ศรัณย์วุฒิ หารือเรื่องอภิมหาภัยพิบัติจากน้ำท่วมในประเทศไทย โดยชี้ให้เห็นว่าปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาของประเทศไทยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งโลก นอกจากนี้ยังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการตอบสนองของรัฐบาลและความพยายามในการป้องกันและบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชน รวมถึงเสนอความเห็นเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมในอุบลราชธานี และหารือเรื่องน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร โดยนำเสนอข้อมูลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการระบายน้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร และเรียกร้องการดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างจริงจัง
ท่านประธานครับ การอภิปราย ของผมในวันนี้จะพูดถึงเรื่องอภิมหาภัยพิบัตินะครับ ผมนั่งฟังมา ๒ วันก็รู้สึกว่า มีความไม่สบายใจ เพราะรู้สึกว่าหลายท่านยังซ้ําเติมสถานการณ์ วันนี้พี่น้องประชาชน เดือดร้อนมาก ไม่อยากให้พวกเรามาซ้ําเติมสถานการณ์ และสิ่งที่ผมอยากจะนําเรียนเสนอ จะเป็นการตีแผ่ความจริง ให้หลายคนที่ไม่เคยได้รับรู้สถานการณ์ที่แท้จริงคืออะไร ได้รับรู้หมด และอยากจะเสนอยุทธศาสตร์ในการแก้อย่างเป็นระบบด้วยว่าจะทําอย่างไร แล้วถ้าฟังจากผมแล้ววันนี้งบประมาณที่ตัดกันไปตัดกันมา ผมมั่นใจเลยครับจะไม่ตัด และจะเพิ่มงบประมาณอีกมากมายเลยครับ ขอสไลด์ขี้นเลยนะครับ ผมขอใช้พาวเวอร์พอยต์ ตามที่ได้รับอนุญาตแล้วนะครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
วันนี้ผมบอกว่าโลกกําลังวิกฤติ หนักเลยด้วยน้ํามือของมนุษย์นะครับ ตามผมดูต่อไปนะครับ มนุษย์เรานี่ทําร้ายธรรมชาติ ทุกรูปแบบเลย ทั้งป่าไม้ก็ถูกทําลาย ขยายเมืองอุตสาหกรรมอย่างที่ไม่มีการระแวดระวังว่า จะไปขวางทางน้ําหรืออะไร สร้างพอลลูชัน (Pollution) มากมายนะครับ สไลด์ต่อไปเลยครับ เร็วหน่อยนะครับ เวลามีจํากัด ภาวะโลกร้อนนะครับ ท่านดูสิครับว่า วิกฤติน้ํา มหาวิบัติ อุทกภัยเกิดขึ้นทั้งโลกเลยไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย สถานการณ์วันนี้เป็นสถานการณ์ที่เรียกว่า วิกฤติไปทั้งโลกเมื่อธรรมชาติเปลี่ยนแปลง ท่านดูนะครับ อิทธิพลของพายุต่อสถานการณ์ น้ําท่วมครั้งนี้ มีมรสุมเหยียบเข้ามาในประเทศไทย ๕ ลูกด้วยกันนะท่านประธาน ท่านเห็น เส้นสีแดงไหมครับ ลูกที่หนักที่สุดเลยนี่นะครับ ก็คือนกเต็นนะครับ ตัวที่ทําให้เกิดปัญหาหนักที่สุดเลย มาถล่มทีเดียว ๕ ลูกนะครับ ฝนตกติดต่อกันเกือบ ๑๐ เดือน แล้วอะไรจะทานไหวล่ะครับ ท่านดูนะครับ ผมขอเปรียบเทียบสถานการณ์ ๓ ยุค เห็นพูดกันมาหลายครั้งแล้ว เมื่อปี ๒๔๘๕ ที่บอกว่าน้ําท่วมหนักที่พระบรมรูปทรงม้า ท่านดู ในรูปนะครับ ยังพายเรือร้องเพลงกันอยู่เลยครับ แปลว่าอะไรครับ วันนี้น้ําท่วมไม่เหมือนกับ สมัยนั้นนะครับ คราวนั้นน้ําท่วมนี่เขาเรียกว่ายังมีความสุข ธรรมชาติสมัยนั้นยังสมบูรณ์ มากเลยท่านประธานครับ ไม่ต้องมีเขื่อน ไม่มีอะไรขวางทางน้ํา แล้วก็ระบายน้ําได้ ตามธรรมชาติ ไม่มีอุตสาหกรรม บ้านก็เป็นทรงไทย เป็นทรงที่พร้อมจะหนีน้ําได้ตลอดเวลา แต่วันนี้มันไม่ใช่
สไลด์ต่อไปเลยครับ มาดูยุค ๒๕๓๘ เขาเรียกอภิมหาภัยขนาดย่อม ๆ เขาพิมพ์ผิดนะครับ ธรรมชาติเสื่อมโทรมไปพอสมควร น้ําไม่ล้นเขื่อน ตอนนั้นยังมีเขื่อน แต่น้ํายังไม่ล้น แล้วก็มีการสร้างเรื่องสิ่งกีดขวางทางน้ําเริ่มมีบ้างแต่ไม่มากเหมือนปัจจุบัน เริ่มมีระบบระบายน้ํา แต่ก็ไม่เพียงพอ แล้วก็เริ่มมีอุตสาหกรรมเข้ามา มาเปรียบเทียบ ของปี ๒๕๕๔ ดีกว่า เขาเรียกอภิมหาอุทกภัยครั้งประวัติศาสตร์ ท่านดูนะครับว่าธรรมชาติ วันนี้เสื่อมโทรมหนักที่สุด และวันนี้ธรรมชาติกําลังพิโรธ น้ําล้นทุกเขื่อน ล้นจนปล่อยจนไม่รู้ จะปล่อยอย่างไรแล้วนะครับ สปิลล์เวย์เต็มหมดเลยนะครับทุกเขื่อนเลย สร้างทุกอย่าง ขวางทางน้ําไหล นี่คือสิ่งที่พวกเราทุกคนยอมรับกัน และวันนี้เรามีระบบระบายน้ําอย่างดี มากเลย แต่ว่ายังเอาไม่อยู่ อุตสาหกรรมต่าง ๆ ก็ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดขวางทางน้ําทั้งสิ้น และบ้านก็เป็นบ้านทรงรับน้ํา ผมเปรียบเทียบ ๓ สถานการณ์ให้ทราบเพื่ออะไรครับ เลิกทะเลาะกันได้แล้วครับ เลิกโทษกันได้แล้วครับ วันนี้ต้องยอมรับนะครับว่ามวลน้ําครั้งนี้ หนักที่สุดในประวัติศาสตร์
ขอสไลด์ต่อไปนะครับ ผมจะเปรียบเทียบคู่ชกให้ดูนะครับ ว่าคู่ชกระหว่าง ธรรมชาติกับท่านนายกรัฐมนตรีหญิงที่ชื่อยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของเรานี่ มันสมดุลกันแค่ไหน ท่านดูนะครับ เป็นการต่อสู้กันระหว่างธรรมชาติกับมนุษย์ ท่านมาดูปีกธรรมชาติก่อนนะครับ ธรรมชาติซึ่งกําลังพิโรธอย่างหนักเลย ผมเรียกว่าฝน ๑,๐๐๐ ปี มีมรสุม ๕ ลูกถล่มเข้ามา ในไทยอย่างยับเยิน ทุกเขื่อนจมน้ําหมดเลยนะครับ น้ําล้นทุกเขื่อน มวลน้ํากว่า แสนล้านลูกบาศก์เมตรถาโถมเข้ามาในกรุงเทพมหานครของเรา ถล่มตั้งแต่ภาคกลาง น้ําจมเป็นบาดาลไปหมด และน้ําทะเลก็หนุนสูงสุดมารับจังหวะพอดีมวลน้ําขึ้น เขื่อนต่าง ๆ ที่เรากั้นไว้เล็ก ๆ พังหมด พนังก็พังหมด นี่จึงเป็นเหตุที่ทําให้ซ้ําเติมน้ําท่วม อย่าไปโทษ เขื่อนพังนะครับ ต้องโทษว่ามวลน้ํามันใหญ่จริง ๆ ใครก็เอาไม่อยู่ หลายเมืองนะครับ นิคมอุตสาหกรรมจมบาดาล หลายเมืองก็จมบาดาล คนกว่าล้านคนตกงานกระทบ หลายล้านชีวิต หลายล้านคนไร้ที่อยู่ ทั้งหมดนี้เป็นการเพิ่มภาระให้ปีกรัฐบาลทั้งสิ้น ท่านตามผมมาดูนะครับ แล้วคู่ต่อสู้ของธรรมชาติคือใคร อย่างที่ผมกราบเรียนคือ ท่านนายกรัฐมนตรีหญิงที่ชื่อยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ประการที่ ๑ ทั้งประเทศไม่เคยมีประสบการณ์เลย ประเทศไทยเคยมีไหมครับ ประสบการณ์มวลน้ํามากขนาดนี้ ใครที่ว่าเก่งแน่จริงขอให้ออกมาสิครับ อย่ารอให้หวยออก แล้วก็ออกมาวิจารณ์ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ โธ่เอย คนขี่สามล้อยังวิจารณ์ได้เลย ไม่ต้องใช้นักวิชาการ เลยครับ และเป็นรัฐบาลเพียงไม่ถึงเดือนเลยนะครับ ก็เจอภัยพิบัติอย่างรุนแรง ตั้งแต่ ครั้งแรกก็เจอที่บ้านพื้นที่เลือกตั้งของกระผมคือตําบลน้ําไผ่หนักหนาสาหัสที่สุด ท่านนายกรัฐมนตรีก็ขึ้นไป เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายก็ไม่กลัวอะไรเลยนะครับ เป็นผู้หญิงตัวน้อย ๆ คนหนึ่ง สิ่งที่สําคัญต่อมาก็คือท่านดูโครงสร้างของ ปภ. สิครับ เล็กกระจิดนิดเดียว เครื่องมือ ก็ไม่มีอะไรเลย ปภ. คืออะไรครับ คือสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการจังหวัดก็สั่ง คนในจังหวัดนั้น ผมเห็นการทํางานที่แก้ไขปัญหาน้ําท่วมที่ตําบลน้ําไผ่ ท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ถึงกับเอ่ยปากเลยบอกว่าโครงสร้าง ปภ. ต้องปรับแน่อย่างนี้รับไม่ไหว ขอให้ท่าน รับทราบไว้ด้วยนะครับก่อนที่จะโจมตีกัน หลายหน่วยงานไม่พร้อมที่จะประสานงาน ผมใช้เครื่องหมายคําถาม ซึ่งประเด็นไม่อยากเป็นการโจมตี ทําไมถึงไม่พร้อมที่จะ ประสานงานครับ มีวาระอะไรซ่อนเร้นไหม ท่านคิดกันเอง ตั้งศูนย์ ศปภ. ประกาศ พ.ร.บ. ๓๑ ตั้งขึ้นมาแล้วก็ช่วยกันทํากันเต็มที่ปรากฏว่าอย่างไรครับ เครื่องมือมีไหมครับ ข้อมูลที่ว่า น้ํามีเท่าไรกันแน่ ใครตอบได้บ้างครับ แน่จริงออกมาประกาศตัวสิครับว่าผมนี่บอกไปแล้ว ข้อมูลน้ํามีเท่านั้นเท่านี้ไม่มีเลยนะครับ ผมขอท้าเลยนะครับ อย่าพูดตอนหวยออก นักวิชาการ นักวิชาการเกินรู้มากข้อมูลสับสน พูดวกวนไปหมดไม่รู้จะเชื่อใคร สื่อหลายแขนงนะครับหลากหลายแบ่งขั้ว สร้างภาพจัดฉาก กันเยอะแยะไปหมด เอาความจริงมาพูดกัน