ชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เสนอการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยเสนอหลักการ 4 ประการในการจัดงบประมาณ เพื่อให้รัฐบาลจัดสรรทรัพยากรให้ประชาชนอย่างเป็นธรรม และไม่คิดถึงผลประโยชน์ส่วนตัวหรือพรรคการเมือง
กระผม นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ก่อนที่ ผมจะนําเสนอแง่มุมของผมและพรรคภูมิใจไทยต่อการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ผมขอแสดงความห่วงใยและขอส่ง กําลังใจให้แก่พี่น้องเพื่อนร่วมชาติทุกท่านที่กําลังประสบความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส ในขณะนี้ ผมขอขอบคุณพี่น้องประชาชนเพื่อนร่วมชาติทุกท่านที่ได้ให้ความช่วยเหลือ แก่พี่น้องร่วมชาติของเราที่กําลังประสบภัยด้วยจิตใจอันดีงาม ผมอยากจะขอเชิญชวน พี่น้องในทุกภูมิภาคที่ไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ครั้งนี้ได้โปรดร่วมมือร่วมใจ ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นกําลังใจ กําลังกาย กําลังทรัพย์ รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ เครื่องอุปโภคบริโภคต่าง ๆ อย่าเพิ่งหยุด เพราะผู้ประสบภัยยัง ขาดแคลนอาหาร น้ําดื่ม และเครื่องดํารงชีพอีกเป็นจํานวนมาก ลําพังรัฐบาลไม่สามารถ รับมือกับสถานการณ์ที่วิกฤติใหญ่ขนาดนี้ได้หรอก ประเทศไทยของเราจะพ้นวิกฤตินี้ได้ คนไทยทุกคนทุกภูมิภาคต้องร่วมมือกันครับ เราต้องทําให้คนทั้งโลกเห็นว่าน้ําใจของคนไทย ที่มีต่อกัน จะเอาชนะภัยพิบัติและปัญหาอุปสรรคทั้งหมดทั้งหลายได้ การช่วยเหลือพี่น้อง เพื่อนร่วมชาติไม่จําเป็นต้องเป็นข่าว ไม่ต้องโฆษณา ไม่ต้องออกโทรทัศน์ก็ได้ ขอเพียงให้เรามี เจตนาบริสุทธิ์ที่อยากช่วยเหลือกันก็พอแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ พรรคภูมิใจไทย ได้ประชุมหารือ ร่วมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ แล้ว เรามีความเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปี ๒๕๕๕ จะต้องมีลักษณะพิเศษกว่า ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปีที่ผ่าน ๆ มาทุกปี
เนื่องจากปีนี้ประเทศไทยตกอยู่ในสถานการณ์พิเศษ ได้รับความเสียหาย อย่างรุนแรงจากภัยพิบัติซึ่งพวกเราไม่เคยประสบมาก่อน ประเทศไทยของเรา พี่น้องประชาชนเพื่อนร่วมชาติของเรากว่าครึ่งค่อนประเทศจําเป็นต้องได้รับการเยียวยาฟื้นฟู อย่างเร่งด่วนเป็นระบบ แผนงานโครงการต่าง ๆ ที่จะดําเนินการต้องมีความสอดคล้องกับ ความต้องการของประชาชน โดยมีวัตถุประสงค์สําคัญให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่าง