อิสสระ สมชัย หารือเรื่องการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการจัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือประชาชน และยังหารือเรื่องการสนับสนุนสํานักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการ สํานักงานส่งเสริมสวัสดิภาพ พิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ รวมถึงเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดสุโขทัย และจ่ายค่าเบี้ยยังชีพที่ค้างจ่ายตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2554
กระผม นายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่จะอภิปรายต่อไป กระผมอยากจะกล่าวคําว่าแสดงความเสียใจกับพี่น้องประชาชน ซึ่งประสบภัยธรรมชาติจากน้ําท่วมในครั้งนี้ ท่านประธานครับ ไม่ใช่เฉพาะในภาคกลาง หรือกรุงเทพฯ หรือภาคเหนือ ในภาคอีสานก็เช่นเดียวกันได้มีน้ําท่วมประชาชนได้รับ ความเดือดร้อนค่อนข้างจะมาก ส่วนตัวผมเองนั้นในระหว่างที่เดินทางมาประชุม ก็กราบเรียนให้ทราบว่า ก็ได้ถือโอกาสไปช่วยพี่น้องประชาชนซึ่งประสบภัยน้ําท่วม เท่าที่มีโอกาสจะทําได้ โดยได้จัดหาเรือหางยาวไปคอยบริการพี่น้องประชาชนในชุมชน ซึ่งผมอยู่ในวันที่ผมจะอภิปรายในวันนี้ ท่านประธานครับ ผมได้รับมอบหมายให้ ทําการอภิปรายงบประมาณที่เกี่ยวกับด้านสังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ท่านประธานครับ ความจริงแล้วภัยที่เกิดขึ้นครั้งนี้ กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระผมได้ทราบว่าข้าราชการทุกภาคส่วน มีความเหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างมากในการที่ไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยใช้เครือข่าย ศูนย์ประชาบดี ๑๓๐๐ เป็นแม่ข่าย แต่ไม่ค่อยปรากฏเป็นข่าวนะครับ ไม่ค่อยปรากฏเป็นข่าว ก็อยากจะเรียนให้ทราบว่าในสมัยที่ผมเป็นรัฐมนตรีที่นั่นก็ได้พาข้าราชการออกช่วยเหลือ ประชาชนกรณีอย่างนี้ นอกจากศูนย์ประชาบดี ๑๓๐๐ แล้วผมถือว่าเป็นเครือข่ายที่มี ประโยชน์มากได้ไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ไม่ได้รับการติดต่อจากส่วนราชการใด ๆ ก็ใช้เครือข่าย ๑๓๐๐ นี้ นอกจากนั้นแล้วอดที่จะกล่าวถึงไม่ได้ก็คือสภาเด็กและเยาวชน ท่านประธานครับ สภาเด็กและเยาวชนนั้นเป็นสภาเด็กและเยาวชนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมาย ของเด็กและเยาวชน ปี ๒๕๕๐ ได้มีสภาเด็กและเยาวชน ในปี ๒๕๕๓ ที่ผ่านมาเกิดอุทกภัย เช่นเดียวกันนี้นะครับ แม้จะไม่มากมายเท่านี้ แต่สภาเด็กและเยาวชนทั่วประเทศที่เกิดภัย น้ําท่วมได้มีบทบาทในการมาช่วยสังคม ให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แต่น่าเสียดาย นะครับท่านประธาน ในการตั้งงบประมาณสนับสนุนกิจกรรมของเด็กและเยาวชนเที่ยวนี้ ผมมาดูเงินงบประมาณสนับสนุนซึ่งทางการได้จัดให้นะครับ สนับสนุนของสภาเด็ก และเยาวชนแล้วได้รับในงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ เพียง ๒๐,๙๓๐,๐๐๐ บาท โดยมีหลักเกณฑ์ ไว้ว่า ให้สภาเด็กและเยาวชนในระดับอําเภอ อําเภอละ ๑๐,๐๐๐ บาท ระดับจังหวัด จังหวัดละ ๑๕๐,๐๐๐ บาท กทม. ๒๕๐,๐๐๐ บาท และระดับชาติ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ในส่วนหนึ่งในระหว่าง ที่สภายังไม่ยุบ ผมเสนอไปว่าขอให้ทางรัฐบาลจัดสรรเงินงบประมาณให้กับสภาเด็ก และเยาวชนในระดับตําบล ซึ่งมีทั้งหมด ๗,๒๕๕ ตําบล ขอตําบลละ ๕,๐๐๐ บาท เป็นเงิน ๓๖ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าถูกตัดไปไม่ได้รับการสนับสนุน สภาเด็กและเยาวชนนั้น มีประโยชน์มากนะครับท่านประธานครับ เพราะว่าเด็กเหล่านี้ถ้าหากว่าเราสามารถตั้งเป็น สภาคู่ขนานกับสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลหรือ อบต. เด็กเหล่านี้ จะเป็นเงาสะท้อนให้กับผู้ใหญ่ได้เห็นว่าเด็กเหล่านี้เขาได้เข้าใจปัญหาของเขานะครับ แต่ปรากฏว่าไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ ในขณะที่กิจกรรมของเด็กเหล่านี้ ได้ทํามามากนะครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนต่อไปว่าในงบประมาณ ผมจะไปเร็ว ๆ นะครับ เวลาไม่มาก ในงบประมาณของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการนะครับ ในส่วนจัดสรร เงินงบประมาณประชากรเป้าหมายที่ได้รับสวัสดิการสังคมเพื่อให้ผู้ประสบปัญหาทางสังคม เข้าถึงและได้รับบริการสวัสดิการสังคมขั้นพื้นฐานสามารถดํารงชีวิตอยู่ในสังคมได้ ปีนี้ได้รับ เงินอุดหนุนเฉพาะกิจเพื่อสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่งทั้งหมด ๓๗๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ทุกปีก็ได้มีการจัดให้ลักษณะเช่นนี้ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ข้อเท็จจริงในระหว่างที่ผมเป็นรัฐมนตรีที่กระทรวงนี้นะครับ ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. พรรคฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ขอรับการสนับสนุนมานะครับ โดยมีรายชื่อผู้ได้รับ การสงเคราะห์นั้นผมจะจัดให้อย่างทั่วถึงทุกคน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล หรือแม้กระทั่ง ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับทราบจาก เจ้าหน้าที่บางส่วนว่า ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่นจังหวัดอุบลราชธานีได้จัดเงินสงเคราะห์ ให้กับผู้มีรายได้น้อย ผู้ยากไร้นะครับ ระบุชื่อไปเลยครับว่าให้เฉพาะ ส.ส. พรรคเพื่อไทย ๗ คน ทั้ง ๆ ที่มี ส.ส. ทั้งหมด ๑๑ คน ส.ส. เขตนะครับ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ๔ คน รวมเป็น ๑๕ คน แต่จัดเงินสงเคราะห์ไปให้ในพื้นที่ที่ถูกน้ําท่วมแค่ ๗ คน ระบุชื่อไปเลยเป็น ส.ส. พรรคเพื่อไทยทั้งสิ้น อย่างนี้จะเรียกว่า ๒ มาตรฐานไหมครับ ท่านประธานครับ ผมก็อยากจะให้ดูแล พื้นที่ที่ถูกน้ําท่วมหนักที่สุดคืออําเภอเขื่องใน ซึ่ง มี ส.ส. วุฒิพงษ์ นามบุตร อยู่ที่นั่นไม่ได้รับการจัดสรรนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากสิ่งเหล่านี้ไว้ด้วยว่าอยากจะให้ เกิดความเป็นธรรม ไม่อยากจะให้มีลักษณะ ๒ มาตรฐานลักษณะเช่นนี้อีกครับ
