สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

สันตศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์ หารือเรื่องน้ำท่วมและผลกระทบต่อการท่องเที่ยว โดยเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาโรคระบาดและภาพพจน์ที่เสียหายของประเทศไทย เพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวเลื่อนการเดินทาง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการพัฒนาทรัพยากรทางเศรษฐกิจในภาคตะวันออก โดยเฉพาะการพัฒนาแอร์พอร์ตลิงค์และการคมนาคม และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการเพื่อเพิ่มรายได้เข้ารัฐ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเสียหายของโบราณสถานและวัฒนธรรมจากน้ำท่วม และเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มงบประมาณในการบูรณาการโบราณสถาน

นายสันตศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสันตศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์ บัญชีรายชื่อ พรรคพลังชล นะครับ ในโอกาสที่พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๓๘,๐๐๐ ล้านบาทนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พี่ เพื่อนและน้องก็ได้อภิปรายกันอย่างมากมายนะครับ สิ่งต่าง ๆ ที่ได้แนะนํารัฐบาล แล้วก็ในการพิจารณางบประมาณในครั้งนี้ก็คิดว่า ถ้ารัฐบาลรับนําความคิดเห็นนี้ไปประกอบการพิจารณาก็น่าที่จะเป็นประโยชน์นะครับ เพราะทุกท่านก็ล้วนแล้วแต่เป็นตัวแทนของประชาชนที่ต้องการจะพัฒนาประเทศให้มี ความเจริญรุ่งเรือง แต่ในภาวะเศรษฐกิจที่เราประสบมหาอุทกภัยในครั้งนี้ เกิดจาก ภัยธรรมชาติ ซึ่งเพื่อนต่างประเทศก็พบมาแล้ว ไม่ว่าประเทศอินโดนีเซีย ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเกิดภัยพิบัติจากสึนามิ ซึ่งเราก็เช่นเดียวกัน นั่นก็คือจากภัยธรรมชาติ ซึ่งทุกคนเมื่อเกิดเหตุ ในครั้งนี้ ผมก็มีความประทับใจอย่างยิ่งที่มีสโลแกนว่า น้ําท่วมไม่มิดใจ สายชลรวมใจ คนไทย ไม่ทิ้งกันในวาระแห่งนี้ถือโอกาสที่เราจะต้องช่วยกันอย่างแท้จริงนะครับ จากการเสียหาย ของภัยธรรมชาติในครั้งนี้ พืชไร่ ข้าวนา อุตสาหกรรม เสียหายหลายแสนล้านบาทที่จะต้อง ฟื้นฟู อีกทั้งประชากร ประชาชนที่ประสบอุทกภัยครั้งนี้ก็เป็นแสนคน รัฐบาลก็ไม่นิ่งนอนใจ ก็ได้มีการจัดหาที่อยู่อาศัยให้ จังหวัดชลบุรีเป็นจังหวัดที่ใกล้เคียง แล้วก็มีการไปพักพิง อยู่ที่นั่น พวกเราผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี และหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จังหวัดชลบุรี โดยผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะ ราชการทุกองค์กรให้การดูแลอย่างดียิ่ง โดยรัฐบาลมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม คุณสุกุมล คุณปลื้ม เป็นหัวหน้า ดูแลทางจังหวัดชลบุรี ซึ่งในการนี้ไปอยู่จังหวัดชลบุรี วิทยาลัยพลศึกษา ๓,๔๖๐ คน กรมพัฒนา ๒๕๐ คน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ๑๘๔ คน ค่ายนวมินทร์พระราชินี ๕๘๐ คน ตํารวจภูธรและเทคโนโลยีบางพระ วัดญาณสังวราราม ศูนย์พระเทพ ศูนย์มหาไผ่ ศูนย์สงเคราะห์คนพิการและคนชรา รวมแล้วประมาณ ๗,๕๐๐ กว่าคนอยู่ในขณะนี้ ทุกวันพวกเราเอาข้าวปลาอาหารเข้าไปดูแลกันนะครับ ทั้งงบประมาณส่วนตัวด้วย อันนี้ ก็เป็นเรื่องของความเอื้ออาทร และรัฐบาลก็ได้สนับสนุนงบประมาณไปอย่างมากมาย อาหารการกินก็มีความพร้อม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะเห็นว่าเรามีน้ําใจไมตรีที่ดีต่อกัน แต่จากกระแสข่าวออกไปต่าง ๆ นานาทําให้เกิดภาพพจน์เสียหายต่อเรื่องของการระบบ ของการกระทบ เรื่องของโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากภัยน้ําท่วมนะครับ สิ่งนี้เป็นสิ่งสําคัญ เรื่องของการท่องเที่ยวที่จะมาเสริมรายได้เป็นเรื่องสําคัญหลักของประเทศ เมื่อวานผมก็ได้ พบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านวิทยา บุรณศิริ ท่านก็รีบแก้ไขโดยทันด่วน เพราะฉะนั้นขณะนี้นักท่องเที่ยวเวลานี้การท่องเที่ยวถือว่าเป็นหลักสําคัญที่จะสามารถ บูรณาการหารายได้เข้ารัฐ เพราะว่ากรุงเทพฯ เสียหายแล้วภาพพจน์ออกไปที่แน่นอนว่า นักท่องเที่ยวไม่มาแน่นอน ก็มีแหล่งท่องเที่ยว ภูเก็ต หาดใหญ่ เชียงใหม่ แล้วก็พัทยา เป็นรายได้หลักที่เสริมให้กับรัฐบาลอย่างมากมาย ผมพูดที่ใกล้ตัวนะครับ ก็คือเมืองพัทยา ซึ่งปีหนึ่งทํารายได้ถึง ๖๐,๐๐๐-๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีโรงแรม บ้าน ห้องพักถึง ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ ห้อง มากกว่าประเทศสิงคโปร์ทั้งประเทศซึ่งมีประมาณ ๔๐,๐๐๐ ห้อง ขณะนี้มีผู้ไปพักอาศัยก็คนไทยก็ไปพักโรงแรมเล็ก แต่โรงแรมใหญ่ ๆ ซึ่งให้กับนักท่องเที่ยวนั้น มีความเสียหายในภาพพจน์ของการท่องเที่ยวว่า ๑. เรื่องโรคภัยไข้เจ็บที่จะติดต่อ กับผู้ที่จะมาท่องเที่ยว ทุก ๆ ประเทศเขาก็ดูแลความปลอดภัยในประชากรของนักท่องเที่ยวของประเทศ มีคําสั่ง ไม่ให้มาที่ประเทศไทย เพราะถือว่าเป็นประเทศที่อันตรายนะครับ จากนักท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้เป็น ไฮ ซีซัน (High Season) นะครับ จากการจองมา ๘๐ เปอร์เซ็นต์ แคนเซิล (cancel) ไปเหลือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ต่าง ๆ เหล่านี้นั้นผมคิดว่ารัฐบาลกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศต้องทําความเข้าใจให้กับ ทุก ๆ ประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทย ไม่ว่าประเทศจีนก็ดี เกาหลี ญี่ปุ่น ยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศประสานกับท่านทูต รัสเซียนะครับ รัสเซียเป็นนักท่องเที่ยวหลักของประเทศไทย ของพัทยา ปีหนึ่งหลายหมื่นคน นะครับ นําเงินตราต่างประเทศเข้ามามากมาย เพราะฉะนั้นต้องรีบประชาสัมพันธ์ให้ด่วนว่า มีความปลอดภัยในเรื่องของไม่มีโรคระบาดเรื่องหนึ่งนะครับ

อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือข่าวออกไปว่าสนามบินดอนเมืองซึ่งเป็นที่ดอนยังมีน้ําท่วม แล้วต่อไปสนามบินสุวรรณภูมิซึ่งเป็นหนองก็คงจะต้องท่วมมาด้วย นักท่องเที่ยว ยิ่งกังวลใหญ่นะครับ ความกังวลแห่งนี้เราก็มีสนามบินอู่ตะเภาซึ่งเป็นสนามบินพาณิชย์นานาชาติ มีความพร้อมสมบูรณ์ทุกประการอยู่ที่อู่ตะเภา เดี๋ยวนี้ชื่อว่า สนามบินอู่ตะเภาพัทยา มีที่ดินถึง ๒๐,๐๐๐ ไร่ มีรันเวย์ (Runway) ที่ยาวกว่าสนามบินดอนเมือง สนามบินดอนเมือง ๓,๒๐๐ เมตร แต่สนามบินอู่ตะเภา ๓,๒๕๐ เมตร แต่ว่าห้องผู้โดยสารคับแคบเข้าออกได้ ๔๐๐ คน ผมเองสมัยเป็นคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวก็นําเรื่องเข้าไปเพื่อขยาย ห้องผู้โดยสาร ปรากฏว่าสนามบินอู่ตะเภาไม่ได้ขึ้นกับการท่าอากาศยาน ไม่ได้ขึ้นกับ กรมการบินพาณิชย์ แต่ไปขึ้นกับงบประมาณของกองทัพเรือซึ่งมีจํานวนน้อยนิดในการบูรณาการ ของกองทัพเรือ เพราะฉะนั้นไม่ได้มีการพัฒนาจนกระทั่งได้ผลักดันกันมาโดยตลอด เมื่อเกิดมีปัญหาเรื่องของ ๒ สนามบินในครั้งที่มีปัญหาเรื่องม็อบกันขึ้นมา ก็ได้ไปใช้สนามบิน อู่ตะเภา และขณะนี้รัฐบาลได้จัดงบประมาณให้ ๙๐๐ ล้านบาท เพื่อทําห้องผู้โดยสาร ให้ใหญ่ขึ้นนะครับ แต่ขณะนี้ยังไม่มีการบูรณาการที่แน่นอน เพราะในการบริหารผมคิดว่า ในระบบของกองทัพเรือต้องมีการที่ทางรัฐบาลเข้าไปช่วยเหลือ เพราะถ้าหากว่าบริหาร ด้านการท่องเที่ยวแล้วอาจจะมีประสบการณ์ค่าใช้จ่ายขาดทุนนะครับ สิ่งนี้ทางภาคเอกชนก็ดี หรือทางการท่าอากาศยาน กระทรวงการคมนาคมเข้าไปช่วยพิจารณา หรือ กระทรวงกลาโหมนะครับ เพราะว่าสนามบินดอนเมืองนี้ก็เคยเป็นของทหารอากาศนะครับ แต่ว่าเขาก็จัดเป็นระบบ แล้วก็เป็นองค์กรขึ้นมาบริหาร อย่างนี้เป็นต้นนะครับ ก็ขอให้ ประกอบการพิจารณา

