สงกรานต์ จิตสุทธิภากร หารือเรื่องการเยือนนครสวรรค์ของนายกรัฐมนตรี โดยกล่าวถึงการชี้แจงความเป็นจริงเกี่ยวกับเงินชดเชยที่จ่ายให้กับครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และการไปเยือนนครสวรรค์ 3 ครั้ง สงกรานต์ จิตสุทธิภากร ยังหารือเรื่องน้ำท่วมในนครสวรรค์ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการสร้างเขื่อนถาวรเพื่อปกป้องเทศบาลนครนครสวรรค์จากน้ำท่วม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปรับปรุงถนนเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ให้สูงขึ้น เพื่อป้องกันการอพยพในกรณีน้ำท่วม และเรียกร้องการจัดงบประมาณที่เที่ยงธรรมเพื่อช่วยเหลือจังหวัดที่เดือดร้อน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปนครสวรรค์นะครับ มีคนไปต้อนรับมากมาย ท่านไปจ่ายเงินชดเชยครอบครัวละ ๕,๐๐๐ บาท ท่านแจกถุงยังชีพ ท่านไปทาสีบ้าน ผู้ถูกน้ําท่วม และได้กล่าวยกย่องคนนครสวรรค์ไว้ว่าเป็นตัวอย่างของความอดทน สามัคคี ร่วมแรงร่วมใจกัน และอยากให้ถือว่าเป็นนครสวรรค์โมเดล (Model) ของการฟื้นฟู หลังน้ําท่วม แต่ท่านประธานครับ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีท่านจะไปเพียงแค่นั้นผมคิดว่าไม่มี อะไรนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรียังไปพูดลักษณะของการที่บอกว่า บ้านผู้ถูกน้ําท่วม นอกจากได้ ๕,๐๐๐ บาทแล้วอาจจะได้เงินเพิ่มอีกครอบครัวละ ๓๐,๐๐๐ บาท ซึ่งอันนี้ นะครับเป็นเหตุหนึ่งที่มีคนไปฟังกันเยอะ แต่ผมได้มาอ่านรายละเอียดแล้วเห็นว่าเงิน ๓๐,๐๐๐ บาทนั้นเป็นระเบียบปกติของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะจ่าย ครอบครัวละ ๓๐,๐๐๐ บาทเท่ากันทุกคน แต่เป็นการประเมินความเสียหายแล้วก็จ่าย ตามจริงเท่านั้น แต่ภาพที่ออกไปสิ่งที่ชาวบ้านได้ยินก็คือว่าเขาจะได้เงินเพิ่มนอกจาก ๕,๐๐๐ บาท แล้วจะได้อีกครอบครัวละ ๓๐,๐๐๐ บาท ผมคิดว่าอันนี้ทางรัฐบาลต้องชี้แจงความเป็นจริง นะครับ ท่านครับ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ไปนครสวรรค์เพียงครั้งเดียวนะครับ เพียงเวลา ๓ เดือนเศษ ๆ ท่านไปนครสวรรค์ถึง ๓ ครั้ง
ครั้งแรก ท่านไปเมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๔ ท่านไปที่ชุมแสงนะครับ เทศบาลชุมแสง แล้วท่านก็เลยมาที่เทศบาลนครนครสวรรค์ ท่านไปยืนดูเขื่อนที่เหนือ ต้นแม่น้ําเจ้าพระยาตอนนั้นน้ํายังไม่ท่วมครับ ท่านนายกเทศมนตรีนครนครสวรรค์ของบท่าน ไปครับ ๘๐ ล้านบาทเป็นงบฉุกเฉิน และอีก ๔๙๐ ล้านบาทสําหรับการสร้างเขื่อน ส่วนที่เหลือ แต่สุดท้ายจนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้รับข่าวอะไรทั้งสิ้นนะครับ
