วิรัตน์ วิริยะพงษ์ อภิปรายเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ โดยเฉพาะเรื่องการแก้ปัญหาน้ําท่วม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๑ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยเวลาจํากัดเพียงประมาณ ๗ นาทีนั้น สําหรับการอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งได้ตั้งไว้สูงถึง ๒.๓๘ ล้านล้านบาทนั้นนะครับ ผมจะขออภิปรายงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การแก้ปัญหาน้ําท่วมนะครับ รวมทั้งการเยียวยาของผู้ประสบภัยน้ําท่วมของรัฐบาลตั้งแต่ ระยะเริ่มแรก ระยะระหว่างน้ําท่วม และหลังน้ําลดนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ จากการที่ดูตัวเลขจากงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ นั้นนะครับ หลายคนพี่น้องประชาชนซึ่งประสบปัญหาน้ําท่วมนั้นคงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางรัฐบาลนั้น จะได้จัดงบประมาณในส่วนที่กระทรวงที่รับผิดชอบ หรือกรมที่รับผิดชอบในการแก้ไขปัญหา น้ําท่วมให้กับพี่น้องประชาชน แต่เมื่อดูงบประมาณแต่ละกรมแล้วโดยเฉพาะกรมชลประทานนั้นถือว่าเป็นกรมหลักในการ กําหนดยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ํา หรือการแก้ปัญหาเรื่องน้ําท่วมในลุ่มน้ํา ต่าง ๆ นะครับ ซึ่งตั้งงบไว้ ๔๓,๒๙๗.๙ ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าปี ๒๕๕๔ ถึง ๑,๔๘๔ ล้านบาท นะครับ หลังจากที่ผมได้พยายามตรวจดูในงบประมาณ ในโครงการต่าง ๆ นั้น ผมไม่พบ เลยว่าโครงการใหม่ ๆ โครงการที่จะแก้ไขปัญหาน้ําในลุ่มน้ําทั้งหมด ทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ําหลัก นะครับ คงจะเป็นงบประมาณซึ่งเป็นงบประมาณตามปกติ หรืองบประมาณผูกพันในแต่ละปี เท่านั้นนะครับ จึงอยากกราบเรียนกับท่านประธานว่า โดยเฉพาะจังหวัดสุโขทัย ซึ่งผมเป็น ผู้แทนในพื้นที่นะครับ เป็นจังหวัดแรกซึ่งท่านประธานหรือพี่น้องประชาชนคนไทยคงทราบดีว่า สุโขทัยนั้นน้ําท่วมเป็นจังหวัดแรก เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ผลกระทบจากการถูกน้ําท่วมเป็นประจํา ทุกปีและเป็นการท่วมอย่างซ้ําซากนั้น ก็เพราะเหตุว่าลําน้ํายมซึ่งเป็นลําน้ําหลักของจังหวัด สุโขทัย ซึ่งมีต้นน้ําอยู่ที่จังหวัดแพร่ไหลผ่านมายังอําเภอศรีสัชนาลัย อําเภอสังคโลก ศรีสําโรง มาจนถึงกลางใจเมืองสุโขทัย ลงมาถึงจังหวัดพิษณุโลกนะครับ ผลกระทบมาถึงบางระกํา ซึ่งเป็นโมเดลของรัฐบาลยิ่งลักษณ์นี่ล่ะครับ จนถึงจังหวัดพิจิตร นครสวรรค์ และลงเรื่อยมา จนถึงภาคกลางนะครับ อุทัยธานี ชัยนาท อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา จนถึงปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานครในปัจจุบันนี้ มวลน้ําต่าง ๆ นั้นพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศย่อมทราบดีอยู่แล้ว ไม่ต้องรัฐบาลหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องนะครับ เพราะว่า มวลน้ํานั้นมาจากลุ่มน้ําต่าง ๆ โดยเฉพาะ ปิง วัง