อีกประการหนึ่งก็คือ เรื่องของการที่จะมีการพัฒนาในเรื่องของรถไฟ แอร์พอร์ตลิงค์ (Airport Link) เห็นรัฐบาลเคยได้แถงนโยบายในครั้งแรกว่าจะมีไปที่ เมืองพัทยา แต่ในครั้งนี้ที่มีพูดถึงก็เพียงแต่ ๓ แห่ง ก็ขอฝากไว้ว่าแอร์พอร์ตลิงค์ไปสู่ชลบุรี พัทยา ระยองนี่เป็นเรื่องสําคัญ เพราะว่านักท่องเที่ยวมีจํานวนเป็นล้านคนที่เข้าไปสู่แห่งนี้ คือเป็นการประกอบการเพื่อเสริมรายได้ให้เข้ารัฐ เรื่องของการท่องเที่ยวแห่งนี้ก็ถือว่า เป็นเรื่องสําคัญอย่างยิ่งนะครับ

เรื่องต่อมาก็คือในด้านของการคมนาคม ทางภาคตะวันออกถือว่าเป็นเรื่องที่ จัดรายได้เข้ารัฐบาลอย่างมากมาย ไม่ว่าภาษีอากรต่าง ๆ เดี๋ยวนี้โรงงานต่าง ๆ เรามีนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร อมตะซิตี้ หรือแม้กระทั่ง เหมราช แล้วก็อีสเทิร์นซีบอร์ด โดยเฉพาะอย่างยิ่งทั้งมาบตาพุด ท่าเรือทุกแห่งมีรายได้เข้ารัฐ มากมายนะครับ ในการที่จะนํารายได้เพื่อฟื้นฟูเสมือนพี่ชายคนโตที่สามารถทําเงิน เข้ากระทรวงการคลังได้นะครับ อันนี้ก็ฝากให้รัฐบาลได้เร่งดําเนินการต่อไป

ส่วนเรื่องของการเสียหายของทางด้านวัฒนธรรม บูรณาโบราณสถานก็เป็น ที่น่าห่วงใย เพราะว่าประเทศไทยนี่เรานอกจากท่องเที่ยวแบบ เอนเตอร์เทนเมนท์ (Entertainment) แบบธรรมชาติ เรายังมีวัฒนธรรมที่นําการท่องเที่ยว ขณะนี้เกิดจาก ภัยน้ําท่วม นี่มันก็เกิดความเสียหายอย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโบราณสถาน ซึ่งผม ก็นํารูปมาประกอบนะครับ ก็อยากจะให้รัฐบาลซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมมีงบประมาณ เพียง ๕,๐๐๐ ล้านบาทเศษเองนะครับ ก็คงจะต้องนําส่วนหนึ่งซึ่งขณะนี้มีความเสียหาย เป็นอย่างมากนะครับ เรื่องของโบราณสถานและงบประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ก็คงไม่เพียงพอนะครับ ก็ขอฝากทางรัฐบาลได้จัดงบประมาณเสริมให้ ไปบูรณาการ โดยเร่งด่วนอาจจะมีค่าเสียหายในรายละเอียดก็คงจะส่งข้อมูลให้รัฐบาลได้ทราบแล้วนะครับ เป็นส่วนหนึ่งซึ่งนําวัฒนธรรมมานําการท่องเที่ยวนะครับ ก็ขอฝากไว้ใน ณ ที่นี้ เพราะสิ่งสําคัญที่สุดในขณะนี้นั้นปัญหาระบบอุทกภัยในครั้งนี้ใหญ่หลวงนักนะครับ ก็คิดว่า เราก็ต้องพร้อมใจกันที่จะร่วมกันบูรณาการนะครับ แล้วก็ขอเป็นกําลังใจให้กับรัฐบาล โดยเฉพาะยิ่งนายกรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบพระคุณครับ