สุชาติ ธาดาธํารงเวช หารือเรื่องการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาล โดยเน้นย้ำถึงความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทย และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรเงินเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ รวมถึงการลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และการช่วยเหลือภาคเอกชน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องนโยบายดอกเบี้ยและค่าเงิน โดยเสนอให้รัฐบาลใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบตะกร้าเงิน และปรับปรุงกลไกอัตราดอกเบี้ยให้เหมาะสม เพื่อสร้างความเจริญเติบโตและลดการขาดดุลทางการคลัง
ท่านพี่น้องประชาชน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผมขอใช้โอกาสนี้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับวิธีการจัดสรร งบประมาณรายจ่ายของรัฐบาล ในปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีอยู่ว่า เศรษฐกิจโลกอาจจะมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะความถดถอย โดยเฉพาะในยุโรปหลายประเทศ และในสหรัฐอเมริกา ปัญหาเดิม ๆ ก็คือปัญหาที่ประเทศเหล่านั้นมีหนี้ภาครัฐบาลสูงมาก แล้วอาจเกิดการผิดนัดชําระหนี้ ทําให้ต้องเข้าโครงการประหยัดลดขนาดเศรษฐกิจ ทําให้ ทรัพย์สินของชาติเรานั้นลดมูลค่าลง และความสามารถในการซื้อสินค้าบริการลดลง อันนี้ ก็อาจจะทําให้ประเทศไทยนี้มีความเสี่ยงที่จะทําให้มูลค่าทรัพย์สินโดยเฉพาะในตลาดหุ้น แล้วก็อัตราการเพิ่มของการส่งออกลดลงไปด้วย ซึ่งจะทําให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจและ รายได้ของประชาชนเพิ่มขึ้นไม่มาก
ประการที่ ๒ ก็คือเรื่องภาวะอุทกภัยครั้งใหญ่มาก ณ วันนี้ ความจริงฝนก็ตก ไม่มากนักในช่วงกลางปี ในช่วงพฤษภาคม กรกฎาคม แต่ว่ามีน้ําลงจากทางเหนือมากมาย เข้าใจว่าวิธีการจัดสรรน้ํา วิธีการดูแลระบบการจัดการน้ํามีข้อจํากัด ดังนั้นทําให้น้ําจากเขื่อน หลายแห่งทางภาคเหนือท่วมพี่น้องประชาชนซึ่งเกิดขึ้นในช่วงหน้าแล้ง คือประมาณ เดือนพฤษภาคม มิถุนายน กรกฎาคม นะครับ สิ่งเหล่านี้ผมเข้าใจว่ารัฐบาลคงต้องเริ่มทํางาน อย่างจริงจังในแง่ของการดูแลวิธีการจัดการบริหารน้ํา แล้วก็วิธีการดูแลการเชื่อมโยงลุ่มน้ํา ๒ อันนี้นะครับที่ผมได้ฟังสมาชิกหลายท่านก็บอกว่า ขนาดเศรษฐกิจในปี ๒๕๕๔ จะหายไป ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือจีดีพี (GDP) ที่คาดกันไว้เดิมที่จะมี ๑๐.๘ ล้านล้านบาทนั้น ก็จะเหลือประมาณ ๑๐.