ยม และน่านนะครับ ซึ่งแม่น้ํายมนั้น เราไม่มีเขื่อน งบประมาณในส่วนของกรมชลประทานที่ได้กําหนดไว้ในปีนี้ก็ไม่มีนะครับ ก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่าในงบกลางซึ่งทางรัฐบาลนั้นได้ตั้งงบไว้ เพื่อเยียวยาหลังน้ําลดนะครับ ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลในส่วนของ กรมชลประทานได้พิจารณาในการศึกษาหาแนวทาง ซึ่งทราบดีอยู่แล้วว่าเขื่อนแก่งเสือเต้นนั้น ไม่สามารถที่จะดําเนินการในกรณีเร่งด่วนได้ แต่ก็ยังมีแผน ๒ นะครับ อย่างที่ทาง กรมชลประทานได้กําลังศึกษาอยู่ก็คือการสร้างอ่างเก็บน้ํายมเหนือหรือยมล่างนะครับ หรือด้านเหนือของแก่งเสือเต้น และด้านใต้ของแก่งเสือเต้นนะครับท่านประธาน ก็อยากจะ กราบฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลในส่วนนี้นะครับ อีกกรมหนึ่งคือกรมทรัพยากรน้ํา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ตั้งงบประมาณไม่แตกต่างกันเหมือนทุก ๆ ปี เป็นงบประจําของกรมและงบผูกพันนะครับ กรมที่เกี่ยวข้องอีกกรมหนึ่งก็คือกรมพัฒนาที่ดิน นะครับ ซึ่งกรมน้ํานั้นได้ตั้งงบประมาณไว้ที่ ๖,๔๗๙ ล้านบาท ปีนี้ได้ลดลงกว่าปีที่แล้ว เสียด้วยซ้ํา ลดถึง ๕๒๑.๗ ล้านบาทท่านประธาน ก็ไม่ทราบเหตุผลเหมือนกันว่า กรมทรัพยากรน้ําซึ่งเป็นกรมซึ่งดูแลในการบริหารจัดการน้ํา พัฒนาลุ่มน้ํา พัฒนาแหล่งน้ํา งบหายไปไหนอีก ๕๐๐ กว่าล้านบาท น่าจะเพิ่มกว่านี้ ท่านประธานครับ กรมพัฒนาที่ดิน ก็เช่นกันนะครับตั้งไว้อยู่ที่ ๔,๓๔๐.๒ ล้านบาท ลดลงจากปีที่แล้ว ๑๕.๔ ล้านบาทนะครับ ก็ลดลงอีกเช่นกัน ก็ไม่ทราบว่าทางรัฐบาลนั้นได้มีความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชนในส่วนของการแก้ไขปัญหาเรื่องแหล่งน้ําหรือไม่นะครับ อีกกรมหนึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยนะครับ ซึ่งตั้งไว้ ๔,๓๓๐ ล้านบาท ท่านประธานทราบไหมว่าต่ํากว่าปีที่แล้วถึง ๙๔๘.๖ ล้านบาท กรมนี้เป็นกรมที่จะต้องดูแล เยียวยากับพี่น้องประชาชนนะครับ แต่รัฐบาลก็ตั้งงบประมาณไว้ต่ํากว่ารัฐบาลชุดที่แล้ว หรือตัวเลขกับปีที่แล้วนะครับ ท่านประธานที่เคารพ เห็นได้ว่ารัฐบาลนั้นยังขาดความจริงใจ ขาดความเอาใจใส่ที่ไม่ได้ใช้ยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาน้ําท่วมให้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ขออีกนิดหนึ่งนะครับเกี่ยวกับงบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งงบประมาณนี้ก็อยากจะกล่าวฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่าอยากให้ไปเยียวยา กับพี่น้องผู้ประสบภัยหลาย ๆ จังหวัด ๒๐ กว่าจังหวัดในพื้นที่ที่ถูกน้ําท่วม โดยไม่เลือกสี ไม่เลือกฝ่าย โดยไม่เห็นแก่ประโยชน์จากงบประมาณ และหวังว่ารัฐบาลคงจะไม่สนุก กับการใช้งบประมาณนี้บนปัญหาหรือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน หลังน้ําท่วมแล้ว ก็อยากจะให้ประชาชนนั้นไม่ต้องน้ําตาร่วงซ้ําอีกหลังน้ําลด แล้วก็ขออย่าให้น้ําลดแล้วตอผุด นะครับ กราบขอบพระคุณมากครับท่านประธาน