เป็นปกติสุขโดยเร็วที่สุด นั่นเป็นเป้าหมาย ดังนั้นการจัดทํางบประมาณประจําปี ๒๕๕๕ ต้องมีความสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนเพื่อประโยชน์ของประชาชน เพื่อฟื้นฟู ชีวิตของประชาชนเป็นลําดับแรก เรื่องอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูชีวิตประชาชนขอให้ ชะลอ ขอให้หยุด หรือขอให้เลิก ประเทศไทยของเราไม่ใช่ประเทศร่ํารวย สิ่งใดที่ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย ไม่จําเป็น ต้องพักไว้ก่อน รัฐบาลต้องมีหน้าที่ตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานของ ประชาชนให้ได้ดีที่สุดก่อน โดยเฉพาะปัจจัยสี่ คือ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค ข้อเสนอของพรรคภูมิใจไทยโดยการพิจารณาจัดทําพระราชบัญญัติงบประมาณประจําปี ๒๕๕๕ คือจัดหาปัจจัยสี่ที่มีความจําเป็นต่อการดํารงชีวิตของประชาชนให้ได้อย่างเพียงพอ ทั่วถึงและเป็นธรรม เพราะวันนี้ปัญหาใหญ่ของผู้ประสบภัยก็คือขาดแคลนปัจจัยสี่อย่างมาก การช่วยเหลือไม่ทั่วถึง จะมีปัญหาติดตามต่อเนื่องอีกมากหลังจากน้ําลดแล้ว ภาวะขาดแคลน อาหาร น้ําดื่ม โรคระบาด ประชาชนไม่มีที่อยู่ ไม่มีเครื่องนุ่งห่ม คนว่างงาน อาชญากรรม และอื่น ๆ อีกมาก ตัวเลขการจัดเก็บรายได้ ๑,๙๘๐,๐๐๐ ล้านบาท จะได้จริงตามเป้าหรือไม่ ในสถานการณ์เช่นนี้ที่ผู้ประกอบการทุกสาขาอาชีพ ทุกระดับ ทุกรายย่อย รายเล็ก กลาง หรือใหญ่ ประสบปัญหาจากน้ําท่วม ตัวเลขประมาณการรายจ่าย ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเพียงพอหรือไม่กับการฟื้นฟูประเทศและชีวิตประชาชน งบลงทุน ๔๒๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท จะทําอะไรได้แค่ไหนในสถานการณ์พิเศษเช่นนี้ การประมาณการขาดดุล ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเป็นจริงหรือไม่ด้วยตัวเลขเติบโตทางเศรษฐกิจ ตัวเลขรายจ่ายด้านอื่น ๆ ของรัฐบาล ตัวเลขต่าง ๆ เหล่านี้ตลอดจนตัวเลขอื่น ๆ ที่ปรากฏอยู่ในเอกสารประกอบการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณจะไม่มีความหมายและจะไม่มีสาระสําคัญอันใดเลย หากว่าพี่น้องประชาชนเพื่อนร่วมชาติของเราต้องเผชิญกับความอดอยาก ไม่มีอาหารที่มี คุณภาพทางอาหาร ไม่มีน้ําดื่มที่สะอาดไม่มีรายได้ ไม่มีงานทํา ต้องเจ็บป่วยจากโรคติดต่อ โรคระบาดจากเชื้อโรคที่มากับน้ํา ต้องเป็นผู้ป่วยทางจิต เป็นโรคซึมเศร้า เป็นโรคเครียด ต้องกลายเป็นคนไม่มีบ้านพอพักอาศัยหรือมีบ้านก็ไม่มีความมั่นใจว่าจะต้องประสบพบกับ เหตุการณ์อันเลวร้ายเช่นนี้อีกหรือไม่ เมื่อไร ต้องกลายเป็นคนมีหนี้สินล้นพ้นตัว และไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้ บ้านเรือน เรือยนต์ ไร่นา โรงงาน ร้านค้า บริษัทห้างร้านต่าง ๆ ที่จมน้ําไป คือภาระหนี้สินของประชาชนเป็นจํานวนมากมายมหาศาล เป็นหนี้ที่ยังผ่อนชําระอยู่ แล้วจะต้องก่อหนี้ใหม่เพื่อนํามาซ่อมแซมปรับปรุงฟื้นฟูให้ใช้งานได้ รัฐบาลจะช่วยให้ ประชาชนผู้ประสบภัยทุกรายฟื้นตัวเองได้อย่างไร
ท่านประธานที่เคารพ พรรคภูมิใจไทยเชื่อว่าประชาชนทั้งประเทศกําลังรอฟัง ว่ารัฐบาลจะนําเงินงบประมาณมากกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปทําอะไรให้ชีวิตเขาดีขึ้น ทําอย่างไรเพื่อช่วยให้ชีวิตของประชาชนกลับมายืนได้อีกครั้ง มีมาตรการอย่างไรเพื่อป้องกัน ไม่ให้ชีวิตของประชาชนต้องประสบกับภัยพิบัติและความเสียหายเช่นนี้อีกในอนาคต พรรคภูมิใจไทยขอเสนอให้ที่ประชุมสภาแห่งนี้พิจารณาจัดทํางบประมาณโดยคํานึงถึงหลัก ๔ ประการ คือ
๑. ต้องจัดทํางบประมาณเพื่อฟื้นฟูชีวิตประชาชน
๒. ต้องจัดทํางบประมาณที่สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน
๓. ต้องจัดทํางบประมาณเพื่อสร้างขวัญกําลังใจ ความเชื่อมั่นในการดํารงชีวิต ให้กับประชาชน และ
๔. ต้องมีสิ่งอํานวยความสะดวกในการใช้ชีวิตแก่ประชาชนตามสมควร
ท่านประธานที่เคารพ สิ่งสําคัญที่สุดในการสร้างขวัญกําลังใจและ ความเชื่อมั่นให้กับประชาชนคือรัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องไม่กระทําการทุจริต หาผลประโยชน์บนน้ําตาและความทุกข์ยากของประชาชน และต้องจัดสรรให้ประชาชน คนไทยทุกคนอย่างเป็นธรรม ในสถานการณ์ที่ประชาชนมีความทุกข์ยากมากเพียงนี้ นักการเมืองไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านต้องไม่กระทําสิ่งใด ๆ ที่เป็นการซ้ําเติม ความรู้สึกของประชาชนที่บอบบางอ่อนไหวใกล้หมดแรงหมดกําลังอยู่แล้วอีก เมื่อใด ที่ประชาชนทนไม่ได้ เมื่อใดที่ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม เมื่อใดที่ประชาชนได้รับการ ปฏิบัติอย่าง ๒ มาตรฐาน เมื่อนั้นแหละกลียุคจะเกิดขึ้น และไม่ว่ารัฐบาลจะมีเสียงมากมาย เพียงใดก็มิอาจต้านทานพลังของประชาชนได้ ท่านประธานที่เคารพ เนื่องจากประเทศของเรา ยังก้าวไม่ข้ามวิกฤติทางการเมืองและความแตกแยกของประชาชนในชาติ ก็มาประสบกับ ภัยพิบัติครั้งใหญ่เข้าอีก ผมอยากจะเรียนว่าวิกฤตการณ์ซ้อนวิกฤติจะเกิดขึ้นหรือไม่ ประเทศไทย จะไปรอดหรือไม่ ประชาชนคนไทยจะฟื้นฟูชีวิตตัวเองได้หรือไม่ คําตอบอยู่ที่การปฏิบัติ หน้าที่ของรัฐบาลว่าจะเป็นผู้สร้างวิกฤติให้มาซ้ําเติมวิกฤติ สร้างความทุกข์ใหม่ให้ทับถม บนทุกข์ของประชาชนที่หนักหนาสาหัสอยู่แล้วอีกหรือไม่ ถ้ารัฐบาลมุ่งแสวงหาประโยชน์ ส่วนตัวเพื่อพวกพ้องหรือพรรคพวก เพื่อพรรคการเมืองยังคงทํางานโดยคํานึงถึงผลประโยชน์ ทางการเมืองเป็นหลัก ไม่คํานึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประโยชน์ของประชาชนส่วนรวมเป็นหลัก ประเทศไทยคงไปไม่รอด แต่ผมเชื่อว่าประชาชนพี่น้องเพื่อนร่วมชาติของเราจะไม่ยอมปล่อย ให้ใครคนหนึ่งคนใด หรือคณะหนึ่งคณะใดกระทําต่อประเทศชาติอันเป็นที่รักของพวกเรา ทุกคนอย่างเด็ดขาด ผมยังเชื่อมั่นพลังอันบริสุทธิ์ของประชาชนครับ
ท่านประธานที่เคารพ ในโอกาสสถานการณ์พิเศษเช่นนี้พรรคภูมิใจไทย ขอเอาใจช่วยให้รัฐบาลเดินหน้าตั้งใจทํางานนําพาประเทศไทยให้พ้นวิกฤติไปให้ได้ นําพา ประชาชนให้ก้าวข้ามสารพัดปัญหาไปให้ได้ นําพาชีวิตที่เคยมีความสุขของประชาชน กลับคืนมาให้ได้ นําพาสังคมไทยที่เป็นสังคมแห่งความรู้รักสามัคคี สังคมที่ประชาชน มีน้ําใจไมตรีต่อกันกลับคืนมาให้ได้ พรรคภูมิใจไทยสนับสนุนให้รัฐบาลใช้เงินทุกบาท ทุกสตางค์เพื่อฟื้นฟูชีวิตประชาชนอย่างคุ้มค่า ทั่วถึง เป็นธรรมเป็นลําดับแรก ดังนั้นจึงไม่มี ภารกิจใดจะสําคัญไปกว่าการฟื้นฟูชีวิตคนไทยที่ถูกน้ําซัดล้ม อ่อนแรง อ่อนล้า ให้กลับมายืนได้ อย่างเข้มแข็ง เมื่อคนไทยเข้มแข็งแล้วผมเชื่อว่าประเทศไทยจะต้องกลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง เพราะฉะนั้นแผนการฟื้นฟูประเทศไทยจึงต้องเริ่มต้นที่การฟื้นฟูคนไทยก่อน ดังนั้น การพิจารณาจัดทํางบประมาณในสถานการณ์พิเศษเช่นนี้ในปี ๒๕๕๕ นี้ พรรคภูมิใจไทย จึงเสนอให้รัฐบาลทุ่มเทงบประมาณในส่วนของงบลงทุนทั้งหมดประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปที่ภารกิจที่สําคัญที่สุดคือการฟื้นฟูชีวิตคนไทยผู้ประสบภัยน้ําท่วม ผมเชื่อว่าประชาชน ในภูมิภาคอื่น ๆ เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ภาคเหนือ ซึ่งไม่เป็นผู้ประสบภัย จะเข้าใจได้และยอมรับ เรียกได้ว่าในสถานการณ์เช่นนี้การพัฒนาสาธารณูปโภคและ การลงทุนด้านอื่น ๆ ของรัฐอาจจะต้องล่าช้าไปบ้างเพื่อให้พี่น้องเพื่อนร่วมชาติของเรา อีกหลายล้านคนได้รับการฟื้นฟูชีวิตที่กําลังทุกข์ยากให้ตั้งหลักได้เสียก่อน
ท่านประธานที่เคารพ ผมและพรรคภูมิใจไทยขอเสนอให้รัฐบาลจัดทํา งบประมาณฉบับพิเศษขึ้นมาอีกฉบับหนึ่ง เป็นงบประมาณที่มีแหล่งที่มาของเงิน จากเงินกู้ทั้งแหล่งเงินกู้ในประเทศและแหล่งเงินกู้ต่างประเทศ เพื่อนํามาฟื้นฟูและพัฒนา สาธารณูปโภคทั้งระบบ และจัดเตรียมมาตรการป้องกันภัยพิบัติต่าง ๆ โดยเฉพาะอุทกภัย ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ในปีหน้าหรือปีถัดไปครับ ขอบคุณมากครับ