สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หารือเรื่องงบประมาณประจำปี 2555 และเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงผลประโยชน์ของประชาชนตามนโยบายของรัฐ โดยเน้นย้ำว่าภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อการเก็บรายได้ของรัฐประมาณ 70,000 ล้านบาท แต่สามารถช่วยเหลือและบูรณะปัญหาต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเก็บเงินงบประมาณเข้ามาคืนได้อีกประมาณ 35,000 ล้านบาท และสามารถทําเป้าที่ 1.98 ล้านล้านบาทที่เป็นรายรับจากภาครัฐได้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการชดเชยเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดอุบลราชธานี และเรียกร้องให้รัฐบาลใช้เงินงบกลาง 1.2 แสนล้านบาทเพื่อช่วยเหลือ และเรียกร้องให้รัฐบาลใช้จ่ายเงินงบประมาณให้หมดตามจํานวนที่ได้ผ่านพระราชบัญญัติงบประมาณ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่จากพรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณประจําปี ๒๕๕๕ ซึ่งรัฐบาลได้นําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรนั้น ผมต้องกราบเรียน อย่างนี้ครับว่าปีนี้เป็นปีที่งบประมาณมีความเป็นพิเศษในเรื่องของระยะเวลาเป็นอย่างยิ่งนะครับ เพราะว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันเข้ามารับตําแหน่งเข้ามารับงานหน้าที่ในช่วงที่มีการคาบเกี่ยวของ การเลือกตั้ง พี่น้องประชาชนตั้งแต่ช่วงเลือกตั้งก็คาดหวังกับนโยบายรัฐบาลที่เขาได้เลือกมา ว่าจะออกมาเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แต่ว่าวันนี้ต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ เมื่อรัฐบาลเข้ามารับงานนั้นมีการวางโครงของงบประมาณในปีปัจจุบันไว้อยู่บางส่วนแล้ว รัฐบาลก็มีหน้าที่ในการไปปรับเปลี่ยนโครงสร้างรวมถึงนโยบายหลัก ๆ ต่าง ๆ เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แต่ว่าวันนี้ต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ เมื่อรัฐบาลเข้ามา รับงานนั้นมีการวางโครงของงบประมาณในปีปัจจุบันไว้อยู่บางส่วนแล้ว รัฐบาลก็มีหน้าที่ ในการไปปรับเปลี่ยนโครงสร้าง รวมถึงนโยบายหลัก ๆ ต่าง ๆ เพื่อให้รองรับกับการทํางาน ตามนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ซึ่งต้องกราบเรียนว่าใช้เวลาพอสมควร วันนี้เข้ามาถึง สภาผู้แทนราษฎรนั้นก็ช้าไป ๒-๓ เดือนเรียบร้อยแล้ว กว่าที่งบประมาณฉบับปัจจุบันจะผ่าน สภาผู้แทนราษฎรจนกระทั่งบังคับใช้ เม็ดเงินบาทแรกที่ออกมาจากการคาดคํานวณกันก็ช่วง ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ วันนี้รัฐบาลมีงานแรกที่สําคัญครับ ต้องชี้แจงทําความเข้าใจให้ พี่น้องประชาชนที่เขากําลังรอรับผลประโยชน์จากนโยบายของรัฐให้เข้าใจได้ชัดเจนว่าวันนี้ งบประมาณกว่าที่รัฐบาลจะสามารถเอาเงินตามนโยบายออกมาได้นี่เดือนกุมภาพันธ์ อันนี้เป็นสิ่งแรกที่แน่นอนครับเป็นภาระหน้าที่ของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ผมรับฟังมาตั้งแต่ ช่วงเช้านี่นะครับ ผมได้ยินมาว่าหลายท่านมีข้อกังวลอยู่บางประการ

