศูนย์ ศปภ. เป็นความจริงครับ ถุงยังชีพมันซื้อกันหลายแบบ ขนาดราคา ๓๐๐ บาท ๕๐๐ บาท ๘๐๐ บาท แต่ผมจะพูดของใหญ่ ๆ คือของ ๘๐๐ บาท เพราะว่า มันเป็นชนิดที่ท่านระบุว่าเป็นของที่เอาไว้ให้ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ผู้อํานวยการศูนย์ ศปภ. แล้วก็ท่านรองนายกรัฐมนตรีประธานกองทุน ท่านรองยงยุทธ นี่ละครับ ๓ คนใหญ่คนโตของรัฐบาลชุดนี้ เพราะฉะนั้นถ้าท่านเอาของที่มันไม่ค่อยบริสุทธิ์ ไปแจก ต้องถามละครับว่าท่านรู้สึกอย่างไร ผมจะพูดเฉพาะรายการที่ท่านซื้อถุงยังชีพ ชนิด ๘๐๐ บาทครับ ที่มาที่ไปของเรื่องนี้ก็คือว่าท่านรองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ท่านรองอธิบดีฉัตรป้องท่านทําหนังสือแล้วท่านก็อ้างท่านรองยงยุทธ ผมขอให้ท่านประธาน ลองติดตามไปดูนะครับ ขณะนี้เราทําใจให้เป็นกลางก่อน เราอย่าไปมองว่ามันมีการทุจริต มีการโกงหรือเปล่า แล้วเดี๋ยวตอนสุดท้ายที่ผมพูดทั้งหมดแล้วท่านประธานลองใช้สามัญสํานึก ท่านประธานดูว่านี่มันโกงหรือไม่โกง ผมมีข้อที่ให้ท่านประธานช่วยพิจารณา
ในประการแรก ก็คือว่าเริ่มต้นของกระบวนการ ท่านรองฉัตรป้องทําหนังสือ ขอจัดซื้อจัดจ้างสิ่งของช่วยผู้ประสบภัยทั้งหมด ๙ รายการ เป็นเงิน ๑๔๖ ล้านบาทเศษ ท่านรองฉัตรป้องท่านทําหนังสือในฐานะรองอธิบดี แล้วก็ขออนุมัติ ท่านรองฉัตรป้อง รองอธิบดีรักษาการแทนท่านอธิบดี ท่านอธิบดีท่านก็อยู่ครับ ทุกวันนี้ท่านก็ยังอยู่ ผมเห็น ท่านรองยงยุทธ ท่านรอง มท. ๑ ท่านไปไหนเห็นท่านก็ไปยืนข้างหลังอยู่ประจํา จริง ๆ แล้ว ถ้าท่านจะให้อธิบดีช่วยเซ็นสักครั้งหนึ่ง ไม่ต้องรองฉัตรป้องเสนอ รองฉัตรป้องอนุมัติ ปรากฏว่า คนเดียวกันครับ มันมีพิรุธ แล้วปรากฏว่าท่านอธิบดีท่านไม่ได้เป็นคนเซ็นทั้งหมดนะครับ แต่ท่านก็ได้ความดีความชอบ คือเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งท่านอธิบดี ในฐานะที่ท่านไม่ขัดขวางอะไรทั้งสิ้นเลย เป็นประธานบอร์ดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคครับ
ประการต่อไปท่านประธานครับ เรื่องนี้ทั้งหมดขออนุมัติท่านรองฉัตรป้อง เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม แล้วก็บริษัทที่เสนอราคาชุดถุงยังชีพเสนอราคามาวันที่ ๑๙ ตุลาคม เหมือนกัน แล้วก็กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยก็ออกใบสั่งซื้อวันที่ ๑๙ ตุลาคม เหมือนกัน มันเป็นไปได้หรือครับ เงิน ๘๐ ล้านบาทเสนอราคา อนุมัติ ออกใบสั่งซื้อ วันเดียวกันหมดเลยครับ ร้านค้ามันเตรียมตัวกันอย่างไรท่านประธาน
ประการที่ ๓ ท่านครับ วันที่ ๒๕ ตุลาคม บริษัทที่ขายถุงยังชีพเขาส่งของ ๑๐๐,๐๐๐ ชิ้น ใช้เวลาประมาณ ๖ วัน ท่านประธานครับปลากระป๋องแสนกว่ากระป๋อง เครื่องแกงแสนกว่ากระป๋องทั้งนั้นละครับ ถ้าไม่รู้วันก่อนไปเอาของมาสต็อกกันได้อย่างไร แสนกว่ากระป๋องนี่
ประการที่ ๔ ถุงยังชีพชนิด ๘๐๐ บาทนี่นะครับ มีการซื้อกันทั้งหมด ๑๐๐,๐๐๐ ชิ้น มีผู้เสนอราคา ๒ คนครับ คนที่ ๑ คือร้านเอื้อธนพัฒน์เสนอราคาทั้งหมด ๔,๐๐๐ ถุง แต่ท่านประธานครับ คณะกรรมการชุดนี้ถ้าจะไล่ออกจากราชการท่ามันจะดี ปรากฏว่าใบเสนอราคากับใบเสร็จรับเงินชื่อร้านเดียวกันครับ ร้านเอื้อธนพัฒน์ แต่ปรากฏว่า ที่อยู่คนละที่อยู่ ท่านประธานขออนุญาตนะครับ ตามใบเสนอราคาร้านเอื้อธนพัฒน์ บ้านเลขที่ ๗๘ หมู่ที่ ๔ ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ตําบลบางบัวทอง อําเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี แต่พอออกใบเสร็จรับเงิน ร้านเอื้อธนพัฒน์ ที่อยู่ ๙/๑๒ หมู่ ๕ ถนนราชพฤกษ์ ตําบลบางรักน้อย อําเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี คือท่านติดต่อ ท่านฮั้วกัน จนกระทั่งไม่ต้องดูละครับมันจะเสนออะไรมาท่านหย่อนหมด จะเอาใครผิดดีครับ ท่านประธาน นั่นเป็นร้านแรกนะครับ ๔๐,๐๐๐ ชุด เป็นห้องแถวร้านเดียว บ้านเลขที่ ห้องเดียว แล้วก็เสนอราคามี ๒ ที่อยู่ เสนอราคากับใบเสร็จรับเงินเป็น ๒ ที่อยู่ อีกส่วนหนึ่ง ก็ไปติดต่อห้างหุ้นส่วนจํากัด พูนเจริญพาณิชย์ เป็นคนเสนอราคาทั้งหมด ๖๐,๐๐๐ ถุง บริษัทนี้ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนกับท่านประธานนะครับ ถ้าพรุ่งนี้จะมีภาคสองพูดถึง ห้างหุ้นส่วนจํากัดอันนี้นะครับ เพราะว่ามันไม่ได้ขายถุงยังชีพอย่างเดียว ห้างหุ้นส่วนจํากัดนี้ เขาประกอบอาชีพค้าขายทําพลาสติกรีไซเคิล (Recycle) ไม่รู้มันไปเกี่ยวอะไรกับถุงยังชีพ เสนอราคาทั้งหมด ๖๐,๐๐๐ ถุง แล้วถ้าผมมีข้อมูลนี้จะพูดให้ฟัง เพราะปรากฏว่าไม่ได้ขาย ถุงยังชีพอย่างเดียว ไปขายเรือด้วย แล้วก็ขายเรือชุดนี้ละครับ ซึ่งจะต้องพูดกันต่อไปว่า ข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างไร ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนกับท่านประธานว่า สิ่งที่มี การซื้อขายกัน ๘รายการ ๑๔๖ ล้านบาทนี่นะครับ มันมีคนประสานอยู่คนเดียวละครับ ทั้งกระทรวงมหาดไทยเขารู้กัน เขาเรียกกันอ้ายเบ้ มันอยู่กระทรวงมหาดไทย แล้วถ้า ท่านรองนายกรัฐมนตรียังไม่รู้จัก เดี๋ยวเรียกไปถามส่วนตัวว่าชื่ออะไร ทํางานอยู่ ทางภาคตะวันออก แล้วก็เป็นคนของกระทรวงมหาดไทยนะครับ แล้วเดี๋ยวจะไปพูดถึง อ้ายเบ้อีกหลยครั้ง ช่วยจําด้วยนะครับ
ประการต่อไปท่านประธานครับ เพื่อไม่ได้เป็นข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอย ผมเรียนกับท่านประธานครับ อยู่ดี ๆ มาหาภาระให้ผมทํา เมื่อคืนนี้ ๔ ทุ่มแล้วต้องไปเดินหาซื้อ เพราะว่าก็ได้มีโอกาสอ่านรายการที่ท่านซื้อ ๘ รายการ ละครับ ๘๐๐ บาทว่ามีอะไรบ้าง จะดูเพื่อให้เกิดความยุติธรรมว่าตกลงที่เขาบอกกันว่า มันโกงนี่มันจริงหรือไม่จริง ทีนี้เผอิญครับ จะว่าโชคดีก็โชคดีของรัฐบาล ตอนนี้มันน้ําท่วม ของกินมันก็ค่อนข้างหาลําบาก เดินแทบเป็นแทบตายแล้วซื้อจริง ๆ นะครับที่โลตัส มันไปหาได้ ๓ อย่าง อย่างที่ ๑ ก็คือว่าข้าวสาร ท่านประธานอาจจะไม่ค่อยเชี่ยวชาญ เพราะท่านรู้เรื่องเกี่ยวกับลําไยมากกว่าเพราะทางเหนือ ท่านรองเจริญน่าจะรู้ดีว่า ข้าวเขาซื้อกันราคาเท่าไร ท่านประธานครับ ๘ รายการ รายการที่ ๑ ข้าวสารขนาดบรรจุ ๕ กิโลกรัม ๑ ถุง ราคา ๑๙๒ บาท ท่านประธานไปเดินหาครับ ข้าวหอมมะลิมันยังไม่ถึง ๑๙๒ บาทเลย อันนี้ไปซื้อข้าวธรรมดาและท่านประธานผมไปถามที่โลตัสว่าข้าวยี่ห้ออะไร ที่มันขายดีที่สุด เขาก็หยิบมาให้ผมว่าข้าวเบญจรงค์นี่ขายดี ราคาผมซื้อมาจากโลตัสนะครับ ๑๓๐ บาท นี่คณะกรรมการไปซื้อนะครับ ๑๙๒ บาท ข้าวหอมมะลิมันยังไม่ได้ ท่านประธาน เวลาของผมไม่เป็นอะไรนะครับ เพราะว่าผมคุยกับท่านประธานวิปแล้ว นี่เป็นตัวที่ ๑ นะครับ ราคาซื้อที่โลตัส ๑๓๐ บาท มีบิลเสร็จ ท่านซื้อ ๑๙๒ บาท คนละยี่ห้อไม่สําคัญครับ แต่ถามว่า ข้าวหอมมะลิที่ผมพยายามซื้อของทั่วไป ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยวเอาถุงยังชีพมาและไปดูกัน ผมพูดเพื่อจะให้แสดงว่าเราลองดูว่ามันสมเหตุสมผลขนาดไหน ท่านประธานต่อไปครับ ข้าวสุก ข้าวสวยที่สําเร็จแล้วราคาในนี้นะครับ ราคาที่เสนอมา ๓๒ บาท นี่ราคา ๒๐ บาท ต่อไปเป็นปลากระป๋อง อันนี้ต้องยอมรับนะครับว่าราคามันใกล้เคียงความจริงที่สุด ขณะเดียวกันครับปลากระป๋องชนิดฝาดึงขนาด ๑๕๕ กรัม ราคาที่ทางคณะกรรมการ ซื้อราคา ๑๖.๒๕ บาท อันนี้ยี่ห้อตรานกพิราบ ๑๕ บาท แล้วก็ตราซีเล็คก็ ๑๕ บาท เหมือนกัน ก็ยังแพงไปนิดหน่อยครับ ๑ บาท ๒๕ สตางค์ จริง ๆ แล้วถ้าเอาเงินทอน ๑ บาท ๒๕ สตางค์ ก็จะไม่ต้องลุกขึ้นเสียเวลาเท่าไร ทั้ง ๆ ที่ไม่พอใจก็ไม่อยากให้เสียเวลา แต่ของที่แล้วมามันทําให้ผมต้องเสียเวลา ก็ไม่เป็นอะไรนะครับ ของมันอาจจะไม่ตรงกัน แต่ผมพยายามที่จะซื้อของที่ทั่วไปแล้วผมก็ถามเลยนะครับ ข้าวหอมมะลิมันยังไม่มี ๑๙๒ บาท ไปถามบางห้างสิครับ ต่อไปครับท่านประธานครับ ผมเอารายการทั้ง ๘ รายการ แล้วก็เป็นจริงอย่างที่เพื่อนสมาชิกพูดละครับ ว่าถ้าราคาอย่างนี้จะซื้อเท่าไร เขาก็บอกว่า จะซื้อไหมครับ ราคา ๕๐๐ บาท เขาจะผลิตมาขาย เพียงแต่ว่าเวลาเท่านั้นและอาจจะต้อง ให้เวลาเขา
แล้วสุดท้ายครับ ท่านประธานครับที่ผมคิดว่ามันไม่ค่อยน่าเป็นไปได้ ชุดยังชีพ ซึ่งเราต้องการช่วยคนที่เขาเดือดร้อนอาหารการกิน มันมีอยู่รายการหนึ่งครับท่านประธาน รายการที่ ๘ หอยลายทอดผัดเผ็ด ท่านประธานครับ กระป๋องมันนิดเดียว ๔๐ กรัมครับ ผมไม่รู้ว่าเจตนาซื้อนี่เพื่อจะให้เงินทอนมันเยอะ ๆ หรือเปล่า ซื้อให้มันครบ มันซื้อไปทําไมล่ะ หอยลายทอดผัดเผ็ดนี่เขาเอาไว้นั่งกินเล่นกัน หรือไม่อย่างนั้นก็เอาไว้แก้มเหล้า ไอ้นี่ผ่าซื้อไป เป็นถุงยังชีพ มันซื้อไปทําไม แล้วที่สําคัญที่สุดคือผมซื้อตัวนี้บ่อยที่สุดมีอยู่ยี่ห้อเดียวปุ้มปุ้ย ราคาที่ขายท้องตลาดผมซื้อบ่อยเพราะว่าลูกผมตอนที่ไปเรียนต่างประเทศเขาชอบทาน ผมซื้อราคา ๑๖ บาทครับ นี่ราคา ๒๕ บาท ยี่ห้อเดียวครับ อันนี้ยี่ห้อเดียวแน่นอนแล้ว หอยลายผัดเผ็ดไปเดินหาซื้อครับ แล้วขนาด ๔๐ กรัม มีอยู่ขนาดเดียวกัน ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนนะครับว่ารายการสุดท้ายนี่แหละครับ ถ้าเจตนาดีนี่ผมไม่คิดว่าจะเอาไปใส่ ผมต้องบอกนะครับคนที่คิดเอาตัวนี้ไปใส่มันมีอยู่ ๒ แบบเท่านั้นละครับ ไม่โง่ก็โกง จุดประสงค์มีอยู่แค่นั้นครับ หรือถ้าหนักไปอีกหน่อยก็ทั้งโง่ทั้งโกง ซื้อได้อย่างไรถุงยังชีพ เอาหอยลายผัดเผ็ดเข้าไปใส่ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมพูดมาทั้งหมดนี่นะครับแล้วก็พรุ่งนี้ ก็จะพูดต่อไปคือเกี่ยวกับเรือครับ
ท่านวิลาศครับ มีผู้ประท้วงครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงท่านประธานครับ ปล่อยให้ผู้อภิปรายพูดนอกกรอบครับ ท่านประธานครับ ขอให้ท่านช่วยควบคุมให้อยู่ในกรอบครับ วันนี้อภิปรายเรื่องงบประมาณ ท่านประธานครับ ไม่ใช่มาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนะครับ ขอให้ท่านดําเนินการให้อยู่ ในกรอบด้วยครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ท่านวิลาศครับ เดี๋ยวคิดว่าคงจะเข้าไปเรื่องงบประมาณเลยใช่ไหมครับ
ครับ ท่านประธานครับ ก็ผมบอกตั้งแต่แรกแล้วไม่รู้ไปนั่งหลับอยู่ที่ไหน ความจริงแล้วผมก็ไม่ได้สนใจหรอกครับ เพราะท่านเป็นสมาชิกใหม่ ผมพูดตั้งแต่แรกแล้วว่าการใช้งบประมาณมันต้องได้บุคลากรที่มี ความรู้ความสามารถแล้วก็มีความซื่อสัตย์สุจริต แล้วผมถามหน่อยครับ แล้วถ้าตั้งงบไปแล้ว มันโกงกันสะบัดเลยมันจะไปใช้ได้อย่างไรล่ะครับ ก็พูดตั้งแต่แรกแล้ว แล้วกําลังจะบอกว่า งบนั้นที่ตั้งไว้มันเผื่อโกงหรือยัง ถ้าไม่โกงมันก็ไม่สําเร็จหรอกครับงบนี้ แล้วท่านเห็นไหมครับ ว่าวันนี้ข่าวเรื่องนี้มันออกไป ท่านดูนะครับว่าวันนี้มันมีหนังสือคําแถลงของ ศปภ. โดยสํานักปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านแถลงว่าเงินบริจาคจากพี่น้องประชาชน ท่านรู้ไหมครับว่าท่านได้ทั้งหมดเท่าไร
ท่านวิลาศครับแป๊บหนึ่งนะครับ เชิญครับ จะประท้วงหรือครับ
ครับ ท่านประธานครับ การพูดจานั้น นี่นะครับอย่าดูถูกคนอื่นครับ ส.ส. ใหม่ ส.ส. เก่าครับ พี่น้องประชาชนเลือกเข้ามานะครับ ศักดิ์ศรีเท่าเทียมกันครับ
ท่านบอก ผมประท้วงเรื่องอะไรดีกว่าครับ คืออย่างนี้เดี๋ยวผมจะให้รัฐบาลตอบนะครับ เรื่องราคาของ อะไรอย่างนี้เดี๋ยวเป็นหน้าที่ของรัฐบาลจะตอบ ผมว่าท่านนั่งลงได้แล้วครับ ท่านนั่งลงครับ ผมวินิจฉัยแล้วให้เขาพูดต่อเถอะครับ จะได้จบครับ เชิญครับ
อีกนิดเดียว พูดเพื่อจะเรียนว่า ถ้าขืนทํากันแบบนี้ผลที่สุดแล้วเงินบริจาคมันจะไม่มี เพราะว่าผมไม่ปรารถนาที่จะสร้าง ปัญหาให้กับรัฐบาล พอไปพูดแล้วคนที่มันทําท่าจะไม่บริจาคก็เลยเลิกเลย กําลังคิดว่า จะช่วยสักหน่อยก็เลยคิด แต่ผมเรียนนะครับว่าถ้ารัฐบาลยังบริหารด้วยวิธีการแบบนี้ ปล่อยให้มีการไม่ค่อยซื่อสัตย์และบริสุทธิ์ยุติธรรม ผมเชื่อครับว่าปัญหาที่เกิดกับพวกเราก็ดี แล้วก็ที่นายกรัฐมนตรีได้กรุณาแถลงไว้เมื่อวานนี้ผมไม่เชื่อหรอกครับว่าจะบรรลุเป้าหมาย ผมขอขอบคุณครับท่านประธานครับ
เชิญคุณหญิงกัลยาครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะก่อนที่ดิฉันจะอภิปราย ดิฉันจะขออนุญาตว่า ในการอภิปรายงบประมาณของกระทรวงวิทยาศาสตร์ในวันนี้อาจจะต้องมีภาษาอังกฤษ อยู่ด้วยเพื่อความสะดวกแล้วก็เพื่อความเข้าใจที่ง่ายค่ะ
ต่อกรณีการจัดงบประมาณให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ในปี ๒๕๕๕ เพียง ๘,๒๒๒.๖ ล้านบาท คิดเป็น ๐.๓ ของงบประมาณทั้งหมด ๒.๓๘ ล้านล้านบาท ซึ่งก็น้อยอยู่แล้ว แล้วก็ลดน้อยกว่าปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๔ คิดเป็น ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานของกระทรวงที่มีความสําคัญต่อการส่งเสริมขีดความสามารถ ในการแข่งขัน เช่น สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีแห่งชาติลดลงประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท สํานักงานสารสนเทศทรัพยากรน้ําและการเกษตร และสํานักงาน นวัตกรรมก็ลดลงเช่นเดียวกัน ท่านประธานคะ ดิฉันขอพูดอย่างตรงไปตรงมาว่าดิฉันผิดหวัง แล้วก็สิ้นหวังกับการจัดงบประมาณที่ไม่สอดคล้องและสวนทางกับนโยบายที่ได้แถลงไว้ อย่างสวยหรูที่ว่าจะส่งเสริมการลงทุนด้านการวิจัยโดยมุ่งเข้าสู่ระดับร้อยละ ๒ ของผลิตภัณฑ์ มวลรวมในประเทศหรือจีดีพี ซึ่งต่อไปนี้ดิฉันจะคัดใช้คําว่า จีดีพี แทน หมายความว่าอย่างไร คะ ดิฉันคิดว่าถ้าพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือว่ารัฐบาลนี้บังอาจแถลงว่าจะเพิ่มงบประมาณ ด้านการวิจัยและพัฒนาซึ่งเรียกว่าอาร์แอนด์ดี (R&D) ทางด้านวิทยาศาสตร์เป็น ๒ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ดิฉันคิดว่าคิดการใหญ่ แต่ทําไม่ได้หรอก ดูเหมือนว่ารัฐบาลนี้จะใจกล้า ถึงขนาดเพิ่ม ๑๐ เท่าของงบประมาณอาร์แอนด์ดีของประเทศไทยในปัจจุบัน ซึ่งเท่ากับ ๐.๒ ค่ะ จาก ๐.๒ รัฐบาลนี้จะเพิ่มเป็น ๒ เปอร์เซ็นต์ค่ะท่านประธาน ด้วยความคิดอย่างนี้ ที่ขาดความเข้าใจและขาดวิสัยทัศน์ของรัฐบาล เรื่องนี้เลยกลายเป็นเรื่องตลกแล้วก็เป็นเรื่อง ที่น่าอับอายในสังคมวงการวิทยาศาสตร์ทั้งในและต่างประเทศ ดิฉันพบกับนักวิชาการ และบุคคลหลายแห่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดิฉันอายแทนประเทศไทยมากค่ะ เขาถามดิฉันว่า แม้กระทั่งนักเศรษฐศาสตร์ก็เช่นเดียวกันนะคะว่ารัฐบาลคิดได้อย่างไร แล้วก็รัฐบาลคิดอยู่บนพื้นฐานอะไรกันแน่ ดิฉันก็ตอบไปค่ะว่า คิดว่าคงคิดตามมาตรฐานของ ผู้นํารัฐบาล พวกเขาได้แต่อมยิ้ม ดิฉันไม่แน่ใจว่าการอมยิ้มเป็นการยิ้มเยาะหรือเป็นการสิ้นหวัง ในการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีของประเทศไทย ท่านประธานทราบไหมคะว่า เพราะอะไร เพราะว่าประเทศที่เจริญแล้วทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี อย่างเช่น ไต้หวัน เกาหลี และญี่ปุ่น กว่าประเทศเหล่านั้นจะพัฒนาอาร์แอนด์ดีให้มีงบประมาณถึง ๒ หรือ ๓ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีนั้นเขาใช้เวลาถึง ๔๐-๕๐ ปีค่ะ แล้วรัฐบาลนี้จะอยู่ ๔๐-๕๐ ปี หรือเปล่าคะ ดิฉันพูดมาถึงตรงนี้ทําให้ดิฉันคิดถึงคําพูดของดอกเตอร์อัมมารที่เคยบอกว่า รัฐบาลนี้ดีแต่โม้ค่ะ แล้วจริง ๆ แล้วก็ยังมีมากกว่านี้ ท่านประธานคงจะพอจําได้นะคะว่า มีป้ายโฆษณาตอนหาเสียงว่า ลาก่อนน้ําท่วม น้ําแล้ง ขณะนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ ไม่ต้องพูดถึง ๓๐๐ บาท และ ๑๕,๐๐๐ บาท ทันที ทันทีและทั่วประเทศ ดิฉันเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวิทยาศาสตร์ในสมัยรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เราเคยกําหนดเป้าหมายไว้ อาร์แอนด์ดีที่ ๑ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ซึ่งสร้างความฮือฮาให้กับวงการวิทยาศาสตร์ ค่อนข้างมากและตื่นเต้นกันมากทั้งภาครัฐและเอกชน เขาคิดว่ามันเป็นไปได้ เขาอยากจะช่วยผลักดันให้ฝันที่เป็นจริงด้วยการตั้งเป้าอย่างนั้น ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ได้ทํา ๓ อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นในวงการวิทยาศาสตร์มาก่อนเลย ก็คือว่าได้จ้างนักเศรษฐศาสตร์คือดอกเตอร์ธนวัฒน์ พลวิชัย คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อํานวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจพร้อมคณะวิจัยจากมหาวิทยาลัย หอการค้ามาศึกษาและประเมินผลกระทบเชิงเศรษฐกิจของกระทรวงวิทยาศาสตร์ เป็นครั้งแรกค่ะ
อันที่ ๒ เป็นครั้งแรกอีกเช่นเดียวกันค่ะที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ได้ตั้ง คณะกรรมการร่วมภาครัฐเอกชนด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีโดยมีตัวแทนจากสาขา หอการค้า สภาอุตสาหกรรม สมาคมธนาคารไทยและผู้แทนเอสเอ็มอี ตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิ จากกระทรวงต่าง ๆ เช่น กระทรวงคมนาคม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และต่างประเทศ เป็นต้น เพื่อร่วมเป็นกรรมการและนําผลงานวิจัยสู่เอกชน
แล้วก็ประเด็นที่ ๓ ท่านอภิสิทธิ์มีวิสัยทัศน์ก้าวไกลได้เชิญรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวิทยาศาสตร์ร่วมเป็นกรรมการชุดกรรมการภาครัฐร่วมเอกชนชุดใหญ่เพื่อนําไปสู่ ครม. เศรษฐกิจเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของวงการวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และนวัตกรรมค่ะ
ท่านประธานค่ะ ก่อนที่ดิฉันจะได้เสนอแนวทางการจัดสรรงบประมาณ ของกระทรวงวิทยาศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหาน้ําแล้ง น้ําหลากตามแนวพระราชดําริ บนพื้นฐานความรู้ของวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม ดิฉันอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าดิฉันและประชาชนเริ่มมีความหวังและเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เมื่อได้รับฟังรับชมคลิปพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการจัดการน้ํา ซึ่งพระราชอัจฉริยะไร้กาลเวลา การแก้ปัญหาของปี ๒๕๓๘ ถ้าฟังดูเผิน ๆ เหมือนกับ ปี ๒๕๕๔ เลยทีเดียว ถือว่าเป็นบุญของแผ่นดินท่านประธานที่เรามีพระมหากษัตริย์ ที่เปี่ยมล้นด้วยพระปรีชาสามารถ พระองค์ทรงทุ่มเททําการวิจัยค้นคว้าพัฒนางานแก้ปัญหาน้ํา โดยตลอดพระชนม์ชีพ พระองค์ทรงมีวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการน้ําเพื่อแก้ไขน้ําแล้ง น้ําหลากอย่างยั่งยืน ถ้ารัฐบาลไม่เพิกเฉยให้ความสําคัญต่อคําแนะนํา คําตักเตือน ของพระองค์และพร้อมที่จะนํามาปฏิบัติวันนี้เราคงไม่ต้องประสบเคราะห์กรรม ความหายนะ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมจากธรรมชาติอย่างยาวนานขยายวงกว้างไปมากขนาดนี้ ท่านประธานค่ะ ดิฉันมีตัวอย่างที่จะกราบเรียนเพื่อที่จะเสนอรัฐบาลว่าควรจะหันกลับมา ทบทวนนโยบายในการแก้ปัญหาน้ําแล้งน้ําหลากโดยอาศัยโครงการที่ทําสําเร็จทั่วประเทศ ๑๐๐ กว่าแห่ง โดยให้ประชาชนขุดแก้มลิงพวงค่ะ แก้มลิงก็คือบ่อนั่นเอง ทําไมดิฉันว่า แก้มลิงพวง เพราะว่าขุดบ่อโดยอยู่บนฐานของความรู้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีใช้ดาวเทียม มาดูเส้นทางน้ําที่จะไหลว่าน้ําจากบ่อนี้แล้วจะไปบ่อไหนเพื่อกักเก็บน้ําฝนเป็นน้ําที่เทวดาให้มา ดิฉันเป็นคนอีสานแล้วก็ดีใจมากที่มีตัวอย่างที่ประสบความสําเร็จจาก ๑๐๔ แห่ง อันนี้เป็นแห่งหนึ่งที่มีความสําเร็จแล้วก็โดดเด่นจนกระทั่งได้มีผู้นําโครงการบริหารจัดการน้ํา โดยชุมชนตามแนวพระราชดําริบนพื้นฐานความรู้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมนี้ ไปนําเสนอที่การประชุมจี ๒๐ (G20) ที่ดาวอสในปี ๒๕๕๒ ค่ะ ความสําเร็จของโครงการนี้ ดิฉันอยากจะนําเสนอรัฐบาลว่าท่านไม่ต้องไปเชิญผู้เชี่ยวชาญมาจากที่ไหน ท่านไม่ต้องที่จะ ไปทําเมกะโปรเจกต์ที่ใช้เงินมากมายเลย หมู่บ้านนี้คือหมู่บ้านลิ่มทอง อําเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ได้รับเกียรติ ได้รับพระราชทานรางวัลจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และประสบความสําเร็จอย่างยิ่งยวด ใช้งบประมาณเยอะไหมค่ะท่านประธาน ท่านรัฐมนตรี คงจะฟังไว้ด้วยนะคะ ขอทบทวนแล้วก็หันมาพิจารณาโครงการเล็ก ๆ ของชุมชนแต่ละชุมชน ซึ่งใช้งบประมาณประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทต่อพื้นที่ ๑,๐๐๐ ไร่ ถ้าอีสานบ้านเกิดของ ดิฉันที่จะให้ทุกหมู่บ้านขยายโครงการการบริหารจัดการน้ําโดยชุมชนตามแนวพระราชดําริ หรือแก้มลิงพวงนี้ อีสานจะเลิกจนค่ะ ดิฉันหวังว่าชาวอีสานคงจะพอใจ ถ้ารัฐบาลใจกว้างแล้วก็ทบทวน เพราะว่าเมื่อมีน้ําใช้ ตลอดปีแล้ว น้ําคือชีวิต สิ่งต่าง ๆ ก็จะกลับมา ดิฉันไปดูหมู่บ้านนี้นะคะท่านประธาน ปีแรก ที่ไปดูรายได้ของประชาชนจากการทํานา ๓ ครั้ง ปลูกข้าว ปลูกผัก ปลูกอะไรต่าง ๆ รายได้ เขาเพิ่มขึ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ปีที่ ๒ เท่าไรทราบไหมคะท่านประธาน ๒๘๙ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นจึงอยากนําเสนอในตอนท้ายว่าเวลาท่านจัดงบประมาณอย่าไปคิดถึงเป็นหมื่น เป็นแสนล้านเลยค่ะ มาสนใจโครงการแก้น้ําแล้ง น้ําหลาก น้ําท่วมอย่างถาวร ตามแนวพระราชดําริ ดิฉันอยากจะให้กําลังใจกับประชาชนชาวไทยว่าเรายังมีทางออกทางแก้ ยังมีแสงสว่าง ความหวังให้เราสู้ เราเดินต่อไปยังมีอยู่เสมอด้วยพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมชาวสยาม และชาวไทยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านรัฐมนตรีจะชี้แจงใช่ไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ผมได้นั่งฟังการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณมา ๒ วันนะครับ แล้วก็ได้รับฟังข้อสังเกต ข้อเสนอ ข้อแนะนําต่าง ๆ ด้วยความสนใจครับ ข้อเสนอ ข้อแนะนํา หลายอย่างเป็นเรื่องที่ดี แล้วก็สอดคล้องกับความเห็นของผม แต่ว่าต้องขออนุญาตเรียนนะครับว่า มีข้อเสนอแล้วก็ข้อแนะนําบางข้อนั้นที่ผมไม่เห็นด้วย แล้วก็ผมจะขอชี้แจงถึงเหตุผล
กระทรวงการคลังมีหน้าที่ในด้านรายรับครับ เพราะฉะนั้นหน้าที่ในการที่จะจัดเก็บ รายได้ให้เข้ามา ๑.๙๘ ล้านล้านบาทเพื่อจะรักษาการขาดดุลไว้ไม่ให้เกิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ก็เป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลัง แล้วก็ผมเองก็ตระหนักดีนะครับว่าในสภาพแวดล้อม อย่างนี้ก็เป็นหน้าที่ที่ท้าทายพอสมควร อันที่จริงนั้นความท้าทาย มันปรากฏทั้งสภาพ ที่เกิดขึ้นนอกประเทศแล้วก็ในประเทศนะครับ ท่านประธานครับ ในต่างประเทศนั้น ประเทศหลัก ๆ ซึ่งเป็นประเทศคู่ค้าของเรานั้น เวลานี้ก็มีปัญหาอยู่พอสมควรครับ กรณี ของประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นคู่ค้าที่สําคัญ แล้วก็ในอดีตที่ผ่านมานั้นก็จะทําหน้าที่ เป็นหัวรถจักรในการชักลากรถไฟเศรษฐกิจของโลก เวลานี้นะครับการเจรจาตกลงในทาง การเมืองในเรื่องของการแก้ปัญหาหนี้สาธารณะของสหรัฐอเมริกาเองก็ยังหาข้อตกลง หาข้อยุติยังไม่ได้ นอกจากนี้นะครับ ถ้าหากว่าท่านติดตามข้อมูลทางเศรษฐกิจ ท่านก็จะพบว่าบริษัทเอกชนในประเทศสหรัฐอเมริกาขณะนี้จริง ๆ ก็ไม่ได้มีปัญหาในเรื่อง ของเงินสด จริง ๆ หลายบริษัทจะมีเงินสดหมุนเวียนอยู่ในมือค่อนข้างจะมาก แต่ว่า ความไม่แน่นอนทางด้านการเมืองในสหรัฐอเมริกานั้นทําให้บริษัทห้างร้านเหล่านี้ชะลอ ในเรื่องของการลงทุน ชะลอในเรื่องของการที่จะเปิดโครงการใหม่ เพราะฉะนั้นเราจะหวัง เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาว่าจะมีความเข้มแข็งแล้วก็จะสามารถที่จะฟื้นฟูตัวเองได้ ก็เมื่อมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในครั้งต่อไปในปลายปี ๒๕๕๕ ผ่านไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นตลอดปี ๒๕๕๕ เราก็จะฝากความหวังไว้กับประเทศสหรัฐอเมริกาคงไม่ได้มาก ยุโรปก็มีปัญหาที่หนักหน่วงพอ ๆ กันครับท่านประธาน ปัญหาหนี้ของประเทศที่มีฐานะ อ่อนอย่างในอดีตประเทศกรีซ แล้วก็ประเทศของไอร์แลนด์ ขณะนี้ลามไปถึง ประเทศอิตาลีแล้วครับท่าน ประเทศอิตาลีนั้นเป็นประเทศ ซึ่งมีหนี้สัดส่วนที่สูงมาก จํานวนหนี้เป็นจํานวนที่สูงมาก แล้วถ้าหากว่าไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาสําหรับประเทศอิตาลีได้ ไม่นานก็จะลามต่อไป ยังประเทศสเปนนะครับ เพราะฉะนั้นกระบวนการในการแก้ปัญหาในทางการเมือง สําหรับ ยุโรปทั้งทางฝั่งประเทศซึ่งจําเป็นจะต้องได้รับความช่วยเหลือ กับประเทศที่จะเป็นคนจ่าย สตางค์ขณะนี้ก็ยังไม่สามารถที่จะมีข้อยุติได้โดยเร็ว เพราะฉะนั้นถ้าถามว่า ปี ๒๕๕๕ นะครับ เศรษฐกิจยุโรปจะหวังเป็นที่พึ่งสําหรับประเทศไทยก็คงหวังมากไม่ได้อีกเช่นเดียวกัน นอกเหนือจากนี้ครับ เดิมนั้นประเทศเราก็สามารถที่จะพึ่งพิงประเทศยักษ์ใหญ่ที่อยู่ ในละแวกเอเชียได้ แต่ว่าการที่ประเทศสหรัฐเองก็ชะลอ เศรษฐกิจของยุโรปก็ไม่สดใสเท่าไร เวลานี้ก็เริ่มมีผลกระทบต่อไปยังประเทศจีนนะครับ ถ้าหากว่าท่านติดตามภาวะเศรษฐกิจ ของประเทศจีนก็จะพบว่า เวลานี้เริ่มมีปัญหาในแง่ของราคาอสังหาริมทรัพย์ก็เริ่มชะลอตัว ฉะนั้นลักษณะของสภาวะแวดล้อมในภายนอกประเทศ ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อในเรื่องของ การส่งออก ในเรื่องของการท่องเที่ยวของประเทศก็ต้องยอมรับว่าเป็นสภาวะที่มันไม่สดใส เมื่อปัญหานี้ผนวกเข้าไปกับปัญหามหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ก็ต้องยอมนะครับว่า เป็นธรรมดาอยู่เองที่ว่าจะมีข้อกังวลในการวิจารณ์ของสมาชิกหลาย ๆ ท่านเกี่ยวกับ ความเป็นไปได้ในการที่จะเรียกจัดเก็บรายได้ให้มันได้ตามเป้าหมาย แล้วจริง ๆ แล้วพอมี ข้อกังวลอย่างนั้นก็เลยมีสมาชิกบางท่านได้กรุณาให้คําแนะนําเสนอแนะนะครับ
