มนพร เจริญศรี หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ และเรียกร้องการสนับสนุนจากสภาผู้แทนราษฎรให้เพิ่มเงินกองทุนพัฒนาสตรี
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางมนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นร่างงบประมาณที่เป็นช่วงรอยต่อของรัฐบาลชุดเดิม ที่ได้วางกรอบวงเงินงบประมาณและยุทธศาสตร์การพัฒนาแต่ละด้านไว้แล้ว เพียงแต่รัฐบาล ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้เพิ่มเติมในนโยบายของพรรคเพื่อไทยเพื่อกําหนดเป็น นโยบายของรัฐบาล ประกอบกับช่วงนี้ประเทศไทยของเราได้ประสบอุทกภัยอย่างรุนแรงต่อ วิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน ดิฉันรู้สึกเห็นใจพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยทุกครัวเรือน และในช่วงที่ท่านประธานได้งดการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านของ พรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้หยุดตามที่ท่านประธานหยุดนะคะ พวกเรา ส.ส. อีสานก็ได้ระดม ของบริจาค ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร อาหารแห้ง เรือหรือห่วงยาง เครื่องใช้ อุปกรณ์ เครื่องนุ่งห่ม แล้วก็ ส.ส. ผู้หญิงก็ได้จัดทําครัวเคลื่อนที่เพื่อจะบรรจุอาหารกล่องส่งถึงมือ พี่น้องประชาชนในช่วง ๔ อาทิตย์ที่ผ่านมา ดิฉันต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ภาคอีสาน แล้วก็สิ่งของที่ท่านบริจาคมาก็ยังหลั่งไหลไม่ขาดสายค่ะ ท่านประธานคะ ในภาวะวิกฤติก็เป็นโอกาสของประเทศเช่นเดียวกัน ในรอบศตวรรษที่ผ่านมาปัญหาได้เกิดขึ้น เราก็จะได้มาร่วมกันจัดการวางแผนบริหารการจัดการน้ําอย่างเป็นระบบ ถึงแม้ว่าจะใช้ งบประมาณจํานวนมากก็ตาม แต่มันเป็นการแก้ไขปัญหาระยะยาว ท่านประธานคะ ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ในยุทธศาสตร์ที่ ๔ ในเรื่องของการศึกษา คุณธรรม จริยธรรม คุณภาพชีวิต และความเท่าเทียมกันของสังคม ซึ่งในยุทธศาสตร์นี้ได้บรรจุกองทุนพัฒนาสตรีไว้จํานวน ๑,๗๒๐ ล้านบาทนั้นเป็นเพียงระยะเริ่มแรกของกองทุนพัฒนาสตรี ท่านประธานคะ ตั้งแต่ ตั้งประเทศไทยมาเราต้องยอมรับว่าไม่มีรัฐบาลชุดไหนที่จัดสรรเงินรัฐบาลลงไปสู่มือของสตรี ทุกหมู่บ้าน แล้วก็โดยตรงเท่ากับรัฐบาลชุดนี้ โดยเงินกองทุนพัฒนาสตรีที่รัฐบาลได้กําหนดไว้ ได้กําหนดบทบาทและเป้าหมายในการบริหารกองทุนไว้อย่างชัดเจน เพราะเงินเหล่านี้ จะเป็นเงินที่คงอยู่กับกลุ่มกับชุมชนตลอดไป และเงินเหล่านี้ก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้ พี่น้องประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุน และเงินกองทุนเหล่านี้ก็จะไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ในการ ค้ําประกัน โดยที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่าคนค้ําคน เพราะฉะนั้นเงินกองทุนเหล่านี้ก็จะเป็นการ เสริมสร้างศักยภาพเศรษฐกิจภายในชุมชนภายในครัวเรือนให้มีประสิทธิภาพต่อไป บนความเสมอภาคและความเท่าเทียมกันของหญิงชาย ไม่ได้เป็นเพียงวลีที่พูดกันให้สวยหรู แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้เปิดโอกาสให้สตรีได้เข้ามาจัดสรร ทรัพยากรของประเทศ โดยเฉพาะงบประมาณที่มาจากภาษีอากรของพี่น้องประชาชน อย่างเท่าเทียม ดิฉันมองว่างบประมาณที่รัฐบาลได้จัดสรรให้กองทุนพัฒนาสตรีเพียง ๑,๗๒๐ ล้านบาทนั้นยังน้อยไปเสียด้วยซ้ําค่ะ ถ้างบประมาณชุดนี้ได้ผ่านวาระแรกไปแล้ว อยู่ในชั้นของการแปรญัตติ ดิฉันขอความกรุณาให้คณะกรรมาธิการงบประมาณได้เพิ่ม เงินกองทุนพัฒนาสตรีให้มากกว่านี้ด้วย ส่วนค่าตอบแทนของผู้สูงอายุในระดับขั้นบันได ตั้งแต่ ๖๐ ปี ๖๐๐ บาท ๗๐ ปี ๗๐๐ บาท ๘๐ ปี ๘๐๐ บาท และ ๙๐ ปีขึ้นไป ๑,๐๐๐ บาท ดิฉันกลับมีมุมมองว่ามันเป็นการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ เพราะดิฉันเชื่อว่าผู้สูงอายุมากเท่าไรยิ่งต้องใช้เงินมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่ายารักษาโรค ค่าอาหารที่บํารุงสุขภาพ เพราะรัฐบาลชุดนี้อยากจะให้ผู้สูงอายุมีความสุขมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุขัยที่รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนที่รัฐบาลจะพึงตอบแทนให้ พี่น้องประชาชนคนไทยที่มีสิทธิ ๑ เสียงเท่ากัน เราจะนําความสุขของพี่น้องกลับคืนมา ให้คนไทย ดิฉันทราบว่าขณะนี้กระทรวงมหาดไทยอยู่ในขั้นตอนของการแก้ไขระเบียบ ว่าจะจ่ายเงินผู้สูงอายุจากกฎหมายเดิม นั่นก็คือรายละ ๕๐๐ บาท ขณะนี้พี่น้องประชาชน ที่รอคอย แน่นอนค่ะ รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์จะต้องดําเนินตามนโยบาย ที่หาเสียง แล้วก็พันธะสัญญาที่หาเสียงไว้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานคะ ทั้งหมดทั้งมวล ของการจัดสรรงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ดิฉันมองว่ามีความทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ และสามารถปรับกระบวนการงบประมาณเข้ากับเหตุการณ์ ดิฉันขอสนับสนุน ท่านประธานคะ สตรีเพศเป็นสตรีที่อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอค่ะ ดิฉันมีความเชื่อมั่นอย่างเหลือเกินว่า ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์จะมีกําลังใจที่จะนําพาประเทศไปสู่ความรุ่งเรืองบนพื้นฐาน ของความอ่อนโยน อ่อนน้อม และความซื่อสัตย์สุจริต ดิฉันขอย้ําอีกครั้งค่ะ บนพื้นฐานของ ความซื่อสัตย์สุจริตจะนําพาให้ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์บริหารประเทศไปด้วย ความรุ่งเรือง แล้วด้วยความปรองดองของทุกฝ่าย ขอบคุณค่ะ