๖ ล้านล้านบาทนะครับ ดังนั้นผมก็เห็นว่าชีวิตประชาชนก็อยู่ใน ภาวะความยากลําบาก ทรัพย์สินได้เสียหายไปนะครับ รัฐบาลจึงมีความจําเป็นที่จะต้อง เตรียมนโยบายและแผนงานที่ดีสําหรับพี่น้องประชาชนในหลายปีข้างหน้า การบริหารจัดการ ระบบเศรษฐกิจทางด้านนโยบายการคลังและการเงินที่ดีจึงเป็นสิ่งจําเป็น และผมเห็นว่า รัฐบาลนี้จัดงบประมาณที่สอดคล้องกับปัญหาของพี่น้องประชาชนและของประเทศ เป็นอย่างยิ่ง พี่น้องประชาชนครับ เราพูดความจริงเสมอ โดยเฉพาะตัวผมพูดความจริงเสมอ ไม่ได้เสแสร้งที่จะบอกสิ่งหนึ่งแล้วก็ก่อให้พี่น้องประชาชนไปเชื่อในสิ่งที่สร้างขึ้นมา ในขณะเดียวกันความชัดเจนของนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเดิมผมก็มีส่วนร่างก็ชัดเจนมากครับ เราบริหารประเทศนี้เหมือนดูแลพี่น้องประชาชนในครอบครัวครับ เราดูแลพี่น้องประชาชน เหมือนคนในครอบครัวครับ ดังนั้นเป้าหมายที่ชัดเจนก็คือ แก้ไขปัญหาความทุกข์ยากของ พี่น้องประชาชนครับ น้ําท่วมภาคกลางทั่วทุกจังหวัด ดังนั้นจึงมีความจําเป็นที่จะต้องจัด งบกลางจํานวนมากมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนครับ ผมก็เห็นว่าเงิน ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ อยู่ในส่วนงบกลางก็เท่าที่คํานวณกันก็มีเรื่องเยียวยา เรื่องฟื้นฟู เรื่องของการจ่ายเงินฉุกเฉิน ให้ครอบครัวละ ๕,๐๐๐ บาท เงินฉุกเฉิน ๕,๐๐๐ บาทนี้ความจริงผมเป็นผู้เสนอเองครับ เมื่อรัฐบาลที่แล้ว แล้วก็ยินดีที่รัฐบาลที่แล้วได้รับไปปฏิบัตินะครับ เช่นเดียวกับเงินชดเชย บ้านนี่นะครับ เดิมใส่ไว้ประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่นะครับ อันนี้เรามีเดิมอยู่แล้ว ดังนั้น ชดเชยที่เรือกสวนไร่นา ความเสียหายทางด้านการเกษตรครับ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๒,๒๐๐ กว่าล้านบาทแล้วก็บวกกับ ๑,๓๔๗ บาทต่อไร่นะครับ อันนี้ก็ได้มีการเสนอแล้วก็มี ความจําเป็นที่จะต้องช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชนครับ ผมก็มองว่างบกลางของรัฐบาลเอาไว้ช่วยเหลือประชาชน ในอดีตนี้ผมมองเห็นว่ามีงบกลาง ของรัฐบาลบางแห่งเอาไปทําร้ายประชาชนก็มีนะครับ เวลาประชาชนมาเรียกร้อง ความยุติธรรม ประชาชนก็บาดเจ็บ เสียหาย ล้มตายไปก็มี ผมจึงหวังว่างบกลางจํานวนนี้ แหละครับ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท นอกจากที่จะเยียวยาฟื้นฟูแล้วนี่ก็ยังจะต้องไปเยียวยา พี่น้องประชาชนที่ถูกทําร้ายเมื่อเมษายน พฤษภาคม ๒๕๕๓ ก็หวังว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นนะครับ พี่น้องประชาชนครับ ความชัดเจนของงบประมาณนี่เราชัดเจนครับ เราดูแลพี่น้องประชาชน ในแง่ของการให้กองทุนหมู่บ้าน ให้เงินเอสเอ็มแอล (SML) โครงการพัฒนากองทุนสตรี โครงการโอทอป (OTOP) ผมก็เรียกร้องภายในมาเสมอว่าเงินเหล่านี้ต้องจัดสรรให้เต็มที่ แล้วก็คาดว่าถ้าช่วงงบประมาณในช่วงแรกนี้ยังจัดสรรไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ก็หวังว่าจะมี งบกลาง