ท่านประธานครับ ผมต่อไปที่สํานักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าปีนี้สํานักงานนี้รับเงินสนับสนุน เพียง ๑๙๘ ล้านบาท เมื่อผมได้มาอ่านยุทธศาสตร์นะครับ ยุทธศาสตร์ที่ ๔ ในนโยบายของ รัฐบาลนี้นะครับ ยุทธศาสตร์ที่ ๔ เรื่องการศึกษา คุณธรรมจริยธรรม คุณภาพชีวิต และความเท่าเทียมกันในสังคม ในข้อที่ ๔.๖ หน้า ๓๖ บอกว่า จะสร้างหลักประกัน ความมั่นคงในการดําเนินชีวิตให้คนพิการโดยสนับสนุนเงินอุดหนุนเบี้ยคนพิการ ๑.๑ ล้านคน ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนให้ทราบว่าเบี้ยยังชีพของคนพิการหรือที่เรียกว่า เบี้ยความพิการนั้นได้รับเดือนละ ๕๐๐ บาททุกคนนะครับ ทําไมรัฐบาลไม่คิดให้เหมือนกับ ทางผู้สูงอายุ คือให้เป็นขั้นบันได ๖๐ เท่าไร ๗๐ เท่าไร ๘๐ เท่าไร คนพิการนั้นนะครับ อาจจะไม่จํากัดเรื่องอายุ แต่ไม่ควรจะไปจํากัดไว้ที่ ๕๐๐ บาท ความจําเป็นในการดํารงชีวิต ผมเรียนให้ทราบว่าคนพิการลําบากมาก ไม่ใช่เพียงแค่นั้นนะครับ ท่านประธานครับ นอกจากไม่จัดให้แล้ว ให้ ๕๐๐ บาทเท่าเดิมแล้ว คนพิการ ๑.๑ ล้านคน ในเงินกองทุน ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ รัฐบาลชุดที่ผ่านมาตั้งเงินกองทุน ให้ ๕๐ ล้านบาท ปีนี้ ๒๕๕๕ ไปลดของเขาอีกครับ ลดของเขาเหลือเท่าไรครับ เหลือเพียง ๒๗ ล้านบาท หายไป ๒๓ ล้านบาท ในขณะที่คนพิการเขาไม่อยากให้เป็นภาระทางสังคม เขาอยากจะได้เงินเหล่านี้เป็นเงินกองทุนสําหรับไปเป็นกองทุนประกอบอาชีพนะครับ แทนที่จะได้เท่าเดิมกลับถูกตัดไป ๒๓ ล้านบาท แล้วเราก็มักจะไปกล่าวหาเขาว่า คนพิการนั้นเป็นภาระทางสังคม ในเมื่อทางรัฐบาลไม่ให้เงินงบประมาณสนับสนุนเขาไป เพื่อดํารงชีวิต ดํารงชีพ จะเป็นลักษณะการกู้ยืมหรือการส่งเสริมอาชีพอะไรก็แล้วแต่นะครับ เขาเองก็ไม่ต้องการเป็นภาระของสังคมนะครับ เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนให้ทางรัฐบาล ได้ทราบว่าจะเพิ่มให้เขาเท่าเดิมได้ไหม นี่คือส่วนคนพิการนะครับ
แล้วต่อไปผมจะพูดถึงเรื่องของสํานักงานส่งเสริมสวัสดิภาพ พิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ ท่านประธานที่เคารพครับ กรณีผู้สูงอายุนั้นผมอยากจะ กราบเรียนให้ทราบว่ารัฐบาลได้ตั้งเงินงบประมาณสําหรับจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นขั้นบันได ตามนโยบายที่ได้บอกไว้ เมื่อวานนี้ผมได้ฟังท่าน ส.