ประการแรกที่สําคัญก็คือเรื่องของข้อสมมุติฐานต่าง ๆ ทางเศรษฐกิจ ซึ่งแน่นอนครับเป็นจุดเริ่มต้นของการทํางบประมาณทุก ๆ ปีนั่นแหละ แต่อย่างไรก็ตามครับ วันนี้เมื่อเอาสมมุติฐานทางเศรษฐกิจประกอบเข้ากับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหนี้สาธารณะของอียู (EU) เรื่องการฟื้นตัวของสหรัฐ เรื่องภัยธรรมชาติ สึนามิที่ญี่ปุ่น เรื่องราคาน้ํามันที่ถีบตัวขึ้นทุกวัน ประกอบกับเรื่องปัญหาภาวะน้ําท่วม ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเกิดมาในประเทศไทยเอง วันนี้ผมต้องกราบเรียนครับ การที่รัฐบาล จะคงสมมุติฐานจีดีพีไว้ที่ ๔.๕-๕.๕ รวมถึงเงินเฟ้อที่ ๓-๔ นี่มันก็เป็นข้อที่น่าเป็นห่วงจริง ๆ ผมเองกราบเรียนด้วยความเคารพว่าเมื่อสํานักงบประมาณรวมถึงกระทรวงการคลังไปชี้แจง ที่กรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลหรือวิปผมเองก็ได้ถามคําถามนี้ไปเช่นเดียวกันนะครับ ด้วยความเป็นห่วง แต่คําตอบที่ได้ทําให้อุ่นใจขึ้นมาระดับหนึ่ง เพราะคนที่ตอบนั้นคือ หน่วยงานของรัฐที่มีความเกี่ยวข้อง ๑. ก็คือสภาพัฒน์ ๒. ก็คือสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง ได้ให้คําตอบว่าวันนี้ที่งบประมาณไม่ว่าจะเป็นส่วนที่จะไปชดเชยน้ําท่วมหรืออะไรต่าง ๆ นี่นะครับ ในส่วนที่ได้กําหนดไว้ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องตัวโครงการ เป็นเพราะว่าวันนี้ ตัวเลขมันยังไม่นิ่ง ภาวะน้ําท่วมมันยังไม่จบ เรายังไม่รู้ว่าในที่สุดแล้วความเสียหายที่เกิดขึ้น จากภาวะน้ําท่วมที่เกิดในครั้งนี้มันจะไปจบที่เท่าไร มันจะไปจบตรงไหน อันนี้ต้องให้ ความเห็นใจกับผู้ที่ทํางบประมาณ คือสํานักงบประมาณด้วยนะครับ เมื่อตัวเลขมันยังไม่ชัด สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือวันนี้การประมาณการของสํานักงานเศรษฐกิจการคลังบอกว่าจากผลกระทบ น้ําท่วมที่ผ่านมาคงจะกระทบกับการเก็บรายได้ของรัฐที่จะถึงนี่ประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่ง ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทไม่ใช่ตัวเลขที่เยอะจนเกินไปนักครับ เป็นตัวเลขที่พอจะบริหารจัดการได้ ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ และที่สําคัญจากการประเมินนั้นเมื่อรัฐบาลได้สามารถ ผลักดันงบประมาณที่จะไปชดเชยปัญหาน้ําท่วม ไปบูรณะปัญหาต่าง ๆ นี่นะครับ เม็ดเงิน ที่เพิ่มลงไปในส่วนนั้นจะไปกระตุ้นให้เศรษฐกิจมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และรัฐ จะสามารถเก็บเงินงบประมาณเข้ามาคืนได้อีกประมาณ ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท คิดง่าย ๆ ก็คือยังตกตัวเลขอยู่อีกประมาณ ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งหน่วยงานจัดเก็บทั้ง ๓ หน่วยงาน ก็ให้คํามั่นว่าวันนี้เชื่อมั่นว่าสามารถที่จะประคับประคองแล้วก็จะสามารถทําเป้าที่ ๑.๙๘ ล้านล้านบาทที่เป็นรายรับจากภาครัฐได้ เพราะฉะนั้นเมื่อหน่วยงานจัดเก็บได้ชี้แจงมา เช่นนั้น เราในฐานะสภาผู้แทนราษฎรก็คงจะต้องมีความเชื่อมั่น แล้วก็ช่วยประคับประคอง ให้เศรษฐกิจมันสามารถเติบโตไปได้ในจุดที่ควรจะเป็นนะครับ