งบกลางปีนี่ขึ้นมาจัดสรรให้พี่น้องประชาชนครับ การแก้ไขปัญหาความยากจน ไม่ยากหรอกครับ โอนเงินจํานวนมาก ๆ ไปให้คนยากคนจนสิครับ แทนที่จะใช้จ่ายเป็นเรื่อง สร้างถนน บางคนเรียกว่า ปลอดฝุ่น แล้วก็ถนนบาง ๆ หรือก็โกงกันไปมากนี่ ประชาชน ก็ต้องยากจนสิครับ ดังนั้นก็ฝากกรอบคิดแก่ภาครัฐบาลไว้ว่ารัฐบาลก็ต้องดูแลโครงการเหล่านี้ และผมเชื่อว่ารัฐบาลนี้ต้องไม่มีคอร์รัปชัน (Corruption) เพราะผมก็ไปพูดหลายที่แล้ว รัฐบาลที่มาจากประชาชนของประชาชนจะต้องไม่ทํา ๒ ประการนะครับ ก็คือต้องไม่โกงประชาชน แล้วก็ไม่ยิงประชาชนนะครับ ก็ฝากพี่น้องประชาชนช่วยตรวจสอบดูแลแทนพวกเราด้วยนะครับ
พี่น้องครับ มีหลายอันที่มีหลายท่านเสนอว่าให้ปรับเปลี่ยนโครงสร้าง งบประมาณครับ ผมก็กราบเรียนว่าผมมีส่วนช่วยในการหาเสียงของพรรครัฐบาลด้วย ของอะไรที่เราพูดไปแล้ว บอกไปแล้ว สัญญาไปแล้ว เราไม่คืนครับ เราไม่ใช่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา วันหนึ่งก็บอกว่าอย่างหนึ่ง อีกวันหนึ่งก็เปลี่ยนไป จนกระทั่งเป็นที่ไม่น่าเชื่อถือนะครับ แม้กระทั่งในช่วงน้ําท่วมของบางฝ่ายที่ได้เกิดไปทํากิจกรรมในต่างประเทศที่พี่น้องประชาชน ได้เห็นแล้วนะครับ ในส่วนนี้ผมฝากนะครับว่าการขาดดุลงบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ความจริงแล้วมันขาดดุลลดลงครับ เป็นเพราะว่าเวลาเราคิดเรื่องของการขาดดุลงบประมาณ เราหารด้วยรายได้ประชาชาตินะครับ ที่เรียกว่าจีดีพีปีที่แล้วขาดดุลงบประมาณ ๓.๗ เปอร์เซ็นต์ ปีนี้เหลือ ๓.๔ เปอร์เซ็นต์ ก็ลดลงนี่ครับ ประเทศยากจนอย่างประเทศไทย จะไปมุ่งเน้นเรื่องของการทํางบประมาณน้อย ๆ มีรายได้เท่าไรก็เก็บก็ทํางบประมาณเท่านั้น มันไม่ถูกต้องตามหลักเศรษฐศาสตร์ใด ๆ เลยนะครับ จริง ๆ แล้วยิ่งมีภาวะความเดือดร้อน แร้นแค้นมากรัฐบาลก็ต้องยิ่งเพิ่มรายจ่าย เพิ่มแล้วทําอะไรรู้ไหมครับ ทําให้ประชาชนมีงานทํา มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น แล้วก็ภาษีจะเพิ่มขึ้นในหลาย ๆ ปี จากนั้นมากกว่า รายจ่ายที่เพิ่มด้วยซ้ําไป สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องทําความเข้าใจกันครับ กระผมก็อยากจะ ยืนยันว่าเรื่องของการใช้จ่ายที่จําเป็นซึ่งสัญญาต่อประชาชนนี่ครับ เช่น ค่าแรงขั้นต่ําวันละ ๓๐๐ บาท ก็คงต้องกระทํานะครับ เพราะว่าพี่น้องกรรมกรได้สินเนื้อประดาตัวไปแล้ว จะมี รายได้จํานวนนี้มาฟื้นฟูรายได้และทรัพย์สินที่หายไป รัฐบาลสามารถชดเชยภาคเอกชน ในหลายรูปแบบครับ มีการถกแถลงกันทั่วไปอยู่แล้ว กระผมเชื่อว่ารัฐบาลจําเป็นต้อง ยกระดับราคาข้าวเปลือกให้เป็นเกวียน เกวียนละ ๑๕,๐๐๐ บาท นี่ข้าวเปลือกเจ้านะครับ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ก็ว่ากันไปตามที่ได้หาเสียงกันไว้ ผมเชื่อว่าราคาสินค้าเกษตรอื่น