ภิรพล ลาภาโรจน์กิจ หารือเรื่องงบประมาณรายจ่ายปี พ.ศ. ๒๕๕๕ โดยกล่าวถึงการขาดดุล ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และขอหารือเกี่ยวกับด้านพลังงานและด้านการท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังขอให้รัฐบาลช่วยจัดสรรงบประมาณสนับสนุนพลังงานทางเลือก และจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาด่านศุลกากรสะเดา โดยขอให้จัดสรรงบประมาณอย่างมืออาชีพ ตามหลักและความจำเป็นเร่งด่วน
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายภิรพล ลาภาโรจน์กิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ สําหรับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ นั้น รัฐบาลได้กําหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายทั้งสิ้น จํานวน ๒.๓๘ ล้านล้านบาท เมื่อเทียบกับ ประมาณการรายได้สุทธิที่ทางรัฐบาลได้ประมาณการไว้ จํานวน ๑.๙๘ ล้านล้านบาทแล้วนั้น ทําให้รัฐบาลต้องกําหนดวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณจํานวน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการกู้เงินที่สูงมาก สาเหตุของงบประมาณขาดดุลส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากการแก้ไข ปัญหาน้ําท่วมที่ผิดพลาดจากรัฐบาล แต่อีกเหตุผลหนึ่งที่สําคัญนั่นก็คือมีการจัดสรร งบประมาณเพื่อใช้ในโครงการประชานิยมไว้เยอะมาก เช่น บ้านหลังแรก รถคันแรก แจกคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต เป็นต้น ท่านประธานครับ ผมมี ๒ ประเด็นที่จะขออภิปราย เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ นั่นก็คือ ด้านพลังงานและด้านการท่องเที่ยวครับ
สําหรับงบประมาณในด้านพลังงานนั้น ผมก็ขอให้รัฐบาลทบทวนการจัดสรร งบประมาณให้สอดคล้องกับนโยบายด้านพลังงานที่รัฐบาลได้แถลงไว้ โดยเฉพาะในด้าน การส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน เช่น ปาล์มน้ํามันสําหรับผลิตไบโอดีเซล หรือมันสําปะหลังและอ้อยสําหรับผลิตเอทานอล ท่านประธานครับ จากการที่รัฐบาลได้ ดําเนินนโยบายชะลอการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามันนั้นทําให้รัฐบาลสูญเสียเงินเข้ารัฐประมาณ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งเงินจํานวนนี้สามารถนําไปใช้ช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนที่ใช้ก๊าซหุงต้มในครัวเรือนได้แทนการกู้เงิน ยิ่งไปกว่านั้นการแทรกแซงกลไกราคา ดังกล่าวทําให้เกิดการบิดเบือนพฤติกรรมของผู้บริโภค ประชาชนหันกลับไปใช้น้ํามันดีเซล หรือเบนซินแทนการใช้น้ํามันไบโอดีเซลหรือก๊าซโซฮอล์ ซึ่งทําให้มีผลกระทบอย่างยิ่งต่อ เกษตรกรที่ปลูกพืชพลังงานทดแทน เนื่องจากราคาพืชผลเหล่านั้นตกต่ําลงไปมาก เช่น ราคา ปาล์มน้ํามันที่เคยมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ ๑๑ บาทต่อกิโลกรัมเมื่อช่วงต้นปี ปัจจุบันราคาเฉลี่ย ลดลงเหลือที่ประมาณ ๕ บาทต่อกิโลกรัม หรือราคามันสําปะหลังที่เคยมีราคาประมาณ ๓.๖ บาทต่อกิโลกรัม เมื่อช่วงต้นปีเช่นกัน ปัจจุบันราคาเฉลี่ยลดลงเหลืออยู่ที่ประมาณ ๒.๖ บาทต่อกิโลกรัม เป็นต้น ท่านประธานครับ จากการศึกษาร่างงบประมาณรายจ่ายนั้น งบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้กับด้านพลังงานทดแทนนั้นมีประมาณ ๔๔๓ ล้านบาท หรือคิดเป็น ๒๒.๒๖ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณในกระทรวงพลังงาน ซึ่งถือว่าน้อยกว่า รัฐบาลชุดที่แล้วถึงประมาณ ๔.