โดยข้อเสนออันแรกที่ผมอยากจะกล่าวถึงก็คือ ข้อเสนอที่ว่าควรจะมีการ ยกเลิก นโยบายในการลดอัตราภาษีเงินได้ สําหรับนิติบุคคล ในเรื่องนี้รัฐบาลนั้นกําหนดไว้ เป็นนโยบายที่จะลดอัตราภาษีเงินได้สําหรับนิติบุคคล ลดลงจากร้อยละ ๓๐ ลงไป เหลือร้อยละ ๒๓ มีผลสําหรับงบการเงินซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕ เป็นต้นไป มีข้อเสนอจากท่านสมาชิกว่านโยบายอันนี้ควรจะชะลอไว้ก่อน แล้วก็ควรจะเอาเงินภาษี ที่ยังไม่ต้องลดเอามาใช้ในเรื่องต่าง ๆ โดยมีข้อสันนิษฐานว่าการดําเนินการในการลดภาษี อย่างนั้นจะเสียรายได้ไปประมาณ ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่า แทนที่จะลดภาษีเงินได้นิติบุคคลในการคีย์ก็จะสามารถที่จะเอาเงิน ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เอามาใช้เป็นงบประมาณใช้จ่ายต่าง ๆ
ในเรื่องนี้ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับท่านประธานว่า เหตุผลในการ ที่รัฐบาลประกาศเป็นนโยบายที่จําเป็นจะต้องมีการลดอัตราภาษีเงินได้สําหรับนิติบุคคล จากร้อยละ ๓๐ ลงไปเหลือร้อยละ ๒๓ นั้นก็เพื่อที่จะให้สอดคล้องกับแนวโน้มที่กําลัง ดําเนินการกันอยู่ในประเทศอาเซียน ท่านประธานครับ ประเทศอาเซียนนั้นได้มีข้อตกลง ที่จะมีเขตร่วมมือเศรษฐกิจนะครับ มีการผูกพันกันมากขึ้นในปี คศ. ๒๐๑๕ คือในปี ๒๕๕๘ นะครับ ในขณะนี้ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศในอาเซียนอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุดก็คือ ประเทศลาวร้อยละ ๓๕ นะครับ ถัดจากนั้นในลําดับที่ ๒ ก็จะเป็นไทยอยู่นี้นะครับ รวมทั้ง พม่าแล้วก็ฟิลิปปินส์ก็คือร้อยละ ๓๐ ที่เหลือก็จะต่ํากว่าร้อยละ ๒๕ ครับ อย่างกรณี ของมาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นการที่เราจําเป็นจะต้องมี การปรับอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลลงไป เพื่อที่จะให้สอดคล้องกับแนวโน้มของประเทศ อาเซียน ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่ายังจําเป็นจะต้องดําเนินการอยู่นะครับ เพราะว่ากําหนดการสําหรับอาเซียนที่จะมีการทําเขตร่วมมือเศรษฐกิจเออีซี (AEC) ในปี ๒๕๕๘ นั้นเขาไม่ได้เลื่อนครับ เขาไม่ได้เลื่อนเนื่องจากว่าเขาเห็นใจว่าประเทศไทยมีน้ําท่วม แล้วก็นอกจากนี้แนวทาง ของทางกระทรวงการคลังต้องการที่จะให้ประเทศไทยนั้น ไม่ใช่ลําพังเป็นเฉพาะส่วนหนึ่ง ของอาเซียนนะครับ ไม่ใช่เป็นส่วนหนึ่งของแหวนอาเซียน ที่จริง ก็เป็นแหวนที่ร้อยประเทศ ต่าง ๆ ไว้ด้วยกัน แต่ว่าต้องการให้ประเทศไทยมีฐานะเป็นหัวแหวน เป็นเพชรหรือ เป็นอัญมณีซึ่งเรียกว่าเป็นแหล่งที่ใครต่อใครนั้นเลือกมากกว่าหรือเลือกเป็นอันดับหนึ่ง มากกว่าประเทศอื่น เพราะฉะนั้นกระบวนการตรงนี้ต้องเรียนอย่างนี้ว่าจึงไม่สามารถหรือไม่ สมควรที่จะไปเลื่อนการลดอัตราภาษีนิติบุคคลตามที่ประกาศไว้แล้ว แต่อย่างไรก็ตามผมเอง ก็ได้รับทราบข้อมูลจากทางสภาอุตสาหกรรมก็ดีนะครับ แล้วก็จากทางสภาหอการค้าไทยก็ดี ว่ามีภาคเอกชนบางรายก็ได้เสนอเช่นนี้ ก็ได้เสนอว่าภาคเอกชนก็มีความสนใจแล้วก็มี ความยินดีถ้าหากว่าทางรัฐบาลนั้นจะไม่ลดภาษี แล้วก็จะเอาเงินภาษี ๗ เปอร์เซ็นต์นี้เอาไป ใช้โดยเขามีการเสนอตัวด้วยตัวของเขาเอง ในทางนี้ทางกระทรวงการคลังพร้อมที่จะให้ เอกชนสามารถที่จะนําเงิน ซึ่งเอกชนนั้นประหยัดลงไปได้สําหรับค่าภาษี ๗ เปอร์เซ็นต์นี้นะครับ เอาไปตั้งเป็นกองทุนได้ อันนี้ไม่ยาก และไม่จําเป็นจะต้องมีการออกกฎหมายอะไรเพิ่มเติมนะครับ ถ้าหากว่าเอกชนรายใดพร้อมที่จะนําเงินภาษีส่วนที่ตัวเองประหยัดลงไปได้ จะเป็นทั้งเต็ม จํานวน ๗ เปอร์เซ็นต์ หรือจําเป็นจะต้องเอาไว้ใช้ฟื้นฟูกิจการตัวเองบางส่วนนะครับ จะใส่ ลงไป ๖ เปอร์เซ็นต์ ๕ เปอร์เซ็นต์ก็ตามนั้น ผมจะเปิดทางให้สภาอุตสาหกรรมก็ดี สภาหอการค้าก็ดี หรือสมาคมธนาคารไทยก็ดี หน่วยงานเหล่านี้สามารถที่จะตั้งเป็นกองทุน ขึ้นมานะครับ แล้วก็สามารถที่จะให้เอกชนเอาเงินเหล่านี้เอาไปใส่ไว้ แล้วก็ให้มีการใช้ไป ในเรื่องของกิจการสาธารณะได้ไม่มีปัญหาครับ
ในประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน มีข้อสังเกตอย่างนี้นะครับว่า มีข้อกังวล นะครับว่า การปรับอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจากร้อยละ ๓๐ ลงมาเหลือร้อยละ ๒๓ นั้น มันทําให้รัฐเสียรายได้ไปน่าจะประมาณ ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษนะครับ เพราะฉะนั้น จํานวนนี้เป็นจํานวนที่หนักหนาสาหัส แล้วก็จะทําให้การเก็บรายได้ของรัฐบาลนั้นถูกกระทบ กระเทือนมาก ต้องขออนุญาตกราบเรียนรายละเอียดอย่างนี้นะครับว่าผลกระทบสําหรับ การลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลนั้นจะไม่มากนัก จะไม่เต็มจํานวน ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามที่คาดไว้ครับ ทั้งนี้เป็นเพราะว่าอย่างนี้ครับ เพราะว่าปีงบประมาณปี ๒๕๕๕ นั้น จะเริ่มต้นตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๕๔ แล้วก็ไปถึงเดือนตุลาคม ๒๕๕๕ ในระหว่างนั้นครับ นิติบุคคลจะมีการชําระภาษี ๒ ครั้งด้วยกันครับ ครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๕๕ เดือน ๕ นะครับ อีกครั้งหนึ่งในเดือนสิงหาคม ๒๕๕๕ คือเดือน ๘ การชําระงวดแรก ในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๕ นั้น ยังเป็นไปตามอัตราร้อยละ ๓๐ ตามเดิม เนื่องจากว่ามันเป็น การชําระสําหรับกําไรที่เกิดขึ้นนะครับ จนถึงเดือนธันวาคม ๒๕๕๔ ครับ ส่วนอัตราใหม่ ร้อยละ ๒๓ นั้นจะใช้สําหรับการชําระงวดที่ ๒ คือในเดือนสิงหาคม ๒๕๕๕ เท่านั้น เพราะฉะนั้นขออนุญาตกราบเรียนว่าผลกระทบจากการลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล จากร้อยละ ๓๐ ลงไปเหลือร้อยละ ๒๓ นั้น มีผลกระทบเพียงประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ที่จริงแล้วทางเจ้าหน้าที่ประเมินไว้คือ ๕๒,๕๐๐ ล้านบาทเศษครับ แล้วก็เป็นผลกระทบ ซึ่งกระทรวงการคลังได้คํานึงแล้วนะครับในการคํานวณตัวเลขรายได้ ๑.๙๘ ล้านล้านบาทนั้น
มีอีกประเด็นหนึ่งครับท่านประธาน ในเรื่องของผลกระทบในเรื่องของภาษี เงินได้นิติบุคคล ก็มีข้อกังวลว่ากิจการซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ําท่วมอาจจะทําให้การจัดเก็บ ภาษีเงินได้นิติบุคคลนั้นลดลงไป ในเรื่องนี้ขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับว่ากิจการ ขนาดใหญ่ซึ่งประสบปัญหาจากเรื่องของน้ําท่วมโดยตรงนั้น โดยเน้นไปที่กิจการซึ่งอยู่ใน ๗ นิคมอุตสาหกรรมนั้น ส่วนใหญ่แล้วเป็นกิจการซึ่งได้รับการส่งเสริมการลงทุน เพราะฉะนั้น จํานวนภาษีซึ่งชําระอยู่แล้วนั้นไม่มากเท่าไรนะครับ ตัวเลขภาษีที่มีการชําระในปี ๒๕๕๔ ปีที่แล้วนะครับ สําหรับนิติบุคคลซึ่งดําเนินการอยู่ใน ๗ นิคมนั้นเป็นจํานวนรวมไม่ถึง ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทครับท่าน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นคิดเป็นสัดส่วนต่อภาษีเงินได้นิติบุคคล ทั้งประเทศมันจะตกประมาณ ๕-๖ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง
นอกจากนั้นผมอยากจะอธิบายอย่างนี้นะครับว่าในกรณีที่น้ําท่วม ของประเทศไทยความเสียหายมันมากต่อเรื่องของพื้นที่ มันมากในเรื่องของความไม่สะดวก มันมากในแง่ของจิตใจ แต่ว่าในแง่ของผลเสียหายต่อทรัพย์สินนี่นะครับมันจะไม่เหมือนกับ กรณีของสึนามิที่ไหลเข้ามาจากทะเล ซึ่งจะมีเศษต้นไม้ใหญ่หรือเศษอะไรแล้วจะทําให้ ตัวโครงสร้างของอาคารนั้นเสียหาย กรณีของเรานั้นเป็นน้ํามาจากทางผิวดิน เพราะฉะนั้น ลักษณะของความเสียหายส่วนใหญ่แล้วคือโครงสร้างยังอยู่นะครับ นอกจากนี้บริษัทที่อยู่ ในนิคมเหล่านี้ก็จะมีการประกันภัย มีการประกันวินาศภัยเอาไว้เต็มที่ครับ โดยส่วนใหญ่แล้ว บริษัทที่รับประกันเอาไว้ก็จะเป็นบริษัทญี่ปุ่น เพราะฉะนั้นบริษัทเหล่านี้จะสามารถ ที่จะเรียกสินไหมชดเชยจากบริษัทประกันได้โดยปกติอยู่แล้วนะครับ นอกจากนี้เข้าใจว่า จะมีหลายบริษัทซึ่งจะถือโอกาสนี้ในการที่จะปรับปรุงแล้วนําเอาเครื่องจักรรุ่นล่าสุด เครื่องจักรที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต แล้วก็เครื่องจักรที่จะทําให้มีผลการผลิต ที่สูญเสียที่น้อยลงเข้ามาใช้ในจังหวะนี้ด้วยซึ่งก็จะเป็นเรื่องดีนะครับ ส่วนที่จะเป็นปัญหา มากกว่าคือการสะดุดในเรื่องของการผลิต ซึ่งเท่าที่สอบถามดูแล้วจะมีระยะเวลาแตกต่างกัน นะครับ บางรายนี่คิดว่าภายใน ๓ เดือนก็จะเริ่มผลิตได้ใหม่ครับ แต่บางรายอาจจะนานไป จนถึง ๖ เดือน เพราะฉะนั้นเมื่อมีการผลิตกลับเข้ามาตามปกติแล้ว กําไรในส่วนที่จะลดลง นั้นก็จะไม่ใช่เต็มจํานวน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทอย่างที่ผมชี้เมื่อสักครู่นะครับ มันก็คงจะเป็นการ ลดลงจาก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทเพียงประมาณ ๑ ใน ๔ หรืออย่างมากก็ ๑ ใน ๒
เพราะฉะนั้นขออนุญาตกล่าวสรุปนะครับท่านประธานก็คือว่า ในเรื่องของ เป้าหมายสําหรับภาษีเงินได้นิติบุคคลนั้นก็คิดว่าน่าจะยังทําได้อยู่นะครับ แล้วก็ขออนุญาต ยืนยันว่าเป้าหมายดังนี้มันจะไม่เกิดแรงกดดันให้เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรของเราไปมีจิตใจ ที่โหดร้ายกับชาวบ้านใด ๆ นะครับ ขออนุญาตยืนยัน อันที่จริงแล้วนี่นะครับขอเรียน ท่านประธานว่ากระทรวงการคลังนั้นได้รับการมอบหมายให้ไปดูแลจังหวัดลพบุรี และนอกจากนี้ในกรุงเทพฯ ก็มีการจัดตั้งศูนย์อพยพขึ้นมา ๒ ศูนย์ ถ้าท่านเข้าไป ที่ศูนย์อพยพท่านจะพบนะครับว่าพวกเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาดูแลจัดทําทะเบียนแล้วก็อํานวย ความสะดวกให้กับผู้อพยพทั้งหลาย รวมทั้งคนที่เข้าไปทําอาหารแล้วก็ดูแลความเป็นอยู่ พวกนี้นี่คือเจ้าหน้าที่สรรพากร เจ้าหน้าที่สรรพสามิตนะครับ แล้วทั้งหมดนั้นมาด้วยจิตอาสา แล้วก็มีหลายรายที่เป็นเจ้าหน้าที่ที่เกษียณอายุไปแล้วและยังได้กรุณากลับมาช่วยดูแลพวกนี้ด้วย แล้วก็บางรายบ้านตัวเองก็น้ําท่วมด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นขออนุญาตยืนยันนะครับว่า เป้าหมายสําหรับภาษีเงินได้นิติบุคคลตามที่กําหนดเอาไว้นี่นะครับจะไม่ได้ไปสร้างความ กดดันให้เจ้าหน้าที่นะครับ ไปมีความโหดร้าย ไปไล่เก็บภาษีจากผู้ประกอบการขนาดเล็ก ขนาดย่อมอย่างที่ไม่เป็นธรรม ผมขออนุญาตย้ํานะครับท่านประธานว่าในเรื่องของภาษีเงินได้ จากการทําธุรกิจนั้น สําหรับผู้ประกอบการรายจิ๋วเลยนี่นะครับ รายได้ ๑๕๐,๐๐๐ บาทแรกนั้น ไม่เสียภาษีอยู่แล้วนะครับ แล้วกฎกติกาตรงนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้นอยู่นะครับ
ผมขออนุญาตไปอีกประเด็นหนึ่งนะครับ ในเรื่องของสมมุติฐานทางเศรษฐกิจ ที่เราใช้นะครับ ที่ผ่านมาคือมีสมาชิกบางท่านมีข้อกังวลว่าสมมุติฐานเศรษฐกิจที่ใช้ก็คือว่า เราคาดว่าการขยายตัวของรายได้ประชาชาติที่แท้จริงนั้นน่าจะอยู่ระหว่าง ๔.๕-๕.๕ ก็คือ ตัวกลาง จุดกลางก็คือประมาณ ๕.๐ นะครับ ต้องยอมรับครับว่าผลผลิตในปี ๒๕๕๔ จะถูกกระทบ แล้วเวลานี้นั้นหลายสถาบันก็จะประเมินว่าผลกระทบอาจจะสูงถึง ร้อยละ ๑.๘ ถึงร้อยละ ๒ เพราะฉะนั้นตัวรายได้ประชาชาติที่จะเกิดขึ้นในปี ๒๕๕๔ นั้น อาจจะหล่นลงไปเหลือถึงร้อยละ ๒.๖ ถึงร้อยละ ๒.๘ แต่อย่างไรก็ดีครับ สําหรับปีงบประมาณแล้วมันจะกระทบ ๓ เดือนแรกของปีงบประมาณมากหน่อย แต่ว่า ในส่วน ๙ เดือนหลังของปีงบประมาณ ในปี ๒๕๕๕ คิดว่ารายได้ประชาชาติหรือจีดีพี จะมีการขยายตัวค่อนข้างมากครับ ทางสภาพัฒน์ก็ยังเชื่อว่าปีหน้าอัตราการขยายตัว ก็ยังจะอยู่ในระดับประมาณร้อยละ ๕ ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประเมินผล จากน้ําท่วมแล้ว ก็ได้ปรับลดประมาณการเล็กน้อย แต่ว่าก็อยู่จาก ๔.๒ ลงมาเหลือ ๔.๑ นะครับ นอกจากนี้ถ้าหากว่าเราดูตัวเลขล่าสุดที่มีการประเมินโดยหน่วยงานระหว่างประเทศ ขนาดใหญ่ อย่างกรณีของมูดี้ส์ก็ยังประเมินว่าอัตราการขยายตัวถึงแม้ว่าจะมีปัญหาน้ําท่วม แต่ว่าอัตราการขยายตัวในปี ๒๕๕๕ นั้นก็น่าจะมากกว่า ๔ เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้เนื่องจากอย่างนี้ ครับว่ารัฐบาลมีมาตรการในการที่จะเข้าไปช่วยเหลือเยียวยาบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างฉับพลัน อย่างรวดเร็วนะครับ ทั้งในแง่ของครัวเรือน ทั้งในแง่ของความเสียหายที่เกิดขึ้นในแต่ละบ้าน แล้วก็การชดเชยกรณีที่เป็นเกษตรกรนะครับ แล้วรวมทั้งการที่เราจะจัดให้มีสินเชื่อ เพื่อจะมาดูแลธุรกิจทุกระดับ ทั้งธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก และรวมไปถึงธุรกิจ ขนาดจิ๋ว เป็นเงินจํานวนรวมทั้งหมดถึง ๓๒๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็ได้ผ่านคณะรัฐมนตรี ไปแล้วนะครับ
ในแง่ของการจ่ายเงินชดเชยครอบครัวละ ๕,๐๐๐ บาทนั้นนะครับ ผมขออนุญาตให้ข้อมูลนะครับว่าจนถึงวันที่ ๘ พฤศจิกายนนั้นนะครับ ได้มีการจ่ายไปแล้ว เกือบ ๆ ๔๐๐,๐๐๐ ครัวเรือนละครับ เป็นเงินทั้งหมด ๒,๒๐๐ ล้านบาท แล้วนอกจากนี้ ล่าสุดนั้นคณะรัฐมนตรีก็ได้มีการอนุมัติ ให้มีการจ่ายสําหรับกรุงเทพมหานครอีกด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้จะเป็นกลไกในการที่จะทําให้เศรษฐกิจ แล้วก็ครัวเรือนนั้น มีการฟื้นคืนกลับสู่สภาพเดิมได้โดยเร็ว
ประการสุดท้ายครับท่านประธาน มีข้อเสนอว่ามาตรการหรือนโยบาย ที่เรียกกันว่าประชานิยมนี่นะครับ นโยบายในเรื่องของรถคันแรก แล้วก็บ้านหลังแรกนั้น น่าจะมีการยกเลิกหรือเลื่อนไปก่อนดีหรือไม่นะครับ แล้วก็ถ้าหากว่าทําอย่างนั้นก็สามารถ ที่จะเอาเงินมาให้รัฐใช้ในการจ้างงานทดแทนได้ ต้องขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับว่า ขณะนี้ลูกจ้างมีการหยุดทํางานชั่วคราวเป็นจํานวนมาก จริงนะครับประมาณคร่าว ๆ อาจจะ ๗๐๐,๐๐๐ คน แต่ว่าเรียนตามตรงนะครับว่าส่วนใหญ่ยังไม่ได้เลิกจ้างนะครับ เอาจริง ๆ เข้าแล้วบริษัทต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทญี่ปุ่นนั้นเขายินดีที่จะจ่ายค่าแรง ต่อเนื่อง เนื่องจากว่าก่อนที่จะเกิดวิกฤติท่านต้องไม่ลืมว่าอัตราการว่างงานในประเทศนั้นต่ํามากครับ เพราะฉะนั้นถ้าบริษัทใดปล่อยคนงานซึ่งมีความรู้ ซึ่งมีความเข้าใจวิธีการทํางานของเขา ซึ่งเขาอุตส่าห์ฝึกสอนอบรมมาเป็นเวลานานแล้ว ขืนปล่อยไปนี่นะครับ ถึงเวลาตั้งหลักได้ ถึงเวลาเริ่มการผลิตได้นี่นะครับ ก็จะไม่สามารถที่จะเรียกกลับคืนมาได้ครับ เพราะฉะนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็นบริษัทหลักหรือบริษัทซัพพลาย เชน ที่เป็นห่วงโซ่ อุปทานต่อเนื่องไปนั้น ส่วนใหญ่แล้วไม่ยอมเลิกจ้างนะครับ แล้วก็หลายรายตั้งเป้าไว้ว่า จะต้องมีการเร่งรัดในการทําความสะอาด ในการที่จะเอาเครื่องจักรเข้ามาใหม่ แล้วก็ หลายรายบอกไม่ซ่อมนะครับ เขาจะเอาเครื่องจักรใหม่เข้ามาเลย เพราะว่าเขาบอกเร็วกว่า โดยที่ขณะนี้เราก็จะเอื้ออํานวยความสะดวกให้ในการยกเว้นอากรขาเข้า เพราะฉะนั้น ความจําเป็นที่เราจะต้องไปดูแลการที่ลูกจ้างอาจจะต้องถูกเลิกจ้างผมคิดว่าอาจจะไม่มาก แต่อย่างไรก็ตามเวลานี้ทางรัฐบาลก็ได้จัดเตรียมขบวนการเอาไว้สําหรับในช่วงที่บุคคลเหล่านี้ มาอยู่ในศูนย์อพยพ ก็มีการที่จะจ้างให้เขาฝึกปรือความชํานาญในการทํางาน หรือให้มีงานทํา ในบทบาทต่าง ๆ ภายในศูนย์อพยพเหล่านี้เพื่อที่จะให้เป็นการใช้เวลาที่เป็นประโยชน์ ท่านประธานครับ วิธีการบริหารเศรษฐกิจที่ดีที่สุด ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการที่สุดนี่คือทําให้ สภาวะการจ้างงานกลับไปสู่ภาวะปกติธุรกิจโดยเร็วที่สุด เพราะฉะนั้นสิ่งที่ควรจะต้อง เร่งดําเนินการให้เร็วที่สุดก็คือว่าทําให้ธุรกิจเขาฟื้นเพื่อที่เขาจะได้เริ่มขบวนการจ้างงาน เริ่มขบวนการที่จะฝึกคนงานแล้วก็เริ่มกระบวนการที่จะผลิต แล้วก็คลายปัญหาในเรื่อง สภาพคล่องที่ขณะนี้เขาอาจจะติดหนี้พวกคนที่ขายสินค้าอะไรต่าง ๆ ให้เขาต่อเนื่องกันไป วิธีนั้นเท่านั้นเองถึงจะทําให้เศรษฐกิจนี้ฟื้นเข้ามาได้โดยเร็ว ไม่ใช่วิธีที่รัฐจะไปจ้างพวกคนงาน มาทํางานอะไรมากมายเกินไป อันนี้ก็เป็นแนวคิดที่ผมขออนุญาตเรียนให้ทราบนะครับ
ในประเด็นสุดท้ายที่จะพูดไว้นิดหนึ่ง คือว่ามีท่านสมาชิกเห็นว่าเราควรจะมี การจัดทําแผนการเงินการคลังระยะยาว ระยะปานกลาง เพื่อที่จะทําให้มีการลงทุน ในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อที่จะป้องกันว่าต่อให้จะมีน้ําฝนมากเช่นนี้อีกก็จะต้องไม่เกิดความ เสียหายเช่นนี้ ซึ่งผมเห็นด้วยนะครับ เมื่อคณะกรรมการทั้ง ๒ คณะ ซึ่งมีดอกเตอร์วีระพงศ์ และดอกเตอร์สุเมธ กําหนดออกมาเรียบร้อยแล้วนะครับว่างานที่จะทําจะมีอะไรบ้าง และจะใช้เงินอย่างไร ผมก็คงจะต้องกลับมาหารือกับท่านสมาชิกอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน
เชิญ ท่านสมบัติ ยะสินธุ์ ครับ
(นายกรณ์ จาติกวณิช ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญ ท่านกรณ์ ก่อนครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช ต้องขออนุญาตท่านประธานและเพื่อนสมาชิกเล็กน้อยนะครับ พอดี ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ได้กรุณาชี้แจงแล้วก็ตอบคําถาม ที่ทางฝ่ายพวกผมได้ตั้งไว้ตลอดช่วง ๒ วันที่ผ่านมาได้หลายคําถาม พอดีถ้าท่านประธาน กรุณามันมีอยู่ ๒ ประเด็นที่เราได้ตั้งคําถามไว้ ท่านรัฐมนตรีว่าการได้ตอบในระดับหนึ่ง แต่ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนและพวกเราทุกคนในสภาถ้าผมจะมีโอกาส ที่จะได้ขอความชัดเจนเพิ่มเติมเล็กน้อย
ประเด็นแรกครับท่านประธาน ก็คือประเด็นเรื่องของภาษีนิติบุคคล ที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาอธิบายนะครับว่าท่านมั่นใจว่าถึงแม้ว่าจะปรับลดอัตราจาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์เหลือ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ ตามนโยบายของรัฐบาล ทางกรมสรรพากรยังคงจะ สามารถที่จะจัดเก็บรายได้ได้ตามเป้า ตรงนี้ผมก็เชื่อเช่นเดียวกันกับท่านครับ แต่ประเด็นที่เราได้นําเสนอนี่ก็คือ เรามั่นใจว่าท่านรัฐมนตรีและรัฐบาลน่าจะสามารถ ที่จะอธิบายชี้แจงกับพวกบริษัทต่าง ๆ ที่รอได้รับอานิสงส์จากนโยบายนี้ ว่าเนื่องจากสภาวะ ของประเทศชาติ ณ ปัจจุบันไม่ปกติ มีพี่น้องประชาชนเดือดร้อนจากภัยน้ําท่วมจํานวนมาก ถ้าเขารอสัก ๑ ปี แล้วรัฐบาลผลัดการบังคับใช้นโยบายนี้ไปสัก ๑ ปี รัฐบาลจะมีเงินกลับคืนมา เพิ่มเติมถึง ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขของท่านรัฐมนตรี ซึ่งท่านรัฐมนตรีและรัฐบาล จะสามารถที่จะนํา ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้มาช่วยเยียวยาพี่น้องประชาชน พ่อค้าแม่ขาย แล้วก็ผู้ใช้แรงงานอิสระรวมไปจนถึงบริษัทขนาดเล็กที่ได้รับความเดือดร้อนและ ความเสียหายจากภัยน้ําท่วมได้โดยไม่จําเป็นต้องกู้ยืมเงิน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าปีเดียวครับ ที่จะขอเวลาเขา ผมมั่นใจว่าเขาเข้าใจถ้าเราตั้งใจที่จะชี้แจง และพี่น้องประชาชนจะได้รับ ประโยชน์จํานวนมาก
ส่วนประเด็นที่ ๒ เรื่องของข้อเสนอของเราให้ผลัดนโยบาย ๒ นโยบาย คือ รถคันแรกและบ้านหลังแรกไป ๑ ปีเช่นเดียวกันนั้น ก็ด้วยตรรกะเดียวกันนะครับ แล้วก็ ท่านได้บอกว่าความจริงท่านสามารถที่จะดูแลลูกจ้างที่ถูกปลดออกจากตําแหน่งงานได้ แล้วก็น่าที่จะกลับมามีงานทําในเร็ววันนี้ แต่อีกแง่มุมหนึ่งนะครับก็คือเราคิดว่าท่านสามารถ ที่จะใช้เม็ดเงินเดียวกันเพียงแต่เปลี่ยนวัตถุประสงค์ แล้วก็จะตรงและถูกกาลเทศะมากกว่า อย่างเช่นในกรณีบ้านหลังแรก ทําไมท่านไม่บอกให้ทางธนาคารอาคารสงเคราะห์นะครับ แทนที่จะปล่อยกู้ให้กับผู้ซื้อบ้านหลังแรก มาปล่อยกู้เป็นโดยเงื่อนไขพิเศษที่ท่านได้กําหนดไว้ ให้กับผู้ที่บ้านเรือนเสียหายจากน้ําท่วมแทน หรือกรณีรถคันแรก แทนที่จะเป็นการเอื้อให้กับ ผู้มาซื้อรถคันแรกขอให้เขารอสัก ๑ ปี แต่ในช่วงนี้นี่ท่านช่วยเหลือให้กับผู้ที่รถยนต์พาหนะ เสียหายจากน้ําท่วมน่าที่จะเป็นประโยชน์และตรงต่อปัญหาและความต้องการของ พี่น้องประชาชนมากกว่า นี่ก็คือข้อเสนอนะครับ ขอให้ท่านช่วยพิจารณาท่านไม่จําเป็นต้อง ตอบในสภา แต่ถ้าท่านพร้อมที่จะปรับนโยบายของท่านตามนี้ พวกผมจะสนับสนุนและ จะสรรเสริญเยินยอท่านครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีกรณ์นะครับที่ได้ย้ําใน ๒ ประเด็น ขออนุญาตตอบสั้น ๆ เพียงนิดหนึ่งตรงนี้นะครับ คือ
ในส่วนแรกนี่ถ้าหากว่าใช้แนวของท่านนี่นะครับ ก็คือว่าชะลอการลดภาษี เงินได้นิติบุคคลลงไป ๑ ปี ก็เป็นการบังคับทุกบริษัทนะครับ เป็นการบังคับทุกบริษัท แต่ว่า แนวที่ผมได้ลองไปคิดอ่านดูแล้วนี่มีวิธีการที่อาจจะทําได้ออกมาแล้วได้ผลพอกัน ก็คือว่า เปิดโอกาสบริษัทที่เซฟลงไป ๗ เปอร์เซ็นต์นั้นใส่ลงมาอยู่ในกองทุนนะครับ ซึ่งไปอยู่ใน สภาอุตสาหกรรม ในสภาหอการค้า และอะไรต่าง ๆ ได้ เพราะฉะนั้นมันก็จะเปิดโอกาส และมีความยืดหยุ่นว่าบริษัทใดพร้อมจะใส่ ๗ ก็ใส่ได้ บริษัทใดมีกําลังที่จะใส่แค่ ๖ ก็ใส่ได้ ๕ ก็ได้นะครับ หรือบริษัทใดได้เป็นบริษัทที่ถูกผลกระทบ เพราะฉะนั้นมีความจําเป็น จะต้องขอเก็บเอาไว้เองก็ได้ ผมคิดว่านี่ก็เป็นวิธีการที่ดําเนินการที่มีความยืดหยุ่นอาจจะ มากกว่านะครับ แต่ว่าหลักการก็เห็นตรงกัน
ในส่วนที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องรถคันแรก แล้วก็บ้านหลังแรก ขออนุญาตเห็นต่าง นิดหนึ่งนะครับ เพราะว่าหลักการของทางรัฐบาลคือว่า เราให้ความอนุเคราะห์เป็นลักษณะ เฉพาะเจาะจง คือการให้การช่วยเหลือสําหรับรถคันแรกและบ้านหลังแรกนั้นนะครับ คือการดูแลคนซึ่งขณะนี้กําลังเริ่มตั้งตัว คนที่อาจจะเริ่มจบจากการศึกษาแล้วก็กําลังจะเริ่ม ทํางาน เพราะฉะนั้นเราดูแลให้เขามีความเข้มแข็ง ในการตั้งบ้านตั้งเรือน ในการที่จะสร้าง ครอบครัว ในการที่จะมีลูก ในการที่จะส่งลูกเข้าเรียนอะไรต่าง ๆ นี่เป็นการที่รัฐบาลดูแล คนที่ต่อไปจะมาเป็นลูกค้าชั้นดีจ่ายภาษีคืนให้กับรัฐบาลครับ คือเป็นนโยบายที่รัฐบาลดูแล คนที่ต่อไปนี่นะครับ จะมาสร้างผลประโยชน์ในทางภาษีให้กับรัฐบาล ทีนี้ในเรื่องของบุคคล ที่ไม่ใช่รถคันแรกหรือบ้านหลังแรก แต่ว่ามีผลกระทบจากน้ําท่วมนั้นนะครับ เวลานี้ เรามีโครงการอยู่แล้วนะครับ ผ่านทั้งธนาคารอาคารสงเคราะห์ แล้วก็ธนาคารออมสินนะครับ ที่จะมีสินเชื่อ อาจจะไม่ถึงกับดอกเบี้ยต่ํา แต่ว่าจะมีสินเชื่อซึ่งมีลักษณะการพิจารณาสินเชื่อ ซึ่งผ่อนปรนนะครับ เพื่อที่จะเอาไปใช้ในการซ่อมแซมได้ด้วยครับ ผมคิดว่าหลักการที่ท่านรัฐมนตรีกรณ์หยิบยกขึ้นมาก็เห็นด้วยนะครับว่าควรจะต้องมี การช่วยเหลือพวกที่ได้รับผลกระทบทั้งกรณีรถยนต์ที่น้ําท่วม แล้วก็บ้านที่น้ําท่วมไปด้วย ซึ่งอันนี้ผมจะรับไปดําเนินการครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมบัติ ยะสินธุ์ ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมบัติ ยะสินธุ์ ส.ส. จังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่เมื่อสักครู่เขาโทรศัพท์มาบอกว่าทําไมท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม เมื่อสักครู่บอกว่าฝ่ายค้านมีแต่ท่านหัวหน้า หรือผู้นําฝ่ายค้านพูดงบประมาณอยู่คนเดียว แต่คนอื่นพูดเรื่องเกี่ยวกับน้ําอย่างเดียว แต่ผมขออนุญาตนะครับ ท่านสมาชิกที่พูดวันนี้นะครับ เพราะเป็นห่วงเรื่องการใช้งบประมาณของรัฐบาลชุดนี้ว่าจะมีความรัดกุม โปร่งใส ก็เลย ยกเหตุผลประกอบว่าการใช้งบประมาณต่าง ๆ หลาย ๆ ท่านให้ข้อมูลที่ดีกับรัฐบาลที่จะต้อง กลับไปตรวจสอบ รัฐบาลต้องขอบคุณทางฝ่ายค้านให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับรัฐบาลนะครับ ผมเองก็ต้องชี้แจงหรือว่าทําความเข้าใจว่าวันนี้เกิดอุทกภัยร้ายแรงเสียหายมากที่สุด ไม่ว่าภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม บ้านเรือนพี่น้องประชาชน รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เสียหายเป็นอย่างมาก แต่ว่ารัฐบาลยังตั้งงบประมาณแบบเดิม ๆ คือจัดสรรไปตามปกติ ไม่มียุทธศาสตร์ในการที่จะแก้ปัญหาอย่างแท้จริง อย่างที่ผู้นําฝ่ายค้านบอกว่าโครงการไหน ที่ไม่จําเป็นเลื่อนออกไปก่อนได้ไหม ไม่ว่าบ้านหลังแรก รถคันแรก ไม่มีความจําเป็น เราเลื่อนออกไปก่อนได้ไหม แล้วเราเอางบประมาณที่จําเป็นเอามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ที่มีความเดือดร้อน ท่านประธานครับ ทุกคนก็พูดเรื่องน้ําตั้งแต่กลางน้ํา ปลายน้ํามา แต่ต้นน้ําสําหรับบ้านประธานกับบ้านผมยังไม่มีคนพูด ผมก็เลยจะให้ข้อมูลว่าจริง ๆ แล้ว ภาวะโลกร้อนทุกคนรู้แล้วว่าสาเหตุของน้ําเยอะมีส่วนหนึ่งที่มาจากภาวะโลกร้อน ในเมื่อภาวะโลกร้อนโลกมันร้อนขึ้น หิมะตามขั้วโลกต่าง ๆ ก็ละลาย ละลายกลายเป็นน้ําไหล ลงทะเล ฝนก็ตกเยอะ ในตรรกะแล้วฝนตกเยอะปริมาณน้ําก็เยอะ ทีนี้น้ํามันต้องพยากรณ์ ได้เลยว่าน้ําต่อไปต้องเยอะทุกปี ๆ การบริหารจัดการต้นน้ําไม่มีใครพูด ผมก็จะไปบอกว่า การบริหารจัดการต้นน้ํามันมีการบริหารจัดการที่ลําบากครับ มีปัญหา ผมไปเป็น คณะกรรมการวิสามัญน้ําท่วมปัญหาของการบริหารจัดการต้นน้ํามันมีหลายอย่างครับ ท่านประธาน งบประมาณเองก็ลงไม่ได้ เพราะปัญหาเรื่องเกี่ยวกับกฎหมาย กฎกระทรวง แล้วก็ระเบียบต่าง ๆ ที่ไม่สามารถที่จะบริหารจัดการน้ําได้ ไม่ว่าจะเป็นติดเขตป่าบ้าง ต้องทําผลกระทบสิ่งแวดล้อมบ้าง มีเยอะแยะมากครับ ก็ทําให้การบริหารจัดการต้นน้ําไม่ดีพอ ฝนตกมาปุ๊บไม่สามารถที่จะอุ้มน้ําหรือกักเก็บน้ําไว้ได้ในต้นน้ํา พอมาถึงกลางน้ํา หรือปลายน้ํา เราก็รักษาไม่ได้ หรือเราบริหารจัดการไม่ได้เพราะน้ํามันเยอะเกินไป อันนี้ผมอยากจะ สอบถามไปเลยนะครับว่า ตอนที่ต้นน้ําเราไม่มีการบริหารจัดการที่ดีคนที่ทําผลกระทบ สิ่งแวดล้อมก็มาดูว่าเวลาท่านไม่ผ่านผลของสิ่งแวดล้อมท่านคิดไหมว่าถ้าเขื่อน อย่างสมมุติ เขื่อนแก่งเสือเต้น ถ้าไม่สามารถสร้างได้มีผลกระทบกับพี่น้องตั้งแต่จังหวัดสุโขทัย ลงมาจนถึงกรุงเทพมหานคร ผมคิดว่าใช้วิกฤติตรงนี้ให้เป็นโอกาส สร้างเถอะครับแก่งเสือเต้น หรือว่าจะเป็นยมบนหรือยมล่าง เราใช้โอกาสตรงนี้ให้เป็นประโยชน์ เพราะพี่น้องประชาชนทั้งประเทศรู้ถึงวิกฤติน้ําท่วมครั้งนี้ เป็นอย่างมากครับ ผมคิดว่าการบูรณาการของต้นน้ํามันมีวิธีการอยู่นะครับท่านประธาน ถ้าเกิดเรามีการบูรณาการระหว่างที่หน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ เช่น เขตป่าอนุรักษ์เขตพันธุ์สัตว์ป่า หรือว่าเขตกรมป่าไม้ถ้ามีโครงการผมคิดว่าเขาควรจะเอาโครงการตรงนี้นําเสนอเข้ามา โดยใช้เงินของกรมชลประทานก็ได้ ทางกรมทรัพยากรน้ําก็ได้ เราก็จะมีแหล่งน้ําเล็ก ๆ หรือว่าตุ่มน้ําคอยรับน้ําฝนไว้ตอนฝนตกมาเยอะ ๆ มันก็จะเป็นการป้องกันการบุกรุกทําลายป่า ของพี่น้องประชาชนอยู่ตามตะเข็บชาวเขา หรือว่าตามชายแดนที่มีป่าไม้อยู่ พี่น้องครับ ตอนนี้พี่น้องของผมอยู่ในเขตติดเขตป่าเวลาทําไร่ทําได้แค่ครั้งเดียวนะครับ มี ๑๐ ไร่ ก็ทําได้เฉพาะหน้าฝน พอหน้าแล้งมาก็ทําอะไรไม่ได้เขาก็บุกเบิกป่าไปเรื่อย ๆ ก็ไม่สามารถ ที่จะป้องกันป่าเอาไว้ได้ เวลาฝนตกมาน้ําก็ต้องท่วมไหลลงมาก็เหมือนที่เราเห็นทุกวันนี้ ว่ามีปัญหานะครับ ท่านประธานครับ ส่วนงบประมาณที่มันกระจุกอยู่ที่ส่วนกลาง ของกลางน้ํามีหลายกระทรวง ของกรมชลประทานก็มากระจุกอยู่ที่ส่วนกลางนะครับ ต่อไป เราก็ให้เอากระจายไปที่ทางต้นน้ําบ้างเพื่อที่เราจะให้พี่น้องที่อยู่ทางโน้นจะได้มีแหล่งน้ํา ไว้ใช้ด้วยท้ายนี้ผมคิดว่าทางกระทรวงก็ต้องแปรญัตติงบกลางที่ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ไม่มี ตัวโครงการอยู่ควรจะเอาไปบริหารจัดการทางต้นน้ําแล้วจะบรรเทาการเกิดอุทกภัยสําหรับ พี่น้องที่อยู่ข้างล่างอยู่ได้นะครับ ผมขอขอบพระคุณครับ
ท่านนครมาฉิม ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําแล้วก็ผลกระทบ ที่พี่น้องคนไทยเกือบครึ่งประเทศที่ได้รับจากภาวะวิกฤติอุทกภัยที่ผ่านมาถือว่าใหญ่หลวงมาก เพื่อนสมาชิกจากทุกฝ่ายได้อภิปรายถึงปัญหาสภาพความเดือดร้อนความทุกข์ยากและ ความสูญเสียทั้งชีวิตทรัพย์สินของคนไทยทั้งประเทศนี่นะครับค่อนข้างที่จะครอบคลุม ในทุกด้านผมขออนุญาตเพิ่มเติมบางประเด็นที่ยังไม่ซ้อนกับประเด็นที่เพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายมาก่อน
ประเด็นแรก ที่ต้องขอสนับสนุนทั้งฝ่ายค้านแล้วก็ฝ่ายรัฐบาลที่จะร่วมกัน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ปรองดองกัน เดินเข้าไปสู่การผลักดันยุทธศาสตร์เรื่องน้ําให้เป็นวาระ แห่งชาติอย่างแท้จริง เพื่อที่จะมองไปข้างหน้าบนผลประโยชน์ของชาติบ้านเมือง บนผลประโยชน์ของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ และเป้าหมายที่จะสามารถทําได้ก็คือ สร้างประเทศของเราให้เป็นอู่ข้าวอู่น้ํา
ผมขออนุญาตที่จะเพิ่มเติมว่าวาระแห่งชาติจะต้องอยู่เหนือความขัดแย้ง ทางการเมือง วาระแห่งชาติจะต้องเดินเข้าไปสู่เป้าหมายเดียวกันที่เป็นผลประโยชน์ของ บ้านเมืองจริง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องการมองเห็นว่าสภาแห่งนี้จะเดินเข้าไปสู่ เป้าหมายนั้นโดยคํานึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง โดยคํานึงถึงผลประโยชน์สูงสุด ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ซึ่งผมได้ร่วมประชุมปรึกษาหารือกับท่านสมาชิกในซีกของฝ่ายค้าน เกือบทั้งหมดเห็นพ้องต้องกัน เราต้องการที่จะมองเห็นว่ากฎหมายฉบับไหนที่เป็นอุปสรรค ต่อการพัฒนา ปรับปรุง ดูแลหรือว่าสร้างแหล่งน้ําจําเป็นที่จะต้องแก้ได้มีโอกาสปรึกษาหารือ กับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านสมบูรณ์ ท่านมีวิสัยทัศน์คนหนึ่งแล้วก็ต้องชื่นชมท่านว่าท่านต้องการที่จะปรับปรุง และแก้กฎหมายที่จะเดินไปสู่การสะสางปัญหาและระเบียบ ข้อบังคับรวมไปถึงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาแหล่งน้ํา เช่น ที่เพื่อนสมาชิก ได้พูดไปเมื่อสักครู่ ว่าอันไหนที่เป็นป่าอุทยาน อันไหนที่เป็นป่าสงวน เขตไหนที่อยู่เขตป่าไม้ เขตไหนที่จะต้องได้รับความเห็นชอบจากชุมชน เขตไหนจะต้องผ่านคณะกรรมการ ด้านสิ่งแวดล้อมทั้งในระดับท้องถิ่นและในระดับชาติจะต้องเดินเข้าไปสู่เป้าหมายนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ น้ําไม่เคยเลือกปฏิบัติว่าถ้าเกิดว่าจังหวัดนี้เลือกพรรคการเมือง ฝ่ายรัฐบาลแล้วน้ําจะไม่ท่วม ถ้าจังหวัดนี้เลือกพรรคการเมืองฝ่ายค้านแล้วน้ําจะท่วมซ้ําซาก น้ํามันไม่เคยเลือกปฏิบัติ แต่มันเป็นธรรมชาติที่ไหลจากที่สูงลงมาที่ต่ํา เพราะฉะนั้น น้ําที่เกิดขึ้นและกําลังท่วมกรุงเทพฯ และภาคกลางอยู่ในปัจจุบัน ภาคเหนือโดยเฉพาะ จังหวัดพิษณุโลก ภาคเหนือตอนล่าง และภาคเหนือตอนบนท่วมมาก่อนหน้านี้ประมาณ ๒ เดือนแล้วครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นการจัดสรรงบประมาณที่มีอยู่ตามแผน ของรัฐบาลควรที่จะไปเริ่มตั้งแต่ต้นน้ํา ไม่ใช่ว่ามาแก้ไขปัญหาที่กลางน้ําหรือปลายน้ํา อย่างเดียว จะต้องบูรณาการมาตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ําและปลายน้ําให้สอดประสาน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ท่านประธานที่เคารพ เรื่องที่ ๒ ครับ ผมเห็นด้วยที่ว่ารัฐบาลได้มีการตั้ง คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตของประเทศที่มีท่านวีรพงษ์ รามางกูร เป็นประธาน แล้วก็คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ํา แต่เสียดายแล้วก็อยากจะขอโอกาสว่าถ้ารัฐบาลใจกว้าง ถ้ารัฐบาลต้องการ ที่จะเดินเข้าไปสู่วาระแห่งชาติอย่างแท้จริง ยังขาดหลายฝ่ายที่น่าจะมีส่วนร่วมในการบูรณาการ เป็นวาระแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ไม่ว่าจะเป็นกองทัพต่าง ๆ หรือว่าไม่ว่าจะเป็น กรุงเทพมหานคร ขาดการมีส่วนร่วมต่อคณะกรรมการชุดนี้ ฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาล ได้พิจารณานะครับ
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธานครับ เนื่องจากข้อจํากัดทางด้านเวลา ต่อให้ รัฐบาลซึ่งปีนี้งบประมาณที่ตั้งไว้ในการลงทุนเหลือแค่เพียง ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไม่เพียงพอ แค่เพียงงบในการฟื้นฟู เยียวยา ชดเชย หรือบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า ก็แทบจะไม่พอแล้วครับท่านประธานครับ แต่แผนที่คณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาแห่งนี้ ได้เคยพิจารณาศึกษาได้รับข้อมูลจากหน่วยราชการทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นประมาณ ๘,๐๐๐ แห่ง ไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทุกกรมที่เกี่ยวกับน้ํา ไม่ว่าจะเป็นองค์กรอื่น ๆ ที่สภาแห่งนี้ได้รวบรวมในฐานะคณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ อยากจะให้นําสิ่งที่คณะกรรมาธิการของสภาได้พิจารณาศึกษามาบูรณาการและขับเคลื่อน อย่างแท้จริง งบประมาณไม่เพียงพอ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นท่านประธานครับ ต่อให้จะหา งบประมาณมามากมายขนาดไหนก็แล้วแต่ ถ้าเกิดว่าไม่สามารถที่จะตัดวงจรการทุจริต คอร์รัปชันออกไปจากการแสวงหาผลประโยชน์ในงบประมาณในการพัฒนาแล้ว ท่านประธานครับ ต่อให้เป็น ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ต่อให้เป็นล้านล้านบาท ก็ไม่สามารถที่จะ แก้ไขปัญหาในเรื่องน้ําได้ถ้ามีการทุจริต โดยเฉพาะบริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงทาง การเมืองและเศรษฐกิจ หรือเพิร์ค (PERC) จัดอันดับของประเทศไทยอยู่ในอันดับรั้งท้ายก็คือ มีคอร์รัปชันที่สูงมาก ผมขออนุญาตยกตัวอย่างอีก ๓๐ กว่าวินาทีท่านประธานครับ คือข้อเท็จจริง แล้วก็ฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาล โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย เรื่องนี้มีปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งไม่มีเวลาที่จะอภิปราย แต่ผมจะยื่นเอกสาร ต่อท่านประธาน ที่จะสรุปให้ท่านประธานและที่ประชุมได้พิจารณาก็คืองบในการแก้ไข ปัญหาวิกฤติหรือว่าจังหวัดที่ประสบอุทกภัย มีการเรียกเปอร์เซ็นต์ มีการทุจริต มีการคอร์รัปชันกันสูงถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าทําอย่างไรที่จะให้ทุกจังหวัดที่ได้รับงบฉุกเฉินในการแก้วิกฤติ ต่าง ๆ จะต้องตรวจสอบกันอย่างเข้มข้น ตรวจสอบกันอย่างจริงจัง และผมจะนําเรื่องนี้เสนอ ต่อ ป.ป.ช. เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง และเป็นส่วนหนึ่งในการสกัดการคอร์รัปชันให้จงได้ ขออนุญาตยื่นเอกสารต่อท่านประธานเนื่องจากหมดเวลา กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านนาที รัชกิจประการ ๖ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพนะคะ ดิฉัน ดอกเตอร์นาที รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ๒ วันแล้วนะคะที่เรามาพูดเรื่องพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ซึ่งตัวดิฉันเองก็คงจะใช้เวลาไม่เยอะเพราะมีเวลาแค่ ๖ นาที ก็คงจะพูดในเรื่องของกระบวนการที่จะให้ได้มาซึ่งงบประมาณในเรื่องของ การเยียวยาแล้วก็การฟื้นฟูนะคะ ขอภาพด้วยนะคะ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
จะเห็นว่าวันนี้ประชาชนที่เราได้รับ ความเดือดร้อนเยอะมาก เรามีตั้งแต่สีแดง สีแดงซึ่งวิกฤติตอนนี้ที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร ส่วนสีเขียวก็ส่วนที่เดือดร้อน แล้วก็ได้รับผลกระทบในส่วนที่เป็นสีเหลือง แล้วก็มีส่วนที่กําลัง ฟื้นฟูอยู่ ตัวเลขตอนนี้ที่ผู้เสียชีวิตทั้งหมดเมื่อกี้มีสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็ได้พูดถึงแล้วว่า ตอนนี้ ๕๓๓ คน เพราะฉะนั้นวันนี้งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรก็คือ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ดิฉันว่าอย่างไรก็ไม่พอนะคะ เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากเป็นข้อสังเกตสําหรับท่านประธาน ฝากไปยังรัฐบาลภายใต้การนําของท่านยิ่งลักษณ์ว่าเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่มากไหม ถ้าเทียบกับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในตอนนี้อย่างไรก็ไม่พอนะคะ เพราะฉะนั้น ดิฉันจะขอฝากเป็นข้อสังเกตนะคะว่าวันนี้นอกเหนือจากงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรแล้ว รัฐบาลภายใต้การนําของท่านนายกรัฐมนตรีหญิง ซึ่งดิฉันก็ขอชื่นชมแล้วก็ให้กําลังใจในฐานะ ที่ตัวดิฉันเองก็เป็นผู้หญิงเหมือนกันก็ให้กําลังใจนะคะ แล้วก็อยากจะฝากเป็นข้อสังเกตว่า กระบวนการที่จะได้มาซึ่งงบประมาณที่นอกเหนือจาก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มันควรจะมี วิธีการอื่นนอกเหนือจากนี้ ดิฉันอยากให้ฝากเป็นข้อคิด ข้อสังเกตด้วยว่าการกู้ขอให้เป็น วิธีการสุดท้ายที่เราจะใช้ในการที่จะหางบประมาณมา เพราะฉะนั้นวันนี้จากวิกฤติที่เกิดขึ้น ในวันนี้ สิ่งหนึ่งดิฉันคิดว่าเราโชคดีนะคะที่ได้มีโอกาสเกิดมาเป็นคนไทย เพราะว่าวันนี้ ความร่วมมือจากหลายหน่วยงานที่เราได้รับความร่วมมือนะคะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ ภาครัฐหรือภาครัฐวิสาหกิจที่หลาย ๆ ท่าน แล้วก็ประชาชนก็ได้พบได้ประสบแล้วนะคะว่า วันนี้น้ําใจจากคนไทยไม่เคยแล้งเลย จังหวัดดิฉันเองจังหวัดพัทลุงถึงแม้ว่าวันนี้ไม่ได้ประสบ กับน้ําท่วม เราเองเราก็ยังมาร่วมบริจาคโดยรักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เราก็ระดมเงิน มามอบเงินสดส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเราก็ไปตั้งเต็นท์ที่ข้างกระทรวงมหาดไทยทําอาหาร แจกวันหนึ่งก็ประมาณ ๒,๐๐๐ กล่อง ตั้งแต่วันที่ ๓ ถึงวันนี้ค่ะ นอกเหนือจากนั้นสมาคม ผู้สื่อข่าวเองของจังหวัดพัทลุงเราก็ได้จัดงานพัทลุงรวมใจคนไทยไม่ทิ้งกัน ตัวดิฉันเอง ซึ่งเป็นประธานสโมสรพัทลุงเอฟซี เราเองก็ได้ร่วมมือกับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ภายใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ก็ ๒ นัดที่จัดการกีฬาในจังหวัดพัทลุงก็มอบนัดละ ๔๐,๐๐๐ บาท อันนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ยืนยันได้นะคะว่าวันนี้ในวิกฤตการณ์อย่างนี้ กระบวนการที่จะให้ได้มา ซึ่งงบประมาณนอกเหนือจากที่ได้รับการจัดสรรแล้ว เรายังมีอีกหลายช่องทางที่เราจะ สามารถที่จะระดมเงินตรงนี้ได้ นั่นเป็นประเด็นแรกที่ดิฉันจะฝากเป็นข้อคิดนะคะ
สําหรับประเด็นที่ ๒ ก็ในเรื่องของกระบวนการเยียวยา ซึ่งอันนี้คิดว่า เป็นสิ่งที่สําคัญ วันนี้เรายังมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ส่วนยุวชนในเรื่องของที่มีจิตสาธารณะไม่ว่าจะเป็นยุวชนหรือมูลนิธิต่าง ๆ ที่ช่วย ยังช่วยกัน ทําอาหารไปแจกช่วยกันเอาของไปแจก ซึ่งทีวีสื่อหลายช่องก็ช่วยด้วยแต่หลังจากที่น้ําลดแล้ว อันนี้ดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่อยากจะฝากเป็นข้อสังเกตในเรื่องของกระบวนการเยียวยา เพราะในนโยบายก็พูดชัดเจนที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงเมื่อวานในเรื่องของการเยียวยา ฟื้นฟูและป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ เพราะฉะนั้นคําว่า บูรณาการ ตรงนี้เป็นสิ่งที่สําคัญที่ดิฉันอยากจะฝากเป็นข้อคิด เพราะว่าที่ผ่านมาเราไม่ต้องพูดถึง เพราะอดีตเราคงทําอะไรไม่ได้ แต่หลังจากที่เหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วการบูรณาการในทุกภาคส่วน ที่เกี่ยวข้อง ตรงนี้ดิฉันคิดว่าเป็นส่วนสําคัญที่จะทําอย่างไรให้การบูรณาการนี้เป็นไป อย่างได้รับประโยชน์สูงสุด เพราะว่าวันนี้อย่างน้อยเบื้องต้นในเรื่องของ ๕,๐๐๐ บาท ที่จะเยียวยาหรือแม้แต่การซ่อมแซมบ้าน ตรงนี้ก็คือหลักใหญ่ก็คงยังเป็นเรื่องของ ท่านประธานที่จะฝากรัฐบาลนะคะ แต่ว่ายังมีการเยียวยาที่นอกเหนือเหมือนที่เมื่อกี้ ที่ท่านได้คุยว่าหลังจากนี้ไปก็ขอฝากเวลาก็หมดแล้วนะคะก็ขอฝาก ๒ ประเด็น กระบวนการ หางบประมาณและกระบวนการเยียวยา บางทีเราอาจจะได้เห็นนายกรัฐมนตรีของเรา ตอนที่ไปเยี่ยมภายหลังจากที่เหตุการณ์สงบแล้ว ท่านเห็นความเดือดร้อนของประชาชน ท่านอาจจะมอบในส่วนตัวที่เป็นของท่านด้วยก็ได้ ขอบคุณนะคะสําหรับ ๒ ประเด็น ขอบคุณค่ะ
ท่านอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๑๐ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เขตจตุจักร ก็อภิปรายงบประมาณปี ๒๕๕๕ ในวันนี้ก็เป็นรูปแบบของกฎหมายนะครับ ซึ่งโดยหลักแล้วก็ต้องผ่านมติความเห็นชอบของ ครม. มา ซึ่งวันนี้ก็ผ่านมติเห็นชอบ จาก ครม. ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ และก็เข้าสู่กระบวนการในการ ร่างพระราชบัญญัติที่เรากําลังจะทําในวาระแรกอยู่วันนี้ ทีนี้มาดูครับว่าจริง ๆ ท่านบอกว่า ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายปีนี้ถูกทําโดย ๒ รัฐบาล ถูกทําโดยรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และผ่านเข้าประชุม ครม. แล้วเมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ปี ๒๕๕๔ คือปีนี้ พูดง่าย ๆ คือต้นปีมีร่างพระราชบัญญัติงบประมาณอภิสิทธิ์ ปลายปี มีร่างพระราชบัญญัติยิ่งลักษณ์ ทีนี้ก็ต้องดูครับว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์สอดรับกับสิ่งนโยบายที่ได้แถลงต่อพี่น้องประชาชนมากน้อย แค่ไหนเพียงใด พอมาดูน่าตกใจครับว่าเวลาโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งไว้ค่อนข้างจะออกมา รูปแบบที่ดีครับ แต่พอมาดูไส้ในในส่วนของงบประมาณปี ๒๕๕๕ แล้ว น่าตกใจว่า มีหลายเรื่องเหมือนกันที่ลดงบประมาณลงครับ ผมขอสไลด์แรกครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
นี่ครับงบประมาณในการ รักษาฟรีของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ที่ผ่าน ครม. ไปแล้ว ปี ๒๕๕๕ เหมือนกันไม่ใช่ปี ๒๕๕๔ นะครับ ได้งบประมาณต่อคนอยู่ที่ ๒,๘๙๕ บาท ต่อหัวครับ สิ่งที่น่าตกใจครับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณที่เรากําลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์อยู่ที่ ๒,๗๕๕ บาทต่อคนครับ ลดลง ๑๔๐ บาท เยอะมาก นะครับ
โครงการรักษาฟรีเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีทุกคนในประเทศไทยนี้พยายาม อยากให้มี สมัยท่านชวน หลีกภัย ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขขณะนั้น ก็ได้มีการให้คนจนรักษาฟรี อายุเกิน ๖๐ ปี รักษาฟรี เด็กอายุต่ํากว่า ๑๒ ปี รักษาฟรี พอมาสมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ๓๐ บาท ท่านก็ให้กระจายทุกคนได้รักษาฟรีในอัตรา ๓๐ บาท พลเอก สุรยุทธ์ มาปรับให้ดีขึ้นไม่ต้องจ่าย ๓๐ บาท เป็นรักษาฟรีไปเลย พอมาสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ก็ใช้บัตรประชาชน แล้วท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เอง ก็พยายามเพิ่มจํานวนต่อหัวให้มีการรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และที่น่าเสียใจว่านายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ลดเงินรักษาฟรีลงมา ๑๔๐ บาทต่อหัว นี่ครับไม่สวยสักเท่าไรเลยกับรัฐบาลนี้กับการตัดค่ารักษาพยาบาลฟรีของพี่น้องประชาชน พอมาดูครับ น่าสนใจอีกครับ สมัยตอนหาเสียงประกาศว่าจะแจกแท็บเล็ตหรือคอมพิวเตอร์ พกพาสําหรับเด็กนักเรียน วันนี้ก็แจกได้นิดหน่อยครับ ไม่เยอะ เราก็สงสัยอยู่นานว่าท่านจะ ตัดงบประมาณส่วนไหนออกไปในเรื่องของการศึกษา ผมไปเจอแล้วครับ ผมเอาร่างของ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผ่าน ครม. วันที่ ๒๘ มีนาคม ต้นปี ๒๕๕๕ เงิน กยศ. ครับ ท่านดูนะครับ รัฐบาลท่านเอาเงินเด็กไปขนาดไหน ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท วงเงินที่ต้องใช้ใน กยศ. ร่างนายอภิสิทธิ์โดนโยนทิ้งถังขยะ แล้วก็เอาร่างของคุณยิ่งลักษณ์ผ่านเข้า ครม. เพราะเปลี่ยนผู้บริหารครับ ลดลงอยู่ที่ ๑๑,๕๐๐ ล้านบาท ติดลบไป ๖,๕๐๐ ล้านบาทครับ ท่านเอาเงิน กยศ. ของเด็กหายไป ๖,๕๐๐ ล้านบาท ในขณะที่วันนี้มีสถานการณ์น้ําท่วม หลังจากน้ําท่วมเสร็จเขาก็เอาเงินไปสร้างบ้านครับ โอกาสการศึกษาของเด็กจะน้อยลง เพราะท่านไปตัดเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ๖,๕๐๐ ล้านบาท รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ดูต่ออีกหน่อย เจออีกหัวข้อครับ งบชายแดนใต้ ผมไม่ได้ดูงบ ๒๕๕๔ นะครับ ผมย้ํากับพวกเราอีกครั้ง ผมใช้งบประมาณปี ๒๕๕๕ ที่ผ่านมติ ครม. ของอภิสิทธิ์มาในเดือนมีนาคมครับ ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณเองท่านยอมรับว่า นโยบายด้านกําปั้นเหล็กของท่านในการดูแลชายแดนภาคใต้ประสบความล้มเหลว และแน่นอนครับ กรือเซะ ตากใบ คนตายหลายพันครับ นี่ครับ พอมาถึงท่านยิ่งลักษณ์ครับ ท่านปรับลดงบประมาณลงในปี ๒๕๕๕ ที่สํานักงบประมาณเขาชงร่างเดิมของท่านอภิสิทธิ์ ไปให้ท่านครับ ท่านปรับลดลงอีก ๑,๑๖๓ ล้านบาท จากเดิมที่ตั้งใจจะตั้งเอาไว้ถ้าไม่มี การเปลี่ยนแปลงนายกรัฐมนตรีนะครับ อยู่ที่ ๑๗,๔๔๑ ล้านบาท พอของท่านยิ่งลักษณ์ ก็ปรับลงมาเหลือแค่ ๑๖,๒๗๗ ล้านบาท ลดลง ๑,๑๖๓ ล้านบาท นี่คือความจริงใจที่รัฐบาล นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้กับ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้ว่าพรรคเพื่อไทยเอง จะไม่ประสบความสําเร็จในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่นี่เป็นปัญหาที่ค้างคามานานแล้วก็ หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่านโยบายกําปั้นเหล็กของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาประสบ ความล้มเหลวคือท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณครับ งบประมาณวันนี้ก็ได้น้อยอีก นี่ครับ ๓ เรื่องที่ผมพยายามจะหยิบยกขึ้นมาให้ดูว่าร่างงบประมาณปี ๒๕๕๕ ระหว่าง ร่างของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์กับร่างของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์มีความแตกต่างกันอย่างไร น่าเสียใจครับ เพราะว่าไส้ในของท่านนั้นไม่สวยเหมือนที่เวลาท่านโฆษณาหาเสียงเอาไว้หรือ แถลงนโยบายต่อพี่น้องประชาชน