และที่สําคัญที่สุดวันนี้ต้องกราบเรียนว่ากรอบการขาดดุลงบประมาณของ ปีงบประมาณปัจจุบันนี้มีอยู่ประมาณ ๕๑๓,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลตั้งงบประมาณขาดดุล ไว้ที่ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นหมายความว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันด้วยงบประมาณประจําปี ๒๕๕๕ นี้จะมีกรอบ จะมีห้องอีกประมาณ ๑.๑๓ แสนล้านบาทในการที่จะบริหารจัดการ ในกรณีที่ไม่สามารถเก็บยอดรายได้ได้ตามเป้าหรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมมาใด ๆ ก็ตาม วันนี้ก็เป็นสิ่งซึ่งทําให้เกิดความอุ่นใจขึ้นมาในระดับหนึ่ง

อีกปัญหาหนึ่งที่ได้ยินมากก็คือเรื่องของการชดเชยเยียวยาน้ําท่วม ผมต้อง กราบเรียนอย่างนี้ครับ เบื้องต้นผมต้องกราบขอบคุณทางรัฐบาลแทนพี่น้องประชาชนคนไทย ที่รัฐบาลชุดปัจจุบันนี้ทํางานหนัก ไม่หยุดเลยนะครับเรื่องของการแก้ไขปัญหาน้ําท่วม และที่สําคัญต้องชมเป็นพิเศษคือตัวท่านนายกรัฐมนตรี เพราะท่านนายกรัฐมนตรีไม่เคย โยนลูกครับ ผมนี่ชมมาก ผมชื่นชมจริง ๆ ไม่เคยบอกเลยครับว่าน้ําท่วมคราวนี้เกิดจากอะไร เกิดจากรัฐบาลก่อนประมาณการเก็บกักน้ําจนกระทั่งเก็บกักน้ําไว้ในเขื่อนมากเกินไปหรือไม่ เกิดจากกรมชลประทานบริหารงานผิดพลาด หรือเกิดจากรัฐบาลบริหารไม่สําเร็จจนกระทั่ง น้ํามันท่วม อะไรก็ตามเราไม่โทษกัน แต่วันนี้หน้าที่ของรัฐบาลปัจจุบันคือการแก้ไขปัญหาน้ําท่วม ให้ลุล่วงเข้าไปเยียวยาให้พี่น้องประชาชน ซึ่งวันนี้ท่านได้ทําอยู่อย่างเต็มกําลังความสามารถ สิ่งนี้เป็นสิ่งซึ่งต้องชื่นชมนะครับ แต่เนื่องจากงบประมาณที่เรียกว่างบกลางจากปีก่อน และปีนี้ยังประคองใช้จ่ายอยู่นะครับ ในส่วนที่เรียกว่างบเพื่อกรณีฉุกเฉินและจําเป็นนั้น ท่านรับสืบทอดมรดกมาจากรัฐบาลก่อนนี่ เงินมันเหลือน้อยมากต้องยอมรับความจริงนะครับ เมื่อน้ําท่วมช่วงแรกก็มีการอนุมัติไป ๙,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทหมดแล้ว วันนี้ไม่มีเงินเหลือในเรื่องของกรณีฉุกเฉินและจําเป็นเพื่อที่จะไปช่วยเหลือเรื่องน้ําท่วม เพียงพอ เงินไม่มีงานมันก็เดินสะดุด อันนี้มันเป็นเรื่องปกตินะครับ วันนี้งบประมาณตัวนี้ จึงมีความจําเป็นครับ ผมต้องกราบขอบคุณท่านที่ได้ตั้งงบประมาณในส่วนงบกลางในส่วนนี้ ถึง ๑.๒ แสนล้านบาทเพื่อที่จะเอาไปเยียวยาผู้ที่ประสบอุทกภัยนะครับ ผมกราบเรียนอย่างนี้ พอหรือไม่พอ ๑.๒ แสนล้านบาทนี่ไม่ใช่เรื่องน่าเป็นห่วง เพราะอย่างไรก็ตามรัฐบาล ยังสามารถใช้การบริหารจัดการไปดึงงบเอาจากงบปกติในส่วนงานอื่น ๆ เข้ามา ประคับประคองมาบวกเพิ่มเข้าไปได้ในอนาคตนะครับ ในส่วนนี้ยังไม่ใช่สิ่งที่จะต้องไปกังวล แต่สิ่งสําคัญนี้ผมกราบเรียนว่า ทั้ง ๓ ส่วนที่ได้อภิปรายมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระยะเวลา ที่งบล่าช้าและท่านต้องชี้แจงประชาชนในส่วนของการจัดเก็บที่ผมมองว่าไม่น่าจะเป็นปัญหา ในส่วนของงบน้ําท่วมที่ตั้งเงินไว้ถึง ๑.๒ แสนล้านบาทเป็นเรื่องที่น่าจะพอจะผ่านไปได้นะครับ แต่ประเด็นที่น่าเป็นห่วงสําหรับงบประมาณประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๕ นั้นมีอยู่ ๒ ประเด็นครับ

