สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

อลงกรณ์ พลบุตร แสดงความไม่เห็นด้วยต่อร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายปี 2555 เนื่องจากไม่มีความชัดเจนในแผนงาน โครงการ และงบประมาณในการฟื้นฟูประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขตยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่ประสบความเสียหายจากน้ำท่วม และเรียกร้องให้รัฐบาลมีแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส

นายอลงกรณ์ พลบุตร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์จากเพชรบุรี กระผมใช้สิทธิในฐานะของตัวแทนของชนชาวไทย ในการตรวจสอบเพื่อพิจารณาว่า จะเห็นชอบหรือไม่ สําหรับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ต้องยอมรับว่าปัญหาอุทกภัยได้ครอบงํางบประมาณปี ๒๕๕๕ โดยสามารถที่จะป้องกัน เยียวยา ฟื้นฟูประเทศได้หรือไม่ ภายใต้ภาวะผู้นําที่เป็นที่กังขาในความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ งบประมาณนี้จะตอบโจทย์ของประเทศในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าว่า เราจะสามารถเรียกความเชื่อมั่น แล้วก็บูรณะประเทศกลับมาสู่ความเป็นประเทศชั้นนํา ในอาเซียน และรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้หรือไม่ งบประมาณนี้จะตอบโจทย์ว่าเราจะกลับมาเป็น ดีทรอยต์ ออฟ เอเชีย (Detroit of Asia) หรือการเป็นศูนย์อุตสาหกรรมรถยนต์ชั้นนําของโลกได้อีกหรือไม่ เช่นเดียวกันงบประมาณนี้ ก็จะตอบโจทย์ว่าเราจะกลับมาสู่การเป็นศูนย์กลางอาหารของโลก เป็นครัวของโลก ได้อีกหรือไม่ เราจะตอบโจทย์ว่าเราจะสามารถเป็นฮับของอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ของโลกได้หรือไม่ เช่นเดียวกับการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ งบประมาณนี้จะต้องตอบให้ได้ว่าเราจะสามารถฟื้นฟูรายได้อาชีพ ให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยของเราทั้งปัจจุบันและอนาคตในการที่จะฟื้นฟูการส่งออก การลงทุนได้อย่างไร ภายใต้การบริหารจัดการและงบประมาณที่ขออนุมัติจากสภา ไม่น่าเชื่อนะครับ ภายใต้โจทย์ใหญ่ ๆ อย่างนี้ ภายใต้โจทย์ที่มีความชัดเจนเช่นนี้ ประสบการณ์และความรู้ ความสามารถกลับสะท้อนออกด้วยการที่ลดงบประมาณของบีโอไอ ลดงบประมาณ ของกรมส่งเสริมการส่งออก การท่องเที่ยว การลงทุนการส่งออกล้วนแล้วแต่เป็นสายเลือดใหญ่ ในการหล่อเลี้ยงประเทศ และสร้างความเป็นประเทศชั้นนําของประเทศไทย ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นความชัดเจนในแผนงาน ไม่เห็นความชัดเจนในโครงการ ไม่เห็น ความชัดเจนในตัวของงบประมาณในการที่จะฟื้นฟูบูรณประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขตยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของประเทศนี้ที่ประสบความเสียหายอย่างร้ายแรงภายใต้ ความผิดพลาดในการรับมือต่อสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น เขตเศรษฐกิจที่ถือว่า เป็นยุทธศาสตร์ของประเทศทั้ง ๓ เขต ล้วนแล้วแต่ได้รับผลกระทบกลางหัวใจของประเทศนี้ ไม่ว่าจะเป็นนิคมอุตสาหกรรม เขตอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นเขตเกษตรกรรม โดยเฉพาะ ในลุ่มน้ําเจ้าพระยา ไม่ว่าจะเป็นศูนย์กลางธุรกิจเศรษฐกิจในแต่ละจังหวัด ๓ ยุทธศาสตร์ เขตเศรษฐกิจเหล่านี้คือหัวใจในการที่จะขับเคลื่อนประเทศนี้ให้เดินไปข้างหน้า ๓ เขต ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจนี้คือหัวใจของรายได้ ของอาชีพ ของทั้งประเทศและประชาชนของเรา เขตเศรษฐกิจดังกล่าวนั้นถือได้ว่าเป็นฐานเศรษฐกิจ เป็นฐานการจ้างงาน ฐานการลงทุน ฐานรายได้ ฐานภาษีที่นํามาสู่รายได้ของการจัดงบประมาณ ๒๕๕๕ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะต้องตอบให้ได้ และให้เกิดความชัดเจนเพื่อขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร ผมย้ําว่าท่านต้องตอบ ให้ได้และสร้างความชัดเจนต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เพราะว่า ๒ เดือนกว่าที่ผ่านมา มีแต่ความสับสนอลหม่านในการบริหารและความผิดพลาดในการจัดการ ผลที่ตามมาคือ ความล้มเหลวของรัฐบาลและความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสของประชาชน และความเสียหายอย่างร้ายแรงของเศรษฐกิจและธุรกิจของประเทศนี้ ประเทศที่สูญเสีย ความเชื่อมั่นในสายตาของนานาชาติ ท่านยอมรับว่าประเมินผิดพลาด แต่ผมคิดว่า คงไม่ใช่หรอก มันไม่ใช่ความผิดพลาดในการประเมิน แต่มันเป็นความผิดพลาดในการบริหาร จัดการ ผมเห็นภาพพนักงาน ลูกจ้าง เรือนพันเรือนหมื่นที่หนีตายแทบจะเหยียบกันตาย สับสนอลหม่านออกจากนิคมนวนครและอีกหลายนิคมอุตสาหกรรม ทั้งที่มีคนระดับ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีไปกํากับดูแลช่วยเหลือ ป้องกัน เยียวยา แต่ก็ล้มเหลว ที่สําคัญ ไร้ซึ่งแผนการอพยพ การอพยพคนของเราซึ่งหมายถึงชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้แรงงาน คนรากหญ้า รวมไปถึงโรงงานซึ่งเป็นฐานการผลิตที่ทําให้ประเทศนี้สร้างจีดีพีกว่า ๑๑ ล้านล้านบาท วันนี้รัฐบาลจะต้องตอบให้ชัดเจน ความผิดพลาดในช่วง ๒ เดือนเศษ ทั้งที่ท่านรู้อยู่แล้วว่าน้ําก้อนใหญ่จากภาคเหนือจากพายุที่พัดเข้ามาเติมเต็มเขื่อนขนาดใหญ่ เช่น ภูมิพล ตอนยุบสภาจําได้ครับ น้ํายังไม่ถึงครึ่งเขื่อนเลยครับ น้ําที่เติมเต็มเข้ามาจากพายุ ๓-๔ ลูก ท่านบริหารจัดการน้ํา ต้นน้ําอย่างไม่สมดุล การบริหารจัดการน้ําฝั่งตะวันตก ฝั่งตะวันออก หรือตัวเจ้าพระยาที่เป็นแกนกระดูกสันหลังสําคัญไม่มีความสมดุล จะด้วยเหตุผลทางการเมืองที่เห็นแก่ตัว หรือเหตุผลอย่างหนึ่งอย่างใดก็สุดแล้วแต่ แต่ท่านรู้ล่วงหน้า รู้ว่าปริมาณน้ําที่ต้องปล่อยออกมาอย่างมากจากต้นน้ําเราจะต้องเผชิญ อะไรบ้าง เขตยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ภาคเหนือมาสู่ชุมทางของน้ํา ที่นครสวรรค์ ปากน้ําโพ และเข้าสู่ภาคกลางตอนบน เขตเศรษฐกิจธุรกิจสําคัญจมน้ําหมด อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และสมุทรสาคร เราได้เห็นถึงความตื่นตระหนกของพี่น้องประชาชนพอ ๆ กับความตื่นตระหนกเวลาที่ท่าน ต้องย้ายศูนย์ ศปภ. จนกระทั่งลืมแม้แต่สิ่งของบริจาค มันอาจจะไม่สําคัญในสายตารัฐบาล เท่าไรนัก แต่มันสําคัญในหัวใจของคนไทยที่ต้องการที่จะบริจาคสิ่งของเหล่านั้นเพื่อช่วยเหลือ คนไทยด้วยกันที่กําลังประสบอุทกภัย แต่มันสะท้อนให้เห็นถึงการขาดความเชื่อมั่น ที่มีต่อการบริหารจัดการของรัฐบาลอย่างชัดเจนที่สุด แม้แต่เรื่องเล็กเรื่องน้อยแต่มันเป็นเรื่อง สําคัญของประชาชนของเรา การไม่มีแผนรองรับทั้งการป้องกัน การเยียวยา และต่อไปคือ การฟื้นฟู ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนที่สุดคือ ๗ นิคมอุตสาหกรรม ท่านมีเวลาไม่น้อยกว่า ๑ เดือน ในการที่จะป้องกันนิคมอุตสาหกรรม เขตอุตสาหกรรมของเรา ๗ นิคมและเขตอุตสาหกรรม จมน้ําไปต่อหน้าต่อตา ท่านประเมินว่านั่นคือโรงงาน นั่นคือนิคมของเอกชน จริง ๆ ไม่ใช่ครับ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการลงทุน นี่คือส่วนหนึ่งของการจ้างงาน นี่คือส่วนหนึ่งของรายได้ นี่คือส่วนหนึ่งของฐานภาษีที่เรานํามาใช้จ่ายในการบริหารประเทศ นิคมอุตสาหกรรม สหรัตนนครเราสูญเสียแรงงานไป ๑๕,๐๐๐ อัตรา การลงทุนเสียหายไป ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามมาด้วยนิคมอุตสาหกรรมโรจนะเฟส (Phase) ๑ เฟส ๒ เราสูญเสียอัตรางาน ๙๐,๐๐๐ อัตรา และเราสูญเสียการลงทุนไป ๕๖,๐๐๐ ล้านบาท จากนั้นก็มาสู่ นิคมอุตสาหกรรมไฮเทคคนงานตกงานยังไม่รู้ว่าอีกกี่เดือน ๕๐,๐๐๐ คน จากการลงทุน ที่ไฮเทค ๖.๕ หมื่นล้านบาท ต่อมาที่บางปะอินเราสูญเสียแรงงานของเราไปอีก ๖๐,๐๐๐ คน จากการลงทุน ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท นิคมอุตสาหกรรมแฟคตอรี่แลนด์ ๖,๐๐๐ คน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท บางกะดี ๓๐,๐๐๐ อัตรา ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท และที่นวนคร ๑๐๐,๐๐๐ กว่าอัตรา ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท

ท่านประธานครับ ทุกครั้งที่มีประกาศจาก ศปภ. จากทางรัฐบาลว่า เอาอยู่ ป้องกันได้ ไม่มีใครเชื่อครับ ขนาดเขตเศรษฐกิจสําคัญเช่นนี้ ขนาดส่งรัฐมนตรี เสนาบดี ลงไปกํากับดูแลยังเอาไม่อยู่ครับ ความเชื่อมั่นไม่ใช่สูญเสียในสายตาชาวโลก และนักลงทุนเท่านั้น แต่ยังสูญเสียความเชื่อมั่นภายในประเทศของเราด้วย และขณะนี้ เราก็ยังไม่รู้ว่านิคมอุตสาหกรรมบางชันซึ่งอยู่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีมูลค่า การลงทุน ๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง หรือแม้แต่บางปู เกตเวย์ อัญธานี และอีกหลายแห่งได้รับความเสียหายมากน้อยเพียงใด แต่วันนี้สิ่งที่เราได้เห็นก็คือว่า ประชาชนของเราไม่น้อยกว่า ๖๐๐,๐๐๐ คน ตกงาน การลงทุนเสียหายไปหลายแสนล้านบาท และยังไม่รู้ว่าจะฟื้นฟูกลับคืนมาได้มากน้อยแค่ไหน ตัวอย่างเหล่านี้เป็นตัวอย่างหนึ่ง ของการไร้ซึ่งแผนป้องกัน การไร้ซึ่งแผนอพยพ การไร้ซึ่งการบริหารจัดการที่มองปัญหาออก ดูปัญหาเห็น ผมได้ตั้งประเด็นไว้แต่ต้นว่า ผมได้ตั้งประเด็นไว้แต่ต้นว่างบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นยังมีความกังขาในภาวะผู้นํา ซึ่งไร้ประสบการณ์และความรู้ความสามารถ บทเรียนของการพิสูจน์ให้เห็นว่า ๒ เดือนกว่า ในการรับมือกับปัญหาอุทกภัยนั้นท่านประสบความล้มเหลวครับ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ทั้ง ส.ส. ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลได้นําเสนอข้อเสนอแนะในการที่จะแก้ไขเยียวยาแล้วก็ป้องกัน หน้าที่ของงบประมาณปี ๒๕๕๕ นอกจากเรื่องของการเยียวยาคือการฟื้นฟู และหวนกลับ สู่การป้องกันอีกครั้งหนึ่งเราได้พูดถึงเจ้าพระยา ๒ เจ้าพระยา ๓ เราได้พูดถึงแนวทางพื้นที่ ฟลัดเวย์ พูดถึงแนวทางการน้อมนําพระราชดําริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องทําแก้มลิง ในเรื่องของการผันน้ํา เรื่องของลัดโพธิ์โมเดล สิ่งเหล่านี้เป็นเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) งบประมาณฉบับนี้อาจจะเป็นงบประมาณที่เรียกได้ว่า ฉบับผู้ท่วม เพราะว่า การประเมินรายได้ไม่สอดคล้องต่อสถานการณ์ นอกจากรายได้จากการเก็บภาษีก็คือการกู้ กู้เหมือนที่รัฐบาลชุดที่แล้วได้กู้มาในการฟื้นฟูประเทศจากวิกฤติเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ คราวนี้จะกู้เพราะน้ําท่วมมากกว่าที่รัฐบาลประเมิน แต่เมกะโปรเจกต์เหล่านี้ส่วนหนึ่ง งบประมาณปี ๒๕๕๕ จะทําหน้าที่นี้ ผมหวังอย่างยิ่งว่าความผิดพลาดในการบริหารภายใต้ งบประมาณปี ๒๕๕๔ จะไม่ซ้ํารอยในงบประมาณปี ๒๕๕๕ โดยเฉพาะประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และขอให้ใช้งบประมาณนี้อย่างคุ้มค่า ผมจะพิจารณาคําตอบของ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ต่อร่างงบประมาณ รายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ขอบคุณครับ