นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ หารือเรื่องงบประมาณการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม 130,000 ล้านบาทของรัฐบาล และพูดถึงการกักน้ำไว้ในเขื่อน โดยชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลพร่องน้ำในเขื่อนน้อยเกินไป ทำให้เกิดน้ำท่วมและความเสียหายต่อเกษตรกร นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการบริหารความเสี่ยงของรัฐบาลที่ถือว่าผิดพลาด และเรียกร้องให้มีการสอบสวนความจริง เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้น
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายงบประมาณการแก้ไขปัญหาน้ําท่วม ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทของรัฐบาล ผมอภิปรายอย่างช้า ๆ นะครับ เพื่อที่จะให้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้เข้าใจพร้อมกับคนทั้งประเทศ ซึ่งผมคิดว่าคนทั้งประเทศก็เข้าใจ แล้วจะอธิบายง่าย ๆ ช้า ๆ ผมอภิปรายวันนี้เพื่อตอบคําถาม ๒ ประเด็นด้วยกัน ตอบคําถาม ของบุคคล ๒ ฝ่ายด้วยกันครับ
ฝ่ายแรกเพื่อตอบคําถามของสื่อมวลชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือพิมพ์ มติชน ฉบับวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ หนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ได้เขียนในหน้าที่ ๓ ว่าความจริงน้ําในเขื่อนต้องทําให้ปรากฏ เพราะฉะนั้นผมจะตอบคําถาม หนังสือพิมพ์มติชนฉบับนี้เป็นเรื่องที่ ๑ ครับ
เรื่องที่ ๒ ผมอภิปรายเพื่อจะตอบคําถามของรัฐบาล โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรี บางท่าน แล้วก็ผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาลหลายท่านที่ได้ออกมาพูดว่าฝ่ายค้านซึ่งก็คือรัฐบาล ชุดที่แล้วได้กักน้ําไว้จนเกินปริมาณแล้วก็ปล่อยน้ําทําให้เกิดอุทกภัยที่มีความเสียหายอย่างยิ่ง ในขณะนี้ ผมจะตอบคําถามของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ดอกเตอร์สุรพงษ์ ซึ่งได้บอกว่าประชาธิปัตย์ไม่ปล่อยน้ํา กั๊กน้ําไว้ในเขื่อน ผมจะตอบคําถามของคุณประชา ประสพดี จากสมุทรปราการที่บอกว่ารัฐบาลที่แล้วได้วางแผนผิดพลาดกักเก็บน้ําไว้เต็มเขื่อน ตอบคําถามของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านวรวัจน์ที่บอกว่า น้ํามีเต็มเขื่อนแล้วในขณะที่รัฐบาลนี้ได้เข้ามาบริหารประเทศ แล้วก็ตอบคําถาม ของคุณจตุพร พรหมพันธุ์ ที่ได้ไปปราศรัยที่จังหวัดเชียงรายโดยคุณจตุพรได้ไปปราศรัย ช่วยคนเสื้อแดงลงเลือกตั้งเป็นนายก อบจ. โดยบอกว่าเป็นเพราะประชาธิปัตย์กักน้ํา ไว้เต็มเขื่อนแล้วก็ยังพูดพาดพิงไปถึงทหาร แต่ผมไม่พูดตรงนี้
ฉะนั้นผมจะเริ่มต้นกราบเรียนท่านประธานว่าที่ผมจะพูดต่อไปนี้ครับ มันเป็นวิทยาศาสตร์และเป็นข้อมูลถูกบันทึกไว้ด้วยข้อมูลของกรมชลประทาน ความจริง ข้อมูลเหล่านี้มีแพร่หลายแล้วนะครับแต่ผมจะเสนออีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะยุติว่าจริง ๆ แล้ว น้ําในเขื่อนมีอยู่ในระดับไหน ผมขออนุญาตขึ้นพาวเวอร์พอยต์นะครับท่านประธาน ผมขออนุญาตท่านประธานแล้วนะครับ
ตารางสรุปอ่างเก็บน้ําขนาดใหญ่ของ กรมชลประทาน
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
