วิทยา แก้วภราดัย หารือเรื่องการพิจารณางบประมาณรัฐบาล โดยเรียกร้องให้รัฐบาลให้ข้อมูลรายละเอียดการใช้จ่ายเงิน 120,000 ล้านบาทที่จะใช้ฟื้นฟูและเยียวยา และขอให้รัฐมนตรีคลังอย่าไปนั่งประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาวาระการแปรญัตติ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ การพิจารณากฎหมายฉบับนี้ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็น หัวใจสําคัญที่สุดของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพราะว่าเป็นเรื่องของการพิจารณา งบประมาณรัฐบาลก็จะมาขออนุญาตสภาครับว่าจะไปใช้จ่ายเงินอย่างไร พวกผมที่สมัคร เป็น ส.ส. ทุกคน วันที่สมัครก็รับปากกับประชาชนครับว่าเราจะมาติดตามตรวจสอบดูแล การทํางานของรัฐบาล และที่สําคัญครับก็คือท่านประธานสมศักดิ์ท่านได้ดําริตั้งแต่ รับตําแหน่งครับว่า ในการพิจารณาเรื่องราวที่สําคัญท่านจะกําชับรัฐมนตรีให้เข้าร่วมประชุม โดยพร้อมเพรียง ท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่าบรรยากาศวันนี้เริ่มดีขึ้นครับ เราพิจารณา เมื่อเช้าไม่มีรัฐมนตรีสักคน ถ้าจะกรุณาท่านรัฐมนตรีคลังอย่าเพิ่งกลับนะครับ ท่านไปเสียแล้วครับ แล้วก็ทยอยไปอีกคนตามเวร ที่จริงเป็นเรื่องสําคัญครับ ท่านประธานสภา พวกผมทําหน้าที่ตรวจสอบแล้วก็จะตามช่วยดู เรากังวลกันมาตลอดครับว่า ฝ่ายค้านจะถลกหนังรัฐบาลในสภา บรรยากาศ ๑ วันที่ผ่านมาท่านจะเห็นว่าตั้งแต่ผู้นําฝ่ายค้านครับ ทั้งหมดเป็นความพยายามที่จะเสนอแนะหาทางออกและร่วมกันแก้วิกฤติของบ้านเมือง ทั้งหมด วันนี้เราพิจารณางบประมาณกัน ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เราจะจ่ายเงิน ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าเรามีโอกาสหาเงินได้ครบหรือเปล่า พวกผมก็ทราบครับว่า รัฐบาลเขียนมาว่าต้องกู้สตางค์เขาถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเป็นบรรยากาศ เมื่อ ๔ เดือนที่แล้วว่าก็จะได้ยินเสียงสนั่นว่าดีแต่กู้ ๆ ก็ไม่มีสตางค์และความจําเป็นบ้านเมือง ดีมันก็ต้องกู้ครับ และพวกผมก็เห็นใจครับว่ารัฐบาลจําเป็นต้องกู้ เพราะฉะนั้นจะไม่มี คําถากถางจากพวกผมครับว่าดีแต่กู้ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้พวกผมได้เตรียมงบประมาณสําหรับ ปีนี้ไว้ แต่รัฐบาลนี้ท่านกู้เพิ่มอีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นความจําเป็นครับ แต่ทุกอย่างที่กู้ไป พวกผมก็มีข้อเสนอแนะ แล้วก็อยากได้ยินคําตอบในสภา เมื่อวานนี้ท่านผู้นําฝ่ายค้าน ได้ชี้แนะรัฐบาลไปครับ ที่ผมขอความกรุณาว่ารัฐมนตรีคลังนั่งต่อนะครับ เพราะพิจารณา งบประมาณวาระที่หนึ่งเสร็จ ท่านจะต้องไปนั่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาวาระ ของการแปรญัตติ ผู้นําฝ่ายค้านเสนอแนะนะครับว่าเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะใช้ฟื้นฟู เยียวยาและเป็นงบฉุกเฉินไม่ได้มีรายละเอียด จะใช้แค่วิกฤติน้ําท่วมครับ และเมื่อรัฐบาล และพวกเราเชื่อมั่นครับว่าภายในเดือนธันวาคมทุกอย่างน่าจะสงบ รัฐบาลพอจะแยกแยะ ได้ไหมครับว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเราจะใช้อะไรบ้าง