ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน หารือความขัดแย้งระหว่างนโยบายรัฐบาลกับรายละเอียดงบประมาณกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะการลดจำนวนและสเปกแท็บเล็ตพีซีที่สัญญาไว้ และเรียกร้องให้รัฐบาลหาวิธีทำให้ได้ตามคำมั่นสัญญา
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขออนุญาตเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับ ว่านโยบายและการแถลงงบประมาณของท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อวานนี้มีประเด็นที่ทําให้ผมต้องขึ้นมาพูด แล้วก็เรียนกับที่ประชุมในที่นี้ว่า มีประเด็นที่เรา ต้องจับตาดูเป็นพิเศษ แล้วก็ตัวกระผมเองก็ค่อนข้างที่จะกังวลอยู่ ๒-๓ ประเด็น ดังนี้ครับ ในรายละเอียดของเมื่อวานนี้นะครับ ตัวงบประมาณในส่วนของเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ ที่ผมให้ความสําคัญ แล้วก็ให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้นั้น ถ้าดูตามรายละเอียดทั้งหมด จะเห็นว่างบประมาณที่ใช้จ่ายเกี่ยวกับกระบวนการการศึกษาของคนในประเทศไทยนั้น เราใช้งบประมาณอยู่ประมาณ ๔๔๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าแยกออกเป็นยุทธศาสตร์อย่างที่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้แบ่งยุทธศาสตร์ออกเป็น ๘ ยุทธศาสตร์หลัก ๆ และยุทธศาสตร์ที่ ๔ คือยุทธศาสตร์ของการศึกษานั้นซึ่งมีเรื่องของสังคม เรื่องของอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ว่า เฉพาะในส่วนของการศึกษานั้นเราใช้จ่ายงบประมาณอยู่ที่ ๔๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าแยกรายละเอียดออกมาเป็นกระทรวง กระทรวงก็จะใช้งบประมาณอยู่ที่ ๔๑๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในรายละเอียดดังกล่าวผมไม่ค่อยได้สนใจเรื่องของตัวเลขสักเท่าไรครับท่านประธาน แต่สิ่งที่ผมสนใจคือกระบวนการและวิธีการที่จะทําให้การใช้เงินในเม็ดเงินจํานวนดังกล่าวนั้น เป็นไปด้วยความถูกต้อง เป็นไปด้วยความเต็มประสิทธิภาพและเกิดดอก เกิดผลกับ พี่น้อง โดยเฉพาะเด็ก ๆ เยาวชน นักเรียน นักศึกษา แต่สิ่งที่ผมกังวลมากที่สุดครับ เพราะว่า ในช่วงเวลาที่ท่านหาเสียงนั้น ท่านบอกอย่างชัดเจนว่า นักเรียน นักศึกษา คนไทยทุกคน จะมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะการศึกษาเรื่องของขั้นพื้นฐานนั้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลเตรียมความพร้อมไว้มากที่สุดเพื่อให้คนไทยนั้นเตรียมพร้อมในการพัฒนา ไปสู่ความเป็นประชาคมอาเซียน เราจะเห็นได้ชัดเจนครับเพื่อนสมาชิกของผมได้พูดไปแล้วเมื่อสักครู่นี้ซึ่งน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง ที่ไม่ได้มีการถ่ายทอด เป็นประเด็นที่หลาย ๆ คนคงจะสนใจในเรื่องของการแจกคอมพิวเตอร์พกพา คุณสุพัชรี ธรรมเพชร ได้บอกไปอย่างชัดเจนว่ากระบวนการในการแจกคอมพิวเตอร์พกพา หรือพีซี แท็บเล็ต (PC Tablet) นั้น มีประเด็นปัญหาที่น่าสนใจ ระหว่างที่ท่านหาเสียง ท่านบอกชัดเจนครับว่านักเรียนทุกคนจะได้คอมพิวเตอร์พีซีนี้ครบทุกคน นั่นหมายความว่า เด็ก ๑๒ ล้านคนจะมีโอกาสได้ใช้แท็บเล็ต พีซี จนมาถึงเวลานี้ครับวันที่ท่านแถลงนโยบาย ท่านบอกว่าให้เฉพาะเด็กประถมศึกษาปีที่ ๑ จนเมื่อวานนี้ครับท่านนายกรัฐมนตรีอ่าน คําแถลงนโยบายซึ่งผมก็เชื่อว่าท่านคงไม่ได้เตรียมเองหรอกครับ เพราะถ้าท่านเตรียมเอง ท่านจะเห็นข้อขัดแย้งกันระหว่างนโยบายในเล่มนี้กับนโยบายที่เป็นรายละเอียดในเล่มใหญ่ เมื่อวานนี้ท่านนายกรัฐมนตรีบอกชัดเจนว่าเราจะมีการแจกแท็บเล็ต พีซี ให้กับเด็กนักเรียน ๕๐๐,๐๐๐ กว่าคน ใช้เงินงบประมาณ ประมาณ ๑,๙๐๐ ล้านบาท ในขณะที่เล่มใหญ่ มีรายละเอียดชัดเจนครับ บอกไว้ว่าเราจะแจกพีซี แท็บเล็ต ให้กับเด็กนักเรียน ๖๐๐,๐๐๐ กว่าคน ในงบประมาณ ๑,๖๐๐ ล้านบาท ถ้าท่านใช้เวลาสักนิดหนึ่งไม่ได้อ่านแต่คําแถลงซึ่งผมเชื่อว่า ท่านก็ไม่ได้ร่างเองครับ มาดูในรายละเอียดเล่มใหญ่ ผมคิดว่าท่านจะได้รายละเอียดชัดเจน ความสับสนตรงนี้ทําให้ผมสงสัยครับท่านประธาน เพราะอย่างที่บอกจาก ๑๒ ล้านคน กลายเป็นเด็กเฉพาะประถมศึกษาปีที่ ๑ ในท้ายที่สุดเหลือเด็กแค่ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ หรือ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าคนที่จะได้แท็บเล็ต พีซีนี้กับโรงเรียนที่พร้อมเท่านั้น ผมคิดว่าประเด็นนี้ เป็นประเด็นสําคัญ เพราะว่าสิ่งที่รัฐบาลต้องทําไม่ใช่เดินมาบอกกับพวกเราหรือ พี่น้องประชาชนครับว่าท่านสัญญาไว้อย่างนี้พอถึงเวลาวันนี้ท่านทําไม่ได้เลยลดปริมาณ ลดสเปก (Spec) ลงมา สิ่งที่ท่านต้องทําคือท่านสัญญาไว้อย่างไรท่านต้องหาวิธีการ กระบวนการหรืองบประมาณเพื่อทําให้ได้อย่างนั้นที่ท่านสัญญาไว้ สิ่งนี้ผมคิดว่าน่าจะเป็น หน้าที่ของรัฐบาลที่ถูกต้อง และผมเชื่อครับว่ากระบวนการการทํางานแบบนี้ก็สร้าง ความหนักใจให้กับผู้ร่วมทํางานของท่านด้วย เท่าที่ผมทราบมาท่านรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการพยายามจะหาวิธีหางบประมาณทําอย่างไรก็ได้เพราะท่านเอง ก็ไปหาเสียงกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของท่านไว้ว่าแท็บเล็ต พีซีนั้นจะแจกกับเด็กทุกคน ที่เป็นนักเรียน นักศึกษา ในท้ายที่สุดพอบอกว่าแจกไม่ได้ ลงมาเหลือแค่ประถมศึกษาปีที่ ๑ ท่านก็เลยต้องพยายามไปควานหาสเปกหรือเครื่องคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต พีซี ในราคาที่ถูกที่สุด ที่คุณภาพพอจะใช้ได้ดีที่สุดในงบประมาณที่ค่อนข้างจํากัด งบประมาณของ กระทรวงศึกษาธิการนั้นผมทราบในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมาจนถึงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ท่านรัฐมนตรีพยายามของบประมาณอยู่ ๔๒๗,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะที่ท่านได้รับอนุมัติ แล้วก็มาขอต่อสภาแห่งนี้ ๔๑๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันหายไปเยอะนะครับท่านประธาน และแน่นอนว่าเม็ดเงินที่หายไปเยอะนั้นผมเชื่อเหลือเกินว่าคุณภาพของการเรียนการศึกษา ของน้อง ๆ เด็ก ๆ เยาวชนเราจะถูกลืมถูกทอดทิ้งในบางส่วน นี่คือส่วนหนึ่งครับ ที่ความน่าเชื่อถือของนโยบายที่ทําไว้สวนทางกับตัวเลขของงบประมาณที่ขอมา ซึ่งผมมั่นใจว่า ถ้าเป็นอย่างนี้ความน่าเชื่อถือที่น้อยลงแบบนี้กับกระบวนการของการของบประมาณแบบนี้ ทําให้กระบวนการทางการศึกษาค่อนข้างน่ากังวล มากไปกว่านั้นครับยุทธศาสตร์ อื่น ๆ ที่ท่านวางไว้ตามที่ผมได้เรียนให้กับท่านทราบจะเห็นชัดเจนครับว่ากระบวนการ ในการจัดสรรงบประมาณนั้นไม่ได้ถูกจัดไปอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการ งบแท็บเล็ต พีซี ที่ผมบอกเมื่อสักครู่นี้อยู่ในยุทธศาสตร์ของการพัฒนาเพื่อความสมดุล ในท้ายที่สุดท่านก็ลืมไปว่า เรายังมีสิ่งสําคัญอีก ๒ สิ่งซึ่งเป็นเรื่องใหญ่พอสมควรเหมือนกัน นั่นก็คือเรื่องของการก้าว เข้าไปสู่ประชาคมอาเซียนซึ่งท่านให้งบประมาณไว้แค่ ๕๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง แล้วเป็นงบดําเนินการอยู่ ๕๒๘ ล้านบาท จาก ๕๕๘ ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณทั้งหมด ในกระบวนการทั้งหมดเหล่านี้ทําให้เด็ก ๆ ที่มีโอกาสที่จะเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน มีงบประมาณอยู่แค่ ๑๐ กว่าล้านบาท การอุดหนุนเรื่องภาษา เรื่องการส่งเสริมการเรียน เรื่องภาษาเพื่อที่จะพัฒนาเด็กเหล่านี้ให้ก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียนก็ใช้งบประมาณแค่ ๒๑ ล้านบาทเท่านั้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราต้องเรียนถามรัฐบาลครับว่าถ้าเราจะก้าวไปสู่ ความเป็นประชาคมอาเซียนในปี ๒๐๑๕ แล้ว แต่ว่าเรายังใช้จ่ายงบประมาณกับการก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียนแค่ ๕๐๐ กว่าล้านบาทแบบนี้ ผมไม่แน่ใจว่าเด็กไทยจํานวนเท่าไรจะมีความพร้อมในการที่จะก้าวไปสู่ความเป็นประชาคม อาเซียน หรือก้าวเข้าไปสู่ความเป็นสากลอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงไว้เมื่อวานนี้
สิ่งสําคัญประการสุดท้ายครับซึ่งแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้เข้าใจ กระบวนการในการพัฒนาการเรียนการสอนของกระทรวงศึกษาธิการอย่างชัดเจน คือเรื่องของการพัฒนาครูและการแก้ปัญหาการขาดแคลนครู ท่านใช้งบประมาณจํานวนหนึ่ง ในการพยายามที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาความขาดแคลนครูผู้สอน แต่ว่าอย่างหนึ่งที่ท่าน ไม่เคยเข้าใจก็คือว่า กระบวนการในการขาดแคลนครูผู้สอนนั้นไม่ได้เกิดจากงบประมาณ ที่น้อยครับ แต่เกิดจากกระบวนการการวัดผลและกระบวนการการรับสมัครสอบ ซึ่งเรื่องนี้ เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่า ปัญหาของการขาดแคลนครูนั้นไม่ได้เกิดจากงบประมาณแต่อย่างใด แต่เกิดจากวิธีการ ซึ่งไม่จําเป็นต้องใช้เงินครับ จริง ๆ ผมยังมีรายละเอียดอีกเยอะพอสมควร แต่เพื่อไม่ให้ รบกวนเวลาเพื่อนสมาชิกที่ต้องพูดต่อ ก็ฝากทิ้งท้ายไว้ให้กับท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรี ครับว่าในวันนี้ไม่ว่าปัญหาอุทกภัยจะเป็นอย่างไรก็ตาม ในสภาแห่งนี้เรากําลังประชุมกัน เรื่องของการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ที่นี่ไม่ใช่เวทีของการแก้ตัว ของผู้แทนราษฎรที่ไม่ลงพื้นที่แล้วมาแก้ตัวออกสื่อ ที่นี่ไม่ใช่เวทีของการสนับสนุน ยกยอปอปั้นใคร แต่สิ่งที่เราต้องทําวันนี้คือพิจารณาให้ชัดเจนครับว่างบประมาณรายจ่าย ที่พิจารณากันมาเรียบร้อยแล้วมาขออนุญาตสภาที่นี้มีความเหมาะสม มีความชัดเจน และมีความน่าเชื่อถือแค่ไหน เพราะถ้าท่านไม่พิจารณาให้ชัดเจนผมเชื่อว่าพอถึงกระบวนการ ในการทํางานท่านจะมีปัญหาเยอะกว่านี้ครับ ขอบคุณครับ