ประเด็นแรก คืองบประมาณปีนี้นะครับ ปี ๒๕๕๕ ที่กําลังพิจารณากันอยู่ จะเป็นปีที่ท่านจะมีเวลาในการใช้จ่ายเงินเพียงแค่ ๘ เดือน ในอดีตที่ผ่านมามีเวลา ๑๒ เดือน หน่วยงานของรัฐยังใช้จ่ายแทบไม่หมด บางโครงการต้องตัด ต้องชะลอ ต้องกันเหลื่อมปี อันนี้เป็นปัญหาของการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ปีนี้งบประมาณเริ่ม กุมภาพันธ์ถึงตุลาคมเหลือ ๘ เดือนท่านจะใช้อย่างไร นี่เป็นสิ่งซึ่งท้าทายความสามารถของ รัฐบาลปัจจุบัน อย่าไปมองเหรียญหน้าเดียวครับ อย่ามองว่าการใช้เงินงบประมาณ คือการใช้เงินภาษีของประชาชน ใช้เงินภาษีเข้าไปลงทําโครงสร้างพื้นฐาน ทําโครงการ นโยบายของรัฐอย่างเดียว แต่การใช้เงินงบประมาณคือการใช้เงินเข้าไปกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาวะน้ําท่วมในปัจจุบันนี้นะครับ เศรษฐกิจมันอาจจะเกิดเหตุการณ์ที่เป็นการ ชะลอตัวได้ วันนี้การใช้จ่ายเงินงบประมาณจะเป็นอีก ๑ ขาที่เข้าไปหมุนเศรษฐกิจให้มันเดิน ไปข้างหน้า จนกระทั่งพี่น้องประชาชนมีภาวะเศรษฐกิจที่ดีจนกระทั่งอยู่ได้นะครับ อันนี้ ก็เป็นสิ่งสําคัญเช่นเดียวกันต้องมองเหรียญทั้งสองด้านนะครับ ผมกราบเรียนเลยครับ เมื่องบประมาณผ่านสภาเดือนกุมภาพันธ์เงินเข้า ท่านมีหน้าที่คือเหยียบคันเร่งใช้เงิน ให้มันหมดตามจํานวนที่ได้ผ่านพระราชบัญญัติงบประมาณไปนะครับ

ส่วนอีกปัญหาหนึ่งซึ่งอยากจะกราบฝากไว้นะครับ เป็นปัญหาของเรื่อง การขาดดุลงบประมาณ ปีนี้เป็นอีกปีหนึ่งครับ รัฐบาลมีการตั้งงบประมาณขาดดุลไว้ถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมต้องกราบเรียนว่าในภาวะเศรษฐกิจที่ผ่านมาการขาดดุล งบประมาณก็เป็นสิ่งจําเป็นเพื่อให้เศรษฐกิจมันเติบโต รัฐบาลชุดก่อนหน้ามีการ ขาดดุลงบประมาณโดยเฉลี่ย ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทถึง ๓ ปีต่อเนื่อง รวมเข้าไปกับ พระราชบัญญัติเงินกู้กับ พ.ร.ก. เงินกู้อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒ ตัวรวมกันเกือบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็นการกู้เงินนะครับ วันนี้รัฐบาลชุดปัจจุบันรับมรดกเศรษฐกิจมา เศรษฐกิจยังไม่ดีนักก็มีภาระในการกระตุ้นต่อก็ต้องทําการขาดดุลงบประมาณเพิ่มเติมอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ในเวลานี้อาจจะไม่ใช่ปัญหา แต่ลองนึกสภาพว่าถ้าเราต้อง ขาดดุลงบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาททุกปี ๆ อีก ๕ ปี ๑๐ ปี ผมต้องกราบเรียนว่า ภาระทางการเงินการคลังของประเทศมันรับภาระหนี้ไม่ไหวนะครับ การชําระเงินต้น การชําระดอกเบี้ยมันจะแบกไม่ได้ วันนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลชุดปัจจุบันครับ ผมอยากจะได้ยิน วิสัยทัศน์ของท่านเหมือนกันว่า ท่านมองว่าการทํางบประมาณของประเทศไทยในอนาคต ในระยะ ๓ ปี ๕ ปีข้างหน้าท่านจะทําอย่างไร ท่านจะมุ่งสู่การทํางบประมาณสมดุลได้เมื่อไร และจะทําอย่างไรเพื่อที่จะก้าวไปสู่จุดนั้นนะครับ อันนี้เป็นประเด็นสําคัญที่อยากจะฝาก ทางท่านประธานไปยังทางรัฐบาลนะครับ

สุดท้ายนี้ผมต้องกราบเรียนว่าพี่น้องประชาชนยังให้กําลังใจทางรัฐบาลครับ ยังมองว่ารัฐบาลเพิ่งจะเข้ามาทํางาน วันนี้ผมเองก็เป็นส่วนหนึ่งในกําลังใจที่จะมอบให้ท่าน ที่จะให้ท่านได้ปฏิบัติภารกิจได้ลุล่วงด้วยเงินงบประมาณของพระราชบัญญัติงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ นี้ ผมเชื่อว่าจะเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่จะทําให้ท่านได้ปฏิบัติภารกิจเพื่อ พี่น้องประชาชนได้สําเร็จลุล่วง ผมก็ขอกราบฝากให้ท่านมีกําลังใจแล้วก็ก้าวต่อไปในทิศทาง ที่พี่น้องประชาชนตั้งหวังครับ ขอบคุณครับ