ที่ผมเรียนอย่างนี้เพราะว่า ผมเอาข้อมูลมาจากของกรมชลประทาน ตัดสั้น ๆ เลยนะครับท่านประธาน วันที่มีการยุบ สภาผู้แทนราษฎร คือวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ วันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ เขื่อนใหญ่ ๆ ๓ เขื่อนต่อไปเลยนะครับ วันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ นะครับ เขื่อนใหญ่ ๆ ๓ เขื่อน คือเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
ภาพต่อไปเลยนะครับ นี่ครับปริมาณน้ําเมื่อมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร เขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ําเก็บได้ทั้งสิ้น ๑๓,๔๗๒ ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ ๙,๕๑๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์นิดเดียวนะครับ ๗๘๕ ล้านลูกบาศก์เมตร วันที่มีการยุบสภาผู้แทนราษฎร เขื่อนภูมิพลกักน้ําอยู่ ๔๖ เปอร์เซ็นต์ คือ ๖,๑๙๗ ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์กักน้ําไว้เพียง ๔,๘๐๖ ล้านลูกบาศก์เมตร ๕๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์นิดเดียวครับ เก็บน้ําไว้ ๓๑ เปอร์เซ็นต์
ภาพต่อไปนะครับ วันที่ ๓ กรกฎาคม ดูง่าย ๆ ท่านประธานครับ ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง เขื่อนภูมิพลกักน้ําไว้ทั้งหมด ๕๘ เปอร์เซ็นต์ ผมดูตัวเลขนะครับ เขื่อนสิริกิติ์กักน้ําไว้ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ เป็นปริมาณ ๖,๒๐๘ ล้านลูกบาศก์เมตร แล้วก็ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ นิดเดียวนะครับ เก็บน้ําไว้ ๔๕๗ ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น ๕๘ เปอร์เซ็นต์ วันที่ ๓ กรกฎาคม ประมาณ ๒ ทุ่มทราบข่าวแล้วว่าประชาธิปัตย์ แพ้การเลือกตั้ง ศูนย์อํานาจทั้งหลายไปอยู่ที่พรรคเพื่อไทยแล้วนะครับ
วันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๔ ครับ วันที่มีการเลือกนายกรัฐมนตรี วันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๔ ภาพต่อไปเลยนะครับ เขื่อนภูมิพลมีน้ํา ๖๖ เปอร์เซ็นต์ เขื่อนสิริกิติ์ มีน้ํา ๘๔ เปอร์เซ็นต์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีน้ํา ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ปริมาณน้ําเพิ่มขึ้น ในต้นเดือนสิงหาคม เพราะมีพายุเข้ามาครับ เกิดพายุนกเตนเข้ามาระหว่างวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ถึงวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๕๔
ต่อไปวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔ ท่านประธานครับ ซึ่งเป็นวันโปรดเกล้าฯ นายกรัฐมนตรี วันที่มีการโปรดเกล้าฯ นายกรัฐมนตรี เขื่อนภูมิพลมีน้ําอยู่ ๖๙ เปอร์เซ็นต์ ภาพต่อไปเลยนะครับ เขื่อนภูมิพลมีน้ําอยู่ ๖๙ เปอร์เซ็นต์ครับ คิดเป็นปริมาตรน้ํา ๙,๒๖๖ ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์มีน้ํา ๘๕ เปอร์เซ็นต์ เป็นปริมาตร ๘,๐๓๙ ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มี ๓๔ เปอร์เซ็นต์ ปริมาตร ๒๖๖ ล้านลูกบาศก์เมตร เอาวันนี้ครับวันที่โปรดเกล้าฯ นายกรัฐมนตรี เพราะเมื่อมีการ โปรดเกล้าฯ นายกรัฐมนตรีแล้วนะครับ รัฐธรรมนูญมาตรา ๑๗๖ วรรคสอง บอกว่าในกรณี ที่มีความจําเป็นเร่งด่วนถึงแม้ยังไม่ได้มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา รัฐบาลก็สามารถ ที่จะบริหารราชการแผ่นดินต่อไปได้นะครับ ถ้าหากว่าจะปล่อยช้าไปจะกระทบต่อผลประโยชน์ ของแผ่นดิน รัฐมนตรีสามารถดําเนินการได้ แต่สิงหาคม ๒๕๕๔ ประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็น รัฐบาลแล้วครับ รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลนะครับ มีน้ําอยู่ในเขื่อนภูมิพล ๖๙ เปอร์เซ็นต์ เขื่อนสิริกิติ์ ๘๕ เปอร์เซ็นต์ และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ๓๔ เปอร์เซ็นต์ ไม่ผิดปกติเลยครับ แต่ว่าในช่วงนี้ครับท่านประธานครับ มีพายุเข้าที่ผมเรียนท่านประธานแล้ว เพราะฉะนั้น ช่วงวันที่ ๑ ถึงวันที่ ๗ สิงหาคม เปิดไปดูสักนิดนะครับ ๑-๗ สิงหาคม มีปริมาณน้ํา เข้าเขื่อนมากที่สุด เพราะฉะนั้นจังหวะนะครับท่านประธานครับ จังหวะที่ต้องระบายน้ํา อย่างเร่งด่วนมากที่สุดคือหลังจากต้นเดือนสิงหาคม หลังจากวันที่ ๗ สิงหาคม แล้วครับ ถ้าจะปล่อยน้ําหลังจากวันที่ ๗ สิงหาคม หรือเลยไปปล่อยน้ําเดือนกันยายนไม่มีสิทธิแล้วครับ เพราะหลังจากนั้นมีพายุเข้ามาอีกครับ รัฐบาลบริหารความเสี่ยงผิดพลาดครับ
ท่านประธานครับ รัฐบาลบริหารความเสี่ยงผิดพลาดเพราะอะไรครับ ผมเรียนท่านประธานต่อไปว่ารัฐบาลบริหารความเสี่ยงผิดพลาดอันดับแรกที่ผมอยากจะเรียน ท่านประธานคืออยากจะให้ท่านประธานได้มาดูข้อความในเฟชบุ๊กคของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังนะครับ ของคุณธีระชัยนะครับ เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๔ รัฐมนตรี ได้บอกว่าอย่างนี้ครับ บอกว่าขอร้องให้ทุกท่านติดตามหน้านี้แล้วช่วยกันแสดงความเห็น ท่านแสดงความเห็นไว้เมื่อ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๔ ครับ ผมจะเอาส่วนขยายให้ท่านประธาน ดูนะครับ
ข้อที่ ๑ ครับ ท่านบอกว่าอุปสรรคในการจัดการน้ําปีนี้เกิดขึ้นอย่างไร เกิดขึ้น จากมีการพร่องน้ําในเขื่อนใหญ่ ๆ น้อยเกินไปครับ ข้อที่ ๑ ภาพต่อไปเลยนะครับ
ข้อที่ ๒ เมื่อท่านบอกว่ามีการพร่องน้ําในเขื่อนน้อยเกินไปท่านบอกว่าข้อที่ ๒ หากสามารถพร่องน้ําในเขื่อนเหลือครึ่งเขื่อนก็จะทําให้ปัญหาเบาลง
ข้อที่ ๓ ท่านบอกว่าเหตุที่มีการพร่องน้ําไว้น้อยเกินไป เพราะต้องการเก็บน้ํา ไว้สําหรับการปลูกข้าว ๓ ปีต่อครั้ง ท่านบอกว่าถ้าปล่อยน้ํามาในขณะนั้นจะทําให้ที่ลุ่ม ภาคกลางส่วนหนึ่งต้องเสียหาย แล้วเกษตรกรจะได้รับความเสียหาย คํานวณแล้วประมาณ ๗,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้แหละครับ ๗,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลเลยไม่ปล่อยน้ําลงมาที่ลุ่มน้ํา เจ้าพระยา นี่เป็นข้อความของรัฐมนตรีธีระชัยนะครับ ผมคิดว่าถ้าท่านปฏิเสธ ท่านต้องออกมากล่าวปฏิเสธนะครับ ท่านยอมรับว่าพร่องน้ําในเขื่อนน้อยไปครับ เพราะต้องการเก็บน้ําไว้ใช้ในลุ่มภาคกลาง
ท่านประธานที่เคารพครับ ในประเด็นต่อไปที่ผมอยากจะเรียนท่านประธาน ก็คือ นอกจากมีการพร่องน้ําไว้น้อยที่สุดเป็นการบริหารความเสี่ยงผิดพลาดแล้ว สิ่งหนึ่ง ที่ต้องเรียนท่านประธานก็คือ ไม่มีการปล่อยน้ําให้เป็นไปตามธรรมชาติ ผมต้องเรียน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับท่านครับ ผมเคารพนับถือ ท่านนะครับ แต่ว่าท่านให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๕๔ ท่านให้สัมภาษณ์ไว้ชัดครับ ท่านบอกว่าได้สั่งให้กรมชลประทานประสานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตลดการระบายน้ําเพื่อผลิต กระแสไฟฟ้าที่เขื่อนภูมิพล รวมถึงการหน่วงน้ําเขื่อนเจ้าพระยาไม่ให้ไหลเกิน ๒,๓๙๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อให้ชาวนาในเขตพื้นที่ลุ่มน้ําเจ้าพระยาเก็บเกี่ยวข้าว ได้เสร็จในช่วงนี้ ผมไม่โทษท่านนะครับ เพราะเราประเมินสถานการณ์ในขณะนั้น เป็นอย่างนั้น แต่ว่าหลังจากนั้นมีพายุเกิดขึ้นครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านจะได้อธิบายถึงการไม่ปล่อยน้ํา จากเขื่อนภูมิพลแล้ว ท่านครับ เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๔ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์พร้อมกับท่านบรรหาร ท่านได้เดินทางไปที่อําเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผมไปได้ข่าวเล็ก ๆ นี้มาจากพระนครศรีอยุธยาครับท่านครับ ในข่าวหนังสือพิมพ์หลักไม่มีครับ ท่านบอกว่า ท่านบรรหารไปดู เพราะคนบางบาล ในขณะนั้น พระนครศรีอยุธยา ชัยนาท ในขณะนั้นนะครับ คนแถวนั้นในขณะนั้นน้ําท่วม มาประมาณเดือนกว่าเกือบ ๒ เดือนแล้วครับ แล้วระดับน้ํานั้นต่างกันมาก ผมขออภัยนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีบรรหารได้สั่งการอย่างนี้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีบรรหารบอกว่า ที่ท่านมาวันนี้ เพราะอยากช่วยให้รัฐบาลเห็นเป็นผลงานว่าปัญหาน้ําท่วมบางบาลได้รับการ แก้ไขแล้วปีหน้าจะไม่มีปัญหาน้ําท่วมแล้ว ท่านบรรหารพูดอย่างนั้นนะครับ พร้อมกับฝากให้ กรมชลประทานจัดการน้ําที่อําเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยาให้ดี โดยต้องควบคุม ไม่ให้ปริมาณน้ําไหลเกิน ๓,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อป้องกันน้ําท่วม ทางตอนใต้ และกรุงเทพมหานคร ซึ่งกรมชลประทานต้องกักน้ําในเขื่อนภูมิพลไว้ไม่ให้ปล่อยมา จนมากเกินไป ในขณะที่ท่านบรรหาร และก็ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ไปแก้ปัญหาในขณะนั้นนะครับ สิงห์บุรี ชัยนาท แถวนั้นนะครับ พระนครศรีอยุธยาน้ําท่วมมา ๒-๓ เดือนแล้วครับ แต่ว่าถ้า ณ วันนั้นเราได้ปล่อยน้ําลงมา น้ําจะไม่วิกฤติถึงขนาดนี้ครับ ผมเรียนท่านประธานต่อไปนะครับว่านี่คือการเบี่ยงเบน การไหลของน้ําตามธรรมชาติ ท่านประธานครับ เราไม่ปล่อยให้น้ําเดินไปตามธรรมชาติ ของน้ํา เรากักน้ําไว้ เมื่อเรากักน้ําไว้ไม่ให้น้ําไหลไปตามธรรมชาติน้ําก็ไหลออกสู่ทุ่ง ปัญหาน้ําที่มันท่วมกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอยู่ในขณะนี้ เพราะน้ํามันไม่ไหลไปในที่ ที่มันควรจะไหล คือแม่น้ําและทางระบายน้ํา แต่มันไหลลงทุ่ง เพราะมีการกักน้ําไว้ ไม่ปล่อยลงมาที่บริเวณลุ่มเจ้าพระยาตั้งแต่จังหวัดสุพรรณบุรี
ท่านประธานที่เคารพ เมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๔ ที่ฝ่ายส่งน้ํา และบํารุงรักษาที่ ๑ โครงการส่งน้ําและบํารุงรักษาท่าโบสถ์ สํานักชลประทานที่ ๑๒ นายวรชัย บํารุงผล ผู้อํานวยการโครงการส่งน้ํา นี่กันยายนแล้วครับท่านครับ วันที่ ๒๗ กันยายนแล้ว นายวรชัย บํารุงผล ผู้อํานวยการส่งน้ําและบํารุงรักษาประตูน้ําพลเทพ จังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่าจากการที่นายประภัตร โพธสุธน อดีต ส.