สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

ธนา ชีรวินิจ หารือเรื่องงบประมาณแผ่นดินและชี้แจงผลประโยชน์ที่ประเทศไทยได้รับจากการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลที่ผ่านมา แต่เขากล่าวหาว่ารัฐบาลประเมินสถานการณ์อุทกภัยในปี 2554 ต่ำเกินไป และการเยียวยาฟื้นฟูเศรษฐกิจไม่ตรงตามความเป็นจริง นำไปสู่ความเชื่อมั่นของประชาชน นักลงทุน และนานาอารยประเทศลดลง และเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีลงมาดูแลการแก้ไขปัญหาและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักลงทุน

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ครับท่านประธานครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ การทําหน้าที่ในการพิจารณาอนุมัติงบประมาณแผ่นดิน เป็นหน้าที่ที่สําคัญอีกอย่างหนึ่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมขออนุญาตท่านประธาน ที่จะกราบเรียนว่าแม้ว่าสภาวะอุทกภัยร้ายแรงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ที่รัฐบาลได้บริหาร ราชการแผ่นดินมาประมาณ ๓-๔ เดือน แต่ก็ได้สร้างความไม่เชื่อมั่นให้เกิดขึ้นทั้งในหมู่ พี่น้องประชาชน นักลงทุนทั้งภายในและต่างประเทศ ขออนุญาตท่านประธานที่จะ เปรียบเทียบกับในช่วงปีแรกของปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครับท่านประธาน เราเจอกับปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา เราเกิดวิกฤติ หนี้สาธารณะในสหภาพยุโรป หลายประเทศเกิดสภาวะที่ไม่สามารถชําระหนี้ได้ส่งผลกระทบ ต่อเศรษฐกิจโดยรวมของโลกและของประเทศไทย เราเกิดผลกระทบจากภัยพิบัติสึนามิ ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแน่นอนส่งผลกระทบในการส่งออกและผลผลิตของประเทศโดยรวม เราเกิดอุทกภัยอย่างร้ายแรงในพื้นที่ของประเทศไทยหลายจังหวัด หลายภาค และที่ปฏิเสธ ไม่ได้ก็คือเราเกิดวิกฤติทางการเมืองที่บั่นทอนภาวะเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง แต่ท้ายที่สุด ๖ เดือนที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้บริหารราชการแผ่นดินจนกระทั่งได้หมด วาระไปช่วงเลือกตั้ง สิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถปฏิเสธและท่านผู้นําฝ่ายค้านได้ชี้แจงต่อที่ประชุมนี้ ชัดเจนแล้วก็คือประเทศได้รับผลประโยชน์อย่างมากจากรัฐบาลที่ผ่านมา นั่นคือทุนสํารอง ของประเทศที่มีระดับสูงที่สุด ไม่เคยมีรัฐบาลไหนได้ทําไว้กับประเทศให้มีทุนสํารองมากถึง ๔,๘๐๐,๐๐๐ ล้านล้านบาท ไม่เคยมีการทําให้หนี้ต่างประเทศอยู่ในระดับต่ํา จะได้ไม่สร้างปัญหากับรัฐบาลต่อไป ในการที่จะบริหารราชการแผ่นดิน ดุลบัญชีเดินสะพัด ดุลบัญชีการค้าเกินกว่าดุลปกติ เราสามารถส่งออกได้มากกว่านําเข้า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ก็คือ นั่นคือการทํางานที่มีแนวทางชัดเจนโดยมุ่งเน้นผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน และสิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือเราสามารถทําให้อัตราการว่างงานของประเทศลดลง ต่ําที่สุดที่เคยเกิดขึ้นมา วันนี้ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ได้กําหนดแนวทางในการบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดิน ปี ๒๕๕๔ ซึ่งผมจะ หยิบยกมาเพียง ๒ ประเด็นเท่านั้นก็คือ

ประเด็นแรกที่ท่านบอกจะให้ความสําคัญในการฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจ ที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากอุทกภัยในช่วงปลายปี ๒๕๕๔ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเชื่อว่างบประมาณฉบับนี้ทําขึ้นในช่วงที่เราเข้าสู่ภาวะของอุทกภัยร้ายแรง นั่นแสดงให้ เห็นว่ารัฐบาลนี้ประเมินอุทกภัยคราวนี้ต่ํากว่าความเป็นจริง ท่านคิดว่าท่านจะสามารถ เยียวยาฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป แต่วันนี้ได้ปรากฏให้ เห็นแล้วว่าท่านได้ประเมินสถานการณ์ผิดพลาดโดยสิ้นเชิง และนี่คือสิ่งที่ผมอยากจะ กราบเรียนว่ามันกระทบต่อความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชน กระทบต่อความมั่นใจของ นักลงทุนทั้งภายในและต่างประเทศ กระทบต่อความเชื่อมั่นของนานาอารยประเทศที่มีต่อ ประเทศไทย

ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ในข้อ ๒ รัฐบาลของท่านเขียนไว้ชัดเจนว่า จะเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศและสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจจากภาวะ ความผันผวนทางเศรษฐกิจของโลก ผมกราบเรียนว่าแนวทางจะเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของ ประเทศนั้น สิ่งสําคัญที่สุดที่จะสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้นั่นคือรัฐบาลต้องสร้าง ความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นให้กับประเทศนี้ แต่ในช่วง ๓-๔ เดือนที่ผ่านมา ผมคงไม่ต้องพูดครับว่าพี่น้องประชาชน นักลงทุนทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศ นานาอารยประเทศ มองสภาวะการเชื่อมั่นต่อรัฐบาลนี้เป็นอย่างไร ผมกราบเรียนท่านประธานว่า วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรียังประเมินสถานการณ์อุทกภัยต่ํากว่า ที่เป็นจริง แล้วก็ไม่ยอมรับความจริง วันนี้ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน กับประเทศแห่งนี้รุนแรงที่สุดตั้งแต่มีการตั้งประเทศไทยขึ้นมา ไม่มีความเสียหายใดที่จะรุนแรง เท่ากับอุทกภัยครั้งนี้แล้ว แต่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ยังปฏิเสธที่จะลงมาดูแลกํากับการแก้ไข ปัญหานี้ด้วยตัวท่านเอง วันนี้ท่านต้องลงมาเป็นประธาน ศปภ. ด้วยตนเอง เพื่อเรียก ความเชื่อมั่นจากทุกภาคส่วนให้สามารถแก้ไขไปได้ ท่านนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธาน ศปภ. หรือไม่เป็น ท่านปฏิเสธความรับผิดชอบในส่วนนี้ไม่ได้ ตั้งแต่วันที่สภาแห่งนี้ได้เลือกท่าน เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าท่านจะบริหารราชการแผ่นดิน ท่านจะมอบหมายให้ใครก็ตาม ท่านไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบนี้ได้ นั่นคือสิ่งที่ผมกราบเรียนท่านว่า ท่านผิดพลาด ในเรื่องของการประเมินสถานการณ์

เรื่องที่ ๒ ครับ ท่านไม่สามารถทําความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชน ท่านไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นถึงความสามารถในการบริหารจัดการน้ําที่เกิดขึ้น ในครั้งนี้ได้ ท่านประธานคงไม่ปฏิเสธนะครับว่า เริ่มต้นรัฐบาลนี้บริหารจัดการน้ําด้วยการ เอาคนใกล้ชิดรอบตัวที่ไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องน้ํามาบริหารจัดการ และท้ายที่สุด ก็เกิดความเสียหายต่อเนื่องลงมา ไม่ต้องพูดถึงนิคมอุตสาหกรรมที่รัฐบาลบอกเอาอยู่ เอาอยู่ทุกครั้ง จนกระทั่งวันนี้ถ้ารัฐบาลบอกเอาอยู่ นั่นหมายถึงพี่น้องประชาชนเตรียมอพยพ ได้ทันที วันนี้สิ่งที่รัฐบาลทําให้กับพี่น้องประชาชนทําได้อย่างเดียวครับ คือสร้างอารมณ์ขัน ในยามที่พี่น้องคนไทยทุกคนเกิดสภาวะเครียดที่เกิดจากสภาวะน้ําท่วม ผมกราบเรียน ท่านประธานครับ ท่านไปตั้ง ศปภ. ที่ดอนเมือง ย้ําอีกครั้งครับ ท่านประเมินสถานการณ์น้ํา ต่ํากว่าที่เป็นจริงแล้วต่ํากว่าทุกครั้ง เมื่อวันหนึ่งท่านไม่สามารถบริหารจัดการน้ําได้ ท่านไม่รู้ว่า จะบริหารจัดการน้ําอย่างไร ท่านจึงไปตั้งที่ดอนเมือง แล้ววันนี้ท่านก็ต้องย้ายจากดอนเมือง ออกมาที่กระทรวงพลังงาน วันนี้น้ําตามไปที่กระทรวงพลังงาน ผมเชื่อครับอย่างไรท่านก็ต้องย้าย แม้ว่าท่านจะเอางบประมาณแผ่นดินมากมายไปทําถนนทางเข้าสร้างความเสียหายให้กับ พี่น้องประชาชนในบริเวณใกล้เคียงอย่างมาก ถึงแม้ท่านจะประกาศไม่ย้าย วันนี้ประชาชน ก็ยืนยันครับ ถ้ารัฐบาลประกาศไม่ย้าย นั่นหมายถึงย้ายแน่นอน ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพเนื่องจากเวลาจํากัด ท่านสร้างความเสียหาย ให้กับประเทศชาติมากมายเหลือเกินครับ วันนี้ถ้าบริหารจัดการดีเศรษฐกิจจะไม่เสียหาย รุนแรงขนาดนี้ รถยนต์ที่พี่น้องประชาชนใช้อยู่เพราะเชื่อมั่นรัฐบาลว่าเอาอยู่ ๆ น้ําท่วม ๒ ชั่วโมงขยับรถออกจากบ้านไม่ได้ วันนี้ในหมู่บ้านสําคัญ ๆ ไม่ว่าจะเป็นปทุมธานีไล่ลงมา จากพระนครศรีอยุธยาลงมาเห็นภาพที่ตรงกันก็คือรถจํานวนเป็นแสนคันยังถูกน้ําท่วมขัง เพราะเขาเชื่อมั่นว่ารัฐบาลเอาอยู่ รัฐบาลไม่ได้เตรียมการที่จะสร้างและนําแนวทางในการ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ผมกราบเรียน ท่านประธานครับด้วยเวลาจํากัด รัฐบาลจะไม่สามารถบริหารจัดการงบประมาณปี ๒๕๕๕ ได้เลยถ้ารัฐบาลยังบริหารราชการแบบนี้ยังไม่ได้รับความเชื่อถือจากพี่น้องประชาชน และที่สําคัญที่สุดนักลงทุนทั้งภายในและต่างประเทศนั้นวันนี้ขาดความเชื่อมั่นกับรัฐบาลนี้ โดยสิ้นเชิงแล้วครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