ท่านประธานครับ ในประการต่อมาครับ งบประมาณฉบับนี้ถูกตั้งอยู่ใน สมมุติฐานว่าประเทศไทยจะโตในปี ๒๕๕๕ อยู่ที่ ๔.๕ กับ ๕.๕ ซึ่งผมก็เข้าใจว่าอาจจะเป็น การคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจที่คลาดเคลื่อน ทําไมถึงพูดอย่างนั้นครับ เรากําลัง ประสบปัญหาสภาวะน้ําท่วม เรากําลังจะลดภาษีเงินได้นิติบุคคลวันที่ ๑ มกราคม ปี ๒๕๕๕ จาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์เหลือ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ สิ่งหนึ่งที่ท่านต้องระวังมากที่สุดและเป็นหนึ่ง ในความล้มเหลวของการบริหารราชการแผ่นดินในสมัยท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นั่นคือเงินคงคลัง ท่านครับปกติแล้วรายได้ของภาครัฐนี่รายจ่ายเป็นตัวกําหนด รัฐเขาจ่ายเงิน อย่างไรครับ เขาจะมีเงินในกระเป๋าที่เขาเรียกว่าเงินคงคลัง ท่านเรียกว่าเป็น พิตตี้ แคช (Petty Cash) ใส่อยู่ในกระเป๋านี่นะครับ เงินกองนี้จะเป็นเงินหมุนครับ หมายความว่าเก็บไป จ่ายไป เก็บไปจ่ายไปอยู่เรื่อย ๆ ถ้าใครจําได้ปลายสมัยของท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มีวิกฤติเศรษฐกิจรอบโลก รวมถึงในประเทศไทย เรามีเงินคงคลังเหลืออยู่ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ใครทํางานกับภาครัฐเบิกเงินช้าหมดครับ เพราะเงินคงคลังมันช็อต (Short) หรือมันขาดมือหมุนไม่ทัน นี่คือสิ่งที่รัฐบาลนี้ต้องระวัง เพราะว่าการจัดเก็บของท่าน อาจจะไม่เกินเป้า แต่ก็ดูเหมือนกับว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านมั่นใจครับว่า ท่านจะนําพาประเทศไทยนี้ให้เงินคงคลังไม่มีปัญหา มีตัวเลขหนึ่งที่จริงท่านน่าจะให้เครดิตกับท่านรัฐมนตรีกรณ์หรือให้เครดิตกับท่านอภิสิทธิ์ครับ เงินคงคลังแปลกประหลาดมากในปี ๒๕๕๕ นั่นคือเป็นปีที่มีเงินคงคลังสูงถึง ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ในระหว่างที่คุณอภิสิทธิ์บริหารราชการแผ่นดินปีแรกครับ จัดเก็บรายได้เกิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท และปีสุดท้ายท้ายสุดที่เพิ่งออกจากการ เป็นนายกรัฐมนตรีเกินอยู่ที่ ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ครับท่านโชคดีมหาศาลเลยว่าเงินคงคลัง คาอยู่ในงบประมาณทําให้ท่านไม่ช็อตเงินจากการจ่ายเงินและการจัดตั้งงบประมาณแบบนี้ แต่ขอเตือนครับ งบประมาณปี ๒๕๕๖ ถ้าเศรษฐกิจมีปัญหาจริงแล้วการคาดการณ์ของท่าน ยังคงเป็นแบบนี้และยังคงบริหารงบแบบนี้ สิ่งที่ท่านจะเจอในปี ๒๕๕๖ คือเงินคงคลังขาดมือ เหมือนในสมัยท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ครับ ผมเตือนท่านรัฐมนตรีก่อนนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีด้วยครับ ให้รีบดูเรื่องนี้โดยด่วน ท่านไปทําในโครงการ เช่น รถคันแรก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เสียไปฟรี ๆ ครับ แน่นอนครับงบประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท จะไม่สะท้อนปรากฏในงบประมาณปี ๒๕๕๕ ที่เรากําลังพิจารณา เพราะต้องไปได้ผล ในการคืนภาษีในปี ๒๕๕๖ ครับ เพราะฉะนั้นผมเตือนเลยครับ ถ้ายังมีคนทํางบประมาณ ให้ท่านแบบนี้หนทางการเดินของท่านยังเป็นแบบนี้น่ากลัวครับว่าในปี ๒๕๕๖ ปีหน้า เงินคงคลังท่านจะขาดมือและนี้คือสิ่งที่ผมกลัวและกังวลในการบริหารราชการแผ่นดิน ในขณะนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องน้ําท่วมผมจะยกไปพูดในวันพรุ่งนี้ แต่เรื่องของ งบประมาณแผ่นดิน จริง ๆ แล้วก็อยากจะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตอบ หรือท่านนายกรัฐมนตรีมาตอบครับ ฝากไว้ครับ ผมดูไส้ในของท่าน ๓ เรื่องไม่ว่าจะเป็นการ รักษาฟรี เงินกู้ยืมเรียน จังหวัดชายแดน ทั้ง ๓ เรื่องเป็นเรื่องที่ท่านปรับลดเงินลง จากสมัย ครม. ของท่านอภิสิทธิ์ในวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๔ ทั้งสิ้น และเป็นสิ่งที่ผมเสียใจ กับการบริหารงานของรัฐบาลนี้ในลักษณะลูบหน้าปะจมูก ขอบพระคุณครับ
ท่านสุรินทร์ ปาลาเร่ ๗ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตํารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ส.ส. จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ตามที่รัฐบาลได้เสนอพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายปี ๒๕๕๕ กระผมดูแล้วในส่วนของภาคใต้นี่รับไม่ได้เลยนะครับ ขอให้รัฐบาลไปทบทวนด้วยนะครับ คําแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ นะครับ นโยบายเร่งด่วน ของรัฐบาลที่จะทําในปีแรกเลยนะครับ ข้อ ๑.๕ ก็ในเรื่องของเร่งนําสันติสุขและความ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนกลับมาสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นงบประมาณนี่ครับ ความจริงใจอะไรต่าง ๆ มันหมดไป งบประมาณนี่ครับ งบประมาณปี ๒๕๕๔ นะครับ งบประมาณแผ่นดินยอดทั้งหมด ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ในส่วนของภาคใต้ได้รับ ๑๙,๓๐๐ กว่าล้านบาท แต่มาปีนี้งบประมาณเพิ่มขึ้นงบประมาณ แผ่นดิน ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ในส่วนของภาคใต้ ได้จํานวน ๑๖,๒๗๗ ล้านบาทเท่านั้น งบประมาณหายไปถึง ๓,๐๐๐ ล้านบาททั้งที่ว่าเหตุการณ์ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ได้ลดน้อยลงไปเลยครับท่าน ระเบิดมาก่อนครั้งเดียว เดี๋ยวนี้ระเบิดครั้งละ ๓-๔ ลูกครับ มีคนล้มตายเป็นจํานวนมากแต่งบประมาณกลับลดลง อันนี้รัฐบาลชี้ให้เห็นเลยว่ารัฐบาล ไม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งที่รับไม่ได้เลย ก็คือ ศอ.บต. ตั้งโดยสภาแห่งนี้นะครับ ศอ.บต. ตั้งด้วย มี ส.ส. มี ส.ว. มีสภาที่ปรึกษาสันติสุขถึงจํานวน ๔๙ คน เลือกมาจากหน่วยงานต่าง ๆ แต่ปรากฏว่ารัฐบาลนี้ครับ เห็นว่าตั้งหน่วยงานซ้อนขึ้นมาอีกครับ ศบ.ชต. กอ.รมน. กองทัพภาคที่ ๔ กอ.รมน. ก็ขึ้นกับนายกรัฐมนตรี ศอ.บต. ก็ขึ้นกับนายกรัฐมนตรี แต่เพื่อตัดตอนก็ตั้งรองนายกรัฐมนตรี มาคุมอีกทีหนึ่ง งานที่จะไปได้เร็วก็กลับช้าไป ตอนนี้บุคคลใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปรียบเสมือนกับอยู่ในคุกกว้างครับ จะไปที่ไหนก็ไม่มีอิสระเพราะกลัวระเบิด แถมมีกฎหมาย ๒ ฉบับมาค้ําหัวอยู่ คือ ๑. กฎหมายความมั่นคง กฎหมายเกี่ยวกับ พ.ร.ก. ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เอาไปแล้ว ๔,๖๐๐ คนเข้าไป ทั้งผิดถูกอะไรก็ท่านคิดดูว่าถ้าจับไปคนหนึ่ง คนเดือดร้อน ๒๐ คน ตอนนี้ผมคิดว่าคนเดือดร้อนในเรื่องเกี่ยวกับอันนี้เป็นแสนคนแล้วนะครับ แล้วกฎอัยการศึกครับ จับไปได้โดยไม่มีว่าจะผิดหรือถูกก็เอาตัวไปได้เลย ๗ วัน อันนี้ เป็นหมื่นคนแล้วครับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี่มีผู้ที่ไม่อยากอยู่ในพื้นที่ ไปอยู่ในประเทศ มาเลเซียประมาณ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ คนแล้ว แล้วมาอยู่ในส่วนของภูมิภาคอื่น ให้พ้นจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี่ครับ เป็นหมื่นเป็นแสนคน แต่รัฐบาลกลับ ตัดงบประมาณ นี่หรือครับความจริงใจของรัฐบาลนะครับ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งก็อยากจะให้มี การเปลี่ยนแปลงเยียวยานะครับ กรือเซะ ตากใบ แล้วก็สะบ้าย้อย โดยเฉพาะสะบ้าย้อยท่านครับ ถ้าพูดถึงสะบ้าย้อยแล้วเศร้ามากครับ รายงานการรวบรวมข้อมูลเหตุการณ์รุนแรงในภาคใต้ เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ณ หน่วยบริการประชาชนอําเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เขาพูดว่า ในนี้เดี๋ยวผมจะให้ประธานรับไปนะครับว่า เหตุการณ์สะบ้าย้อยมันมีน่าสงสัยอยู่ในหลายอย่าง เพราะมีผู้เห็นว่า ๑๙ ศพในสะบ้าย้อยส่วนหนึ่งยอมแพ้แล้ว แล้วถูกจับเข้าไปในร้านคาราโอเกะ สวยนะ แล้วหลังจากนั้นก็เสียชีวิต บางคนก็ว่ามีการต่อสู้กันในส่วนตรงนั้น โดยจริง ๆ แล้วนี่นะครับ ในเรื่องของสะบ้าย้อยผมก็ไม่อยากจะรื้อฟื้นขึ้นมามาก แต่ผมจะมอบเอกสารนี้ ของคณะอนุกรรมการรวบรวมข้อมูลของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ท่านเยียวยา เถอะครับ ๑๙ ศพ แล้วก็ลักษณะยิงถูกในลักษณะศีรษะทั้งนั้น แล้วก็ตายอยู่ในที่ตรงนั้นเลยครับ ในสวนอาหารนะครับ ก็เลยอยากจะให้รัฐบาลชุดนี้เยียวยากรือเซะ ตากใบ โดยเฉพาะสะบ้าย้อย เดี๋ยวผมจะมอบเอกสารให้ครับ แล้วก็ในการที่ส่งเลขาคนใหม่ ศอ.บต. ก็อยากจะฝากไว้ ในเรื่องเยียวยาให้แก้ด้วยนะครับ เพราะว่าผมรู้ว่าเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ แล้วก็รู้พื้นที่ภาคใต้มาดี คุณทวี สอดส่อง ก็อยากจะหลักเกณฑ์การเยียวยาที่ข้าราชการ เสียชีวิตให้ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ผู้ช่วย เจ้าหน้าที่ให้ ๒๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็มาประชาชน ให้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท เจ้าหน้าที่มีประกันด้วยอะไรด้วยตามข้อบังคับ ถ้าเสียชีวิต ได้ถึงล้านกว่าบาท แต่ประชาชนได้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท แล้วกระทรวงยุติธรรมให้อีก ๑๐๐,๐๐๐ บาทเป็น ๒๐๐,๐๐๐ บาท แก้ให้ได้รับเท่ากันเถอะครับว่าถ้าเสียชีวิตจาก เหตุการณ์ทั้งหมดขอให้ปรับให้ ๕๐๐,๐๐๐ บาทเหมือนกันหมดนะครับ
แล้วอีกอย่างหนึ่งอยากจะฝากอีกข้อหนึ่งท่านเลขาคนใหม่ อบายมุข ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้ว ๔ อําเภอของจังหวัดสงขลา ขอให้มีการกวดขัน ตรงนี้ ทําได้แน่นอนครับ อบายมุขยังเต็มเมืองอยู่ โต๊ะบอลที่บ้านผมยังมีอยู่ แล้วก็หลาย ๆ แห่ง เจ้าหน้าที่ของบ้านเมืองยังหากินอยู่กับบ่อนการพนัน อบายมุขทั้งหมด ขอตรงนี้ทําได้เลย ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่รู้เห็นเป็นใจจะเปิดไม่ได้ ตรงนี้ทําได้เลย พรุ่งนี้ก็ทําได้ แล้วก็เอาเจ้าหน้าที่ ที่มั่วสุมอยู่บ่อนการพนันนี่ครับ เอาไปเก็บไว้ในโกดังได้แล้วครับ ถ้าสมัยก่อนเอาไปสัมมนาเวียงชัย ถ้าที่ลาวสมัยก่อนเอาไปสัมมนาเวียงชัยเพื่อเรียกศักดิ์ศรีของตํารวจคืนมาครับ ขอร้องครับ ขอร้องว่าน่าจะทําได้ครับ เรื่องบ่อนการพนันอบายมุขใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องหมดไปครับ สวัสดีครับ
ท่านชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว ๗ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ครับ สําหรับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มาแถลง มาขอสภาในที่แห่งนี้นะครับ ท่านประธานครับ จากคําแถลง ของท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อวาน ผมขออนุญาตคร่าว ๆ บางประเด็นนะครับ จากการดําเนินมาตรการ เร่งด่วน ซึ่งมุ่งเน้นการเพิ่มรายได้ของประชาชน และศักยภาพการแข่งขันของประเทศ ประกอบกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจภายในและภายนอกประเทศอยู่ในเกณฑ์ดี นั่นนายกรัฐมนตรีแถลงครับ ทําให้คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี ๒๕๕๕ ยังสามารถขยายตัวได้ ประมาณร้อยละ ๔.๕ - ๕.๕ นั่นนายกรัฐมนตรีเป็นคนพูดเมื่อวานนี้ครับ และฐานะนโยบาย การคลังในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ รัฐบาลประมาณการว่าจะสามารถจัดเก็บรายได้สุทธิ ทั้งสิ้น จํานวน ๒,๐๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ประมาณตัวเลขนะครับ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๒.๑ จากปีก่อนครับ ชี้ให้เห็นอย่างไรครับ ผมถามว่านโยบายตรงนี้ครับ ร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณตรงนี้ เมื่อนายกรัฐมนตรีออกมาขอจากสภาแล้ว แถลงต่อสภาแล้วครับ ถ้าหากว่าไม่เกิดตามวัตถุประสงค์ภายใน ๑ ปีนี้ครับ นายกรัฐมนตรี จะรับผิดชอบอย่างไรครับ จริงอยู่ครับ ท่านยังพูดว่านายกรัฐมนตรีเป็นผู้หญิง แต่ตําแหน่ง นายกรัฐมนตรีเขาไม่ได้บอกว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายครับ ตําแหน่งนายกรัฐมนตรีเขาไม่ได้ แบ่งเพศครับ เขาไม่ได้แบ่งวรรณะครับ สามัญชนคนธรรมดาเป็นได้เหมือนกันครับ ตําแหน่ง นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง พวกผมก็มาจากการเลือกตั้งถึงมีสิทธิมาพูด มาเรียกร้อง ความเป็นธรรมให้กับพี่น้อง โดยเฉพาะในเรื่องของงบประมาณ จากนโยบายการบริหารนะครับ โดยเฉพาะเรื่องของ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี ๒๕๕๔ รัฐบาลภายใต้การนําของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ไปประมาณ ๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ปีนี้ครับ เหลือเท่าไรครับ ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ไปอยู่ตรงไหนบ้างครับ อยู่ที่มิติความมั่นคง มิติการพัฒนาครับ หนีไม่พ้นเรื่องพัฒนาครับ ถ้าจะให้คนกินดีอยู่ดี พี่น้องประชาชนกินดีอยู่ดีใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องมีการพัฒนา ถามว่ายุทธศาสตร์ การพัฒนาของรัฐบาลชุดนี้เข้าถึงประชาชนหรือยังครับ ผมขอทวงถามว่าเงินงบประมาณ ที่จะให้กับบัณฑิตอาสามีไหมงบประมาณปีนี้ รัฐบาลที่แล้วได้ทําไปอย่างดีครับ แก้ปัญหา การว่างงานได้ แก้ปัญหาความยากจนให้กับพี่น้องได้ อย่างน้อยได้ยกฐานะของ พี่น้องประชาชนในพื้นที่จากรายได้ ๖๐,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือนต่อปี เป็น ๑๒๐,๐๐๐ บาท ต่อครัวเรือนต่อปีนี่ครับรัฐบาลชุดที่แล้วเขามีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหา โครงการพนมนะครับ โดยเฉพาะ ๔ เสาหลักยังมีอยู่ที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ เป็นโครงการที่ พี่น้องประชาชนคิดขึ้นเองเพื่อที่จะพัฒนาในท้องถิ่นท้องที่ของตัวเองให้เกิดบรรลุผลสําเร็จ เพื่ออาชีพที่ยั่งยืนตามแนวพระราชดํารัสขององค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านประธานครับ นั่นเป็นเรื่องภาคใต้แต่ที่สําคัญมิติของพัฒนาครับก็ต้องพูด ยางพาราเป็นจุดแข็งของภาคใต้นะครับ เท่าไรครับ ยางพาราวันนี้ ๙๐ บาทครับ ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีที่ชื่อยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้ามา บริหารประเทศ ๓ เดือนครับ ยางราคาไม่ถึง ๑๐๐ บาทเลยครับ ผิดกับยุคของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เกือบ ๒๐๐ บาท ๑๙๐ บาทครับ ตรึงราคาไว้ตลอดครับ มันบ่งบอกถึงอะไรครับ ท่านประธานครับ บ่งบอกถึงอะไร ที่เราจะพูดได้นะครับ จริงอยู่ครับ ความสําเร็จในการชนะการเลือกตั้งครับ แต่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจะบริหารประเทศแล้ว จะประสบผลสําเร็จได้ครับ จริงอยู่ครับ บางครั้งผู้อนุบาลทางการเมืองอาจจะชนะ ทางการเมืองครับ แต่การบริหารประเทศผู้อนุบาลทางการเมืองไม่สามารถที่จะบริหาร ประเทศได้ครับ ประเทศชาติจะเจริญก้าวไปได้ครับ ผู้นําประเทศต้องเข้มแข็ง ยางพาราก็ตก ราคาก็ตก พี่น้องเดือดร้อนครับคนที่ปลูกยางพารา ราคาข้าวก็เช่นกันครับ ข้าวเป็นอย่างไรครับ ณ วันนี้หลาย ๆ พื้นที่น้ําท่วม ต่างประเทศก็น้ําท่วมหลายพื้นที่ครับ ทําไมเราไม่ทําจุดแข็ง ตรงนี้ในเรื่องของข้าวครับ ในพื้นที่ของกระผมจังหวัดสงขลา โดยเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ ๔ ทํานาเป็นส่วนใหญ่ครับ จริงอยู่ครับ รัฐบาลชุดนี้บอกว่าจํานําอย่างเดียวแต่พี่น้องประชาชน บอกว่าขอประกันเถอะ เพราะอะไรครับ ระยะทางจากการจํานําในเรื่องของการจํานํารัฐบาล ชุดนี้ครับ อย่างน้อยพี่น้องเกษตรกรปลูกข้าวบ้านผมเกวียนละประมาณ ๖,๐๐๐ บาทครับ ขออนุญาตครับ เงินต้องหายไปประมาณเกวียนละ ๖๐๐ บาทครับ เนื่องจากระยะขนส่ง จากกรุงเทพฯ ถึงพื้นที่ภาคใต้มันไกลครับ ราคากุ้งครับ ผมไม่นึกเลยว่าราคากุ้ง พอรัฐบาล ของท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาบริหารประเทศครับ ราคากุ้งเคยอยู่ดีครับ แต่ปัจจุบันตกไป กิโลกรัมละประมาณเท่าไรครับ ๕ บาทครับ ๕ บาทต่อกิโลกรัมนะครับ คูณไปดูสิครับ ประเทศไทยมีการส่งออกอันดับหนึ่งของประเทศ ๖๐๐,๐๐๐ ตันต่อปี คิดดูครับ มากกว่า ประเทศจีน ๕ บาท คูณ ๖๐๐,๐๐๐ ตัน คิดดูให้ดีครับ และมันไปอยู่ตรงไหน อยู่อย่างไรครับ รัฐบาลต้องเข้าไปแก้ไขเรื่องนี้ ตกต่ําครับ ปาล์มน้ํามันเหมือนกันครับ ก็ต้องพูดสักนิดนะครับ ขออนุญาตนิดเดียวครับ ปาล์มน้ํามันที่ไม่เคยตกมาก่อน ก่อนรัฐบาลชุดนี้ครับ รัฐบาล ฯพณฯ อภิสิทธิ์ ราคาปาล์มยังอยู่ดีอยู่ครับ ตอนนี้แย่ครับดังนั้นในเรื่องของการแก้ไข ปัญหาต่าง ๆ ที่ท่านมาของบประมาณตรงนี้ ก็อยากจะให้ท่านได้คิดไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนนะครับ ความยากจนยังมีอยู่ครับ เกษตรกรยังรออยู่ครับ กลุ่มสหกรณ์การเกษตรต่าง ๆ ยังรออยู่ครับ ดังนั้นผมเองจึงขอฝากทางรัฐบาล เพื่อที่จะเข้าไปทํางานและให้เข้าใจประชาชนให้มากกว่านี้ครับ ขอขอบพระคุณมากครับ
ท่านฮอชาลี ม่าเหร็ม ๙ นาทีครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ในวันนี้เราได้ มีการอภิปรายในเรื่องของงบประมาณในหลากหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ําท่วม เรื่องของปัญหาสังคม เศรษฐกิจ แล้วก็มาช่วงท้ายตรงนี้ก็คงจะเป็นเรื่องของการเมือง แล้วก็ ความมั่นคง
ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลได้จัดงบประมาณปีนี้ ๒,๓๐๐,๐๐๐ ล้านกว่าบาท แล้วก็ได้วางยุทธศาสตร์ในการที่จะรองรับงบประมาณต่าง ๆ เอาไว้หลายยุทธศาสตร์ แต่ประเด็นที่ผมอยากจะมาอภิปรายในสภาในวันนี้นั้น เป็นเรื่องของยุทธศาสตร์ การสร้างความสมดุลในเชิงของสังคม แล้วก็วางรากฐานในสังคม แล้วก็ท่านได้จัดแผนงาน เอาไว้ในเรื่องนี้ทั้งหมด ๑๓ แผนงาน แต่ประเด็นที่ผมอยากจะขออภิปรายเจาะลึกลงไป ก็เป็นแผนงานในเรื่องของการแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นปัญหาที่มี ความสําคัญและได้รับการดูแลในทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ท่านประธานที่เคารพครับ กระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ได้วางยุทธศาสตร์แล้วก็ตั้งงบประมาณเอาไว้สําหรับในเรื่องของการแก้ไข ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ประมาณ ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไม่รวมไปถึงงบในการบริหารจัดการของศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และงบประมาณในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของกองทัพในฐานะที่เป็น กอ.รมน. ในพื้นที่ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลได้เข้ามาบริหารประเทศเป็นเวลา ๓ เดือนเศษ ๆ แต่ปัญหาที่ถือว่าเป็นการจัดลําดับความสําคัญต้น ๆ ของประเทศ แล้วก็ เห็นได้จากการจัดงบประมาณที่เกือบจะทุกกระทรวง ทบวง กรมจะต้องให้ความสําคัญ นั่นก็คือปัญหาสถานการณ์ที่ร้อนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ในช่วง ๓ เดือนที่ผ่านมา ก็ได้เกิดเหตุการณ์ของความรุนแรงหลายพื้นที่แล้วก็การก่อเหตุสถานการณ์ต่าง ๆ เริ่มมีการ พัฒนาในเชิงของความรุนแรงมากยิ่งขึ้น จะเห็นได้จากกรณีคาร์บอม (Car bomb) ที่สุไหงโก-ลก จะเห็นได้จากกรณีคาร์บอมที่จังหวัดยะลา แล้วก็ความรุนแรงในพื้นที่อื่น ๆ อีกหลายพื้นที่ ทั้ง ๆ ที่เป็นปัญหาที่มีความสําคัญท่านประธานครับ แต่ผู้นําของประเทศที่ผ่านการเลือกตั้ง และได้รับพระบรมราชโองการเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นยังไม่เคยลงไปในพื้นที่ ยังไม่เคยให้ ความสําคัญกับปัญหานี้โดยการลงไปมอบนโยบายให้กับข้าราชการผู้ปฏิบัติในพื้นที่แม้แต่ สักครั้งเดียว ทั้ง ๆ ที่ท่านก็มีเวลา ผมเชื่อว่าท่านสามารถที่จะจัดตารางกําหนดการในการ ทํางานได้ แต่ปัญหาที่สําคัญตรงนี้ท่านยังไม่เคยลงไปในพื้นที่ เพราะการแก้ไขปัญหา ในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นลําพังการแถลงนโยบายในสภาผู้แทนราษฎรและพูดถึงการ แก้ไขปัญหาใน ๓ จังหวัดนั้นทุกรัฐบาลสามารถที่จะแถลงสอดคล้องไปในแนวทางเดียวกันได้ แต่การส่งสัญญาณในเชิงนโยบายนั้นมีความต่างกัน ความรุนแรงที่มันเกิดขึ้นใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้นมันเกิดจากการส่งสัญญาณที่ผิด ทําไมเหตุการณ์ในสมัยของรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์จึงมีนโยบายอีกแนวหนึ่ง ก็คือการอํานวยความยุติธรรม แต่ทําไม ช่วงเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นในรัฐบาลสมัยปี พ.ศ. ๒๕๔๔ พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๖ และ พ.ศ. ๒๕๔๗ ทําไมเหตุการณ์ซึ่งมันเกือบจะสงบไปแล้วมันก็มีการลุกลามแล้วก็เกิดเป็น เหตุการณ์ของความรุนแรงมากยิ่งขึ้น มันเป็นเรื่องของการส่งสัญญาณในเชิงนโยบาย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมยกตัวอย่าง ทั้ง ๆ ที่ก็ได้เคยยกตัวตัวอย่างในหลายเวที มาแล้ว แต่ก็จําเป็นต้องพูดเพราะมันมีการโยงไปถึงเรื่องของงบประมาณ ว่าการส่งสัญญาณ ในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๔๕-๒๕๕๗ นั้นเป็นการส่งสัญญาณที่ส่อถึงความรุนแรง มุมมองของผู้นํา ในปัญหาของ ๓ จังหวัดนั้นเป็นมุมมองที่มองเฉพาะเขตพื้นที่ มองเฉพาะในเรื่องของ การเลือกตั้งว่าเขตตรงนั้นมีจํานวน ส.ส. เพียงแค่ไม่กี่คน เพราะฉะนั้นการที่จะกําหนด นโยบายลงไปนั้นไม่จําเป็นจะต้องไปแคร์ถึงความรู้สึกของคนในพื้นที่ มันจึงเป็นที่มา ของนโยบายที่เราเรียกว่า กําปั้นเหล็ก ข้าราชการฝ่ายความมั่นคง ตํารวจ ทหารบางส่วน ก็ให้ข้อมูลในเชิงที่ผิด ๆ ว่าผู้ที่ก่อเหตุนั้นมีเพียงแค่ไม่กี่คน จึงเป็นที่มาของคําว่า โจรกระจอก ซึ่งมีไม่กี่คนประมาณ ๓๐๐ กว่าคน ใช้เวลาในการดูแลเรื่องนี้ให้มันจบสิ้นภายในเวลา ๓ เดือน แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาใน ๓ จังหวัดนั้นไม่เหมือนกับการแก้ไขในเรื่อง ของยาเสพติด ไม่เหมือนกับ ๒,๕๐๐ ศพที่จัดการในเรื่องของยาเสพติด มันมีความซับซ้อน ในเรื่องของสถานการณ์ เพราะฉะนั้นเมื่อส่งสัญญาณที่ผิดเหล่านี้จึงเป็นที่มาของการขยาย วงกว้างของเหตุการณ์ของความรุนแรง และทําให้เกิดเหตุการณ์ที่ในบรรดาผู้นําศาสนา นักวิชาการในพื้นที่ ตลอดจนนักสิทธิมนุษยชนทั่วโลกมองเห็นว่าเป็นปัจจัยที่ทําให้เกิด ความรุนแรงมากจนถึงขณะนี้คือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ๒ กรณี ท่านประธานครับ ก็คือ เรื่องของตากใบและในเรื่องของการอุ้มทนายสมชาย ซึ่งเป็นทนายความที่ต่อสู้เพื่อบุคคล ทั่วไปตลอดจนคนที่โดนคดีในเรื่องของ ๓ จังหวัดภาคใต้ เหตุการณ์ตากใบที่มี พี่น้องประชาชนล้มตาย ตายภายในวันเดียวกันประมาณ ๘๐ กว่าศพท่านประธานครับ เป็นเรื่องของการชุมนุน ในเดือนรอมฎอนเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมความเป็นธรรมในอําเภอเล็ก ๆ แต่มันทําให้มี ความลุกลามแล้วก็ประชาชนโดนจับและล้มตายใน ณ วันนั้น ๘๐ กว่าศพ มันจึงเป็นที่มา ของความรุนแรง ช่วงนั้นผู้ที่เข้าไปมีส่วนร่วมในขบวนการของอาร์เคเค (RKK) นั้นมีมากในยุค ที่มันเกิดเหตุการณ์ตรงนี้ อดีตประธานกรรมการอิสลามประจําจังหวัดนราธิวาสได้พูด ในที่ประชุมของกรรมการอิสลามแห่งประเทศไทยบอกว่าเหตุการณ์ของตากใบนั้นทําให้ ความพยายามของทุกรัฐบาลนั้นต้องถอยหลังเข้าไปอีก ๒๐ ปี เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้ ท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งท่านมาดูแลในเรื่องของการบริหารประเทศ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าท่านจะส่งสัญญาณอย่างไร