ส. สุพรรณบุรี นําประชาชน ๕๐๐ คน มาดูสถานการณ์น้ําที่จังหวัดชัยนาท หลังจากนั้นจึงได้ปล่อยน้ํา เข้าทุ่งที่จังหวัดสุพรรณบุรีในจุดที่มีการเก็บเกี่ยวแล้ว ล่าสุดได้ปล่อยน้ําทางประตูระบายน้ํา พลเทพจาก ๑๙๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเป็น ๑๒๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และระบายที่คลองมะขามเฒ่า อู่ทอง ๓๕ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คุณวรชัยบอกอย่างนี้ครับ บอกเมื่อเดือนกันยายนปลายเดือนแล้วครับ ซึ่งมันเลยเวลามานานแล้วที่ต้องปล่อยน้ํา คุณวรชัย ผอ. โครงการส่งน้ําและรักษาประตูน้ําพลเทพบอกว่าไม่สามารถระบายน้ํา เพิ่มได้มากกว่านี้แล้ว มิฉะนั้นแล้วจะกระทบพื้นที่เกษตรที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวของ จังหวัดสุพรรณบุรี ท่านครับ นี่คือความผิดปกติของการปล่อยน้ําครับ วิกฤติของประเทศ ความเสียหายของประเทศมันเลยเกิดขึ้นเพราะเราไปกักน้ําไว้น้ําเลยไหลมาลงทุ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ
สุดท้ายที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือ ท่านนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๔ นักข่าวไปถามครับ ว่าท่านนายกรัฐมนตรี จะตอบประชาชนที่เดือดร้อนได้หรือไม่ว่าเมื่อไรน้ําจะหยุดท่วม ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ท่านกล่าวอย่างนี้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าปัญหาเกิดจากไม่มีการบูรณาการ ทุกคนจึงพยายามป้องกันจังหวัดของตนเองไม่ให้น้ําท่วม จังหวัดไหนละครับ นี่เป็นคําพูด ของท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ทุกคนพยายามป้องกันเขตจังหวัดตัวเองไม่ให้น้ําท่วม จึงทําให้ไปกระทบกับจังหวัดอื่น ไม่มีการบูรณาการทั้งสิ้นนะครับ พยายามป้องกันพื้นที่ ของตนเองไม่ให้ไปสุพรรณบุรี ไม่ให้ไปปทุมธานี น้ําเลยไหลเปลี่ยนทิศทางไม่เป็นไปตาม ธรรมชาติ ผมเลยกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้ปัญหาทั้งหมดมันไม่ได้อยู่ที่ปริมาณน้ํา ปริมาณน้ําเพิ่มขึ้นในภาคกลางประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองครับ น้ําส่วนใหญ่ มาเพิ่มขึ้นที่ภาคเหนือ น้ําจากภาคเหนือมันจะถูกกักเก็บด้วยเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ครับ แต่ว่าเมื่อเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ไม่สามารถปล่อยน้ํามาได้ หรือปล่อยน้ําแล้วถูกกักไว้ ไม่ปล่อยไปทางทิศตะวันตกและไม่ปล่อยไปทางทิศตะวันออกมันเลยเกิดวิกฤติขึ้น เป็นวิกฤติ ของการบริหารจัดการน้ําของรัฐบาลนี้ครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้ต้องมีการสอบสวนทวนความกัน เป็นครั้งใหญ่แล้วครับ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศมีคนประเมินว่าไม่ใช่แสนล้านบาท แล้วครับ มันอาจจะเป็นล้าน ๆ ความเชื่อมั่นของประเทศน้อยไปครับ ไม่มีความเชื่อมั่น ต่อการลงทุนอีกต่อไปแล้วครับ ถ้าเราจัดการน้ําในลักษณะเช่นนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี ไม่มีบารมีครับ ท่านไม่สามารถจัดการได้ ท่านไม่สามารถสั่งรัฐมนตรีที่รับผิดชอบว่า ควรจะจัดการน้ําอย่างไร ท่านไปเชื่อคนนอกเอาการเมืองมาจัดการกับน้ําปัญหามันเลยวิกฤติขึ้น ผมเห็นด้วยครับที่มีคนเขาบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีต้องพูดให้น้อยหน่อย เพราะท่านพูด เยอะมันก็ผิดพลาดเยอะ เขากล่าวอย่างนี้ท่านประธานครับว่าคนเราจะดูว่าโง่หรือฉลาด มันต้องดูที่การพูดครับ ผมเลย แนะนําท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่ามกลางวิกฤติขณะนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีพูดให้น้อยเถอะครับ ปัญหาจะลดน้อยลงครับ ขอบพระคุณครับ