เช่นเดียวกันครับว่าการพิจารณา งบประมาณไม่ได้จบวันนี้และรัฐบาลจะเริ่มจ่ายสตางค์ เราจะพิจารณากันเสร็จจริง ๆ ก็สิ้นเดือนธันวาคมครับ ผู้นําฝ่ายค้านขอความกรุณาผ่านรัฐบาลไปยังคนที่จะพิจารณา กรรมาธิการครับว่าก่อนที่พิจารณางบประมาณเสร็จลงรายละเอียดเสียให้เสร็จ แต่ปรากฏว่าโวยวายกันขึ้นมาครับว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทต้องกําหนดไว้ลอย ๆ เพื่อจะใช้จ่าย สะดวก มันจะสะดวกอย่างไรครับเพราะพวกผมเป็นผู้แทนทั้งหมดเขาให้มาตรวจสอบ การทํางานรัฐบาล เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีคลังครับท่านก้าวลงไปจากบัลลังก์ที่นั่งเสียแล้ว นะครับ ฝากท่านด้วยครับว่าท่านกําลังจะไปทําหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการและ เอาข้อสังเกตไปด้วยครับ กลับมาวาระที่สอง วาระที่สาม ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ควรจะลง รายละเอียดด้วยครับว่าหน่วยงานไหนบ้างที่จะได้ไป และผมขออนุญาตตําหนิ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ข้อเสนอแนะของฝ่ายค้านตั้งแต่เริ่มต้นครับว่าวิกฤติครั้งนี้เป็นเรื่องที่ ยิ่งใหญ่ สละได้ไหมที่หาเสียงบางเรื่องและอาจจะไม่จําเป็น เช่น โครงการรถคันแรก เพราะทั้งกรุงเทพฯ วันนี้เขาซื้อเรือลําแรกกันหมดแล้วครับ เราต้องใช้เงิน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท สําหรับรถคันแรก หยุดสักพักได้ไหมครับช่วยเอามากระจายรายได้ให้กับประชาชน จ้างงานครับ ซึ่งตัวเลขค่อนข้างชัดเจนครับ อย่างน้อย ๖๐๐,๐๐๐-๗๐๐,๐๐๐ คนก็จะตกงาน วันละ ๓๐๐ บาท ผู้นําฝ่ายค้านบอกว่าเราจ้างคน ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน วันละ ๓๐๐ บาท ได้ถึง ๓ เดือนครับ ปรากฏว่าท่านนายกรัฐมนตรีนั่งฟังตลอดครับ ผมกลับไปดูโทรทัศน์หลังประชุมเมื่อคืน ท่านไปชี้แจงข้างนอกครับ ท่านไม่เลิกประชาพิจารณ์ ท่านจะเดินหน้าประชาพิจารณ์ ผมตําหนิท่านครับ พวกผมเป็นสมาชิกตรวจสอบท่านในสภา ท่านต้องมาตอบที่นี่ ทุกเรื่อง ที่จะต้องหารือเป็นทางนโยบายท่านต้องมาตอบที่นี่ไม่ใช่หนีสภาแล้วไปตอบที่อื่น สักวันหนึ่ง เวลาไม่มีสภาแล้วท่านจะเสียใจครับ เราใช้สภาของเราให้ศักดิ์สิทธิ์แล้วก็รอดําเนินการ วันนี้ครับ ก็ไม่อยากบอกครับท้องถิ่นอย่างกรุงเทพมหานครเขาเริ่มจ่ายวันละ ๓๐๐ บาท จ้างคนเข้าไปทํางานนะครับ เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถ้ามีเวลา หารือกันสักนิดแล้วก็มาตอบชี้แจงในสภา ท่านประธานครับ ๑๓ คนที่อภิปรายมาจบแล้ว ของพรรคประชาธิปัตย์ เราพูดเรื่องยุทธศาสตร์ที่ ๔ ของรัฐบาล คือยุทธศาสตร์ที่จะพูดถึง การศึกษา คุณธรรมจริยธรรม คุณภาพชีวิต และความเท่าเทียมกันในสังคม ไล่มาแต่เรื่อง คุณธรรมจริยธรรม ไล่มาแต่เรื่องของการศึกษา ไล่มาแต่เรื่องของคุณภาพชีวิต ไล่เรื่อง ประสิทธิภาพของการควบคุมสื่อรัฐบาลจนทําให้เสื่อมศรัทธา เราไล่มาทุกข้อครับ ก็อยากฟัง คําชี้แจงของรัฐบาล จบจากผมครับก็เรียนฝากท่านประธานวิปรัฐบาลไปช่วยตามรัฐมนตรี ด้วยครับ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการแก้วิกฤติเรื่องน้ําท่วมอุทกภัยครั้งนี้ เตรียมตัวขึ้นมานั่ง อีก ๑๔ ท่านเขาจะพูดเรื่องนี้ขอให้ความสนใจเถอะครับ เพราะในเรื่องที่กลุ่มแรกพวกผม ได้อภิปรายไปจบที่ผมวันนี้เราพูดถึงเรื่องการศึกษา คุณธรรมจริยธรรม คุณภาพชีวิต ผมอยากทบทวนว่าในช่วงวิกฤติดังกล่าวที่เกิดขึ้น ประเทศไทยเราได้สะท้อนเรื่องคุณธรรม จริยธรรมอย่างรุนแรงมากครับ เราทุกคนในสภาชื่นชมครับ วันที่ประเทศญี่ปุ่นเขาประสบ สึนามิ แล้วเกิดวิกฤติอย่างยิ่งใหญ่ คนไทยแสดงน้ําใจบริจาคไปพวกเราในสภาแสดง ความชื่นชมคนญี่ปุ่นที่เห็นภาพคนที่ตกทุกข์ได้ยาก อดอาหาร เข้าแถวกันเดินซื้อของ ในห้างสรรพสินค้า คนสุดท้ายซื้อไม่ได้หรอกครับ แต่คนแรก ๆ เขามาเจือจาน เรารู้ถึง ความมีวินัย ความมีคุณธรรม และวันที่สังคมไทยวิกฤติเรื่องน้ําท่วม เราชื่นชมครับที่เห็น คนหนุ่มสาว ประชาชนคนเฒ่าคนแก่เข้าไปเรียงแถวช่วยรัฐบาลนั่งบรรจุถุงใส่ของ แต่ท่านเชื่อไหมครับว่าท่ามกลางคนที่มีคุณธรรมส่วนหนึ่งคนที่ไร้คุณธรรมขาดวินัยมากครับ ไม่ช่วยอย่างเดียวไม่ว่าของที่เขาบริจาคกันมายังกล้าอาสาไปแจกจ่าย ก็จะเป็นพระคุณครับ ถ้าแจกจ่ายอย่างนั้น แต่เล่นปล้นกลางแดดเอาต่อหน้าครับ ติดชื่อตัวเองไปแจกอย่างนี้ ใช้ไม่ได้ครับ ไร้คุณธรรมสังคมไทยต้องเปลี่ยนระบบการศึกษาฝากไว้กับคนรุ่นนี้ไม่ได้ครับ กระทรวงศึกษาธิการต้องมาตอบครับว่าคุณธรรมจริยธรรมของคนในสังคมจะเอาอย่างไร อย่างน้อย ๆ คนประเภทนั้นมันต้องส่งโรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง ให้รู้จักเสียบ้างครับว่าวันนี้ เขาเสียสละทั้งประเทศคนเหล่านี้ทําอะไร วิกฤติที่เกิดขึ้นมันไม่ได้จบแค่นี้ครับ ผมขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนะครับ เพราะท่านจะเป็นคนที่ต้องรับมือหนักมากครับ ท่านรับมาตั้งแต่อยุธยาบ้านท่าน ขนคนป่วยตั้งแต่วิกฤติโรงพยาบาลทั้งหมด น้ําลดไม่จบครับ ผมแนะนําสั้น ๆ ครับ ท่านกลับไปอ่านบทความของศาสตราจารย์ นายแพทย์ประเสริฐ ทองเจริญ ครับ ท่านเพิ่งเขียนมาสด ๆ ร้อน ๆ ครับ มฤตยูหลังน้ําท่วมครับ แนะนํา ให้กระทรวงสาธารณสุขทั้งหมดกลับไปอ่านเล่มนี้ครับ ในขณะที่กระทรวงสาธารณสุข สปสช. เงินค้างท่อเท่าไรท่านไปล้างท่อออกมานะครับ เพราะพวกผมตั้งใจจะตั้งงบประมาณให้กับ สปสช. มากกว่านี้ แต่รัฐบาลเขามอง ชุดนี้เห็นความจําเป็นไปลดจากความตั้งใจของรัฐบาล ชุดที่แล้วลงหัวละ ๑๐๐ กว่าบาท เงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขท่านไปเตรียมตัวนะครับ ฝากไว้ที่ สปสช. ไม่ได้ครับ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เป็นงบฉุกเฉิน ท่านเตรียมเอากลับมานะครับ เพราะว่าหลังจากนี้ครับท่านรัฐมนตรี เมื่อวานช่วงบ่ายผมมีโอกาสออกไปข้างนอกครับ เอาข้าวอาหารไปแจกคนที่บางบัว ระยะทางที่ผมนั่งรถจากโรงแรมเจ้าพระยาปาร์คไปบางบัว ท่านรัฐมนตรีครับ เหม็นครับ ผมนั่งอยู่บนรถครับ กลิ่นที่มันระอุขึ้นมาเหม็น และกรุงเทพมหานครเรารับความเหม็น มาจากภาคเหนือจนมากองตรงนี้ครับ ท่านเจอแน่ครับ โรคที่หนังสือพิมพ์ กระทรวงสาธารณสุขพาดหัวแต่เรื่องเพศหญิง เพศชาย ไม่ใช่แล้วครับ มันจะหนักและร้ายกาจยิ่งกว่านั้น มฤตยูครับท่านหลังน้ําท่วม และที่สําคัญครับ การตั้งงบประมาณไป ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทดังกล่าวนี้ ผมเข้าใจว่าเนื่องจากความจําเป็นครับ การพิจารณางบประมาณปีนี้ล่าช้า เราเริ่มจ่ายงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคมครับ จ่ายมาเดือนกว่าแล้วครับ พวกผมก็พยายามดูว่าจะมีนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีคนไหน มาบอกผมบ้างครับว่าเดือนกว่า ๆ ที่ผมไม่ได้พิจารณางบประมาณของท่าน ท่านจ่ายอะไร ไปแล้วบ้าง ถุงยังชีพถุงละ ๘๐๐ บาทที่ทะเลาะกันไม่จบว่าจริงหรือไม่จริง ท่านมาบอก ผมด้วยครับว่าท่านจ่ายไปกี่ถุง สตางค์ที่เขาบริจาคก็แยกไปส่วนหนึ่งนะครับศรัทธาประชาชน แต่เงินที่เป็นภาษีอากรท่านเอาไปจ่ายเท่าไร บิ๊กแบ็กที่กําลังลือกระฉ่อนอยู่ในเว็บไซด์ต่าง ๆ ว่า ถุงละ ๓,๐๐๐ กว่าบาท ท่านช่วยมาแจงพวกผมด้วยครับว่าใช้ไปแล้วเท่าไร เรือทั้งหมด ท่านซื้อไปแล้วกี่ลํา เครื่องสูบน้ําเท่าไร ก่อนจบการพิจารณางบประมาณวันนี้นะครับ ท่านต้องมาแจ้งกับสภาให้หมดครับว่าก่อนที่จะพิจารณางบประมาณที่ให้ท่านไปใช้ ท่านใช้ไปก่อนแล้วเท่าไร จะบอกไม่รู้ไม่ได้ครับ แล้วก็ผมไม่ได้ค้านครับ จําเป็นต้องใช้ แต่พวกผมต้องตรวจสอบ ประชาชนต้องตรวจสอบ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมผ่านวิกฤติ เรื่องน้ําท่วมมาตั้งแต่เป็น ส.ส. สมัยแรกครับ แล้วก็เห็นวิกฤติหลังจากน้ําท่วมมาตั้งแต่ เป็นนักศึกษาครับ ผมบอกให้ระมัดระวังครับ วันนี้คนงานจากพม่าหนีกลับเกือบหมดแล้วครับ เพื่อนผมที่อยู่แถวสุขุมวิทบอกว่าคนใช้พม่ากลับหมด ถ้าไม่กลับแม่จะมาตาม ถามว่า เกิดอะไรขึ้นครับ พม่าเขาบอกว่าเขาเริ่มพยากรณ์กันว่าจะเกิดวิกฤติใหญ่หลังน้ําท่วม ในเมืองไทย เขาตามลูกหลานกลับหมด ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อปี ๒๕๑๘ จังหวัด นครศรีธรรมราชน้ําท่วมใหญ่ น้ําท่วมเสร็จเกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่าผู้ว่าราชการจังหวัด เก็บของบริจาคไม่แจกประชาชน หลังน้ําท่วมเสร็จ ๑ เดือนครับ ประชาชนเผา จวนผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องทําวันนี้ครับ ท่านต้องทําความโปร่งใสครับ พูดความจริงออกมาทั้งหมด ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีประชาต้องกลับมานั่งตรงนี้ครับ เดี๋ยวสักครู่ก็จะพูดให้ท่านฟัง ท่านนายกรัฐมนตรีเปิดงานเมื่อเช้าเสร็จแล้วกลับมาตรงนี้ครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยทั้งหมดกลับมาตรงนี้ครับ สักครู่เราจะนําเสนอ ให้ท่านแก้ปัญหา เพราะไม่เช่นนั้นแล้วพวกผมประชาชนกลัวที่สุดครับ รวมทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน กลัวจลาจลครับ ประมาทไม่ได้ครับ น้ําลดแล้วไม่ใช่จะสงบ น้ําลดเมื่อไร ภาระรัฐบาล ภาระประชาชนยิ่งหนัก นโยบายอันไหนไม่จําเป็นต้องทบทวน พวกผม นําเสนอแนะได้แค่นี้ครับ หลังจากนี้อยู่ที่ว่ารัฐบาลจะรับไมตรีข้อเสนอแนะประชาชนหรือไม่ พวกผมมาจากประชาชน เสนอแนะรัฐบาลถ้าไม่ฟังก็ช่วยไม่ได้ครับ เป็นเรื่องที่รัฐบาล ต้องเผชิญหน้ากันเอง ก็ฝากท่านประธานช่วยเรียกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาเตรียมตัวด้วยครับ ขอบพระคุณครับ