ในสมัยที่ผ่านมารัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านก็ได้วางโครงสร้างไว้ อย่างเดินมาถูกทาง นั่นก็คือให้การเมืองนําการทหาร แล้วให้สภาผู้แทนราษฎรของเรานั้น ได้ออกกฎหมาย พ.ร.บ. การบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และได้ทําหน้าที่ขององค์กรนี้ มาเป็นเวลา ๑๐ เดือน และได้รับการโหวต ได้รับการสํารวจความนิยมความพอใจ ว่าเป็นอันดับ ๒ ในพื้นที่ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้รองจากศาลยุติธรรม ประชาชนมีความพอใจในการดําเนินงานขององค์กรตรงนี้ แต่เป็นที่น่าเสียใจและน่าเสียดายว่า มาในยุคที่รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เข้ามา ๓ เดือนนั้น ท่านไม่ได้หยิบ ยึดเอาแนวตรงนี้ กลับให้การดําเนินงานใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเข้าไปอยู่ในการดูแล ของทหารอีกครั้งหนึ่ง จึงเกิดองค์กรใหม่ขึ้นมาในช่วงเดือนที่ผ่านมาที่เรียกว่า ศปก.จชต. หรือว่าศูนย์บูรณาการการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้อยู่ภายใต้การดูแลของ กอ.รมน. หรือทหาร และให้ ศอ.บต. ซึ่งเป็นโครงสร้างซึ่งเกิดจาก พ.ร.บ. ที่เราทํากัน ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งเล็ก ๆ ที่อยู่ภายใต้การดูแลของทหารอีกครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นนั่นคือการเดินทางที่ถูกหรือผิดผมอยากจะให้ทางรัฐบาลได้ไตร่ตรอง และใคร่ครวญในสิ่งที่ทําขึ้นมา และก็สถานการณ์มันก็เริ่มดีขึ้น เพราะฉะนั้นงบประมาณ ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมอยากจะให้รัฐบาลได้พิจารณาแล้วก็ปรับในเรื่องของการทํางาน ให้กลไกต่าง ๆ สามารถที่จะเดินตามของมันดังที่ได้เคยมีการปฏิบัติมาในพื้นที่ ขอบคุณครับ
ท่านโปรดปราน โต๊ะราหนี ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม โปรดปราน โต๊ะราหนี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย วันนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเรื่องที่สําคัญที่สุดที่ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ตลอดไปจนถึงพี่น้องประชาชนทั่วประเทศกําลังให้ความสนใจกับการอภิปรายเกี่ยวกับ งบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ของสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ นั่นก็ตอบโจทย์ว่าวันนี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่สําคัญที่สุดของการบริหารประเทศ เพราะฉะนั้นผมเข้าใจว่าที่เพื่อนสมาชิก ได้กรุณาพูดมาตลอดทั้ง ๒ วันนั้นก็เพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์สุขกับประชาชนทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นในระยะเวลาอันสั้นตรงนี้ ผมก็ได้เพียงแค่ตั้งข้อสังเกตเพื่อที่จะให้ทางรัฐบาล ในส่วนที่เกี่ยวข้องนําไปเพื่อที่จะประยุกต์ใช้งบประมาณเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนถึงที่สุด ซึ่งผมเห็นว่าการจัดงบประมาณของรัฐบาลในครั้งนี้เป็นการจัด งบประมาณเพื่อที่จะตอบสนองนโยบายประชานิยมในช่วงที่ทางรัฐบาลนั้นได้หาเสียงไว้กับ ประชาชนในช่วงของการเลือกตั้ง ซึ่งผมก็เห็นว่าไม่ได้เป็นความผิดอะไร เพราะทุกรัฐบาล ไม่ว่ารัฐบาลไหนเข้ามาบริหารประเทศก็ต้องที่จะจัดสรรงบประมาณไปเพื่อที่จะช่วยเหลือ หรือดูแลในกลุ่มที่สนับสนุน เพื่อที่จะให้ประชาชนนั้นเกิดความพึงพอใจ แต่ที่ผมจะต้อง ตั้งข้อสังเกตก็คือว่า การจัดสรรงบประมาณเหล่านั้นที่จะไปดูแลพี่น้องประชาชน ผมก็อยากจะให้ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเท่าเทียมกันทั้งประเทศ ไม่แบ่งแยกกลุ่มสีใด ๆ ทั้งสิ้น ทําไมผมถึงตั้งข้อสังเกตตรงนี้ เพราะต้องยอมรับว่าไม่ว่าเหตุการณ์อะไรก็แล้วแต่ ที่เกิดขึ้นจากการบริหารของรัฐบาลในระยะเวลาช่วง ๒-๓ เดือนที่เข้ามาบริหารประเทศ ก็จะต้องโดนวิจารณ์ในเรื่องของการแบ่งพรรค แบ่งพวก แบ่งกลุ่ม แบ่งสี กลุ่มไหนที่เป็น ฝ่ายสนับสนุนก็จะได้รับการดูแล นี่เป็นข้อกล่าวหาหรือข้อที่ประชาชนเขาท้วงติง ฉะนั้น ผมจึงท้วงติงว่าการจัดสรรงบประมาณซึ่งเป็นเรื่องที่ใหญ่ต้องดูแลพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ อย่างเท่าเทียมกัน ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ซึ่งผมดูแล้วว่าการจัดสรรงบประมาณก็ครอบคลุมทุกส่วน ทุกประเด็น แต่ละกระทรวงก็ได้รับงบประมาณไปน้อยบ้าง มากบ้าง ซึ่งดูถ้าจะถามว่า เพียงพอไหมกับกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่ได้รับ ทุกกระทรวงก็ตอบว่าไม่เพียงพอ แต่ผมอยากเห็นว่าการจัดสรรงบประมาณมากหรือน้อยนั้นไม่ได้มองว่าตัวเลขจะมาก หรือน้อย แต่ผมอยากจะเห็นว่าผลสัมฤทธิ์ที่เกิดจากการบริหารงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ ต่างหากถึงจะบอกว่างบประมาณที่คุณได้ไปมากหรือน้อย อย่างเช่นของการปราบยาเสพติด หรือ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เพื่อนสมาชิกได้กรุณาอภิปรายไป ผมไม่สนใจหรอกครับว่า จะมากหรือน้อย แต่ผมสนใจว่า ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่ไปดูแล ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือกี่หมื่นล้านบาทที่ไปดูแลกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงทุกกระทรวงเกิดประโยชน์ เกิดประสิทธิภาพ ผลงานเกิดหรือไม่ ถ้าผลงานไม่เกิดตัดไปเถอะครับ ไม่มีประโยชน์นะครับ แต่ถ้ามีประโยชน์หรือเขาทําได้เพิ่มให้เขาครับ ซึ่งผมเห็นว่าส่วนนี้มีส่วนสําคัญก็คือ ดูประสิทธิภาพของงบประมาณที่เกิดขึ้นแล้วก็อย่าทอดทิ้งกลุ่มอาสาสมัครที่มีจิตใจสาธารณะ ในการช่วยเหลือประเทศในกลุ่มต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มของคณะกรรมการชุมชน และคณะกรรมการอิสลามประจํามัสยิด หรือครูสอนจริยธรรม หรืออะไรก็แล้วแต่ อปพร. หรือ อสม. ที่เขาได้รับการช่วยเหลือประเทศชาติอยู่เยอะแยะ แต่เขาไม่ได้ดูแลค่าตอบแทน หรือการดูแลจากภาครัฐเท่าที่ควรที่เขาสมควรที่จะได้รับ ส่วนต่าง ๆ เล็ก ๆ เหล่านี้ผมว่า ไม่ควรที่จะมองข้าม ไม่ควรที่จะไปมองในส่วนที่เป็นเรื่องใหญ่เสียเพียงอย่างเดียว เพราะฉะนั้นจะมองในส่วนประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับมากกว่า แล้วก็การจัดสรร ผมอยากให้จัดสรรที่เท่าเทียมไม่มุ่งเน้นไปในฝากของรัฐบาลหรือในจังหวัดที่มีรัฐมนตรีเท่านั้น ผมก็ตั้งข้อสังเกตว่าให้กระจายงบประมาณอย่างเป็นธรรมแล้วก็เกิดประโยชน์ที่สุด ก็ขอให้ การพิจารณางบประมาณเหล่านี้ผ่านไปด้วยดีแล้วก็เปิดประโยชน์สุขกับประชาชนครับ ด้วยความเคารพครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะชี้แจงเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพอย่างยิ่ง กระผม นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตท่านวิลาศ ซึ่งท่านได้กรุณาอภิปราย ถึงผมที่ดูจริงจังแล้วก็เด็ดขาด แล้วก็น่าฟังเป็นอย่างยิ่ง ผมก็ไม่อยากจะปล่อยโอกาสนี้ไป เพื่อที่จะไปชี้แจงในวันพรุ่งนี้เพราะว่าคําอภิปรายของท่านนั้นมันรุนแรงแล้วก็ พี่น้องประชาชนที่เขารับฟังอยู่ก็อาจจะไม่เข้าใจข้อเท็จจริงก็ได้
ในประการแรกไม่ได้ปัดความรับผิดชอบนะครับ กรมป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัยนั้นได้อยู่ภายใต้การดูแลของท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ
ประการที่ ๒ ในส่วนของการซื้อถุงยังชีพนั้น ก็ขอกราบเรียนข้อเท็จจริงว่า บางทีก็ต้องก้ม ๆ เงย ๆ นะครับ ผมก็ต้องขออนุญาตอ่านในบางส่วนเพราะว่า เป็นรายละเอียด ก็ชี้แจงสั้น ๆ รบกวนเวลาท่านนิดหนึ่งเพราะว่าวาระนี้เป็นวาระพิจารณา งบประมาณ แต่ถ้าปล่อยเวลาไปถึงวันพรุ่งนี้ก็อาจจะเกิดความเสียหายต่อรัฐบาล และตัวผมเองได้ กรณีที่มีผู้รับจ้างเสนอราคาวันที่ ๑๙ ตุลาคมนั้น ทาง ปภ. ออกใบสั่งซื้อ ในวันเดียวกัน เพราะว่าในสถานการณ์อย่างนั้นระเบียบของทางราชการก็ได้อนุโลมให้มีการ จัดซื้อโดยวิธีพิเศษได้ ไม่ได้ผิดไปจากระเบียบข้อบังคับแต่อย่างใด การส่งมอบถุงยังชีพ ๑๐๐,๐๐๐ ถุง ภายในระยะเวลา ๕ วันนั้น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยใช้ผู้รับจ้าง ๒ ราย ซึ่งมีกําลังการผลิตประมาณวันละมากกว่า ๑๐,๐๐๐ ชุดต่อวัน เพราะฉะนั้น ไม่มีปัญหาเป็นไปได้ครับ
ประการที่ ๓ ร้านเอื้อธนพัฒน์ที่มีอยู่ มีที่อยู่แตกต่างกันในใบเสร็จรับเงิน ในใบเสร็จใบเสนอราคา สําหรับทะเบียนการค้าเป็นที่เดียวกัน แต่ที่อยู่เปลี่ยนไปครับ ที่มีที่อยู่แตกต่างกันในใบเสร็จรับเงินในใบเสร็จใบเสนอราคา สําหรับทะเบียนการค้า ในที่เดียวกันแต่ที่อยู่เปลี่ยนไปครับ เพราะที่อยู่ตอนนั้นน้ําท่วมจากที่อยู่เดิม ซึ่งเป็นที่อยู่ที่หนึ่ง มาเป็นที่อยู่อีกที่หนึ่งเขาก็ทําตามข้อเท็จจริง เพราะเหตุว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่เขา ที่อยู่เดิมเขาน้ําท่วมนะครับ
๔. ราคาสิ่งของในถุงยังชีพมีราคาแพงกว่าท้องตลาด เนื่องจากเป็นราคา ถัวจ่ายรวม ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้แก่ คนขนส่งไปยังพื้นที่แจกจ่าย ซึ่งมีต้นทุนที่สูงมาก เพราะน้ํามันท่วมไม่ได้เดินทางไปตามเส้นทางปกติ ค่าถุงพลาสติกชนิดหนา ค่าแรงคนงาน ในการบรรจุหีบห่อ ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด ประกอบกับราคาสิ่งของสูงขึ้น เนื่องจากภาวะน้ําท่วม นี่เป็นสภาพข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นซึ่งผมก็ไม่ได้ไปลงในรายละเอียดอะไรมากนัก
๕. ส่วนการจัดซื้อที่มีการอ้างว่าราคาสิ่งของมีราคาสูงเกินความเป็นจริงนั้น มีข้อมูลที่สามารถอ้างอิงได้ว่าราคาเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ข้อความดังต่อไปนี้ ที่ผมจะกราบเรียนนะครับ ไม่ได้มีความประสงค์ที่จะต้องไปอ้างถึงรัฐบาลที่แล้ว แต่ผม ขอกราบเรียนว่าการจัดซื้อของรัฐบาลที่แล้วเมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ กับการสั่งซื้อ ของรัฐบาลเพื่อไทยเมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๔ นั้นเป็นการซื้อจากร้านเดียวกัน จากร้านเดียวกันครับ ตอนสมัยรัฐบาลที่แล้วเขาซื้อจากร้านนี้ ผมสันนิษฐานว่าเพราะว่า เขามีอาชีพทางด้านการจัดถุงยังชีพ ได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว ราคาแตกต่างกันจริงครับ เพราะว่าเมื่อปี ๒๕๕๓ กับปี ๒๕๕๔ ราคาสินค้าแตกต่างกัน ยกตัวอย่าง ข้าวชนิด ๕ เปอร์เซ็นต์ สมัยรัฐบาลที่แล้วซื้อ ๕ กิโลกรัม ๑๙๒ บาท ชุดนี้ก็ ๕ กิโลกรัม ๑๙๒ บาท เพราะราคาข้าวสารไม่ได้ขึ้นนะครับ ข้าวสวยปรุงสุก ของเดิม ๒๖ บาท มาตอนนี้ ๓๒ บาท ขึ้นกระป๋องละ ๖ บาทตามกลไกตลาด ราคาปลากระป๋อง ๑๑๕ กรัม สมัยรัฐบาลที่แล้ว ๑๔ บาท ปัจจุบัน ๑๖.๒๕ บาท ก็รับว่าแพงกว่าเดิม ปลาสามรส เดิม ๑๘ บาท ปัจจุบัน ๑๙.๕๐ บาท ก็เพิ่มขึ้น ๑.๕๐ บาท ตามราคากลไกของท้องตลาด ก็ไม่ได้โยนกันไป ไม่ได้ใส่ร้ายกันไปไม่ใส่ร้ายกันมา แต่การที่จะไปโยงว่าอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เมื่อได้จัดซื้อในสมัยนี้แล้วก็ได้มาเป็นประธานไฟฟ้าภูมิภาค ก็เป็นการสันนิษฐานที่ไม่มีปัญหา อะไรนะครับ แต่ขอยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อครั้งนี้ ขอกราบเรียนท่านที่เคารพ ผ่านทางท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรว่าใครก็ตามที่หารับประทานในช่วงเวลา ที่ประชาชนทุกข์ยากขนาดนี้ก็จะเป็นคนที่เหี้ยมโหด จะเป็นคนใจบาป แล้วก็เป็นคนที่ทํา ประพฤติมิชอบ ทุจริตและประพฤติมิชอบอีกส่วนหนึ่งด้วยนะครับ ผมก็คงจะมีเกียรติ แล้วก็มีศักดิ์ศรีในตัวผมเองเพียงพอที่จะไม่หารับประทานในเรื่องแบบนี้นะครับ ก็ขอกราบอนุญาต เรียนชี้แจงสั้น ๆ แต่เพียงเท่านี้ครับ
ท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ ครับ
(นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญครับท่าน
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิลาศ จันทร์พิทักษ์ ประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ความจริงแล้วผมขอใช้สิทธิ นาทีเดียวเท่านั้นครับท่าน เพราะว่าผมยังมีเรื่องที่จะต้องอภิปรายวันพรุ่งนี้ เพียงแต่ว่า พาดพิงมานิดเดียวเท่านั้นท่านประธานครับ ที่ท่านอ้างว่าท่านซื้อถูกระเบียบ ผมก็ไม่ได้ บอกว่าผิดระเบียบ เพียงแต่ว่าอยากจะเรียนว่าท่านลองไปนึกดูนะครับ แล้วมาพูดให้ พี่น้องประชาชนฟัง แล้วเขาจะได้รู้ว่าตกลงของท่านหรือของผมถูก เป็นไปได้ไหมครับ ท่านซื้อถุงยังชีพ ๒ บริษัท ตกลงของท่านหรือของผมถูก เป็นไปได้ไหมครับท่านซื้อถุงยังชีพ ๒ บริษัท บริษัท เอื้อธนพัฒน์ ๔๐,๐๐๐ ถุง กับห้างหุ้นส่วนจํากัดพูนเจริญพาณิชย์ ท่านซื้อ ๒ บริษัท ๔๐,๐๐๐ ถุง กับ ๖๐,๐๐๐ ถุง แล้วท่านให้เขาทําใบเสนอราคามา ปรากฏว่า ๒ บริษัทนี้ เสนอราคามาทุกอย่างเท่ากันหมดเลย เป็นไปได้ไหมครับ ท่านซื้อถุงยังชีพ ๘๐๐ บาท มีของ ๘ รายการ ๘ รายการผมขออนุญาตนะครับ ทั้ง ๒ บริษัทเสนอราคา รายการที่ ๑ มีข้าวสาร ๑ ถุง ราคา ๑๙๒ บาท ข้าวสวยปรุงสุก ๓ กระป๋อง กระป๋องละ ๓๒ บาท ปลากระป๋อง ชนิดฝาดึง ๑๕๕ กรัม ชุดละ ๔ กระป๋อง กระป๋องละ ๑๖.๒๕ บาท ปลาราดพริกสามรส กระป๋องละ ๑๕๕ กรัม แต่ละชุดมี ๔ กระป๋อง กระป๋องละ ๑๙.๕๐ บาท แกงเขียวหวานไก่ ๑๐๐ กรัม มี ๔ กระป๋อง กระป๋องละ ๒๔.๕๐ บาท ปลาทอด ๙๐ กรัม มี ๔ กระป๋อง กระป๋องละ ๒๔.๕๐ บาท แกงพะแนงไก่ ๑๐๐ กรัม มี ๔ กระป๋อง กระป๋องละ ๒๔.๕๐ บาท แล้วก็หอยลายทอดรสเผ็ด ๔๐ กรัม มี ๓ กระป๋อง กระป๋องละ ๒๕ บาท ท่านให้ พี่น้องประชาชนฟังสิครับ ๒ บริษัทที่ท่านซื้อเสนอราคาเท่ากันเป๊ะเลย มีเศษ ๒๕ สตางค์ ๕๐ สตางค์ เหมือนกันหมด ท่านไม่ฮั้วแล้วอย่างนี้เขาเรียกอะไรครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ยงยุทธ ครับ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ขอบพระคุณครับที่ท่านได้กรุณาให้ข้อมูล ผมขอกราบเรียนว่า ผมเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคงไม่ได้ไปดูรายละเอียด ในใบเสนอราคา ก็มีเจ้าหน้าที่ทําอยู่ ท่านก็เข้าใจครับหน่วยราชการต่าง ๆ คนเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยก็คงไม่ได้ไปเป็นกรรมการรับซอง กรรมการเปิดซอง กรรมการตัดสิน ที่จะซื้อจากใคร คงไม่ใช่ละครับ ก็คงมีคณะกรรมการในชุดต่าง ๆ ขอความกรุณามอบข้อมูลนี้ ให้ผม แล้วก็จะไปตั้งกรรมการสอบสวนครับ ท่านก็คงจะเข้าใจนะครับ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยลงไปกํากับการจัดซื้อจัดจ้างถุงยังชีพก็คงจะเป็นเรื่องที่มันเหลือเชื่อ สําหรับตัวผมที่จะต้องลงไปทําเรื่องพรรค์อย่างนี้ แต่ข้อมูลที่ท่านให้มาผมก็จะเอาไป แล้วก็ไปสอบข้อเท็จจริงเพื่อจะได้นํากราบเรียนท่านเป็นส่วนตัว หรือในทางสาธารณะ อีกครั้งหนึ่งครับ
ท่านวิลาศเอาเฉพาะที่พาดพิงให้ท่านเสียหายก็แล้วกันนะครับ
พอดีท่านถามผมครับ ท่านถามผม ท่านจะขอคําแนะนํา ผมก็ฝากท่านเลยครับ ไปถามไอ้เบ้ครับ
เชิญท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ ครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ศึกษาเอกสารร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจําปี ๒๕๕๕ แล้วก็ได้เห็นวิธีการ การจัดทํางบประมาณของปีนี้ก็ไม่ได้แตกต่างจากปีที่แล้ว ๆ มา แต่ก็จะมีความแตกต่าง ตรงที่นโยบายและวงเงินงบประมาณเท่านั้น ท่านประธานที่เคารพ ปีนี้งบประมาณปี ๒๕๕๕ ได้วางไว้รวมทั้งสิ้น ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับงบประมาณของปี ๒๕๕๔ จะเห็นได้ว่าปีนี้เพิ่มขึ้น ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ ๙.๗ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ ๙.๗ ลักษณะงบประมาณเป็นงบประมาณขาดดุลก็คือ รายจ่ายมากกว่ารายรับ สิ่งนี้ผมไม่แปลกนะครับว่าทําไมรัฐบาลนี้ได้วางงบประมาณ ในลักษณะที่ขาดดุลมีรายจ่ายมากกว่ารายรับ ก็เนื่องจากว่ารัฐบาลโดยการนําของพรรคเพื่อไทย เน้นความสําคัญในเรื่องของประชานิยมมากกว่าการที่จะมุ่งในการที่จะพัฒนาในด้าน ของรายได้ หรือการพัฒนาประเทศและเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศ ท่านประธานที่เคารพ ผมมีความกังวลแล้วก็หนักใจเป็นอย่างมากในการนําของรัฐบาล โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะว่านางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ต้องยอมรับว่าอ่อนด้อยประสบการณ์ทางการเมืองมาก ท่านมีความจําเป็นที่จะต้องเข้ามา รับตําแหน่งนี้เพื่อที่จะสนองความต้องการของใครอาจจะเป็นบางคนก็ได้ เพราะฉะนั้น ในการที่จะมั่นใจว่าการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นมันจะไม่ทํา ให้เกิดความมั่นใจได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถ้าเราดูสภาพจากการแก้ปัญหามหาอุทกภัยในครั้งนี้จะเห็นได้ว่าท่านนั้นยังขาดภาวะ ของความเป็นผู้นําอย่างชัดเจน จากการแสดงวิสัยทัศน์หลาย ๆ ครั้งหลาย ๆ ที่ ขาดความมั่นใจในตัวเอง ขาดความเด็ดขาดในการตัดสินใจปัญหาสําคัญ ๆ ที่มีอุปสรรค โดยเฉพาะเหตุการณ์มหาอุทกภัยในครั้งนี้สะท้อนถึงความอ่อนแอในการเป็นผู้นํา และครั้งนี้ ผู้นําก็เป็นสุภาพสตรีแต่ผมไม่ได้ตําหนิว่าท่านเป็นผู้นําของการเป็นสุภาพสตรีแล้วจะมี ความไม่เข้มแข็ง แต่โดยเฉพาะท่านนั้นเป็นผู้นําที่เป็นสุภาพสตรีที่แตกต่างกับผู้นําสุภาพสตรีอื่น ๆ ที่มีจิตใจเข้มแข็ง มีความเด็ดขาด เพราะฉะนั้นตรงนี้เองสะท้อนให้เห็นได้ว่าการเป็นผู้นํา ขาดประสบการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางการเมืองนั้นถึงแม้ว่าท่านจะมีเจตนาดี แต่การตัดสินใจที่ไม่เด็ดขาดอ่อนด้อยประสบการณ์ก็จะส่งผลกระทบกับผลประโยชน์ ของประชาชนและประเทศชาติโดยรวมอย่างแน่นอน สิ่งที่ผมอยากจะให้ความสําคัญ ในการพิจารณางบประมาณในครั้งนี้ นอกจากปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชนทางภาคเหนือ ภาคกลาง แล้วก็กรุงเทพมหานครในขณะนี้ก็คือมหาอุทกภัยแล้ว สิ่งที่เป็นปัญหาที่ยาวนานเกิดขึ้นมาในยุคของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร จนถึงวันนี้ นั่นก็คือสถานการณ์ความไม่สงบอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปีนี้ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตในงบประมาณด้านยุทธศาสตร์รากฐานการพัฒนาที่สมดุลสู่สังคม ของรัฐบาลนี้ ซึ่งตั้งรวมทั้งสิ้น ๔๗๕,๐๐๐ ล้านบาทเศษ แยกเป็นแผนงานการแก้ไขปัญหาและพัฒนา จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๑๖,๒๗๗ ล้านบาท รวมถึงแผนงานการแก้ไขและป้องกัน ยาเสพติดอีก ๙,๖๙๗ ล้านบาท ล้วนแล้วไปเกี่ยวข้องในเรื่องของความมั่นคงทั้งสิ้นที่กระทบ กับชีวิตความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนทั้งสิ้น แต่ในขณะเดียวกันนั้นทางรัฐบาล ได้เตรียมแผนงานในการที่จะหารายได้หรือเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศไทย หรือแหล่งธรรมชาติแหล่งท่องเที่ยวที่ดีที่ใคร ๆ ก็อยากจะมาท่องเที่ยว แต่รัฐบาลนี้ กลับส่งเสริมในด้านของการท่องเที่ยวนั้นเพียง ๖,๖๔๒ ล้านบาทเท่านั้น เพราะฉะนั้น จะเห็นได้ว่างบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทของรัฐบาล ยุคของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้นจะเห็นได้ว่าเน้นในโครงการที่จะเป็นประชานิยม แล้วก็เป็นโครงการที่มุ่งเพื่อการเมือง เท่านั้น เพราะฉะนั้นถึงไม่แปลกใจว่าการที่จะจัดงบประมาณ จะเป็นงบกลางก็ดี อาจจะไป ตั้งโดยขาดรายละเอียดถึง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ คนได้อภิปราย ไปแล้วนั้นไม่มีรายละเอียด ก็เลยเป็นที่กังขาของหลาย ๆ ท่าน
ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้สะท้อนให้เห็นถึงภาวะของความเป็นผู้นํา และการอ่อนด้อยประสบการณ์ทางการเมืองของผู้นําที่เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ผมอยากจะเรียนถึงปัญหาที่รัฐบาลนี้ได้กําหนดขึ้นมาเพื่อที่จะแก้ไขสถานการณ์ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นั่นก็คือการที่จะไปเปลี่ยนแปลงองค์กรหรือโครงสร้างของ ศอ.บต. ปัจจุบันนี้ซึ่งเพิ่งประกาศใช้ไป ๑๐ เดือนเท่านั้น และขณะนี้ผลงานก็ได้ประจักษ์ออกมาแล้ว เป็นที่ยอมรับ ไม่ว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่แล้วก็บรรดาข้าราชการทั้งหลายที่อยู่ในพื้นที่ ยอมรับว่าในองค์กรหรือโครงสร้างของ ศอ.บต. ชุดใหม่นั้นเป็นที่ยอมรับและเป็นที่มั่นใจ ของพี่น้องประชาชน แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลนี้กําลังจะเปลี่ยนแปลงเป็น ศบชต. หรือศูนย์บูรณาการจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ผมจะขอผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลความมั่นคงแล้วก็ดูแลสถานการณ์ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้โปรดพิจารณา ให้ละเอียดสักนิดเถอะครับ อย่าเพิ่งวู่วามครับ ครั้งหนึ่งเราเคยยุบ ศอ.บต. ไปแล้ว และวันนี้ เราต้องการยุบแล้วก็เปลี่ยนแปลงโครงสร้างใหม่โดยที่ไม่คํานึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น และประสิทธิภาพในการทํางาน เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะให้ท่านรองในฐานะที่ดูแลแทน นายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศอ.บต. ชุดใหม่นี้เขามีคณะที่ปรึกษา ซึ่งล้วนแล้วเป็น ตัวแทนทุกภาคส่วนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นํามีทั้งอิหม่าม มีพระสงฆ์ องค์เจ้า มีทั้งผู้บริหารหรือผู้นําทางเศรษฐกิจ หรือผู้นําทางธรรมชาติ เขาไปเป็นที่ปรึกษา ของคณะเพื่อในการที่จะนําปัญหาการแก้ไขและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ เกินแล้วหรือครับ
ท่านเกินมาเกือบนาทีครึ่งแล้วครับ
ครับ ถ้าอย่างนั้นก็ขอฝากไว้กับ ท่านรองว่า ในกรณี ศบ.กช. ของรัฐบาลที่กําลังจะมีการเปลี่ยนแปลง ขอเถอะครับ ขอให้ พิจารณาในรายละเอียด แล้วก็ทําประชาพิจารณ์ให้รอบคอบสักนิดหนึ่งอย่าให้พี่น้อง แล้วก็ตัวผมเองจะต้องรับภาระในเรื่องของความทุกข์ยากในสถานการณ์ความไม่สงบ อีกต่อไป ขอบคุณครับ