ๆ เช่น มันสําปะหลัง ข้าวโพด ลําไย จําเป็นที่จะต้องดูแลทางด้านราคาครับ ผมเชื่อว่าการพักหนี้ครัวเรือน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ๓ ปีเป็นสิ่งที่จําเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะนอกจากพี่น้องประชาชนจะ ตกงานแล้ว พืชผลเกษตรเสียหายไปแล้ว ทรัพย์สินต่าง ๆ ยังละลายไปกับน้ําท่วมจนหมดเนื้อ หมดตัว ผมฝากเรียนครับในแง่ของปรัชญาโครงสร้างรายจ่ายรัฐบาลครับ เดิมนี่เรียกว่าไม่มี ในรัฐบาลอื่น ๆ เรียกว่าขาดความชัดเจน ขาดการจัดระดับความสําคัญ ผมกลับมองว่า การจัดงบประมาณคราวนี้ชัดเจนแน่นอนครับ เราเป็นรัฐบาลของประชาชนคนยากคนจนครับ เราทําเพื่อพี่น้องประชาชนคนยากคนจนครับ และผมพูดความจริงเสมอต่อพี่น้องครับ ดังนั้น งบประมาณที่เราจัดเตรียมไว้ไม่ว่ากองทุนหมู่บ้าน เงินเอสเอ็มแอลกองทุนพัฒนาสตรี โอทอปนี่นะครับ เราต้องจัดก่อนครับ งบการใช้จ่ายซื้อของแพง ๆ มาใช้ ซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ วันนี้น่าจะมีความจําเป็นน้อยลง เป็นเพราะว่าวันนี้พี่น้องประชาชนก็ยังขัดสน ลูกหลาน ต้องเรียนหนังสือ อันนี้ก็เห็นด้วยกับผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ ดังนั้นก็ให้ไปลด งบประมาณ ถ้าจําเป็นนะครับ งบซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์นี่ซื้อทีหลังก็ได้ แต่ถ้าจําไม่ผิดก็คือเมื่อ ๒ ปีที่ผ่านมางบทางด้านนี้เพิ่มมากมายเลยครับ
ก็ขอเข้ามาในส่วนของเรื่องนโยบายดอกเบี้ยและค่าเงินนิดหนึ่งครับ ความจริงแล้วปรัชญาการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลนี้ก็คือการสร้างโอกาสให้คนยากคนจน ได้มีฐานะดีขึ้น โดยการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและที่ดินทํากินเพื่อเศรษฐกิจขยายตัวจากภายในชาติ มากขึ้น เรามีศัพท์ครับ เรียกว่าเศรษฐกิจ ๒ แนวทาง ดูเอิล แทรค อีโคโนมี (Dual track Economy) เราจะลดการพึ่งพิงรายได้จากการส่งออก กระผมเห็นว่านอกจากกลไกทางด้าน การคลังแล้ว รัฐบาลยังสามารถปรับปรุงกลไกอัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยน ให้เหมาะสมเพื่อสร้างความสามารถและสร้างรายได้ให้แก่คนส่วนใหญ่ของชาติ อัตราดอกเบี้ยที่สูงเกินไปจะทําให้การลงทุนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ลดโอกาสการจ้างงาน การสร้างรายได้ การขึ้นดอกเบี้ยเพื่อกุมเงินเฟ้อจึงต้องแยกแยะว่าเงินเฟ้อนั้นมาจากทางด้าน อุปสงค์ ก็คือการที่มีคนมีเงินมากมายมาแย่งกันซื้อของ หรือมาจากทางด้านอุปทานที่เกิดขึ้น อันเนื่องจากสินค้าขาดแคลนในช่วงวิกฤติ หรือสินค้าที่เราต้องซื้อเช่นน้ํามันมีราคาแพงขึ้น เงินเฟ้อส่วนใหญ่ในประเทศไทยมาจากด้านอุปทานก็คือการขึ้นราคาของน้ํามันในตลาดโลก