ส. จากจังหวัดสุโขทัยท่านพูดบอกว่า ทําเป็นขั้นบันไดทําให้เกิด เป็นปัญหานะครับ ปัญหาอายุ ๖๐ ปี เมื่อไร ๗๐ ปีเมื่อไร ๘๐ ปีเมื่อไร ๙๐ ปีเมื่อไร หรือ ๑๐๐ ปีเมื่อไรนะครับ ทําไมไม่ตั้ง ถ้าคิดว่า ๕๐๐ บาทมันน้อยไปก็เพิ่มมาเป็น ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันนะครับ อย่างนี้จะเป็นความสะดวก แต่ไม่เป็นไรครับ ในเมื่อเป็นนโยบายเขียนไว้ รัฐบาลตั้งเงินงบประมาณไว้ทั้งหมด ๕๓,๖๐๘ ล้านบาท สําหรับคนพิการ ๗,๐๑๖,๖๒๒ คน ท่านประธานครับ เบี้ยคนพิการนั้นอยากกราบเรียน ให้ทราบว่าเป็นความต่อเนื่องของนโยบายจากรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และคนที่เริ่มโครงการนี้จริง ๆ ก็คือนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีเมื่อปี ๒๕๓๖ ครับ ในสมัยนั้นนะครับให้เพียงเดือนละ ๒๐๐ บาท พอนายชวนกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี รอบที่ ๒ ปี ๒๕๔๐ ให้อีก ๑๐๐ บาท เป็น ๓๐๐ บาทนะครับ มาถึงรัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ เพิ่มจาก ๓๐๐ บาท มาเป็น ๕๐๐ บาท ตอนท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาเป็นนายกรัฐมนตรี ตอนนั้นคนสูงอายุได้รับเบี้ยยังชีพทั้งหมด ๑,๘๐๐,๐๐๐ คนครับ ท่านประธานครับ รัฐบาล อภิสิทธิ์บอกว่าคนสูงอายุทั้งหมดจะต้องได้รับเบี้ยยังชีพอย่างถ้วนหน้าทุกคน แต่ว่า ๑. จะต้องเป็นคนสัญชาติไทย ๒. จะต้องแสดงความจํานงในการจะขอรับเบี้ยยังชีพ ปรากฏว่าในปีแรก ๒๕๕๒ ที่มาเป็นรัฐบาลจาก ๑,๘๐๐,๐๐๐ คน เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ได้ทั้งหมด ๕,๔๐๐,๐๐๐ คน ปี ๒๕๕๓ ได้ทั้งหมด ๕,๖๐๐,๐๐๐ คน ปี ๒๕๕๔ นะครับ ๖,๕๐๐,๐๐๐ คน มาถึงปี ๒๕๕๕ รัฐบาลตั้งไว้ทั้งหมด ๗,๐๑๐,๖๖๒ คน ในเบี้ยยังชีพส่วนนี้ ผมกราบเรียนให้ทราบว่าในลักษณะการจ่ายนั้นจ่ายผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ เทศบาลและ อบต. ท่านประธานที่เคารพครับ ในรัฐบาลชุดที่แล้วมีนโยบายที่ว่าจะแยกเงิน ส่วนนี้ออกจากท้องถิ่น เนื่องจากว่าท้องถิ่นเขาบอกว่าในเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุนั้น ไปกินเปอร์เซ็นต์งบพัฒนาของเขา ๒๕ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลชุดอภิสิทธิ์มีแนวความคิดว่า เราจะดึงเงินนี้ออกมาแล้วเอาเงินลงทุนนี้ไปแทน ท้องถิ่นจะได้มีเงินนี้ไปพัฒนาท้องถิ่น แทนนะครับ ก็ปรากฏว่ายังดําเนินการไม่ได้ ก็อยากจะฝากเรื่องนี้ไว้นะครับว่า ท้องถิ่น เขาบอกว่าเขาไม่ขัดข้อง เป็นแต่เพียงว่าอย่าเอาเงินส่วนนี้ไปกินเงินลงทุนของเขา เป็นงบลงทุนของเขา
ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งนะครับ คือเรื่องค่าจัดการศพผู้สูงอายุ ตามประเพณี ซึ่งตั้งจ่ายไว้ปีนี้ ๑๘๒ ล้านบาท กราบเรียนท่านประธานทราบว่าผู้สูงอายุนั้น คือคนที่อายุ ๖๐ ปีขึ้นไปนะครับ ๖๐ ปีขึ้นไปคือบุคคลกลุ่มบุคคลซึ่งได้รับเบี้ยยังชีพ จะเป็น เดือนละ ๕๐๐ บาทหรือในอัตราใหม่ตามรัฐบาลชุดปัจจุบัน ขอกราบเรียนให้ทราบว่า เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุนั้นตั้งแต่งบประมาณปี ๒๕๕๔ ก็ยังจ่ายให้เขาไม่หมดนะครับ ท่านประธาน ค้างจ่ายตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๕๔ เป็นต้นมานะครับ ทางสํานักงานส่งเสริม สวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาสและผู้สูงอายุ ก็ขอเรียนให้ทราบว่า ได้ทําเรื่องเสนอขอเงินค่าจัดการศพผู้สูงอายุตามประเพณีรายละ ๒,๐๐๐ บาท ขอมาตั้งแต่ เดือนสิงหาคม จํานวน ๑๖๙ ล้านบาท จนกระทั่งบัดนี้ยังไม่ได้รับเงินเลยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นก่อนที่จะจ่ายงบใหม่อยากจะให้ไปจ่ายเบี้ยเงินค่าจัดการศพผู้สูงอายุ ตามประเพณีซึ่งค้างเขามาตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี ๒๕๕๔ ให้หมดก่อนก็แล้วกันนะครับ ก่อนที่จะเริ่มงบใหม่ก็กราบเรียนให้ทราบว่า จนกระทั่งเดือนนี้เดือนพฤศจิกายนแล้ว ก็ยังไม่ได้รับนะครับ
สุดท้ายครับท่านประธาน จะกล่าวถึงเรื่องสํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านประธานครับ ในระหว่างรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมเข้าใจว่าทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คนปัจจุบันนี้ท่านก็คงทราบดีว่า ที่ทํางานของท่านเวลานี้ไปอาศัยเขาอยู่นะครับ ไปอาศัยตึก กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการอยู่ เนื่องจากว่ายังไม่มีอาคารสํานักงานเป็นของตนเอง รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้อนุมัติโครงการก่อสร้างตึกที่ทําการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ จํานวนเงิน ๘๗๘ ล้านบาทเศษ ในงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ งวดแรกอนุมัติให้ ๑๓๑,๘๗๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ เดือนนี้มันเดือนพฤศจิกายนแล้ว เงินจํานวนนี้ยังไม่ได้มีการเซ็นสัญญาเลย ทั้ง ๆ ที่ได้มีการประกวดราคา มีผู้รับจ้าง เสร็จเรียบร้อยแล้ว จนกระทั่งถึงเดือนพฤศจิกายนเริ่มปีงบประมาณใหม่แล้ว แต่ปรากฏว่าทางกระทรวง ยังไม่ยอมเซ็นสัญญา ผมก็เลยไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใดแล้วมาปี ๒๕๕๕ นี้ยังตั้งเงิน งบประมาณมาอีกนะครับในงวดที่ ๒ นี้ ๘๗ ล้านบาท ในเมื่อ ๑๓๑ ล้านบาทก็ยังไม่ใช้ แล้วปี ๒๕๕๕ ยังมาตั้ง ๘๗ ล้านบาท ผมไม่เข้าใจว่าการจัดสรรเงินงบประมาณนี้ดําเนินการ อย่างไร อยากจะฝากไปยังสํานักงบประมาณนะครับได้ดูเรื่องนี้ด้วย และผมอาจจะต้อง ให้กรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณเรียกเรื่องเหล่านี้มาดูเพื่อจะตรวจสอบว่า มันติดขัดตรงไหนทําไมจึงไม่ดําเนินการ ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