เชิญท่านชํานิ ศักดิเศรษฐ์ ๗ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ สําหรับเวลาอาจจะคลาดเคลื่อนเล็กน้อยนะครับ แต่ว่าจะใช้เวลาของฝ่ายค้าน ท่านประธาน ที่เคารพครับ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานต่อไปนี้ แม้ว่าเพื่อนสมาชิก หลายท่านได้มีการอภิปราย แล้วก็พูดจาปัญหานี้ไปบ้างแล้ว แต่ผมเห็นว่าปัญหาของ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาที่อยู่ในเงื่อนไขใหม่ อยู่ในสถานการณ์ใหม่ แล้วก็ มีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องเกิดขึ้น ผมตั้งใจจะพูดปัญหานี้กับท่านนายกรัฐมนตรี เป็นการเฉพาะ ตั้งใจจะพูดกับท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลงานทางด้านความมั่นคง รวมทั้ง ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลปัญหาจังหวัดภาคใต้โดยตรงด้วย ที่ต้องกราบเรียน กับท่านประธานอย่างนี้ก็เพราะว่ายุทธศาสตร์การสร้างรากฐานการพัฒนาที่สมดุลในแผนงาน แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้จํานวน ๑๖,๒๗๗.๖ ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบ ในภาคใต้ เพื่อควบคุมสถานการณ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ รวมทั้งการให้ความ ช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบและการอํานวยความยุติธรรม อย่างทั่วถึง ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป้าหมายของการจัดทํางบประมาณในครั้งนี้ ผมไม่ติดใจในเรื่องของงบประมาณจะเพิ่มขึ้น หรือลดลง แต่สิ่งที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า บัดนี้สถานการณ์จังหวัดชายแดน ภาคใต้นั้นได้แตกต่างจากวันที่ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีแล้วอย่างสิ้นเชิง บัดนี้สถานการณ์ได้กลับเข้าสู่ภายใต้เงื่อนไขใหม่ ภายใต้ ๒ เรื่องเดียวกัน นั่นก็คือว่า นี่คือการกลับมาของรัฐบาลทักษิณที่มีคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อม ๆ กับ การปรับโครงสร้างของผู้รับผิดชอบปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้หวนคืนกลับมาใหม่ อีกครั้งหนึ่ง นี่คือทศวรรษใหม่ นี่คือรัฐบาลใหม่และนี่คือการสร้างเงื่อนไขใหม่ ท่านประธาน คงจําได้นะครับ ในวันที่คนไทยทั่วทั้งประเทศกําลังอยู่ภายใต้วิกฤติภัยพิบัติอุทกภัยรุนแรงไป ทั่วประเทศ แต่เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคมได้มีการวางระเบิดที่จังหวัดยะลา ๓๐ ลูก มีความถี่ ในการระเบิด ๓ นาที ๕ นาทีติดต่อกันเรื่อย ๆ จนกระทั่งมีผู้เสียชีวิตในวันนั้น ๓ คน มีการตาย ๓๐ คน เหตุการณ์อย่างนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้นครับ ได้มีความต่อเนื่องทุกวัน มีความถี่สูง มีความเสียหายสูงและมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ๒๕ ตุลาคมคืออะไรครับ ๒๕ ตุลาคมคือกรณีของตากใบ กรือเซะ เป็นกรณีที่เกิดเหตุการณ์ เป็นกรณีที่ใช้วันนี้ เป็นสัญลักษณ์ของการใช้ความรุนแรงผมพูดอย่างนี้ไม่ได้คิดเอาเองท่านประธานครับ ผมได้ติดตามการเคลื่อนไหวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาตลอดระยะเวลาหลายสิบปี ตั้งแต่วันที่ท่านชวน หลีกภัย เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีผมมีส่วนได้เกี่ยวข้อง ผมมีส่วน ที่ได้ดูแลในเรื่องนี้ ปัญหากรณีตากใบและกรือเซะ เป็นปัญหาที่ก่อนที่สงครามจะสิ้นสุด วันที่ท่านชวน หลีกภัย มอบบทบาทให้กับรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ วันนั้น จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับคืนสู่ปกติแล้ว เหลือเรื่องของการแก้ไขปัญหาที่ตกค้างและ การพัฒนาเท่านั้น แต่เมื่อเกิดกรณีตากใบ กรือเซะขึ้น มันเป็นความรุนแรงที่กระบวนการ เคลื่อนไหวใช้อ้างและก่อกระแสความรุนแรงตลอดมา และกําหนดให้กรณีตากใบ กรือเซะ เป็นสัญลักษณ์ใหม่ของสงครามยืดเยื้อ และก่อกระแสความรุนแรงตลอดมาและกําหนดให้กรณีตากใบ กรือเซะเป็นสัญลักษณ์ใหม่ ของสงครามยืดเยื้อ นี่คือปัญหาที่ท้าทาย นี่ปัญหาที่เกิดขึ้น และวันนี้ความรุนแรง ที่เคยวนเวียนอยู่ที่ยะลา วนเวียนอยู่ที่นราธิวาสกลับไปวนเวียนอยู่ที่ใจกลางของจังหวัดยะลา นี่เป็นความรุนแรงที่ไม่สามารถที่จะรักษาเหตุการณ์ให้มันคืนสงบตามภาวะปกติได้ ความรุนแรงนี้เป็นสิ่งที่ท้าทาย ผมไม่ได้หมิ่นประมาท ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะกล่าวหาเธอคือ รัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ แต่ท่านประธานครับ วันเวลาเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ววันที่คุณทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี เหตุการณ์นี้ถูกจารึกและนี่คือตํานานในทางการเมืองของภาคใต้ และเมื่อไม่กี่วันมานี้ครับเราได้ปรับโครงสร้างของจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี ท่าน พลตํารวจเอก โกวิท วัฒนะ เป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง มีพลตํารวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เป็นเลขาธิการ สมช. มีพันตํารวจเอก ทวี สอดส่อง เป็นเลขาธิการ ศอ.บต. มีพลตํารวจโท ไพฑูรย์ ชูชัยยะ เป็นผู้บัญชาการตํารวจภาค ๑๐ ๔ ท่านนี้เป็นคนที่ ผมรู้จักเป็นส่วนตัว ๔ ท่านนี้เป็นคนที่ผมเคยร่วมงานด้วย เราเคยร่วมงานกันได้และทํางานดี แต่ท่านประธานครับบนโครงสร้างนี้มันสะท้อนอะไร บนโครงสร้างนี้มันสะท้อนการที่เรารับ ตํารวจกลับคืนมา เราเอาแนวทางที่เราเคยผิดพลาดในอดีตกลับคืนมา นี่คือความท้าทาย และนี่คือการส่งสัญญาณใหม่ไปสู่ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกครั้งหนึ่ง ออกจะดีอยู่นิดหนึ่ง ตรงที่ว่ามีท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ไปกํากับ ถูกมอบหมายให้กํากับดูแล ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่บนภาพนี้เป็นเรื่องของการกํากับ ดูแลเป็นการเฉพาะงานนี้เป็นงานความมั่นคง งานนี้เป็นเรื่องที่เราใช้กลไกเฉพาะส่วนเข้าไป จัดการเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมกราบเรียนท่านประธานแล้วว่า ๔ ท่านนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องบุคคลที่มีความผิด แต่ ๔ ท่านนี้เป็นตํารวจ ๔ ท่านนี้คิดแบบตํารวจ ท่านประธานครับ พ.ศ. นี้อย่าว่าแต่รับตํารวจเลยครับ แม้ใครใช้คําว่าการเมืองนําการทหาร ก็ยังผิดเลยครับ การเมืองนําการทหารเป็นชุดความคิด เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการต่อสู้ เชิงอุดมการณ์ในช่วงเวลาของสงครามเย็นเท่านั้นละครับ ในยุคใหม่ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า รับตํารวจ ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าการเมืองนําการทหาร แต่ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีสิ่งเดียวคือ การอํานวยความยุติธรรมและการพัฒนาที่เท่าเทียม ผมลุกขึ้นอภิปรายกับท่านประธานตรงนี้ ด้วยเงื่อนไข ๒ ปัจจัยนี่ครับ การมาของรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร การเปลี่ยนโครงสร้าง โดยใช้โครงสร้างของตํารวจลงไปดูแลภาคใต้ ๒ อย่างนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ผิด ๒. ส่งสัญญาณนี้ เป็นการก่อความรุนแรง และความรุนแรงได้มาท่ามกลางกระแสน้ําที่ไหลบ่าเข้าสู่ท่วม กรุงเทพมหานครในวันนี้ รัฐบาลจะทําเป็นไม่ได้ยินเลยไม่ได้ครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงไม่ออกมาพูดจาเลยครับ คนที่ดูแลเรื่องนี้ไม่ได้สนใจเรื่องนี้เลยครับ นี่คือปัญหาที่ผมขอใช้เวลาเพียงสั้น ๆ นี้มากราบเรียนกับท่านประธานก่อนในวันที่เราแถลง เราของบประมาณ เพื่อที่ไปดําเนินการดูแลจังหวัดภาคใต้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ท่านจะต้องเปลี่ยนแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าท่านจะต้องเปลี่ยน ผู้รับผิดชอบที่ยืนอยู่ในชุดความคิดแบบเดิม ในการจัดการปัญหาภาคใต้แบบใช้วิธีการ ที่รุนแรง ต้องกลับไปสู่การอํานวยความยุติธรรม การพัฒนาที่เท่าเทียมและความเสมอภาค ที่คนไทยทุกคนต้องได้รับโอกาส ผมกราบเรียนกับท่านประธานด้วยเวลาเพียงสั้น ๆ เท่าที่มีอยู่ และนี่คือเป็นเงื่อนไขที่ต้องยืนยันครับว่า งบประมาณที่จะเกิดขึ้นในวันนี้มีมากมีน้อย แม้จะเป็นเรื่องสําคัญ ก็ยังเป็นเรื่องที่เป็นรองของการส่งสัญญาณ เรื่องของการจัดการ หาแนวทางและเรื่องของการดูแลนโยบายในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยตรง ผมมีคําที่อยากจะถามกับท่านเป็นการเฉพาะ แล้วผมก็คิดว่านี่เป็นคําตอบที่เราสามารถ แลกเปลี่ยนกันได้ในวันนี้ก็คือว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้เข้าใจปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างไร ในฐานะนายกรัฐมนตรีและประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ท่านคิดอย่างไรกับกระบวนการ ก่อความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้ถือเอากรณีตากใบกรือเซะ เป็นสัญลักษณ์ใหม่ ของสงครามยืดเยื้อ
ประการที่ ๒ การเข้าสู่พิธีสวมฮิญาบแดงที่จังหวัดยะลา คุณยิ่งลักษณ์ในช่วง ของการรณรงค์เลือกตั้งเป็นความเกี่ยวข้องกับการส่งสัญญาณอะไรต่อประวัติศาสตร์ ทางนโยบายของการแก้ไขปัญหานี้หรือไม่ หรือเป็นเพียงแบบแผนของสคริป (Script) ที่ถูกผู้กํากับเขากําหนดไว้ว่าให้ต้องทําอย่างนั้น เรื่องนี้ผมไม่ได้ตั้งใจกระแนะกระแหน เรื่องนี้ เป็นความสําคัญ เพราะผมแน่ใจว่าวันไปเข้าสู่พิธีสวมฮิญาบแดงเป็นการส่งสัญญาณอย่างหนึ่ง ของท่านนายกรัฐมนตรีต่อจังหวัดชายแดนภาคใต้
ประการที่ ๓ ครับ ท่านนายกรัฐมนตรียังยืนยันที่จะใช้แนวทางรับตํารวจ แก้ปัญหานี้ต่อไปหรือไม่
ประการที่ ๔ สุดท้ายครับ ภายใต้เงื่อนไขของแนวทางและตํารวจ ซึ่งเผชิญหน้ากับกระบวนการตากใบ กรือเซะ สัญลักษณ์ใหม่ของสงครามยืดเยื้อ ท่านนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและผู้รับผิดชอบเชื่อได้อย่างไรครับ ว่างบประมาณ ๑๖,๒๗๗.๖ ล้านบาท จะใช้เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ๔ หัวข้อนี้เป็นหัวข้อที่ผมอยากจะตั้งคําถาม และเป็นหัวข้อที่ผมอยากจะแลกเปลี่ยน กับผู้รับผิดชอบในปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ ท่านประธานครับ
ท่านสมาชิกครับ ตามข้อตกลงเราแบ่งเวลากันฝ่ายละ ๑๓ ชั่วโมง ขณะนี้ฝ่ายรัฐบาลเหลือเวลาอยู่ ๓๙ นาที ฝ่ายค้านเหลือเวลาอยู่ ๓๐ นาที แล้วก็มีผู้แจ้งจํานงที่จะพูด รัฐบาลไม่มีนะครับ ฝ่ายค้าน ยังเหลืออยู่ทั้งหมด ๕ ท่าน มีท่านสุทธิ ๗ นาที ท่านชูวิทย์ ๑๒ นาที ท่านชื่นชอบ ๗ นาที รุ่งโรจน์ ๔ นาที ศุภชัย ๑๑ นาที รวมเวลาทั้งหมด ๔๑ นาที เกินเล็กน้อยไม่เป็นอะไรนะครับ ก็จะดําเนินการตามนี้นะครับ เชิญท่านสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ ๗ นาที
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๒๓ พระโขนง-บางนา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านครับ จากที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ที่ได้แถลงนโยบายเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ นั้น พี่น้องประชาชนในเขตผมก็อยากทราบนะครับว่าขณะนี้มีปัญหาแล้วครับ เรื่องเบี้ยยังชีพ ๕๐๐ บาท ของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ได้จ่ายประจําทุกเดือน ตอนนี้ เป็นเดือนที่ ๒ กําลังจะเข้าเดือนที่ ๓ แล้ว ยังไม่ได้รับ เห็นบอกว่าจะเปลี่ยนเป็น ๖๐๐ บาท หรือ ๗๐๐ บาท หรือ ๘๐๐ บาท พี่น้องประชาชนอยากจะกราบเรียนตรงนี้ว่า ๕๐๐ บาท จ่ายมาก่อนได้ไหมครับ ส่วนที่เหลือค่อยตามมาทีหลังครับท่านครับ เพราะถ้าเผื่อพวกเขา รวยแบบพวกเราทุกคนนะครับ แบบรัฐบาลก็คงไม่มีปัญหาครับ เงิน ๕๐๐ บาทสําหรับ คนที่ไม่มีเงิน ผมว่าเงิน ๕๐๐ บาท ก็เป็นสิ่งที่จําเป็นในชีวิตของเขาครับ งบประมาณทั้งหมด ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนกว่าครึ่งประเทศที่เดือดร้อน น้ําท่วม เขาอยากจะทราบว่าเงิน ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้รัฐบาลจ่ายไปแล้ว ชีวิตเขาจะดีขึ้น หรือไม่ ปีหน้าอีกไม่กี่เดือนน้ําจะท่วมอีกหรือเปล่า ก็คงจะต้องตอบนะครับรัฐบาล ต้องตอบว่าน้ําจะดีขึ้นหรือไม่ และผู้ที่มีความสามารถ ผู้ที่มีศักยภาพของรัฐบาลกับ การบริหารน้ําที่ผ่านมาเป็นอย่างไร จริง ๆ แล้วผมเองบอกว่าจํานวนพื้นที่รับน้ําจากทางเหนือลงมาสู่กรุงเทพฯ เราสามารถที่จะ รู้ได้ จํานวนปริมาตรน้ําเราก็สามารถที่จะคํานวณได้ ระยะทางของน้ําที่ไหลลงมาจากที่สูง ลงสู่ที่ต่ํา จากทางเหนือลงมาสู่กรุงเทพฯ ๑ ใน ๓ ส่วนที่ไหลลงมาออกสู่แม่น้ําเจ้าพระยา ออกสู่ทะเลเราก็รู้นะครับ สิ่งหนึ่งที่ไม่รู้ครับท่านครับ คือรัฐบาลจะบริหารน้ํานั้นอย่างไร ให้ก่อเกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่น้ําทําให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนอย่างนี้ ท่านครับเดือดร้อน อย่างไร พี่น้องที่น้ําท่วมก็เครียด ที่บ้านผมครับ เขตพระโขนง-บางนา ถามบอกว่าท่วมไหม บอกไม่ท่วมครับ ไม่ท่วมถามบอกว่าเครียดไหม เครียดยิ่งกว่าคนท่วมอีกนะครับ เพราะทําไมครับ ท่านนายกรัฐมนตรีออกข่าวอยู่ตลอดนะครับ ทีวี สื่อทุกสื่อออกข่าวว่าเขตพระโขนง-บางนา จะต้องท่วม ท่านครับ พี่น้องประชาชนเดือดร้อน เครียดกับสื่อต่าง ๆ ที่ไปถึงเขานะครับ ตรงนี้ก็ต้องฝากรัฐบาล ต้องพูดให้ชัดเจนนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนตกใจ นะครับว่า ศปภ. จะย้ายไปอยู่ไบเทค เพราะ ศปภ. ไปที่ไหนน้ําท่วมที่นั่นครับท่านครับ ในส่วนตรงนี้ก็ต้องรบกวนว่าอย่าย้ายไปเลยครับ เพราะไบเทคที่นั่นก็ใกล้บ้านผมนะครับ ชาวพระโขนงบางนา คงไม่ต้อนรับครับท่านครับ เพราะความเชื่อมั่นในความเป็นผู้นํา ในขณะนี้ผมบอกว่าเป็นปัญหาครับท่านครับ คําว่าวิกฤติที่นายกรัฐมนตรีพูดอยู่เสมอท่านครับ คือใช้กับคนที่ไม่มีความพร้อมเท่านั้นนะครับ ผู้ที่ไม่มีความพร้อมก็จะรู้นะครับ คําว่าวิกฤติ เป็นอย่างไร หากเรามีความพร้อมครับท่านครับ เราจะไม่เกิดวิกฤติอย่างเด็ดขาด อย่างแน่นอนครับท่านครับ เขาดูความตั้งใจในการแก้ปัญหาของรัฐบาลว่าเงิน ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ครับ เป็นหนี้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะผ่านไปนี่ละครับวาระที่หนึ่ง และชีวิตเขาจะดีขึ้นอย่างไร จะดูแลชดใช้เขาอย่างไรเพื่อให้เขามีความสุขคืนกลับมา ให้เป็นปกติสุขครับท่านครับ ขนาดสิ่งที่จับต้องได้ น้ํานะครับก็ยังเป็นปัญหา และสิ่งที่จับต้อง ไม่ได้ท่านครับ ท่านจะบริหารอย่างไร จะบริหารแบบยิ่งลักษณ์หรือแบบยิ่งเลอะครับท่านครับ เพราะทําไมครับท่านครับ เรื่องยาเสพติด ถ้าหากเราบริหารไม่เป็น บริหารไม่เข้าใจนะครับ มันไม่สามารถที่จะแก้ไขได้หรอกครับ เงิน ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านคิดว่าจะแก้ไขได้หรือครับ ท่านจะแก้ไขปัญหาเรื่องยาเสพติดอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาวะอย่างนี้เขาทุกข์กันทั้งแผ่นดิน ทําธุรกิจท่านคิดว่าจะเก็บภาษีได้เยอะ แต่ผมอยากกราบเรียนท่านครับว่าคงจะลําบาก หมู่บ้านต่าง ๆ ถูกน้ําท่วมจะไปขายใครครับ สินค้าทุกตัวขึ้น ๒ เท่า ๓ เท่า บริษัทก่อสร้าง จะอยู่ได้หรือครับอย่างนี้ท่านต้องไปคิดนะครับว่าเป็นอย่างไร เราจะไปพึ่งพาตํารวจ ไปแก้ไข ปัญหาเรื่องยาเสพติด ท่านไปสังเกตดูสิครับ ไปดูสิครับว่าส่วนใหญ่ที่ค้ายาเสพติดมีตํารวจ ที่ไม่ดี ผมไม่ได้บอกตํารวจทุกคนนะครับ ตํารวจบางคนที่ไม่ดีมักจะมีส่วนอยู่เสมอนะครับ และผู้ค้ายาเสพติดท่านคิดว่าเงิน ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้จะไปเปลี่ยนนิสัยได้หรือครับ ท่านครับ เรื่องยาเสพติดตรงนี้นะครับ ท่านลองคิดให้ดีผลประโยชน์ยิ่งเยอะ คนก็ยิ่งอยากจะค้านะครับ ไปเปลี่ยนวิสัยได้หรือครับ ท่านครับเรื่องยาเสพติดตรงนี้ท่านลองคิดให้ดี ผลประโยชน์ ยิ่งเยอะคนก็ยิ่งอยากจะค้านะครับ ผลประโยชน์ยิ่งมากคนก็ยิ่งอยากจะทํา ตรงนี้ที่ท่าน จะต้องใส่ใจในส่วนตรงนี้ท่านครับ ท่านจะลดอย่างไร ทําอย่างไรให้ราคาของยาเสพติดลดลง ผู้ใช้ยาเสพติดไม่ต้องเสียเงิน ท่านต้องดูแลเขาเป็นอย่างดี ตราบใดถ้าเผื่อยาเสพติดมีราคา อย่างนี้ท่านไม่มีวันที่จะชนะได้โดยเด็ดขาดครับ
สมควรแล้ว กระมังครับ หมดเวลาแล้วครับ
ขอฝากนะครับว่า ทุกสถานการณ์เป็นตัวพิสูจน์ภาวะความเป็นผู้นําครับว่าท่านจะเป็นผู้นําที่ดีได้หรือไม่ ท่านยิ่งลักษณ์จะเป็นอย่างไรก็ต้องฝาก พี่น้องประชาชนกําลังดูอยู่ครับว่าจะเป็นอย่างไรครับ ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ๑๒ นาทีครับ
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ผม ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครักประเทศไทย วันนี้เรามาถกกันเรื่อง งบประมาณจากภาษีอากรของประชาชน แต่ถ้าเกิดไม่พูดเรื่องน้ําท่วมเดี๋ยวหาว่าไม่ทันสมัย เดี๋ยวนี้ต้องพูดว่าที่บ้านน้ําท่วมหรือเปล่า แต่วันพรุ่งนี้เรายังมีพูดกันเรื่องน้ําท่วม วันนี้พูดเรื่อง งบประมาณ ผมมาดูการวิเคราะห์งบประมาณ ตรงนี้นะครับรัฐบาลเขียนไว้ว่า เสถียรภาพ เศรษฐกิจภายในประเทศและภายนอกประเทศปีหน้าจะอยู่ในเกณฑ์ดี เศรษฐกิจไทย ในปี ๒๕๕๕ สามารถขยายตัวได้ประมาณ ๔.๕-๕.๕ ท่านครับผมไม่เชื่อ เหตุที่ไม่เชื่อ เดี๋ยวท่านจะดูว่าชี้แจงต่อไป ตรงนี้เขียนว่าความสําคัญการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบ จากปัญหาอุทกภัยร้ายแรงในช่วงปลายปี ๒๕๕๔ ควบคู่ไปกับการเร่งรัดสร้างรายได้ของ ประชาชน ท่านครับ นิคมท่วม โรงงานปิดกว่า ๒๐,๐๐๐ รายได้ประชาชนจะดีได้อย่างไร ละครับ พอมาดูเรื่องงบประมาณ รายรับ รายจ่ายเปรียบเทียบงบกลาง อื่น ๆ ต้องมาดูข้อ ๗ เงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็น ปี ๒๕๕๔ ๔๗,๐๐๐.๖ ปี ๒๕๕๕ ๖๖ เพิ่มขึ้น ๒๐,๐๐๐ ไปดูที่เกี่ยวข้องกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน ปี ๒๕๕๔ ได้ ๔๑,๐๐๐ ปี ๒๕๕๕ จะเอา ๔๓,๐๐๐ ไปดูกระทรวงคมนาคม ถนนหนทางพัง กรมทางหลวง ปี ๒๕๕๔ ได้ ๔๘,๐๐๐.๗ ปี ๒๕๕๕ ลดเหลือ ๔๖,๐๐๐.๙ ลดไป ๒๐,๐๐๐ ถนนหนทางน้ําท่วมพังพินาศแต่ตรงนี้ลด เป็นข้อสังเกตกระทรวงมหาดไทย กรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย ปี ๒๕๕๔ ได้ไป ๕,๒๐๐ ปี ๒๕๕๕ ลดเหลือ ๔,๓๐๐ สังเกตดูนะครับ เรื่องที่มันเกี่ยวกับน้ําที่ผมพูดกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และพูดถึงงบกลาง งบกลางเพิ่มขึ้น ๒๐,๐๐๐ กรมชลประทานเอาไปทําไม เอาไปทําไมตั้ง ๔๓,๐๐๐ เยอะเกินไป เหตุที่เยอะเกินไปเพราะอะไรครับ ฝ่ายค้านอย่างผมนี่ วันนี้ต้องมาตรวจสอบ แทนที่จะไปตรวจสอบคอร์รัปชันต้องมาตรวจสอบเรื่องน้ํา ต้องไปดู ระดับน้ํา ผมนี่ก็เก่งน้ํานะครับ แต่น้ําในอ่าง อ้ายนี่มันน้ําในคลอง ต้องไปรู้จักคลองมหาสวัสดิ์ คลองเปรมประชากร คลองทวีวัฒนา คลองสามวา คลองภาษีเจริญ ตอนนี้ ส.ส. ต้องกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ํา ทีวีทุกช่องมีผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ํา คนนี้พูดเรื่องน้ํา ได้เป็นฉาก ๆ ผมมาตรวจสอบคอร์รัปชัน ผมต้องมาตรวจสอบระดับน้ํา ๒ เดือนมานี้ ก็มีข่าวเรื่องเกี่ยวกับน้ําตลอด คนนั้นเก่ง คนนั้นพูดเรื่องบางโฉมศรี พลเทพ พูดเรื่องนั้น เรื่องนี้ฟังสับสนไปหมด ๒ เดือนมานี่ก็มีข่าวเรื่องเกี่ยวกับน้ําตลอด คนนั้นเก่ง คนนั้นพูดเรื่องบางโฉมศรี พลเทพ พูดเรื่องนั้นเรื่องนี้ฟังสับสนไปหมด ต้นน้ํา ปลายน้ํา ก้อนน้ํา เที่ยวนี้ก็มีเงินงบประมาณ เพิ่มขึ้น ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้เราพูดทั้งวันละครับ เงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเราต้องมาอุดรูรั่ว รูรั่วของประเทศนี้ ประเทศนี้ที่ตอนนี้ประชาชนต้อง กอดถุงทราย ต้องอยู่กับถุงยังชีพ นิคมต่าง ๆ พังพินาศ โรงงาน บ้านเรือน รถยนต์ ทรัพย์สิน พื้นที่เกษตร เรือกสวนไร่นาไม่สามารถเก็บผลผลิตได้ การท่องเที่ยวสูญสิ้น ช่วงนี้เป็นช่วง ไฮซีซั่น ที่ภูเก็ต ที่พัทยาก็ลดลง ตอนนี้เราพูดถึงวิกฤติซึ่งมีมูลค่ามากกว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เราไม่สามารถซื้อศรัทธาที่กําลังเกิดวิกฤตินี้กลับคืนมาได้ ต่างชาติมองโรงงานฮอนด้าจม ต่างชาติมองนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ จม รองนายกรัฐมนตรีท่านบอกว่าหลังน้ําลดเศรษฐกิจไทย จะพุ่ง ๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านเชื่อหรือครับ ต่างชาติที่ลงทุนในเมืองไทยที่ลงทุนอยู่ก็ยังลงทุน ต่อไป แต่ที่ลงทุนใหม่ไม่มาแล้วละครับ กลัว แล้วเพราะอะไรละครับท่าน บางคน ก็บอกว่า เพราะภัยธรรมชาติ พูดเรื่องเส้นกราฟ พูดเรื่องแท่งน้ํา ขึ้นลงเรื่องเขื่อน ผมมันคนไม่มีความรู้ แต่รู้อยู่อย่างหนึ่งครับ ว่าเรื่องนี้ผมไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ ผมเชื่อว่าเป็นเรื่องของมนุษย์คนคนหนึ่งครับ อย่าไปโทษกันไปโทษกันมา โทษให้สั้น ๆ ไม่สูงครับ เอากันสั้น ๆ ไม่ต้องยาว ก็สั้นนี่ละครับ เพราะมนุษย์มันมีสั้นมีสูง ต้องโทษคนสั้น ๆ เพราะอะไร เพราะความเห็นแก่ตัวหรือเปล่า เพราะความโหดเหี้ยมหรือเปล่า เพราะความลื่นไหล น้ํามันท่วมไปทุกที่ แต่มันเว้นวรรคได้ทําไมมันเว้นวรรคได้ มันมากตั้งแต่ตาก สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ ชัยนาท อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพฯ แล้วมันอ้อมไปนครปฐมได้ แล้วไปที่สมุทรสาคร ให้ท่าน ลองดูสิครับว่ามันเว้นจังหวัดไหนไป ผมไม่ต้องพูดหรอกครับ เดี๋ยวผมก็โดนประท้วง ผมไม่ต้องพูดว่าเว้นจังหวัดไหน น้ําท่วมมันเว้นวรรค ถ้าท่านบอกธรรมชาติ อย่างนั้น ผมบอกอีกประเทศไทย ประเทศลาว ประเทศเขมร ประเทศเวียดนาม หัวพายุ เข้าเวียดนาม หางมาที่ไทย แต่ทําไมไทยโดนหนักกว่าเขา ก็บอกว่าธรรมชาติอีก แล้วธรรมชาติทําไมเวียดนามมันโดนเบากว่าเรา ทําไมลาว ทําไมเขมรโดนเหมือนกัน แต่เบากว่าเรา พายุมันอ้อมได้ครับ มันอ้อมมาเข้าไทยที่เดียวเลย มันไม่ใช่ธรรมชาติ ท่านประธานที่เคารพ วันก่อนผมก็ไปเยี่ยมพี่น้องประชาชนเห็นแล้วสงสาร ผ่านไปบางบัวทอง เขาบอกว่ามีไอ้เข้ ผมเอาปืนยาวลูกซองในรถจะยิงไอ้เข้ว่ามันอยู่ไหน ไปเจอพี่ฉลอง เรี่ยวแรง พี่ฉลอง เรี่ยวแรง เป็น ส.ส. ผมไปพื้นที่ไหน ผมต้องขออนุญาตก่อน วันก่อนไปบางแค ขออนุญาตท่านโกวิทย์ ผมเอาของไปแจก วันก่อนเจอท่านธนาที่ดินแดงกําลังแจกของอยู่ วันนั้นไปบางบัวทองว่าจะเอาปืนลูกซองไปยิงไอ้เข้ ขอตอนนี้ก็ชักจะมีคลิปเยอะ พอดีผม ผ่านไปบางบัวทองก็งบประมาณของเราละครับที่สูญเสีย ผมเสียดายแทนขอให้เจ้าหน้าที่ ไม่ต้องเปิดคลิปครับ เปิดรูปถ่าย เปิดรูปถ่ายที่ผมไปเจอมา แทนที่จะเจอไอ้เข้เป็นฝูงไปเจอ อย่างอื่นจมอยู่ รถดับเพลิงครับ จมวายป่วงอยู่ ตรงนี้ละครับที่คนกรุงเทพฯ อย่างผม ก็เสียดาย เสียดายเพราะอะไรครับ เพราะชนะคดีก็ใช้ไม่ได้ แพ้คดีก็ใช้ไม่ได้อีก ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท งบประมาณของหลวงนี่ละครับที่จมอยู่ที่บางบัวทอง ถามว่าทําไมผมต้องเอาเรื่องนี้มาพูด ก็เพราะงบประมาณวันนี้ที่เราจะพูดกันมันเกี่ยวข้องกับเรื่องน้ํา นี่แหละครับ จมกันแบบจะ ๆ ขนกันไม่ทัน วายป่วงกันหมดทั้งหลวงทั้งประชาชน ผมก็จะบอกว่าเพราะอะไร ก็เพราะว่า มนุษย์ที่โหดเหี้ยมคนนี้ละครับ อุทกภัยครั้งนี้สื่อมวลชนซีเอ็นเอ็น เขาบอกว่าเกิดจากฝีมือ มนุษย์จมครึ่งคันนะครับ สีเหลือง สีแดง ไม่ต้องสนใจจมหมด จมหมดครับ ไม่เหลือ ไม่ได้เอา ไปใช้ ยังไม่ทันเอาไปใช้ก็พังแล้วครับนี่ว่าจะไปล่าไอ้เข้ ไปเจออ้ายนี่มาผมเลยต้องกดชัตเตอร์ (Shutter) และภัยธรรมชาติที่บอกว่ามันเกิดจากภัยธรรมชาติ น้ําท่วมอุทกภัยครั้งนี้ ผมว่า มันเกิดจากฝีมือมนุษย์ที่มันอ้อมไปอ้อมมา และผมไปทําอะไรได้ เที่ยวนี้จะมีคนเสนอครับ เอาละครับเที่ยวนี้จะมีคนเสนองบ จะต้องสร้างเขื่อน จะต้องสร้างคันป้องกัน เที่ยวนี้อะไร ต่อมาครับ ผู้รับเหมาครับ จัดซื้อจัดจ้าง เที่ยวนี้จะมากันคอมมิชชั่น (Commission) มากัน เยอะแยะไปหมด เพราะว่าประเทศจะต้องลงทุนป้องกันเรื่องอุทกภัยน้ําท่วมอีกเยอะ เที่ยวนี้ ถลุงงบกันคอมมิชชั่นบานครับ
ท่านประธานครับ ผมมันคนความรู้น้อยเรื่องน้ํา ไม่อยากจะเอาตัวเลขโน้น ตัวเลขนี้มา อยากจะให้ท่านได้เห็นว่าน้ําท่วมครั้งนี้มันอ้อมมาเข้าประเทศไทย และมันก็เว้นวรรค ผมไม่ได้อยากให้ประเทศไทยท่วมหรอกครับ แต่ผมบอกท่านว่า อย่าเพิ่งรีบตายนะครับ เพราะที่นรกน้ํามันยังท่วมอยู่ อย่าเพิ่งรีบ เพราะนรกน้ําท่วม รอให้ที่นรกน้ําแห้งก่อน และเวลาท่านตายท่านนึกถึงคนนะครับ คนกว่า ๕๐๐ กว่าคนที่ตายไป ความเดือดร้อนของประชาชน ธุรกิจ ทรัพย์สิน พังพินาศ ท่านนึกถึงพวกนั้นไว้ให้ดี และวันนี้ดูสิครับชาวบ้านอยู่กับอะไรครับ อยู่กับข้าวกล่อง ต้องกินกับข้าวกล่องนี่ละครับ กับน้ําขวดหนึ่ง เขาสมควรที่จะได้รับคุณภาพชีวิตแบบนี้จากรัฐบาลไทยหรือนักการเมืองไทย ก็แล้วแต่ รัฐมนตรีใดก็แล้วแต่ อธิบดีที่ใดก็แล้วแต่ เขาไม่มีสิทธิ ไม่มีสิทธิที่จะให้คนไทย ต้องมากินข้าวกล่องกับน้ํา ๑ ขวด แล้วก็ไปอุจจาระอยู่ข้างทาง
ก่อนจบนะครับ ผมยืนยันหลักฐานอีกชิ้นหนึ่งครับ เวลาที่ผมเลยก็ตัดของ ฝ่ายค้านไปเลยครับ
ท่านชูวิทย์ครับ ไม่มีเวลาให้ตัดแล้วนะครับ ใช้เวลาเกินนะครับ
ครึ่งนาทีครับท่านประธาน
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ อธิบดี กรมชลประทานพูดไว้เมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน ห่างกันแค่ ๕ เดือนครับ อันนี้เป็นหลักฐาน ที่ชัด ๆ เลยว่าท่านพูดว่าอย่างไร การจัดสรรน้ําที่ผ่านมา ณ วันที่ ๑ พฤษภาคม เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์เรายังมีน้ําที่ใช้งานได้ดีกว่าปีที่แล้ว ปีนี้ปี ๒๕๕๔ นะครับ พูดไว้ว่าดีกว่าปีที่แล้ว คือปี ๒๕๕๓ ก็แค่ ๕ เดือนนี่แหละครับ จมกันหมดนะครับ ถ้าบริหารถ้าพูดอย่างนี้แล้วก็ยังมี คนต่อนะครับ แต่ผมไม่บอกว่าคนนี้ใครพูด เขาพูดว่าดีกว่าปีที่แล้ว คืออยากได้น้ําอีกครับ อันนี้พูดตอนพฤษภาคม ปี ๒๕๕๔ ปีนี้นะครับ ก่อนหน้าเกิดเหตุการณ์แค่ ๕ เดือน ท่านประธานครับ ขอขอบคุณครับเวลาที่เกิน ผมเอาแค่นี้ครับ เพราะพรุ่งนี้จะได้พูดต่อ เรื่องน้ําท่วม ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เหลือฝ่ายค้านที่จะพูด ๓ ท่านนะครับ