ทําให้ต้นทุนขนส่งและต้นทุนการผลิตสูงขึ้นจึงไม่สมควรที่เราจะกําหนดเป้าหมายเงินเฟ้อ เป็นนโยบาย เป้าหมายเงินเฟ้อเรียกว่า อินเฟลชัน ทาร์เก็ตติ้ง (Inflation targeting) ผมมองเห็นว่าเราควรกําหนดเป้าหมายการสร้างความเจริญเติบโตที่เรียกว่า โกรธ ทาร์เก็ตติ้ง (Growth targeting) เป็นนโยบายในการบริหารนโยบายการเงิน เนื่องจากประเทศเรายังเป็น ประเทศกําลังพัฒนา เปรียบเสมือนเด็ก ๆ กําลังโตที่ต้องกินอาหารมาก หากไปจํากัดอาหาร โดยการขึ้นดอกเบี้ยสูง ๆ ประเทศเราก็จะไม่ค่อยเติบโต รายได้ประชาชนก็จะเพิ่มขึ้นน้อย และยากจนต่อไป การใช้อินเฟลชัน ทาร์เก็ตติ้งนั้นเหมาะกับประเทศพัฒนาแล้ว เหมือนคนแก่ที่ ไม่ต้องการความเจริญเติบโตต้องคุมอาหาร ก็คือการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อการคุมอัตราเงินเฟ้อ กระผมเสนอให้รัฐบาลค้นหาผู้บริหารนโยบายการเงินที่มีความเข้าใจในปรัชญานี้ มีอุดมการณ์ มีความเชี่ยวชาญ เพราะการบริหารนโยบายอัตราดอกเบี้ยให้ชาติเจริญเติบโตนั้น มีที่มาของปรัชญาความคิดที่แตกต่างจากกรอบความคิดปัจจุบันอย่างมาก การคุมเงินเฟ้อ โดยมีดอกเบี้ยสูง ๆ จะทําให้การใช้นโยบายการคลังมีผลน้อยต่อการสร้างความเจริญเติบโตด้วย มิหนําซ้ําแล้ว การกู้ยืมเงินในระบบเศรษฐกิจก็มีต้นทุนสูง แล้วยังทําให้อัตราแลกเปลี่ยนหรือค่าเงินบาท แข็งค่าเกินความเป็นจริง ในด้านอัตราแลกเปลี่ยนก็เช่นกันครับ หากเงินบาทแข็งค่าเกินไป เพราะดอกเบี้ยสูงจะทําให้สินค้าของเรามีราคาแพงในสายตาต่างประเทศ ขายได้น้อย และเมื่อนําเงินตราต่างประเทศเหล่านั้นมาแลกเป็นเงินบาทก็ยิ่งน้อยลงไปอีก ทําให้ชาวไร่ ชาวนาและกรรมกรยากจนจนต่อไป ไม่มีโอกาสในชีวิตชั่วลูกชั่วหลาน ซึ่งตรงกันข้ามกับ เป้าหมายของรัฐบาลที่จะทําให้คนยากคนจนมีฐานะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว กระผมจึงเสนอให้ รัฐบาลใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนเรียกว่า ระบบตะกร้าเงิน บาสเก็ต ออฟ เคอเรนซีส์ (Basket of currencies) ที่มีเงินสกุลแข็ง เช่น เงินหยวน เงินเยน และเงินสกุลอ่อน เช่น เงินดอลลาร์ให้มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน จะทําให้ค่าเงินบาทไม่ถูกครอบงําโดยตลาดทุน ขึ้นอยู่กับการไหลเข้าออกของเงินที่มาลงทุนในระยะสั้น การใช้ระบบตะกร้าเงินยังเป็นการ ขจัดผลกระทบของนโยบายอัตราดอกเบี้ยสูงที่ทําให้อัตราแลกเปลี่ยนแข็งค่าด้วย นโยบาย อัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมนั้นรัฐบาลสามารถทําได้โดยไม่ต้องใช้ เงินภาษีอากรของประชาชนเลยครับ และหากทําได้ดีเกษตรกรและกรรมกรก็จะมีฐานะดีขึ้น ประเทศเจริญเติบโตรวดเร็วขึ้น แล้วเราก็จะได้ภาษีมากขึ้น แล้วก็จะลดการขาดดุล การคลังของภาครัฐบาลลงครับ เข้าใจว่าเวลาผมหมดแล้ว ขอขอบคุณท่านประธานและ พี่น้องประชาชนครับ