กุลเดช พัวพัฒนกุล แสดงความกังวลเกี่ยวกับงบประมาณปี 2555 และการบริหารจัดการของรัฐบาล โดยเฉพาะการปรับลดงบประมาณของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและความสะดวกในการสัญจรไปมา และมีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลแก้ไข 2-3 ประเด็น
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายกุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์ สืบเนื่องจากท่านนายกรัฐมนตรีได้อ่านคําแถลงประกอบงบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เมื่อเช้านี้ กระผมจริง ๆ แล้วไม่อยากที่จะ ตําหนิติติงใด ๆ มากนัก แต่ก่อนอื่นก็ต้องขอตั้งชื่องบประมาณฉบับนี้ว่า งบประมาณ ฉบับฉุกละหุก สาเหตุหรือครับ ท่านครับ ผมได้รับแจ้งให้มารับร่างงบประมาณรายจ่าย เมื่อวันศุกร์นะครับ ซึ่งบ้านผมน้ําท่วมการเดินทางมารับเอกสารต่าง ๆ ก็ค่อนข้างยากเย็นอยู่แล้ว พอมารับไปได้เจอเอกสาร ๑ ลัง ไม่สามารถดูได้ละเอียดถี่ถ้วนครับ แต่ขณะที่ดูผ่าน ๆ ดูคร่าว ๆ ก็ขออนุญาตท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลสัก ๒-๓ ประเด็นนะครับ
ท่านประธานครับ ในประเด็นที่ ๑ ก็คงพูดถึงการประมาณการรายรับ ของงบประมาณในปี ๒๕๕๕ จะเห็นได้ว่ารัฐบาลได้ประมาณการรายรับไว้ที่ ๑,๙๘๐,๐๐๐ ล้านบาท มากกว่าเมื่อปี ๒๕๕๔ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท จากการประมาณ การรายรับดังกล่าว แม้จะพูดได้ว่ารวมผลกระทบจากการปรับลด ภาษีเงินได้นิติบุคคลและการขยายระยะเวลาในการลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ํามันแล้วก็ตาม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมเชื่อว่ารัฐบาลตั้งอยู่บนความประมาท ถามว่าประมาทอย่างไรครับ ท่านต้อง รู้ว่าประเทศไทยในปี ๒๕๕๔ หรือ ๒-๓ เดือนที่ผ่านประสบมหาอุทกภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง โดยเฉพาะจังหวัดอุทัยธานีบ้านผมน้ําท่วม ๑ อําเภอ ความสูง ๓ เมตร นอกจากนั้นแล้ว ยังมีปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วก็ปัญหาหนี้สาธารณะในกลุ่มสหภาพยุโรป ซึ่งตรงนี้รัฐบาลเองไม่ควรประมาทเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นปัจจัยที่อาจจะทําให้ การเก็บรายรับได้น้อยกว่าที่ประมาณการไว้ ในขณะเดียวกันท่านได้ตั้งงบประมาณขาดดุลถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าในการตั้งงบประมาณ ขาดดุล ซึ่งกรอบวงเงินงบประมาณเดิมตั้งขาดดุลไว้เพียง ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท รัฐบาลนี้ เพิ่มอีก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเคยว่าคนอื่นเขาว่าเก่งแต่กู้ วันนี้ท่านกู้เก่งกว่าแล้วครับ ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีที่เมื่อเช้าท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงว่า จะบริหารจัดการอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมและคํานึงถึงลําดับความสําคัญก่อนหลัง ผมเองได้ ลงไปดูในรายละเอียดบ้างเล็กน้อยกลับตรงกันข้ามกับที่ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวไว้ นั่นก็คือ ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในกระทรวงคมนาคม ปกติในงบปกตินั้นถนนหนทาง ในประเทศไทยอย่างที่ท่านประธานเองก็รู้ดีอยู่แล้วในพื้นที่เลือกตั้งของท่านประธานก็เป็น เหมือนกับของกระผม ในขณะที่ภาวะบ้านเมืองเป็นปกติ ถนนหนทางในเขตเลือกตั้งไม่ว่า ของผม ของท่านประธาน ของเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติยังมีถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ ไม่ได้รับการพัฒนาปรับปรุงอีกเยอะมาก ๆ ผมใช้คําว่าเยอะมาก ๆ เพราะใช้คําว่า เยอะมาก อย่างเดียวไม่ได้นะครับ ทั้งที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงก็ดี กรมทางหลวงชนบทก็ดี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ดี ที่พี่น้องประชาชนไม่ได้รับความสะดวกในการสัญจรไปมา ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส รวมทั้งความไม่สะดวกในการขนส่งขนถ่ายสินค้าและ การเดินทาง ซึ่งเป็นที่มาของการหารายได้ของประเทศ ท่านครับ แต่ในปีนี้เกิดมหาอุทกภัย ตามข้อมูลมีถนนที่ถูกน้ําท่วม ๙๐๐ กว่าสาย แต่ในขณะเดียวกันท่านกลับไปปรับลด งบประมาณของกรมทางหลวงลง ในปี ๒๕๕๕ นี้ปรับลดไป ๑,๘๕๕.๔ ล้านบาท ในส่วนของ กรมทางหลวงชนบทกลับปรับลดลงไปอีก ๘๘๒.๒ ล้านบาทครับท่านประธานครับ ปกติไม่ปรับลด ถนนบ้านผมก็แทบจะหาดีไม่ได้อยู่แล้ว เที่ยวนี้น้ําท่วมในเขตเทศบาล เหลือถนนที่ไม่ถูกน้ําท่วมเพียงสายเดียวนะครับ ผมดีใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อท่านนายกรัฐมนตรี ไปตรวจเยี่ยมสภาพน้ําท่วมที่บ้านผม ซึ่งท่านไปทางเฮลิคอปเตอร์ครับ เพราะถนนทางหลวง สาย ๓๓๓ ซึ่งเป็นทางเข้าออกจังหวัดอุทัยธานีถูกน้ําท่วมเสียหายไม่สามารถผ่านไปได้ ท่านบอกว่าท่านจะให้งบประมาณ ๒๐๐ กว่าล้านบาท ให้ยกระดับทําถนนใหม่ แต่ผมเอง บอกตรง ๆ ครับท่านครับ ณ วันนี้ผมชักจะเหมือนประชาชนทั่วไปแล้วครับ ความเชื่อถือในตัวท่านนายกรัฐมนตรีค่อย ๆ น้อยลง ๆ แล้วก็จะน้อยลงไปเรื่อย ๆ ถ้าท่านไม่ทําตามคําพูด ดังจะเห็นได้ว่าท่านพูดตอนน้ําท่วมว่า ตรงไหนที่ท่านพูดว่าเอาอยู่ เอาอยู่ ไม่เกิน ๒ วันแตกแล้ว ตรงไหนเอาอยู่ เอาอยู่ แตกอีกแล้ว เพราะฉะนั้นท่าน นายกรัฐมนตรีอย่าเอาบ่อยครับ เดี๋ยวแตกบ่อย ขอบคุณครับ