(นายฉลอง เรี่ยวแรง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญท่าน ประท้วงใช่ไหมครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ฉลอง เรี่ยวแรง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี ก็ถือว่าใช้สิทธิพาดพิงก็แล้วกันนะครับ เพราะว่าเอ่ยที่บางบัวทอง เอ่ยที่ไทรน้อย แล้วก็รูปที่ท่านเอามาโชว์ตรงนั้นนะครับก็เป็น สุสานรถ เป็นสมบัติของ กทม. โดยใช้เงินภาษีของพ่อแม่พี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร รถจํานวนตรงนั้นนะครับอยู่ในเขตเลือกตั้งของผมเอง หมู่ที่ ๖ ตําบลบางบัวทอง ประมาณ ๒๐๐ คัน มีเครื่องมือที่ทันสมัย และถ้านํารถจํานวนนี้มาใช้งานบริหารเกี่ยวกับการน้ําท่วม ของ กทม. ซึ่งเป็นสิทธิของ กทม. โดยความชอบธรรม เพราะสิ่งเหล่านี้ท่านได้มีการซื้อขาย มาแล้ว หรือจะพูดว่าสิ่งของเหล่านี้อยู่ในระหว่างที่ดําเนินคดีกันอยู่ ก็ไม่เห็นจะเป็น เรื่องแปลกอะไรถ้าเอามาใช้ให้มันเกิดประโยชน์กับพ่อแม่พี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร ซึ่งบุคคลเหล่านั้น
ท่านฉลองครับ ท่านใช้สิทธิพาดพิงทําให้เกิดความเสียหายนะครับ
เอาอย่างนี้ครับ
เอาเฉพาะที่ท่าน เสียหาย
ก็เสียหายนิดหนึ่งครับว่าสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้น ที่พื้นที่จังหวัดนนทบุรีและบางบัวทองเขตเลือกตั้งของผมด้วย เป็นสุสานรถ รถใหม่ ๆ นะครับ ซื้อโดยเม็ดเงินภาษีของพ่อแม่พี่น้องของคนกรุงเทพฯ
ท่านฉลองครับ เดี๋ยวก็มีคนประท้วงผู้ประท้วงอีกนะครับ
ก็เอาอย่างนี้แล้วกันครับท่านประธานครับ ผมก็ขอยืนยันแล้วกันว่าสิ่งที่ท่านชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ พูดนั้นและที่ไปเห็นมานั้นครับ คือเป็น เรื่องจริงทั้งหมดทั้งสิ้น แล้วก็เสียดายนะครับว่าเงินภาษีของพ่อแม่พี่น้องตรงนั้นเอาไปกองทิ้ง เป็นขยะ ผมเสียดายครับ
พอสมควรแล้ว เดี๋ยวก็มีผู้ประท้วงอีก เอาละครับ พอแล้วครับ
ท่านประธานก็ให้เขาประท้วงมาสิครับ
พอสมควร แล้วครับ จบแล้วครับ
(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณหมอครับ พอแล้วครับ เชิญครับคุณหมอวรงค์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ ผมว่าท่านประธานล้มเหลวจริง ๆ ในการทําหน้าที่ครับ เมื่อกลางวันเราคุยกันแล้ว ไม่ใช่หรือครับว่าการใช้สิทธิพาดพิงคุณฉลองจะต้องเสียหาย ไม่ใช่ว่าเอ่ยถึงพื้นที่ไหน ส.ส. ท่านนั้นมีสิทธิประท้วงได้เดี๋ยวจะไปกันใหญ่ท่านประธาน ผมเตือนท่านนะครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ครับ ขอบคุณครับ จบนะครับ เชิญท่านชื่นชอบ คงอุดม ๗ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายชื่นชอบ คงอุดม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมก็จะมาอภิปรายในงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ในเรื่องของ ที่เกี่ยวกับยาเสพติดนะครับ ซึ่งก็เกี่ยวข้องกับหลายกระทรวงด้วยกันนะครับ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ประกาศเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ก็อยู่ที่ทั้งหมด ๙,๖๙๕ ล้านบาทเศษนะครับ ซึ่งตรงนี้ผมก็มีความเป็นห่วงนะครับว่า การจะปราบปรามยาเสพติด การปราบปรามอย่างเดียวรับรองครับไม่มีทางหมดแน่นอนนะครับ ถึงแม้ท่านจะจับได้เป็นหมื่นเป็นล้านบาทนะครับของมูลค่ายาเสพติดก็ไม่สามารถป้องกันได้ นะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สําคัญก็อยู่ที่การป้องปรามนะครับ ซึ่งตรงนี้ก็มีงบประมาณอยู่ ๓,๘๔๐ ล้านบาท ในกระทรวงมหาดไทยซึ่งเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมอาชีพการเฝ้าระวัง กลุ่มเสี่ยงแล้วก็การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ซึ่งก็ยังถูกทอนลงไปอีก นะครับเหลือเพียง ๒,๙๑๐ ล้านบาทเท่านั้นนะครับ ซึ่งในส่วนที่เหลือถูกทอนไปก็กลายเป็น งบของการบําบัด ซึ่งก็มีการซ้ําซ้อนในหน่วยงานหลาย ๆ กระทรวงด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงยุติธรรม สํานักงานตํารวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทยก็มีการจัดสรรงบประมาณ ตรงนี้ขึ้นไปอยู่ที่การบําบัด ซึ่งผมก็เป็นห่วงนะครับว่าสํานักงานตํารวจแห่งชาติในปี ๒๕๕๔ งบประมาณในการปราบปรามมีทั้งหมด ๖๕๙ ล้านบาท แต่ในปีนี้เพิ่มขึ้นเกือบ ๑ เท่า เป็น ๑,๑๗๔ ล้านบาท ซึ่งผมเป็นห่วงตรงนี้นะครับว่าประเด็นของการใช้ความรุนแรงในการ ปราบปรามจะส่งผลให้เกิดปัญหาระหว่างประเทศ ปัญหาที่ประชาคมโลกจะมองประเทศไทยว่าอย่างไรนะครับ ซึ่งก็เคยมีเหตุการณ์เหล่านี้ เกิดขึ้นแล้วในปี ๒๕๔๖ สมัยท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ซึ่งเราก็คงทราบกันดีนะครับ เหตุการณ์ฆ่าตัดตอน ซึ่งก็มีพี่น้องประชาชนที่โดนฆ่าตัดตอนไป ๒,๕๐๐ คน ก็ได้มีกรณี ที่พิสูจน์แล้วว่าบริสุทธิ์ อย่างในกรณีที่จังหวัดกาฬสินธุ์ หรือแม้แต่น้องฟลุ๊ค ซึ่งตรงนี้ได้พิสูจน์ แล้วว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ของการค้ายาเสพติด ซึ่งตรงนี้ผมก็มีความ เป็นห่วงว่าแม้จะมีเหตุการณ์การจับกุมที่ผิดพลาดแม้แต่กรณีเดียว ผมก็คิดว่าผิดพลาดแล้ว ในระบบยุติธรรม นี่เกิดการฆ่าตัดตอนนะครับ ผมคิดว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ผมไม่สบายใจนะครับ แล้วก็เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ วันนี้ก็มีกรณีที่เกิดขึ้นแล้วกับการใช้ความรุนแรงเมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๔ มีเหตุการณ์ที่กรณีการฆ่าหมู่ปริศนากัปตันและลูกเรือชาวจีน ๒ ลําด้วยกัน ที่ขนของ ซึ่งก็ขนของ ขนกระเทียม แล้วก็แอปเปิ้ลมาในแม่น้ําโขง จังหวัดเชียงราย ๒ ลําด้วยกัน เกิดเหตุการณ์วิสามัญฆาตกรรม ๑๓ ศพด้วยกันนะครับ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่ผม คิดว่าทางรัฐบาลเองจําเป็นที่จะต้องให้ความกระจ่างกับสังคม โดยเฉพาะรัฐบาลจีนซึ่งวันนี้ ก็เกิดความไม่พอใจนะครับ แรกเริ่มเดิมทีวันแรกที่จับได้ก็มีการพบศพชาวจีนบนเรือเพียง ๑ คนเท่านั้นนะครับ แล้วก็มีปืนอาร์ก้าตกอยู่ข้าง ๆ ก็ดูเหมือนจะไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ฝ่ายที่เป็นฝ่ายจับกุมก็คือทหารของกองพันผาเมือง ทหารทั้ง ๙ นายก็ได้มอบตัวดําเนินคดี แล้วก็สู้คดีอยู่ในเวลานี้นะครับ ๒-๓ วันถัดมาจากการจับกุมครั้งแรกก็มีการพบศพลูกเรือ ชาวจีนอีก ๑๒ รายด้วยกัน ซึ่งอยู่ในลักษณะของมือไพล่หลังนะครับท่านประธาน ตรงนี้ ผมคิดว่าเป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อนกับประเทศไทย ความสัมพันธ์ไทยจีนตรงนี้ผมเป็นห่วงว่า จะเหมือนกรณีที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าทางรัฐบาล โดยท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ให้ดําเนินการดูแล กรณีนี้เป็นพิเศษ ท่านจําเป็นที่จะต้องเร่งตอบให้ความกระจ่างกับสังคมว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วท่านจะมีคําตอบอย่างไรให้กับรัฐบาลจีน เพราะว่าไม่อย่างนั้นแล้วก็จะ เกิดเหตุการณ์ที่การที่รัฐบาลจีนไม่สบายใจกับเรา แล้วก็อาจจะตัดความสัมพันธ์อันดีนะครับ ซึ่งกรณีนี้ผมก็อยากฝากไว้ว่าการแก้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การปราบปราม อยู่ที่การป้องปราม ให้การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่อย่างนั้นแล้วผมคิดว่าการปราบปราม อย่างที่ใช้ความรุนแรงแบบนี้ก็จะเกิดขึ้นอยู่เป็นระยะ แล้วก็จะสร้างความไม่สบายใจให้กับ ประชาคมโลกนะครับ
แล้วสุดท้ายผมขอฝากรัฐบาลในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรณีนี้ ขอความกรุณา รัฐบาลอย่าหาแพะนะครับ หลาย ๆ กรณีที่ผ่านมาในเรื่องที่รัฐบาลได้กระทําไว้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นอย่างกรณีที่เราก็เห็นกันอยู่ทุกวันนี้นะครับ กรณีปัญหาน้ําท่วม ก็มีความพยายาม จาก ส.ส. ฝั่งซีกรัฐบาล หรือแม้แต่ตัวรัฐบาลเองที่พยายามจะโยนความผิดให้กับบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างท่านอธิบดีกรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตก็ดี พยายามจะบอกว่าการปล่อยน้ําในเขื่อนเป็นเรื่องที่กระทําแล้วผิดพลาด ผมก็ต้องขอเรียน อย่างนี้นะครับ คณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ํา มีอยู่ ๙ หน่วยด้วยกันนะครับ เพราะฉะนั้นท่านอธิบดีกรมชลประทานเป็นประธาน การจะปล่อย น้ําได้ผมคิดว่าไม่ใช่เป็นท่านอธิบดีกรมชลประทานคนเดียวที่ปล่อยนะครับ หรือการไฟฟ้า ฝ่ายผลิตฝ่ายเดียวที่ปล่อย เพราะฉะนั้นรัฐบาลรับรู้อยู่แล้วครับว่าเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นได้ อย่างไรนะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากฝากไว้นะครับ แล้วก็ความพยายามของท่านนายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าท่านร้องไห้ได้ครับไม่เป็นไร ท่านเป็นผู้หญิง ผมคิดว่าถ้ากรณีที่ท่านร้องไห้ให้กับ ประชาชนที่เสียชีวิตไปทั้ง ๕๒๙ คน จากวิกฤตการณ์น้ําท่วมครั้งนี้ ผมคิดว่าไม่ผิดครับ แต่ไม่ใช่ร้องไห้เพราะว่าท่านไปลงพื้นที่ตื้นตันใจ ผมคิดว่าหลาย ๆ เรื่องผมเห็นนะครับว่า เป็นปัญหาภาวะผู้นํา ท่านไม่ควรจะหลบอยู่ภายใต้ความเป็นผู้หญิง ผมคิดว่าท่านเป็นผู้นํา ประเทศไทยท่านต้องเข้มแข้งครับ เพราะว่าถ้าท่านเปรียบเสมือนนายพลพาพลทหาร พานายกองไปรบแล้วท่านร้องไห้กลางสนามรบ ผมคิดว่าประชาชนแล้วก็บุคคลที่เกี่ยวข้องที่ทํางานก็คงจะรู้สึกเสียขวัญและกําลังใจ ก็ฝากท่านไว้นะครับ ผมก็มีความมุ่งมั่นแล้วก็ตั้งใจอยากให้ท่านแก้ปัญหานี้ให้สําเร็จนะครับ เพราะผมคิดว่าไม่ใช่เพราะว่าผมรักรัฐบาล แล้วก็ไม่ใช่เพราะว่าผมรักท่านนายกรัฐมนตรี เพียงแต่ผมจะบอกว่าผมอยากให้ประเทศไทยรอดพ้นวิกฤตินี้ ผมก็แอบลุ้นว่ายังมี ความหวังเล็ก ๆ ว่าท่านจะฝ่าฟันวิกฤตินี้ไปได้เพื่อประเทศไทยจะได้กลับมาสงบสุขอีกครั้งครับ ขอบคุณครับ
ท่านรุ่งโรจน์ ทองศรี ๔ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม รุ่งโรจน์ ทองศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดบุรีรัมย์ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ผมเรียนกับ ประธานครับว่า ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ปีนี้ ต้องยอมรับครับว่าปีนี้เป็นปีที่ไม่ปกติ เป็นปีที่เกิดวิกฤติ ดังนั้นจากรายละเอียดที่ผมดู ในร่างของ พ.ร.บ. จะเห็นอยู่ ๓ ภารกิจหลัก ๆ ที่สําคัญนะครับ
ภารกิจแรก ก็คือในเรื่องของการพัฒนาประเทศซึ่งเราตั้งเป็นประจําทุกปี
ภารกิจที่ ๒ นั้นเราตั้งงบเพื่อเยียวยา ชดเชย ซ่อมแซมประเทศจาก มหาอุทกภัยในครั้งนี้
ภารกิจที่ ๓ ที่สําคัญอย่างยิ่งครับท่านประธาน ก็คือเป็นการวางแผน แก้ปัญหาระยะยาวให้กับประเทศชาติของเรา
ต้องยอมรับว่างบปี ๒๕๕๕ เราปีนี้มีข้อจํากัดมาก ๆ ในเรื่องของงบประมาณ เห็นใจรัฐบาลครับ เห็นใจท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของเรา ถ้าท่านสังเกตจะเห็นว่า นายกรัฐมนตรีของเราแก่ลงไปเยอะครับ ผมเรียนกับท่านประธานครับว่าวันนี้เป็นวันที่ ทุกภาคส่วนเราต้องบูรณาการร่วมกัน เราต้องช่วยกันเราถึงจะผ่านพ้นวิกฤติปัญหาในเรื่องน้ํา ของประเทศชาติไปได้ รัฐบาลคนเดียวทําไม่ได้หรอกครับ เราต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ และที่สําคัญว่าในเรื่องของการแก้ปัญหานั้นต้องทําทันทีครับ เพราะไม่แน่ว่าปีหน้าน้ําอาจจะ มามากเหมือนปีนี้เช่นเดียวกันครับ ท่านประธานครับ ถ้าเราดูในรายละเอียดของงบประมาณ ที่เราตั้งไว้ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท ก็จริงอยู่เพิ่มขึ้นประมาณ ๙ เปอร์เซ็นต์ หรือเพิ่มขึ้น ประมาณ ๒.๒ แสนล้านบาท ในยามวิกฤติอย่างนี้ท่านประธานครับ ๓ ภารกิจที่ว่า เงินไม่พอหรอกครับ ฝากประธานไปถึงรัฐบาลด้วยว่าหาวิธีการที่จะเพิ่มเติมในเรื่องของ งบประมาณมาเพื่อแก้ปัญหาระยะยาวอาจจะต้องใช้เงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อให้มั่นใจครับว่าในปีหน้าหรือปีต่อ ๆ ไปนี้ปัญหาต่าง ๆ จะไม่เกิดเหมือนปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานจากการที่เราประสบปัญหาในเรื่องของ น้ําท่วมนั้น ผมถือว่าตรงนี้เป็นประสบการณ์เป็นบทเรียนในการที่เราจะบูรณาการ ในการแก้ไข ผมเองขอเสนอแนะในเรื่องของการทํางาน โดยเฉพาะในเรื่องของภาคเอกชน ที่เรามีภาคเอกชนใหญ่ ๆ ที่เขาอยากช่วยทางรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นพวกบริษัทรับเหมารายใหญ่ ของประเทศ บริษัท ชิโนไทย บริษัท ช. การช่าง บริษัท อิตาเลียนไทย บริษัท ปตท. บริษัท ซีพี บริษัท สหพัฒน์ หรือพวกธนาคารต่าง ๆ ให้เขามาช่วยกันครับในการที่เขาลงไปดูแล เป็นจังหวัด ๆ ร่วมงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น ซีอีโอ (CEO) ร่วม ผมเชื่อมั่นครับว่าในการ แก้ปัญหานั้นจะทําได้ดีขึ้น เร็วขึ้น คล่องตัวมากขึ้น ทํางานแบบกึ่งภาครัฐ กึ่งเอกชน และจังหวัดไหนที่น้ําไม่ท่วมเราดึงเข้ามา เรามาจับคู่กันเป็นพาร์ทเนอร์ชิพ (Partnership) ก็จะทําให้การแก้ปัญหาได้ดียิ่งขึ้น และรัฐบาลของเราจะเป็นศูนย์กลางหรือเป็นเซ็นเตอร์ (Center) คอยบริหารให้การแก้ไขปัญหาแต่ละจังหวัดสอดคล้องกันไปในทิศทางเดียวกัน ประสานกัน การบริหารมวลน้ําก็จะมีประสิทธิภาพประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ งบในการเยียวยา ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทไม่พอหรอกครับกับปัญหาที่เกิดขึ้นในปีนี้ ถ้ามีวิธีการ อย่างไรก็เพิ่มขึ้นอีกนะครับ เพื่อการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจะได้ มากขึ้น ในงบปี ๒๕๕๕ นั้น กรมชลประทานของเราได้ ๔๓,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มอีก ๑,๔๐๐ ล้านบาทก็จริง ไม่พอครับ แม้แต่กรมทางหลวงนะครับ ปีที่แล้วได้ ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท ลดลง ๒,๐๐๐ ล้านบาท ขอเพิ่มอีกสัก ๕,๐๐๐ ล้านบาท หมดเวลาครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณครับ ที่รักษาเวลานะครับ ท่านสุดท้ายของฝ่ายค้านท่านศุภชัย ใจสมุทร ๑๑ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร พรรคภูมิใจไทยครับ ท่านประธานครับ ในขณะที่พวกเรา ท่านรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๕๐๐ ท่านอยู่ในห้องแอร์อันเย็นฉ่ํา อุณหภูมิ ๒๓ องศาเซลเซียส พี่น้องของเราก็มีความรู้สึกเย็นเหมือนกัน แต่เป็นการเย็น เนื่องจากว่าต้องลุยน้ํากลับบ้านยังไม่ถึงบ้าน ต้องหนาวเหน็บอยู่บนหลังคา ในขณะที่พวกเรา มีอาหารรับประทานกันอย่างอุดมสมบูรณ์ พี่น้องของเราจํานวนมากมายที่ต้องอยู่ในภาวะ ขาดแคลนอาหารต้องกินมาม่า โฆษณาให้นิดหนึ่งนะครับ บะหมี่สําเร็จรูป เครื่องกระป๋อง หรือข้าวกล่องอย่างที่ท่านชูวิทย์ว่า นี่คือสภาพที่มันเกิดขึ้นจริงในประเทศเราในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้มีตัวเลขที่รายงานมาว่าตั้งสิงหาคมจนถึงขณะนี้พี่น้องของเรา คนไทยที่ประสบอุทกภัยน้ําท่วมเสียชีวิตไปแล้ว ๕๒๙ คน จมน้ําตาย ถูกไฟช็อต บ้านเรือน ๒,๐๐๐,๐๐๐ หลังคาเรือนได้รับความเสียหาย ประชาชนมากกว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐ คนต้องอยู่ ในสภาพแบบไม่มีที่อยู่ ต้องอยู่บนหลังคา ต้องซุกอยู่ในบ้านชั้น ๒ ท่ามกลางความมืด อันตราย น้ําดํา เชื้อโรคสารพัดสารเพ แล้ววันนี้พวกเราที่มากันที่นี่เรากําลังจะบอกกันว่าเรา จะนําเงินซึ่งเป็นภาษีอากรของประชาชน ๒,๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปทําอะไรกัน นี่คือสิ่งที่พวกเรากําลังทํา สิ่งที่เราได้พบก็คือรัฐบาลได้เสนอกฎหมายงบประมาณในรูปแบบ แบบเดิม ๆ ที่ไม่เคยแตกต่างจากทุก ๆ ปี ได้เสนอรูปแบบของงบประมาณ ซึ่งไม่ได้คํานึงถึง ภาวะที่กําลังเกิดขึ้น วันนี้เราคิดกันไหมครับว่าสิ่งที่เรากําลังทํามันเป็นการกระทําที่ถูกต้อง หรือไม่ วันนี้เรากําลังทําในสิ่งที่พึงจะกระทําหรือไม่ เมื่อวานนี้พรรคภูมิใจไทย โดยท่านหัวหน้าพรรค ท่านชวรัตน์ ชาญวีรกูล ได้เสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้ถึงแนวทางในการ ที่จะจัดงบประมาณ โดยท่านเสนอว่าการจัดงบประมาณของปี ๒๕๕๕ ควรจะต้องมีลักษณะ ที่พิเศษยิ่งกว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณทุก ๆ ปีที่เคยทํามา เหตุผล เพราะวันนี้พี่น้อง ของเราจํานวนมากประสบภาวะความทุกข์ยาก วันนี้เจ้าของเงินที่เรากําลังจะมาจัดสรรกันนี้ กําลังเฝ้ารออยู่ว่าเราได้จัดสรรเพื่อคํานึงถึงความยากลําบากที่เขาประสบอยู่หรือเปล่า สิ่งนี้ละครับที่พรรคภูมิใจไทยได้แสดงเจตนารมณ์อย่างชัดแจ้งไปตั้งแต่เมื่อวาน ท่านหัวหน้า พรรคท่านชวรัตน์ ชาญวีรกูล ได้เสนอแนวทางอันชัดเจนว่าสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยอยากให้รัฐบาล ได้จัดงบประมาณปีนี้ควรจะเป็นเรื่องอะไรบ้าง ท่านบอกว่าต้องจัดทํางบประมาณเพื่อฟื้นฟู ชีวิตประชาชน ต้องจัดทํางบประมาณเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ต้องจัดงบประมาณเพื่อสร้างขวัญกําลังใจ ความเชื่อมั่นในการดํารงชีวิตให้กับประชาชน และต้องมีสิ่งอํานวยความสะดวกในการให้ชีวิตของประชาชนดีขึ้น นี่คือสิ่งที่พรรคภูมิใจไทย ได้เสนอ และผมเองในฐานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทยก็อยากจะขอต่อรัฐบาลนะครับว่า ร่างพระราชบัญญัตินี้จะเข้าสู่วาระที่สอง รัฐบาลและพรรครัฐบาล คือพรรคเพื่อไทยมีจํานวน เสียงอันมากมาย วันนี้สิ่งที่ผมอยากจะขอจากพรรครัฐบาลนะครับ วันนี้ขอได้โปรดมีวิธีคิด ในการที่จะจัดงบประมาณเพื่อพี่น้องประชาชนที่ทุกข์ยากนี้เถอะครับ วันนี้เราเริ่มกันสักปีหนึ่ง งบลงทุน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ท่านคิดจะทําไปแบบเดิม ๆ ที่เคยทําวันนี้เราเปลี่ยนใหม่ ไหมครับ เรานําเงินเหล่านี้เพื่อจะทําให้ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของเงินได้รู้สึกสบายใจว่า รัฐบาลหรือสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทยเห็นถึงความทุกข์ เห็นถึง ความยากลําบากของเขา วันนี้หยุดได้ไหมครับ วันนี้ถ้าผมจะขอว่าสิ่งที่ท่านเคยหาเสียงไว้แล้วเป็นนโยบาย แล้วท่านบอกจะต้องทํานี่ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกยืนยันว่าเรื่องของรถคันแรก ซึ่งจะต้อง คืนภาษีประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านยังเดินหน้าต่อ วันนี้หยุดได้ไหมครับ นําเงิน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท นั้นมาฟื้นฟูพี่น้องที่เขากําลังประสบปัญหา วันนี้พี่น้องที่ตกงาน มีมากมายจากนิคมอุตสาหกรรม วันนี้คนที่ประสบปัญหาไม่มีเงินที่จะผ่อนรถ ผ่อนบ้าน มีมากมาย เราคิดช่วยอะไรเขา วันนี้ ๕,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาท ไม่พอหรอกครับ ชีวิตเขา ต้องเดินหน้าต่อไป วันนี้พวกเราอยู่กันอย่างสุขสบาย แล้วปล่อยให้พี่น้องประชาชน นับล้านคนนั้นลําบากมันไม่ยุติธรรมครับ วันนี้เราเปรียบเสมือนบ้านหลังหนึ่ง ในขณะที่ว่า เหมือนพี่น้องเราเขาประสบปัญหา เรายังอยู่สบาย เรายังกินอยู่ดี เรามีความคิดที่จะไปเที่ยว ต่างประเทศ เราคิดจะซื้อรถคนใหม่กัน ทั้ง ๆ ที่ญาติพี่น้องเราลําบากไม่มีอะไรกิน นี่คือสิ่งที่ ผมอยากจะฝากรัฐบาลครับว่าวันนี้เอาใหม่ไหมครับ โครงการทั้งหลายที่ท่านวางแผนไว้ว่า จะทําปีนี้ขยับไปปีต่อไปได้ไหมครับ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนั้นหยุดไว้ก่อนได้ไหมครับ วันนี้ ลูกหลานเราที่อยู่ประถมศึกษาปีที่ ๑ ที่ท่านจะแจกแท็บเล็ตบอกลูกรออีกสักปีได้ไหมลูก สติปัญญาลูกคงไม่ได้ด้อยไปหรอกถ้าปีนี้ไม่ได้ใช้แท็บเล็ต เอาเงินจากแท็บเล็ตเข้ามาช่วย พี่น้องที่ประสบปัญหาเหล่านี้ได้ไหมครับ วันนี้ผมไปดูในร่างงบประมาณนี้ท่านมีความคิด ในการที่จะไปทบทวนการออกแบบท่าเรือสงขลาแห่งที่ ๒ ตั้งโครงการไว้ทั้ง ๆ ที่ว่าโครงการ ท่าเรือน้ําลึกปากบารามันมีปัญหาอยู่ ประชาชนทั้งฝั่งสงขลาทั้งฝั่งสตูลเขาคัดค้าน ท่านก็คิด จะเดินหน้าต่อไป ผมไม่ทราบว่าท่านทําเพื่อด้วยเหตุผลอะไร นอกจากคิดว่าอาจจะมี กลุ่มนักธุรกิจซึ่งเคยมาสํารวจจากประเทศตะวันออกกลางอย่างดูไบเคยไปสํารวจไว้แล้ว ท่านต้องเดินหน้าต่อหรือเปล่า ซึ่งผมคิดว่าไม่เป็นประโยชน์นะครับ ผมจําได้ครับในรัฐบาล ชุดที่แล้วทางพรรคฝ่ายค้านในช่วงนั้นและปัจจุบันเป็นฝ่ายรัฐบาลนะครับ ท่านคัดค้าน ในเรื่องของยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศ ท่านไม่เห็นด้วยกับเรื่องของการที่จะซื้ออาวุธของ กระทรวงกลาโหม แต่ถึงวันนี้งบประมาณเหล่านั้นของรัฐบาลท่านก็มีอยู่ครบ แปลว่า ท่านไม่ติดใจเรื่องการซื้ออาวุธ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือว่า ถ้าท่านมองอีกมุมหนึ่งก็คือว่าเรื่องการ ซื้ออาวุธไม่ดีนี่นะครับ ตัดงบส่วนนั้นมาเพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนไหมครับ ไหน ๆ ท่านก็ไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว นี่คือสิ่งที่ควรจะต้องทําไหมครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันควร จะแสดงให้พี่น้องประชาชนของเราได้เห็นว่าทั้งสภาแห่งนี้ไม่มีการแยกรัฐบาล ฝ่ายค้าน แต่เราตั้งใจที่จะนํางบตรงนี้ไปช่วยฟื้นฟู สิ่งที่อยากจะบอกก็คือว่างบประมาณควรจะตัดเข้ามา นะครับ ผมฝากว่าในวาระที่สอง เอามาผูก เอามารวมกัน ณ กระทรวงไหนต่าง ๆ ที่จําเป็น ที่จะต้องทําเพื่อพี่น้องประชาชน และสิ่งที่อยากจะเรียนก็คือว่าวันนี้ถ้างบประมาณไม่พอ อย่างที่ท่านหัวหน้าพรรคได้อภิปรายไปเมื่อวานพรรคภูมิใจไทยก็ยืนยันนะครับว่า ถ้าท่านจําเป็นที่จะต้องจัดงบประมาณพิเศษกันว่าอีกสักรอบหนึ่งเพื่อแก้ปัญหาน้ําท่วมให้กับ พี่น้องประชาชน พรรคภูมิใจไทยพร้อมสนับสนุนเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยมีจํานวน มากมายครับ ออกพันธบัตรไปกู้เงินจากธนาคารแห่งประเทศไทยมาก่อนก็ได้ครับ วันนี้ พี่น้องประชาชนคนไทยของเราใจดีมีจิตอาสาช่วยพี่น้องประชาชนที่ทุกข์ยากมากมาย วันนี้ผมเชื่อว่าถ้ารัฐบาลจะออกพันธบัตรเพื่อจะหาเงิน เพื่อกู้เงินจากพี่น้องประชาชนที่ยังมี ความสามารถ ผมเชื่อว่าเขาก็พร้อมที่จะซื้อพันธบัตร เป็นพันธบัตรช่วยอุทกภัยให้กับ พี่น้องประชาชน นี่คือสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยกระผมเองก็อยากจะเสนอว่าวันนี้เราควรจะ หลอมละลายความเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล วันนี้พวกผมไม่ว่าอะไรหรอกครับ วันนี้ ถ้าในที่สุดแล้วท่านไม่ได้ทําตามนโยบายที่หาเสียงไว้ เพราะผมดูว่าตอนที่ท่านหาเสียงว่า มีกองทุนหมู่บ้านจะเพิ่มอีกกองทุนละ ๑,๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งแปลว่าท่านจะต้องใช้เงิน อีกประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านก็ไม่ได้บรรจุไว้ก็นั่นแปลว่าจริง ๆ แล้วท่านก็พอที่จะ ขยับขยายเลื่อนเวลาไปได้ ซึ่งเป็นดั่งนี้แล้ว ก็อยากจะฝากฝ่ายรัฐบาลด้วยนะครับ ในการประชุมวาระสองนี้นะครับ คิดใหม่ เงินทั้งหลายที่ไม่จําเป็นเงินอะไรที่ยังพอที่จะ เลื่อนเวลาไปปีต่อ ๆ ไปได้เอามารวมกันเพื่อจะแก้ปัญหา พวกผมยินดีครับ พวกผมสนับสนุน และคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญนะครับ เรื่องรถคันแรกนี่ ตัดเลยครับ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ไม่ต้องไปเสียเวลา วันนี้ไม่มีใครต้องการรถคันแรก นําเงิน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นมาเป็นประโยชน์มาช่วยเหลือให้กับพี่น้องที่ประสบปัญหา