ไปแจกถุงยังชีพไม่กี่จุดแล้วก็บอกว่านี่รัฐบาล ไม่ดูแล จะดูแลได้อย่างไรล่ะครับมันเสียหายหนักกันเป็นล้าน ๆ ครอบครัวนะครับ ท่านประธาน มีผู้หวังดีประสงค์ร้ายมากมาย ชาวบ้านเดือดร้อน กดดันทําให้รัฐบาล บริหารลําบาก นี่คือคู่ต่อสู้ระหว่างธรรมชาติกับมนุษย์ ท่านเปรียบเทียบดูเองนะครับ ผมอยากจะบอกว่าต่อให้ ๑๐ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เลย ต่อให้ ๑๐๐ ผู้นําระดับโลกเลยนะครับ ไม่มีใครเคยเอาชนะธรรมชาติได้เลยครับ
ท่านดูสไลด์ต่อไปนะครับ นี่คือมวลน้ํามาจากจิสด้านะครับ ผมเอาข้อมูล จากข้อเท็จจริงมาทั้งหมดเลย เสียดายเราได้เฉพาะมาถึงตั้งแต่วันที่ ๕ มีมวลน้ําทั้งหมด ๑๑,๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ก็ยังไม่มีใครกล้ายืนยัน เขาถามว่าจีสด้าเอามาจากไหน เวลาชี้แจงมานักวิชาการหลายคนก็ขัดแย้งบอกว่า รับไม่ได้ยังไม่อยากเชื่อ เอาละครับ เรามีเท่านี้ก็ต้องเชื่อกันไปก่อนนะครับ วันนี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์สู้ปัญหาภัยพิบัติอย่างไร อย่างที่ผมกราบเรียนคือตั้งศูนย์ ปภ. ประกาศ พ.ร.บ. ๓๑ แก้ไขปัญหาเป็นระบบ มองผลกระทบรอบด้านแล้วนะครับ นายกรัฐมนตรีหญิงเหล็กสวมหัวใจราชสีห์ทุ่มสู้กับภัย ไม่เหนื่อย ไม่ท้อ แต่บางทีที่มีความรู้สึกขอบตาแดง ๆ ไปบ้างเพราะว่าชาวบ้านมีความรู้สึก เจ็บปวดแล้วเสียหายหนัก ท่านสงสารประชาชน คนก็โจมตีว่าอ่อนแอร้องไห้ อย่างนี้หรือครับ ความเป็นธรรม ระดมทุกความคิดทุกภาคส่วนต้านสู้มวลน้ํา แต่ความคิดที่มาก็มีข้อจํากัด อย่างที่กราบเรียน อ่อนน้อมถ่อมตนอดทนน้อมรับฟังความเห็นทุกคน แต่แล้วเป็นอย่างไร ครับ อย่างที่บอกข้อมูลมันสับสนจริง ๆ ฟังอย่างไรก็ตีความไม่ตก ผันน้ําไหลป้องกันพื้นที่ เศรษฐกิจไข่แดง ประชาชนที่เดือดร้อนก็ไม่ยอม ก็มาพังถุงเขาเรียก บิ๊กแบ๊ก หรือว่าพังพนัง กั้นน้ํา อพยพหาที่พึ่งพิงให้ประชาชน ระดมอาหารทั้งสั่งมาจากต่างประเทศเพื่อลดการ โก่งราคา แจ้งเตือนภัยทุกจุด ทําความเข้าใจด้วยใช้กฎหมายอย่างอ่อนโยนเพื่อพยายาม หลีกเลี่ยง
ขอสไลด์ต่อไปนะครับ ความขัดแย้ง ท่านดูนะครับ ภาวะระดับน้ําทะเลหนุนนะครับ ผมเปรียบเทียบกับการปล่อยน้ําลงไปในแม่น้ําเจ้าพระยา ๑ เดือนเต็ม ๆ ย้อนหลังเลยนะครับ ท่านดูเส้นกราฟสีแดงกับเส้นสีน้ําเงินนะครับ สัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบเลย แปลว่า ทางกรมชลประทานก็ดี รัฐบาลก็ดีปล่อยน้ําลงในแม่น้ําเจ้าพระยาเพื่อระบายเป็นสายหลัก อย่างดีที่สุดแล้ว อย่าไปโทษกรมชลประทานเลย เสียดายมันมีเส้นกราฟอีกเส้นหนึ่ง ผมอยากจะโชว์ที่คนพยายามโจมตีนักหนาว่ากรมชลประทานก็ดี กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ก็ดี รัฐบาลก็ดี ทําไมปล่อยให้น้ําล้นเขื่อน กราฟเส้นนั้นบอกว่าในปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ๓ ปีเต็ม ๆ ปรากฏว่าอย่างไรทราบไหมครับ น้ําในเขื่อนเกือบจะแห้งเลย เหลือไม่ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ นอนก้นเลย พอมาปี ๒๕๕๔ มีโอกาสเก็บน้ําได้เขาบอกน้ําขึ้น ต้องรีบตัก ใครไม่ตักก็โง่แล้ว ไปโทษอะไรกรมชลประทานล่ะครับ ท่านดูความจริงบ้าง เพียงแต่มันเป็นเคราะห์ซ้ํากรรมซัดก็คือใครจะไปรู้ได้ล่ะมรสุมมาทีเดียว ๕ ลูก อย่างที่ผมให้ดู แผนที่ เอาความเป็นธรรมความเป็นจริงมาว่ากันดีกว่าอย่ามาโจมตีกันเลยทุกคนเขาทําดีที่สุดแล้ว ผมจะให้เหตุผลเลยว่าทําไมเขาถึงไม่ระบายน้ําในตอนนั้น ๑. จําเป็นต้องจัดเก็บ เพราะไม่รู้ว่าจะแล้งลงไปอีกเมื่อไร ๒. มรสุมมาเร็วเกินกว่าที่คาดคิดทําให้น้ําท่วมเร็ว น้ําท่วมปล่อยไม่ได้ ปล่อยชาวบ้านข้างล่างก็บอกว่าเดือดร้อน เกิดบางระกําโมเดลในช่วงนั้น พอดี ท่านหลับตานึกภาพดูดี ๆ เห็นไหมครับ แล้วฝนที่ตกมากระหน่ําแบบฝน ๑,๐๐๐ ปี ๕ มรสุมจริง ๆ เลย แล้วก็การระบายน้ําทั้งระบบมันขอความร่วมมือลําบาก บางที กรมชลประทานทํามาถึงจุด ๆ หนึ่งแล้วมาถึงติดกึ๊กชายแดนจุดหนึ่ง เดี๋ยวจะชําแหละ ให้ดูว่าคืออะไร สรุปนะครับ เขาทําอย่างมีหลักการเป็นระบบแล้วนะครับ ผมไม่อยากให้ เอามาเป็นประเด็นการเมืองเลยครับ จริง ๆ แล้วท่านรัฐมนตรีธีระก็นั่งอยู่ตรงนี้ท่านก็ทําดี ที่สุดผมได้ทราบว่าท่านเป็นคนที่มีหลักการในการทํางาน
ขอสไลด์ต่อไปนะครับ ผมจะเปิดเผยความจริง ท่านดูนะครับลูกศร วิ่งลงมาแล้วเห็นไหมครับ ทิศทางการระบายน้ําลงทะเลมีทั้งหมด ๗ ช่องทาง แต่วันนี้ ที่ไฮไลท์ (Highlight) คือท่านดูที่ กทม. นะครับ กทม. จุดระบายน้ําสนามชัย มหาชัยนี่ครับ ระบายได้ ๑๒ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน วันนี้ระบายได้ ๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ระบายได้ ๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ท่านจดไปด้วยนะครับ เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่เอามาจาก กทม. เลย มาดูช่องต่อไปนะครับ ช่องระบายน้ําสมุทรปราการระบายได้ ๔๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน วันนี้ระบาย ๑๖.๑ ล้านลูกบาศก์เมตร นี่ข้อมูลอัพเดท (Update) ณ ปัจจุบันท่านดูสิครับ และอย่างนี้น้ําจะไม่มาประดังมาคั่งอยู่ได้อย่างไรครับ ถ้าใครแน่จริงเดี๋ยวเอาความจริง มาตีแผ่กันนะครับ
ขอสไลด์ต่อไปครับ ท่านดูการสํารวจสิ่งกีดขวาง ณ วันที่ ๕ พฤศจิกายน สิครับ เห็นไหมครับว่าสิ่งกีดขวางแบบนี้น้ําจะระบายออกอย่างไร เห็นไหมครับ กทม. เอง ก็ไม่เคยรับทราบว่าจะมีมวลน้ํามาขนาดนี้ ต้องมาผันน้ําไหล เคยแต่ผันน้ําขัง วันนี้ เป็นอย่างไรล่ะครับ เจอของจริงเข้าไป ยิ่งกว่านั้นมีคนไปตั้งข้อสังเกตอีกว่า กทม. มีเครื่องสูบน้ํา จริงหรือเปล่า หรือแบบว่ากล้องวงจรปิดไปตั้งไว้เฉย ๆ แต่มันไม่มีตัวตน เห็นไหมครับ ผมยังไม่อยากกล่าวร้ายถึงขนาดนั้นนะครับ ต้องให้ความเป็นธรรมท่านหม่อมสุขุมพันธุ์ ด้วยนะครับ ท่านมาดูนะครับ ปริมาณน้ําท่วมกรุงเทพมหานคร ณ วันที่ ๘ พฤศจิกายนนะครับ ท่านดูสีน้ําเงินติดทางขวานะครับ ๑๓๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ก็คือทางกรุงเทพฯ ตะวันออก แล้วทางกรุงเทพฯ ด้านตะวันตก ๒๐๖.๕ ล้านลูกบาศก์เมตร นี่ข้อมูลจากจิสด้าแล้วก็ จากหลายหน่วยงาน ผมเอามาประเมินเฉลี่ยนะครับ ไม่เชื่อใครคนใดคนหนึ่ง แล้วถ้า กทม. ระบายน้ําจริง ๆ เพียง ๙ วันเท่านั้นน้ําจะลดจาก กทม. ทั้งหมด แต่ถ้าระบาย เต็มประสิทธิภาพอย่างที่ผมนําเสนอจะใช้เวลาไม่เกิน ๖ วัน ผมมีอีกชาร์ท (Chart) หนึ่งนะครับ ที่จริงท่านระบายเอาแค่ครึ่งน่องหรือว่าให้ถนนโผล่นี่ใช้เวลา ๕ วันก็จบแล้ว
ท่านดูสไลด์ต่อไป ขอเสนอแนะแนวทางการระบายให้ กทม. เลย แน่จริง ติเขาแล้วก็ต้องเสนอด้วย ผมให้ใช้ช่องระบายน้ําทั้ง ๗ ช่องทาง ทําให้มีประสิทธิภาพ โดยเน้นการระบายน้ําแม่น้ําเจ้าพระยาเป็นหลัก แต่ระบายเจ้าพระยาเป็นหลักแล้วมันไม่พอ ใน กทม. ต้องระบายด้วย โดยมีเป้าหมายเร่งระบายน้ําออกจากพื้นที่ กทม. ให้พ้นวิกฤติ คําว่าพ้นวิกฤติ คือแค่ไม่เกินถนนรถวิ่งได้นี่พ้นวิกฤติแล้ว ถ้าประเทศไทยเราท่วมแค่ครึ่งน่อง คนไทยมีความสุขนะครับ เพราะคนไทยรักน้ํา อยู่กับน้ํามานาน ข้อสังเกตท่านดูนะครับ การระบายน้ําของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทําได้ไม่เต็มที่ มีข้อจํากัดตรงนี้ผมเขียน เควสชั่น มาร์ค (Question mark) ใส่ไว้คําโต ๆ แต่ไม่กล้าใส่ ถามว่าเพราะอะไร สถานีสูบน้ํา ของ กทม. ยังทํางานไม่เต็มศักยภาพ แล้วบางที่น้ํายังไหลไม่เข้าไปเลย เป็นคลองที่ควรจะมี น้ําเต็มแล้วแต่ไม่มี มีเครื่องสูบใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่มตั้งรอแต่ไม่มีน้ํามาให้สูบ มันเกิดอะไรขึ้น มีสิ่งกีดขวางน้ําคลองต่าง ๆ ใน กทม. อย่างที่ผมฉายสไลด์ครับ