ครั้งที่ ๒ ท่านไปเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ ๔ ชั่วโมงหลังจากที่เขื่อน ป้องกันตลิ่งที่ตลาดบ่อนไก่พังขณะนั้นน้ําทะลักเข้าเขตเทศบาลนครนครสวรรค์ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านไปท่านขึ้นรถทหารไปครับ แต่ท่านไม่ได้ลงจากรถทหารนะครับ ท่านไปจับมือกับประชาชนสัก ๕ นาทีแล้วท่านก็กลับครับ คนนครสวรรค์หลายคนดีใจที่ ท่านนายกรัฐมนตรีมาครับ เพราะว่าคิดว่าระดับนายกรัฐมนตรีมาด้วยตัวเองแล้วคงจะได้ อะไรเพิ่มเติม แต่สุดท้ายเทศบาลนครสวรรค์ก็จมน้ําครับ แล้วจมเป็นเวลา ๑๘ วันครับ ตลอด ๑๘ วันนั้นเราเฝ้าคอยข่าวดี ๆ จากรัฐบาลแต่ไม่ได้อะไรครับ พี่น้องชาวนครสวรรค์ ชาวเทศบาล ท่านนายกเทศมนตรีนครนครสวรรค์ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านแม่ทัพภาคที่ ๓ ภาคเอกชน ชาวบ้าน องค์กรต่าง ๆ ช่วยกันคนละไม้คนละมือครับ ถ้าจะยกนครสวรรค์โมเดล ต้องยกอย่างนี้ครับ ที่บ้านผมนั้นชาวนาเอาอีโก้งนะครับ นากครับ ๗๐๐ เครื่องนะครับ มาช่วยกันสูบน้ํา ช่วยคนเทศบาลให้น้ําแห้งจากเมืองโดยเร็ว อันนั้นเป็นรูปแบบเป็นความรัก ความสามัคคี ความร่วมมือร่วมใจของคนเทศบาลแล้วก็คนนครสวรรค์ทั้งหมด หลังจากนั้น อีก ๑๘ วัน แล้ววันที่ ๕ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็มานะครับ พี่น้องหลายคนดีใจครับ ท่านมาเที่ยวนี้ท่านต้องติดอะไรมาบ้างแน่นอน เพราะว่ามาฟื้นฟู แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีอะไรครับ แถมมาทิ้งไว้ว่าจะได้อีกครอบครัวละ ๓๐,๐๐๐ บาท จนวันนี้ทางจังหวัดยังไม่ยอมตอบ นะครับว่าจะได้เมื่อไร ท่านประธานครับ ผมคงไม่มีโอกาสได้เข้าไปเป็นกรรมาธิการ งบประมาณนะครับ แต่ผมขอฝากนะครับว่าเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทถ้าจะให้นี่ ขอให้จังหวัดนครสวรรค์เยอะหน่อยนะครับ แล้วเรื่องด่วนที่สุดที่อยากจะฝากไว้ก็คือ
เรื่องแรกครับ การสร้างเขื่อนถาวรเพื่อซ่อมแซมเขื่อนเก่า แล้วก็ทําเขื่อนใหม่ ให้สูงกว่าเดิม เพื่อปกป้องเทศบาลนครนครสวรรค์ให้ปลอดจากน้ําท่วม
๒. ยกระดับถนนของทางเลี่ยงเมืองให้สูงขึ้นจากระดับปีนี้อีกอย่างน้อย ๕๐ เซนติเมตรครับ เพราะที่ผ่านมาพวกเราถูกตัดปล่อยเกาะอยู่ในเขตไปไหนไม่ได้เลย เป็นเวลา ๑๐ กว่าวัน แล้วสุดท้ายก็คือว่าถ้าเป็นไปได้ให้บรรจุเรื่องโรงพยาบาลด้วยครับ โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ มีผู้ป่วย ๖๐๐ กว่าคน อพยพกันทุลักทุเลน่าเห็นใจเป็นที่สุดนะครับ ท่านครับ ผมเป็นคนนครสวรรค์ครับ ผมเป็นหนึ่งในผู้อพยพนะครับ บ้านผมน้ําท่วมครับ ผมย้ายออก ไปอยู่ข้างนอกเกือบ ๒๐ วัน เพิ่งจะกลับไปได้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมอ่านข่าวเห็นข่าว ท่านนายกรัฐมนตรีมานครสวรรค์ แล้วที่ตกใจก็คือว่าท่านไปร้องไห้ที่นครสวรรค์ครับ ในฐานะเป็นเจ้าภาพ เป็นคนนครสวรรค์ตกใจครับ ไม่คิดว่าแขกที่มาจากต่างเมืองจะมา ร้องไห้ที่จังหวัดผม ท่านครับ น้ําตาไม่ได้แก้อะไรใครได้นะครับ แต่การจัดงบประมาณ ที่ถูกต้อง การทํางบประมาณที่เที่ยงธรรมแล้วก็ชอบธรรม แล้วก็กระจายไปในทุกจังหวัด ที่เดือดร้อน อันนั้นละครับที่จะช่วยได้ ขอบคุณครับ