นิยม ช่างพินิจ เสนอแนะว่าร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 มีจำนวนเงินที่เพียงพอในการแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคการเกษตร โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการจัดงบประมาณที่เพียงพอในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการช่วยเหลือภาคเกษตร โดยเฉพาะเรื่องไฟฟ้าเพื่อการเกษตร และเรียกร้องให้รัฐบาลลดต้นทุนและช่วยเหลือเกษตรกร
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย วันนี้เอง ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสได้อภิปรายแล้วก็เสนอแนะและแสดง ความคิดเห็นของงบประมาณ ครับต้องยอมรับครับว่าร่างงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ที่ตั้งไว้ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่นะครับ ถามว่ามากไหมครับกับปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ไม่มากหรอกครับท่านประธาน และผมเห็นด้วยครับในการจัดทํางบประมาณครั้งนี้
ประการแรกครับ ความเป็นเอกภาพของรัฐบาลโดยเฉพาะจะเห็นได้ว่า งบประมาณแต่ละอย่าง แต่ละกระทรวง แต่ละกรมลงไปพื้นที่ไม่มีการจัด ไม่มีการแบ่ง โดยจะมองถึงปัญหาของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก จะเห็นได้ว่างบประมาณที่ผ่านมา ก็จะมองเห็นว่า ไทยเข้มแข็งบ้าง ถนนปลอดฝุ่นบ้าง แต่ก็ลงกระจุกไม่ได้กระจาย แต่นี่ละครับคือความเป็นเอกภาพ ถึงแม้ว่าวันนี้กรอบระยะเวลาที่ทางรัฐบาลโดยการนําของ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะมาเป็นรัฐบาล กรอบระยะเวลาในการจัดตั้งทํา งบประมาณถือว่าน้อยนิด การทําต้องใช้ร่างงบประมาณเก่าแล้วก็มาปรับปรุงแก้ไขในการ แก้ปัญหาวิกฤติ ก็ต้องยอมรับครับท่านประธานวันนี้ตั้งแต่มาเป็นรัฐบาลปัญหาที่เห็นอยู่ก็คือ ปัญหาเรื่องของอุทกภัย ปัญหาน้ําท่วม เพราะฉะนั้นเองในการตั้งงบประมาณขาดดุล ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่เรื่องแปลกที่รัฐบาลจําเป็นที่จะต้องทํา สิ่งที่ผมพูดอย่างนี้ครับ ถ้ามองในภาพของธุรกิจนะครับ ถ้าเป็นการประกอบธุรกิจนี่เป็นนิติบุคคลจะเห็นได้ชัดเจน เมื่อมันวิกฤติอย่างนี้นะครับรัฐบาลก็ต้องจัดทํางบประมาณอย่างนี้ มีเพื่อนสมาชิกบางคน บอกว่า มีการลดภาษีบ้าง ลดภาษีน้ํามันบ้าง ลดภาษีนิติบุคคลบ้าง แล้วคาดการณ์ว่าจะ จัดเก็บภาษีไม่ได้ตามเป้า ถ้าไปมองอย่างนั้นนะผมว่ามองผิดครับ ในการที่ลดภาษี ๑. เพื่อให้ พี่น้องประชาชน หรือผู้ประกอบการรายย่อยได้รู้จักในการลงทุนแล้วก็ได้ในการลดต้นทุน แล้วเราก็หันมาเก็บภาษีเพื่อเพิ่มปริมาณอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องสําคัญ และไม่ใช่เรื่องจําเป็นเลยครับ มีหลายท่านที่พูดกันนะครับ ผมเห็นด้วยครับกับงบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่นะครับ โดยเฉพาะงบกลาง ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมว่าถ้ามองแล้ว วันนี้ถ้าพี่น้องประชาชนถ้าท่านประธานลงไปในพื้นที่จะเห็นเลยครับ ยังมีปัญหาอีกเยอะครับ โดยเฉพาะสถานศึกษานี่ช่วงที่น้ําท่วมก็จัดทํางบประมาณไปนะครับ แล้วสิ่งที่สําคัญ ไปกว่านั้นเองผมก็บอกว่าปัญหาเดือดร้อนสามารถที่จะของบประมาณได้ไหม ไม่ได้ครับ เพราะไม่สามารถที่จะประมาณราคาได้ มันก็ต้องมีงบกลางอย่างนี้ที่จะช่วยเหลือพี่น้อง จะเห็นได้ว่ารัฐบาลที่ผ่านมา โดยเฉพาะรัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นน้ําท่วม พายุไหหม่า พายุนกเตน หลาย ๆ พายุด้วยกันครับ พี่น้องเกษตรกรก็เรียกร้อง ก็มีการที่นําเงินไปชดเชย ให้กับพี่น้องเกษตรกรไร่ละ ๒,๒๒๒ บาทต่อไร่ที่ปัญหาน้ําท่วม แต่ยังมีอีกครับที่ พี่น้องประชาชนเรียกร้องก็คือส่วนต่างที่เงินเยียวยา ๑,๔๓๗ บาท ตรงนี้ละครับที่รัฐบาล จะต้องรีบ เพราะฉะนั้นเองงบกลางนี่ถามว่าน้อยมากครับ โดยเฉพาะงบเยียวยา ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่นะครับ ผมว่าน้อยมาก แล้วต่อไปนี่ครับพี่น้องหลังจากพื้นที่ ภาคการเกษตรน้ําลดลง ต่อไปก็คือปัญหาเรื่องพันธุ์ข้าวปลูกบ้างอะไรบ้าง อย่างนี้เป็นต้น แต่สิ่งที่ผมประทับใจนะครับ อาจจะมีอุปสรรคและปัญหาบ้างโดยการยกระดับราคาสินค้า การเกษตรที่เปลี่ยนจากโครงการประกันรายได้มาเป็นโครงการรับจํานํา โดยเฉพาะข้าวขาวนี่ ๑๕,๐๐๐ บาท ข้าวขาวเปลือก ข้าวหอมมะลิ ๒๐,๐๐๐ บาท วันนี้ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานหรือพี่น้องประชาชนภาคการเกษตรที่รับฟังอยู่ทางบ้าน อาจจะมีปัญหาแล้วก็ อุปสรรคบ้างในเรื่องของโครงการรับจํานํา เพราะเพิ่งเริ่มโครงการมาเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม หรือ ๗ ตุลาคมนี้เอง เพราะฉะนั้นปัญหาก็คือ ๑. โครงการที่รับจํานํา ไม่ว่าจะเป็นโรงสี แต่ผมเชื่อว่ารัฐบาลเองก็คงมีแนวทางที่จะแก้ไขในการที่จะทําให้พี่น้องประชาชน ได้ผลประโยชน์ด้วยการเสนอหลัก ไม่ว่าจะการนําสินค้าไปขาย ราคาจับจ่าย อย่างนี้เป็นต้น
แล้วสิ่งที่เป็นปัญหานะครับท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนให้ทราบ คือการแก้ไขปัญหายาเสพติดนี่นะครับ ถึงวันนี้ต้องยอมรับว่ามาก แล้วมีงบประมาณที่จัดมา ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าเปรียบเทียบกับทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะผู้ที่ติดยาเสพติด หรืออะไรต่าง ๆ ผมถือว่าน้อยมาก เพราะฉะนั้นอยากจะฝากไว้
อีกประการหนึ่งครับท่านประธาน วันนี้ก็เห็นแล้วว่าปัญหาอุทกภัยเป็นปัญหา ที่ร้ายแรง มาดูงบประมาณ โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองนะครับ แล้วก็ สิ่งสําคัญที่จะแก้ปัญหาลุ่มน้ํา ลุ่มน้ําเจ้าพระยา ลุ่มน้ํายม มีงบประมาณแค่ ๔๐๐ ล้านบาท ถ้าจะปรับลดส่วนอื่นแล้วเอามาใส่ส่วนนี้มันเป็นสิ่งที่ดี เพราะเปรียบเทียบกับแม่น้ําแล้ว ผมว่าเมื่อไรครับที่เราจะขุดลอกให้ทางเดินของน้ําสะดวก แค่ ๔๐๐ ล้านบาทเองมันน้อยมาก เหลือเกินครับท่านประธาน ก็คงขอฝากไว้แล้วคงจะพูดในกรรมาธิการ หรือฝากคนที่ไปเป็น กรรมาธิการนะครับ
อีกประการหนึ่งครับที่จะช่วยเหลือพี่น้องภาคการเกษตรได้ ที่ผมอยากจะฝาก ก็คือไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ผมอยากจะฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเป็นการลดต้นทุน แล้ววันนี้ต้องยอมรับนะครับ ถึงรัฐบาลจะช่วย น้ํามันจะลิตรละ ๓๐ บาทก็จริง แต่ถ้าเรา สามารถนําไฟฟ้าเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นโครงการระบบส่งน้ําด้วยไฟฟ้า หรือสิ่งที่สําคัญที่สุดนะครับ พี่น้องที่สูบน้ําใต้ดิน สูบน้ําบาดาล ถ้าเราสามารถที่จะใช้ไฟฟ้าได้ เท่ากับลดต้นทุนให้กับ พี่น้องภาคการเกษตร เพราะฉะนั้นผมก็เป็นห่วงแล้วก็อยากให้ทางกรรมาธิการช่วยดูนะครับ ปรับลดส่วนไหนแล้วก็เอามาชดเชยให้ส่วนนี้ ในส่วนของปัญหาเรื่องของอุปสรรค วันนี้เอง ปัญหาในพื้นที่ยอมรับว่ามีเยอะ แล้วจากเพื่อนสมาชิกที่เรียนให้ทราบ โดยเฉพาะโครงการ รับจํานําอาจจะมีปัญหาบ้าง แต่ผมอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปถึงพี่น้องประชาชนว่า มันต้องมีครับ เพราะมันเป็นช่วงของรอยต่อ เป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะนโยบาย ประกันรายได้แล้วมาเป็นโครงการรับจํานํามันเป็นเรื่องปกติครับ แต่สักวันหนึ่ง ถ้าทําไปอีกสักระยะหนึ่งจะทําให้พี่น้องเกษตรกรเข้าใจ แล้วก็ที่บอกว่าจะมีการขาดทุน มีเพื่อนสมาชิกบอกว่าจะขาดทุนตันละ ๕,๐๐๐ บาท เป็นไปไม่ได้หรอกครับ ขอให้บริหาร การจัดการให้ดีเถอะครับ เผลอ ๆ เสมอตัวครับ เพราะดูจากสถิติในโครงการรับจํานําที่ผ่านมา ใช้เม็ดเงินเฉลี่ยแล้วปีละ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทเอง เพราะฉะนั้นเองก็ต้องขอฝากไว้นะครับ ขอบพระคุณมากครับท่านประธานครับ