สิ่งที่อยากจะฝากเป็นเรื่องสุดท้ายก็คือว่า ณ เวลานี้แน่นอนละครับ สิ่งที่ทางรัฐบาลอาจจะถูกกล่าวหาตําหนิติเตียนเรื่องความโปร่งใส สิ่งที่เป็นปัญหาสําคัญ เหล่านี้ท่านต้องรีบแก้ แสดงให้เห็นว่างบประมาณที่จะใช้ประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นงบกลางอะไร ต่าง ๆ ที่หลายท่านมีการพูดไปแล้วนี่นะครับ ขอให้แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ท่านจะใช้อย่าไปใช้อยู่ บนความทุกข์ยากของประชาชน พรรคภูมิใจไทยกับผม ศุภชัย ใจสมุทร นะครับ ขอยืนยันว่า พวกเราทุกคนพร้อมที่จะสนับสนุนรัฐบาล ถ้ามีเป้าหมายในการที่จะนํางบประมาณปีนี้ ไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ทุกข์ยาก พี่น้องที่กําลังลุยน้ําอยู่ตอนนี้ยังไม่ถึงบ้าน ลงจาก รถยีเอ็มซี นั่งเรือต่อแล้วก็เดินเข้าบ้าน พี่น้องที่กําลังนอนอยู่บนหลังคา พี่น้องที่จะไม่มี อะไรกินช่วยกันนะครับ และพวกผมพรรคภูมิใจไทยพร้อมสนับสนุนครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ฝ่ายค้านใช้เวลาเกินเล็กน้อย ฝ่ายรัฐบาลยังเหลือเวลา ๓๙ นาที เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีโกวิทย์ครับ
เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมขอเรียนชี้แจงในเรื่องการแก้ปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งท่าน ส.ส. หลายท่านได้กรุณาแนะนําแล้วก็เป็นห่วง ผมในฐานะที่รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง ขอเรียนว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้ประชุมผู้เกี่ยวข้อง ท่านรองยงยุทธ ผม ท่านรองเฉลิม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผบ. ตํารวจหรืออะไร ศอ.บต. อะไรก็เรียกมาคุยเรียกมาพบปะกัน หารือกันเพื่อจะแก้ปัญหานะครับ แล้วผมก็ทั้งประชุม อยู่ที่กรุงเทพมหานคร ประชุมที่ สมช. ลงไปเยี่ยมในพื้นที่พบปะกับผู้รับผิดชอบทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นท่านแม่ทัพ ศอ.บต. ผู้ว่า ผู้การอะไรต่าง ๆ แต่ว่าการประชาสัมพันธ์ของผม อาจจะน้อยไป เพราะว่าเป็นบุคลิกของผม ผมชอบทํางานเงียบ ๆ พูดน้อยพูดเท่าที่จําเป็น เพราะพูดมากก็มีแต่เรื่องนะครับ พูดน้อยแล้วก็ผู้ปฏิบัติเขาก็จะมีความสบายใจว่า ไม่ไปวุ่นวายอะไรกับเขามากนะครับ จะให้เขาทําอะไรก็พูดภาษาไทยกับเขา เขารู้เรื่อง แล้วเขาก็ทําได้นะครับ ก็อยากจะเรียนยืนยันว่าท่านไม่ต้องกังวลครับ รัฐบาลนี้ไม่ได้ ไปเปลี่ยนแปลงอะไร ท่านแม่ทัพภาคที่ ๔ ก็คนเดิมซึ่งเป็นคนดีเป็นคนที่ท่านไว้วางใจ ท่านก็เป็นผู้รับผิดชอบแก้ปัญหาในพื้นที่นะครับ ก็เปลี่ยนแปลงแต่ ผอ.ศอ.บต. ท่านเดียวนะครับ ก็เป็นคนที่ท่านผู้อภิปรายก็บอกว่าเป็นคนดีท่านก็ไม่มีอะไร รัฐบาลก็เพียงแต่บอกว่าทุกหน่วย พลเรือน ตํารวจ ทหารที่ทํางานในพื้นที่ก็ต้องไปช่วยกันทํางานนะครับ เรามีจุดอ่อนจุดแข็ง อะไรในการทํางานก็จัดการเรื่องประสานงานกันไปให้มันเรียบร้อยให้มันเกิดประโยชน์ โดยมอบให้แม่ทัพเป็นผู้รับผิดชอบในพื้นที่ ก็เป็นหลักการธรรมดานี่เองเมื่อทํางานร่วมกัน พลเรือน ตํารวจ ทหาร ท่านแม่ทัพก็เป็นผู้รับผิดชอบ แล้วเป็นคนที่ท่าน ส.ส. ก็ไว้วางใจ อยู่แล้วก็เป็นคนดี แล้วรัฐบาลไม่ได้ทําอะไรออกนอกลู่นอกทางเลยครับ เราตั้งใจที่จะนํา สันติสุขไปสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเห็นได้ว่าข้าราชการ ทหาร ตํารวจ พลเรือน พี่น้องประชาชนก็บาดเจ็บเสียชีวิตจากการลอบวางระเบิด ลอบยิงอะไรต่าง ๆ ในรอบ ๒ เดือนนี้เหตุการณ์ก็ยังมีอยู่เราก็จะแก้ต่อไปด้วยความอดทนครับ ทําไปด้วยมาตรการ ตามกฎหมาย แล้วก็ฝ่ายรัฐบาลไม่เคยไปทําอะไรนอกลู่นอกทางไม่มีครับ ถ้าผมทําอะไรผิด นอกลู่นอกทางพวกท่านต้องรู้ครับ ปิดบังไม่ได้ครับ ผู้นําทุกหน่วยในพื้นที่รู้จักกับท่านทั้งนั้น ท่านสนิทกว่าผมอีก ผมอยู่กรุงเทพฯ นี่ แล้วผมทําอะไรเสียหายไม่ได้ ผมต้องทําดี ตั้งใจทําดี ให้บ้านเมือง นโยบายและการกํากับดูแลก็ช่วยกันคิดแต่จะนําสันติสุขไป นําความเข้าใจไป นําความอดทนไปนะครับ ไม่ว่าผมจะไปงานศพ ไปเยี่ยมคนเจ็บคนป่วย มันก็เจ็บปวด ทั้งนั้นแหละครับ ก็ต้องแก้ต่อไปก็เพิ่งใช้เวลามา ๒ เดือนเท่านั้นเองเราก็จะทําต่อไปอีก จะนําสันติสุขมาสู่ภาคใต้ให้ได้นะครับ ก็โดยสรุปว่าอย่างนี้ครับจะทําต่อไปครับ
ส่วนเมื่อกี้ที่ท่านพูดเรื่องเชียงรายนั้นก็ไม่ต้องกังวลครับ รัฐบาลจะนํา ความยุติธรรมมาให้ แก้ไขด้วยความยุติธรรม ผมเป็นผู้แทนรัฐบาลไปเจรจากับรัฐบาลจีน รัฐบาลพม่า รัฐบาลลาว แล้วก็ยืนยันกับเขาว่ารัฐบาลไทยจะต้องให้ความเป็นธรรมแล้วก็ ให้เกิดความกระจ่างขึ้นมา ก็ขอเรียนโดยสรุปว่าจะทําอย่างเต็มที่ครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญ ท่านรัฐมนตรีสันติครับ
ขอบคุณท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายสันติ พร้อมพัฒน์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ จะขออนุญาตชี้แจงคําอภิปรายของท่านอิสสระ สมชัย ที่เป็นห่วงเป็นใย ในกระทรวงพัฒนาการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ใน ๒-๓ ประเด็นนะครับ
ประเด็นแรก ก็เป็นความห่วงใยในการจัดสรรงบประมาณของสํานักงาน ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติที่ท่านได้อภิปรายว่ากรมนี้ สํานักงานนี้ ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพียง ๒๗ ล้านบาท จะเพียงพอสําหรับการดูแลคุณภาพชีวิต ของคนพิการอย่างนั้นหรือ ก็จะขอเรียนชี้แจงท่านดังนี้นะครับว่า ในปีนี้สํานักงานได้รับเงิน สมทบกองทุนจากรายได้ของการจําหน่ายสลากการกุศลเมื่อปี ๒๕๕๔ เป็นจํานวนเงิน ๘๗๐ ล้านบาท ซึ่งมีความเพียงพอในการดูแลคุณภาพชีวิตของคนพิการ
ประเด็นที่ ๒ ที่ท่านเป็นห่วงเป็นใยเรื่องการก่อสร้างที่ทําการกระทรวง พัฒนาการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นะครับว่าทําไมกระทรวงถึงยังไม่เซ็นสัญญาสักทีหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่มีงบประมาณอยู่ ๘๗๘ ล้านบาท และได้ผ่านการอีออกชัน (e-Auction) เรียบร้อย แล้วนะครับ ในประเด็นนี้อยากจะขอเรียนว่า เป็นความจริงที่กระทรวงได้รับงบประมาณ ๘๗๘ ล้านบาท แล้วยังได้รับงบเพิ่มเติมอีกส่วนหนึ่ง รวมแล้วจะเป็นเงิน ๙๒๒ ล้านบาท แต่ในช่วงก่อนที่ผมเข้ามารับตําแหน่งนั้นก็ได้มีการไปเปิดอีออกชัน จากการอีออกชันนั้น ผลปรากฏว่าการอีออกชันนั้นได้ผู้รับเหมาซึ่งประมูลในอีออกชันถึง ๑,๒๘๙,๙๕๔,๐๐๐ บาท สูงกว่างบประมาณที่ได้รับถึงเกือบ ๔๐๐ ล้านบาท ดังนั้นกระทรวงก็จึงจะต้องพิจารณา อย่างรอบคอบในการที่มีงบประมาณแค่ประมาณ ๙๐๐ ล้านบาทเศษ แล้วอีออกชันแล้ว จะต้องใช้เงินถึง ๑,๒๙๐ กว่าล้านบาทนะครับ ขณะนี้กระทรวงกําลังให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ ตรวจสอบในเรื่องนี้อยู่แล้วถ้าหากว่าได้ผลเป็นประการใดก็จะดําเนินการไปตามนั้นนะครับ
อีกประเด็นหนึ่งที่ท่านได้กรุณาอภิปรายถึงเงินสนับสนุนผู้มีรายได้น้อยและ ไร้ที่พึ่งนะครับว่า ทางกระทรวงนั้นได้โอนเงินไปที่จังหวัดอุบลราชธานีนะครับ แล้วทําไม ที่อําเภอเขื่องในไม่ได้รับนะครับ ก็คงต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า เวลาที่กระทรวงโอนเงินไป ในแต่ละจังหวัด ก็คงต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าเวลาที่กระทรวงโอนเงินไปในแต่ละจังหวัด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ ของกระทรวงนั้นไปดําเนินการจัดสรรเงินนั้น ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่ไปดําเนินการ จัดสรรให้กับผู้มีรายได้น้อยหรือผู้ที่ยากจน ซึ่งไม่ได้โอนไปที่แต่ละอําเภอ แต่ละอําเภอ แล้วก็ ไม่ได้จําเพาะเจาะจงว่าจะไปใช้ที่อําเภอนั้น อําเภอนี้โอนเงินไปเป็นก้อนแล้วก็ให้ พมจ. หรือเจ้าหน้าที่นั้นไปดําเนินการ ดังนั้นข้อท้วงติงหรือข้ออภิปรายของท่านนั้น ผมจะรับ ไปตรวจสอบแล้วจะเรียนให้ท่านทราบต่อไปนะครับ ขอบคุณครับ
ไม่มีท่านใด จะอภิปรายนะครับ
(นายอิสสระ สมชัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านใช้สิทธิ พาดพิงเสียหายตรงไหนหรือครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ถ้าผมไม่ชี้แจงกรณีที่ท่านพาดพิงนั้นอาจจะเสียหายในส่วนผมด้วยครับ ที่ท่านบอกว่าผมอภิปรายว่าสํานักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการได้รับ การสนับสนุนงบประมาณเพียง ๒๗ ล้านบาท ไม่ใช่ครับ ที่ผมกล่าวถึงนั้นหมายถึงกองทุน พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการครับ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ในปีที่ผ่านมาได้ ๕๐ ล้านบาท ปีนี้ ๒๕๕๕ จัดให้เพียง ๒๗ ล้านบาท นี่เฉพาะเงินกองทุนครับ ผมไม่ได้เกี่ยว เรื่องเงินส่วนใหญ่ เหตุที่ผมต้องชี้แจงเดี๋ยวจะเข้าใจว่าผมบอกว่าทั้งสํานักงานนี้ได้ ๒๗ ล้านบาท ไม่ใช่ครับ เฉพาะเรื่องกองทุน ส่วนที่ ๑ ครับ
ส่วนที่ ๒ เรื่องงบประมาณการก่อสร้างสํานักงานกระทรวงนะครับ ท่านประธานครับ คือผมอยากจะกราบเรียนว่าได้มีการประกวดราคาหาผู้รับจ้าง เสร็จเรียบร้อยแล้ว กรณีที่งบประมาณมันมากขึ้นก็เนื่องจากว่าได้มีการขยายเนื้อที่พื้นที่ การทํางานมากกว่าเดิมและทํามานานแล้ว จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่ดําเนินการ และในปี ๒๕๕๕ ยังตั้งงบประมาณให้ไปอีก เพราะฉะนั้นผมว่าถ้าหากว่างบประมาณปี ๒๕๕๔ ก็ยังไม่ได้ทํา ยังมาตั้งปี ๒๕๕๕ อีก จะตั้งไปทําไม ผมบอกว่าถ้าหากว่าเป็นอย่างนี้ผมจําเป็นจะต้อง ขอแปรญัตติตัดเงินงบประมาณในปี ๒๕๕๔ ออกนะครับ นี่ก็เรียนให้ทราบว่าไม่ใช่ว่า เป็นเรื่องเพื่อจะกลั่นแกล้งแต่ประการใด
ส่วนที่ ๓ เรื่องเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ครับ ท่านประธานครับ มันไม่จริง อย่างที่ท่านรัฐมนตรีพูดครับ มีการระบุชื่อไปเรียบร้อยเลยครับ ผมถามเจ้าหน้าที่ที่นั่นแล้ว บอกว่า ส.ส. ที่ได้รับการจัดสรรเงินไปให้กับผู้ยากไร้ระบุชื่อไปเลยครับ เป็นเฉพาะ ส.ส. พรรคเพื่อไทย ๗ คน ๗ คนครับ ไม่ใช่เรื่องอําเภอ ผมก็ขอเรียนให้ทราบว่าให้ท่านได้ไปตรวจสอบอีกครั้ง ก็แล้วกันครับ
ขอบคุณครับ ท่านบุญยอดมีอะไรอีกหรือครับ ท่านใช้สิทธิประท้วงใช่ไหมครับ
ท่านประธานครับ กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมขอ อนุญาตประท้วงต่อท่านประธานนะครับว่า ท่านประธานเคยพูดนโยบายเอาไว้ต่อสภาแห่งนี้ ว่าจะกําชับนายกรัฐมนตรีให้เข้าร่วมประชุมต่อสภา ๒ วันนี้ชัดเจนนะครับ นายกรัฐมนตรี มาเฉพาะตอนอ่านรายงานและขณะนี้ก็เพิ่งปรากฏตัวมา ผมอยากถามว่านายกรัฐมนตรี ให้ความสําคัญต่อระบบรัฐสภามากน้อยขนาดไหน ท่านมีภารกิจใดที่สําคัญมากกว่า การร่วมประชุมร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจําปี
ท่านครับ การประท้วงนี่มันต้องมีคนทําผิดข้อบังคับนะครับ ผมคงไม่อนุญาตแล้วละครับ แล้วจริง ๆ นายกรัฐมนตรีก็อยู่ ผมก็เห็นอยู่ตลอด อยู่ครับ ผมเห็นอยู่ครับ พอเถอะครับ มันจบแล้วครับ สมควรแล้วครับท่านบุญยอด นั่งเถอะครับ เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ และเรียนท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่านนะคะ ดิฉันไม่เคยไม่ได้ให้ความสําคัญ เพราะดิฉันก็รู้ว่า ตัวเองคือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้ความสําคัญค่ะ แต่ต้องกราบเรียนท่านสมาชิกว่าวันนี้ภารกิจต่าง ๆ นั้นก็ต้องพยายาม ที่จะจัดสรรแบ่งสรรเต็มที่ เพราะวันนี้ปัญหาอุทกภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นดิฉันก็ต้องเข้าไปดูแล พี่น้องประชาชนที่จะต้องการความช่วยเหลืออีกมาก ดังนั้นดิฉันก็ได้มาที่สภาทุกวันเมื่อวาน ก็มา วันนี้ตอนเช้าไปทําภารกิจในการที่จะระดมรถทั้งหมดจากต่างจังหวัดทั้งหมด ๑๘ จังหวัดมาช่วยดูแลพี่น้องชาว กทม. ๑๘ เขต แต่ว่า ๑ จังหวัดต่อ ๑ เขตในการที่ดูแล เพื่อให้แน่ใจว่าการดูแลพี่น้องประชาชนทั่วถึงค่ะ แล้วดิฉันเองก็อยู่ในที่ประชุมที่แห่งนี้ เพียงแต่ไม่ได้เข้ามานั่งประชุมให้ท่านสมาชิกเห็นเท่านั้นเองค่ะ ขอบคุณค่ะ
จบนะครับ ไม่มีท่านใดอภิปราย ผมหารือที่ประชุมนะครับ ขอปิดการอภิปรายนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีท่านใด เห็นเป็นอื่นถือว่าที่ประชุมมีมติให้มีการปิดอภิปรายนะครับ ผมขอมติเลยนะครับ เชิญสมาชิก ข้างนอกด้วยเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ เชิญครับ
(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาตตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมตินะครับ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน ได้เลยครับ เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดแสดงตน)
เจ้าหน้าที่ช่วยดู ด้วยนะครับท่านสมาชิกท่านใดที่ยังใช้สิทธิแสดงตนไม่ได้ครับ ยกมือด้วยนะครับ ท่านใด มีปัญหาครับ เจ้าหน้าที่ช่วยดูด้วยนะครับ เรียบร้อยหรือยังครับ ไม่มีปัญหานะครับ ส่งผลได้เลยครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๔๖๙ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุม
ผมขอมติเลยนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนได้เลยครับ ขอถามมติว่าเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ หรือไม่ ใช้สิทธิได้เลยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านสมาชิก ท่านใดมีปัญหาใช้สิทธิหรือเปล่าครับ ถ้ามียกมือขึ้นด้วยนะครับ เชิญครับ
วีระชัย วีระเมธีกุล พรรคประชาธิปัตย์ งดออกเสียงครับ
ไม่มีท่านใด มีปัญหานะครับ ถ้าอย่างนั้นผมปิดการลงคะแนนนะครับ ส่งผลได้เลยครับ ผลนะครับ เห็นด้วย ๒๗๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๑๗๖ ท่านครับ เมื่อสักครู่นี้ รวมท่านวีระชัยด้วยอีก ๑ ท่านนะครับ งดออกเสียงหรือไม่เห็นด้วยครับท่านวีระชัยครับ
งดออกเสียงครับ
ก็เป็น ๑๗๗ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบนะครับ
เชิญท่านคณะรัฐมนตรีเสนอกรรมาธิการครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีประจําสํานัก นายกรัฐมนตรี ขอเสนอจํานวนคณะกรรมาธิการ ๖๓ คนครับ
เสนอ คณะกรรมาธิการวิสามัญ ๖๓ ท่าน วิสามัญนะครับ
วิสามัญครับ
วิสามัญ ๖๓ ท่านครับ มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มี ถือว่า ที่ประชุมเห็นด้วยนะครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญ ๖๓ ท่านครับ ในสัดส่วนของรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีประจําสํานัก นายกรัฐมนตรี ขอเสนอสัดส่วนในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ในสัดส่วนของรัฐบาล ดังต่อไปนี้
กี่ท่านครับ
จํานวน ๑๕ ท่านครับ
๑๕ นะครับ เชิญครับ
๑. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ๒. นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ๓. นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ๔. นายชุมพล ศิลปอาชา ๕. นายประสาท ตันประเสริฐ ๖. นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา ๗. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ๘. นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ๙. นายวิทยา บุรณศิริ ๑๐ นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ๑๑. นายบัณฑูร สุภัควณิช ๑๒ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ๑๓. นายวรวิทย์ จําปีรัตน์ ๑๔. นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ๑๕. นางจุฑาทิพย์ เตชชาติวนิช ขอที่ประชุมรับรองครับ
จํานวน ๑๕ ท่าน ถูกต้องนะครับ ซึ่ง ครม. คงไม่ต้องรับรองครับ สัดส่วนของพรรคการเมือง พรรคเพื่อไทย ๒๕ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑๕ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่าน พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ๑ ท่าน พรรคพลังชล ๑ ท่าน แล้วก็ของพรรครักประเทศไทย พรรคมาตุภูมิ พรรคมหาชน พรรครักษ์สันติ พรรคประชาธิปไตยใหม่ รวมกัน ๑ ท่านครับ เชิญพรรคเพื่อไทย ๒๕ ท่านครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จํานวน ๒๕ ท่านดังนี้ค่ะ ๑. นายสุรพล เกียรติไชยากร ๒. นางสิรินทร รามสูต ๓. นายไพโรจน์ ตันบรรจง ๔. พันตํารวจโท นุกูล แสงศิริ ๕. นายสุทธิชัย จรูญเนตร ๖. นายทองดี มนิสสาร ๗. นายสุรจิตร ยนต์ตระกูล ๘. นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ๙. นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย ๑๐. นายคมเดช ไชยศิวามงคล ๑๑. นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ๑๒. นายชูวิทย พิทักษ์พรพัลลภ ๑๓. นายจักริน พัฒน์ดํารงจิตร ๑๔. นายก่อเกียรติ สิริยะเสถียร ๑๕. นายวันชัย เจริญนนทสิทธิ์ ๑๖. นายสมชัย อัศวชัยโสภณ ๑๗. นายสรวงศ์ เทียนทอง ๑๘. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ๑๙. นายวิรัช รัตนเศรษฐ ๒๐ นายพงศกร อรรณนพพร ๒๑. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๒๒. นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ๒๓. นายศักดา คงเพชร ๒๔. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร และ ๒๕. พันเอก ดอกเตอร์อภิวันท์ วิริยะชัย ค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอผู้รับรองด้วยครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ผู้รับรองถูกต้อง นะครับ พรรคประชาธิปัตย์ ๑๕ ท่าน เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดอุบลราชธานีค่ะ ดิฉันขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ในสัดส่วน ของพรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๑๕ ท่าน ดังต่อไปนี้ค่ะ ๑. นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ๒. นายจุติ ไกรฤกษ์ ๓. นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ๔. นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ๕. นายวิฑูรย์ นามบุตร ๖. นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ๗. นายอันวาร์ สาและ ๘. นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ ๙. นายเรวัต อารีรอบ ๑๐. นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ๑๑. นายอภิวัฒน์ เงินหมื่น ๑๒. นายอภิชาติ สุภาแพ่ง ๑๓. นายธารา ปิตุเตชะ ๑๔. นายสากล ม่วงศิริ ๑๕. นายโกวิทย์ ธารณา ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ผู้รับรองถูกต้อง นะครับ พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านนะครับ ประกอบไปด้วย ๑. ท่านชัย ชิดชอบ ๒. นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ และ ๓. นางนันทนา สงฆ์ประชา ขอผู้รับรองครับ
ถูกต้องครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ๒ ท่าน ดังต่อไปนี้ ๑. นายตุ่น จินตะเวช และ ๒. นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ขอผู้รับรองครับ
ถูกต้องครับ พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ๑ ท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ประสาท ตันประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคชาติพัฒนา เพื่อแผ่นดิน ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรค นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ขอผู้รับรองครับ
ถูกต้องครับ พรรคพลังชล ๑ ท่านครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ในสัดส่วนของพรรคพลังชล คือ นายสุชาติ ชมกลิ่น ขอผู้รับรองด้วยครับ
ถูกต้องครับ พรรครักประเทศไทย พรรคมาตุภูมิ พรรคมหาชน พรรครักษ์สันติ พรรคประชาธิปไตยใหม่ ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพงษ์ศักดิ์ เรือนเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครักประเทศไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ในสัดส่วนของพรรครักประเทศไทย พรรคมาตุภูมิ พรรครักษ์สันติ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคมหาชน นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ขอผู้รับรองครับ
ผู้รับรองถูกต้อง นะครับ
ขอเชิญคณะกรรมาธิการงบประมาณประชุมนัดแรกวันพรุ่งนี้เลยครับ ผมเชิญ ประชุมนัดแรก วันศุกร์ที่ ๑๑ พฤศจิกายน เวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา ที่ห้องกรรมาธิการ งบประมาณ ชั้น ๓ อาคารรัฐสภา ๓ เชิญครับ
ท่านประธานคะ บุณย์ธิดา สมชัย พรรคประชาธิปัตย์ อุบลราชธานี ขอเปลี่ยนรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ ท่านที่ ๑๔ จาก นายสากล ม่วงศิริ เป็น นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ ขอผู้รับรองค่ะ
ครับ มีเปลี่ยน อีกหรือเปล่าครับ ไม่มีนะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ
รายนามคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๕ ๑. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ๒. นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ๓. นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ๔. นายชุมพล ศิลปอาชา ๕. นายประสาท ตันประเสริฐ ๖. นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา ๗. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ๘. นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ๙. นายวิทยา บุรณศิริ ๑๐. นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ๑๑. นายบัณฑูร สุภัควณิช ๑๒. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ๑๓. นายวรวิทย์ จําปีรัตน์ ๑๔. นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ๑๕. นางจุฑาทิพย์ เตชชาติวนิช ๑๖. นายสุรพล เกียรติไชยากร ๑๗. นางสิรินทร รามสูต ๑๘. นายไพโรจน์ ตันบรรจง ๑๙. พันตํารวจโท นุกูล แสงศิริ ๒๐. นายสุทธิชัย จรูญเนตร ๒๑. นายทองดี มนิสสาร ๒๒. นายสุรจิตร ยนต์ตระกูล ๒๓. นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ๒๔. นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย ๒๕. นายคมเดช ไชยศิวามงคล ๒๖. นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ๒๗. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ๒๘. นายจักริน พัฒน์ดํารงจิตร ๒๙. นายก่อเกียรติ สิริยะเสถียร ๓๐. นายวันชัย เจริญนนทสิทธิ์ ๓๑. นายสมชัย อัศวชัยโสภณ ๓๒. นายสรวงศ์ เทียนทอง ๓๓. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ๓๔. นายวิรัช รัตนเศรษฐ ๓๕. นายพงศกร อรรณนพพร ๓๖. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๓๗. นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ๓๘. นายศักดา คงเพชร ๓๙. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ๔๐. พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย ๔๑. นายพิเชษฐ พันธุ์พิชาติกุล ๔๒. นายจุติ ไกรฤกษ์ ๔๓. นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ๔๔. นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ๔๕. นายวิฑูรย์ นามบุตร ๔๖. นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ๔๗. นายอันวาร์ สาและ ๔๘. นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ๔๙. นายเรวัต อารีรอบ ๕๐. นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ๕๑. นายอภิวัฒน์ เงินหมื่น ๕๒. นายอภิชาติ สุภาแพ่ง ๕๓. นายธารา ปิตุเตชะ ๕๔. นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ ๕๕. นายโกวิทย์ ธารณา ๕๖. นายชัย ชิดชอบ ๕๗. นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ ๕๘. นางนันทนา สงฆ์ประชา ๕๙. นายตุ่น จินตะเวช ๖๐. นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ๖๑. นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ๖๒. นายสุชาติ ชมกลิ่น และ ๖๓. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์
ขอระยะเวลา แปรญัตติครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอให้มีการแปรญัตติภายใน ๓๐ วัน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ไม่มีท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่น ๓๐ วันนะครับ ถือว่าที่ประชุมมีมติ ๓๐ วันครับ ปิดประชุมครับ