๑ เปอร์เซ็นต์ ดูแล้วก็เหมือนว่ารัฐบาลไม่ค่อยจริงใจในการ สนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน ดังนั้นผมก็อยากจะให้รัฐบาลช่วยจัดสรรงบประมาณ ในด้านพลังงานทดแทนให้มากขึ้น เพราะการสนับสนุนด้านพลังงานทดแทนนั้นจะเป็น ประโยชน์อย่างยิ่งต่อประเทศชาติในหลาย ๆ ด้าน เช่น ลดการนําเข้าน้ํามันจากต่างประเทศ ลดการสูญเสียเงินตราจากต่างประเทศ และการส่งเสริมให้มีการใช้เอทานอลหรือ ไบโอดีเซลนั้นยังมีผลต่อระดับราคาอ้อย มันสําปะหลัง และปาล์มน้ํามัน ซึ่งเป็นการช่วย เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับอาชีพของเกษตรกรได้ ที่สําคัญการใช้พลังงานทดแทนที่ สามารถผลิตได้ภายในประเทศนั้นถือเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงและยั่งยืนทางพลังงาน ของประเทศไทยได้
อีกประเด็นหนึ่งในด้านพลังงานที่ผมจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล นั่นก็คืออยากจะให้รัฐบาลช่วยจัดสรรงบประมาณสนับสนุนพลังงานทางเลือกในการผลิต กระแสไฟฟ้า เช่น พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น เพราะปัจจุบันนี้ประเทศไทย ต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตกระแสไฟฟ้าประมาณ ๗๑ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าสูงมาก และถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงาน
ท่านประธานครับ สําหรับงบประมาณในด้านการท่องเที่ยวนั้นผมก็เรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลให้พิจารณาจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับ แผนงานที่รัฐบาลได้วางกรอบไว้ นั่นก็คือแผนการเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว และแผนการพัฒนาการท่องเที่ยวและบริการ ถึงแม้ว่ารัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณในการ ก่อสร้างด่านศุลกากร โดยเฉพาะด่านประกอบจังหวัดสงขลาแล้วก็ตาม แต่ตามที่ผมตรวจสอบไม่มีการจัดสรรงบประมาณสําหรับการพัฒนาด่านสะเดา จังหวัดสงขลา ท่านประธานครับ ปัจจุบันนี้การเดินทางเข้าออกของชาวไทย และชาวต่างประเทศ ผ่านด่านสะเดานั้นมีแนวโน้มที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ นั้น มีประมาณ ๓.๖๔ ล้านคน ปี ๒๕๕๓ มีประมาณ ๔.๑๑ ล้านคน และปี ๒๕๕๔ มีประมาณ ๔.๔๘ ล้านคน ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นเงินหลายหมื่นล้านบาท แต่ปัญหาที่พบมากที่สุดในการเดินทางเข้าออกของชาวไทยและชาวต่างประเทศ นั่นก็คือ ปัญหาความไม่สะดวกในการดําเนินพิธีการศุลกากร เนื่องจากว่าสภาพด่านศุลกากรสะเดานั้น มีขนาดพื้นที่ค่อนข้างเล็กและจํากัด สถานที่จอดรถมีไม่เพียงพอ ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับ แผนงานที่รัฐบาลได้วางไว้ ผมก็ขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลให้พิจารณาจัดสรร งบประมาณในการพัฒนาด่านสะเดาด้วย
ท่านประธานครับ สุดท้ายผมก็เรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลโดยเฉพาะ ท่านนายกรัฐมนตรีให้บริหารจัดการงบประมาณอย่างมืออาชีพ ไม่ใช่บริหารงบประมาณ แบบการแก้ไขปัญหาน้ําท่วม ซึ่งแก้ไขปัญหาไม่ถูกหลักทําให้เกิดความเสียหายหลายแสนล้านบาท และที่สําคัญผมก็ขอให้จัดสรรงบประมาณตามความจําเป็นเร่งด่วนโดยเห็นแก่ประโยชน์ของ ส่วนรวมเป็นหลัก ไม่ใช่จัดสรรงบประมาณเพื่อใช้ในโครงการประชานิยมและการหาเสียง มากกว่าประเทศชาติ ขอบคุณครับ